dot
dot dot
dot
พระพุทธเจ้า
dot
bulletบทศึกษาพิเศษ:พระพุทธเจ้า ศึกษาจากวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรนแปล เช้า- เย็น
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรแปล เช้า-เย็น อัพเดต
dot
พุทโธโลยี
dot
bulletสมาคมศิษย์หลวงปู่เครื่อง จัดประกวดเรียงความออนไลน์มัธยมศึกษาในวันวิสาขบูชา คลิกดูรายละเอียดและรางวัลที่นี่
dot
ชมรมยุวพุทโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
dot
bulletThe Beginning ความเป็นมาของโครงการชมรมยุวพุโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
bulletChart Showing the Process
dot
บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี พ.ศ.2540 - 2559
dot
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี 1
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี 2
dot
To The World
dot
bulletENGLISH
bulletUSA
bulletChina
bulletIndia
bullet Mynmar
bullet Cambodia
bullet Loas
bulletSri Lanka
bulletMalaysia
bulletKorea
bulletThe Truth Of Red Thailand 12-14 April 2009
bulletFrom red shirt survivor person
bulletA Sharp Turn of Believes : Iresearch Iwrite Iread
dot
โหราศาสตร์ [updateใหม่สุด]
dot
bullet สารบาญโหราศาสตร์ คำพยากรณ์ นักการเมือง และคนสำคัญของแผ่นดิน
bulletดวงชะตาประเทศไทย พยากรณ์ว่าประชาชนจะอดอยากยากจนและเผชิญภับพิบัติ 4 ประการ
bulletให้คำพยากรณ์นักธุรกิจชาวอังกฤษ
bulletอยากรู้เรื่องโหราศาสตร์ คลิก!
dot
Buddhism How? บันทึกของนักปฏิบัติธรรมผู้ถวายชีวิตพิศูจน์สัจธรรมพุทธให้รู้แจ้งเห็นจริงถึงระดับมรรคผลนิพพานแท้
dot
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 1
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 2
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 3
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 4
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 5
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 6
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 7
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 8
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 9
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 10
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 11
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 12
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 13
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 14
bulletMystery Report 15
bulletMystery Report 16
bulletMystery Report 17
bulletMystery Report 18
bulletMystery Report 19
bulletMystery Report 20
bulletMystery Report 21
bulletMystery Report 22
bulletMystery Report 23
bulletMystery Report 24
bulletMystery World Report 25
dot
เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว วิเคราะห์ทุกปัญหาในโลกมนุษย์ด้วยสติปัญญาและเหตุผลวิทยาศาสตร์
dot
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2536
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2537
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2538
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2539
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2540
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2541
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2542
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2543-2545
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2545-2549
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2549-2550
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2550-ส.ค.2551
bulletเฝ้าดูฯ ส.ค.-ก.ย.2551
bulletเฝ้าดูฯ ก.ย.2551- ธ.ค. 2551
dot
เฝ้าดูฯสำนวนพัชรา กอปรทศธรรม
dot
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 16-27
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 29
bulletบทความใหม่ เม.ย.-พ.ค.2552
bulletพุทธธรรมเพื่อทางดับทุกข์
bulletทฤษฎีการดับทุกข์ทางจิต วิปัสสนากรรมฐานโดยการทำงาน(สำนวนปรับปรุงใหม่)
bulletประวัติพัชรา กอปรทศธรรม
bulletประวัติการต่อสู้เพื่อการดับทุกข์ ของพัชรา กอปรทศธรรม
bulletนิทานธรรมะประยุกต์ มานุสสาสุระสงคราม 4 ภาค และอื่น ๆ
bulletอัลบั้มรูป ภาพในอดีตและชีวประวัติศาสตร์ที่สวยงาม
bulletจากเวบบอร์ด พูดกันไม่รู้เรื่อง ประชาธิปไตยล้าหลัง
bulletศาสนาสากล การวิเคราะห์ความหมาย
bulletปลอบใจ
dot
รวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์ แนวปฏิรูปคณะสงฆ์อยู่ในบทวิเคราะห์นี้แล้ว
dot
bulletรวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
สากลจักรวาล สากลศาสนา แนวคิดศาสนาสำหรับคนยุคใหม่
dot
bulletสากล...ศาสนา 1
bulletสากล...ศาสนา 2
bulletสากล...ศาสนา 3
bulletสากล...ศาสนา 4
bulletสากล...ศาสนา 5
bulletสากล...ศาสนา 6
bulletสากล...ศาสนา 7
bulletสากล...ศาสนา 9
bulletสากล...ศาสนา 8
bulletสากล...ศาสนา 10
bulletสากล...ศาสนา 11
bulletสากล...ศาสนา 12
bulletสากล...ศาสนา 13
bulletสากล...ศาสนา 14
bulletสากล...ศาสนา 16
dot
ส่วนข้อมูลสำคัญเพื่อการวิจัยการเมืองไทยยุค คมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
dot
bulletข้อมูลสำคัญยุคคมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่1/26ส.ค.2551
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่2/27ส.ค.2551
bulletใบปลิว อีเมล์ ในหลวงทรงร้องไห้
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 1
bulletในหลวงเพิ่งทราบข่าวฆ่าประชาชน10เมย.53ทรงร้องไห้
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
รวมข่าวม็อบการเมืองสนธิ-จำลอง-ปชป.มิ.ย.51-เม.ย.52 นสพ.
dot
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 2
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 3
bulletรวมข่าวม็อบ30มิ.ย.51-23มี.ค.52
bulletเลือดศรีสะเกษบันทึกเรื่องราวรอบด้านเกี่ยวกับเขาพระวิหาร
dot
การโฆษณาชวนเชื่อล้มรัฐบาลทักษิณ
dot
bulletรายงานการโฆษณาชวนเชื่อในประเทศไทยที่ล้มล้างรัฐบาลทักษิณ
dot
หนังสือพิมพ์ดี ของฟรีให้เปล่ามา20ปีแล้วทั้งเอกสารและอินเทอเนท
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต ) เล่ม 1 - 44 - ล่าสุด
bulletหน้าที่เก็บไว้
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 1
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 3
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 4
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 5
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 6
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 7
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 8
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 9
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 10
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 11
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 12
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 13
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 14
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 15
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 16
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 17
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 18
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 19
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 20
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 21
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 22
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 23
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 24
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 25
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 26
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 27
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 28
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 29
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 30
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 31
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 32
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 33
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 34
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 35
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 36
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 37
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 38
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 39
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 40
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 41
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 42
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 43
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 44
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 45
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 46
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 47
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 48
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 49
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 50
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 51
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 52
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 53
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 54
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 55
bulletมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร)
bulletวัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ บันทึกเหตุการณ์
bulletสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษแห่งที่ 1
bulletเกี่ยวกับเวบไซต์ของเรา เราทำเพื่อปัญญาชนโดยแท้
bulletรวมกระทู้เด็ดจากกระดานถามตอบ
bulletคาถาอาคมไสยศาสตร์
bulletกวีนิพนธ์ใหม่
bulletศูนย์ปฏิญญาณละเลิกอบายมุข บัญชีที่1-3


ศึกษาโลกลี้ลับภาค 5 article


 

 

ศึกษา

โลกลี้ลับ

ภาค 5

 

 

 

 

 

 

 

 

โลกลี้ลับ (5)

ภาค 5

ติดตามพระวิปัสสนาจารย์ พระธุดงค์ และพระกัมมัฏฐานยุคใหม่

 

 

รายงานฉบับที่ 2

 

วัดมหาพุทธาราม   อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ       33000

         15         มิถุนายน  2549

เรื่อง                   โครงการฝึกอบรมพระวิปัสสนาจารย์คณะสงฆ์ภาค 10 ประจำปี 2549

เรียน                   เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ

สิ่งที่ส่งมาด้วย    รายงานฉบับที่ 2

 

                        ด้วยการเดินทางธุดงค์ของกระผม ช่วงที่ 2 ระหว่างการฝึกอบรมตามโครงการฝึกอบรม     พระวิปัสสนาจารย์คณะสงฆ์ภาค 10 ประจำปี 2549  รุ่นที่ 1 นั้น  กระผมได้เดินทางเข้าศูนย์การคณะฯ ก่อนเพื่อรับวุฒิบัตรผู้ผ่านการฝึกอบรม    แล้วแวะไปพำนักฝึก       พระกรรมฐานในส่วนการปฏิบัติด้วยตนเอง ณ สุสานสุขาวดี ของมูลนิธิศรีสะเกษสงเคราะห์  ตำบลโพธิ์ อำเภอเมืองศรีสะเกษ  จังหวัด     ศรีสะเกษ ที่อ้างในรายงานฉบับที่ 1 แล้วนั้น 

ช่วงที่ 2 นี้ กระผมได้พำนักปฏิบัติพระกรรมฐานอยู่ระหว่างวันที่ 8-14 มิถุนายน  2549 

                        บัดนี้ กระผมได้เสร็จสิ้นการปฏิบัติธรรมกรรมฐานในสุสานดังกล่าวแล้ว  จึงขอเสนอรายงานช่วงที่พำนักอยู่สุสานสุขาวดี  ตามรายงานฉบับที่ 2 ที่แนบมาพร้อมนี้  อนึ่งกระผมได้นำรายงานนี้ออกทางเวบไซท์  www.newworldbelieve.com  ด้วยแล้ว

อีกประการหนึ่ง  รายงานทั้งฉบับที่ 1 และฉบับที่ 2 นี้  ยังจะเป็นหลักฐานข้อมูลเฉพาะของงานวิจัยโดยตรงตามโครงการ  “โครงร่างงานวิจัยระบบทั้งหมดของพระพุทธศาสนายุคปัจจุบัน”  ที่กระผมได้นำเสนอที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งโลก (มพล.)  ในการประชุมสัมนาผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งโลก ณ อาคารองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก(พสล.)  เมื่อ 9 ธ.ค. 2546 อีกด้วย   จึงขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้ด้วย

 

กราบเรียนมาด้วยความเคารพ

 

(พระพยับ ปญฺญาธโร)

ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม        

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โลกลี้ลับ (5)

ภาค 5

ติดตามพระวิปัสสนาจารย์ พระธุดงค์ และพระกัมมัฏฐานยุคใหม่

 

 

 

 

ภาค  5   การเดินทางและธุดงค์ภาค 2

 

 

ภายหลังการฝึกอบรม พระพยับ ปญฺญาธโร  ได้รับการนัดหมายจากศูนย์การคณะสงฆ์ภาค 10 ให้เดินทางไปรับวุฒิบัตรแสดงว่าได้รับการฝึกอบรมตามหลักสูตรแล้ว  ณ ศูนย์การคณะสงฆ์ภาค 10 บ้านสร้างมิ่ง หมู่ 13 ตำบล หนองเมือง  อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี

 

ต่อไปนี้เป็นบันทึกการเดินทาง

 

 

อุปกรณ์มีดังนี้ 

 

1.    ย่ามถือปกติ   1  ใบ

2.    ย่ามใหญ่พิเศษกันฝน 1 ใบ

3.    บาตรมีสลุปและสายสะพาย 1  ใบ

4.    กลดหุบสวมอยู่ในถุงมีสายสะพาย 1 หลัง

 

ทั้งหมด น.น.ประมาณ  5- 7 ก.ก.

 

ตามบันทึกระหว่างการเดินทาง ต่อไปนี้

 

 

8  มิ.ย. 2549

 

เราเตรียมตัวตั้งแต่วานนี้.   ที่มีเพื่อนโทรศัพท์ไปแจ้งการเลื่อนเวลาเข้ามาก่อนกำหนด 1 วัน เป็นวันที่ 9 มิ.ย. 2549  วันรับวุฒิบัตรวิปัสสนาจารย์ รับพร้อมกันกับรุ่นที่ 2

 

 

0700 น. 

 

ออกเดินทาง  แวะคุยกับเจ้าอาวาส พระศรีธรรมนาถมุนีเรื่องนี้ แล้วบอกลาไป  ว่าจะแวะพักที่สุสานอุบลฯก่อนคืนหนึ่ง จึงจะเข้าศูนย์  ที่วัดมหาพุทธารามเพิ่งเปิดอบรมสามเณรเฉลิมพระเกียรติจำนวน 80 รูป ออกบิณฑบาตเช้านี้เป็นครั้งแรก

 

หลายอย่างยังไม่ลงตัว  จึงดูวุ่นวาย

 

เราเดินไปสถานีขนส่ง พบโยม ล้วนแต่ได้ข่าวเราเดินธุดงค์

 

ต่างสรรเสริญมากมาย  ทำให้เห็นค่านิยมของคนทั้งหลายอยู่ว่า พระปฏิบัติทางธุดงค์กรรมฐานยังกุมหัวใจคนทั้งหลายอยู่ตลอดไป

 

เช่นคำว่า  “ในวัดพระโตก็เห็นมีแต่ท่านรูปเดียวนี่แหละ”

 

เดินไปช้า ๆ พยายามว่าการเดินเป็นเรื่องธรรมชาติ  คือภาพพระธุดงค์ แบกกลดอย่างนี้ สะพายย่ามอย่างนี้  ควรเป็นภาพธรรมดา  ตามถนนหนทาง  ตามป่าเขาลำเนาไพร  ป่าช้า  แม้ในสถานีขนส่ง  สถานีรถไฟ  หรือท่าอากาศยานที่หรูหราก็ตาม

 

 

กลิ่นซากศพประหลาดที่ฮ่วยเซย

10.00 น.

 

ถึงอุบลราชธานี  สถานีขนส่งอุบลราชธานี

เข้าสุสาน  แล้วออกมาว่าจะไปศูนย์อินเทอเนตความเร็วสูง   เห็นใกล้เพลก็แวะฉันก่อน  เคยถามข้อมูลไว้จากคนขับรถสองแถวว่า การฉันของพระในร้านอาหารที่นี่ มีแนวปฏิบัติอย่างไร  ได้ข้อมูลไว้แล้ว

 

ทีแรกว่าจะเข้าศูนย์อินเทอเนตก่อน  แต่ดูเวลา กลัวจะฉุกละหุก  ไม่อยากให้เกิดสภาวะรีบแร่ง

 

จึงกลับไปฮ่วยเซย

 

เรากำลังอยู่ในสปิริตของนักปฏิบัติอย่างแรงและต่อเนื่อง

 

ขนสัมภาระออกไปท้ายสุสาน

เลือกได้ที่คิดว่าเหมาะแล้ว

ใต้ต้นคูณสามง่ามต้นหนึ่ง  ตรงมุมข้างตะวันออกเฉียงใต้  ติดกับฮวงซุ้ยใหญ่ของสุสาน

 

จัดแจงเรียบร้อยแล้ว  ไปสรงน้ำ ฯลฯ

 

 

 

 

9  มิ.ย. 2549  (ศุกร)

 

02.00 น.

 

ตื่น   ได้กลิ่นน่าสะอิดสะเอียน เพราะลมเปลี่ยนทิศ

 

ระลึกได้ว่า ก่อนตื่นขึ้นมากลางดึก นิมิตรเห็นซากโครงกระดูก 2 ซาก ซากหนึ่งสูงซากหนึ่งต่ำ มายืนมองดูเราอยู่แต่ไกล  ๆ ไม่เข้ามาใกล้   ออกท่าทางหม่นหมองไม่สบาย แต่เราไม่เอาใจใส่

 

พบว่าบริเวณนั้นมีหลุมขนาดลึกบ้าง ตื้นบ้างหลายหลุม  หลุมหนึ่งค่อนข้างใหญ่กว่าเพื่อน อยู่ด้านหัวนอนของเรานั่นเอง  กลิ่นมาจากหลุมนั้น

 

และบริเวณที่เรานอนนั้น น่าเป็นที่จัดการเศษศพ แล้วหญ้าขึ้นคลุมจนเราไม่ทันสังเกต  กลิ่นจึงเหียนหืนขึ้นยามลมสงบ

 

เราตัดสินใจเก็บข้าวของ  รื้อแค้มป์อย่างช้า ๆ รอเวลา  กะว่าเสร็จก่อนตี 4 จะได้ออกไปจากสุสาน

 

ไปที่ศาลาเก็บศพ    เงียบ!!!

นั่งพักบนเก้าอี้หิน มองไปในสุสาน

 

04.30 น.

 

ออกเดินทางจากสุสานไปสถานีขนส่ง

 

พบเพื่อนพระวิปัสสนาจารย์รุ่น 1 รูปหนึ่ง จะไปศูนย์ด้วยกัน มีกลดและย่ามเหมือนกัน  มาจากทับกวาง

 

เล่าว่าที่ทับกวางเป็นสถานปฏิบัติธรรมที่มีประสบการณ์ ชำนาญมาก  มีญาติโยมจากในเมืองรวย ๆ ไปพักฝึกปฏิบัติแบบเดียวกับที่ศูนย์ภาคฝึก  แต่อาจารย์ท่านชำนาญ เชี่ยวชาญทั้งการอ่านอารมณ์กรรมฐานได้เฉียบชัดมาก   เล่าเรื่องการเอาเลขเบอร์  ว่ามีอาจารย์บางท่านบอกเบอร์แม่น  ท่านนั่งทำสมาธิ   นั่งทั้งวันทั้งคืนจึงได้เลขเด็ด ๆ  ถูกกันทั้งหมู่บ้านก็มี  การทำสมาธิเอาเลขต้องใช้ความเพียรมาก  แต่ก็ไม่ทราบว่าเบอร์มาอย่างไร


 

 

เอาละ  เรารู้วิธีเอาเบอร์ไปอีกวิธีหนึ่งแล้ว ซึ่งไม่น่าจะเหลือวิสัยของเราเลย

 

 

06.00 น.

 

มาถึงศูนย์  กำลังสังเกตว่า  ขณะนั่งรถมาเข้าเขต กม.42 แล้ว ยังเห็นชัดเจนว่า  ตะวันออกเป็นตะวันออก  ตะวันตกเป็นตะวันตกอยู่

 

และนึกภาพชัดเจนว่าศูนย์ภาคอยู่ฝั่งตะวันตก ตะวันที่กำลังขึ้นอยู่ทางตะวันออก

 

พอลงจากรถบัส

ก็เห็นอยู่เช่นนั้น

 

แล้วพอเข้าประตูมา เผลอไปหน่อยเดียว  ทิศกลับกันอีกแล้ว

 

นี่คือความหมายอะไรสำหรับเราหนอ!!!!!

 

 

08.40 น.

 

ขณะนั่งบันทึกนี้ เราปักกลดละแวกป่าที่เดิม ยังเห็นหลักไม้ไผ่ที่ใช้ปักเป็นสีมาเขตกัมมัฏฐานเด็ดขาดคราวก่อนที่มัดรวมทิ้งไว้อยู่  ที่หลักค้ำยันราวเชือกตากจีวร ทำด้วยแขนงไม้มัดด้วยเถาวัลย์ต่อกันสามสี่ช่วงไม้ มีพวงมาลัยดอกไม้คล้องบูชาอยู่

ทางศูนย์ให้รถมาเกรดตรงป่านี้ไปบ้างแล้ว  จึงดูสะอาดสะอ้านขึ้น

 

เรารอคอยเวลาฉัน  และขณะนี้เราหันหน้าไปสู่สระใหญ่มีรถแมกโกรอยู่ 1 คันทำงานอยู่

หันหลังให้อาคารศูนย์ฯ

 

เรารู้สึกอย่างจริงจังว่าด้านสระนั้นเป็นทิศเหนือ  ด้านอาคารศูนย์ฯเป็นทิศใต้

ขวามือก็เป็นตะวันออก  ซ้ายมือเป็นตะวันตก

 

ขณะนี้ตะวันขึ้นทางซ้ายมือของเรา

 

ตะวันขึ้นทางตะวันตก

 

เราเห็นและรู้สึกอย่างนี้

เห็นว่ามันขึ้นทางตะวันตก

แต่จริง ๆ มันขึ้นทางตะวันออก

 

เรากลับความจริงเรื่องทิศไปทั้งหมด

เพราะตะวันขึ้นทางตะวันตก และจะตกทางตะวันออก

มันเป็นเพียงความรู้สึกเท่านั้นเองก็จริง  แต่ทำไมจึงกลับไปมองตรงความจริงไม่ได้

 

หรือว่า  “โลกเป็นสิ่งหลอกลวง  เหมือนพยับแดด”

 

แม้แต่ผ้าปูก็ติดกลิ่นป่าช้ามา

ก็เลยซักตาก

ตากกลด ตากจีวร ตากทุกอย่าง

 

 

เรารู้สึกพอใจศูนย์ภาคตั้งแต่ได้พบเห็นอาจารย์ผู้สอนและฟังคำสอนของท่านในวันปฐมนิเทศ 

ท่านว่าอยากปฏิบัติธรรมอย่างไร  ทำไปเต็มที่  ที่นี่เป็นที่ปฏิบัติธรรม  อย่างเต็มสตีม ใครเก่งอย่างไรปฏิบัติไปได้เลย  อย่างเต็มที่

 

และให้เลิกการยึดมั่นถือมั่นว่าเราเป็นนั่นเป็นนี่  ให้ถือว่าเป็นนักปฏิบัติเท่าเทียมกัน

เรานึกอยากได้ยินคำพูดเช่นนี้มานานแล้ว  อยากให้ยอมรับกัน  เมื่อมาปฏิบัติก็เลิกถือยศศักดิ์กัน

 

อันเป็นแนวฝึกปฏิบัติแบบทหาร  ครั้งเป็นขรก.กลาโหมพลเรือน  ฝึกทหารฝึกความอดทนระเบียบวินัย การรบอย่างหนักอยู่  ครูท่านบอกว่า  ให้เอาฐานะ ยศศักดิ์ ใดใดวางกองไว้ที่ประตู รด.ให้หมด  เหลือไปแต่คนธรรมดา ๆ ซึ่งถูกใจเราและจำใส่จิตสำนึกที่ลึกซึ้งมาตลอด

 

และได้มาฟังที่นี่อีกครั้งหนึ่ง  จึงพอใจมาก  และคิดว่าเป็นโอกาสที่เราจะปฏิบัติ ฝึกฝนอย่างเต็มขีดทุกระบบที่เรามีเราเป็นเราได้

 

โดยไม่ถูกมองว่า  “ข้ามหน้าข้ามตา”  หรือมีการ  “หมั่นไส้”   เกิดขึ้น

 

 

ตรงที่พักนั้นเป็นป่าอยู่กระจุกหนึ่ง พระเดชพระคุณ จภ.10 ให้รถไถมาปรับที่  เอาดินมาถมอยู่  ท่านเดินกางร่มมาตรวจ 3 ครั้งแล้ว  และผ่านเราไป 3 ครั้งแล้ว  ผ่านมาทีไรเราก็ยกมือพนมไหว้ท่าน

 

 

 

 

แม่มาอารธนาให้แสดงธรรม

 

15.00 น. 

 

เริ่มซ้อมรับวุฒิบัตร

 

17.00 น.

 

เสร็จพิธี   ต่างแยกย้ายกันกลับไปอย่างรวดเร็ว

 

เราค้างคืนที่ศูนย์  ร่วมกับรุ่น 2 หนึ่งคืน

 

การตั้งใจปฏิบัติธุดงค์  ดูภาพแบก สะพาย    ดู ๆ ดุจว่ากระจอก  อาจจะมีคนบางคนคิดเช่นนั้น

 

เพราะเทียบกับข้าราชการสงฆ์ที่ดูร่ำรวยไปมาด้วยยานพาหนะไม่ได้เลย

 

 

แต่ในสายตาประชาชนไม่ได้คิดเช่นนั้นเลย

 

ธุดงค์ มีความเป็นสถาบันอันยิ่งใหญ่และสูงส่งในสายตาประชาชน ขนาดไหน  หากไม่ลองไปสัมผัสเอง ก็ยากจะรู้ได้

 

และการเป็นพระธุดงค์ แบกกลด สะพายย่าม เดินเท้าเปล่า  นั้นเป็นการทดสอบอัตตาตัวตน  และยอมรับกับตนเองว่า   เราเป็นคนจนจริง ๆ  และไม่กดดันว่าเป็นปมด้อยปมเด่นอะไร

 

แค่นี้ทำไม่ได้แล้ว  ก็ไม่ควรเรียกว่าพระสงฆ์สาวกขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

 

10 มิ.ย. 2549

 

06.00 น.

 

รำลึกว่าคืนที่ผ่านมาฝันเห็นคุณแม่อีกครั้งแล้ว

การฝันเห็นแม่ จะเกิดขึ้นเมื่อมีความเดือดร้อน  ทางกายหรือจิตใจ  หรือต้องการบอกอะไรให้ทราบเป็นพิเศษ   คล้ายแสดงว่า  แม่ยังคงคอยดูแลปกปักรักษาอยู่   บางทีแม่อาจจะเป็นเทวดา  มีหน้าที่ดูแลเราโดยเฉพาะก็ได้   ความฝันหลายครั้งนำไปสู่ข้อสรุปข้อนี้  แม้กระทั่งเริ่มจะออกหนังสือพิมพ์ดี  ก็ฝันเห็นแม่ ในร่างนางอัปสรลงมาร่ายรำบูชาเรา  คล้าย ๆ อาราธนาให้แสดงธรรม

 

  กม.42  ตะวันยังขึ้นทางตะวันตกอยู่

 

0630 น.

 

ตะวันจ้าแจ้ง

ยังเห็นตะวันขึ้นทางตะวันตกอยู่

 

0730 น.

 

รถแอร์มาคันหนึ่ง  แน่นขนัด

 

0800 น.

 

รอมาร่วม 2 ชม.แล้ว เรายังอยู่ที่เดิม กม.42 หน้าประตูศูนย์ภาค 10  บ้านสร้างมิ่งหมู่ 13

 

หรือว่า ไม่อยากให้ไป !!!

 

 

0900 น.

 

สถานีขนส่งอำนาจเจริญ  ว่าจะต่อไปยะโสธร  แล้วสุรินทร์

 

คิดกรุยทางธุดงค์อีสานใต้ให้ครบวงจร

 

ที่นี่ ลมพัดโกรก สบายเหมือนอยู่กลางทุ่ง  อำนาจเจริญเป็นเพียงจังหวัดใหม่ เล็ก ๆ คนเบาบางที่สถานี  เราเปลี่ยนแผนมาที่นี่เพื่อจะได้นั่งรถที่ต้นทางไปอุบลฯ

 

แม้มาถึงอำนาจเจริญ ตะวันก็ยังคงขึ้นทางตะวันตกอยู่

 

10.20 น.

 

ฉันข้าวที่ร้านป้า  ฝั่งนู้น

 

11.30 น.

 

มาถึงวัดเทพวราราม  ทิศจึงกลับเหมือนเดิม  ตะวันออกเป็นตะวันออก  ตะวันตกเป็นตะวันตก

 

มาถึงกันทรารมย์  บนรถ พบพระอาจารย์มาฝึกสอนสามเณร บวชเฉลิมฉลองครองราชย์  60 ปี  ณ วัด          มหาพุทธาราม  ได้คุยกัน  เรื่องธุดงค์ว่าชอบมาก แต่ยังไม่มีวาสนา   ได้บอกว่าจะเข้าสุสาน วานบอกต่อเจ้าอาวาสด้วย


 

 

สุสานสุขาวดี ศรีสะเกษ

15.19 น.

 

สุสานสุขาวดี

 

 

11 มิ.ย. 2549

 

ครอบครัวแม่ฝนมาถวายอาหาร

แม่ฝนนี้คือ  อาจารย์จรรยา ศรีสุโมโร  อุปปัฏฐากมาร่วม14 ปีแล้ว  ไม่เคยขาดถวายภัตตาหารแต่ละวัน เป็นการสืบต่อจากบิดา(ลุงเต็ม)ผู้ล่วงลับ

 

 

12 มิ.ย. 2549

 

06.00 น.

 

มาถึงวันนี้  เราได้เสียเวลามาทั้งหมด 2 วันที่อยู่ที่นี่   มิได้ทำกิจที่ประสงค์เลย

 

เพราะมีปัญหาค้างคาใจที่ต้องชำระก่อน  เรื่องหรือปัญหาที่ขบไม่แตก ค้างมา  แล้วมาพบเรื่องราวที่สุสานสุขาวดี

 

วันแรกที่สุสาน  พบญาติโยม4 คน ชุมนุมสนทนากันอยู่ใต้ต้นไม้ ณ บริเวณที่พัก  ได้รับฟังเรื่องราวต่าง ๆ

-    มีโรงเรียนเกิดขึ้นติดเขตสุสาน เช้า ๆ เช่นนี้เปิดดนตรีปลุกนักเรียน ดังลั่น แล้วมีเสียงตามสายเป็นระยะ ๆ  สุสานหาความสงบไม่ได้เหมือนเดิม ทำลายบรรยากาศของป่าช้าไปทั้งสิ้น

 

-     ญาติโยมมีท่าทีแหนงหน่ายต่อพระธุดงค์   ว่ามีพระมาหลัง ๆ ล้วนแต่ไม่น่าเชื่อถือ    มีพระรูปหนึ่งมาหลายครั้งแต่ไม่อยู่ในกลด  ขึ้นพักนอนบนเรือนพักของโยมทุกครั้ง   ครั้งสุดท้ายมาถึงก็เปลี่ยนผ้านุ่งเป็นกางเกง  ออกไปทันที และไม่กลับมาอีก

 

เราก็เลยกังวลเสียอารมณ์กรรมฐานไป 2 วัน   ทำอะไรไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอันมา 2 วันเต็ม ๆ แล้ว

 

 

เอาละ  ตั้งใจเสียที  ไม่ว่าอะไรจะเป็นจะตายอย่างไร   ไม่เกี่ยว   เรามีหน้าที่ต้องตะลุยอย่างเดียว

 

วันนี้เราจะต้องทำงาน   ทำสมาธิ

ทบทวนทั้งหมด

-          คณิกะสมาธิ

-          อุปจาระสมาธิ

-          อัปปนาสมาธิ

อันเป็นแนวถนัดพื้นฐานเดิมของเรา

 

วิธีปฏิบัติ 

-          หลีกไป 

-          ไปแต่ตัว

-          ค้นหาที่เหมาะ

-          นั่งลง

-          ปฏิบัติทั้งวันทั้งคืน

 

0620 น.

 

ตะวันขึ้นเต็มดวงแล้ว

เอาละ  ทำธุระแล้ว  จะเริ่มงานตามแผนทันที

 

 

15.00 น.

 

ล้มเหลวหมดเลย  แย่จริง ๆ !!!

 

วันนี้ทั้งวันสูญเปล่าไปอีกแล้ว

 

แม้  คณิกะสมาธิ ระดับต้นที่สุดของสมาธิ เราก็ยังทำไม่สำเร็จ

 

เพราะอะไร?  ลองใช้ธัมมวิจัยช่วยหน่อย

 

เราจับประเด็นปัญหาไม่ถูกละกระมัง!

 ทำทั้งวัน แต่ไม่สำเร็จ   พ่ายแพ้จนได้ซี!!!

 

นับเป็นวันที่ 3 เข้าไปแล้ว ที่ไม่ได้อะไรเลย

 

บ่งบอกถึงสภาวะที่รบกวนจิตใจ ที่ย่ำแย่มากจริง ๆ   น่าท้อถอย

 

แต่เราจะยอมไม่ได้เด็ดขาด   ถอยไม่ได้  คำว่าแพ้ไม่มี  คำว่าถอยย่อมไม่มีเด็ดขาด  ไม่ท้อถอย  

ต้องพยายามต่อไป 

 

จะอยู่ที่นี่จนกว่าจะสำเร็จไม่ว่ากี่วันกี่คืนก็ตาม

 

แค่คณิกะสมาธิก็ยังเอาไม่อยู่  แล้วจะไปไหนได้ล่ะ  อายเขาซี

 

 

 

 

ปลาซิวสอนธรรมะ

 

16.00 น. 

 

ลงไปในโตรกห้วยด้านใต้ของสุสาน สรงน้ำแล้ว  ท่องมาตามสายน้ำบาง ๆ ใส ๆ ที่ไหลลงห้วยสำราญ

 

บังเอิญเห็นปลาซิวตัวน้อย ๆ 2 ตัวว่ายหลบไปในแอ่งน้ำเล็ก ๆ ของมันข้างสายน้ำไหล  เราหยุดดู  สักครู่มันก็ออกมาเล่นน้ำเหมือนเดิม  ก็หยุดสังเกตดูว่ามันเล่นอะไร

 

มันฝึกหัดเล่นกับกระแสน้ำ  พาตัวออกไปในกระแสน้ำไหลแล้ววกกลับมาที่วังห้วงน้ำที่เดิม   แล้วออกไปใหม่ ไปไกลกว่าเก่า แล้ววกกลับมาอีก  ทำอยู่อย่างนี้ ครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างไม่หยุดหย่อน  ไม่เหน็ดเหนื่อย  เราก็เข้าใจว่ามันฝึกความคุ้นชินกับการท่องกระแสน้ำ และมันตั้งใจฝึกจริง ๆ

 

เราก็รู้สึกเลื่อมใสในปลาซิวตัวน้อย ๆ 2 ตัวนั้น    และนั่งลงคอยดูมันอยู่เป็นเวลานาน  อย่างเอาใจช่วย  อยากให้มันแข็งแกร่ง เชี่ยวชาญกับกระแสน้ำ  และเอาตัวรอดได้จากอันตรายนานาชนิดรอบด้าน

 

เราพลันฉุกคิดขึ้นมาถึงประเด็นของเราที่ไม่ได้เรื่องได้ราวเลยมา 3 วันเต็ม ๆ แล้วว่า

-          เราจับประเด็นปัญหาไม่ถูกจริง ๆ

-          เรามาสุสานเพื่อประโยชน์ทางการฝึกอะไร?  อย่างไร?

 

ทันใดก็นึกขึ้นมาได้

ถูกแล้ว !  เราจับประเด็นผิดไปจริง ๆ  เหมือนหมอวิเคราะห์โรคผิดไป   เราต้องเริ่มต้นใหม่

 

เริ่มที่อสุภกัมมัฏฐาน

 

เอาตรงนี้ให้ได้ก่อน

 

จะต้องทำ   อสุภกสิณ  เพื่อถอนรากเหง้าความรุ่มร้อน กระวนกระวายใจ คือกามคุณ 5 ในระดับละเอียดอ่อนออกไปให้ได้โดยสิ้นเชิงเสียก่อน

 

คือจัดการพื้นฐานของจิตให้เข้าสภาพพร้อมจะทำงานเสียก่อน

 

พอจับเคล็ดได้ มั่นใจ  ก็เริ่มปฏิบัติทันที ไม่รอช้าเสียเวลา

 

ทำยอสุภกสิณ

-   สำเร็จแล้ว  !

-   ตามด้วยคณิกะสมาธิ !!!  หยู่แค่นั้น  อย่าล้ำไป !!

 


 

เอาคณิกะสมาธิให้แล้วเรียบร้อยเสียก่อนก็พอสำหรับวันนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ศึกษา

โลกลี้ลับ

ภาค 5

 

 

 

 

 

กฤษณะเทพนำเทวดาทั้งสวรรค์เสด็จมาอำนวยพร

 

2030 น.

 

  ชะง่อนดินชะโงก ที่ท่าต้นแสง   ต้นเดิมที่เราเคยมาปักกลดเมื่อ 14 ปีที่แล้ว 

เป็นท่าที่ฝูงโคข้ามฟากไปหากิน  ข้างหน้าเป็นเวิ้งอากาศลงไปจดสายน้ำก้นห้วย

 

จำเริญอสุภกสิณได้ผลเสร็จเด็ดขาดแล้ว  (ในแบบชนิดที่ถนัดของเรา)

 

จำเริญสมาธิ   รวดเดียววิ่งตั้งแต่คณิกะสมาธิ  ผ่านอุปจาระสมาธิ  และเข้าอัปปนาสมาธิ  อันเป็นพื้นฐานเดิมที่เคยอยู่แล้ว

 

น่าตื่นตกใจอะไรขนาดนั้น ที่เวลาวิ่งก็วิ่งทะลุไปถึงสุดยอดได้เลยทันที

 

กำลังพิจารณาลักษณะความเป็นไปของสมาธิอยู่ด้วยความยินดี สุขุม คัมภีรภาพ

 

พลันความคิดแวบเข้ามาว่า   น่าจะลองสวดบทมนต์ชุมนุมเทวดาดู  เรียกเทวดา ภูติภูมิ หรือผี  ปีศาจละแวกนี้มาดู  เพราะไม่เคยใช้มนต์ชุมนุมเทวดาในสุสานสุขาวดีเลย  ลองดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง  จะเหมือนห้วยคุ้มหรือไม่?

 

 

ทันใด  คล้ายลำห้วยสว่างขึ้น  เราสงสัยว่าเพราะเหตุอะไร    ทีแรกคิดว่าแสงสะท้อนจากดวงจันทร์  ก็ยังไม่เห็นดวงจันทร์ขึ้น  หรือเป็นเพราะแสงสะท้อนของอาทิตย์ยามค่ำ  ก็ตกไปนานแล้ว  หรือเป็นเพราะเราเจริญกสิณจึงสว่าง (การเจริญอากาสกสิณทำให้อากาศสว่างขึ้น สามารถเดินไปในเวลากลางคืนได้)

 

เอาเถอะ   อาจจะเป็นเพราะไฟฟ้าจากเมืองก็ได้

 

 

  แล้วพอเอ่ยมนต์ขึ้นต้นบทเท่านั้นเอง   ยังไม่ทันจบ  ผริตวานะเมตตัง สะเมตตา ภะทันตา  ด้วยซ้ำ

 

ก็เห็นเลื่อนลงมาจากอากาศช้า ๆ

แล้วยืนอยู่กลางอากาศ  ตรงหน้าเราพอดี

 

ภาพค่อยชัดเจนขึ้น แล้วเห็นทั้งองค์เทวดาองค์นั้นสว่างนวล มีประกายรุ่งโรจน์ และออกแสงเรืองรองรอบองค์

 

เพียงเห็นทีแรกดวงตาสัมผัส ก็ดูคุ้นมาก

 

ความรู้สึกบอกว่าเทวดาองค์นี้ มีศักดิ์สูงมาก  สวมมงกุฎเพชรวาว  ทรงภูษาทองระยับ  มีสง่าในความอ่อนโยน   มีใบหน้ายิ้มแย้ม  เบิกบาน  อ่อนเยาว์

 

และมองมาสบตาด้วยอย่างละมุนเป็นมิตร

 

เรานึกในใจว่า  กฤษณะ  นารายณ์อวตาร!!!  

 

เห็นที่มือซ้ายกำอยู่ มีนิ้วหนึ่งชี้ออกมา  เรามองดูแปลเป็นตัวเลข 6  มืออีกข้างหนึ่งก็ทำเหมือนกัน  คือวางมือสมดุล  แต่เห็นผิดไปหน่อย  คล้ายเป็นเลข    เป็นเลขไทย

 

ความจริง  เราตั้งใจเรียกเทวดาระดับพื้นภูมิละแวกนั้น  จะถามเบอร์ให้ชาวบ้านเขา  คิดว่าเทวดาระดับพื้นดินก็คงพอพูดคุยกันได้  แต่องค์นี้มาจากสวรรค์ชั้นฟ้า และเป็นสุดยอดของเทวดาแล้ว  แค่ท่านมาให้เห็นก็เป็นอุดมโชคยิ่งใหญ่แล้ว   เราจะถามอย่างไร?

 

กระนั้นเทวดา องค์นี้ดูจะล่วงรู้ใจเราทะลุตลอดไปหมด

เพราะยังไม่ได้ถามแต่แสดงรหัสเบอร์ขึ้นที่มือสองข้างให้ดูแล้ว  แสดงว่ารู้ใจ

 

แต่ก็ลองถามอ้อมแอ้มไปว่า  เบอร์จะเป็นตัวเลขอะไรล่ะท่าน?

 

เห็นเทพเจ้าท่านหัวเราะร่วนเลย  และได้ยินท่านพูดเบา ๆ อย่างนึกขบขันว่า   “ท่านมายุ่งอะไรกับเรื่องราวของชาวบ้านเขาล่ะ?”

 

น้ำเสียงดูสนิทสนมมากเลย  เป็นการสัพยอกหรอก เพราะท่านขยับมืออีกครั้งหนึ่ง  ทำมือให้ดู

 

เราก็ยังเห็นมือข้างขวาไม่ถนัดอีก  ว่าเป็นเลข ๑ หรืออะไร

 

ครั้นสงสัยอยู่  ก็มีป้ายขนาดใหญ่เลื่อนขึ้นมา  หยุดอยู่ระดับเท้าของเทวดาองค์นั้น

 

จารึกตัวเลข 3 ตัวไว้  คือ   ......  

 

(คล้าย ๆ มีการเลื่อนโฟกัสมายังอีกด้านหนึ่ง)  เราจึงเห็นว่า  แท้จริงมีขบวนเทวดามายาวเหยียดไปตามลำห้วยสำราญ  เพียงแต่เห็นเป็นเงา ๆ  ไม่ออกประกายแสงซ่านรอบองค์เหมือนองค์แรกเท่านั้น   ข้างหน้าแถวนั้นคือ  พระพรหม 4 หน้า   และพระพิฆเนศร์ที่ศีรษะเป็นช้าง  นอกนั้นเป็นเทวดาลำดับต่าง ๆ ลงมาเป็นขบวนยาวเหยียด สุดสายตา

 

และครั้นเทพเจ้าสูงสุดแสดงรหัสแล้ว 

 

เทวดาทั้งหมดก็อันตรธานไป

 

 

นี่คือปรากฎการณ์อะไร?

 

อย่างนี้แหละที่เพิ่งได้พบมาตั้งแต่อยู่ห้วยคุ้ม  กลายเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาวิจัยอย่างจริงจังเสียทีแล้ว

 

เป็นเรื่อง  research  & study  หรือเรื่องวิชาการ ว่าด้วยนามธรรม  แต่ทำอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ คือ  science

 

และอย่างเรานี้มีเครื่องมืออยู่ พอที่จะทำการศึกษาวิจัยได้  ก็น่าจะทำไป

 

แท้จริงก็อยู่ในเรื่องการวิจัยมรรคผลนั่นเอง

 

เป็นหัวข้องานวิจัยหัวข้อหนึ่งของโครงงานวิจัยระบบทั้งหมดของพระพุทธศาสนา  ที่เราได้รับมอบหมายให้ร่างขึ้นเพื่อเป็นแนวงานของสถาบันวิจัย  มพล.  แล้วเสนอที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งโลก  เพื่อเป็นกรอบงานของสถาบันวิจัย

 

 

แต่ว่าเรื่องเลขเบอร์นี่

 

จะยอมรับว่าอย่างไร?

หมายความว่าต้องตีความหรือไม่?

เป็นรหัสทางการศึกษาอย่างไร? หรือไม่?

 

ถ้าบอกคนไปเดี๋ยวจะเล่นกันล่มจมจะว่าอย่างไร?

เราก็ควรจะทดลองหลาย ๆ ครั้งไปก่อนจึงจะถูกต้อง  รู้อะไรก็อย่าเพิ่งไปบอกคนทั้งหลายเลย

 

 

สำหรับคราวนี้  เอาว่าได้ข้อสรุปว่า

เมื่อสวดมนต์ชุมนุมเทวดาแล้ว  เท่าที่ทำมาในป่าขณะธุดงค์นี้ 3 ครั้งเท่านั้นเอง คือ

1.  ห้วยคุ้ม

2.   โบสถ์สิม  ห้วยเทอน

3.    สุสานสุขาวดี ห้วยสำราญ

 

ก็ปรากฏเทวดา ผี มาทุกครั้ง  ครั้งสุดท้ายนี้เป็นระดับเทพเจ้าสูงสุดเสียด้วย

 

และเราควรพิจารณาก่อนในเรื่องจริยา  กับการคบหาสมาคมกับเทวดา

 

การที่จะเชิญหรือเรียกเทวดามาด้วยบทมนต์ พุทธมนต์นี้นั่น   มีการที่จะต้องระวังจริยาอย่างไรบ้าง?

เพื่อให้การคบหากับเทวดาเป็นไปอย่างยั่งยืน  ไม่ใช่นึกจะเรียกมาก็เรียกมาเหมือนคนใช้ของตน

 

ถ้าเช่นนั้น  ก็เลยนำไปสู่พิธีกรรมบูชา  การบวงสรวงล่ะซี?

 

ไป ๆ มา ๆ ก็จะเข้าไปเกี่ยวกับพิธีกรรมทางไสยศาสตร์เข้าไปอีกด้วยอย่างสุด       

 

อะไร? และอย่างไรแน่?

 

ก็นี่แหละคือประเด็นที่ผู้มีจิตวิญญาณการวิจัยอย่างเรา จะต้องรู้ ต้องศึกษาออกมาให้ได้

 

 

 

13 มิ.ย. 2549

 

ครั้นตกกลางคืน ๆ นั้น ก็ฝันว่าได้ไปทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์พร้อมกับหมู่สงฆ์วัดมหาพุทธาราม 9 รูป  เราเป็นประธานแล้วคล้ายมีเลขานุการคอยรับใช้อยู่ด้านเครื่องพิธีกรรม โต๊ะหมู่บูชา คล้าย ๆ พาเจริญพระพุทธมนต์อีกบทหนึ่งเป็นบทพิเศษ ที่ไม่เคยพาสวดเลย  ฟังแปลก ๆ  แต่จำไม่ได้ว่าบทไหน  คล้าย  อเปตะยัญจักขุมา  แต่ไม่ใช่ 

 

นึก ๆ น่าเป็นรหัสสัญญาณอะไรบางอย่าง  เกี่ยวกับน้ำมนต์และบาตรน้ำมนต์  การสวดชุมนุมเทวดา

 

 

เราคงอยู่ต่อไปอีก 1 วัน  ค่อยพิจารณาเป็นวัน ๆ ไป

 

วันนี้ ทำงานต่อ      คือ ปฏิบัติธรรมต่อ

ให้ได้ผลเป็นที่พอใจก่อนจึงจะเคลื่อนย้าย!

 

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของเรา

เราทำเรื่องส่วนตัวของเรา  ที่ใคร ๆก็ไม่อาจจะล่วงรู้ได้

 

 

09.11 น.

 

โยมมาถวายอาหารปิ่นโต ใส่บาตรแล้ว  สนทนาธรรมนิดหน่อยแล้ว   ไปแล้ว

 

เอาละ  วันนี้ฉันแล้วเอาแค่คณิกะสมาธิให้ผ่าน  ก็พอ   แต่ต้องจำเริญอสุภะกสิณตลอด เพื่อความไม่ประมาท

 

แล้วลำดับต่อไปจึงเป็นอุปจาระสมาธิ

 

และขั้นอัปปนาสมาธินั้น  ให้เชื่อมไปถึงปราณเป็นขั้นตอนเดียวกัน

 

 

เราลืมไปเหมือนกัน  แต่นั่นแหละ  เมื่อถึงเวลา มีปัญหาขึ้น ก็จะนึกขึ้นมาได้

คือ  เรื่อง  ฌาน  หรือ  สมาบัติ

ส่วนที่บัญญัติทั่วไป มีในโพชฌงค์ 7   โพชฌงค์ 7 มีหัวข้อธรรมปฏิบัติ ดังนี้

1.    สติ

2.    ธัมมวิจัย

3.   วิริยะ

4.   ปิติ

5.   ปัสสัทธิ

6.   สมาธิ

7.   อุเบกขา

 

ต้องพยายามทบทวนด้วยทุก ๆ ลำดับข้อธรรมะเหล่านี้ในโพชฌงค์ 7

 

เอาละ!   บัดนี้  ปิติ  และ   ปัสสัทธิ  มาแล้วหรือยัง?   อุเบกขา มาแล้วหรือยัง?

ใจเย็นลงแล้วหรือยัง ???

 

 

15.00 น.

 

เวลา 15.00 น.  เวลาเดียวกันกับเมื่อวานนี้ ที่เราล้มเหลวไปหมด  แต่วันนี้ บัดนี้  เราผ่านแล้ว

 

ผ่านคณิกะสมาธิ

เลยไปถึงอุปจาระสมาธิ

แล้วทะลุไปรวดเดียวถึง  อัปปนาสมาธิ ในขั้นตอนเดียวกัน

 

ถือว่ายอดเยี่ยม !!!

 

การต่อสู้ระดับวิกฤตอยู่ที่เวลาประมาณ 1300 น.

 

เมื่อยืนหยัดต่อสู้  มีวิริยะเหนียวแน่นไม่ถอย  ไม่คลอนแคลน   ลดธัมวิจยจริตลงไปหน่อย(เพราะเรามักมากด้วยธัมมวิจัยอยู่โดยปกติ ทำให้ล้นเกินไป)

 

และทำอารมณ์ให้อยู่ในฌาน 3 ประการนั้นคือ  ปิติ  ปัสสัทธิ  และ อุเบกขา 

 

ชำระจิตให้ปราศจากราคะตัณหาอันละเอียดอ่อนละเมียดละไมด้วยเบญจกามคุณ 5 ด้วยอานุภาพของอสุภกสิณ แล้ว

 


ก็สำเร็จ

 

สมาธิแล่นทีเดียวถึง 3 ระดับในขั้นตอนเดียวกันเลยทันที 

 

นี่คือปรากฎการณ์ทางธรรมปฏิบัติ  ที่ได้จากการปฏิบัติจริง ๆ มา  และควรค่าแก่การจารึกบันทึกไว้ในส่วน

 

สรุปของงานวิจัยเรื่องมรรคผล

 

 

16.00 น.

 

โยมประทีป ผู้อุปปัฏฐากอยู่  เข้ามาหา ว่าคืนนี้ญาติโยมจะออกมาหาหลายคน  เขาเล่าว่าโยมอยากให้พยากรณ์ชะตาให้   ว่าที่พยากรณ์ให้โยมเกลี่ยไว้เมื่อ 2 วันก่อนนั้นปรากฏจริงขึ้นแล้ว  คือพยากรณ์ประเด็นปัญหาถูกหมด  และที่ว่าจะเจอปัญหาทางกฎหมาย และมีตำรวจมาหามาเกี่ยวข้องด้วย  ก็เจอเข้าแล้ววันนี้  ทั้ง ๆ ที่คิด ๆ ดูขณะพยากรณ์ให้นั้นไม่เห็นวี่แววว่าจะเป็นอย่างไร  ปรากฏว่าลูกน้องมีเรื่องถึงโรงพัก เลยต้องรีบไปให้ความช่วยเหลือ  เอาตัวออกมา   เลยพูดกันใหญ่ ว่าพระอาจารย์นี่ทายแม่นจริง ๆ

 

และคืนนี้พวกโยม ๆ เขาจะพากันออกมาหา

 

ทบทวนประเด็นนี้สักหน่อย  ประเด็นโหราศาสตร์ การพยากรณ์

 

วันที่มาถึงที่นี่ก็พบคนเฝ้าสุสานกับพวกรวม 4 คน โยมเกลี่ยนี้เป็นคนดั้งเดิมที่รู้จัก และเห็นคราวแรกก็จำได้  ส่วนโยมอดีตผู้ใหญ่บ้านคนเดิมที่เคยอยู่รับใช้ไปบวช จำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านโนนกองนี่เอง  ก็เลยสนทนากันเรื่องราวต่าง ๆ หลายเรื่องราวหลายประเด็น

 

-       ประเด็นแรกเป็นประเด็นการปกครองคณะสงฆ์  ลุงผู้นั้นว่าสงฆ์ก็มีเงินเดือนแต่ไม่เห็นจ่ายเงินซื้อของใช้เองเลยคอยรบกวนแต่ชาวบ้าน  เอาเงินไปทำอะไร?   ชาวบ้านก็ยากจนจะไม่มีอะไรกินกันอยู่แล้ว  พระสงฆ์ดูจะรวยเร็ว  อย่างพระเจ้าอาวาสวัดบ้านโนนกองก่อนก็ไม่มีอะไร  บัดนี้มีรถยนต์แล้ว

 

-      ประเด็นที่ 2 เรื่องพระธุดงค์  บัดนี้ดูไม่ค่อยน่าเลื่อมใสเหมือนเดิม  มีพระรูปหนึ่งมาบ่อยแต่ไม่กางกลดนอนในป่า  พักบนเรือนพักหลังนี้ร่วมกับโยมเฝ้าสุสาน    ครั้งหลังสุดพอมาถึงก็เปลื้องจีวรสวมกางเกงออกไปข้างนอกสุสาน ไม่กลัวว่าโยมจะนึกอย่างไร  แต่โยมเขามีความรู้ เขาว่าไม่ใช่พระธุดงค์แล้ว  เขาว่าอย่างนั้น

 

-         ประเด็นสุดท้ายคือ โหราศาสตร์  โยมไม่ทันนึกรู้ว่าเราเป็นโหราศาสตร์  พูดกันไปถึงหมอดูจีนบ้าง  แขกบ้าง ไทยบ้าง  ยิปซีบ้าง  โหงเฮ้ง  ฮวงจุ๊ย  ฯลฯ  แล้วว่าคนก็ชอบดูหมอ  บางทีก็ไม่ได้เรื่องได้ราวอะไร  พยากรณ์ในสิ่งที่เห็น ๆ อยู่ก็ไม่ผิด   เราเห็นว่าจะเลอะเทอะไปกันใหญ่ก็อธิบายให้ฟังว่าหมอดูกับโหร มีความแตกต่างอย่างไร   แล้วลองพยากรณ์ให้โดยข้อมูลคร่าว ๆ เพียงรู้วันที่เกิดกับเดือนเกิด 

 

พยากรณ์คนที่ 1 โยมชื่อประทีป เปรื่องไร่  ว่าที่ผ่าน ๆ มาร่วมปีนี้ ชีวิตลำเค็ญ  รุ่มร้อน กลุ้มกลัด  มีเรื่องวาทะ โต้แย้งกับคนรอบ ๆตัว  มีปัญหาในบ้านในครอบครัว  อย่างน่าเวียนหัว น่าปวดหัว  ว่าวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมาถึงสิ้นเดือนเป็นระยะวิกฤตที่สุด  แต่ผ่านมาแล้วก็ยังไม่สิ้นสุด  วันนี้ 11 มิ.ย. 2549 จึงจะสิ้นเสร็จเคราะห์ร้ายแรง  หลังวันที่ 13 ก.ค. 2549จึงจะไว้ใจได้  เรื่องการเงิน  จะได้เงิน มีรายรับเป็นเงินเข้ามาระหว่าง 20 มิ.ย. ถึง 16 ก.ค. 2549  เมื่อถึงสิ้นเดือนก.ย.2549 จะได้ทำงานประจำมีรายได้แน่นอน ทั้งมีโชคฟลุ๊ก ๆด้วย เป็นระยะที่จะได้บุกเบิกทำงานที่ริเริ่มใหม่และถาวร  มีญาติพี่น้องฝ่ายภรรยากับภริยาและครอบครัวร่วมมือกันทำ  จะทำรายได้อย่างดีและตั้งหลักฐานชีวิตได้ จะดีตลอดไปเป็นเวลา 2-3 ปี ขอให้ตั้งใจมุ่งมั่นจะทำอะไรทำได้เลยและตั้งใจจริง ๆ

 

เจ้าตัวยอมรับว่าถูกต้อง  เขาเกือบแยกทางกับภริยาไปแล้วตั้งแต่ปลายเดือน พ.ค.ที่ว่านั้น  และวันนี้ 11 มิ.ย.49  แม่ยายกับพ่อตาผู้คอยแต่ทะเลาะกับเขา ไปจันทบุรี ไม่อยู่บ้าน  เลยสงบหน่อยไม่มีเรื่องราวอะไร ส่วนเงินที่ว่าจะได้ระหว่าง 20 มิ.ย ถึง 16 ก.ค. 49 ก็เห็น ๆ อยู่ คือเผาถ่าน  ที่เห็นไม้เป็นท่อนเรียง ๆ ไว้นั่นแหละเตรียมเอาเข้าเตาเผาแล้ว  คงเสร็จตรงเวลาที่พยากรณ์ให้ก็คงได้เงินแน่ ๆ ตามคำพยากรณ์  เรื่องอาชีพใหม่ก็มอง ๆ อยู่จะบุกเบิกนาไร่ทำสวน มีโครงการอยู่   ยอมรับว่าพยากรณ์แม่นจริง

 

พยากรณ์คนที่ 2    นายเกลี่ย  นายเกลี่ยเดิมทำท่าไม่สนใจ  แล้วก็เกิดอยากรู้ชะตาตัวขึ้นมาบ้าง

 

ว่าที่ผ่านมาปีเศษ ๆ มีรายจ่ายมากจริง ๆ รอบตัว  ระวัง  ขณะนี้ยังไม่พ้นรายจ่าย  ถึงเดือน ก.ย.49 จะมีปัญหาเพิ่มขึ้น ใน 1 ปีต่อจากนี้ คงจะได้หมุนเงิน หรือกู้ยืมเงินลงทุนสักก้อน   เรื่องราวหลายอย่างน่าปวดหัว  ระวังจะมีเรื่องเกี่ยวกับกฎหมาย  และจะโยงไปถึงตำรวจ  แต่ก็ไม่ร้ายแรงอะไรนัก  ระวังเมื่อถึงช่วงเวลาระหว่าง 13 ก.ค. 2549 ไปราว ๆ เดือนหนึ่งเต็ม ๆ  จะมีปัญหาทางครอบครัว และเรื่องราวทางกฎหมายเพิ่มขึ้น  กระนั้นเศรษฐกิจรายได้ทั่วไปก็ดี  หาเงินได้ งานเดินไปไม่ขาด  การลงทุนจะเป็นผล ออกดอกผลรุ่งเรืองขึ้นมาภายหลังเดือน พ.ย. 2550 เป็นต้นไปจะเป็นระยะที่ได้เงินมาก คนในครอบครัวจะประสบความสำเร็จ และช่วยเหลือครอบครัวได้ดีขึ้น 

 

เขายอมรับว่ารายจ่ายมากจริง ๆ  เรื่องลูกสาว  และจะจบมหาวิทยาลัยลงในช่วงปลายปี 2549 – 2550  ก็คงต้องวิ่งเต้นหางานให้ทำ  คงมีรายจ่ายมากขึ้นอีกจริง ๆ   แต่เรื่องตำรวจมองไม่ออกว่าจะไปเกี่ยวข้องอย่างไร เพราะตนสุจริต 

 

แต่แล้ว  วันนี้เขาก็เจอเข้าแล้ว  ลูกน้องโดนตำรวจจับ  ตัวก็ต้องไปช่วย  โดยไม่คาดคิดมาก่อน  จึงตรงกับคำพยากรณ์ของหลวงพ่อทุกประการ  พระอาจารย์พยากรณ์แม่นยำมาก  แม้ว่าด้วยข้อมูลเพียงเท่านี้ก็ตาม

 

คนก็อยากจะมาให้พยากรณ์ชะตาชีวิตให้  สำหรับโยมประมาณซึ่งเอาข้าวปลามาถวายทุกวันนั้น  ได้เอาดวงภริยามาให้ตรวจสอบก่อนคนอื่นไปแล้ว  ดวงภริยามีเคราะห์ร้ายแรงมาก ถึงขั้นอาจเสียชีวิตได้  แต่บังเอิญเกิดกลับตาลปัตร  เคราะห์จะกลายเป็นคุณ  และใน 2-3 ปีข้างหน้า  จะรวยแล้ว  ให้พยากรณ์ไว้ดั่งนี้

 

 

ศึกษา

โลกลี้ลับ

ภาค 5

 

 

 

อิศวรจอมเทพเสด็จ

 

16.30 น. 

 

ทำกรรมฐานต่อ     หน้าที่ของเราคือ ทำกรรมฐานอยู่ตลอดเวลา

แต่ธัมมวิจัย มักนำการกระทำทุกอย่างของเรา   พอเตรียมเข้ากรรมฐาน  ความคิดวิจัยก็ออก

 

พบว่า  ณ โคนต้นแสงที่ปักกลดนั้น เป็นที่ ๆ เหมาะที่สุด  โดยเฉพาะเวลากลางคืนเงียบสงัด  ราวกับว่าเทวดาช่วยรักษาบริเวณนั้นไว้เพื่องานกรรมฐานเราโดยเฉพาะ

 

เดิมเป็นชะง่อนฝั่งห้วย ลึกลงไป3-4 เมตร เป็นป่า  บัดนี้เป็นท่าข้ามของฝูงโค-กระบือ ป่าก็หายไป  เป็นท่าเตียนราบขึ้น  โคนต้นแสงกลายเป็นชะง่อนสูงบนฝั่งห้วยชันลึกลงไป  มองเป็นลำห้วยเวิ้งว้าง และลมพัดผ่านสบาย  เลยกลายเป็นรมณียสถานสำหรับคนทุกอาชีพ  ชาวประมงก็มาพักเตรียมงานที่นี่  คนเดินทางก็หยุดพักเอาแรงที่นี่  โคกระบือลงท่าข้ามห้วยที่นี่  บัดนี้ พระธุดงค์ก็เลือกเอาว่าเป็นที่เหมาะที่สุดสำหรับทำกรรมฐาน

 

เราจึงใช้เป็นฐานและการประชาสัมพันธ์ไปด้วย  เวลากลางวันก็แอบซุ่มในป่ากระถินณรงค์บ้าง  ใต้ต้นพอกใหญ่เก่าแก่ต้นนั้นบ้าง  ในโตรกห้วยด้านใต้บ้าง   ฝั่งห้วยบ้าง   ในสุสานระหว่างหลุมฝังศพบ้าง   เลือกได้มาก   พอเย็น ๆ ฝูงโคไปแล้วก็กลับมาที่ชะง่อนต้นแสงและทำกรรมฐานไปได้ยาวนานถึงตลอดคืน

 

และเมื่อคราน้ำหลาก  น้ำจะขึ้นมาถึงโคนต้นแสง  เราพิจารณาแล้ว การเป็นท่าข้ามของโคกระบือกลับเข้าเรื่องได้ดีมาก  เพราะยุคพุทธองค์ก็คุ้นเคยกับโคและหมู่โคเช่นนี้

 

จึงเป็นอนุสสติ  ที่ระลึกถึงโคตมโคตร  อันเป็นสกุลโค  สกุลของพระพุทธเจ้าของเรา

 


 

และที่นี่เอง  เราได้พบนิมิตอันยิ่งใหญ่ คือ กฤษณะเทพ หรือนารายณ์อวตารมา  พร้อมเทพมหาพรหม   และ

พิฆเณศวร  กับ  ขบวนทวยเทพเรียงรายยาวไปตามลำห้วย  ในค่ำคืนวันที่ 12 มิถุนายน 2549  หากแต่เห็นชัดเจนเฉพาะกฤษณะเทพ  เพราะบังเกิดรัศมีสว่าง ละอองนวล มีประกายแสงรุ่งโรจน์ออกจากองค์  เห็นชัดเจน   ส่วนขบวนทวยเทพเหล่านั้นเห็นเพียงเงารูปธรรมดา  พอรู้สัณฐานว่าเป็นเทพเจ้าองค์ใด   เป็นขบวนยาวไปตามลำห้วยสำราญ  

 

และซ้ำยังแย้มสรวล สบตา และยังออกโอษฐ์เจรจาล้อเรื่องถามเบอร์ให้ญาติโยมด้วย ว่า   “ท่านมายุ่งอะไรกับเรื่องราวของชาวบ้านเขาล่ะ?”

 

นี่คือปรากฎการณ์อะไร ?

 

 

แต่ที่แน่ใจก็คือเป็นปรากฎการณ์ภายหลังเราได้สวดพระเวทมนต์ชุมนุมเทวดาแล้ว  ก็เกิดปรากฎการณ์นี้ขึ้น

 

กระนั้นก็ตาม  ในอดีต  แม้ไม่สวดมนต์บทนี้  ก็เคยมีปรากฎการณ์เกี่ยวกับเทวดามาแล้วหลายครั้ง

 

 

ถ้ามองตามความเชื่อ อย่างคติฮินดู

 

บัดนี้ตะปะฌานสมาธิของเราแก่กล้าแผดร้อนไปถึงเทพเจ้าสูงสุด  จนต้องเสด็จมาพร้อมหมู่เทวดาทั้งสวรรค์  เพื่ออำนวยพร 

 

กระนั้นหรือ? 

 

 

เพียงแต่เรามิได้เป็นบริวารของเทพเจ้าสูงสุดใด  เพราะเราเป็นพระกรรมฐาน เป็นทางสายสู่มรรคผลนิพพาน  ตามรอยพระพุทธเจ้า

 

กระนั้น  นี่คือความหมายที่ว่า  แม้เทพเจ้าสูงสุดก็เคารพบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อยู่ในโอวาทและเชื่อฟังคำสอน

 

โดยนัยยะที่ว่า เรา แม้ผู้เป็นสงฆ์สาวกอัญเชิญมา   ท่านก็มา

 

ใช่หรือไม่?

 

ถ้าเช่นนั้น  เราจะบอกประชาชนอินเดีย-ฮินดูอย่างไรว่า  แท้ที่จริงเทพเจ้าทั้งหลายก็ระยอบยอมคารวะบูชาแด่พระพุทธเจ้า  ถือว่าพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งอันสูงสุดไปกว่าเทพเจ้าสูงสุดนั้นอีก

 

 

 

18.00- 20.00 น.

 

นั่งกรรมฐานต่อไปที่โคนไม้แสงต้นนั้น 

เพราะเราไม่ได้ทำสิ่งอื่น   นอกจากตั้งใจทำและพิจารณาตรวจสอบกรรมฐาน

 

เพราะงานอย่างนี้  เป็นเรื่องสนุกของเรา  ยิ่งทำ  ยาก  ยิ่งสนุก

 

-     ทำอสุภกสิณแล้ว!  

-    พิจารณาอากาสกสิณ  ชัดแล้ว ! 

-     ลงไปสู่อาโปกสิณ ชัดแล้ว  !

 

-     ลงสู่ลำดับสมาธิ 

-     จากคณิกะสมาธิ 

-      อุปจาระสมาธิ  และ

-      อัปปนาสมาธิ

 

แล้วด้วยความเคยปาก ไม่ตั้งใจ  เกิดบริกรรมในใจบทมนต์ชุมนุมเทวดาบทนั้น  เหมือนพระเวทไหลออกมาจากโอษฐ์โดยไม่ตั้งใจ

 

แล้วเกิดนิมิต

 

คราวนี้ เป็นภาพเทพเจ้า  นุ่งห่มหนังเสือ  มุ่นมวยผม  ทรงงูเป็นสร้อยสังวาล  มีพระจันทร์เสี้ยวเป็นปิ่นปักมวยผม

 

ย่อมไม่ใช่เทพเจ้าใดอื่นได้  นอกจากศิวะเทพ  อันเป็นจอมเทพ 1  แห่ง  ตรีมุรติ  ตามความเชื่อแบบฮินดูเขา

 

ทีแรกเห็นก็สงสัยอยู่ว่าเป็นอะไร  เห็นค่อยล่องลอยมา  ดู ๆ เหมือนแม่มดขี่ไม้กวาดเหาะตรงมา

 

แต่พอมาใกล้จึงเห็นว่าที่ยาวเหมือนไม้กวาดขี่เหาะมานั้น  แท้จริงเป็นสามง่ามอาวุธร้ายขององค์ศิวะเทพ  ทรงเหาะผ่านหน้าไปอย่างช้า ๆ   มองตรงไป  ไม่มองมา   กระนั้นบัดนั้นก็รู้ว่าเป็น ศิวะเทพ

 

พอรู้ก็ตกใจ!

เยือกไปขณะหนึ่ง! 

 

ความรู้สึกบอกว่าศิวะเทพไม่เหมือนกฤษณะเทพที่มาด้วยความเป็นมิตรและยิ้มแย้ม 

อิศวร เอาหลาวสามง่าม(ตรีศูล)มาด้วย  ในท่าทางออกศึกเต็มอัตรา

 

ถ้าเป็นระดับพระภูมิเจ้าที่ที่ห้วยคุ้ม  ถึงลากขวานใหญ่ขนาดไหนมาก็มิสะดุ้ง  แต่นี่ระดับศิวะเทพ  เอาสามง่ามมาด้วย  อันเป็นสัญลักษณ์ออกศึก ก็ต้องตกใจหน่อยเป็นธรรมดา

 

 

กระนั้นก็อดคิดไม่ได้ว่า

ถ้าได้ลิ้มลอง  ประลองพลังภายในกันสักหน่อยคงสนุกน่าดู !

 

เป็นการกระตุ้น  ฟึกฟื้นพลังปราณโดยตรง

 

 

พลันเรานึกว่าอย่าเพิ่งให้ท่านผ่านไป   ท่านจงหยุดก่อน

 

ก็ต้องสวดชุมนุมเทวดาขึ้นหยุดท่านไว้  ขยับจะร่ายเวทวิเศษหยุดเทพเจ้า  พอนึกว่า  หักหาญเกินไป!!!!

 

กลับคิดอีกทีว่า  มิได้เจตนาอัญเชิญท่านมา  พระเวทมนต์ศักดิ์สิทธิ์ไหลออกมาจากปากอย่างไม่ตั้งใจ   ท่านมาให้เห็นแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว  อย่าไปรบกวนท่านเลย

 

ก็เลยได้แต่มองศิวะเทพถือสามง่ามเหาะเลยไปต่อหน้าต่อตา 

 

เราเพียงแต่สงสัยว่า  ในคืนที่หมู่เทพทั้งหลายมาเยี่ยมเรานั้น  มีมาแต่กฤษณะเทพ  พรหม  พิฆเณศร์ และหมู่เทพในสรวงสวรรค์ทั้งหลาย  เหตุใดองค์อิศวร-อุมาเทวี จึงไม่มา?   แค่มาให้เห็นองค์วันนี้ก็เป็นการสมควร คุ้มค่าแด่เราแล้ว

 

และขณะนั้นไม่ทันเฉลียวคิดว่า การมาในชุดออกศึกเต็มอัตราของจอมเทพนั้น แสดงถึงการเคารพ ให้เกียรติ์อย่างสูงแด่ผู้ที่ท่านเสด็จไปเยี่ยมเยียน  บ่งถึงศักยภาพของนักรบที่เสมอคู่ควรแก่ฝีมือระดับเดียวกัน

 

 

 

เรื่องราวที่ได้พบ  ดูใกล้เคียงไซอิ๋วเข้าไปทุกขณะ

เรื่องราวของพระถังซัมจั๋งมีความลับอะไร?

แท้จริง  เห้งเจีย  ตือโป๊ยก่าย ซัวเจ๋ง และม้ามังกร  คือเจตภูตของพระถังซัมจั๋งนั่นเอง

 

ใช่หรือไม่?

 

และผู้ที่เขียนนวนิยายไซอิ๋ว ก็คือพระถังซัมจั๋ง นั่นเอง

 

ส่วนของภาคจิตของพระถังซัมจั๋งแตกออกไปเป็นเห้งเจีย  ตือโป๊ยก่าย  ซัวเจ๋ง และม้ามังกร

 

เหมือน ๆ กับที่เราเขียนเรื่องราวเหล่านี้อยู่  ด้วยแนวคิดและปรากฎการณ์แบบไซอิ๋ว

แต่เราต้องการเก็บข้อมูลของเก่า มาเปิดเผยและวิจัยเป็นวิทยาศาสตร์ยุคใหม่  สำหรับคนยุคใหม่เพื่อให้เข้าใจอะไรเป็นอะไร  และอย่างไรแน่เท่านั้นเอง

 

และแท้จริง  เราก็ได้เคยเสนอกรอบงานวิจัยของสถาบันวิจัย มพล. หัวข้อว่า “โครงร่างงานวิจัยระบบทั้งหมดของพระพุทธศาสนายุคปัจจุบัน”  เสนอที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งโลก (มพล.)  ในการประชุมสัมนาผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งโลก เมื่อ 9 ธ.ค. 2546 ไปแล้ว ซึ่งในโครงร่างฯนี้ ในหัวข้อที่ 5 การวิจัยหลักธรรมปฏิบัติ  ก็รวมเอา การวิจัยหลักธรรมปฏิบัติ  เช่น “ระดับสมาธิ มีการฝึกทดลองทางจิตประการต่าง ๆ   เรื่องนิมิตต่าง ๆ ที่ได้จากสมาธิ และระดับปัญญาสิกขา เช่น กสิณ ฌาน วิปัสสนา  เป็นต้น”  (ดู หนังสือพิมพ์ดี(อินเทอเนต) เล่มที่ 31 ประจำเดือน เม.ย.-มิ.ย. 2547 หน้า34)

 

 

นี่ก็ย่อมเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา รวบรวมข้อมูลเพื่องานวิจัยตามโครงร่างฯที่เสนอไปนั้น

เป็นการทำหน้าที่ส่วนหนึ่งของนักวิจัยของ สถาบันวิจัย  มพล.

 

 

 

 

20.30 น.

 

ญาติโยมมากันแล้ว  9  ราย

จากนี้ก็เป็นเรื่องราว 2 อย่าง  คือ   เรื่องการพยากรณ์  ครั้นพยากรณ์ให้หมดทุกคน ๆ เป็นที่พออกพอใจกันแล้ว  ก็กลับอยากได้เบอร์กันต่อไปอีก

 

แต่เราไม่ได้ให้เบอร์โยม  เราบอกให้เขาดูเอาเอง  ฟังเอาเอง

 

 

เอาละ   อีกสักหน่อย  บนเส้นทางธุดงค์นี้คงตื่นโหราศาสตร์มากกว่าตื่นเอาเลขหวยเบอร์

 

หรืออาจจะทั้ง 2 อย่างพร้อมกันไปเลยก็ได้เหมือนกัน

 

น่าติดตามอย่างยิ่ง

 

 

 

 

14 มิ.ย. 2549

 

08.45 น.

 

เราเพิ่งเห็นงูปรากฏตัวขึ้นวันนี้เอง

 

ต่ำลงไปจากชะง่อนผาฝั่งห้วยที่เรานั่งกรรมฐานมาตั้งแต่เช้าตรู่   มันเลื้อยไปอย่างช้า ๆ ตัวมันยาวประมาณ 1 เมตรทีเดียว 

 

มาคราวแรกนั้น มีงูเขียวหางไหม้ งูพิษร้ายเข้าไปอยู่ในกลดด้วยเลย  ยังถ่ายรูปมันไว้และรูปก็ยังอยู่

คราวหนึ่งงูเขียวหางไหม้นี่แหละ เกิดเลื้อยเข้าไปในโบสถ์ ขณะหมู่สงฆ์พักผ่อนนั่งนอนกันอยู่เต็มไปหมด  มันตกใจเลื้อยข้ามเราไปตั้งแต่เท้าจดหัว  ทะลุออกหน้าต่างโบสถ์ไปเลย  

 

เราชอบงูละซี ?

รู้สึกเช่นนั้น?

 

เมื่อเย็นค่ำวานนี้เราพบว่ามีไก่ป่า  หากินกันอยู่บริเวณฝั่งห้วยด้านสุสานนี้  เรารู้ว่าเป็นไก่ป่าก็เพราะมันเข้านอนในพุ่มไม้ทึบ  และร้องก๊อก ๆ ๆ เมื่อเราเดินผ่านไป

 

 

และนี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่ามีความกินใจกับธรรมชาติการธุดงค์จนไม่นึกอยากจะไปเสียจากป่า

 

ป่ามีความสุขุมลึกซึ้งละเมียดละไม  และ ประชาชน

 

เรากำลังถูกผูกมัดด้วยเสน่หาแห่งงานธุดงค์เข้าแล้ว

 

น่ากลัวเหลือเกินว่า  ไม่นานเราคงได้ลองเข้าไปในพม่า

 

เร็ว ๆ นี้

 

และงานบุกเบิกเส้นทางธุดงค์แห่งอิสานใต้ก็คงเดินหน้าอย่างแน่นอน

เพิ่งนึกออกว่า  อาจจะเริ่มงานธุดงค์ข้ามชาติ    ฝั่งทะเลอันดามันนู้นก็ได้

 

ที่นั่นมีคนไทยพูดไทยแต่ไร้สัญชาติไทยอยู่มาก  และมีทั้งหมู่บ้านไทยในเขตพม่า

 

ลองไปศึกษาสัมผัสเพียงผิวเผินดูก่อนก็ได้

 

แดนป่าเขาลำเนาไพรและแดนมหัศจรรย์ดูเหมือนจะเปิดทางให้แก่เรา  เมื่อเทพเจ้าสูงสุดทั้ง 3 องค์มาปรากฏตัวอำนวยพร      ดั่งนี้แล้ว 

 

 

09.30 น.

 

ภัตตาหารมื้อนี้อุดมสมบูรณ์   จะเป็นมื้อสุดท้ายที่นี่แล้ว  แต่เราก็ยังไม่ได้บอกลาญาติโยม 

 

และคิดจะไม่บอก 

 

จะไปเสียอย่างไร้ร่องรอย

 

 

 

 

12.20 น.

 

เคลื่อนออกจากชะง่อนโคนไม้แสง ฝั่งห้วยสำราญ  สุสานสุขาวดี

 

จะข้ามห้วยไปฝั่งตะวันตกเลียบไปทางมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ที่เห็นธงปลิวไสวอยู่ยอดหลังคาตึกนู้น

 

ลาก่อนปลาซิวตัวน้อย ๆ ทั้ง 2  ฉันจะไม่ลืมพระคุณเลย  ขอได้พบกันอีกในชาติหน้าโน้น

 

ลาก่อนมวลหมู่แมลงปอทั้งหลายทั้งปวง 

 

 

 

 

17.30  น.   

 

วัดมหาพุทธาราม

 

-ไปหลงทางอยู่รอบ ๆ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ นั่นเอง ถึง 4 ชั่วโมงเศษ ๆ  เดิมว่าจะสำรวจป่าบริเวณนั้น แล้ว  เดินตามคูน้ำไปเรื่อย ๆ จากด้านตะวันออกของ ม.ราชภัฏ  เลียบฝั่งห้วยสำราญมาเรื่อย ๆ  แบบเกาะติด ไม่ปล่อย คดโค้ง ขึ้นลงไปอย่างไรก็ตามไป   ฝ่ามากลางแดดเปรี้ยง ๆ  ไปจนถึงหลักเขตที่ดิน ด. อ่านไม่ออก 37016  ช.ป.  กลางป่า  เป็นนาน จึงมาสุดคูน้ำ  แล้วกลับพบว่าเป็นสถาบันราชภัฏเหมือนเดิม แต่เป็นอีกด้านหนึ่ง  ด้านตะวันตก  (เราไม่รู้ว่าเดินตามสันตัวยูมา)

 

เกือบต้องค้างคืนระหว่างนั้นอีก 1 คืน

 

แล้วขึ้นถนนสายราชภัฏ  อันงดงาม  ไปต่อถนนเทพา   เลี้ยวเข้าวัด

 

พบคำสั่งให้ไปประชุมประจำปีตามคำสั่งมหาเถรสมาคม ณ ศูนย์ภาค 10 วันที่ 23 มิ.ย. 2549

 

นั่นเป็นโอกาสดีอีกละซี  สำหรับงานของพระธุดงค์

 

 

โอ พระธุดงค์ !!

 

 

 

 

 

 

จบการบันทึกภาค 5 ลงเท่านี้

โปรดติดตาม โลกลี้ลับ ตอนต่อไป ในบทบาทของพระวิปัสสนาจารย์ พระธุดงค์ และพระกัมมัฏฐานของ พระพยับ ปญฺญาธโร   เพื่อนำความลี้ลับของโลกนามธรรม และโลกวิมุติ-นิพพาน ออกมาเผยแผ่แด่ชาวโลก

 

 

 

 

* พระพยับ ปญฺญาธโร   ผู้บันทึก

   ระหว่างเดินทาง 8-14 มิ.ย. 2549




Mystery World Report ศึกษาโลกลี้ลับ การศึกษาเชิงงานวิจัยสมาธิและไสยศาสตร์

Mystery World Report 26 : บันทึกสำคัญ
Mystery World Report 25
Mystery World Report 24
Mystery World Report 23
Mystery World Report 22
Mystery World Report 21
Mystery World Report 20 : ศึกษาโลกลี้ลับ 20 (ภาษาไทย)
Mystery World Report 19 article
MysteryWorld Report 18
Mystery World Report 17
Mystery World Report 16
Mystery World Report 15
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 14 ย่อ
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 13 ต้นฉบับสมบูรณ์ ตอนที่ 1
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 13 ต้นฉบับสมบูรณ์ ตอนที่ 2
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 13 ย่อ
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 12 ต้นฉบับสมบูรณ์
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 12 (ย่อ)
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 11 (ย่อ)
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 10 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 9 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 8 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 7 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 6 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 4 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 3 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 2 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 1 article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เวบไซท์นี้ http://www.newworldbelieve.net มีข้อมูลพื้นฐานจากหนังสือพิมพ์ดี:วิเคราะห์ข่าวในวงการเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดและสหธรรมิก ออกโดยมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร) มี พระพยับ ปญฺญาธโร เป็นบรรณาธิการ และเป็น webmasterสำนักงานตั้งอยู่ที่ วัดมหาพุทธาราม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ 33000 ขณะนี้หนังสือพิมพ์ดีมีอายุทำการมา 11 ปีแล้ว มีเรื่องสำคัญคือการวิเคราะห์สังคมทั้งระบบด้วยแนวภูมิปัญญาและวิสัยทัศน์แห่งตาธรรมะในพระพุทธศาสนาเพื่อนำสังคมไปสู่ความดีงามและรอดปลอดภัยจากสถานการณ์เลวร้ายยุคนี้