dot
dot dot
dot
พระพุทธเจ้า
dot
bulletบทศึกษาพิเศษ:พระพุทธเจ้า ศึกษาจากวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรนแปล เช้า- เย็น
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรแปล เช้า-เย็น อัพเดต
dot
พุทโธโลยี
dot
bulletสมาคมศิษย์หลวงปู่เครื่อง จัดประกวดเรียงความออนไลน์มัธยมศึกษาในวันวิสาขบูชา คลิกดูรายละเอียดและรางวัลที่นี่
dot
ชมรมยุวพุทโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
dot
bulletThe Beginning ความเป็นมาของโครงการชมรมยุวพุโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
bulletChart Showing the Process
dot
บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี พ.ศ.2540 - 2559
dot
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี 1
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 1
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 3
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 4
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 5
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 6
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 7
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 8
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 9
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 10
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 11
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 12
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 13
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 14
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 15
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 16
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 17
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 18
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 19
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 20
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 21
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 22
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 23
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 24
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 25
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 26
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 27
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 28
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 29
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 30
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 31
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 32
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 33
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 34
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 35
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 36
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 37
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 38
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 39
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 40
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 41
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 42
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 43
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 44
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 45
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 46
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 47
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 48
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 49
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 50
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 51
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 52
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 53
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 54
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 55
dot
To The World
dot
bulletENGLISH
bulletUSA
bulletChina
bulletIndia
bullet Mynmar
bullet Cambodia
bullet Loas
bulletSri Lanka
bulletMalaysia
bulletKorea
bulletThe Truth Of Red Thailand 12-14 April 2009
bulletFrom red shirt survivor person
bulletA Sharp Turn of Believes : Iresearch Iwrite Iread
dot
โหราศาสตร์ [updateใหม่สุด]
dot
bullet สารบาญโหราศาสตร์ คำพยากรณ์ นักการเมือง และคนสำคัญของแผ่นดิน
bulletดวงชะตาประเทศไทย พยากรณ์ว่าประชาชนจะอดอยากยากจนและเผชิญภับพิบัติ 4 ประการ
bulletให้คำพยากรณ์นักธุรกิจชาวอังกฤษ
bulletอยากรู้เรื่องโหราศาสตร์ คลิก!
dot
Buddhism How? บันทึกของนักปฏิบัติธรรมผู้ถวายชีวิตพิศูจน์สัจธรรมพุทธให้รู้แจ้งเห็นจริงถึงระดับมรรคผลนิพพานแท้
dot
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 1
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 2
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 3
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 4
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 5
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 6
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 7
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 8
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 9
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 10
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 11
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 12
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 13
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 14
bulletMystery Report 15
bulletMystery Report 16
bulletMystery Report 17
bulletMystery Report 18
bulletMystery Report 19
bulletMystery Report 20
bulletMystery Report 21
bulletMystery Report 22
bulletMystery Report 23
bulletMystery Report 24
bulletMystery World Report 25
bulletศึกษาโลกลี้ลับ 26
dot
เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว วิเคราะห์ทุกปัญหาในโลกมนุษย์ด้วยสติปัญญาและเหตุผลวิทยาศาสตร์
dot
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2536
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2537
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2538
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2539
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2540
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2541
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2542
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2543-2545
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2545-2549
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2549-2550
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2550-ส.ค.2551
bulletเฝ้าดูฯ ส.ค.-ก.ย.2551
bulletเฝ้าดูฯ ก.ย.2551- ธ.ค. 2551
dot
เฝ้าดูฯสำนวนพัชรา กอปรทศธรรม
dot
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 16-27
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 29
bulletบทความใหม่ เม.ย.-พ.ค.2552
bulletพุทธธรรมเพื่อทางดับทุกข์
bulletทฤษฎีการดับทุกข์ทางจิต วิปัสสนากรรมฐานโดยการทำงาน(สำนวนปรับปรุงใหม่)
bulletประวัติพัชรา กอปรทศธรรม
bulletประวัติการต่อสู้เพื่อการดับทุกข์ ของพัชรา กอปรทศธรรม
bulletอัลบั้มรูป history
bulletนิทานธรรมะประยุกต์ มานุสสาสุระสงคราม 4 ภาค และอื่น ๆ
bulletอัลบั้มรูป ภาพในอดีตและชีวประวัติศาสตร์ที่สวยงาม
bulletจากเวบบอร์ด พูดกันไม่รู้เรื่อง ประชาธิปไตยล้าหลัง
bulletศาสนาสากล การวิเคราะห์ความหมาย
bulletปลอบใจ
dot
รวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์ แนวปฏิรูปคณะสงฆ์อยู่ในบทวิเคราะห์นี้แล้ว
dot
bulletรวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
สากลจักรวาล สากลศาสนา แนวคิดศาสนาสำหรับคนยุคใหม่
dot
bulletสากล...ศาสนา 1
bulletสากล...ศาสนา 2
bulletสากล...ศาสนา 3
bulletสากล...ศาสนา 4
bulletสากล...ศาสนา 5
bulletสากล...ศาสนา 6
bulletสากล...ศาสนา 7
bulletสากล...ศาสนา 9
bulletสากล...ศาสนา 8
bulletสากล...ศาสนา 10
bulletสากล...ศาสนา 11
bulletสากล...ศาสนา 12
bulletสากล...ศาสนา 13
bulletสากล...ศาสนา 14
bulletสากล...ศาสนา 16
dot
ส่วนข้อมูลสำคัญเพื่อการวิจัยการเมืองไทยยุค คมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
dot
bulletข้อมูลสำคัญยุคคมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่1/26ส.ค.2551
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่2/27ส.ค.2551
bulletใบปลิว อีเมล์ ในหลวงทรงร้องไห้
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 1
bulletในหลวงเพิ่งทราบข่าวฆ่าประชาชน10เมย.53ทรงร้องไห้
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
รวมข่าวม็อบการเมืองสนธิ-จำลอง-ปชป.มิ.ย.51-เม.ย.52 นสพ.
dot
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 2
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 3
bulletรวมข่าวม็อบ30มิ.ย.51-23มี.ค.52
bulletเลือดศรีสะเกษบันทึกเรื่องราวรอบด้านเกี่ยวกับเขาพระวิหาร
dot
การโฆษณาชวนเชื่อล้มรัฐบาลทักษิณ
dot
bulletรายงานการโฆษณาชวนเชื่อในประเทศไทยที่ล้มล้างรัฐบาลทักษิณ
dot
หนังสือพิมพ์ดี ของฟรีให้เปล่ามา20ปีแล้วทั้งเอกสารและอินเทอเนท
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต ) เล่ม 1 - 44 - ล่าสุด
bulletหน้าที่เก็บไว้
bulletมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร)
bulletวัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ บันทึกเหตุการณ์
bulletสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษแห่งที่ 1
bulletเกี่ยวกับเวบไซต์ของเรา เราทำเพื่อปัญญาชนโดยแท้
bulletรวมกระทู้เด็ดจากกระดานถามตอบ
bulletคาถาอาคมไสยศาสตร์
bulletกวีนิพนธ์ใหม่
bulletศูนย์ปฏิญญาณละเลิกอบายมุข บัญชีที่1-3


Mystery World Report 26 : บันทึกสำคัญ

บันทึกสำคัญ

**************************************************************************************************************************

 

 

บันทึกสำคัญ

 

มีบันทึกสำคัญ เรื่อง ทีมฟุตบอลนักเรียน ทีมหมูป่า อาคาเดมี จ.เชียงราย 13 คน อายุ 11ปี ถึงอายุ 16 ปี รวมโคช อายุ25ปี เป็นทีม 13 คน หายเข้าไปในถำ้ใหญ่  ถ้ำหลวง ทิวเขาแม่นางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย  โดยหายไปในถ้ำตั้งแต่วัน ที่ 23 มิ.ย.2561 ไปถึง วันที่ 2 ก.ค. 2561 ..ระหว่างนี้ เราได้บันทึกข้อมูลสำคัญเอาไว้....โปรดติดตามในท้ายรายงานนี้ 

 

 

 

 

 

10 ก.พ.2555
18.00 น.

บันทึกสงครามสวรรค์

มารดาคนป่วยกับพี่ชายคนป่วยมาหา  คนป่วยป่วยมานานนอนอยู่กับที่ แม่เฝ้าจนเหนื่อย  มาขอให้ไปดูทางใน ดูสถานที่ว่าเป็นอย่างไร  เพราะเคยไปหาคนทรง ๆ บอกว่าพื้นที่นั้นไม่ดี  เขารับไปที่บ้านเขา อยู่ในซอยข้าง ๆ รพ.ประชารักษ์ 

 

โดยทฤษฎีนั่งทางในสำหรับเราแล้วก็คือ  เมื่อจิตใจไร้กังวล  เมื่อภาวะความกังวลลดน้อยไป  จิตก็จะสงบสงัดและเสียงทิพย์ก็บรรเลงขึ้นและเรานิ่งฟังเสียงทิพย์นั้น  เนิ่นนาน   และสภาวะอย่างนี้เมื่อตั้งใจดูสิ่งที่เรียกว่า   ดูภายใน   ก็จะเห็น......ได้บันทึกเรื่องนี้ไว้ย่อ ๆในไดอารีโหรเมื่อวันที่ 10 ก.พ.2555...

 

โยมมารับไปที่บ้านนั้นเป็นเวลาโพล้เพล้, ได้เข้าสมาธินานพอสมควร จึงเกิดนิมิตร แปลว่านั่นคือการทะลุไปสู่อีกมิติหนึ่งแล้วได้พบเห็นเหตุการณ์ขณะนั้น ..... เห็นเป็นเรื่องราวของสงครามสองฝ่าย......... เห็นลูกธนู่ เป็นห่าฝนพุ่งมาจากทิศเหนือ มาตกยังพื้นที่บริเวณบ้านและรพ.นั้น เลยข้ามไปข้างหลังอีก  ....แล้วมีสามง่ามขนาดใหญ่มหิมามากแทงตรงมาทางทิศที่ตั้งบ้านและรพ.ประชารักษ์  แต่ไม่เห็นตัวคนถือ ก็เข้าใจว่าอะไรเป็ฯอะไร นี่คือบริเวณที่ทำสงครามสวรรค์กันอยู่  และพื้นที่บ้าน บริเวณนั้นเป็นที่ตกของอาวุธทั้งหลาย  เห็นพระอินทร์ สีเขียว ๆ นั่งอยู่ขอบ ๆสนาม ข้างตะวันออก  อยู่องค์เดียวโดดเดี่ยวคล้าย ๆ กำลังจะแพ้สงคราม....นี่เป็นสงครามอินทร์-อสูร อสูรกำลังจะพิชิตอินทร์  เราคิดเช่นนั้น ก็คิดช่วยพระอินทร์  ก็รำลึกกฤษณเทพ หรือพระนารายณ์ ขอให้มาช่วยด้วย พระ นารายณ์ก็ปรากฎตัวมา  ปรากฎว่าพระนารายณ์ชนะโดยง่ายดาย เห็นขี่คออสูรเหินฟ้าไป  สงครามก็สงบ .......มันจบเสร็จลงตอนที่เรานั่งทางในอยู่นั่นเอง เรื่องนี้ดูเหมือนนิยาย...เหมือนหนังอินเดียเลยทีเดียว

ก็เล่าให้ญาติโยมฟัง ว่าเมื่อสงครามสงบแล้ว  อะไร ๆ ก็คงจะดีขึ้น  ตอนที่ไปธุดงค์ในป่าช้า...ได้อัปนาสมาธิแล้วกฤษณะและทวยเทพเสด็จมาอำนวยพร...ทั้งองค์อิศวรก็เสด็จมาภายหลังอีกด้วย ...ก็ทราบว่านี่เป็นสัญญาพันธมิตรกัน...มีอะไรก็คิดถึง 

(เราคิดว่า นิมิตรนั้นชัดเจนมาก.........แต่นี่ก็คงเป็นข้อสมมติฐานเพื่อการศึกษาหาเหตุหาผลว่าอะไรเป็นอะไรต่อไป) 

 

พระบรมสารีริกธาตุ อีกครั้ง

29 ก.พ.2555

20.00 น. 

วันนี้วันพระ 8 ค่ำ  16.40 น.ได้นำญาติโยมทางวัดทำพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จำนวนนับหมื่นองค์ เจ้าอาวาสนำมาจากอินเดีย ลงในบุษบก แล้วประดิษฐานไว้ในเจดีย์ใหญ่ ในวิหารหลวงพ่อโต เพื่อให้ประชาชนทั่วไปกราบไหว้บูชาต่อไป  แล้วพาทำวัตร สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม ญาติโยมเต็มพระวิหารใหญ่  ครั้นถึงเวลาทำสมาธิ ได้บอกญาติโยมให้ตั้งใจทำสมาธิ ตั้งใจดูว่ามีพระบรมสารีริกธาตุล่องลอยในวิหารหรือไม่  

 

เราเองก็ตั้งใจดูเหมือนกัน  พอนั่งสมาธิหลับตาลงทันทีก็เห็นแสงสว่างรวมกันเป็นพวงมาลัย กลม หมุนเข้าสวมลงบนยอดเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ  แล้วหมุนไปรอบตัวเอง  สักครู่ก็มีแสงเป็นเส้น ๆ แตกกระจายออกไปรอบ ๆ เจดีย์  ทีแรก 4-5 เส้น ต่อมาก็หลายเส้น จนดูเต็มไปหมด  จากนั้นก็เกิดเป็นวงกลมรอบ ๆ เจดีย์ หลาย ๆ วงหมุนรอบ ๆ เจดีย์ที่บรรจุ เลื่อนขึ้นเลื่อนลง ทั้งเลื่อนลง เลื่อนขึ้น จากฐานเจดีย์ขึ้นไปยอดเจดีย์  จากยอดเจดีย์ลงมาฐานเจดีย์ .....  มีความรู้สึกว่า พระบรมสารีริกธาตุเม็ดเล็ก ๆ แบบเม็ดทราย นับหมื่นองค์เหล่านี้ กำลังเล่นบันเทิงเริงรมย์กันอย่างสนุก   ......

ครบเวลา 5 นาที เหมือนเพียง 1 นาที   

นี่เป็นการพิศูจน์เกี่ยวกับพระบรมสารีริกธาตุเป็นครั้งที่ 3    ก็ปรากฎชัดเจนเหมือนครั้งก่อน ๆ   ที่ยืนยันทฤษฎีสมาธิ-ฌาน และเสียงทิพย์

ข้อสังเกตก็คือ  ระหว่างนั้น เสียงทิพย์ก็บรรเลงอยู่ในระดับ  D;4,000:L;20U. แม้ขณะที่บันทึกนี้ เสียงทิพย์ก็บรรเลงอยู่ และยังละเอียดกว่าไปอีก  ประมาณ D;5,000:L;20U. เสียงทิพย์นี้ มีความไพเราะอย่างประหลาดมาก เพราะไพเราะในแบบที่อธิบายไม่ถูก แต่มันมีท่วงทำนองเร่งเร้า ห้าวหาญ ปราศจากความกลัวสิ่งใดใด  จึงบันทึกเอาไว้เป็นข้อมูลสำคัญต่อไป

 

1 มี.ค.2555

17.00 น. 

ลงทำวัตรเย็น  ขณะนั่งสมาธิ 1 นาที   ได้เห็นนิมิตรเหมือนเดิม  คือพระบรมสารีริกธาตุเม็ดทราย พากันแสดงความบันเทิงร่าเริงกันอยู่  เป็นแสงเรืองรองสว่าง  รวมกันเป็นวงกลมใหญ่หมุนเลื่อนขึ้น ๆ ลง ๆ รอบ ๆ พระเจดีย์   แยกกระแสพุ่งออกไปรอบ ๆ เป็นเส้น ๆ บ้าง พุ่งขึ้นบนบ้าง  ลงล่างบ้าง  วนเวียนอยู่รอบ ๆ พระเจดีย์  รวมกันเป็นเหมือนกลด หรือจานแบนกลมใหญ่เหนือยอดพระเจดีย์บ้าง   พิศดารไปต่าง ๆ รอบพระเจดีย์  (เหมือนเด็ก ๆ เล่นกันสนุกสนานประมาณนั้น) ......   แต่คราวนี้ยังได้เห็นเจดีย์อื่นอีกมากมายหลายเจดีย์  ดั่งว่าอยู่ไกลบ้างอยู่ใกล้บ้าง  มาปรากฎให้เห็นในสายตา  ล้วนมีพระบรมสารีริกธาตุเม็ดทรายเหล่านี้  แสดงฤทธิ์พิศดารแบบเดียวกันนี้ทุกเจดีย์   .........ซึ่งดูแล้ว เป็นสิ่งที่สวยงาม ประหลาดมาก

บทวิเคราะห์  ระหว่างนี้เป็นระหว่างที่จิตใจไร้กังวล  เมื่อภาวะความกังวลลดน้อยไป ในรูปธรรมก็คือไม่ได้ดูโทรทัศน์และฟังข่าวสารใดใด  หรือมีข่าวสารที่สบายใจไร้กังวล  จิตจะสงบสงัดและเสียงทิพย์ก็บรรเลงขึ้นและเรานิ่งฟังเสียงทิพย์นั้น  และสภาวะอย่างนี้เมื่อตั้งใจดูพระบรมธาตุหรือสิ่งที่เรียกว่า   ดูภายใน   ก็จะเห็น.....

 

 

4 มี.ค.2555

ทฤษฎีใหม่ 
ชื่อ : ทฤษฎีสามัญชน

สมมติฐาน :  เสียงทิพย์คือชีวิตใหม่หลังความตาย

ที่มาของสมมติฐาน :  ทดลองกับความหลับ   นอนฟังเสียงทิพย์  ขณะที่ทดลอง เป็นเสียงระดับ D;5,000:L;15-20U. ระหว่างวันที่ 28 ก.พ. - 3 มี.ค.2555)  หลับฟังเสียงทิพย์ แล้วลืมโลก เพลินอยู่ในการเสพเสียงทิพย์นั้นอย่างไม่รู้อิ่ม ดุจไร้กาลเวลา..........พลันฉุกคิดว่า  หากสังขารสิ้นอายุแล้ว  เข้าไปสู่เสียงทิพย์  นั่นมิแปลว่าตายไปแล้วอยู่ในเสียงทิพย์หรือ   และเสวยสุขจากการฟังเสียงทิพย์ตลอดกาลนาน 

สิ่งที่ต้องการพิศูจน์ :  หลับในเสียงทิพย์ .....แม้เสียงทิพย์อยู่ระดับล่าง ขณะปกติขณะนี้คือระดับ  D;4,000-5,000:L;10-20U. (ไม่ถึงระดับ Divine Concert คือระดับ D;10,000-12,000:L;20-50U.) ทำได้เพียงไรหรือไม่?......  

ข้อสังเกต   แม้ไม่ได้นอนหลับ  ลืมตาหรือตื่นอยู่ .....หรือแม้อยู่ท่ามกลางสมาคม  เมื่อฟังเสียงทิพย์นี้แล้ว  ก็เหมือนฟังดนตรีสวรรค์ จึงเรียกว่า Divine Concert อยู่แล้ว ดังได้พบมาเมื่อระดับเสียงทิพย์ขึ้นถึงระดับมาตรฐานของ ดนตรีสวรรค์ คือระดับ D;10000:L;20-50U. ขึ้นไป เป็นระดับที่เพลิดเพลินจนลืมโลก และพอใจฟังเสียงทิพย์นี้ตลอดวันตลอดคืนแบบลืมไม่อาลัยโลกเลย   ....  เสียงทิพย์จะลดหายไป ในเหตุเดียวที่สำคัญมากคือ  ความกังวล  ...เช่นในระยะหลัง ที่ลดลง  และยังไม่เคยขึ้นถึงระดับ ดนตรีสวรรค์ D;10,000:L;20-50U. อีกเลย 

ข้อสมมติฐานใหม่ก็คือ  แม้ระดับเสียงทิพย์อยู่ต่ำแค่ D;4,000:L;10-20U. ซึ่งโดยรูปธรรมเสียงนี้ชัดเจนสดใสไพเราะแต่ไกลและค่อยมาก ต้องคอยตั้งสมาธิฟัง หรือตะแคงหูฟังจึงต่อเนื่อง......แต่ระดับนี่แหละที่ไม่เคยหายไปจากข้าพเจ้า ไม่ว่าอยู่ในสถานการณ์ หรือความกังวลระดับไหน.....   แต่ที่ได้พบข้อสังเกตใหม่ก็คือ  เมื่อทำให้การนอนหลับในเสียงทิพย์ระดับนี้มีความสนิท แบบเพลิดเพลินจนลืมโลกได้ ก็ถือว่าเป้นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ พอ ๆ กับได้ฟังดนตรีสวรรค์ระดับสูงเลยทีเดียว  และที่สำคัญ น่าจะเป็นสิ่งที่ดีแก่ความตาย ทำให้ความตายไปสู่เสียงทิพย์ชั่วนิรันดร์ได้    ในเมื่อพิศูจน์ได้ว่า การนอนหลับที่สนิทจริง ๆ ก็คือความตายนั่นเอง  ....แหละหากตายลงในระดับเสียงทิพย์ แม้ระดับต่ำนี้ ก็ย่อมเป็นการได้เปรียบแห่งชีวิตข้างหน้า โลกหน้าเลยทีเดียว   ....(ในส่วนตัวของข้าพเจ้าเอง หากว่าไม่สามารถบำเพ็ญสมาธิฌานไปในระดับสูงถึงระดับเสียงสวรรค์ได้....หรือเป้าหมายที่ให้ถึงระดับ D;50,000:L;10-100U. ซึ่งเป้นระดับที่อาจจะหายตัวได้  ...  อยู่ระดับปกตินี้ได้ ก็ยังมีโอกาสดี ที่จะตายลงในเสียงทิพย์ คือเสพเสียงสวรรค์เป็นสุขหลังความตายได้ ด้วยการทดลองกับการนอนหลับในเสียงทิพย์นี่เอง)  

 

7 มี.ค. 2555 
วันเพ็ญเดือน4 วันมาฆบูชา

เสียงทิพย์ในระดับปกติที่ได้ยินระยะหลังนี้คือ D;4,000-5,000 : L;15-20U.  แต่ในเย็นวันนี้ ไปถึงช่วงเวียนเทียน  ได้ยินเสียงนี้แล้ว  ยังได้ยินเสียงที่แปลกไปอีก คือเหมือนเห็นภาพแกนใหญ่ดำเมี่ยมหมุนรอบตัว ทำเสียงใหญ่  เป็นจังหวะ ๆ ในขณะที่เสียงทิพย์เดิมระดมระงมอยู่รอบ ๆ  ขณะที่แกนหมุนไปนั้น    แกนนี้หมุนเร็วยิ่งมีเสียงออกมา...........

นึกดูก็ไม่ใช่สิ่งแปลก ....   แต่นี่คือลักษณะการเริ่มเสียงที่เหนือไปกว่าเดิม ....  เมื่อแกนใหญ่ดำเมี่ยมนั้นหมุนเร็วไปอีกจนมองไม่เห็น  เสียงทิพย์ก็จะทวีความสนั่นมากขึ้น ....ไปจนถึงระดับดนตรีสวรรค์[Divine Concert] ระดับ D;10000-12000 : L;10-50 U.  ที่เราเคยได้รับฟังมาก่อนแล้ว ช่วงเวลาหนึ่ง แต่บัดนี้หดหายลดระดับลงมา

The Divine Concert นี้    เมื่อได้ฟังแล้ว ก็จะยอมรับเองว่า  เป็นดนตรีแห่งเทพเจ้าจริง ๆ    มันไพเราะมาก......

 

ตักบาตรงานศพญาติโยมมณีรัตน์ ภริยานายจี้ฮง

11 มี.ค.2555 

ลูก ๆ หลาน ๆ เขารู้ว่าเคยนั่งทางในดูนายจี้ฮง  ก็อยากให้นั่งทางในดูบิดาเขาบ้าง

ก็ถือโอกาสไปก่อนคนอื่น นั่งทางในดู  ตอนพระสวดมนต์ ตักบาตรเช้า  พบว่า เขานั่งพนมมืออยู่แต่ไกล ๆ  แต่งตัวธรรมดา ดูปอน ๆ พนมมือฟังพระสวดมนต์อยู่  มีเทวดา ดูแลอยู่โดยนั่งรวมกันอยู่ 5-6 องค์ คล้ายควบคุมดูแลนายซื่อตรง ตันติไพศาล อยู่  ........   ก็บอกเขาให้ทราบว่า  พ่ออยากมา แต่มาไม่ได้ เขาไม่ให้มา  แต่ให้ฟังพระให้ศีล สวดมนต์  มีเทวดาดูแลควบคุมอยู่หลายองค์  ......  ไม่ได้เล่าต่อไปว่า  พอท้าย ๆ พิธี นายซื่อตรงร้องไห้ น้ำตาตกไม่หยุด   คงดีใจที่พี่น้องลูกหลานทำบุญอุทิศไปให้ ....

 

หมายเหตุ     การมองเห็นภาพนิมิตรเกิดอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเหมือนภาพยนตร์เช่นนี้  มันเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง หรือมันคืออะไรแน่..............  นี่แหละที่ตั้งใจศึกษาวิจัยต่อไป.

 

บันทึกสำคัญ 

27 เม.ย.2555

ภายหลังทำวัตรเย็น มีสามเณรบวชฤดูร้อน รวมเป็นจำนวนเกือบร้อยรูปร่วมทำวัตรด้วย  เดินกลับถึงกุฎีแล้ว

พลันได้สัมผัสบรรยากาศแต่ก่อน คราปักกลดธุดงค์ ณ ภาค 10 ในป่า ฝนตกลงมา เรานั่งสมาธิในกลด ทำธุดงค์ เนสัชชิกังคธุดงค์ ท่ามกลางสายฝนตก  ก็นั่งลงบนเก้าอี้ แล้วปรากฎว่าปราณเดินลึก ยาว   โล่งโปร่งมาก

มีความรู้สึกว่าหายป่วยไข้  สุขภาพสมบูรณ์  กลับคืนสู่สภาวะพระผู้มีปกติอยู่ด้วยอิริยาบถสาม   ทำการทดสอบ  ปราณเดินลึก ยาว  โล่ง  โปร่ง  ตัวเบา   คิดว่าเป็นโอกาสดี จึงนั่งลง  ขัดสมาธิบนเก้าอี้นั้น  .........

สิ่งที่ได้พบ คือ ระดับของจิตวิญญาณ เหมือนหลุดไปจากโลก ๆ กลับคืนสู่สภาวะสูง เหนือโลก  เหนือความตระหนี่ และความกังวลในลาภผล ต่าง ๆ    มีการทรงตัวดีเหมือนเมื่อครั้งอยู่ในอิริยาบถ 3 แต่ก่อน  ขณะลมฝนมา พัดเมฆกระจายมา คลุมเหนือท้องฟ้า  เหนือวัดพระโต ฝนตกเบา ๆ    คิดว่าเป็นโอกาสที่จะฟื้นปราณ ใจใฝ่ถึงความหลังคราวไปปักกลด  คราวอยู่คนเดียว สันโดษในป่าช้า สุสานสุขาวดี  คิดถึงกลด จึงเอากลดออกมากาง  ปักลงบนเก้าอี้พิเศษตัวนั้น  ขึงเชือกไนล่อน  ทำเหมือนคราวอยู่ป่า    ได้อารมณ์ความรู้สึกกลับคืนมาหมด ..............ตรงนี้หมายถึงได้ฌาน    เกิดการเจริญฌานขึ้นแล้ว   

 

แล้วนั่งสมาธิเจริญฌานบนเก้าอี้ ไปถึง 2 ทุ่ม ในสภาวะการผ่อนคลาย ไม่นานก็สงบลงและง่วงนอน พบว่าเวลาง่วงนอน  หาวยาว   หลาย ๆ ครั้ง   หาวยาวลึกลงไปอย่างสุด ๆ  พบว่าการหาวเป็นความสุข  หาวยาวไปสุด ๆ ได้ความโล่ง ปลิดความง่วงไปหมดสิ้น .....วิเคราะห์แล้ว ปรากฎว่านี่เป็นวิธีการระบายความเครียดออกไป  ทำให้มีการทรงตัว  ไม่อยากล้มตัวลงนอน .........   แล้วเดินปราณไปอย่างสม่ำเสมอ..........พอใจมาก  ตื่นเต้นด้วย   นึกว่า   กลับคืนมาแล้ว   ปราณที่จมอยู่ ลอยตัวขึ้นมาแล้ว   ........ นี่คือปกติอิริยาบถ 3 ที่สมบูรณ์

 

เบื้องหลังการกลับมาของภาคภายในเหล่านี้    ก็คือได้บำเพ็ญประโยชน์  ได้ทำบุญกุศล  ที่สำคัญได้บริจาคเงินช่วยชีวิตคนป่วยเด็กกำพร้า บริจาคสร้างศาลา...  

พรุ่งนี้จะทดสอบ ด้วยการนั่งทั้งวัน 

 

 

 

21 พ.ค. 2555

14.20 น.

D;5000:L;20U   

 

ในงานฌาปนกิจศพ ฝรั่ง อายุ 61 เป็นมะเร็งตาย ได้เมียไทย อยู่ไทย ศรีสะเกษ อดีตทหารอังกฤษสงครามเกาะฟอลคแลนด์ ยุคนางสิงห์มากาเรต เป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ณ เมรุวัดมหาพุทธาราม  เสียงทิพย์ได้บรรเลงขึ้นอย่างชัดเจน

ในขณะนั้นมีอาการเหน็ดเหนื่อย  อ่อนเพลีย  นั่งไปสมาธิดีขึ้น เกิดแสงสว่างภายในจิตใจขึ้นก่อน   ชั่วขณะนั้เองเสียงทิพย์ก็บรรเลงชัดเจนขึ้น  พร้อมกับดวงตาสว่างไสวเมื่อเพ่งมองไปข้างหน้า    นิ่งฟัง    นี่แหละ ! ใช่เลย !

ระดับ  น่าเป็น  D;5000:L;20U     ลักษณะ เสียงที่เร่งเร้า โถมไปอย่างไม่หยุดยั้ง  แข็งแรง  สดใส ไพเราะมาก  สนั่น ถี่ยิบ ต่อเนื่อง  เรื่อย ๆ ไม่หยุดยั้ง  มีพลัง มีอำนาจ เหนือเสียงใดใด  ...................................   นี่แหละ  เมื่อเราตายเสียงนี้ก็จะมารับเรา ๆ ก็อยู่ในเสียงทิพย์นี้อย่างมีความสุข ไปตลอดกาลนาน 

แม้ระดับเสียงจะเพียง D;5000:L;20U   ยังไม่ถึงระดับดนตรีเทพเจ้าหรือ The Divine Concert   ซึ่งอยู่ระดับ D;10000:L;10-20-100 U  ก็ตาม  ก็ไพเราะเหลือล้ำแล้ว   ทำให้ใฝ่ให้ถึงระดับดนตรีสวรรค์ที่เคยเสพอย่างปกติอยู่ระยะหนึ่ง  ที่ผ่านมา   ตามที่ได้บันทึกไว้แล้ว  

 

แม้เท่านี้  แต่ก็สามารถให้คำเฉลยได้อย่างแน่นอนว่า  เมื่อข้าพเจ้าตายแล้ว ข้าพเจ้าไปไหน  แน่นอนวันนี้ อาจพูดได้เลยว่า  ................ เมื่อข้าพเจ้าตายลง จิตวิญญาณย่อมไปสู่เสียงทิพย์ เสพเสียงทิพย์  ดุจอยู่ในสวรรค์วิมานเสพดนตรีเทพเจ้าไปชั่วนิรันดร์กาล.........

 

22 พ.ค.2555

09.20 น.

เมื่อคืน หลับลงไปกับเสียงทิพย์ ระดับ  D;5000:L;20U  ........... แล้วฝันประหลาด  ฝันว่าได้เข้าไปในป่าใหญ่  น่ากลัวสิงสาราสัตว์ร้ายหรืออย่างอื่นเพราะแปลกไม่คุ้นเคย  แต่ป่าชื้น เย็นและสงบ   แล้วไปพบทางลาดซีเมนต์ขนาดกว้างใหญ่ ราวกับถนน 8 เลน ก็ปานกัน สะอาดมาก ลาดไปในป่า ไม่มีผู้คนรถราสัญจร  มีเราคนเดียวเดินไปบนถนนนั้น  แล้วปรากฎว่ามีถนนเช่นเดยวกันนี้ ขวางอยู่ข้างหน้า  และ ทิศอื่นอีกมากหลายเส้น  ล้วนทอดไปในป่าใหญ่อย่างสันโดษเงียบสงัด   

 

พอตื่นขึ้นมา เวลาประมาณ 02.50 น. ปรากฎว่าเสียงทิพย์ระงมอยู่รอบด้าน น่าจะขยับสูงขึ้นมาหน่อยเป็น .D;6000:L;20U .....ฟังเสียงทิพย์ต่อมา 

จนถึงเวลานี้  09.20 น. เสียงทิพย์ก็บรรเลงอยู่ .....ต่อเนื่องไม่หยุดลงเหมือนที่ผ่านมา แม้ว่าทำกิจตามปกติ  และเสียงทิพย์ชนะเสียงอื่นทั้งปวง

 

 23 พ.ค.2555

24 พ.ค.2555

25 พ.ค.2555

26 พ.ค.2555

27 พ.ค.2555

28 พ.ค.2555

29 พ.ค.2555

30 พ.ค.2555

31 พ.ค.2555

1   มิ.ย.2555 

 

 

 

 

14   มิ.ย.2555

 

ประชุมสำนักปฏิบัติธรรมทั่วประเทศ 

 

 ถึงวันนี้ 20 มิ.ย.2555    เสียงทิพย์ยังคงบรรเลงต่อเนื่อง ไม่ขาดไปแม้แต่วันเดียว เพียงแต่ค่าของเสียงอยู่ระดับต่ำ โดยค่าเฉลี่ย ณ  D;4000:L;10-20U  

 

18 ก.ค.2555


มีการประชุม สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดทั่วประเทศ ณ วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสดวก จ.ราชบุรี   วันที่ 19-20 ก.ค.2555

 

ได้รับมอบหมายจากเจ้าคุณพระราชธรรมสารสุธีให้ไปประชุม ในฐานะรองหัวหน้าเจ้าสำนัก เจ้าพิธีกรรม สำนักปฏิบัติธรรม แห่งที่ 1 ประจำจังหวัดศรีสะเกษ................

  เสียงทิพย์บรรเลงมาเป็นปกติ ...............ในระดับปกติ ณ   D;4000:L;10-20U....................................................................................... ระหว่างการประชุม 2 วัน เราจะได้ประโยชน์ในการเพิ่มพูนเลื่อนระดับเสียงทิพย์ ไปสู่ ระดับดนตรีเทพเจ้า หรือ The Divine Concert  ได้หรือไม่ ?...........................................................

คือ ระดับ  D:10000-12000;L20-50U.........ที่เคยไปถึงและพิศูจน์ทราบถึงความไพเราะเสนาะสนั่น อย่างกับเสียงบรรเลงดนตรีแห่งเทพเจ้า  มาแล้ว...........

ในเมื่อเป้าหมายของเราคือ    ระดับ L;50000L;10-100U.  ระดับหายตัวได้ 

 

19.00 น.    ออกเดินทางจากวัดมหาพุทธาราม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ  โดยรถตู้สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จังหวัดศรีสะเกษ  พร้อมเจ้าสำนักอื่นอีก 8 สำนัก  รวม 11 รูป/คน  

 

 พอขึ้นรถออกเดินทางเสียงทิพย์ก็บรรเลงเลยทีเดียว  ในระดับปกติ ระดับ L;40000L;10-100U  และเป็นเช่นนั้นไปจนถึงวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสดวก จ.ราชบุรี เวลา 02.45 น.  การประชุมครั้งนี้มีเจ้าสำนักมาจากสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดทั่วประเทศ 1542 แห่ง 

 19 ก.ค.555

07.00 น. เดินทางไปมหาเจดีย์ จตุรมุขขนาดใหญ่ กำลังก่อสร้างอยู่  ฉันข้าวต้ม  ลงทะเบียน ..........วันนี้เสียงทิพย์ดังขึ้นสนั่นในที่ประชุมพระสงฆ์เจ้าสำนัก 900 กว่ารูป

 

พบหลวงพ่อสด จนฺทสโร
สำนักวิชชาธรรมกาย

 

 

19.00 น.

ในห้องอาคารใหญ่ที่พักรวม ติดแอร์   นั่งสมาธิตั้งใจจะบริหารเสียงทิพย์  เสียงบรรเลงขึ้นแล้ว  กำลังฟังอยู่เพลิน ๆ ไปชั่วขณะใหญ่ ๆ  คิดว่าจะลองพยายามเพิ่มระดับเสียงทิพย์ขึ้นไปอีก........... พลันนึกขึ้นได้ว่า สถานที่แห่งนี้จะมีเจ้าที่เจ้าทาง หรือเทพเจ้าใดรักษาดูแลอยู่หรือไม่  คิดว่า เรามีวิชา และเคยทำได้แล้ว.....เป็นแบบวิทยาศาสตร์ .... มาที่นี่ก็ต้องทำได้โดยทฤษฎีเดียวกัน คือทฤษฎีนั่งทางใน  ก็มานึกว่า แล้วทำไมจะละโอกาสเสียละ   จึงเปลี่ยนเป้าหมาย  จึงตั้งใจนั่งทางใน 

 

หลับตาลงแล้ว ...........  โฟกัสไปที่บริเวณเจดีย์ใหญ่ บริเวณหน้าเจดีย์.....เพ่งดูแถวนั้น   ไม่ปรากฎว่ามีอะไร  ว่างเปล่า...... คิดว่าลองเพ่งดูในป่าเผื่ออาจมียักษ์ใหญ่อยู่ในป่า....  อาจจะมีเหมือนบริเวณป่า สำนักคณะสงฆ์ภาค 10 อ.ม่วงสามสิบ อุบลราชธานี ก็ได้ ในใจคิดว่าอาจจะเจอมหายักษ์อีกสักตนก็ได้ ........ก็โฟกัสมาที่แนวป่า.......เพ่งดูบริเวณป่า..........

 

ชั่วอึดใจนั่นเอง ทันใดนั้นก็เห็นภาพพระรูปหนึ่ง ครองผ้านุ่งห่มรัดกุมเดินแหวกป่ามาตามแนวป่า เหมือนเหินมา เท้าไม่แตะดิน เห็นแต่ไกล ตั้งแต่เล็ก ๆ  ตรงเข้ามาก็สูงใหญ่ขึ้น  พอมาใกล้ ๆ จึงเห็นชัดว่าเป็นหลวงพ่อสด จนฺทสโร  นั่นเอง...........ไม่สงสัยเหมือนรูปถ่ายเปี๊ยบ ..... ดูท่านไม่พอใจ ดวงตาออกแดง ใบหน้าตึง เต็มไปด้วยบารมี อำนาจ   ตรงมา  แล้วพอใกล้เผชิญหน้าเท่านั้น   ได้ยินท่านอุทานออกมาคำหนึ่ง.......คล้ายว่า      ใครบังอาจเรียกเรามาวะ .....แต่แล้วชั่วขณะ ยังไม่ทันพูดจาอะไรกัน  ภาพหลวงพ่อสดก็หายไปทันที พอภาพหลวงพ่อสดอันตรธานไป ในชั่วอึดใจแทบว่านาทีเดียวกัน ก็เห็นภาพเทวดา(คิดเอาว่าเป็นเทวดา เพราะไม่เคยเห็นแบบนี้  เป็นเหมือนรูปภาพวาดเทวดา มีรัศมีรอบตัว ลอยตามท่านมาข้างหลัง  คล้ายองครักษ์   ทีแรกยังไม่เห็นเพราะบังอยู่  พอหลวงพ่อสดหายวับไป  ก็มองเห็นว่าเป็นเทวดาเดินตามหลวงพ่อสดมา  และแล้วเทวดาองค์นี้ก็พลอยหายวับไปด้วย ........... หายตัวไปฉับพลันเหมือนกัน ...............

 

จากนี้ก็เหลือแต่ความสงัด.............คิดว่าเทวดา   ทำไมจึงคิดว่าเป็นเทวดา ?.......เพราะรูปที่เห็นเหมือนภาพวาดเทวดา  และมีรัศมีออกรอบ ๆ ตัว............  และเทวดาตามหลวงพ่อสดมาทำไมเหมือนประกบติดหลังมา.............  ก็ยากที่จะเดา     แต่ในมิสชั่นหรือภาระที่ต้องการถือว่าได้ทำได้ผลสำเร็จลงแล้ว  ไม่เสียชื่อ  ผลตรงเป้าหมาย สำเร็จเป็นที่พอใจแล้ว    ........พอจะสรุปได้ในชั้นต้นว่า ที่วัดหลวงพ่อสดธรรมกายารามนี้ มีหลวงพ่อสดเองเฝ้าดูแลอยู่...........เอาละ  วันนี้เหนื่อยแล้วไว้ดูต่อพรุ่งนี้

 

20 ก.ค.2555


0530 น. 

ลุกเข้าห้องน้ำ  อาบน้ำแล้ว ครองผ้า นุ่งห่ม ครองผ้าไตร เตรียมลงไปฉันเช้า .........  จะถือโอกาสนั่งทางในเพื่อต่อเรื่องราวจากเมื่อวานนี้.............. นั่งสดับเสียงทิพย์บรรเลงเงียบสงัดอยู่ ณ ประมาณ D;4000:L;10-20U ซึ่งเป็นระดับปกติ ในระยะปัจจุบัน ......(นี่คือเครื่องมือที่ทำให้นั่งทางในได้อย่างมีประสิทธิภาพ).....มีพระวิปัสนาจารย์หลายรูปนั่งทำสมาธิกันอยู่ (เราคิดว่า ท่านอื่นนั่งสมาธิ..เรานั่งทางใน อันเป็นศาสตร์เร้นลับไปอีกระดับหนึ่ง)  หลับตาลงเท่านั้นเอง ดวงหน้าหลวงพ่อสดก็ปรากฎให้เห็นแทบว่าในทันที   พอเพ่งดูภาพก็นิ่ง แล้วใบหน้านั้นขึ้นที่นั่นที่นี่ เปลี่ยนรูปไปหลายรูป(เหมือนพระภูมิเจ้าที่ที่ห้วยคุ้มเลย ที่เปลี่ยนสีหน้าสลับไปสลับมาหลายใบหน้า)  และยังเห็นเทวดาองค์นั้นเป็นฉากอยู่เบื้องหลัง  กระทำในอาการเดียวกัน แต่เทวดามีรัศมีและสีแสงรุ่งโรจน์กว่าวานนี้ และสลับสีแสงไปมา ...............  นี่คืออะไร .............ดูอยู่ชั่วขณะหนึ่ง  ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากนี้ ...............  

เอาละ............เอาแค่นี้ก็พอ...............

ก็หยุดการเพ่ง.................

 

 

 

 

ภาพหลวงพ่อสด จนฺทสโร  
ภาพนี้แหละครับ ที่ปรากฎออกมา ให้เห็นในการนั่งสมาธิ เวลา 05.30 น.เช้าวันนี้ ตามที่เล่า   

 

 

เสียงทิพย์เหมือนละอองบุปผาสวรรค์หยาดลงสู่พื้น 

ออกจากฌานมาสดับเสียงทิพย์ต่อ......................เสียงทิพย์ก็บรรเลงไพเราะเสนาะสนั่นขึ้นในกุฏิที่พักรวมพระวิปัสนาจารย์ร่วม 100 รูปในห้องใหญ่นั้น  ......  เสียงไม่ได้ดังเพิ่มขึ้นจากเดิม  แต่มีความไพเราะเสนาะมากและมีความละเอียดอ่อนมาก  ดุจเสียงที่ได้ยินจากทิพยโสต   ..............มันไม่ได้เพิ่มระดับขึ้นถึงระดับ ดนตรีสวรรค์  แต่ก็เป็นอะไรที่อ่อนโยนมาก แต่มีท่วงทำนองกร้าวห้าวหาญไม่หวาดหวั่น   มีเชิงรุกไล่พิฆาต  .............ทั้งหมดนี้เป็นดนตรีทิพย์    

 

และแล้วเสียงนั้นก็ให้ความรู้สึกว่าเป็นละอองทอง หรือหยาดทิพย์จากนภาลัย หยดหยาดลงมายังห้องพักนั้น  เหมือนดอกไม้หอม โปรยหว่านลงมาทั่วห้องโถงที่พักนั้น............ไม่ขาดสาย

นี่เป็นลักษณะอาการแห่งเสียงทิพย์ในอาการใหม่ คือเหมือนมีรูปเป็นละอองเกสรดอกไม้นับคณามิได้หยดหยาดลงมาจากนภาลัย     

.........  ช่างเร้นลับไปอีก    .........    น่าพอใจ............ 

 

เอาละพอแล้วสำหรับเช้านี้...........แล้วก็ออกเดิน เดิน  เดินร่วมกับเพื่อนสหธรรมิกแวดล้อมรอบข้าง สู่มหาเจดีย์ใหญ่  ห่างออกไปจากที่พัก 900 เมตรเศษ ๆ ...สู่ที่ฉันภัตตาหารเช้า และที่ประชุม   มองหาแนวป่าตามนิมิตเห็น  ก็ถ่ายรูปมาหลายรูป  ตามที่ลงไว้นี้ ก็ไม่น่าจะตรงกับนิมิตรเท่าไร  เพราะในนิมิตรเป็นป่าไม้มีอายุแล้ว ลำต้นสูงใหญ่แข็งแรง 

 

 

 

15.30 น.  เดินทางกลับ พระไปด้วยกัน 9 รูป ..........8 สำนัก.........   ถึงวัดมหาพุทธาราม 23.30 น.

 

หมายเหตุ  หลวงพ่อวัดคลองตาลอง วัดคลองตาลอง นครราชสีมา ได้นำญาติโยมมาเยี่ยมด้วย มีประกาศจากหลวงพ่อเทพญาณมงคล หรือท่านมงคลบุตร ว่าท่านเป็นต้นตำหรับพาญาติโยมสวดมนต์ข้ามปี  ขณะนี้ได้ตั้งใจปฏิบัติธรรมพิเศษ ทุกวันพระคือสวดมนต์ข้ามคืน  และท่านจะนั่งสวดไม่นอนทั้งคืน  ไปจนกว่าจะได้ 365 วันหรือ 1 ปีเต็ม   

 

 

บันทึกเฉพาะเรื่อง เดือนก.ค.-ส.ค. 2555

 

เรื่องที่ 1  ไปขึ้นบ้านใหม่โยมที่สนิทกัน ในหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ เจ้าของเป็นนักการเมือง  ก่อนจะเข้าอ.กันทรารมย์  จ.ศรีสะเกษ  .....  ทราบว่าเดิมเป็นป่าไม้ นักการเมืองบุกเบิกเป็นที่จัดสรรและสร้างหมู่บ้านจัดสรรขึ้น  ...... อยากรู้ว่าแถวถิ่นนี้มีเจ้าที่เจ้าทางปกครองอยู่หรือไม่อย่างไร........ ใช้วิธีนั่งทางใน ..ซึ่งในบัดนี้เป็นที่สรุปได้ว่า   หมายถึงการเดินทางข้ามเขตแดนโลกเข้าไปสู่โลกอีกมิติหนึ่ง ......  เมื่อข้าพเจ้านั่งทางใน นั้นหมายถึงไปสู่โลกอีกมิติหนึ่ง.....และทุกครั้งที่ได้ไปมาพอสรุปได้ว่า  เป็นโลก ๆ หนึ่งที่มีการปกครอง มีระบบผู้ปกครองเหมือนโลกมนุษย์ มีประชาชน  มีระบบการลงโทษและรางวัล  สำรับผู้ทำผิดและผู้ทำถูก......คราวนี้ได้เน้นข้อสรุปไปอีกว่าโลกในมิติอื่นที่ว่านั้น มีการปกครองจริง ๆ .........   

พอเริ่มนั่งทางในก็เห็นว่ามีแนวป่าล้อมรอบหมู่บ้านจัดสรรแห่งนั้น  และที่ขอบชายป่า ติดเขตหมู่บ้าน เห็นมีนางยักษ์ตนหนึ่ง นั่งพนมมือมาแต่ไกล มีบริวารแวดล้อมอยู่เป็นจำนวนมาก  นางยักษ์ตัวโตใหญ่ ผมหยิก(ละม้ายคล้ายนางยักษ์ที่เคยเจอในถ้ำขุนแผน วัดบ้านถ้ำ คราวออกบวชใหม่ ๆ) ..... คิดสงสัยว่าทำไมนางยักษ์จึงไม่เข้ามาในเขตหมู่บ้าน ........ไม่มาใกล้ ๆ เรา.......ก็คล้ายมีคำตอบว่า   เดิมนางยักษ์นี้ได้อยู่อาศัยในป่าที่ถูกบุกเบิกเป็นหมู่บ้านจัดสรรนี้ ..........พอเขาบุกเบิกถางป่าออกไปเป็นหมู่บ้าน นางยักษ์ก็จำต้องถอยออกไปอยู่รอบนอกของหมู่บ้านจัดสรร   ....... ไม่มีสิทธิเข้ามาในเขตหมู่บ้านอีกต่อไป  .................สงสัยว่านางยักษ์เป็นเจ้าที่เจ้าทางอยู่บริเวณหมู่บ้านนี้หรือไม่............ทันใดนั้น ก็ปรากฎว่ามีเทพเจ้าเหินลงมาจากเบื้องบน  แต่ไปหานางยักษี....ไม่มาหาเรา ......และมอบอะไรบางอย่างให้นางยักษี  ๆ รับเอา แล้วเทวดาก็เหินฟ้ากลับไป.......ก็เลยได้รู้ว่า  เดิมนางยักษี ยังไม่มีตำแหน่งเจ้าที่เจ้าทางอะไร  อยู่ไปลอย ๆ แต่คน บริวารเกรงใจในฤทธิอำนาจมอบให้เป็นหัวหน้าโดยพฤตินัยแต่ยังไม่ชอบด้วยนิตินัย............   จนถึงวันนี้ ขณะที่นั่งดูทางในอยู่นั่นเอง   ทางหน่วยเหนือ จึงอนุมัติตำแหน่งให้ โดยมอบตราตั้งให้เทวดานำมามอบให้นางยักษี......ต่อหน้าต่อตาเราที่นั่งทางในดูอยู่............เทวดาที่มานั้นคือเจ้าหน้าที่ทางการปกครอง นำตราตั้งมามอบให้ในขณะนั้นเลย  .......   ฉะนั้น นับแต่เวลานั้น นางยักษีจึงได้รับอำนาจเป็นผู้ปกครองท้องที่บริเวณนั้น รวมทั้งหมู่บ้านจัดสรรแห่งนั้นด้วย ..................     ได้เห็นเป็น เรื่องเป็นราวไปเลยทีเดียว......  ก็บันทึกเอาไว้เพื่อเป็นข้อมูลการศึกษาวิจัยต่อไป จนกว่าจะพิศูจน์ในเชิงวิทยาศาสตร์ได้ชัดเจน

 

เรื่องที่ 2  โยมคนหนึ่งเปิดร้านใหม่ แถว ๆ ถนนอุบล ไม่ได้ตั้งใจดูอะไร เพียงหลับตาลงพักผ่อนหน่อยเท่านั้นเอง   ก็เห็นว่ามีหญิงชราแต่งตัวแบบคนเก่าก่อนคนหนึ่ง นั่งพนมมืออยู่ที่มุมห้อง  .......ก็รู้ว่าเป็นเจ้าของที่ทางแถวนั้นมาแต่เดิม..แกมีที่ดินมาก  ครั้นตายไปก็ห่วงที่ทาง ยังไม่ไปไหนมาคอยตรวจตราอยู่ตลอดไป  วันนี้ทราบว่าเขาเปิดร้านใหม่  ก็มาที่ร้านนั้นด้วย ...มาร่วมพิธีกับเขา .....รับศีล รับพรกับเขาไปด้วย.......  ไม่ได้เป็นเจ้าที่เจ้าทางหรือพระภูมิประจำศาลใดแน่ชัด แต่ดูแลที่ดินเก่าของตนบริเวณนั้นด้วยความห่วงหาอาลัยทรัพย์สมบัติเดิมของตน   ซึ่งกินอาณาเขตตั้งแต่แนวถนนอุบลไปถึงโรงแรมพรหมพิมาน ..........   ต่อมาอีก2-3วัน โยมญาติ ๆ บริเวณถนนหลักเมือง ตรงข้ามโรงแรมพรหมพิมาน สร้างบ้านใหม่ มีพิธีกรรมยกเสาเอก ......ซึ่งได้เป็นเจ้าพิธีกรรมให้  ........  ได้ตรวจสอบทางใน  พบว่าบริเวณนั้นว่างเปล่า.......พอดีนึกได้ว่ามียายเจ้าของที่อยู่บริเวณนั้น  ก็เชิญตัวมาถามว่าใครเป็นเจ้าที่เจ้าทางอยู่บริเวณนี้  ยายตอบว่ายังไม่มีใครดูแล  ยายเองก็ไม่มีอำนาจอะไร เพียงดูแลที่ดินเดิมของตนเท่านั้น............   ต่อมาอีกสัก 2-3 สัปดาห์ โยมที่เปิดร้านใหม่ได้นิมนต์ไปเลี้ยงเปิดป้ายร้าน  ............ พบยายเจ้าที่อีก   แต่คราวนี้แกบอกว่ายายจะไปแล้ว  จะได้ไปเกิดใหม่แล้ว  แล้วยายก็หายไป...............

     

 

บันทึก
วันที่ 15 กันยายน 2555

21.30 น. สามเณรบอกมีโยมมาหา ออกไปพบว่าเป็นนักศึกษา 6 คนมารออยู่ จำได้ว่าหนึ่งคนเป็นนักศึกษาสาวที่เคยถูกผีเข้า เพื่อน ๆ หามมาหา ได้ทำพิธีกรรมให้ จนหาย (ศึกษาโลกลี้ลับตอนที่ 24 บันทึกวันที่ 25 และ 26 สิงหาคม 2554)   .......................ปรากฎว่ามาคราวก่อนวันที่..25-26 ส.ค.2554..... มีเพื่อนนักศึกษามาทั้งคณะร่วม 30 คน ปรากฎว่า ผีเข้า ดิ้นรน เพื่อน ๆ รุมจับตัวไว้ 5-6 คน.......แล้วยังมีการทำพิธีกรรมช่วยเหลือไปอีกหลายครั้งจึงเอาอยู่   ผ่านไปถึงวันนี้เป็นเวลาร่วม 1 ปีเศษ ๆ  พบว่าหญิงสาวคนนั้นดูสุขภาพสมบูรณ์ อ้วนท้วนขึ้นดูเต็มปรี่ไปหมด .....เธอเล่าว่าย้ายหอพักใหม่มาอยู่หอหน้ามหาวิทยาลัย....อะไร ๆ ดีขึ้น........แต่ก็บอกว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้เกิดปัญหาขึ้นมาอีก ภูติตัวเดิมมาหา.....เธอหมายถึงอมนุษย์ชนิดหนึ่ง....มาหาเธอ ทราบโดยสัมผัส ก็กลัว วันนี้ก็มาหาเลยทำให้เธอกลัว เลยให้เพื่อน ๆ พามาหาหลวงพ่อ .............พิจารณาแล้ว เห็นว่าเธอเป็นคนมีสัมผัสไว เมื่อไวกับฝ่ายผี ก็ควรจะไวกับฝ่ายพระด้วย จึงให้ท่องคาถา............แล้วทำพิธีบูชาขอพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งไปชั่วชีวิตหาไม่.......พรมน้ำมนต์ให้แล้วพากันกลับโดยรถยนต์ 2 คัน      
 
 
 
 
21 ก.ย.2555

วิทยาลัยอาชีวศึกษาจุลมณีศรีสะเกษ
54/1 หมู่ 11 ตำบลดูน อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ 3313
0
 
ท่านอาจารย์สมศรี ศรีบุญเรือง ผู้อำนวยการวิทยาลัยแห่งนี้ ได้นิมนต์พระสงฆ์หลายวัดในจังหวัดศรีสะเกษ และอุบลราชธานี มีจำนวนประมาณ 1,000 รูป ไปประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถาเทปูนหล่อพระพุทธรูปประธานขนาดใหญ่ในวิทยาลัย ได้นิมนต์คณะสงฆ์วัดมหาพุทธาราม 10 รูปด้วย รวมทั้งข้าพเจ้า  ขณะรอฤกษ์อยู่นั้นเป็นเวลา 09.00 น. ได้มองดูดวงอาทิตย์ กำลังฉายแสงเจิดจ้า  วิตกว่าจะนั่งทางในไม่ได้ผล (เพราะจะใช้ทฤษฎีจิตโพล้เพล้ได้ยาก ทฤษฎีนี้ต้องทำเวลาตะวันโพล้เพล้ คือเวลาตะวันจวนตกดิน เป็นเวลาที่บอกไม่ได้ว่ากลางวันหรือกลางคืน เหมือนกลางวันและเหมือนกลางคืน)  ในตอนแรกก็ทำไม่ได้ผลจริง ๆ  พยายามอยู่หลายครั้งก็ไม่สำเร็จ ..... แต่แล้วพอเข้าประจำที่อาสนะในพิธี รออยู่ก็ถือโอกาสทำใหม่ .....เหมือนมองเข้าไปสู่อีกโลกหนึ่ง เห็นสถานที่แห่งหนึ่ง มองไปเห็นบึงใหญ่ ที่ริมบึงนั้นเห็นพระสงฆ์รูปหนึ่งแบกกลด กำลังก้มตัวลงวักน้ำขึ้นลูบหน้า ....เหมือนเดินทางเหน็ดเหนื่อยมา ......  แล้วทันใดก็จ้องมองมาเห็นกระแสสายตาพุ่งตรงมา.......แล้วทันใดการเคลื่อนไหวก็หยุดลง  กลายเป็นภาพนิ่ง ....... เป็นรูปพระธุดงค์อยู่ในอาการก้มตัวทำท่าวักน้ำอยู่เช่นนั้น ...(เหมือนม้วนฟิลมหนังหยุดหมุนลงกลางคัน)...... ออกจากนั่งทางใน เห็นรูปที่วางบูชาไว้หน้าแท่นบูชานั้นเป็นรูปหลวงปู่คำคะณิง จุลมณี ........หลับตาลงอีกครั้งหนึ่งพยายามจะต่อเรื่องราวต่อไป  แต่ไม่สำเร็จ ..เห็นภาพเดิมยังอยู่แต่เป็นภาพไม่เคลื่อนไหว อยู่ในท่าเดิม ......  พอดีเกิดความคิดว่า  บริเวณนี้เป้นบริเวณใกล้ ๆ หมู่บ้านจัดสรรค์  ที่มีนางยักษีดูแลอยู่  ก็คิดจะไปถามเรื่องราวเอาจากนางยักษี ........ยังไม่สำเร็จ  ได้เวลาทำพิธีเสียก่อน  
 
รายการนี้ .... ยังวิเคราะห์ไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร......แต่เมื่อออกจากสมาธิแล้ว พบว่า  เสียงทิพย์ไม่ได้บรรเลงประกอบฉากให้   เสียงทิพย์หายไป..........
  

 

 25 ก.ย. 2555

บันทึกเรื่องประหลาดของหญิงสาว
D;5,000:L20U.

21.40 น.    เริ่มทำพิธีกรรม  วันนี้จำเป็นต้องรีบเร่งและต้องเป็นพิธีกรรมใหญ่ที่ต้องสมบูรณ์ ....เพราะหญิงสาว..เธอป่วยหนักอยู่โรงพยาบาล กทม. ได้โทร.มาบอกว่าพ่อ ทำไมหนูเหนื่อยจังเลย  หนูกลัวว่าหลับลงไปคราวนี้แล้วจะไม่ได้กลับฟื้นมาหาพ่ออีก........ได้ปลอบเธอว่า  อย่ากลัวเลยพ่อจะบอกเทพเทวดาไว้ แล้วหนูจะไม่กลับมาได้อย่างไร .......

ชุมนุมเทวดา  เทวดาก็ปรากฎทั้งสวรรค์ .... แต่บังเอิญสวดมนต์ไป ๆ เป็นคำบูชาพระรัตนตรัย ที่คุ้น เพราะสวดทำวัตรเช้าเย็น .....จึงกลายเป็นรำลึกถึงพระพุทธองค์ไป รู้สึกได้เมื่อได้ปรากฎพระพุทธองค์องค์ใหญ่โตมโหฬารมาก ปรากฎขึ้นที่ขอบฟ้าด้านตะวันตก  ในท่ามกลางหมู่เทวดาทั้งหลาย ........ เห็นเพียงครึ่งองค์เท่านั้น สูงท่วมเมฆ ....ทรงยื่นพระหัตถ์มา ช้อนเอาร่างหญิงสาวไว้ในพระหัตถ์ และวางบนตักของพระองค์ ทรงฉายลำพระแสงออกจากดวงพระเนตรชะโลมร่างหญิงสาว   .............    ชั่วขณะใหญ่ มีลักษณะประกายลำแสงชุ่มเย็นระเยียบไปในจิตวิญญาณ   แล้วทรงยื่นมือกับร่างหญิงสาวมาข้าพเจ้ารับเอาร่างหญิงสาวนั้น.......... บอกว่าลูกเอ๋ย พุทธองค์ทรงปรานีเช่นนี้ คงหายป่วยสนิทละคราวนี้  ..........หลับให้สบายเถิด พรุ่งนี้จะได้คุยกัน  ......  พิธีกรรมเสร็จลงเวลา 23.00 น.   ใช้เวลาทำถึง 1 ชม.30 นาที  เสร็จลงเสียงทิพย์สนั่นอยู่รอบตัวประมาณ D;5000:L20U.

 

16 ธ.ค.2555
คำพยากรณ์อันแม่นยำ

ได้พยากรณ์คนสองคนไว้ล่วงหน้าประมาณ 2 เดือนเศษ ๆ ว่า คนที่ 1 จะป่วยหนักในวันที่ 16 ธ.ค.2555 และจะเสียชีวิต  คนที่ 2 ทายเหมือนกัน เหตุจะเกิดวันเดียวกัน คือจะป่วยหนักลงในวันที่ 16 ธ.ค.2555  เหมือนกันแต่จะไม่เสียชีวิต 

- คนที่ 1 เป็นอาจารย์ใน ม.ราชภัฏศรีสะเกษ ภรรยาเป็นอาจารย์ รร.ศรีสะเกษวิทยาลัย  ภรรยาได้มาหาและถามว่าจะหายป่วยไหม จะเป็นอย่างไร  ก็ตรวจดวงชะตาและบอกไป ดังกล่าวคือจะทรุดหนักลงในวันที่ 16 ธ.ค.2555 ไม่น่ารอดชีวิต ........ ภรรยาเขาเล่าว่าพอถึงวันที่ 16 ก็เฝ้าสังเกตดูอาการ(ขณะนั้นป่วยอยู่โรงพยาบาล) ก็ปรากฎว่าอาการทรุดลงต่อหน้า และพอถึง 05.00 น. ก็สิ้นชีวิต รุ่งเช้าก็ นำศพเข้าวัดมหาพุทธาราม    คนที่ 2 ลูกสาวกับสามีมาหาก่อน ได้รับคำพยากรณ์เช่นเดียวกันแต่จะไม่เป็นไร จะหายป่วย  มารายงานทีหลังว่า พ่อป่วยหนักลงในวันที่ 16 จริง แต่บัดนี้รอดแล้ว ไม่ตาย .......ทำอาชีพหีบน้ำอ้อยขาย  เอาน้ำอ้อยหีบมาเลี้ยงฉลองถวายพระสามเณรในวัดด้วย

หมายเหตุ  ภรรยามาเล่าทีหลังว่า วันที่ 16 ธ.ค.2556นั้นสามีอยู่ที่บ้าน นอนคุยกันทั้งคืน  เมียระแวงอยู่แล้วจึงมาปรนิบัติ เขาป่วยอยู่ มีการพูดถึงความตาย เขาบอกว่าอย่ากลัวคนเราจะต้องตายอยู่แล้ว  ครั้นแล้ว เขาก็หยุดพูดเหมือนนอนหลับ ภรรยาออกไปพักข้างนอกห้อง และครั้นถึงตี 4 เศษ ๆ เขาก็เงียบไป และปรากฎว่าสิ้นลมหายใจลง รุ่งเช้าก็เตรียมนำศพเข้าวัดมหาพุทธาราม

 

22 ธ.ค.2555
กรณีอาจารย์ภัคจีรา ชนะวงศ์

รร.วัดมหาพุทธารามเสียชีวิต เดินทางด้วยรถเก๋งส่วนตัวไปราชการ กทม.ขณะเดินทางกลับจากกรุงเทพถึงสุรินทร์ ปวดหัวแวะร้านอาหาร ปั๊มน้ำมันข้างทาง แล้วฟุบในร้านอาหาร  เจ้าของร้านนำส่งรพ.สุรินทร์ หมอว่าเส้นโลหิตในสมองแตก ให้ญาตินำกลับบ้าน เสียชีวิตอายุเพียง 36 ปี   ตั้งศพสวดในวัดมหาพุทธาราม

คืนวันที่ 22 ธ.ค.2555  ไปสวดอภิธรรมศพ.......เพ่งฌาน เห็นเธอนั่งอยู่ ณ ที่นั่งโคนต้นไม้ บริเวณใกล้ ๆศาลาสวดศพ ชุดมอมแมม ถือกระเป๋า เอาแต่ร้องห่มร้องไห้   ร้องไห้ตลอดเวลา  มองเข้ามาในศาลาแล้วร้องไห้  เห็นเราแล้วยกมือไหว้ แล้วร้องไห้  ...  คิดว่าตายก่อนกำหนดมั้ง ไม่มีใครมารับไปโลกยมบาล ต้องร่อนเร่ เป็นสัมภะเวสี ไร้บ้านอยู่

คืนวันที่ 2 ไปสวด   เห็นอีก คราวนี้ซาเสียงร้องไห้ลงไปบ้างแล้ว  นั่งอยู่ที่เดิม  ชั่วครู่เห็นมีเงาภาพคนเปลือยกายด้านส่วนบนร่างกาย ดำเมี่ยม ดูสลัว ๆ ในความมืด จำนวนแน่นขนัดโอบล้อมเข้ามาหาเธอทางด้านหลัง เธอตกใจหันไปมองแล้วกรีดร้องเสียงดัง หายตัวไป...

คืนวันที่ 3  เห็นเธอมานั่ง ณ ที่เดิมสวมชุดขาว กระโปรง เสื้อขาว หน้าตาดีขึ้น ยกมือไหว้พระ ฟังสวดมนต์.......

 

31 ธ.ค.2555- 1 ม.ค. 2556
เทพธิดาเฝ้าพระมหาวิหารหายไปไหน?

คืนสวดมนต์ข้ามปี สวดตั้งแต่ 17.00 น.  ถึง 00.30 น.  ตลอดเวลา ตั้งใจเข้าสมาธิ - ฌาน เพื่อดูว่าเทพธิดาเฝ้าพระมหาวิหารอยู่หรือไม่ อย่างไร    แต่กลับไม่พบเธอเลย แม้แต่ร่องรอย  ทำให้เป็นคำถามมาถึงเดี๋ยวนี้ว่า  เธอหายไปไหน ?  ทำไมไม่บอกกล่าว ?

 

เสียงทิพย์บรรเลงระดับปกติ      D;5,000:L20U.

 

 

16-17 ม.ค. 2556
พระบรมสารีริกธาตุ อีกครั้ง

 

มีพิธีฉลองพระบรมสารีริกธาตุ ณ ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ เช้าวันที่ 16 มกราคม 2556 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายประทีป กิรติเรขา (เขยศรีสะเกษ) นิมนต์พระผู้ใหญ่ไป 9 รูป ข้าพเจ้าตกที่นั่งอัญเชิญเทวดา  พออัญเชิญเทวดา ปรากฎว่าเห็นเทวดามาเกลื่อนกล่น ทางอากาศ มีองค์หนึ่งเหาะนำไปข้างหน้า องค์อื่นเหาะตาม แล้วทันใดไม่ทราบเกิดอะไรขึ้นภาพที่เห็นกลับหยุดนิ่ง กลายเป็นภาพนิ่งอยู่เช่นนั้น เหมือนภาพวาดผนังโบสถ์ ......พอเริ่มเจริญพุทธมนต์ พยายามเพ่งดูว่าจะมีปรากฎการณ์ของพระบรมสารีริกธาตุ  ดังที่เคยเห็นมาหรือไม่ ..... ปรากฎว่า ว่างเปล่า  ไม่มีอะไร ......... คิดว่าอาจจะเป็นเพราะเป็นเวลาแดดจ้า  ไม่สอดคล้องทฤษฎีจิตโพล้เพล้ก็ได้  จะเอาไปเพ่งต่อที่วัด.................เย็นวันนั้นลงทำวัตรเย็น เพ่ง  ก็ยังไม่พบอะไร............. จนกระทั่งเช้าวันที่ 17 มกราคม 2556  ทำวัตรเช้า ขณะพาพระ-สามเณรนั่งสมาธิ  จึงได้พบแสงสว่างเกิดขึ้น........  ปรากฎเหมือนวงกลม  หรือวงแหวนคล้องฐานพระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมธาตุอยู่ค่อย ๆ หมุนรอบ ๆ ตัวแล้วค่อยเลื่อนขึ้นด้านปลายพระเจดีย์ แล้วหลุดเลื่อนออกมา หมุนคว้างเหนือพระเจดีย์ที่บรรจุนั้น  จากนั้นก็มีแสงเหมือนเส้นด้ายกระจายออกมารอบ ๆ พระเจดีย์ 3-4 เส้น ไม่ถี่ยิบ เหมือนที่เห็นในวิหารหลวงพ่อโต   .......  ขณะนั้นเสียงทิพย์บรรเลงอยู่ระดับ D;3,000:L20U

 

 

26 ม.ค.2556 
สมมติฐานใหม่

อาจารย์สาวอีกคนหนึ่ง

กรณี อาจารย์วรนาถ หกล้มในห้องน้ำเสียชีวิต อายุ 52 ปี วงการครู-อาจารย์เสียดาย มางานศพกันคับคั่งทุกวัน นับแต่วันตั้งศพ รดน้ำศพถึงวันพระราชทานเพลิงศพ 26 ม.ค.2556 ณ เมรวัดมหาพุทธาราม.......ข้าพเจ้าไม่ได้เพ่งดู จึงไม่เห็น  เช่นนั้นหรือไม่ ?   จะต้องตั้งใจดูจึงจะเห็น เช่นนั้นหรือไม่ ? (เหมือนกรณีอาจารย์ภัคจีรา ที่ตั้งใจดู ก็เห็น)   .....  หมายความว่าอาจจะเห็นโดยไม่ตั้งใจดู  ได้หรือไม่?    จะพิศูจน์สมมติฐานนี้อย่างไร ?

 

 

บันทึกเดือนมีนาคม 2556

 

กวนอิมโพธิสัตว์แบ่งภาค มาดูแลวิหารหลวงพ่อโต

ตามที่ได้ปรากฎว่า มีเทพธิดาเฝ้าวิหารหลวงพ่อโต ข้าฯนั่งทางในเห็นชัดเจนหลายครั้ง ได้บันทึกไว้ก่อนหน้านี้แล้ว  .....  แล้วต่อมาเทพธิดาได้หายไป...... เป็นเวลานานหลายเดือน จนข้าฯสงสัยว่า หายไปไหนหนอ .....  แล้ววันหนึ่ง ต้นเดือนมีนาคมนี้ ได้เกิดนิมิตร ขณะทำสมาธิ ปฏิบัติธรรมกับญาติโยม นักปฏิบัติธรรมทั้งหลาย ....  เห็นป่าไผ่  ป่าที่เต็มไปด้วยกอไผ่....คล้ายว่าได้สำรวจไปในบริเวณป่าไผ่ นานหลายนาที  และแล้วก็เห็นพระนุ่งห่มขาวองค์หนึ่งนั่งอยู่ ......พิจารณาดู.... เหมือนที่เคยเห็นในภาพยนต์จีน ไซอิ๋ว  ....   จึงเข้าใจว่า แท้จริง เทพธิดาที่มาสถิตที่พระมหาวิหารหลวงพ่อโต น่าจะเป็นภาคส่วนของพระโพธิสัตว์กวนอิมนี่เอง ......... และบัดนี้ ได้เสด็จคืนสู่องค์พระกวนอิมที่ป่าไผ่แล้ว  ไม่ได้สถิตที่พระมหาวิหารหลวงพ่อโตอีก เพราะตั้งแต่เสด็จไปจากวิหารก็ไม่เคยเห็นปรากฎในวิหารอีกเลย .......จึงบันทึกเอาไว้เป็นหลักฐาน ..... 

 

22 มี.ค. 2556 

บูรณะวงกลมแม่ศรีสะผม  หน้าวัดมหาพุทธาราม มีพิธีกรรมทำบุญเลี้ยงพระฉลอง....ข้าฯได้นั่งทางในดู เห็นแม่ศรีลงสู่รูปปั้นนั้น..........วันรุ่งขึ้นโยมให้ไปทำพิธีตั้งศาลพระภูมิในบริเวณส่วนราชการแห่งหนึ่ง...........จึงเห็นชัดเจน เป็นรูปหญิงสวมผ้าสีเขียวแบบไทยเดิม......นี่คือภาคส่วนของแม่ศรีสะผม เข้าไปสิงสถิตในรูปปั้นนั้น ..........

 

25 มี.ค. 2556 

ทำบุญอะไรตายลงได้ขึ้นสวรรค์

อาจารย์รจน์(ชื่อเดิม ชื่อใหม่  สุรพงษ์) - อาจารย์อรนาถ อาจหาญ  เพื่อนรุ่นวัลลภ แก่นทิพย์ - น.พ.รังสรรค์ วรวงศ์ ขับรถข้ามถนนไป ถูกรถตัดหน้าชน ตายทั้งคู่ ......  ข้าฯ นั่งทางในเห็นในคืนวันแรก เห็นผ.อ.-อาจารย์รจน์ ยืนมองอะไรสักอย่างหนึ่งบนพื้นถนน มองอยู่อย่างนั้นไม่ไปไหน ....... สงสัยว่ามองอะไร?.........คืนที่ 2  เห็นมองอยู่อย่างเดิม แล้วไม่ช้าไม่นานเห็นร่างหนึ่งลุกขึ้นนุ่งห่มขาว ปรากฎว่าเป็นอาจารย์อรนาถ ภริยา ลุกขึ้น แล้วทั้งคู่ก็จับมือกัน คล้ายว่าสามีฉุดมือภริยาลุกขึ้นจากพื้นถนน  ทันใดนั้นก็ปรากฎมีลำแสงกว้างใหญ่ที่สว่างเจิดจ้ามากจนแสบดาทอลงมายังคนทั้งคู่   คนทั้งคู่จูงมือกันเดินย้อนไปทางต้นแสง ...  ข้ามองตามไปสุดสายตาแล้ว  ย่นระยะทางมา เห็นพิมานลอยอยู่ในอากาศ ทั้งคู่หายไป  จึงเข้าใจว่าได้ไปสู่สวรรค์ทั้งคู่........คืนทำบุญตักบาตร เห็นนั่งระหว่างหมู่เทวดาพนมมือฟังพระสวดมนต์ .... ได้เล่าให้โยมฟัง มีนรินทร์ วงศ์วิรัตน์ เพื่อนร่วมรุ่นกันฟัง  ถามว่า เขาทำบุญอะไรจึงได้ขึ้นสวรรค์  ตอบว่าเขาบริจาคเลือดให้สภากาชาดเป็นประจำ และเที่ยวไปทำบุญตามวัดต่าง ๆ เป็นประจำ  โดยเฉพาะจะเที่ยวไปงานศพของญาติมิตรไม่เคยขาด   นั่นเป็นอานิสงส์ให้ได้ดี ............

 

 

26 มิ.ย. 2556 

บันทึกพิเศษ เรื่องพระประหลาด

เอกสารปกปิด
บันทึกเหตุการณ์ วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม 2556
รายงาน เจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม
เรื่อง เกิดเหตุไม่สมควรในพระอารามหลวงวันที่ 30 พฤษภาคม 2556
ขอรายงานเหตุการณ์ตามบันทึกรายวันดังต่อไปนี้

วันพฤหัสบดีที่ 30 พ.ค. 2556
07.00 – 08.00 น. เจริญพุทธมนต์ ฉลองหอประชุมใหม่ ร.ร.วัดพระโต ผ.อ.เฉลิมชัย ได้ซี9 ได้สายสะพาย-รองผ.อ.จินตหรา-บุคคลากร
08.30 น. กลับถึงวัด
08.40 น. ขณะปัดกวาดในกุฎี หน้าประตู มีพระรูปหนึ่ง สวมจีวรสีกรัก ไม่รู้จัก รูปร่างผอม สันทัดคน ไม่ใหญ่ ไม่สูง เดินมาที่ประตู สูบบุหรี่ มองดูข้าฯ ไม่พูดอะไร เดินผ่านข้าฯเข้าไปในกุฎี ไปทางห้องครัว .... รู้สึกประหลาดใจว่าถือวิสาสะเกินไป ไร้มารยาท ก็นึกว่าจะรู้จักกับเณร เห็นเข้าไปหาเณรชื่อเจษฎา ใจมั่น เพิ่งมาอยู่ด้วย กำลังกวาดพื้นอยู่ในห้องครัว เห็นพระรูปนั้นทำอะไรกับเณร คล้ายใช้เท้าถีบ พร้อมกับเปล่งเสียงตำหนิเณร ได้ยินว่า   เอาอีกไหม ๆ พอแล้วยัง ๆ นี่แน่ะ คล้ายใช้กำปั้นต่อยตีเณร(ภายหลังเณรเล่าว่า กำลังก้มปัดพื้นอยู่ พระรูปนั้นเอาฝ่าเท้าถีบเข้าที่หัว ก็กลัวถอยไปติดฝาผนัง .... พระรูปนั้นยังเอามือตบตีเณรอีกหลายที)  ข้าฯจึงเดินไปหา ถามว่ารู้จักเณรหรือ มีอะไรกัน ..........พระฯก็มองมาขวาง ๆ ท่าทางไม่นึกเกรงใจเจ้าบ้านเลย พูดเสียงกร้าวว่า......จะเอาอีกไหม   ยังไม่พอหรือไง.....พร้อมออกท่าทางข่มขี่ก้าวร้าว..... เราไม่เข้าใจก็ถามว่าพูดอะไร........เขาก็ขึงตาทำท่าทางมีอำนาจยกมือจะใช้ฝ่ามือตี ข้าฯถอยไปทางประตูและยืนถามว่าคุณรู้จักกับเณรหรือ ไปตีเขาทำไม ?.... พระก็ยกมือ......ว่าจะเอาอีกไหม ยังไม่พออีกหรือ ........ข้าฯก็ถามว่า เรื่องอะไร ไม่เข้าใจ........ เขากำกำปั้นเหวี่ยงกึ่งชกกึ่งตบเข้าที่แก้มข้าฯอย่างแรงทีหนึ่ง...... พูดเสียงดังว่า.....พอจะรู้แล้วหรือยัง ? แล้วชีนิ้วไปที่เท้าของตัวเองออกคำสั่งว่า ........ กราบลงไป........ ข้าฯตกใจ ถอยออกไปห่าง นึกไม่ถึงว่าจะมีพระที่เก่งกาจขนาดไหนบังอาจมาชี้นิ้วให้ข้าฯกราบเท้าได้  ........แต่ข้าฯก็ถอยไปจากประตู เขาเดินออกไป ไปทางตึกขวาง .......... ข้าฯเดินตามออกไป ในใจคิดว่า พระเช่นนี้จะต้องได้รับการลงโทษ จะเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาพระครูวิธานวัชรกิจ ในฐานะพระเถระเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของวัด พอไปกลางทาง......กลางถนนพระรูปนี้ก็ชะลอ รออยู่......เราคิดว่าคงจะพอพูดอะไรกันได้ ก็เข้าไปใกล้ แต่ไม่เห็นท่าทีที่สำนึกผิดอะไรเลย เขามาเดินคลอจับแขนข้าฯ ด้วยท่าทางใหญ่....ถามว่า......พอจะรู้แล้วยังล่ะ?    ........ ข้าฯถามว่ารู้อะไร ? เขาก็ชี้นิ้วไปที่เท้าของเขา เป็นเชิงว่าให้ข้าฯกราบเท้าเขา ข้าฯหัวเราะ เขาก็ยกมือขึ้นลูบหัวข้าเหมือนเด็ก ๆ ....... ข้าฯไม่โกรธ นึกให้อภัย.....ในขณะนั้นพอจะเข้าใจอะไรเป็นอะไรบ้างแล้ว เขาเป็นคนเข้าใจตนเองผิด นึกว่าตนสำเร็จธรรมะชั้นสูง แล้วพยายามมาสอนข้าฯ เพื่อแสดงตนเหนือกว่า .......แกก็บอกว่า   เริ่มรู้สึกกลัวแล้วสิ? หมายความว่ารู้แล้วว่าเขาเป็นชั้นไหน .......... ขณะนั้นคล้าย ๆ ว่าข้าถูกเกาะกุมตัวเดินไป....
ในขณะนั้น มีพระสงฆ์ลูกวัด สามเณร หลายรูป รวมทั้งพนักงานขับรถของโรงเรียน และครูอาจารย์หลายคน เหมือนคนทั้งหลายมาล้อมวงดูการแสดงจำนวนมาก...ร่วมไม่ต่ำกว่า50คน เพราะเป็นเวลากำลังเข้าโรงเรียนพอดี พากัน มองดูเหตุการณ์อยู่........ต่างไม่พอใจ.........คอยทีอยู่     พอถึงทางเลี้ยวซ้ายไปตึกพระครูฯ ......ข้าฯถามว่าคุณมาจากไหน? รู้จักกันหรือเปล่า? .. เป็นบ้าไปหรืออย่างไร? แล้วผละจากเขา....เลี้ยวเข้าไป ทิ้งเขาอยู่ห่างข้างหลัง ชั่วขณะที่ข้าฯหันหลังให้เท่านั้นเอง   ชั่วอึดใจที่ข้าฯคิดว่าเขาจะทำ   เขาก็ทำจริง ๆ โดยการกระโดดเตะข้างหลังเข้าตะโพกขวา แล้วยิงหมัดตามมาถูกบริเวณไหล่ขวา อย่างแรง คิดว่าเขาคงโกรธที่ว่าเขาเป็นบ้าไปหรืออย่างไร?
ข้าฯกระเด็นไป...........เท่านั้นเอง ไม่ทราบว่าพระเณรและภารโรงโรงเรียน ครู อาจารย์มาแต่ไหนรุมเข้าเตะต่อยพระรูปนั้น คนละตุ๊บคนละตั๊บ ......ล้มลงแล้วกระโจนเข้ากระทืบซ้ำ  เหยียบเอาไว้ ร้องให้เอาเชือกมัดมือ เท้าเอาไว้ เขาก็เอาเชือกมามัด ดึงจนหลังแอ่น พระลูกวัดร้องบอกมันว่า มึงรู้จักพระเถระหรือเปล่า ๆ เหยียบหัวลงไว้กับพื้นซีเมนต์................ คนมาดูกันเต็มไปหมดเพราะเป็นเวลาจะเข้าโรงเรียน ..........แม้ขณะนั้นพระรูปนั้นฯก็ยังออกท่าทางอาฆาตข้าฯ พอข้าฯไปยืนมองดู ก็ดิ้นรนจะเข้ามาหา แต่มาไม่ได้ ได้แต่ทำตาถลึง แล้วยังเอ่ยวาทะว่า รู้จักพระพุทธเจ้าแล้วยัง กูนี่แหละพระพุทธเจ้า ..... คนก็หัวเราะ ...ขณะนั้นคนยังเหยียบตัวเอาไว้ที่เชิงกะไดขึ้นไปกุฏิพระครูทองดี เป็นที่ต่ำ ดูน่าสมเพชแก่ผ้าเหลือง คนก็รู้กันจึงช่วยกันหามไปที่ซุ้มต้นขนุนซึ่งยกพื้นสูงขึ้น หน้ากุฎิพระครูฯ   คนก็มามุงดู น่าสมเพช ..........ที่สงสัยกันก็คือพระรูปนั้นมาจากไหน ถามว่ารู้จักกับหลวงพ่อหรือเปล่า ข้าฯตอบว่าไม่รู้จัก........แต่คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นแต่นึกไม่ออก...พยายามคิดว่าดูเหมือนเคยเห็น....แต่ไม่คิดว่าจะมีพระรูปไหนจะกล้ามาปฏิบัติต่อข้าฯแบบนี้ ..........
แล้วก็มีการแจ้งตำรวจ ๆ สายตรวจมา 2 คัน มีนายร้อยตำรวจโท เป็นหัวหน้า มีนักข่าวหนังสือพิมพ์มาด้วย ถ่ายรูปเหตุการณ์และข้าฯ แล้วมาสัมภาษณ์ว่าข้าฯชื่ออะไร ข้าฯไม่บอก ขอว่าอย่าเอาไปทำข่าวเลยเรื่องไร้สาระ เสียหายแก่พระศาสนาเปล่า ๆ   และข้าฯไม่ได้รายงานตำรวจ แต่มีคนรายงานแทน  รวมทั้งพระครูฯด้วย ........... ทางตำรวจก็เข้าควบคุมตัว ซักถามเรื่องราว เข้าใจว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นได้อย่างไร อะไรเป็นอะไร  ตำรวจค้นตัวเพื่อหาหลักฐานประจำตัว มาบอกว่าค้นไม่พบหลักฐานการบวช ก็ไม่จำเป็นต้องทำพิธีกรรมสึก ถอดจีวรได้เลย ตำรวจว่าอย่างนั้น แล้วขอกางเกงกับเสื้อจากพระครูฯ ๆ เอาเสื้อสีฟ้า ๆ ให้ ข้าไปเอากางเกงขายาวสีดำ กับเสื้อสีขาวให้ไป    ตำรวจก็เอาตัวขึ้นรถไป...........ข้าฯไม่ทราบว่า ......ตำรวจหน่วยไหน แต่คงเป็นสายตรวจโพธิ์ทอง..........ข้าฯเป็นเจ้าทุกข์แต่ไม่ได้แจ้งข้อหาแต่อย่างใด........คิดว่าให้เป็นเรื่องราวเท่าที่ตำรวจจะทำได้เอง ก็ทำไป เหตุการณ์ก็สงบลงเท่านี้ ยังความสงสัยแด่พระเณรและญาติโยมเป็นอันมากว่าอะไรเป็นอะไร ข้าฯมีความโกรธแค้นเป็นการส่วนตัวกับพระรูปนั้นหรือไม่?
วันศุกรที่ 31 พ.ค. 2556    
 เวลาบ่าย มีสตรีมาหา เป็นคนคุ้นเคย รู้จักกันดี พอเห็นหน้าก็รู้สึกตกใจ อาจารย์ระวิวรรณ นัยนา โยมที่คุ้นเคยและเคยนำญาติ ๆ ทั้งครอบครัวมาหาอยู่เป็นประจำ ....ปรากฏว่าเป็นน้าสาวของพระรูปนั้น   จึงระลึกได้ว่าโยมเคยพาพระรูปนั้นมาหาแล้ว 2 ครั้ง ๆ หลังสุดเมื่อวันที่ 26 พ.ค.2556  ……. ชื่อพระรัตนา ราวี เพิ่งอุปสมบทได้ไม่นาน ไปปฏิบัติธรรม จำวัดอยู่วัดป่าบ้านโพน(?) เคยบวชมาครั้งหนึ่งแล้ว ที่วัดป่าบ้านบาก......เธอถามว่าเมื่อวานหลวงพ่ออยู่กุฏิหรือเปล่า?   บอกว่าอยู่ ....เธอไม่แน่ใจว่าเรื่องที่ได้ยินเป็นความจริงหรือเปล่า .......เธอมาขอโทษแทนพระเป็นการล่วงหน้าเสียก่อน วันหลังโอกาสดีเหมาะสมจึงจะพาพระมาขอโทษ …….
......คราวที่น้าสาวพามาหาวันที่ 26 พ.ค.2556นั้น ก็เนื่องจากพระรัตนามีปัญหาในการปฏิบัติธรรม มีความตั้งใจจะมาขอพบข้าฯโดยตรง ได้เล่าให้ฟังว่าตนได้นั่งสมาธิในเวลากลางคืนจนเห็นแสงสว่างเจิดจ้าขึ้น จิตใจผ่องใสสงบมาก นึกว่าต้องได้มรรคผลแน่ ๆ ............ครั้นไปถามพระอาวุโส ที่วัดก็ไม่เข้าใจแล้วยังดูแคลนอีก....ทำให้พระรัตนาไม่พอใจ คิดว่าไม่เหมาะจะพูดคุยด้วย อยากมาถามพระอาจารย์ดู .....ข้าฯได้ตอบว่านั่นยังไม่ใช่ของจริง ให้ผ่านไปเสีย ให้ยกระดับการปฏิบัติสมาธิของเราข้ามขั้นนั้นไป อย่าไปยึดมั่นถือมั่นกับแสงสว่างนั้น ได้อธิบายว่าให้ได้ สมาธิ 3 ระดับ คือคณิกสมาธิ อุปจาระสมาธิ และ อัปปนาสมาธิ แล้วถึงฌาน 4 เสียก่อนจึงจะเข้าใจ คือต่อจากอัปนาสมาธิแล้วให้เข้าปฐมฌาน ไปตามลำดับจนถึงจตุตถฌาน ...........ยังไม่ทันอธิบายละเอียด เพราะเกรงจะรับไม่ได้ ไม่เหมาะ ปล่อยให้นำไปคิดปฏิบัติเอาเอง .........เขาปรารภว่าอยากจะย้ายวัดที่อยู่ปัจจุบันเป็นธรรมยุติ อยากมาอยู่วัดมหานิกาย ........ได้ถามว่าตามดวงชะตาเขาจะมีการโยกย้ายหรือไม่... เอาดวงชะตาเขามาตรวจดู ตอบว่าระยะนี้ วันนี้เองก็มีเค้าของการโยกย้ายอยู่แล้ว สถานการณ์มีการขัดแย้งสูง ......ระวังจะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดหมายเกิดขึ้นในวันที่ 30 พ.ค.2556.........แล้วทั้งคู่อำลาจากไป ครั้นแล้วพระรัตนาก็กลับมาในวันที่ 30 พ.ค. 56 แล้วก่อเรื่องขึ้นดังกล่าว
วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2556  
ก่อนเพลมีผู้หญิงวัยกลางคน ชุดขาวมาหา บอกว่าเป็นแม่พระรูปนั้น มาขอโทษหลวงพ่อ  เล่าเรื่องลูกชายให้ฟัง ว่าขณะนี้อยู่โรงพยาบาล หน้าบวม บอกว่าดูสงบขึ้นแล้ว ทางวัดขอให้บวชผ้าขาวอยู่วัดต่อไปก็ได้ ก็จะดี   เล่าว่าพระรัตนาเป็นคนสงบชอบนั่งสมาธิ ชอบอยู่คนเดียว แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นในคืนหนึ่ง พระรัตนาได้นั่งสมาธิแล้วบรรลุแสงสว่าง ก็ไปปลุกพระอาวุโสที่ตนนับถือ เล่าเรื่องให้ฟังและบอกว่าตนได้บรรลุธรรมขั้นสูง แต่พระรูปนั้นไม่เห็นด้วย พอนั่งไปอีกก็เกิดแสงสว่างเช่นเดียวกัน ก็ไปปลุกพระรูปนั้นอีก เล่าเรื่องให้ฟัง ว่าตนได้บรรลุจริง ๆ แต่พระรูปนั้น ไม่เห็นด้วย เกิดความเห็นขัดกันอย่างแรง ทำให้พระรัตนาไม่พอใจ อยากจะย้ายวัดไปอยู่วัดบ้านบาก นี่เป็นเรื่องเล่าของมารดาพระรูปนั้น ข้าฯบอกว่าพระลูกชายโยมถึงสมาธิชั้นสูงแต่ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น
วันอังคารที่ 11 มิ.ย. 2556
10.30 น. อ.ระวีวรรณ นัยนา กับพี่สาว ซึ่งเป็นแม่พระรัตนามาถวายเพล และได้ปรึกษาเรื่องที่จะให้นายรัตนามาขอขมา   แต่บอกว่าระยะนี้ยังมาไม่ได้จะนัดวันหลัง  
 
บทสรุป   พระรัตนา หมกมุ่นในการทำสมาธิ จนได้จิตสงบแล้วนิมิตเป็นแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นต่อหน้า แล้วคิดว่าบรรลุมรรคผล ครั้นปฏิบัติต่อไปก็มั่นใจตนเอง .... และเข้าใจว่าคำบอกที่ข้าฯแนะนำให้วันที่มาปรึกษาคือวันที่ 26 พ.ค. นั้น เป็นคำแนะนำที่ต่ำเกินภูมิธรรมปัญญาของเขา ...... นึกว่าข้าฯประพฤติลามก ด้วยเหตุที่รู้ธรรมะอันต่ำต้อยแล้วบังอาจแนะนำผู้สูงสุด.......จึงกลับมาในวันที่ 30 พ.ค.2556 และก่อเรื่องขึ้น ดังกล่าว โดยประกาศให้ข้าฯรู้ว่า เขาสำเร็จธรรมขั้นสูงกว่าข้าฯ โดยเป็นพระอรหันต์ และถึงขั้นพุทธะแล้ว ตามที่เขาประกาศ นั่นเอง.  ส่วนการที่ทำร้ายสามเณร และทำร้ายร่างกายข้าฯนั้น เป็นเพราะความเข้าใจผิดว่าเมื่อจิตว่างแล้วก็ทำอะไรไม่บาป กระทำการด้วยจิตว่าง...และด้วยคิดว่าเป็นการลงโทษของผู้ใหญ่แก่เด็ก ๆ ย่อมไม่มีความผิด ซึ่งนี่เป็นการหลงผิดและเป็นบาปกรรมอันหนักอยู่แล้ว แม้ข้าฯเองไม่ได้นึกโกรธอะไรเลยเห็นว่าเขาทำลงไปด้วยความเขลาอวิชชาจึงไม่นึกถือโทษโกรธเคือง
จึงกราบเรียนมาเพื่อกรุณาทราบ
พระอาจารย์พยับ ปัญญาธโร
ผช.จล.
21 มิ.ย.2556
หมายเหตุ    ชื่อในรายงานชุดนี้ ใช้ชื่อสมมติแทนชื่อจริง การรายงานนี้ได้รายงานเจ้าอาวาสเพื่อทราบข้อเท็จจริงโดยไม่สมมติชื่อและเพื่อให้คณะญาติโยมทายกทายิกาได้ทราบข้อเท็จจริงและหายคลางแคลงใจในเรื่องเบื้องหลังของข้าฯ ที่ว่าได้เคยมีเรื่องโกรธแค้นเป็นการส่วนตัวกับพระรัตนามาก่อนนี้หรืออย่างไร ซึ่งคำตอบก็คือไม่เคยมีเรื่องโกรธแค้นเป็นการส่วนตัวกับพระรูปนั้นเลยแม้แต่น้อย และทั้งไม่เคยรู้จักอย่างสนิทสนมมาก่อน เป็นเพียงพระรูปนั้นได้เคยมาหา 2 ครั้ง ดังกล่าวในรายงานเท่านั้นเอง จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดในทางธรรมปฏิบัติเป็นเหตุให้หลงลืมตัวเองไปเท่านั้นเองและเพื่อไม่ให้เกิดการเพ่งเล็งให้โทษหรืออกุศลจิตจึงสมมติชื่อแทนชื่อจริง
 
วันที่ 23 ก.ค.2556
วันเข้าพรรษา
จดหมายลาตายของนายรัตนา ราวี(ชื่อสมมติ)
เวลาเพล วันที่ 23 ก.ค.2556 อ.รวีวรรณ นัยนา มากับพี่สาว 2 คน ๆ หนึ่งเป็น มารดานายรัตนา  ราวี มา เล่าให้ฟังว่า นายรัตนา ราวี  ล่วงไปแล้ว ภายหลังออกจากโรงพยาบาลก็นุ่งห่มขาว ได้ไปขอโทษพระที่วัดบ้านโนน อยากจะมาขอโทษพระอาจารย์ บ่นว่าเสียใจ ไม่รู้ทำไปได้อย่างไร แต่แม่และน้ายังไม่ให้มา ว่าให้รอ ๆ ก่อนพอใจดีขึ้น  แล้วเช้าวันที่ 20 ก.ค. ก็พบว่า ผูกคอตายที่เสากลางบ้าน พบกระดาษมีลายมือเขียนไว้ว่า     
"ข้าพเจ้า ขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศล ถวายให้กับบรรพบุรุษของข้าพเจ้า ครู อุปปัชฌาย์ อาจารย์  พระอาจารย์  + เทวดาอารักษ์ที่ปกปักษ์รักษาตัวข้าพเจ้า คู่กรรมคู่เวร เทวดา ครุฑ  นาค  สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สิงสถิตย์ ณ ที่แห่งนี้ ญาติสนิท มิตรสหายและสิ่งที่มีอยู่จริงทั้ง 3 โลกนี้ ขอจงได้รับกุศลผลบุญในครั้งนี้ด้วย ผู้ไม่ได้ยิน มีผู้ไปบอกก็จะได้ส่วนบุญเพิ่มขึ้นไปด้ วย  ที่ได้กล่าวมานี้ จากทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน ขอให้ลุถึงนิพพานเร็วพลันด้วยเทอญ"    
 
ตั้งศพที่วัดป่าดงบก บ้านโพนหนองโม ต.เขิน อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ  จะเผาวันที่ 26 ก.ค.2556
ขอนิมนต์พระอาจารย์ไปในงานศพด้วย
 
ผู้เป็นมารดาบอกว่า เสียไป 1 แต่กลับได้คืนมา 1  คือวันที่ 20 ก.ค.เสียลูกชายไป วันที่ 21ก.ค. ได้หลานสาว ชื่อน้องชมพู่  ลูกยอฉัตร  เกิดเวลา 10.09 น. ขอให้พระอาจารย์บันทึกดวงชะตาให้ด้วย
 
20.15 น. 
D;5,000:L;10U.
 ภายหลังอธิษฐานเข้าพรรษา อันเป็นพรรษาที่ 31 ของข้าพเจ้า   บัดนี้ข้าพเจ้ากำลังฟังเสียงทิพย์ ระดับ  D;5,000:L;10-20U เสียงนี้บรรเลงมาตั้งแต่วันอาสาฬหบูชา วานนี้แล้ว  ...  ขณะนี้ข้าพเจ้ารู้สึกรันทด ร้าวราน กับการตัดสินใจทำลายชีวิตของตนเองของนายรัตนา ราวี เหลือเกิน แม้จะคิดอยู่ตลอดมาว่า เขาได้กอปรกรรมอันหนักเหลือเกิน.....จะรอดได้อย่างไร    ก็ตาม   ...ไม่น่าที่จะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นเลย  ไม่น่าเลย ....... น่าเสียดายในความพยายามและประสบผลสำเร็จในสมาธิชั้นสูงมากแล้ว  .....  ซึ่งถ้าเทียบแล้ว  น่าสูงกว่าระดับพระเณรปาราชิกที่โด่งดังขณะนี้เสียอีก(สมีเณรคำ ฉตฺติโก)............มันพลาดไปเพราะระงับความคิดชอบโอ้อวดไว้ไม่อยู่เท่านั้นเอง 
 
และ  แน่ละ  เรื่องนี้ท้าทายวิชานั่งทางในของข้าพเจ้าอย่างยิ่ง  แน่ละ  ข้าพเจ้าจะต้องนั่งทางในดู
 

24 ก.ค.2556 

17.30 น.

ขณะทำวัตรเย็นในพระมหาวิหารหลวงพ่อโต  พอจิตนิ่งสงัด  ก็เห็นนิมิตรเกิดขึ้น  เป็นภาพนายรัตนา ราวี นุ่งห่มขาว  เดินมาตามเส้นทางแคบ ๆ ขณะที่เห็นนั้น ระยะทางข้างหลังทอดไปไกล ไม่เห้นต้นทาง แสดงว่าเขาเดินฝ่ามานานแล้ว  รอบตัวเป็นป่าใหญ่  สองข้างทางมีต้นไม้สูงครึ้ม ดูเหมือนเป็นเวลาโพล้เพล้ เพราะพอมองเห็นรอบ ๆ ตัวสลัว ๆ  ทว่าสิ่งที่เห็นข้างทางมีพวกปีศาจ และวิญญาณร้าย ตัวผอมบ้าง อ้วนบ้าง เตี้ยบ้าง สูงบ้าง มายืนกันแน่นขนัดทั้งสองฝั่งทางที่นายรัตนาเดินฝ่ามา ต่างก็พากันหลอกหลอน ทำตาโตเย้ยหยันบ้าง  และเห็นแลบลิ้นยาวเฟื้อยออกมาก็มี  พอมองเห็นก็รู้สึกตกใจ  เพราะขณะนั้นนายรัตนากำลังจะเสียสมาธิ แม้พยายามสกดใจตัวเองต่อสู้กับสิ่งรอบตัวอย่างเต็มที่ ....หมายความว่ากำลังจะแตกตื่นตกใจเสียกรรมฐาน.......เกรงว่าจะเพลี่ยงพล้ำให้แก่พวกภูติผีปีศาจ .......... จึงตวาดไล่พวกผีปีศาจหนีไป.....นายรัตนามองมาและพนมมือไหว้ .............จบแค่นี้

 

25 ก.ค.2556

11.50 น.

อาจารย์ระวีวรรณ มารับ  ได้นำกองกุศลไปทำบุญอุทิศให้นายรัตนา ที่วัดป่าบ้านบก อ.น้ำเกลี้ยง(วัดสายหลวงพ่อชา มีพระ 5 รูป)  เส้นทางประมาณ 30 กม. พอรถเลี้ยวเข้าประตูวัด จึงนึกขึ้นได้ว่าคล้ายเส้นทางที่เห็นในสมาธิเมื่อวานนี้ไม่มีผิด โดยมีป่าไม้สองข้างทางครึ้มและเส้นทางไกลพอสมควร และพลันรำลึกได้ว่าเคยมาวัดป่าแห่งนี้แล้วครั้งหนึ่งคราวอุปัฏฐากหลวงพ่อเทพวรมุนีอยู่   เจ้าอาวาสองค์ก่อนมรณะภาพไปแล้ว  องค์ปัจจุบันเป็นพระหนุ่ม ให้การต้อนรับดี .......ญาติโยมบอกขอบพระคุณที่มาโปรด .....เล่าว่านายรัตนาบ่นอยากให้พามาขอโทษหลวงพ่อ แต่ก็ไม่ทันได้พามา ...ภายหลังคุยกันกับเจ้าอาวาสในประเด็นเรื่องราวการตายของนายรัตนา ราวี....แล้วบอกเจ้าอาวาสว่าจะนั่งทางในดูสักหน่อย .... ได้นั่งสมาธิอยู่เป็นเวลานานร่วมครึ่งชั่วโมง เจ้าอาวาสก็นั่งสมาธิด้วย   แต่....ไม่พบอะไรเลย ...ทั้งวัดว่างเปล่า.....บอกเจ้าอาวาสว่า  ไม่เห็นอะไรเลย  เจ้าอาวาสยิ้ม....  บอกโยมว่าได้บอกอโหสิกรรมให้ทุกอย่างแล้ว ได้ตั้งจิตอุทิศกุศลผลบุญส่วนตัวไปให้... เสียดายคนดี ๆ ที่จากไปอย่างไม่สมควรเลย หากอยู่คงจะได้แลกเปลี่ยนธรรมะปฏิบัติกันดีมาก  มีความรู้สึกเหมือนเขาเป็นน้องชายคนหนึ่งจริง ๆ  .........จะต้องส่งบุญไปช่วยเขาเยอะ ๆ  โยมแม่เขาเป็นอุปปัฏฐากคนสำคัญของวัดนี้ .....  เดิมว่าจะเผา แต่ชาวบ้านคัดค้านให้ดองเอาไว้ก่อน3ปี จึงจะดองศพเอาไว้ไม่เผา  .......จากนี้ได้เสวนากับเจ้าอาวาสเรื่องการจัดการศพ  ทราบว่าพระสายวัดป่าหนองป่าพง หลวงพ่อชาพากันมาในงานสวดอภิธรรมกันทุกคืน  จำนวนมาก  .........แล้วได้อำลาญาติโยมและเจ้าอาวาสไป  .....โยมระวีวรรณพาไปที่บ้านที่เขาผูกคอตาย  ดูตรงขื่อที่ผูกคอตาย ว่ายืนบนเก้าอี้ ปลายเท้าเพียงแตะ ๆ เก้าอี้ ผูกคอด้วยสายไฟฟ้า  ตายหน้าตาอิ่มเอิบ คงจะนั่งสมาธิก่อน  บอกว่าคืนที่ผูกคอตายนั้นมีโทรศัพท์มา  ไม่ทราบใครโทร.มา  อยู่ ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น...และว่าถ่ายรูปได้ภาพข้างหลังเป็นโครงกระดูก ใบหน้าละม้ายคล้ายเขา ...........

และ ณ บ้านนี้เอง  ขณะคุยกับญาติโยมอยู่ ก็ปรากฎนิมิตรขึ้นในดวงตา(ไม่ได้หลับตา มีสมาธิขณะลืมตาอยู่)  เห็นร่างของนายรัตนาปรากฎ ........ ก็บอกญาติโยมว่า  จับภาพได้แล้ว   เห็นเขาปรากฎตัว ณ ที่ใดไม่ทราบ ไกล  นั่งอยู่คนเดียว ไม่สวมเสื้อ คล้ายนุ่งกางเกงขาสั้น กุด สกปรก ๆ ใบหน้าเศร้าหมอง แล้วต่อมาก็ร้องไห้ พนมมือมา  และร้องว่า  หลวงพ่อผมขอโทษครับ.......พูดจบประโยคนี้ก็คล้ายมีมือใหญ่ดึงตัวเขาหายวับไปทันที  .........  ก็เล่าให้ญาติโยมฟัง  .........โดยวิเคราะห์ว่าลักษณะนี้คือถูกควบคุมตัวไว้แล้ว  เขาอนุโลมให้มาเพื่อกล่าวคำ ๆ เดียวที่เขาอยากกล่าวคือ  หลวงพ่อผมขอโทษครับ  เท่านั้นแล้วเขาก็เอาตัวไปทันที   

    

 29 ก.ค. 2556

07.20 น.

ขณะทำวัตรเช้า นั่งสมาธิ เห็นภาพเช่นที่เห็นครั้งแรก คือทางเดินไปในป่า สองข้างทางเป็นป่าไม้สูง  แต่คราวนี้เป็นนายรัตนา ราวี ในชุดขาว เดินมาตามทางแคบ ๆ นั้น ลักษณะลิงโลด ร่าเริง ไร้แววเศร้าหมอง ยังมีแต่รอยวิตกกังวลเล็กน้อย เขายังระแวงพวกภูติผีปีศาจอยู่  แต่แล้วก็ไม่มีพวกภูติ ผี ปีศาจคอยหลอกหลอนอยู่ข้างทางเหมือนคราวก่อน เส้นทางอันสงบปราศจากภยันตรายใดใด  เขามองเห็นเราและยกมือไหว้ท่วมหัวมาแต่ไกล กิริยาลิงโลด .........  แปลว่าเขาได้รับการปลดปล่อยให้มีอิสระแล้วละซี  และคงมาอยู่ที่วัดนั้น ในชุดชีผ้าขาว ...........  พอดีอ.ระวีวรรณโทร.มา  ก็ได้เล่าให้ฟัง  ........ น้าเขาดีใจมาก  ขอบคุณหลวงพ่อเป็นการใหญ่

 

4 ส.ค.2556......เดินทางไปกิจนิมนต์ ตลาด อ.กันทรารมย์..... กลับมาตอนเย็น โยมที่ขายผลไม้บอกว่า มีชายแปลกหน้า รูปร่างใหญ่ มาที่หน้ากุฎิ  ได้ด่าว่าต่าง ๆ ว่าพอ ๆ กับเณรคำละ ......

 

6 ส.ค. 2556  เช้าเวลา 06.50 น. มีชายแต่งตัวชุดขาวแบบผู้จำศีล อายุมากแล้ว ขับรถมาจอด ถามว่าวัดป่าสายธรรมยุติมีไหม  ว่าจะถวายหนังสือ....แล้วก็บอกว่าถวายที่วัดนี้ก็ได้ ....เล่าว่าพระพุทธเจ้า ทรงมีบัญชาให้เขาเขียนหนังสือ  เพื่อเผยแผ่โปรดมนุษย์...... อันเนื่องมาจากตนได้ปฏิบัติธรรมมาร่วม 40 ปีแล้ว ได้รู้แจ้งเห็นจริงทุกอย่าง  เป็นพระอรหันต์ในโลกยุคปัจจุบัน แล้วพระพุทธองค์ทรงบัญชาให้เขียนหนังสือขึ้น  ได้เขียนและพิมพ์ขึ้นมา  แล้วได้นำไปแจกวัดต่าง ๆ ทั่วภาคอีสาน แจกวัดละ 30 เล่ม  .......หนังสือชื่อ   แก่นศีล  แก่นธรรม(ฉบับสมบูรณ์)  ผู้ชายคนนั้นชื่อ  พ่อขาว เกษม วัฒนพงษ์.......เป็นหนังสือประวัติตนเอง  ..........ก่อนที่จะได้สำเร็จอรหันต์.......

 

16 ก.ย.2556   
23.20 น. 
D;8000 : L;10-20U  

เสียงทิพย์ที่มาถึง ณ เวลา 23.20 น. เป็นการมาโดยกระทันหัน และมีลีลาการมาแปลก เหมือนได้เกิดความเงียบสงบอันลึกซึ้ง อย่างกะว่าอยู่คนเดียวโดดเดี่ยวในป่าช้า  ตัดขาดจากทุกสิ่งทุกอย่างภายนอก  เหมือนดนตรีบนเวทีที่ตระเตรียมอย่างซุ่มเงียบ และแล้วบรรเลงขึ้นอย่างฉับพลัน ไม่ทันที่ใครจะรับทัน  และกังวาลกึกก้องขึ้น

เสียงทิพย์ในวันนี้ เหมือนอุปมาดังกล่าวเลย  มันมาเอง เกิดขึ้นเอง และดังขึ้นสนั่นรอบตัว  มีความหนักแน่น  ทึบ พร้อมพลังสะเทือนรอบด้าน  แท้จริงก็คือลักษณะ ดนตรีของเทพเจ้า [The Divine Concert หรือ The God Music] ที่เคยฟังมาแล้วนั้นเอง แต่ระดับนี้ ใกล้เคียงมาก แต่ยังไม่ถึงระดับ ดนตรีแห่งเทพเจ้าโดยสมบูรณ์ คงยังไม่ถึงระดับ D;10000 : L;10-20U  เราให้ค่าอยู่ระดับ  D;8,000 : L;10-20U  กระนั้นระดับนี้ก็ยังไม่ได้ฟังมาเป็นเวลานานแล้ว  นั่นยังยืนยันว่า เรามีเชื้อของฌานในระดับที่ยังมีโอกาสที่จะบรรลุถึงระดับดนตรีของเทพเจ้า..... ถึงระดับ  D;50,000 : L;10-100U ได้ในวันหนึ่ง

ขณะนี้เข้าวันใหม่แล้ว เป็นเวลา 01.05 น.วัใหม่ ดนตรีแห่งเทพเจ้ายังคงบรรเลงอยู่ แต่ในระดับที่ลดลงมากว่าคราวเริ่มแรกเล็กน้อย

จึงบันทึกเอาไว้

17 ก.ย.2556
15.25 น.  ดนตรีสวรรค์บรรเลงทั้งวันถึงเวลานี้  แต่กลับไปอยู่ระดับ ปกติของชั่วที่ผ่านมาหลายเดือน เป็นปีมาแล้วคือระดับ D;4,000 : L;10-20U

ทำไมเสียงทิพย์จึงเลื่อนขึ้นไปถึงระดับนั้น คือ D;8,000 : L;20U ?  และขอบันทึกถึงความแตกต่างจากระดับปกติ D;4,000 : L;10-20Uว่าอย่างไร? 

 

ทำไม?    คงเป็นเพราะชื่อนี้ละกระมัง ชื่อที่ได้ยินมาวานนี้  "พุทธิพงศานุวัตร"

และลักษณะพิเศษที่แตกต่างก็คือ  มีเสียงสะเทือนเลื่อนลั่นรอบตัว รอบกุฎีอาศัย  เสียงที่บุกรุก กร้าวแกร่ง กำแหงหาญ ไร้ความหวาดหวั่น ในสิ่งใด ใคร ทั้งสิ้น  ทว่าไพเราะ เสนาะลึกล้ำ เรื่อยรินเหมือนธารน้ำไหลเลาะไปตามหุบเขา  มีสิ่งที่เรียกว่า ความเอ็นดู กรุณา อันล้นเปี่ยมในน้ำเสียงนั้น   .......โอ.....สุดยอดของเสียงดนตรี ...

ส่วนเสียงระดับ D;4,000 : L;10-20U ที่เราฟังอยู่เป็นปกตินั้น  ขาดความสะเทือนรอบด้าน รอบตัว  เป็นกระแสเสียงตรงมาจากทางไกลสุดไกลสุดประมาณ แต่เสียงนั้นไพเราะ เสนาะเรื่อยริน นิ่งฟังน่าหลงไหล ด้วยความไพเราะเสนาะเหลือล้ำเหนือคำบรรยายใดใด  และเหนือดนตรีใดใดแห่งโลกมนุษย์ 

 

เอาละ !  เราควรจะไปป่าช้าบ้างละ เผื่อจะโชคดีบ้าง

 

บันทึกเรื่องพระครูองอาจมรณภาพ

ราวเดือน ก.พ.2557 พระมหาองอาจ หรือพระครูสาธรปริยัติวิมล เจ้าอาวาสวัดหนองคู หรือวัดคูเมือง ประสบอุบัติเหตุมรณภาพ ทราบว่าเดินทางไปธุดงค์โดยรถยนต์ตู้ส่วนตัว บังเอิญไม่มีคนขับรถให้ ก็ให้เด็กหนุ่มที่สนิทกันขับให้ บังเอิญเด็กมันไปเที่ยวเกือบทั้งคืนไม่ได้นอน มันง่วงหลับใน ครั้นไปถึงอ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ก็เกิดอุบัติเหตุ เด็กขับรถพารถแหกโค้ง ตกไปคว่ำข้างถนน พระครูฯมรณภาพ อายุเพียง 50เศษ ๆ  วันสวดศพคืนแรกมีพระผู้ใหญ่นับแต่เจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัดและเจ้าคณะอำเภอในท้องที่ รวมทั้งพระสังฆาธิการ ญาติโยมไปกันมากมาย

ได้นั่งทางในดู ขณะสวดพระอภิธรรมพบว่าพระครูสาทรฯได้มาเดินวนรอบ ๆ วัด คล้ายสำรวจดูแลทรัพย์สิ่งของ ๆ วัด แล้วเข้ามาในศาลาที่สวดศพ  มาไหว้ท่านเจ้าคุณเจ้าคณะ - รองเจ้าคณะจังหวัด ฟังสวดอภิธรรมจนจบ  แล้วกลับออกไปนอกศาลา  เดินวนอยู่ชั่วครู่แล้วเห็นแสงเป็นลำยาวพุ่งลงมาจากเบื้องบน ดูดเอาพระครูไปกับแสงสว่างนั้น ขึ้นไปเบื้องบน อันแสดงว่าได้ไปเกิดบนสวรรค์แล้ว

 

บันทึกเรื่องคนทรงเจ้าพ่อเขาจ้าว

นางบุญชู นุชลำยอง คนทรงสำนักทรงเจ้าพ่อเขาจ้าว ถนนอุบล อ.เมือง ศรีสะเกษ ถึงแก่กรรมและพระราชทานเพลิงศพเมื่อ 30 เม.ย.2557 ณ เมรุวัดมหาพุทธาราม  ได้นั่งทางในดูพบว่าแกจำแลงกายใหญ่โต นุ่งโจงกระเบน เดินข้ามทุ่งนากว้างใหญ่ไปทางอำเภอกันทรารามย์  ก็เข้าใจว่าเป็นยักษี จะไปอยู่กับนางยักษีที่กันทรารมย์  ได้เล่าให้ลูกชายเขาฟัง  เขาก็ตื่นเต้นยินดี

 

 

 

 

20 พ.ค.2557  ทหารประกาศกฎอัยการศึก

22 พ.ค.2557 ทหารทำรัฐประหาร  .......  ทำการปิดเวบไซต์และ เฟสบุ๊คของเราแบบไม่มีกำหนด

 

 

27 ส.ค. 2557  ทำบุญวันเกิด ถวายปัจจัยพระ-สามเณร ทั้งวัด เป็นเงิน 8,100 บาท

วันนี้ เข้าใช้เวบไซต์ได้ ทั้ง .net  และ .com

 

 

2 ก.ย. 2557

14.00 น.  พิธีบรรจุศพ อาจารย์นวลอนงค์บัวหอม  ภริยาของ ดร.ญาณวิทย์ บัวหอม  รอง อ.เขตการศึกษา  ศรีสะเกษ เขต 1
                  คนสนิทกัน  เคยนิมนต์ไปบ้าน ขึ้นบ้านใหม่  และคบคุ้นกันมา

                  มี จจ.  ร.จจ. มาร่วมในงานบรรจุศพ  เราเป็นพระพิธีธรรม  ในขณะนั้นได้พยายามนั่งทางในดู  ตลอดเวลา  ไม่ปรากฎร่องรอยเลย   คิดว่าน่าจะมานั่งข้าง ๆ โลง ฟังพระสวดมาติกาบรรจุศพ ก็ไม่เห็น   และไม่เห็นตลอดเย็นนั้น คิดว่าวันต่อไปก็คงจะได้ร่องรอยบ้าง  

3 ก.ย. 2557 

0700 น.  ลงทำวัตรเช้า  ครั้นพาพระสามเณรทำสมาธิ  ในขณะนั้นก็เข้าฌานสำรวจดู   พบว่าเห็นแม่ชีองค์หนึ่งปรากฎกายขึ้นที่บริเวณหน้าเมรู ศาลาที่ 1 ซึ่งเป็นที่ตั้งศพทำพิธีกรรม  แม่ชีเดินเข้าไปข้างในศาลา  เห็นไปลูบหัวลูกสาว เชิงปลอบใจ  แล้วปรากฎตัวออกมาข้างนอกศาลาอีกครั้ง เห็นยืนอยู่ประเดี๋ยวเดียวก็เหินขึ้นไปยืนบนอากาศเหนือศาลาเมรุ  ชั่วอึดใจ เหมือนกระโดด แม่ชีก็กระโดดไปยืนตรงนั้น ตรงนี้ 3-4 ที่แล้วเหินขึ้นฟ้าไป

4 ก.ย. 2557 

05.50 น.  ดร.ญาณวิทย์ บัวหอม นำภัตตาหารเช้ามาถวาย  ได้ถามถึงภรรยาว่าทำบุญอะไรไว้  บอกว่าก่อนตายได้สร้างวัด และสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่   ก็เล่าให้ฟังและว่าแรงทำบุญมีอานิสงส์ส่งให้ถึงสวรรค์นิพพานได้  

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ต่อไปนี้เป็นเรื่องตกค้าง  ไม่ได้บันทึกในวันที่เกิดเหตุ  มาบันทึกพร้อมกันเชิงข้อมูลรวม

 

เรื่อง  ปอบชมก  คือผู้หญิงที่เรียนไสยศาสตร์ เป็นหมอผีผู้หญิง   เรียนวิชาแย่งผัวเขา  เห็นผัวเขารวย ก็อยากได้  ก็เสกคาถาออกไป(เขาเล่าว่า มันร่ายมนต์ดำเรียกผัวเขามาหา แล้วเอามือตบที่ของลับมันเอง 3 ครั้ง มนต์ก็แล่นไปสิงผัวเขาคนนั้นและตกอยู่ใต้อำนาจของปอบชมกตนนั้นทันที)   ผลก็คือ  ผัวนางคนนั้นก็ไปหาปอบชมกคนนั้น  ไปหลงรักเขา  แล้วพาเขาเข้าไปอยู่บ้านตนเอง  แล้วเขาก็ให้ไล่ภรรยาหนีไป  ออกไปจากบ้าน   รายนี้มีโทรศัพท์มาบอกขอให้ช่วยด้วย  บอกว่าเมียกับลูก 3 คน คนสุดท้ายยังกินนมอยู่  ต้องออกจากบ้านที่เคยอยู่ด้วยกันกับผัวไปนอนข้างถนน  แล้วร่อนเร่ไป  จนชาวบ้านสงสาร ให้พักอาศัยด้วย  โดยให้แม่กับลูกทั้ง3 คนพักหลับนอนใต้เล้าข้าว  

ได้ฟังเรื่องราวที่ไม่เคยได้ฟัง ได้พบมาก่อนเลย  ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่ามีเรื่องปอบชมกอย่างนี้  ที่ชั่วช้าร้ายโหดเช่นนี้  จึงทำพิธีกรรมให้ ในคืนวันนั้น  ปรากฎว่า ข้ามไปได้อีก 1 คืน   มันเผ่นหนี  หอบเข้าของ ๆ มันหนีไปเลย   แล้วลูกเมียคนเดิมก็พากันกลับมาอยู่กับผัวที่บ้านเก่าได้อย่างเดิม      นี่เป็นรายที่ 1    ที่ยังไม่ทันรู้ว่าอะไรเป็นอะไร   แต่ทำพิธีไปแบบที่เคยทำ ก็ได้ผลอยู่

 

ต่อมามีปอบชมกรายที่ 2  ปรากฎว่ามันได้ผัวเขาแล้วไล่แม่กับลูก 2 คนออกไปจากบ้าน   รายนี้เกิดขึ้นที่พัทยา  เขาโทรศัพท์มาขอให้ช่วย   ได้ทำพิธีกรรมหลายครั้ง  หลายแบบ   จนถึงแบบที่ว่า  ผุ 7  ทำไปถึง ผุ 6  มันก็ยอม  ยอมเจรจาต่อรองกันกับฝ่ายเมียคนเดิม ลูกสามคนเดิม  โดยผัวจะรับเลี้ยงดูลูก ไม่ทอดทิ้ง  จะให้เงินเดือนลูกเรียนหนังสือ  และจะจัดแบ่งที่ดินมรดกของแม่ให้ลูก   ตกลงกันได้ดี   

นี่เป็นเรื่องราวของไสยศาสตร์  ปอบชมก  ซึ่งปรากฎว่าสมัยนี้มีผู้เรียนวิชานี้มากขึ้น   ก็บันทึกข้อมูลเอาไว้แค่นี้ก่อน  ในเชิงการศึกษา เรายังไม่มีเวลาพอจะทำการอย่างละเอียดได้

 

มาถึงเหตุการณ์คืนวันที่ 10-11 เมษายน พุทธศักราช 2558  

เป็นคืนที่มีความหมายสำคัญของีวิต และการปฏิบัติธรรม คืนที่ได้คำตอบ  สิ่งสำคัญของชีวิต ที่เร้นลับ ด้วยหลักวิชาอันเฉียบคม ที่หยั่งรู้ไปทั้งหมด  อันเป็นผลจากการเดินทางเข้าสู่  โลกนิพพาน  ได้สำเร็จ  ไม่ได้ลังเลอีกต่อไปว่า  อะไรคือ  อรหันตภาวะ.....

 

 

 

บันทึกวิชานั่งทางใน บทพิเศษ

16 มกราคม 2559

ได้รับนิมนต์ไปในงานวางศิลาฤกษ์ สร้างสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดศรีสะเกษ  ซึ่งมีหัวหน้าใหญ๋จาก กทม.มาเป็นประธาน มีหัวหน้าระดับจังหวัดมาครบถ้วน 5 จังหวัด  มี ผวก.จว.ศก.มาร่วมด้วย  ฝ่ายสงฆ์ มีเจ้าคณะจังหวัด  รองเจ้าคณะจังหวัด และพระเถรานุเถระ รวม 9 รูป

ไปถึงเวลา 08.30 น.  มีเวลา จึงนั่งทางในดูตลอด  ดูเป็ฯระยะ ๆ   ว่ามีอะไรบ้าง   ปรากฎว่า  ไม่มีอะไรเลย  ผ่านไปจนถึง 10.12 น.  พราหมณ์เริ่มทำพิธี โดยอ่านคำอัญเชิญ อัญเชิญเทพ เทวามาทุกราศี   ได้นั่งทางในดูอีก   แล้วพบว่าที่แท่นสวดชุมนุมเทวดา นั้น  มีท่อนขาของเทวดาองค์หนึ่ง หย่อนลงมาเหยียบแผ่นดิน  มองทีแรกเห็นลายผ้ามัว ๆ ยังไม่ชัดว่าเป็นอะไร  เพ่งดูอีกดีดีจึงพบว่าเป็นเท้าของเทวดาองค์หนึ่ง  ที่ยืนอยู่  เห็นที่ขาสวมผ้าอย่างดี   นึกว่าเทวดาอะไร   ก็มองตามขึ้นไปดู  เห็นร่างใหญ่โตมโหฬารท่วมปะรำยืนอยู่ ....ทีแรกนึกว่าเป็นเทวดาที่คงมีหน้าที่เกี่ยวกับการเงิน  แต่ไม่รู้ว่าเป็นเทวดาอะไร   แกยืนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับไปไหน  แต่มีการก้มตัว มีก้มตัวลงมองดูเครื่องบูชาบ้าง  ยิ้มบ้าง   คิดว่าพราหมณ์(ฉลอง) ทำไมไม่จัดที่นั่งไว้สำหรับเทวดาองค์นี้  ....   แต่ก็เข้าใจผิด เพราะท่านยืนอย่างเดียว  ....การที่ยืนอยู่น่าจะไม่ดี คิดว่าในใจ   ทำไมเทวดาองค์นี้ไม่ลดตัวลงเล็ก ๆ ให้เสมอพระสงฆ์ ไม่ท่วมสูงขนาดนั้น และทำไมไม่ไหว้พระสงฆ์    พอนึก  เทวดาก็มองมาและยกมือไหว้  แต่ยังยืนท่วมอยู่เหมือนเดิม  ยืนไปร่วม 40 -50 นาที  และพราหมณ์ก็ว่าสวดอัญเชิญเทวดา อัญเชิญเทวดามามากมาย  มาเป็นชุด ๆ  แล้วยังมีเทวดาตามมาอีก ท้ายที่สุด พบว่ามีเทวดามามากมายแต่องค์เล็ก ๆ ทั้งนั้น มาอยู่โดยรอบ  คิดว่าทำไมเทวดาองค์นี้จึงไม่ลดขนาดลง  เก่งนักหรือไร   ก็ถอดเจตภูติออกไปยืนร่างใหญ่ ท่วมเทวดาองค์นั้น  เทวดาก็พนมมือไหว้  แล้วลดตัวเล็กลงมายืนอยู่    แต่ไม่นาน  ก็ทำกายสูงใหญ่เหมือนเดิมอีก   ก็รู้ว่า นั่นเป็นวินัย และหน้าที่ของเขา ที่จะต้องทำแบบนั้น ตามที่ได้พบมา จากห้วยคุ้ม เป็นครั้งแรก และปรากฎว่าเทวดาองค์นี้  อยู่ประจำหน้าที่ไม่ไปไหนเลย  จนกระทั่งวางศิลาฤกษ์เสร็จลงไปเวลา 11.20 น.  พระสงฆ์เดินไปสู่ที่รับรองภัตตาหารเพล จึงไม่ได้ตามดู  ... บันทึกไว้เพราะเห็นว่าเป็นเทวดาองค์สำคัญ  ที่มายืนประจำทำหน้าที่  ไม่ไปไหน จนกระทั่งงานเสร็จ   น่าคิดเหมือนกันว่า งานของฝ่ายพราหมณ์ ทำพิธีกรรมครั้งนี้  มีผล ในการอัญเชิญเทวดา ที่ดีมาก โดยเฉพาะมีเทวดาชั้นผู้ใหญ่  มาเฝ้า ประจำในพิธีนี้อยู่นานเป็นชั่วโมง ๆ และมาก่อนพิธีด้วยซ้ำ  แม้ในตอนหลังยังมีเทวดาเล็ก ๆ  มาอยู่รอบโต๊ะ เครื่องบูชาเต็มไปหมด  น่าศึกษาว่า  พิธีกรรมเขาทำอย่างไรบ้าง ?  การติดต่อเทวดา เขาทำอย่างไร  นอกไปจากมีบทอัญเชิญเทวดาที่ไพเราะ เต็มไปด้วยกระแสแห่งความศรัทธา 

  

กันยายน 2559 

มหาวิทยาลัยรามคำแหง ศรีสะเกษ  สร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่ บนฐานสูงใญ่  ณบริเวณพื้นดินหน้าอาคารใหญ่   .....................    (ขนาด น่าจะเป็นน้องหลวงพ่อโต วัดมหาพุทธารามสักหน่อย)   วันที่ นาย ธวัช สุระบาล ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ไปเป็นประธานพิธียกองค์พระ นั้น  เราเป็นประธานหมู่สงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์  และ ชยันโต ปรากฎว่า  เห็นทางในว่า  มีเทวดาองค์เดียวกันกับที่เห็นในพิธีวางศิลาฤกษ์ สำนักตรวจเงินแผ่นดิน จังหวัดศรีสะเกษ ที่ได้เห็นในวันฤกษ์ลงเสาเอก วันที่ 16 ม.ค.2559   นั้นไม่ผิดเลย  คือ  เห็นเท้าเหยียบลงมาก่อน  สวมผ้านุ่งลายเหมือนกันเลย ......แต่อยู่ไม่นานนักก็ไป........  ก็เลยได้ความรู้ว่า   อยู่ที่ระดับงานนั้นเอง   ระดับนี้ใหญ่พอที่เทวดาองค์ใหญ่นี้มาดูแลให้  ตามหน้าที่    เอาละ บันทึกเอาไว้ 

 

 

....................................................................................................................................................

....................................................................................................................................................

.............................................................................................

...................................................................................................................................................

บันทึกพิเศษ เดือน มิถุนาย - กรกฎาคม พุทธศักราช 2561

ทีม 13 ลูกหมูป่าอาคาเดมี่ เชียงรายติดในถ้ำออกไม่ได้

 

 เรื่องราวต่อไปนี้ เราถอดมาจากเฟสบุ๊ค Phayap Panyatharo

 

 


 


พระครูพุทธิพงศานุวัตร พระวิปัสสนาจารย์, ผู้ช่วยเจ้าอาวาส, วัดมหาพุทธาราม พระอารามหลวง, สำนักปฏิบัติธรรมแห่งที่ 1 (สังกัดมหาเถรสมาคมจังหวัดศรีสะเกษ) นำพาพระภิกษุ สามเณร พร้อมคณะนักปฏิบัติธรรม ญาติโยมผู้ปฏิบัติธรรมประจำวันธรรมสวนะ(วันพระเวลา 17.00น.ตรง) วันที่ 27 มิ.ย.2561 ปฏิบัติธรรมจำเพาะพิเศษ ในพระมหาวิหารหลวงพ่อโต ด้วยการสวดพระพุทธมนต์แปล แล้วปฏิบัติสมาธิ มุ่งถ่ายทอดเสียงสวดพระพุทธมนต์ และกระแสจิตสู่ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อแผ่บารมีกุศลธรรมอำนาจจิต สู่ถ้ำหลวง  ให้ช่วยชีวิตเยาวชน 13 ชีวิตทีมกีฬา ทีมหมูป่า(หมูป่าอาคาเดมี่) จ.เชียงราย ที่หายเข้าไปในถ้ำตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.2561 มาถึงวันนี้(17.00 น. 27 มิ.ย.2561)ยังไม่พบร่องรอย อันเนื่องมาจากฝนตก น้ำท่วมเข้าไปในถ้ำ หน่วยช่วยชีวิตไม่อาจจะเคลื่อนไปในถ้ำได้, 


พระครูพุทธิพงศานุวัตร ขอให้นักปฏิบัติธรรมประจำสำนัก ได้ช่วยกันสวดพระพุทธมนต์ ให้มีเป้าหมายเป็นพิเศษ เพื่อจักได้อุ้มนำกระแสเสียงสวดมนต์ข้ามฟากฟ้าไป ทะลุสู่ภายใน กระหึ่มก้องถ้ำหลวง เชียงราย ให้ทั้ง 13 ชีวิตได้สดับ และทั้งขุนเขาแม่นางนอน ทุกสรรพสิ่งได้รับฟังเป็นมงคลและรอดพ้นภัยพ้นหายนะแห่งชีวิตครั้งนี้ ให้กระแสจิตโดยอำนาจสมาธิ-ฌานของนักปฏิบัติธรรมทั้งหมดรวมตัวอยู่เหนือขุนเขาแม่นางนอน ป้องกันเหตุอาเพศภัย อาเพทดินฟ้าอากาศทั้งปวงที่เป็นอุปสรรคแก่การดำเนินการช่วยเหลือ 13 ชีวิต ซึ่งการปฏิบัติธรรมได้สำเร็จลุล่วงลงอย่างดี ในเวลาประมาณ 1 ชั่งโมงเศษ ๆ และมีความหวังว่าการช่วยเหลือ 13 หมูป่าคงจะสำเร็จลุล่วงลงไปตามกุศลจิตเจตนารมณ์อันบริสุทธิ์ของการช่วยเหลือด้วยเวทพุทธมนต์และการปฏิบัติธรรมจำเริญสมาธิ-ฌานครั้งนี้ .

 

  

 

 
 
 
Phayap Panyatharo
30 มิถุนายน เวลา 09:05 น.

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 


  

ปิฏะกัตตะยานุภาเวนะ, ชินะสาวะกานุภาเวนะ, สัพเพ เต โรคา, สัพเพ เต ภะยา, สัพเพ เต อันตะรายา, สัพเพ เต อุปัททะวา, สัพเพ เต ทุนนิมิตตา, สัพเพ เต อะวะมังคะลา, วินัสสันตุ, อายุวัฑฒะโก, ธะนะวัฑฒะโก, สิริวัฑฒะโก, สิริวัฑฒะโก, ยะสะวัฑฒะโก, พะละวัฑฒะโก, วัณณะวัฑฒะโก, สุขะวัฑฒะโก, โหตุ สัพพะทา, จงมีแด่ 13 ทีมบอลหมูป่า อะคาเดมี 
ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย
1.นายเอกพล จันทะวงษ์ อายุ 25 ปี โค้ชทีมฟุตบอล
2.ด.ช.อดุลย์ สามออน อายุ 14 ปี ชั้น ม.2 โรงเรียนบ้านเวียงพาน อ.แม่สาย 
3.ด.ช.ประจักษ์ สุธรรม อายุ 14 ปี ชั้น ม.2 โรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ 
4.ด.ช.ณัฐวุฒิ ทาคำทราย อายุ 14 ปี ม.2 โรงเรียนแม่สายประสิทธิศาสตร์ 
5.ด.ช.พิพัฒน์ โพธิ อายุ 15 ปี โรงเรียนบ้านสันทราย 
6.ด.ช.ภานุมาศ แสงดี อายุ 13 ปี โรงเรียนแม่สายประสิทธิศาสตร์ 
7.ด.ช.ดวงเพชร พรมเทพ อายุ 13 ปี โรงเรียนแม่สายประสิทธิศาสตร์ 
8.ด.ช.ชนินทร์ วิบูลย์รุ่งเรือง อายุ 11 ปี โรงเรียนอนุบาลแม่สาย 
9.ด.ช.เอกรัตน์ วงค์สุขจันทร์ อายุ 14 ปี โรงเรียนดรุณราษฎร์วิทยา 
10.นายพีรพัฒน์ สมเพียงใจ อายุ 16 ปี โรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ 
11.นายพรชัย. คำหลวง อายุ 16 ปี โรงเรียนบ้านป่ายาง 
12.ด.ช.สมพงษ์ ใจวงค์ อายุ 13 ปี โรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ 
และ 13.ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม อายุ 13 ปี ชั้น ม.1 โรงเรียนบ้านป่าเหมือด 
สัพพะพุทธานุภาเวนะ, สัพพะธัมมานุภาเวนะ สัพพะสังฆานุภาเวนะ........

 

(ยังลงภาพประกอบไม่ได้ครับ มีปัญหาทางเทคนิก)

 

 

 

In my bottom of mind. ในจิตใจเบื้องลึกของผม.

 

 

 

 

(ยังลงภาพประกอบไม่ได้ครับ มีปัญหาทางเทคนิก)

 

 

 

 

 


 

 


 



          นิมิตร

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 



 

กระทู้โหราศาสตร์ 15 13 นักบอลหมูป่าอาคาเดมี่ ดวงร้ายขนาดรอดชีวิตมาหรือไม่
โหราศาสตร์ 15 นักบอลหมูป่าอาคาเดมี่ ดวงร้ายขนาดรอดชีวิตมาหรือไม่ ......คำถามจาก โหราศาสตร์ 12 ......


ความคิดเห็นที่ 104 (4124128)

เรียนท่านอาจารย์ ชลัมพุช โหรชนบท ขณะนี้มีประเด็นที่ท้าทายโหราศาสตร์มาก คือ กรณี 13 นักบอลเด็กทีมหมูป่าอาคาเดมี เชียงราย หายเข้าไปในถ้ำหลวง ทิวเขาใหญ่แม่นางนอน ตั้งแต่วันที่ 23มิถุนายน 2561 มาถึงวันนี้ ที่ 30 มิ.ย.2561 กินเวลา 7 วัน 4 ชม. 47 นาทีแล้วครับ ยังเข้าไปช่วยไม่ได้ เพราะฝนตกหนักมา แต่เริ่มหายไปเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.61 นี่เองพอจะมีหวังเข้าไปช่วยได้ กระผมเป็นศิษย์ท่านทางเวบไซต์นะครับ ถามปัญหามาตลอด เพื่อขอรับความรู้จากท่าน บัดนี้มีประเด็นมากที่ผมอยากขอให้ท่านอาจารย์ ตรวจดวงชะตาเด็กทั้ง 13 คน สิ่งที่อยากรู้มากที่สุดก็คือ เรื่องสุขภาพของพวกเขา เขาอาจจะมีชีวิตอยู่รอดมาได้หรืออย่างไรครับ ? พรร้อมนี้ผมได้นำข้อมูลมาให้ท่านอาจารย์แล้ว แต่เป็นรายหยาบมากเพราะทราบแต่อายุของพวกเขา 13 คน ดังนี้ครับ ถามว่าพวกนี้จะประสบเคราะห์ร้ายแรงขนาดไหนครับ มีเสียชีวิตไปแล้ว หรือยังจะรอดมากี่คนโหราศาสตร์เราสามารถตรวจได้อยู่นะครับแต่ต้องระดับศาสตราจารย์เลย ผมเอาชื่อและข้อมูล 13 ชีวิตมาดังนี้ครับ


ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย

1.นายเอกพล จันทะวงษ์ อายุ 25 ปี โค้ชทีมฟุตบอล
2.ด.ช.อดุลย์ สามออน อายุ 14 ปี ชั้น ม.2 โรงเรียนบ้านเวียงพาน อ.แม่สาย 
3.ด.ช.ประจักษ์ สุธรรม อายุ 14 ปี ชั้น ม.2 โรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ 
4.ด.ช.ณัฐวุฒิ ทาคำทราย อายุ 14 ปี ม.2 โรงเรียนแม่สายประสิทธิศาสตร์ 
5.ด.ช.พิพัฒน์ โพธิ อายุ 15 ปี โรงเรียนบ้านสันทราย 
6.ด.ช.ภานุมาศ แสงดี อายุ 13 ปี โรงเรียนแม่สายประสิทธิศาสตร์ 
7.ด.ช.ดวงเพชร พรมเทพ อายุ 13 ปี โรงเรียนแม่สายประสิทธิศาสตร์ 
8.ด.ช.ชนินทร์ วิบูลย์รุ่งเรือง อายุ 11 ปี โรงเรียนอนุบาลแม่สาย 
9.ด.ช.เอกรัตน์ วงค์สุขจันทร์ อายุ 14 ปี โรงเรียนดรุณราษฎร์วิทยา 
10.นายพีรพัฒน์ สมเพียงใจ อายุ 16 ปี โรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ 
11.นายพรชัย. คำหลวง อายุ 16 ปี โรงเรียนบ้านป่ายาง 
12.ด.ช.สมพงษ์ ใจวงค์ อายุ 13 ปี โรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ 
และ 13.ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม อายุ 13 ปี ชั้น ม.1 โรงเรียนบ้านป่าเหมือด

  • ผู้แสดงความคิดเห็น ปฏิภาณ รักไทย วันที่ตอบ 2018-06-30 23:06:47
  • ผู้แสดงความคิดเห็น 001 วันที่ตอบ 2018-06-30 23:17:10


ความคิดเห็นที่ 2 (4124134)

(คำพยากรณ์ของโหร)


ก็ได้ข้อมูลมาเพียงอายุของเจ้าชะตา ทั้ง 13 คน, เรียงลำดับให้ใหม่ ดังนี้ 
(1.) เอกพล, อายุ 25 ปี, ให้เกิดวันที่ 15 เม.ย.2536 วัน๕ 
(2.) อดุลย์, อายุ 14 ปี,มี2คน, ให้เกิดวันเดียวกัน คือ วันที่ 31ต.ค.2546 วัน๖ 
(3.) ประจักษ์, อายุ 14 ปี, เท่ากับอดุลย์, ให้เกิดวันที่ 31 ต.ค.2546 วัน๖ 
(4.) ณัฐวุฒิ, อายุ 14 ปี, เท่าประจักษ์, ให้เกิดวันที่ร้ายที่สุด, ที่ 31 ต.ค.2546
(5.) เอกรัตน์, อายุ 14 ปี, เท่าประจักษ์, เท่าณัฐวุฒิ, เท่ากัน3คน, ให้เกิดวันร้ายเดียวกัน, วันที่ 31 ต.ค.2546 วัน๖ 
(6.) พิพํฒน์, อายุ 15 ปี, ให้เกิดวันที่ 31 ก.ค.2545 วัน๔ 
(7.) พีรพัฒน์, อายุ 16 ปี, ให้เกิดวันที่ 31 ม.ค.2544 วัน๔, เท่ากับคนต่อไปคือ 
(8.) พรชัย, อายุเท่าพีรพัฒน์, 16 ปี, ให้เกิดวันที่ร้ายที่สุดเหมือนกัน คือวันที่ 31 ม.ค.2544 วัน๔ 
(9.) ภานุมาศ, อายุ 13 ปี, คนอายุ13ปีมีถึง 4 คนซึ่งจะให้เกิดตรงกันซึ่งเป็นวันร้ายที่สุดพอ ๆ กัน คือ
(10.) ดวงเพชร, 
(11.) สมพงษ์, 
(12.) มงคล, ซึ่งทั้ง 4 คนนี้ให้เกิดวันร้ายที่สุดวันเดียวกัน, วันที่ 30 มิ.ย.2547 วัน๔, และคนสุดท้าย ธนินทร์, อายุน้อยที่สุดเพียง 11 ปี ให้เกิดวันที่ 31 พ.ค.2549 วัน๔...


.......ได้เขียนดวงชะตา ตามวันที่เกิดของทั้ง 13 คนแล้ว พบว่า 


(1.) เอกพล จันทะวงษ์ ดวงแข็งที่สุด และมีภาวะผู้นำ ภาวะของหัวหน้าหมู่สูง ฉลาดในการดูแลลูกน้อง และฉลาดในการผจญภัย ฉลาดในการเอาตัวรอดพ้นภัยอันตราย ดวงชะตาบอกสุขภาพดีมาก แข็งแรง ทั้งร่างกายและจิตใจ และบอกอายุยืน .... ครั้นถึงวันที่ 23 มิ.ย.2561 มีดาวร้ายมารุมดวงชะตาทั้ง 4 ทิศ เลย ทิศเหนือ มฤตยู(๐) ทับอาทิตย์มหาอุจเดิม, ทิศตะวันตก มี3ดวงร้ายคือ พุธ(๔)+ราหู(๘)+ศุกร(๖) และอังคารเดิม(๓) นิจ,ดาวดับแสงสนิท นิจ. ทิศตะวันออก นี่แหละ อังคาร(๓)มหาอุจ แรงมาก ทับจันทร์(๒)เดิม ประ .....เห็นได้ว่า 3 ทิศโดนดาวร้ายปิดหมด แต่ทิศใต้สิ มีดาวพฤหัสบดี(๕)มาปิด ...รวมผลทั้ง4ทิศเป็นเหตุให้เกิดสถานการณ์คับขัน ร้ายแรงมาก อาจถึงแก่ชีวิตได้ ....แต่เมื่อมีดาวพฤหัสบดี(๕)มาอยู่ทิศใต้ เปล่งกระแสอย่างแรงถึงอาทิตย์(๑)เดิมมหาอุจ รวมพลังพฤหัสบดี(๕)จร+อาทิตย์(๑)เดิมมหาอุจ จึงบ่งถึงมีเปอร์เซนต์สูงมาก ตามหลักว่า พฤหัสบดี(๕)มาป้องกันให้ รอดแน่นอน พ้นปัญหาต่าง ๆ แน่นอน จึงบังเกิดผลดีมีความรอด พ้นภัย และมีภาวะนำหมู่ ดูแลหมู่ค่อนข้างฉลาด และได้ผลดีมาก สำหรับเอกพลคนนี้รอดแน่....


.(2.) อดุลย์ สามออน คนนี้ 4 ทิศโดนปิดล้อมเช่นเดียวกันกับเอกพล แต่ดวงดาวหลักบอกถึงมีปัญหาสุขภาพอ่อนอยู่แต่เดิม...ดาวอาทิตย์(๑)เดิมดับแสงสนิทอยู่ทิศใต้ จันทร์(๒)เดิมดับแสง 50%อยู่ทิศตะวันออก และมีราหู(๘)จอมวายร้ายอยู่ทิศเหนือ จึงโดนปิดล้อมทุกทิศเช่นเดียวกัน ...และให้เกิดวันพุธ อายุ 14ปีเต็ม ดาวอังคาร(๓)จรทิศตะวันออกเป็นมหาอุจแรงมากและทับจันทร์(๒)เดิม,ประ คือดับแสงไปครึ่งหนึ่งแล้ว และอังคาร(๓)จรเป็นดาวกาลกิณีจร..มหาอุจ.. นี่คือ ดาวพิฆาต....และตรงข้าม คือทิศตะวันตก มีราหู(๘)จรกุมพุธ(๔)จร...นี่บอกถึงโรคภัยไข้เจ็บเกี่ยวกับกะเพาะอาหาร การดื่มการกินเป็นพิษ ...ฉะนั้น อดุลย์นี่แหละ น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง แต่กระนั้น ดวงชะตาก็มีพฤหัสบดี(๕)จรอยู่ทิศใต้ ทับอาทิตย์(๑)เดิม,ประ ซึ่งมีพุธ(๔)เดิมทรงพลังคุ้มครองอยู่ ...รวมเป็นดาวพฤหัสบดี(๕)จร+พุธ(๔)เดิม+มหามิตรอาทิตย์(๑)เดิม ปกป้องชะตาร้ายไว้ให้อยู่....ก็ทำให้มีหวังอยู่ว่ารอดภัยร้ายไปได้ รอดปัญหาสุขภาพไปได้ โดยเฉพาะเมื่อเลยเวลา 18.16 น.วันที่29 มิ.ย.2561 มาแล้ว ก็พ้นภัยได้.


(3.-5.) ชะตา 3 คนต่อไปนี้ คือ ประจักษ์ สุธรรม, ณัฐวุฒิ ทาคำทราย และ เอกรัตน์ วงศ์สุขจันทร์ ให้เกิดวันที่ 31 ต.ค.2546 วัน๖เหมือนกัน ซึ่งเกิดวันนี้จะโดนเรื่องร้ายที่สุดในช่วงเวลานี้ นั่นเอง ...พบว่า ทั้ง 3 คนโดนปิดล้อมทั้ง 4 ทิศเหมือนกัน และ 3 คนนี้ เหมือนกับอดุลย์ สามออน ในกรณีเรื่องสุขภาพ สุขภาพเดิมมีปัญหา แต่น้อยกว่า อดุลย์ มีพลังต้านเหนือกว่าอดุลย์....อย่างไรก็ดี 4 คนนี้ คืออดุลย์ ประจักษ์ ณัฐวุฒิ และ เอกรัตน์ นี้แหละ ที่จะมีปัญหามากที่สุดในหมู่ ...เห็นได้ว่าจะเกี่ยวกับสุขภาพเดิม....และมีปัญหาเกี่ยวกับกะเพาะอาหารลำใส้ อวัยวะภายใน อันเกิดจากการด่ืม การกิน ...แต่พอเข้าเวลา 18.16น.วันที่ 29 มิ.ย.2561ผ่านไปแล้ว ก็พ้นภัย สรุปคน 4 คนนี้แหละ ที่อ่อนที่สุดในกลุ่ม แต่ก็รอดได้ เพราะดาวพฤหัสบดี(๕)จร มาปิดทางร้ายขงดาวร้ายทั้งสี่ทิศได้


 (6.) พิพัฒน์  โพธิ คนนี้ก็โดนปิดทั้ง 4 ทิศเหมือนกันหมดเลย ...และเนื่องจากดาวคู่การบาดเจ็บ และ การแตกหัก แขนหัก ขาหัก หรืออวัยวะ เจ็บเป็นแผล ได้เลือด และซึ่งนำไปสู่การผ่าตัดรักษา นั้นค่อนข้างแรง .....แต่ทว่า ดวงชะตานี้ กลับได้ดาวพฤหัสบดี(๕)เดิม มหาอุจ กุมอาทิตย์(๑)เดิมราชาโชค ป้องกันอยู่ทิศตะวันตก และพฤหัสบดี(๕)จรป้องกันอยู่ทิศใต้ ...ซึ่งนับว่าแรงมาก ในด้านความแคล้วคลาดปลอดภัย แน่ จึงพ้น ไม่น่าเป็นห่วงสำหรับชะตานี้ สำหรับพิพัฒน์ โพธิ คนนี้


(7.-8.) พีรพัฒน์ สมเพียงใจ กับ พรชัย คำหลวง อายุ 16 ปี ให้เกิดวันที่ 31 ม.ค. 2544 วัน๔ ...2 ชะตานี้ เมื่อเราให้เกิดวันที่ 31ม.ค. 2544 ก็จะตรงกับวันพุธ(๔) ดาวอายุของเขาก็เป็นดาวเสาร์(๗) นิจ เป็นดาวดับร้อยเปอร์เซนต์ คือเป็นนิจ (เราให้เกิดในวันที่ร้ายที่สุด แต่วันเกิดจริงเขาอาจจะไม่ร้ายอย่างนี้ก็ได้ เราประเมินจากจุดที่ร้ายที่สุดว่าจะรอดหรือไม่)....แล้วดาวอายุเขาที่ดับอยู่แล้ว ยังโดนดาวจันทร์(๒)เดิมมหาจักรทับอีก และโดนอังคาร(๓) ประ แทงเล็งเข้ามาอีก ซึ่งบอกถึงภาวะสุขภาพอ่อนและจะอายุไม่ยืน และขาดความอดทนต่อต้าน ขาดความเหนียวแน่นหนืดในทางการต่อสู้ ...ช่วงเวลานี้ 4 ทิศของเขาก็โดนดาวร้ายกระทบทุกทิศเหมือนกัน โดยเฉพาะทิศเหนือ ที่ดาวอายุเขาสถิตอยู่ก็มีมฤตยู(๐) จรเข้ามาทับลงไปอีก....ทิศตะวันตก ก็มีราหู(๘)+พุธ(๔) คู่ดาวที่ให้ผลร้ายอีกคู่ ซึ่งโดนเล็งจากอังคาร(๓)มหาอุจ .....แต่ทิศใต้นั้นมีดาวพฤหัสบดี(๕)เล็งมาป้องกันให้ (แต่พฤหัสฯในตำแหน่งนี้เป้นพฤหัสฯธรรมดา จึงไม่ให้พลังสูงสุดยอดเหมือนพฤหัสมหาอุจหรือ เกษตร) การศึกจึงหนักแต่ก็หวังว่าจะชนะ รอดอีก 2 ดวงชะตา เพราะพฤหัสบดี(๕)จรดวงนี้ได้รับพลังเพิ่มเติมจากอาทิตย์(๑)มหาจักร จรในราศีเมถุน ...จึงมีความหวังขึ้นมาอีก 2 ดวงชะตา

 

(9.-10.-11.-12.) ภานุมาศ แสงดี, ดวงเพชร พรมเทพ, สมพงษ์ ใจวงค์, และ มงคลบุญเปี่ยม. อายุ 13ปีเท่ากัน ให้เกิดวันที่ร้ายที่สุดเท่ากัน จากดวงชะตาวันเกิดที่ 30 มิ.ย.2547 พบทั้ง 4 คน นี้ โดนปิดทิศทั้ง 4 เหมือนกัน ....แต่การเกิดวันที่ให้นี้ ทำให้มีตำแหน่งดาวสำคัญคือ อาทิตย์(๑)เดิม ในชะตา เป็นมหาจักร อยู่ในตำแหน่งที่คุ้มครองป้องกันภัยให้ดีมาก ...ยิ่งในระยะเวลานี้ อาทิตย์(๑)จรมาทับอาทิตย์(๑)เดิมอยู่ แล้วยังทอกระแสถึงพฤหัสบดี(๕)จรอีกด้วย จึงน่าหวังว่า ชะตานี้จะค่อนข้างปลอดภัยทั้ง 4คน ...ครั้นถึงวันที่ 30 มิ.ย.2561 ตรงวันเกิด(อายุครบ14ปี)แล้ว ก็พ้นภาวะอันตรายทุกอย่าง ......มาถึงดวงชะตาสุดท้าย


(13.) ธนินทร์ วิบูลย์รุ่งเรือง อายุ 11 ปี ให้เกิดวันพุธที่ 31พ.ค.2549 ...ก็โดนปิดสี่ทิศเหมือนกัน แต่ชะตานี้ มีดาวพระศุกร(๖) อยู่ทิศเหนือ มีดาวพฤหัสบดี(๕)อยู่ทิศใต้ และมีดาวจันทร์(๒)ที่มีตำแหน่งเกษตร เป็นจันทร์เกษตรอยู่ทิศตะวันตก ..และมีอาทิตย์(๑) อยู่ราศีพฤษภ ซึ่งแสดงถึงสุขภาพที่เข้มแข็ง ทั้งกายและจิตใจ ระบบการป้องกันภัยค่อนข้างสมบูรณ์ จึงหวังว่าจะผ่านพ้นเหตุการณ์ไปได้ดี .......


.........สรุป มีชะตาที่อ่อนน่าวิตกก็คือชะตาที่ 7.-8. พีรพัฒน์ สมเพียงใจ กับ พรชัย คำหลวง ...และรองไปจากนี้ก็ชาตาที่ 6. พิพัฒน์ โพธิ์ศรี.........อาการที่ได้รับพอ ๆ กันทั้ง 13 คนก็เรื่องโรคในท้อง กะเพาะอาหารอวัยวะภายใน และบางคนอาจได้แผล เลือดตกยางออกบ้าง หักบ้าง ..

 

อนึ่ง ดวงชะตาวันนี้ ดาวอังคาร(๓)ที่จรอยู่ในตำแหน่งมหาอุจขณะนี้นั่น เป็นดาวตนุลัคณ์ประเทศไทย ตามดวงชะตาประเทศไทยและอยู่ในตำแหน่งองค์เกณฑ์ ภพที่ 10 ของดวงเมือง บอกไปถึงเรื่องราวที่ดีที่มีชื่อเสียงของประเทศไทยไปทั่วโลก จึงน่าจะมาจากเรื่อง 13 หมูป่านี่เอง และนั้นหมายถึง ความรอดของพวกเขา ทั้ง 13 คน

 

...เอาไว้แค่นี้ก่อน ประเด็นคือ ข้อมูลทางการพยากรณ์ นี้ เราประเมินเอาจากวันเกิดที่ร้ายที่สุด หากวันเกิดจริง ก็อาจจะดีกว่านี้...และวันที่ดีที่พ้นปัญหา ก็คือ วันที่จันทร์(๒) จรเข้าสู่ราศีมังกร นับแต่วันที่ 29 มิ.ย.2561 เวลา 18.20 น.มาแล้ว ครั้นถึงวันจันทร์ที่ 2 ก.ค.2561 เวลา 05.57 น. ก็น่าเป็นวันดีที่สุด เพราะ จันทร์(๒) อาทิตย์(๑) และ พฤหัสบดี(๕) ทอกระแสมาบรรจบกันเต็มที่จากสามมุมของท้องฟ้า ...ซึ่งดาวใหญ่ทั้ง 3ดวงนี้ หากมาบรรจบกันแบบนี้ คือแบบร่วมธาตุก็ย่อมบันดาลความยิ่งใหญ่ให้ชะตาเสมอไป .. .นี่ก็เป็นการศึกษาทางโหราศาสตร์อีกตัวอย่างหนึ่งที่สลับซับซ้อนน่าติดตามศึกษาวิจัยต่อไป ..ชลัมพุช โหรชนบท/1 ก.ค.2561 01.20 น.

  • ผู้แสดงความคิดเห็น ชลัมพุช โหรชนบท วันที่ตอบ 2018-07-01 01:25:24

(ยังลงภาพประกอบไม่ได้ มีปัญหาทางเทคนิก โปรดรอ)

 

 

 

 

 



 

 

 

บทวิเคราะห์เพิ่มเติมวันที่ 3 ก.ค.2561 เวลา 12.00 น.

สิ่งที่เราต้องการบันทึกลงไว้ในที่นี้ ที่เพิ่มเติมไปจากที่ได้ลงไปในเฟสบุ๊ค และไลน์ ไปแล้ว (ดังที่ปรากฎข้างต้น ...ที่ลอกเอามาจากเฟสบุ๊คและไลน์)  ก็คือ

 

1.  ในเรื่องการปฏิบัติส่วนตัวของข้าพเจ้าเอง  ได้ทำพิธีพิเศษ กลางดึก วันที่ 27 มิ.ย.2561 (ส่งสารไปยังเทพเจ้า เจ้าแม่ และเจ้าเขา ภูต ผีป่า ในขุนเขาแม่นางนอน....ตามภาพ.....)

 

 

....แล้วเข้าสมาธิ เพ่งฌาน  ถอดจิตออกไป  แบบที่เคยทำ (ทำได้อย่างนีึ้เป็นปกติอยู่แล้ว)  ...โดยเนรมิตรเป็นนกอินทรีย์ใหญ่บินสู่ถ้ำหลวงและทิวเขาแม่นางนอน ....(เราขี่บนคอนกใหญ่)........ให้ภาพเป็นนกอินทรีย์ขนาดมหิมา  ปีกกว้างไปครึ่งฟ้า ว่าจะให้บดบังฟ้าฝนที่ตกลงมา........ และสกดผีป่า  เจ้าพ่อขุนเขา  เจ้าแม่นางนอน  เจ้าแม่อะไรก็ตาม เจ้าพ่อไหนก็ตามในแผ่นดินนี้  ให้อยู่.......นิ่ง ๆ   ......แต่   กลับกลายเป็นอย่างอื่น ที่ไม่คิดเลย ไม่ได้สั่งตนเองเลย ....คือนกอินทรีย์นั้น   กลับกลายเป็นพระพุทธเจ้า  ซึ่งจะเป็นปางยกพระหัตถ์ซ้ายขึ้น วางพระหัตถ์ไปข้างหน้า  พระหัตถ์ขวาปล่อยวางลงตรงขนานลำตัว (แบบภาพที่นำลง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางหนึ่ง นั้นเลย)   ทรงเสด็จยืนตรงปากถ้ำหลวง เจ้าแม่นางนอนนั้นเลย  แล้วค่อยขยายองค์สูงใหญ่ขึ้น จนเหนือถ้ำ  แล้วทรงนิ่งอยู่   ...นี่แหละนิมิตร ที่ได้เห็นในครั้งแรก  ซึ่งแสดงว่า  พุทธองค์เสด็จมาโปรดเด็กและทุกคนในถ้ำ อย่างนั้นสิ .....แล้ว วันต่อมา  ก็กลายไปใหญ่โตไปกว่านั้นอีก   นิมิตรว่า  องค์พุทธเจ้า  ทรงยืนบนหลังเขาเจ้าแม่นางนอนนั้น   แล้วทรงนั่งลงบนยอดเขา  มองไปเห็นองค์ใหญ่โต ผันพระพักรไปตามสันเขา ทิศพม่า  วันต่อมาก็ยังเห็นภาพพุทธองค์ทรงนั่งบนยอดเขา   อย่างทรงสบายพระอารมณ์  เพราะทรงวางพระบาทข้างหนึ่งลงมาเหยียบพื้น  ดูทรงสบายพระอารมณ์ ..........นี่คือ  ความหมายที่ดีเลิศและน่าบอกถึงสวัสดิภาพของแผ่นดินเลยทีเดียว 

 

นี่แหละเป็นนิมิตร   ที่เห็นอย่างมีความหมาย  แฝงนัยยะน่าประหลาดจริง ๆ  

 

 



2.  นิมิตรเห็นน้อง ๆ  ทั้ง 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำ  โดยที่มีนิมิตรมาก่อนตาม 1.   นำบันทึกในเล่มโหราศาสตร์ที่ 66/067  ตามที่บันทึกไว้ดังนี้

 

 

 

 

 

 



29 มิ.ย.61 


คืนวันที่ 29 มิ.ย.61 เวลา 20-23 น.  ทำพิธี......ช่วยเหลือ 13 หมูป่า ....ถ่ายทอดคำสั่งออกไปให้เจ้าป่าเจ้าเขา เทพ ดูแล 13 ชีวิตอย่างดี(ตามภาพคำสั่ง) 


ถอดกายออกไปยังยอดเขาแม่นางนอน, แปลงเป็นนกอินทรีใหญ่ บินบนเขาแล้วเหยียบลง  แต่ทันใดภาพนกอินทรีแปลงไปเป็นพระพุทธรูปยืนหันหน้าเข้าหาปากถ้ำ แล้วสูงขึ้น ๆ  ใหญ่ขึ้น ๆ  เราพยายามแปรเป็นนกใหญ่ แต่ไม่เป็น  เป็นพระพุทธองค์เหมือนเดิม


30 มิ.ย.61 

นิมิตร์เห็นเด็กในถ้ำร้องไห้ ฟายน้ำตา ภาพเด็กเหมือนเด็กหญิงเยาวัย


1 ก.ค.61 

ทำวัตรเช้า ขณะนั่งสมาธิ เห็ฯพระพุทธรูปองค์เดิมหน้าถ้ำ ใหญ่ขึ้น ๆ ......ตามใจอธิษฐาน   หรือว่า  นี่คือสัญลักษณ์  เราคือพุทธะ......?  เอาลงเฟสบุ๊คและไลน์ 2 ไลน์, คำบรรยายสั้น ๆ ว่า  "นิมิตร"



2 ก.ค.61


02.45 น.  นั่งเข้าฌาน  ถอดจิตไปเขาแม่นางนอน  เห็นภาพพุทธองค์  นั่งสมาธิ(องค์ใหญ่)  อยู่เหนือยอดเขาแม่นางนอน  เป็นองค์ใหญ่กว่าภูเขา นั่งทับลงมา.... เห็นพวกภูติ ผี ปีศาจ พากันนั่งกราบกราน,   ฝั่งทั้งฟ้า จะต้องเปิด ลม ฝน จะต้องหยุด  ดิน ... แห้ง  เห็นภาพเด็ก ๆ พากันยิ้มหัวเราะ  ดีอกดีใจ


03.10 น.  ยังเห็นพุทธองค์(ขาว) นั่งบนยอดเขาแม่นางนอน ในอิริยาบถหย่อนขาข้างหนึ่งลงมาเหยียบพื้น  ท่าสบาย - พระพักตร์ชื่น  ยิ้ม 


07.00 - 07.30 น. ขณะนำสวดมนต์เช้า  เห็นภาพเด็กนั่งกัน พนมมือฟังสวดมนต์ น้ำตาพรั่้งพรูกัน - และเป็นภาพติดต่อ จนเสร็จพิธีสวดมนต์เช้า   สวดจบ พากันกราบครบ3รัตนตรัยแล้ว ไม่เงยหน้าขึ้น   ฟุบอยู่ทั้งหมด  เอาน้ำมนสต์พรมให้ ก็ฟื้นขึ้นมา  กระแสจิตบอกว่าเดี๋ยวเขาก็มาถึงแล้ว มนต์ชัยชนะ-พาหุง  สวดให้ทุกวัน เช้า เย็น ให้พวกเราชนะ...........   



                                                            

 

    




Mystery World Report ศึกษาโลกลี้ลับ การศึกษาเชิงงานวิจัยสมาธิและไสยศาสตร์

Mystery World Report 25
Mystery World Report 24
Mystery World Report 23
Mystery World Report 22
Mystery World Report 21
Mystery World Report 20 : ศึกษาโลกลี้ลับ 20 (ภาษาไทย)
Mystery World Report 19 article
MysteryWorld Report 18
Mystery World Report 17
Mystery World Report 16
Mystery World Report 15
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 14 ย่อ
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 13 ต้นฉบับสมบูรณ์ ตอนที่ 1
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 13 ต้นฉบับสมบูรณ์ ตอนที่ 2
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 13 ย่อ
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 12 ต้นฉบับสมบูรณ์
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 12 (ย่อ)
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 11 (ย่อ)
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 10 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 9 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 8 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 7 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 6 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 5 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 4 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 3 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 2 article
ศึกษาโลกลี้ลับภาค 1 article



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.