ReadyPlanet.com
dot
dot dot
dot
พระพุทธเจ้า
dot
bulletบทศึกษาพิเศษ:พระพุทธเจ้า ศึกษาจากวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรนแปล เช้า- เย็น
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรแปล เช้า-เย็น อัพเดต
dot
พุทโธโลยี
dot
bulletสมาคมศิษย์หลวงปู่เครื่อง จัดประกวดเรียงความออนไลน์มัธยมศึกษาในวันวิสาขบูชา คลิกดูรายละเอียดและรางวัลที่นี่
dot
ชมรมยุวพุทโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
dot
bulletThe Beginning ความเป็นมาของโครงการชมรมยุวพุโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
bulletChart Showing the Process
dot
บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี พ.ศ.2540 - 2559
dot
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี 1
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 1
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 3
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 4
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 5
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 6
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 7
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 8
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 9
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 10
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 11
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 12
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 13
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 14
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 15
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 16
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 17
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 18
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 19
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 20
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 21
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 22
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 23
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 24
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 25
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 26
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 27
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 28
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 29
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 30
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 31
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 32
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 33
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 34
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 35
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 36
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 37
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 38
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 39
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 40
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 41
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 42
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 43
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 44
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 45
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 46
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 47
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 48
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 49
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 50
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 51
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 52
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 53
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 54
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 55
dot
To The World
dot
bulletENGLISH
bulletUSA
bulletChina
bulletIndia
bullet Mynmar
bullet Cambodia
bullet Loas
bulletSri Lanka
bulletMalaysia
bulletKorea
bulletA Sharp Turn of Believes : Iresearch Iwrite Iread
dot
Buddhism How? บันทึกของนักปฏิบัติธรรมผู้ถวายชีวิตพิศูจน์สัจธรรมพุทธให้รู้แจ้งเห็นจริงถึงระดับมรรคผลนิพพานแท้
dot
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 1
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 2
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 3
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 4
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 5
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 6
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 7
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 8
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 9
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 10
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 11
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 12
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 13
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 14
bulletMystery Report 15
bulletMystery Report 16
bulletMystery Report 17
bulletMystery Report 18
bulletMystery Report 19
bulletMystery Report 20
bulletMystery Report 21
bulletMystery Report 22
bulletMystery Report 23
bulletMystery Report 24
bulletMystery World Report 25
bulletศึกษาโลกลี้ลับ 26
dot
เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว วิเคราะห์ทุกปัญหาในโลกมนุษย์ด้วยสติปัญญาและเหตุผลวิทยาศาสตร์จากนสพ.ดี
dot
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2536
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2537
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2538
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2539
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2540
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2541
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2542
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2543-2545
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2545-2549
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2549-2550
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2550-ส.ค.2551
bulletเฝ้าดูฯ ส.ค.-ก.ย.2551
bulletเฝ้าดูฯ ก.ย.2551- ธ.ค. 2551
dot
เฝ้าดูฯสำนวนพัชรา กอปรทศธรรม
dot
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 16-27
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 29
bulletบทความใหม่ เม.ย.-พ.ค.2552
bulletพุทธธรรมเพื่อทางดับทุกข์
bulletทฤษฎีการดับทุกข์ทางจิต วิปัสสนากรรมฐานโดยการทำงาน(สำนวนปรับปรุงใหม่)
bulletประวัติพัชรา กอปรทศธรรม
bulletประวัติการต่อสู้เพื่อการดับทุกข์ ของพัชรา กอปรทศธรรม
bulletอัลบั้มรูป history
bulletนิทานธรรมะประยุกต์ มานุสสาสุระสงคราม 4 ภาค และอื่น ๆ
bulletอัลบั้มรูป ภาพในอดีตและชีวประวัติศาสตร์ที่สวยงาม
bulletจากเวบบอร์ด พูดกันไม่รู้เรื่อง ประชาธิปไตยล้าหลัง
bulletศาสนาสากล การวิเคราะห์ความหมาย
bulletปลอบใจ
dot
รวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์ แนวปฏิรูปคณะสงฆ์อยู่ในบทวิเคราะห์นี้แล้ว
dot
bulletรวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
สากลจักรวาล สากลศาสนา แนวคิดศาสนาสำหรับคนยุคใหม่ ผู้ก้าวผิดทางไปสู่สิ่งไร้สาระโดยไม่รู้ตัว
dot
bulletสากล...ศาสนา 1
bulletสากล...ศาสนา 2
bulletสากล...ศาสนา 3
bulletสากล...ศาสนา 4
bulletสากล...ศาสนา 5
bulletสากล...ศาสนา 6
bulletสากล...ศาสนา 7
bulletสากล...ศาสนา 9
bulletสากล...ศาสนา 8
bulletสากล...ศาสนา 10
bulletสากล...ศาสนา 11
bulletสากล...ศาสนา 12
bulletสากล...ศาสนา 13
bulletสากล...ศาสนา 14
bulletสากล...ศาสนา 16
dot
ส่วนข้อมูลสำคัญเพื่อการวิจัยการเมืองไทยยุค คมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
dot
bulletข้อมูลสำคัญยุคคมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่1/26ส.ค.2551
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่2/27ส.ค.2551
bulletใบปลิว อีเมล์ ในหลวงทรงร้องไห้
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 1
bulletในหลวงเพิ่งทราบข่าวฆ่าประชาชน10เมย.53ทรงร้องไห้
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
รวมข่าวม็อบการเมืองสนธิ-จำลอง-ปชป.มิ.ย.51-เม.ย.52 นสพ.
dot
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 2
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 3
bulletรวมข่าวม็อบ30มิ.ย.51-23มี.ค.52
bulletเลือดศรีสะเกษบันทึกเรื่องราวรอบด้านเกี่ยวกับเขาพระวิหาร
dot
การโฆษณาชวนเชื่อล้มรัฐบาลทักษิณ
dot
bulletรายงานการโฆษณาชวนเชื่อในประเทศไทยที่ล้มล้างรัฐบาลทักษิณ
dot
หนังสือพิมพ์ดี ของฟรีให้เปล่ามา20ปีแล้วทั้งเอกสารและอินเทอเนท
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต ) เล่ม 1 - 44 - ล่าสุด
bulletหน้าที่เก็บไว้
bulletมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร)
bulletวัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ บันทึกเหตุการณ์
bulletสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษแห่งที่ 1
bulletเกี่ยวกับเวบไซต์ของเรา เราทำเพื่อปัญญาชนโดยแท้
bulletรวมกระทู้เด็ดจากกระดานถามตอบ
bulletคาถาอาคมไสยศาสตร์
bulletกวีนิพนธ์ใหม่
bulletศูนย์ปฏิญญาณละเลิกอบายมุข บัญชีที่1-3


เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

 

 

เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

ต่อต้านเอดส์ ต่อต้านอนารยธรรม

โดย คอมพิวเตอร์แมน และ บูดามี

 

 

 

1.         รัฐบาลใหม่ควรเป็นอย่างไร
2.         พระบรมราชกระแส วัน5ธันวามหาราช           
3.         แสงธรรม รายการของศาสนาคาทอลิก
4.         ฟาหลุนกงนัดประชุมในไทย
5.         แสงธรรม ประวัติพระคุณเจ้ายอด พิมพิสาร
6.         ตามหาแก่นธรรม
7.         NewsLine

8.         นายฮ้อยทมิฬ ภาพยนต์ไทย
9.         ถ่ายทอดสดการแถลงนโยบายของรัฐบาล
10.        Talk of the Town เชือกผูกรองเท้าของพระเยซู

11.        4แยกรัชโยธิน

12.        นางนากพระโขนง ภาพยนตร์ไทย

13.        ยอยศพระลอ

14         รัฐบาลมุสลิมอาฟกานิสถานระเบิดพระพุทธรูปมรดกโลก 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 รัฐบาลใหม่ควรเป็นอย่างไร

ช่อง 11

27 พ.ย. 43 2100 น.

 

มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย จัดให้บุคคลสำคัญของแผ่นดินมาพบกัน เพื่อให้ข้อคิดการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่จะมาภายหลังการเลือกตั้ง 6 ม.ค. 44 ประเด็นปัญหาที่วิเคราะห์คือ "รัฐบาลใหม่หลังปฏิรูปการเมืองที่คนไทยต้องการ" มี รศ. ดร.สมบัติ จันทวงศ์ พิธีกร ดร.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล อานันท์ ปันยาระชุน และ น.พ.ประเวศ วะสี สรุปได้ว่า 1. ดร.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ขอให้ฟังเสียงประชาชนสมรรถภาพการแข่งขันต่อรองของเราต่ำมาก การศึกษา เศรษฐกิจ ขอให้ประชาชนพออยู่พอกิน มีมาตรฐานที่ดี ไม่ควรที่จะไปผลีผลามไปรับเงื่อนไขไอเอ็มเอฟ และเปิด เสรีทางเศรษฐกิจโดยไม่พร้อมจะแข่งขัน อย่ามองเพียงรัฐบาล หรือเฉพาะหัวหน้ารัฐบาลเป็นเพียงองค์ประกอบเดียว แต่ต้องมอง สถาบันทั้งหมด การฝากความหวังไว้กับรัฐบาลอย่างเดียวเป็นอันตราย 2. อดีตนายกรัฐมนตรี อานันท์ ปันยารชุน เห็นว่า ความคิดดรีมทีมเศรษฐกิจไม่ถูกต้อง แท้จริงไม่ต้องมีทีม เพราะรัฐบาลเป็นทั้งหมดทุกทีมอยู่แล้ว ไม่ควรเชื่อว่าปัญหาเศรษฐกิจจะต้องให้นักเศรษฐกิจเป็นผู้แก้ แต่นักเศรษฐกิจควรเป็นนักบริหารด้วย ไม่ควรเห่อปริญญา อยากให้เลิกการถือปริญญามากำหนดมาตรฐานการวัด รัฐบาลที่บริหารงานเป็น ไม่เพียงฟังเท่านั้นควรได้ยินด้วย ต้องไม่มีชั้นวรรณะ ไม่ถืออำนาจ ไม่คดโกง พูดความจริงแสวงหาความจริง ในระบบการเลือกตั้งอย่าลืมว่าเราเป็นตัวแทนประชาชน เราน่าจะเจรจาไอเอ็มเอฟ ขอต่อรองบางเรื่องบางอย่าง ตอนนั้นเราคลานไปหาเขา เพราะเงินสำรองเราหมด เราไม่น่าจะมุ่งการเงินธนาคารมากเกินไป การฟื้นตัวอาจจะต้องใช้เวลา 5-10 ปี เคยเห็นญี่ปุ่น และ เมกซิโก มาก่อนแล้ว 3. ศ.นพ.ประเวศ วะสี พูดถึงพลังสังคมว่า อุปมาเหมือนสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา เน้นยอดของสามเหลี่ยม คือระบบการศึกษาจะต้องมีประสิทธิภาพและผลิตผลงานคุณภาพ ปัจจุบัน บัณฑิตย์ที่มีฝีมือมีน้อย ต้องปรับตัวเองให้เข้มแข็ง เรื่องเศรษฐกิจ รีลเซกเตอร์ต้องเข้มแข็ง รีบแก้ไขความยากจน การแก้ความยากจนใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง น่าจะไม่ยาก เมื่อประชาชนใน 7,000 ตำบลหายจนก็มีอำนาจซื้อ เงินก็สะพัดหมุนเวียนในวงจรเศรษฐกิจ เศรษฐกิจมหภาคต้องสามารถเชื่อมกับเศรษฐกิจแบบพอเพียง ระวังอย่าให้ทั้งสองอย่างทำลายกัน ต้องให้เกื้อกูลกัน เป็นมัชฌิมาปฏิปทา ธนาคารควรเป็นอิสระ ถ้าการเมืองแทรกก็จะเสียหายเป็นอันตราย ต้องจัดกันจริง ๆ ทุกวันนี้มีคอรัปชั่นมาก คอรัปชั่นทำให้เพิ่มต้นทุนการผลิต ทำให้สินค้ามีราคาแพงขึ้น เดือดร้อนผู้บริโภค คือประชาชนทั่วไป ที่สำคัญรัฐบาลต้องไม่คอรัปชั่นเสียเอง ต้องปลดผู้น่าสงสัย ต้องออกกฎหมายตั้งสภาปฏิรูประบบราชการ หากรัฐบาลไม่ดื้อเกินก็คุยกันจนเกิดทิศทางที่เห็นร่วมกัน รัฐบาลต้องไม่มาทะเลาะกับประชาชน นพ.ประเวศ ว่า มองทางยาว แม้จะผ่านมาเพียง 60 ปี ประชาธิปไตยไทยมีวิวัฒนาการเร็วอยู่ ขอให้ทุกฝ่ายอดทนต่อไปอีกหน่อย อดีตนายกอานันท์ว่า ปัญหาที่เผชิญอยู่คือ คนตกงาน และเกษตรกร จะทำอย่างไร เราเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงกันแคบเกินไป ควรทำความเข้าใจให้ดีกว่านี้ เมื่อพูดถึงจุดอ่อนทางการศึกษา ท่านอานันท์ว่า ควรต้องเร่งเครื่องการศึกษา ต้องมุ่งคุณภาพการศึกษา ตัวอย่างที่เห็นทุกวันนี้เรามุ่งแต่ปริมาณ เช่น สาขาวิศวกรรมศาสตร์ เราผลิตบัณฑิตได้ปีละ 10,000 คน แต่ล้วนทำงานไม่เป็น ไร้ฝีมือไปทั้งสิ้น

 

 

 พระบรมราชกระแสวัน 5 ธันวามหาราช

ช่อง 3 5 7 9 11

4 ธ.ค. 2543 2003-21.30 น.

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานวโรกาส ให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่า มีคณะบุคคล 544 คณะ จำนวน 16,000 คน เข้าเฝ้าถวายพระพรชัย เนื่องในมงคลพรรษาครบ 73 พระพรรษา เสด็จลงศาลาดุสิตาลัย และพระราชทานพระบรมราโชวาท หลายเรื่อง ที่สำคัญคือ ความสามัคคี ทรงเตือนให้มีความสามัคคี เพราะทำอะไรก็ตามจะทำคนเดียวไม่ได้ คน 60 ล้านต่างก็มีความสามารถ ประเทศชาติควรจะเจริญเพราะมีบุคคลากรมาก แต่ก็ไม่ดีเท่าที่ควรเพราะไม่รู้ว่า ดี คนดีแปลว่าอะไร ทรงพระราชทานความหมายของคำว่าดีว่า "ดีแปลว่ามีประสิทธิผล ดีแปลว่ามีประโยชน์ ดีแปลว่ามีความสุข" ทรงตรัสเรื่องการศึกษาว่ายังสู้ฝรั่งไม่ได้ เพราะ เราไม่ค่อยเอาจริงเอาจังเท่าฝรั่ง ถ้าได้ปฏิบัติอย่างที่เขาปฏิบัติเราก็คงดีกว่านี้ เรื่องน้ำท่วมภาคใต้ อันสะท้อนถึงพระมหากรุณาของกษัตริย์ไทยต่อพสกนิกรของพระองค์ท่านอย่างสูงส่ง ที่ทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ศึกษาปัญหาด้วยพระองค์เอง และผลที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วมก็เป็นข้อพิศูจน์ถึงผลการศึกษาที่มีประสิทธิภาพของพระองค์ ตามที่ได้ทรงพยากรณ์และเสนอแนะแนวทางไว้แล้ว ทรงตรัสเรื่องเศรษฐกิจแบบพอเพียง Sufficiency Economy ว่า ให้ประหยัด อะลุ่มอล่วย มีเหตุมีผล "ให้จิตใจมันถึงกันได้" แล้วทุกคนจะมีความสุข เศรษฐกิจแบบพอเพียงครอบปัญหาทั้งหมด ทรงพระราชทานแนววินิจฉัยปัญหาน้ำมันว่า ถ้าให้รถวิ่งช้าลงก็จะพอใช้น้ำมัน ที่มีค่าอ็อกเทน 95 ที่เกิดจาก 91 + กอฮอ เพราะ กอฮอล์สามารถผลิตจากอ้อย ก็จะเข้าหลักเศรษฐกิจแบบพอเพียง จะได้ประโยชน์ในด้านการส่งเสริมสินค้าเกษตรกรรมมาก และไม่ต้องเสียเงินตราต่างประเทศ เมื่ออ้อยขายไม่ได้ราคา เราก็สามารถนำมาทำกอฮอล์ได้มาก แล้วเกษตรกรก็ได้เงินบาท การค้าเสรีควรดูอย่าให้เขาเอารัดเอาเปรียบ แท้จริงเขาก็เอารัดเอาเปรียบกันทั่วโลก แต่เขายิ่งกว่าเรา ที่เราทะเลาะกันเองในไทยไม่แปลกเพราะทางอื่นทะเลาะกันหนักรุนแรงกว่าเรา ในโลกนี้เขาฆ่ากันตายหนักกว่าเรา จึงไม่ควรเอาอย่างสมัยใหม่ในทางที่ไม่ดี ประชาชนทุกอายุทุกอาชีพให้ปรองดองกัน อย่า "กัดกันมากเกินไป" การทำอะไรเพื่อให้ตนเองพอใจแต่คนอื่นเขาเสียใจไม่ดี

 

 

 

 

 

 แสงธรรม  กรณีสถาปนาตนเองเป็นพระสังฆราช

ช่อง 9

17 ธ.ค. 2543 2003 น.

 

แสงธรรม รายการของศาสนาคาทอลิก มียมนา กันอรุณ เป็นพิธีกร วันนี้ ได้รายงานประวัติพระคุณเจ้ายอด พิมพิสาร ว่าปัจจุบันดำรงตำแหน่ง "พระสังฆราชแห่งสังฆมณฑลอุดรธานี" ได้รายงานมาตั้งแต่ประวัติเยาวัยของท่านยอด พิมพิสาร ตราบจนได้บวชเป็น "พระสงฆ์" แล้วได้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ จนได้ตำแหน่ง "สังฆราช" เป็นประมุขของ "สังฆมณฑลอุดรธานี" จนเคยเป็นถึง "ประธานสภาพระสังฆราชแห่งประเทศไทย" ในปี ค.ศ. 1991-1994 (พ.ศ. 2534-2537) พระคุณเจ้ายอด พิมพิสาร ในฐานะนักเผยแผ่ของคาทอลิกยังมีตำแหน่ง "ประธานสื่อสารมวลชนคาทอลิก" อีกตำแหน่งหนึ่ง จะเห็นว่า คาทอลิกได้นำเอาสถาบันพระพุทธศาสนาไปใช้ในทางที่ไม่ตรงตามความหมายของพระพุทธศาสนา ทำให้ตำแหน่งสูงสุดของพระพุทธศาสนา คือ สังฆราช นี้ รับใช้ตำแหน่งสูงสุดของคาทอลิกอีกทีหนึ่ง คือ เป็นตำแหน่งที่รองไปจาก "อัครสังฆราช" นักบวชริสต์ในเมืองไทยเอง และรองไปจาก "สันตะปาปา" ประมุขของประเทศรัฐวาติกัน ในอิตาลี อันเป็นการลบหลู่พระพุทธศาสนา โดยยกตนขึ้นเหนือกว่า ศาสนาอื่น โดยเอาชื่อตำแหน่งในศาสนาอื่นมาใช้เป็นของตนโดยพลการ ซึ่งเป็นการผิดมารยาท และขาดสมบัติผู้ดีสากลเป็นอย่างยิ่ง เพราะศักดิ์ของศาสนาสากลย่อมเท่าเทียมกัน มีฐานะแห่งศาสนาสากลเสมอเหมือนกัน ที่สำคัญ ที่นี่เป็นดินแดนพระพุทธศาสนาแท้ ๆ คาทอลิกยังถือดีกล้าละเมิดได้ซึ่ง ๆ หน้า และที่สำคัญ เป็นการใช้คำของพระพุทธศาสนาอย่างบิดเบือนไม่ตรงกับความหมายที่แท้จริงของพระพุทธศาสนา แท้จริง ท่านเหล่านี้ก็เป็นคนไทย มีกำเนิดในผืนแผ่นดินไทย ได้เชื้อชาติไทย จะไม่รู้หรือ คำว่า "พระสงฆ์" เป็นคำเฉพาะของบวรพุทธศาสนา และเป็นคำสากลของศาสนาพรหมจรรย์ ที่มีชั้นของการทำความเข้าใจลึกซึ้งไปถึงปรมัตถธรรมสูงสุดของศาสนาพรหมจรรย์อันยากแก่ความเข้าใจของคนธรรมดา จึงน่าที่คาทอลิกจะกลับไปใช้ศัพท์ ความหมายของคาทอลิกของตนเองจะดูดีกว่าเพราะตามหลักพระพุทธศาสนา พระสงฆ์ เป็นหนึ่งในรัตนะสูงสุดทั้งสาม คือ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ และ สังฆรัตนะ และสูงสุดคือคำว่า สังฆราช นั้นย่อมหมายถึงองค์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยตรง เมื่อคาทอลิกใช้คำที่สูงไปกว่าว่าตนเป็น อัครสังฆราช และคำที่เสมอพระพุทธองค์ว่าตนเป็น สังฆราช จึงเป็นการไม่ชอบธรรมอย่างยิ่ง เป็นการบังอาจ เอื้อมละเมิดสิ่งสูงสุดของศาสนาอื่นโดยไม่ชอบธรรม เหตุผลสำคัญที่นักบวชคาทอลิกไม่พึงนำคำพระสงฆ์ไปใช้ นอกจากเป็นการละเมิดศาสนาอื่นแล้ว ยังเนื่องมาจากนักบวชคาทอลิก ท่านไม่ห้ามการเสพเมถุนกาม นับตั้งแต่พระเจ้าลงมาถึงนักบวชธรรมดา ๆ สามารถเสพเมถุนได้ เห็นได้จากกรณีพระยะโฮวาห์เอง ก็ ได้แอบไปเสพสมกับนางมารีย์ย์ ภริยาของโจเซฟนายช่างไม้ โดยข่มขู่นายช่างไม้ให้ยินยอมสละภริยาตนแก่พระเจ้า จนเกิดบุตรออกมาเป็นพระเยซู พระเยซูจึงประกาศตนเองเต็มปากเต็มคำว่าพระองค์ทรงเป็นบุตรชายโทนคนเดียวของพระเจ้า ส่วนน้อง ๆ ของพระองค์จึงมีบิดาเป็นโยเซฟที่ได้ร่วมกับนางมารีย์ภายหลังพระเจ้าอนุญาตแล้ว ดังปรากฎในพระคัมภีร์ไบเบิลแล้ว ด้วยเหตุนี้ นักบวชคริสต์ จึงชื่อว่ายังเสพเมถุนกามอยู่ จึงไม่อาจเรียกตัวเองว่า "สงฆ์" ได้ แต่จะเรียกเป็นอย่างอื่น ตามที่คนไทย สังคมไทยรู้ดีอยู่แล้ว ที่ถูกคาทอลิกควรนำศัพท์ชื่อที่ศาสนาของตนกำหนด เช่นสังฆมลฑล ก็เรียกมิซซัง สังฆราช ก็เรียกว่า สันตะปาปา สังฆราชยอด พิมพิสาร เรียกเป็น สันตะปาปายอด พิมพิสาร เป็นต้น ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะไปขโมยศัพท์ทางเทกนิกของศาสนาอื่นมาใช้โดยที่ไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง เพราะเมื่อใช้ไปแล้ว ประพฤติตนไปไม่ตรงกับความหมาย พฤติกรรมที่ปรากฎกลับเป็นสิ่งตรงกันข้ามกับชื่อที่ตนใช้ ก็จะเป็นผลเสียหายแก่คาทอลิกเอง และเสียหายแก่คาทอลิกไทยในส่วนรวมด้วย

 

 

 

 

 

 

 ฟาหลุนกงนัดประชุมในไทย

ช่อง 11

25 ม.ค. 2544 1930 น.

 

ข่าวภาคค่ำ สุขุมาลย์ บุณยกร รายงานข่าว ลัทธิฝ่าหลุนกงกำลังวางแผน จะนัดหมายสมาชิกมาประชุมในประเทศไทย ทางการไทยเผยท่าทีว่า ถ้าไม่เป็นการประชุมที่เกี่ยวกับการเมืองหรือใช้ประเทศไทยเป็นฐานปฏิบัติการโจมตีจีน เช่นที่เคยจัดการประชุมในฮ่องกงและอเมริกาแล้วก็อาจจะยินยอมให้ประชุมได้ ในเรื่องนี้ การพิจารณาฟาหลุนกงเป็นกีฬาชนิดหนึ่ง คงจะไม่เพียงพอ เพราะมีแนวโน้มว่าฟาหลุนกงได้กลายเป็นลัทธิความเชื่อชนิดหนึ่ง ที่ฝังลึกเสียแล้ว เห็นได้จากกรณีสมาชิกฟาหลุนกง 5 คนกล้าอุทิศชีวิตด้วยการเผาตัวประท้วงรัฐบาลจีนที่ จตุรัส ท่านเหมาเจ๋อตุง กรุงปักกิ่ง ถึงเสียชีวิตไป2-3คน และลัทธิเช่นนี้ เป็นลัทธิที่หลงงมงาย แม้จะเดินตามวิถีแห่งพุทธ แต่สะดุดไปไม่ถึง ไม่สามารถเข้าถึงอริยสัจธรรมสูงสุดในพระพุทธศาสนา แล้วเฉไป คนทั้งหลายจะยังไม่ทราบความหมายที่แท้จริงของสัจจธรรม ว่าสัจธรรมที่แท้จริงนั้นจะปราศจากการใช้ความรุนแรงใดใดโดยไม่มีเงื่อนไข ฟาหลุนกงน่าจะได้ทำหารศึกษาพระพุทธธรรมให้ถึงแก่นไปจริง ๆ เสียก่อน โดยเอาการกีฬาเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงพุทธธรรม ตามความถนัดของลัทธินี้ก็ได้ การใช้ความรุนแรง เป็นแนวพิจารณาได้อย่างดีว่า นั่นเป็นมิจฉาทิฏฐิ โลกยุคใหม่เองก็จะสามมารถมองด้วยสามัญสำนึกได้ว่า นั่นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และครั้นไปพอกพูนอัตตาจนเติบกล้าเต็มที่แล้ว ระวังจะตกเป็นเครื่องมือของประเทศมหาอำนาจ

 

 

 

 แสงธรรม  เจมส์ พิมพิสาร ถึงมรณกรรม

ช่อง 9

28 ม.ค. 2544 0530 น.

 

ยมนา กันอรุณ นำภาพวันฉลองปีปีติมหาการุณ คศ.2000 ในรัฐคะฉิ่น สหภาพพม่า มาปลุกใจชาวคาทอลิก เพื่อให้เห็นว่าคาทอลิกขยายศาสนจักรเข้าไปในพม่าอย่างไร การที่ประเทศวาติกัน โดยจอห์น ปอล ที่2 พระประมุขของประเทศนั้น วางแผนโฆษณาชวนเชื่อไว้ล่วงหน้านับสิบปี หวังโหมสร้างกระแสนิยมคริสตเตียนขึ้นทั่วโลก แม้ในประเทศไทยก็หวังขนาดจะพลิกแผ่นดินไทยให้ได้ ในพม่าก็มีความพยายามเช่นเดียวกันนี้ และนี่คือผลงาน มีการนำภาพมาโฆษณาชวนเชื่อต่อ ว่าที่พม่าบัดนี้มีคาทอลิกเป็นกลุ่มเป็นก้อนอย่างนี้ ๆ แล้ว เอาภาพวันฉลองปีปิติมหาการุณ 2000 มาโชว์เหมือนกัน รายงานข่าววันนี้ว่ามีคริสตเตียนอยู่ในพม่า 1 แสนคน คงรวมเอาพวกก็อดอาร์มีที่ถูกยิงตายและ จับได้ในประเทศไทยจำนวนหนึ่งฐานเข้ามาก่อการร้ายไม่รู้กาละเทศะ ไม่รู้ใครเป้นใครในประเทศไทย และพวกนายพลโบเมี๊ยะ กบฎกะเหรี่ยงคริสต์พม่าเข้าด้วยซึ่งเฉพาะส่วนนี้รายงานครั้งล่าสุดว่าเหลืออยู่ประมาณ 15,000 คน จากภาพเห็นวัดคริสต์คาทอลิกเพิ่งสร้างใหม่ ฉลองกันข้าง ๆ ทางรถไฟ ที่มาร่วมงานนี้ระดมคนมาร่วมงาน 10,000 คน มาจากป่าจากเขา คงเอาเงินไปจ้างมาบ้าง เอารถยนต์ไปรับมาบ้าง เหมาตู้รถไฟให้บ้าง มีขบวนแห่ของนักบวชคาทอลิก ซึ่งพิธีกรและเสียงในฟิลมยังใช้คำว่า "พระสงฆ์" และคำว่า "พระสังฆราช" อยู่ เช่นบรรยายว่า "มีพระสังฆราชแห่งสังฆมณทลมิทชิน่า"เป็นประธาน มีการเปิดเพลงร็อกแอนด์โรลโหมโรงสนั่น ก่อนจะมีพิธีมิสซา แล้วมีพวกพระมาป้อนข้าวป้อนขนมเด็ก ผู้บรรยายประกอบภาพข่าวยกคำเพราะ ๆ ทั้งที่มีในพระคัมภีร์และคิดเอาเองขึ้นมาโฆษณาชวนเชื่อเช่น "ควาามศรัทธาพิศูจน์ด้วยการท้าทาย" "อานุภาพความเชื่อในพระตรีเอกานุภาพ" ยกถ้อยคำสุด ๆ เช่น "พระเมตตาอันหาที่สุดมิได้" (แต่ความจริงในพระคัมภีร์ไบเบิลเป็นเรื่องความอำมะหิต เพราะเมื่อพระเจ้าทำน้ำท่วมโลก คนสัตว์และพืชผักตายหมดโลก จึงไม่น่าอวดได้ว่า มี พระเมตตาอันหาที่สุดมิได้)  

 

หลังจากนี้มีรายงานข่าวมรณภาพของ พระคุณเจ้า เจมส์ พิมพิสาร ซึ่ง ณ ที่นี้ใช้คำว่าเป็น "ประมุขอัครสังฆมณฑลท่าแร่ สังฆมณฑลอุดรธานี" มรณะเมื่อวันเสาร์ที่ 20 มค.44 ทำพิธีศพที่อาสนวิหารท่าแร่ มีพระคุณเจ้ายอด พิมพิสาร ผู้เป็นบุตร ในชุดขาว เสื้อคลุมสีม่วง สวมหมวกแดงอมชมพู ถือไม้เท้ายอดพุ่ม เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพบิดา มีประวัติของเจมส์ พิมพิสาร ที่น่าสนใจมาก ว่า ชำนิ พิมพิสาร ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นฝรั่งว่า เจมส์ พิมพิสาร เคยเป็นนักหนังสือพิมพ์ บางกอกฟลอริดอน ต่อมาเบื่อหน่ายทางโลกียวิสัยจึงบวชเป็น "พระสงฆ์" (คำที่บรรยายว่า พระสงฆ์หมายถึงนักบวชคาทอลิก) แล้วต่อมาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นประมุขสังฆมณฑลท่าแร่ แห่งสังฆมณฑลอุดรธานี ต่อมามีสตรี มาอยู่ร่วมเสพเมถุนกามด้วยกัน (ในข่าวไม่ออกชื่อคู่ครองตน ไม่เอ่ยคำว่า ภริยา) จน 9 เดือนต่อมาเกิดบุตรคนหนึ่ง คือ ยอด พิมพิสาร ซึ่งต่อมาได้จำเริญรอยตามบิดา โดยได้บวชเป็น "พระสงฆ์"(นักบวชคาทอลิก) เหมือนพ่อตนเอง และได้ดิบได้ดีในกิจการคาทอลิก ได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นจนถึงเคยดำรงตำแหน่งเป็น "อัครสังฆราช" เป็น "อัครสังฆราชยอด พิมพิสาร" แห่ง "สังฆมณฑลอุดรธานี" อยู่ระยะหนึ่ง จนสิ้นวาระ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง "สังฆราชแห่งสังฆมณฑลอุดรธานี" คาทอลิกมักไม่เปิดเผยชื่อ-ฐานะภริยาของตน แม้ว่าขณะนี้นักบวชคาทอลิกต่างก็มีภริยาร่วมหลับนอนกันทุก ๆ คน และสืบทอดทายาทกันไปเหมือนปุถุชนคนธรรมดาทั้งหลาย ตอนท้ายรายการถามว่า "พระศาสนจักรในสหภาพพม่ามีกี่สังฆมณฑล ?" ตอบ 12 มณฑล จะเห็นว่าทางรายแสงธรรม นักบวชคาทอลิกวันนี้ ยังคงละเมิดสถาบันสูงสุดในพระพุทธศาสนาอยู่อย่างไม่รู้สึกว่าผิดมารยาททางสังคมอย่างไร และเป็นการ ไม่ชอบธรรมอย่างไร คงใช้คำว่า "สงฆ์" ในศาสนาพุทธ เรียกตัวเองและสถาบันนักบวชของตนอยู่อย่างชื่นมื่นเต็มปากเต็มคำ และแล้วรายการวันนี้ก็ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าอะไรเป็นอะไร

 

ขอให้สังเกตประวัติของพระคุณเจ้าเจมส์ พิมพิสาร ท่านบวชแล้ว และประพฤติตนมีคุณค่าจนกระทั่งวาติกันยกให้ดำรงตำแหน่งสูงสุดเป็นถึง "สังฆราช" คือเป็น "ประมุขสังฆมณฑลท่าแร่" แต่ในระหว่างดำรงตำแน่งนักบวชนั้นท่านเสพกาม ประพฤติเมถุนธรรมกับภริยาของท่านซึ่งในประวัติไม่เปิดเผยชื่อ จนมีบุตรออกมา ชื่อยอด พิมพิสาร ซึ่งต่อมาจำเริญรอยบิดา เข้าบวชเป็น"สงฆ์" ซึ่งเมื่อฟังประวัติมาจักเห็นชัดเจนในความหมายของคำว่า "สงฆ์" ที่แท้จริง ตามหลักการของพระพุทธศาสนา และเมื่อนับในพระพุทธศาสนา นับด้วยความรู้วัฒนธรรมไทยแล้ว พระคุณเจ้าเจมส์ หรือ ชำนิ พิมพิสาร จะเรียกตนว่า "สงฆ์" มิได้ จะยกตนเป็น "สังฆราช" มิได้ จะใช้คำว่า "ประมุขสังฆมณฑลท่าแร่" ก็ไม่ได้อีก แต่จะต้องเรียกท่านว่า "สมี" แทน เพราะนักบวชในศาสนาคาทอลิกมีการเสพกาม แม้ในเร็ว ๆนี้ในอเมริกาก็มีข่าวอื้อฉาวในวงการพระคาทอลิกเสพกาม แต่ที่อื้อฉาวไม่ใช่เพราะการเสพกาม แต่เป็นเพราะตัณหาจัด เมียคนเดียวไม่พอ ไปผิดลูกเมียคนอื่น คือกรณีบาทหลวงเจสซี่ แจ๊กสัน ที่ปรึกษาประธานาธิบดีคลินตัน ที่ออกมายอมรับว่าตนมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่นที่มิใช่ภริยาตน จนมีลูกนอกสมรสด้วยกัน (ข่าวสด 3 เม.ย.44 หน้า7) เป็นต้น การเสพกามแม้จะ ลักลอบเสพกามไม่เป็นที่เปิดเผยก็ตาม เมื่อมีสตรีมาร่วมเสพสม อยู่ ก็ผิดกฎเกณฑ์ของความเป็น "สงฆ์" ทันที ในศาสนาพุทธ หากพระสงฆ์ร่วมเสพเมถุนไม่ว่ากับสตรี-บุรุษ แม้สัตว์ใดก็ตาม จักพ้นจากความเป็นสงฆ์โดยอัตโนมัติ จะถูกขับออกจากหมู่ทันที และเราจะเรียก ชื่อใหม่ว่า "สมี" แทน ซึ่งคนทั้งหลายก็คงจะได้เห็นกันมาแล้วจากกรณีสงฆ์ละเมิดพระธรรมวินัย หลายกรณี ฉะนั้น น่ากลัวว่าชาวคาทอลิกไทย จะได้เรียนรู้เรื่องของไทยน้อยไป จนไม่เข้าใจขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมไทยที่เกี่ยวกับการคณะสงฆ์ดี จึงเข้าใจผิดมาโดยตลอดโดยเรียกตัวเองว่า สงฆ์ ทั้ง ๆ ที่เสพเมถุนกามอยู่เป็นปกติ ฉะนั้น คาทอลิกควรจะได้ทำความเข้าใจเสียใหม่

 

และหากจะจัดทำเนียบชื่อนักบวชคาทอลิกเสียใหม่ ให้ถูกต้อง ก็น่าจะได้ตารางรายชื่อ-ตำแหน่ง ดังนี้

 

 

ทำเนียบชื่อนักบวชคาทอลิกในราชอาณาจักรไทย

 

ชื่อที่ไม่ถูกต้อง                                         ชื่อที่ถูกต้อง

สงฆ์ สังฆ์                                                =สมี

สังฆราช                                                 =ประมุขสมี

อุปสังฆราช                                             =อุปมุขสมี

อัครสังฆราช                                            =อัครประมุขสมี

สังฆราชเจมส์ พิมพิสาร                              =ประมุขสมีเจมส์ พิมพิสาร

สังฆราชยอด พิมพิสาร                               =ประมุขสมียอด พิมพิสาร

อัครสังฆราชมีชัย กิจบุญชู                          =อัครประมุขสมีมีชัย กิจบุญชู

ประธานสงฆ์                                            =ประธานสมี

ประธานสงฆ์ท่าแร่ อุดรธานี                         =ประธานสมีท่าแร่ อุดรธานี

สังฆมณฑล                                             =สมีมณฑล

อัครสังฆมณฑล                                       =อัครสมีมณฑล

อัครสังฆมณฑลกรุงเทพ                             =อัครสมีมณฑลกรุงเทพ

สังฆมณฑลอุบลราชธานี                             =สมีมณฑลอุบลราชธานี

สังฆมณฑลอุดรธานี                                  =สมีมณฑลอุดรธานี

สังฆมณฑลมิทชิน่า สหภาพพม่า                  =สมีมณฑลมิทชิน่า สหภาพพม่า

 

ถ้าจะเปรียบเทียบได้กับตำแหน่งสมีไทย ก็จะได้กับ อัครสมียันตระ อมโร, อัครสมีภาวนา พุทโธ, อัครสมีนิกร ธรรมวาที, อัครสมีวันชัย ถาวโร อุ่นทรัพย์ เป็นต้น

ฉะนั้น อัครสมียอด พิมพิสาร" และ "อัครสมีมีชัย กิจบุญชู" นับตามศักดิ์ ก็พอ ๆ กับ อัครสมียันตระ อมโร" "อัครสมีภาวนา พุทโธ" ฯลฯ นั่นเอง ซึ่งชาวคาทอลิกอาจจะไม่เข้าใจพระธรรมวินัยและจารีตแห่งสงฆ์ไทยดังกล่าวมา จึงน่าจะมีใครสักคน (เช่นท่านอาจารย์ชัยณรงค์ มณเทียนวิเชียรฉาย อัศวินม้าขาว ผู้อุปถัมภ์รายการนี้ ซึ่งวันนี้ก็เห็นภาพข่าว ท่านผู้นี้ไปแสดงสักการะต่อ"มุขสมีพม่า"ที่คะฉิ่นด้วย) สกิดบอก อัครสมีมีชัย กิจบุญชู หรือ อัครสมียอด พิมพิสารท่านให้ทราบบ้าง เพื่อเห็นแก่สถาบันอันบริสุทธิ์ของพระพุทธศาสนา และเพื่อการมีมารยาท และสมบัติผู้ดีในสังคมสากลโลกมนุษย์ และการเคารพในสิทธิแห่งสถาบันของสากลศาสนา

 

 

 

 ตามหาแก่นธรรม

ช่อง 11

4 ก.พ. 2544 20.30 น.

 

คริสตจักรร่มเกล้า ร่วมจัดรายการ มีนักปราชญ์จากศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม มาวิเคราะห์ปัญหาธรรม รศ.ดร.ภัทรพร ศิริกาญจน์ จาก WFB Newsletter(ข่าวสารองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก) คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รศ.เสาวนีย์ จิตต์หมวด ประธานสภามุสลิมแห่งประเทศไทย อ.วัลย์ เพชรสงคราม ประธานคริสตจักรร่มเกล้า ประเด็นปัญหาที่เกี่ยวกับคริสต์ศาสนาที่สำคัญก็คือ นักบวชในศาสนาคริสต์สามารถมีภริยาได้หรือไม่ จะอธิบายอย่างไร ฝ่ายคริสต์ตอบว่า นักบวชคริสต์ ไทยสามารถมีภริยาได้ มีคำอธิบายว่า ชีวิตมีสองฝ่าย ฝ่ายร่างกายและฝ่ายจิตวิญญาณ เมื่อฝ่ายร่างกายยังมีความจำเป็น ความต้องการตามธรรมชาตินักบวชคริสต์ก็สามารถมีภริยาได้ การมีเมียถือว่าเป็นชีวิตฝ่ายร่างกาย ส่วนชีวิตฝ่ายวิญญาณถือว่าเป็นส่วนของพระเจ้า เป็นเหมือนพระเจ้า ปัญหานี้ไม่ได้ถามฝ่ายพระพุทธศาสนา ว่าทำไมพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาจึงห้ามการเสพเมถุนกาม หากเสพจะพ้นจากความเป็นพระสงฆ์ทันทีโดยอัตโนมัติ อิสลามก็คงมีคำตอบเหมือนคริสต์ แต่พิเศษที่อิสลามสามารถมีภริยาได้ถึง 5 คน ทั้งนี้ย่อมเป็นไปตามเงื่อนไขของอิสลามในฐานะศาสนาสากลชนิดที่มีเงื่อนไข รศ.เสาวนีย์ จิตต์หมวด ประธานสภามุสลิมแห่งประเทศไทย อธิบายว่า ความเชื่อของชาวคริสต์ที่ว่าพระเจ้าจะลงมาจากสวรรค์เพื่อช่วยคนบาป อิสลามจะรับตรงนี้ไม่ได้ เพราะพระเจ้ามีสภาพเป็นพระวิญญาณ มิใช่ ตัวตน จะลงมาจากสวรรค์ไม่ได้ มนุษย์จะพบพระเจ้าในวันพิพากษา พระเจ้าเป็นบุคคลแต่ไม่ใช่คน เพราะถ้าพระเจ้าเป็นคนก็ยุ่ง เพราะคนแปลว่ายุ่ง ว่า นบีอิสซา หรือเยซู เป็นสมณทูตเท่านั้น ไม่ใช่พระเจ้า ปัญหา เพศศึกษา ถามว่าควรสอนเพศศึกษาหรือไม่ มีเหตุผลอย่างไร อิสลามว่า เพื่อได้ลูกที่ดี สืบศาสนา ก็ควรสอนให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์คือ เพื่อสืบมรดกชาติพันธุ์มนุษย์ ไม่ใช่เพื่อความสนุก ว่าก่อนจะมีเพศสัมพันธ์ต้องประเล้าประโลมก่อน ฝ่ายคริสต์ศาสนาว่า เรื่องเพศศึกษาเป็นชีวิตฝ่ายร่างกาย ทุกคนมีเพศ เราต้องเรียนทั้งเพศศึกษาและไม่มีเพศศึกษาด้วย ชายต้องแต่งงานกับหญิง ตามหลักในโรม บทที่ 1 วิญญาณ จิตใจ และร่างกาย ควรศึกษาสรีรศาสตร์ของหญิง-ชาย ให้เข้าใจถูกต้องโดยคุณธรรม การแต่งงานถือเป็นการร่วมชีวิต แต่งแล้วชายหญิงก็กลายเป็นชีวิตเดียวกัน รศ.ดร.ภัทรพร ศิริกาญจน์ ว่า พุทธมิได้ห้ามการศึกษาเพศศึกษา แต่ศึกษาแบบไทย โดยดูจากใจ อารมณ์ และสรีระ มิเน้นเพื่อความสนุก เพราะกาม ราคะตัณหา เป็นตัวก่อเหตุแห่งทุกข์ อ.วัลย์ เพชรสงคราม ประธานคริสตจักรร่มเกล้ากล่าวในท้ายที่สุดว่า หลักการอิสลามค่อนข้างจุก จิก ไม่เหมือนคริสต์ที่ให้หลักการไว้กว้าง ๆ

 

 

 

 

 

 

 News Line

ช่อง 11

16 ก.พ. 2544 20.30 น.

 

สุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล รายงานมาตั้งแต่เลือกรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 จนถึงเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล มีปัญหาตัวบุคคลอยู่ เช่นนายชูชีพ หาญสวัสดิ์ ที่กำลังพิจารณาให้รับตำแหน่งรัฐมนตรีตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งอยู่ แล้วรายงานเรื่องราวต่างประเทศ มีกรณีลบหลู่ศาสนาเกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกา มีช่างศิลปปั้นรูปพระเยซูคริสต์เป็นสตรี ทาสีดำ เปลือย แวดล้อมด้วยผู้ชาย ร่างกำยำล่ำสันหลายคน วงการคาทอลิกในอเมริกาโกรธ ว่าเป็นกรณีหลู่ศาสนาอย่างแน่ชัด จะเอาเรื่องให้ได้ น่าสังเกตว่า การล้อเลียนพระคริสต์มีข่าวมาตลอดเวลา ทั้งนี้อาจจะเนื่องมาจากมีคนอ่านพระคัมภีร์มากเท่าไร ความคิดขัดแย้งกับพระคัมภีร์ไบเบิลก็มีมากยิ่งขึ้น จนแน่ใจว่า แท้จริงข้อความที่เขียนลงในพระคัมภีร์ไบเบิลนั้น ไม่ลึกซึ้งเกินไปที่จะวิเคราะห์ออกมาได้ว่า คนผู้เขียนนั้นเป็นเพียงปุถุชนคนธรรมดานี่เอง เป็นเหตุให้จินตนาการต่อเรื่องสำคัญ ๆ ของคริสต์ศาสนาผิดพลาดอย่างไม่น่าจะเป็นไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พยายามวาดภาพพระเจ้าให้ทรงพระอำนาจยิ่งใหญ่ โดยกำหนดให้พระองค์ทรงสร้างสร้างฟ้าดินและสรรพสิ่ง และอาจทำลายฟ้าดินและสรรพสิ่งได้ตามใจ จึงเขียนให้พระเจ้าสร้างโลกแบน แล้วเขียนให้สำแดงพระอำนาจโดยให้น้ำท่วมโลก จนคนและสรรพสิ่งตายหมดโลก เขียนให้พระเจ้ามีกิเลสเหมือนมนุษย์ปุถุชนธรรมดา เพราะร่วมเสพเมถุนกามกับนางมารีย์ ภริยาของโจเซฟ จนเกิดบุตรออกมาเป็นพระเยซู ซึ่งเมื่อมาถึงยุคนี้ คนยุคนับถือสิทธิเสรีภาพและความเป็นมนุษย์กลับมิได้เห็นสอดคล้องกับผู้เขียนพระคัมภีร์นั้น เพราะพฤติกรรมเช่นที่วาดให้พระเจ้านั้น แท้จริงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องชอบธรรมแต่อย่างใด และไม่น่าหวาดกลัวอย่างไรกับคำข่มขู่ของพระเจ้าเช่นนั้น กลับมองเห็นได้ชัดเจนเสียอีกว่า นั่นคือนิทานอ่านสนุกเล่มหนึ่ง แท้จริงพระเจ้าเป็นคนร้าย เป็นฆาตกร ก็เลยกลายเป็นเรื่องราวที่น่าหัว น่าล้อเลียนเล่น

 

 

 

 

 

 

 นายฮ้อยทมิฬ

ช่อง 7

7 ก.พ. 2544 2030 น.

 

ละครโทรทัศน์ ที่เปิดกว้างไปสู่ทุ่งกว้างใหญ่ แห่งอีสาน ทุ่งที่มีข้าวหอมมะลิพันธุ์ดีที่สุดในโลกขณะนี้ แต่ขณะนั้นเป็นทุ่งแห่งความหายนะ ของทุกชีวิตที่เข้าไปสู่ นายฮ้อยเคน ศรัณยู วงศ์กระจ่าง พากองทัพควายข้ามจากต้นทางเมืองสกลนคร ไปเมืองใหญ่โคราช เรื่องสนุกเพราะการเจญภัยเผชิญความลำบากต่าง ๆ นานาตลอดเส้นทาง มีภัยพายุหมุนซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของธรรมชาติทุ่งใหญ่กุลาร้องไห้ ฝนและลม ไปจนถึงภัยจากคนด้วยกัน ตลอดเส้นทาง ต้องต่อสู้กับ ภูตผีปีศาจ ฝ่าด่านของสารพัดโจร ตั้งแต่โจรธรรมดา โจรผีปอบ จนถึงโจรร้ายกาจอำมะหิตอย่าง เสือปาย และเสือคำแสน (บิณฑ์ บันลือฤทธิ์) ที่มีโจรศรีธนญชัยอย่างไอ้จันดีคอยยุยงส่งเสริมเติมเชื้อกิเลสร้ายให้เป็นระยะ ๆ แต่ในที่สุดก็ไปถึงโคราช ขายควายได้เงินมากมายเป็นปึก ๆ แล้วมาจบลงที่ พบความรัก นายฮ้อยเคนได้กับน้องเมีย (ฝน โกมลฐิติ)ที่ดื้อดึงและขี้หึงเสียจนน่าเกลียดไปหน่อย เพราะบทให้อ่อนในฝีมือนักรบแล้วยังอวดดีอวดเก่งนี้ทำให้ลดทอนความน่ารักลงไปมาก แต่ไปเพิ่มความดีความงามให้กับสาวเลือดโจรเลือดนักสู้ อย่างแสงโสม ลูกสาวผู้เฒ่าโสม ครูโจร ในบทที่ไม่มีที่ติของการขี่ม้ายิงปืนละม้ายเหมือนคาวบอยตะวันตก บทนักรบที่มั่นใจเกรี้ยวกราดเมื่อออกปฏิบัติการ โจรโพกหน้า เธอคือตัวแทนแห่งนักรบทุ่งกุลาร้องไห้ โดยแท้จริง ยากที่จะมีนักแสดงสาว ๆ จะทำได้เสมอเหมือน เธอก็ประสบความสุขสมหวังในบั้นท้ายของเรื่องนี้เช่นเดียวกัน เมื่อพบกับผู้ช่วยนายฮ้อย เจ้าของบทบาทเด่นลูกชายเกเรของกำนัน จากละคร นางนากพระโขนง สำนวนของ ปุราณ ที่ช่อง 7 นำมาออกอากาศซ้ำขณะนี้ มีหลายมิติของละครนายฮ้อยทมิฬ ที่น่าสนใจเป็นพิเศษ เช่นบทพากษ์เป็นภาษาถิ่นอีสาณ และดนตรีประกอบฉากเป็นดนตรีอีสาน ซึ่งมีเสียงแคนเสียงหมอลำเป็นพื้น ล้วนระดับคลาสสิคแห่งอีสาณ แม้เพลงไทยประกอบก็ไพเราะลึกล้ำจริง ๆ คำพูน บุญทวี ผู้ประพันธ์เรื่องนี้ทำได้อย่างเข้าถึงชีวิตวัฒนธรรมของอีสาณโดยแท้จริง จุดสุดยอดของเรื่องอยู่ที่เมื่อความรักกลายเป็นความรัก นายฮ้อยทมิฬยังได้นิยามอมตะของความรัก ความฮักแปลว่าการโดนสาวตบหน้า สาวตบหน้าแปลว่าผู้สาวฮัก อย่างไรก็ตาม นิทานของคำพูน บุญทวี มักมองสังคมห่างพระสงฆ์ไปหน่อย ซึ่งผิดความจริงตามสภาพสังคมไทยอีสาน เพราะชาวอีสานกับพระสงฆ์ วัดวาอารามจะอยู่ใกล้ชิดกันมาก นักประพันธ์ไม่ควรลืมความจริงนี้

 

 

 

 

 

 ถ่ายทอดสดแถลงนโยบายรัฐบาล

ช่อง 11

26-27-28 ก.พ. 2544 0900 น.

 

ก ารประชุมร่วมกัน 2 สภา 3 วัน ตามที่ฝ่ายค้านขอเวลาไว้ ระหว่าง 26 -28 ก.พ. 2544 เริ่มด้วย ฯพณฯนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แถลงนโยบาย แล้วฝ่ายค้านอภิปราย มีคำถามที่น่าคิดหลายข้อ เริ่มด้วยของอดีต รมว.คลัง ธารินทร์ นิมมานเหมินทร์ รัฐบาลไม่มีเงิน แล้วฐานะการคลังในอนาคตจะมีปัญหาหรือไม่ ? คำถามอื่น ๆ เกี่ยวกับ การกระตุ้น รายได้ของประชาชน มาตรการ เอเอ็มซีแห่งชาติ ในเมื่อเรื่องอยู่ในกระบวนการยุติธรรมเป็นส่วนมากแล้วจะจัดการอย่างไร ? ปัญหา พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ระวังการออกกฎหมายเกี่ยวกับศาสนสมบัติ ปัญหาคณะสงฆ์ ฯลฯ ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ อยู่ที่ว่า ได้กำหนดนโยบายตรงตามที่หาเสียงไว้กับประชาชนหรือไม่ เพราะเห็นได้ว่า ผลการเลือกตั้งที่พรรครัฐบาลได้เสียงท่วมท้นนั้น เป็นเพราะประชาชนเลือกนโยบาย อย่างไรก็ตาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ยืนยันร่างนโยบายตามที่แถลงต่อประชาชน ด้วยเหตุผลว่า พรรคการเมืองไม่อาจจะหลอกลวงประชาชนได้ สิ่งที่พูดหรือแถลงไว้ต่อประชาชนระหว่างการหาเสียงจะต้องนำมากำหนดเป็นนโยบาย พูดไว้อย่างไรก็มาเป็นโยบาอย่างนั้น นายกรัฐมนตรียืนยัน นโยบายให้กองทุนหมู่บ้านละ 1 ล้านบาท หมายถึงให้หมู่บ้านบริหารเงินเอง นโยบายด้านสาธารณสุข รักษาคนละ 30 บาททุกโรค นโยบายพักหนี้เกษตรกร 3 ปี ปัญหาใหญ่คือปัญหาความยากจน ปัญหาฟื้นฟูเศรษฐกิจ และ ยาเสพติด ซึ่งจำเป็นต้องแก้กฎหมายหลายฉบับ ท่านให้กำลังใจว่า เรามีนิมิตหมายที่ดี ที่กำลังจะพ้นวิกฤตเศรษฐกิจ เรื่องข้อมูลและข้อเสนอแนะเป็นเรื่องที่ต้องรับฟัง ท่านพอใจรับฟังความเห็นคนภายนอก จะไม่ทำตัวเป็นแก้วเต็มน้ำ ชาล้นถ้วย ขอใช้หลักการบริหารนำการเมือง เราขอเข้ามิติใหม่ในการเมือง

บริษัทปราบผี : Ghostbusters2 ช่อง 3 13 ม.ค. 2544 09.00 น. หนังฝรั่ง เรื่องราวของซาตานตามแนวคิดความเชื่อของชาวคริสเตียน ที่ว่าอะไรร้าย ๆ เลว ๆ ไปสุด ๆ ต้องลงที่ ซาตาน หมด ผู้สร้างเอามาแต่งแต้มให้เป็นเรื่องแกมตลกขบขัน ผีหรือซาตานในเรื่องนี้มีวิชาสะกดจิตขลัง สามารถสะกดจิตคนเอาไปเป็นบริวาร ใช้วิธีผีสิงแล้วสั่งให้ไปทำลายล้างคน ล้างเมือง อย่างน่าสะพึงกลัว แล้วก็จบลงง่าย ๆ เมื่อคณะปราบผียุคใหม่ ใช้เครื่องมือไฟฟ้าอีเลคทรอนิกไปสู้ แต่ผีก็มีไฟฟ้าในตัวในตนเหมือนกันจึงออกมามิต่างจากหนังกำลังภายในของฮ่องกง ไฟต่อไฟสป๊าร์กกันสนั่นหวั่นไหว ภาพที่เห็นคือความวิบัติบรรลัยของบ้านเมืองและมนุษย์ อย่างที่ผู้สร้างต้องการเพื่อเพิ่มความันและสะใจในความรุนแรงไปสุด ๆ โดยไม่เคยนึกระแวงเกรงกลัวว่า สำนึกเถื่อนจะถูกปลุกขึ้นมาโดยวิธีนี้ทีละน้อย ๆ แต่ก็ยังดีที่ผลบั้นปลายบริวารซาตานหรือผีก็พินาสน์ ทำหนังง่าย ๆเหมือนมีเจตนาหลอกเด็ก แต่เทกนิกสูงเยี่ยม เพื่อสะท้อนภาพอันชั่วแรงร้ายของซาตานให้สมจริง คำว่าซาตานปรากฎในพระคัมภีร์ไบเบิลของชาวคริสต์ ตอนพระเยซูเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มครั้งแรกแล้วทรงแสดงอำนาจเอาแซ่ไล่ตีคน ออกไปจากวิหาร จนพวกพ่อค้าเข้าใจว่าพระองค์มีผีสิง และดูหมิ่นพระเจ้า เกิดวิวาทะกันขึ้น ทรงตอบโต้บรืภาษชาวเมืองว่าเป็นพวกซาตาน ส่วนพระองค์เป็นถึงพระบุตรของพระเจ้าบนสวรรค์ ข้อความว่า You have the devil for your father and you wish to practice the desires of your father ;he was the murderer from the beginning and he could not stay in the truth because there is no truth in him. When he tells a lie he talks naturally; for he is a liar and its father. [John 8:44-47 = ท่านทั้งหลายมาจากพ่อของท่านคือมาร และท่านใคร่จะทำตามความปรารถนาของพ่อท่าน มันเป็นผู้ฆ่าคนตั้งแต่ปฐมกาลและมิได้อยู่ในสัจจะ เพราะมันไม่มีสัจจะ เมื่อมันพูดเท็จมันก็พูดตามสันดานของมันเอง เพราะมันเป็นผู้มุสา และเป็นพ่อของการมุสา ] คุณสมบัติของซาตาน ตามคำขององค์พระเยซูคริสต์ ศาสดาของคริสต์ศาสนา ก็คือ เป็นฆาตกรและนักโกหกหน้าตาย และภาพยนต์เรื่องนี้ ก็ปราบซาตานเป็นผลสำเร็จ อย่างน่าคิดว่าพวกเขาเข้าใจซาตานที่แท้จริงอย่างไร เพราะองค์พระเยซูเจ้าก็มิได้รู้ความจริงว่า ซาตานตัวจริงตามที่พระองค์ให้นิยามเอาไว้คือใคร คุณสมบัติที่พระองค์กำหนดให้เป็นคุณสมบัติของซาตาน นั้นตรงกับพฤติกรรมของใครในพระคัมภีรไบเบิลมากที่สุด

 

 

 

 

 

 Talk of the town  เชือกผูกรองเท้าของพระเยซู

ช่อง 3

22 ก.พ. 2544 0540 น.

 

วันนี้ Andrew Briggs กับพรรคพวก พูดถึงศัพท์ เชือกผูกรองเท้า ตรงกับคำว่า shoelace ยกประโยคตัวอย่างว่า Your shoelace is undone. เท่ากับ Your shoelace isn’t right. เชือกผูกรองเท้าของคุณไม่เรียบร้อย ศัพท์ เชือกผูกรองเท้า คือ shoelace ลองเปิด Oxford Basic English Dictionary ดู พบว่า เขาเขียน shoe-lace = n. string that fastens a shoe. เชือกผูกรองเท้า ในพระคัมภีรไบเบิล [Holy Bible] เชือกผูกรองเท้าของพระเยซูใช้คำว่า sandal strings คำว่า sandal หมายถึงรองเท้าชนิดหนึ่ง ใน Oxford ฯ ว่า sandal = n. light,open shoe. คงเป็นรองเท้าเบา ๆ บาง ๆ ไม่หุ้มส้น ใน disk ของ ส.เสถบุตร เป็นพหูพจน์ ว่า sandals = รองเท้าเปิดข้างบนอย่างพระสวม  มีเรื่องราวในพระคัมภีร์ ไบเบิล ว่า เมื่อพระเยซูมีพระชนม์ 33 พรรษาได้ เดินทางไปขอรับบัพติสมา คือรับศีลจุ่มน้ำ ซึ่งหมายถึงการขอบรรพชา เป็นนักบวชจากท่าน John : ยอห์น สาวกพระเจ้า ที่ทำศีลจุ่มให้คนแถวแม่น้ำจอร์แดนตะวันออก ใกล้ๆหมู่บ้านเบธานี คราวนั้นพระเยซูสวมรองเท้าแบบ sandal และท่าน ยอห์น ใช้คำว่า sandal strings เมื่อเอ่ยถึงเชือกผูกรองเท้าของพระเยซู สำนวนที่ท่านยอห์นพูดถึงเชือกผูกรองเท้าพระเยซูคราวนั้นเป็นสำนวนที่อลังการไพเราะมาก ได้ยกย่องพระเยซูอย่างเลิศลอย ยกพระเยซูให้ปรากฎสูงส่งในหมู่คนทั้งหลาย สำนวนว่าดังนี้

I baptize with water, but there is One who stands among you, whom you do not recognize, the One who will come after me and whose sandal strings I am not fit to untie. (John 1:26-27) : ข้าพเจ้าให้บัพติศมาด้วยน้ำ แต่มีพระองค์หนึ่งซึ่งประทับอยู่ในหมู่พวกท่านนั้น พวกท่านไม่รู้จัก พระองค์นั้นแหละมาภายหลังข้าพเจ้า แม้สายรัดฉลองพระบาทของพระองค์ ข้าพเจ้าก็ไม่บังควรที่จะแก้" สำนวนนี้บ่งความสูงส่งของเจ้าของเชือกผูกรองเท้า ทำให้มองภาพเห็นว่าแม้กระทั่งยอห์นผู้อยู่ในฐานะ the Prophet:ศาสดาพยากรณ์แห่งยุค ก็ยังไม่อาจเอื้อมไปสัมผัสพระเยซูได้ แม้กระทั่งจะแก้เชือกผูกรองเท้าของพระองค์ก็ไม่บังควร

ซึ่งถ้อยคำเยินยอของท่านยอห์นประโยคนี้มีผลทางจิตวิทยาอย่างยิ่งใหญ่ จนเป็นเหตุให้พระเยซูหลงตัวเอง เพราะหลังจากนั้นพระเยซูก็เข้าไปในกรุงเยรูซาเล็ม ความลำพองในใจจากคำพูดของท่านยอห์น ที่ว่า the One who will come after me and whose sandal strings I am not fit to untie. (พระองค์นั้นแหละมาภายหลังข้าพเจ้า แม้สายรัดฉลองพระบาทของพระองค์ ข้าพเจ้าก็ไม่บังควรที่จะแก้) ทำให้พระเยซูหลงลืมตัวไปว่าตนเป็นบุตรของพระเจ้า และประกาศตนว่าพระองค์ลงมาจากสวรรค์ เป็นบุตรโทนของพระเจ้าในสวรรค์ แล้วเอาแซ่ม้าไล่ตีพวกพ่อค้าในโบสถ์กลางกรุงเยรูซาเล็ม คว่ำโต๊ะเก้าอี้ที่วางเงินทองของมีค่าของพวกเขาล้มระเนนระนาด จนเกิดวิวาทะกันขึ้น พระองค์กลับดันไปหนักกว่าเก่า ถึงกับยกถ้อยคำขึ้นมาข่มขู่ชาวเมืองว่า ผู้ใดไม่ยอมรับว่าพระองค์เป็นบุตรพระเจ้า จะต้องถูกพระบิดาของพระองค์ลงโทษในนรกโลกันต์ ตามสำนวนพระคัมภีร์ว่า He who believes in Him is not condemned , but he who does not believe is already condemned, (John 3:18) เป็นต้น ทำให้พวกพ่อค้าเข้าใจว่าพระองค์ถูกผีสิง มาอาละวาด และไม่พอใจที่พระองค์ยกตัวขึ้นเสมอพระเจ้า เพราะทรงตรัสว่า I and the Father are one.(John 10:30) แล้วในที่สุด คนทั้งเมืองก็ต้องการพิศูจน์ด้วยชีวิตของพระองค์ จึงติดตามจับกุมพระองค์นำตัวไปฟ้องเจ้าเมืองในข้อหาฉกรรจ์ 3 ข้อด้วยกันคือ (1) ทำลายทรัพย์สินของผู้อื่น (2) ทำร้ายร่างกายคนอื่น และ (3) อวดอภินิหาริย์และดูหมิ่นพระเจ้า ปีลาต เจ้าเมืองเยรูซาเล็มขณะนั้น ฟังแล้วตัดสินลงโทษพระองค์อย่างรุนแรงโดยให้ตรึงกางเขน เพื่อจะไล่ผีออกจากพระองค์ และเพื่อพิศูจน์ว่าพระเจ้าซึ่งพระเยซูอ้างว่าเป็นพระบิดาของพระองค์จะมาช่วยชีวิตพระองค์หรือไม่ พระเยซูจึงสิ้นพระชนม์แต่วัยหนุ่มเมื่ออายุเพียง 35 ปี ฉะนั้น จะเห็นว่า เรื่องสายผูกรองเท้า มีความสำคัญยิ่งใหญ่ เป็นที่มาแห่งศาสนาสำคัญศาสนาหนึ่งในโลกยุคปัจจุบันเลยทีเดียว

 

 

 

 

 

 

 4 แยกรัชโยธิน

ไอทีวี

16 มี.ค. 2544 0600 น.

 

สี่แยกรัชโยธิน สายตรง 0600 น. รายงานสรุปข่าวเช้าตรู่ กรณี สว.เฉลิม พรหมเลิศ ลาออกจาก ส.ว. เพราะผลของกระแสมติมหาชน ยังมีการล่ารายชื่อทางภาคใต้ เพื่อขับ ส.ว.87คน ที่ออกเสียงลงมติป้องกัน ส.ว.เฉลิม และมีข่าวเจ้าทุกข์ได้รับการติดต่อจากทนายผู้เสียหายขอให้เลิกล้มคดี เสนอค่าตอบแทน รายละ 8 แสนบาท 5 ราย องค์กรสิทธิเด็กและสตรีต้องทำงานกันอย่างหนัก เมื่อมองภาพรวมแล้วกรณี ส.ว.เฉลิม เป็นเรื่องที่น่าคิด และน่าเป็นห่วงสถานะทางสังคมไทยที่ตกต่ำเพราะปัญหากามารมณ์ เรื่องของความเป็นเหตุและผลโดยรวม สะท้อนถึงกันอย่างไร มีความเป็นเหตุและผลแก่กันอย่างไร ดูเหมือนคนไม่ค่อยมองเห็นความสำคัญ เห็นสิ่งที่เป็นภัยว่าไม่เป็นภัย แต่แท้จริงปัญหาเช่นนี้อาจจะแก้ไขได้ ด้วยแนวคิดง่าย ๆคือ เพียงแต่ผู้หญิงรู้จักการแต่งตัวให้สมกับเป็นผู้หญิงไทยขึ้น ให้ผู้หญิงมีความสุภาพขึ้นเท่านั้น ให้กระโปรงยาวคลุมน่อง ให้หลวม สวมใส่สบาย ๆ จะดูเป็นผู้ดีขึ้น ในวงการศึกษาคือ โรงเรียน สถานศึกษา ข้าราชการ ครู-อาจารย์ ควรจะมองเรื่อง ความรู้คู่คุณธรรม อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น นั่นคือมองที่การแต่งกายของตนเองก่อน ว่าแต่งกายอย่างไรจึงชื่อว่ามีคุณธรรม ถ้าการแต่งกายแสดงออกซึ่ง ราคธรรม ตัณหาธรรม อันนำไปสู่กามฉันทะ ความพึงพอใจในกาม และเพื่อการเสพทางอายตนะทั้ง 6 อย่างใดอย่างหนึ่งนั้นเองที่บอกความไม่มีคุณธรรม ทุกวันนี้ส่งผลต่อการกระตุ้นกามารมณ์ของสังคมมากขึ้นทุกระดับโดยเฉพาะระดับเยาวชนและผลอันร้ายแรงที่ดูเหมือนรัฐบาลและสังคมจะเมินมองไปเสียแล้ว ก็คือปัญหาโรคเอดส์ ที่นับวันจะก่อปัญหาทางเศรษฐกิจของครอบครัว สังคมและประเทศชาติยิ่งขึ้น ฉะนั้น บัดนี้ข้อสรุปของคุณธรรมก็คือ วัฒนธรรมการแต่งกายของสตรี ผู้หญิง ทุกวัย แม้เด็ก ๆ อนุบาล ควรให้กระโปรงยาวลงมาคลุมน่อง ให้เหมาะเจาะเวลานั่งลงบนที่นั่ง อย่าให้ต้องกังวลคอยเอามือมากุมไว้ที่หัวเข่า แล้วพอแสร้งทำเผลอยกมือขึ้นก็เปิดเผยสิ่งที่น่ารังเกียจต่ำช้า น่าอับอาย เป็นอากัปกิริยาอย่างดาราภาพยนต์อเมริกันที่แสดงบทเซ็กซ์ โป๊ะ เปลือย บทคู่ที่ร่วมเพศกับผู้ชายโดยเปิดเผยต่อหน้าสาธารณะได้อย่างไม่มีความรู้สึกอับอาย ต่างจากหญิงนครโสเภณีอย่างไร ฉะนั้น แม้เพียงมาปรับ เรื่องวัฒนธรรมการแต่งกายของสตรีไทยเสียใหม่ เป็นวัฒนธรรมผู้ดี เท่านี้ก็ช่วยได้มากแล้ว

 

 

 

 

 มูวี่ส์ออนทรี : นางนาก

ช่อง 3

16 มี.ค. 2544 22.30-24.50 น.

 

หนังไทย อินทิรา เจริญปุระ วินัย ไกรบุตร แสดง ที่สะท้อนความเป็นไทยทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์มาก หนังผีที่ยิ่งใหญ่มาก สร้างขึ้นด้วยปัญญา จินตนาการ อันแจ่มใสเจิดจ้า เทกนิกและฝีมือการสร้าง สมควรเป็นหนึ่งในระดับโลกสากล หนังขายดีที่สุดในยุคนี้ ทำรายได้ 150 ล้านเศษ ฝีมือของผู้สร้าง ผู้กำกับชั้นเยี่ยมทีเดียว วันนี้ ช่อง 3 นำมาฉายให้แฟนจอแก้วชมโดยเฉพาะ หนังดีมาก น่าเลื่อมใสในฝีมือการสร้าง มีความละเอียด รอบคอบแม้ในรายละเอียดของวัฒนธรรม ความเชื่อของสังคมไทย เช่น แมงมุมตีอก ตอนนางนาก สังหรณ์ว่าสามีที่ไปรบจะได้รับอันตราย เป็นภาพแมงมุมตีอก ตามที่มีบอกในหนังสือทำนาย อภิไธโพธิบาทว์ เมื่อนางนากเจ็บหนักจะออกลูก บอกรายละเอียดบรรยากาศ และวิถีวัฒนธรรมยุคนั้นได้ใกล้ความเป็นจริงทีเดียว เห็นรายละเอียดไปถึงอารมณ์ความรู้สึกของคนในเหตุการณ์นั้นอย่างสมบูรณ์ ภาพความรัก บทรักระหว่างผัวเมีย ก็เป็นแบบไทย ๆ น่าที่คนยุคนี้จะมองดูเอาประโยชน์ในเชิง เอาเยี่ยงกาแต่อย่าเอาอย่างกา ไว้บ้าง เรื่องราวก็สมจริงสมจัง ผี กับโรคห่า สร้างความสมจริงสมจังให้หนังเรื่องนี้มาก ผีก็เป็นคนจริง ๆ มากเสียจนกระทั่งเพื่อนรักมาบอกก็ไม่เชื่อ มีรายละเอียดที่น่าสังเกตอย่างยิ่งในหนังแม่นากนี้ โดยเฉพาะเรื่องราวของพระสงฆ์ไทยกับสังคมยุคนั้น ซึ่งมีข้อน่าคิดมาจนถึงยุคนี้ ลองสังเกตตอนหลวงพ่อวัดมหาบุศอุตส่าห์ถ่อร่างไปบ้านทิดมาก เพื่อจะบอกยืนยันว่ามันอยู่กับผีนางนาก บอกเคล็ดว่าให้ก้มมองลอดหว่างขาตัวเองไปดู จะเห็นร่างจริงของผีที่ปลอมมาเป็นคน ดูการปฏิบัติต่อพระ ของโยมยุคนั้น จะเห็นความเคารพเลื่อมใสเปี่ยมความศรัทธาจริง ๆ ไม่ใช่เพราะพระสงฆ์มียศศักดิ์ ตำแหน่ง แต่เพราะความร่วมทุกข์ร่วมสุข ความเมตตา และ ที่สำคัญ ความที่พระสงฆ์มีวิชาการแก่กล้า คือรู้จริง แก้ปัญหาได้นั่นเอง ดูการปฏิบัติของสามเณรน้อย ลูกศิษย์ ต่อพระอาจารย์ ซึ่งในเรื่องนี้ให้เป็น สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ซึ่งน่าสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทึกทักเอาหรือไม่ เพราะความจริงพระที่เก่ง จะมองจากสังคมไม่ได้เสมอไป พระที่เก่งจริงมักซ่อนเร้นแสวงหาความสุขจากความสงบอันปลีกไปไกลจากสังคม ตราบมีปัญหาใหญ่ในสังคมจึงมักโผล่ออกมาช่วยเหลือ เสร็จแล้วก็หลบสังคมไปอีกครั้ง แต่ควรดูการปฏิบัติ พระต่อพระ การพูดจาของท่าน ทำได้สมจริงมาก น่าเป็นแบบอย่าง ฟังการสนทนาของท่าน พระต่อพระ "ท่านรูปใดเป็นเจ้าอาวาสวัดมหาบุศ ขอได้ช่วยรับภาระ .." "ได้ขอรับ" "ถ้างั้นเห็นทีรูปต้องขอลาก่อน จำเริญพร" ดาราก็แสดงได้สมจริง "เอ็งร้องไห้รึอีนาก เอ็งร้องไห้ทำไมรึ ?" แต่ประเด็นสำคัญก็คือ พระสงฆ์กับสังคมไทย มีความสัมพันธ์กันแนบแน่นทุกเรื่องราว เห็นหมอผีที่ทรงวิทยาคุณ ในเรื่องนางนากนี้ บางทีคนสมัยใหม่อาจจะไม่เข้าใจ อาจนึกว่าพระสงฆ์ไทยมักน้อมไปในทางไสยศาสตร์ ความจริงไม่ใช่เช่นนั้น หากบ่งบอกว่าสงฆ์ไทยนั้นปรับตัวไปตามสถานการณ์เสมอ ในยามสงครามสงฆ์ไทยก็ปรับตัวให้เข้ากับสงคราม ช่วยราชการสงครามของแผ่นดินได้ ในยามเถื่อนดิบ ด้วยความเชื่อล้าหลัง สังคมเชื่อในภูติผีปีศาจ และมีภูติผีปีศาจปรากฎขึ้นในสังคม เช่นหนังเรื่องนางนากนี้ ที่สะท้อนสังคมไทยชนบท ในปี พ.ศ.2412 เมื่อมีเรื่องผีตายท้องกลมเกิดขึ้น เป็นตำนานความรักที่ยิ่งใหญ่ที่ผีกับคนมีความรักกันซาบซึ้ง และเมื่อมีอุปสรรค ผีก็แสดงฤทธิเดช เข่นฆ่าอย่างซาตาน ร้อนถึงพระสงฆ์องค์อริยเจ้าผู้แก่กล้าวิชชา ท่านผู้แก่กล้าวิชชาก็ปรับวิชชาของท่านให้เข้ากับสถานการณ์ได้ ช่วยปราบผีได้ นี่คืออริยสงฆ์ ผู้มีพื้นฐานจิตใจ ที่อาจปรับให้เข้ายุคสมัยได้อย่างน่าประหลาด หากท่านมาสู่สังคมยุคนี้ ยุคที่ไม่มีภูตผีปีศาจอีกแล้ว ท่านก็จะสามารถปรับวิชชา หรืออุตตริมนุสสธรรมอันสูงสุดให้เป็นประโยชน์ต่อคนยุคใหม่ สามารถช่วยแก้ปัญหาแห่งยุคได้เช่นเดียวกัน พระองค์เดียวกันนี้หากท่านย้อนไปสู่ยุคเก่าก่อน ท่านก็สามารถปรับวิชชาสูงสุดนี้ไปแก้ไขปัญหาผี ปีศาจได้เช่นกัน ซึ่งเป็นความลับในปัญหาการพัฒนาจิตใจ เมื่อพัฒนาไปสู่ระดับสูงส่ง หรือสูงสุดตามเป้าหมายของไตรสิกขา ศีล สมาธิ ปัญญา อริยธรรมสูงสุดในพระพุทธศาสนาแล้วก็จักสามารถปรับจิตใจ วิชชา ปัญญา ไปให้เหมาะกับสภาพปัญหาได้ทุกชนิด ดังเห็นตัวอย่างจากกรณีนางนากนี้แล้ว พุทธธรรมจึงเป็นอาวุธอันสูงสุดที่อาจแปรไปอย่างใด สำหรับปราบมารได้ตามยุคสมัยทุกยุคสมัย น่าประหลาดใจในความดี สมเด็จวัดระฆังในเรื่องนี้ ดูจะสะท้อนความหมายเช่นที่กล่าวนี้ได้ดีทีเดียว

 

 

 

 ยอยศพระลอ

ช่อง 11

20 มี.ค. 2544 22.30-24.50 น.

 

ประกวดเพลงลูกทุ่ง สด ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีสัมพันธ์ กรุงเทพ โจนัส แอนเดอร์สัน กับ เพื่อนสาว ของเขา คริสตี้ กิฟสัน ขับร้องสด ๆ โชว์ลีลาที่น่าประทับใจยิ่ง ต้องยอมรับว่า ยอยศพระลอ ร้องออกมาจากใจทีชื่นชอบ จึงไพเราะและเห็นแววแห่งความสุข พร้อมด้วยคุณภาพของศิลปไทยครบถ้วน สมควรความเป็น ศิลปินไทยชั้นนำเต็มตัว แต่ การโชว์ของแอนเดอร์สัน ดูเหมือนจะซ่อนความหมายพิเศษเฉพาะตน ซึ่งเป็นความหวังและอุดมการณ์ของเขาเองที่ลึกซึ้ง ดูเหมือนเขากำลังพยายามให้คนไทยมองเขาในมุมที่เขาเองมองตัวเขาเองอยู่ เขาต้องการให้คนมองเขาอย่างไร อะไรที่เขากำลังพยายามอยู่ และมีกี่คนมองเขาตรงกับที่เขาต้องการให้เห็น 

 

 

 

 

 รัฐบาลมุสลิมระเบิดพระพุทธรูปใหญ่ที่สุดในโลก

ทุกช่อง

3 มี.ค. 2544 1940 น.

 

รัฐบาลอาฟกานิสถาน ที่เป็นมุสลิม โดย นายมุลลา โมฮัมเม็ด โอมาร์ ผู้นำรัฐบาลทหารมุสลิมกลุ่มตาลิบัน ผู้ยึดครองประเทศอาฟกานิสถาน พร้อมทั้งนักปราชญ์มุสลิม 400 คนแห่งประเทศนั้น ร่วมกัน ทำลายพระพุทธรูปที่บรรพบุรุษของประเทศนั้นสร้างขึ้นไว้ ตามหน้าผาเทือกเขาเมืองบาบียัน มีอายุกว่า 1500 ปีมาแล้ว โดยแกะสลักไว้มากมายในภูเขาและหน้าผาใหญ่ ๆ มีพระพุทธรูป ยืนขนาดใหญ่ 2 องค์ ๆ หนึ่งเป็นพระพุทธรูปที่สูงที่สุดในโลก สูง 53 เมตร เป็นมรดกวัฒนธรรมของโลก ที่องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมสหประชาชาติ (UNESCO) ลงทะเบียนเป็นมรดกโลกไว้แล้ว เป็นพระพุทธรูปยุคมหาอำนาจกรีกนับถือพระพุทธศาสนาและเริ่มมีการสร้างพระพุทธรูปขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา อันเป็นร่องรอยของอารยธรรมเก่าแก่ของโลกที่มีค่าทางการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมเป็นอย่างยิ่ง แต่สาเหตุที่รัฐบาลมุสลิมอาฟกานิสถานต้องการทำลายทิ้งนั้น เป็นเหตุผลทางการศาสนามุสลิมโดยเฉพาะ โดยอ้างว่า เพื่อทำอาฟกานิสถานให้เป็นรัฐอิสลามบริสุทธิ์ คำว่ารัฐอิสลามให้บริสุทธิ์ เป็นหลักการศาสนาอิสลาม และ การมีรูปเคารพเป็นการขัดหลักการของศาสนาอิสลาม ทำให้อิสลามไม่บริสุทธิ์ การทำลายเริ่มโดยใช้ปืนใหญ่ยิงทำลายบริเวณศีรษะของพระพุทธรูป แล้วในที่สุดใช้ทั้งปืนกลติดกระสุนหัวระเบิดยิงถล่ม และฝังระเบิดรอบ ๆ องค์พระพุทธรูปกดทำลาย ภาพข่าวสุดท้าย เห็นระดมยิงด้วยปืนใหญ่ก่อน แล้วกดระเบิดทำลายพระพุทธรูปองค์ใหญ่จนราบเรียบ ยูเนสโก ส่งผู้แทนไปเจรจาก่อนแต่ไม่เป็นผล จนกระทั่งนายโคฟี่อนันด์ เลขาธิการสหประชาชาติ เดินทางไปด้วยตนเอง แต่อาฟกานิสถานไม่ยอม รายงานข่าวล่าสุด รมว.วัฒนธรรม อาฟกานิสถานยืนยันว่าได้ทำลายพระพุทธรูปไปแล้ว และให้เหตุผลว่าไม่ได้ทำลายเพียงพระพุทธรูปสัญลักษณ์ของศาสนาพุทธเท่านั้นแต่ทำลายรูปเคารพทั้งหมดของศาสนาอื่น ๆด้วย เพราะรูปเคารพผิดหลักการของศาสนาอิสลาม ยังอ้างหลักศาสนาพุทธด้วยว่า สิ่งที่เขาทำลายเป็นเพียงหินและทรายเท่านั้น จึงไม่พึงยึดมั่นถือมั่น ข่าวรายงานว่าประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก นับตั้งแต่อินเดีย จีน ญี่ปุ่น อเมริกา แม้กระทั่งปากีสถานที่เป็นมุสลิม เพื่อนบ้านและประเทศมุสลิมอื่น ๆ ก็ไม่เห็นด้วย แต่แรกอเมริกาขอซื้อพระพุทธรูป แต่เจรจากันไม่ได้ จนกระทั่ง ล่าสุดศรีลังกาขอซื้อซากสลักหักพังเพื่อนำไปประกอบใหม่ที่ศรีลังกา แต่รัฐบาลตาลีบันไม่มีท่าทีจะประนอมยอมความ กรณีนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลอาฟกานิสถานและศาสนาอิสลามจะต้องลำบากใจในภายหลัง ต่อหลักการที่ว่า รัฐอิสลามบริสุทธิ์ เมื่อคำนึงความเป็นจริงที่ว่า ในประเทศต่าง ๆ ทุกวันนี้ มนุษย์ต่างยอมรับกันในเรื่องสิทธิเสรีภาพพื้นฐานของมนุษย์ ได้แก่สิทธิในร่างกาย ทรัพย์สิน ตลอดจนสิทธิในความคิดความเชื่อของมนุษย์ ยุคการสื่อสารคมนาคมไปเร็วและทั่วถึงทุกวันนี้ ในประเทศหนึ่ง ๆ จึงมีคนนับถือศาสนา ความเชื่อแตกต่างกันไปทั่วโลก มากบ้างน้อยบ้าง ไม่มีประเทศหนึ่งประเทศใดเป็นอิสลามล้วน ๆ เป็นพุทธล้วน ๆ เป็นฮินดูล้วน ๆ หรือเป็นคริสต์ล้วน ๆ รัฐอิสลามจะบริสุทธิ์ได้อย่างไร หากตั้งอยู่บนหลักการว่า จะต้องมีแต่ชาวมุสลิมล้วน ๆ และวัฒนธรรมอิสลามล้วน ๆ ในประเทศนั้นเท่านั้น แล้วมุสลิมมิต้องปิดประเทศตัวเองอยู่คนเดียวหรือ รัฐอิสลามบริสุทธิ์ จะต้องฆ่ามนุษย์ต่างศาสนาให้หมดสิ้นไปเหลือแต่ชาวมุสลิมพวกเดียวทั้งประเทศ เพื่อทำรัฐอิสลามให้บริสุทธิหรือ ? แล้วไม่คำนึงว่าชาวโลกคงยอมรับหลักการอิสลามไม่ได้ และโลกยังจะต้องมองไปอีกว่า เมื่อยึดหลักการอิสลามบริสุทธิ์ดั่งนั้นแล้ว มุสลิมน่าจะเป็นภัยของโลกมนุษย์ เพราะ มุสลิมอยู่ที่ไหน มุสลิมจะต้องเป็นใหญ่ จะต้องทำลายคนต่างศาสนา ทำลายสัญลักษณ์ของศาสนาลัทธิอื่น ๆ และทำลายอารยธรรมเก่าแก่ของโลกให้หมดเกลี้ยงไปสิ้น โดยจะต้องเหลืออยู่แต่มุสลิมและวัฒนธรรมมุสลิมพวกเดียวเท่านั้น และเป็นไปได้หรือที่ว่าหลักการอิสลามไม่อนุญาตให้รัฐอิสลามคบประเทศที่มิใช่รัฐอิสลาม มิให้มุสลิมคบมิตรหรือแต่งงานกับชาวต่างศาสนา เพราะถ้าเช่นนั้นรัฐอิสลามบริสุทธิ์หรือมุสลิมบริสุทธิ์ต้องอยู่คนเดียว ก็กลายเป็นว่า ศาสนาอิสลาม มิต่างจากคอมมิวนิสต์ ที่ครั้งหนึ่งคนมองว่าเหมือนปีศาจร้ายเลยทีเดียว และมนุษย์โลกที่ไหนจะยอมให้มุสลิมคิดและทำเช่นนั้น แม้ว่ามุสลิมจะมีพระเจ้าผู้ทรงสูงส่งคือองค์ อัลเลาะห์ ที่น่าคิดมากไปกว่านั้นอีกก็คือ หลักการอิสลามบริสุทธิ์กับชาวมุสลิมส่วนน้อยในประเทศอื่น ๆ จะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรจึงจะได้ชื่อว่า มุสลิมบริสุทธิ์ จะต้องเป็นกองโจรก่อการร้ายอยู่ตลอดเวลาเพื่อทำประเทศที่เป็นพุทธ คริสต์ ฮินดู ฯลฯ ให้เป็นรัฐอิสลามบริสุทธิ์ให้ได้เช่นนั้นหรือ ? แล้วความสุขสงบและสันติธรรมจะเกิดขึ้นในโลกได้อย่างไร จากหลักการอิสลามเช่นนี้ และแท้จริงความคิดความเชื่อและหลักการอิสลามเช่นนี้ดูจะเป็นทางหายนะของศาสนาอิสลามเองอย่างยิ่งใหญ่ในปัจจุบันและอนาคต เมื่อความคิดเช่นนี้สะท้อนภาพของความเห็นแก่ตัวไปอย่างสุด ๆ แล้วสะท้อนภาพการแสวงหาประโยชน์ตนด้วยความรุนแรงและป่าเถื่อนอย่างไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง และมนุษย์ยุคใหม่ทั้งปวง ประเทศทั้งปวงในโลกไม่อาจจะยอมรับได้ กรณีปัญหา อิสลามบริสุทธิ์นี้เป็นปัญหาที่ต้องศึกษาวิเคราะห์ในเชิงการศาสนาสากล ที่ชาวโลกน่าจะให้ความสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะบางที ศาสนาความเชื่อที่ผิดหลักการศาสนาที่แท้นี้เองที่เป็นสาเหตุหนึ่งของความปั่นป่วนอย่างอลเวงของโลกยุคนี้ เป็นภัยของชาวมนุษย์ที่ซ่อนเร้นมิดชิดที่สุด เพราะซ่อนเร้นอยู่ภายในจิตใจของศาสนิกแต่ละศาสนา และโลกลืมมองที่จุดซ่อนเร้นอันนี้มานานแล้ว ฉะนั้น น่าจะมีการศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาศาสนาสากลกันอย่างจริงจัง เสียที

 




หนังสือพิมพ์ดีเล่มที่ 23

จดหมายถึงบรรณาธิการ จะทราบได้อย่างไรว่าผู้ใดมีภูมิธรรมอย่างไร ทราบพระอริยบุคคลระดับต่างๆ โสดาบัน ถึง อรหันต์อย่างไร
ประชาธิปไตยสงฆ์ จะปฏิรูปอย่างไร?(ต่อ)
หน้าบอกสถานะของเรา ในเดือนเมษายน 2544
บทบรรณาธิการ:วาระรัฐบาลทักษิณ-ยอร์ชบุช,สว.ข่มขืนเด็ก ,อาฟกานิสถานถล่มพระพุทธรูปมรดกโลก,
สากลจักรวาลสากลศาสนา ตอนที่7
ประวัติของผมตอนที่ 11



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
นี่คือเวบไซต์คู่แฝด, http:\\www.newworldbelieve.net, http:\\www.newworldbelieve.com รวมผลงานการวิจัยรอบด้านทุกสาขาวิชาทั้งฝ่ายโลกและฝ่ายธรรม, โดยเฉพาะเรื่อง ศาสนาใหญ่ ๆ ของโลก, มีการบันทึกข้อมูลทางการพิศูจน์ ทดสอบ วิจัยการศึกษาโลกลี้ลับ, รวมทั้งไสยศาสตร์ และ ศาสนาสากล, งานวิจัยสังคม การเมืองและวัฒนธรรมไทย-สากลและวัฒนธรรมประชาธิปไตย ยาวนานกว่า 14 ปี, แสดงไว้ในเวบไซต์แฝดคู่นี้. เกี่ยวกับประชาธิปไตย, เรากำลังเพ่งเล็งว่าเป็นประเด็นสำคัญยิ่งของประเทศไทยขณะนี้, เพราะโดยยุคสมัย, ไทยไม่อาจจะย้อนกลับคืนไปสู่เผด็จการได้อีก, แม้ว่าจะมีพรรคการเมืองเก่าแก่......พรรคหนึ่งจะพยายามต่อสู้อย่างสุดฤทธิ์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของระบอบอดีตเผด็จการ นำการเมืองไทยหวลกลับสู่ระบอบทึ่น่ารังเกียจคือ โบราณาอามาตยาธิปไตย (ซึ่งเป็นระบอบเผด็จการ ของการปกครองมาแต่ดั้งเดิมนั่นเอง) ซึ่งไม่สามารถจะส่งผลสำเร็จอะไรเกิดขึ้นได้เลย, ก็จะเป็นการหลงผิด เพราะผลที่จะเกิดขึ้น จะเป็นเพียงพร่าเวลาที่มีค่าไปอย่างน่าเสียดาย, เหลวไหลไร้ประโยชน์, มีแต่จะสร้างความเสื่อม, เลวทราม, สร้างความบอบช้ำแก่ประชาชนและประเทศต่อไปอีก, และก็ไม่อาจจะเดินหน้าไปได้ตามระบอบเดิม, ไปได้ก็ชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้วเดินต่อไปไม่ได้, ต้องหมุนกลับสู่เส้นทางสากลประชาธิปไตยจนได้เท่านั้น, คนไทยทุกชนชั้นทุกหมู่เหล่าการอาชีพ ทุกฐานะความเป็นอยู่จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ประชาธิปไตยที่แท้จริง (คือเรียนรู้ตัวเอง ว่าแท้จริงคนมีเสรีภาพ ไม่ใช่ทาส), เพราะเราอยู่ในโลกยุคใหม่, ต้องสร้าง, ต้องใช้วิถีทางประชาธิปไตยนี้แก้ปัญหาการเมืองของประเทศ, แก้ทุกปัญหา ทั้งเศรษฐกิจและสังคม แม้การวัฒนธรรม ก็ต้องสร้างขึ้นใหม่ในฐานะ วัฒนธรรมประชาธิปไตยให้ได้, จึงจะสามารถนำประเทศไปสู่เกียรติและฐานะสากลของคำว่าชาติ หรือ ประเทศไทยได้เท่าเทียมกับประเทศอื่น ๆ และล้ำหน้าประเทศที่ใช้ระบอบเผด็จการโบราณเดิมไปได้, และนั้นเป็นวิถีทางเดียวที่นำไปสู่ชัยชนะ ทางเดียวเท่านั้น และเวบไซต์แฝดคู่นี้พยายามชี้แสงสว่าง เปิดดวงตาของประชาชน ให้มองเห็นเส้นทางที่ถูกต้อง เป้าหมายและวิธีการที่ถูกต้องของการศาสนาวัฒนธรรมส่วนที่เป็นสาระสำคัญควบคู่ไปกับประชาธิปไตยที่แท้จริง และที่สำคัญ เวบไซต์ทั้ง .net และ .com คู่นี้ จะนำคนทั้งหลายในโลก ไปสู่ ศาสนาใหม่แห่งโลกใหม่ (newworldbelieve)โดยมีการเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับวิถีทางความคิด และ การเมือง แบบประชาธิปไตย นี้เอง. *** (16 ส.ค.2561) • หมายเหตุ เอาขึ้นเวบไซต์ แทนของเดิม ทั้ง 2 เวบ .net .com วันที่ 16 ส.ค.2561 เวลา 13.35 น.