ReadyPlanet.com
dot
dot dot
dot
พระพุทธเจ้า
dot
bulletบทศึกษาพิเศษ:พระพุทธเจ้า ศึกษาจากวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรนแปล เช้า- เย็น
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรแปล เช้า-เย็น อัพเดต
dot
พุทโธโลยี
dot
bulletสมาคมศิษย์หลวงปู่เครื่อง จัดประกวดเรียงความออนไลน์มัธยมศึกษาในวันวิสาขบูชา คลิกดูรายละเอียดและรางวัลที่นี่
dot
ชมรมยุวพุทโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
dot
bulletThe Beginning ความเป็นมาของโครงการชมรมยุวพุโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
bulletChart Showing the Process
dot
บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
dot
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี แฟ้ม 2
dot
To The World
dot
bulletENGLISH
bulletUSA
bulletChina
bulletIndia
bullet Mynmar
bullet Cambodia
bullet Loas
bulletSri Lanka
bulletMalaysia
bulletKorea
bulletThe Truth Of Red Thailand 12-14 April 2009
bulletFrom red shirt survivor person
bulletA Sharp Turn of Believes : Iresearch Iwrite Iread
dot
โหราศาสตร์ [updateใหม่สุด]
dot
bullet สารบาญโหราศาสตร์โดยชลัมพุช โหรชนบททุกเรื่อง
bulletบันทึกข้อสังเกตประเด็นสำคัญดวงชะตาประเทศไทยช่วงเดือนส.ค.-พ.ย.2552
bulletดวงชะตาประเทศไทย พยากรณ์ว่าประชาชนจะอดอยากยากจนและเผชิญภับพิบัติ 4 ประการ
bulletให้คำพยากรณ์นักธุรกิจชาวอังกฤษ
bulletอยากรู้เรื่องโหราศาสตร์ คลิก!
bulletดวงชะตาผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตไทย
dot
Buddhism How?
dot
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 1
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 2
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 3
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 4
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 5
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 6
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 7
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 8
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 9
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 10
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 11
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 12
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 13
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 14
bulletMystery Report 15
bulletMystery Report 16
bulletMystery Report 17
bulletMystery Report 18
bulletMystery Report 19
bulletMystery Report 20
bulletMystery Report 21
bulletMystery Report 22
bulletMystery Report 23
bulletMystery Report 24
bulletMystery World Report 25
dot
เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว
dot
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2536
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2537
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2538
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2539
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2540
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2541
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2542
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2543-2545
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2545-2549
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2549-2550
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2550-ส.ค.2551
bulletเฝ้าดูฯ ส.ค.-ก.ย.2551
bulletเฝ้าดูฯ ก.ย.2551- ธ.ค. 2551
dot
เฝ้าดูฯสำนวนพัชรา กอปรทศธรรม
dot
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 16-27
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 29
bulletบทความใหม่ เม.ย.-พ.ค.2552
bulletพุทธธรรมเพื่อทางดับทุกข์
bulletทฤษฎีการดับทุกข์ทางจิต วิปัสสนากรรมฐานโดยการทำงาน(สำนวนปรับปรุงใหม่)
bulletประวัติพัชรา กอปรทศธรรม
bulletอัลบั้มรูป history
bulletนิทานธรรมะประยุกต์ มานุสสาสุระสงคราม 4 ภาค และอื่น ๆ
bulletอัลบั้มรูป ภาพในอดีตและชีวประวัติศาสตร์ที่สวยงาม
bulletจากเวบบอร์ด พูดกันไม่รู้เรื่อง ประชาธิปไตยล้าหลัง
bulletศาสนาสากล การวิเคราะห์ความหมาย
bulletปลอบใจ
dot
รวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
bulletรวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
สากลจักรวาล สากลศาสนา
dot
bulletสากล...ศาสนา 1
bulletสากล...ศาสนา 2
bulletสากล...ศาสนา 3
bulletสากล...ศาสนา 4
bulletสากล...ศาสนา 5
bulletสากล...ศาสนา 6
bulletสากล...ศาสนา 7
bulletสากล...ศาสนา 9
bulletสากล...ศาสนา 8
bulletสากล...ศาสนา 10
bulletสากล...ศาสนา 11
bulletสากล...ศาสนา 12
bulletสากล...ศาสนา 13
bulletสากล...ศาสนา 14
bulletสากล...ศาสนา 16
dot
ส่วนข้อมูลสำคัญเพื่อการวิจัยการเมืองไทยยุค คมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
dot
bulletข้อมูลสำคัญยุคคมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่1/26ส.ค.2551
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่2/27ส.ค.2551
bulletใบปลิว อีเมล์ ในหลวงทรงร้องไห้
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 1
bulletในหลวงเพิ่งทราบข่าวฆ่าประชาชน10เมย.53ทรงร้องไห้
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
บันทึกลับเสื้อแดง
dot
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
รวมข่าวม็อบการเมืองสนธิ-จำลอง-ปชป.มิ.ย.51-เม.ย.52 นสพ.
dot
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 2
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 3
bulletรวมข่าวม็อบ30มิ.ย.51-23มี.ค.52
bulletเลือดศรีสะเกษบันทึกเรื่องราวรอบด้านเกี่ยวกับเขาพระวิหาร
dot
การโฆษณาชวนเชื่อล้มรัฐบาลทักษิณ
dot
bulletรายงานการโฆษณาชวนเชื่อในประเทศไทยที่ล้มล้างรัฐบาลทักษิณ
dot
หนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนท )
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต ) เล่ม 1 - 44 - ล่าสุด
bulletหน้าที่เก็บไว้
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 1
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 3
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 4
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 5
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 6
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 7
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 8
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 9
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 13
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 10
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 11
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 19
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 12
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 14
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 15
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 16
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 17
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 18
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 20
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 21
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 22
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 23
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 24
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 25
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 26
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 31
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 32
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 27
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 28
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 29
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 30
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 33
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 34
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 35
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 36
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 37
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 38
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 39
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 40
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 41
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 42
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 43
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 44
dot
รายการทั่วไป
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 45
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 46
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 47
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 48
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 49
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 50
bulletเกี่ยวกับเวบไซต์ของเรา
bulletงดเหล้าเข้าพรรษา
bulletมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร)
bulletศรีสะเกษ
bulletวัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ บันทึกเหตุการณ์
dot
ช่องบริการประชาชน
dot
bulletบริการแจ้งของหาย คนหาย สื่อข้อความ หมอผี ฯลฯ
bulletสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษแห่งที่ 1
bulletรวมกระทู้เด็ดจากกระดานถามตอบ
bulletคาถาอาคมไสยศาสตร์
bulletกวีนิพนธ์ใหม่
bulletดี 25
bulletดี 28
bulletดี 29
bulletดี 26


Mystery World Report 24

 

ผมยังคงมุ่งมั่นในการศึกษา วิชาทั้ง 5 ประการ  อันเป็นผลของการวิจัยพบของผมเอง ว่าที่สุดมีวิชา 5 ประการคือ  สมาธิ  วิปัสสนา  กสิณ  ฌาน  และ  ปราณ   เป็นสุดยอดในหลักการพระพุทธศาสนา  แต่ในระยะล่าสุด  ผมได้พลัดเข้าไปสู่ขอบทาง  นั่นคือ ผมได้ค้นพบไสยศาสตร์ และพิศวงที่ได้พบว่า นี่เป็นโลกอันกว้างใหญ่อีกโลกหนึ่ง จึงได้อาศัยวิชาทั้ง 5 ประการนั้นเข้าไป ทำการศึกษาวิจัยต่อมา และได้ตัวอย่างการวิจัยมาหลายตัวอย่าง สรุปผลพอทราบได้ว่า วิชาไสยศาสตร์เป็นวิชาอาวุธลับร้ายแรงที่สามารถใช้ทำร้าย ทำลายชีวิตคนได้  รายงานคราวที่แล้ว ได้บอกถึงเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นหลายประการ  และสิ่งที่บังเกิดขึ้นคล้าย ๆ อภินิหาริย์  แต่ผมเองต้องการทดลองพิศูจน์ให้มั่นใจจริง ๆ โดยวางเป็นหลักทฤษฎีได้ชัดเจน   จึงได้เริ่มการศึกษาต่อไปอีกขั้นตอนหนึ่ง 

 

6 ก.พ.2554
18.48 น.

D;5000:L;10U

 

การกลับมาของเสียงทิพย์

เสียงทิพย์บรรเลงในหูข้าพเจ้ามาประมาณ 7 วันแล้ว แต่อยู่ในระดับค่าD/U ต่ำยังไม่ถึงระดับชัดเจน ขณะนี้เป็นระดับที่ชัดเจน ประมาณD;5000:L;10U  เสียงระดับนี้บรรเลงมาตั้งแต่เช้าตรู่ ประมาณ 05.00 น.เวลาที่ข้าพเจ้าตื่นขึ้น  มาจนถึงขณะนี้  เป็นการบรรเลงตลอดวัน ไม่มีหยุด  ขณะนี้แม้ข้าพเจ้าไม่ได้หยุดฟัง ฟังและทำงานอย่างอื่นไปด้วย แม้กระทั่งต้อนรับญาติโยมที่มาหา  แต่เสียงก็บรรเลงในระดับเดิมไป เสียงเป็นเสียงที่มี่สนั่น แหลมเล็กแต่กังวาลไพเราะมาก  ข้าพเจ้าต้องการบันทึกเสียงทิพย์นี้ไว้เป็นข้อมูลการศึกษาทางฌานต่อไป   โดยที่เชื่อว่า เมื่อสามารถนำฌานไปสู่ระดับที่ D;50,000:L;20-100U แล้ว ก็จะหายตัว หรือถึงสภาพละลายสังขารคงแต่จิตวิญญาณเที่ยวไปได้   ซึ่งข้าพเจ้าเคยไปได้ครั้งสูงสุดเพียงครั้งเดียวคือ ระดับ D;29,000:25U ครั้งเดียวเท่านั้น แล้วลดระดับลงมาในแนวปกติ[D;10000:L;10-25U เท่านั้น แต่ ณ ระดับ D;10,000:L;10-25Uนี้ ก็เป้นระดับที่ข้าพเจ้าให้คุณภาพไว้แล้วว่า  นี่คือระดับดนตรีแห่งเทพเจ้า(Divine Concert หรือ Musics of Gods)โดยแท้จริง  เพื่อให้ประสบผลสำเร็จข้าพเจ้า จำต้องตรวจสอบ วิชาทั้ง 5 ประการ คือ สมาธิ[Smadhi or Meditation] วิปัสสนา [ Vipassana Nanadassanam  กสิณ [Kasinam] ฌาน [Janam]  และ ปราณ [Panam] และเพิ่มพูนขึ้นไป  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปราณ ที่ได้หายไปจากข้าพเจ้าเป็นครั้ง ๆ คราว ข้าพเจ้าพยายามจะเอากลับคืนมาเพื่อเป็นตัวเพิ่มพลังฌานให้ถึงระดับที่ปรารถนา

 

 

 

 

7 ก.พ.2554

เบื้องต้นของสมมติฐานไสยศาสตร์
และรายงานผลการทดลองที่น่าพิสวง


ข้าพเจ้ายังคงต้องบันทึกข้อมูลทางไสยศาสตร์ การทดลองกับตัวอย่างต่อไปอีกจนกว่าจะสามารถได้ข้อสรุปที่ชัดเจนหายสงสัยในทฤษฎีที่ได้รับ 

ในเรื่องวิชาเย็น  ตัวอย่างจะไม่รู้สึกตัว  ตามที่ได้บันทึกไว้ในตอนที่แล้ว แต่นี่ได้กลายเป็นสงครามไปด้วย และนี่คือสงครามไสยศาสตร์  การทดลองวิชาเย็นแก่ตัวอย่าง  เป็นผลให้ตัวอย่างฟันร่วงหมดทั้งปาก   นี่เป็นรูปธรรมที่เห็น พิศูจน์ได้จริง ตามที่ได้รายงานไว้ในตอนที่แล้ว  บัดนี้ข้าพเจ้ายังคงทดลองวิชาเย็นต่อไป  และได้รับรายงานมาตามลำดับถึงผลของมัน  ล่าสุดได้ทราบว่า  ตัวอย่างตาบอดไปข้างหนึ่งแล้ว  .....ยังเหลืออยู่อีกข้างหนึ่ง......ตัวอย่างที่ข้าพเจ้าได้มาทดลองนี้ เป็นคนที่มีวิชาอาคมและใช้ไสยศาสตร์ทำร้ายพร่าชีวิตคนอื่นมาหลายคนแล้ว ชาวบ้านเรียกว่า  ผีปอบ  (แต่ความจริงเขาเป็นยิ่งกว่าผีปอบ วิชาปอบเป็นเพียง 1 วิชาที่เขาใช้ทำร้ายคนที่เขาเกลียดชัง พอเรียกได้ว่าเป็นนักไสยศาสตร์)  ข้าพเจ้าได้พบด้วยตนเองว่า  ผีปอบนี้เป็นผีโดยเหตุที่มีแต่ความอาฆาตมาดร้าย มุ่งหมายทำร้าย เอาชีวิตคนอื่น ไม่รู้จักคำว่าการอภัย  และไม่รู้จักการกลับใจเป็นคนดี  ข้าพเจ้าจึงเห็นว่ามีความชอบธรรมที่จะเอามาเป็นตัวอย่างทดลองวิชาเย็น และอาถรรพณ์เวทย์ต่าง ๆ  และหมายถึงความชอบธรรมในการต่อสู้ด้วย กล่าวคือ แม้เขาเองก็สามารถที่จะทำร้าย เอาชีวิตข้าพเจ้าได้ด้วยวิชาไสยศาสตร์ของเขาได้เช่นกัน แต่เนื่องจากข้าพเจ้าได้พบวิชาการที่บอกเลศนัยการต่อสู้ไว้อย่างเพียบพร้อม เหนือชั้นกว่ามาก คือวิชา 5 ประการ จึงไม่ได้รับผลอันใดจากการตอบโต้ของเขา จนกระทั่งมันถูกลงโทษฟันร่วงหมดปากแล้วก็ยังไม่หยุดความคิดทำร้ายหมายชีวิต   ข้าพเจ้าจึงถือเป็นความชอบธรรมสำหรับนำมาเป็นตัวอย่างการทดลองของข้าพเจ้า และได้เป็นตัวอย่างอยู่ขณะนี้ และใช้ทดลองทดสอบวิชาเย็นต่อมา.........

 

 

07.00 น.  

D;6,000:L;10U

นายกุณฑล มาถวายอาหาร  ถามว่ารู้ได้อย่างไรว่าผีปอบตาบอดไปข้างหนึ่ง   นายกุณฑลตอบว่า  ใคร ๆ ก็รู้  มันเดินเอียงหันตาหันหูข้างขวาไปตามทางข้างหน้า   ขามันกะเผลก ๆ แต่มันก็ยังอาฆาต

 

 

 

 23.30 น.

D;5,000:L;10U

 

ประเด็นของความกังวล

ข้าพเจ้าติดตามข่าวทางโทรทัศน์ ทั้งในไทยและต่างประเทศ  ขณะเดียวกันเสียงทิพย์ก็บรรเลงอยู่    ทำไมเสียงทิพย์จึงบรรเลงขึ้นในระยะนี้ และมีความถี่ต่อเนื่องกันไม่ขาดเลย    อะไรเป็นสาเหตุ ?   ถูกแล้ว   ความกังวลใจ   เมื่อสิ้นความกังวล  สมาธิ  ฌาน ก็ดีขึ้นเป็นธรรมดาเลยทีเดียว    ข้าพเจ้ากำลังถามตัวเองว่า เมื่อไรจักได้ทำการเดินทางไปเยี่ยมแผ่นดินนรก และยมราชเจ้าเสียที  โดยเริ่มที่แผนการแรก  เรียกยมทูตตาแดงมาหา  ด้วยวิชาเตโชกสิณ ตามแผนที่วางไว้   เห็นจะต้องรีบทดลองโดยเร็ววันนี้แล้ว........เหตุใดข้าพเจ้าจึงยังลังเลใจอยู่.........  คงเป็นเพราะเรื่องสงครามไสยศาสตร์ยังไม่เสร็จสิ้นลงอย่างราบเรียบนั่นเอง..นี่เป็นความกังวลอยู่  ใช่หรือไม่ .???

 

8 ก.พ.2554

9 ก.พ.2554

10 ก.พ.2554

11 ก.พ.2554

12 ก.พ.2554

13 ก.พ.2554

14 ก.พ.2554

15 ก.พ.2554

 

 

มาตรฐานแห่งเสียงทิพย์ หรือ
A standard of  Divine Concert

ช่วงเวลาที่ผ่านมาหลายวันนี้ ไม่ได้มีการปฏิบัติอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน นอกจากการทำวัตรประจำ เวลาส่วนมากที่สุดเป็นเวลาพบปะญาติโยม ๆ มาตลอดวัน และระยะหลัง ๆ นี้ยังมีญาติโยมมาเวลาเย็น ๆ เป็นเวลาเลิกงานแล้ว ข้าพเจ้าจึงถูกจำกัดเวลาไปโดยอัตโนมัติ.

กระนั้นแผนการของข้าพเจ้าก็คือ ให้การปฏิบัติธรรมเป็นไปในขณะที่พบญาติโยมอยู่นั่นเอง หรือการปฏิบัติในชีวิตประจำวัน  งานประจำวัน  ซึ่งข้าพเจ้าได้ถูกบังคับให้ปฏิบัติในแนวนี้มาแต่เด็ก ๆ จนเกือบจะตลอดชีวิตแล้ว

และแม้การปฏิบัติวิชา 5 ประการนั้นข้าพเจ้าก็ให้เป็นไปในขณะปฏิบัติงาน  ฉะนั้นญาติโยมจะไม่เห็นว่าขณะที่ข้าพเจ้าปฏิการะญาติโยมอยู่  หรือแม้ทำการบริหารงานมวลชนผ่านเวบไซต์อยู่นั้น ข้าพเจ้าอยู่ในการปฏิบัติธรรมไปด้วย  นั่นคือ  สมาธิ  วิปัสสนา  และฌาน  เป็นสิ่งที่ทำไปได้พร้อมกัน

ฉะนั้น  เสียงทิพย์จึงบรรเลงอยู่ในขณะที่ข้าพเจ้าอยู่ในหน้าที่การงานปกติ  ปรากฎว่า  ตั้งแต่วันนั้นแล้ว เสียงทิพย์ไม่เคยละไปจากข้าพเจ้าในทุกเวลามา ซึ่งนี่เป็นช่องทางโอกาสของข้าพเจ้าที่จะอาจพัฒนาไปได้ แม้ว่าระดับของเสียงยังไม่ก้าวหน้าไปเท่านั้น  เป็นระดับที่ค่า L อยู่ต่ำที่สุด คือระดับ L;10 U. ซึ่งหมายถึงเสียงนั้นมีความดังค่อยไปหน่อยเท่านั้นเอง   ส่วนระดับ D; นั้นเป็นที่น่าพอใจ แม้ว่าจะอยู่ในระดับต่ำกว่ามาตรฐาน  คือ D;5,000-6,000 U  ระดับมาตรฐาน คือเสียงทิพย์ ดนตรีของเทพเจ้า Divine Concerts  หรือ  Musics of Gods นั้นอยู่ที่ระดับ  D;10,000 L;10-100U.   

 

 

โอกาสของการทดสอบอีกครั้งหนึ่งของฌาน 

และแล้ววันนี้ก็มีเรื่องราวสำคัญที่ย้อนประวัติศาสตร์ของข้าพเจ้า

นั่นคือ จะมีขบวนแห่พระบรมสารีริกธาตุแวะเข้ามาพำนักชั่ววัน ณ วัดมหาพุทธาราม  นี่เป็นขบวนที่ 2 จากขบวนแรก  ดังที่ข้าพเจ้าได้รายงานไว้แล้ว

ข้าพเจ้าจะเพิกเฉยหรืออย่างไร ?

ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำการเพ่งฌานดูอดีตพระบรมสารีริกธาตองค์นี้อีกครั้งหรือไม่  ถามตนเองว่าทำไมล่ะ ?  เพราะปัญหาสุขภาพหรือ?  ก็ดูไม่น่าจะใช่....

 

ครั้งนี้เป็นพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมด้วยพระอรหันตธาตุ ซึ่งทางวัดปากน้ำ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ได้รับประทานจากเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดสระเกศ โดยมีศูนย์ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศษสนา พระมหากษัตริย์ วัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร เป็นองค์กรเอกชนที่บริหารจัดการเรื่องนี้  เพื่อนำไปประดิษฐานเป็นการชั่วคราวให้ประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานีและภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้สักการะ

และจะผ่านจังหวัดศรีสะเกษ แวะเข้ามาประดิษฐาน ณ วัดมหาพุทธาราม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ในวันพฤหัสบดีที่ 17 ก.พ.2554  เป็นเวลา 3 ชั่วโมงครึ่ง ระหว่างเวลา 08.30 - 12.00 น.  ซึ่งในการณ์นี้ ทางเจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม พระราชธรรมสารสุธี ได้ตระเตรียมงานฝ่ายการต้อนรับเป็นพิธีการใหญ่ โตมโหฬารมาก

เอาละ...........ข้าพเจ้าคงจะเพิกเฉยไม่ได้  เพราะ  นี่คือการท้าทายวิชาการของข้าพเจ้า.....

 

 

 

17 ก.พ.2554

08.25 น.  

ขบวนแห่พระบรมสารีริกธาตุ จากจุดตั้งขบวน ณ เกาะกลางน้ำ สวนเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดศรีสะเกษ  หัวขบวนเข้าประตูวัดมหาพุทธาราม...........ข้าพเจ้าจะหาจุดที่เพ่งฌาน  ดูว่ามีเทวดาที่รักษาพระบรมสารีริกธาตุมาด้วยหรือไม่อย่างไร.....

  

  

รายงานผลที่น่าพอใจ 

  
08.35 น. 
 
เลือกที่ข้างวิหารใหญ่ ยืน พนมมือรอ พอขบวนผ่านมา ก็เพ่งฌาน ไม่เห็นอะไร เห็นแต่เครื่องประดับเป็นเครื่องสูงล้มลงไป แบบโดมิโน  พนักงานเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ช่วยกันจับตั้งตรงขึ้นเหมือนเดิม สงสัยว่าแดดเช้านี้จ้าไปหน่อย พอดีนึกได้ว่าลืมทฤษฎีจิตโพล้เพล้ ทำใหม่   ไม่สำเร็จ    เวลาน้อยไป ชั่วประมาณ1-2นาทีขบวนก็พ้นไปแล้ว .....
 
หาที่ได้เหมาะเจาะคือหลังพระสถูปพระพุทธบาทจำลอง นั่งลงบนโต๊ะยาวเพ่งไปทางตะวันออก ผ่านพระสถูปแท่งทึบไป ยังขบวนพระบรมสารีริกธาตุ ที่มาถึงที่ประดิษฐาน เบื้องหน้าพระสถูปนั้นเอง .......... ชั่วอึดใจ ภาพก็ปรากฏขึ้นราง ๆ เป็นรูปสีคล้ำ ๆ เหมือนคน ขนาดใหญ่กว่าคนนิดหน่อย พอให้รู้ว่าไม่ใช่คน มีสองสามรูป กำลังชุลมุนช่วยกันจัดตั้งเครื่องประดับ ที่ล้มลง.......   เห็นเพียงเท่านี้..........แล้วชั่วอึดใจได้ยินเสียงฝีเท้าคนและม้าสนั่นบนแผ่นดิน ...... เหมือนแผ่นดินสะเทือน แล้วเห็นกองทหารจำนวนมาก โฉมหน้ามา.......... พอดีมีรถของโยมเคลื่อนเข้ามาจะจอดใกล้ ๆ  คิดว่าถูกรบกวนแล้ว จึงลุกขึ้นกลับไปกุฎีที่สงบกว่า คิดว่าเอานิมิตไปสานต่อก็ได้
 
ไปถึงกุฎีแล้ว นั่งสมาธิต่อทันที
 
ครั้นแล้ว ก็ปรากฏมาในสมาธิ ......... เป็นขบวนแห่แต่ภาพที่เห็นมาใกล้ตามาก เหมือนอยู่ห่างแค่ศอก แค่วาเท่านั้นเอง คิดว่าทำไมจึงเป็นเช่นนี้......ในขบวนแห่มีพระพุทธองค์ทรงไสยาสน์ ตะแคงขวามา เห็นชัดเจนมาก เพราะใกล้ชิดมาก เหมือนห่างตาแค่ศอกเดียว   ก็คิดว่านี่คือการระลึกชาติอีกฉากหนึ่ง เราเคยอยู่ในขบวนนั้นหรืออย่างไร.......แล้วเห็นพระพุทธองค์ไสยาสน์ทรงยิ้มแย้มให้อย่างกว้างขวาง.........ดูพระโอษฐ์แดงเรื่อ........ถัดจากนั้นพระพุทธไสยาสน์ก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว แล้วจึงเห็นภาพระยะไกล   เห็นขบวนมนุษย์จำนวนมากมายเกลื่อนกล่น จนฝุ่นฟุ้งไปหมด พากันเดินตามพระพุทธไสยาสน์ไปตามถนนดิน เป็นขบวนยาวและคนเบียดเสียดยัดเยียดกันไหลไปเป็นทางไปตามถนนซึ่งฝ่าไปในท้องนาป่าละเมาะ....แล้วขบวนนั้นก็ไหลไปตามถนนดินนั้น ไม่มีที่สิ้นสุด การนั้งสมาธิเวลาผ่านไป ๆ ก็เห็นขบวนคนเหล่านีเลื่อนไหลอย่างยัดเยียดไปตามถนนจนฝุ่นฟุ้ง ไม่สิ้นสุด  จนชั่วครู่ใหญ่ต่อมาจึงจบลงซึ่งภารกิจ ........... 
 
 
 
 

18 ก.พ.2554    
วันมาฆะบูชา

 

19 ก.พ.2554

บทวิเคราะห์:ทฤษฎีจิตโพล้เพล้ 

 

ทฤษฎีสำคัญคือทฤษฎีจิตโพล้เพล้ ลืมไม่ได้เป็นอันขาดเพราะได้พิศูจน์อยู่ตลอดเวลาว่าเป็นประตูเข้าสู่มิติเร้นลับ   นั่นคือ สภาวะกึ่งเป็นกึ่งตาย  รวมถึงกึ่งกลางวันกึ่งกลางคืน  กึ่งหลับกึ่งตื่น 

 

ภาพที่เห็นคืออะไร ใช่เทพยดารักษาพระบรมสารีริกธาตุหรือไม่ ?
ต้องเปรียบเทียบกับคราวก่อน
คราวก่อนเห็นรูปเดียว รูปขนาดใหญ่มาก ผิวดำคล้ำโอบอุ้มทั้งบุษบกไว้ในอ้อมแขน  ส่วนคราวนี้เห็นถึง 3 รูป รูปร่างคล้าย ๆ กันคือคล้ำ และสูงใหญ่เกินมนุษย์  ในลักษณะที่ชุลมุนเก็บเครื่องประดับทรงสูงที่ล้มลงขึ้นตั้ง  หมายความว่ามีเทวดารักษามาถึง 3 องค์อย่างนั้นหรือ ?   คำตอบ      ก็น่าจะใช่ 

และข้อสรุปสำคัญก็น่าจะเป็น         ที่ใดมีพระบรมสารีริกธาตุก็มีเทวดาอยู่ดูแลรักษาพระบรมสารีริกธาตุนั้น........ผู้มีพระบรมสารีริกธาตุไว้บูชา จึงถือว่า  ได้เทวดามารักษาด้วย   ใช่หรือไม่ก็ต้องพิศูจน์ทดลองต่อไปอีก ต้องได้ตัวอย่างมาทดลองหลาย ๆ ตัวอย่าง จนกว่าจะมั่นใจ หายสงสัยยทุกประการ เอาเป็นทฤษฎีได้

 

ส่วนนิมิตรที่เห็นในสมาธิ    ถือว่าสรุปประเด็นได้เลย  เพราะทำได้ทุกเมื่ออยู่แล้ว   ........   นี่คือกระบวนการรำลึกชาติ  นั่นเอง    นิมิตรที่เห็นคือประวัติความเป็นมาของพระบรมสารีริกธาตุองค์นี้   เป็นสิ่งที่ยืนยันว่า  ที่เอามาแห่แหนตั้งไว้ให้คนทั้งหลายบูชานี้เป็นพระบรมสารีริกธาตุ(กระดูกของพระพุทธเจ้า)ที่แท้จริง 

 

 

 

17.00 น. 

 

เจ้าคณะภาค 10 พบอุบัติเหตุมรณภาพ

พระพรหมกวี (วรวิทย์ คงฺคปญฺโญ) เพิ่งได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ใหม่นี้เมื่อ 5 ธ.ค.2553 นี่เอง ถึงแก่มรณภาพจากอุบัติเหตุรถตู้เสียหลักตกข้างทางที่ถนนสายตระการพืชผล-พนา บ้านดอนงัว ต.ไหล่ทุ่ง อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี เวลาประมาณ 13.30 น. ตำรวจนำส่งร.พ.สรรพสิทธิประสงค์ และมรณภาพเวลา 17.00 น.  อายุ 78 ปี 57 พรรษา   วันเกิด 6 มิ.ย.2476 ปราจีนบุรี  วันอุปสมบท 26 พ.ค.2496 พื้นฐานการศึกษา จบ ป.4 น.ธ.8   มีพระเถระร่วมเดินทางและได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 รูปคือพระวิสุทธิกิตติสาร รองเจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ อายุ 76 ปี สามเณร 1 รูป บาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนคนขับคือนายกิตติคุณ บุญเทียน อายุ 22 ปี บาดเจ็บเล็กน้อย  

 

 

 

 

 

บันทึกเผาศพหลวงตามหาบัว

 

8 มี.ค.2554

ข่าวจากหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับ  ที่นี่ข่าวสด 8 มี.ค.2554 ดังนี้

 

รุมแย่งเก็บ เถ้าอัฐิหลวงตาบัว

นัดแบ่งกระดูก-11มี.ค. "เจ้าฟ้าหญิงเล็ก"รับสั่ง สร้างสถูปเป็นที่ระลึก
เผยอัศจรรย์เถ้าที่เผาหลวงตามหาบัวแตกเป็นพลุฟุ้งกระจายขึ้น ก่อนจะโปรยปรายลงมากลายเป็นละอองเพชร ฮือเก็บไปบูชาโกลาหล อีกอัศจรรย์ตอนเผาจริงต้องจุดไฟเป็นรอบที่สอง "เจ้าฟ้าหญิงเล็ก" เสด็จขึ้นเมรุเอง คณะสงฆ์ทำพิธีตี 4 เก็บอัฐิธาตุก่อนอัญเชิญไปเก็บภายในกุฏิหลวงตาล็อกกุญแจ 8 ดอก โดยพระป่าลูกศิษย์ 8 รูป นัดวันที่ 11 มี.ค.แบ่ง 3 ส่วนเก็บไว้ที่วัดป่าบ้านตาด วัดป่า 133 แห่งทั่วประเทศ อีกส่วนมอบให้ญาติๆ หลวงตา เผยเจ้าฟ้าหญิงเล็กทรงมีรับสั่งอยากให้สร้างสถูปเป็นอนุสรณ์ ส่วนยอดบริจาคจนถึงวันพระราชทานเพลิงสูงถึง 680 ล้าน ทองหนัก 100 กิโล

 


เก็บอัฐิ- พระสงฆ์นำหีบเหล็กบรรจุเถ้าอัฐิหลวงตามหาบัว ไปยังกุฏิวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี เพื่อนำอัฐิไปเก็บรักษา ไว้ โดยใช‰กุญแจล็อกไว‰ถึง 8 ตัว เมื่อวันที่ 6 มี.ค.

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
 

ศิษย์แห่ส่องหาอัฐิธาตุหลวงตา

เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 6 มี.ค. ที่วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศหลังพิธีพระราชทานเพลิงศพพระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) อายุ 98 ปี พรรษา 77 ว่าในช่วงเช้ามืดเริ่มมีประชาชนทั่วทุกสารทิศทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างต่อเนื่อง หลังอยู่เป็นสักขีพยานจนวาระสุดท้ายจนไฟมอดเหลือแต่เถ้าถ่าน

ส่วนบรรยากาศภายในวัดมีศิษยานุศิษย์จำนวนมาก หลั่งไหลเข้าไปบริเวณถนนรอบ เมรุ ส่วนใหญ่จะนั่งคุกเข่าก้มหน้าต่ำระนาบเดียวกับพื้นเพื่อส่องหาอัฐิธาตุ ส่วนหนึ่งใช้มือเปล่าควานหา ส่วนหนึ่งใช้กระดาษทิชชูซับ ส่วนหนึ่งใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน คือ นำข้าวเหนียวที่ติดตัวมารับประทานปั้นเป็นก่อนเล็กๆ ซับอัฐิธาตุ เมื่อได้มาก็จะห่อกับกระดาษทิชชูอย่างประณีต ก่อนพนมมือที่มีอัฐิธาตุอยู่จดศีรษะ อธิษฐานจิตให้ตนสม หวังในเรื่องที่ปรารถนา เมื่อผู้สื่อข่าวลองสังเกต ดูก็พบว่า บริเวณผิวถนนนั้นถ้าเพ่งดูดีๆ จะพบว่ามีประกายคล้ายกากเพชรระยิบระยับเต็มไปหมด นอกจากนี้ ยังมีสานุศิษย์บางส่วนเก็บไม้จิก ดอกไม้จันทน์ ที่วางอยู่ในกระบะไม้ นำไปบูชาอีกด้วย

ปีติ-เถ้าแตกพวยพุ่งละอองฟุ้ง

น.ส.ประภาดา ศิริวัฒนกาล ชาวอุบล ราชธานี วัย 53 ปี เปิดเผยด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ตื่นเต้น พร้อมโชว์อัฐิธาตุที่เก็บได้ว่า เดินทางมาตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค. เพื่อกราบสรีระหลวงตา พอตกกลางคืนจึงมาจับจองพื้นบริเวณถนนรอบเมรุกับกลุ่มเพื่อนที่เดินทางมาด้วยกัน เนื่องจากต้องการอยู่ใกล้สรีรสังขารที่เชิญมาไว้ที่จิตกาธาน จากนั้นได้นั่งภาวนาจิตฟังเทศนาของหลวงตา ที่เจ้าหน้าที่วัดเปิดผ่านเครื่องกระจายเสียงจนถึงวันพระราชทานเพลิงศพ

"ขณะนั่งอยู่อากาศร้อนมาก แต่พอฟังเทศนาของหลวงตา ที่สอนเราว่า ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน จึงคิดว่าร้อนแค่นี้ทนได้และเราก็ทนได้จริงๆ พอถึงช่วงเผาจริงถามว่าอยากขึ้นไปไหม ก็อยาก แต่เข้าใจว่าเราเป็นผู้หญิงขึ้นไม่ได้ จึงนั่งฟังธรรมเทศนา ขององค์หลวงตาต่อไป กระทั่งประมาณเกือบตี 2 จู่ๆ กลับมีเสียงดังมาจากเชิงตะกอน บนเมรุ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าเถ้าของหลวงตาพุ่งขึ้นไปฟุ้งอยู่เต็มท้องฟ้า เป็นเม็ดๆ เกิดมาฉันไม่เคยเห็นมาก่อน เสียดายที่หยิบกล้องมาถ่ายรูปไว้ไม่ทัน เพราะฉันเห็นชัดเจนเนื่องจากเมรุและบริเวณถนนรอบเมรุเปิดไฟอยู่" น.ส. ประภาดา กล่าวและว่า จากนั้นเวลาประมาณ 03.00 น. เถ้าอัฐิหลวงตาก็ส่องประกายคล้ายเพชร จึงรู้ว่าเป็นอัฐิธาตุ เป็นสิ่งที่สัมผัสได้จริง คิดว่าตัวเองโชคดีมาก เพราะถ้าไม่มา ก็จะไม่รู้ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง

ด้านยายปู ดำกาฬ ชาวลำปาง วัย 87 ปี กล่าวถึงอัฐิธาตุหลวงตาว่าช่วงนั่งอยู่บริเวณเมรุ นั่งมองเปลวไฟอยู่ จู่ๆ เห็นอัฐิหลวงตาระเบิดจากจิตกาธานคล้ายพลุ ก่อนท้องฟ้าจะเต็มไปด้วยละอองสีทอง ระยิบระยับ ก่อน ตกลงพื้นกลายเป็นประกายเพชรในเวลาต่อมา คนที่นั่งด้วยกันยังพูดเหมือนกันว่าบารมีหลวงตาแผ่ไปถึงศิษย์ทุกคน บางคนโชคดีได้อัฐิขนาดใหญ่มองเห็นเป็นก้อนกลมๆ ตนเก็บได้ส่วนหนึ่ง แต่ยังไม่แน่ใจเพราะว่าตามองเห็นไม่ชัด อย่างไรก็ดี จะเก็บไปบูชาที่บ้าน เนื่องจากหินทุกก้อน ทรายทุกเม็ดในวัดแห่งนี้ เป็นสิ่งที่คู่ควรแก่การเคารพสักการะ
 
 
 
 
11 มี.ค.2554
 
หนังสือในงานศพหลวงตาบัว
 
ปกหน้า  ภาพคอเอียง ข้อความว่า
อรหันต์ผู้นำชาติไทยข้ามพ้นวิกฤต
หลวงตามหาบัว  ญาณสัมปันโน
กว่าจะได้เป็นอรหันต์?
 
ปกหลัง  มีข้อความสำคัญว่า
 
ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของเรา
เราจะไม่กลับมาเกิดอีก
 
 

ที่มีเครื่องหมาย ?  แสดงว่าคน(คนที่ทำหนังสือเล่มนี้)ยังสงสัยอยู่ว่าหลวงตาบัวเป็นพระอรหันต์จริงหรือไม่ เขาก็ยังไม่เชื่อ ว่างั้นเถอะ

แต่หลวงตาก็พยายามโฆษณาตัวเองเหลือเกินว่าตนเป็นพระอรหันต์   เช่นพูดคำสูง ๆ อย่างที่ท่านคงคิดว่าพระอรหันต์น่าจะพูด อย่างที่ท่านคิด  คือคำว่า  

ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของเรา
เราจะไม่กลับมาเกิดอีก

 
ไม่เข้าใจว่า  ทำไมหลวงตาจึงอยากเป็นพระอรหันต์เหลือเกิน    และท่านไม่เข้าใจหรือว่า  อรหันต์ย่อมรู้ในความเป็นอรหันต์
 
หมายความว่า     ความเป็นอรหันต์เป็นอย่างไร  พระอรหันต์ย่อมรู้ 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
12  มีนาคม 2554 
 
 
สมเด็จมรณภาพอีกรูปหนึ่ง  ตามข่าว ข่าวสด ดังนี้

เมื่อเวลา 01.05 น. วันที่ 11 มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานจากกุฏิคณะ 1 วัดชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ว่า สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสสโร) เจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม กรุงเทพฯ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง มรณภาพอย่างสงบ ด้วยโรคชรา โดยทันทีที่คณะสงฆ์และคณะศิษยานุศิษย์ของสมเด็จพระมหาธีราจารย์ทราบข่าว ต่างมารอกราบศพ ที่ด้านหน้ากุฏิคณะ 1

 

 

 


 

 
 
20 มิถุนายน 2554
 
บันทึกย่อช่วงเวลาที่ผ่านมา

นี่เป็นการบันทึกข้อมูลเพื่อการศึกษาวิจัยศาสตร์ลี้ลับ
 
1.    กรณีศึกไสยศาสตร์ ช่วงที่ผ่านมาได้ทำการทดลอง อาถรรพณเวทย์ (การศึกษาเคล็ดลับการใช้ วัตถุ หรือสิ่งของบางอย่าง ประกอบเวทย์มนต์หรือพิธีกรรมบางอย่างเพื่อให้บันดาลผลต่อเป้าหมายตามที่ต้องการ) ที่ทดลองครั้งนี้คือใช้กามราคะ พบว่ามีความขมังศักดิ์สิทธิ์ เป้าหมายโดนอานุภาพอาถรรพณ์จนออกอาการอย่างเปิดเผย (นายปอบประเทือง ร่านจัดจนลุฝ่ายต่ำ ถึงข่มขืนแม่ตนเอง  เรื่องราวเกิดขึ้นเวลากลางคืน....นายกุณฑลรายงานว่า นายประเทืองเรียกแม่มันลงมาข้างล่างแล้วเข้ากอดปล้ำทำการสมสู่ แม่มันร้องเสียงดังให้คนทั้งหลายช่วย .... ทั้งร้องบอกให้ลูกมันหยุดการกระทำอัปรีย์ลง...แต่ผีปอบไม่ยอม   คนข้างบ้านตื่นมองดูแต่ไม่ไปช่วย...... และยังมีอีกหลายครั้งก่อนนี้และหลังนี้ แต่ครั้งนี้ปรากฏชัดเจนที่สุด....ล่าสุด(รายงานวันที่ 18 มิ.ย.2554) มันเหมือนเป็นบ้าวิกลจริต ชอบนุ่งผ้าเตี่ยวและเล่นเครื่องเพศตนเอง แม้อยู่ต่อหน้าผู้คน มันโทรมลงไปเต็มที่แล้ว แต่มันยังบ้าคลั่งทำพิธีกรรมและอาฆาตแค้นครอบครัวนายกุณฑลไม่รู้จบ นานครั้งนายกุณฑลจะรายงานมาว่าหลานป่วยให้ช่วยด้วย
 
 
2.    การศึกษาวิชาทิพจักขุ(หรือนั่งทางใน)

นี่ก็เป็นส่วนการบันทึกข้อมูลเพื่อการวิจัยศาสตร์ลี้ลับ 
 
สืบเนื่องมาจากการเห็น “พระภูมิเจ้าที่” ขณะปักกลดที่ห้วยคุ้ม (ดูตอน 1 ครับ) .. แล้วเห็นยักษ์ใหญ่ในป่าศูนย์การคณะสงฆ์ภาค 10 ........แล้วเห็นเทพเจ้านารายณ์ พรหม อิศวน อินทร์ พิฆเณศร รวมเทวดาทั้งสวรรค์มาเยี่ยมเยียน (พระนารายณ์หัวเราะถามว่า ท่านมายุ่งอะไรกับเรื่องราวของชาวบ้านเขา)......ขณะปักกลดในสุสานสุขาวดี ศรีสะเกษ .....วิเคราะห์ว่าเป็นวิชานั่งทางใน หรือทิพจักขุ  มีทฤษฎีว่าอย่างนั้น ๆ .....แล้วเริ่มเอาวิชานี้มาลองบริการประชาชน โดยไปช่วยเขาในเรื่องที่เขาเชื่อแต่ยังสงสัย และที่นิยมกันมาตลอดก็คือเรื่องพระภูมิเจ้าที่ ทำให้มีการจัดตั้งศาลพระภูมิขึ้นคู่กับบ้านหลังใหม่ หรือยกศาลใหม่ในบ้านหลังเก่า ฯลฯ  รวมตลอดไปถึงการสำรวจ เจ้าที่เจ้าทาง เทพเทวดาประจำท้องที่ตามความเชื่อดั้งเดิม พร้อมศึกษาวิจัยต่อในส่วนที่ละเอียดอ่อนต่อไป และนี่คือบันทึกย่อข้อมูลการศึกษาที่ผ่านมา บันทึกไว้เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาวิจัยศาสตร์ลี้ลับโดยแท้จริง
 
1.          ตั้งศาลเทพเจ้าบ้านนา กันทรลักษณ์  อัญเชิญพระนารายณ์ไว้ก่อนแล้ว วันตั้งศาลเห็นพระนารายณ์ทรงหงส์เหินฟ้าลงมาสถิตในศาลนั้น
2.          เมียฝรั่งซื้อที่ดิน สร้างบ้านใหม่ใกล้ ๆ วัดหนองตะมะ  ตั้งศาลใหม่ ให้อัญเชิญเจ้าที่มาอยู่ศาล   หลับตาลงเห็นเจ้าที่นั่งรออยู่ถึง 5 องค์ ถามเจ้าบ้านว่าเลือกองค์ไหน เขาเลือกองค์ดำ
3.          ทำเลก่อสร้างธุรกิจ สุรินทร์ นั่งอยู่ถึง 1 ชม.เศษ ๆ ไม่พบเจ้าที่เจ้าทาง....บอกเขาว่าเป็นที่ปลอดการดูแลปกครองของโลกลี้ลับ
4.          บ้านอาจารย์สร้างใหม่ ในที่ดินจัดสรร ไปสำรวจให้ เชิญให้มา มีเจ้ามา 3 ตน จากบ้านตะดอบ 1 จากอุทุมพรพิสัย 1 และข้างหน้าบ้านอาจารย์ผูดขึ้นมาทีหลังเป็นเทพช้างสามเศียร มีงวงยาวเฟื้อย ผิวพรรณดำขลับ
5.          บ้านตำแย ใกล้ ๆ บ้านเล้าเพียนาม นั่งอยู่นานถึงชั่วโมงเศษ ๆ ต้องไปตามเจ้าในละแวกต่าง ๆ ใกล้เคียง โดยการตะโกนเรียก  ปรากฏว่ามีพระภูมิเหาะมาจากต้นยางใหญ่ ปากทางเข้าสู่บ้านเล้า – เพียนาม รูปร่างสูงใหญ่ สวมมงกุฎ  ถือสามง่าม เหาะเหินมา ว่าปกครองแถวที่นั้น ว่าขอให้ดูแลตรงนี้ให้ด้วย
6.          หอพักอาจารย์ เมื่อเริ่มเข้าฌาน พบพระภูมิชราผมขาว ยาว นุ่งผ้าโจงกระเบนขาว ลงมาจากศาล แต่ไม่มาหา กลับรีบเดินตรงไปทางป่าด้านหน้าหอพ้ก กำลังสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ก็มีเจ้าอีกองค์หนึ่ง ผิวดำแดง สวมมงกุฎ  เดินถือสามง่ามตรงมาที่ศาลพระภูมิ จึงรู้ว่านี่คือเจ้าศาลตัวจริง ตัวปลอมจึงรีบวิ่งหนีไป 
7.          ล่าสุด วันที่ 19 มิ.ย. 2554 บ้านอาจารย์สร้างใหม่ มีศาลพระภูมิเก่าแก่ แต่ชำรุด เจ้าของก็ไม่รู้อะไรเป็นอะไรจะรื้อทิ้งก็ไม่กล้า มีเจ้าอยู่หรือเปล่าก็ไม่มั่นใจ จึงขอให้ไปดู พบเป็นหญิงชรา ผอมแข็งแกร่ง ผิวดำคล้ำ นัยน์ตาซ่อนประกายดุร้ายทั้งคู่  บอกโยมว่าเป็นประเภทเทพอสูร    อยู่มาก่อนแบบอิสระ เที่ยวไปไกล นาน ๆ จึงกลับมา บอกว่าลูกหลานบ้านนี้จะสร้างศาลให้ใหม่ .... เช้าวันที่ 20 มิ.ย.2554 ก็ไปทำพิธีขึ้นศาลใหม่ให้
8.          พรุ่งนี้ ผมก็จะไปดูที่ให้โยมอีกแห่งหนึ่ง หน้าม.ราชภัทร   เขาลือว่าเป็นที่สามแพร่งเป็นทางผีผ่าน   ทำอะไรก็ไม่ขึ้น ส่วนโยมเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ก็อยากให้ไปดูให้ว่าเป็นอย่างไรแน่.......
 
 
3.   น้องสาวอาจารย์มีชื่อเสียชีวิตที่นนทบุรี
 
เริ่มตั้งแต่พ.ศ.2553 อาจารย์ ร.ร.มัธยมมีชื่อในจ.ศรีสะเกษ เทียวมาหาหลายครั้ง ขอบริการทางโหราศาสตร์ และไสยศาสตร์   ว่าน้องสาวตั้งบ้านเรือนอยู่จ.นนทบุรี ทำธุรกิจ ป่วยด้วยอาการประหลาดชวนให้สงสัยว่าจะถูกคุณไสย   ตามดวงชะตาบอกว่าป่วยทางประสาท และมีอาการหนัก เนิ่นนาน มีประเด็นปัญหาด้านชีวิตครอบครัวอีกด้วย ........(เป็นหญิงอายุมาก โสด เพิ่งเอาชายหนุ่มอายุอ่อนกว่า คราวน้อง มาอยู่ด้วยเหมือนสามี แต่ก็ไม่อยู่ประจำ ไป ๆ มา ๆ กังวลว่าจะอยู่กันยืดยาวหรือไม่) แล้วประมาณ 2 เดือนผ่านไป มารายงานว่าน้องสาวเสียชีวิตแล้ว ทางนนทบุรีมีการไปดูทางในพบว่าน้องสาวตกต่ำลำบากมาก จะต้องช่วยเหลือด้วยการทำบุญทำทานขนาดใหญ่ เช่นสร้างโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ   มาปรึกษาว่า จะขอให้ดูว่าน้องสาวตายไปแล้วไปอยู่ที่ไหน และอยู่อย่างไร ชีวิตเขาตกยากลำบากจริงตามที่หมอไสยศาสตร์นนทบุรีบอกจริงหรือ จะทำได้หรือไม่ (นี่เป็นประเด็นเดียวกับที่ทำค้างไว้ ที่รับปากโยมสตรีว่าจะไปตามดูที่นรกให้ แต่ยังทำไม่ได้จนถึงขณะนี้ ดู ตอนที่ 21-22 ครับ)  บอกว่าจะดูให้เวลาดึก ๆ วันนั้น แต่แล้วก็ทำไปไม่ได้ผล.....วันรุ่งขึ้น ขอให้เอาภาพ รูปถ่ายน้องสาวมาให้ดู เอามาแล้วนั่งดูเป็นคืนที่ 2 จึงพบภาพเหตุการณ์ โดยได้พบว่าเธออยู่ในสวน ที่ร่มรื่นชื่นบาน แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์สดใส นั่งอยู่ริมน้ำพุ ชุ่มเย็น ท่าทางสงบและปลงตก มีความเยือกเย็นไร้ทุกข์โศก เหมือนว่าเธอเห็นแล้วมาไหว้ต้อนรับ และดูเหมือนเธอจะทราบเรื่องราวทุกอย่างของพี่สาวของเธอ ทราบว่าพี่สาวไปหาพระรูปนี้ให้มาตามหา ทราบถึงความเป็นห่วงสงสารของพี่สาวทุกประการ   โดยก่อนจะจากมาเธอบอกฝากขอบคุณไปถึงพี่สาวด้วย  ทางฝ่ายพี่สาว อาจารย์คนนั้นได้ฟังก็พอใจ ถามว่ายังไม่ไปเกิดใช่ไหม ?  ก็ตอบว่าน่าจะเป็นสัมภเวสีอยู่ก่อน จนกว่าจะถึงเวลา แต่เรื่องราวไม่ได้ร้ายแรงดังคำบอกของหมอเมืองนนท์ ขนาดที่ต้องทำบุญอุทิศใหญ่โตมโหฬารขนาดนั้น......อาจารย์บอกคงจะทำบุญ100 วันแล้วก่อนกระมัง.....ถามว่าหลังทำบุญ 100 วันแล้วดูได้ไหม   ตอบว่าดูได้ทันที เพราะรู้ที่อยู่แล้ว ดูอีกเมื่อไรก็ได้.....อาจารย์ก็เอาเรื่องราวเหล่านี้ไปบอกญาติ ๆ ที่เมืองนนท์ ...... ให้เตรียมทำบุญ 100 วันให้     แล้วพอทำบุญ 100 วันเสร็จ อาจารย์ก็โผล่มาทันที และขอให้ดูให้   คราวนี้ไม่ต้องทำพิธีกรรมอะไร หลับตาดูทันที พบว่าเธอนั่งนบมืออยู่ในสวนแห่งเดิมนั้น แล้วไม่นานเหมือนมีพลังดูดจากเบื้องบนดูดเอาร่างของเธอขึ้นไป หายลับไปทันที........ ก็ออกจากฌาน เล่าให้ฟัง...... แปลว่าเธอไปเกิดแล้ว น่าจะไปดี   
 
 
สิ่งที่ผมต้องการในการศึกษาเรื่องเหล่านี้ก็คือ สิ่งที่ผมเห็นเหล่านี้คืออะไร ผมจะทำให้เป็นรูปธรรมยิ่งกว่านี้ได้หรือไม่ ด้วยหลักวิชาอย่างไร ? เอาละ ขณะนี้ผมมีหลักวิชา 5 ประการ ใช้เป็นหลักการศึกษาวิจัยโลกลี้ลับอยู่ จึงไม่น่าที่จะเกินวิสัยของผมไปได้ และกรณีล่าสุดนี้ ทำให้ความหวังของผมที่จะไปเยือนนรก น่าจะใกล้ความสำเร็จเข้าไปแล้ว          
 
 
 
 เจ้าที่ที่เมืองอุบลราชธานี

21  มิถุนายน 2554 

15.00 น.

โยมที่จ.อุบลราชธานี ขอนิมนต์ไปดูที่ เป็นที่แปลงใหญ่มีถนน 6 เมตรผ่านด้านหน้า  อยู่ในตัวเมือง ด้านหลังติดกับแม่น้ำมูลน้อย  เขาเล่าว่าเป็นที่ที่ไม่มีใครอยู่ได้ ราคาขายไม่แพงแต่ไม่มีคนซื้อ เขาอยากได้ ชอบใจ  ให้ดูให้หน่อย พอไปถึง ก็ถ่ายรูปเอาไว้ แล้วเลยไปดูศาลพระภูมิ แล้วให้เขาถอยรถมาที่เดิม  บอกว่าจะหลับตาดูสักหน่อย เพียงหลับตาลงก็พบดวงตาขนาดใหญ่คู่หนึ่ง มองดูพวกเราอยู่ บอกเขาไปตามที่พบ ดูพวกเขากลัว  แล้วให้เขาออกรถไป บอกว่าจะมานั่งดูต่อที่วัด  เขาพาไปเที่ยววัดหนองบัวที่อยู่ใกล้ ๆ ดูเจดีย์ใหญ่ แล้วเข้าวัด ที่มีเจดีย์หลวงปู่มั่น  ออกจากวัดนั้นเดินทางกลับ  ระหว่างนั้นมีนิมิตรเกิดขึ้น ดูแล้วก็รายงานให้โยมทราบด้วย พบเจ้าที่ตรงนั้นจำแลงกายสูงใหญ่ เห็นเฉพาะช่วงเอวลงมา เดินย่ำไปย่ำมาอยู่บริเวณที่ที่ไปดูนั้น แสดงอาการโกรธเคืองมาก ดู ๆ แล้วเหมือนใส่เกือกแก้ว แสดงความเป็นเทวดาชั้นสูง สวมมงกุฏ แต่งกายดี บอกโยมว่าน่าจะเป็นเทพผู้ต้องโทษให้มาดูแลหรือมาอยู่ที่นี่ เขาเห็นอาตมาแล้ว ตัวเล็กลง  ไหว้อาตมา  แล้วนั่งลง  อยู่ในท่านั้นไม่ขยับเขยื้อน..ในใจคิดว่าเหมือนเจ้าที่ที่ห้วยคุ้มเลย ..ยังไม่ทันถามเรื่องราว พอดีรถข้ามสะพานเข้าอำเภอวารินทร์ ภาพก็หายไป ....... จะต้องทำงานกลางคืนเพื่อติดต่อเจ้าองค์นี้อีก จะศึกษาว่าพอจะอยู่ด้วยกันได้หรือไม่ระหว่างเทพอสูรกับมนุษย์     

 

 

ผู้ดูแลท้องที่ม.ราชภัฏศรีสะเกษ

18.00 น.

โยมพาไปดูที่หน้า ม.ราชภัฏ ศรีสะเกษ  นั่งสำรวจตรวจดูอยู่ถึง 2 ชั่วโมงเศษ ๆ พบว่าเป็นที่ปลอดจากการปกครองระดับล่าง  แต่บริเวณนั้นทั้งหมด รวมทั้งตัวมหาวิทยาลัยเอง ขึ้นต่อชั้นสูงโดยตรง  มีพิฆเณศวร  นารายณ์  และ อุมาเทวี  ผลัดกันดูแล  บอกให้โยมทราบว่าพระนารายณ์รับจะดูแลแถวที่บริเวณนั้นให้ ให้บูชานารายณ์ด้วยพวงมาลัย กล้วยน้ำหว้า ผลไม้ต่าง ๆ  และ น้ำสะอาด  ส่วนวิญญาณพเนจรอันธพาลก็คงไม่กล้ามาอีกแล้ว

 

22 มิถุนายน 2554

23.00-02.00 น.

D;5,000 : L;20U

เตรียมติดต่อกับยักษ์เจ้าที่ที่อุบล  เสียงทิพย์บรรเลงขึ้นสนั่นในระดับ D;5,000 : L;20 U  เข้าฌานเจตภูติ พบเจ้าที่นั่งอยู่ในท่าเดิม  ติดต่อด้วยใจ วางเงื่อนไขให้ทีละข้อ ๆ  จนครบ 3 ข้อ  1.  ทำบุญหยาดน้ำอุทิศให้ทันที  + บุญอย่างอื่นภายหลัง  2.  ทำศาลเจ้าให้ใหญ่โตโอฬาร  3.  ปลูกป่าให้ทางด้านหลังติดกับแม่น้ำมูลน้อย  ไม่มีเสียงหรืออาการปฏิเสธ  เท่ากับรับคำ

 

ดูดวงวิญญาณชะตาขาดที่ราชประสงค์

เพื่อทดสอบวิชาการเร้นลับเหล่านี้ ที่ดูไปไกลจากสามัญสำนึกของคนทั่วไป  จะลองนั่งทางในดูดวงวิญญาณชาตาขาดที่ราชประสงค์ดูคืนนี้

 

 

24 มิถุนายน  2554
เทพธิดาดูแลวิหารหลวงพ่อโต

วิหารหลวงพ่อโต เวลา 17.00 น.ฝนตก  ไฟดับ  ทั้งเมือง  แสงสลัว ๆ มีแสงเทียนเพียง 2 เล่ม  ขณะพาญาติโยมปฏิบัติธรรม เวลาปฏิบัติสมาธิ  เห็นเทพียืนเบื้องหน้าญาติโยม จำนวนมากเต็มวิหาร  แต่งองค์ด้วยชุดวันพีชกระโปรงยาวขาวล้วน มีเข็มขัดเงินระยับคาดที่เอว มีผ้าคลุมศีรษะ มีเครื่องประดับทองที่นลาฏ(สร้อยทองรัดศีรษะ ย้อยมาที่หน้าผาก) รูปค่อนข้างท้วมสักหน่อย  เคยเห็นมาก่อนแล้วครั้งหนึ่ง แอบ ๆ อยู่เบื้องหลังหลวงพ่อโต  คราวนี้เห็นทั้งตัว คล้ายเธอแสดงให้เห็น  หรือเชิงแนะนำตัวเอง  ก็บอกว่าแสดงดู  เธอก็ทำตัวใหญ่และสูงขึ้น ๆ ๆ ๆ จนศีรษะจรดเพดาลพระมหาวิหาร  

 

 

23 ก.ค.2554 

ศึกไสยศาสตร์ยกล่าสุด

ผลลัพธ์ที่เกินความคาดคิด

การทดลองใช้อาถรรพณ์ ทดลองเอากับตัวอย่าง  ได้ผลตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้อย่างน่าพิสวง......(ตามรายงานเมื่อ 20 มิ.ย.2554 ข้างต้น)      แต่กลับปรากฎว่า ตัวอย่างได้ผลดีทางวิชา  ทำให้มันยิ่งฟื้นวิทยายุทธฝ่ายดำแรงขึ้นกว่าเดิม   ยิ่งเสพก็เสมือนได้โอสถยารักษาอย่างดีเสียอีก       นี่เป็นผลลัพท์ที่เหนือความคาดหมาย   และนั่นหมายถึงศึกไสยศาสตร์ยังยืดเยื้ออีกต่อไป  

นายกุณฑลอพยพ

ในที่สุดนายกุลฑลกับนางพิมพา จำต้องเดินทาง  เพราะปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้า ตั้งแต่  ที่มีเรื่องราวขึ้น 2 ผัวเมียคู่นี้ต้องหยุดกิจการงานลงเป็นเวลายาวนานร่วม 2 ปี   ภายหลังดำนาปีแล้วเสร็จ....เลือกตั้งเสร็จและพรรคทักษิณชนะแล้ว จึงตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพพร้อมหลาน  และเข้าโรงงาน ทำงานหารายได้..ได้ค่าแรงวันละ 220 บาท ....ทำให้นายประเทือง ผีปอบกำแหง คิดว่าตนเผด็จศึกคู่อาฆาตแล้ว และรวมพวกปอบมา 3 คน  อาละวาดจนคนบ้านข้างเคียงหวาดกลัว ถึงเข้าบ้านเข้านอนกันแต่หัวค่ำ มีสายนางพิมพาโทรไปรายงานเหตุการณ์ทุกระยะ ๆ  ว่าขอให้นางกลับมา เมื่อนางอยู่ผีมันไม่เหิมเกริมเท่านี้

ผู้เฒ่าป่วย

นายบัวพา  รัคราช ผู้เฒ่าอายุ 78 ปีบิดานางพิมพา ป่วยลง นางพิมพาก็เดินทางมาบ้านเดี่ยว  คนเดียว  เพื่อมาดูแล  ลงรถไฟแล้วแวะเข้าวัดก่อนเพื่อรับของดีปราบผี  และประพรมน้ำพระพุทธมนต์จากพระอาจารย์ดัง  ..........บอกว่าไม่กลัวมัน ฉันมาคนเดียวไม่เป็นห่วงใครสู้มันได้  ถ้ามีหลานมามัวแต่ห่วงหลาน

ปะทะฝีมือผีปอบล้ม

23 ก.ค. 2554,  08.40 น.  รายงานว่ากลับถึง กทม.แล้ว ว่าอยู่บ้าน 2 คืน เกิดเรื่องเช้าวานนี้ ดูเหมือนปอบมันไม่ทันรู้ว่านางพิมพากลับมา  รุ่งเช้านางพิมพาออกมากวาดหน้าบ้านอยู่  ตรงที่หลวงพ่อจอดรถนั่นแหละ  มันมาข้างหลัง พอฉันหันกลับไปหามัน มันตกใจล้มตึงลงทันที  ฉันหัวเราะเยาะเย้ยมัน  ว่ากูไม่กลัวมึงหรอก อย่าคิดว่ากูกลัว  มันเอามือทั้งสองยันพื้นไว้ ค่อยถอยไปอย่างลนลาน ขณะมันหัวเราะแหะ ๆ เห็นมันยังมีฟันกรามเหลืออยู่ 2 ซี่ ๆ ละข้าง  คนออกมาดูกันเต็มไปหมด  มันอับอายมาก  ฉันไม่ได้เอาด้ามไม้กวาดตีมัน เพราะเดี๋ยวจะเป็นความ  .......   ดูมันตาโปน ๆ  ไปข้างหนึ่งแล้ว   

 

21 ส.ค. 2554

บทสรุปสำคัญล่าสุด  

1.    กรณีเทพธิดาดูแลวิหารหลวงพ่อโต  ตามรายงานคราวที่แล้ว( 24 มิ.ย.2554)  ต่อจากวันนั้น ได้พบติดต่อมาอีกหลายวัน ในเวลาลงทำวัตรเย็น  จะปรากฎว่าเทพธิดานี้ มานั่งทำวัตรด้วย  โดยนั่งอยู่ส่วนท้ายของหมู่สงฆ์  มุมทิศเหนือ  เห็นติดต่อกันหลายวัน  ที่จริงภาพที่ปรากฎเป็นสตรีนั้น เป็นเพียงภาพเนรมิตเท่านั้น แท้จริงอาจจะเป็นเทพบุตร หรือเพศชายก็ได้ เพราะระดับนี้แล้วสามารถจำแลงเพศอะไรขนาด เท่าไรก็ได้ทั้งสิ้น 

2.    ยังคงมีรายงานผีปอบ ในส่วนความประพฤติอุบาทว์ของมัน ล่าสุด 15 ส.ค. 2554 รายงานว่าแม่มันร้องให้หยุด  พอ ๆ ไอ้ลูกบ้า พอแล้ว    คนได้ยินบ่อย ๆ  ว่าไม่มีพี่น้องมันอยู่ด้วยแล้ว  อยู่แต่มันกับแม่มัน เพราะทนดูไม่ได้   รายงานว่ามันตาบวมด้านขวา จวนบอดแล้ว  ตัวมันบวม

3.    ได้ออกหนังสือพิมพ์ดี ฉบับล่าสุด เล่มที่ 46 วันที่27 เม.ย.2554 ลงเรื่อง โหราศาสตร์ คำพยากรณ์ดวงชะตาพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ และดวงชะตา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในการเลือกตั้ง 3 ก.ค.2554  ซึ่งให้การพยากรณ์ถึงความพ่ายแพ้ของพรรคประชาธิปัตย์ และชัยชนะอย่างท่วมท้นของพรรคเพื่อไทย และน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะได้เป็น นรม.หญิงคนแรกของประเทศไทยไว้  แจกจ่ายตามรายการแจกจ่ายปกติ ทั่วประเทศ เจตนาเพื่อให้ปรากฎโหราศาสตร์ภาคพยากรณ์ที่แท้จริง     และให้หมอดูทั่วไป(ที่ชอบออกตัวพยากรณ์ไปอย่างไร้หลักวิชา) ได้ทราบสัจจะแห่งโหราศาสตร์จริง

 

เผชิญมิติใหม่ทางการศึกษาโลกลี้ลับ
เหมือนดั่งว่าเป็นเทพนิยาย

เรื่องต่อไปนี้เป็นบันทึก ที่เหมือนดั่งว่าเป็นนวนิยาย เริ่มเมื่อวันที่ 11 ส.ค.2554 ได้รับการขอร้องจากโยมอุปปัฏฐากที่บ้านเดิม บ้านโนนน้อย (โยมไชย  นวลปัญญา อายุ 79 ปี   ชื่อสมมติ)ให้นั่งทางในดูเหตุการณ์ให้   ทราบว่าป่วยไปรักษาตัวประจำที่ ร.พ.ศรีนครินทร์ ขอนแก่น  จึงได้ทำการให้ถึง 2 คืน  สำเร็จเอาคืนที่ 2   สิ่งที่พบเป็นเรื่องประหลาด  พบว่ามีร่างคน ๆ หนึ่งรูปร่างดี เปลือยท่อนบนผิวขาวเกลี้ยง ยืนกำกับโยมไชยอยู่ตลอดเวลา ไม่คลาดไกลห่าง  ในใจคิดว่านี่เป็นยมทูตก็ไม่ใช่ เป็นเทวดาก็ไม่ใช่ เป็นมารอสูรก็ไม่ใช่ เป็นพระภูมิเจ้าที่ก็ไม่ใช่  ก็ยังไม่ชัดเจน  จึงบอกโยมไปว่า รายละเอียดเรื่องนี้ ต้องไปสำรวจที่บ้าน บ้านโนนน้อยอีกครั้งหนึ่ง จึงจะรู้  โยมนัดวันนี้(21 ส.ค.2554)  เวลาโพล้เพล้ เขาก็เอารถมารับไป  พอเข้าบ้านก็เข้าฌาน(ลืมตา) สำรวจดู  คิดว่าถ้ามีบุรุษนั้นอยู่ก็คงจะอยู่ใกล้ ๆ นายไชย แต่ไม่พบอะไร  จึงให้จัดที่นั่งทางใน ชั้นบนของบ้าน  นั่งอยู่ 1 ชั่วโมงเศษ ๆ  ได้พบเรื่องราวที่แปลกประหลาด ตั้งแต่ต้นจนจบ  เป็นเรื่องเหมือนนวนิยาย แต่การบันทึกนี้เป็นการบันทึกข้อมูล ............   ที่ปรากฎคือเห็นจริง ......   ดังนี้  ตั้งเวลาไว้ที่มือถือแล้ว พอเริ่มหลับตาลงดูทางใน  ก็เกิดนิมิตร(เดิมเกิดยากมาก แต่บัดนี้ง่ายดายเพราะชำนาญการ รู้ทฤษฎีของมัน)  .......ผ่านไปเป็นเรื่อง ๆ เหมือนการเดินทาง  ได้เห็นอะไรไปเป็นระยะ ๆ  ....แต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เราต้องการดู   ..........     ไปนานเกือนครึ่งชั่วโมง  จึงได้พบ   ภาพของหมู่นกสีขาวฝูงใหญ่  กลุ่มรุมกันอยู่  พอเข้าไปใกล้จึงพบว่ากลุ่มนกรุมจิกตามหัว ตัวตนและดวงตา  ไหปลาร้า ของนายไชย อย่างดุร้าย  นายไชยอยู่ในฐานะง่อนแง่น ร่อแร่   ............คิดว่าพวกนกนี้เป็นอะไร   เป็นเจ้ากรรมนายเวร อย่างที่เคยได้ยินหรือเปล่า .....ถ้างั้นนายไชยก็คงไปทำบาปเอาไว้กับใครหนอ.....นึกไม่น่าเป็นเช่นนั้น   ก็คิดได้ว่า นี่พวกอันธพาล  ปองร้ายจะเอาชีวิตเขา ก็ตวาดไล่นกไป  มันหนีหายไปในทันที ..........  ก็มาคิดว่านี่คืออะไร .....  พวกโจรร้ายคิดทำร้ายนายไชย ....... มันคงจะต้องกลับมาทำร้ายเอาอีก.....ต้องกำจัดมันให้สิ้นซาก แต่จะทำอย่างไร .......  เราคงตามไม่ทันมันแน่  และไม่ทราบว่ามันเป็นอะไร  ในใจคิดว่านี่เป็นยมทูตก็ไม่ใช่ เป็นเทวดาก็ไม่ใช่ เป็นมารอสูรก็ไม่ใช่ เป็นพระภูมิเจ้าที่ก็ไม่ใช่  คล้าย ๆ เรื่องราวในไซอิ๋ว   ที่มีงัวของแป๊ะไท้กง  หลบลงมาเที่ยวในโลกมนุษย์ก่อความเดือดร้อนให้มนุษย์  .....    ก็เลยคิดว่าต้องขอเชิญเทวดามาช่วยทำงานนี้   จึงเอาลูกประคำมาชุมนุมเทวดา  หลายรอบ   แล้ว ขณะนั้นเสียงทิพย์บรรเลงอยู่ระดับ D:5000;L:10U ไม่นาน  ขณะนั้นโพล้เพล้แล้ว   มืดมิดไปทั้งท้องฟ้า  แล้วชั่วอึดใจใหญ่ต่อมาฟ้าก็เปิดออกเป็นช่องวงกลมใหญ่ที่ส่ว่าง  มีเทวดาในชุดเครื่องขาวระยิบระยับ เห็นเฉพาะส่วนหน้าอกไปถึงศีรษะ ปรากฎออกมา  พอเห็นก็รู้ว่าเป็น พระนารายณ์  หรือองค์กฤษณะ(ที่เคยพบมาครั้งหนึ่ง ในสุสานสุขาวดี  (ดูโลกลี้ลับตอน 1-4)  ปรากฎว่าเทวดายิ้มให้ ดูสนิทสนม  ไม่แค่นั้น ยังหลิ่วตาข้างหนึ่งให้เป็นเชิงล้อเลียนหยอกเย้าอีกด้วย  .......  (คราวที่พบในสุสานสุขาวดี ท่านพาปวงเทพทั้งสวรรค์มาเยี่ยม  นับแต่ อินทร์ พรหม พิฆเณศวร์ ฯลฯ  ส่วนศิวะเทพมาวันหลัง)   พร้อมกล่าวล้อเลียนว่า .... ท่านมายุ่งเรื่องราวของชาวบ้านเขาทำไม...จำได้ดี (ดูโลกลี้ลับตอน 1-4)  ในขณะนั้นเองก็เห็นว่าที่มือข้างหนึ่งของกฤษณะเทพ หิ้วศีรษะ ๆ หนึ่ง คอขาด ตัวไม่มี มีแต่ศีระ อยู่   มือรวบเอาผมยาวหิ้วไว้ เลือดยังไหลสด ๆ ......ก็เข้าใจอะไรได้หมด  แล้วบัญชรและภาพกฤษณะเทพก็หายไป ........ คิดว่า  นี่คืออะไร   ก็อธิบายได้ว่า  กฤษณะมาช่วยกำจัดอันธพาล ที่คิดปองร้ายนายไชย ไปอย่างเด็ดขาด เพราะบั่นเอาศีระไปเลย.........  ออกจากฌานเป็นเวลา  1 ชม. 20.35   พอดี   .......  เล่าให้โยมฟัง  ............สรุปว่า   ร่างที่มายืนกำกับนายไชยอยู่นั้นเป็นพวกคิดร้าย คิดทำลาย เอาชีวิต  น่าจะเป็นพวกอันธพาลในสวรรค์ .......  บัดนี้กฤษณะเทพได้มาตัดหัวมันเอาไปแล้ว   บัดนี้ไปก็สิ้นเสี้ยนศึก  จะอยู่สบายไปนาน..........

นี่เป็นมิติใหม่............  ที่ให้แนวทางการศึกษาโลกลี้ลับในมิติใหม่แนวใหม่ต่อไปอีก


เรื่องราวประหลาดของนักศึกษาสาว

24 ส.ค.2554  

โยมนิมนต์ไปดูศาลร้าง  ในบริเวณด้านหลังโรงเรียน   นั่งสมาธิอยู่ร่วม 2 ชม. ยุงชุม นั่งไม่ค่อยสนิท  บอกโยมว่า เป็นศาลร้าง ไม่มีใครอาศัย มีแต่เจ้าเร่ร่อนมาเป็นครั้งคราว  ที่เห็นมี หญิงแก่ เคี้ยวหมกปากแดงแจ๋ 1 ตน  กับล่าสุดเฒ่าหัวเถิก หลังโค้งนิดหน่อย ถือไม้เท้าสักมามอง ๆ ดูที่ศาล แล้วก็ไป  แล้ว มีลิงขาวตัวหนึ่ง ท่าทางดุดัน เหมือนลิงเจ้า อยู่ประจำบริเวณนั้น  เขาจะสร้างศาลขึ้นใหม่ ก็บอกว่าสร้างได้เลย เพราะเดิมไม่มีเจ้าของ  ไม่มีใครอยู่ 

25 ส.ค.2554 

18.00 น. 

มีโทรศัพท์มาบอกว่าจะพานักศึกษาสาวมา ว่าถูกอำนาจคุณไสย ร้องไม่หยุดมาตั้งแต่ 16.00 น.แล้ว   สักครู่ใหญ่รถกะบะนำหญิงสาวมา พร้อมเพื่อน ๆ ชายหญิงเต็มคันรถ มีสียงเอะอะไปหมด ปรากฎว่าหญิงสาวอยู่ในอาการไร้สติกัดฟันแน่น หลับตา มือกำแน่น และดิ้นรนอย่างแรง จนเพื่อน ๆ หลายคนต้องรุมเข้ามาช่วยกันคุมตัวเอาไว้ ช่วยกันลาก หามลงมาจากรถ เข้ามาในกุฏิ  ได้เตรียมการรับไว้แล้ว นั่งรออยู่  ก็พาเข้ามา ยังดิ้นไม่หยุด และนอน   เราพยายามทำสิ่งที่เรียกว่านั่งดูทางใน หรือเพ่งฌาน  (ลืมตาเพ่ง)  ก็ไม่เห็นอะไร (ทำแบบที่เพ่งดูพระบรมสารีริกธาตุ)  บอกว่าให้ควบคุมตัวไว้นิ่ง ๆ อยู่อย่างนั้นแหละ  สังเกตอาการเหมือนไม่อยากมาหาพระ ดิ้นรนจะหนีไป  ออกคำพูดฟังไม่รู้เรื่อง สลับไปกับร้องเสียงดังเหมือนระเบิดคำพูดที่โกรธเกลียดออกมา เพื่อนรายงานว่า  เมื่อเวลาเย็นประมาณเลิกเรียน 1600 น. หญิงสาวได้ไปไหว้พระในศาลาใหญ่ด้านหลังมหาวิทยาลัย(ราชภัฏ ศรีสะเกษ) ว่าพบดวงตาใหญ่บนหลังคาศาลาจ้องมองดูอย่างดุร้าย แล้วเป็นร่างคนจ้องมองมา  ตกใจวิ่งหนีออกมา พร้อมกับร้อง เพื่อ่น ๆ ก็นำไปหอพัก  ก็ไม่หาย จึงนำมาหาหลวงพ่อ  ก็บอกว่าจะนั่งทางในดูก่อน  หลับตาเห็นภาพร่างคนนุ่งห่มขาวถือไม้เท้าหน้ายาว คางยาว ตา ปากดูดุร้าย ตาจ้องเขม็งมา .....  ในขณะนั้นเป็นเวลาที่เราเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน....ฌานอ่อน เสียงทิพย์หายไป  ภาพไม่ค่อยชัดเจนนัก     ดูเหมือนร่างนั้นดื้อดึง ไม่อ่อนน้อม มันค่อยเดินหนีไป....  ก็ลืมตาบอกเล่าให้ฟังว่า  โดนสกดจิต มันจ้องตามมา  หลวงพ่อไล่มันไปแล้วแหละ  พรมน้ำมนต์ให้ ทำพิธีกรรมบำบัดปัดเป่าให้  แล้วให้สร้อยของดีไป 1 ชุด หญิงสาวหายเป็นปกติ   บอกว่าไม่ต้องกลัว เอาเบอโทรศัพท์หลวงพ่อไป มีอะไร เวลาไหนให้โทร.มาบอก หลวงพ่อจัดการให้ได้ แม้ว่าอยู่ที่วัด ........ ก็พากันอำลากลับ  เป็นนักศึกษาสาธารณสุขศาสตร์ ม.ราชภัฏ ศรีสะเกษ บ้านเดิมอยู่อ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ

 

26 ส.ค.2554

20.30 น. 


หลังไปสวดพระอภิธรรม มีโทรศัพท์มาบอกว่าหญิงสาวที่มาหาวานนี้เกิดอาการกำเริบขึ้นแบบเดิมอีกแล้ว  ....  บอกว่าไม่เป็นไร หลวงพ่อจะจัดการให้เดี๋ยวนี้   เตรียมทำพิธีกรรม....สักครู่มีโทรศัพท์มาอีก ว่าจะพามาหาหลวงพ่อ เพราะแรงกว่าเดิม ........  พอมาถึงปรากฎว่าร้องเสียงดังลั่นไปหมด  คนในวัดก็แตกตื่นทั้งพระสามเณรมาดูกัน  บอกว่ามากันทั้งคณะ ร่วม 30 คน อาการเหมือนเดิม หลับตาแน่น มือกำแน่น ดิ้นรนไม่หยุด มีแรงดิ้นรนผิดปกติจนเพื่อน ๆ ช่วยกันจับเอาไว้  .....  เราพยายามทำสิ่งที่เรียกว่านั่งดูทางในอีก  แต่ก็ไม่พบอะไร  ลองฟาดน้ำมนต์ใส่เล็กน้อย   หยดแรกของน้ำมนต์ถูกตัวปรากฎว่าขัดขืนดิ้นรนเล็กน้อย .......ก็ปล่อยไว้.... เพื่อน ๆ ที่มาเข้าใจว่าผีสิง  บอกว่าผีเข้าสิงเพราะเอาของดีหลวงพ่อที่ให้ออกจากตัวไปอาบน้ำ แล้วเป็นเลย    .......   บอกว่าจะทำพิธีกรรมพิเศษให้ด้านหลัง.....แล้วจะปลุกเสกของให้ใหม่ ประจุพระคาถาปราบเข้มขึ้น   แล้วจะไปที่ที่เกิดเหตุ ไปดูถึงที่เพื่อถอนรากถอนโคนให้เกลี้ยง .......ขณะพูดนั้นหญิงสาวยังกัดฟันหลับตาแน่น  พรมน้ำมนต์ให้อีกอย่างทั่วตัวตน ตีอีก 5 จุด(น้ำมนต์ที่นี่เป็นน้ำมนต์เย็น)    แล้วให้ลืมตาขึ้น  ก็ลืมตาขึ้น   อาการกลับเป็นปกติ     ..... ก็ไปจบลงที่ได้เดินทางไปดูสถานที่ต้นเรื่อง ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏ ศรีสะเกษ ......... เดินขีดเส้นรอบบริเวณศาลาที่ว่า แล้วนั่งทางในดูชั่วครู่   บอกนักศึกษาที่ไปด้วยว่า  เป็นที่ชุมนุม ทางผ่าน  ที่พักระหว่างทาง  มีทั้งยักษ์ ผ่านมาด้วย   ..............  จบเรื่องราวลงสำหรับวันนี้

บทวิเคราะห์  มีทางที่น่ามองจริง ๆ ว่าอาจจะเป็นผลมาจากปัญหาด้านจิตวิทยา และสังคม วัฒนธรรมหนุ่มสาวยุคใหม่ได้หรือไม่ ?   มีเหตุผลที่จะคิด ตั้งเป็นสมมติฐานสำคัญได้เหมือนกัน  ถ้าเจาะเฉพาะเรื่องวัฒนธรรมทางกามารมณ์ของหนุ่มสาวยุคใหม่ ที่เปลี่ยนไปจากเดิม แล้วหญิงสาวที่ มาจากวัฒนธรรมดั้งเดิมในชนบทไม่อาจจะปรับตัวได้ หรือขัดขืนต่อวัฒนธรรมใหม่ ๆ  อย่างที่เห็นในมหาวิทยาลัย ปัจจุบัน  นับแต่รสนิยมด้านการแต่งเนื้อแต่งตัว  การพูดคุย  การสังคมระหว่างเพศ เป็นต้น   ที่มีเหตุผลเพียงพออาจจะสร้างแรงกดอันหนัก  มาสู่ภาวะทางจิตวิทยาที่ว่า ไม่มีทางออก  หรือ  ทฤษฎีทางตัน(block) แล้วระเบิดออกมา มีอาการเหมือนผีสิง ผีเข้า เช่นกรณีนี้ก็ได้  เราคิดว่า ทำไมมหาวิทยาลัยเองจึงไม่คิดศึกษา เชิงเหตุผลยุคใหม่ในประเด็นคล้าย ๆที่กล่าวนี้  เพื่อให้ได้ความจริงออกมา จะเป็นประโยชน์แด่สังคมสมกับเป็นมหาวิทยาลัย 

แต่ส่วนการศึกษาในที่นี้ ตั้งเป้าไปสู่การศึกษาโลกลี้ลับ  และสำหรับกรณีนี้ก็เป็นอีกกรณีหนึ่งที่ยังไม่ชัดเจน ยังไม่อาจจะสรุปลงได้(อาจจะเป็นเรื่องผีสิงก็ได้พอ ๆ กับเรื่องจิตวิทยา วัฒนธรรมยุคใหม่)  จึงเป็นเพียงข้อมูลสำคัญเพื่อการวิจัยต่อไป    

 

 

 

 24 พ.ย. 2554

บันทึกท้ายบท

สำหรับ Mystery World Report 24 ปรากฎว่ามีช่วงระยะเวลานานถึง 10 เดือน เพราะเริ่ม 6 ก.พ.2554 มาถึงวันนี้ 24 พ.ย.2554   ข้าพเจ้ายังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ สำคัญแม้ระยะต้นเลย  นั่นก็คือ ยังไม่สามารถติดต่อยมบาลตาแดง 2 ตน นั้นได้   ในขณะเดียวกันระดับเสียงทิพย์ คือ ฌาน ได้ลดลงและหายไป  ครั้นกลับมาก็อยู่ ณ ระดับต่ำ ไม่เกิน D; 5000 : L 10 U. แล้วลดลงไป เช่นนี้ตลอดมา  กระนั้นก็ยังคงมีความมั่นใจว่าเสียงทิพย์ไม่มีวันห่างหายไปนิรันดร จากข้าพเจ้า  เพราะ 2-3 วันที่ผ่านมานี้เอง เสียงทิพย์ได้กลับมา และบรรเลงสิ่งที่เรียกว่า  ดนตรีสวรรค์ ให้ข้าพเจ้าฟังทั้งวัน แม้ว่าระดับเพียงแค่ D;5000 ; L10 U.  นั่นคือข้าพเจ้ายังคงมีความหวังพัฒนาต่อไปถึงระดับสูงสุดตามเห้าหมาย นั่นคือระดับ D;50000 : L 10-100 U ระดับที่ข้าพเจ้าเชื่อว่า  หายตัวได้ สลายสังขารเหลือแต่จิตวิญญาณท่องเที่ยวไปได้  นั่นน่าตื่นเต้นใช่ไหม และไม่น่าจะอยู่ไกลเกินไป สำหรับข้าพเจ้า  เหตุที่ข้าพเจ้าว่างเว้นก็เพราะเป็นช่วงที่ใช้  วิปัสสนาญาณ  จัด  อย่างไรก็ตาม วันนี้ ข้าพเจ้าได้มีโอกาสดี ในการเดินเรื่องโลกลี้ลับของข้าพเจ้าต่อไปสำหรับผู้ติดตามการศึกษาของข้าพเจ้าอีกกรณีหนึ่ง  สืบเนื่องจาก เรื่องราวในหนังสือเล่มหนึ่ง  ดังต่อไปนี้ 

เรื่องครูที่กาฬสินธุ์ไปเที่ยวนรกสวรรค์
กลับมาเล่าเรื่องให้ญาติ ๆ ฟัง

24 พ.ย.2554

เมื่อวานนี้ ญาติข้าพเจ้า  ได้พากันมาทำบุญที่กุฎิข้าพเจ้า และได้เอาหนังสือเรื่อง "เบื้องหลังความตาย  ครูสิทธินันท์ อุทโท ๒๕๕๔"  มาถวายจำนวน30เล่มด้วย ซึ่งญาติของข้าพเจ้า ได้แก่นางทิพย์วัลย์ เชาว์วลีรัตน์ และครอบครัว  นายสุรวุฒิ ไชยทิพย์และครอบครัว ได้จัดพิมพ์เผยแผ่เพื่อเป็นธรรมทาน บอกว่าเรื่องนี้น่าสนใจมาก ถวายไว้ให้แจกจ่ายญาติโยมต่อไป  

ข้าพเจ้าได้อ่านแล้ว  มีเรื่องย่อ ๆ ก็คือ   เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2548 ครูสิทธินันท์ อุทโท รับราชการเป็นครูที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกาฬสินธุ์  ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านคุ้มเก่า ต.คุ้มเก่า อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์  วันที่เกิดเหตุ ปรากฎว่าขณะไปทำงานอยู่ในป่าไผ่ในสวนไร่ตนเอง แล้วเกิดอาการเจ็บแน่นหน้าอกขึ้นโดยโดยกระทันกัน แล้วอึดใจต่อมาก็หายใจติดขัด ทุรนทุรายดิ้นรนลงกลางดิน แล้วสิ้นสติไป   ญาติ ๆ นำส่งโรงพยาบาล  ครูสิทธินันท์ มารู้ตัวเองอีกครั้งหนึ่ง ก็เห็นตัวเองเดินอยู่ในป่าใหญ่ แล้วมีเทพยดามาพาไปยังแดนนรก และพาไปสวรรค์ ได้เห็นความเป็นไปในนรกขุมต่าง ๆ น่าหวาดกลัวไปต่าง ๆกัน  ได้เห็นความเป็นไปในสวรรค์ พบพ่อแม่ตนเองในสวรรค์ และอะไรอื่น ๆ อีกอย่างมากมาย ตามที่เล่าไว้ในหนังสืออย่างละเอียด   ฯลฯ แล้วฟื้นคืนชีพขึ้นมา เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นปีจึงพูดให้คนทั้งหลายฟัง  ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นเรื่องลึกลับน่าศึกษา  และไม่คิดว่าจะมีการทุจริตอะไร  จึงคิดว่าจะเอาลงบันทึกไว้ใน โลกลี้ลับนี้ เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาต่อไป

โปรดติดตามในตอนต่อไปครับ  เรื่องครูสิทธินันท์ อุทโท ไปเที่ยวนรกสวรรค์     

 

จบตอนที่ 24
โปรดติดตามอ่านตอนที่ 25

 




Mystery World Report ศึกษาโลกลี้ลับ การศึกษาเชิงงานวิจัยสมาธิและไสยศาสตร์

Mystery World Report 26 : บันทึกสำคัญ
Mystery World Report 25
Mystery World Report 23
Mystery World Report 22
Mystery World Report 21
Mystery World Report 20 : ศึกษาโลกลี้ลับ 20 (ภาษาไทย)
Mystery World Report 19 article
MysteryWorld Report 18
Mystery World Report 17
Mystery World Report 16
Mystery World Report 15
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 14 ย่อ
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 13 ต้นฉบับสมบูรณ์ ตอนที่ 1
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 13 ต้นฉบับสมบูรณ์ ตอนที่ 2
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 13 ย่อ
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 12 ต้นฉบับสมบูรณ์
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 12 (ย่อ)
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 11 (ย่อ)
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 10 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 9 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 8 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 7 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 6 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 5 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 4 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 3 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 2 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 1 article



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (137827)

ผมอยากรู้ว่าพ่อผมที่เสียชีวิตไปแล้วท่านไปอยู่ที่ไหนครับ ท่านเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2554 ผมเป็นห่วงท่านมากครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น หนุ่ม วันที่ตอบ 2012-01-16 11:06:02



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เวบไซท์นี้ http://www.newworldbelieve.net มีข้อมูลพื้นฐานจากหนังสือพิมพ์ดี:วิเคราะห์ข่าวในวงการเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดและสหธรรมิก ออกโดยมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร) มี พระพยับ ปญฺญาธโร เป็นบรรณาธิการ และเป็น webmasterสำนักงานตั้งอยู่ที่ วัดมหาพุทธาราม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ 33000 ขณะนี้หนังสือพิมพ์ดีมีอายุทำการมา 11 ปีแล้ว มีเรื่องสำคัญคือการวิเคราะห์สังคมทั้งระบบด้วยแนวภูมิปัญญาและวิสัยทัศน์แห่งตาธรรมะในพระพุทธศาสนาเพื่อนำสังคมไปสู่ความดีงามและรอดปลอดภัยจากสถานการณ์เลวร้ายยุคนี้