ReadyPlanet.com
dot
dot dot
dot
พระพุทธเจ้า
dot
bulletบทศึกษาพิเศษ:พระพุทธเจ้า ศึกษาจากวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรนแปล เช้า- เย็น
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรแปล เช้า-เย็น อัพเดต
dot
พุทโธโลยี
dot
bulletสมาคมศิษย์หลวงปู่เครื่อง จัดประกวดเรียงความออนไลน์มัธยมศึกษาในวันวิสาขบูชา คลิกดูรายละเอียดและรางวัลที่นี่
dot
ชมรมยุวพุทโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
dot
bulletThe Beginning ความเป็นมาของโครงการชมรมยุวพุโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
bulletChart Showing the Process
dot
บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
dot
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี แฟ้ม 2
dot
To The World
dot
bulletENGLISH
bulletUSA
bulletChina
bulletIndia
bullet Mynmar
bullet Cambodia
bullet Loas
bulletSri Lanka
bulletMalaysia
bulletKorea
bulletThe Truth Of Red Thailand 12-14 April 2009
bulletFrom red shirt survivor person
bulletA Sharp Turn of Believes : Iresearch Iwrite Iread
dot
โหราศาสตร์ [updateใหม่สุด]
dot
bullet สารบาญโหราศาสตร์โดยชลัมพุช โหรชนบททุกเรื่อง
bulletบันทึกข้อสังเกตประเด็นสำคัญดวงชะตาประเทศไทยช่วงเดือนส.ค.-พ.ย.2552
bulletดวงชะตาประเทศไทย พยากรณ์ว่าประชาชนจะอดอยากยากจนและเผชิญภับพิบัติ 4 ประการ
bulletให้คำพยากรณ์นักธุรกิจชาวอังกฤษ
bulletอยากรู้เรื่องโหราศาสตร์ คลิก!
bulletดวงชะตาผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตไทย
dot
Buddhism How?
dot
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 1
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 2
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 3
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 4
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 5
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 6
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 7
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 8
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 9
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 10
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 11
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 12
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 13
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 14
bulletMystery Report 15
bulletMystery Report 16
bulletMystery Report 17
bulletMystery Report 18
bulletMystery Report 19
bulletMystery Report 20
bulletMystery Report 21
bulletMystery Report 22
bulletMystery Report 23
bulletMystery Report 24
bulletMystery World Report 25
dot
เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว
dot
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2536
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2537
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2538
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2539
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2540
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2541
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2542
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2543-2545
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2545-2549
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2549-2550
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2550-ส.ค.2551
bulletเฝ้าดูฯ ส.ค.-ก.ย.2551
bulletเฝ้าดูฯ ก.ย.2551- ธ.ค. 2551
dot
เฝ้าดูฯสำนวนพัชรา กอปรทศธรรม
dot
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 16-27
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 29
bulletบทความใหม่ เม.ย.-พ.ค.2552
bulletพุทธธรรมเพื่อทางดับทุกข์
bulletทฤษฎีการดับทุกข์ทางจิต วิปัสสนากรรมฐานโดยการทำงาน(สำนวนปรับปรุงใหม่)
bulletประวัติพัชรา กอปรทศธรรม
bulletประวัติการต่อสู้เพื่อการดับทุกข์ ของพัชรา กอปรทศธรรม
bulletอัลบั้มรูป history
bulletนิทานธรรมะประยุกต์ มานุสสาสุระสงคราม 4 ภาค และอื่น ๆ
bulletอัลบั้มรูป ภาพในอดีตและชีวประวัติศาสตร์ที่สวยงาม
bulletจากเวบบอร์ด พูดกันไม่รู้เรื่อง ประชาธิปไตยล้าหลัง
bulletศาสนาสากล การวิเคราะห์ความหมาย
bulletปลอบใจ
dot
รวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
bulletรวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
สากลจักรวาล สากลศาสนา
dot
bulletสากล...ศาสนา 1
bulletสากล...ศาสนา 2
bulletสากล...ศาสนา 3
bulletสากล...ศาสนา 4
bulletสากล...ศาสนา 5
bulletสากล...ศาสนา 6
bulletสากล...ศาสนา 7
bulletสากล...ศาสนา 9
bulletสากล...ศาสนา 8
bulletสากล...ศาสนา 10
bulletสากล...ศาสนา 11
bulletสากล...ศาสนา 12
bulletสากล...ศาสนา 13
bulletสากล...ศาสนา 14
bulletสากล...ศาสนา 16
dot
ส่วนข้อมูลสำคัญเพื่อการวิจัยการเมืองไทยยุค คมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
dot
bulletข้อมูลสำคัญยุคคมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่1/26ส.ค.2551
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่2/27ส.ค.2551
bulletใบปลิว อีเมล์ ในหลวงทรงร้องไห้
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 1
bulletในหลวงเพิ่งทราบข่าวฆ่าประชาชน10เมย.53ทรงร้องไห้
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
บันทึกลับเสื้อแดง
dot
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
รวมข่าวม็อบการเมืองสนธิ-จำลอง-ปชป.มิ.ย.51-เม.ย.52 นสพ.
dot
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 2
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 3
bulletรวมข่าวม็อบ30มิ.ย.51-23มี.ค.52
bulletเลือดศรีสะเกษบันทึกเรื่องราวรอบด้านเกี่ยวกับเขาพระวิหาร
dot
การโฆษณาชวนเชื่อล้มรัฐบาลทักษิณ
dot
bulletรายงานการโฆษณาชวนเชื่อในประเทศไทยที่ล้มล้างรัฐบาลทักษิณ
dot
หนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนท )
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต ) เล่ม 1 - 44 - ล่าสุด
bulletหน้าที่เก็บไว้
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 1
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 3
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 4
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 5
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 6
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 7
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 8
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 9
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 13
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 10
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 11
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 19
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 12
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 14
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 15
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 16
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 17
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 18
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 20
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 21
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 22
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 23
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 24
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 25
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 26
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 31
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 32
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 27
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 28
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 29
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 30
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 33
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 34
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 35
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 36
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 37
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 38
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 39
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 40
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 41
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 42
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 43
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 44
dot
รายการทั่วไป
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 45
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 46
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 47
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 48
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 49
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 50
bulletหนังสือพิมพ์ดีเล่มที่52
bulletงดเหล้าเข้าพรรษา
bulletเกี่ยวกับเวบไซต์ของเรา
bulletมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร)
bulletศรีสะเกษ
bulletวัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ บันทึกเหตุการณ์
dot
ช่องบริการประชาชน
dot
bulletบริการแจ้งของหาย คนหาย สื่อข้อความ หมอผี ฯลฯ
bulletสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษแห่งที่ 1
bulletรวมกระทู้เด็ดจากกระดานถามตอบ
bulletคาถาอาคมไสยศาสตร์
bulletกวีนิพนธ์ใหม่
bulletดี 25
bulletดี 28
bulletดี 29
bulletดี 26
bulletศูนย์ปฏิญญาณละเลิกอบายมุข บัญชีที่1-3


เฝ้าดูฯ พ.ศ.2549-2550

 

  0 บันทึกประวัติศาสตร์สังคมไทย

ผ่านหนังสือพิมพ์ดี

รายการเฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

ระหว่าง พ.ศ.2549-2550

 

 

 

 

 

0 บันทึกประวัติศาสตร์สังคมไทย

1    อินเดียกับงานมหกรรมพืชสวนโลกในไทย

2    ไฟไหม้ชุมชนคลองไผ่สิงโต

3    ภริยาของพระเยซูในภาพยนต์เรื่องจอกศักดิ์สิทธิ์

4    เดินขบวนคัดค้านพรบ.มหาวิทยาลัยนอกระบบ

5    วันคริสต์มาส

6    สนธิ ลิ้มทองกุลขอให้ปู่ตายก่อนพ่อ

   ข่าวและภาพวาระสุดท้ายของซัดดัม

8    หลังปฏิรูปอะไรยังไม่ดีขึ้นแถมมีระเบิดวันปี่ใหม่ 

   ประวัติมหาเศรษฐีน้ำมันโลก อารี โอนาสสิส

10  พัชรศรีเต้นรำกับแฟนหนุ่ม ผู้หญิงถึงผู้หญิง 

 

11  ดูปูพม่าและปูไทยกำลังร่อยหรอ

12 สำรวจชมข่าวทั่วโลกทีวีอินโดเนเซีย  

13  ชมทีวีมุสลิมพากันสวดพระมหาคัมภีร์ทั้งวันทั้งคืน

14  มวยไทยมวยที่ไม่ค่อยชก

15 บุชส่งทหารสหรัฐเข้าอิรัคอีกกว่า20,000       คน                                                                                

16  นาตาลี เกลโบวา

17  เทวาภิเษก เทพหัวช้าง พระพิฆเณศ และเทพยี่เกจตุคามรามเทพ 

18  พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ

19  แผ่นดินเดือดที่นราธิวาสวางระเบิดกลางถนนทหารกล้า7นายเสียชีวิต

20  ข้อควรพิจารณาอย่างสุขุมพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ

 

 

21  ข้อควรพินิจพิจารณาอย่างลึกซึ้งประเด็นพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ

22  ตำรวจยะลาจับโจรใต้

23  ด่วน !!! สภาฯเลื่อนประเด็นพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ

24  มหาเถรสมาคมกับประเด็นพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ

25  งานศพแห่งความหวังและความชื่นชมยินดีกับฤดูกาลล่า

26  พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำโลก

27  ศรีสะเกษจัดทำโครงการอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลอย่างยิ่งใหญ่

28   ด่วน ผลการลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับคมช.

29   ภิกษุสันดารกา-หมามนุษย์

30  ข่าวใต้ ต่อสู้เพื่ออะไร?เพื่อสร้างรัฐบริสุทธิ์อย่างนั้นหรือ?

 

31  รำลึกท่านปัญญานันทะภิกขุ

32  An Urgent Message to Myanmar

33  ข่าวดีข่าวเด่น ปลุกเศกเหรียญพระเจ้าตากวัดตะเคียน ศรีสะเกษ

34  A Second Urgent Message to Myanmar

35  A Third Urgent Message to Myanmar

36  24th Asian Game Report 

37  วาระแห่งชาติ การเลือกตั้ง 2550

38  รายงานผลการเลือกตั้ง 2550

39  ข้อสังเกตเกี่ยวกับการเมืองไทย 2550

39.1  ASTV1 วันนี้ สนธิติดคุก

 

41.  ผลการเลือกตั้งเป็นเจตนารมณ์ของอีสาน

42.   King's Cup Report

43.   บทกวีอำนวยพรปีใหม่ 2551 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1อินเดียกับงานมหกรรมพืชสวนโลกในไทย

ข่าวเที่ยงวัน

ช่อง9  ศุกร์ที่22 ธ.ค.2549 12.20 น.

 

รินทร์ ยงวัฒนา กับ เอกชัย  รายงานข่าว อินเดียกับงานมหกรรมพืชสวนโลกในไทย ว่าอินเดียจำลองเอาเดรื่องราวของพระพุทธศาสนาที่สัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับต้นไม้มาแสดงที่งานพืชสวนโลกนี้ได้อย่างน่าชื่นชมมาก มีต้นโพธิ์จากพุทธคยา มีดอกบัวสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์จากกิเลสและความศรัทธาอันผ่องแผ้ว   ชมแล้ว มีความชื่นใจ ได้เห็นว่าแท้จริงรัฐบาลอินเดีย มิเคยลืมว่าเดิมนั้นพระพุทธศาสนาครองอินเดียเต็มพื้นที่  ชะตากรรมได้นำอังกฤษประเทศที่เจริญด้วยปัญญา มาเป็นเจ้าเหนืออินเดียอยู่ร่วมศตวรรษ และในเวลาร่วมศตวรรษนั้น อังกฤษจึงได้พบสมบัติของพระพุทธศาสนาถูกฝังอยู่ใต้พื้นดินประเทศอินเดียเต็มไปหมด  อินเดียเมื่อประมาณ ศตวรรษที่ผ่านมา จึงถูกขุดค้น  และพบสมบัติทางพระพุทธศาสนาค่อยโผล่ขึ้นมาแห่งแล้วแห่งเล่า  จนบัดนี้ เต็มไปทุกตารางนิ้วของประเทศอินเดีย  ที่โลกต้องตกตะลึง  และนี่คือการกลับมาของพระพุทธศาสนาในอินเดียยุคใหม่

คือนำความรำลึกอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนากลับคืนมาสู่อินเดีย และระดับปัญญาชนแห่งอินเดีย เริ่มมองเห็นความสำคัญนั้นแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 2ไฟไหม้ชุมชนคลองไผ่สิงโต

ร่วมมือร่วมใจ

ไอทีวี ศุกร์ที่ 22 ธ.ค.2549 1500-1600 น.

 

รายการสด ถ่ายทอดเหตุการณ์หลังเพลิงไหม้ชุมชนคลองไผ่สิงโต กทม. เมื่อวานนี้ ไฟไหม้แต่2ทุ่มถึง4ทุ่มเศษ ๆ  ภาพข่าวเห็นบริเวณที่เสียหายกินอาณาเขตกว้างขวาง 50ครัวเรือนไร้ที่อยู่อาศัย เมื่อเกิดเพลิงรถดับเพลิงเข้าไม่ได้ เพราะเป็นที่อยู่อาศัยยัดเยียด หรือที่เรียกว่าสลัม เมื่อไฟไหม้ทำให้เหมือนทะเลเพลิง  พิธีกรของรายการทั้ง3คน ประมาณ เลืองวัฒนพานิช,  วันชัย สอนสิริ และมัลลิกา บุญมีตระกูล ออกไปให้ความช่วยเหลือเชิงกฎหมายที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้เสมอมา   ไฟไหม้ในฤดูกาลลมแรงและหนาวเย็นมักเป็นเรื่องปกติ  แต่เมื่อมีข่าวหรือข้อสงสัยว่าเป็นการก่อกวนของผู้ก่อการร้าย ก็ดูเหมือนจะสมควรอยู่ เพราะเราไม่ทราบเหตุผลของผู้ก่อการร้าย เช่นการเผาโรงเรียนที่สามจังหวัดภาคใต้เร็ว ๆ นี้ซึ่งไร้เหตุผล คือไม่เข้าใจทัศนะของพวกเขาว่าโรงเรียนมีความชั่วร้ายอย่างไรจึงต้องเผาให้วอดวายไป  แม้กระทั่งเด็ก ๆ นักเรียนเจ้าของโรงเรียนเองก็งงว่าทำไมพวกเขาจึงจ้องจะเผาโรงเรียนแหล่งความรู้วิชาการของเยาวชนของชาติ ถ้าเราไม่เข้าโรงเรียนหรือไม่มีโรงเรียนที่จะเรียนเสียแล้ว เราจะไม่โง่ดักดานตลอดชาติหรืออย่างไร? คนเผาโรงเรียนเป็นพวกคลั่งหรือจิตวิปลาสหรือเปล่า?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  3ภริยาของพระเยซู

ภาพยนตร์: จอกศักดิ์สิทธิ์

ช่อง10เคเบิล อาทิตย์ที่17ธ.ค.2549, 21.30-24.10น.  

 

จอกศักดิ์สิทธิ(Holy Grail) นี้เป็นจอกที่พระเยซูดื่มเป็นครั้งสุดท้ายก่อนถูกตรึงกางเขน  ผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้พยายามหาหลักฐานภาพการเลี้ยงครั้งสุดท้ายมายืนยันในภาพยนตร์ว่า ในงานเลี้ยงนั้นได้มีสตรีนางหนึ่งชื่อ แมรี แมคดาเลน นั่งเคียงข้างพระเยซูและดื่มร่วมกับสาวกทั้ง13คน เขายืนยันว่านั่นแหละภริยาของพระเยซู และได้เสพสมกับพระเยซูจนมีทายาทสืบต่อมาถึงเวลาตามเหตุการณ์ในภาพยนต์เรื่องนี้ มีทายาทเหลืออยู่คนสุดท้าย เป็นผู้หญิงชื่อ โซฟี ชินแคล เหตุที่เหลืออยู่น้อยก็เพราะคาทอลิกต้องการให้ภาพของพระเยซูเป้นชายบริสุทธิ์ ดำรงพรหมจรรย์ จึงตามล่าล้างสายเลือดของพระเยซูมาตลอด ส่วนสายเลือดพระเยซูก็ไม่กล้าเปิดเผยตัวแต่กระนั้นก็มีองค์การอัศวินผู้พิทักษ์อย่างลับ ๆ เพื่อคงสายเลือดพระเยซูเอาไว้  หนังเรื่องนี้ก็เป็นประเภทแอนตี้ศาสนาอีกเรื่องหนึ่งที่ทำมาดื่นขึ้นในยุคใหม่นี้  พวกเขาต้องการให้ประจักษ์ชัดเจนว่า พระเยซูมิได้เป็นพระเจ้า ทรงเป็นมนุษย์ และมิได้ทรงเหินฟ้าไปอยู่สวรรค์ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิลและตามประเพณีวันอีสเตอร์(วันฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูและเสด็จสู่สวรรค์)ของชาวคริสต์ทั่วโลก ก่อนนี้ก็มีหนังเรื่องหนึ่งคือ ล่าสมบัติซากเทวดา(The Body) ที่รายงานเรื่องการค้นพบซากศพของพระเยซูในถ้ำแห่งหนึ่งใกล้กรุงเยรูซาเล็มและนักวิทยาศาสตร์พิศูจน์ได้ว่าเป็นซากพระเยซูจริง  ซึ่งยืนยันว่าพระเยซูมิได้เหินฟ้าไปอยู่สวรรค์ประทับเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้าแต่อย่างใด หากทรงถูกฝังลืมไว้ใต้แผ่นดินโลกเรานี่เอง นานถึง2006ปีแล้ว 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 4เดินขบวนคัดค้านพรบ.มหาวิทยาลัยนอกระบบ

ข่าวมื้อเช้า  มหาวิทยาลัยนอกระบบ

ช่อง 11  23 ธ.ค.2549 เสาร์ 06.00-0800น.

 

อภิรักษ์ และจุฑารัตน์ รายงานข่าวรอบด้าน2ชั่วโมงเต็ม ๆ  ตามลำดับ นับแต่พบหลักฐานฆ่าสมชาย นิลไพจิตร ทนายความดังของประชาชน ที่เขาอีเก้ง ลากเอาถังแดงขึ้นมาจากน้ำพบกระดูกอยู่ข้างในและปืน2กระบอกอยู่บริเวณนั้น  นัยว่าเป็นหลักฐานสำคัญ พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ บอกจะรีบพิศูจน์  นับว่าเป็นการดี จะได้จบลงเร็ว ๆ หรือหากไม่จบก็ให้รู้ว่าไม่จบ และจบลงเสียที  ในยุคสนธิ บุญรัตกลิน นี่แหละ เพราะเป็นบุคคลที่ให้ภาพลักษณ์สูงแด่พี่น้องมุสลิมด้วยกันและคนไทยก็ปล่อยให้แสดงฝีมือเต็มที่  ข่าวนายกรัฐมนตรีพล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ สนับสนุนมหาวิทยาลัยนอกระบบ ว่าเป็นการดีที่ทำให้มหาวิทยาลัยมีอิสสระในการบริหาร และเป็นประชาธิปไตย   เรื่องของการต่อต้านมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ เมื่อเสนอร่างพรบ.เข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้วจึงมีอาจารย์ใจ อึ๊งภากรณ์ เริ่มนำนักศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยส่วนหนึ่งเดินขบวนต่อต้าน ว่านอกระบบเป็นระบบที่แพงมาก นักศึกษาจะเดือดร้อน และให้ถอนร่างพรบ.ออกมา ทำนองนี้

 

 

ประเด็นก็คือ เรื่องนี้มีการศึกษา วิจัยมานานหลายรัฐบาลแล้ว เห็นว่าการออกนอกระบบจะเป็นผลดีกว่า  ระหว่างนั้นก็เห็นดีด้วยไม่มีเสียงคัดค้านจากอาจารย์-นักศึกษา โดยเห็นว่าเปิดโอกาสให้บริหารโดยหลักการของประชาธิปไตย เปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยมีอิสระและคล่องตัวในการบริหาร แล้วพอจะทำให้เป็นรูปธรรมขึ้นมาก็มีคนส่วนหนึ่งรีบออกมาคัดค้าน และเป็นไปอย่างดุเดือดรุนแรง จะเป็นจะตายให้ได้  และก่อนนั้นก็ยังไม่รู้สึก  มารู้สึกเอาในระยะกระชั้น ๆ เช่นนี้ เหมือนเด็กแดง ๆ ได้หรือไม่ได้อะไรก็ร้องจะเป็นจะตาย ไม่ฟังเหตุผล  ไม่รู้คำว่า  หลักการ สูตร และทฤษฎี 

 

อยู่ในวงการศึกษาแต่ไม่เข้าใจคำว่า การศึกษา หรือการเรียนรู้   นั่นก็คือการศึกษานั้นเราต้องค่อย ๆ เรียนรู้ไป เป็นขั้นเป็นตอน ในแต่ละก้าวย่างแต่ละขั้นตอนนั้นเป็นธรรมดาที่จะเผชิญปัญหาและอุปสรรค ก็ต้องค่อยแก้ปัญหาไป  ตามขั้นตอน ตามเรื่องราวที่เผชิญ  ขอแต่ให้รู้ว่าเราจะเดินไปทางไหน  หลักการเป็นอย่างไร  แล้วค่อยเดินไปแก้ปัญหาไป     ไม่มีอะไรที่จะเสร็จสมบูรณ์ลงในขั้นตอนเดียวกัน แต่จะเผชิญปัญหาไปตลอดและคนผู้ทำงานก็ต้องแก้ไขไปตลอด  นี่เป็นสัจธรรมเช่นนี้ สัจธรรมว่าด้วยทุกขอริยสัจจ์    การต่อต้านก็จะเป็นเช่นนี้เสมอ ๆ มาในสังคมการบริหารของไทย  จนทำให้เกิดวาทะว่า  ประเทศของเราคิดได้ก่อนประเทศอื่นเขาเสมอ แต่ทำไม่เคยเสร็จ   หรืออย่างดีก็ทำเสร็จทีหลังเขาเสมอเช่นเดียวกัน อย่างเช่น สุวรรณภูมิ  สนามบินแห่งโลก  เขาสร้างเสร็จลงในรัฐบาลเดียวได้อย่างไร น่าจะเรียนรู้ แล้วขณะนี้ดูประหนึ่งว่าจะมีคนให้ทำลายเสียอ้างว่าเป็นอนุสาวรีย์แห่งการทุจริตขายชาติ  อะไรทำนองนั้น  ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่สร้างสรรค์และด้อยสติปัญญา ไร้เหตุและผล  ไร้ทัศนะที่รอบรู้ในเชิงอริยสัจธรรมแห่งชีวิต ถ้าสังคมมีคนไร้เหตุผลเช่นนี้ สังคมนั้นไม่มีวันทำอะไรได้  ซึ่งวงการศึกษาไทยจะต้องพยายามลดความคิดเช่นนี้ลงไปจากสังคมไทยให้ได้  โดยเริ่มในวงการศึกษานี้เองแหละก่อน  ตามหลักว่า  อย่าคิดไปสอนคนอื่นเลยแต่จงสอนตนเองก่อนเถิด  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 5วันคริสต์มาส

ทีวีทั่วไป 

25 ธ.ค.2549

 

มีรายการต้อนรับวันคริสต์มาสในทีวีช่องต่าง ๆ ทั่วไป ให้ความหมายวันนี้ว่าเป็นวันที่พระเยซูเสด็จลงมาจากสวรรค์ มาบังเกิดในโลกนี้เพื่อช่วยมนุษย์ให้รอด  ซึ่งเป็นสำนวนภาษาของพระเยซูเอง คำว่า“เสด็จลงมาจากสวรรค์”เน้นย้ำว่าพระองค์เป็นพระเจ้ามิใช่มนุษย์ธรรมดา แต่ในประวัติระบุว่าทรงเป็นบุตรของโยเซฟ อาชีพนายช่างไม้ กับนางมาเรีย ในหมู่บ้านนาซาเรธ แคว้นกาลิลี ซึ่งขณะนั้นอยู่ใต้การปกครองของโรม บิดาก็ตั้งชื่อให้คล้องชื่อตัวเองว่าเยซูบุตรโยเซฟ มีนิสัยสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับพระเจ้าและหลงผิดคิดว่าตนเป็นบุตรพระเจ้ามาตั้งแต่เด็กๆครั้นโตมาถึงอายุ30ปีได้บวชในสำนักของจอห์นเจ้าลัทธิจุ่มในหมู่บ้านเบธานี แล้วก็ประกาศศาสนา โดยประกาศในกรุงเยรูซาเล็มว่าตนเป็นบุตรพระเจ้ามาเกิดตามคำสั่งของพระเจ้า คนทั้งหลายจะต้องเคารพเลื่อมใสพระองค์หากมิเช่นนั้นแล้วพระเจ้าจะทรงพระพิโรธและลงโทษอย่างสาหัส  ทำให้ชาวยิวเข้าใจว่าพระองค์เป็นคนวิกลจริต ทรงมีผีสิงพระองค์และพูดพล่ามเพ้อเจ้อ เอาก้อนหินขว้างปาไล่พระองค์หนีไปจากกรุงเยรูซาเล็ม ต่อมาทรงประกาศว่าทรงมีอายุและภูมิปัญญารอบรู้มากไปกว่าอับราฮาม ซึ่งเป็นพระเจ้าของชาวยิวยุคนั้น ทำให้ชาวยิวโกรธว่าพระเยซูยกตนเสมอพระเจ้า จึงจับตัวไปให้ปิลาตข้าหลวงใหญ่โรมพิพากษาลงโทษฐานดูหมิ่นพระเจ้าที่เคารพของชาวยิว ปิลาตสอบแล้วสั่งให้  ลงโทษประหาร ให้เฆี่ยนตีทำทารุณกรรมต่าง ๆ อย่างสาหัสก่อนแล้วนำไปตรึงกางเขนอยู่7ชั่วโมงทหารจึงเอาหอกแทงสีข้างเลือดโกรกจนสิ้นพระชนม์ เรื่องราวของวันคริสต์มาสที่ปรากฎจากสื่อมวลชนทุกวันนี้ แท้จริงจึงเป็นความเชื่อที่มิตรงกับความจริงเลยแม้แต่น้อย เพราะชาวคริสต์ทั้งหลายลืมพิจารณาความเป็นจริงในฐานะมนุษย์ยุควิทยาศาสตร์ ลืมไปว่าแท้จริงพระเยซูทรงเป็นมนุษย์ แม้ซากศพของพระเยซูก็ยังคงฝังอยู่ใต้พื้นดินมาเป็นเวลา2007ปีแล้วอย่างไร้การเหลียวแลเอาใจใส่  คนทั้งหลายผู้เชื่อในพระองค์ผู้รักในพระองค์ ยังคงย่ำไปย่ำมาอยู่เหนือหลุมฝังศพของพระองค์อย่างดูถูกดูหมิ่นมาจนเท่าทุกวันนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 6สนธิ ลิ้มทองกุลขอให้ปู่ตายก่อนพ่อ

เมืองไทยรายสัปดาห์:สนธิประกาศ

ASTV1 เคเบิลช่อง31 เสาร์ 30 ธ.ค.2549 16.00 น.

 

จอแก้วช่องเอเอสทีวี1 สนธิ ลิ้มทองกุล ปรากฏตัวพร้อมทีมงาน 4 คน มีสโรชา พรอุดมศักดิ์ จินดารัตน์ เจริญชัยชนะ และพิธีกรประจำชายหนึ่งคน  พูดว่าเอเอสทีวีโด่งดังไปถึงต่างประเทศ เมื่อเทียบกับทีวีช่องอื่นแล้ว เอเอสทีวีมีคนรักมากทั่วโลก แต่มีเงินน้อยเท่านั้นเอง เท่าที่หามาจ่ายเงินเดือนทันในวันที่ 29 ธ.ค. 2549ก็นับว่าเก่งแล้ว  ขอเลื่อนไปเมื่อรวยจะคิดย้อนหลังให้   เขาว่าทีวีช่องอื่นไม่มีใครรัก คนเขารักอยากดูแต่เอเอสทีวี  เอาพวกชะนีช่อง3ไปให้เขาดูเขาก็ไม่อยากดู 

 

นี่เป็นรายการส่งท้ายปีเก่านั่นเอง แต่กล้องถ่ายภาพเวทีมีคน 4 คน  คนฟังหน้าเวทีมีคนอยู่แถวหนึ่ง ราว ๆ 20-30 คน หรืออย่างไร  ไม่ให้เห็นหน้าเวที   มาปรารภถึงผลงานในปีเก่าที่ล้มทักษิณลงสำเร็จ เขาโอ้อวดว่าเป็นปีประวัติศาสตร์ที่พวกเขามี “ชัยชนะต่อทักษิณ ชินวัตร”  แล้วอำนวยอวยพร  ชมผลงานตัวเองแล้วอ้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตลอดไปจนถึง เจ้าป่า เจ้าเขา เจ้าทุ่ง...รวมทั้งผีบ้าน ผีเมือง ผีป่า ผีหัวนา ... ให้มาปกปักรักษาพรรคพวกของตน  แล้วลงท้ายว่า  ขอให้ปู่เสียชีวิตก่อนพ่อ  ขอให้พ่อเสียชีวิตก่อนลูก ขอให้ลูกเสียชีวิตก่อนหลาน ... (ซึ่งฟังชอบกล ๆ ว่ามาจากวัฒนธรรมไหนนี่?)

 

มีสปอตออกมาปกป้องคุ้มครองเอเอสทีวี เอาคนโต ๆ ยุคถล่มรัฐบาลทักษิณมาพูดปกป้องเอเอสทีวี นับแต่เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง  จำลอง ศรีเมือง  สุริยใส กตะศิลา  ชวน หลีกภัย  ลงด้วยวาทะของสนธิ ว่า  สนธิตายได้ แต่เอเอสทีวีและประเทศชาติตายไม่ได้   ฟังแล้วก็นึกว่าคงมีใครคิดมิดีมิร้ายต่อเอเอสทีวีละกระมัง พวกเขาจึงพาเหรดออกมาคุ้มครองกันใหญ่  แม้กระทั่งนายชวน หลีกภัย ก็อุตส่าห์มาเข้าขบวนตามก้นสนธิ ลิ้มทองกุลด้วย

 

ตอนจบลง ฉายภาพเก่า ๆ ยุคต่อสู้ เอาประเทศไทยของเราคืนมา (ไม่ทราบว่าเอามาได้แล้วหรือยัง?  ขณะนี้ประเทศไทยไปอยู่ไหน? อยู่ในมือใครอีกล่ะไม่เห็นรายงานผลเลย?)  เห็นภาพอดีตส.ว.บุรีรัมย์ นายการุณ ใสงาม  กำลังอยู่ในบทบาทเข้ม  ท่านผู้นี้เป็นคนเดียวกับที่แสดงบทบาทในวุฒิสภา ในยุคหลัง ๆ ของรัฐบาลทักษิณ โดยเตรียมมุขมาแต่บ้าน  เอากะไดไปยื่นให้ประธานวุฒิสภา นายสุชน ชาลีเครือว่า  เชิญท่านประธานลงมาได้แล้ว ประธานสภาคงเห็นว่าขัดสายตาคนดูก็เลยให้ตำรวจสภาอุ้มออกจากที่ประชุมไป ที่น่าขายหน้าลูก ๆ หลาน ๆ ไปทั้งโลก  จากนั้นจึงแก้เขินด้วยการมาร่วมขบวนกอบกู้ประเทศไทย ?

 

ไม่ทราบว่าผู้ใดจะคิดร้ายเอเอสทีวี?   ใครจะคิดร้ายไปทำไม?  ไร้สาระประโยชน์  แล้วก็แล้วกันไป ตั้งต้นใหม่ไม่ดีกว่าหรือ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 7ข่าวและภาพวาระสุดท้ายซัดดัม

ไอทีวี เสาร์ 30 ธ.ค.2549 2030 น.

 

ศศิวรรณ เลิศวิริยะประภา  กับทีมข่าวไอทีวี รายงานข่าวภาค2ทุ่มศาลพิเศษอิรัคพิพากษาให้ประหารชีวิตซัดดัม ฮุสเซนด้วยการแขวนคอ คดีสั่งสังหารชาวเคิรต     มีภาพประกอบ เห็นภาพในขณะที่ซัดดัมยืนอยู่ณที่ประหารพยายามฝืนใจให้เป็นปกติ แสดงความกล้าหาญโดยไม่ยอมสวมหมวกคลุมศีรษะ กระนั้นใบหน้าก็ซีดเผือดลง แล้วเพชฌฆาตที่อยู่ในเครื่องแบบมีหมวกคลุมศีรษะก็เอาบ่วงเชือกเข้าคล้องคอเขา  ไม่เห็นภาพตอนแขวนคอ  แต่มาเห็นภาพอีกครั้งตอนตายแล้ว เห็นนอนกลิ้งอยู่กับดินมีเลือดออกที่ลำคอ  ข่าวแจ้งว่า  การประหารทำอย่างเร่งด่วนและลับ มีกล้องวีดิทัศน์ของเจ้าหน้าที่เพียงตัวเดียวเท่านั้นทำการบันทึกภาพไว้ และเปิดเผยออกมาพอเป็นหลักฐานว่าซัดดัม อดีตประธานาธิบดีอิรัคถึงวาระสุดท้ายจริง

 

ข่าวรายงานด้วยว่าก่อนถูกแขวนคอซัดดัมยังถือพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานไว้ด้วย  แน่นอน ซัดดัมย่อมเชื่ออย่างสนิทว่าเขาเป็นมุห์มิน ผู้เป็นบ่าวผู้ซื่อสัตย์(อิบาดุรรอฮมาน)ของอัลเลาะห์ และเมื่อตายแล้วย่อมได้รับการต้อนรับจากอัลเลาะห์ ได้รับรางวัล และได้ร่วมเสพสุราอันโอชะกับอัลเลาะห์ณธารน้ำสุราที่มิรู้เหือด  กระนั้นภาพข่าวยังแสดงความดีอกดีใจของมุสลิมฝ่ายนิกายชีอะห์ และชาวเคิรต เห็นภาพฝ่ายนี้เต้นแร้งเต้นกาโบกธงด้วยความยินดี  แล้วก็มีข่าวระเบิดเกิดคาร์บอมบ์ในอิรัค ต้อนรับวิญญาณซัดดัม 31 คนตายตามซัดดัมไป พวกที่ระเบิดเป็นฝ่ายสุหนี่ ที่เศร้าโศก นี่ก็เป็นเรื่องของอิสลามกับอิสลาม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 8หลังปฏิรูปอะไรยังไม่ดีขึ้นแถมมีระเบิดวันปี่ใหม่ 

ต้อนรับประเทศไทยปีใหม่

พุทธศักราช 2550

 

 

เราได้รัฐบาลใหม่ โดยการปฏิรูปการปกครอง ของคณะปฏิรูปการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(คปค.)  และมีรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่กำหนดให้มีคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.)ทำหน้าที่ตามความหมายของชื่อตนเอง 

 

บัดนี้ผ่านเวลาการปกครองแผ่นดินใหม่มาแล้วถึง 3 เดือน อะไรก็ยังไม่ดีขึ้น  และดูเหมือนได้หลงประเด็นมาตลอด  เช่นหลงว่าตนเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย ในเมื่อแท้จริงเพียงรัฐบาลรักษาการณ์ระยะสั้น ๆ   อีกหน่อยประชาชนเขาจะทวงเอาคืน หลงหน้าที่ของตน  หน้าที่คือเตรียมการเลือกตั้งเท่านั้น อะไรที่เราเห็นว่าไม่สุจริต  ไม่ยุติธรรมจากการเลือกตั้งคราวที่แล้ว ๆ มา ก็วิเคราะห์วิจัยแก้ไข จัดเตรียมเสียให้พร้อมไว้ ให้เกิดระบบที่ยุติธรรมขึ้นมา และให้สมบูรณ์จนไม่มีข้อกล่าวหาทีหลังว่า  การเลือกตั้งไม่สุจริต   นี่เป็นงานเล็กน้อยอยู่หรือ?

 

และเมื่อมีการระเบิดส่งปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2550 ใหม่ ๆ นี้  ก็หลงประเด็นไปอีก เราเกรงว่าจะเตลิดไปอีกจึงขอเตือนหน่อยว่ารัฐบาลและคมช.กำลังจะหลงประเด็นไปไกล ไปลึกอีกครั้ง

 

นั่นคือ ทั้งนายกรัฐมนตรีพล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ และประธานคมช.พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน   ออกมาอุทธรว่าเป็นฝีมือของกลุ่มอำนาจเก่า  ใช้ตรรกวิทยาคะเนเอาว่าเพราะกลุ่มอำนาจเก่ามีจุดหมายสำคัญเพื่อดิสเครดิตรัฐบาลและ คมช. 

 

ท่านไม่ได้มองความจริงว่า  บัดนี้ท่านได้รับการดิสเครดิตไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นับแต่วันแรกที่ปฏิรูป แล้วอะไรก็ไม่ดีขึ้นไปกว่าเดิมเลย   สถานการณ์ 3 จังหวัดภาคใต้ไม่ดีขึ้น และแล้วก็มีเหตุเผาโรงเรียนในกรุงและต่างจังหวัด ไกลถึงศรีสะเกษก็มีเผาถึง 2 แห่ง   และแล้วก็มีระเบิดกลางกรุงทำลายความสุขของประชาชนไทยทั้งชาติผู้บริสุทธิ์   ในวันที่ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศหวังจักได้รางวัลความสุขปีใหม่  ที่ไม่เคยมีมาก่อน  แล้วมิหนำ ประธานคมช.ไม่ระแวง ไม่ตระหนักในหน้าที่ของตนเพราะละเลยไม่ระวังไม่ตระหนักในหน้าที่  เดินทางไปต่างประเทศเสียอีก  และไม่มีใครทราบว่าท่านไปประเทศซาอุดีอาระเบียด้วยกิจอันใด

 

นี่ก็เป็นเหตุให้นายกรัฐมนตรีและคมช.ได้รับการดิสเครดิตไปเรียบร้อยแล้ว

ไม่รู้ตัวหรือ?

 

การกู้เกียรติยศท่านกลับคืนมา  มิใช่ออกข้อแก้ตัว  และเพียงกล่าวหากลุ่มนั้นกลุ่มนี้ โดยไม่มีหลักฐาน

 

แต่ต้องเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้   นี่ต่างหากคือประเด็น

ท่านเอาตัวผู้เผาโรงเรียนมาได้  เอาตัวผู้วางระเบิดมาได้  ทำคดีสมชายให้จบ  ทำสามจังหวัดภาคใต้นำพี่น้องมุสลิมให้กลับคืนสู่ความรื่นรมย์   นั่นเป็นทางกู้เครดิตของท่าน

 

 

หากไม่เช่นนี้  ผลก็คือ  เป็นความผิดหรือบกพร่องในหน้าที่ของ รัฐบาลและคมช. ฐานทำลายนโยบายสมานฉันท์ของชาติที่เขาตั้งไว้ตั้งแต่รัฐบาลก่อนให้ย่อยยับไป  และนำไปสู่ความยุ่งยากที่ไม่มีวันจบ

 

ได้โปรดสงสารประเทศไทยบ้างเถิด!!!!

  • ธรรมาชีพ ธรรมาชน ปธร.

      1  มกราคม 2550

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 9 ประวัติมหาเศรษฐีน้ำมันโลก อารี โอนาสสิส

ภาพยนตร์ฝรั่งเศส  Ari Onassis

Asiasat 3S 

TV5 MONDE  โทรทัศน์ฝรั่งเศส

จันทร์ 8 ม.ค.2550  2230-2400 น.

 

ทีวีฝรั่งเศส หนังฝรั่งเศส พากษ์ฝรั่งเศส ที่น่าสนใจมาก นั่นคือสะท้อนความรักความอิจฉาริษยา อย่างรุนแรงมากจนชีวิตไม่มีความสุข แม้จะมั่งคั่งมั่งมีทรัพย์มหาศาล(แบบที่เห็นในหนัง-ละครไทย)  และเรื่องนี้เป็นเรื่องอิงประวัติจริงของมหาเศรษฐีระดับโลก อารี โอนาสสิส(Ari Onassis) กับ แจกเกอร์ลีน เคเนดี (Jackerlene Kenedy) หลานสาวของประธานาธิบดีเคเนดีแห่งสหรัฐอเมริกา 

 

หนังสะท้อนบุคลิกภาพของคนระดับมหาเศรษฐีว่า มีรสนิยมทางความเป็น 1 สูงมาก จึงต้องเคลื่อนไหว สด อยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ธุรกิจของตนอยู่เหนือผู้อื่น  และสำหรับโอนาสสิส จะเลือกเข้าใกล้คนสำคัญ ๆระดับโลก ทั่วโลก  และคบกับคนมีชื่อเสียงและที่เป็นใหญ่เป็นโตทั้งสิ้น เขาจะเลือกสมาคมกับผู้หญิงที่สวยงาม เด่น  เป็นที่นิยมของมหาชน ระดับที่เคลื่อนไหวย่างก้าวออกนอกบ้านก็เป็นข่าว   เขาจึงได้พบกับ ตินา(Tina) มาเรีย(Maria) และที่สุดแจคกี้(Jacky) 

 

น่าทึ่งใจที่ว่าในขณะที่พบสตรี3คนนี้  อารี โอนาสิส เข้าวัยชราภาพแล้ว  อายุประมาณ 65 ปี ผมหงอกขาวโพลนทั้งศีรษะ นักสร้างหนังเลือกเอาชายรูปแบน หน้าเรียวแบน ๆ หน้าอกใหญ่ ผอมสูงแต่แข็งแกร่ง แคล่วคล่อง ว่องไว มีรอยยิ้มน้อย ๆ ที่เผยริมฝีปากและไรฟันที่คมวาวซึ่งเป็นมหาเสน่ห์ต้องใจหญิง เขาต้องการให้บทจูบลูบคลำเป็นบทที่หวามหวานใจด้วยศิลปะแบบผู้ดีฝรั่งเศส(จึงมีฉากจูบกันบ่อยที่สุดในหนังเรื่องนี้)  แต่ที่ผู้หญิงชอบคือความแข็งแกร่ง สุขภาพดี  อารมณ์จิตใจดี ฉลาดในการเจรจา  แสดงความรู้รอบด้านทันสถานการณ์ทุกอย่าง  จ่ายเงินง่ายและคล่อง  เมื่อพบกันครั้งแรก แจกกี้ชมว่าเขาเป็นคนใจดี ใจกว้างขวางมาก

 

แต่ภาพยนตร์ไม่ได้มุ่งหมายจะเล่าเรื่องโอนาสิสกับแจกกี้ แต่เล่าถึงหญิงที่มาก่อนทั้ง2คนคือ ตินา แน่นอนเธอเป็นคนสวย ร่ำรวย มีชื่อเสียงในสังคม มีความรักแท้ ทุ่มเทความรักให้อารีสุดใจ แต่ทนทุกข์ใจอยู่ตลอดเวลาเพราะเขามีธุรกิจที่แวดล้อมด้วยผู้หญิงมากมายเหลือเกิน เป็นเหตุของความหึงหวงและอิจฉาริษยาอย่างแรง  โดยเฉพาะเมื่อเขาแอบไปฟังโอเปร่ารสนิยมของคนชั้นสูงของฝรั่งเศส ที่มีมาเรียร้องสะกดคนชมทั้งโรงละครให้เงียบกริบ  จนกระทั่งเขากับมาเรียให้สัญญากันจะแต่งงานกัน  ก็เป็นเวลาที่ตินาตั้งครรภ์ แต่ก็ผิดหวังที่ไม่พบความยินดีของเขามากมายอย่างที่คาดไว้ จนปลงตกว่าชีวิตเช่นนี้มีแต่ความทุกข์  เมื่อมาเรียมาพบตามนัด ก็บอกว่าแท้ที่จริงเธอสงสารมาเรีย  และมีความยินดีที่มาเรียมารับเอาชายผู้นี้ไปจากชีวิตของเธอเสียที     จนเวลาคลอดบุตรคนแรก  เสียชีวิต  มาเรียร่ำร้องไห้สงสารติน่า คร่ำครวญอยู่นาน ณ หลุมฝังศพติน่า เธอเข้าใจดีว่าอะไรเป็นอะไร  หิ้วกระเป๋าออกจากคฤหาสน์จะหนีไปจากโอนาสสิส  โอนาสสิสตามไปประคองโอ้โลมด้วยคำหวานและคำมั่นสัญญาอันเลิศลอย มาเรียก็หลงความปากหวานของโอนาสสิสอีกครั้งหนึ่ง   

 

แท้จริงโอนาสสิสมีแผนใช้มาเรียเพื่อธุรกิจของเขาด้วย เขาอ้อนวอนให้แสดงละครต้อนรับแขกระดับราชามหาเศรษฐีต่างประเทศ ที่มาเจรจาธุรกิจน้ำมันกับเขา หลายครั้ง ซึ่งมาเรียไม่พอใจอย่างมากมองว่าเขามิได้ชื่นชอบศิลปะของเธอโดยมองคุณค่าศิลปะนั้นจริง ๆ และมิได้รักเธอจริง แต่เมื่อเธอคิดจะหนีไปจากเขา ๆ ก็มาอ้อนวอนแสดงความรักแท้ เธอก็หลงลมปากเขาอีกครั้งแล้วครั้งเล่า จำต้องอยู่ต่อมาอย่างหวาดระแวง หึงหวง อิจฉาริษยา ระทมทุกข์ เพราะเขาจะมีรอยจูบตามตัวตามเสื้อผ้าติดมาหาเธอทุกครั้ง ๆ ที่นัดพบกัน

 

ครั้นเขาพบแจ๊กกี้ เขาบอกเธอว่าเป็นเพียงธุรกิจ และเธอผู้นั้นเป็นหลานสาวของประธานาธิบดีผู้ยิ่งใหญ่แห่งสหรัฐอเมริกาจะปฏิเสธได้อย่างไร  ทั้งคู่ก็เริ่มทะเลาะกันบ่อยครั้ง เกิดความสับสนในชีวิตส่วนตัวกับชีวิตธุรกิจ  มองภาพไม่ออกว่าอะไรจริง อะไรไม่จริง  แต่ภาพทั้งหมดเวลานั้นนำมาสู่ความหึงหวงและอิจฉาริษยา  อย่างรุนแรง กินยาระงับประสาทมาตลอด บัดนี้กินถี่ขึ้น และครั้งหนึ่งคิดฆ่าตัวตาย แต่เขาและแพทย์ก็ช่วยไว้ทัน ตกเป็นหนี้บุญคุณเขาไปอีกครั้งหนึ่ง

 

และก่อนที่จะมีข่าวใหญ่ทางหนังสือพิมพ์เรื่องการแต่งงานระหว่างแจกเกอลีน เคเนดี กับ อารี โอนาสสิส  เกิดขึ้น  มาเรียก็ปลงตก เธอไปเยี่ยมมารดาที่โรงพยาบาลประสาท แม่บอกว่าได้เตือนไว้แต่แรกแล้วก็ไม่เชื่อแม่จึงได้รับทุกข์เช่นนี้  โอนาสสิสตามไปวิงวอนว่า  ขอให้มาเรียช่วยด้วย เขามิได้รักแจ๊กกี้เลย มาเรียเท่านั้นจะช่วยเขาได้  นัดให้ไปประเทศกรีซ  ให้ภาพปรากฏออกมาว่าเขากับมาเรียยังรักกันเหมือนเดิม เท่านั้นเองแจกเกอร์ลีน เคเนดี ก็จะหนีไปจากเขา  

 

ไม่มีใครทราบว่าโอนาสสิสพูดด้วยความจริงใจหรือเปล่า  เขารักมาเรียจริง ๆ หรือแสร้งพูด เพื่อผูกใจ ให้การจากกันเป็นมิตรโดยชั้นเชิงทางธุรกิจของเขา  และครั้นมาเรียเด็ดเดี่ยวปฏิเสธ ก็ดูเหมือนว่าแผนการของโอนาสสิสเป็นผลสำเร็จ  เขาได้แต่งงานกับแจ๊กกี้ดังหวัง และดังที่เป็นความจริงและเป็นข่าวดังในโลกยุคหนึ่ง       แต่สำหรับมาเรีย เธอมองผ่านหน้าต่างไปดูโอนาสสิสผู้อยู่ในสภาพโทรมเต็มที่ ที่กำลังจากไป พร้อมเอ่ยกับตนเอง  อย่างเดียวกับถ้อยคำของติน่า ผู้หญิงคนก่อนของเขา  แต่แรงกว่าคือถ้อยคำว่า  ขอบใจแจ๊กกี้ ที่มารับซากสวะเช่นนี้ไปเสียจากชีวิตของฉันเสียที  แจกกี้ ฉันเห็นใจเธอ 

 

ปัญหาสำคัญของเรื่องราวชีวิตตามภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือ  ความหึงหวงและความอิจฉาริษยา  นี่เป็นสิ่งที่ไม่เคยเห็น ไม่ค่อยเห็น ในภาพยนตร์ฝรั่ง และแน่นอนโดยทฤษฎีนั้นถูกต้องแล้วตามคารมปราชญ์ไทยว่า  อรติ โลกนาสิกา  ความอิจฉาริษยาเป็นเหตุให้โลกฉิบหาย ทำให้ชีวิตเป็นทุกข์ ตามภาพยนต์อิงชีวประวัติจริงเรื่องนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 10พัชรศรีเต้นรำกับแฟนหนุ่ม 

ผู้หญิงถึงผู้หญิง

ช่อง3 ศุกร 5 ม.ค.2550 08.40-10.20 น.

 

รายการที่สด ๆ และชื่น ๆ ดูแล้วสบายใจ ได้คติและความหวัง ยังคงเดินหน้าต่อไปในปี 2550 ในสถานการณ์ที่เครียดและเข้มไปเรื่อย ดูเหมือนว่ารายการผู้หญิงถึงผู้หญิงจะช่วยให้โลกสดใสร่าเริง  วันนี้พัชรศรี เบญจมาศ(กาละแม)  กุลนัดดา ปัจฉิมสวัสดิ์(นีน่า)  มีสุข แจ้งมีสุข(ไก่) และพิมลวรรณ ศุภยางค์(ปุ้ย) พูดถึงเรื่องต่าง ๆ มากมาย ที่น่าทึ่งคือเด็กหญิงที่ถูกระเบิดออกความคิดได้เฉียบคมมาก อยากให้คมช.จับคนร้ายให้ได้ อยากมาเยี่ยมรายการสี่สาวเพราะชื่นชอบมาก ๆ เนื้อหาสาระของรายการนี้มีหลายหลากก็จริง แต่ดูยังขาดเรื่องหนึ่งคือเรื่องของตัวเอง น่ารายงาน  เช่นเรื่องชีวิตคู่ เห็นเอาข่าวอรปรียา หุ่นศาสตร์แต่งงาน มาออกรายการ ครึกครื้นชื่มมื่นดี  น่าเอาข่าวพัชรศรี ที่ไปเต้นรำกับแฟนหนุ่ม ถูกเนื้อต้องตัวกัน (เห็นในรายการวิไอพีวันก่อน) มาเม้าท์เบื้องหลังเบื้องลึกบ้าง เอาข่าวคุณมีสุข แจ้งมีสุข และคุณนีน่า ปัจฉิมสวัสดิ์ในทำนองเดียวกันมาพูดให้ฟังบ้าง เอาข่าวคุณปุ้ยกับแฟนบ้าง  ซุบซิบเชิงสนองความอยากรู้ของคนชม เข้าใจว่าคนอยากรู้ว่าเมื่อไรจะสละโสดเสียที คนไม่อยากให้อยู่เป็นโสด   รายการ30 ยังแจ๋ว ถัดไปก็น่าชม  และวันนี้ก็พูดเรื่องใครจะไปก่อนไปหลัง(คือใครจะแต่งงานก่อนใครหลังอรปรียาไปก่อนแล้ว เพราะยังอยู่ถึง3สาว)  แท้จริงชีวิตโสดของผู้หญิงเป็นชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ และในครอบของวัฒนธรรมของชาติบางชนิดอาจทำให้ชีวิตฝืดลงไป ๆตามลำดับสู่ชราภาพ   ผู้หญิงบางคนอาจจะมีทัศนะที่ผิดไปก็ได้ โดยไม่มองความจริงว่าผู้ชายมี 2 ประเภทเสมอไป คือ ผู้ชายที่จะทำร้ายเรา (พยายามเอาเปรียบเรา)   และผู้ชายที่จะปกป้องเรา (พยายามทำความดีและเสียสละแด่เรา)  การแต่งงานหมายถึงเราได้ผู้ชายมาปกป้องเรา(จากผู้ชายชั่วที่จะทำร้ายเรา) หมายถึงมีความรักแท้ อันเป็นวิถีธรรมชาติของชีวิต และเพศ เมื่อมีทายาทออกมา ชีวิตก็สมบูรณ์ ได้สืบสกุล  สืบเผ่าพันธ์ที่เฉลียวฉลาดให้เป็นประโยชน์แด่มนุษยชาติสืบไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 11ดูปูพม่าและปูไทยกำลังร่อยหรอ

กบนอกกะลา Again

ช่อง9 ศุกร 5 ม.ค.2550 1300-14.00น.

 

ประสาน อิงคนันท์ กับ ดวงธิดา นครสันติภาพ ตามไปดูปูแสมในหาดชายเลนทั้งพม่าและไทย พม่ามีป่าชายเลนมากเป็นที่3ในเอเชีย เห็นชายเลนยาวไกลสุดตา ขณะที่เรือแล่นไปสู่หมู่บ้านปูเค็ม พม่า   ขณะที่ไทยมีป่าชายเลนเป็นที่9ของ19ประเทศเอเชีย  ชาวพม่าจับปูแสมทำเป็นปูเค็มแล้วบรรจุใส่ในปีบส่งมาขายที่จ.ระนอง ของไทย  เอาไปทำส้มตำอร่อย  แซบอีหลี  ไปดูปูที่หมู่บ้านปรัดใน จ.ตราด ปูแสมเช่นเดียวกัน แต่ก้ามแดง ก้ามส้ม (ของพม่าก้ามม่วง)   รายการวันนี้สะท้อนถึงเศรษฐกิจแบบพอเพียงและชีวิตเรียบง่าย กลมกลืนกับธรรมชาติ ให้เห็นชีวิตสากลของคน2ประเทศ ว่าแท้จริงพวกเขาไม่ว่าพม่าหรือไทยก็เป็นคนเหมือนกัน สิ่งที่คนต้องการก็เหมือน ๆ กัน  ปัญหาก็เหมือน ๆ กัน  ในกรณีนี้ก็คือ ป่าชายเลนนับวันน้อยถอยลดลงไปทั้งสองประเทศ  และคนเพิ่มมากขึ้น คนไม่ว่าไทยพม่าจะมองปัญหาอย่างไร ถ้าไม่มองบนมาตรฐานเดียวกัน  นั่นคือความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจ รู้ในทุกข์และสุขของกันและกันเป็นบรรทัดฐานการแก้ปัญหาร่วมกัน ระวังความเห็นแก่ตัวจักเป็นทางแตกความสามัคคีธรรมของสังคม  ศาสนา และของประเทศต่อประเทศ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  12สำรวจชมข่าวข่าวทีวีสากล

TV5-Network, Jarkarta โทรทัศน์อินโดนีเซีย

5 January 2007

 

โทรทัศน์อินโดนีเซีย TV5-NETWORK รายงานจากกรุงจาร์กาต้าตั้งแต่เวลา1600น. มีเรื่องฆาตกรรม  อุบัติเหตุ จับแก๊งทำธนบัตรปลอมใบละ5000 50000 และ 100000 จำนวนมากตั้งเป็นตั้ง ๆ  รายงานวาตภัย จากเกาะชะวา เห็นศพและซากปรักหักพัง แล้วรายงานจากสุลาเวสี มีภาพทางอากาศให้เห็นสภาพอากาศคลุ้มมัว  มีพายุทอนาโด คือลมงวงช้างเกิดกลางทะเล  ซึ่งเครื่องบินตรวจการณ์ถ่ายทอดภาพสด ๆ มา พอ18.15 น.ถ่ายทอดพิธีละหมาดและเสียงขับจากมัสยิด ด้วยคำอ้อนวอนที่แหลมคม ออกนามอัลเลาะห์ นานประมาณ 5 นาที  รายงานข่าวเรื่องเครื่องบินตกต่อ ทั้งมีเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่เสีย ต้องเกณฑ์คนจำนวนมากมาดันเครื่องบินเพื่อสตาร์ทเครื่องๆติด จึงบินขึ้นฟ้าไปได้  แล้วมีตัวอย่างละครผี  เรื่องมัมมีคืนชีพ    มาวันนี้โทรทัศน์ต่างประเทศไม่มีรายงานข่าวประหารชีวิตซัดดัม ฮุสเซน  ภาคเช้า(เวลาไทย)มี VOA โทรทัศน์เสียงอเมริกาถ่ายทอดยอร์จ บุช ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ออกมาเผยว่าการปล่อยภาพการแขวนคออดีตประธานาธิบดีอิรัค เป็นการไม่ให้เกียรติ์แด่ผู้ตาย โทรทัศน์อังกฤษ BBC และ โทรทัศน์ออสเตรเลียก็รายงานข่าวนี้เหมือนกัน     ต่อมาโทรทัศน์CNAอเมริกา รายงานข่าวลือรัฐประหารในไทย(Thai coup Rumours)  รายงานสั้น ๆ ว่าทางการไทยเชื่อว่าการระเบิดในกรุงเทพ 8 จุดเป็นฝีมือของคนในเครื่องแบบ(men in uniform)  บีบีซีรายงานข่าวน้ำมันลงราคาไป 9%

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 13ชมทีวีมุสลิมพากันสวดพระมหาคัมภีร์กันทั้งวันทั้งคืน

Asiasat 3S 

AVT KHYBER เครืออิสลาม

อาทิตย์ 7 ม.ค.2550 0800 น.

 

โทรทัศน์เครืออิสลาม สำหรับเผยแผ่ศาสนาอิสลาม วันนี้ตั้งแต่06.00น.มาจนปิดสถานีเวลา09.30 น.เวลาไทย  ภาพที่ออกมาเป็นพิธีกรรมรอบ ๆ สถานบากา ศิลาดำในอดีต ในประเทศซาอุดีอาระเบีย  ฉายภาพมุสลิมทั่วโลกมาเวียนรอบหินดำทรงสี่เหลี่ยมที่นี่  และตลอดเวลาจะมีเสียงขับที่มีพลังและฟังไพเราะลึกซึ้งมาก เวลาขานขับมีเสียงหนักเบาแล้ว  ยังมีเสียงชนิดหนึ่งที่แรงบอกอารมณ์เคียดแค้นจนอาจเรียกว่าเสียงกะแทกก็ได้ มักลงในกลาง ๆ วรรคใดวรรคหนึ่งแล้วเหินขึ้นไปก่อนจะจบลงด้วยเสียงครุยาว ทำให้เพิ่มพลังอานุภาพผูกพันจิตใจให้ไหลหลงเสมือนถูกสะกดด้วยมนต์ดำแห่งไสยศาสตร์

 

และนี่คือกลยุทธแห่งพิธีกรรมอันล้ำลึกของผู้เป็นศาสดา  น่าคิดว่าท่านนบี มุฮำมัดเมื่อรจนาพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานนั้น  ท่านอยู่ในอารมณ์จิตใจลึกซึ้งชนิดหนึ่ง(ที่ศาสนาพุทธศึกษาในเรื่องของฌาน)ที่บอกถึงความศรัทธาอันสม่ำเสมอซื่อตรง  ทำให้ถ้อยคำในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานทั้งพระคัมภีร์ สามารถขานขับออกมาได้ในทำนองเสนาะอย่างไพเราะลึกซึ้งเช่นที่ปรากฏจากโทรทัศน์เครืออิสลามนี้    และแท้จริงทั้งหมดเป็นกวีนิพนธ์ สามารถวิเคราะห์รูปฉันทลักษณ์ได้  และจะพบน่าทึ่งใจว่าคล้าย ๆ ลีลาของภาษา ตัวอักขระอาหรับที่จารพระมหาคัมภีร์ทั้งหมดลงไว้นั่นเอง 

 

และเมื่อพิจารณาโดยลึกซึ้งไปแล้ว จะพบว่ามีความละม้ายคล้ายคลึงกับเสียงสวดชนิดหนึ่งในประเพณีงานศพของวัฒนธรรมอีสานดั้งเดิม ที่พระสงฆ์เป็นผู้สวด ๆ เดี่ยวหรือสวดเป็นหมู่  มักสวดในเวลาดึก ๆ ต่อหน้าศพ  ที่รู้จักว่าสวดยอดมุข(ยอดพระอภิธรรมอันสูงสุด) เพียงแต่สวดยอดมุขนี้ไม่มีเสียงกะแทกหนัก ๆ อย่างสวดพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน  เดิมประเพณีงานศพอีสานดั้งเดิม นอกจากสวดยอดมุขแล้ว  ยังมีการนำวรรณกรรมหลัก ๆ เช่นท้าวการะเกด  สินชัย  หรือตำนานบ้องไฟหนองหารมาสวดกันด้วยโดยสวดไปตลอดคืน  ทำให้เสียงสวดกึกก้องโหยหวน ผู้ใหญ่ฟังจะลึกซึ้งส่วนเด็ก ๆ มักจะเข้าใจว่าเป็นการสวดกล่อมผีก็จะสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว(กลัวผี)  ต่อมาได้พัฒนามาเป็นการสวดเสียงยาวหรือลำพระเวสสันดรที่เป็นที่นิยมมากในชนบทอีสานปัจจุบัน 

 

จากเวลานี้Atv PTV Channel โทรทัศน์ญี่ปุ่นนำสารคดีหลายหลากเรื่องราว เห็นคนญี่ปุ่นหน้าตาไม่เคร่งเครียดเหมือนยุคเก่า พบรอยยิ้มแย้ม และดูใกล้เคียงคนไทยเข้ามา  ส่วนคนไทยกลับเพิ่มความเครียด และใกล้ ๆ คนญี่ปุ่นเข้าไป ดูเหมือนคนก็กำลังปรับเข้าหากันไปตามลำดับ ๆ      ดูโทรทัศน์ฝรั่งเศส TV5 เอาภาพเดิมยุคเคเนดี และสงครามตะวันออกกลางมาทบทวน  ฝรั่งเศสกับญี่ปุ่นปัจจุบัน มีสิ่งที่น่าดูน่าชมเหมือนกันคือ  มีชนบทที่ระรื่นตา สะอาดสะอ้านจริงๆ บ้านเรือนถนนหนทาง สนามหญ้า ดูเรียบร้อยมาก  แต่ญี่ปุ่นค่อนข้างจะแออัดยัดเยียดกว่าฝรั่งเศส  มีตะวันตกยุคหนึ่งที่เกลียดชังญี่ปุ่นมาก ๆ ในแง่ว่าญี่ปุ่นเป็นสัตว์เศรษฐกิจ นักค้าสงคราม ดุอย่างไร้เหตุผล ชอบทำฮาราคีรีตนเอง และมักสาปแช่งและทำนายร้าย ๆ ต่อญี่ปุ่นด้วยประการต่าง ๆ อย่างร้ายแรงก็ว่าจะเกิดคลื่นยักษ์สินามิท่วมเกาะญี่ปุ่นไปทั้งเกาะและประชาชนญี่ปุ่นจะยากจนลงและอดอยาก จนกระทั่งไม่มีอาหารต้องกินเนื้อกันเอง ประมาณว่าปีคศ.2000  แต่แล้วเหตุการณ์ก็ไม่เกิดขึ้น  ท้ายสุด CNA รายงานอาร์เซนอล เจ้าปืนใหญ่น้อคเอาท์ลิเวอพูล 3:0  ไคลส์เจอร์ชิงรอบสุดท้ายกับชาราโปวา ในฮ่องกงโอเพ่น ฟังไม่ทันว่าใครชนะ แต่เห็นถ้วยของไคลเจอร์ใบใหญ่กว่า  รายงานอากาศวันนี้ซานฟรานซิสโก 6 องศา  กรุงเทพ 20 องศา เซอูล -6 องศา  CNA รายงานข่าวเอเชีย มี Sharon Thon สาววัยรุ่น ๆ คนเอเชียผมดำพูดฝรั่ง ฟังชัดเจน ฟังง่าย เป็นฝรั่งกว่าฝรั่งพูดเอง  น่าทึ่งเหมือนกัน!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 14มวยไทยมวยไม่ค่อยชก

ช่อง 9 อาทิตย์ 7 ม.ค.2550 1300 น.

 

มวยไทยที่ไม่ค่อยชก  เหยาะ ๆ แหยะ ๆ   ในยกแรกมวยไทยจะดูเชิงกันก่อน ก็เลยไม่ค่อยชก  ในยกสุดท้ายมวยไทยจะราไปเลย  ดูเหมือนว่านักมวยจะรู้ตัวเองว่าชนะแล้ว ก็ไม่ชก  ส่วนอีกคนอาจจะเข้าใจผิดว่าชนะแล้ว ก็ไม่ชกเหมือนกัน  มวยไทยจึงเป็นมวยที่ไม่ค่อยชก ดูเหยาะ ๆ แหยะ ๆ  มีข้อสังเกตว่า การที่มีกรรมการคอยไล่ให้มวยไทยชกกันเสียทีนั้น ที่จริงน่าขายหน้า เพราะไม่เคยเห็นในต่างประเทศ ไม่ว่ามวยสากล หรือมวยท้องถิ่น  โดยเฉพาะมวยปล้ำอเมริกาน่าเอาอย่าง  ในแง่ที่ชกดุเดือด ไม่เคยมีกรรมการไล่ให้ชกเลย  วิเคราะห์แล้วเป็นเพราะนักมวยไทยเราไม่เข้าใจว่าตนเป็นนักธุรกิจอย่างไร ขาดสำนึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งแห่งสถาบันที่ต้องสร้างความนิยมให้เกิดขึ้นต่อสถาบันอย่างไร  อันเป็นทางทำรายได้และทางก้าวหน้าของนักมวยเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 15บุชส่งทหารสหรัฐเข้าอิรัคอีกกว่า20,000คน

Asiasat 2 

VoA   โทรทัศน์เสียงแห่งวอเมริกา

BBC แห่งอังกฤษ

พฤหัสบดี 11 ม.ค.2550 

 

ตลอดวันวันนี้ โทรทัศน์BBCแห่งอังกฤษและ VOAแห่งอเมริกาออกข่าวเป็นระยะ ๆ เรื่องประธานาธิบดียอร์ช ดับเบิ้ลยูบุช เตรียมส่งทหารอเมริกัน 21,500 คนสู่อิรัค ซึ่งมีแผนเดิมจะส่งให้ครบ 152,000 คน  โดยเหตุผลว่าเพื่อพิทักษ์รัฐบาลอิรัคที่จัดตั้งขึ้นโดยวิถีทางประชาธิปไตย ให้มั่นคง สามารถบริหารงานต่อไปได้  คำกล่าวของบุชว่า  No tolerance for sectarian violence(เราจะไม่อดทนต่อลัทธิความรุนแรงเช่นนั้น) บอกความหมายที่ลึกซึ้งไปกว่าคำแปลมากเลยทีเดียว ซึ่งจะเห็นว่าน่าจะได้มีการมองกาลไกลไว้ล่วงหน้าแล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นอย่างไรบ้างภายหลังศาลพิเศษของอิรัคตัดสินให้ประหารชีวิตอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซนแห่งอิรัคด้วยการแขวนคอ ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดการขัดแย้งภายในอิรัครุนแรงขึ้น 

 

ที่น่าสังที่น่าสังเกตก็คือ ในการแถลงข่าวของฝ่ายเสนาธิการทหารสหรัฐถึงเหตุผลนี้ พร้อมกับ นางสาวคอนโดลิซซาร์ ไรส์ ในฐานะรัฐมนตรีการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา มีคำถามฉกรรจ์ของสื่อมวลชนก็คือ  การส่งทหารเข้าไปในอิรัคจะมิเพิ่มสถานการณ์ตึงเครียดไปกว่าเดิมอีกหรือ จะไม่เป็นการแทรกแซงการเมืองอิรักหนักไปกว่าเดิมหรือ  จะไม่เป็นเผด็จการหรือ  ไร้ส์ตอบคำถามเหล่านี้ด้วยท่าทีสบาย ๆ และอย่างเป็นปรัชญามากว่า  เราไม่ได้คิดอย่างที่ท่านคิดนั้น(เราคิดอย่างเรา ไม่ได้คิดอย่างท่านคิด)  เราทำตามความคิดของเรา  (ไม่ได้ทำตามความคิดของท่าน)  เราเชื่อว่าจะทำความคิดของเราให้สำเร็จสมบูรณ์ตรงตามความต้องการของทุกท่าน ๆ ได้ในที่สุด วาทะของไรส์ เท่ากับให้ข้อคิดแก่สื่อมวลชนอยู่เหมือนกันในแง่ที่ว่าบุคคลไม่พึงตัดสินความคิดจากความคิด แต่ตัดสินจากการกระทำตามความคิดนั้น  สื่อมวลชนไม่พึงตัดสินว่าความคิดใดผิดหรือถูก เพราะไม่มีความคิดใดผิดหรือถูก  แต่ละความคิดก็มีเหตุผลอยู่ในตัวมันเองเสมอ   พอ ๆ กับการตัดสินว่านโยบายของรัฐบาลใดผิดหรือถูก แต่เพราะความคิดแต่ละความคิด นโยบายแต่ละนโยบายต่างมีเหตุผลอยู่ในตัวเอง เสมอ ต้องรอดูการประทำและเห็นผลปรากฎเสียก่อน  จึงจะได้ชื่อว่ามีความเคารพในความคิดของคนอื่นในระบอบประชาธิปไตย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 16นาตาลี เกลโบวา

เรื่องเล่าเช้านี้   พบ นาตาลี

ช่อง 3 พุธ 14 ก.พ. 2550  0700 น.- 0840 น.

 

นาตาลี  NATALIE  แฟนภราดร ศรีชาพันธ์  นักเทนนิสชื่อดังของไทย  รับเชิญมาปรากฏตัว  ทางรายการเรื่องเล่าเช้านี้ เหมือนต้องการให้คนสวยเช่นเธอมาเปิดรายการต้อนรับวันที่ 14 ก.พ. วันวาเลนไทน์  วันแห่งความรัก ก็คงไม่ผิดหวัง เพราะเธอสวยสมบูรณ์มากทีเดียว  มีดวงตาสวยคมเป็นประกายลึกซึ้ง  ไม่ว่าชำเลืองไปทางขวาก็น่าชม  ไปทางซ้ายก็น่าดู ที่ความแวววาว ของประกายจากดวงตาดำคมขลับคู่นั้น  ทางรายการ  มีคุณสรยุทธ คุณกฤติกา  คุณปลื้ม(ม.ล.ณัฐกร) คุณเอกราช และแขกรับเชิญอีกท่านหนึ่ง รุมถามด้วยภาษาอังกฤษ  ล้วนแต่เป็นเรื่องราวที่รื่นรมย์  สงสัยว่าเธอพูดไทยได้หรือไม่  ตอนจบจึงได้ฟังเสียงว่า  อร่อยไหมคะ? ถามคุณปลื้ม ตอนกินขนม ที่เขาเอามาโฆษณา  ตอนจบเธอลา  เธอโอบม.ล.ณัฐกร หอมซ้ายหอมขวา  โอบคุณสรยุทธ  โอบคุณเอกราช  หอมซ้ายหอมขวาเหมือนกัน  มีคำถามหลายคำถาม ที่ประทับใจ  แต่ประเด็นน่าจะอยู่ที่คำตอบของเธอ  น่าชื่นใจมาก ๆ ที่ว่า    I am not going anywhere I shall be here I am sure.   แปลว่าเธอจะอยู่ที่เมืองไทยนี่แหละ  มั่นใจ  ไม่ไปไหนเลย  ที่แสดงจิตใจที่งดงามและเป็นธรรมของหญิงสาวชื่อ  นาตาลี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 17เทวาภิเษก เทพหัวช้าง พระพิฆเณศ และเทพยี่เกจตุคามรามเทพ

รายการคุณพระช่วย 

ช่อง 9 อังคาร 27 มี.ค.2550  20.30 น.  

 

รายการคุณพระช่วยวันนี้ โดยพิธีกรประจำทั้ง 3 คุณเท่ง คุณธงชัย ประสงค์สันติ และ คุณท็อด ทองดี

พูดถึงความร่ำรวยอย่างง่าย ๆ  เพียงบูชาเทพเจ้าองค์หนึ่ง ตัวเป็นคนหัวเป็นช้าง ชื่อว่า พระพิฆเณศ

 

สุรัตน์ จงดา  เล่าเรื่องนี้ไปตามตำราโฆษณาชวนเชื่อ  เล่มนี้รวบรวมมาจากข้อเขียนคนโบราณ ๆ โดยไม่คำนึงสัจธรรมว่า แต่ก่อน ๆ คนเรายังโง่  มักยกว่าเป็นถึงคัมภีร์ศาสนา  ให้เกิดกระแสความรู้สึกว่าคนจะร่ำรวย  มงคล  อุดมสมบูรณ์ นั้นต้องมาบูชากราบไหว้ยอมตนเป็นสาวกเทวดาหัวช้างองค์นี้ ไม่งั้นรวยยาก  หรืออย่างน้อยก็ไม่เป็นมงคลเจริญยาก  ได้ยศได้ตำแหน่งยาก  ฯลฯ

 

และคนไทยพื้น ๆ ก็มักจะเชื่อจริง ๆ

 

คนไทยเชื่อแม้กระทั่งเรื่องพระวิษนุกรรม   ว่าเป็นครูของวิศวกร เอามายกย่องว่าเป็นบูรพาจารย์ทางวิศวกรรม และบูรพาจารย์ของสถาบันอุดมศึกษาของไทยทั้งประเทศ ไม่มองความจริงว่า จะให้ท่านมาสร้างสะพาน สร้างหอ109 ชั้นอย่างในยุโรปท่านก็ไม่รู้เรื่อง ยิ่งดาวเทียมที่ลอยอยู่บนฟ้า ท่านยิ่งไม่รู้ สูตร ทฤษฎี หลักการเกี่ยวกับเรื่องการก่อสร้างยุคนี้ท่านไม่กระดิกเลย สู้เด็กชั้นประถมก็ไม่ได้ 

 

นี่คือความจริง!!! 

 

พระวิษนุกรรมที่ว่านี้ไม่มีความรู้ในวิศวกรรมศาสตร์เลย แกไม่เคยมีผลงานอะไรเลย  แม้สิ่งก่อสร้างที่มหัศจรรย์ของโลกทั้งสิ้น ยุคนี้คนเขาพิศูจน์ได้ว่าล้วนแต่เป็นฝีมือของมนุษย์  ไม่มีสิ่งก่อสร้างชิ้นไหนที่เป็นฝีมือของวิษณุกรรมเทพบุตร

 

ไม่เคยมีฝีมือของเทวดาปรากฏบนผืนโลกนี้เลยสักอย่าง

ไม่มีสิ่งมหัศจรรย์เกิดจากฝีมือของวิษนุกรรมเทพบุตร หรือเทวดาหัวช้างองค์นี้เลย

 

เรื่องที่สุรัตน์ จินดา เล่าวันนี้จึงเป็นเรื่องโกหกพกลมทั้งหมด  พิธีกรรมทุกอย่างเกี่ยวกับรูปปั้นคนหัวช้างรูปนี้ก็เป็นการโฆษณาชวนเชื่อไปทั้งสิ้น 

 

และแท้จริง ใครจะไม่รู้หรอก!!!!  ต้องการขายเหรียญ 1 แสนเหรียญ  ได้เงินนิด ๆ หน่อย ๆ ก็จะเลิกไป ทำนองนั้น กลัวเขาตามทัน   ก็เท่านั้นเอง   หลอกกันเพื่ออยากได้เงินแท้ ๆ

 

 

 

เช่นเดียวกับเทพชื่ออะไร ใหม่ ๆ นี่เอง เทพอะไรที่ตั้งชื่อเหมือนยี่เกว่า  จตุคามรามเทพ  จะบันดาลให้คนจนกลายมาร่ำรวยได้ง่าย ๆ ไม่ยอมรับความจริงกันเลยว่าจะร่ำรวยต้องขยันทำงาน ทำงานให้หนัก  อดทนให้มาก ๆ  ฉลาด ๆ ทางการตลาดหน่อย รู้วิเคราะห์ต้นทุน กำไร  รู้การบัญชี  รู้เขารู้เราเชิงเศรษฐกิจ  มาโคร และไมโคร อิโคโนมิก ฯลฯ  ตามที่คนรวยคนยุคใหม่เขารู้จัก ว่า Science  แห่งความร่ำรวย เช่นเศรษฐศาสตร์  การเงินการธนาคาร  พาณิชยศาสตร์และการบัญชี  การตลาด มนุษยสัมพันธ์ ฯลฯ ซึ่งที่แท้จริงเป็นหลักการของมนุษย์และหลักการของพระพุทธศาสนา ศาสนาประจำชาติไทย และศาสนาประจำโลกนี่เอง

 

คนรู้ไม่จริง!!!

 

อ้างอิทธิฤทธิมาข่มขู่มนุษย์ผู้เขลาขลาด  ครั้งแล้วครั้งเล่า โดยมีโลภะเป็นเป้าหมาย

 

แท้จริงเราก็ไม่เคยเห็นหรอกว่า เทพหัวช้างมีฤทธิ์อะไร

 

จตุคามรามเทพมีฤทธิ์อะไร 

 

มาเจอกันหน่อยเถิด  จะได้ชัดเจนขึ้น  เจอมนุษย์คนใดก็ได้ ผู้ที่เขาเชื่อในศาสตร์หรือ Science  ปรากฏเป็นตัวเป็นตนออกมาดู หรือแสดงฤทธิให้ฝนตกหน่อย  ร้อนจะตายแล้ว  ช่วยดับฝุ่นผงจากไฟจะท่วมเมืองเหนือแล้ว

 

แต่คาดไว้ได้เลย ณ เวลาบัดนี้ว่า เมื่อเจอคนจริง ขี้เกียจเทพเจ้าทั้ง 2 นี้จะหดหัวอยู่แต่ในกะดอง  ไม่ต่างอย่างไรกับเต่า เขาเอาตีนเขี่ยให้หงายก็หงาย เอาตีนเขี่ยให้คว่ำก็คว่ำ เอาตีนเขี่ย ดันให้ไปก็ครูด ๆ คราด ๆไปตามเท้าเขา  เตะโด่งก็โด่งไป  ฯลฯ  เหมือนที่ชาวบ้านว่าขนมจีนไร้น้ำยา อย่างที่สุดเลยยยยยยย  !!!!!

 

 

ทางรัฐบาลก็จะไม่รู้เลยหรือ  ว่านี่คือสัญญาณทางเศรษฐกิจที่ถดถอย???

เพราะโดยสัจธรรม เมื่อเศรษฐกิจถดถอยคนก็หันมาหาไสยศาสตร์ หมอดู การพยากรณ์ การบูชาเทพเจ้า และเล่นการพนันยิ่งขึ้น

 

นี่ปรากฏมาในประวัติศาสตร์  ทุกยุคทุกสมัยร้าย ๆของมนุษยชาติ   ดูตัวอย่างที่ชัดเจนคือสถานการณ์เศรษฐกิจโลกก่อนสงครามโลกทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา

 

จำได้หรือไม่ว่ามีพวก HAVE (พวกมีเงิน) กับพวก HAVE NOT (พวกไม่มีเงิน) เกิดขึ้นก่อน แล้วฝ่ายหลังทวีมากขึ้น จนเกิดสงครามใหญ่ สงครามโลก

 

และฤทธิ์เดชอำนาจของมนุษย์ก่อนจะยุติสงคราม คือปรมาณูถล่มฮิโรชิมา นางาซากิ ในประเทศยุ่นญี่ปุ่น นั่นจะมิเพียงพอที่พิศูจน์หรือว่าฤทธิของ Science เหนือกว่าฤทธิ์ของเทพเจ้าหัวช้าง  หรือเทพเจ้ายี่เก จตุคามรามเทพ

 

และรัฐบาลเข้าใจหรือไม่ว่าเป็นปรากฎการณ์ที่ขัดแย้งกับทฤษฎีเศรษฐกิจแบบพอเพียงของในหลวง ?

 

พอจะเข้าใจไหม?

 

บริบทของเศรษฐกิจแบบพอเพียงมีอะไรได้บ้าง?

 

 

  • ธรรมาชีพธรรมาชน ป.ธ.ร.

            27 มี.ค.2550

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 18พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ                                                                                

ข่าวทั่วไป ภาคค่ำ                                                                                                            โทรทัศน์ทุกช่อง พุธ 18 เม.ย.2550 19.00 น.

 

การต่อสู้ของหมู่สงฆ์ แกนหลักนิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย นำโดยพระราชปัญญาเมธี และพระเทพวิสุทธิกวี ต่อสู้หน้าบริเวณสภา  ให้บรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ 

 

ทีไอทีวี เปิดให้แสดงความเห็น รายงานทางสายวิ่งขอบล่างของจอ มาตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย. 2550 วันแรกมีผู้เห็นด้วยเพียง 17.4 % ของผู้แสดงความเห็นเข้าไปทั้งหมด  ผู้ไม่เห็นด้วยถึง 82.4 %  ครั้นมาถึงวันนี้ 18 เม.ย. 2550 ก่อนจบรายงานข่าวภาคหนึ่งทุ่ม จำนวนผู้เห็นด้วยพุ่งถึง 87.5 %  ผู้ไม่เห็นด้วยเพียง 12.5 % เท่านั้น  

 

ปรากฏว่า  น.ต.ประสงค์ สุ่นสิริ  ซึ่งเป็นประธานคณะ สสร. ได้แสดงท่าทีที่ไม่เป็นที่พอใจของกลุ่มผู้ชุมนุม จนถูกอัปเปหิไปจากความเป็นชาวพุทธไปเป็นที่เรียบร้อย 

 

นอกจากนี้ก็มีนักวิชาการและการเมืองบางคน เช่นเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง  ธงทอง จันทรางศุ  กับอาจารย์ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2 คน กล้าออกมาวิจารณ์ ไม่เห็นด้วยกับการบรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติอย่างตรงไปตรงมา     เพราะท่านเหล่านี้ก็ดูไม่มีความรู้อะไรในพระพุทธศาสนา  ไม่รู้จักว่านักธรรมตรี นักธรรมโท นักธรรมเอก  อย่างไร  เปรียญธรรม 1- 9 ประโยค อย่างไร หลักสูตรการศึกษาพระพุทธศาสนา อย่างไร  หมู่นักปราชญ์ในพระพุทธศาสนาเขาเรียนรู้อะไรบ้าง    อย่างไร  เป็นมาตรฐานความรู้ในพระพุทธศาสนาอย่างไร ปริยัติ  ปฏิบัติ  ปฏิเวธ อย่างไร? ไตรสิกขา ศีล สมาธิ ปัญญา วิปัสสนา และ อภิญญาระดับไหน? อย่างเช่นดร.เจิมศักดิ์ ก็ไม่เคยเรียนนักธรรมตรีมา  พระไตรปิฎกก็ไม่เคยอ่าน เป็นต้น  จะว่ามีความรู้แค่หางอึ่งก็ยังสูงเกินไป  น.ต.ประสงค์ สุ่นสิริ ก็พอ ๆ กันนี่แหละ     ก็จัดเป็นประเภทงู ๆ ปลา ๆ หรือเด็กปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมในพระพุทธศาสนาอยู่แท้ ๆ และทั้ง ๆ ที่เป็นผู้นำชาวพุทธ ไม่ฟังเสียงชาวพุทธแล้ว กล้าออกมาคัดค้านหมู่สงฆ์นักปราชญ์  คัดค้านมติมหาชนชาวพุทธผู้รู้

 

ประเด็นของเราก็คือ  ทำไม่ท่านเหล่านี้ซึ่งไม่มีความรู้อะไรเลยในหลักการพระพุทธศาสนา จึงไม่ฟังหมู่สงฆ์นักปราชญ์  ในประเด็นที่เกี่ยวกับการพระพุทธศาสนา เสียเลย   ทั้งไม่ฟังมติมหาชนชาวพุทธ เจ้าของแผ่นดินไทยอีกด้วย

 

เราเคยผิดหวังมาแต่ครั้งร่างรัฐธรรมนูญ 2540 แล้ว  ในครั้งนั้น มีคนแบบนี้อยู่คนหนึ่ง คือมีความรู้แค่หางอึ่งในเรื่องพระพุทธศาสนา คือนายวิสุทธิ์  โพธิแท่น  ที่คัดค้านอย่างแรงในคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ  ในเรื่องพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ  จนประเด็นสำคัญนี้ตกไป

ซึ่งเขาได้ให้ความจดจำไว้แด่ชาวพุทธว่า คนอย่างนี้แหละที่โบราณเรียกว่า  คนโง่อวดดี โดยแท้จริง

 

และนี่คือประเด็นแห่งการตัดสินใจที่สำคัญ

 

นั่นก็คือ   เมื่อศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ หรือประจำโลกแล้วศาสนาพุทธจะก่อความเสียหายแก่ชาติหรือแก่โลกอย่างไร? หรือไม่?

 

 เมื่อศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติหรือศาสนาประจำโลกแล้ว จะก่อความเสียหายแก่ประชาชนหรือมนุษย์โลกอย่างไร? หรือไม่?

 

เราจะหาคำตอบได้อย่างไร?   นี่คือประเด็นสำคัญ

 

ท่านมองดู วิเคราะห์ดูว่าศาสนาพุทธสอนอะไร?   จงมองดูเถิด แม้ในสถานการณ์รุนแรงในสามจังหวัดภาคใต้  หมู่สงฆ์ในสามจังหวัดภาคใต้ท่านก็ยังสอนหลักการเดิม ๆ ของพระพุทธศาสนาอยู่อย่างเหนียวแน่น ยืนยันในอุดมการณ์  ไม่ได้สอนอย่างอื่นเลย 

 

 คือท่านสอนว่า  ปาณาติปาตา เวรมณี สิกขาปทํสมาทิยามิ  เธอทั้งหลายจงอย่าฆ่ากัน อย่าฆ่าแม้สัตว์มีชีวิตทั้งหลายเลย

 

แม้ในงานศพทหารตำรวจ ประชาชน ที่ถูกโจรหรือผู้ก่อการร้ายลอบฆ่าตาย  ควรที่คนทั่วไปจะเคียดแค้นและเร่งสอนให้แก้แค้นเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ   แต่หมู่สงฆ์ในพระพุทธศาสนาก็ยืนยันว่า อย่าโกรธแค้นเขาเลย  จงอย่าจองเวร  เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร และเน้นย้ำลงไปในคำสอนเดิมที่ว่า      ปาณาติปาตา เวรมณี สิกขาปทํสมาทิยามิ  เธอทั้งหลายจงอย่าฆ่ากัน อย่าฆ่าแม้สัตว์มีชีวิตทั้งหลายเลย

 

 

ท่านไม่เคยสอนเลยว่า  จงจับอาวุธขึ้นมาแก้แค้น

 

นี่คือศาสนาพุทธของเราทั้งหลาย  ศาสนาแห่งความเมตตา  

 

นี่คือศาสนาแห่งสันติภาพแห่งโลก และเป็นศาสนาแห่งโลกตามที่อัลเบิร์ต ไอสไตน์ ยอดนักวิทยาศาสตร์ ให้ความนิยมไว้

 

ท่านเข้าใจประเด็นแห่งพระพุทธศาสนาอย่างนี้หรือไม่?

 

แล้วท่านกลัวอะไร?  

 

กลัวว่าศาสนาพุทธจะนำประเทศชาติไปสู่ความหายนะล่มจมหรือ?

กลัวว่าศาสนาพุทธจะนำโลกไปสู่ความล่มจมหรือ?

 

และท่านกลัวว่าจะนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างศาสนาได้อย่างไร?

ในเมื่อคำสอนของพระพุทธศาสนาเราไม่ได้เป็นต้นเหตุแห่งความขัดแย้งเลย

 

เหตุใดไม่คำนึงว่า เมื่อโลกก็ส่งเสริมสันติภาพเช่นนี้อยู่ตลอดมาแล้ว  ทำไมเราจะให้ประเทศไทยเป็นประเทศตัวอย่างที่กล้านำเอาหลักการสันติภาพนี้บัญญัติให้เป็นแนวทางการบริหารประเทศไม่ได้ ?

 

ลองทำก่อนคนอื่นเขาดูบ้างเถิด  ลองเชื่อและศรัทธาในหลักการพระพุทธศาสนาจริง ๆสักครั้ง

 

อนึ่ง  บางท่านอาจจะหาจุดเชื่อมโยงไม่ได้ว่า  แม้ในระบบสงฆ์ไทยก็ยังต้องการการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปหรือปฏิวัติ  และจุดสำคัญของการเปลี่ยนแปลง ปฏิรูปหรือปฏิวัติก็คือ   การเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับความเป็นศาสนาประจำชาติ นั่นเอง 

 

นั่นก็คือ   เมื่อมีบทบัญญัติ ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติแล้ว  รูปธรรมที่จะเกิดเป็นจริง ๆ ได้นั้นก็ด้วยการพิจารณาแก้ไขระบบการปกครองคณะสงฆ์  โดยแก้กฎหมายคณะสงฆ์ให้เป็นระบบสภาสงฆ์ขึ้นมา    ตามที่รัฐบาลที่แล้ว(รัฐบาลทักษิณ) ได้เห็นความสำคัญ พยายามให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติคณะสงฆ์มา  จนถึงร่างสุดท้าย  ที่ได้กำหนดเค้าโครง สภาสงฆ์ ขึ้นเรียบร้อยแล้ว  แต่ยังไม่ทันได้พิจารณาในขั้นตอนต่อไปเกิดปฏิรูปเสียก่อน โปรดดูบทวิเคราะห์พรบ.คณะสงฆ์ 16 รายการในเมนูย่อยซ้ายมือนี้

 

ระบบสภาสงฆ์   นั่นคือ  ความเป็นศาสนาประจำชาติโดยแท้จริง  เพราะนี่คือรูปธรรมแห่งความเป็นศาสนาประจำชาติ  และเป็นปริวรรตการแห่งหมู่สงฆ์ทั้งท้องถิ่นทั่วประเทศ

 

ฉะนั้น  มี 2 อย่างนี้  คือ บรรจุข้อความ พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ลงในรัฐธรรมนูญ  และการปรับปรุงให้มีระบบสภาสงฆ์ สำหรับผู้แทนหมู่สงฆ์ทั่วประเทศมาประชุมปัญหาต่าง ๆ ร่วมกันเป็นประจำ เหมือนสภาผู้แทนราษฎร  และวุฒิสภาฝ่ายอาณาจักร  ความเป็นศาสนาประจำชาติจึงจะสมบูรณ์

 

และนี่คือการทำงานโดยภูมิปัญญา 

 

จะต้องมองศาสนาเปรียบเทียบ  และมองศาสนาสากลให้ทะลุปรุโปร่งจริง ๆ

 

รู้เรารู้เขาอย่างไรบ้าง?

 

อะไรเป็นเพชร?  อะไรเป็นก้อนดิน? 

 

แล้วเราจะเทิดทูนอะไร?  เพชร  หรือ ก้อนดิน?

 

 

  • ธรรมาชีพธรรมาชน ป.ธ.ร.
    18 เม.ย.2550

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 19แผ่นดินเดือดที่นราธิวาส

วางระเบิดกลางถนนทหารกล้า7นายเสียชีวิต

ข่าวทั่วไป 

โทรทัศน์ทุกช่อง  9-11 พ.ค.2550

 

 

ระหว่างนี้มีเหตุการณ์ร้ายแรงในสามจังหวัดภาคใต้ไม่เว้นแต่ละวัน  หนังสือพิมพ์และข่าวโทรทัศน์ตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค.2550 มาถึงวันนี้ 11 พ.ค.2550  มีแต่ข่าวร้าย ๆ  จากสามจังหวัดภาคใต้ ที่กระทบกระเทือนจิตใจคนไทยมากที่สุดเรื่องหนึ่งก็คือ  พ.ต.อ.นภดล เผือกโสมณ รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาสเหยียบกับระเบิดของคนร้าย แขนขาขาดและบาดเจ็บแทบเอาชีวิตไม่รอด  แต่ก็รอดได้อย่างประหลาด ด้วยอานุภาพแห่งความดี ความบริสุทธิ์ใจและความจงรักภักดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  

 

แล้วต่อมามีฆ่ารายวัน ทั้งฆ่าคนพุทธ อิสลามเองก็มาก  มีข่าวทางการจับผู้ต้องหา 24 คน แล้วฝ่ายผู้ร้ายยุยงประชาชนให้เดินขบวนล้อมค่ายทหาร ปิดถนนเรียกร้องให้ปล่อยผู้ต้องหา  ทั้ง 24 คนนั้น  แม้กระทั่งมีการโจมตีของคนไร้ศาสนา ต่อชุดคุ้มครองพระออกบิณฑบาต ก็โดนลอบโจมตี ถึงขนาดพระเถรานุเถระต้องหอบบาตรวิ่งจีวรปลิว    ไปก็มี   

 

ทำความชั่วอะไรนักหนา  ไม่เกรงบาปกรรม บาปเวรเลย  ?????

 

ท้ายที่สุด  วางระเบิดที่ถนนสายดุซงญอ-เจาะไอร้อน  ตรงพื้นที่หมู่บ้านบองอ หมู่ 4 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส   ทหารหน่วยรบพิเศษตายไป 7 คนในที่เกิดเหตุ ปรากฎว่าถูกจ่อยิงศีรษะซ้ำทีละคน ๆ อันเป็นวิธีปฏิบัติอย่างโหดเหี้ยมของโจรก่อการร้ายต่างลัทธิ 

 

ในขณะเดียวกันมีกลุ่มโพกหน้า สตรีและเด็กโพกผ้าปิดหน้าตา ชุมนุมปิดถนนที่ตลาด อ.กรงปีนัง จ.ยะลา เรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องหา และถอนทหารออกจากพื้นที่ เป็นเหตุให้การจราจรชงักลงจนประชาชนผู้เดือดร้อนทนไม่ไหวทั้งชาวไทยพุทธ-อิสลามจึงรวมตัวกันชุมนุมเป็นอีก 2 กลุ่ม ทำการปิดถนนประท้วงกลุ่มแรก  ที่บ้านบันนังบูโบ จุดหนึ่ง และที่บ้านธารโต อ.ธารโต อีกจุดหนึ่ง  เรียกร้องให้กลุ่มโพกหน้าที่อ.กรงปีนังสลายตัว กลุ่มหลังนี้เปิดเวทีโจมตีอีกฝ่ายว่า เป็นไอ้โจรหนักแผ่นดิน ขอให้ฝ่ายบ้านเมืองจัดการให้สลายม็อบโพกหน้าปิดหูปิดตานี้เสียก่อนไม่งั้นก็ไม่ยอมสลายม็อบเช่นกัน และยังไม่แล้วเลิกราไปจนบัดนี้ 

 

นี่ก็เป็นปรากฎการณ์ที่เหลืออดของประชาชนผู้ดี ผู้ทำมาหากินโดยสุจริตในท้องถิ่นเอง  ที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่าเลือดความรักในความมีเหตุและผล  รักในความดี ความยุติธรรมกำลังเริ่มจะไหลแรงขึ้นและรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนฝ่ายธรรมะ  โดยเชื่อมั่นในคติว่า ธรรมะย่อมชนะอธรรม อย่างแน่นอน

 

ที่น่าสนใจก็คือ  กรณีทหารผู้พลีชีพไป 7 นายนี้  เป็นหน่วยปฏิบัติการมวลชน ที่ทางราชการเลือกมาล้วนแต่คนดี มีประวัติไม่ด่างพร้อย  มีแต่จิตใจบริสุทธิ์ที่เสียสละต่อประเทศชาติ  และมีความรักแผ่นดินไทย รักคนไทยทุกคนโดยไม่เลือกศาสนา ไม่ว่าพุทธ คริสต์  ซิกส์ ฮินดู หรืออิสลาม  ก็มีความเมตตาให้เสมอกัน   มุ่งปฏิบัติหน้าที่เพื่อแผ่นดินโดยสุจริตแท้จริง

 

ทางราชการคัดเอาคนกลุ่มนี้มาเป็นหน่วยสื่อสารปฏิบัติการมวลชน และทั้งการประชาสัมพันธ์ให้เกิดความเข้าใจอันดีระหว่างพี่น้องในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส กับพี่น้องไทยทั้งชาติ ว่าเราเป็นพี่น้องร่วมชาติเดียวกัน  ให้รัก เข้าใจกัน  ทำเพื่อในหลวง  พ่อคนเดียวกันของเรา  และพร้อมที่จะพลีชีพเพื่อชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ของเรา   เป็นเหตุให้ประชาชนในหมู่บ้านที่มีปัญหาทางการสัมพันธ์กับรัฐบาลและประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ได้ทราบความจริง  ได้รำลึกในความยุติธรรม  รำลึกในคำสอนที่แท้จริงของศาสนาของเรา ๆ ทั้งหลาย  ได้ทำให้ประชาชนบังเกิดความรักความพอใจระหว่างประชาชนต่อประชาชนเองยิ่งขึ้น 

 

ควรจารึกเพื่อความยกย่องเทิดทูนบูชาอย่างยิ่ง ดังนี้

 

1.    พ.ต.วีระพล แย้มอำพล     เป็นหัวหน้าชุด  จากหน่วยรบพิเศษป่าหวาย ลพบุรี

2.   จ.ส.อ.ราชันย์ รื่นโกสุม

3.   จ.ส.อ.วีรชน ศรีเกิด

4.   จ.ส.ต.สมเกียรติ จงจิตร

5.   ส.อ.นรินทร์ เครือโสม

6.   ส.อ.สมศักดิ์ ฝ่ายทะแสง

7.  ส.อ.สมบัติ ผาจันทร์

 

ที่ออกไปปฏิบัติงานในหมู่บ้านเป้าหมาย  การปฏิบัติงานแต่ละแห่งกินเวลาหลายชั่วโมง หรือบางแห่งหลายวันหลายคืน ก็มี  แล้วมีรายการปฏิบัติงานแจ้งประชาชน  จะไปไหนวันไหน  ทำอะไรก็บอกหมด กระทั่งเวลาจะกลับเข้าค่าย ซึ่งบ่งถึงความตรงไปตรงมา  มีจิตใจบริสุทธิ์ และไว้วางใจประชาชน ว่าประชาชนชาวบ้าน ๆ จะมีความรักตอบ  มีความเป็นมิตร และเห็นคุณค่าของชีวิต  พอ ๆ กับพวกเขาที่มีความรักมอบให้ประชาชน   กระนั้นความจริงใจ สุจริต  กลับเป็นผลดีสำหรับผู้ชิงชัง ผู้ที่ก่อการร้าย  คนขายชาติ เพราะโจรรู้ว่าเราจะไปไหนมาไหน ทำอะไร  เมื่อไร  อย่างไร  โจรก็รู้หมด  โจรก็วางแผนทำลายได้ง่าย 

 

วันนั้นเป็นวันที่ 9 พ.ค. 2550  หลังปฏิบัติงานเสร็จลงด้วยความดีด้วยความชื่นมื่นกับประชาชนแล้ว  ตอนบ่ายก็เดินทางกลับค่ายมาตามถนนสายดุซงญอ-เจาะไอร้อน มาถึงพื้นที่บ้านบองอ หมู่ 4 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ดังกล่าว เวลาประมาณ 14.50 น.   แล้วโจรก่อการร้ายฝังระเบิดไว้ที่ถนนมีขนาดหนักถึง 15 กก. แรงพอระเบิดรถถัง พอมาถึงก็กดระเบิด บึมส์ขึ้น รถทั้งคันถึงหงายท้อง  ทหารกล้าทั้ง 7 คนเสียชีวิตทันทีจำนวนหนึ่ง แต่ที่เหลือก็พยายามต่อสู้  แต่ไม่มีโอกาสนานพอที่จะชักอาวุธ เพราะโจรบาปใจโหดผู้พกมาซึ่งความเคียดแค้นแห่งนรก ตามเข้ามายิงจ่อศีรษะ ตายหมดทุกคนอย่างน่าอนาถ  น่าเวทนา   แล้วยังชิงเอาปืนประจำตัวทหารไป 13 กระบอก มีเอ็ม 16 จำนวน 7  กระบอก  9 มม.6 กระบอก  หน่วยเฉพาะกิจลาดตระเวนตามจับได้ 2 คน ชื่พร้อมปืนอาก้าอีก 2 กระบอก คุมตัวไปสอบสวนเพื่อขยายผลถึงพวกที่เหลือต่อไป  กำลังตามจับมาอีกทั้งหมด  เพื่อจะได้ดูหน้าตาชัด ๆ ว่าเป็นอย่างไร ทำไมจึงไม่เหมือนคนเสียเลย

 

เรื่องการต่อสู้พลีชีพเช่นนี้เป็นเรื่องที่ทหารไทย คนไทยมิได้หวาดหวั่นเลย  คนไทยใจเยือกเย็นและหนักแน่น  เพราะคนไทยชื่อว่าไทย  และเป็นประชาชชนผู้พิทักษ์เอกราช  ให้ชาติเป็นเอกราชมาเนิ่นนาน  ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่ง ยุคฝรั่งล่าอาณานิคมหรือฝรั่งยุคไหน ๆ มาก่อน    คนไทยพร้อมที่จะตาย เพื่อรักษาเอกราชและความเป็นเจ้าของแผ่นดินไทยทุกตารางนิ้วเอาไว้   

 

ขอเพียงให้อะไร ๆ ชัดเจนขึ้น   และเราได้รอมา ๆ ๆ ๆ เพื่อให้อะไรชัดเจนขึ้น

 

เมื่อนั้นคนไทยก็จะไม่รั้งรอ

 

เพราะยุทธศาสตร์ที่จะจัดการกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อพิจารณาโดยหลักภูมิรัฐศาสตร์และประวัติศาสตร์แห่งชนชาติไทยแล้ว ไทยมีข้อได้เปรียบอย่างยิ่ง ทำให้อาจเลือกได้ไม่จำกัดวิธีแห่งการจัดการปัญหา อุปมาเหมือนชาวนาอาจกำจัดหนูในนาในไร่ได้มากมายหลายหลากวิธีการ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด เช่นนั้น   มีให้เลือกมากมายหลายยุทธศาสตร์  จะใช้อะไรก็ได้  ขอแต่ให้ได้เห็นสถานการณ์ชัดเจนขึ้น  และที่สำคัญ เราจะต้องไม่ลืมอย่างเด็ดขาดว่ายุทธศาสตร์ที่จะใช้ปราบปรามโจรก่อการร้ายในสามจังหวัดชายแดนใต้ เป็นยุทธศาสตร์ร่วมของประชาชนไทยทั้งชาติ   มิใช่ยุทธศาสตร์เฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น  เมื่อนั้นแหละ  ย่อมรบกันสนุกสนานนักแล

 

ฉะนั้น   เมื่ออะไรชัดเจนขึ้นแล้ว  ก็น่าจะใกล้เวลาที่รอคอย 

จะได้สะสางล้างแผ่นดินสกปรกไปเสียที  

 

  • สุไหงปาดี
    11 พ.ค.2550

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 20ข้อควรพิจารณาอย่างสุขุม

พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ

มีเหตุผลและข้อควรพิจารณา 3 ประการคือ

 

1.   พระพุทธศาสนาเป็นสิ่งที่ประเสริฐเลิศสูงสุดในโลก และย่อมเป็นลาภประเสริฐของประเทศที่มีพระพุทธศาสนาสถิตอยู่ในประเทศนั้น  พุทธศาสนิกชนผู้รู้ในประเทศไทยย่อมเห็นเช่นนั้น  ผู้รู้ใดใดย่อมเห็นคุณค่า และถือว่าประเทศไทยนี้มีวาสนาบารมีที่ยิ่งใหญ่ที่ได้มีโอกาสยกย่องเทิดทูนพระพุทธศาสนา ทำให้พระพุทธศาสนาปรากฏออกไปในโลกสากล จนถึงทำให้โลกทั้งโลกได้เข้ามาลิ้มชิมรสพระธรรมในพระพุทธศาสนา

 

2. การที่องค์การสหประชาชาติได้ยกย่องวันวิสาขบูชาว่าเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของโลกนั้น ก็เป็นเพราะประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาจำนวน 27 ประเทศ   ได้รู้ความสำคัญอันประเสริฐสุดของพระพุทธศาสนาดังกล่าวในข้อ 1  จึงได้เสนอเนื้อความสำคัญของพระพุทธศาสนาเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่องค์การสหประชาชาติ  และองค์การสหประชาชาติได้พิจารณายอมรับความสำคัญนั้น ในเดือนธันวาคม 2542  จึงให้การรับรองวันสำคัญนี้ในที่ประชุมใหญ่องค์การสหประชาชาติ

 

ปรากฏชื่อทั้ง 27 ประเทศในเอกสารขององค์การสหประชาติ ดังนี้  Bangladesh, Bhutan, Cambodia, Chile, Cyprus, Greuada, Iceland, India, Indonesia, Ireland, Lao People’s Democratic Republic, Maldives, Mongolia, Myanmar, Nepal, Pakistan, Philippines, Portugal, Republic of Korea, Russian Federation, Seychelles, Slovakia, Spain, Sri Lanka, Suriname,Thailand and Ukraine

 

3. ประเทศไทยได้รับมติจากที่ประชุมประเทศพระพุทธศาสนาโลกให้เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาแห่งโลกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 แล้ว  ปีนี้ขณะนี้ก็มีการประชุม 66 ประเทศในประเทศไทยอยู่ในเทศกาลวันวิสาขบูชา  อันเป็นสิ่งที่ยืนยันความสำคัญของประเทศไทยต่อ พระพุทธศาสนา

 

ท่านได้เข้าใจพระพุทธศาสนาว่าเป็นสิ่งประเสริฐสุดจนโลกทั้งโลกเริ่มก่อเกิดความศรัทธามหาศาล เช่นนี้หรือไม่  หากท่านเข้าใจเป็นชาวพุทธผู้มีความรู้ ก็โปรดแสดงความเลื่อมใสและความศรัทธาของท่าน ออกมา   

 

การที่มีข้อเสนอให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาตินั้น แท้จริงจักเป็นเกียรติ ศักดิศรีที่ประเสริฐ  ความสวัสดี ความเป็นมงคล ความเป็นประวัติศาสตร์  ของประเทศไทยเอง  มิใช่ของพระพุทธศาสนาแต่อย่างใด

 

แต่เพื่อประเทศไทยจะได้ชื่อว่าเป็นประเทศพุทธศาสนูปถัมภ์ มีส่วนในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาออกไปสู่โลก เสมือนยุคอโศกมหาราชในอดีตพู้น

 

 

·         หนังสือพิมพ์ดี(อินเทอเนต)

                        28 พ.ค. 2550

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 21ข้อควรคิดพินิจอย่างลึกซึ้งประเด็น

พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ

 

1.      จะต้องเข้าใจนิยามคำว่า “พระพุทธศาสนา” ให้ถูกต้อง  ในที่นี้หมายถึงแก่นธรรม สิ่งที่เป็นคำสอนที่แท้จริงขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป้าหมายและอุดมการณ์ที่แท้จริงของพระพุทธศาสนา โดยสรุปหมายถึงวิถีแห่งชัยชนะต่อกิเลส กาม  ตัณหาทั้งปวง  นั่นเป็นหนทางไปสู่ความพ้นทุกข์ที่แท้จริง  อาทิมีรูปธรรมนั่นคือวิถีแห่งความสันโดษ มักน้อย  ประกอบด้วยเมตตา  เสียสละ  และหมายถึงทางสายกลาง  มีอริยสัจ 4 หรือไตรสิกขา  สมถ+วิปัสสนากรรมฐานเป็นแก่นหลักปฏิบัติแห่งพระพุทธศาสนา

 

2.     เราต้องการยกย่องพระพุทธศาสนา  โดยนัยความหมายว่าเป็นหลักธรรมหรือหลักคำสอนที่บริสุทธิ์  มิใช่ต้องการยกย่องหมู่สงฆ์หมู่ใดหมู่หนึ่ง หรือหมู่สงฆ์ในลัทธินิกายใดหนึ่ง  ทั้งนี้มีเงื่อนไขที่ว่า หมู่สงฆ์เหล่านั้นประพฤติชอบตามหลักพระพุทธศาสนาที่แท้จริงเพียงใด

 

3.  เมี่อเรายกย่องพระพุทธศาสนาแล้ว  นั่นหมายความว่าเราเลื่อมใสในหลักธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ข้อบัญญัติรับรองนี้ก็จะเป็นวิถีทางที่กำหนดพฤติกรรมที่ถูกแท้จริงของพุทธบริษัท ว่าประพฤติถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนาเพียงใด จักเป็นเหตุแห่งการคิดฟื้นฟูปรับปรุงคณะสงฆ์ หรือคณะนักบวชใดให้ดำเนินวิถีทางพฤติกรรมไปตามครรลองที่ถูกต้องของพระพุทธศาสนาเพื่อบรรลุอุดมการณ์ที่แท้จริงของพระพุทธศาสนาต่อไป

 

·         หนังสือพิมพ์ดี(อินเทอเนต)

 10  มิ.ย. 2550

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  22ตำรวจยะลาจับโจรใต้

 

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2550 ตำรวจยะลาจับโจรได้ 6 คน ที่บ้านเลขที่ 47 ในเขตเทศบาลเมืองยะลา

มีชื่ออ่านยากหน่อยตามที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐลงไว้ดังนี้ 

 

1.  นายอับดุลเลาะ บาเหะ 

2.  นายอับดุลเลาะ ดือเระ 

3.  นายชัน มูซอ 

4.  นายรุสดี แวกาจิ  

5.  นายมะสุกรี กูวิง 

6.  นายมูหาหมัด ยากี 

 

ตำรวจจับเครื่องมือการก่อการร้ายได้หลายอย่าง มีอาวุธร้ายสำหรับฆ่าอย่างเหี้ยมโหดคือปืนอาร์ก้า 1 กระบอก กระสุนมากมาย โทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง สำหรับจุดชนวนระเบิด เป็นต้น เมื่อถูกจับใส่กุญแจมือยังทำหน้าตาเฉย ทำเป็นใจดี ออกท่าทางไม่หยี่ระต่อชะตากรรมตนเอง  ยังเป็นเด็กวัยรุ่นทั้งหมด  ตำรวจบอกว่านายอับดุลเลาะ บาเหะนั้นเป็นหัวหน้าแนวร่วมอาร์เคเค ที่คิดแบ่งแยกดินแดนใต้  มีหลักฐานว่าต้องคดีอยู่แล้วหลายคดี รวมทั้งคดีฆ่า เผาโรงเรียนด้วย  ยังมีค่าตัวนำจับอีกต่างหาก

 

ที่น่าสังเกตก็คือโจรพวกนี้ยังเป็นวัยรุ่นและไม่ประสีประสาต่อความมีชีวิตตนเอง  หลังจากการทำความผิด และถูกจับได้ 

 

จึงต้องรอให้เห็นโลงศพจึงจะหลั่งน้ำตา  นั่นคือ  เมื่ออยู่ในคุกไปนับปี ๆ ได้ใช้ชีวิตที่ไร้เกียรติ์ และขาดอิสรภาพ  ขาดความสง่างามแห่งชีวิต ถูกพัสดีตีด้วยกะบอง จึงจะค่อยได้พบแต่ความหวาดหวั่นในจิตใจ  พบความกดดันจากความว้าเหว่  ความเปลี่ยวเดียวดายจากความกระสันทางเพศ แล้วไม่ได้รับการสนอง  พบความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ มีปมด้อยทุกอย่าง นั้นแหละจึงจะได้สำนึก แล้วเวลานั้นก็สิ้นเวลาของชีวิตที่มีน้อยนี้ลงไป แต่กลับจะเผชิญความเศร้าโศกที่ยาวนาน  ชีวิตก็ไร้ความหมาย เขาก็เกิดมาเปล่าดาย  ชีวิตทั้งชีวิตเป็นทาสเขา รับแต่คำสั่งและระเบียบการตลอดเวลา  มองรอยยิ้มคนทั้งปวงดุจมีดแหลมแทงหัวใจไปตลอดกาลซึ่งนั่นย่อมเป็นนรกอีกแบบหนึ่ง

 

พวกเขาเยาเกินไปกว่าจะเข้าใจสัจธรรมว่าตำรวจไม่มีวันพ่ายแพ้แก่โจร  โจรไม่มีวันหนีรอดเงื้อมมือตำรวจได้  ไม่ว่าโจรยุคไหน ๆ  ในซีกส่วนใดของโลกนี้  นี่เป็นสัจธรรม  โจรใต้ที่โหดเหี้ยม หรือร้ายกาจ เก่งกล้าเพียงใดก็ตาม  แต่ก็จะต้องซบลงใต้ฝ่าเท้าของตำรวจ จะต้องโดนตำรวจกวาดล้างไปจนหมดแผ่นดินไทยใต้   โดยอำนาจของสัจธรรมนี้

  •  สุไหงปาดี    
    18 มิ.ย.2550

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 23ด่วน !!! เลื่อนประเด็นการพิจารณาไปอีกครั้ง

พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ

การประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ 27/2550

ณ อาคารรัฐสภา วันที่ 18 มิ.ย.2550 

 

นายเสรี สุวรรณภานนท์     เป็นประธานการประชุม  มีการลงมติ 56 ต่อ 3 คน ให้เลื่อน

ประเด็นของมาตรา 78 พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไปอีกในวันที่ 27-28 มิ.ย. 2550

 

ในระหว่างนี้ พระภิกษุเถระ  5 รูปได้ปฏิญญาณอดภัตตาหารและน้ำ เรียกร้องให้บรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไปจนถึงทึ่สุด ครบ 7 วัน เป็นอย่างน้อย  ท่านเหล่านี้ได้อดอาหารมาก่อนนี้แล้วหลายวัน มาเพิ่มการปฏิบัติให้อุกฤตไปอีกโดยได้เพิ่มการงดดื่มน้ำและทั้งภัตตาหารมาตั้งแต่วานนี้(17 มิ.ย.2550)แล้ว  เป็นที่แน่นอนว่าหากการเรียกร้องให้บรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไม่สำเร็จ ท่านเหล่านี้ก็คงไม่พ้นมรณกรรม  เหตุเพราะการอดน้ำนั้น ทางแพทย์ยืนยันว่ามนุษย์ไม่สามารถทำได้เกินเวลา 3 วัน มิฉะนั้นจะต้องเสียชีวิต  และการปฏิญญาณของท่านเหล่านี้นับว่าเชื่อถือได้  น่ากลัวว่าจะมีการมรณกรรมของพระสงฆ์เกิดขึ้นจากการเรียกร้องครั้งนี้อย่างแน่นอน  เพราะท่านเหล่านี้เป็นพระเถระผู้ทรงคุณธรรมสูง มีการบำเพ็ญทางสมาธิ ฌาน ภาวนามาแก่กล้าพอสมควรแล้วถึงขั้นไม่อาลัยแก่ชีวิตเพื่อบูชาคำสัจจะที่ได้เปล่งออกไป  ซึ่งจะเป็นที่น่าเสียดายท่านผู้ทรงคุณธรรมชั้นสูงเหล่านี้ และเราจะสูญเสียคนดีของพระศาสนาไปโดยไม่จำเป็นเลย

 

เราน่าจะมาทบทวนดูด้วยความสุขุมเยือกเย็นสักหน่อยอีกครั้ง  ว่าที่จริง ในสภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งนี้ก็ล้วนแต่ชาวพุทธ แทบร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นชาวพุทธในสภาแห่งนี้      แต่ท่านเหล่านี้กลับไม่กล้ารับผิดชอบ  มีท่าทีตื่นตระหนกขลาดเขลามาตลอดเวลาตั้งแต่เริ่มต้นมีประเด็นพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติที่เสนอเข้ามาโดยคนส่วนจำนวนมหาศาลของประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าฉงนมากที่ว่าไม่น่าผิดความคาดหมายไปไกลขนาดนี้   เพราะตามเนื้อหาเรื่องราวย่อมเป็นเรื่องที่น่ามองว่าเรื่องของเราเองที่เราเองย่อมรับฟังกันอย่างอบอุ่นร่าเริงอยู่แล้ว  แต่กลับผิดคาดไปอย่างน่าประหลาดใจมาก ๆ   ครั้นมาลองพิจารณาสาเหตุ ก็เห็นจะไม่ใช่อะไรนอกจาก ความเป็นเพียงชาวพุทธตามสำมะโนครัว ที่ท่านพุทธทาสภิกขุ และท่านปัญญานันทภิกขุชี้บอกจุดอ่อนของชาวพุทธไทยมาโดยตลอดเวลากว่า 50 ปีมานี้ นั่นเอง  และโดยหลักธรรม ความไม่รู้ไม่เข้าใจศาสนาของตนนั่นเอง  ทำให้ขาดความกล้าหาญเพราะความไม่รู้  ทำให้ไร้จิตใจของนักการเผยแผ่ไปโดยสิ้นเชิง  มีแต่จิตใจของความระยอบระย่อ  หดหัวหวาดกลัว  กลายเป็นคนเปล่า คนที่ไม่เป็นประโยชน์อะไรต่อชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์ไป  โดยปริยาย  แท้จริงถ้าเพียงไตร่ตรองดูบ้างว่าศาสนาพุทธคืออะไร ศาสนาสากลว่าอย่างไรบ้าง  ก็จะกล้าหาญตัดสินใจด้วยตนเองได้โดยง่าย   

 

ข้อคิดช่วยตัดสินใจอีกเรื่องหนึ่งก็คือ กรณีที่องค์การสหประชาชาติพิจารณายกวันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโลกในเดือน ธ.ค.2542 นั้น  ลองคิดดูในองค์การสหประชาชาติ มีบุคคลในศาสนาต่าง ๆ อยู่หลายศาสนา  มีคนคริสต์ คนอิสลาม คนฮินดู คนซิกส์ ที่ล้วนแต่คนสำคัญ ๆ  มีอิทธิพลอยู่มากมายยิ่งกว่าคนพุทธเราเองในองค์การสหประชาชาติ     แต่คนเหล่านี้เขาก็กล้ารับรองลงมติให้ศาสนาพุทธ  โดยยอมรับให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญขององค์การสหประชาชาติหรือของโลกได้

 

ประเทศที่กล้าเสนอให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของสหประชาชาตินั้น เขามีจิตใจอย่างไร  มีความรู้อย่างไร ? มีความกล้าหาญอย่างไร?  ขนาดไหน?   จึงกล้าเสนอเรื่องเข้าไป กล้าต่อสู้ ยืนยันสัจธรรมแห่งศาสนาพุทธ  จนกลับเป็นว่าที่ประชุมที่ประกอบด้วยคนศาสนาต่าง ๆ กลับเห็นดีเห็นงามด้วย

 

การเสนอประเด็นพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ เพื่อประโยชน์ของพระพุทธศาสนา ศาสนาของเราเองนั้น น่าเป็นข้อเสนอที่สมบูรณ์และสมควรแก่เหตุผลอยู่แล้วอย่างไม่มีข้อโต้แย้งใดใดเลย  แต่กลับเป็นไปได้เช่นนี้ ในหมู่คนของเรา ระดับผู้นำเองแท้ ๆ  ?????

 

เอาละ  เรามีเวลาพอ  สำหรับการตัดสินใจใหม่  โดยบรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ  และให้ทันแก่การช่วยชีวิตของพระคุณเจ้าผู้แก่กล้าในศีล สมาธิ และปัญญาทั้ง 5 รูป นั้น

 

และเราคิดว่า  เพื่อความสงบความวุ่นวายในสังคม และเพื่อป้องกันเกีรติยศของท่านทั้งหลายในสภาร่างรัฐธรรมนูญยุคคมช.นี้ด้วย 

 

  • ธรรมาชีพธรรมาชน ป.ธ.ร.
    18 มิ.ย. 2550

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 24มหาเถรสมาคมกับประเด็น

พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ

 

เรื่องราวของศาสนาเป็นเรื่องราวที่ลึกซึ้งและทั้งสลับซับซ้อนเกินจะอธิบายให้คนบางคนเข้าใจได้  เพราะเป็นเรื่องราวของทั้งรูปธรรมและนามธรรม  แล้วแยกเป็นระดับชั้นหยาบละเอียดอีกหลายระดับนับหมื่นพันระดับตามแต่ละประเด็นปัญหา

 

เอาเฉพาะเรื่องการต่อสู้ของหมู่สงฆ์หมู่หนึ่งที่ปรากฏบริเวณหน้าอาคารรัฐสภาขณะนี้นั้น อาจจะดูภาพว่าไม่ประทับใจ  ไม่น่าเลื่อมใส  ไม่มีพลังพอจะให้ความสนใจก็ได้  จึงมีเสียงเรียกร้องให้มหาเถรสมาคมมาดูแลหน่อย   โดยเข้าใจว่าการต่อสู้คราวนี้เป็นการต่อสู้ของหมู่สงฆ์เพียงหมู่หนึ่งหมู่เดียวและทำไปโดยไม่มีสถาบันหรือองค์การปกครองสงฆ์ดูแลรับผิดชอบ  

 

แต่ในความเป็นจริง การเรียกร้องให้บรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาตินั้น ปี 2550 นี้ ไม่เหมือนปี พ.ศ. 2540 ในปีนั้นมีลักษณะเป็นการเรียกร้องของบางกลุ่มบางหมู่เท่านั้นจริง ๆ  แม้ในวงการสงฆ์เองก็ยังมีความเห็นแตกแยกอยู่  แต่ผิดไปจากคราวนี้ ปีนี้  ซึ่งในหมู่สงฆ์ทั้งหมดทั้งมวลมีความเข้าใจตรงกันยิ่งขึ้น  และร่วมปฏิญญาณการต่อสู้ร่วมกัน  ได้ปรากฏโดยเปิดเผยแต่ต้นแล้วว่ามีองค์กรสงฆ์ถึง 7 องค์กรปรากฏตัวออกมาต่อสู้อย่างเปิดเผย  ปรากฏตามแถลงการณ์ผู้นำศาสนา 7 องค์กรเพื่อพระพุทธศาสนา ฉบับที่ 1/2550 เรื่อง รวมรณรงค์ให้กำหนดข้อความสำคัญในรัฐธรรมนูญ  ซึ่งข้อความหนึ่งนั้นคือ  พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ 

 

สิ่งที่คนไทยทั่วไป ชาวพุทธจะไม่ค่อยเข้าใจก็คือ  งานของหมู่สงฆ์ครั้งนี้ มิใช่การศาสนธรรม   แต่เป็นงานการเมือง  ถ้าบอกว่านี่เป็นการต่อสู้ทางการเมือง  พอจะเข้าใจหรือไม่ ?

 

ฉะนั้น  บทบาทจึงต้องแปลกแตกต่างไปจากงานการปฏิบัติธรรมตามปกติของหมู่สงฆ์  นั่นหมายความว่า ถึงคราวจำเป็นที่หมู่สงฆ์จะหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมในกิจการการเมืองไม่ได้เสียแล้ว  จำต้องเข้ามาต่อสู้ เพื่อรักษาประโยชน์ของชาวพุทธและพระพุทธศาสนาเอง ตามสิทธิ์ที่พึงมีพึงได้ทางการเมือง  ท่านเคยดูตัวอย่างสงฆ์เวียดนาม ยุคโงดินห์เดียม  ด้วยใจเป็นธรรมหรือไม่  ยุคนั้นหมู่สงฆ์เวียดนามต้องมาต่อสู้กับรัฐบาลที่กดขี่พระพุทธศาสนาจนต้องเผาตัวเองประท้วงไปหลายรูป   ตัวอย่างในประเทศพม่า  ลังกา หมู่สงฆ์พม่า หมู่สงฆ์ลังกาก็มีคราวจำเป็นต้องออกมาเดินขบวนต่อสู้ในทางการเมืองได้  นี่ก็ไม่แปลกประหลาดอะไร  หากเราเข้าใจว่า  นี่เป็นงานการเมือง ที่หมู่สงฆ์มีความจำเป็นต้องเข้าร่วมต่อสู้  ในขณะเดียวกันเป้าหมายในทางธรรมท่านก็ยังคงปฏิบัติไปตามปกติ โดยพื้นฐานทั่ว ๆ ไปที่คนทั้งหลายพอจะเข้าใจก็คือ ไตรสิกขา   มหาสติ  และ วิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งจะปฏิบัติไปในวิถีทางสันโดษ ผิดกับวิถีทางการเมืองนี้

 

และถ้าพูดว่าศาสนาพุทธเราเป็นศาสนาที่แยกจากการเมืองค่อนข้างเด็ดขาดมาแต่เดิม  ไม่เหมือนศาสนาคริสต์ และอิสลาม ที่เป็นศาสนาที่บังคับบัญชาการเมืองและเป็นศาสนาการเมืองมาแต่เริ่มต้น   พอจะเข้าใจข้อความนี้บ้างหรือไม่? ดูตัวอย่างสงครามครูเสด ใครเป็นคนออกคำสั่งให้กษัตริย์ยุคนั้นทำสงครามกัน   ก็คงจะพอเห็นภาพ  และหากว่า บัดนี้สถานการณ์ของโลกยุคใหม่บังคับให้ศาสนาพุทธเข้ามาสู่การเมืองอย่างหลีกเลี่ยงยากขึ้นทุกวัน ๆ  พอจะเข้าใจหรือไม่?  นี่คือประเด็นของความจำเป็นในกรณีนี้

 

ในวันนี้  มีพระภิกษุสงฆ์ 5 รูป ท่านได้อธิษฐานการปฏิบัติธรรมระดับสูงส่ง คืออธิษฐานอดข้าวอดน้ำ  การที่จะไปศึกษาว่าท่านทำทำไม ท่านทำอย่างไรนั้นยากแก่การอธิบายให้เข้าใจได้  แต่บอกได้ว่า  กว่าจะมาปฏิบัติในขั้นนี้ได้นั้น หมายถึงผ่านงานปฏิบัติอย่างช่ำชองมาในไตรสิกขาระดับสูงแล้ว  การอธิษฐานเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ท่านก็มิได้ทำด้วยความผูกโกรธ  แต่มุ่งหมายปฏิบัติธรรมแบบข้ามภพข้ามชาติ   นี่เป็นสิ่งที่น่าสรรเสริญว่าล้ำเลิศ ก็เฉพาะผู้ที่เข้าใจมีปัญญาหยั่งถึงเท่านั้น  และนี่คือความสลับซับซ้อน สูงส่ง หลายระดับชั้นแห่งธรรม  จึงยากที่คนบางคนจะเข้าใจได้ (เราจึงขอให้น้อมฟังผู้รู้ท่านบ้าง)

 

มาพูดถึงเฉพาะเพียงเรื่ององค์กรสงฆ์ที่ร่วมต่อสู้ คราวนี้ แกนหลักก็มีถึง 7 องค์กร ตามแถลงการณ์ดังกล่าวข้างต้น    ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย,  มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย,   สำนักงานเจ้าคณะใหญ่อนัมนิกาย,  ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์,  สภาสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์,  พุทธสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์  และยังมีองค์กรพุทธระดับโลกอีก 1 องค์กรคือ องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (WFB:The World Fellowship of Buddhists) ซึ่งเป็นองค์กรแกนนำพุทธทุกนิกายไม่ว่าหินยาน มหายาน และวัชรยานทั่วโลก

 

มีผู้นำ สสร.บางท่านมองด้วยสายตาดูแคลนพระภิกษุเถระผู้ปฏิญญาณพลีชีพอดน้ำและอาหารเหล่านั้น ปรารภว่าหมู่สงฆ์ทำนอกพระธรรมวินัยไป เรื่องนี้ใช่กิจของสงฆ์ ขอให้มหาเถรสมาคมมาดูแลด้วย นั้น  ที่จริงมหาเถรสมาคมก็ดูแลอยู่  โดยดูแลให้สสร.บรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ตามความมุ่งหมายขององค์กรพุทธทั้ง 7 และท่านผู้น้อมชีวิตอุทิศแด่การต่อสู้เหล่านั้น 

 

โปรดศึกษาเรื่องราวของพระพุทธศาสนา พระพุทธธรรม และวัฒนธรรมชาวพุทธให้แตกฉานกว่านี้สักหน่อยเถิด  แล้วจะพูดจากันรู้เรื่องขึ้น

 

  • ธรรมาชีพธรรมาชนป.ธ.ร.
    19 มิ.ย.2550

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 25งานศพแห่งความหวัง

และความชื่นชมยินดีกับฤดูกาลล่า

 

นับจากวันที่ 15 มิ.ย. 2550 ซึ่งเป็นวันสำคัญที่ประกาศกำเนิดรัฐปัตตานีดารุ้ลสลาม  ของบรรดานักสู้เพื่อเอกราชปัตตานีรายา หรือในความจริงพวกโจรก่อการร้ายแยกดินแดนใต้ เป็นต้นมา  ทหาร เจ้าหน้าที่ไทยโดนถล่มต่อมาไม่เว้นวัน  หลังสุดวันที่ 17 มิ.ย.2550นี้ ทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ชุดคุ้มครองครู 8 คน สังเวยชีพเซ่นแผ่นดินใต้ไปอีก 7 ศพรวด พอ ๆ กับคราวก่อน และโดนในลักษณะเดียวกันคือโดนกดระเบิดขนาดหนักก่อนแล้วคนร้ายตามเข้าจ่อยิงซ้ำ  แต่คราวนี้   มีหัวหน้าหน่วยคือ ร.ต.ปัตตะพงษ์ ประพันธ์ เอาเลือดทาตัวแสร้งทำเป็นตายและหนีรอดได้หวุดหวิด   มีกรณีเผาโรงเรียนและฆ่าครู 3 ศพ  ก็เป็นอีกกรณีหนึ่งที่มองไม่เห็นเหตุผลความชอบธรรมของการต่อสู้อย่างชายชาตินักรบ และความเป็นมนุษย์ในหมู่โจรก่อการร้ายใต้ยุคนี้

 

และล่าสุด โดนถล่มด้วยระเบิด  3 ศพ ฝ่ายโจรก่อการร้ายวางแผนลวงเจ้าหน้าที่ โดยเผาโรงเรียนบ้านป่าไม้ ต.ไทรทอง  อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี มอดไหม้ไปก่อน เหตุเกิดกลางคืนวันที่ 19 มิ.ย.2550 แล้วนายชยพัทธ์ รักษายศ นายอำเภอไม้แก่น กับ พ.ท.สุรศักดิ์ โคตุทา ทหารกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) กับทีมงานจำนวน 6 คนออกไปตรวจการและให้ความช่วยเหลือแล้วนั่งรถกระบะโตโยต้า วีโก้ 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 1536 ยะลา รถประจำตำแหน่งนายอำเภอไม้แก่น เดินทางกลับเมื่อถึงสี่แยกถนนบ้านกูวิง-บ้านป่าไม้ บริเวณบ้านกูวิง  ตำบลไทรทอง เวลาประมาณ 08.30 น.  โดนกดระเบิดขนาดหนัก ทำให้รถกระบะถูกอัดกระเด็นไปไกลถึง 30 เมตร  โจรไม่ได้เข้ามาจ่อยิงซ้ำเหมือนกรณีทหาร 2 ครั้งก่อน ทำให้จนท.รอดไปได้ 3 นาย

 

คณะทีมงานมีดังนี้ 

1.  นายชยพัทธ์ รักษายศ  นอภ.ไม้แก่น ตายที่โรงพยาบาล อ.ไม้แก่น รดน้ำศพนายชัยพัทธ์ที่วัดนพวงศาราม อ.เมือง จ.ปัตตานี มีประชาชนไปร่วมไว้อาลัยอย่างคับคั่ง

2.  พ.ท.สุรศักดิ์ โคตุทา   ทหารกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) อ.ไม้ แก่น  ตายที่โรงพยาบาลฯ  ตั้งศพที่วัดศาลาลอย จ.สุรินทร์  มีประชาชนไปร่วมไว้อาลัยอย่างคับคั่งเช่นเดียวกัน

3.  หมู่เอกอาหามะ ละหาร  อาสาสมัคร ตายที่โรงพยาบาลฯ นำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดอำภาผล จ.นครราชสีมา  มีประชาชนไปร่วมไว้อาลัยอย่างคับคั่งเช่นเดียวกัน

4.  จ.ส.อ.เสริม ก๋งเหล็ก      ทหารประจำชุด กอ.รมน.อำเภอไม้แก่น บาดเจ็บสาหัส  

5.  จ.ส.ต.สุกรรณ์ จันทร์สด  ทหารประจำชุด กอ.รมน.อำเภอไม้แก่น บาดเจ็บ  

6.  นายวีระชัย แดงเงิน        อาสาสมัครประจำอำเภอไม้แก่น บาดเจ็บสาหัส    

 

มองจากงานศพของทหารไทยและเจ้าหน้าที่ผู้เสียชีวิตระยะหลัง ๆ นี้แล้ว มีความชื่นใจและมีความหวัง  เนื่องเพราะเห็นขบวนแห่ศพ ที่บรรจงจัดเป็นกองเกียรติยศที่เชิญศพที่สง่า สวยงาม  ไปทุก ๆ แห่ง และพิธีศพดูยิ่งใหญ่อลังการมาก ทุกศพถูกคลุมด้วยธงไตรรงค์ ดูสดด้วยสีทั้งสามคือ แดงสด ขาวสด และน้ำเงินสด  และทั้งมีประชาชนมาร่วมงานแต่ละงานแต่ละท้องที่บ้านกำเนิดของผู้ตายแต่ละท่านนั้นแน่นขนัด เต็มบริเวณงานวัดไปหมด ไม่ว่าโทรทัศน์จะถ่ายทอดงานศพมาจากท้องที่จังหวัด อำเภอไหนก็ตาม  จะปรากฏภาพของประชาชนไปให้ความเคารพอาลัยต่อจนท.ผู้ตายอย่างคับคั่ง ทุก ๆ แห่ง  แสดงถึงทางราชการ รัฐบาล และประชาชน ไม่ได้ทอดทิ้งเจ้าหน้าที่ ทหารหาญและครอบครัว  แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ก็มิได้ทรงทอดทิ้งแม้แต่คนเดียว  ครอบครัวทหารหาญ เจ้าหน้าที่  แม้ประชาชนชาวบ้านธรรมดาที่ถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหด  รัฐบาลและประชาชนไทยก็ไม่ทอดทิ้ง  และภาพงานศพที่ปรากฏมองเห็นความอบอุ่นและความมีความหวังของชีวิต และเห็นการตายนั้นมีคุณค่าอย่างล้ำเลิศประเสริฐจริง ๆ 

 

ภาพที่ปรากฏขึ้นในขณะนี้ ทำให้เราได้ความหวังอันยิ่งใหญ่ว่า อีกไม่นานวีรบุรุษผู้ต่อสู้เพื่อแผ่นดินไทยในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะไม่โดดเดี่ยว และเมื่อสิ้นชีวิตลงในสนามรบแล้วจะมีประชาชนไทยทั้งชาติออกมาแห่แหนและร่วมพิธีเผาศพอย่างอบอุ่น  และมีปณิธานร่วมกันต่อสู้หนักยิ่งขึ้น ๆ บัดนี้ประชาชนเข้าใจเจ้าหน้าที่  ทหาร และตำรวจที่ปฏิบัติงานในสามจังหวัดภาคใต้ดีพอสมควรแล้ว  และทั้งประชาคมโลก องค์กรต่าง ๆ ระหว่างประเทศก็มองเราด้วยความเห็นใจและทั้งเลื่อมใสศัทธาในความดีสุจริตของประเทศไทยที่ปฏิบัติต่อประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยความเป็นธรรมและเมตตาจิต ประกอบด้วยความนึกคิดอันสูงส่งด้วยความมีมนุษยธรรม และไม่มีการแบ่งแยกทางศาสนา  

 

ซึ่งได้เห็นความแตกต่าง เมื่อฝ่ายโจรโดนตอบโต้ตายลง กี่คนก็ตาม  ได้เห็นแต่สภาพอันน่าเวทนา  ศพกลิ้งกลางดินดูทุเรศ  มิต่างจากศพอนาถาที่คนทั้งหลายหยามเหยียด มิต่างจากหมาบ้าที่โดนชาวบ้านไล่ล่าแล้วซมซานหนีไปจนมุมลงที่ชายป่า หรือริมรั้วบ้าน  จนเกิดถ้อยคำสุภาษิตที่เปรียบเทียบการตายมาติดปากว่า  ตายอนาถาเหมือนหมากลางถนน  ซึ่งนี่ก็คือการตายอย่างโจร คือโจรก่อการร้ายใต้นี้เอง

 

ในทันทีกับเหตุการณ์ครั้งหลังนี้  โดยในวันที่ 19 มิ.ย. 2550 นี้ ครม.ก็ได้ให้ความเห็นชอบการจัดตั้งหน่วยทหารพรานเพิ่มเติมให้กับกองทัพภาค 4 เพื่อลงไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีก 2 กองบังคับการ  เป็นกองบังคับการหมวดทหารพรานหญิง 1 กองบังคับการ ซึ่งประกอบด้วย ทหารพรานหญิง 11 หมู่  ส่วนที่เหลือเป็นกองร้อยทหารพราน 28 กองร้อยโดยความพอใจปิติยินดีของประชาชนไทยที่เข้าใจสถานการณ์ เข้าใจความจำเป็นทางยุทธวิธีเชิงรุกเพื่อการเอาชนะแล้ว  

 

การล่าก็เริ่มสนุกสนานขึ้น เพราะพราน  หมายถึงการล่า  ยิ่งล่าสัตว์ใหญ่มีเขี้ยวเล็บอันตรายเพียงใด ยิ่งสนุก เพราะเหตุที่ออกรสชาติ เป็นธรรม ยุติธรรม  โดยให้ความเป็นธรรมแด่ผู้ถูกล่าอย่างสมบูรณ์ด้วย

 

 

และครั้นตำรวจกลับคืนสู่แดนใต้อย่างมีศักดิ์ศรีอีกครั้งหนึ่ง  ภายหลังถูกเล่ห์เพทุบายของขบวนการก่อการร้ายป้ายสีจนตำรวจต้องถอนตัว ถอนบทบาทไปจากงานปราบโจรใน3จังหวัดภาคใต้ไปแทบทั้งหมด  เป็นเหตุให้ศักยภาพของงานปราบโจรลดลงไป 

 

บัดนี้เมื่อปราศจากการมองอย่างระแวงสงสัยของประชาชนอีกต่อไป  ตำรวจก็ควรกลับมาใหม่พร้อมภาพที่ใสสะอาดซื่อตรง

 

เพราะงานปราบโจรนั้นเป็นหน้าที่โดยธรรมชาติของตำรวจ  และความมีศักย์ที่เหนือกว่ากันระหว่างตำรวจกับโจร อุปมาโจรเหมือนหนูเจองูเห่า

 

งูเห่าเพียงเหลือบตามองสะกด  หนูก็กลัวหยุดจังงัง  นิ่งตัวสั่นให้งูเขมือบโดยง่ายดาย 

 

เราอยากให้ทหารพรานล่าในวงกว้างขวางภายนอก รับผิดชอบในชนบทและป่า   และตำรวจล่าในเมือง  รับผิดชอบในเขตเมือง  เมื่อโจรหนีไปซ่อนในมวลชน เป็นหน้าที่ของตำรวจ ตามสืบตามล่า และเมื่อโจรหนีเตลิดเข้าป่าเป็นหน้าที่ของทหารพราน ที่จะไล่ล่ากันอย่างสนุกสนาน ทั้งในเมืองและในป่า

 

เท่านี้เองโจรใต้ก็สิ้นชื่อ

เพราะจะไม่มีคำว่าโจรได้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ไม่ว่าแผ่นดินไหนในโลกนี้

 

  • สุไหงปาดี                                                                                                   
    20 มิ.ย.2550

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 26พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำโลก

 

กรณี สภาร่างรัฐธรรมนูญ  ได้ลงมติ 66 ต่อ 19 เสียง ในวันที่ 29 มิ.ย. 2550  ไม่อนุญาตให้บรรจุถ้อยคำว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทยลงไว้ในรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศฉบับ พ.ศ.2550 ทำให้เป็นที่ผิดหวังสำหรับองค์กรพุทธและสถาบันสงฆ์ไทยเป็นอย่างยิ่งนั้น

 

ประเด็นก็คือ   อวิชชา  

 

ทำให้เกิดความหลงผิด ระย่อ เขลา ขลาด  ความไม่รู้ไม่เข้าใจศาสนาของตนเท่าที่ควร  ขาดวิจารณญาณและจิตวิญญาณของนักเผยแผ่ ไปโดยสิ้นเชิง

 

ดังจะขอนำทัศนะของ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ  ที่ชี้แจงเหตุผลก่อนจะเข้าสู่การอภิปรายที่ไม่บัญญัติศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติว่า

 

“ประสงค์”แจงไม่บัญญัติศาสนาพุทธ

ก่อนจะเข้าสู่การอภิปรายของผู้สงวนคำแปรญัติ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ชี้แจงว่าการที่ไม่ได้บรรจุคำว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติมีเหตุผล 2 ประการคือ 1. ข้อพิจารณาด้านรัฐศาสตร์ 2. ข้อพิจารณาด้านพระพุทธศาสนา โดยเหตุผลด้านรัฐศาสตร์คือ รัฐจะไม่ใช้ความเชื่อของใครเป็นเครื่องมือในการจัดระเบียบ แต่จะใช้กฎหมายบังคับให้คนในรัฐปฏิบัติเป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งประเทศไทยไม่ได้ใช้พระพุทธศาสนาเป็นกฎหมายรัฐ หรือกฎหมายของประเทศ ฉะนั้นการนำศาสนาไปบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญจึงเป็นวิธีการที่ไม่สอดคล้องกับระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

ยกพระธรรมวินัยเหน็บพุทธบริษัท

น.ต.ประสงค์กล่าวด้วยว่า ส่วนข้อพิจารณาทางด้านศาสนาพุทธ คือ การที่พระพุทธศาสนาจะดำรงอยู่ คู่กับประเทศไทยนานแค่ไหนนั้น ปัจจัยสำคัญอยู่ที่การเข้าถึงและเข้าใจหลักศาสนาตามคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ และนำไปปฏิบัติให้ถูกต้อง ไม่ได้อยู่กับเรื่องของการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ขนาดพระพุทธองค์ทรงมีพระราชบิดาเป็นพระมหากษัตริย์ ซึ่งจะทรงสั่งการหรือออกกฎหมายใช้บังคับได้ แต่พระพุทธองค์ก็ไม่ได้ทรงใช้ หากแต่ฝากไว้กับพุทธบริษัททั้งหลาย คือพุทธบริษัท 4 ได้แก่ ภิกษุสงฆ์ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ให้ช่วยกันดูแลด้วยการประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นไปตามพระธรรมวินัยคำสั่งสอน แต่จากข้อเท็จจริงในขณะนี้พุทธบริษัท 4 ที่ไม่ปฏิบัติตนให้อยู่ในร่องในรอยของพระธรรมวินัยคำสั่งสอนก็มีอยู่ไม่ใช่น้อย พุทธบริษัทบางหมู่เหล่าไม่ปฏิบัติตนให้อยู่ในกิจธุระหน้าที่ของตนด้วยซ้ำ นอกจากนี้ในปฐมเทศนามีคำตรัสเกี่ยวกับสิ่งที่บรรพชิตไม่ควรเสพไม่ควรปฏิบัติคือ การเสพกามและการทรมานตน การประกอบตนให้ลำบากเปล่าคือความพยายามเพื่อบรรลุที่หมายด้วยวิธีการทรมานตนเองให้ลำบากด้วยอาการต่างๆ ซึ่งเรียกว่าอัตตกิลมถานุโยคนั้น เป็นที่สุดของความเลวของต่ำทรามไม่ควรเสพ”  ไทยรัฐ 30 มิ.ย.2550

 

ในด้านการต่อสู้ของหมู่สงฆ์และองค์กรสงฆ์

คงจะได้เห็นมาแต่แรกแล้วว่าการต่อสู้ของหมู่สงฆ์ ขององค์กรสงฆ์ที่ผ่าน ๆ มาอาจจะจับประเด็นการต่อสู้ผิดพลาดไปในประเด็นสำคัญระดับยุทธศาสตร์ก็ได้  และเพราะเหตุที่เพิ่งเห็นชัดเจนในวันนี้  วันที่สภาแห่งนี้ยกมือกันได้มติออกมาชัดเจนไม่อนุญาต  66 ต่อ 19 เสียงดังกล่าว  จึงน่าจะลองทบทวนประเด็นวิธีการต่อสู้เสียให้ชัดเจนขึ้น 

 

อย่างไรก็ตาม  สำหรับชาวพุทธผู้อ่อนเยาว์  เป็นผู้ที่อ่อนไหว จิตใจหวาด  น่าจะมารำลึกสัจธรรมว่า แท้ที่จริง พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทยอยู่แล้ว  และนั่นย่อมหมายถึงเป็นศาสนาประจำโลกอยู่แล้ว  เช่นเดียวกันทั้งนี้ตามนิยามความหมายที่แท้จริงของความเป็น   “ศาสนา”

 

กระนั้นผลดีของความวุ่นวายทางการเมืองไทยครั้งนี้ต่อการพระพุทธศาสนาก็มีอยู่ นั่นก็คือ  เราคงจะได้มามองอย่างจริงจังบ้างว่า  ระบบศาสนทายาทของพระพุทธศาสนาในประเทศไทยเป็นอยู่ขณะนี้เป็นอยู่อย่างไร?  การที่มีคนจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นถึงชนชั้นปกครองผู้นำสังคมที่เป็นชาวพุทธด้วยกันเองถึง 66 ต่อ 19 ออกมาปฏิเสธความประสงค์ของผู้นำศาสนาพุทธอย่างรุนแรงเข้มแข็งเช่นนี้  น่าหมายถึงการปฏิเสธไปถึงระบบศาสนทายาท หรือระบบสงฆ์ไทยในขณะนี้ด้วยหรือไม่ ?

 

โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่าด้วยอุดมการณ์ที่แท้จริงของพระพุทธศาสนา  หมู่สงฆ์ทั้งปวงได้น้อมมนสิการแด่ธรรมปฏิบัติ หรือได้ปฏิบัติ ประพฤติตนตามธรรมตามวินัย  รวมไปถึงความเป็นประชาธิปไตยในหมู่สงฆ์หรือไม่? เพียงใด?

 

การปกครองของคณะสงฆ์ขณะนี้ ได้สอดคล้อง ได้ส่งเสริมการเมืองในระบอบประชาธิปไตย   หรือส่งเสริมสอดคล้องการเมืองอย่างไร? เพียงไร?  หรือไม่? 

 

และทั้งได้สอดคล้องพระธรรมวินัย อันเป็นอุดมการณ์สูงสุดของการพระพุทธศาสนาเพียงไร 

ดังที่เราหนังสือพิมพ์ดี(The Good Paper) ได้นำมาวิเคราะห์เป็นปัญหาสำคัญโดยต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาย่างเข้า 11 ปีแล้ว 

 

ฉะนั้น เมื่อคำนึงในหลักการ ว่าด้วยโลก  ว่าด้วยอวิชชา ตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาแล้ว  เราคงยากต่อการชี้แจงแสวงหาความร่วมมือจากคนผู้มืดบอดที่มีทิฎฐิมานะอันเหนียวแน่น  ในเรื่องรัฐธรรมนูญ หมู่สงฆ์จึงน่าจะพิจารณาว่าควรจะได้ยุติการต่อสู้ลงเสียเพียงนี้   คิดเอาเสียว่า  บัวใต้น้ำใต้โคลนตมลึกเกินไปที่จะทำให้เข้าใจสัจธรรมได้  และสงฆ์สาวกผู้เป็นธรรมทายาทไม่อยู่ในฐานะที่จักขึ้งเคียดผูกโกรธ หรือคิดลงโทษบรรดาเหล่าสัตว์ผู้มืดบอดเหล่านั้น

 

คงต้องมาพิจารณาเรื่องการให้ความรู้  ให้หลักธรรมคำสั่งสอน ต่อผู้อยู่ลึกในใต้น้ำ  ในเปลือกตมเหล่านั้นได้เข้าใจพระพุทธศาสนามากขึ้นกว่านี้เสียก่อน รวมทั้งเราเองเดินตามรอยของพระพุทธเจ้าให้เขาเห็น  และประกาศสิ่งที่เป็นวิชชาและจรณะ หรือการเดินตามรอยพระอรหันต์ที่แท้จริงให้ปรากฎแด่คนทั้งหลายอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง เด็ดขาดกว่านี้   กว่าที่เป็นอยู่ในระบบสงฆ์ทุกวันนี้

 

ก็คงไม่เสียหายแก่พระพุทธศาสนาที่เป็นศาสนาประจำโลกโดยอัตโนมัติอยู่เพียงพอแล้ว

 

 

  • หนังสือพิมพ์ดี(อินเทอเนต) 
    30 มิ.ย. 2550

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 27จังหวัดศรีสะเกษจัดทำโครงการอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศล

80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 อย่างยิ่งใหญ่

 

จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ และสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ จัดทำโครงการอุปสมบท  เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550  ได้ประกอบพิธีอุปสมบทพระภิกษุจำนวน 103 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และครองสมณเพศ อยู่ปฏิบัติธรรม ณ วัดมหาพุทธาราม อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ เป็นเวลา 19 วัน นับจากวันที่ 27 กรกฎาคม 2550 ถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2550 ในการอุปสมบทและการบำรุงพระสงฆ์ผู้บวชอุทิศครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากญาติโยมพุทธบริษัท ทั้งส่วนราชการฝ่ายบ้านเมืองเป็นอย่างดี  เจ้าคุณพระศรีธรรมนาถมุนี เจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม และรองเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ จึงขอแจ้งมาให้ญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลายทราบและอนุโมทนาการกุศลครั้งนี้โดยทั่วถึงกัน

 

 

 

ตารางการฝึกอบรม 

เริ่มแต่ 27 ก.ค. 2550 ถึง 13 ก.ค.2550

 

1.       เริ่มแต่ความเป็นพระสงฆ์  ในฐานะพระบวชใหม่เป็นนวกภูมิอยู่ ปฏิบัติกิจวัตรของพระสงฆ์ 10 ประการโดยปกติสงฆ์

2.       ทางคณะสงฆ์และฝ่ายสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ  สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ จัดหาวิทยากรมาบรรยายเรื่องศาสนพิธีและความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการพระพุทธศาสนา

3.       เช้าเวลา 04.00-06.00  เย็นเวลา 18.00 – 22.00 มีอบรมธรรมพระกัมมัฏฐาน เป็นประจำและเคร่งครัดเข้มงวด โดยมีเจ้าคุณพระศรีธรรมนาถมุนี และพระอาจารย์พยับ ปญฺญาธโร รับผิดชอบในส่วนนี้โดยเฉพาะ

4.   จัดสายบิณฑบาตเป็น 4 สาย ๆ ละ 25 รูป ออกโปรดสัตว์ทุกเช้า ๆ

 

แบบการฝึกอบรม

 

1.       แบบการฝึกพระกรรมฐาน : ตามแบบฝึกของศูนย์การคณะสงฆ์ภาค 10 หลักสูตรพระวิปัสสนาจารย์ พ.ศ.2549

2.       หนังสือสวดมนต์แปล: คู่มือทำวัตรเช้า-เย็น โครงการอุปสมบทพระภิกษุสามเณรและบวชศีลจาริณีภาคฤดูร้อน พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2549  ของกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม

3.   หนังสือสวดมนต์แปล : คู่มือทำวัตรเช้า-เย็นแปลสำหรับภิกษุ-สามเณร อุบาสก-อุบาสิกาวัดมหาพุทธาราม  

 

การประเมินผล

1.    คณิกสมาธิ เดินจงกรมระยะที่ 1

2.    เดินจงกรมระยะที่ 1-4 

3.   เดินจงกรมระยะที่ 1-6

4.   อุปจาระสมาธิ -อัปปนาสมาธิ

5.   วิปัสสนาญาณ

 

โปรดติดตามดูภาพการฝึกอบรม-ประเมินผลที่ อัลบั้มรูป 

 

 

บัญชีรายชื่อพระนวกะผู้เข้าอบรม โปรดดูอัลบั้มรูป

โครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนม์พรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550

ณ วัดมหาพุทธาราม ต.เมืองเหนือ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ

 

1.   พระดวน โพธิ์หลง      ฉายา  อธิจิตฺโต

2.   พระดิลก ศรแก้ว        ฉายา  จารุธมฺโม

3.   พระแสวงวิทย์ ลาลุน   ฉายา  เตชปญฺโญ 

4.   พระโกสิต ศรแก้ว      ฉายา  ถิรธมฺโม 

5.   พระประสิทธิ์ สายแก้ว    ฉายา  ปญฺญาวโร 

6.   พระเสมือน จันดา       ฉายา   ธมฺมวโร

7.   พระประพนธ์บรรณสาร เศาภายน   ฉายา   ปิยสีโล 

8.   พระบุญแทน หลักบุญ   ฉายา   ธมฺมกาโม 

9.   พระประเสริฐ เจริญศรี  ฉายา  ปญฺญาวโร 

10. พระสุภาพ มลิพันธุ์       ฉายา  วรญาโณ 

11. พระซุนยัง แซ่เตียว      ฉายา โชติปญฺโญ 

12. พระอุบลศักดิ์ บุญคงเดช ฉายา  ธีรปญฺโญ

13. พระสามารถ คลังแก้ว     ฉายา  อคฺคธมฺโม

14. พระคำผ่อน บุญรมย์      ฉายา  ปภากโร

15. พระไชยยงค์ อุ่นวิเชียร  ฉายา  ปุญฺญกาโม

16. พระสุวัฒน์ เสาวัง           ฉายา   อานนฺโท

17 พระจิรศักดิ์ จันทรักษ์      ฉายา   จารุธมฺโม 

18. พระกิตติ พงษ์วัน           ฉายา   อินฺทวีโร

19 พระสมอรุณ ฐานะ          ฉายา   ญาณธีโร 

20 พระโชคทวี ศรีคำ           ฉายา    ปญฺญาวุโธ 

21 พระสุบรรณ โสดามุข      ฉายา    เตชวโร

22 พระรัตนะ อาจนะรา        ฉายา    อุปสโม

23 พระไชยา บรรลังค์         ฉายา    ขนฺติธมฺโม 

24 พระเสถียร นนทา           ฉายา    ติกฺขวีโร

25 พระอาคม ดวนใหญ่       ฉายา     อคฺคทีโป 

26 พระพิบูลยศักดิ์ กงศรี    ฉายา     สนฺตกาโย 

27 พระณรงค์ชาญ สุวรรณโชติ  ฉายา  อุตฺตมวํโส 

28 พระประภาษ สังข์ทอง    ฉายา    เปมสีโล 

29 พระธวัช พรมรัตน์         ฉายา    อนงฺคโณ 

30 พระวิต้า ดอกบัว           ฉายา    กิตฺติญาโณ 

31  พระจำรัส บุบผา          ฉายา    จกฺกวโร 

32  พระสราวุธ ขันติวงศ์    ฉายา    อาภสฺสโร 

33 พระธเนศ ขันศิลา         ฉายา    ชาครธมฺโม 

34 พระธีระวุฒิ ริมการญจนวัฒน์ ฉายา     อตฺตทนฺโต 

35 พระธานินทร์  ฤทธิ์เดช  ฉายา     กนฺตวีโร

36  พระเอกนันท์ ราชาดี    ฉายา     อนุตฺตโร 

37 พระชาตรี เคนทองที     ฉายา     อาภากโร 

38 พระธวัชชัย ฝากทอง   ฉายา    โอภาโส 

39 พระอำพล อึงไพเราะ    ฉายา     กุสลจิตฺโต 

40 พระอภิสิทธิ์ พรหมชนะ ฉายา      สิริปญฺโญ

41 พระนันทกร ศรีเสริม     ฉายา     โชติธมฺโม 

42. พระสุริยา โพธิ์สาชัย    ฉายา     ถิรจิตฺโต 

43 พระอัฐรินทร์ โตะไทยะ  ฉายา     ฐิตโสภโณ 

44 พระเกษม บุญออน        ฉายา     อุตฺตโม

45 พระธวัชชัย ทองทวี     ฉายา     มหาวีโร 

46 พระหาญศักดิ์ สังสัมฤทธิ์ ฉายา  ขนฺติสุโภ  

47 พระสุพิษ พรหมภักดี    ฉายา      ฐานากโร 

48  พระเด่นชัย จันทร์แก้ว ฉายา      ญาณวโร

49 พระสมคิด ทองทวี       ฉายา      มหาวีโร 

50 พระสุวัจน์ เรืองแสง     ฉายา      ธีรวํโส 

51 พระประสิทธิ์ สราวุธ    ฉายา    ฐิตมโน 

52 พระเปรมศักดิ์ ศักดิ์เทวิน ฉายา ปิยสีโล 

53 พระสุวิทย์ มากดี           ฉายา  กมฺมสุโภ 

54 พระจรัส ไชยรัตน์      ฉายา      อตฺตทีโป 

55  พระเขียวพร พิมพา   ฉายา      ฉนฺทสุโภ 

56 พระชวน ......            ฉายา     ปุญญาคโม  

57 พระทวีศักดิ์ โสรส      ฉายา      ติสฺสโร 

58 พระสรศักดิ์ บุญจันทร์ ฉายา      จนฺทวํโส 

59  พระมหรรณพ ทองลือ ฉายา      อาภายุตฺโต 

60  พระปิ่น ใจสว่าง 

61 พระสุทัศน์ ระหาญ 

62 พระไมตรี โสดา 

63 พระทรงศักดิ์ เพ็งศรี 

64  พระกนกพล เมืองจันทร์ 

65 พระณรงค์ ศรไชย  

66 พระวีรศักดิ์ โคตรพันธ์ 

67 พระเพิ่มทรัพย์ นามขันธ์ 

68 พระชาตรี อินทรมณี 

69 พระชตินธร ชวอรรคนานนท์ 

70 พระทะนงศักดิ์ พงษ์ธนู 

71 พระอภิชาต สุธรรมวิรัช 

72  พระเกียรติพันธ์ พันธ์แก่น 

73 พระสมพร คำหล้า 

74 พระณัฐภพ พูลแก้ว 

75 พระปรึกษา สาระธรรม 

76 พระนิกาย ไกรราม 

77  พระสุริยา สารบุตร 

78 พระบัญชา จันสิน 

79 พระอรชัย กาฬสินธุ์

 80 พระประเสริฐชัย พิลา

81  พระยุทธนา เศรษฐบุตร 

82 พระกิตติศักดิ์ พวงสันเที๊ยะ

83 พระวิทยา แก้วปักษา 

84 พระศักดา รัตนา 

85 พระแก้ว รัตนอรุณโรจน์

86 พระสมาธิ โมทะจิตร 

87 พระนันทะวรรณ  พันธ์วิไล 

88 พระอาทิตย์ จำปาใด 

89 พระสมศักดิ์ พันธ์คำ 

90 พระชิดชัย จารัตน์

91 พระกฤตพัฒน์ คำศรี 

92 พระฐิตรัตน์ สอนศรี 

93  พระสุวิทย์ ศรีอักษร 

94 พระอภิสิทธิ์ สอนเจริญ 

95 พระฉัตรวุฒิ ศรีระดา 

96 พระกฤษฎา โนนน้อย 

97  พระบุญรัตน์ คุณแขวน 

98 พระธนพล ศรีฟ้า(บวชที่วัดบ้านกระแซง)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 ด่วน!!! ผลการลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ คมช.พ.ศ.2550

ศรีสะเกษ

-ไม่เห็นชอบ  363,429 คน(68.85%) 

-เห็นชอบ 152,141 คน(28.82%) 

-มาใช้สิทธิ์ 527,831 คน(51.51%) ของผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด จำนวน 1,024,759 คนทั้งจังหวัด

 

ภาพรวมภาคอีสาน

-ไม่เห็นชอบ 61.57 %

-เห็นชอบ     36.62%

 

 

ผลในภาพรวมทั่วประเทศ  รับร่างรัฐธรรมนูญเฉียดฉิว

-เห็นชอบ       56.66 %  เป็นจำนวนคน 14,249,520   คน

-ไม่เห็นชอบ   54.80 %  เป็นจำนวนคน 10,419,147    คน

 

นายกรัฐมนตรียืนยันจะมีการเลือกตั้งได้ในเดือน ธ.ค.2550

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 จากพม่าถึงไทย

พุทธบริสุทธิ์ - ภิกษุสันดานกา - หมามนุษย์

ข่าวโทรทัศน์ 16ก.ย.-9ต.ค.2550

 

กรณี เหตุร้ายที่เกิดขึ้นในวันที่  16 กันยายน 2550 รัฐบาลประเทศพม่า(Union of Myanmar) ใช้กำลังเข้าปราบปรามประชาชนและพระสงฆ์ที่ชุมนุมประท้วงได้รับอันตรายมีบาดเจ็บและถึงเสียชีวิตจำนวนมาก อย่างน่าตกใจและพิศวง  ไม่น่าเชื่อว่ารัฐบาลพม่าจะปฏิบัติต่อพระสงฆ์ได้ขนาดนั้น  ในขณะนั้นมีข่าวออกมาก่อนหน้าเหตุร้ายแรงจะเกิดขึ้น ทางโทรทัศน์ไทยหลายช่อง ได้รายงานภาพข่าว เห็นขบวนสงฆ์พม่าเข้าแถวตอนยาวเหยียดเดินไปตามถนนด้วยท่าทางสงบเยือกเย็นและยิ้มแย้ม  มีประชาชนผู้ศรัทธาเข้าแถวเป็นแนวป้องกันรอบนอก คอยรับใช้และอำนวยความสะดวก  จนทำให้เชื่อได้ว่า  แท้ที่จริงพระสงฆ์ก็ได้มีส่วนในการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งนี้อย่างสำคัญ จนอาจมองได้ว่าเป็นแกนนำการประท้วงเสียเองก็ได้    การที่รัฐบาลพม่าสั่งการให้มีการปราบปรามอย่างรุนแรง ย่อมมองเห็นผลล่วงหน้าได้ว่าอันตรายย่อมเกิดต่อหมู่สงฆ์อย่างแน่นอน จึงทำให้ได้เห็นเจตนาและได้ทราบทัศนะการมองของรัฐบาลพม่าต่อหมู่สงฆ์และต่อหลักการในพระพุทธศาสนาที่น่าเป็นห่วง   นั่นคือการมองอย่างพุทธบริสุทธิ์   เมื่อนิยามพระสงฆ์แท้พระสงฆ์ผู้บริสุทธิ์ว่าพระสงฆ์ต้องอยู่ในป่า ในวัดวาอาราม ปฏิบัติธรรมในความสันโดษมักน้อย  ต้องถือศีลกินเจ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง  มุ่งทางธรรมะทางเดียวอย่างบริสุทธิ์   หากมายุ่งเกี่ยวกับการเมือง วุ่นวายในเรื่องโลก ๆ เรื่องสังคมแล้ว  พระสงฆ์รูปนั้น หมู่นั้น ไม่ใช่พระสงฆ์ผู้บริสุทธิ์อีกต่อไป ต้องขาดจากความเป็นพระสงฆ์  จักปฏิบัติต่อพระสงฆ์ผู้ไม่บริสุทธิ์เหล่านั้นเยี่ยงเดียวกับปฏิบัติต่อโจรผู้กระทำผิดกฎหมายก็ย่อมได้ ไม่เป็นบาป   นี่คือความคิดพุทธบริสุทธิ์  เป็นความคิดที่อันตราย  พอ ๆ กับความคิดรัฐบาลอาฟกานิสถาน ยุคตาลีบันว่า  อาฟกานิสถานต้องเป็นอิสลามบริสุทธิ์ ไม่มีลัทธิ นิกายหรือศาสนาอื่นมาปน  จึงต้องระเบิดทำลายพระพุทธรูป มรดกโลกที่ผาเมืองบาบิยัน โดยไม่คำนึงการประท้วงห้ามปรามของนานาประเทศ แม้กระทั่งองค์การสหประชาชาติ    กรณีรัฐบาลพม่านี้จึงแสดงถึงการมองหลักธรรมไม่ถึงที่สุดแห่งหลักธรรม  มองศาสนาไม่ถึงที่สุดแห่งศาสนา  มองประโยชน์ไม่ถึงปรมัตถประโยชน์  ไม่เข้าใจว่าหลักการภราดรภาพ เสรีภาพ และเสมอภาคในหมู่มนุษย์ระบอบประชาธิปไตย นั้นแท้จริงเป็นหลักการอันสูงสุดของพระพุทธศาสนา

 

คล้าย ๆ กับเมืองไทยขณะนี้  กรณีภาพศิลปะ 2 ภาพคือ   ภิกษุสันดานกา   กับ   หมามนุษย์   ขณะนี้เกิดมีกลุ่มสถาบันและกลุ่มคน 2 กลุ่มพิพาทกันอย่างรุนแรง  ซึ่งปัญหาเกิดเพราะต่างฝ่ายต่างมองอย่างบริสุทธิ์ นั่นเอง  ฝ่ายศิลปินมองว่าเป็นศิลปะอันบริสุทธิ์   ฝ่ายสงฆ์สถาบันหนึ่งและกลุ่มหนึ่งมองถึงหลักการว่าด้วย พุทธบริสุทธิ์    ทั้งสองฝ่ายต่างมีความชอบธรรมในการยึดมั่นถือมั่นว่า ตนปฏิบัติความดีอันบริสุทธิ์   

 

และเมื่อความคิดบริสุทธิ์เกิดขึ้น   นั่นเป็นอันตราย !!!!

 

เราจึงขอเสนอว่าควรปฏิบัติต่อกันแบบนักปราชญ์  ประพฤติโดยหลักสัปปุริสธรรม7ประการ  ท่านจงพูดเถิด  ท่านจงโต้เถียงเถิด   ท่านจงประณามเถิด  ท่านจงเรียกร้องเถิด ท่านจงฟ้องศาลเถิด  แต่ให้แสดงเหตุ แสดงผลออกมาอย่างนักปราชญ์  อย่าทำตนเป็นหมามนุษย์ หรือ ภิกษุสันดารกาเลย  และในที่สุดท่านจงรู้แพ้ รู้ชนะ และรู้อภัย  อันเป็นหลักว่าด้วย  เวร และการจองเวรในพระพุทธศาสนา  ที่ว่า

 

            น หิ เวเรน เวรานิ             

            สมฺมนฺตีธ กุทาจนํ

            อเวเรน จ สมฺมนฺติ            

            เอส ธมฺโม สนนฺตโน

            แต่ไหนแต่ไรมาในโลกนี้   

            เวรย่อมไม่ระงับด้วยการจองเวร

            แต่ระงับด้วยการไม่จองเวร 

            นี่เป็นกฎตายตัว

            At any time in this world,

            Hatred never ceases by hatred,

            But through non-hatred it ceases.

            This is an eternal law.

·         เสถียรพงษ์ วรรณปก ใน พุทธวจนะในธรรมบท

 

* บานไม่รู้โรย

/9 ต.ค.2550

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 บทวิเคราะห์พิเศษ ข่าวใต้

โจรแบ่งแยกดินแดนใต้ต่อสู้เพื่ออะไร?

เพื่อสร้างรัฐบริสุทธิ์อย่างนั้นหรือ?

โทรทัศน์ทุกช่อง ระหว่าง10-12ต.ค.2550

 

 

กรณีการปฏิบัติการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจนราธิวาส เมื่อวันที่ 10 ต.ค.2550 โดยได้ร่วมกับ อส.อำเภอ กับกำลังทหารร้อย ร.1911 กว่า 200 นายแยกย้ายเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 10 จุดที่คาดว่าเป็นทางลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในเขต จ.นราธิวาส  ได้ระดมกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 90 หมู่ 2 ต.มุโนะ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส  ซึ่งเป็นบ้านนายฮีซอ ยะโกะ โดยได้ทราบข่าวทางลับมาว่ามีการขนย้ายเงินลงมาจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นทุนรอนเตรียมการก่อการร้ายใน3จังหวัดภาคใต้ในวันสำคัญวันหนึ่งทางศาสนาอิสลาม  ในการนี้ได้สืบทราบว่ามีตัวการใหญ่คือนายมะยากี ยะโกะ และนายสะแปอิง ยะโกะ สองพี่น้องลูกชายนาย ฮีซอ ยะโกะ เจ้าของบ้านดังกล่าว ที่ติดบัญชีนักค้ายาเสพติดรายสำคัญในจังหวัดภาคใต้อยู่แล้ว แต่ผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนหลบหนีไปได้เสียก่อน  เมื่อเข้าค้นภายในบ้าน ได้พบท่อพีวีซีหลายท่อที่เชื่อมปิดปากท่อมิดชิด น่าสงสัย เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้เลื่อยตัดเหล็กเลื่อยปากท่อออกดู จึงพบธนบัตรจำนวน 34,490,000 บาทเศษใส่ไว้ข้างใน  โดยมัดธนบัตรใบละ500-1000บาทเป็นฟ่อน ๆ ยัดเข้าไว้ในท่อ   ทั้งหมดที่พบถึง 8 ท่อแต่ละท่อมีความยาวประมาณ3เมตร  เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้นว่า   สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) ได้ทำการพิศูจน์แล้วทราบว่าเป็นเงินของขบวนการโจรใต้ที่ได้มาจากการค้าขายยาเสพติดที่เชื่อมโยงกันระหว่างภาคเหนือและภาคใต้ของไทย ได้ถูกลำเลียงลงมายังสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อใช้เป็นทุนในการเตรียมการก่อการร้ายในวันสำคัญทางศาสนาเร็ว ๆ นี้     ส่วนในเขตอ.ตากใบ จ.นราธิวาสวันเดียวกัน จนท.จับผู้ต้องหาได้ 2 คน  ได้พบกัญชาแห้งและอุปกรณ์การเสพหลายชิ้น รวมทั้งพบร่องรอยการชุมนุม และสนามฝึกซ้อมยิงปืนที่กำแพงบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งยังไม่มีหลักฐานเลขที่บ้านผู้ครอบครอง  นอกจากนี้ยังพบรถยนต์3คันซึ่งไม่มีใครรับเป็นเจ้าของจึงได้ยึดเป็นของกลางนำไปไว้ที่ สภ.อ.ตากใบเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป

 

เรื่องการจับเงินได้เป็นจำนวนมากเช่นนี้ ยังเคยมีข่าวเมื่อหลายปีมาแล้ว ที่เจ้าหน้าที่เก็บเงินจำนวนหลายล้านบาท ใส่ในกระเป๋าขนาดใหญ่ ตกอยู่ที่สถานีรถไฟที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้  เป็นที่ฮือฮากัน มากว่าเงินของใคร ใครทำหล่นเอาไว้มากมายมหาศาลขนาดนั้น แล้วได้ข้อสันนิษฐานคล้ายคลึงกันนี้ คือเป็นเงินที่คนในขบวนค้ายาเสพติดลักลอบขนมาแล้วคงจะเผชิญหน้ากับตำรวจเลยวางของหนีไป  

 

ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งบอกไปถึงการต่อสู้อีกแบบหนึ่งของขบวนการก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดน  ที่ยืนยันว่าพวกเขาต่อสู้อย่างผู้ก่อการร้ายโดยแท้จริง  เพราะใช้วิธีการต่อสู้อย่างป่าเถื่อนทุกรูปแบบ ด้วยการฆ่าฟันเข่นฆ่าอย่างทารุณ แม้กระทั่งสตรีและพระสงฆ์ผู้บริสุทธิ์  โดยไร้เหตุผล และไร้ความมีมนุษยธรรมอย่างสิ้นเชิง  ก่อภัยโจรกรรมทุกชนิด  ทำการก่อการร้ายเผาโรงเรียนสถานศึกษาที่เพิ่มพูนสติปัญญาของเด็กเยาวชนในชาตินับร้อยโรงเรียน ไม่หยุดหย่อน บัดนี้ยืนยันได้ว่าค้ายาเสพติดและใช้ยาเสพติดเป็นอาวุธในการต่อสู้โดยไม่คำนึงว่าร้ายแรงพอกับค้ายาพิษที่ทำลายมวลมนุษย์โลก อันเป็นที่รังเกียจ ขยะแขยงที่มวลมนุษย์โลกประเทศประชาคมโลกทั้งมวลต่อต้านอย่างเฉียบขาด ฉะนี้แล้วจะจัดตั้งรัฐปัตตานีขึ้นมาอย่างไร  จะทำการคบหาสมาคมกับประเทศอื่น ๆ เพื่อนบ้าน และประชาคมโลกได้อย่างไร  ไม่น่ามีแนวทางพิจารณาทางอื่นที่สมเหตุผล แน่นอนรัฐในลักษณะนี้ย่อมมีได้เพียงแบบเดียวคือ รัฐบริสุทธิ์ เป็นแดนโจรล้วนๆ ที่ประกอบด้วยประชาชนผู้ทำอาชีพค้ายาเสพติดเพื่อหารายได้เข้าประเทศ   มีทางนี้ทางเดียว  จึงบอกไปถึงความฝันอันเพ้อเจ้อต่อการสถาปนารัฐปัตตานี ที่ไม่มีวันที่จักประสบความสำเร็จลงได้เลย  เห็นความจริงฉะนี้แล้วควรจะกลับใจเสีย  และมาเร่งรีบร่วมใจกันดับไฟใต้ สร้างชาติไทยที่รักของเราอย่างมีเสรีภาพ มีภราดรภาพ มีความเสมอภาคและความสุขสงบอันถาวร จะดีกว่า

 

อย่าได้สงสัยเลย !!!!! 

 

 

  • ธรรมาชีพธรรมาชน ป.ธ.ร.
    /12 ต.ค.2550

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 รำลึกท่านปัญญานันทะภิกขุ

คำสอนครั้งสุดท้าย

 

ท่านปัญญานันทภิกขุ หรือ พระพรหมมังคลาจารย์  นับว่าเป็นพระผู้น้อง พระผู้พี่คือท่านพุทธทาสภิกขุ สายเลือดหรืออุดมการณ์ของพระพี่พระน้องคู่นี้จึงมีมีความเข้มข้นดังได้เป็นที่ปรากฏในโลกสากลมาแล้ว  และด้วยสายเลือดที่เข้มข้นนี้จึงได้สร้างคุณูปการแด่พระพุทธศาสนาและวงการสงฆ์ไทยอย่างกว้างใหญ่ นับตั้งแต่การสร้างพื้นฐานความเชื่อหรือสัมมาทิฏฐิให้เกิดขึ้นในมหาชนชาวพุทธ นำประชาชนไปสู่สัจจธรรมตามอุดมการณ์สูงสุดของพระพุทธศาสนา ตามรอยพระอรหันต์ และตามรอยพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริงมาเป็นเวลาชั่วชีวิตของท่าน แล้วท่านทั้งสองทะยอยจากไปตามลำดับ  บัดนี้เวลานี้จึงทำให้เกิดความเปล่าเปลี่ยวว้าเหว่ขึ้นมาในวงการพุทธไทย ที่มีแต่ความอ่อนแอ โลเล และยิ่งตกต่ำไปสู่ความไร้อุดมการณ์ ความไร้สาระ มีแต่กระแสแรงรุดแห่งความละโมบอยากใหญ่ไปตาม ๆ กันตลอดทั้งวงการพระสงฆ์   อย่างไรก็ตามคำสอนครั้งสุดท้ายของท่านปัญญานันทะ ที่ปรากฏจากรายการโทรทัศน์ เมื่อ11ต.ค.2550 จอม เพ็ชรประดับ ได้นำบทการสัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายออกทางรายการตัวจริงนั้นท่านพูดถึงปัญหาในวงการสงฆ์ว่า ปัญหาอยู่ที่พระไม่สอนคน  มีแต่พระปลุก พระเสก พระโง่ ๆ ทั้งนั้น  ท่านว่าอย่างนั้นซึ่งมีความหมายว่านอกจากพระไม่สอนคนแล้วพระยังไม่สอนพระด้วยกัน นั่นก็คือระบบสงฆ์เราเองได้ปล่อยให้พระด้วยกันและคนด้วยกันโง่ต่อมาและจะโง่ต่อไปในอนาคตไม่จบสิ้น  เพราะไม่มีใครสอน(หรือไม่กล้าสอน)พระด้วยกัน นั่นเอง  คำขอร้องของท่านปัญญานันทะครั้งสุดท้ายในชีวิตนี้จึงเป็นคำขอร้องที่สำคัญยิ่งเกี่ยวกับความหมายของพระพุทธศาสนา ในนัยความหมายถึงการสอนให้เดินตามรอยพระอรหันต์ และตามรอยพระพุทธเจ้าจริง ๆ ฉะนั้นการสอนคนนั้นต้องสอนให้ได้ปัญญา ฆ่าอวิชชาเสีย  หากพระไม่สอนพระ ไม่สอนคนให้มีปัญญาเสียแล้ว อวิชชาก็เข้าครอบครองแทน  นั่นแหละความเสื่อมอย่างสุดขีดจักมาสู่วงการสงฆ์เราเอง.

 

  • ปัญญาธโรภิกขุ
    /15 ต.ค.2550

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  An Urgent Message to Myanmar

 

According to what the government of the Union of Myanmar operated on October 10,2550[2007].  I think Union of Myanmar was not cool enough. So it should hear the people and the Buddha’s real teaching. Not for the sake of merciness or pitiness  but for the sake of right and justice. That is the right and justice to rule. One has to rule the people by the desire of the people  not the desire of himself. For Buddha teach about Manhood that means Freedom, Equality and Liberty of man which are the essences of democratic governing. So it has been a hurry case to let the people free and to rule the country by the people themselves by means of democratic devices.  For these policies will keep the situation calm down and silent. And the Union of Myanmar and the people of almost Buddhists in Myanmar could expect a good living, a good breath and a good future and could reach a real happiness as well as the people of the other world.With best Wish from Me. 

 

  • PanyatharoBhikku
    /16 october 2550[2007]

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 ข่าวดีข่าวเด่นข่าวดังปลุกเศกเหรียญพระเจ้าตาก

 

ขณะนี้ ประชาชน ชาวศรีสะเกษและจังหวัดใกล้เคียงกำลังตื่นเต้นกับการรั บ เสด็จพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณวรี นารีรัตน์  เสด็จมาเป็นประธาน  ในนามสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร  ในพิธีปลุกเสกครั้งยิ่งใหญ่  เหรียญพระเจ้าตากสินมหาราช ในจังหวัดศรีสะเกษ  เสด็จเวลา 16.00 น.     วันนี้ 27 ต.ค.2550   ตามข่าว            โปรดอย่าพลาด !!!!

 

วันเสาร์ที่27ตุลาคม255 0 เวลา16.00น.   ขอเชิญเฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์เสด็จแทนพระองค์ทรงเป็นองค์ประธาน ในพิธีมหาพุทธาภิเษกวัตถุมงคลเหรียญและผ้ายันต์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หนังสือบทสวดพระพุทธมนต์และพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ มณฑลพิธี วัดหนองตะเคียน หมู่ 9 ตำบลจาน อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ  วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม 2550 เวลา 16.00 ชมจุดพลุ 2,551ลูก จุดประทัด 1ล้านดอก   แจกเหรียญทองแดง5,000เหรียญ   แจกผ้ายันต์5,000ผืน  แจกหนังสือสวดมนต์1,250เล่ม   พระสงฆ์2,551รูปร่วมพิธี   พระเกจินั่งปรก 48 รูป พระ เกจินั่งปรกในปะรำพิธีอีก 5 รูป พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10รูป  พระสวดญาณวาร 3 ชุด ๆ ละ 4 รูป   การแต่งกายรับเสด็จ ราชองครักษ์เครื่องแบบชุดปกติ  ข้าราชการในพระองค์เครื่องแบบชุดปกติขาว ข้าราชการในพื้นที่เครื่องแบบชุดปกติขาว  พลเรือนผู้เข้ารับของพระราชทาน ชายสากลหรือชุดพระราชทานแขนยาว หญิง ชุดไทย.  ประชาชนทั่วไป ชุดสุภาพ      โปรดอย่าพลาดงานปลุกเศกครั้งยิ่งใหญ่ใน จังหวัดศรีสะเกษ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

A Second Urgent Message to Myanmar

 

According to tv news in Thailand and all over the world especially BBC in England and VOA in America today; October 31, 2550[2007], everyone sees a long parade of the monks in Union of Myanmar, marching along the road to protest the government of Myanmar about the soldier regime. They want not dictator. But they call for freedom. They want not autocracy. But they want democracy.  These news remind us the sad stories in Myanmar last October 10,2550[2007]. For in the day,the government did a heavy sins. A specific source  said more than 50 monks were killed which was an unexpected event in Myanmar. For Myanmar has been the land of pagodas or the land of yellow robes where Buddhism has been established firmly. The world has accepted many good things from Buddhism Myanmar. But today Myanmar seems to have a great change. They change from freedom to slavery. From grand expansive to narrow-minded and backward thought. From merciness to cruelty. So it seems the people of the world are being afraid that those monks marching in the street would be harmed, or killed as well as those eliminated in October 10,2550[2007]. Not only the European and American countries but all countries in the world dislike violence. Now the soldier regime in Myanmar is trying to do what would result a bad luck to its own country. For example; The minority groups in the border of Myanmar who are different in race and believes would grow stronger and cause a more trouble to all Myanmar and to its believe in its olden religion. What would  reflect a justice conscience from the present ruler? So I would like to beg for peace not violence.To live not to die.  The only way is to give the people a new constitution with freedom, liberty and equality.  Men in uniform should withdraw. Best Wish from Me.

 

·         PanyaTharoBhikku
/
October 31,2550[2007]

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 A Third Urgent Message to Myanmar.

MRTV-3, Thaicom 2/5, Ch.99-100,

December 13,2550[2007]

 

Myanmar Republic today,seen by MRTV-3, Thaicom 2/5, Ch.99-100, seems pleasant with  Myanmar sweet dances & songs. It reveals olden cultures with traveling places and lands. For example rivers, mountains, birds and swamps and constructions. And a great sight of BuddhaLandLord has been always an impressive viewpoint from lovely Myanmar. Today they see pagodas everywhere in the land of Myanmar. They see a great Buddha Image and several Buddha images and a green wide forest of Bhodhi trees, anyone ever seen in the world. But what else, the people of the world see from Myanmar TV. today; men in uniform each one armed, seems to oversee every activities of the people eventhough a rural meeting. It reports a little about the meeting of Asian countries. I think this is a sigh of danger in beautiful Myanmar. For the men in uniform have not trusted their own people. And their own people have not trusted in their rulers. For more specific reason, that the people are afraid of the rulers, and the rulers tyrannize the people, this would bring to danger. I think this should be the way out; the men in uniform should reduce the fear in the people’s hearth and take off the uniforms respectively. Nowaday Myanmar gets 4 gold rewards from 24th Asian Game in Thailand, with the super football team of Myanmar  to compete with Thailand’s super one. Who is going to win the gold football reward on tomorrow December 14,2550. Let’s cheer both teams with hearth, with spirit of fair play and justice.


  • BangaDharoBhikku
    /Dec 13,2550.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 24th Asian Game Report  From Thailand Today

รายงานเอเซียนเกมส์จากนครราชสีมาวันนี้  Gold-Silver-BronZ

No.1   Thailand    183 - 123 - 103  รวม 409 

No.2   Malaysia      68 -  52 -   96  รวม 216

No.3   Vietnam      64  - 58  -  82   รวม 204                  

No.4   Indonesia    56 -  64  -  83   รวม 203                    

No.5   Singapore   43  - 43   -  41   รวม 127            

No.6   Philiphine    41  - 91  -  96   รวม 228                  

No.7   Miyanmar   14  - 26   -  47   รวม   87                 

No.8   Loas            5  -   7   -  32  รวม   44                  

No.9   Cambodia    2  -   5   -  11  รวม   18                  

No.10 Brunai         1  -   1   -    4  รวม     6                

No.11.Timore        0  -   0   -    0  รวม     0 

 

Men Football; Thailand beats Singapore 3:0 to play with Myanmar on December 14,2550 for the winner of SEAGame 2007.

 

Men Football:Gold Medal match Myanmar:Thailand

 Who will winTODAY December 14, 2550?

First half   Thailand-yellow : Myanmar-white

-18.20 o'clock    MRTV-4 reports  from Nakornratsima Thailand.

-18.25 o'clock    Both team step into the ground.

-18.30 o'clock    begin the game.

-18.45 o'clock   Thailand  1  : Myanmar 0

-19.08 o'clock   Thailand  2  : Myanmar 0

Second half

-19.35 o'clock   begin 

-20.25 o'clock   Thailand  2  : Myanmar 0

 

Game finished. Thailand wins.

This is the Thai 8th period of the football SEAGAME.  

Thanks to MRTV-4 to report  from Thailand.

December 15, 2550[2007] closing ceremony.

See you again Vientian;

Loas People's Democratic Republic  2552[2009].

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 วาระแห่งชาติ

 

การเลือกตั้งทั่วไปในวันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม พุทธศักราช 2550  เราหนังสือพิมพ์ดี(อินเทอเนต)มีค

ยินดีขอเสนอแด่ปวงชนชาวไทยทั่วประเทศ ในการพิจารณาเลือกตั้งดังต่อไปนี้

1.   เราเลือกคนเข้าไปทำงาน  ให้พิจารณาว่าเขาทำอะไรมาบ้าง  มีความสามารถทำอะไร และฟังคำพูดของเขาโดยฟังว่าเขาจะทำอะไร และทำอย่างไร  ถ้าเขาไม่ได้ตอบโดยชัดเจน เด็ดขาดว่าจะทำอะไรและทำอย่างไรแล้ว  อย่าเลือกเขาเลย  ประเทศชาติจะเสียเวลาเพราะเหตุที่เขาทำอะไรไม่เป็น   ถ้าแม้ขณะนี้เขายังไม่บอกเราเลยว่าจะทำอะไร  และทั้งไม่มีแนวคิดเลยว่าจะทำอย่างไร ใช้เทกนิกอะไร  จากไหน  เป็นลำดับขั้นตอนอย่างไร  แล้ว  ก็จงเมินเสียเถิด เลือกคนที่พูดอะไรไม่เป็นเลยแต่ทำได้ยังจะดีกว่า

2.    ระวังว่าอย่าเผลอไปคิดว่าจะมีคนดีบริสุทธิ์ 100%  แต่ควรจะดูว่า ประเด็นไหน  ประเทศชาติไทยมีปัญหาหลายอย่างที่คนดี ๆ มาก ๆ  ขนาดได้อย่างพระสงฆ์องค์เจ้าออกมา   ที่ดีมีศีลบริสุทธิ์    ก็กลับจะทำอะไรไม่ได้เลย  เพราะดีเกินไป  จึงควรพิจารณาเป็นประเด็นเรื่องราวปัญหา ๆ ไป  ในขณะนี้เราต้องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ  ต้องได้คนที่ตามทันชั้นเชิง เล่ห์เหลี่ยม กลโกงจากต่างประเทศ  การโกงภายในประเทศ    และการรู้จักค้าขาย รู้จักหาตลาด กล้าไปเหยียบแผ่นดินอื่นแม้ไกลโพ้นทะเลก็ไม่หวั่น  อย่างนั้น อย่าเลือกคนที่ค้าขายไม่เป็น   เรามีปัญหาโจรแบ่งแยกดินแดนภาคใต้และยาเสพติด    ก็ควรคิดดูความเป็นจริงบ้างว่าปัญหาชนิดนี้ใช่ว่าได้คนอ่อนโยนเหมือนสตรีแล้วจะแ ก้ไขได้    ในขณะเดียวกัน ปัญหาความเป็นธรรมในสังคม  จะแก้ด้วยความตึงตัง กร้าวแกร่ง  ย่อมพังทะลาย  ฯลฯ

3.     ในระหว่างคนที่พูดเก่ง  จงเลือกเอาคนที่ทำเก่ง   ที่มีผลงาน  

หวังว่าจะได้คนที่ถูกใจประชาชน  สวัสดี  .

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 รายงานการเลือกตั้ง2550

 

กกต.รายงานเวลา 22.00 น.เมื่อเสร็จการนับไป  93.11 %

                                            เขต  สัดส่วน   รวม

พลังประชาชน          194     80      228

ประชาธิปัตย์            133     33      166

ชาติไทย                  35       4        39

เพื่อแผ่นดิน             19        7        26   

รวมใจไทยชาติพัฒนา  9        1        10

มัชฌิมาธิปไตย          7        0          7    

ประชาราช                3                 4

 

 

 

รายงานผลการเลือกตั้ง2550 

รายงานการเลือกตั้ง2550

กกต.รายงานเมื่อ14.00น.25ธ.ค.2550

                             เขต  สัดส่วน   รวม

พลังประชาชน          199     34      233

ประชาธิปัตย์            132     33      165

ชาติไทย                  33       4        37

เพื่อแผ่นดิน              17       7        24   

รวมใจไทยชาติพัฒนา  8        1         9

มัชฌิมาธิปไตย          7        0         7    

ประชาราช                4                5

                           400       80     480

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 ข้อสังเกตเกี่ยวกับการเมืองไทย

วันเลือกตั้ง วันที่ 23 ธันวาคม 2550

เวลา20.30 น. นายสมัคร สุนทรเวช หน.พรรคพลังประชาชน ออกพบประชาชนและแถลงชัยชนะเป็นพรรคที่ได้คะแนนสูงเป็นอันดับ 1  ขณะนั้นคะแนนทิ้งห่างพรรคประชาธิปัตย์ประมาณ 62 คะแนน  นายสมัคร ขอบคุณประชาชน และขอบคุณ กกต. และเชิญชวนพรรคการเมืองทุกพรรคเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลใหม่กับพรรคพลังประชาชน

เวลา21.00 น.   นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  ออกพบประชาชน ขอบคุณประชาชน  และพูดถึงเรื่องที่นายสมัคร สุนทรเวชเชิญชวนพรรคต่าง ๆ เข้าร่วมรัฐบาล   ประเด็นที่เราให้ข้อสังเกตก็คือ  ท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่แสดงท่าทีที่ยอมรับในความพ่ายแพ้การเลือกตั้ง ซึ่งขณะนั้นก็ชัดเจนแล้ว และ ไม่แสดงความยินดีกับผู้ชนะ  ซึ่งนี้เป็นมารยาทและจริยาของนักการเมืองและนักสู้ทั้งหลาย  และก็ต้องเป็นขั้นตอนนี้ที่ต้องกล่าวคำว่า  “ยินดีด้วย”  “ผมยอมรับว่าพ่ายแพ้”    เหมือนนักกีฬาโดยเฉพาะนักมวยตอนชูมือผู้ชนะ นักมวยทั้งคู่ทั้งฝ่ายที่แพ้และฝ่ายชนะ ก็เข้ากอดกันแสดงสปิริต

ส่วนนายสุวิทย์ คุณกิตติ หน.พรรคเพื่อแผ่นดิน คนที่ประกาศก่อนเลือกตั้งว่าจะขอเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของอีสาน สอบตก พ่ายแก่พรรคพลังประชาชน ก็ไม่ได้แสดงจิตใจนักกีฬา-การเมือง  ไม่กล่าวว่ายอมรับความพ่ายแพ้  และยังมีอีกคนหนึ่งคือนายบรรหาร ศิลปอาชา หน.พรรคชาติไทย  นอกจากไม่แสดงความยินดีต่อผู้ชนะแล้ว ยังไปซุ่มวางแผนทางการเมือง และเริ่มท่าทีเชิงแก่งแย่งแข่งขัน  โดยไม่ชอบด้วยกติกา-มารยาททางการเมือง ที่ต้องรอก่อน ให้ฝ่ายที่มีความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาลจัดตั้งรัฐบาลเสียก่อน หากเขาตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ จึงค่อยเคลื่อนไหว นั่นจะดูสง่างาม และเป็นวินัยทางการเมืองที่ควรสรรเสริญ  แต่นายบรรหาร ศิลปะอาชา ประกาศออกมาก่อนแล้วว่าตนรวมกับพรรคเพื่อแผ่นดิน ของนายสุวิทย์ คุณกิตติ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว   ซึ่งดูแล้วทำให้การเมืองไทยดูไม่งดงาม และในเชิงมารยาทชาติผู้ดีไม่น่าทำเช่นนี้

 

 ในประเทศที่เขามีความก้าวหน้าทางการเมือง เขาจะต้องออกมาประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ และแสดงความยินดีต่อฝ่ายที่ชนะ โดยเปล่งวาจาออกมา  เพราะนั่นหมายถึงความเคารพในสถาบันประชาธิปไตยคือเคารพเสียงของประชาชนส่วนมากฝ่ายที่ชนะนั้นด้วย แล้วหลังจากนั้นก็ทำหน้าที่ของตนไปอย่างเต็มสติกำลัง ทั้งก็ร่วมมือกันทำประโยชน์แก่ประชาชน ประเทศไทยก็เห็นตัวอย่างที่ดีคราวเกิดสินามิ มีนายบิล คลินตั้น มาพร้อมกับนายยอร์ช บุช ผู้บิดา ซึ่งคนหนึ่งอยู่ฝ่ายค้าน อีกคนฝ่ายรัฐบาล เขาก็ร่วมมือกันได้ โดยมาในทีมเดียวกันเพื่อช่วยผู้ประสบภัยสินามิคราวนั้น(ซึ่งต่างจากประเทศไทย เพราะขณะนั้นพรรคฝ่ายค้านไม่ปรากฏมาร่วมมือกับฝ่ายรัฐบาล ร่วมกู้ภัยสินามิเลย) และมีตัวอย่างคราวเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคราวสุดท้าย ปี 2547 เห็นจากรายงานของโทรทัศน์ VOA ของอเมริกา และ BBC ของอังกฤษ นายจอห์น แครี เมื่อรู้ว่าแพ้แล้ว เขาถึงกับโทรศัพท์ไปบอก ยอร์ช บุช ให้ประกาศชัยชนะและปิดเกมส์ได้ BBC รายงานว่า “Kerry called Bush to concede election.”  แล้วเวลา 17.45 น.เวลาไทย แครี ก็ออกมาพบประชาชนและประกาศยอมรับความพ่ายแพ้  ครั้นเวลา ประมาณ 2 ทุ่ม บุช ก็ออกมาประกาศชัยชนะและขอบคุณประชาชน   ซึ่งดูแล้วการเมืองของเขาดูหนักแน่นด้วยสปิริตแห่งวัฒนธรรมการเมืองและดูสง่างามมาก เพราะสปิริตของนักการเมืองและสถาบันการเมือง นั่นเอง  แต่นักการเมืองไทย แม้คำว่า  ยินดีด้วย ก็ไม่มีใครเอ่ย  นี่แสดงถึงความไร้น้ำใจจริง ๆ   ถ้าเราไร้น้ำใจ ไร้มารยาททางการเมืองเช่นนี้ ก็หมายถึงการไร้จริยธรรมทางการเมือง และไร้วัฒนธรรมทางการเมืองอย่างตกต่ำสุดกู่อยู่  และการเมืองไทยจะเจริญก้าวหน้าไปอย่างไร จะหาความสง่างามได้อย่างไร ?    


  • สุไหง ปาดี  วิเคราะห์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 ASTV1 วันนี้ สนธิติดคุก

ที่ 25 ธ.ค.2550 วันคริสต์มาสที่ชาวไทยก็พลอยร่วมฉลองกับชาวคริสต์ทั่วโลก  มีเรื่องราว ทั้งข่าว และเรื่องการเมือง เรื่องซุชซิบต่าง ๆ ที่น่าสนใจก็คือเรื่องนายสนธิ ลิ้มทองกุล ถูกศาลพิพากษาให้จำคุก 3 ปี ไม่รอการลงอาญา แล้ว มีการพูดคุยกันทาง ASTV 1  นี้ ทั้งวันก็ว่าได้ มีแฟนของทีวีช่องนี้ส่งเอสเอ็มเอสเข้ามาให้กำลังใจนายสนธิ ต่าง ๆ เช่น “ขอให้คนที่ดำเนินคดีกับคนดีวินาสน์ไป”  “นี่หรือคือรางวัลของการทำความดีของสนธิลิ้มและพล.อ.สะพรั่ง”  “ทำดีได้ชั่ว ทำชั่วได้ดี”  “คุณสนธิสู้โว้ย” “ทักษิณหมิ่นเบื้องสูง ชัดกว่า ยังลอยนวล”  “อยากทราบชื่อผู้พิพากษาชื่อไรกันบ้าง”  “สนธิหยุดเถิดเราสงสารคุณ”  เป็นต้น นายสนธิเอง(คงลาสิกขามา)บอกว่า คนก็เป็นเช่นนี้ เคยสัญญากัน ไม่นานเปลี่ยนไปเสียแล้ว จะอุทธรณ์และฎีกาไปตามลำดับ บอกให้เข้าไปดูเวบ Manager.co.th แต่เข้าไปดูแล้วไม่มีรายละเอียด เป็นการรายงานข่าวที่ไม่สมบูรณ์(เราก๊อปปี้มาไว้ที่นี่ทั้งหมดหากอยากดูโปรดคลิกที่นี่) ที่น่าแปลกใจเพราะไม่มีรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับใดเลย ทั้งโทรทัศน์และวิทยุก็ไม่ออกข่าวนายสนธิ ลิ้มทองกุลเลย หรือว่าทุกคนลืมเขาเสียแล้ว  หลังการเลือกตั้ง 23 ธ.ค.2550 ไปวันหนึ่งสองวัน ช่อง ASTV1ได้ยกป้าย  “เอาประเทศไทยของเราคืนมา”  ขึ้นขึงข้างหลัง เติมศักดิ์ จารุปราณ ผู้รายงานข่าว  มาวันนี้ไม่ปรากฏ ในวันนี้ ASTV1 ดูเครียด แล้วมีผู้จัดรายการคนหนึ่งยังทำท่าเครียดอีกด้วย  เช่นทำท่าขมึงทึง ทำสายตาดุเอากับผู้ชมที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อีกด้วย ประสาทหรือเปล่า?    

 

  • สุไหง ปาดี วิเคราะห์
    /25ธ.ค.2550

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 ผลการเลือกตั้งเป็นเจตนารมณ์ของอีสาน

 

เรียน บก.นสพ.ดี  ขอโอกาสผมสักหน่อยครับ

ผมเป็นชาวอีสานใต้  ที่ผมอยากพูดวันนี้ก็มีเหตุมาจากการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 นั่นเอง  ผมอยากจะขอร้องนักการเมือง โดยเฉพาะนักวิชาการที่มีความรู้ทางรัฐศาสตร์ ได้ปริญญาเอกบ้าง ได้เป็นศาสตราจารย์บ้าง ที่มาสนทนากันทางโทรทัศน์ในระยะนี้  ว่า  อย่าได้ประนามคนอิสานว่าเลือกผู้แทนไม่เป็น ไม่ดี ไม่มีความรู้ อย่างนั้นอย่างนี้เลย  คนอีสานใช่ว่าจะไม่มีสติปัญญา  เรายอมรับในความยากจนที่ท่านดูหมิ่น แต่นี่คือสัจธรรม ถึงเป็นคนยากจนเพียงไหนเขาก็เป็นคนผู้มีสิทธิในการปกครองคนหนึ่ง อย่างเต็มที่ ตามหลักการประชาธิปไตยที่ชาวไทยทั้งชาติต้องการ  ท่านอาจารย์-ศาสตราจารย์ที่พูดคุยกันจะไม่เข้าใจหรือว่า หลักประชาธิปไตยคือหลักที่เรารับรองสิทธิของประชาชน ไม่จำกัดชั้นวรรณณะ  ให้มีสิทธิมีเสียงทางการปกครองเสมอกัน เพราะเราเชื่อในหลักการปกครองว่า สองหัวดีกว่าหัวเดียว  คนทั้งแผ่นดินดีกว่าคน ๆ เดียว คนกลุ่มหนึ่ง   

 

ขอโทษเถิด ผมฟัง ๆ พวกท่านพูดคุยกันในระยะนี้แล้ว  ออกท่าทีชัดเจนเหลือเกินที่เหยียดหยามคนอีสานว่าเป็นคนโง่เง่าเต่าตุ่น เลือกผู้แทนไม่เป็น เห็นแก่เงิน เห็นแก่อามิสสินจ้างไปทั้งสิ้น  แล้วมีการเปรียบเปรยเปรียบเทียบว่าคนกรุงเทพเลือกผู้แทนได้ดี   ท้าวความหลังมาเยาะเย้ยถากถางอยู่เป็นประจำว่าคนอีสานที่โง่เขลาเลือกรัฐบาลที่โง่เขลา  มาให้คนกรุงเทพไล่ และล้มรัฐบาล  ท่านพูดอย่างกับว่า  คนกรุงเทพเป็นพลเมืองชั้น 1  คนใต้เป็นพลเมืองชั้น 2  ส่วนพลเมืองอีสานเป็นพลเมืองชั้น 3  นั้นมันไม่ถูกต้อง  ถ้าอย่างนั้นทำไมท่านไม่ตั้งกรุงเทพเป็นประเทศกรุงเทพ  และ3จังหวัดภาคใต้ก็ให้เขาตั้งประเทศของเขา  และผมก็จะตั้งอีสานของผมเป็นประเทศอีสาน  การที่ท่านเป็นถึงนักการเมือง และนักวิชาการนั้น  ท่านไม่น่าจะมีทัศนะการมองออกมาเช่นนี้เลย  เพราะทำให้เกิดความบาดหมาง  เป็นวาทะที่เสียดแทงจิตใจก่อเกิดความแตกสามัคคีที่ยิ่งใหญ่ของคนในชาติ  ท่านเป็นถึงศาสตราจารย์  มีการศึกษาสูง ๆ จะไม่รู้เลยหรือว่า  การดูหมิ่นน้ำใจคนนั้นเป็นสิ่งต้องห้ามทางวาทะ แล้วท่านจะเป็นนักการเมืองผู้ชนะใจประชาชนได้อย่างไร 

 

และที่สำคัญท่านพูดไม่ถูกหลักการของประชาธิปไตย  อย่าหาว่าผมดูถูกเลย ท่านวิเคราะห์การเมืองอย่างนี้  เท่ากับไม่รู้เรื่องของประชาธิปไตยเลย  สู้ผมคนบ้านนอกบ้านนาอย่างผมไม่ได้  ไม่น่าอยู่กินเงินเดือนภาษีอากรของประชาชนเลย   ฉะนั้นหวังว่าจะได้หยุดพูดเรื่องที่ไม่ถูกต้องและดูหมิ่นดูแคลนกันเช่นนี้  ท่านที่ยังไม่ประสบความสำเร็จในอีสาน น่าจะมองสำรวจข้อด้อยของตนเองให้ดี  และอย่างหนึ่งที่ผมจะบอกให้ก็คือท่านยังไม่เข้าใจคนอีสาน ท่านยังเข้าไม่ถึงเส้นเลือดและวัฒนธรรมอีสานอันกว้างใหญ่  ถ้าท่านยังอ่อนด้อยอยู่เช่นนี้ตราบใดท่านก็จะไม่อาจจะประสบความสำเร็จทางการเมืองในอีสานไปตราบนั้น อย่างแน่นอน  จงทำให้สถาบันของท่านมีศักดิ์ศรีหน่อยเถิด ไม่ว่าสถาบันพรรคการเมือง หรือสถาบันทางวิชาการก็ตาม    และเลือดของอีสานนั้น คือเจตนารมณ์ของอีสาน  และเลือดของอีสานก็แรงไม่เบานะจะบอกให้. 

 

  • จาก บัวระย้า ชบาบุญเสฏฐ์
    /
    26 ธ.ค.2550

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 King's Cup Report  Thailand : Iraq     1:0

รายงานฟุตบอล  King's Cup   ไทย : อิรัค      1:0     

ครึ่งแรก  6นาทีผ่านอิรัคยิงไป4ครั้งแต่ไม่เข้า ไทยยังไม่ได้ยิงสักทีไทยหวิดได้ลูกนาทีที่ 12 ไทยเริ่มบุก 14นาทียัง0:0  ไทยยิงตรงนาทีที่16 ประตูอิรัคไม่พลาด    2  นาทีต่อมาอิรัคกลิ้งกลางสนาม2คน เกมส์หยุด    อาเหม็ด ซาลา เจ็บ     นาทีที่20 เล่นต่อ  นาทีที่21.35อิรัคเกือบได้ลูก     หวาดเสียวมาก    อิรัคบุกต่อเนื่อง ยิงอีก ผ่านขอบประตูไป อิรัคโหม่งอีก ออกหลัง   หลุดกรอบไปเยอะเลย   ไทยบุกนาทีที่27 หลุดเดี่ยวไปล้ำหน้า  ไทยบุก ยิง เกือบ บอลกระดอน ปัดออกได้     นาทีที่30อิรัคเตะตัด ฟาวล์   ไทยโหม่ง ออกนอกกรอบไกลไปหน่อย   ผ่าน 32 นาทียังเสมอ    อาเหม็ดซาลา เลี้ยงเข้าถึงหน้าประตู เกือบได้ยิง    ได้เตะมุม   โกสินรับไว้ได้      ไทยยิง  แต่ไม่แรง   เขารับได้   อิรัคมาอีก ยิง  เกือบไป   เตะมุม        เกือบเสียประตู      เตะมุมอีกที    ยังไม่ไปไหน   นาทีที่ 39  เตะมุมอีก   โกสินคว้าได้   เข้า5นาทีสุดท้าย อิรัคบุกน่ากลัวกว่า  นาทีที่ 41  อิรัคถอยไปจุก ไทยหวิดได้ยิง     ไทยบุกอีก  ได้เตะมุม กดดันอิรัค    ไทยโหม่ง ไม่ตรงกรอบ หวิดไปนิดเดียว    หนักในเกมส์ทั้งไทยอิรัค ซัดกันแหลก     อิรัคเข้าข้างหลัง ฟาวล์ นาทีที่ 44    อีกนาทีเดียวก่อนทดเวลา     สราวุธ โดนเกี่ยวได้ลูกโทษ   ในระยะหวังผล   ยิง   ได้ลุ้น แต่บอลกระเด็นกลับออกมา    อิรัคทุ่มไปหน้าโกล  หมดเวลาครึ่งแรก  คิงส์คับครั้งที่ 38 

ครึ่งหลังเริ่มเวลา 1920 น.     ถ้าเสมอไม่มีต่อเวลาดวลจุดโทษกันเลย   ครั้งที่แล้วไทยเป็นแชมป์ ขณะนี้ไทยป้องกันแชมป์  อิรัคเป็นครั้งแรกที่เข้าชิง   นาทีที่ 45.45 อิรัคบุกทางขวา     มาอีก  ไทยเตะทิ้ง    อิรัคยิงเข้า  ล้ำหน้า    คนถือธงยกก่อนแล้ว   เกือบไป   อิรัคประท้วง ผู้ตัดสินส่าย ยืนยัน    อิรัคบุกขวาอีก เตะลอดขา  แล้วออกหลังไป  นาทีที่50อิรัคลุยมาทางซ้าย     ลูกออก  อิรัคทุ่ม   มาหน้าประตู   อิรัคเล่นเร็ว     แล้วยิงไกล จากกลางสนาม ไม่ตรงกรอบ    อิรัคบุกมาอีก ยิง  ออกหลังไป   ไทยบุกทางซ้าย  นาทีที่56 ยังเสมอ   ไทยบุก บอลแฉลบ ได้เตะมุม นาทีที่ 56  ไทยยิง 18 หลา ติดประตู   อิรัคพาลูกมาทางซ้าย  ออก     มาอีก สวย  แต่ไทยสะกัด  ไทยบุก นาทีที่61อิรัคนอนยาวคนหนึ่งกลางสนาม   เอาเปลมาหามออกไป   เริ่มใหม่    อาเหม็ดซาลาฟาวล์   แบมือให้กรรมการ    นาที63 ไทยได้จุดโทษ อิรัคเสียบหน้าประตู     ลูกโทษไทย  ระยะหวังผล ยิง   เข้าไปแล้วอย่างสวยงาม  ณรงค์ชัย วชิรปาณ  นาที่ต่อมา นิเวศเจ็บ    แล้วอิรัคทุ่ม   หามออกไป   ไทยเจ็บอยู่   นาที 69 ยัง 0-1   ไทยบุก  อิรัคเข้าข้างหลัง ใบเหลือง   นิเวศมาแล้ว ครบ 12     อิรัคฟาวล์ใบเหลืองอีก  เล่นแรงทีเดียว     อิรัคบุกทางซ้าย ไทยฟาวล์   ไทย-อิรัค เปลี่ยนตัวข้างละคน  อิรัคยิง   ไม่ได้ประตู   ไทยได้ใบเหลือง   เหลือ16นาทีไทยได้1ประตู นำ   ไทยบุก   อิรัคล้มไปอีกได้ฟาวล์   ยิง    ธีรเทพเปิดปุ่มใบเหลือง  อิรัคฟรีคิก  ยิง     กันได้  อีกที  ลูกออกหลังไป    อีก13นาทีหมดเวลา ไทยนำ1ต่อ0    อาเหม็ดซาลาได้ใบเหลือง  ฐานกะแทกข้างหลัง    อิรัคออกข้างนาทีที่79   ไทยโหม่งไปเสาแรก อย่างหวาดเสียว ออกไปนิดเดียว      อิรัคเปลี่ยนตัว   นาทีที่80 แล้ว   ไทยยิง35หลา เกือบไป  เข้ามือประตู     อิรัคพาลูกมายิง โกสินชกออกไป  เปลี่ยนธีรเทพออก   8นาทีสุดท้าย  แล้ว   อิรัคบุกหนัก  แต่ไม่แม่นยำไทยโหม่งออกข้าง     อิรัคเตะพับในไทย  ล้มกลิ้ง     ไทยบุก  อิรัคบุก ผลัดกัน    เหลือ4นาทีหมดเวลา  อิรัคบุกหนัก     ยิงเข้ามือโกสิน  ได้ลุ้นเลย    เหลือ2นาทีแล้ว       ไทยบุกหนัก    แล้วหมดเวลา  รอทดเวลาอิรัคได้เตะมุม      ออกมาแล้วไทยเตะออก อิรัคฟาวล์    มาอีก แรง  ฟาวล์   ไทยเตะไป   ไม่ถึงครึ่งนาที     หมดเวลา   ไทยชนะ  1:0 ไทยได้แชมป์สมัยที่13

  • เอ็ม1  รายงาน 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 บทกวีอำนวยพรวันปีใหม่

ผู้ขุนเลี้ยงแผ่นดิน

 

ให้วันใหม่ใจใสสว่างจ้า  

ธรรมคู่หล้าควรด้วยจักสวยสม

มีเมตตาอาวรณ์ผ่อนอารมณ์

ศีลงามสมสามเณรพุทธสุดเรืองรอง

 

ธรรมนั้นล้ำน้ำค่ากว่าทวยทรัพย์

มิอาจนับคณนาค่าทั้งผอง

เปรียบแสงฟ้าผ่องใสลำใยยอง

ที่ลาดส่องคลองสวรรค์อันปรานี

 

ประพฤติพร้อมจริยาวิชาครบ

ช่างน่านบนรนาถชาตินรสีห์

นี่แหละหนอหน่อเนื้อเชื้อความดี

ผู้ขุนเลี้ยงแผ่นดินนี้นิรันดร 

 

โดย เปาฉือยุ่น

(..จำเริญ ศรีบุญเรือง).๑ ร..วัดมหาพุทธารามวิทยา

อ่านบทกวีอำนวยพรเพิ่มเติมคลิกที่นี่>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เวบไซท์นี้ http://www.newworldbelieve.net มีข้อมูลพื้นฐานจากหนังสือพิมพ์ดี:วิเคราะห์ข่าวในวงการเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดและสหธรรมิก ออกโดยมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร) มี พระพยับ ปญฺญาธโร เป็นบรรณาธิการ และเป็น webmasterสำนักงานตั้งอยู่ที่ วัดมหาพุทธาราม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ 33000 ขณะนี้หนังสือพิมพ์ดีมีอายุทำการมา 11 ปีแล้ว มีเรื่องสำคัญคือการวิเคราะห์สังคมทั้งระบบด้วยแนวภูมิปัญญาและวิสัยทัศน์แห่งตาธรรมะในพระพุทธศาสนาเพื่อนำสังคมไปสู่ความดีงามและรอดปลอดภัยจากสถานการณ์เลวร้ายยุคนี้