ReadyPlanet.com
dot
dot dot
dot
พระพุทธเจ้า
dot
bulletบทศึกษาพิเศษ:พระพุทธเจ้า ศึกษาจากวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรนแปล เช้า- เย็น
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรแปล เช้า-เย็น อัพเดต
dot
พุทโธโลยี
dot
bulletสมาคมศิษย์หลวงปู่เครื่อง จัดประกวดเรียงความออนไลน์มัธยมศึกษาในวันวิสาขบูชา คลิกดูรายละเอียดและรางวัลที่นี่
dot
ชมรมยุวพุทโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
dot
bulletThe Beginning ความเป็นมาของโครงการชมรมยุวพุโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
bulletChart Showing the Process
dot
บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
dot
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี แฟ้ม 2
dot
To The World
dot
bulletENGLISH
bulletUSA
bulletChina
bulletIndia
bullet Mynmar
bullet Cambodia
bullet Loas
bulletSri Lanka
bulletMalaysia
bulletKorea
bulletThe Truth Of Red Thailand 12-14 April 2009
bulletFrom red shirt survivor person
bulletA Sharp Turn of Believes : Iresearch Iwrite Iread
dot
โหราศาสตร์ [updateใหม่สุด]
dot
bullet สารบาญโหราศาสตร์โดยชลัมพุช โหรชนบททุกเรื่อง
bulletบันทึกข้อสังเกตประเด็นสำคัญดวงชะตาประเทศไทยช่วงเดือนส.ค.-พ.ย.2552
bulletดวงชะตาประเทศไทย พยากรณ์ว่าประชาชนจะอดอยากยากจนและเผชิญภับพิบัติ 4 ประการ
bulletให้คำพยากรณ์นักธุรกิจชาวอังกฤษ
bulletอยากรู้เรื่องโหราศาสตร์ คลิก!
bulletดวงชะตาผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตไทย
dot
Buddhism How?
dot
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 1
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 2
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 3
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 4
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 5
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 6
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 7
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 8
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 9
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 10
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 11
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 12
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 13
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 14
bulletMystery Report 15
bulletMystery Report 16
bulletMystery Report 17
bulletMystery Report 18
bulletMystery Report 19
bulletMystery Report 20
bulletMystery Report 21
bulletMystery Report 22
bulletMystery Report 23
bulletMystery Report 24
bulletMystery World Report 25
dot
เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว
dot
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2536
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2537
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2538
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2539
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2540
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2541
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2542
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2543-2545
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2545-2549
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2549-2550
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2550-ส.ค.2551
bulletเฝ้าดูฯ ส.ค.-ก.ย.2551
bulletเฝ้าดูฯ ก.ย.2551- ธ.ค. 2551
dot
เฝ้าดูฯสำนวนพัชรา กอปรทศธรรม
dot
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 16-27
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 29
bulletบทความใหม่ เม.ย.-พ.ค.2552
bulletพุทธธรรมเพื่อทางดับทุกข์
bulletทฤษฎีการดับทุกข์ทางจิต วิปัสสนากรรมฐานโดยการทำงาน(สำนวนปรับปรุงใหม่)
bulletประวัติพัชรา กอปรทศธรรม
bulletอัลบั้มรูป history
bulletนิทานธรรมะประยุกต์ มานุสสาสุระสงคราม 4 ภาค และอื่น ๆ
bulletอัลบั้มรูป ภาพในอดีตและชีวประวัติศาสตร์ที่สวยงาม
bulletจากเวบบอร์ด พูดกันไม่รู้เรื่อง ประชาธิปไตยล้าหลัง
bulletศาสนาสากล การวิเคราะห์ความหมาย
bulletปลอบใจ
dot
รวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
bulletรวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
สากลจักรวาล สากลศาสนา
dot
bulletสากล...ศาสนา 1
bulletสากล...ศาสนา 2
bulletสากล...ศาสนา 3
bulletสากล...ศาสนา 4
bulletสากล...ศาสนา 5
bulletสากล...ศาสนา 6
bulletสากล...ศาสนา 7
bulletสากล...ศาสนา 9
bulletสากล...ศาสนา 8
bulletสากล...ศาสนา 10
bulletสากล...ศาสนา 11
bulletสากล...ศาสนา 12
bulletสากล...ศาสนา 13
bulletสากล...ศาสนา 14
bulletสากล...ศาสนา 16
dot
ส่วนข้อมูลสำคัญเพื่อการวิจัยการเมืองไทยยุค คมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
dot
bulletข้อมูลสำคัญยุคคมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่1/26ส.ค.2551
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่2/27ส.ค.2551
bulletใบปลิว อีเมล์ ในหลวงทรงร้องไห้
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 1
bulletในหลวงเพิ่งทราบข่าวฆ่าประชาชน10เมย.53ทรงร้องไห้
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
บันทึกลับเสื้อแดง
dot
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
รวมข่าวม็อบการเมืองสนธิ-จำลอง-ปชป.มิ.ย.51-เม.ย.52 นสพ.
dot
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 2
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 3
bulletรวมข่าวม็อบ30มิ.ย.51-23มี.ค.52
bulletเลือดศรีสะเกษบันทึกเรื่องราวรอบด้านเกี่ยวกับเขาพระวิหาร
dot
การโฆษณาชวนเชื่อล้มรัฐบาลทักษิณ
dot
bulletรายงานการโฆษณาชวนเชื่อในประเทศไทยที่ล้มล้างรัฐบาลทักษิณ
dot
หนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนท )
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต ) เล่ม 1 - 44 - ล่าสุด
bulletหน้าที่เก็บไว้
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 1
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 3
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 4
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 5
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 6
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 7
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 8
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 9
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 13
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 10
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 11
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 19
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 12
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 14
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 15
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 16
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 17
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 18
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 20
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 21
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 22
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 23
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 24
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 25
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 26
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 31
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 32
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 27
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 28
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 29
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 30
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 33
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 34
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 35
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 36
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 37
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 38
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 39
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 40
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 41
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 42
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 43
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 44
dot
รายการทั่วไป
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 45
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 46
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 47
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 48
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 49
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 50
bulletเกี่ยวกับเวบไซต์ของเรา
bulletงดเหล้าเข้าพรรษา
bulletมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร)
bulletศรีสะเกษ
bulletวัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ บันทึกเหตุการณ์
dot
ช่องบริการประชาชน
dot
bulletบริการแจ้งของหาย คนหาย สื่อข้อความ หมอผี ฯลฯ
bulletสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษแห่งที่ 1
bulletรวมกระทู้เด็ดจากกระดานถามตอบ
bulletคาถาอาคมไสยศาสตร์
bulletกวีนิพนธ์ใหม่
bulletดี 25
bulletดี 28
bulletดี 29
bulletดี 26


Mystery World Report 21

 

Mystery WorLD Report 21
ศึกษาโลกลี้ลับ 21 (ไทย)
 
 
 
 
 
 
เตือนสติเรื่องการศึกษาสุดยอดวิชาทั้ง 5  [ The 5 Educations ]
 
ในการศึกษาวิชาทั้ง 5 ของผม [The 5 Educations]ในระยะหลังมานี้ ผมได้ประสบปัญหามากมาย เพราะไม่มีเวลาเป็นการสันโดษ ส่วนตัว และยังมีเรื่องราวอื่น ๆ อีกอันเป็นปัญหาส่วนรวมของประชาชนที่ผมจำเป็นต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง การที่เป็นเช่นนี้ ก็มีส่วนที่ดีคือด้านการบริหารวิปัสสนาญาณ หรือปัญญาเป็นอาวุธอันสูงสุด แต่ก็ทำให้วิชาอีก 4 วิชา คือ สมาธิ กสิณ ฌาน และปราณลดน้อยถอยไป เพราะวิชาทั้ง 4 นี้ ต้องการความสันโดษ   และการที่ศึกษาโลกลี้ลับนั้นจำเป็นต้องอาศัย สมาธิ กสิณ ฌาน และปราณ ปณิธานของผมด้านการศึกษา วิจัย โลกลี้ลับนั้น ที่จริงก็คือการศึกษาวิชาทั้ง 5 นี้เอง เมื่อสำเร็จวิชาทั้ง 5 ก็ย่อมสำเร็จ การศึกษาโลกลี้ลับด้วยอย่างแน่นอน นี่เป็นสมมติฐาน ที่ผมต้องการพิศูจน์ให้ได้ แต่ผมจะทำได้อย่างไร ในเมื่อมีปัญหารอบรุมดังกล่าวและวิชาทั้ง 4 นี้ กำลังถอยลงไปเรื่อย ๆ สภาพทางการทรงกรรมฐานของผมลดถอยลงไป ซึ่งผมก็รู้ตัวอยู่ แต่ผมมักจะมั่นใจ ว่าผมอาจจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไรก็ย่อมได้อยู่แล้ว  จนกระทั่งมีกิจกรรมครั้งหนึ่งที่เตือนสติอย่างแรงก็คือ ครั้งล่าสุดที่ผมได้รับนิมนต์ไปนั่งปรกในงานพุทธาภิเษกที่วัดป่าแห่งหนึ่ง (วัดป่ามิ่งเมือง) ผมได้เตรียมตัวทั้งวัน เพราะรู้ดีว่าสภาพภายในเสื่อมลงไปมาก ต้องรื้อฟื้นโดยด่วน (กลัวเสียชื่อพระผู้มีปกติอยู่ด้วยอิริยาบถสาม)  เมื่อผมไปถึงเวลา 24.00 น.(ตามกำหนดการ) ปรากฏว่าได้เริ่มพิธีการไปตั้งแต่ห้าทุ่มครึ่งแล้ว พระเกจิอาจารย์ทั้ง 5 รูปกำลังนั่งปรกกันอยู่ ครบตำแหน่งแล้ว  แต่ไม่นานท่านประธานสงฆ์ได้ลุกออกมา และให้ผมเข้าที่แทน(ท่านชรามากแล้ว)    และจะต้องนั่งปรกไปถึงรุ่งเช้า 06.00 น. เท่านี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับผม แต่ปรากฏว่า กว่าที่ผมจะเข้าสมาธิได้ก็ต้องใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมง ไปถึงประมาณ 03.00 น. จึงสามารถเข้าสมาธิได้ เป็นสมาธิที่ทำจิตให้อยู่ระดับลิ่วลอยลม ไร้ตัวตน สบายได้ (ซึ่งหลังจากได้สภาพนี้แล้ว ผมจะนั่งไปอีกกี่ชั่วโมงก็ได้)   ซึ่งในการนี้ผมได้ใช้สรรพวิชาทั้งหมดเข้าช่วย ทั้งกสิณ ฌาน และปราณ ระดมมาช่วยหมดจึงสำเร็จ   แต่การล่าช้าเช่นนี้ทำให้ผมปริวิตก   นั่นหมายถึงสภาพภายในของผมล้า ถอยลงไป ได้เตือนสติผมว่า จะปล่อยต่อไปอีกไม่ได้แล้ว  หากปล่อยก็จักทำลายวิชาเหล่านี้ไป  เป็นคนธรรมดา ๆ คนหนึ่ง   ผมจึงตั้งความพยายามขึ้นมาใหม่อีกครั้ง โดยกลับมาฟึกฟื้นฝึกฝนตนเองต่อ อย่างไม่ถอย มุ่งเดินหน้า พร้อมกับทำการจดบันทึกข้อมูลต่อไป ผ่านมา 2-3 วันปรากฏว่าเสียงทิพย์เริ่มบรรเลงขึ้นแล้ว แต่ยังไม่ชัดเจน และมาถึงวันนี้ ผมเริ่มรายงานการปฏิบัติธรรม เชิงงานวิจัยศาสตร์ลี้ลับของผมอีกครั้งหนึ่ง  ผมจะสามารถใช้ทฤษฎี ที่ผมได้ค้นพบในวันหนึ่งจนอุทานว่า   Theory of Compensation (ทฤษีการชดเชย) ได้หรือไม่?
 
 
ภาระที่ยังค้างอยู่

และอย่างไร ภาระที่ยังไม่สำเร็จของผม จะต้องพยายามต่อไป  นั่นคือผมยังต้องพยายามไปเยี่ยมเยียนยมราชเจ้านรกถึงแดนนรกให้ได้ก่อน

 
 
 
 
 
21 มกราคม 2553
 
05.30 น. ตื่นนอน ได้ยินเสียงทิพย์ ดังขึ้น กระชั้นถี่ และหวาน ชัดเจนกว่าหลาย ๆ วันที่ผ่านมา จนเกือบถึงระดับ เสียงสวรรค์ (Divine Concert)
 
หมายเหตุ
1.        ฝนตกเล็กน้อยเมื่อคืนที่แล้วทำให้ดินชุ่มและอากาศเย็นลง ขณะนี้ 25 องศา
2.        เย็นวานได้ลงทำวัตรเย็น
3.        ไม่ได้ดูโทรทัศน์ และ อินเทอเนต
 
เสียงที่ปรากฏ ได้ยินชัดเจนถึงลักษณะของความกังวาน สดใส แยกได้เป็นเสียงประสานกันหลายอย่างนี้ คล้ายคลึงกับที่เคยได้ยินครั้งแรก ๆ ปรากฏในบันทึกวันแรก ๆ ที่ปรากฏมาของเสียงทิพย์ ...............
 
 
09.05 น. เสียงยังดังอยู่ แต่ประเมินค่ายังไม่ได้ถนัด   ทางโรงเรียนเล่นแตรวงเพลงมาร์ชกันสนั่น แต่ไม่ลบล้างเสียงทิพย์
 
10.00 น.   ยังคงฟังเสียงอยู่ แต่ระดับลดลง โยมมารับไปกันทรลักษ์ ไปดูโครงการที่ดินขนาดใหญ่ เขานิมนต์ให้ไปดูทำเล และตั้งศาลเทวารักษ์
 
 
 
 
ศาลเทวารักษ์ บ้านนา
 
22.00 น.
วันนี้ไปบ้านนา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ฝนตกบาง ๆ ทั้งวัน ญาติเขาทำโครงการที่ดินขนาดใหญ่ เขาเลี้ยงเพล ๆ เสร็จ ไปดูที่ ท่ามกลางฝนรินลง คลุ้ม เขาเอาร่มกางให้เที่ยวไปดูขอบเขตโครงการ แล้วชี้ที่ให้สร้างศาล ให้เป็ฯศาลเทวารักษ์   ทำพิธีอัญเชิญเทพเจ้าให้ บอกว่าพระนารายณ์พร้อมทั้งเทวดาเสด็จมา ให้สร้างศาลเทวารักษ์ ปั้นเป็นรูปพระนารายณ์ 10 กร ตามนิมิตที่เห็น   ปรากฎว่าช่วงทำพิธีฝนหยุดลง
 
กลับถึงวัดแล้วโยมมามากมาย แต่เสียงก็ยังบรรเลงอยู่ 17.00 น.ทำวัตรเย็น เสียงก็บรรเลงอยู่ระหว่างทำวัตร  วันนี้ทั้งวัน เสียงไม่หายไป 
 
ขณะนี้ เสียงสนั่นไปหมดแต่ยังไม่ถึงระดับ ดนตรีเทพเจ้า คือยังไม่ถึงระดับ D,10000:L,10-100 U.
 
 
 
 
 
22 ม.ค. 2553
08.15 น.   ทำวัตรเช้าแล้ว ขณะทำวัตรเสียงกระชั้นถี่รอบทิศไปหมด
 
ตลอดวันวานนี้เสียงดังอยู่ไม่ขาด แต่ระดับคุณค่าของเสียงน่าอยู่ระหว่าง  D,5000-7000:L,10-20 เท่านั้น   คุณค่าของเสียงที่เป็นประเด็นสำหรับการประเมินให้ค่าก็คือ เสียงบรรเลงตลอดวัน ไม่ขาดเลย แม้ได้เดินทางไปประกอบพิธีกรรมไกลถึงกันทรลักษ์ เสียงก็ติดตามไป และแม้ตอนเย็นจะมีโยมมาหลายกลุ่มหลายคน เสียงก็ไม่ขาด เวลาฟังข่าวโทรทัศน์กลางคืนเสียงก็ไม่ขาด  และทั้งยังบรรเลงต่อเนื่องไปตลอดคืนอีกด้วย แม้กระทั่งตื่นขึ้นมา จนถึงขณะนี้ เสียงก็ยังดังอยู่    สรุปแล้วคุณค่านี้สามารถประเมินได้ และเป็นการพิเศษที่เสียงมีความต่อเนื่องตลอดเวลาข้ามวันข้ามคืน ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน   เพียงแต่เสียงยังอยู่ระดับต่ำ คือประมาณ D,5000-7000:L,10-20 U. เท่านั้น ซึ่งระดับนี้เสียงยังไม่ไพเราะนัก และเราเริ่มวิตกว่า เสียงอาจจะอยู่เพียงระดับนี้ จะไม่อาจพัฒนาไปได้ถึงระดับเสียงสวรรค์ ซึ่งฟังแล้วเคลิบเคลิ้มมีความสุขจนลืมโลก ซึ่งอยู่ ณ D,10000:L,10-20 U.
 
และเราได้ข้อสรุปแล้วว่าเสียงนี้คือ ฌาน (ชนิดหนึ่ง) ถ้าเราสามารถพัฒนาไปถึงระดับ D,50000-:L,10-20 U. -อินฟินิตี้ได้   จะหายตัว ล่องหนได้ 
 
และเพียงถึงระดับ D,10000-12000:L,10-20 U. บริหารให้ดี ๆ   ก็อาจจะสามารถไปเยี่ยมยมโลกได้
และนี่ก็คือภาระอันดับต้น ๆ ของผมที่ต้องทำให้ได้ก่อน และที่ผมยังทำค้างเอาไว้

 
13.00 น.      เสียงยังสนั่นอยู่รอบทิศ แต่ระดับเดิม ไม่เขยื้อนขึ้น เป็นเพราะเหตุใด?
 
 
18.50 น.    ทำวัตรเย็นมาแล้ว    ปรากฎว่าเสียงทิพย์ดังสนั่นไม่ขาด  ทั้งวันเหมือนเมื่อวานนี้
 
ขณะนี้เสียงหนักแน่นมาก..........  แต่แผนงานของผมก็คือ   ใช้ทฤษฎีทดแทน หรือชดเชย   ฟังอังกฤษเข้าใจกว่าคือ  ทฤษฎี  compensation 
 
ผมหมายว่าจะฝึกกรรมฐานนี้ไป ตามสภาพปกติที่เป้นชีวิตประจำวันของคนปกติ ทำอะไร ๆ ไปปกติ ๆ นี่เอง     แต่ภายในความปกตินี้ผมมุ่งหมายในทางกรรมฐานอย่างจริงจังด้วย    นี่แหละที่ผมคิดว่าผมอาจจะทำได้ด้วยทฤษฎี  Compensation 
 
ผมจะทำได้สำเร็จหรือไม่ก็อยู่ที่ระดับเสียงทิพย์นี่แหละ  ผมจะสามารถเพิ่มระดับเสียงทิพย์ไปกว่านี้ได้หรือไม่  โดยเฉพาะที่ผมเคยทำได้เป็นปกติอยู่แล้ว  นั่นคือ  ระดับดนตรีสวรรค์  หรือระดับดนตรีเทพเจ้า ที่มาเล่นให้ผมฟังโดยเฉพาะ   นั่นคือระดับ  D; 10000-12000:L;10-20 U.
 
 
 
 
23 ม.ค. 2553
 
เสียงยังอยู่  แต่เท่าเดิม    วันนี้วันพระ เจ้าอาวาสไม่อยู่  จต.นิมนต์ให้ขึ้นธรรมาสน์ เทศน์เรื่องคนพาลกับบัณฑิตย์  ว่าสรุปท้าย ๆ ว่าคนยุคนี้มิใช่ทาสแต่เป็น เสรีชน   ให้ใช้ปัญญาตนเองแบบเสรีชน ดูเอาเองว่า ฝ่ายไหนเป็นคนพาล ฝ่ายไหนเป็นบัณฑิต   เสรีชนคือประชาธิปไตย  ยุคนี้เป็นยุคประชาธิปไตย   ดูญาติโยมฟังอยู่ตื่นเต้น ....ดีใจ.....เขากลัว....
 
.
 
 
 
 
24 ม.ค. 2553
 
เสียงยังอยู่   เท่าเดิม
 
 
 
 
25 ม.ค. 2553
 
เวลาเย็น เสียงหายไป  วิเคราะห์แล้ว  พบว่าเป็นเพราะเหน็ดเหนื่อย ล้า    นอนหลับพักเสีย แล้วเสียงก็กลับมา   แต่เท่าเดิม
 
 
 
 
 
26 ม.ค. 2553
 
ระหว่างวัน เวลา ที่ผ่านมามักอยู่ดึกมาก  มักอยู่ระหว่าง 23.00 - 02.00 น.
อันนี้เป็นเหตุ
 
วันนี้    เสียงหายไปช่วงหนึ่ง  ที่มีการประชุมต้อนรับแขกของวัด   ได้รับนิมนต์ให้พูด ๆ ขณะรอ ๆ แขกอยู่ประมาณ 40 นาที  แขกมาจาก สน.พุทธศาสนาแห่งชาติ
 
 
 
 
 
 
 
 
ดนตรีแห่งเทพเจ้า
 
27 ม.ค. 2553
06.45 น.   สรงน้ำแล้ว   เสียงสนั่นอยู่รอบ ๆ 
 
ตลอดเวลาที่ผ่าน ๆ มา  น่าพอใจเพราะได้ปล่อยไปตามชีวิตประจำวันธรรมดา ปกติ ๆ   ไม่ได้เน้นอะไรเป็นพิเศษ(ต้องการฝึกไปแบบนี้)
 
เวลาเช้า ๆ เช่นนี้เสียงดังสนั่นมาก  ดูเหมือนในไม่ช้า ก็จะขึ้นถึงระดับ  ดนตรีทิพย์ของเทพเจ้า  หรือเสียงสวรรค์[Divine Concert]   หรอระดับ  D;10,000 : L,10-20 U.
 
จะไปทำวัตรเช้า   นั่งสมาธิสักหน่อย
 
 
08.00 น.  คนมาหาแต่เช้า   ขณะกำลังนิ่งฟังเสียงทิพย์   ที่สังเกตได้ว่า   สนั่นหวั่นไหว  ลักษณะเช่นนี้แหละ  เป็นลักษณะของ  กำลังจะก้าวขึ้นสู่ระดับดนตรีสวรรค์     และเริ่มบันทึกไว้    พอดีมีโยมมาหา   มีพระพามา   ก็จะไปต้อนรับโยมก่อน 
 
 
 
09.25 น.    โยมโทรศัพท์มาจาก รพ. ว่าจะมีพระขอพูดโทรศัพท์  จะโทร.มาจากหนองคาย....  ก็คอย.... 
 
 
 
 
 

28  ม.ค. 2553

03.20 น.    เข้านอน  คืนนี้อยู่ดึก   ทำอะไรหลายอย่าง  มีนักศึกษาชายจากมหาวิทยาลัย 5คนมาทำบุญ และสนทนาธรรม  มีคนสำคัญมาหา  พระจากหนองคายก็ไม่โทร.มา  มีโยมจากบ้านตะดอบมาหา  พร้อมกับหลานสาว  เพิ่งออกจากโรงพยาบาล  ป่วยเป็นไข้ ตัวร้อนสูง มักหวาดว่าเป็นเพราะผีปอบ   บอกว่าที่หนองคายมีหลวงปู่  และศิษย์หลวงปู่ที่ชำนาญการไสยศาสตร์  จะขอพูดกับหลวงพ่อ   แต่ไม่เห็นโทร.มา

08.55 น.  เรากำลังติดตามศึกษาวิจัยเสียงทิพย์  และบันทึกข้อมูลอย่างละเอียด  เพราะนั่นคือฌาณ  เสียงมักชัดเจนเวลาเช้าตรู่  ตื่นนอน    แต่กระนั้นก็ยังไม่ถึงระดับที่รอคอย คือระดับเสียงดนตรีสวรรค์   ตรงนั้นมีความไพเราะมากจริง ๆ  มากกว่าที่ฟังอยู่ขณะนี้   แต่ความไพเราะอย่างไร ไม่อาจจะระลึกได้  ขณะที่ยังไม่ได้ยินเสียงนั้นก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่ามันไพเราะอย่างไร  แต่เมื่อได้ฟังแล้ว จึงรู้สึก   ตั้งใจจะบันทึกไปถึงรายละเยดของเสียง  ให้แยกได้ชัดเจนว่า  ระดับไหนเป็นอย่างไร

ขณะนี้  แท้จริงก็น่าพอใจมาก  เป็นระดับที่เสียงมีความถี่สูงมาก

 

09.05 - 10.25   ดู  Joint Session of Congress U.S. House Chamber  ผ่าน http;//www.thecableguy.tv 

 

 

 

29 ม.ค.2553 

 

 

ทดสอบพื้นฐานวิทยายุทธ 

30 ม.ค. 2553
(วันพระใหญ่)

15.30 น.    บันทึกข้อความต่อไปนี้ เมื่อเวลา  15.30 น. หลังออกมาจากอุโบสถ

 

ผมตั้งใจจะสอบตนเอง  ในอุโบสถ  ขณะทำอุโบสถกรรม  ฟังพระปาฏิโมกข์  เป็นการสอบเรื่องง่าย ๆ  เท่าที่ผมจะมีโอกาสเท่านั้นเอง (เพราะระยะนี้ผมค่อนข้างต้องเผชิญงานหลายอย่าง หลายมิติจริง ๆ )

1.     พอพระเริ่มสวด  ผมจะพนมมือไปตลอด  จนกว่าองค์แสดงจบลง   ผมจะนั่งพับเพียบพนมมือในท่าดียวนี้ตลอดไปจนจบ (เป็นการต่อให้  หากผมนั่งสมาธิจะง่ายเกินไป)

2.     เพื่อเรียกเสียงทิพย์ให้มาปรากฎในหูสองข้าง  เนื่องจากเสียงได้หายไปตั้งแต่เวลาเช้าแก่ ๆ 

3.     ผมจะต้องบรรลุจุดที่เป็นอินฟินิตี้  

 

 

เวลา 13.20 น.  องค์แสดงปาฏิโมกข์เริ่ม นโม สามจบ  ผมไม่ได้เปลี่ยนอิริยาบถ นั่งพับเพียบแต่เดิม  แล้วพนมมือ       ผมเริ่มด้วยความไม่ประมาททันที  คิดว่าต้องใช้หลักป้องกันดีกว่าแก้ไข    คือผมทราบว่าอะไรจะเกิดขึ้น  ต้องป้องกันไว้ก่อนทันที  จะไม่ยอมให้เสียหายแล้วแก้ไข  เพราะถ้าปล่อยเสียหายแล้วจะยากมากในการแก้ไข   ผมเดินปราณในทันที  และให้อยู่ในระดับอินฟินิตี้      (คือระดับที่จะทำอย่างนั้นไปได้นานเท่าไรก็ได้ โดยไม่มีจุดจบ)   นิ้วทั้ง5คู่ประกบกันเบา ๆ แล้วติดกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน   ระยะต้นผมบริหารปราณ ซึ่งเป็นปราณปกติ  เพราะโคตรปราณ(ปราณของพระผู้มีปกติอยู่ด้วยอิริยาบถสาม)ได้ห่างหายไปนานพอสมควรแล้วและยังไม่มีโอกาสฟื้นคืนมา........    

แล้วไม่นานนักเสียงก็แว่วแผ่วขึ้น เหมือนอยู่บนท้องฟ้า  แต่ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น  อยู่ระดับนี้ไปนาน ไม่ขยับ  ผมคิดว่าเป็นเพราะผมเหน็ดเหนื่อยเกินไป   ต่อไปอีกนานพอควร ...... มาระลึกถึง สมาธิลัดเวลา .....  แต่เสียงไม่เพิ่มขึ้นเลย   อีกต่อมา......  กสิณไฟบรรเจิดจ้าขึ้น เหมือนพลุลูกใหญ่ระเบิดสว่าง  แล้วค่อย ๆลอยตกลงไป   หายไป  ปรากฎภาพป่าไม้ขึ้นมาแทน   .....

ผมคิดว่าอีกสักหน่อยก็จะเกิดนิมิตร  และไปสู่ภาพในอดีต...จะเป็นเรื่องราวยาวนาน ...ผมเข้าใจว่าจะเป็นเช่นนั้น ก็ยินดี  ที่สมรรถภาพอันนี้เชื่อถือได้จริง   (คือผมต้องการจะรำลึกนิมิตรแห่งอดีตเมื่อไรก็จะสามารถทำได้  เป็นวิทยาศาสตร์   การปรากฎมาอีกครั้งในคราวนี้  ทำให้มั่นใจในทฤษฎี)  .  แต่ในวันนี้ผมไม่ต้องการสิ่งนั้น   ผมต้องการทดสอบเรียกเสียงทิพย์ให้กลับมา จึงถอนคืนมา  การถอนคืนมาคือละกสิณชนิดนั้นลง ..... ทำให้นิมิตรค่อยหายไปเป็นความว่างเปล่า.....  มาสู่สมาธิ เงี่ยหูสดับเสียงทิพย์ต่อไป  

แต่การถอนตัวกลับไปกลับมาเช่นนี้  ทำให้สมาธิผมเสียไป  แม้เพียงเล็กน้อย  แต่ก็เกิดผลเสียหาย   ขาสองข้างเริ่มตึงขึ้นมาทันที  ตะโพกขวาอูมใหญ่ขึ้น  นิ้วมือที่ประกบกันแน่นเหมือนถูกเชื่อมด้วยระบบไฟฟ้าในตัวตน หัวแม่มือเริ่มสั่น   อีกสักหน่อยผมจะหลุดออกมาจากสภาพอินฟินิตี้   ผมตกใจ  รีบบริหารปราณ .....แต่ไม่เกิดผล   ใช้ความอดทนอย่างที่สุดต้านทานเอาไว้ ..เวทนาเกิดขึ้นเล็กน้อยแล้ว...ผมรู้ว่าอีกอึดใจมันจะเพิ่มขึ้นอาจถึงขั้นอันตราย....เพราะ..  ความที่เรื้อมานาน....ปกติจะมีกสิณเขียวมาช่วยผม.........กสิณเขียวคือยา   ผมได้ข้อสรุปไว้แล้ว   แต่ขณะนั้นผมลืมไป  นึกไม่ออก  ใช้ปราณ แล้วยังไม่ได้ผล    บังเอิญ ........ ซึ่งที่จริงไม่ใช่การบังเอิญ   แต่เป็นผลจากการที่ผมทำวัตรเช้าเย็น พาญาติโยมปฏิบัติธรรมเป็นประจำ  .....  เป็นพื้นฐานรองรับไม่ให้จิตตกลงไปลึก... ก็ มีเสียงบทสวดแว่วขึ้นมา   เป็นบทพาหุง (พาหุงสหัส สะมะภินิม มิตตะสาวุธันตัง คริเมขลัง.อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง......)   ดังขึ้นในหูของผม   ....   นี่เป็นตัวช่วย.........  นำผมกลับมาสู่สมาธิ  ...เวทนา คือปวดขา ตะโพกตึง  มือสั่น....หายไป.... และถึงระดับสภาพอินฟินิตี้อีกครั้งหนึ่ง ..ปราณเดินได้สบาย  ลึกและเย็น.......มือก็ประกบกันไว้ได้เหนืออกต่ออย่างไม่รู้สึกเหนื่อย.....    แล้วจากนี้  นับจากองค์สวด ๆ  เสขิยวัตร....ระยะนี้เองที่ผมเข้าสู่สมาธิลัดเวลาไปเลย   เมื่อปาฏิโมกข์จบลง ผมแทบไม่รู้สึกว่าเวลานานผ่านไปเท่าไร   ผมยังอาจจะเข้าสมาธิต่อไปได้อีกสบาย ๆ  เป็นอินฟินิตี้ ..........ดูเวลาแล้ว  ใช้เวลาสวดพระปาฏิโมกข์อยู่  49 นาที    ...ระหว่าง  14.31 - 15.20  น.  (พระภิกษุในอุโบสถจะเห็นเองว่าผมอยู่ในสมาธิ นิ่งนบมืออยู่ตลอดเวลาแสดงพระปาฏิโมกข์)

นี่เป็นอีกครั้งหนึ่ง    ที่เกิดปัญหาการประเมินผล   ผมทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่?     ได้ตามข้อ 1  ส่วนข้อ 2 ได้เพียงแค่เรียกเสียงมาแต่อยู่ต่ำกว่าระดับมาก(แปลว่า การเจริญฌานของผมยังไม่ได้ตามเป้าหมาย)   และข้อ 3  ก็ได้พอ ๆ กับข้อ 2  แต่ข้อ 3 มาตีตื้นภายหลัง  คือได้สมาธิลัดเวลา (อันนี้เป็นเรื่องสมาธิ  ที่ผมได้พึ่ง และเชื่อถือได้มาตลอด  คือสมาธิผมดีจริง)  

ผมพอใจหรือไม่?      พอใจมากทีเดียว    เพราะผมกระทำทดสอบไปโดยการต่อให้   ในขณะที่สภาพร่างกายผมอ่อนเพลียมาก  แต่ผมใช้วิธีของทฤษฎี compensation แทนได้  แม้จะไม่ชัดเจนนัก   ....อย่างได้ผลระดับต้น ๆ เสมอมาก็คือทำให้หายเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียได้เสมอ...แม้คราวนี้.....แต่เป็นที่น่าพอใจ  และเน้นความเชื่อถือได้ของทฤษฎี

แต่เมื่อมาถึงกุฎี   กลับพบว่าเสียงทิพย์เริ่มบรรเลงขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง............   น่าพอใจอยู่ไม่น้อย

ในภาคเย็น  เมื่อผมลงวิหารพาญาติโยมปฏิบัติธรรม.......ก็จะพยายามสร้างกรรมฐานมาเพิ่มศักยภาพตรงนี้ไปอีก  ...

การหมั่นสวดมนต์ทำวัตรเช้าเย็น    เป็นอาวุธลับทีเดียว  จะมาช่วยยามคับขันได้.......พระน่าจะเข้าใจตรงนี้ให้ดี   พอ ๆ กับการหมั่นทำอสุภกสิณ...  ที่ผมยังไม่ได้นำมาใช้ก่อนในการทดลองวันนี้  (ผมต่อให้  ถ้าผมใช้อันนี้ด้วยแล้ว  จะง่ายเกินไป  ไว้เวลาทำศึกขนาดใหญ่ จึงจะสมศักดิ์ศรี............. การทำอะไรหากสบายเกินไปจะไม่ได้ประโยชน์.ในการพัฒนาการก้าวหน้า.  นี่น่าเป็นหลักการของพระพุทธองค์ท่าน)

 

นี่เป็นการบันทึกข้อมูลเพื่อการวิจัย นะครับ  หวังว่าคงจะเข้าใจ

 

 

 

31 ม.ค.2553

07.00 น.   เสียงทิพย์ฟื้นมา  อยู่ระดับปกติเหมือนวันแรก ๆ ที่ผ่านมาแล้ว  ประมาณ  D;5,000:L;10 U.   ลักษณะเสียงดังอยู่ข้างซ้าย แล้วแซมมาทางขวา   อีกหน่อยจะดังรอบตัว เข้าสู่ระดับเสียงสวรรค์  D;10,000:L10-20 U.

 

10.30 น.     เสียงทิพย์ยังบรรเลงสม่ำเสมอ ดูหนักแน่นขึ้น  แต่ไม่สูงไปกว่าเดิม เท่าไร   (เป็นเพราะไม่ได้ดูโทรทัศน์) 

 

 

 

 

ผีปอบเชื้อฟื้นเป็นผีโพง 

20.02 น.

เสียงทิพย์หนักแน่นขึ้นไม่ถอย  ลักษณะคม  หวาน  กึกก้อง  อีกไม่นานคงถึงระดับเสียงสวรรค์  

นายกุณฑล รายงานมาว่าหลานอยู่ ๆ ก็ป่วย อ่อนระทวยไปอีกแล้ว  เป็นตั้งแต่ 11.00 น.เช้ามาถึงเย็น ไม่ดีขึ้นจึงได้นำเข้าคลีนิคในเมือง  ขณะนี้อยู่คลินิคเด็ก  เด็กป่วยก็เยอะ  ก็รอ ๆ อยู่

เขาเข้าใจว่าเป็นเพราะฤทธิ์หมอผีอีกแล้ว  พยายามให้มองว่าหมอผีมีอันตรายอยู่และยังคงทำพิธีกรรมอยู่   คืนที่แล้ว  เวลาดึกใต้ถุนบ้านมัน ที่รวมอัฏฐิปู่ย่าตายาย บรรพบุรุษเชื้อปอบของมัน  ได้เกิดแสงประหลาดขึ้นเหมือนคราวก่อน  คราวนี้เป็นรูปหัวคนสว่างแดง (เรียกว่าผีโพง)  ออกมายืนเรียงที่รั้วบ้าน ตรงตุ่มน้ำเรียงกัน  แอบดูเห็นแล้วตกใจกลัว  ว่านั่นคือบรรพบุรุษของมัน  วันนี้มันทำพิธีอีก  เด็กมาบอกว่ามันทำขันธ์5ขันธ์8 ขึ้นบูชาแล้วทำพิธีกรรมในบ้านของมันอีกครั้ง  ให้หลวงพ่อจัดการมัน  แล้วอย่าปล่อยมันออกมาอีก  มันแข็งกล้าขึ้นกว่าเดิม.....

20.16 น.  โทร.มาบอกว่าจะพาหลานมาหาหลวงพ่อที่วัด

แล้วมาถึงวัด..ว่ากลัว ไม่กล้ากลับบ้าน .....เล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ฟัง โดยเฉพาะเรื่องผีโพง  คือแสงที่พวยพุ่งออกมาจากห่อกระดูกเถ้าบรรพบุรุษของเขา  ..... เล่าเรื่องการเยียวยาหมอผี คราที่มันป่วยลง .ป่วยหนัก......มีพี่ชายของมันสองคนจากหมู่บ้านไม่ไกลนัก มาทำการเยียวยาให้..ทำการเยียวยากันตลอดคืน.....  ทำอะไรให้หลายอย่างทั้งมอบพระพุทธรูปบูชาให้ 1 องค์  ทำพิธีเบิกเนตรให้เสร็จ ห่อด้วยผ้าด้ายดิบ เสกตะกรุดให้อันหนึ่ง ...บอกว่าไปถึงบ้านจึงค่อยคลี่ผ้าห่อพระพุทธรูปออก .... แล้ว....ถวาย...มอบหลานสาวให้เป็นลูกสาวหลวงพ่อ ......พากันสบายใจ  หัวเราะได้ ..

21.40 น.  พากันเดินทางกลับ  เราเริ่มทำพิธีกรรมไสยศาสตร์ อีกรอบหนึ่ง.........

.................  ดูโทรทัศน์แดงไปจนถึงหกทุ่มเศษ ๆ   มีข่าวปฏิวัติ   ผบ.ทบ.พล.อ.อนุพงษ์...จะเดินทางไปต่างประเทศ 4 ก.พ.2553  ถึง 16 ก.พ.53  เปิดโอกาศให้พล.อ.ประยุทธ ทำการปฏิวัติ ตามคำสั่งของพล,อ.เปรม.........................

 

 

 

 

1  ก.พ.2553


05.00 น.  แต่เช้าตรู่  เสียงทิพย์ระงมขึ้นรอบตัว    นิ่งฟัง  จวนเข้าสู่ระดับ ดนตรีแห่งเทพเจ้าเข้าไปทุกทีแล้ว     อะไรเป็นสาเหตุ....?

 

 

ชุมนุมผีฟ้า

08.40 น.  นายกุณฑล  มาถวายภัตตาหาร  เอาอาหารบ้านนามาถวายหลายอย่าง  ......  เล่าว่าพอกลับถึงบ้านเมื่อคืนที่แล้ว ก็นอนหลับสบาย  บ้านสว่างไสว  หลานกินข้าวกินขนมอร่อยแล้วนอนหลับสนิทไปจนถึงรุ่งเช้า  ......

...... เล่าว่าคืนที่แล้ว  มีการชุมนุมศิษย์ผีฟ้า...(เรียกว่าผีแถนมาแต่เดิม) ......... จะมีครู..อาจารย์ใหญ่ผีฟ้าพาทำพิธี .....  เดิมคนในหมู่บ้านแทบทุกหลังคาเรือน......คนรุ่นคุณย่าคุณยายลงมาถึงคุณแม่....จะเป็นลูกศิษย์ผีฟ้าทุกคน...เมื่อถึงวันชุมนุมมีทุก ๆ ปี  ก็จะพากันแต่งตัวอย่างสวยงาม ทัดดอกไม้ ถือดอกไม้ธูปเทียน ของกำนัล พากันไปที่บ้านอาจารย์ใหญ่... ครอบครัวผีปอบก็เป็นสมาชิกด้วย.แต่แม่มันไม่ไป..........ให้หลานสาวไปแทน.....บ้านนายกุณฑล...แม่ก็จะไปแต่นายกุณฑลไม่ให้ไป.....มีคนไปชุมนุมร่วม 30 คน ......การชุมนุมก็มีการกิน การดื่ม  การสูบเสพยาบางชนิด...แล้วร้องรำทำเพลงผีฟ้ากันอย่างครึกครื้น............ปกติผีฟ้าจะทำการรักษาคนป่วย....... และรักษาตนเอง  ครอบครัวให้อยู่เย็นเป็นสุข  ปราศจากเหตุเพทภัยต่าง ๆ .......ลูกศิษย์คนใดละเลยจะได้รับภัยพิบัติ อาเพทต่าง ๆ ..... 

...  นี่คือสังคมชนบทโบราณ....หมู่บ้านวัฒนธรรมผี..... ที่ยังคงมีอำนาจครอบครองจิตใจประชาชนอยู่อย่างลึกซึ้ง   ยากจะถอนได้โดยง่าย....

 

 

 

2  ก.พ. 2553

12.30 น.  ยายหลานโทร.มา บอกว่านายกุณฑี สามี ขับรถไถออกไปนาจะไปเก็บมะม่วงป่ามาถวายหลวงพ่อ    ไอ้ผีปอบมันขับรถจักรยานตามไป...............ไม่สบายใจกลัวจะเกิดทำร้ายกันขึ้น ...  ให้หลวงพ่อดูให้หน่อย

ดูดวงชะตา......พบว่าคนสองคนนี้กำลังจะตีกัน....รีบทำพิธีไสยศาสตร์ช่วย

1  ชั่วโมงต่อมา  โทรศัพท์ไปถามว่ากลับมาหรือยัง   ว่ากลับมาแล้ว....ปลอดภัย  ว่ามันกล่าวอาฆาตว่าให้พวกฉันตายไปสักคนแลกกันมันก็ไม่เสียดายชีวิตแล้ว......

 

วันนี้  รับโทรศัพท์อีกสายหนึ่ง.  ดูเหมือนตกปากรับคำเขาไว้............................จะต้องเดินทางไกลสักหน่อย........เขาว่าอย่างไรหลวงพ่อก็ไปให้ได้.....เขาอำนวยความสะดวกให้หมด.....คราวก่อนเราไม่ได้รับปากเขา......นี่ก็อีกรายหนึ่งที่ทำให้เกิดความกังวล....ทำให้การทำกรรมฐานสุดยอดของเราไม่ก้าวไป............

 

 

 

ศึกษาวัฒนธรรมผีฟ้า

3 ก.พ.2553

0820 น.   นายกุณฑล มา .....เล่าเรื่องเมื่อวานให้ฟังว่า ...  มันตามไปแต่ไม่รู้ว่ามันอยู่ไหน  ขากลับเห็นมันขับรถจักรยานอยู่ข้างหน้า   เร่งเครื่องรถไถจะเข้าทับมัน...(เดี๋ยวนี้นายกุณฑลไม่กลัวผีอีกแล้ว) . ดีที่มันหลบเข้าทางแยกเล็ก ๆ ไปทัน.........ว่าแม่มันดุใหญ่......มันจะทำพิธีกรรม..... ได้ยินแม่มันดุว่าทำอีกเดี๋ยวก็เจ็บตัวอีกหรอก.................

 

เล่าว่าเทศกาลผีฟ้าเริ่มในเดือน 2 ของทุก ๆ ปี  ปีนี้ช้า มาเริ่มเดือน3  ไม่กี่วันมานี้   ทุกหลังคาเรือนจะต้องไปไหว้อาจารย์ใหญ่ผีฟ้า  เอาข้าวสารดอกไม้ กับเงิน 2 บาทไปถวาย  เรียกว่าถวายตัว..... ด้วยการรำถวาย......(พวกครูศรีสะเกษคงจะนับถือคติผีฟ้าด้วยเหมือนกัน  พอวันครูแต่ละปี  มีการประชุมมครู มีผู้ทรงคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี-โท-เอก ผู้หลักผู้ใหญ่ นับแต่ ผวจ.,ผอ.รร. ครูอาวุโส  มาเต็มห้องประชุมโรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย ..หรือบางปีห้องประชุมเขตการศึกษาเขต 1 .จะตั้งแท่นบูชาอย่างใหญ่โต  มี รูปเทพนับแต่พระพรหม 4 หน้า 4 มือ  ลงมา   แล้วมีการรำหมู่ขนาดใหญ่ หลายคน รำถวายมือแด่พระวิศวกรรมซึ่งพวกครูนับถือว่าเป็นบูรพาจารย์คนสำคัญ ....คนทุกคนนับแต่ประธานในที่นั้น ไปจุดธูปบูชาผีฟ้าผีแถนกันใหญ่.....แล้วมีพรามณ์ร่ายกาพย์บูชาผีฟ้าเหล่านี้ว่าเป็นบูรพาจารย์ของพวกครูศรีสะเกษ  เป็นการแสดงตัวอย่างโจ่งแจ้งว่า   วันครูนี้ แสดงออกว่าผีแถนคือครู  ถือเอาผีเป็นครู...... นี่เป็นความล้าหลังของวงการครูศรีสะเกษ....แบบไร้สติ  งมงายไปอย่างสุด ๆ   ....ไม่น้อยไปกว่าชาวบ้าน......เป็นเรื่องน่าเศร้าใจมาก   ที่ต้องแก้ไข  เอาครูพวกนี้ไปอบรมเสีย ให้รู้แนวคิดวิทยาศาสตร์   และเข้าใจเรื่อง  Science   เมื่อครูไม่รู้จักว่าใครเป็นครูบาอาจารย์ที่แท้จริง   แต่นับถือผีเป็นครูบาอาจารย์..ไม่เข้าใจว่าการเรียนการสอนจะต้องเป็น Science หรือ วิทยาศาสตร์ ....ก็ไม่น่าจะให้อยู่ในสถาบันครู....เพราะผิดยุค   ตามไม่ทันความเจริญของประเทศอื่น ๆ  .... ยังพาลูกศิษย์เด็ก ๆ เยาวชนจำนวนมหาศาลถอยหลังไปสู่ยุคเถื่อนอีก....จึงน่าปลดออกให้หมด...)

เล่าว่าบ้านแต่ละหลังจะพากันไปรำถวายตัว...ถวายมือ..  เป็นคณะ ๆ ละ 4-5 คน ทะยอยกันไปทุกวัน ๆ จนกว่าจะครบหมดทั้งหมู่บ้าน และบ้านบริวาร.....ขณะนี้ก็ยังมีลูกบ้านทะยอยกันไปรำถวายตามลำดับ ๆ........ บ้านนายกุณฑล ก็จะไปด้วยเพราะเป็นประเพณีที่เคยทำมา... จะได้สบายใจ  ... ว่ารวบรวมลูกหลานได้ 5-6คนแล้วก็จะไป...

อย่างไรก็ตาม  ผีฟ้า  ไม่เหมือนผีอย่างอื่นก็เพราะไม่ได้ดุร้าย   แต่สร้างพระคุณ  เป็นฝ่ายเยียวยาและป้องกัน.......กระนั้นก็เห็นได้ว่าผีฟ้านี้เป็นใหญ่ มีอำนาจมากเหมือนกัน...แต่ในทางวิทยายุทธ  ผีฟ้าดูเหมือนไม่มีวิทยายุทธ ...หรือใช้วิทยายุทธระดับสูงกว่าผีปอบ........ แต่วิทยายุทธที่สูงนี้   อาจจะไม่เหี้ยมเกรียมเท่าวิทยายุทธระดับผีปอบ....... ในกรณีอย่างนี้ ผีปอบจึงมีอำนาจสั่นสะท้านใจคนได้มากกว่า.....เพราะสามารถกระทำร้ายได้อย่างเป็นรูปธรรม...จริง... และดูจะเป็นศูนย์อำนาจของไสยศาสตร์....(หมายความว่ามีเรื่องสำคัญ ๆ ทางไสยศาสตร์อยู่ที่วงการผีปอบนี้แทบทั้งหมด)

24.00 น.     เข้านอน ......   ต้องการจบเรื่องราวเร็ว ๆ ....  เร่ง ๆ เข้าหน่อย

 

 

 


เสียงทิพย์ระดับ  D;7,000:L;20U  

4. ก.พ.2553

04.00 น.    ตื่น สดับเสียงทิพย์   มีความดังผิดปกติ  ค่าของ D; ประมาณเท่าเดิม ไม่เขยื้อนขึ้น...น่าจะขึ้นไปบ้างนิดหน่อย....  แต่ค่าของ L; สูงขึ้นไปอย่างชัดเจน  มีลักษณะสนั่น...แต่ยังไม่หวั่นไหว รอบทิศ...  พยายามสังเกตว่า  ค่าของ  D;สูงขึ้นหรือไม่  เพราะในรูปรวมดูดีขึ้น  แต่มีเปลี่ยนแปลงไปเฉพาะค่าของ  L; สูงมาก  จนแทบหนวกหู    ให้ค่าไว้ประมาณ   D;5,000-6,000 : L;20-30U.

ลักษณะของเสียง  เหมือนเสียงธรรมชาติ   เป็นธรรมชาติแต่สำหรับเราคนเดียว    เพราะเราได้ยินเพียงคนเดียว   เสียงแทรกลึกเข้าไปในหู   ในตัวตนของเรา    นิ่งฟังยิ่งลึกและชัดเจน   มีความถี่สูงแต่ชัดเจน  สดใส   ความสดใสของเสียงจะเป็นตัววัดถึงความชั้นสูงของเสียงเสมอ  คำว่า  สดใส  หมายความรวมถึง  ร่าเริง  เบิกบาน  ไร้กังวล

 แต่เสียงระดับนี้  ยังไม่บริสุทธิ์  มีความหยาบ ถ้าค่าของ L;สูงขึ้นแต่ค่าของ D;ไม่เพิ่มตามไป  อย่างเช่นขณะที่ฟังอยู๋นี้...  ฟังนาน ๆ จะมีหนวกหู  รำคาญอยู่บ้าง   ตรงนี้เป็นมาตรวัดถึงคุณภาพเสียงได้   เพราะถ้าถึงระดับเสียงสวรรค์ หรือ D;10,000 : L10 U. ขึ้นไปแล้ว  จะละเอียดอ่อนและไม่หนวกหู  ไม่มีอะไรรำคาญเลย   ระดับนั้นยิ่งฟังยิ่งเคลิบเคลิ้ม  เสพสุขทางจิตวิญญญาณ  เหมือนนำจิตวิญญาณไปอีกโลกหนึ่ง  และที่พิเศษก็คือ  มีความสนั่น  กึกก้อง  รอบตัว .....ต้องได้ยินเสียก่อนจึงจะบรรยายได้ถูก ....  ขณะนี้บรรยายตามลักษณะเสียงที่กำลังฟัง ได้ยินอยู่....

ซึ่งน่าศึกษาโดยเปรียบเทียบกับลักษณะสวรรค์ ชั้นต่าง ๆ ตามคัมภีร์ของพระพุทธศาสนา   ว่าท่านจำแนกสวรรค์เป็นชั้น ๆ ถึงชั้นพรหม  อรูปพรหม  ก็โดยใช้เสียง หรือ ความสุขอย่างนี้เป็นเครื่องมือวัด

 

15.20 น.   ไปพิธีฌาปนกิจศพ ตั้งแต่เพล  ถึง เมื่อชั่วครู่ที่ผ่านมา  จึงกลับ     เสียงทิพย์ขณะนี้ดังอยู๋ ณ ระดับ  D;7,000:L;20U   เป็นเสียงที่ดังสนั่น ร่าเริง  ไม่รู้เหน็ดเหนื่อย  สดใส  เหมือนสีซอ  หรือสีเครื่องสายไป  กำลังดังสนั่น  แต่ยังไม่ถึงระดับเสียงสวรรค์   อีกสักหน่อยก็คงไปถึงอย่างแน่นอน

เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมากที่เสียงทิพย์บรรเลงมาตั้งแต่ตื่นนอน 04.00 น.   จนกระทั่งบัดนี้  ไม่มีหยุดลง   แม้ว่าระหว่างไปงานพิธีศพ  เสียงจะลดลงบ้างแต่ลักษณะความถี่ของเสียงแน่นสม่ำเสมอ  มีกังวาลสดใสเหมือนเข็มเล่มเล็ก ๆ ถูกตีด้วยฆ้อนจิ๋ว ๆ พร้อมกันหลายฆ้อนหลายเข็ม.....

อีกไม่ช้า..................  นี่แสดงว่าระดับฌานแข็งขึ้น   แม้ดูโทรทัศน์เสียงก็ยังไม่ถอยลง

 

 

 

 

ศาลบรรพบุรุษและฤทธิ์ผีโพง

5  ก.พ.2553

นางพิมพา รายงานมาแต่เช้าว่า หลานหัวเราะไม่หยุดตั้งแต่วานนี้ และมักจะมองไปที่บ้านผีปอบ ทำท่าจะวิ่งไปหาเขา ต้องคอยจับตัวเอาไว้  ระวังแจ   แล้วยังแสดงอาการแปลก ๆ ที่ไม่เคยทำคือจะทำอาการแบบเดียวกับผีปอบ เลียนแบบการเดิน  เลียนแบบการพูด  เลียนแบบการกลอกตา .... เท่าที่ทราบมาผีโพง ผีบรรพบุรุษของผีปอบ เกิดจากการปลุกด้วยวิชาผีปอบ เกิดแสงวูบไป วูบมา  คนมักเห็นตอนดึก ๆ บนหลังคาบ้านคนนั้นคนนี้  มักให้ผีโพงไปทำอันตรายแก่เด็ก และมักปรากฎว่าจะรบกวนเด็ก ๆ ไม่ให้หลับนอน  สะดุ้งตื่นตกใจตลอดคืน  ชาวบ้านอีสานมักจะรู้กันดีว่าถ้าเด็กนอนไม่หลับแล้ว มักเกิดจากผีโพง เล่าว่ามันสร้างศาลผีบรรพบุรุษมันขึ้นมาใหม่  เอากระดูกบรรพบุรุษขึ้นบูชา ตั้งโอ่งใส่น้ำขนาดใหญ่ไว้หน้าศาล และเอาจาน มีอาหารแดง ๆ เหมือนเลือดมาวาง คล้ายสังเวยผีโพง(แล้วกลางคืนมีแสงปรากฎขึ้น  ตามที่รายงานมาแล้ว 2 ครั้งข้างต้น)  จดรายชื่อบรรพบุรุษดังนี้

"สุสานกระดูกผี อยู่ทิศตะวันออกของบ้านมัน
นายนายตอน  สิงห์ผาด    ปอดใหญ่ พ่อตาเขา
นางตน สิงห์ผาด        แม่ยาย
นายลืน  บรพันธ์             พ่อบังเกิดเกล้า
นายเสือ สิงห์ผาด      เป็นลุง
ด.ญ.ธันดา  บรพันธ์      เป็นน้องสาว
นายฟอน  สมบง       เป็นพ่อเลี้ยง
6 ชื่อนี้ตายอยู่ที่บ้านเลขที่ 171 ทุก ๆ คน กองกระดูกอยู่ที่สุสานแห่งนี้หมด หลวงพ่อ ทั้งหมดนี้เป็นญาติของนายประเทือง บรพันธ์" 
 

ถามว่าหลานเป็นอะไร  แก้ไขให้ด้วย  ..... บอกว่าไม่ต้องกลัวเดี๋ยวจัดการให้

 

 

 

 

ศึกอาถรรพณเวทย์ : แมวโพง

6  ก.พ.2553

นายกุณฑลมาถวายอาหาร  บอกว่าหลานเป็นปกติ เล่นทั้งวัน  ซน   นอนหลับสบายทั้งคืน    ถามว่าหลวงพ่อทำอย่างไร.....บอกว่าเรื่องนี้ไม่ใหญ่....แก้ง่าย ไม่ต้องกลัว........... หลวงพ่อส่งเจตภูติไปจัดการมันเรียบร้อยไปแล้ว  ให้เจตภูติกระทืบทำลายศาลมันลงราบเรียบไปแต่เช้าวานนี้แล้ว   ..........  กำลังจะหาของวิเศษให้ไปอันใหม่.....ต้องหากระดาษเอ้บ้องไฟมาก่อน.....

 

7 ก.พ.2553

04.00 น.  ตื่น  ได้ยินเสียงทิพย์ระงมรอบตัว  ค่าของ L;สูงมาก    อยู่ระดับ  D;7,000:L;30U.  ตลอด 2 วันที่ผ่านมา ณ เวลาเดียวกันนี้  ระดับเสียงเสมอกัน

 

 

 

8 ก.พ. 2553 

เสียงยังอยู่ระดับเดิม  และเรายังไม่ได้ทำกรรมฐานพิเศษอะไร   ทำตามนโยบายว่า  ให้เป็นไปตามระบบชีวิตประจำวัน พลางก่อน

 

 

 

9 ก.พ. 2553
สอบบาลีสนามหลวง

 

09.00 น.  นายกุณฑี กับครอบครัวมาถวายภัตตาหาร   เล่าว่า 3 วันมานี้หลานมีสุขภาพดีมาก  สบาย  รื่นรมย์  นอนหลับทั้งคืน   รายงานว่า วันที่ส่งรายชื่อบรรพบุรุษผีปอบมาให้หลวงพ่อจัดการนั้น   ตกกลางคืน  หมอผีมันร้องทั้งคืน  ไม่รู้มันเป็นอะไร แอบดูมันอยู่ เหมือนมันโดนของ     ดูมันวิกลจริตไปแล้ว  เห็นมันนุ่งผ้าเตี่ยวตัวเดียวออกมาเดินไปเดินมา งุ่นง่านอยู่ในบ้านมัน  แล้วก็เห็นมันทำอัปรีย์  คือล้วงไปใต้ผ้าเตี่ยว.ทำการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง (ชักว่าว)   เดินไปทำไป  น่าบัดสี....................  ว่าเข้าทางแล้วหลวงพ่อ..... นี่แหละถูกมันแล้ว .........(เราสงสัยว่าจะเป็นเพราะ  อาถรรพณ์ที่ทำไปมากกว่าจะเป็นวิชา......จะลองใช้อาถรรพณ์ดูอีกครั้งหนึ่ง)

แต่บอกว่า   มันทำมันเอง   ไม่มีใครทำมัน   ของมันย้อนคืนไปเอง......  ก็บอกแล้วให้หยุดพิธีกรรมเสีย.............มันพิการอยู่แล้ว  อาจจะเดาะเอาง่าย ๆ  ..............จะทำของวิเศษให้อีกอย่างหนึ่ง.........(จะลองของอีกอย่างหนึ่ง....คือทดสอบสมมติฐานอีกข้อหนึ่ง  นั่นเอง....แต่ยังไม่เปิดเผย....).......

 

18.00 น.     เสียงทิพย์ สนั่นอยู่รอบข้าง  แต่ไม่เกินระดับ D;7,000:L;20 U.

 

 

 

10 ก.พ. 2553 

00.50 น.      เสร็จแล้ว  เครื่องมือปราบหมอผี   คงจะสนุกกันละ

 

 

 

ของวิเศษ 3 ชิ้น ดับอานุภาพสกดจิตผีปอบ  

11 ก.พ. 2553

07.40 น.     รายงานว่า  เมื่อคืนมันส่งแมวโพงตัวใหญ๋มาร้องอยู่รอบบ้าน   หลานนอนไม่หลับ  กลัวเสียงแมวโพง   มันมาวนรอบ ๆ บ้านตั้งแต่ตอนตีหนึ่งเศษ ๆ   เอาหนังสติกยิงมัน หนีไป     ตี3หลานจึงได้นอนหลับ  นางพิมพาก็นอนไม่หลับเหมือนกัน  มันส่งของมา แต่ไม่เป็นอะไร   ส่วนนายกุณฑีนอนหลับทั้งคืน................บอกว่าดีแล้ว  คงเป็นเพราะมันจับกระแสได้ว่าหลวงพ่อกำลังทำของ...........

 

0930  น.    นายกุณฑี  มารับเอาของไป ของมี 3 ชิ้น ๆ หนึ่งเป็นระฆังใบย่อม ๆ

13.40 น.    ถามไปว่าเอาของขึ้นแล้วยัง  บอกว่าเอาขึ้นแล้ว  รายงานว่า  มันไม่อยู่บ้าน  ขี่จักรยานไปทางบ้านพี่ ๆ มัน 

 

 

12  ก.พ. 2553

05.00 น. D;7,000:L;10-20U  

-  เงียบ  ไม่มีรายงาน

13  ก.พ. 2553

05.00 น. D;7,000:L;10-20U  

-  เงียบ   ไม่มีรายงาน

 

เอาซากถ่วงใต้ก้นเวจพระ 

14  ก.พ. 2553

05.00 น. D;7,000:L;10-20U  

05.00 น.    จัดการซากมันแล้ว

08.00 น.     นางพิมพาโทร.มารายงานว่า สามวันที่ผ่านมาบ้านสบาย ดูสว่างไสว   ทุกคนอยู่เย็นเป็นสุข

รายงานว่าเมื่อคืนเวลาประมาณห้าทุ่ม  มันทำพิธีกรรม  แอบดูมัน  ปรากฎว่ามีแสงวาบขึ้นมาทีเดียว(ผีโพงมันฟื้นขึ้นมา)แล้วหายไป  ดูต่อไปก็ไม่เห็นผีโพงอีก   ไม่เกิดแสงวูบวาบอีก   แต่มีแมวโพงมาร้อง เวลา ประมาณ ตี 3  แต่ไม่เห็นตัวแมวโพง

ตอนกลางวันของสองสามวันที่ผ่านมา  มันหายไปทั้งวัน   ซึ่งผิดปกติ แสดงว่ามันป่วย  มันหายไปเพื่อไปเยียวยา  แก้พิธีกรรม  โดยปกติมันจะออกมาเดินวนไปมา   และมองเข้ามาที่บ้านอย่างอาฆาตแค้นจัด  โดยปกติเวลามันพูดจากับคนอื่นดวงตามันจะเป็นธรรมดา   แต่เวลามองมายังบ้านฉันและมองพวกฉันดวงตามันจะแดงก่ำเหมือนไฟเลย บอกถึงความอาฆาตแค้นที่มุ่งหมายเอาชีวิตพวกฉัน

 

บอกว่าจัดการซากมันแล้ว   ห้ามมันทำพิธีกรรม.....................................................................หากไม่เช่นนั้น มันอาจจะเป็นอันตรายได้ง่าย ๆ  เพราะมันเดาะเสียแล้ว.....

 

 

เรื่องราวประหลาดกลี้ลับลับมาอีกครั้งหนึ่ง 
พันธ์ผีปอบชุมนุมแก้เกมฟื้นคืนพลัง  

15 ก.พ. 2553

05.00 น. D;7,000:L;10-20U  

รายงานว่าเมื่อคืนที่แล้ว   เวลาประมาณ 3 ทุ่มเศษ ๆ พี่เขยใหญ่มันมา(พวกเชื้อปอบ) ชื่อนายทา  สุขส่ง(ต่อไปจะใช้ชื่อแทนว่า นายวัน  สมบง)  มันป่วย แม่มัน  พี่ ๆ มันจะมารุมแก้ไขปัญหากัน  ได้ยินพี่ใหญ่(นายวัน)มันตวาดว่า  ไปกลัวทำไมของเด็กเล่น เอา....ขว้างมันเลย (มันหมายถึงระฆัง กับ ของเล่นเด็กอีก 2 อย่าง ที่ให้ไปวันนั้น)   มันเยียวยากันไปจนถึง 5 ทุ่ม  แล้วส่งของมาเข้าฉัน(นางพิมพา)  กับหลาน  ฉันเจ็บตัวตน  เจ็บที่ลำคอ เหมือนโดนอะไรแทง พูดไม่ออก   ส่วนหลาน  เกิดตัวร้อนจัด  เป็นไข้ขึ้นมาทันที  นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย  เกิดอาการตั้งแต่ 5 ทุ่ม ดูแลไปตลอดคืน  เอาผ้าชุบน้ำมนต์ทาตัวให้ ไปจนเช้าจะพาไปโรงพยาบาล  แต่แล้วก็หายป่วยไปเฉย ๆ  เลยไม่ต้องไปโรงพยาบาล 

นายกุณฑล เดินทางมา  บอกว่าขอเรียนคาถาเพิ่มเติมจากหลวงพ่อ .........มอบคาถาให้ไปอีกบทหนึ่ง  และให้ไปทำแผนเร้นลับอีกแผนหนึ่ง ....  ว่าเป็นแผนล่อเหยื่อ  ..........จะหลอกมัน.........บอกว่าเท่าที่ยายและหลานเอาตัวรอดไปได้คืนนี้  ถือว่าดี...เก่ง เอาตัวรอดได้แล้ว ........   เล่าว่า....... ผีปอบมันทนทายาท  มันจะตายไปหลายครั้งแล้ว  แต่กลับฟื้นได้ทุกที  เพราะมันมีพวกพี่ ๆ และแม่มันคอยช่วยดูแล แก้อาถรรพณ์ให้อยู่   หลวงพ่อต้องทำลายทั้งสายพันธ์จึงจะสำเร็จ .....วานนี้ทั้งวัน มีพี่ ๆ มันมาคอยดูแลทั้งวัน ..คล้ายว่ากลัวมันจะโดนของ.......ทำให้มันฟื้นขึ้นมาและดูแรงกว่าเดิม.........บอกว่าไม่ต้องกังวล   ของที่ให้ไปล้วนมีอำนาจเหนือมันทั้งสิ้น  เพียงแต่ยังไม่ออกฤทธิ์เท่านั้น  เพราะมันยังไม่กล้าสู้  รอไปจนกว่ามันกล้าจะสู้.......แล้วมันก็จะรู้สึก.......ส่วนของที่ให้ไปใหม่....  นั่นแหละอันตราย......

เล่าว่าชาวบ้านต่างพากันสงสัย.........ใครเป็นอะไรกันแน่.........

(ความจริง  ปอบมันอดทนทรหดเกินคาด.... บางทีมันอาจจะคิดการณ์ขั้นแตกหักอยู่ก็ได้........นั่นเป็นสิ่งที่ดี........ถ้าเบนทิศทางมาทางตรงเลย คือตรงมาสู่พระอาจารย์เลยก็จะดี ...คนที่อยู่ใกล้จะได้ไม่เป็นอันตราย จะได้ไม่เป็นห่วง.....แต่มันยังไม่กล้าพอเท่านั้นเอง.........แต่ถ้าเมื่อไรมันกล้าพอ  ก็น่าจะหมายถึงระดับวิชามันเพิ่มขึ้น  จนพอให้มันมั่นใจได้  ก็อันตรายเหมือนกัน   จะประมาทไม่ได้เหมือนกัน)

 

เอาละ.....ดูเหมือนการคาดการณ์ของเราไม่ค่อยถูกต้องนัก    .....  ในประเด็นที่ว่า.....................ผี......ไม่เหมือน   คน.....  บางทีโยมเขาจะถูก   ที่ว่าพลังเย็นไม่ได้ผล...ต้องพลังร้อน.......

 

22.00 น.   เสียงทิพย์บรรเลงมี่เรื่อย ๆ ริน ๆ แรงผิดปกติ   น่าอยู่ระดับ  D;7.000:L;25U. 

 

 

ใส่แผนเร้นลับตรึงซ้ำหวังไม่ให้กระดุกกระดิก 

16  ก.พ. 2553

19.05 น.    นายกุณฑล โทร.มาบอกว่าได้ทำการ.............แผนของหลวงพ่อ.........เสร็จลงแล้ว  บัดนี้เอง.......  บอกว่า เออ   ดี

 

ตลอดวันนี้  มีเรื่องราวน่าตกอกตกใจ  เพราะหลานเกิดเป็นแบบเดิมเมื่อคืนอีกแล้ว  .......    และผลทางจิตวิทยาก็คือ    นำไปสู่ความเชื่อว่าผีปอบทำ.........  ซึ่งน่าจะไม่จริงก็ได้....   แต่แล้วภาคบ่ายเด็กก็หายป่วยเป็นปกติ ................ บางทีเราก็เหน็ดเหนื่อยเพราะความที่พวกเขาหวาดกลัวกันเกินไป ................  ว่าวันนี้เลี้ยงเพลพระ 5 รูป  ขณะพระสวดผีปอบมันร้องครางอยู่ในบ้านมัน............... พรุ่งนี้จะนิมนต์มาอีกจากวัดอื่น 5 รูป เท่ากัน   .........   และต่อไปก็นิมนต์พระอาจารย์มาเหยียบหมู่บ้านผีปอบเสียที

 

17 ก.พ. 2553

รายงานมาว่าดี   วันนี้เลี้ยงพระเพล 7 รูป  พระท่านว่า   ระฆังนี่มิใช่ของเด็กเล่นหรอก  แต่เป็นของจริง .......ว่าไอ้ผีมันโกรธแค้นมาก  มองมาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ .........แฝงอาฆาตแรงร้าย หมายล้างผลาญจริง ๆ

 

เหตุการณ์ปกติ................

 

 

18 ก.พ. 2553

19 ก.พ. 2553

วันนี้มากันทั้งหมดทั้งบ้าน  4 คน  รวมทั้งย่าทวด อายุ 77 ปีด้วย   เม้าท์กันสนุก  ขวัญกำลังใจดีมาก  ว่ามันทำอะไรไม่ได้แล้ว  อยู่สบายกันทุกคน  นางพิมพาว่าฉันสบายมาก ด่ามันทุกวัน    ด่าว่าลามก จกเปรต อดหยากปากแห้ง (เพราะมันนุ่งเตี่ยวออกมาเดินไปเดินมาเหมือนคนบ้าใต้ถุนบ้านมัน พร้อมทำอนาจารตนเอง-ชักว่าว ไปด้วย แทบทุกคืน......มันโดนอาถรรพณ์...).....ด่าอย่างนี้มันจะอายไม่กล้าสู้หน้า  ...... มันป่วย  พี่ใหญ่มัน นายทา  สุขส่ง(ต่อไปจะเรียกว่านายวัน สมบง) จะมาหามันดูแลมัน..........และคืนนี้ก็จะมาอีก........มันคงจะสงสัยว่ามีอะไรผิดปกติ......คอยดูมันจะจับได้หรือไม่..ว่ามีของมานอนออกฤทธิ์ทำลายมันอยู่อย่างเงียบกริบ....ในบ้านของมันเอง.........

วิเคราะห์  :   ที่จริงคนเหล่านี้กลับมีความเป็นห่วงหลวงพ่อว่ากลัวจะโดนพวกหมอผีทำอันตรายทางไสยศาสตร์ อาจถึงมรณะได้  หากหลวงพ่อเป็นอะไรไปพวกเขาก็คงไม่รอดตามไปอย่างแน่นอน  ความคิดนี้จึงไปกระตุ้นวิญญาณการต่อสู้ให้แข็งแกร่งขึ้นโดยอัตโนมัติ  จนวันนี้ดูจะกลับมาสู่สติอันสมบูรณ์ เป็นเสรีชน มีวิธีการต่อสู้ของตน  ปราศจากความกลัวอีกต่อไป

 

20  ก.พ. 2553 

21.10 น.      ทั้งวันไม่มีโทรศัพท์มา    คงจะดีขึ้น

21 ก.พ. 2553

22 ก.พ.2553

23 ก.พ.2553

24 ก.พ.2553

25 ก.พ. 2553

 

 

 

เชือดคอไก่รองเลือดไปสังเวยบรรพบุรุษ

26 ก.พ. 2553 

09.00  รายงานมาว่า  ช่วงเวลาที่ผ่านมาหลายวันนี้ พี่ใหญ่มันกับพวกมันมาชุมนุมทำพิธีกรรมกันทุกคืน   มีคืนหนึ่งหลานนอนไม่หลับเลย  แต่ก็ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย  มันพูดว่า เขาทำมาเราก็ทำไป  ตายไปข้างหนึ่งละ  กูไม่ตายมึงก็ต้องตาย   ว่า 2 วันมาแล้วพวกมันทำพิธีบูชาบรรพบุรุษอีกครั้งหนึ่งโดยเอาเลือดใส่จานไปวางบูชา  ทราบภายหลังว่าเป็นเลือดไก่  เชือดคอมันเอาจานรองไปถวายบรรพบุรุษมัน  (วิเคราะห์  นี่คือศาลบรรพบุรุษ ที่มีแสงพวยพุ่งขึ้นคราวก่อนนั่นเอง  แล้วแสงหายไป  มอดไป  มันจะปลุกขึ้นมาใหม่...)  บอกไปว่ามันจะทำอะไรก็ทำไป...... คอยดู

 

27 ก.พ. 2553

 

ปฏิบัติการยุทธการถอดจิต - เจตภูติ

28 ก.พ. 2553 

วันมาฆะบูชา  เป็นวันที่พระ+วัดวาอารามเหนื่อย  มีงานทำหลายอย่างตลอดวัน  มีทำบุญตักบาตรเช้า ผวจ.กับคณะมาทำบุญ   เราทำหน้าที่เป็นประชาสัมพันธ์ หรือโฆษกของวัด เฉพาะกิจ  บ่ายฟังปาฏิโมกข์  เย็นพาญาติโยมสวดมนต์ทำวัตรแปล   2 ทุ่มพิธีกรรมเวียนเทียน กว่าจะเสร็จเข้าไป 21.00 น. 

ในระหว่างเจ้าคุณเจ้าอาวาสแสดงพระธรรมเทศนาก่อนเวียนเทียนราว 20.05 น.นั่นเอง    นายกุณฑลโทรศัพท์มา รายงานว่ายายอายุ 77 ปี โดนของมาตั้งแต่เย็น ขณะนั้นแน่นหน้าอกอ่อนเพลียไปหมดหลับตาจะนอนหลับไป  ให้หลวงพ่อดูให้ด้วย เราตกใจรีบเข้าสมาธิ ...............   ผ่านไป 3 นาทีโทรศัพท์ไปถามว่าเป็นยังไง   บอกว่าดีขึ้นแล้ว   เป็นปกติแล้วแหละ    เข้าสมาธิต่อไปอีกพักใหญ่ ..........    ครั้นเสร็จพาญาติโยม ภิกษุสามเณรเวียนเทียนแล้ว  เวลา 21.00 น.จึงโทร.ไปสอบถามรายละเอียด ....................... ได้ความว่ายายหายเป็นปกติแล้ว

 

1  มี.ค. 2553
2  มี.ค. 2553
3. มี.ค. 2553

 

เสียงระฆังสะท้านจิตใจผีปอบ

4  มี.ค. 2553

10.40 น.  นายกุณฑลโทร.มารายงานว่าออกมาดูที่ดิน เพิ่งให้เขาขนดินมาถมเต็ม   ถามก่อนว่า หลวงพ่อเป็นอะไรไหม  สบายดีหรือเปล่า   รายงานว่าเมื่อคืนพวกผีปอบมันทำงานกันทั้งคืน ... ทำพิธีกรรม......  แต่พวกเราไม่เป็นอะไร  หลับสบาย  ใช้คาถาที่หลวงพ่อให้ป้องกันตัวเอง  มันทำอะไรไม่ได้  .....ฟังน้ำเสียงดูมีความยินดี.

รายงานว่า มันเอาผ้า-กระดาษมาต่อเป็นผืนกั้นบ้านมันไว้ ไม่ให้มองเห็นของ... ระฆัง...  มันกลัว ไม่กล้ามองดู   วันไหนมันมองดูมันจะแสบตาอยู่บ้านไม่ได้  มันจะหนีไปทั้งวัน  ...............สงสัยว่าพวกมันกำลังทำพิธีแก้....กลัวมันจะแก้ได้สำเร็จ..........พลังมันจะเพิ่มขึ้น.......  บอกว่ามันแก้ไม่ได้หรอก เพราะมันเรียนไม่ถึง   ถ้ามันอยากเรียนต้องไปเรียนจากพระ..... เป็นคนละระดับกับฆราวาส  .........

 

สองสามคืนมาแล้ว ตื่นขึ้นกลางดึก....ประมาณ ตี2-3  ได้ยินเสียงทิพย์ระงมไปหมด  มีลักษณะถี่กระชั้นและหนักแน่นมาก  แต่ค่ายังไม่ถึงเสียงสวรรค์อยู่ดี .....แต่การปรากฎเช่นนี้ เป็นเรื่องที่น่ายินดีเสมอ ......  นั่นแสดงว่าอีกไม่ช้าเสียงก็จะพัฒนาไปเอง..............ขณะนี้มีภาระหลายอย่างจนไม่อาจจะทำจิตสันโดษได้นานตามต้องการ..................

 

 

กลุ่มตัวอย่างสำหรับงานวิจัยไสยศาสตร์-ไสยเวท 

- ชั่วระยะที่ผ่านมามีประเด็นสำคัญที่ยังใช้ความคิดอยู่ก็คือ  จะลองเอาวิชาไสยศาสตร์นี้ไปลองใช้กับสถานการณ์ทางโลก ๆ ที่วุ่นวายอยู่ในขณะนี้ จะเป็นอย่างไร...... น่าจะลองดู   เพื่อการวิจัยทางไสยศาสตร์   ....   นั่นซี......จะเป็นอะไรไป..... 

 

5 มี.ค. 2553

พอประมวลได้ว่า 2-3 วันมาแล้ว พวกหมอผีมันทำพิธีกันทุกคืน  เห็นอาการมันทำ  1.   ออกมากระทืบดินอย่างแรง  3  ครั้ง    2.   บริกรรมคาถา จบลงด้วยเสียงตวาดอย่างแรง   3.    บริกรรมคาถาเป็นจบ ๆ พอจบใช้ไม้ตีฝาเรือน 3 ครั้ง        การกระทำอย่างนี้ทำให้เด็ก และแม่ยายสะดุ้ง  ตื่น และนอนไม่หลับ  กว่าจะหลับลงก็ตี 1-2     

 

ถามว่าจะทำอย่างไร?

บอกว่า  ให้ใช้แส้ลงยันต์ที่ให้ไว้

 

6  มี.ค. 2553

09.00

ที่จริงเราก็ไม่น่าจะลังเลใจ  ในเมื่อพอจะหากลุ่มตัวอย่างได้ถมไป  ....  เพื่อการทดลองไสยศาสตร์ขั้นมหาอำนาจ........(มีคนชั่ว  ไร้ศีลธรรม  ก่อกรรมทำบาป เต็มแผ่นดิน...พอจะเลือกมาเป็นกลุ่มตัวอย่างได้อยู่แล้ว....อีกประการหนึ่ง กฎหมายเอาโทษไม่ได้ในเชิงไสยศาสตร์ ......  สบาย.....)

 

21.00 น.   เริ่มเลย.......พรุ่งนี้  ตรวจสอบพลัง.......ปราณยังขัด....เดินปราณให้ได้ก่อน ให้ครบถ้วนทุกสาขาวิชา............พิจารณาเลือกเป้า.....เอาขนาดไหน...........เลือกคม....วิธีการ.....และคงต้องบันทึกข้อมูลไปตามลำดับ    ทำกันอย่างเปิดเผยผ่านสื่อของเราเอง......เป็นวิทยาศาสตร์.....

 

 

 

ปลุกวิญญาณผีตายโหงมาร่วมสู้ 

7 มี.ค. 2553

0620 น.  นายกุณฑลโทรศัพท์มารายงานแต่เช้าว่า  เมื่อคืนมีพวกของมัน แปลกหน้ามาสมทบอีกคนหนึ่ง  มันทำพิธีกรรมทั้งคืน    ผมอยู่จนถึงหกทุ่มจึงเข้านอน  ทุกคนนอนหลับสบายมาก  .....  แต่ตอนตรู่ ผมฝัน  ฝันว่าปอบประเทืองมันขนเอาศพผีตายโหงมาฝังไว้ในบ้านผม   ผมเข้าไปไล่ตีต่อยกับมันอุตลุต จนมันหนีไป    ตื่นขึ้นมายังเหนื่อยอยู่เลย ......แปลว่ามันเปลี่ยนแผนใช่ไหม..........ตอบว่าไม่ป็นไร........มันคงคิดปลุกผีตายโหงมาต่อสู้กับพวกเรา..............ไม่ต้องวิตก   คอยดูมันไป..... ให้ใช้แส้.....ฟาดมันเข้าไป.......

-  ที่จริงเป็นมิติใหม่   คือเข้ามาทางความฝัน...........และดูเหมือนมันจะใช้วิธีใหม่ด้วย.......แต่มันจะทำได้หรือไม่....คือที่มันคิดจะปลุกผีขึ้นมาสู้กับพวกเรา.......... และดูเหมือนเทือกเถาเหล่ากอมันใหญ่  กว้าง........... และใช้หลายวิชา.........  พวกมันค่อยโผล่มาทีละคน ๆ  ใช้วิชาทีละอย่างสองอย่าง....................

 

 

ก่อนถึงวันทหารล้อมปราบประชาชนเดือนพ.ค. 2553 

8 มี.ค. 2553

9 มี.ค. 2553

22.30 น.  ข้าพเจ้ากำลังนิ่งฟังเสียง........... 1.  เสียงจากทีวีช่องเสื้อแดง  นี่ฟังปกติ  แต่ เสียงที่ข้าพเจ้าสนใจฟังในขณะนี้คือ  2.   เสียงดนตรีทิพย์   เสียงนี้ดังอย่างหนักแน่นมาตั้งแต่กลางวันแล้ว  ขณะนี้อากาศเย็น 26 องศา  เวลาเย็นมีพายุพัดโครมครามมา ประตุหน้าต่างเหมือนถูกตีด้วยฆ้อนใหญ่ปิดตึงตัง  หลังพายุมาเย็นลง  และเสียงทิพย์บรรเลงขึ้น อีกสักนิดเดียวเท่านั้น  ก็จะเข้าระดับดนตรีสวรรค์แล้ว   แต่แม้ขณะนี้จะดูเสนาะสนั่น แน่นในน้ำหนักเสียง    และควรตื่นเต้น  แต่ก็ยังไม่ถึงระดับ  D;10,000:L;10-100U. เพราะค่าของ D;10,000:L;10-100U. เป็นระดับที่พูดได้ว่าเป็น เสียงสวรรค์จริง ๆ  นั่นคือดูประหนึ่งว่ามีเทพเจ้ามาบรรเลงดนตรีของเทพเจ้าให้ฟังจริง ๆ   เปรียบได้ปานนั้นทีเดียว
ข้าพเจ้ากำลังตื่นเต้นในแง่ที่ว่า  ดูเหมือนอีกไม่ช้านัก ดนตรีแห่งเทพเจ้าก็จักมาสู่ข้าพเจ้าอีกครั้งหนึ่ง  บางทีก็คืนนี้.......ที่ข้าพเจ้าจะนิ่งฟัง ๆ ๆ ๆ

 

10 มี.ค. 2553
11 มี.ค. 2553
12 มี.ค. 2553
13 มี.ค. 2553

 

บริวารผีปอบสิ้นชีพ 1


14 มี.ค. 2553

06.05 น. รายงานมาแต่เช้าว่าคนในหมู่บ้านกินยาตายโหงไปคนหนึ่งเมื่อเย็นวานนี้ เป็นเพื่อนนายประเทือง ผีปอบ ชื่อนาย เงิน ลอยบุญ  มันไปเฝ้าศพทั้งคืน แล้วยังมาเดินวนรอบ ๆ บ้านนายกุณฑล-นางพิมพา  เกรงว่ามันจะทำเล่ห์กโลบายไสยศาสตร์อีก  ก็กลัว.......กลัวมันจะปลุกผีตายโหงมาทำร้าย........ว่าวานนี้ทะเลาะกับมันค่อนข้างแรง........

 

15 มี.ค. 2553
23.20 น.   เสียงทิพย์กระชั้นขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน   หนักหน่วง  แน่น และสดใส   หากแต่ยังไม่ถึงระดับเสียงเทพเจ้าก็จวนแล้ว   เพราะเสียงหวานและสดใสมาก

เอาละ   พรุ่งนี้ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

 

 

บันทึกลับการทดลองไสยศาสตร์

 

16 มี.ค.2553                                 1

17 มี.ค. 2553                                2

18 มี.ค. 2553                                3

19 มี.ค. 2553                                4

20 มี.ค. 2553                                5

21 มี.ค. 2553                                6

22 มี.ค. 2553                                7      .........................

23 มี.ค. 2553                                8

24 มี.ค. 2553                                9     ..........................

25 มี.ค. 2553                              10    

26 มี.ค. 2553                              11

27 มี.ค. 2553                              12     เวลา   09.15 น.    ทำพิธีเสร็จสมบูรณ์ เป็นขั้นตอนสุดท้าย  คอยดูผล

 

...........
...........

 

7   เม.ย. 2553                               1 

8   เม.ย. 2553                               2

9   เม.ย. 2553                               3

10 เม.ย. 2553                               4      ...........    ..........    ..........   (D;5,000:L;10-15U.)

11 เม.ย. 2553                               5      07.45 น.จบ.... สมบูรณ์ในขั้นตอนนี้ ...............................................

12 เม.ย. 2553
13 เม.ย. 2553
14 เม.ย. 2553
15 เม.ย. 2553
16 เม.ย. 2553      จะเริ่มงานใหม่ ......................... 

17 เม.ย. 2553      00.30 น.            1

18 เม.ย. 2553                               2

19 เม.ย. 2553                               3

20 เม.ย. 2553                               4
 

21  เม.ย. 2553                              5          เสร็จแล้ว  เวลา 06.30 น. ............เก็บ... 

 

 

 

ผีปอบภาค 2 
การฟื้นคืนมาของผีปอบอีกครั้ง

8  มิย. 2553        ได้รับรายงานว่า  นายประเทือง ผีปอบ  ได้เปิดฝาผนังบ้าน ที่คลุมไว้ด้วยผ้า (ตั้งแต่ 4 มี.ค. 2553) ปะติดต่อกันเป็นผืนใหญ่   ปิดเป็นฝาผนัง  เพื่อเร้นตนเองจาก  ของ 3 ชิ้นที่พระอาจารย์ให้เอาไปแขวน  โดยประสงค์เพื่อลดอำนาจสกดจิตของผีปอบลงไป   และได้ผล      ผีปอบไม่สามารถใช้เวทย์มนต์  สกดเรียก  หรือทำร้าย ครอบครัว นายบุญพรมได้   แม้ว่าจะยังคงมีอำนาจอยู่บ้างก็ไม่พอเป็นอันตราย   

(ของ 3 อย่างนั้น คือ 1.  ตะกรุด 5 แท่ง ขนาดใหญ่   2.  ระฆังทอง 1 อันย่อม ๆ  3.   กระดาษตะกั่วสีต่าง ๆ ที่ใช้ประดับตกแต่ง  เอามาแต่งเป็นริ้วรับกระแสลมอ่อน ๆ )

รายงานว่า   วันนั้นทั้งวัน   มันนั่งหันหน้าเข้าหาระฆัง  และเพ่งมองระฆังใบนั้น  อันเป็น 1 ใน 3 สิ่งที่แขวนไว้  

 

นั่นหมายความว่า   มันเริ่มคิดจะสู้แล้ว   และเข้าแผนการของพระอาจารย์   

 

9  เม.ย. 2553   ได้ข้อมูลมาว่า  มันเก่งขนาดเห็นกับตา  ว่ามันสามารถเรียกไก่ ลงมาจากต้นไม้และวิ่งเข้าปากกระสอบป่านที่มันกางรอรับไว้ได้    แต่นั่นเป็นเวลาก่อนที่ได้ถูกลดอำนาจสกดจิตลงไป    

ว่ามันเริ่มทำพิธี  มีแม่มันเป็นผู้ช่วย   และเริ่มจะระรานบ้านนายกุณฑลอีกครั้งหนึ่ง   ขอให้หลวงพ่อช่วยจัดการให้ด้วย 

(มันเป็นผีอาฆาต พยายาทสูงมาก  จ้องคอยทำร้ายครอบครัวนายกุณฑล(มันแค้นที่ไปฟ้องตำรวจกล่าวหาว่ามันทำอนาจารหลานนายกุณฑล)   โดยเฉพาะเด็กซึ่งเป็นจุดอ่อน   ครั้นเมื่อพระอาจารย์ทำลายอำนาจสกดจิตของมันลงไป  ก็ไม่อาจจะใช้เวทมนต์ได้อีก  และพระอาจารย์ก็ปรานีมัน อยู่   ไม่เอาชีวิตมัน  แต่ต่อมามันค่อย ๆ ฟื้นวิชาขึ้นมา   จนหลังสุด   มันเปิดผ้ากั้นบ้านออกมา   และ เพ่งมองระฆัง ทั้งวัน  นั่นแปลว่ามันคิดสู้อีกครั้งหนึ่ง  และเข้าแผนการของพระอาจารย์   คือแผนหลอกถ่ายพลังของมันออกมาเปล่า ๆ) 

 

 

 

 ทดลองอาวุธปล่อย

10 มิ.ย. 2553   

รายงานว่า  ตอนเช้าวันนี้  ว่านายประเทือง ผีปอบ  มันโทรม ตัวดำและผอมมาก     แต่พอถึงเที่ยง บ่าย  มันกลับขาวและอ้วนท้วนสมบูรณ์   ซึ่งเป็นสิ่งที่ประหลาดมาก ๆ    นัยว่า มันได้พลังจากเด็ก ๆ  มันจะพยายามอุ้มเด็ก  เพื่อเพิ่มพลังของมัน      

 

เอาละ   จะทำการทดลอง อาวุธปล่อย  ในคืนนี้ดู   

กลางคืน   ได้ทำพิธีกรรมเหมือนเดิม   เอาอาถรรพณ์ใส่มันไป......  เอาเจตภูติไปคุมตัวมันมาลงโทษ   มันร้องคร่ำครวญอยู่ตลอดคืน   มันกลัวมาก ๆ  และมันยอม......

 

 

11  มิ.ย. 2553   วันพระ 14 ค่ำ ลงปาฏิโมกข์  เลิก  ปล่อยผีชั่วคราว     รายงานว่า เด็กสดชื่นขึ้นในตอนเช้า  และอยากไปโรงเรียน  ไปโรงเรียน      หายป่วยลงโดยพลัน

 

12   มิ.ย. 2553    นายกุณฑล พาโยมมาเยี่ยม  3 คน ตา ยาย หลาน   รายงานว่า ดีมาก  เด็กหลานสบายนอนหลับ  ทั้งคืน  ตื่นขึ้นก็ร้องเพลงได้   หายจากการป่วยอย่างประหลาด  ยังกับตาเห็น 

12.20  น.  ทำพิธีกรรมอีก  กะเอามันให้ยอม   ให้สะบักสะบอมไม่เป็นผู้เป็นคน   .........   ปล่อยอาวุธไปอีกดอกหนึ่ง   ............. ใส่อาถรพณ์ลงไป.....

 

18.30 น.   สุชาติ เมืองพรม  โทร.มาจาก กทม.  ว่าเมื่อคืนฝันเห็นนายประเทือง ผีปอบ  ฝันว่ามันนุ่งเสื้อสีขาว  เดินผ่านหน้าบ้านไป  หน้าตาสงบ   ไม่เหมือนเดิม  ท่าทางสำรวม  เดินไปช้า ๆ   ไม่เกรี้ยวกราดเหมือนเดิม    .............

ว่าถามยายดูแล้วยัง    หลวงพ่อจัดการมันอีกครั้ง   วันนี้ก็จัดการไปแล้วรอบหนึ่ง   มันทำท่าจะยอม  มันเจ็บปวด  ร้องไปทั้งคืน ...........   ว่าถามแม่ดูแล้ว....  แม่ว่าหลวงพ่อทำพิธีจัดการมันอีกครั้ง  มันคงยอมแล้ว......

 

22.30 น.    จะจัดการมันต่อ   เอาให้อยู่.... 

 

 

ได้เวลาบุกบ้านผีปอบตัวต่อตัว 

16 มิ.ย. 2553  

09.40  น.   โยมมารับแล้ว  ขนของเครื่องมือพร้อมทุกอย่าง  ...   จะออกไปบ้านตะดอบ  เพื่อจัดการผีปอบ ...........  

ลูกสาวโทร.มาถามว่า  พ่อจะทำอย่างไร?????    เขาคงจะคัดค้านไม่ให้พ่อทำผิดจารีตพระ...............   บอกว่า  พ่อไม่ฆ่ามันหรอก  เพราะพ่อเป็นพระ...........    แต่โยมที่บ้านนั้นเขาอยากให้จัดการเด็ดขาด...............  เราวางแผนไว้แล้ว.............

09.40 น.   เรียกว่า  แผนป้องกันตัวก็ครบแครื่อง   ไม่ประมาท.......   แต่บัดนี้ก็จะเดินทางแล้วละ  ทดสอบปราน     ไม่ค่อยดีนัก   ความจริง  เราเป็นริดสีดวงนิดหน่อย    ถ้าเจ้าผีปอบมันสู้   มันหมายตาย  แต่เรา  ไม่อาจทำ  แค่พิการ       .....    เราพร้อมแค่ไหน ???

โยมเล่าว่าเมื่อคืนที่แล้ว เป็นตัวมาเลย  มันขึ้นกะไดมา ฉันตะลุมบอนกับมัน เตะถีบมันลงไปจากกะได  คว้าเอาแส้หลวงพ่อตีมัน  มันหนีไป   นายกุณฑลก็ฝัน ฝันทั้งคืน   ฝันว่าฆ่านกเค้าไป 3 ตัว  มันโดนยายถีบตกกะไดบ้านไป   เขาบอกว่า เขาลองสู้กับมันเองก่อน   จึงไม่รายงานหลวงพ่อ .....   ว่าใช้คาถาหลวงพ่อสู้กับมัน......   ว่าเก่งพอตัวแล้ว.....

 

-  ดื่มน้ำผึ้งครึ่งถ้วย   ครองผ้าด้วยชุดสีกรัก  มีขัณธ์   สำหรับพระธุดงค์    โยมถวายไว้นานแล้ว  เอามาใช้วันนี้......ออกจากกุฎิ พ้นธรณีประตู ว่าคาถาพรางใบหน้า  ไม่ให้ผีปอบจำหน้าได้ (ก่อนเข้าบ้านผีปอบก็ว่าคาถาพรางนี้อีกทีหนึ่ง  ไม่ให้มันจำใบหน้าจริงได้)

 

แท้จริงแผนของเราคือแผนเมตตา    พวกประชาชนต่างมีปัญหา   ทั้งผีปอบก็มีปัญหาอันเดียวกัน  .........   ไม่ควรซ้ำเติม   แผ่เมตตาดีกว่า..........

 

กระนั้น  ผีปอบมันไม่คิดอย่างเราแน่......   มันเอาตาย......และเราต้องยับยั้งด้วยบารมีทุกอย่าง..............

เอาละ......  ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเรา................

 

รายงานปฏิบัติการที่บ้านผีปอบ 

18.15 น.   ฝนเพิ่งหยุดตก   ตกหนักมาตั้งแต่ประมาณ  17.00 น.   ดีมาก  ทำให้แผ่นดินมีน้ำ  นาชาวบ้านตะดอบแดนผีปอบ ที่เราเห็นแห้งแล้งเหลือเกิน  ที่หว่านแล้วข้าวก็เริ่มตาย   ที่ยังไม่หว่านรอฝนก็รออยู่  อากาศอบอ้าวแห้งแล้ง    ครั้นฝนตกลงมาห่าใหญ่บัดนี้  ก็น่ายินดีปรีเปรม   สมกับการที่เราได้ออกไปโปรดสัตว์  บ้านตะดอบค่อนข้างยัดเยียดกัน  น่าอึดอัด   และบ้านนายบุญมีกับบ้านผีปอบคู่กรณี ก็ติดกันอยู่   ไปถึงเวลาประมาณ 10.20 น.  กว่าจะทำที่ทางทำพิธีเสร็จก็ถึงเพล  เลยฉันเพลก่อน  จึงทำพิธีต่อไปประมาณ 1 ชม.  11.40 - 12. 45 น.  ที่จริงเราอยากให้ได้อยู่ที่นั่นนานสักหน่อยด้วย  พิธีกรรมที่ทำ เริ่มด้วยสำรวจภูมิเจ้าที่ก่อน นานทีเดียว จึงพบว่าภูมิเจ้าที่เป็นชายแก่ผมขาวแล้ว  มากราบไหว้  เราบอกว่าให้ช่วยดูแลบริเวณนี้ให้ดีด้วย  แล้วขั้นต่อไป เจริญบารมี แผ่ผายบารมีตัวเองออกไป  อยู่นาน ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด  และขั้นตอนที่ 3 ต่อไปเป็นสุดยอด แต่ไม่อันตราย เพราะมีการระบุเงื่อนไข หากผีปอบมันทำพิธีกรรมอันตรายแก่ผู้อื่น จึงจะแสดงฤทธิ์   นายผีปอบมันหนีไปบ้านอื่น  คนที่บ้านนั้นมารดน้ำมนต์ตอนหลัง เล่าให้คนอื่นฟังว่า มันว่ากล่าวหามันว่าเป็นผีปอบ เอาพรามณ์มาทำพิธีขับไล่เขา  เห็นมันตอนออกเดินทางกลับ  โยมบอกให้ดู ว่ามันนั่งอยู่แคร่บ้านนั้น นุ่งกะเตี่ยวตัวลาย ๆ   มันเคี้ยวหมากยับ ๆ  นุ่งผ้าขาวม้าลายตัวเดียว มองดูมัน  มันก็มองมา  เรามองไปในเชิงปรามว่าอย่า...หยุดเสีย   มีโยมมาที่บ้านมากมายหลายคน  อุ้มเด็กมาด้วยคนหนึ่ง  ว่าเด็กคนนี้แหละที่ผีปอบมันอุ้มไปแล้วมันได้พลังคืนมา  ตัวผอมกะหร่อง หัวโต  น่าสงสาร ...  แท้จริงสภาพประชาชน เป็นสภาพของการโภชนาการ อาหารที่ไม่ค่อยเพียงพอ ....  เป็นปัญหาเศรษฐกิจของประชาชนโดยรวม   ...  การยัดเยียด  เป็นต้นเหตุของผีปอบ  และผีต่าง ๆ   จะแก้ได้ด้วยการพัฒนาการชุมชน  ให้ดูสะอาดสะอ้าน  มีถนนกว้าง ๆ  มีที่ทางออกกำลังกาย และสวนสาธารณะ ฯลฯ  .....    ทำได้อย่างนี้  ปัญหาผีปอบก็คงไม่มี   เราคิดเช่นนั้น  จึงไม่ได้คิดเข่นฆ่าทำลายชีวิต  มีแต่เมตตา 

สิ่งที่คาดไว้ว่า  จะได้สัมผัสกระแสตอบโต้   กลับไม่มีเลย    มันกลัวอยู่แล้ว   พอทราบว่าเขาจะไปนิมนต์หลวงพ่อมา  มันก็เริ่มเร่งทำลาย  สองคืนที่ไม่ได้ทำพิธีกรรมให้พวกเขา ผีปอบฉวยโอกาสบุก  เลยเกิดตะลุมบอนกันในฝัน    ตามที่โยมรายงาน ว่าเมื่อคืนตะลุมบอนกันในฝันทั้งคืน   ฝันว่าฆ่านกเค้าไป 3 ตัว  มันบุกมาถึงบ้านขึ้นกะไดมา โดนยายถีบตกกะไดบ้านไป   เขาบอกว่า เขาลองสู้กับมันเองก่อน   จึงไม่รายงานหลวงพ่อ .....   ว่าใช้คาถาหลวงพ่อสู้กับมัน......   ว่าเก่งพอตัวแล้ว.....แล้วก็รีบนิมนต์หลวงพ่อมาวันนี้


ฝนตกลงมาห่าใหญ่   ก็คงจะทำให้อะไร ๆ ดีขึ้น    มันก็คงได้สัมผัสกับเจตนาดีของเราสถานเดียว  แล้วละเลิกอาฆาตพยาบาทจองเวรลงไป   นั่นเป็นสิ่งที่เราหวัง   

 

18.50 น  โยมโทร.มารายงานว่า ขณะหลวงพ่อไปนั้นไม่มีโอกาสพูดให้หลวงพ่อฟังเพราะคนที่มา พากันมาเอง ไม่ได้เชิญมา   กลัวพูดไปแล้วพวกเขาจะไม่เข้าใจดี    ตอนที่รถพาหลวงพ่อมาถึงบ้าน  มันพูดว่า   มาแล้วหรืออาจารย์ดีจะมาปราบกู  ไม่มีใครปราบกูได้หรอกโว้ย    มันหาว่ากูเป็นปอบ  มันเองนั่นแหละเป็นปอบ  ........  โยมว่ามันพูดจาโอหังมาก  ไม่รู้พระรู้เจ้า  เคยทำกับหลวงปู่จนป่วยมาแล้วเพิ่งดีขึ้นตอนนี้เอง  และคนที่เจ็บปวดขา  ปวดแขนหลายคน ในหมู่บ้านหายปวดแขน ปวดขาไปทุก ๆ คน  ตั้งแต่แรก ๆ ที่ได้พบหลวงพ่อ  (คนเชื่อว่าถูกของ ๆ ผีปอบ)   และมันพูดคนมักเชื่อ  โยมว่าบ้านที่มันไปนั่งตอนหลวงพ่อเห็นนั้นเป็นบริวารของมัน  ..........   บอกโยมว่าคอยดูผลของวันนี้ก่อน ....... 

น่าคิดว่ามันคงทำให้ปวดขาปวดแขนได้จริง ๆ   เพราะเราเองได้สัมผัสมาเมื่อไม่กี่วันมานี้ .........มันคงใช้วิธีปั้นหุ่นแล้วทำร้ายหุ่นนั่นเอง.....

แท้จริงวันนี้   อยากให้มันเห็นเท่านั้นเอง   และมันได้คิดว่าพิธีกรรมที่ทำ   มันคนละชั้นกัน......  แล้วมันก็ควรจะละเลิกเสีย......  ก็คอยดูต่อไป.....
 

 

 

บันทึก ประวัติผีปอบ 

 

โยมเล่าตามที่หลวงปู่ที่วัดเล่าให้ฟังว่า  มันบวช 4 โบสถ์  ลาสิกขาปี 2546  แล้วหมั้นหญิงสาวในหมู่บ้านคนหนึ่ง ด้วยทอง 1 บาท เงิน 2 หมื่นบาท ในปีที่ลาสิกขานั้น  กะว่าจะแต่งงานกันในปี 2547  แต่เจ้าสาวหนีไปกรุงเทพไม่แต่งงานด้วย กลายเป็นพ่อหม้ายขันหมาก   เคยบวชจำพรรษาในวัดบ้านตะดอบ(บ้านโนนงาม) หลวงปู่ทราบประวัติมันชอบเล่นของ  ทำให้พระทั้งวัดเจ็บต้นขา   พยายามไล่เจ้าอาวาสหนีไป มันอยากเป็นใหญ่  ปู่ว่ามันเป็นผีตอนกลางคืน กลางวันจึงเป็นคน โยมนิมนต์ปู่มาที่บ้านทำบุญ เล่าให้ฟัง ปู่ว่าให้พระอาจารย์ที่ทำกระดิ่งนั่นแหละปราบมันจึงจะอยู่   7 พ.ค.2552 ทำอนาจาร ดญ.เกศรินทร์ ไพศาล ตร.สภต.หนองไฮ ทำทัณฑ์บนไว้ว่าจะไม่ทำอีก  อับอาย ทำไสยศาสตร์จะทำลายเด็กและครอบครัวนายกุณฑล อาฆาตพยาบาทจะทำร้ายเอาชีวิตคนใดคนหนึ่งหรือทั้งครอบครัวให้ได้  ตายายมาหาพระอาจารย์วัดพระโต แก้ไขให้ .....  วิชามันเสื่อมไป.
ลักษณะอาการที่บอกถึงการกระทำของผีปอบ ที่มันเคยกระทำมาก่อนที่จะได้พบพระอาจารย์  ก็คือ  ส่งของไปเข้า.....โยมยืนยันว่าเวลามันโกรธใครมันก็จะทำพิธีกรรม ส่งของไปเข้าคน  ฆ่าคน  จนคนเกรงกลัวมันทั้งหมู่บ้าน  ลักษณะอาการของคนที่ถูกผีปอบกระทำ  หรือที่เรียกว่าผีเข้า คือ  คนนั่งอยู่ดี ๆ หรือทำอะไรกันอยู่ พอถูกของจะมีอาการสิ้นสติไปในทันทีทันควัน  และล้มตึงลงกลางพื้นเรือน   บ้านนายกุณฑลเคยโดนกันทุกคน  ล้มตึงกันลงไปทีละคน ๆ ถึง 3 คน  แต่ดีที่ไม่ถึงตาย

 

17 มิ.ย. 2553

06.00 น. โยมรายงานมาว่าเมื่อคืนที่บ้านมันเงียบสงบมาก  ไม่มีอะไรเลย    แต่หลาน มีอาการ  .......  โยมสงสัยว่า  จะเป็นการทำมาจากที่อื่น ....   อาจจะเป็นพวกเชื้อ ๆ ของมัน  ก็ได้  

(หมายเหตุ.... จากประวัติคำนวณดวงชะตาได้แล้ว  ลักคณามันอยู่ราศีมีน.....  มันกำลังจะมีเคราะห์ใหญ่ในเร็ว ๆ นี้  โดยเฉพาะวันที่ 19-20-21 มิ.ย. 2553 นี่เอง)   

08.00 น.โทร.ไปถามว่าหลานไปรร.หรือเปล่า???   ว่าไปแล้ว.......

เราเองมีอาการริดสีดวงทวารมาหลายวันแล้ว  แต่ไม่บอกโยม  กลัวจะมองไปว่าพระอาจารย์โดนของจากผีปอบ   ........   แต่แก้ไขได้  เพราะรู้วิธีการ.....   ที่เป็นเพราะกินข้าวเหนียวบ่อย  และจิ้มของเผ็ด......อาหารที่มาจากชนบทมักจะเผ็ด  แกงก็เผ็ด.....  แม้กระทั่งไก่ย่างก็ใส่เผ็ดลงไปในเนื้อไก่     ต้องปรับปรุงโภชนาการ...  แล้วไม่นานก็หายสนิท........รายงานของโยมทำให้มีความหวัง  นั่นคือ  แผนเมตตาธรรม...แผนพระ......ทำพิธีวานนี้ มันคงได้รับกระแสบารมีธรรมไปเต็มที่เหมือนกัน........

มันคงจะเลิกระแวงว่า   เอาอาจารย์ดีมาปราบมัน........มันเป็นปอบ......

 

18 มิย. 2553

18.00 น.  โยมรายงานมาจากบ้านตะดอบว่า  การเดินทางไปบ้านตะดอบของหลวงพ่อ  ทำให้ประชาชนตาสว่างขึ้น  คนถามหาหลวงพ่อกันมาก  ว่าเมื่อไร พระอาจารย์ดังจะมาอีก  คนเขาเล่าว่า  พระอาจารย์ดังมา  จะชำระผีปอบ   ทุกคนเข้าใจดีแล้วว่านายประเทืองเป็นคนอย่างไร    แต่ฉันบอกว่าพระอาจารย์มาโปรดให้ตั้งกองบุญ  ท่านไม่ได้มาเข่นฆ่าใคร เว้นแต่คนชั่วร้าย    ......   ว่าได้ยินมันพูดกับแม่ของมันว่า  ไปนิมนต์พระอาจารย์ดังมาจะให้ฆ่าตีให้ตาย  ....  ใครจะยอม  ....   แม่มันบอกว่า  พระอาจารย์ท่านมาปราบผีปอบ  มึงไม่ใช่ผีปอบมึงอย่ากลัว  ถ้ามึงกลัวมึงก็เป็นผีปอบ .....

เล่าว่าพอพระอาจารย์เดินทางกลับไป  เจ้าผีปอบไปที่ไหนคนก็หนีไปหมด  ไม่เสวนากับมัน  วันนั้นทั้งวันมันไม่พูดจาเหมือนเดิม  มันนิ่งพูดน้อย  .. คนแห่กันมาที่บ้านเยอะแยะ  ขอผลไม้  ...  ที่พระอาจารย์นำไปด้วย และเข้าของต่าง ๆ แบ่งให้ไปหมด   คนถามว่าเมื่อไรจะนิมนต์พระอาจารย์ดังมาอีก......  โยมเล่าว่า  แท้จริงคนรู้จักพระอาจารย์ดีอยู่แล้ว .....(โยมเรียกว่าพระอาจารย์ดัง) .  

(บทวิเคราะห์..... แผนเมตตาคงจะสัมฤทธิ์ผลอยู่เพราะดูทุกอย่างสงบ...นายประเทือง ผีปอบก็พูดน้อยลงไป  จนไม่พูดเลย   ถ้าเขาพูดน้อยลง  ไม่พูดเลย  เรื่องขัดใจกันก็ไม่มี  ก็จะอยู่ด้วยกันไปได้).  ถ้าไม่สงบก็จะเดินแผนเมตตา  ใช้เมตตาสงบเหตุให้ได้......  จะต้องเปลี่ยนพิธีกรรมใหม่   เป็นแผนเมตตา.....  เพราะ  มีพลังสูงกว่า......)

 

 

ความฝันบอกเหตุร้าย
ฝันว่าหมาดำตัวใหญ่ตรงเข้ามาจะรุมกัด

ลูกสาว(บุญธรรม)เล่าว่าคืนที่แล้วฝันว่า เห็นหมาดำตัวใหญ่มาก หลายตัวล้อมเข้ามาจะกัด  ถือไม้ท่อนไว้ ว่ามันเข้ามาจะฟาดให้ตายไปเลย  ในฝันกลัวมาก  มันตัวโตและดูดุร้าย  แต่ก็สู้     บอกว่าแม่ที่อยู่ชนบทไกลไปอีก ก็ฝันเห็นหมาใหญ่เหมือนกัน   แม่และยายเล่าว่า  ฝันเช่นนี้หมายถึงผีปอบแน่ ๆ   ถามพ่อว่าจะเป็นอะไร   ตอบว่า ระวังคนร้าย คนอิจฉาริษยา จะทำให้เสียเงินทอง เข้าของ  คงไม่ใช่ผีปอบหรอก จะเป็นอย่างอื่น  

 

โยมเรียกว่า พระอาจารย์ดัง ขอให้มาเยี่ยมเยียนอีก

19 มิ.ย. 2553

 

 

18.30 น.   โยมรายงาน จากบ้านว่า สถานการณ์ดีขึ้น  คนพูดกันเรื่องพระอาจารย์ดังมาปราบผีปอบ  ว่าอยากให้พระอาจารย์ดังมาบ่อย ๆ  โยมเล่าว่า เมื่อวานนี้ ดวงอาทิตย์ ขึ้นทางตะวันออกเวลาประมาณ 08.00 น. เป็น 3 ดวง  ปรากฎอยู่ถึง  9 โมงจึงหายไป   วันนี้ก็ปรากฎอีกเวลาเดียวกัน  (ออกข่าวทางโทรทัศน์)  

 

19.30 น.     ลูกสาวโทร.มา(จากนครราชสีมา)บอกว่าไม่สบายอีกแล้ว เหนื่อยมาก  กำลังจะน๊อคแล้ว ..... หายใจไม่ออก  ลมหายใจไม่แล่นเข้าไป   บอกให้อ้าปากหายใจ  ก็ทำไม่ได้เพราะเหมือนมีอะไรจุกที่ลำคอ  หายใจทางปากก็ไม่ได้     เหนื่อยเหลือเกิน......แต่ไม่ปวดหัวเหมือนแต่ก่อนแล้ว(หมอเพิ่งเจาะศีรษะดูดหนองที่ค้างในสมองออกไปเมื่อ 3 มิ.ย.53)   บอกว่าให้นอนหลับพักผ่อนเสียเถอะ....กล่อมให้นอน....... 30 นาทีต่อมา โทร.บอกว่าเลือดออกจากปากและจมูก...แดงไปหมด   เหนื่อยเหลือเกิน   ....   เวลาอ้าปากไอออกมาเลือดก็ออกมาด้วย....เลือดยังออกไม่หยุดเลย....เวลาไอเลือดก็ออก.....  พ่อ..ไม่ใช่ผีปอบที่พ่อไปปราบเขาอาฆาตตามมาทำร้ายหญิงหรือ????...  เคยถามยายว่า  ถ้าพ่อเป็นหมอผี  ผีมันจะตามอาฆาตถึงลูก ๆ หรือไม่  ยายตอบว่าผีปอบมันยอดอาฆาตพยาบาท  มีลูก ๆ ก็รับกรรมแทนพ่อได้เหมือนกัน  ..แล้วเราเองกลับเหน็ดเหนื่อยมากจนต้องนอนหลับไป    มารู้สึกอีกครั้งหนึ่งเมื่อประมาณ  ตี 1 เศษ ๆ  ลูกสาวโทร.มา บอกว่าเขานำส่งโรงพยาบาล ยังไม่ดีขึ้น  บอกด้วยเสียงอ่อนล้า  ว่า  พ่อหญิงเหนื่อยเหลือเกิน  ...  ไม่ใช่หญิงจะจากพ่อไปแล้วหรือ ????  ไม่ใช่ปอบตามมารังแกหญิงหรือ ???  แล้วก็เงียบหาย  สัญญาณขาดไป   ...... เรายังคงคิดเหมือนเดิมคือคิดว่าเขาเหน็ดเหนื่อย ควรปล่อยให้เขาพักผ่อน  ........  ครั้นถึง 03.50 น. โทร.ไป....เงียบ    จึงคิดขึ้น ก็ตกใจ   หรือผีปอบมันมีเชื้อสายของมันที่นั่น   มันทำเองไม่ได้ก็ให้เชื้อสายมันที่อยู่ใกล้จัดการเหยื่อ   .........   นึก ๆ ก็สมเหตุผล  ผีปอบที่โคราชก็มีเยอะเหมือนกัน   นึกขึ้นได้ก็ตกใจ ......  ตึงตังลุกขึ้น  รีบทำพิธีกรรม.....พอดีเงียบสงัด  เสียงทิพย์บรรเลงอยู่...เสียงทิพย์กลับมา.......   คิดว่าพิธีกรรมต้องเป็นพิธีกรรมอานุภาพแห่งเมตตา.....ปราบปรามด้วยเมตตา........ จะปรับพิธีกรรมใหม่อย่างไร ?????   .........เริ่มทำพิธี  แล้วโทร.ถามไปเป็นระยะ ๆ  แต่จนแล้วจนรอด  ไม่มีสัญญาณ.....  ตกใจมาก.........ใจหาย  หรือสายเกินไปแล้ว..????   ถ้าอย่างนั้นก็ต้องโทษเราเอง ก็เป็นเพราะเรา ที่ปราบผีปอบไม่สะเด็ด ???    เริ่มเข้าสมาธิ  ทำกสิณ  และ ฌานเจตภูติ .........  ขออานุภาพของทวยเทพช่วยตามดูแลให้ เช่นเคย........05.30 น.  เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น  เป็นเขาเอง  บอกว่าหายแล้ว   กำลังจะบอกลาหมอกลับไป  เขาจะไปโรงงานที่พัทยา  พ่อนอนพักเถอะ  ไม่ต้องห่วง.......

 

 

 

บทสรุป   

 

สถานการณ์ผีปอบดีขึ้น  นับแต่วันนั้นไปแล้ว   ตัวมันเองก็เสื่อมทรามลงไป เพราะวิชาเสื่อมลงไป  มันกับแม่มันและเพื่อน พี่ ๆ มันพยายามช่วยฟื้นวิชา  ทำพิธีกรรมทั้งคืน อยู่หลายคืน   ทำอาการเหมือนกระตุ้นอย่างแรง  คือ บริกรรมคาถาเร็ว แรง แล้วลุกกระทืบดินแรง ๆ หลายครั้ง มักจะ 3 ครั้ง  เพื่อปลุกของให้ฟื้นคืนมา  ต่อมาก็เอาหัวเข่าโขกพื้นเรือนเต็มแรงเหมือนกัน  แต่วิชาก็ไม่ฟื้น  เอาไม้เท้าตีฝาเรือนต้าม ๆ  จนคนข้างบ้านตกใจ  ไม่ได้หลับไม่ได้นอน   ก็ไม่ได้ผล  (เมื่อโยมถามว่ามันทำอะไร  บอกโยมว่าเหมือนการสตาร์ทเครื่องยนต์  แต่เครื่องยนต์มันพังหมดแล้ว  ก็สตาร์ตไม่ติด)     เหมือน  ทางญาติโยมมีกำลังใจเข้มแข็งขึ้น  จนสามารถช่วยตัวเองได้  และมั่นใจต่อสู้ด้วยตนเองโดยไม่รายงานพระอาจารย์ แล้ว  ทางพิธีกรรมของพระอาจารย์ เริ่มแต่การทำพิธีสกัดกั้นอานุภาพสกดจิตของผีปอบได้ชงัดตั้งแต่ต้นแล้ว  มันก็เหมือนสิ้นอำนาจลง  เวทวิทยาการของมันเสื่อมลงทั้งหมด   ประชาชน  พระสงฆ์องค์เจ้า บางส่วนที่ตกอยู่ใต้การครอบของมัน เช่นปวดขา  เป็นไข้เรื้อรังก็หายหมด  ล่าสุดคืนที่แล้วนี่เอง  รายงานว่ามันพยายามปลุกวิชาของมันตลอดคืน  มีแม่มันเป็นผู้ช่วย  ว่าได้ยินมันกระทืบดิน  กระทืบพื้น  สลับไปกับการฟาดฝาบ้านด้วยไม้ตะบอง  บริกรรมเวทมนต์มันอยู่ทั้งคืน  แต่วิชามันก็ล้มเหลว ทำอะไรไม่ได้   วันที่พระอาจารย์ไปเยี่ยมหมู่บ้านนั้น   มันคอยดูพระอาจารย์ตอนขากลับ ท่านอยากเห็นตัว หน้าตามัน พอคนชี้บอก พระอาจารย์ทอดสายตาดูมัน  มันก็กล้าประสานส่งสายตาสู้กับพระอาจารย์เป็นเวลานานด้วย ...   นั่นหมายถึงเป็นไปตามแผนของพระอาจารย์ มันหลวมตัวตกอยู่ในอำนาจของพระอาจารย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว.........รายงานสุดท้ายว่ามันหยุดพูด  พูดน้อยลงแล้ว  มันผอมลง....  และดูตรอมใจ  มันเคยแอบมานั่งตรงที่รถพระอาจรย์จอดอยู่เพื่อทำอะไรก็ไม่ทราบ เป็นเวลานานเลย ...แน่นอน  มันระแวงระวัง  แม้กระทั่งรอยเท้าของพระอาจารย์ .... ลิขิตชาตาของนายประเทือง ผีปอบแห่งตะดอบ จวนจะจบตำนานลงแล้ว.....????

พระอาจารย์บอกลูกศิษย์ที่นั่นว่า  ไม่ต้องไปทำอะไรมันหรอก  ภายในปีนี้  จะได้เห็น.....    

 

 

บันทึกหลักวิชา

 

บันทึกข้อมูลการทดลองทางไสยศาสตร์

คิดถึงไสยศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง   เอาละ.......เอามาทดลองอีกครั้งหนึ่ง ....... เริ่มเลยละ.......

 

16 พ.ค. 2553                                      

1

 

17 พ.ค. 2553                                      

2      เริ่มใหม่     ให้แรง  (พลังไม่ขึ้น  อ่อนเกินไป  รอสะสมพลังก่อน)

(วิเคราะห์   สภาพอ่อนแอเนื่องจากมีการสะสมนิวรณ์มากเกินไป  ต้องค่อย ๆ ชำระนิวรณ์ต่าง ๆ ออกไปให้หมดก่อน  แล้ว  จำเริญกสิณให้ได้.....)

 

18 พ.ค. 2553                                       3      05.30 น. เริ่มใหม่    ..........

12.50 น.    ทำการสลายนิวรณ์ได้ทั้งหมดแล้ว  

 พิจารณาแล้วสบายใ จ ไม่น่ามีหลงติดค้างอยู่เลย   นั่นเป็นเหตุ     ปราณเดินเข้มแข็ง สุขุม ทั่วทั้งร่างกาย  ขุมขนทุกเส้น   เหงื่อออกทุกขุมขน...........เดินปราณสู่ระดับ อินฟินิตี้ไว้  
จะเพ่งกสิณซ้ำไปอีก   ก็ย่อมทำได้  
...  แล้วดำเนินการไปสู่เป้าหมายทันที..........จากเบาไปหาหนัก...

 

 

 

13.35 น.     นี่เป็นการบันทึกข้อมูล (การทดลองทางไสยศาสตร์)

 

การเตรียมการลำดับที่ 1   ........   สมาธิ.....เดินปราณ.......นิ่งแล้ว   เพ่งกสิณ....  กสิณที่ 1 ขึ้นแล้ว......  วางอาวุธดอกที่ 1  เป้าหมายที่ 1  ...........ลงชุบ..........ชุบแล้ว......... ลอยขึ้นมา..........ไป...........  ไปฉิว.........  เข้าเป้าแล้ว.........ตรงเผง ....  ฝัง......

 

 

 

การเตรียมการลำดับที่ 2   ........   สมาธิ.....เดินปราณ.......นิ่งแล้ว   เพ่งกสิณ....  กสิณที่ 2 ขึ้นแล้ว......  วางอาวุธดอกที่ 2  เป้าหมายที่ 2  ...........ลงชุบ..........ชุบแล้ว......... ลอยขึ้นมา..........ไป...........  ไปฉิว.........  เข้าเป้าแล้ว.........ตรงเผง ....  ฝัง...... 

 

 

 

การเตรียมการลำดับที่ 3   ........   สมาธิ.....เดินปราณ.......นิ่งแล้ว   เพ่งกสิณ....  กสิณที่ 3 ขึ้นแล้ว......  วางอาวุธดอกที่ 3  เป้าหมายที่ 3  ...........ลงชุบ..........ชุบแล้ว......... ลอยขึ้นมา..........ไป...........  ไปฉิว.........  เข้าเป้าแล้ว.........ตรงเผง ....  ฝัง......

 

 

 

การเตรียมการลำดับที่ 4   ........   สมาธิ.....เดินปราณ.......นิ่งแล้ว   เพ่งกสิณ....  กสิณที่ 4 ขึ้นแล้ว......  วางอาวุธดอกที่ 4  เป้าหมายที่ 4  ...........ลงชุบ..........ชุบแล้ว......... ลอยขึ้นมา..........ไป...........  ไปฉิว.........  เข้าเป้าแล้ว.........ตรงเผง ....  ฝัง......

 

สำเร็จทั้ง 4  ครั้ง   ในระบบเดียวกันหมด   เข้าเป้า   น้ำหนักและปฏิบัติการได้มาตรฐานเดียวกันหมด    คอยฟังผล

 

 

 

ทำซ้ำตามทฤษฎีนี้   และให้เพิ่มสภาวะอินฟินิตี้แด่ทุกวิชา       

 

หมายเหตุ   .....   ไม่ได้อาศัยฌาน หรือเสียงทิพย์เลย   ขณะปฏิบัติไม่มีเสียงทิพย์    (ดูเหมือนยังไม่จำเป็น???)

 

 

บันทึกพิเศษ

การได้เข้ามาศึกษาวงการลี้ลับล่าสุดนี้  ทำให้ได้พบด้วยความฉงนฉงายใจยิ่งว่า  วงการไสยศาสตร์นี้ กว้างใหญ่ ไพศาลมาก  พวกเวทย์มนต์ คาถา และวิชาไสยศาสตร์  ยังคงมีอยู่อย่างเป็นกระแสลับ ๆ บนผืนแผ่นดินนี้  แม้ในต่างแดนต่างประเทศก็ยังมีเหมือน ๆ กัน   แม้ว่าสังคมมีการเจริญก้าวหน้าไปมากแล้วด้วยวิชาการทันสมัย  อันเนื่องมาจากความเป็นสมัยใหม่ และความเจริญของมนุษย์ทางวิทยาศาสตร์    กระนั้นอาจจะกล่าวได้ว่า โลกไสยศาสตร์ ยังเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ เป็นอีกโลกหนึ่งของคนอีกพวกหนึ่ง  ยังคงมีอำนาจ อิทธิพล  และ ความอันตรายอย่างเร้นลับต่อไป........ แต่การที่เราได้มาปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา .....  ในฝ่ายปฏิบัติ ศีล สมาธิ ปัญญา วิปัสสนา  แล้ว  ได้ไปศึกษาฝ่ายสมาธิ  ฌาน  กสิณ และ ปราณ  และอภิญญาต่าง ๆ ....   ทำให้ได้สถานะอันเหนือ สูงไปกว่าไสยศาสตร์  ๆ จึงพ่ายแพ้ไปโดยอัตโนมัติ  ......   และหลักวิชาก็คือ   ไสยศาสตร์ ก็มีที่มาที่ไป   ใช่ว่าไร้เหตุผล   เพราะมีเหตุของความเป็นไปอย่างนั้น ๆ   ผู้ค้นพบเหตุและผลแห่งไสยศาสตร์  ก็เหมือนนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบสูตรสำคัญทางเคมี หรืออาวุธร้าย  นั่นเอง  ซึ่งสามารถนำเอาสิ่งที่ค้นพบ ไปบันดาลผลให้เป็นไปตามสูตรหรือทฤษฎีที่ค้นพบได้อย่างจริงจัง หรือเป็นอันตรายอย่างนั้น ๆ  .แก่ผู้นั้น ๆ ได้   อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ......  เพียงแต่ไสยศาสตร์  ไสยเวท   เป็นของหวง  เป็นความลับอย่างยิ่ง   ไม่มีใครเปิดเผยความลับของตัว เพราะหมายถึงอันตราย  แต่เหตุใดวงการไสยศาสตร์-ไสยเวท จึงค่อนข้างคับแคบ มักเป็นเรื่องความเป็นความตายสถานเดียว  ทำให้คนกลายเป็นพวกก่อการร้าย หรือ ผี  แทนที่จะเป็นเทวดา   และดูเหมือนสังคมไสยศาสตร์ จะเต็มไปด้วยการเบียดเบียน  คอยแต่ทำร้ายซึ่งกันและกันด้วยประการต่าง ๆ    จะได้ตามศึกษาต่อไป....

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไปใน  Mystery World Report 22

 

 

 

 เผชิญจ้าวพ่ออีกครั้งหนึ่ง คนทรงแสดงฤทธิ์

นี่คือการบันทึกข้อมูล เพื่อการวิจัยศาสตร์ลี้ลับ

13 พ.ค. 2553 
วันพระแรม 15 ค่ำเดือน 6   ลงอุโบสถ

 

เพล   

ได้พาหมู่สงฆ์ จำนวน 5 รูป ไปตามนิมนต์ทำบุญประจำปีที่สำนักคนทรง  เจ้าพ่อเขาจ้าว  นั่งที่แล้ว ได้เกริ่นถามคนทรงเรื่องการพยากรณ์  ไม่ทราบว่าขณะนั้นมีเจ้าเทพตนหนึ่งเข้าทรงในร่างอยู่  คนทรง(เทพที่สิงร่าง)หัวเราะเหอะ ๆ ๆ ๆ  ว่าจะพยากรณ์ให้เหรอ  เหอะ ๆ ๆ ๆ ๆ    เสียงหัวเราะเป็นเชิงข่มขวัญคนทั้งหลาย     เราบอกว่าพยากรณ์ได้  ทั้งมนุษย์และเทวดาก็พยากรณ์ได้    ที่จริงคล้ายเขาไม่พอใจ  เพราะตนเป็นเทวดา ย่อมเป็นฝ่ายผู้พยากรณ์  ไม่ใช่มีคนอาจจะมาพยากรณ์ให้เทวดา  เขาหัวเราะเหอะ ๆ ๆ ๆ ประกาศให้ลูกน้องบริวารทราบว่า  วันนี้โชคใหญ่ เทวดาจะได้รับการพยากรณ์    แล้วมาทวงถามว่า  เคยรู้จักกันหรือเปล่า    เราถามว่าท่านที่มาทรงนี้เป็นใคร   เขาไม่ตอบ  ถามบริวารเขา  บริวารก็ว่าไม่รู้จ้าวองค์ใดมา   คนทรงทำท่าฉงน ถามว่าท่าน เคยมาที่สำนักนี้หรือ   ตอบว่ามาทุกปี  จำไม่ได้หรือ   จ้าวองค์นี้มาใหม่ก็เลยไม่ทราบ    ก็ทบทวนให้ฟังว่า  คราวแรกเคยมาแต่หลายปีแล้ว  ปีนั้น  ถูกจ้าวพ่อกักตัวเอาไว้ นิมนต์พระสงฆ์รูปอื่นกลับวัดหมด เหลือเราไว้รูปเดียว   เทพก็แสดงปาฏิหาริย์กันต่าง ๆ  ผ่านร่างทรง  ได้พบเทวดาผลัดกันมาเข้าทรงร่างนี้มากมาย แสดงฤทธิ์กันไปต่าง ๆ   แล้วโต้วาทีกัน ทั้งเวลาภาคบ่าย  จนถึงบ่าย 3 โมง   จนเทวดายอม  และยอมเป็นลูกน้อง  ยอมว่าให้ท่านเดินหน้า เราจะเดินตามหลัง  และปวารณาว่ามีอะไรจะให้ช่วยกระทำการก็ขอให้บอก   จำไม่ได้หรือ ?     มีบริวารคนทรงในที่นั้นพากันยิ้มหัวเราะ ว่าจำได้ ๆ ๆ ๆ ๆ   จากนั้นได้ ถามธุรกิจของเจ้า ๆ ทั้งหลายในสำนัก  ก็ถามว่า มีธุระมากกันหรือเปล่า  อยากจะขอให้ช่วยงานสักอย่าง เพื่อชาติ - ศาสนา - พระมหากษัตริย์  เทวดาฟัง  แล้วว่า  เสื้อสีแดงเสื้อสีเหลืองหรือ ????   .....       แล้วเขาบอกวันเดือนปีเกิด  3  3  3  เอาไปเปิดปูมโหรดูก่อนที่วัดจึงจะพยากรณ์ได้ บอกว่าเป็นศาสตร์ของมนุษย์แต่พยากรณ์ได้ทั้งมนุษย์และอมนุษย์     บอกว่าจะส่งโทรจิตมาบอกตอน 2 ทุ่ม   

 

แม้เป็นวันพระ แต่รัฐบาลก็เริ่มการปราบปรามประชาชนอีกครั้งหนึ่ง มีการลอบสังหารเสธ.แดง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล โดยสไนเปอร์ ยิงทะลุกกหูออกท้ายทอย  โคม่า  เอาเข้า รพ.หัวเฉียวก่อน แล้วย้ายไป วชิระพยาบาล  ที่ชำนาญโรคสมองโดยเฉพาะ   อาการหนักแพทย์ไม่อาจประกันได้ ต้องคอยดูอาการนาทีต่อนาที 

 

บ่าย วันพระกึ่งเดือน ฟังปาฎิโมกข์

 

เวลา 56 นาทีสำหรับการฟังปาฏิโมกข์ วันนี้  สิ่งที่น่ายินดีมาก ๆ สำหรับเรา ก็คือ  เสียงทิพย์ได้กลับมา  พอตั้งใจทำสมาธิ ฟังปาฏิโมกข์ เท่านั้น  เสียงก็มาทันที   เป็นเสียงที่อ่อนหวานไพเราะมากเหลือเกิน  และบรรเลงสม่ำเสมอ  ความแตกต่างก็คือ มีความหวานชัดเจน กระชั้นถี่ เร่งเร้า   นี่คือดนตรีแห่งเทพเจ้าโดยแท้จริง   และเป็นการกลับมาที่ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง  ของสิ่งที่เรียกได้ว่า  ดนตรีแห่งเทพเจ้า   เพียงแต่ระดับเสียงยังต่ำมากเท่านั้นเอง   ประเมินค่าของเสียงอยู่ที่ D;8,000 : L;05U. 

 

 

เย็น 17.00 น.  สอนกรรมฐานแด่ญาติโยม   :   คนมาแน่นวิหารทุกวันพระ จนล้นประตูชั้นในออกไปหน่อยแล้ว  พาญาติโยมอุทิศส่วนกุศลแด่สรรพสัตว์ ตั้งแต่มนุษยโลกถึงเทวโลก    และ ประชาชนผู้ต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม

 

14 พ.ค. 2553
15 พ.ค. 2553


16 พ.ค. 2553
    

มาถึงวันนี้   ยังมีการปราบปรามประชาชน  ตายไปถึง 24 คน แล้ว  บาดเจ็บ 191  ทหาร ตำรวจไม่มีตายเลย    2 คืนแล้วที่ติดตามข่าวและรบทางไซเบอร์ 

 

 

 

บันทึกข้อมูลการทดลองทางไสยศาสตร์

คิดถึงไสยศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง   เอาละ.......เอามาทดลองอีกครั้งหนึ่ง ....... เริ่มเลยละ.......

 

16 พ.ค. 2553                                       1

17 พ.ค. 2553                                

       2      เริ่มใหม่     ให้แรง  (พลังไม่ขึ้น  อ่อนเกินไป  รอสะสมพลังก่อน)

(วิเคราะห์   สภาพอ่อนแอเนื่องจากมีการสะสมนิวรณ์มากเกินไป  ต้องค่อย ๆ ชำระนิวรณ์ต่าง ๆ ออกไปให้หมดก่อน  แล้ว  จำเริญกสิณให้ได้.....)

 

18 พ.ค. 2553                                       3      05.30 น. เริ่มใหม่    ..........

12.50 น.    ทำการสลายนิวรณ์ได้ทั้งหมดแล้ว   พิจารณาแล้วสบายใ จ ไม่น่ามีหลงติดค้างอยู่เลย   นั่นเป็นเหตุ     ปราณเดินเข้มแข็ง สุขุม ทั่วทั้งร่างกาย  ขุมขนทุกเส้น   เหงื่อออกทุกขุมขน...........เดินปราณสู่ระดับ อินฟินิตี้ไว้  
จะเพ่งกสิณซ้ำไปอีก   ก็ย่อมทำได้  
...  แล้วดำเนินการไปสู่เป้าหมายทันที..........จากเบาไปหาหนัก...

 




Mystery World Report ศึกษาโลกลี้ลับ การศึกษาเชิงงานวิจัยสมาธิและไสยศาสตร์

Mystery World Report 26 : บันทึกสำคัญ
Mystery World Report 25
Mystery World Report 24
Mystery World Report 23
Mystery World Report 22
Mystery World Report 20 : ศึกษาโลกลี้ลับ 20 (ภาษาไทย)
Mystery World Report 19 article
MysteryWorld Report 18
Mystery World Report 17
Mystery World Report 16
Mystery World Report 15
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 14 ย่อ
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 13 ต้นฉบับสมบูรณ์ ตอนที่ 1
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 13 ต้นฉบับสมบูรณ์ ตอนที่ 2
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 13 ย่อ
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 12 ต้นฉบับสมบูรณ์
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 12 (ย่อ)
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 11 (ย่อ)
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 10 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 9 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 8 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 7 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 6 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 5 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 4 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 3 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 2 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 1 article



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เวบไซท์นี้ http://www.newworldbelieve.net มีข้อมูลพื้นฐานจากหนังสือพิมพ์ดี:วิเคราะห์ข่าวในวงการเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดและสหธรรมิก ออกโดยมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร) มี พระพยับ ปญฺญาธโร เป็นบรรณาธิการ และเป็น webmasterสำนักงานตั้งอยู่ที่ วัดมหาพุทธาราม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ 33000 ขณะนี้หนังสือพิมพ์ดีมีอายุทำการมา 11 ปีแล้ว มีเรื่องสำคัญคือการวิเคราะห์สังคมทั้งระบบด้วยแนวภูมิปัญญาและวิสัยทัศน์แห่งตาธรรมะในพระพุทธศาสนาเพื่อนำสังคมไปสู่ความดีงามและรอดปลอดภัยจากสถานการณ์เลวร้ายยุคนี้