ReadyPlanet.com
dot
dot dot
dot
พระพุทธเจ้า
dot
bulletบทศึกษาพิเศษ:พระพุทธเจ้า ศึกษาจากวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรนแปล เช้า- เย็น
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรแปล เช้า-เย็น อัพเดต
dot
พุทโธโลยี
dot
bulletสมาคมศิษย์หลวงปู่เครื่อง จัดประกวดเรียงความออนไลน์มัธยมศึกษาในวันวิสาขบูชา คลิกดูรายละเอียดและรางวัลที่นี่
dot
ชมรมยุวพุทโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
dot
bulletThe Beginning ความเป็นมาของโครงการชมรมยุวพุโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
bulletChart Showing the Process
dot
บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
dot
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี แฟ้ม 2
dot
To The World
dot
bulletENGLISH
bulletUSA
bulletChina
bulletIndia
bullet Mynmar
bullet Cambodia
bullet Loas
bulletSri Lanka
bulletMalaysia
bulletKorea
bulletThe Truth Of Red Thailand 12-14 April 2009
bulletFrom red shirt survivor person
bulletA Sharp Turn of Believes : Iresearch Iwrite Iread
dot
โหราศาสตร์ [updateใหม่สุด]
dot
bullet สารบาญโหราศาสตร์โดยชลัมพุช โหรชนบททุกเรื่อง
bulletบันทึกข้อสังเกตประเด็นสำคัญดวงชะตาประเทศไทยช่วงเดือนส.ค.-พ.ย.2552
bulletดวงชะตาประเทศไทย พยากรณ์ว่าประชาชนจะอดอยากยากจนและเผชิญภับพิบัติ 4 ประการ
bulletให้คำพยากรณ์นักธุรกิจชาวอังกฤษ
bulletอยากรู้เรื่องโหราศาสตร์ คลิก!
bulletดวงชะตาผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตไทย
dot
Buddhism How?
dot
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 1
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 2
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 3
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 4
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 5
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 6
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 7
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 8
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 9
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 10
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 11
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 12
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 13
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 14
bulletMystery Report 15
bulletMystery Report 16
bulletMystery Report 17
bulletMystery Report 18
bulletMystery Report 19
bulletMystery Report 20
bulletMystery Report 21
bulletMystery Report 22
bulletMystery Report 23
bulletMystery Report 24
bulletMystery World Report 25
dot
เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว
dot
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2536
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2537
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2538
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2539
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2540
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2541
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2542
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2543-2545
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2545-2549
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2549-2550
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2550-ส.ค.2551
bulletเฝ้าดูฯ ส.ค.-ก.ย.2551
bulletเฝ้าดูฯ ก.ย.2551- ธ.ค. 2551
dot
เฝ้าดูฯสำนวนพัชรา กอปรทศธรรม
dot
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 16-27
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 29
bulletบทความใหม่ เม.ย.-พ.ค.2552
bulletพุทธธรรมเพื่อทางดับทุกข์
bulletทฤษฎีการดับทุกข์ทางจิต วิปัสสนากรรมฐานโดยการทำงาน(สำนวนปรับปรุงใหม่)
bulletประวัติพัชรา กอปรทศธรรม
bulletประวัติการต่อสู้เพื่อการดับทุกข์ ของพัชรา กอปรทศธรรม
bulletอัลบั้มรูป history
bulletนิทานธรรมะประยุกต์ มานุสสาสุระสงคราม 4 ภาค และอื่น ๆ
bulletอัลบั้มรูป ภาพในอดีตและชีวประวัติศาสตร์ที่สวยงาม
bulletจากเวบบอร์ด พูดกันไม่รู้เรื่อง ประชาธิปไตยล้าหลัง
bulletศาสนาสากล การวิเคราะห์ความหมาย
bulletปลอบใจ
dot
รวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
bulletรวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
สากลจักรวาล สากลศาสนา
dot
bulletสากล...ศาสนา 1
bulletสากล...ศาสนา 2
bulletสากล...ศาสนา 3
bulletสากล...ศาสนา 4
bulletสากล...ศาสนา 5
bulletสากล...ศาสนา 6
bulletสากล...ศาสนา 7
bulletสากล...ศาสนา 9
bulletสากล...ศาสนา 8
bulletสากล...ศาสนา 10
bulletสากล...ศาสนา 11
bulletสากล...ศาสนา 12
bulletสากล...ศาสนา 13
bulletสากล...ศาสนา 14
bulletสากล...ศาสนา 16
dot
ส่วนข้อมูลสำคัญเพื่อการวิจัยการเมืองไทยยุค คมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
dot
bulletข้อมูลสำคัญยุคคมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่1/26ส.ค.2551
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่2/27ส.ค.2551
bulletใบปลิว อีเมล์ ในหลวงทรงร้องไห้
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 1
bulletในหลวงเพิ่งทราบข่าวฆ่าประชาชน10เมย.53ทรงร้องไห้
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
บันทึกลับเสื้อแดง
dot
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
รวมข่าวม็อบการเมืองสนธิ-จำลอง-ปชป.มิ.ย.51-เม.ย.52 นสพ.
dot
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 2
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 3
bulletรวมข่าวม็อบ30มิ.ย.51-23มี.ค.52
bulletเลือดศรีสะเกษบันทึกเรื่องราวรอบด้านเกี่ยวกับเขาพระวิหาร
dot
การโฆษณาชวนเชื่อล้มรัฐบาลทักษิณ
dot
bulletรายงานการโฆษณาชวนเชื่อในประเทศไทยที่ล้มล้างรัฐบาลทักษิณ
dot
หนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนท )
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต ) เล่ม 1 - 44 - ล่าสุด
bulletหน้าที่เก็บไว้
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 1
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 3
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 4
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 5
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 6
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 7
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 8
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 9
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 13
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 10
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 11
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 19
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 12
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 14
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 15
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 16
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 17
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 18
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 20
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 21
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 22
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 23
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 24
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 25
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 26
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 31
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 32
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 27
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 28
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 29
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 30
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 33
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 34
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 35
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 36
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 37
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 38
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 39
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 40
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 41
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 42
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 43
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 44
dot
รายการทั่วไป
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 45
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 46
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 47
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 48
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 49
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 50
bulletหนังสือพิมพ์ดีเล่มที่52
bulletงดเหล้าเข้าพรรษา
bulletเกี่ยวกับเวบไซต์ของเรา
bulletมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร)
bulletศรีสะเกษ
bulletวัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ บันทึกเหตุการณ์
dot
ช่องบริการประชาชน
dot
bulletบริการแจ้งของหาย คนหาย สื่อข้อความ หมอผี ฯลฯ
bulletสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษแห่งที่ 1
bulletรวมกระทู้เด็ดจากกระดานถามตอบ
bulletคาถาอาคมไสยศาสตร์
bulletกวีนิพนธ์ใหม่
bulletดี 25
bulletดี 28
bulletดี 29
bulletดี 26
bulletศูนย์ปฏิญญาณละเลิกอบายมุข บัญชีที่1-3


ธรรมะสำหรับข้าราชการเข้าวัดเทศกาลเข้าพรรษา 2560

 


 *************************************************************************************

 

เนื่องจากเทศกาลเข้าพรรษา ปีพุทธศักราช 2560 นี้ทางรัฐบาล คสช. ได้มีนโยบายฝ่ายราชการบ้านเมือง ตั้งแต่ระดับจังหวัด ลงไป ถึงระดับหมู่บ้าน  ให้นำข้าราชการประชาชนเข้าวัดฟังธรรมเป็นประจำ ทุกวันธัมมัสสวนะ  จึงปรากฏว่ามีข้าราชการเข้าวัด ทำบุญตักบาตรในวันพระ หรือวันธรรมมัสสวนะกันมากกว่าทุก ๆ ปี  และในแต่ละจังหวัด ก็มีการแบ่งสรรงานกันระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้เป็นหัวหน้า,  รองผู้ว่าราชการจังหวัด, หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด, นายอำเภอ  หรือ ข้าราชการระดับรองลงไป แยกย้ายกันนำข้าราชการไปทำบุญ ฟังธรรม ในวัดต่าง ๆ เป็นประจำ ทุกวันธัมมัสสวนะ  จึงเป็นโอกาสอันดีที่ข้าราชการทั้งหลายจะได้รับฟังพระธรรมเทศนา  อันเป็นคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อประโยชน์ของตนเอง  และประโยชน์ของสังคม ประเทศชาติ ตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป  ในโอกาสนี้ จึงได้เสนอธรรมะ  สำหรับข้าราชการ  เพื่อให้เป็นประโยชน์  เอาไปพิจารณาปฏิบัติ ตามหลักธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เพื่อประโยชน์ตนเอง และประเทศชาติต่อไป  ซึ่งเทศนาธรรมะต่อไปนี้จะขอนำลงในสื่อ คืออินเทอเนต เผยแผ่ออกไป เพื่อประโยชน์ในทางธรรมะ สำหรับข้าราชการ และประชาชนคนทั้งหลาย   ดังต่อไปนี้

 

 

 

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต  อะระหะโต  สัมมา สัมพุทธัสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต  อะระหะโต  สัมมา สัมพุทธัสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต  อะระหะโต  สัมมา สัมพุทธัสสะ

 

สพฺพทานํ  ธมฺมทานํ  ชินาติ

การให้ธรรมเป็นทาน - ย่อมชำนะการให้ทั้งปวง

 

มาจากพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕  พระสุตตันตปิฎก  เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ ธรรมบท อุทาน  -  อิติวุตตกะ สุตตนิบาต  อยู่ในคาถาธรรมบท  ตัณหาวรรคที่๒๔

 

 

 

 

 

ขอเจริญพร ท่านข้าราชการ ทั้งหลาย

เนื่องจากการให้ธรรมทานนั้น  เป็นพระมหากรุณา- มหาเมตตาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นบรมมหาศาสดาของพระพุทธศาสนามาแต่เริ่มแรกของความเป็น  พุทธะ  ผู้รู้แล้ว และผลของธรรมทานนั้นเอง  ได้บังเกิดศาสนาพุทธขึ้นในโลกนี้ ซึ่งจำเริญสืบเนื่องมาบัดนี้ เป็นปีที่ 2560  แล้ว     ครั้นทรงล่วงลับดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว  หน้าที่อันนี้ก็ตกทอดต่อมายังพระสาวก  ของพระองค์  โดยเป็นหน้าที่โดยตรงตลอดมา แต่เดิมแล้ว    วัดวาอาราม พระภิกษุสงฆ์ผู้รู้ผู้ชำนาญ จึงมีหน้าที่อันนี้  ที่จะต้องให้ธรรมะเป็นทานแด่ญาติโยม พุทธบริษัททั้งหลายเป็นประจำมาโดยตลอด

 

จึงจะขอทำความเข้าใจญาติโยม ข้าราชการ พุทธบริษัททั้งหลาย โดยเริ่มตั้งแต่เรื่องทานก่อน ว่า  มีทานที่ญาติโยมพุทธบริษัท หรือชาวพุทธเราทั่วไป ซึ่งอยู่ในสถานะ หรือ ฐานะฆราวาส ผู้ไม่ได้บวชเรียน นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์อย่างสงฆ์สาวก ต่างทำกันมาเป็นประจำไม่เคยขาด  ก็คือ  การทานข้าว  ทานน้ำ  ทานสถานที่อยู่แด่พระสงฆ์  ทานวัด  ที่ดิน  และยานพาหนะ ที่เรียกว่าอามิสทาน,   อามิสทานจึงเป็นสิ่งที่ญาติโยมในฐานะผู้ที่ทรงฆราวาสวิสัยเป็นอุบาสก  อุบาสิกา พุทธบริษัท กระทำอยู่โดยปกติ,  โดยเป็นการสร้างบำเพ็ญบุญของแต่ละคนอย่างต่อเนื่องในฐานะของฝ่ายฆราวาส ผู้สร้างบารมีหวังมรรคผล นิพพาน เช่นเดียวกับฝ่ายบรรพชิต,  อามิสทานก็คือ การให้ด้วยข้าว ด้วยน้ำ ด้วยยานพาหนะ ด้วยสิ่งของต่าง ๆ  ที่พักอาศัย  เครื่องนุ่งห่ม  เสนาสนะ ต่าง ๆ,  หรือที่มีขนาดใหญ่ก็ทำกันทุก ๆ ฤดูกาลที่เกี่ยวกับวันสำคัญของพระพุทธศาสนา เช่นทานกฐิน  ทานผ้าป่า  ทานกองทุนมูลนิธิ  ทานที่ดินเพื่อสร้างวัด เช่นอนาถบิณฑิกเศรษฐี ยุคพุทธองค์ ที่ถวายทั้งวัด แด่พุทธองค์ เป็นต้น

แต่อะไรคือธรรมทาน และซึ่งเป็นทานที่มีความดี  มีชัยชนะเหนือการทานทุกชนิด  ตามที่ตรัสว่า  สพฺพทานํ  ธมฺมทานํ

 ชินาติ   การให้ธรรมเป็นทาน ย่อมชำนะการให้ทั้งปวง

 

ในประเด็นว่าอะไรคือธรรมทานนั้น  ก็เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ง่าย  ธรรมทานก็คือการให้ธรรมะ  ให้ความรู้ทางธรรมะ  ให้วิชชา  ให้สติ   ให้ปัญญาที่ส่งผลต่อความรู้อันสูงส่ง  สูงสุดที่นำไปสู่การพ้นทุกข์ให้ได้   ความรู้ที่เข้าถึงมรรคผลนิพพานได้ นั่นเอง   ซึ่ง ณ วันนี้ อาตมภาพจะนำเสนอธรรมทานที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้แล้ว  3  ธรรมทานเพื่อประโยชน์แก่ข้าราชการและประชาชนชาวพุทธเราทั้งหลาย  ดังต่อไปนี้คือ

 

 

 

 

1.  มงคลสูตร  ธัมมะที่นำไปปฏิบัติเพื่อความเจริญก้าวหน้าของชีวิต  มี 38 ข้อ  คือ 

ข้อที่ 1: "อเสวนา จ พาลานํ"   ไม่คบคนพาล

ข้อที่ 2: ปณฑิตานญฺจ เสวนา    คบบัณฑิต "

ข้อที่ 3: "ปูชา จ ปูชะนียานํ"   บูชาบุคคลที่ควรบูชา

ข้อที่ 4: "ปฏิรูปเทสวาโส จ"  อยู่ในถิ่นอันสมควร

ข้อที่ 5: "ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตา"  ทำบุญมาไว้ก่อน, (การทำบุญ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และ อนาคต)

ข้อที่ 6: "อตฺตสมฺมาปณิธิ จ"   ตั้งตนชอบ

ข้อที่ 7: "พาหุสจฺจญฺจ"  เป็นพหูสูต คือความรอบรู้วิชาการหลายหลากวิชา  รู้เรื่องราวต่าง ๆ หลายเรื่องราว

ข้อที่ 8: "สิปฺปญฺจ"  รอบรู้ในศิลปะ

ข้อที่ 9: "วินโย จ สุสิกฺขิโต"  มีวินัยที่ดี

ข้อที่ 10: "สุภาสิตา จ ยา วาจา"   มีวาจาอันเป็นสุภาษิต

ข้อที่ 11: " มาตาปิตุอุปฏฺฐานํ"   ดูแลบำรุงบิดามารดา

ข้อที่ 12: "ปุตฺตสงฺคโห"  ดูแลสงเคราะห์บุตร,  (แยกมาจาก "ปุตฺตทารสฺส สงฺคโห")

ข้อที่ 13: "ทารสงฺคโห"  ดูแลสงเคราะห์ภรรยา (สามี), (แยกมาจาก "ปุตฺตทารสฺส สงฺคโห")

ข้อที่ 14: "อนากุลา จ กมฺมนฺตา"  ทำการงานไม่ให้คั่งค้าง

ข้อที่ 15: "ทานญฺจ"   ให้ทาน

ข้อที่ 16: "ธมฺมจริยา จ"   ปฏิบัติธรรม

ข้อที่ 17: "ญาตกานญฺจ สงฺคโห"  ช่วยเหลือสงเคราะห์ญาติ/พี่น้อง

ข้อที่ 18: "อนวชฺชานิ กมฺมานิ"  ทำงานที่ไม่มีโทษ

ข้อที่ 19: "อารตี วิรตี ปาปา"  ละเว้นการทำบาป

ข้อที่ 20: "มชฺชปานา จ สญฺญโม"  สำรวมจากการดื่มน้ำเมา

ข้อที่ 21: "อปฺปมาโท จ ธมฺเมสุ"  ไม่ดำรงตนอยู่ในความประมาท

ข้อที่ 22: "คารโว จ"  มีความเคารพในบุคคลที่ควรเคารพ

ข้อที่ 23: "นิวาโต จ"  มีความถ่อมตน

ข้อที่ 24: "สนฺตุฏฺฐี จ"  มีความสันโดษ

ข้อที่ 25: "กตญฺญุตา"  มีความกตัญญู

ข้อที่ 26: "กาเลน ธมฺมสฺสวนํ"  ฟังธรรมตามกาล

ข้อที่ 27: "ขนฺตี จ"   มีความอดทน

ข้อที่ 28: "โสวจสฺสตา"  เป็นผู้ว่าง่าย

ข้อที่ 29: "สมณานญฺจ ทสฺสนํ"  ได้เห็นสมณะ

ข้อที่ 30: "กาเลน ธมฺมสากจฺฉา"   สนทนาธรรมตามกาล

ข้อที่ 31: "ตโป จ"  บำเพ็ญตบะ

ข้อที่ 32: "พฺรหฺมจริยญฺจ"   ประพฤติพรหมจรรย์

ข้อที่ 33: "อริยสจฺจานทสฺสน"   มองดูอริยสัจ

ข้อที่ 34: "นิพฺพานสจฺฉิกิริยา จ"  ทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน

ข้อที่ 35: "ผุฏฺฐสฺส โลกธมฺเมหิ จิตฺตํ ยสฺส น กมฺปต"  มีจิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม

ข้อที่ 36: "อโสกํ"  มีจิตไม่เศร้าโศก

ข้อที่ 37: "วิรชํ"  มีจิตปราศจากกิเลส

ข้อที่ 38: "เขมํ"  มีจิตเกษม

 

 

 

 

2.  ทิศ 6

องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ทรงตรัสถึงหน้าที่ของคนทั้งหลาย ปฏิบัติตอบต่อกันเพื่อให้เกิดภาวะสังคมที่เดินไปสงบ มีระเบียบแบบแผนอันดี  รู้หน้าที่ที่ตนในฐานะของตนพึงกระทำ ในเรื่องของทิศ 6  ตามที่มีในสิงคาลสูตร   ตามที่พุทธองค์ทรงตรัสสอน สิงคาลมาณพ ไว้ว่า

 

1.     มารดาบิดาเป็นทิศเบื้องหน้า

2.     อาจารย์เป็นทิศเบื้องขวา

3.     บุตรและภรรยาเป็นทิศเบื้องหลัง

4.     มิตรและอำมาตย์เป็นทิศเบื้องซ้าย

5.     ทาสและกรรมกรเป็นทิศเบื้องต่ำ

6.     สมณพราหมณ์เป็นทิศเบื้องบน ฯ

 

ซึ่งในวันนี้ อาตมภาพจะบอกเรื่องทิศ 6  ทิศที่ 6  คือเรื่อง  สมณพรามณ์  หรือเรื่อง พระสงฆ์องค์เจ้าเรานี่เอง  เป็นทิศเบื้องบน

 

             ซึ่งตาม สิงคาลสูตร  ทรงบอกหน้าที่ของ สมณพราหมณ์  ผู้เป็นทิศเบื้องบน

 ย่อมอนุเคราะห์กุลบุตรด้วยสถาน ๖ คือ

1.      ห้ามไม่ให้ทำความชั่ว ๑

2.      ให้ตั้งอยู่ในความดี ๑

3.      อนุเคราะห์ด้วยน้ำใจอันงาม ๑

4.      ให้ได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง ๑

5.      ทำสิ่งที่เคยฟังแล้วให้แจ่มแจ้ง ๑

6.      บอกทางสวรรค์ให้ ๑ ฯ

ส่วนกุลบุตรทั้งหลาย ญาติโยม ข้าราชการพุทธบริษัทพึงบำรุงสมณพราหมณ์ผู้เป็นทิศเบื้องบน อันด้วยสถาน ๕ คือ

1.       ด้วยกายกรรมประกอบด้วยเมตตา ๑

2.       ด้วยวจีกรรมประกอบด้วยเมตตา ๑

3.       ด้วยมโนกรรมประกอบด้วยเมตตา ๑

4.       ด้วยความเป็นผู้ไม่ปิดประตู ๑ ซึ่งหมายถึงการต้อนรับ และทั้งหมายถึงการรับฟังคำสอนด้วยดี

5.       ด้วยให้อามิสทานเนืองๆ ๑  เช่นการเข้าวัดนั้น ก็ควรนำอามิสทานมาทำบุญด้วยเป็นประจำ เป็นเรื่องปกติ   อันเป็นนิสัยชาวพุทธอยู่แล้ว  เป็นต้น  ซึ่งนิสัยอันนี้ก็จะเป็นต้นเหตุการสร้างมิตรภาพระหว่างประชาชนคนในชาติ คนในศาสนาพุทธ  ให้เหนียวแน่นขึ้นไปเกิดสามัคคีธรรมอันยิ่งใหญ่ขึ้นนั่นเอง

 

การที่คนเรารู้หน้าที่ของตน ย่อมทำให้จิตใจแจ่มแจ้ง  การจะทำอะไรก็ทำไปด้วยความยินดี เข้าใจในหน้าที่ของตน  ทำให้สังคมมีระเบียบ  ไม่ขัดแย้งกัน  เรื่องทิศ 6 จึงเป็นธรรมทานที่องค์พระศาสดาทรงโปรดให้คนทั้งหลาย  ไม่เฉพาะชาวพุทธเรา แต่คนทั้งหลาย ให้ รู้หน้าที่ตนเอง  จึงนำมาแสดงให้ทราบและถือเป็นแนวปฏิบัติต่อไป

 

 

 

3.   ธัมมจักกัปปวัตนสูตร 

ที่กล่าวธรรมมาเป็นธรรมระดับโลก  ที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นทั้งหมด  คือเอาไปใช้ระดับโลกก็ได้  ใช้ระดับมรรคผลธรรมชั้นวิเศษก็ได้  โดยธัมมจักกัปปวัตนสูตร นี้  เป็นธรรมบทแรกที่พุทธองค์ทรงสอนเป็นครั้งแรกภายหลังจากการตรัสรู้ของพระองค์   แด่คนกลุ่มแรก คือปัญจวัคคีย์  โดยประเด็นหลัก  ก็ที่ทรงสอนเรื่องทุกข์ แก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 องค์  ทำให้พระอัญญาโกณฑัญญะ ได้เข้าใจเรื่องทุกข์ และสำเร็จโสดาบันก่อนองค์อื่น  โดยเข้าใจสัจธรรม  ที่ว่า

 

-          ชาติปิทุกขา   แม้ความเกิดก็เป็นทกข์

-          ชะราปิทุกขา   แม้ความแก่ก็เป็นทุกข์

-          มะระณัมปิ  ทุกขัง  แม้ความตายก็เป็นทุกข์

-          โสกะปะริเทวะทุกขะโทมะนัสสุปายาสาปิ  ทุกขา   แม้ความแห้งใจ ความพิไรรำพัน  ความไม่สบายกาย  ไม่สบายใจ  ความเสียใจ และความคับแค้นใจก็เป็นทุกข์

-          อัปปิเยหิ สัมปะโยโค  ทุกโข  ความประสบกับสิ่งที่ไม่เป็นที่รักที่พอใจก็เป็นทุกข์

-          ปิเยหิ  วิปปะโยโค  ทุกโข  ความพลัดพรากจากสิ่งที่รักที่พอใจก็เป็นทุกข์

-          ยัมปิจฉัง นะ ละภะติ ตัมปิ  ทุกขัง   มีความปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้นก็เป็นทุกข์

-          สังขิตเตนะ  ปัญจุปาทานักขันธา   ทุกขา   ว่าโดยย่อ อุปปาทานขันธ์ทั้ง5เป็นตัวทุกข์  การยึดขันธ์ 5 ว่าเป็นเราก็เป็นทุกข์

 

ซึ่งในธัมมจักกัปปวัตนสูตร ระบุว่า เมื่อปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 รับฟังพระธรรมเทศนาแล้ว  ท่านอัญญาโกญฑัญญะได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน  ดังที่ปรากฏในธัมมจักกัปปวัตนสูตร  ว่า

 

<<<  อิมัสมิญจะ ปะนะ เวยยากะระณัสมิง ภัญญะมาเน

อายัสมะโต โกณทัญญัสสะ วิระชัง วีตะมะลัง ธัมมะจักขุง อุทะปาทิ

"ยังกิญจิ สะมุทะยะธัมมัง สัพพันตัง นิโรธะธัมมันติ ฯ"

 ปะวัตติเต จะ ภะคะวะตา ธัมมะจักเก  ภุมมา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง  >>>   แปลว่า

<<<  ก็แล เมื่อไวยากรณ์นี้ อันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอยู่

 จักษุในธรรม อันปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน ได้เกิดขึ้นแล้ว แก่พระผู้มีอายุโกณทัญญะ

 ว่า "สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดาแล้ว สิ่งนั้นทั้งปวง ก็ต้องดับสลายไปเป็นธรรมดา"

 ก็เมื่อธรรมจักรอันพระผู้มีพระภาคเจ้า ให้เป็นไปแล้ว 

  เหล่าภูมิเทวดา ก็ส่งเสียงให้บันลือลั่นขึ้น >>>

 

ซึ่งในการทำความเข้าใจ ธัมมจักกัปปวัตนสูตร นั้น  สำหรับผู้ที่มีพื้นฐานอันดีทางกรรมฐานแล้ว ดังที่พุทธองค์ทรงตรัสว่า  “เป็นวิสัยแห่งผู้ได้ญาณหยั่งรู้พระนิพพาน ที่มีมาแล้วในกาลก่อน”  ก็จะสามารถเข้าใจได้ง่าย  ซึ่งจะเห็นได้จากปัญจวัคคีย์ทั้งห้านี้  ท่านได้บำเพ็ญตนเป็นนักบวช ทำสมาธิฌานมาตลอดชีวิต  พอได้ฟังธรรมบทแรกจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ก็เข้าใจได้ โดยที่ได้สำเร็จโสดาบันเป็นพื้น   ซึ่งในธัมมจักกัปปวัตนสูตรนี้  ว่าโดยย่อแล้ว  ก็คือ  เรื่องทุกข์  ทุกข์เป็นสิ่งที่มีประจำ  เป็นของคู่กับโลก  คู่กับคน  คู่กับสังขาร เมื่อมาเกิดเป็นคน หรือได้สังขารขึ้น นั้นก็หมายความว่า มาพร้อมกับทุกข์  นั้นเอง ขาดไม่ได้   ฉะนั้น คนเราแต่ละคน ในแต่ละวัน ไม่ว่าทำหน้าที่อะไร  เป็นใคร  เป็นนายหรือลูกน้อง  ต่างก็จะต้องเผชิญทุกข์ไปทุกคน ไม่ต่างกัน   แต่ละคนต้องเผชิญทุกข์ของเฉพาะตนไปทุกคนไม่มีว่างเว้น

 

คำว่าทุกข์นั้น จึงต้องทำความเข้าใจให้ดี    มองจากสภาวะสังคมยุคใหม่นี้  ทุกข์ก็หมายความรวมถึง ปัญหาชีวิตนี่เอง  ที่คนทุกระดับคนรวย  กระยาจก,  กษัตริย์ ถึง วณิพก,  แม้พระโสดาบัน  ถึง  พระอรหันต์,  ก็ต้องเผชิญไปตลอดที่เราเดินไปในวิถีชีวิต,   เมื่อชีวิตเกิดขึ้น,  เป็นอยู่มีอยู่ ก็มีทุกข์เกิด,  เผชิญทุกข์ไปตลอด, เผชิญปัญหาไปตลอด, เป็นระยะ ๆ ไปเป็นวัน ๆ ไป,  เป็นชั่วโมง ๆ ไป,  ไม่มีที่จะว่างเว้นไปจากปัญหา,   ไม่มีที่ว่างเว้นไปจากทุกข์,    จึงมีสัจธรรมว่า:   โลกเรานี้มีสิ่งเดียว คือมีแต่ทุกข์,  เป็นทุกข์ล้วน ๆ,  ไม่มีสิ่งอื่นเลย นอกจากทุกข์อย่างเดียว,   แต่ในการแก้ไขปัญหาชีวิต หรือการแก้ทุกข์นั้น  พุทธองค์ทรงตรัสใน ธัมมจักกัปปวัตนสูตร เป็นหลักศาสนาพุทธเลย,  ก็คือ  แก้ด้วยเหตุ  ด้วยผล,   ฉะนั้นเมื่อมีทุกข์ หรือ ปัญหาเกิดขึ้น  ต้องแก้ด้วยเหตุ  ด้วยผล,  อย่าแก้ทุกข์ไปแบบไร้เหตุผล,  เพราะนั้นจะทำให้เกิดปัญหาขยายออกไปอีกใหญ่โต,  เกิดทุกข์หนักไปยิ่งขึ้นอีก,  ฉะนั้น เมื่อมีทุกข์  หรือ  ปัญหาเกิดขึ้น  อย่างไรก็ตาม  ต้องถามหาเหตุแห่งทุกข์ แห่งปัญหาเสมอไปก่อน,  เมื่อรู้เหตุแล้วจึงจะแก้ทุกข์,  แก้ปัญหาได้ตรงจุดของทุกข์ของปัญหานั้น,

 

ในทางโลก  ทางราชการ  การหาเหตุแห่งทุกข์ แห่งปัญหา  ที่เกิดขึ้นประจำ ไม่ขาด,   รวมความไปถึงการคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ, แผนการใหม่,  นโยบายใหม่,   ไม่ว่าสร้างอะไร, แม้กระทั่งสร้างระเบิดปรมาณู,  หรือยานอวกาศไปนอกโลก ของคนยุควิทยาศาสตร์นี้,  ก็ต้องศึกษาให้รู้แจ้งชัดเจนในเรื่องเหตุของปัญหานี้เอง,  และที่เราจะเห็นได้ ก็คือนักวิชาการโลกมีความเข้าใจชัดเจนในเรื่องการศึกษาหาเหตุ, ต้นเหตุ,  การจะทำอะไร ๆ จะต้องรู้ เหตุ, และ ผล, ของมัน  โดยมีเทกนิคชั้นสูง คือหลักงานการวิจัย,  ที่เรียกว่า  research methodology นั้นเอง,  ใครทำงานวิจัยไม่เป็น, ประเทศใดล้าหลัง, ก็จะไม่รู้เหตุแห่งการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ  หรือแม้การทำความเข้าใจสิ่งเก่า ๆ  เช่นศาสนาขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้เอง  ก็จะล้าหลัง,  และแพ้สงครามตลอดมา,   แม้กระทั่งการศึกษาปฏิบัติธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเรานี้ก็ตาม  จะสำเร็จไม่ได้  บรรลุมรรคผล ไม่ได้, หากศึกษาไปไม่พบเหตุและผลแห่งธรรมมะ,   ท่านจึงบอกไว้ใน กาลามสูตร สำหรับผู้เจริญปัญญาว่า อย่าเชื่อ 10 อย่างนั้น, แปลว่าให้ศึกษาวิจัยดูให้ดี อย่าเพิ่งเชื่อจนกว่าจะศึกษาวิจัยได้พบ ได้เห็นด้วยตนเองจริง,  ตาสว่างขึ้นเองจริง,  ตัวอย่างเช่น คนอิสานเราแต่เก่าก่อน ก่อน 60 ปีมาแล้ว  ได้รู้เรื่อง  กรุงเทพ ว่าเป็นเมืองสวรรค์ ก็อยากไปกัน  นึกว่าไปแล้วจะพบแต่ความสุข  ดังได้ขึ้นสวรรค์  แต่เพียงได้ฟัง ได้ยินเขาเล่าให้ฟังเท่านั้น   ก็ยังเชื่อไม่ได้  ต่อเมื่อได้ไป ได้เห็น กรุงเทพด้วยตาตนเองจึงได้พบความจริง  ตาสว่างขึ้น  เห็นเหตุและผลของชีวิตในกรุงเทพว่า  ทำไมจึงเป็นสวรรค์   และทำไมจึงกลายเป็นนรกไปได้   เป็นต้น    

 

เรื่องเหตุ และ  ผล  จึงเป็นสิ่งที่พุทธองค์ทรงสอนบอกความหมายตรงไปเลย ในธัมมจักกัปปวัตนสูตร   ซึ่งปรากฏว่า ท่านอัสชิ  ปัญจวัคคีย์รูปสุดท้าย ที่บรรลุโสดาบันรูปสุดท้ายเพื่อน  ท่านเข้าใจและสำเร็จโสดาบันด้วยเข้าใจธรรมะประเด็นนี้  คือเรื่องเหตุ และ ผล ดังจะเห็นจากข้อความที่ท่านบอกพระสารีบุตรตอนที่พระสารีบุตรยังเป็นนักบวชนิกายอื่นอยู่ แล้วมาพบท่านอัสชิ ๆ ออกบิณฑบาต  พระสารีบุตรเห็นท่าทางเดินของท่านอัสชิก็เลื่อมใส  และเข้าไปแสดงความเคารพและถามว่า ครูของท่านอัสชิสอนอะไรแก่ท่านอัสชิ   ท่านอัสชิก็ตอบไปว่า ดังนี้

 

<<< เย ธัมมา เหตุ ปพฺพวา เตสํ เหตุงฺ ตถาคโต  เตสัญฺจ โย นิโรโธ จ เอวํ วาที มหาสมโณ >>>  แปลว่า  

<<< ธรรมเหล่าใด เกิดแต่เหตุ พระตถาคตเจ้าทรงแสดงเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น  และความดับแห่งธรรมเหล่านั้น  พระมหาสมณะมีปกติทรงสั่งสอนอย่างนี้ >>>

 

ธรรมเหล่าใด เกิดแต่เหตุ พระตถาคตเจ้าทรงแสดงเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น  และความดับแห่งธรรมเหล่านั้น

 

 

 

สรุป

ก็ขอมอบธรรมทาน  3 ประการก่อนสำหรับวันนี้   3 ธรรมทานที่แสดงแก่ญาติโยมพุทธบริษัท โดยเฉพาะท่านที่เป็นข้าราชการงานเมือง  ให้ได้ธรรมะพื้นฐานของชีวิตคือมงคลสูตร 38 ข้อ,  ทิศ 6 คือทิศเบื้องบน,  ซึ่งได้แก่  สมณพราหมณ์ เพื่อได้ข้อเตือนใจในเรื่องหน้าที่ของเรา,  จะทำหน้าที่ได้ตรงตามทิศของเราว่าตามหลักพุทธศาสนาแล้ว  เราเป็นทิศอะไร  มีหน้าที่อย่างไร,   สังคมก็จะเกิดระเบียบ  ระงับความสับสนในบทบาทหน้าที่ที่ไร้ระเบียบวินัยไปได้

 

และเรื่องเหตุ  ผล  ขอมอบพระคาถาท่านพระอัสชิไปสร้างนิสัยนักวิจัยขึ้น  ในหน่วยงาน จะต้องมีนักวิจัย  มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่งานวิจัย  ตามหลัก  research methodology ของฝรั่งเขา,  แม้เรื่องการฟังธรรมะ ก็เหมือนกัน  อย่าเพิ่งเชื่อ  ในกาลามสูตรบอกถึงว่า อย่าเชื่อเพราะท่านเป็นอาจารย์ของเรา  ต้องนำไปวิจัยให้เห็นเอง  ด้วยตาตนเอง, เห็นเอง จึงจะหมายถึงการบรรลุที่แท้จริง,  ซึ่งในสมัยนี้ครูอาจารย์ผู้สอนธรรมะมีมาก  มีพวกได้เปรียญ ถึงเปรียญ 8,  เปรียญ 9  ได้ปริญญาโท, ปริญญาเอก สูง ๆ เป็น ด๊อกเตอร์ ก็เกลื่อนไป  หมด, แต่ ก็อย่าเพิ่งเชื่อ,  พระที่เทศน์ให้ฟัง  เทศน์ไป หัวเราะไป ออกท่าตลกไปเหมือนเล่นลิเก  ก็อย่าเพิ่งเชื่อ  จนกว่าเราจะมีนิสัยนักวิจัยขึ้น รู้เหตุรู้ผล อย่างท่านอัสชิเลย  และเมื่อรู้เหตุรู้ผลขึ้นมาแล้ว  จึงจะบรรลุธรรมได้

 

ดังเช่นท่านอัญญาโกณฑัญญะ  ท่านรู้เหตุ,  รู้ผล     ว่า :   ทุกข์ เป็น ผล,  ตัณหา เป็นเหตุ,   ตัณหานั้นเอง  เป็นต้นเหตุ เป็นเหตุของทุกข์,  ทุกอย่างทุกชนิดของทุกข์ มาจากเหตุคือตัณหา,    เมื่อไม่มีเหตุ  ก็ไม่มี ผล,   ไม่มีตัณหา ก็ไม่มีทุกข์,    การไม่มีตัณหา เป็นเหตุของความสิ้นทุกข์,    ความสิ้นทุกข์ นี้ก็คือ  นิโรธ  หรือ นิพพาน  นั้นเอง,    เข้าใจแล้ว  จักขุง,  ญาณ,  ปัญญา,  วิชชา,  อาโลโก,  ก็บังเกิดสว่างไสวขึ้น  และบรรลุโสดาบัน   

 

ฉะนั้น เมื่อเข้าใจเรื่องตัณหา  มี ภวตัณหา,  วิภวตัณหา,  และ กามตัณหา,  ก็รู้เหตุของ นิโรธ หรือเหตุของการบรรลุนิพพาน,    เมื่อรู้เหตุของนิโรธ หรือ นิพพาน,   รู้ปัญหาว่ามาจากอะไร,  เหตุจากตัณหาอะไร  กามตัณหา หรือ ภวตัณหา  หรือ ทั้งหมด,   ก็แก้ด้วยมรรค 8  อย่างใดอย่างหนึ่งที่ตรงเหตุมันจริง ๆ,  ก็สังหารเหตุแห่งตัณหาลงได้,  ก็เข้าสู่ผลดีคือสภาวะนิโรธ,  ก็ไปนิพพานได้เลย,  บรรลุธรรมได้ด้วยการรู้แจ้งเหตุและผล นี้เอง,    เรื่อง เหตุ – ผล  จึงกลายเป็นหลักวิทยาศาสตร์ ทั้งโลกวิทยาศาสตร์เอง และทางพุทธศาสนธรรม มาจนถึงยุคใหม่นี้   และพุทธศาสนาจึงเป็นที่รับรองว่าเป็นหลักคำสอนวิทยาศาสตร์  ตามที่ อัลเบิร์ต ไอสไตน์  นักวิทยาศาสตร์โลก รับรองว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำโลกนั้นเอง

 

ในที่สุดนี้ ก็ขอจบการแสดงพระธรรมเทศนา แบบย่อความ ลงแต่เพียงนี้  หวังว่า ท่านข้าราชการทั้งหลาย  ท่านผู้ฟังทั้งปวงจะได้ประโยชน์ ทั้งทางโลกและทางธรรม ได้เข้าใจ  รู้เรื่องราวของชีวิต ตามสัจธรรมที่ว่า  ชีวิตเรานั้น  มาพร้อมกับทุกข์  หรือปัญหาต่าง ๆ มากมายหลายชนิดไม่รู้จบ....อันเป็นธรรมดา,  จนกว่าจะจบเหตุของมันลงได้   จึงจะพ้นทุกข์  พ้นปัญหาไปได้,    การเป็นข้าราชการ นั้น  หรือแท้จริง การเกิดมาเป็นคน นั้นเอง  ก็คือการมาสู่ปัญหาโดยตรงเลย, อย่าคิดว่าจะได้พักผ่อน  แต่ต้องเผชิญปัญหาอยู่ตลอดชีวิต,  ตลอดปี,  ตลอดชั่วโมง,  ตลอดนาที,  วินาทีเลยทีเดียว,  นี่เป็นสัจธรรม, ขอได้พิจารณาดูเนือง ๆ,  ให้เห็นจริงตามที่กล่าวมานี้ให้ได้ แล้วตาสว่างก็พบธรรม, พบนิพพาน,    แต่อย่าได้ท้อแท้  แต่ต้องต่อสู้  และต่อสู้ ตลอดไป   และการต่อสู้นั้น  ต้องต่อสู้ให้ตรงกับเหตุของปัญหาจึงจะชนะ  การรู้เหตุ  รู้ผล  โดยเทกนิคการวิจัยอย่างดีที่สุด นั้นแหละคือการได้รู้วิถีทางชนะเสมอไป, รู้วิถีทางแห่งความสำเร็จเสมอไป,  แม้กระทั่งการรบและสงคราม,   และนั่นหมายถึง  การพ้นปัญหา,  แก้ปัญหาได้,  และนั่นแหละคือความหมายของคำว่า  ประสิทธิภาพ,  ที่ทางราชการต้องการ,  และย่อมหมายถึงสิ่งสูงสุด คือมรรค ผล นิพพาน  ที่พ้นทุกข์ไปชั่วนิรันดร  นั้นเลย

 

 

ขอเจริญพร
เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ 

 

 

พระครูพุทธิพงศานุวัตร  ผช.จล.

วัดมหาพุทธาราม  พระอารามหลวง

29  ส.ค. 2560

แฟ้ม  AB ปัญจักขันธา 9 ธัมมะสำหรับข้าราชการเทศกาลเข้าพรรษา 2560 

 

 




MY TEMPLE : ปฐมเทศนา ธรรมบทแรกเริ่มแล้ว ......

เทศนาธรรม วันข้าราชการบำเหน็จบำนาญจังหวัดศรีสะเกษ 1 ต.ค.2560
เทศนาธรรม งานศพคุณแม่วิมลวรรณ พรรณโรจน์ เมรุวัดมหาพุทธาราม 20 ส.ค.2560
สัมโมทนียกถา วันแม่ แด่คณะครู อาจารย์ นักเรียน ผู้ปกครอง รร.วัดมหาพุทธาราม 11 ส.ค.2560
เทศนาธรรม กัณฑ์ที่ 6 วันอาสาฬหบูชา 6 ก.ค. 2560 โรงเรียนวัดมหาพุทธาราม
เทศนาธรรม กัณฑ์ที่ 2 งานศพพระครูวิธานวัชรกิจ 25 พ.ค.2560 วิหารวัดมหาพุทธาราม
เทศนาธรรม กัณฑ์แรก งานศพคุณพี่สุบรรณ มัคคสมัน วันที่ 11 เม.ย.2560 อุทุมพรพิสัย ศรีสะเกษ



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เวบไซท์นี้ http://www.newworldbelieve.net มีข้อมูลพื้นฐานจากหนังสือพิมพ์ดี:วิเคราะห์ข่าวในวงการเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดและสหธรรมิก ออกโดยมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร) มี พระพยับ ปญฺญาธโร เป็นบรรณาธิการ และเป็น webmasterสำนักงานตั้งอยู่ที่ วัดมหาพุทธาราม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ 33000 ขณะนี้หนังสือพิมพ์ดีมีอายุทำการมา 11 ปีแล้ว มีเรื่องสำคัญคือการวิเคราะห์สังคมทั้งระบบด้วยแนวภูมิปัญญาและวิสัยทัศน์แห่งตาธรรมะในพระพุทธศาสนาเพื่อนำสังคมไปสู่ความดีงามและรอดปลอดภัยจากสถานการณ์เลวร้ายยุคนี้