dot
dot dot
dot
พระพุทธเจ้า
dot
bulletบทศึกษาพิเศษ:พระพุทธเจ้า ศึกษาจากวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรนแปล เช้า- เย็น
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรแปล เช้า-เย็น อัพเดต
dot
พุทโธโลยี
dot
bulletสมาคมศิษย์หลวงปู่เครื่อง จัดประกวดเรียงความออนไลน์มัธยมศึกษาในวันวิสาขบูชา คลิกดูรายละเอียดและรางวัลที่นี่
dot
ชมรมยุวพุทโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
dot
bulletThe Beginning ความเป็นมาของโครงการชมรมยุวพุโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
bulletChart Showing the Process
dot
บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี พ.ศ.2540 - 2559
dot
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี 1
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 1
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 3
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 4
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 5
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 6
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 7
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 8
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 9
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 10
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 11
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 12
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 13
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 14
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 15
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 16
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 17
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 18
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 19
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 20
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 21
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 22
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 23
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 24
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 25
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 26
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 27
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 28
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 29
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 30
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 31
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 32
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 33
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 34
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 35
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 36
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 37
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 38
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 39
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 40
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 41
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 42
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 43
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 44
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 45
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 46
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 47
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 48
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 49
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 50
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 51
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 52
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 53
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 54
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 55
dot
To The World
dot
bulletENGLISH
bulletUSA
bulletChina
bulletIndia
bullet Mynmar
bullet Cambodia
bullet Loas
bulletSri Lanka
bulletMalaysia
bulletKorea
bulletThe Truth Of Red Thailand 12-14 April 2009
bulletFrom red shirt survivor person
bulletA Sharp Turn of Believes : Iresearch Iwrite Iread
dot
โหราศาสตร์ [updateใหม่สุด]
dot
bullet สารบาญโหราศาสตร์ คำพยากรณ์ นักการเมือง และคนสำคัญของแผ่นดิน
bulletดวงชะตาประเทศไทย พยากรณ์ว่าประชาชนจะอดอยากยากจนและเผชิญภับพิบัติ 4 ประการ
bulletให้คำพยากรณ์นักธุรกิจชาวอังกฤษ
bulletอยากรู้เรื่องโหราศาสตร์ คลิก!
dot
Buddhism How? บันทึกของนักปฏิบัติธรรมผู้ถวายชีวิตพิศูจน์สัจธรรมพุทธให้รู้แจ้งเห็นจริงถึงระดับมรรคผลนิพพานแท้
dot
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 1
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 2
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 3
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 4
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 5
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 6
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 7
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 8
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 9
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 10
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 11
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 12
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 13
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 14
bulletMystery Report 15
bulletMystery Report 16
bulletMystery Report 17
bulletMystery Report 18
bulletMystery Report 19
bulletMystery Report 20
bulletMystery Report 21
bulletMystery Report 22
bulletMystery Report 23
bulletMystery Report 24
bulletMystery World Report 25
bulletศึกษาโลกลี้ลับ 26
dot
เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว วิเคราะห์ทุกปัญหาในโลกมนุษย์ด้วยสติปัญญาและเหตุผลวิทยาศาสตร์
dot
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2536
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2537
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2538
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2539
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2540
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2541
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2542
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2543-2545
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2545-2549
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2549-2550
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2550-ส.ค.2551
bulletเฝ้าดูฯ ส.ค.-ก.ย.2551
bulletเฝ้าดูฯ ก.ย.2551- ธ.ค. 2551
dot
เฝ้าดูฯสำนวนพัชรา กอปรทศธรรม
dot
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 16-27
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 29
bulletบทความใหม่ เม.ย.-พ.ค.2552
bulletพุทธธรรมเพื่อทางดับทุกข์
bulletทฤษฎีการดับทุกข์ทางจิต วิปัสสนากรรมฐานโดยการทำงาน(สำนวนปรับปรุงใหม่)
bulletประวัติพัชรา กอปรทศธรรม
bulletประวัติการต่อสู้เพื่อการดับทุกข์ ของพัชรา กอปรทศธรรม
bulletอัลบั้มรูป history
bulletนิทานธรรมะประยุกต์ มานุสสาสุระสงคราม 4 ภาค และอื่น ๆ
bulletอัลบั้มรูป ภาพในอดีตและชีวประวัติศาสตร์ที่สวยงาม
bulletจากเวบบอร์ด พูดกันไม่รู้เรื่อง ประชาธิปไตยล้าหลัง
bulletศาสนาสากล การวิเคราะห์ความหมาย
bulletปลอบใจ
dot
รวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์ แนวปฏิรูปคณะสงฆ์อยู่ในบทวิเคราะห์นี้แล้ว
dot
bulletรวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
สากลจักรวาล สากลศาสนา แนวคิดศาสนาสำหรับคนยุคใหม่
dot
bulletสากล...ศาสนา 1
bulletสากล...ศาสนา 2
bulletสากล...ศาสนา 3
bulletสากล...ศาสนา 4
bulletสากล...ศาสนา 5
bulletสากล...ศาสนา 6
bulletสากล...ศาสนา 7
bulletสากล...ศาสนา 9
bulletสากล...ศาสนา 8
bulletสากล...ศาสนา 10
bulletสากล...ศาสนา 11
bulletสากล...ศาสนา 12
bulletสากล...ศาสนา 13
bulletสากล...ศาสนา 14
bulletสากล...ศาสนา 16
dot
ส่วนข้อมูลสำคัญเพื่อการวิจัยการเมืองไทยยุค คมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
dot
bulletข้อมูลสำคัญยุคคมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่1/26ส.ค.2551
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่2/27ส.ค.2551
bulletใบปลิว อีเมล์ ในหลวงทรงร้องไห้
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 1
bulletในหลวงเพิ่งทราบข่าวฆ่าประชาชน10เมย.53ทรงร้องไห้
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
รวมข่าวม็อบการเมืองสนธิ-จำลอง-ปชป.มิ.ย.51-เม.ย.52 นสพ.
dot
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 2
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 3
bulletรวมข่าวม็อบ30มิ.ย.51-23มี.ค.52
bulletเลือดศรีสะเกษบันทึกเรื่องราวรอบด้านเกี่ยวกับเขาพระวิหาร
dot
การโฆษณาชวนเชื่อล้มรัฐบาลทักษิณ
dot
bulletรายงานการโฆษณาชวนเชื่อในประเทศไทยที่ล้มล้างรัฐบาลทักษิณ
dot
หนังสือพิมพ์ดี ของฟรีให้เปล่ามา20ปีแล้วทั้งเอกสารและอินเทอเนท
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต ) เล่ม 1 - 44 - ล่าสุด
bulletหน้าที่เก็บไว้
bulletมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร)
bulletวัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ บันทึกเหตุการณ์
bulletสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษแห่งที่ 1
bulletเกี่ยวกับเวบไซต์ของเรา เราทำเพื่อปัญญาชนโดยแท้
bulletรวมกระทู้เด็ดจากกระดานถามตอบ
bulletคาถาอาคมไสยศาสตร์
bulletกวีนิพนธ์ใหม่
bulletศูนย์ปฏิญญาณละเลิกอบายมุข บัญชีที่1-3


เฝ้าดูฯม.ค.-มิ.ย.2552

 

 

สารบาญ

1.      ประเทศไทยมีอะไรเกิดขึ้นในวันที่ 31 มกราคม 2552
2.      โรฮิงญา  สะท้อนระบอบเผด็จการทหารในพม่า และสะท้อนถึงรัฐบาลไทย
3.      โรฮิงญา  สะท้อนระบอบเผด็จการทหารในพม่า และสะท้อนถึงรัฐบาลไทย ( 2 )

4.      บทบรรณาธิการ  หนังสือพิมพ์ดี : วิเคราะห์ข่าวในวงการเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดและสหธรรมิวัตถุประสงค์เพื่อนำความคิดไปสู่ความดีงาม เพื่อความกลมกลืนแห่งสากลศาสนา เล่มที่ 42   ประจำเดือน ต.ค.-พ.ย.-ธ.ค.2551-ม.ค.-ก.พ.-มี.ค. 2552

8.    การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลวันแรก 19 มี.ค. 2551
        ภาพที่เห็น  เสียงที่ได้ยิน

9.     เรียน บก.นสพ.ดี ที่นับถือยิ่ง
       ไม่ไว้วางใจนายกร จาติกวณิช รมว.คลัง

 10.    การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลวันที่ 2 : 20 มี.ค. 2551
         ภาพที่เห็น  เสียงที่ได้ยิน ( 2 )

 

11.    ทักษิณโฟนอินศรีสะเกษ  12.     ปัญหาประชาธิปไตยสงฆ์ ที่ไปที่มา หลักการและเหตุผล
13.     รำลึกพันท้ายนรสิงห์ถึงพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประเด็นความจงรักภักดีต่อสถาบัน

14.      รายงานเหตุการณ์ วันที่ 8 เม.ย.2552     

15.     โค่นอำมาตย์ สร้างประวัติศาสตร์ ประชาธิปไตย
 
       เหตุผล

16.     กองทัพแดงศรีสะเกษ   

 

 

20.     การแก้ไขปัญหาของรัฐบาลผิดพลาด
          และไม่อาจจะเอาชนะประชาชนในระบอบประชาธิปไตยได้เลย (4 )

21.      To The World [ about  Red Situation in Thailand ] 

22.      กวี : วันเหงา -   บันทึกกวีศรีสะเกษ 

 

 

 

24.     ข่าวศรีสะเกษ  

 25.      ประชุมพระสังฆาธิการ ประจำปี 2552

 

 

 

 

 

 

 1.  ประเทศไทยมีอะไรเกิดขึ้นในวันที่ 31 มกราคม 2552

ในเวลาเย็น ๆ ของวันที่ 31 มกราคม 2552 นี้เอง เห็นคนเสื้อแดงเต็มสนามหลวง น่าจะไม่น้อยกว่า แสนคน  โดยเปรียบเทียบกับการชุมนุมในยุคทักษิณ ที่มาเชียร์นโยบายทักษิณจนล้นสนามหลวงออกไปตามถนนราชดำเนินจนถึงสี่แยกคอกงัว ที่ตั้งอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย   คราวนั้นสื่อหลายสาขาประเมินจำนวนอยู่ระหว่าง 80,000 200,000 คน ซึ่งสมเหตุผลหากจะสรุปว่าอยู่ระหว่าง 120,0000 150,000 คน  การชุมนุมในวันนี้ภายหลังตะวันตกดินแล้ว ยังมีชมรมคนเสื้อแดงทยอยมาชุมนุมอีกไม่น้อย รวม ๆ แล้วก็คงเกินหนึ่งแสนคนแน่ ๆ   คนเหล่านี้มาจากจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ เห็นได้จากมีการชูป้ายจังหวัดสลอนไป   ครั้นเวลา 22.00 น.ก็เคลื่อนออกไปจากสนามหลวง มุ่งไปทำเนียบรัฐบาล แกนนำได้ประกาศว่าจะไปเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการกับแกนนำพันธมิตรฯ(ม็อบยึดทำเนียบ จำลอง-สนธิ-ประชาธิปัตย์) ที่กระทำการอุกอาจ โดยยึดทำเนียบรัฐบาล และเข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิ สร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมหาศาล  อย่างไม่ชอบด้วยระบอบประชาธิปไตย และไม่ชอบด้วยกฎหมายบ้านเมือง โดยระบอบใดก็ตามที่ต้องคำนึงความเป็นธรรมตามหลักนิติรัฐ  ที่สมควรมีการนำตัวไปฟ้องร้องกล่าวโทษตามสมควรแก่การกระทำผิด

ที่จริง นี่เป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะต้องทำให้ชัดเจน  จึงน่าเห็นด้วยกับชาวเสื้อแดง ที่กล้าลุกขึ้นเรียกร้องเพื่อความเป็นธรรมของประเทศและประชาชนไทย  นอกจากนี้ชมรมคนเสื้อแดง ยังแสดงจุดยืนที่น่าเลื่อมใส  โดยเฉพาะการใช้เหตุผล ที่ไม่เป็นการโฆษณาชวนเชื่อ  แต่สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายที่ว่าด้วยความจริงของประเทศไทย  และสถานีข่าวทางโทรทัศน์ คือช่อง DTV หรือโทรทัศน์สถานีประชาธิปไตย ก็ได้นำเสนอเป็นที่น่าสนใจไปเรื่อย ๆ

แต่เราขอเสนอว่า การทำ DTV จะต้องไม่ลอกเลียนแบบ ASTV เพราะเอเอสทีวีมีแต่การด่า และการโฆษณาชวนเชื่อ แม้กระทั่งนายทหารระดับผู้นำเหล่าทัพก็โดนด่าอย่างไม่ไว้หน้าเลยอย่างไม่น่าเชื่อว่าทหารจะทนได้ ( ด่าว่าหัวมีแต่ขี้เลื่อย ไร้ความรู้สึก ไร้สติปัญญา เป็นต้น ) แต่ DTV ถ้าจะด่าก็ด่าอย่างมีเหตุมีผลและอย่างตรงไปตรงมา และด่าตามความจริง เราเห็นว่าใน DTV หรือ D Station มีสิ่งที่น่าสบายใจก็คือ ได้เห็นคนมีความรู้ความสามารถโผล่มาเพิ่มเติมมากขึ้น ๆ  จากเดิมที่มี วีระ มุสิกพงศ์, ก่อแก้ว พิกุลทอง, ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ และ จตุพร พรหมพันธ์ บุกเบิก ยืนหยัดขึ้นมา  ดังเช่นหลังสุดเห็น อาจารย์ใจ  อึ๊งภากร ( บุตรชาย ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากร ) ออกมายืนยันอุดมการณ์ประชาธิปไตยอย่างตรงไปตรงมา น่าเลื่อมใส

และเราไม่อยากให้รีบร้อนอะไร  เช่นกรณี นายวิฑูรย์ นามบุตร กรณีทำปลากระป๋องชาวดอยจากปลาเน่า  ไปแจกพี่น้องชาวพัทลุง ในนามกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  ( น่าขายหน้าจริง ๆ จะเอาหน้าไปไว้ไหน ? ) ก็ไม่ควรรีบร้อนไล่เขาออกจากตำแหน่ง  ควรเก็บเอาไว้นาน ๆ เพราะเราควรจะมุ่งหมายการก้าวหน้าไปอย่างยั่งยืน และยาวนาน

จริงไหมครับ ?

 

·         สุไหงปาดี ชินะกุล
1 ก.พ.2552

 

 

 

 

 

 

 

 2.   โรฮิงญาสะท้อนระบอบเผด็จการทหารในพม่า
      และสะท้อนถึงรัฐบาลไทยในปัจจุบัน

โรฮิงญา ในความหมายว่าชาวพม่าพลัดถิ่นหรือชาวพม่าหลบหนีจากประเทศ มาตุภูมิของตนเองนั้น  เป็นเรื่องที่ขมขื่นทุกข์ทนและอัปยศ  เพราะตามปกติแล้วคนเราย่อมรักและผูกพันกับถิ่นกำเนิดหรือบ้านเกิดเมืองนอนอย่างแนบแน่นเพราะนี่คือมาตุภูมิที่ฝังสายรกกำเนิด   แม้คนไทยเราก็ฝังจิตฝังใจกันเช่นนี้ ดังจะเห็นประชาชนไทยชาวอิสานจำนวนมากมายมหาศาล เดินทางกลับถิ่นเกิดเมืองนอนทุกปี ๆ ๆ ละหลายครั้งตามเทศกาลที่เปิดให้ โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์เพื่อไปเยี่ยมเยือนถิ่นกำเนิด  คล้าย ๆ กับความหมายของไทยมุสลิม ที่มีการแสวงบุญที่เมกกะเป็นประจำปี ในความหมายว่าที่นั่นเป้นถิ่นกำเนิดแห่งความเชื่ออันประเสริฐฝังใจของพวกเขา   

การที่โรฮิงญา ต้องเดินทางจากประเทศถิ่นกำเนิดไปเคว้งคว้างกลางทะเลเช่นนี้ นับเป็นเรื่องที่สะท้อนไปถึงเหตุการณ์วิกฤตอันสุดทนทานในบ้านเกิดเมืองนอนของพวกเขา   ดังปรากฎเมื่อปลายเดือนที่แล้วมานี้ โทรทัศน์อินโดเนเซียก็ได้ถ่ายทอดภาพข่าว โรฮิญยา เข้าไปในน่านน้ำจังหวัดอาเจะห์ของประเทศเขาจำนวนนับร้อยคนเหมือนกัน ภาพที่เห็น เป็นการน่าสมเพชของประชาชนพม่าที่ไร้แผ่นดิน ไปถึงฝั่งไหนเขาก็ไม่ยินดีต้อนรับ ทำให้เห็นภาพที่สะท้อนความสิ้นหวัง น่าสงสาร น่าสมเพช จนเสมือนไร้ความเป้นมนุษย์    ทำให้น่าคิดถึงการอพยพของชาวกัมพูชาปี 2517-2518 ยุคเกิดสงครามกลางเมืองเขมรสามฝ่ายนั้น เขาก็มีเหตุผลสำหรับการอพยพเพราะบ้านแตกสาแหรกขาด ก็จำเป็นต้องหลบหนีกระจัดกระจายกันไป  แต่โรฮิงญาต้องบากหน้าสู่ทะเลกว้างใหญ่ จากมาตุภูมิไปอย่างขมขื่นระกำลำบาก สิ้นแผ่นดินเช่นนี้โดยไม่มีสงครามร้ายแรง ในประเทศเป็นเพราะเหตุใด ถ้ามิเพราะการปกครองระบอบเผด็จการทหารพม่าที่กดขี่และไร้เสรีประชาธิปไตย   ระบอบที่เข่นฆ่าประชาชนผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย ที่สมทบกับขบวนการพระสงฆ์พม่าผู้รักประชาธิปไตยและได้เข่นฆ่าพระสงฆ์ผู้รักประชาธิปไตยไปหลายร้อยรูป ในเดือนกันยายน 2550 นั้นอันเป็นข่าวดังไปทั่วโลก รัฐบาลเผด็จการทหารพม่าที่ไร้ความรับผิดชอบโดยสิ้นเชิงต่อประชาชนหมู่เหล่าต่าง ๆ ภายในประเทศ  ในยุคนี้  

การที่ปฏิเสธประชาธิปไตย หรือการที่ไม่เข้าใจประชาธิปไตย ไม่คิดเห็นอย่างไรว่าประชาธิปไตยจะช่วยให้ได้ชัยชนะ ได้ความสำเร็จอย่างไรแล้ว  ก็ตกต่ำ  เช่นประเทศไทยที่ยุ่งยากลำบากตกต่ำอยู่ทุกวันนี้ ก็ได้พิศูจน์อย่างชัดเจนแล้วว่า มีมาจากเหตุการณ์เดียวเท่านั้น คือจากการรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ( ขณะนั้นประเทศไทยกำลังจะก้าวไปอย่างเป็นก้าวใหญ่ ทั้งทางเศรษฐกิจ และ การเมืองเอง และกำลังอยู่ในสายตาอันแทบไม่กระพริบของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ) และสิ่งที่ประชาชนทุกหมู่เหล่าจะต้องพิจารณาด้วยสติปัญญาของคนในระบอบประชาธิปไตย ผู้มีเสรีภาพทางความคิด ก็คือ รัฐบาลไทยปัจจุบันก็ยังคงอิงอยู่กับ ทหารที่สืบนโยบายรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 อยู่  นี่คือความเสี่ยงต่อการที่จะเป็นอุปสรรคเหตุร้ายต่อการกลับมาและการก้าวไปของระบอบประชาธิปไตยไทย  และนั่นหมายถึง การจมดิ่งลงไปในเปลือกโคลนแห่งบ่อคิดอันแคบ ๆ แต่มิดลึกลุดกู่ และหากเป็นเช่นนั้นแล้ว  นี่ก็คือวิถีทางที่จักทำลายระบอบประชาธิปไตยของประชาชนใช่หรือไม่? 

คำตอบจะใช่หรือไม่ก็แล้วแต่   ข้อสรุปจึงมีว่า  หากความคิดชาวไทยหรือกลุ่มการเมือง กลุ่มนักวิชาการยังคงคิดอิงอยู่กับระบอบอื่นโดยเฉพาะเผด็จการทหารที่ลืมตัว ( อย่างระบอบเผด็จการทหารที่ปกครองประเทศพม่า ) ไม่รู้หน้าที่ของตนในระบอบประชาธิปไตยแล้ว นั่นเป็นความคิดที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ เพราะหากระบอบที่ผิดพลาดนี้เติบโตไปก็จะนำไทยไปเป็นเหมือนพม่าและในอนาคตไม่ไกลชาวไทยบางกลุ่มบางเหล่า โดยเฉพาะประชาชนนอกสายตาของรัฐบาล มีวันที่จะอพยพอย่างโรฮิงญาในพม่าอย่างแน่นอน   

·         สุไหงปาดี ชินะกุล
5 ก.พ. 2552

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 5.     ข้อสังเกตการประชุม10สุดยอดผู้นำอาเซียน
        ครั้งที่ 14 ใน 28 ก.พ. 1 มี.ค. 2552

โทรทัศน์ TRT International ตุรกี  ถ่ายทอดผ่านดาวเทียม Thaicom 2/5  วันที่ 1 มีนาคม 2552 วันที่ในประเทศไทยมีการปิดการประชุมสุดยอด 10 ผู้นำอาเซียน แทนที่จะรายงานข่าวอาเซียนซัมมิต กลับนำเรื่องราวความรักข้ามชาติระหว่างหนุ่มตุรกี กับสาวไทยคนหนึ่ง ที่ทั้งคู่พบรักกันในประเทศไทย และเกิดความรักเสน่หากันขึ้นจนได้ร่วมชีวิตรักกัน และหญิงไทยเป้นฝ่ายที่เสียสละ ละมาตุภูมิมาอยู่กับสามีที่ต่างประเทศ มาตราบปัจจุบัน บังเกิดบุตรสาวน่ารัก ๆ 1 คน ได้รับเชิญมาออกรายการด้วย รายการนี้ได้แสดงความชื่นชมสตรีไทยในแง่ความสุภาพ อ่อนหวาน จริงใจ อดทน และความรักซื่อสัตย์   เขามองว่าไทยมีเอกลักษณ์ที่เต็มไปด้วยความเป็นมิตร  จริงใจ น่าหลงใหล ในวัฒนธรรมเพลงธรรมชาติ ๆ  ที่เขาเอามาปล่อยออกอากาศประกอบการเล่าความที่ไปที่มาของความรักที่น่าอิจฉาของคนคู่นี้  งามแสงเดือน มาเยือนส่องหล่า  งามใบหน้ามาสู่วงรำ   ซึ่งเป็นบทเพลงที่ฝ่ายชายได้ฟังด้วยความซาบซึ้งประทับใจในการไปเยือนเมืองไทยคราวแรก และได้พบรัก  และเมื่อเพลงนี้ดังขึ้นในโทรทัศน์ต่างประเทศเช่นวันนี้ เราคนไทยเองก็พลอยรู้สึกว่ามีความซาบซึ้งตรึงใจและมีเสน่ห์น่านิยมจริง ๆ    

ในขณะเดียวกันที่โทรทัศน์ไทย TPBS ช่อง 6  ข่าวเด่นเย็นนี้  ได้รายงานการปิดประชุม อาเซียนซัมมิต การประชุมสุดยอด 10 ผู้นำอาเซ๊ยน ที่มีนายกรัฐมนตรีไทยเป็นประธานอาเซียน  แล้ว   มีการถ่ายทอดภาคเอกชนฝรั่งในที่ประชุมออกมาให้ความเห็นกันต่าง ๆ หลายคน  ที่น่าสังเกตก็คือมีฝรั่งคนหนึ่งว่านายกรัฐมนตรีไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้นำที่มีประสบการณ์น้อย เหมือน  “ a young school boy “  คำว่า  young  ตาม  Oxford Basic English Dictionary  ให้ความหมายว่า  young   adj.   not old; in the early part of Life : A child of one year old is too young to go to school. “เยาว์  อ่อน   เล็ก  เด็ก  ลูกอ่อน   school boy  ก็หมายถึงเด็กนักเรียนระดับมัธยมศึกษา หรือวัยรุ่นที่ยังไม่มีความรับผิดชอบอะไรเท่าไรนี่เอง

เมื่อเปรียบเทียบกับผู้นำคนอื่น ก็ดูได้เห็นความเด็กนักเรียนของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเด่นไปอีก เพราะผู้นำจากประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน ล้วนมีบุคลิกภาพที่คงแก่เรียนและมีมากหลากประสบการณ์ ระดับเขี้ยวลากดิน กันทั้งนั้น  แม้กระทั่งผู้นำพม่าและกัมพูชาก็เขี้ยวลากดินเหมือนกัน เมื่อมายืนใกล้ ๆ ก็ดูอภิสิทธิ์ เป็นเด็กคนหนึ่ง สมกับคำฝรั่งว่า a young school boy  เลยทีเดียว

เราไม่ทราบว่าคนไทยจะคิดอย่างไร กับคำพูดเชิงดูแคลนผู้นำไทยยุคประชาธิปไตยสับสนและหัวหน้ารัฐบาลที่ขึ้นสู่อำนาจอย่างไม่สง่างามตามวิถีประชาธิปไตยที่แท้จริง บัดนี้ได้รับการชี้ว่าเป็น  เพียง  a young school boy  ซึ่งไม่น่าจะอยู่ในความหมายเดียวกับ  a young  Thai lady ที่ โทรทัศน์ตุรกีชื่นชมคนนั้น.

·         จักรกฤษณ์
2 มี.ค. 2552

 

 

 

 

 

 

 

  

 6.   ประเทศไทย อะไรเป็นอะไร?

      ASTV ปะทะ DStation

      รัฐบาลประชาธิปัตย์กับสถาบันสูงสุดของชาติในระบอบประชาธิปไตย

 

 

ดีสเตชั่น ( D station ) โทรทัศน์ที่อ้างว่าเพื่อความจริงของประเทศไทย ถ่ายทอดผ่านดาวเทียม Thaicom2/5 (ไทยคม 2/5 ) ไปทั่วโลก แล้วเคเบิลท้องถิ่นถ่ายทอดไปสู่ประชาชนในวงกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร  ที่เพิ่งเปิดดำเนินการมาไม่ถึงเดือน นับว่าเป็นโทรทัศน์ที่กล่าวความจริงจริง น่าเป็นประโยชน์มากต่อประชาธิปไตย  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น่าเป็นยุทธศาสตร์ชัยชนะของประเทศไทย ประชาชนไทย ที่ชนะด้วยความจริง ที่ตามหักล้างเหล่าพาลชนผู้ต่อสู้การเมืองด้วยการโกหกหลอกลวง ประชาชน ด้วยกลยุทธทุกรูปแบบของการโฆษณาชวนเชื่อ   

วันที่ 4 มีนาคม 2552 ดีสเตชั่น ได้เชิญนักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2 คนคือ ผศ.ดร.จารุพรรณ กุลดิลก กับ อ.ดร.สุดา รังกุพันธุ์   ดีสเตชั่นมีความสนใจในเรื่องที่สองสาวนี้ ได้ไปปรากฏตัวร่วมในงานปิดประชุมเอเซียนซัมมิต ในวันที่ 1 มีนาคม 2552 โดยได้สวมเสื้อสีแดงซึ่งเป็นสัญลักษ์ของประชาชน นปช.ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีถ่ายรูปร่วมกับผู้นำอาเซียน และบังเอิญมีผู้หญิงสวมชุดแดงอยู่อีก1คนบนเวทีด้วยกัน คือเป็นถึงประธานาธิบดี กลอเรีย อาโรโยแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ผู้เคยบัญญัติศัพท์แนวการพัฒนาไทยยุคทักษิณว่าเป็นระดับลัทธิธรรมคือ ทักษิโณมิคส์ รวมเป็นสามสาวเสื้อแดงบนเวทีอาเซียนซัมมิตวันนั้น  บ่งไปถึงศักดิ์ศรีของคนเสื้อแดงอย่างสูงสุด  ท่านทั้ง 2 นี้ได้ให้สัมภาษณ์ก่อแก้ว พิกุลทองกับ สาวยอดพิธีกรดีสเตชั่นวันนั้นว่า เคยร่วมขบวนการสนธิลิ้มมาก่อน แล้วถอนตัวออกมา เพราะเหตุที่ทนฟังความหยาบคาย อหังการอย่างไร้เหตุผลของขบวนการนั้นไม่ได้ และทั้งไม่เห็นว่าเป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยแต่อย่างไร   เช่นเดียวกับคนจำนวนมากที่ถอนตัวด้วยเหตุผลทำนองเดียวกัน กล่าวคือ เพราะได้รู้ความจริง อะไรเป็นอะไรเกี่ยวกับขบวนการม็อบสนธิลิ้ม-จำลอง-ประชาธิปัตย์ นั่นเอง

 

ในวันที่ 4 มีนาคม วันเดียวกันนี้ได้พบว่า ASTV ซึ่งเป็นทีวีโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มสนธิลิ้ม จำลอง ประชาธิปัตย์ ที่มีบทบาทอย่างมากมายในการโฆษณาสร้างสถานการณ์หลอกลวงประชาชนว่าชาติอยู่ระหว่างอันตรายอันยิ่งใหญ่ ประชาชนไทยผู้รักชาติจะต้องลุกขึ้นรีบไปกู้ชาติ เอาประเทศไทยของเราคืนมา ในยุคทักษิณ  ตลอดมาถึงยุคอหังการยึดทำเนียบรัฐบาลครอบครองไว้เป็นเวลาถึง 193 วัน ยึดสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT ยุคยึดรัฐสภา และยึดสนามบินสุวรรณภูมิ (ไม่นับยึดสนามบินอีก 3 แห่งในภาคใต้) รวมทั้งอหังการ(อย่างไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง) ปิดเส้นทางพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการเสด็จไปประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ 

วันนี้
ASTV ทีวีโฆษณาชวนเชื่อแห่งนั้น ได้ถ่ายทอดสดสิ่งที่เขาเรียกว่า คอนเสิตการเมือง จากเกาะสมุย อ. เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ระหว่างเวลา ประมาณ 19.00 น. ถึงเวลา 21.30 น. มีนายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายจำลอง ศรีเมือง  และนายพิภพ ธงชัย  มีนายเติมศักดิ์ จารุปราณ ทำหน้าที่เหมือนผู้ดำเนินการอภิปราย ( ไม่เห็นนายสมเกียรติ์ พงษ์ไพบูลย์ สส.พรรคประชาธิปัตย์ แกนนำอีกคนหนึ่ง)  รายการวันนี้ มีผลมาจากทางตำรวจได้ออกหมายเรียกคนกลุ่มนี้จำนวน 21 คน ให้ไปรายงานตัวต่อตำรวจ ข้อหาบุกยึดรัฐสภา ทำให้รัฐมนตรีและสส.  สว. ออกไม่ได้ เป็นการหน่วงเหนี่ยวเสรีภาพผู้อื่น คนกลุ่มนี้จึงออกมาทวงบุญคุณจากรัฐบาลประชาธิปัตย์  ลำเลิกว่าเพราะผลงานขับไล่รัฐบาลของพวกเขาพรรคประชาธิปัตย์จึงได้เป็นรัฐบาลในวันนี้ การออกหมายเรียกแสดงถึงการทรยศ บัดนี้สงสัยว่าพรรคประชาธิปัตย์จะทรยศ ไม่ให้ความช่วยเหลือฝ่ายตนให้พ้นความผิด  ระแวงว่าจะไปเข้าข้างประชาชนเสื้อแดง คือประชาชนเพื่อประชาธิปไตย  และก่อนหน้านี้ไม่กี่วันนายสนธิก็ได้พูดผ่านเอเอสทีวีไปอย่างเกรี้ยวกราดว่า  นายสุเทพได้ขึ้นวอก็เพราะพวกเขา พันธมิตรสนธิ-จำลอง ฯ  

 

วันนี้นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้เรียกร้องให้รัฐบาลอภิสิทธิ์-สุเทพ รีบ ๆ สร้างผลงาน เพราะโดนโจมตีและปรากฏทุจริตขึ้นมากมายในรัฐบาลนี้แม้เมื่อบริหารงานมาไม่ถึง 2 เดือน ตัวอย่างเช่น กรณีปลากระป๋องเน่า  นมบูด  จนเป็นเหตุให้รัฐมนตรีคนหนึ่งถึงกับต้องลาออกไป  นายสนธิเกรงว่าหากรัฐบาลประชาธิปัตย์พังไปแล้วพวกเขาก็จะอยู่ลำบาก นายสนธิ์ ลิ้มทองกุล มีความระแวงสงสัยจะถูกหักหลัง  ได้ตะโกนก้องออกชื่อ นายชวน หลีกภัย นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน  และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ  ว่าให้พูดให้ชัดเจนว่าจะเข้าข้างใด  การพูดว่า เหลืองก็ไม่เอา  แดงก็ไม่เอานั่นใช้ไม่ได้  จะต้องเลือกเอาข้างใดข้างหนึ่งข้างเดียว ถึงเวลาที่คุณต้องเลือกข้าง คุณอย่าพูดว่าไม่มีเหลืองไม่มีแดง  เหลืองก็ไม่เอา แดงก็ไม่เอา แล้วมึงจะเอาอะไร?  ถ้านายสุเทพไม่จัดการภัทรวาท วงศ์สุวรรณ  อำนวย นิ่มมโน  แสดงว่า นายสุเทพไม่จริงใจต่อพันธมิตร์ม็อบสนธิ  เมื่อนั้นแหละพรรคของพันธมิตรจะเกิดขึ้นทันที (เขาหมายถึงการตั้งพรรคการเมืองของพวกเขา)   แล้วก็เปิดเผยแผนการลับ  กี่สิบปีแล้วที่ชาวใต้เราได้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ แล้วพรรคประชาธิปัตย์สร้างผลงานอะไรบ้าง ขอโอกาสเราสักครั้ง ถ้ากำจัดทักษิณไม่ได้ก็ไม่ต้องเอาเรา  พี่ชวนช่วยบอกคุณสุเทพทำงานหน่อย  ( ป่านนี้นายสนธิ ลิ้มทองกุล ยังคงเคียดแค้นพยาบาทต่ออดีตนายก ทักษิณ ชินวัตร อยู่ ทั้ง ๆ ที่ท่านอดีตนายก ไม่ได้คิดรังเกียจนายสนธินี้เลย  บางทีคำว่า กุ๊ยข้างถนน จะเป็นคำพูดที่แสลงหูของเขาก็เป็นได้ จึงแค้นมีอุปมาเหมือนงูที่ถูกตีจนหลังหักตามโคลงโลกนิตินั่นเทียว )

 

ทางดีสเตชั่นวันนี้  ดูเหมือนจะเรียนรู้ ตามทันทุกเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงของ สนธิ ลิ้มทองกุล และขบวนการม็อบพันธมิตรสนธิ-จำลอง-ประชาธิปัตย์แล้ว และกำลังย่ำตามรอยไปอย่างมิให้คลาดคลา เพื่อหวังดับเพลิงปลิดชีพเสีย ด้วยความจริง  จึงได้เปิดเผยความจริงของคนเหล่านี้ออกไปเรื่อย ๆ และประชาชนก็เรียนรู้ได้เร็ว แท้จริงประชาชนทั่วประเทศก็ได้เห็นและรายงานทางสื่อที่ยืนยันว่า  ม็อบพันธมิตรสนธิ-จำลอง-ประชาธิปัตย์ที่ทำความผิดต่อแผ่นดิน อย่างไร  ไม่มีใครที่จะไม่รู้ว่าม็อบสนธิ-จำลอง-ประชาธิปัตย์ทำผิดอย่างไร  อย่างน้อยในระยะหลัง ๆที่สุดนับแต่รัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวชมา ก็ 6 รายการใหญ่ ๆ คือ

1.    พาพวกปิดกั้นถนนหนทาง  แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จไปประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพ ก็ต้องเสด็จเลี่ยงไปทั้ง 6 วันแห่งพระราชพิธีสำคัญนั้น

2.     ยกพวกเข้ายึดทำเนียบรัฐบาล ไล่คณะรัฐมนตรีออกไปจากทำเนียบและยึดทำเนียบไว้เป็นเวลา 193 วัน  

3.     ยกพวกไปปิดล้อมรัฐสภา 2 ครั้ง ครั้งสุดท้ายทำให้คณะรัฐมนตรี และสมาชิกรัฐสภาออกไม่ได้ ต้องปีนบันไดฉุกเฉินออกทางหลังรัฐสภา

4.     ยกพวกปิดล้อมและยึดสถานีโทรทัศน์ NBT  ไล่เจ้าหน้าที่ออกไปเพื่อทำการใช้งานเอง

5.     ยกพวกเข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง อันเป็นสนามบินนานาชาติ  อันเป็นเหตุให้คนต่างชาติหลายหมื่นคนเดือดร้อน และประเทศไทยเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล

6.     กล่าวหาคนอื่น ด้วยวาจาหยาบคาย ใช้แต่คำดุด่า บริภาษคนทั้งหลายอย่างเต็มที่
            ( จากบันทึกของหนังสือพิมพ์ดีอินเทอเนท http://newworldbelieve.net โปรดคลิกเพื่อติดตามไปดู)

 

ยังมีความผิดของ ASTV และม็อบสนธิ-จำลอง-ประชาธิปัตย์ ที่ร้ายแรงในฐานะตัวการหลอกลวงประชาชนก็คือ ในระยะก่อนสนธิ บุณยรัตกลิน ทำการปฏิรูปการเมือง 19 ก.ย.2549  ASTV ได้ทำการโฆษณาปลุกเร้าเพื่อระดมมวลชนอยู่อย่างเต็มที่ด้วยกลยุทธการโฆษณาชวนเชื่อทุกรูปแบบ ( คือเอาเรื่องไม่จริงมาพูดขึ้นเพื่อเร้าอารมณ์ให้คนทั้งหลายเกลียดชังคนอื่นที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับตน เป้าหมายคือรัฐบาลทักษิณ รวมทั้งตัวทักษิณเอง รัฐบาลสมัคร รัฐบาลสมชาย และตัวบุคคลต่อ ๆ มา จนกระทั่งนายสนธิโดนฟ้องร้องไปกว่า 60 คดีในระยะนั้น ซึ่งหมายความว่านายสนธิ ลิ้มทองกุลคงตายในคุกอย่างแน่นอน การต่อสู้โฆษณาของเขาจึงรุนแรง เป็นแบบตายเป็นตายเจ๊งเป็นเจ๊ง ซึ่งเป็นการต่อสู้แบบหมาจนตรอกมาจนถึงบัดนี้ ) ที่เห็นชัดเจนว่าเป็นความผิดในการหลอกลวงประชาชนไทยทั้งชาติก็คือ  ปลุกระดมมวลชนว่า ประเทศไทยตกอยู่ระหว่างอันตรายอย่างยิ่งใหญ่ ประชาชนทั้งชาติต้องออกมาช่วยกันกู้ชาติ เอาประเทศไทยของเราคืนมา  เอาแผ่นดินของเราคืนมา  เอาเขาพระวิหารคืนมา  ซึ่งอิงอยู่กับการให้ร้ายอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่าเป็นผู้สร้างระบอบที่จะสร้างความล่มจมให้แด่ประเทศชาติ ถ้าไม่กู้ชาติจากทักษิณแล้ว  ชาติจะต้องวอดวายบรรลัยลงไปอย่างแน่นอน   แล้วจึงร่วมมือกับทหารทำรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 และสร้างรัฐธรรมนูญ 2550 ขึ้นมาปกป้องหมู่กลุ่มของตน แต่พรรคประชาธิปัตย์กลับแพ้เลือกตั้งเมื่อ 26 ธันวาคม 2550  ก็เลยเดินเรื่องกู้ชาติ เอาประเทศไทยของเราคืนมาต่อไป  จนท้ายที่สุด หลังทำลายรัฐบาลสมัคร และรัฐบาลสมชาย จนในที่สุด ได้ครองอำนาจสมใจ โดยพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นแนวร่วมกู้ชาติ เอาประเทศไทยกลับคืนมาสู่อำนาจตนได้อย่างสมบูรณ์ โดยได้เป็นรัฐบาล  

 

และครั้นเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะได้เป็นนายกรัฐมนตรี คนทั้งหลายก็สิ้นสงสัยว่าพรรคประชาธิปัตย์มีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งขนาดใดกับม็อบพันธมิตรจำลอง-สนธิ-ประชาธิปัตย์ และทหาร นั่นหมายถึงมีส่วนในการกระทำความผิดต่อแผ่นดิน 6 รายการใหญ่ ๆ ข้างต้น และแล้วภายในเวลาไม่ถึงสามเดือนเท่านั้นเอง  รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ และแนวร่วมกู้ชาติสนธิ-จำลองคราวนั้น  ก็กำลังบริหารอำนาจในมืออย่างโง่เขลา เพราะกำลังจะทำให้ประเทศไทยล่มจมลงไป ดิ่งลงสู่ความหายนะไปตามลำดับ ๆ นี่หรือคือการกู้ชาติของพวกท่าน? 

วันนี้จึงได้พิศูจน์อย่างชัดเจนว่าระบอบที่ทำลายชาติให้ล่มจม ควรที่ประชาชนทั่วประเทศ ผู้เป็นเจ้าของประเทศตามหลักการของประชาธิปไตย อำนาจเป็นของประชาชน ที่จะต้องร่วมมือกันกู้ชาตินั้นแท้จริงคือระบอบประชาธิปัตย์นี่เอง  ในขณะเดียวกัน อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรมิได้ทำลายชาติ แต่สร้างชาติ   เพราะมีสิ่งพิศูจน์แก่ตามหาประชาชน  อย่างชัดเจนว่า  ม็อบทำลายชาติ หลอกลวงประชาชนให้มาร่วมกันกู้ชาติ เอาประเทศไทยของเราคืนมา  นี่คือม็อบพันธมิตร สนธิ-จำลอง-ประชาธิปัตย์ ทิ่กำลังทำประเทศไทยล่มจมอยู่ในขณะนี้นั่นเอง

ยังมีประเด็นที่สำคัญไปอีกนั่นคือ
วันนี้ เมื่อพรรคประชาธิปัตย์โดยการนำของนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ โดยเป็นนายกรัฐมนตรี  ย่อมต้องทำหน้าที่ผู้รักษาความเป็นธรรมในแผ่นดิน  และในฐานะรัฐบาลผู้ต้องมีหน้าที่รักษาความยุติธรรมตามกฎหมาย นั่นคือการพิทักษ์ความเป็นนิติรัฐ พิทักษ์นิติธรรม และพิทักษ์หลักนิติศาสตร์

 

และนอกจากนี้แล้วรัฐบาลอภิสิทธิ์ยังต้องมองสูงไปอีกคือมองที่สถาบัน  ท่านต้องมองว่ารัฐบาลเป็นสถาบัน  และเป็นสถาบันสูงสุดในระบอบประชาธิปไตย  จึงต้องระวัง อย่าทำลายสถาบันรัฐบาล  เพราะรัฐบาลคือสถาบัน ท่านเข้าใจหรือไม่? (อย่าทำให้เสียชื่อรัฐบาลไทยในรูปรวม จะทำให้ต่างชาติดูถูกดูหมิ่นรัฐบาลไทย)  ท่านทำลายตัวเองได้ แต่สถาบันต้องตั้งอยู่และให้มีความมั่นคง ทรงธรรมต่อไป  เพื่อประชาธิปไตย  มิฉะนั้น เท่ากับทำลายประชาธิปไตย  นั่นเป็นความผิดอันยิ่งใหญ่  เพราะเจ้าของประเทศคือประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจการปกครองแผ่นดินที่แท้จริง พวกเขาจะไม่ยอมแก่โจรร้ายผู้ทำลายประชาธิปไตย 

 

     

·        หนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนท )

      5 มี.ค. 2552

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 8.   การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลวันแรก 19 มี.ค. 2551
       ภาพที่เห็น  เสียงที่ได้ยิน

ร.ต.อ. ดร.เฉลิม อยู่บำรุง พูดเรื่องบริษัท เมสไสยอะ ค่อนข้างอันตราย ต่อสถานะของรัฐบาล แต่เรื่องราวความเป็นมาค่อนข้างยาวและสลับซับซ้อน  ประชาชนอาจจะตามไม่ทัน  ควรจะได้ติดตามไปฟังคำอธิบาย หรือฟังซ้ำอีกหลาย ๆ ครั้ง  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง NBT น่าจะนำออกซ้ำทั้งหมด   เราหมายถึงทางฝ่ายรัฐบาลด้วย ควรจะได้ฟังซ้ำหลาย ๆ ครั้ง  แต่แน่ละ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  ไม่มีทางตอบโต้อย่างอื่นนอกจากทำเป็นว่าเรื่องที่ถูกกล่าวหาเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ  ทำเป็นว่าพรรคฝ่ายค้านเอาเรื่องที่น่าขบขันมากล่าวหาอะไรทำนองนั้น  ซึ่งแท้จริงรัฐบาลไม่น่าจะมองเช่นนั้น  หรือจริง ๆ นายอภิสิทธิ  อาจจะนึกเสียวสยองใจอยู่ก็เป็นได้  

ครั้นถึงคราวนายจตุพร พรหมพันธ์ กล่าวหาเรื่องนายกรัฐมนตรีหนีทหาร และซึ่งมีประเด็นย่อย ๆ อยู่อีกหลายประเด็น ที่น่าเป็นอันตรายทั้งนั้น โดยเฉพาะประเด็นที่ซ่อนในประเด็นอีกทีเหนึ่ง ที่แฝงนัยยะสำคัญคือทำเอกสารเท็จ นายอภิสิทธิ์ ก็ตอบโต้โดยวิธีเดียวกันคือทำเป็นว่าเรื่องที่นำมากล่าวหาเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ  ทำเป็นว่าพรรคฝ่ายค้านเอาเรื่องที่น่าขบขันมากล่าวหาอะไรทำนองนั้น  

ครั้นถึงท่านสส. ดร.สุนัย จุลพงศ์ธร อภิปรายแบบรวบตั้งแต่นายกรัฐมนตรี ถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ว่าโกงงบประมาณสำนักงานการอาชีวะศึกษา อย่างไร อย่างละเอียด มีหลักฐาน ที่น่ารับฟังอย่างยิ่งนั้น  ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ รมช.ศธ. ซึ่งเป็นสตรี (นางนริศรา ชวาลตันพิพัฒน์) แก้แทน ก็ดูเหมือนจะไม่ยอมรับฟัง ทำเป็นว่าที่เขาเอามาเสนอเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ซ้ำ รมช.หญิงท่านนี้ยังย้อนเอาว่า  นั่นเป็นผลงานของรัฐบาลเก่า รัฐบาลของท่านผู้อภิปรายทำมาก่อน ( นี่คืออุปนิสัย เอาดีเข้าตัวเอาชั่วเข้าคนอื่น  ที่น่ารังเกียจมากสำหรับระบอบประชาธิปไตย  เหตุที่ไม่มีความเคารพในความเป็นมนุษย์ของคนอื่น ขนาด รมช.ผู้หญิงยังขนาดนี้...)

แต่การณ์เฉพาะหน้าในสภาอย่างนี้    พลพรรครัฐบาล ประชาธิปัตย์ เหมือนรวมกันคอยทีอยู่อย่างสงบ แต่เตรียมพร้อม ดูเหมือนที่สื่อมวลชน และนักวิจารณ์สภาไทย เคยระบุไว้ว่า เป็นกริยาของหมู่ (ขอโทษ เขาเปรียบเทียบว่าเหมือน  หมาหมู่  เตรียมจะเข้ากัด  พอตัวหนึ่งขยับ อีกตัวก็ขยับพร้อม ๆ กัน ยุบยับ ๆ ไปหมด )  และก็จริงอย่างนั้น  พอซุ่มอยู่ประเดี๋ยวหนึ่ง จนคิดว่าเหยื่อตายใจแล้ว ก็เริ่มเห่าและรุมเข้ากัด ( นี่เป็นภาพที่เห็นมานานในรัฐสภาไทย ที่น่าแก้ไขเสียที  แต่ก็ยังคงเห็นอยุ๋ ) จนกระทั่ง นาย เจ๊ะ อามิง โต๊ะตาหยง  สส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ต้องถูกลงโทษ โดยอัปเปหิตนเองออกนอกห้องประชุมไป

ส่วน สส.พรรคประชาธิปัตย์ อีกคนหนึ่ง(สส.อภิชาติ สุภาแพ่ง)ลุกขึ้นพูดว่า  นายกรัฐมนตรีของผมกำลังสงสัยที่ สส.สุนัย และ สส. ร.ต.ท.เชาวรินทร์ ลัทธศักดิ์ศิริ รุมโจมตี และประเด็นที่ว่าท่านอภิสิทธิ เวชชาชีวะ ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีตัวจริง  นายกรัฐมนตรีตัวจริงเป็นใคร ท่านกลัวว่าท่านจะไม่ใช่นายกรัฐมนตรีตัวจริง มองดูตัวเองอยู่จนหน้าซีดขาวตัวสั่นไปหมด  ให้คุณสุนัยระบุออกมาว่า ใครคือนายกรัฐมนตรีตัวจริง  จนกระทั่งท่านประธานสภา ชัย ชิดชอบ ต้องบอกเอง ว่าใครคือนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย บอกให้แล้ว สส.ท่านนี้ก็ยังงงอยู่ เมื่อท่านชัย บอกว่า  ใคร ๆ ก็รู้ว่านายกรัฐมนตรีตัวจริงคือ นายประสิทธิ์ เวชชาชีวะ   แต่ สส.ท่านนั้นก็ยอมจำนน โดยเข้าใจว่าได้คำตอบแล้ว (ความจริงท่านประธานสภาฯบอกชื่อผิด ชื่อที่ผิดคือ ประสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชื่อที่ถูกคือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  ท่านเคยบอกชื่อผิดมาแล้วครั้งหนึ่งคือ บอกให้คุณรสนา โตสิตระกูล นั่งลง  ท่านบอกว่า คุณรจจะนา โตสิตระกูล นั่งลงเถอะ ๆ)

ต่อมา อาจารย์มหาวิทยาลัยขอนแก่นท่านหนึ่งบอกว่า  น่าเสียดายที่การอภิปรายมุ่งประเด็นการเมืองเกินไป จนละเลยประเด็นทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นประเด็นร้อนที่สุดในขณะนี้  เราเห็นด้วย น่าจะได้เห็นการอภิปรายปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างเผ็ดร้อน พร้อมหลักวิชาการอย่างเต็มที่ในวันที่เหลือ 1 วันนี้

และคนทั้งหลายก็คงคาดหวังได้ว่า การต่อสู้ภาคภายในรัฐสภาจะจบลงอย่างไร  แต่แน่ ๆ ไม่พ้นคนเสื้อแดง จะต้องจัดการประเทศ ตามระบอบประชาธิปไตยทางตรงต่อไป

 

·         นสพ.ดี (อินเทอเนต)
20 มี.ค. 2552

 

 

 

 

 

 

 

 

 9.   เรียน บก.นสพ.ดี ที่นับถือยิ่ง
      ไม่ไว้วางใจนายกร จาติกวณิช รมว.คลัง

ผมมีเรื่องเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือครับ ผมใช้โทรศัพท์มาก วันหนึ่ง 200 บาทเป็นอย่างน้อย  มาในระยะหลังมานี้ ผมรู้สึกว่าถูกโกง แล้วผมไม่รู้จะทำอย่างไร จึงแค้นมาก เพราะสังเกตว่า ยอดเงินในโทรศัพท์หายไปอย่างค่อนข้างรวดเร็วมาก  วันนี้เอง ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ได้พูดกับใครเลยสักครั้งเดียว พบว่าเงินหายไปร่วม 50 บาทแล้ว ห่วยจริง ๆ   แต่เดิมจริง ๆ ผมจะไม่ค่อยตรวจดูว่าเขาหักอะไรบ้าง มารู้สึกภายหลังว่าบริการต่าง ๆ ทางโทรศัพท์มือถือนั้น เขาหักเงินเราเอาตามอัตโนมัตของเขาทั้งนั้น   ซึ่งบางรายการ เราไม่ได้ต้องการแต่เข้ามาในโทรศัพท์เราเมื่อไรเราก็ไม่รู้  เช่นมีรายการของ Dr.Fit ที่ส่ง SMS เข้ามา วันละหลายรายการ  นี่เขาก็หักเรา โดยที่เราไม่ได้ขอ  และครั้นเราจะบอกเลิก เราก็ไม่รู้กลไกของระบบ จึงจำต้องรับข่าวสารเขาและจ่ายเงินให้เขาโดยจำยอม ซึ่งผมว่านี่คือการโกงกันชัด ๆ  โดยบริษัทโทรศัพท์มีเจตนาจับจ้องเอาคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวกับกลไกของระบบเป็นเหยื่ออย่างหน้าด้าน ๆ 

ต่อมาเมื่อค่อยเรียนรู้ จึงค่อยลบรายการ SMS ต่าง ๆ ออกไป รวมทั้งเพลงรอสาย ด้วย  แต่ขณะนี้ ผมจนอยู่สิ่งหนึ่ง คือเวลาเราโทร.ไปไม่มีใครรับสาย จะมีเสียงผู้หญิงบอกว่า  บริการฝากหมายเลขโทรกลับ  Call back Service  ภาษาไทยกด 1 ภาษาอังกฤษกด 2 ผมก็นึกว่าดี ก็กด 1 ที่ผมไม่พอใจก็คือผมไม่เคยคิดว่าผมจะต้องจ่ายจึงกด 1 กด 1 ทันทีทุกครั้ง โดยที่ผมไม่คิดว่าผมต้องจ่ายเงิน แต่ในเร็ว ๆ นี้ ผมได้พบว่า  เขาโกงผมไปอีก  หมายถึงโกงผู้ใช้โทรศัพท์ทั้งแผ่นดินด้วย  คือเขาขึ้นราคาไปอีกครับ จาก 3 บาท เป็น 6 บาท ผมใช้ความคิดมานานว่าผมจะทำอย่างไรกับบริษัทโทรศัพท์เหล่านี้ ก็พอดีได้ฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล  ได้ยินนายกร จาติกวณิช  รมต.คลังพูดถึงเรื่องขอความร่วมมือกับโทรศัพท์ วันทูคอล ดีแทก และทรูมูฟ เพื่อให้ร่วมโครงการสมานสามัคคีในชาติ ผมได้ยินว่า รัฐบาลมีส่วนในค่าโทรศัพท์รายการนั้น โดยนายกรบอกว่า บริการฝากหมายเลขโทรศัพท์ตอบกลับ ครั้งละ 3 บาท  ตรงนี้แหละทำให้ผมทราบว่ารัฐบาลมีส่วนในรายได้ครั้งละ 3 บาทนั้นด้วย    แต่แล้ว  รัฐบาลคงจะโกง เพราะบัดนี้ไม่ใช่ 3 บาทแล้ว  แต่เป็น 6 บาท  ไม่ใช่ 3 บาทตามที่นายกรบอกกลางสภา(เขาแอบขึ้นเป็นครั้ง ๆ คราว ๆ ด้วย น่าอดสูใจจังเลย)  มิน่าผมจึงต้องตกใจเมื่อพบเงินโทรศัพท์ผมลดไปฮวบ ๆ ไม่เชื่อประชาชนตรวจสอบดูได้เองครับ ( ก่อนโทร.ให้ดูก่อนว่ามีเงินอยู่เท่าไร  หลังโทร์ให้ดูอีกครั้ง)

ผมจึงอยากตะโกนดัง ๆ ว่า บริษัทโทรศัพท์ อย่างน้อยก็ 3 บริษัทคือ วันทูคอล ดีแทก ทรูมูฟ โกง เอาเปรียบประชาชนทั้งแผ่นดิน ทั้งโลก เอาเปรียบคนทั่วไปผู้ไม่รู้เรื่องกลไกระบบ ตั้งใจหากินกับคนโง่  และนายกร จาติกวณิช จะต้องรับผิดชอบ   และผมขอไม่ไว้วางใจนายกร จาติกวณิช นอกรัฐสภา  ผมไม่ให้ความไว้วางใจในการบริหารราชการแผ่นดินต่อไป และใครก็ได้ในรัฐบาลห่วย ๆ นี้ช่วยทำให้เป็นธรรมทีเถิด ฮ่วย !!!!

·         จากผม 
จาน  ประครองจิต

 

 

 

5.     ข้อสังเกตการประชุม10สุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 14 ใน 28 ก.พ.-1 มี.ค.2552 
6.     ประเทศไทย อะไรเป็นอะไร? ASTV ปะทะ DStation     
        รัฐบาลประชาธิปัตย์กับสถาบันสูงสุดของชาติในระบอบประชาธิปไตย

7.      รัฐบาลอภิสิทธิ์ดำเนินการเรื่องปฏิรูปการเมืองให้สถาบันพระปกเกล้าดำเนินการ  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 10    การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลวันที่ 2 : 20 มี.ค. 2551
        ภาพที่เห็น  เสียงที่ได้ยิน ( 2 )

ในภาพรวม ไม่มีอะไร นอกจากเห็นหน้า สส.คนหนึ่ง ของพรรคประชาธิปัตย์ กทม. คอยแต่ประท้วง ประท้วงตลอดเวลา ตั้งแต่เริ่มประชุม นับตั้งแต่ประท้วงผู้อภิปราย ฝ่ายค้าน, ประท้วงพรรคฝ่ายค้านที่ประท้วง และที่ประท้วงบ่อยคือประท้วงประธานสภาและออกคำสั่งแก่ประธานสภา ว่าประธานสภาต้องสั่งการอย่างนั้นสั่งการอย่างนี้จึงจะถูกต้อง ประธานสภาทำผิดข้อบังคับข้อนั้นข้อนี้ ( ตามสำนวนเดิมว่า ทำการควบคุม อบรมสั่งสอนประธานสภา เพื่อให้อยู่ในโอวาท ) สส.ท่านนี้คือ สส.ธนา จีรวณิช สส.ประชาธิปัตย์ กทม.  เราคิดว่า สส.ท่านนี้ไม่เข้าใจระบอบประชาธิปไตย ในแง่ที่ว่า จริยธรรม  ประชาธิปไตยต้องรู้จักเผื่อแผ่  ท่านเอาเวลาการประท้วงไปเป็นของท่านเสียทั้งหมด ไม่คิดถึงการแบ่งปันคนอื่นเลยเช่นนี้ เป็นความเห็นแก่ตัวอย่างยิ่ง    นักประชาธิปไตยในสภา จะต้องเข้าใจว่า คนอื่นเขาก็มีสิทธิ์เท่าเทียมกับท่าน ๆ จะต้องเผื่อแผ่เสมอ  จะเห็นแก่ตัว รวบเอาเวลาการประท้วงไปเป็นของตัวเองคนเดียวได้อย่างไร 

เวลาประมาณ 12.40 น. นายสมคิด บานไธสงค์  สส.หนองคาย หนึ่งในผู้อภิปรายผู้กล้าแกร่งของฝ่ายค้านบัญญัติว่า รัฐบาลนี้นำทฤษฎีของลัทธิ มาร์ค-เนวิน มาบริหารประเทศ ทำลายรัฐบาลประชาธิปไตย ไปถึง 3 รัฐบาล อภิปรายไปไม่นาน ก็เกิดการประท้วงเป็นระนาว เมื่อเขาอภิปรายถึงการเป็นรัฐบาลที่ไม่สง่างามของนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ  และครั้นเวลาต่อมาตอนสุดท้ายของการอภิปราย( เวลา 13.00 น. ถึง 13.10 น.) คลื่นรบกวนการถ่ายทอดสด ก็ถี่ขึ้น จนในที่สุดภาพและเสียงของนายสมคิด หายไปจากจอแก้ว  ทั้งจอที่ถ่ายทอดผ่านดาวเทียมและจอที่ผ่านเคเบิลท้องถิ่น  ไม่มีประชาชนคนไหนได้รับทราบเสียงการอภิปรายของสมคิด บานไธสงค์ ในช่วงนี้ จึงไม่ทราบว่าเขาจบลงอย่างไร  (กระทั่งภาพนายจตุพร พรหมพันธ์ ผู้อภิปรายคนต่อไปปรากฏขึ้น ท้วงว่านายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ ยังไม่ได้ส่งเอกสารหลักฐานการเกณฑ์ทหารให้ประธานสภา)  แปลว่ามีช่วงหนึ่งของการอภิปรายโดย สส.สมคิด บานไธสงค์ ขาดหายไปทั้งหมดด้วยการสร้างคลื่นรบกวนจากภายนอกรัฐสภา ทำการตัดคลื่นวิทยุที่ถ่ายทอดไปเสีย  การใช้คลื่นรบกวนการถ่ายทอดการอภิปรายของรัฐสภา นี่คือการดูหมิ่นสถาบันประชาชน

ทำไมจึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นได้ ? นี่คือคำถาม  ที่ซึ่งแสดงหลักฐานที่ยืนยันว่า อำนาจของรัฐสภา และอำนาจของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มิใช่อำนาจสูงสุด ตามระบอบประชาธิปไตยของประชาชนไทย แต่เป็นสิ่งชี้หลักฐานว่ามีอำนาจเหนือรัฐสภา และอำนาจเหนือรัฐบาลที่สามารถดลบันดาลให้เป็นไป  ที่จะบ่งไปถึงอำนาจ นายกรัฐมนตรีที่แท้จริง อยู่นอกรัฐสภา จริงหรือไม่ ?  นั่นหมายความว่า อมาตยาธิปไตยอยู่เหนือรัฐบาลอภิสิทธิ์  เรื่องการรบกวนคลื่นถ่ายทอดวันนี้ ต้องเป็นประวัติศาสตร์ และเป็นเรื่องยาวแน่ ๆ  โดยเหตุที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ จะต้องตอบมาให้ทราบว่า อำนาจที่กระทำการนี้มาจากหน่วยงานใด

นายกษิต ภิรมย์ ลุกขึ้นแก้ข้อกล่าวหา  เราคิดว่าเราฟังเขาไม่ค่อยรู้เรื่อง  แต่มีคำหนึ่งเขาว่า  พวกที่อยู่ในวอร์รูม เป็นพวกมือไม่ถึง   ไม่ทราบว่าหมายถึงพวกไหน  เดิมก็มีคน ๆ หนึ่งคนเดียวที่ชอบพูดเรื่องวอร์รูม( War Room)นี้ คือ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์  กษิต คงหมายถึงคนนี้กระมัง  มือไม่ถึง  กษิตนี้ขนาดอาจารย์มานิต จิตจันทร์กลับ ท่านยังนั่งไม่ติดเลย ต้องลุกขึ้นมาเสียบกับเขาบ้าง  กษิตวันนี้ได้แผลทั้งตัว ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต

เรื่องเขาพระวิหารศรีสะเกษ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พูดไปยาวอย่างดำน้ำ อย่างไม่รู้หลักฐาน  จน ธเนศร์ เครือรัตน์ สส.ศรีสะเกษ เพื่อไทย ผู้อภิปราย ต้องสะกิดว่า  ขอให้ท่านดูหลักฐาน อยู่ที่มือผมนี่   อภิสิทธิ์ ก็ซีด รีบพลิ้วตีกรรเชียงหนีไปตามลม   พอ ๆ กับ กร จาติกวณิช  ว่าการกู้หนีไม่เสียหายอย่างไร ถ้าทักษิณมาอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ วันนี้ ก็ต้องกู้เหมือนกัน อ้างทักษิณ ว่าทักษิณ ยังส่งเสริมให้ประชาชนเป็นหนี้ อ่านจากเอกสารทักษิณว่า ต้องใจถึง กล้าสู้ถ้าประหยัดและอดออมไม่ทันกิน  ...  การกู้ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ต้องรู้ว่ากู้มาทำอะไร?    งง !!!!!!!! นายกรไม่ฟังประโยคท้ายที่ว่า แต่ต้องรู้ว่ากู้มาทำอะไร.....

ตอนสรุป โดย ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง  ไม่ทราบว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ มาเมื่อไหร่  คงกลัวว่าพรรคประชาธิปัตย์จะถูกยุบ  ลุกขึ้นพูดอะไรบางคำ คล้ายว่า ถ้าประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบ เพื่อไทยก็ต้องถูกยุบ  ทำให้ฝ่ายค้านงง และฝ่ายค้านโดย ดร.เฉลิม ขอบอกความจริงว่าทำไมจึงไม่อภิปรายนายสุเทพ ก็เพราะฝ่ายค้านรังเกียจนายสุเทพ ไม่อยากพูดกับนายสุเทพ  ชื่อนายสุเทพเป็นเสนียดแก่ปากก็เลยไม่อยากพูดถึง มาพูดด้วยเราทำไมไปเสียไกล ๆ เลย   ทำนองนี้

สุเทพ เทือกสุบรรณ ก็เลยต้องนั่งนิ่ง ไปจนปิดประชุม หกทุ่มพอดี

 

·         นสพ.ดี (อินเทอเนต)
21 มี.ค. 2552

 

 

 

  11.    ทักษิณโฟนอินศรีสะเกษ 
เรียน    บก.นสพ.ดี  ( อินเทอเนต )

ผมส่งข้อมูลเพิ่มเติมการชุมนุมของมวลชนคนเสื้อแดง แนบไฟล์มาพร้อมนี้
อ.สมจิตร

 

การชุมนุมของกลุ่มพลังมวลชนเสื้อแดงศรีสะเกษ

วันศุกร์ที่  20  มีนาคม  2552    วัดบ้านโนนสำนัก  อ.เมือง  จ.ศรีสะเกษ

 

เริ่มงานเมื่อเวลา 14.00  น.  มีคนเสื้อแดงเริ่มทยอยกันมาร่วมงาน  จนถึงเวลาประมาณ  18.00น. ผู้คนสวมเสื้อแดงมาร่วมพลังกันเต็มลานวัด  โดยประมาณไม่ต่ำกว่า  2,000  คน  จากทุกสาขาอาชีพ  ทั้งข้าราชการที่ปลดเกษียณและยังรับราชการอยู่จากหน่วยงานต่างๆ  พ่อค้า  ประชาชน ศิลปินพื้นบ้านทั้งในจังหวัดศรีสะเกษและคนเสื้อแดงจากอุบลราชธานี  คนเหล่านี้มาชุมนุมกันโดยจุดยืนเดียวกันคือ  เพื่อแสดงออกทางความคิดสติปัญญาว่า  การรัฐประหารที่เกิดขึ้นเริ่มตั้งแต่  วันที่  19  ธันวาคม  2549 มาจนถึงการล้มล้างรัฐบาลที่มาจากเสียงส่วนใหญ่ของปวงชนชาวไทยถึง 3  สมัย  แล้วจัดตั้งรัฐบาลเผด็จการของกลุ่มอำมาตยาธิปไตยขึ้นมาบริหารประเทศแทน  นับเป็นการละเมิดอธิปไตยทำลายเกียรติศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของปวงชนชาวไทยถึง  19  ล้านเสียง  เป้าหมายของการต่อสู้จึงเป็นการผนึกกำลังเพื่อโค่นล้มระบอบเผด็จการให้สิ้นซาก  เพราะเป็นภัยอันตรายอย่างใหญ่หลวงต่ออิสรภาพของปวงชน  ขัดขวางความอยู่ดีกินดี  ความสงบสุขและเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติ 

แกนนำคนเสื้อแดงจากอำเภอต่างๆขึ้นมาปราศรัย  สลับกับการแสดงคอนเสิร์ต  และหมอลำการเมือง  การถ่ายทอดสดการประชุมสภาเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  กรณีการทวงคืนประสาทพระวิหาร  โดยนายธเนศ  เครือรัตน์  สส.เขต 1  ของจังหวัดศรีสะเกษ  ได้เห็นวาทะของท่านกษิต  ภิรมย์  รมต.ว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่กล่าวถึงสมเด็จอุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาอย่างไม่เหมาะสมกับตำแหน่งที่ได้รับ  ขณะไปร่วมรายการคมชัดลึกของสถานีโทรทัศน์เดอะเนชั่น ได้เห็นส.ส. ศรีสะเกษทวงถามความรับผิดชอบจากนายกษิต  ภิรมย์  และ  รัฐบาลจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคนศรีสะเกษ  จากการเปลี่ยนสนามการค้ามาเป็นสนามรบ  และสิ่งที่คนเสื้อแดงตั้งตารอคอยด้วยใจจดใจจ่อคือ  การโฟนอินของท่านอดีตนายกรัฐมนตรี  พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ  ชินวัตร 

ในที่สุด  เวลาประมาณ  20.40 21.00 น.  พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ  ชินวัตร  ได้โฟนอินเข้ามาถึงดร.ไสว  สดใส  อดีตรองอธิการบดี  มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ  แกนนำเสื้อแดงศรีสะเกษ  เพื่อพูดคุยกับพี่น้องประชาชน สัญญาว่าจะไม่ทิ้งประชาชน  จะกลับมาช่วยขจัดความเดือดร้อนของประชาชนฟื้นฟูเศรษฐกิจของชาติ  และจะร่วมต่อสู้เคียงข้างประชาชนเพื่อประชาธิปไตย  เตือนสติให้ใช้จ่ายอย่างประหยัด  เพราะต่อไปเงินทองจะหายากมาก  ถ้ากลับมาเมืองไทยจะมาทางอีสาน  ฝากฝังส.ส.ที่ยืนหยัดต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยให้พี่น้องประชาชนดูแล

ที่น่าประทับใจอย่างยิ่งก็คือ  การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงครั้งนี้เป็นการรวมพลังเพื่อแสวงหาอิสรภาพของความเป็นมนุษย์ตามระบอบประชาธิปไตยด้วยสันติวิธี  นับเป็นแบบอย่างที่ดีของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย  แม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มารักษาความปลอดภัยยังได้สัมผัสถึงความอบอุ่นเป็นมิตรของคนกลุ่มนี้  และในใจลึกๆของเจ้าหน้าที่ผู้รักความยุติธรรมคงอดชื่นชมไม่ได้กับความกล้าหาญเสียสละของกลุ่มคนเสื้อแดงที่กล้าลุกขึ้นมาต่อสู้กับอำนาจมืดเพื่อเรียกร้องหาความถูกต้องเป็นธรรม  น่าเสียดายที่ระบบเสียงและแสงสว่างยังไม่สมบูรณ์เนื่องจากเป็นครั้งแรก  ทำให้การโฟนอินได้ยินเสียงไม่ชัดเจนบางช่วง  และแกนนำในส่วนกลางไม่ได้มาร่วมงาน  เนื่องจากในวันนั้นมีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในหลายจังหวัด  และการประชาสัมพันธ์ยังไม่ทั่วถึง  เพราะในวันรุ่งขึ้นได้ยินพี่น้องชาวจังหวัดศรีสะเกษบ่นว่าอยากไปร่วมแสดงพลังของคนเสื้อแดงเป็นจำนวนมาก  แต่ไม่ได้ไปเพราะไม่ทราบข่าว  หวังว่าการชุมนุมครั้งต่อไปคงจะปรับปรุงให้เข้มแข็งกว่านี้  เพราะคนเสื้อแดงมีอุดมการณ์ที่จะต่อสู้เพื่อความถูกต้องเป็นธรรมอยู่แล้ว

 

พิราบขาวศรีสะเกษ
21 มีนาคม 2552
 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   12.   ปัญหาประชาธิปไตย
        ศึกษาที่ไปที่มาของประชาธิปไตย
        แท้จริงถอดมาจากหลักธรรมของพระพุทธศาสนา

 

จาก กระดานถาม-ตอบ ของ https://www.newworldbelieve.net
ผู้ตั้งกระทู้    ผู้ใช้นามแฝงว่า  10236   ตั้งกระทู้เมื่อ  6 กันยายน 2551

 

 

 

 

 

 

กระทู้

 

ช่วยตอบหน่อย ด่วน<