ReadyPlanet.com
dot
dot dot
dot
พระพุทธเจ้า
dot
bulletบทศึกษาพิเศษ:พระพุทธเจ้า ศึกษาจากวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรนแปล เช้า- เย็น
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรแปล เช้า-เย็น อัพเดต
dot
พุทโธโลยี
dot
bulletสมาคมศิษย์หลวงปู่เครื่อง จัดประกวดเรียงความออนไลน์มัธยมศึกษาในวันวิสาขบูชา คลิกดูรายละเอียดและรางวัลที่นี่
dot
ชมรมยุวพุทโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
dot
bulletThe Beginning ความเป็นมาของโครงการชมรมยุวพุโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
bulletChart Showing the Process
dot
บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
dot
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี แฟ้ม 2
dot
To The World
dot
bulletENGLISH
bulletUSA
bulletChina
bulletIndia
bullet Mynmar
bullet Cambodia
bullet Loas
bulletSri Lanka
bulletMalaysia
bulletKorea
bulletThe Truth Of Red Thailand 12-14 April 2009
bulletFrom red shirt survivor person
bulletA Sharp Turn of Believes : Iresearch Iwrite Iread
dot
โหราศาสตร์ [updateใหม่สุด]
dot
bullet สารบาญโหราศาสตร์โดยชลัมพุช โหรชนบททุกเรื่อง
bulletบันทึกข้อสังเกตประเด็นสำคัญดวงชะตาประเทศไทยช่วงเดือนส.ค.-พ.ย.2552
bulletดวงชะตาประเทศไทย พยากรณ์ว่าประชาชนจะอดอยากยากจนและเผชิญภับพิบัติ 4 ประการ
bulletให้คำพยากรณ์นักธุรกิจชาวอังกฤษ
bulletอยากรู้เรื่องโหราศาสตร์ คลิก!
bulletดวงชะตาผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตไทย
dot
Buddhism How?
dot
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 1
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 2
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 3
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 4
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 5
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 6
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 7
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 8
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 9
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 10
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 11
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 12
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 13
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 14
bulletMystery Report 15
bulletMystery Report 16
bulletMystery Report 17
bulletMystery Report 18
bulletMystery Report 19
bulletMystery Report 20
bulletMystery Report 21
bulletMystery Report 22
bulletMystery Report 23
bulletMystery Report 24
bulletMystery World Report 25
dot
เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว
dot
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2536
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2537
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2538
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2539
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2540
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2541
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2542
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2543-2545
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2545-2549
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2549-2550
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2550-ส.ค.2551
bulletเฝ้าดูฯ ส.ค.-ก.ย.2551
bulletเฝ้าดูฯ ก.ย.2551- ธ.ค. 2551
dot
เฝ้าดูฯสำนวนพัชรา กอปรทศธรรม
dot
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 16-27
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 29
bulletบทความใหม่ เม.ย.-พ.ค.2552
bulletพุทธธรรมเพื่อทางดับทุกข์
bulletทฤษฎีการดับทุกข์ทางจิต วิปัสสนากรรมฐานโดยการทำงาน(สำนวนปรับปรุงใหม่)
bulletประวัติพัชรา กอปรทศธรรม
bulletอัลบั้มรูป history
bulletนิทานธรรมะประยุกต์ มานุสสาสุระสงคราม 4 ภาค และอื่น ๆ
bulletอัลบั้มรูป ภาพในอดีตและชีวประวัติศาสตร์ที่สวยงาม
bulletจากเวบบอร์ด พูดกันไม่รู้เรื่อง ประชาธิปไตยล้าหลัง
bulletศาสนาสากล การวิเคราะห์ความหมาย
bulletปลอบใจ
dot
รวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
bulletรวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
สากลจักรวาล สากลศาสนา
dot
bulletสากล...ศาสนา 1
bulletสากล...ศาสนา 2
bulletสากล...ศาสนา 3
bulletสากล...ศาสนา 4
bulletสากล...ศาสนา 5
bulletสากล...ศาสนา 6
bulletสากล...ศาสนา 7
bulletสากล...ศาสนา 9
bulletสากล...ศาสนา 8
bulletสากล...ศาสนา 10
bulletสากล...ศาสนา 11
bulletสากล...ศาสนา 12
bulletสากล...ศาสนา 13
bulletสากล...ศาสนา 14
bulletสากล...ศาสนา 16
dot
ส่วนข้อมูลสำคัญเพื่อการวิจัยการเมืองไทยยุค คมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
dot
bulletข้อมูลสำคัญยุคคมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่1/26ส.ค.2551
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่2/27ส.ค.2551
bulletใบปลิว อีเมล์ ในหลวงทรงร้องไห้
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 1
bulletในหลวงเพิ่งทราบข่าวฆ่าประชาชน10เมย.53ทรงร้องไห้
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
บันทึกลับเสื้อแดง
dot
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
รวมข่าวม็อบการเมืองสนธิ-จำลอง-ปชป.มิ.ย.51-เม.ย.52 นสพ.
dot
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 2
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 3
bulletรวมข่าวม็อบ30มิ.ย.51-23มี.ค.52
bulletเลือดศรีสะเกษบันทึกเรื่องราวรอบด้านเกี่ยวกับเขาพระวิหาร
dot
การโฆษณาชวนเชื่อล้มรัฐบาลทักษิณ
dot
bulletรายงานการโฆษณาชวนเชื่อในประเทศไทยที่ล้มล้างรัฐบาลทักษิณ
dot
หนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนท )
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต ) เล่ม 1 - 44 - ล่าสุด
bulletหน้าที่เก็บไว้
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 1
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 3
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 4
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 5
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 6
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 7
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 8
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 9
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 13
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 10
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 11
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 19
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 12
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 14
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 15
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 16
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 17
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 18
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 20
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 21
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 22
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 23
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 24
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 25
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 26
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 31
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 32
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 27
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 28
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 29
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 30
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 33
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 34
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 35
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 36
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 37
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 38
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 39
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 40
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 41
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 42
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 43
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 44
dot
รายการทั่วไป
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 45
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 46
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 47
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 48
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 49
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 50
bulletหนังสือพิมพ์ดีเล่มที่52
bulletงดเหล้าเข้าพรรษา
bulletเกี่ยวกับเวบไซต์ของเรา
bulletมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร)
bulletศรีสะเกษ
bulletวัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ บันทึกเหตุการณ์
dot
ช่องบริการประชาชน
dot
bulletบริการแจ้งของหาย คนหาย สื่อข้อความ หมอผี ฯลฯ
bulletสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษแห่งที่ 1
bulletรวมกระทู้เด็ดจากกระดานถามตอบ
bulletคาถาอาคมไสยศาสตร์
bulletกวีนิพนธ์ใหม่
bulletดี 25
bulletดี 28
bulletดี 29
bulletดี 26
bulletศูนย์ปฏิญญาณละเลิกอบายมุข บัญชีที่1-3


หนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 1

วิเคราะห์ข่าวในวงการเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดภาคอีสาน

เล่มที่ 1  

ประจำเดือน มีนาคม ๒๕๔๐

 

 

 

 

1          บทบรรณาธิการ

2          หน้าบอกสถานะของเรา

3          จดหมายถึงประธาน สสร. นายอุทัย พิมพ์ใจชน

4          บทกวีนิพนธ์แห่งความรัก

5          เพื่อบรรลุอุดมการณ์การเมืองอีสาน

 

6.        ปฏิรูปการเมือง:ปัญหาประชาธิปไตย ประเด็นสำคัญที่ไม่มีผู้ใดพูดถึงเลย 

 

 

 

 

 

 

 

 

 1                     บทบรรณาธิการ

 

ก่อนอื่น ขอปรารภความยินดีในวงการเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดภาคอีสาน ในรูปรวม เนื่องแต่อุดมการอันร่วมกันกรณี ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ ได้บรรลุผลสำเร็จ และเพื่อการบำรุงเลี้ยงอุดมการนี้ให้เติบโตต่อไปนั้น ใคร ควรทำอะไร และอย่างไร นั้น ควรต้องใช้พิจารณญาณให้เหมาะสม เพื่อก่อเกิดการสร้างสรรค์ต่อไปบนพื้นฐานการพิจารณา โดยรอบของหลัก ๗ แห่งสัปปุริสธรรมคือ รู้เหตุ รู้ผล รู้ตน(รู้เรา) รู้บุคคล(รู้เขา) รู้กาล(กาละเทศะ) รู้ประมาณ และรู้ที่ประชุมชน จึงจักรอบคอบในการตัดสินปัญหาต่าง ๆ

ต่อจากนี้ ก็จะขอมาวิเคราะห์สถานการณ์สำคัญในปัจจุบันนี้

สำหรับสถานการณ์สำคัญช่วงนี้ ก็คือสถานการณ์ปฏิรูปการเมือง โดย สภา สสร.เป็นศูนย์ประสานงานแห่งชาติในขณะนี้ ที่วงการเลขานุการเจ้าคณะ จังหวัดทั้งสิ้นทั่วประเทศคงเอาใจใส่สนใจอยู่บ้างแล้ว แต่การสมควรทำหน้าที่อันเกี่ยวข้องหมู่สงฆ์ในมวลรวมนั้นอย่างไร มีประเด็นสำคัญ ๆ อะไรบ้าง เพื่อความเข้าใจง่ายขึ้น ขอนำประเด็นสำคัญ ๆ มาวิเคราะห์ ดังนี้

 

๑.         วงการสงฆ์ทั้งหมด ควรตระหนักในความสำคัญของการดำเนินการปฏิรูป การเมือง ภายใต้การประสานงานของสสร.ขณะนี้ โดยได้ทำความเข้าใจในความหมายของรัฐธรรมนูญให้ถี่ถ้วนรอบคอบ ในฐานะรัฐธรรมนูญเป็นเสมือนอาวุธหนักเครื่องมืออันสำคัญหรือพาหนะอันทรงฤทธิ์ อำนาจ หากได้อยู่ในมือใคร ๆ ก็ได้ฤทธิ์ได้อำนาจแก่ผู้นั้น นี่คือความหมายของรัฐธรรมนูญที่วงการสงฆ์เราทั้งหมดทั้งสิ้นควรจะต้องเอาใจใส่มองดูอย่างยิ่ง ซึ่งก็คงได้มีคำถาม ๆ ตัวเองอยู่ทุกคนอยู่แล้วว่า บัดนี้ เราได้ให้ความสนใจ ในประเด็นนี้มากน้อยเพียงไหน

 

๒.         น่ามีเหตุผลเพียงพอหรือไม่ ที่สมควรให้ระบุข้อความลงไปเสียทีว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทยในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อจะได้ปรากฎ ชัดเจนขึ้นว่า ที่นี่เป็นเมืองพุทธ แล้วเราจักได้ประโยชน์ได้อำนาจจากการระบุข้อความนี้ ลง ไว้ในรัฐธรรมนูญ

 

๓.         วงการสงฆ์ได้มีปัญหาข้อข้องใจมานานแล้วเกี่ยวกับศาสนาอื่นบางศาสนาที่เข้า มาอาศัยผืนแผ่นดินไทยแล้วเผยแผ่ศาสนาของตน ๆ ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพยายาม เผยแผ่ของศาสนาคริสต์ ที่มีลักษณะย้อนวิถีธรรมข้อสำคัญของพระพุทธศาสนา

ดังกรณีการสอนเรื่องสันโดษของศาสนาพุทธ ทำให้วงการชาวพุทธมักหยิบยอม แต่ศาสนาคริสต์มิได้เคารพหรือนับถือยำเกรงธรรมะข้อนี้ จึงพยายามโดยตลอดมาที่จะ สร้างวัตถุสิ่งใดก็ตามให้มีลักษณะที่ยิ่งใหญ่ ที่ข่ม ก้าวร้าวต่อศาสนาพุทธซึ่งเป็นเจ้าของ ประเทศ เช่นการก่อสร้างอาคารหรือสถานที่เคารพ อันมีลักษณะใหญ่โตมโหฬารดูข้าม หน้าข้ามตา หรือมีลักษณะก้าวร้าวยกตนเหนือผู้ที่เป็นเจ้าของท้องถิ่นหรือเจ้าของประเทศ อันเป็นเหตุให้เกิดความระแวงระวัง และพลอยให้ศาสนาพุทธจำต้องละธรรมะข้อที่ว่าด้วย สันโดษไปสร้างเสริมวัตถุหรือสถานที่บูชาทางศาสนาให้ใหญ่ตามไปด้วย ในฐานะจำเป็น ต้องรักษาเกียรติภูมิของเจ้าของประเทศ

บัดนี้ ถึงเวลาแล้ว เหตุใดเราจึงไม่พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ลงไว้ใน รัฐธรรมนูญเสียว่าการก่อสร้างวัตถุที่เคารพบูชาของศาสนาใด ไม่ควรให้มีลักษณะก้าวร้าวหรือคุกคามศาสนาประจำชาติ

น่าที่เพื่อนสหธรรมิกทั้งหลายได้โปรดใช้พิจารณญาณในปัญหานี้ให้จงดีในฐานะที่ เราเป็นชนส่วนใหญ่ที่สุดของแผ่นดิน เราจำต้องทำเพื่อรักษาเกียรติ์แห่งพระพุทธศาสนา เอาไว้

 

๔.         ขณะนี้นักบวชศาสนาอิสลามภาคใต้ได้เคลื่อนไหวเรียกร้องให้นักบวชในศาสนาอิสลามมีสิทธิ์ในการออกเสียงเลือกตั้งได้เท่าเทียมคนทั่วไป เรื่องนี้ นับว่าเป็นกรณีปัญหาสำคัญที่ไม่เกี่ยวข้องเฉพาะศาสนาอิสลามเท่านั้น เพราะเดิมกฎหมายได้ระบุรวมกันไว้ ทุก ๆศาสนาว่า นักพรตหรือนักบวชไม่ว่าศาสนาใดใดไม่มีสิทธิ์ในการเลือกตั้งทั้งนั้น แต่บัดนี้ นักบวชในศาสนาอิสลามได้เรียกร้องให้แก้ไข ให้นักพรตหรือนักบวช สามารถใช้ สิทธิ เลือกผู้แทนราษฎรหรือการเมืองระดับท้องถิ่นทุกระดับได้ หากมีการแก้ไขจริง นั่นก็ หมายความว่านักบวชอย่างพวกเราก็จะพลอยเกิดสิทธิในการเลือกตั้งตามเขาไปด้วยโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว โดยที่เรายังไม่ได้พิจารณามาก่อนเลยว่านั่นเหมาะแก่สมณสารูป หรือพระธรรม วินัยใน พระพุทธศาสนาหรือไม่ อย่างไร

ถ้าพระมีสิทธิเลือกตั้งแล้ว อะไรจะเกิดขึ้น ?

แล้วเราจะเห็นดีด้วย ตามที่เพื่อนนักบวชอิสลามเสนอหรือไม่?

ฉะนั้น ประเด็นนี้ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญมาก และขอเสนอว่า ขณะนี้มิได้มีวงการสงฆ์ของเราให้ความสนใจ ผู้ที่จะทำงานกันในปัญหานี้ก็ควรจะเป็นวงการเลขานุการ เจ้าคณะจังหวัดทั่วประเทศนั่นเองเริ่มกันขึ้นก่อน

 

5.         องค์การสงฆ์ของเรามีปัญหามาก โดยเฉพาะปัญหาทางการปกครอง คณะสงฆ์ เพื่อนสหธรรมิกจะมีความคิดเห็นกันอย่างไรบ้าง เราจะใช้รัฐธรรมนูญ ให้ เป็นเครื่องมือ ในการพัฒนาองค์การคณะสงฆ์เราได้อย่างไร

 

ความจริงระบบการปกครองสงฆ์ของไทยขณะนี้ ได้เป็นตัวปัญหาสำคัญมากที่ เป็นต้นเหตุของมูลรากปัญหา ที่นำไปสู่ปัญหาอื่นอย่างสำคัญยิ่งนัก จนคิดว่าถึง เวลาที่เราจะต้องมีการพิจารณาเรื่องการปฏิรูประบบการปกครองสงฆ์ กันเสียใหม่ เพราะการปฏิรูปนั้นจะไม่มีความหมายเฉพาะสงฆ์เราเท่านั้น หากแต่หมายถึงสากล โลก เพราะสถานการณ์โลกทั้งมวล ในปัจจุบันนี้เริ่มบีบบังคับให้สังคมโลก หันมา มองทางออกด้านศาสนา หรือ spiritual culture มากขึ้น โลกได้มาถึงทางตันใน การพัฒนาการทางวิทยาศาสตร์ เพราะผลการพัฒนาการทางวัตถุได้ก่อพิษร้ายขึ้นทั่วโลก จนเกิดกระแสการคาดการสิ่งที่เรียกว่า “a massive transformation in human society” ขึ้นในปลายศตวรรษที่ ๒๐ นี้ ศาสนาพุทธจำเป็นต้องเตรียมรับกระแสการเรียกร้องเช่นนี้ และควรเป็นศูนย์การนำโลกทางวัฒนธรรมดังกล่าว เนื่องจากหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาได้เป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะชนชั้นผู้นำโลกทาง วิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้น ๆ จึงพึงเห็นความจำเป็นอย่างพิเศษอีกส่วนหนึ่ง ที่สังคม พุทธไทยจะต้องรีบเร่งปฏิวัติองค์การสงฆ์ ให้กลับคืนมาสู่ภาระหน้าที่และความรับ ผิดชอบที่เหมาะสมแก่การต้อนรับโลกยุคใหม่ให้สามารถเป็นพื้นฐานอันมั่นคงสมบูรณ์พอรองรับพระธรรมอันสูงสุด ที่จะเอื้ออำนวยประโยชน์สูงสุดแด่มนุษยชาติยุคสมัยนี้ได้

 

ฉะนั้น ประเด็นการปกครองคณะสงฆ์ไทย ก็นับเป็นประเด็นสำคัญที่สุด ประเด็นหนึ่ง ควรที่เพื่อนสหธรรมิกทั้งหลายจะได้ช่วยกัน ระดมความคิดมันสมอง กลั่นกรองออกมาว่า ในกาละเทศะนี้ เราควรจะเสนออะไรได้บ้าง และขอให้ทำใจว่า หากมีข้อเสนออะไรออกมา เราน่าที่จะรับฟังด้วยจิตใจเป็นกลางและเป็นธรรมะ และโดยมีอุเบกขาญาณ (มองที่เหตุและผลล้วน ๆไม่ควรมีอคติ ๔ แปลกปลอมเข้ามาใน การพิจารณาของเรา) เพราะจะต้องเป็นปัญหาที่สืบเนื่องไปถึง การแก้ไขปรับปรุง พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ที่ผมเองได้เคยเสนอข้อคิดเห็นไว้แล้วในวงการเลขานุการ เจ้าคณะจังหวัดภาคอีสาน

 

บทวิเคราะห์ข่าวในวงการเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดภาคอีสานฉบับนี้ใคร่ขอทบทวนว่า ชมรมเลขานุการเจ้าคณะจังหวัด ที่ได้มีมติกัน ระหว่างการประชุมเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดทั่วประเทศ ณ พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ระหว่างวันที่ ๓๑ กรกฎาคม - ๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๓๓ ซึ่งสำหรับชมรมเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดภาคอีสานนั้นผมได้ทำหน้าที่ประสานงานด้านการข่าวสารมาโดยตลอดตราบจนกระทั่งบัดนี้

 

บัดนี้ ผมเห็นว่ามีสถานการณ์ที่มีความหมายสำคัญ สมควรที่วงการเลขานุการ เจ้าคณะจังหวัดทั้งสิ้น จะได้เอาใจใส่สังเกตและเข้าไปร่วมในสถานการณ์นั้นด้วย ตามที่ ผมได้เสนอหัวข้อสำคัญมา ๕ หัวข้อนั้นแล้ว และในชั้นนี้ หากเพื่อนสหธรรมิกมีความ เห็นอย่างไร ขอได้แสดงความคิดเห็นเข้าไปในสภาสสร. หรือสภาร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งระดับจังหวัดและระดับชาติด้วย โดยจ่าหน้าซองเพียงสั้น ๆ เท่านั้นคือ เจริญพร ประธาน สสร. รัฐสภา กทม. ๑๐๒๐๐หรือในบางปัญหาที่เห็นว่าสำคัญ ผมอยากขอให้ทำไปในนาม ชมรมเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดภาคอีสาน จะได้ผลดีกว่าอย่างเช่นกรณีศาสนาประจำชาติและการเผยแผ่ของศาสนาคริสต์เป็นต้น (แนบตัวอย่างมาพร้อมนี้ด้วยแล้ว ผมขอรับเป็นผู้ประสานงาน และดำเนินการ กรุณาลงนามในหน้า ๒ ตรงกับชื่อตัวเอง แล้วส่งกลับไปยังผมด่วนด้วย) ส่วนองค์กรหรือชาวพุทธอื่น ๆ ทั่วไป ก็ขอให้ร่วมแสดงประชามติร่วมไปโดยตรงได้ และไม่เฉพาะกรณีปัญหาที่เสนอมานี้เท่านั้น หากพิจารณาเห็นอะไรควรก็ขอให้แสดงประชามติออกมา โดยถือว่าเราเป็นหนึ่ง เป็นเจ้าของแผ่นดินพุทธธรรมนี้ และเราจักกำหนดกติกาการเมืองด้วยมือของพวกเราเอง ด้วยความชอบธรรมทุกประการ

ที่สุดท้ายของบทวิเคราะห์นี้ ขอแสดงความชื่นชมยินดีอีกครั้งหนึ่งต่อกรณีเหตุการณ์ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ เนื่องเพราะอุดมการอันยิ่งใหญ่เกินฝันได้สำเร็จลงสมดังประสงค์จริง และบัดนี้ขอให้มาตั้งความหวังร่วมกันในการที่จะช่วยแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ในสังคมไทยโดยอาศัยมาตรการการปฏิรูปการเมือง ที่ประชาชนทั้งประเทศร่วมมือกันอยู่อย่างรีบเร่ง ขณะนี้ อีกไม่นานเพื่อนสหธรรมิกจะได้รับ เอกสารสำคัญเล่มหนึ่ง ซึ่งเอกสารเล่ม นั้นจะเสนอแนวคิดสำคัญในการปฏิรูปการคณะสงฆ์เราใหม่ และขอไว้แต่เดี๋ยวนี้ว่า เราควรพร้อมที่จะรับข้อเสนอแนะใดใดด้วยใจเป็นธรรม มีอุเบกขาญาณในการพินิจ อย่างที่ผมได้ กล่าวมาข้างต้นแล้วนั้นเพราะนั่นแหละสิ่งที่พวกเราชาวพุทธถือกันว่าเป็นวิถีทางหรือแบบ ฉบับการมองปัญหาของ นักปราชญ์ที่แท้จริง ซึ่งพวกเราควรนำมาใช้ในการพิจารณา แก้ ไขปัญหาในวงการคณะสงฆ์เราต่อไป จนกว่าจักสามารถแก้ไขให้ปัญหาล่วงลุไปได้.

 

 

 

 

 

 

 2          หน้าบอกสถานะของเรา

วิเคราะห์ข่าวในวงการเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดภาคอีสาน          รายคาบ

บรรณาธิการ :      พระพยับ ปญฺญาธโร อดีตเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ

พิมพ์ที่ :             มูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร) วัดมหาพุทธาราม ถนนขุขันธ์ อำเภอเมืองศรีสะเกษ  จังหวัดศรีสะเกษ ๓๓๐๐๐

โทร-โทรสาร :     (๐๔๕) ๖๒๒๔๕๕

การแจกจ่าย                                                                                                                     - เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดทั่วประเทศ                                                                                   -วงการสงฆ์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 3                    จดหมายถึงประธาน สสร.

 

ชมรมเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดภาคอีสาน                                                                              วัดมหาพุทธาราม อำเภอเมืองศรีสะเกษ                                                                               จังหวัดศรีสะเกษ ๓๓๐๐๐

 

๒๘       กุมภาพันธ์           ๒๕๔๐

 

เรื่อง                  ขอให้บรรจุข้อความสำคัญลงในรัฐธรรมนูญ

เจริญพร             ท่านประธาน ส.ส.ร. นายอุทัย พิมพ์ใจชน

 

 

ชมรมเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดภาคอีสาน ขอให้ใส่ข้อความลงในรัฐธรรมนูญใหม่ประเด็นสำคัญคือพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทย การก่อสร้างวัตถุ สถานที่เคารพบูชา ของศาสนาใด ไม่ควรให้มีลักษณะข่มขี่ ก้าว ร้าว ยกตน คุกคาม หยาม หรือดูแคลน ศาสนาประจำชาติ

 

เหตุผล : น่ามีเหตุผลเพียงพอที่สมควรให้ระบุข้อความลงไปในรัฐธรรมนูญเสียที ว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทยเพื่อจะได้ปรากฎชัดเจนขึ้นว่าที่นี่เป็นเมืองพุทธ แล้วเราจักได้ประโยชน์ได้อำนาจ จากการระบุข้อความนี้ลงไว้ในรัฐธรรมนูญ เนื่องจากวงการสงฆ์ได้มีปัญหาข้อข้องใจมานานแล้ว เกี่ยวกับศาสนาอื่นบางศาสนาที่เข้ามาอาศัยผืนแผ่นดินไทยแล้วเผยแผ่ศาสนาของตน ๆไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพยายามเผยแผ่ของศาสนาคริสต์ที่มีลักษณะกลวิธีสลับซับซ้อนและย้อนวิถีธรรมข้อสำคัญของพระพุทธศาสนา

 

ดังกรณีการสอนเรื่องสันโดษ ของศาสนาพุทธ ทำให้วงการชาวพุทธมักหยิบยอม แต่ศาสนาคริสต์มิได้เคารพหรือนับถือยำเกรงธรรมะข้อนี้ จึงพยายามโดยตลอดมาที่จะสร้างวัตถุสิ่งใดใดก็ตามขึ้นให้มีลักษณะที่ยิ่งใหญ่ที่ข่ม ก้าวร้าวต่อศาสนาพุทธ ซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ เช่นการก่อสร้างอาคารหรือสถานที่เคารพ อันมีลักษณะใหญ่โตมโหฬาร ดูข้าม หน้าข้ามตา หรือมีลักษณะก้าวร้าวยกตนเหนือผู้ที่เป็นเจ้าของท้องถิ่น หรือเจ้าของประเทศ อันเป็นเหตุให้เกิดความระแวงระวัง และพลอยให้ศาสนาพุทธ จำต้องละหลักธรรมะข้อที่ ว่าด้วยสันโดษไปสร้างเสริมวัตถุหรือสถานที่บูชาทางศาสนาให้ใหญ่โตตามไปด้วย ในฐานะที่จำเป็นต้องรักษาเกียรติภูมิของเจ้าของประเทศ

 

บัดนี้เวลาได้มาถึงแล้ว เหตุใดเราจึงไม่พิจารณา กำหนดหลักเกณฑ์ลงไว้ใน

รัฐธรรมนูญเสีย ว่าการก่อสร้างวัตถุที่เคารพบูชาของศาสนาใด ไม่ควรให้มีลักษณะ ก้าวร้าว ดูแคลน คุกคาม หยาม หรือ ดูหมิ่นศาสนาประจำชาติ

น่าที่เพื่อนสหธรรมิกทั้งหลายได้โปรดใช้พิจารณาญาณในปัญหานี้ให้จงดี ใน ฐานะที่เราเป็นชนส่วนใหญ่ที่สุดของแผ่นดิน เราจำต้อง ทำเพื่อรักษาเกียรติและ หลักการ แห่งพระพุทธศาสนาที่แท้เอาไว้ ใน แผ่นดินของเราเอง ด้วยความชอบธรรมทุกประการบนผืนแผ่นดินชาวพุทธนี้

 

ฉะนั้น ขอให้เติมคำลงไปอีกข้อความหนึ่งว่า

การก่อสร้างวัตถุ สถานที่ที่เคารพบูชาของศาสนาใด ไม่ควรให้มีลักษณะข่มขี่ ก้าวร้าว ยกตน คุกคาม หยามหรือดูแคลนศาสนาประจำชาติ

และเมื่อรวมกับข้อความแรกแล้ว ก็เป็นข้อความทั้งสิ้น ดังนี้

พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทย

การก่อสร้างวัตถุ สถานที่ที่เคารพบูชาของศาสนาใด ไม่ควรให้มีลักษณะข่มขี่ ก้าวร้าว ยกตน คุกคาม หยาม หรือดูแคลน ศาสนาประจำชาติ

 

ผู้เสนอแนะ : ชมรมเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดภาคอีสาน

(ลงนาม)

………………………………………… พระครูปลัดสิมมา, เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี

………………………………………….พระครูสุวีราภรณ์, เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดหนองคาย

………………………………………….พระปลัดนฤปเวศม์, เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดเลย

………………………………………….พระครูสิริคุณากร, เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดสกลนคร

………………………………………….พระครูไพศาลกิตติวิมล,เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภู

………………………………………….พระครูสิริวุฒิคุณ, เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น

………………………………………….พระครูวรกิจสุนทร, เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม

……………………………………….…พระครูปริยัติพัฒนกิจ, เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์

…………………………………………พระมหาสุนันท์, เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด

…………………….….................พระครูศรีวรคุณ, เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี

………………………………………. พระพยับ ปญฺญาธโร,(อดีต)เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ

………………………………………. พระครูปลัดคำพร, เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดนครพนม

………………………………………..พระมหาอร่าม, เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดยโสธร

………………………………………..พระครูปลัดพิมพา, เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร

………………………………………..พระอาจารย์สมภาร, เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ

………………………………………. พระครูศรีธรรมวิภัช, เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา

………………………………………. พระครูอมรธรรมนิเทศก์, เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์

…………………………………….. เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดชัยภูมิ

…………………………………….. เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์

ชมรมชั่วคราว :                                                                  วัดมหาพุทธาราม ฯ โทร.-โทรสาร (๐๔๕) ๖๒๒๔๕๕

 

 

 

 

 

 

 

 

 4          บทกวีนิพนธ์แห่งความรัก 

            (คีตกวีแห่งดงลำดวนหรือพิณพาทแห่งกวีศรีสะเกษ)

 

 

๑.         โอ้แผ่นดินถิ่นนี้เป็นที่รัก

เพิ่งประจักษ์ความหมายทั้งหลายผอง

โอ้แผ่นดินถิ่นนี้ที่หวังปอง

ตามสนองใฝ่สนานนับกาลมา ฯ

 

๒.         ข้าเดินเดียวเปลี่ยวพะว้าพะวังหวัง

ช่ำมะเลืองหลังยังหมายใครมองหา

สาส์นนี้หรือสื่อสารวานเพื่อนมา

ร่วมเคียงข้ายาตราผจญมาร ฯ

 

๓.         นี่คือสาส์นผ่านจิตสู่มิตรผอง

กล่าวครรลองธรรมชาติอันอาจหาญ

ที่เร้นลึกคึกสะพรั่งอลังการ

อยู่เนิ่นนานเนาสนมได้ชมชาย ฯ

 

 

๔.         เพื่อนคือดาวดิเรกรุ่งจากกรุงฟ้า

แห่งหาวห้วงเวหานภาผาย

จุติสู่กรุงดินอยู่รินราย

ประจำค่ายคอยวันลั่นเริงรบ ฯ

 

๕.         เพื่อนผู้รู้อยู่แท้แต่ภายจิต

นิรมิตฤทธิ์โลกโศรกประสบ

เศิกแรงเรื้อเหลือห้าวมาท่าวทบ

ถึงเจนจบสุดสวรรค์ยังพรั่นพราย ฯ

 

๖.         แด่เพื่อรักผู้สลักฤทัยชิด

สนมสนิทพุทธศาสน์ดั่งมาดหมาย

เพื่อนผู้รักสลักจิตไม่คิดคลาย

น้อมถวายธงชัยจะใฝ่ธรรม ฯ

 

๗.         ธงชนะฉะนั้นพลิ้วพิไรอยู่

เพื่อนจุ่งดูรู้ฝืนไปชื่นฉ่ำ

เพียงเคหาแห่งห้องลำยองยำ

แสนประเสริฐเลิศล้ำคำบรรยาย ฯ

 

๘.         ปีใหม่นี้ปีทองห่อนหมองไหม้

ปีนี้ไซร้ปีรุ่งดั่งมุ่งหมาย

ปีที่แสงแรงตะวันยิ่งพรรณราย

ดุจจันทร์ฉายแสงฉ่ำล้ำราตรี ฯ

 

๙.         จงเดินเถิดเดินหน้าอย่ารอรั้ง

สู่ความหวังดังฝันอันฉวี

สืบคุณธรรมล้ำค่าที่ปรานี

รัฐราษฎร์ศาสน์กษัตริย์พลีนิรันดร ฯ

 

๑๐.       ข้าอยู่ดินถิ่นสวนลำดวนงาม

หน่อพระนามสยามิศรอดิศศร

ท่ามพงษ์เผ่าชาวพิมลพลนิกร

ศรีนครลำดวนแดนแผ่นไพบูลย์ ฯ

 

๑๑.       แม้นลำดวนบานนานสะท้านถิ่น

ชนนีศรีนครินทร์บดินทร์สูร

ถึงท่วมดินกลิ่นตระหลบอบอาดูร

ไม่หอมปูนธรรมรสหมดอาลัย ฯ

 

๑๒.       แล้วลมหวนลำดวนกลิ่นถวิลแท้

ได้เกลี่ยแก้รันทดหมดใจใส

มโนธารผ่านพฤกษาลดาไพร

ผ่านไผทกว่ากว้างห้วงโลกันต์ ฯ

 

๑๓.       สู่มิตรรักผู้สมัครมาฝักใฝ่

เป็นเพื่อนใจร่วมจิตคิดรังสรรค์

สืบคุณค่ามโนธรรมล้ำลาวัณ

เพียงแจ่มจันทร์กระจ่างฟ้า ณ ราตรี ฯ

 

๑๔.       เพื่อนผู้มาหาอยู่แม้ครู่หนึ่ง

ให้นึกซึ้งตรึงนักรักศักดิ์ศรี

ถึงจากไกลใจนับทับทวี

ด้วยความดีมีเหมือนดั่งเพื่อนใจ ฯ

 

๑๕.       แต่มิตรมีที่มาประสงค์อยู่

ร่วมชื่นชูแผ่นไผทใหญ่ไมห

ดูให้รู้เหตุแห่งแคลงหทัย

แว่วหวั่นในมโนนึกอันตรึกตรอง ฯ

 

๑๖.       ขอความดีมีสง่าแด่ข้าน้อย

ดับความสร้อยรอยโศรกวิโยคหมอง

นำความตรึกลึกล้ำถึงทำนอง

ตามครรลองอริยชาติปราชญ์เมธา ฯ

 

๑๗.       บุญข้าน้อยร้อยใจถวายวิเศษ

พระผู้รุมคุ้มเกศเกล้าเกษา

ด้วยตั้งจิตอธิษฐานแต่นานมา

หวังไขว่คว้ายอดยุดมกุฎธรรม ฯ

 

๑๘.       เพื่อนจุ่งดูรู้หมายผกายแก้ว

อันเพริศแพร้วเพียงสถานพิมานฉ่ำ

เพื่อจุ่งดูรู้หมายด้วยใจจำ

มโนธารหวานล้ำคำพรรณนา ฯ

 

๑๙.       มาซิมาช้าอยู่หลายครู่แล้ว

มาสู่ความผ่องแผ้วสุขหรรษา

ทิ้งของคาวโลกีย์แห่งโลกา

ทิ้งพาราเหลียวคะนองครรลองบุญ ฯ

 

๒๐.       เหินฟ้ามาละล่องฝ่าละอองเมฆ

บัดเดี๋ยวเศกแพรพรมลิ่วลมหนุน

ชื่นละอองท้องนภาการุณ

สะอาดอุ่นกรุ่นเกษมเปรมปรีดา ฯ

 

๒๑.       เพื่อนมาถึงพึงพิศพินิจฉะนี้

ด้วยความดีหลายหลากยากนักหนา

เร่งเพียรคิดพิศมัยไขปัญญา

ซึ้งคุณค่าหฤทัยที่ใฝ่ธรรม ฯ

 

๒๒.       คือคติสร้างรังสรรค์สวรรค์พิภพ

มาบรรจบแดนโศรกแห่งโลกต่ำ

เพื่อนมาแล้วแผ้วถางทางระกำ

ร่วมจดจำเจ็บแค้นแผ่นดินทราม ฯ

 

๒๓.       ร่วมแผ่นดินร่วมถิ่นนรินทร

ร่วมทุกข์สุขสโมสรชนสยาม

สละโลกุตตระอาภาฟ้างาม

อยู่ท่ามกลางพลกามโลกีย์ ฯ

 

๒๔.      แล้วลมหวลลำดวนกลิ่นรินรินรื่น

ดอกดวนดื่นพนารักษ์สมศักดิ์ศรี

โอ้ดวนเอ๋ยเชยใดในปัถพี

มิแม้นเหมือนลำดวนนี้น่าภิรมย์ ฯ

 

๒๕.      ถึงดอกฟ้าบุษบาปาริชาติ

มณฑาทิพย์ทิวสะอาดละอองฉม

มิแม้นเหมือนลำดวนดินถิ่นนิยม

ได้ชื่นชมกว่าฟ้าลดาไกล ฯ

 

๒๖.       ลำดวนเกลื่อนเตือนฝันประหวั่นนัก

ดมดอกรักหวลหอมยิ่งกล่อมใส

แต่ตูข้ามาแล้วแคล้วครรไล

อยู่ห่างไกลเพื่อนสิ้นทั้งดินดาล ฯ

 

๒๗.      เพื่อนข้ามีมากมายหลายแห่งห้อง

ล้วนเผ่าผองธรรมบุตรสุดไพศาล

อยู่ฟากฟ้านภาพรหมยมบาล

ล้วนเชี่ยวชาญวรวุฒิยุทธวิธี ฯ

 

๒๘.      เพื่อนผู้มุ่งหมายเมื้อเยื้อไตรรัตน์

อาจเอื้อมฉัตรสุภาภรณ์อ่อนฉวี

เพื่อนผู้แกล้วแนวหน่อชินบดี

อาทรธรณิศนี้จะปรีดา ฯ

 

๒๙.       เพื่อนผู้ผ้ายพนมไพรไกลลิ่วล้ำ

ถึงฟ้าฉ่ำเชยทะเลแห่งเวหา

สู่ท้องครามนามสมุทร์สุดอาภา

กลืนภักษาเทพทิพย์โลกนิพพาน ฯ

 

๓๐.       เพื่อนผู้แผ้วแคล้วข่ายราคีคาว

ดั่งดวงดาวพราวแสงอนันตฉาน

เรื้องนภาอำไพพิไลลาน

ผยองยศหยิ่งสะท้านพิมานบน ฯ

 

๓๑.       เพื่อนหากเมินเหินห่างเส้นทางนี้

เส้นทางที่ข้าฝ่ามาสับสน

แหนงเพื่อนกล้ามาแล้วแผ้วพิมล

นรชนคืนถวิลถิ่นพระธรรม ฯ

 

๓๒.       โลกนี้ต่ำเพียงดินไร้สินศักดิ์

จึ่งช้านักมักใคร่ใฝ่ทางต่ำ

คือแนวธรรมดามนุษย์สุดระกำ

มีแต่ร่ำระบือทุกข์ไปทุกกาล ฯ

 

๓๓.       ข้ามาอยู่ครู่หนึ่งพึงเห็นเหตุ

ทางเทวษนรสัตวามหาศาล

 

·         ปธร. (ปัญญาธโรภิกฺขุ)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 5                    เพื่อบรรลุอุดมการณ์การเมืองอีสาน

      โดย             พระพยับ ปญญาธโร

อดีตเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ

 

 

สถานการณ์ในวงการสงฆ์ครั้งสำคัญ ๆ ที่ผมได้เสนอบทวิเคราะห์ในวงการ เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดมาตั้งแต่เดิมนั้นก็มีครั้ง ยันตระ อมโร ผู้โด่งดังก่อคดี ปฐมปาราชิกเป็นประเดิม ต่อมาด้วยสถานการณ์ภาวนาพุทโธในคดีประเภทเดียวกัน อันเป็นสถานการณ์เฉพาะกิจที่มวลชนสนใจกันทั้งแผ่นดิน แต่เรื่องเดิมที่สุดที่เพื่อนๆ ในวงการคงจำได้ก็คือ หนังสือพิมพ์จิ๋วแต่แจ๋วรายคาบ ที่ออกมาได้ถึง 15 ฉบับคือ ข่าวสารเลขานุการ เจ้าคณะจังหวัดภาคอีสาน ระหว่างปี พ.ศ. 2536 แล้วต่อมาก็มีบทวิเคราะห์วัฒนธรรม

ปี พ.ศ. 2537-38 และเล่มล่าสุดก่อนจะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรหนนี้ เพื่อน ๆ ก็คง ได้รับเอกสารวิเคราะห์สถานการณ์วัฒนธรรมเล่มล่าสุด คือ เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว พ.ศ.2539 กันแล้ว

บัดนี้ หากว่าเปรียบเทียบแล้ว สถานการณ์ปัจจุบันที่เป็นอยู่ ต้องจัดว่าเป็น สถานการณ์ที่มีความหมายเป็นอย่างยิ่ง ที่วงการเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดภาคอีสานของ เรา จะได้มีการพูดคุยและวิเคราะห์ออกมาอย่างจำเป็นยิ่ง เพราะความหมายที่ผมว่านั้น ก็ต้องกล่าวว่าเป็นความหมายอันยิ่งใหญ่ เพราะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความยิ่งใหญ่ อันเป็น ระดับที่สูงสุดยิ่งของแผ่นดิน นั่นก็คือการเมือง การเลือกตั้งบุคคลผู้สมควรไปปกครองแผ่นดิน ที่มีในความหมายเกี่ยวข้องโดยตรงถึงพวกเราและประชาชนทั้งมวลในแผ่นดินอีสาน โดยเฉพาะในทางธรรม การเมืองที่จำเป็นต้องให้ประชาชนได้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ถึงประเด็นความหมายอันสำคัญ ถ้าหากในขณะนี้เพื่อนๆ สงฆ์ของเราอาจจะยังมองไม่เห็นความสำคัญของความหมายที่ว่านี้ ก็ควรมองไปที่กติกาการเมืองนั่นเสียก่อนว่า การเมืองบัดนี้เขาใช้กติกาการเมืองที่มีความหมายมากสำหรับพวกเราชาวอีสานอย่างไร โดยความหมายตามหลักการที่ว่า majority rule minority right (การปกครองโดยคนส่วนมากและสิทธิของคน

ส่วนน้อย)

นั่นแหละครับหลักการกติกาของ ประชาธิปไตย ซึ่งเราทั้งหลายจะต้องเข้าใจ กันให้ดีก่อนแล้วจะเห็นว่าเป็นกติกาที่เปิดซ่องให้เกิดความหมายอันยิ่งใหญ่อย่างไร สำหรับคนอีสานและแผ่นดินอีสาน ในเมื่อคนอีสานเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ฉะนั้น เมื่อเรา เป็นมนุษย์สังคม หรือ สัตว์สังคม ตามนิยามของหลักรัฐศาสตร์ เราจึงมีสิทธิหรือความชอบธรรมทุกประการที่จะคิดที่จะตั้งความมุ่งหมาย เพื่อความเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ในเมื่อสิ่งที่ เราคิด เรามุ่งหมาย เราหวัง นั้น มีความชอบธรรม ชอบด้วยกติกาการเมืองโดยแท้จริง แต่ขณะนี้ มีปัญหาอยู่ที่ว่าเรายังไม่เข้าใจในอุดมการนี้ อีสานเรายังเล่นการเมืองในทิศทางที่ไร้อุดมการ เรามักมองความชอบธรรม ไปในทางที่ไม่ชอบธรรมเสมอ เช่น มองว่าการปกครองเป็นสิทธิของคนร่ำรวยหรือคนในเมืองกรุงเท่านั้น การเมืองไม่ใช่เรื่องของยากจนไม่ใช่เรื่องของคนบ้านนอกบ้านนา หรือไปยอมว่าอีสานนี้ยากจนปกครองไม่ได้ ใครจะ
ปกครองก็ปกครองไปเถิด อย่างนี้ จึงเรียกว่าเล่นการเมืองไม่เป็น โดยไม่ชอบธรรมตามกติกาการเมือง แต่ถ้าเมื่อใดพวกเราอีสานเข้าใจการเมือง หรือ เล่นการเมืองเป็นนั่นก็คือ หากเพียง แต่อีสานเรามีอุดมการร่วมกัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยเฉพาะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในวันเลือกตั้งเท่านั้น อีสานก็จะสามารถบรรลุ สู่ความสามารถอันยิ่งใหญ่ทางการ เมืองได้

นั่นก็คือ อีสานเราได้ทราบความจริงที่ว่า หาก ส.ส. จังหวัดภาคอีสานทั้งหมด สามารถรวมเสียงกันเพียง
100 เสียงจากทั้งหมด 137 เสียง อีสานเราก็สามารถบรรลุ อุดมการดังกล่าวนั่นได้อย่างถาวรตลอดไป แต่เท่าที่ผ่านมา เราไม่เคยคิดไม่เคยรวมกลุ่มกันให้ยิ่งใหญ่ เห็นได้จากการเลือกตั้งจากคราวที่แล้ว ส.ส. อีสานที่สารถรวมกลุ่มรวมก้อนเป็นอันเดียวกันที่ใหญ่ที่สุดก็มีเพียงกลุ่ม 34 ในพรรคความหวังใหม่ซึ่งเป็นเปอร์เซนต์ที่น้อย มาก นี่เป็นปัญหาอุดมการที่ผมพูดถึง

แน่ล่ะ ได้เคยมีนักวิชาการคนแล้วคนเล่าคณะแล้ว คณะเล่า ได้เคยวิเคราะห์ปัญหานี้ออกมา ซึ่งล้วนลงไปสู่บทสรุปอย่างเดียวกันคือเราต้อง พยายามมองหาใครสักคน ที่จะคิดจะทำสิ่งนี้ขึ้นให้จงได้ ตราบใดที่เรายังปกครอง โดย ระบอบประชาธิปไตยอยู่ ครั้งหลังสุดผมเห็นมีท่าน ส.ส.ชัย ชิดชอบ บุรีรัมย์ ประกาศ อุดมการนี้ ซึ่งผมรู้สึกซื่นชอบมาก เพราะถือว่าเป็นผู้รู้ทิศทางและความหมายของการเมือง อันเข้าลักษณะผู้นำของอีสาน แต่วงการเมืองของอีสานเราไม่มีความใยดียินดีเกิดขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นเพราะท่านชัย ชิดชอบ เป็นบิดาของท่านเนวิน ชิดชอบ ก็เป็นได้ จึงไม่มีเครดิตพอที่จะก่อความเคลื่อนไหวขึ้นได้ แต่ผมยังคงคิดว่าเราควรจะพยายามสร้างสรรค์อุดมการนี้ต่อไป และหากมันเข้มข้นขึ้น นั่นแหละ เป็นโอกาสของอีสานเต็มที่ เมื่อเลือดอีสานไหลแรง และเข้มข้นเท่าเทียมกันหมด และทิศทางที่ต่างก็กระตือรือร้นที่จะไปด้วยกัน นั่นคือ ไปสู่ทิศทางอำนาจการปกครองของอีสาน

แต่ความจริง แม้พวกเราเองก็ได้เห็นอยู่แต่เดิมแล้วว่า ได้มีท่านผู้มองการไกลที่ พยายามสร้างสรรค์อุดมการนี้ และได้เริ่มวิธีการอันแยบคาย ที่น่าเป็นไปได้ ผู้นั้นก็คือท่าน พลเอกชวลิต ยงใจยทุธ ซึ่งแน่นอน ท่านมีความคิดและเชื่อมั่นอยู่อย่างเต็มที่ว่าอุดมการนี้ จะเป็นไปได้ และท่านคิดไปไกลถึง แนวทางปฏิบัติแนวทางหนึ่ง นั่นคือความจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาอาศัยระบบสงฆ์ ดูเหมือนท่านเชื่อเช่นนี้ แต่จนบัดนี้ ระบบสงฆ์ก็มิได้มีส่วน อย่างใด ผมหมายถึงส่วนในด้านการเมืองโดยตรง ผมมิได้หมายถึงโครงการปกติที่เราเคย ร่วมมือกันมาแต่เดิม เช่นอีสานเขียว หรือโขงชีมูล ทั้งนี้ก็เพราะว่าทุก ๆ ฝ่ายยังไม่สามารถ เข้าใจอุดมการอันร่วมกัน และโดยเฉพาะฝ่ายสงฆ์ยังต้องไตร่ตรองดูว่าอุดมการนี้ เป็นสิ่งที่พึงที่ควรให้ความร่วมมือกระทำหรือให้การสนับสนุนหรือไม่ โดยถูกต้องตามพระธรรมวินัย และความชอบธรรมในฐานะผู้นำการวัฒนธรรมแห่งชาติ จึงยังคงเป็นปัญหาที่น่าจะต้องผลักดันให้มีการขบคิดกันต่อไป แต่เมื่อใดสามารถเข้าใจ ผมก็เชื่อว่าความฝันหรืออุดมการเช่นว่า นั่นก็คือ อีสานคนส่วนใหญ่ของแผ่นดินที่เป็น majority จำต้องรับภาระในการปกครอง ( rule ) ฉะนั้น เมื่อถึงวันเลือกตั้งแต่ละครั้ง นั่นแหละคือความหมาย ที่บ่งบอกถึงพลัง การเมืองของประชาชนชาวอีสาน ในฐานะที่เป็นพลังขับเคลื่อนกำหนดทิศทางการปกครอง ของประเทศ

 

 

ฉะนั้น อะไรจะเกิดขึ้นล่ะ ? ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2539 นี้ แน่นอน นั่นคืออำนาจการปกครองของอีสาน

 

 

เอาละ ! อีสาน พอจะมองเห็นตัวของตัวเองได้บ้างหรือยัง ?

หากแต่ในขณะนี้ เราจำเป็นจะต้องมองไกลไปอีกสักหน่อย ถึงบทบาทของเรา

ผมเองกำลังมองดูว่า ในฐานะพระสงฆ์รูปหนึ่ง จะสามารถช่วยอะไรได้บ้างในขั้นตอนนี้ คือขั้นการสอนสัจธรรมทางการเมืองของระบอบใหม่ ให้ประชาชนได้เข้าใจและทราบซึ้งในอุดมการ ปลุกเร้าสำนึกอันยิ่งใหญ่ดังนั้น ให้อุบัติขึ้นในหัวใจของคนอีสานทั้งปวง จะต้องร่วมมือร่วมใจกันอย่างจริงจังและอย่างเป็นภาระหน้าที่ ที่จะปลุกสำนึกอันยิ่งใหญ่นี้ขึ้นทั่วทุกตัวตนของคนอีสาน นับตั้งแต่บัดนี้จนตลอดไป ตราบอุดมการยิ่งใหญ่นี้บรรลุผลสำเร็จเพราะ การเป็น การมี การอยู่ ของอีสานนั้นลึกซึ้งในความหมาย เกินเลยไปยิ่งกว่า การเป็น การมี การอยู่ ของคนอีสานส่วนเดียว หากแต่ต้องหมายความรวมไปถึง การเป็นการมี การอยู่ ของทั้งประเทศ เพราะยังมีปัจจัยเหตุอันยิ่งใหญ่ไปกว่าเหตุผลทางการเมืองที่สำคัญที่สุดอยู่ข้อหนึ่งนั่นก็คือ การณ์ในอนาคตอันใกล้ ๆ ภายในไม่ช้าไม่นานนี้ประเทศ ไทยจำเป็นจะต้องย้ายเมืองหลวง อันเป็นศูนย์บัญชาการสูงสุดของประเทศไปอยู่เสีย ณ ที่ อื่น เพราะ น้ำจะท่วมกรุงเทพมหานคร แต่เมื่อมองว่าจะย้ายไปอยู่ที่ไหน ถ้ามองลองมองดูไปทีละแห่ง ๆ ไป เช่นมองสุพรรณบุรีของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี บรรหาร ศิลปอาชา ก็ จะเห็นว่า สุพรรณ ฯ เป็น เมืองที่รับฐานะมาแต่ประวัติศาสตร์ มีความเหมาะสมเพียงเป็น เมืองหน้าด่านเท่านั้น ไม่เหมาะที่จะเป็นเมืองหลวง ศูนย์กลางอำนาจประเทศไทย มองไป ทางใต้ของ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย อดีตนายยกรัฐมนตรี ก็คงไม่ได้ เพราะแดนนั้นก็เป็นแดนที่จะจมน้ำตามๆ ไปกับ กรุงเทพฯ ในเวลาไม่ช้าไม่นานนี้แล้วเช่นเดียวกัน มองไปพระนครศรีอยุธยา ของ ฯพณฯ มนตรี พงษ์พานิช ก็ดูไม่เหมาะสม เพราะยืนอยู่บนทรากอันเก่าแก่ ที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์แห่งความล่มสลายปรักหักพัง สัญลักษณ์แห่ง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไปทั้งนั้น จึงควรดำรงไว้เป็นเมืองซ่อนฝังล้ำลึกแห่งสัจธรรม ไปทางเหนือ ของ ฯพณฯ ณรงค์ วงศ์วรรณ ก็มีปัญหาเรื่องศักศรีของคนเมืองเหนือ เพราะเหตุที่น่ารังเกียจ เพียงประการเดียว คือแดนโสเภณีเด็ก แดนตกเขียวที่ขึ้นชื่อไปทั่วโลก จะเป็นศูนย์การปกครองของประเทศไทยก็กระไรอยู่ มองไปทั่วแล้วก็พบแต่ความเลือนราง แต่เมื่อมองไปอีสานก็ดูโล่ง มีรังษีไสวสว่าง ก็เห็นชัดเจ็นขึ้นบัดนี้ว่า แดนที่เชื่อมแผ่นดินคาบทะเล ตะวันออกหรืออีสานนั่นแหละเป็นอันเหมาะสม แต่ในแดนอีสานเองก็ยังจะต้องเลือกและ

พิจารณา ดูอุบลราชธานีของ ฯพณฯ สุทัศน์ เงินหมื่น ก็คงไม่เหมาะสม ด้วยเหตุผลเช่น เดียวกันกับสุพรรณบุรีของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี บรรหาร ศีลปอาชา ผมจึงมองดูที่ ขอนแก่นหนึ่ง อันเป็นเมืองใหญ่ที่ ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยอดนักการทหาร การปกครองผู้ยิ่งใหญ่แห่งอีสาน เนรมิตรสร้างขึ้น นครราชสีมา เมืองย่าโม ของ ฯพณฯ พลเอกชาติชาย ซุนหวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี นครพนม เมืองเก่าลึกล้ำ ด้วยวัฒนธรรมฝั่งโขงของ ฯพณฯ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ล้วนแต่น่าจับตามอง

 

 

นั่นบอกให้รู้ความสำคัญของอีสานในอนาคตเพียงใด

และแม้ปัจจุบัน ก็บอกให้รู้ถึงพลังแห่งอีสาน เพียงนั้น

 

 

ขอเพียงแต่ให้วันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2535 ได้มีความหมายอันจะบ่งบอกถึงความสำคัญของอีสาน ถึงอุดมการของอีสานโดยประการที่ผมวิเคราะห์มานี้ 

 

 

 

พระพยับ ปญญาธโร 

อดีตเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ

วัดมหาพุทธาราม    อ. เมืองศรีสะเกษ

จ. ศรีสะเกษ

3 พ.ย. 2539

 

 

ปล.       ผมเห็นข่าว กองเลขาฯหนองคาย ในสารพันปัญหา ไทยรัฐ 30 ต.ค. 39 หน้า 6 แล้วดีมากครับ ดีมาก ที่กล้าทำเพราะกล่าวสัจธรรม ส่วนที่เขาวิจารณ์ เรื่องการเมืองมิใช่กิจของสงฆ์อย่าออกมาวุ่นวายนั้น เพราะเขาไม่เข้าใจภาระหน้าที่ของสงฆ์ว่ามีส่วนในการปกครอง

"ฝ่ายบ้านเมืองปกครองโดยกฎหมาย ฝ่ายสงฆ์ปกครองโดยวัฒนธรรม" นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่รู้ เขาจึงมักมองข้ามคณะสงฆ์ไปอยู่เสมอ ๆ

 

 

เพราะฉะนั้น เราจงมาสรุปเสียว่า

 

"สงฆ์เราเหน็ดเหนื่อยมามากแล้วกับวงการเมืองที่โลเล ไร้ความรับผิดชอบ ให้อีสานปกครองเถิด เพราะพวกเขาเป็นคนส่วนใหญ่ของแผ่นดิน และบัดนี้ มีความชอบธรรมเต็มตามมติกาการเมืองของประเทศแล้วการเมืองจะได้มั่นลคง และประเทศชาติได้ก้าวหน้า

พัฒนาการเสียที"

 

 

 

·         พยับ ปญญาธโร                                                                                                       3 พ.ย. 2539

 

 

 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เวบไซท์นี้ http://www.newworldbelieve.net มีข้อมูลพื้นฐานจากหนังสือพิมพ์ดี:วิเคราะห์ข่าวในวงการเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดและสหธรรมิก ออกโดยมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร) มี พระพยับ ปญฺญาธโร เป็นบรรณาธิการ และเป็น webmasterสำนักงานตั้งอยู่ที่ วัดมหาพุทธาราม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ 33000 ขณะนี้หนังสือพิมพ์ดีมีอายุทำการมา 11 ปีแล้ว มีเรื่องสำคัญคือการวิเคราะห์สังคมทั้งระบบด้วยแนวภูมิปัญญาและวิสัยทัศน์แห่งตาธรรมะในพระพุทธศาสนาเพื่อนำสังคมไปสู่ความดีงามและรอดปลอดภัยจากสถานการณ์เลวร้ายยุคนี้