ReadyPlanet.com
dot
dot dot
dot
พระพุทธเจ้า
dot
bulletบทศึกษาพิเศษ:พระพุทธเจ้า ศึกษาจากวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรนแปล เช้า- เย็น
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรแปล เช้า-เย็น อัพเดต
dot
พุทโธโลยี
dot
bulletสมาคมศิษย์หลวงปู่เครื่อง จัดประกวดเรียงความออนไลน์มัธยมศึกษาในวันวิสาขบูชา คลิกดูรายละเอียดและรางวัลที่นี่
dot
ชมรมยุวพุทโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
dot
bulletThe Beginning ความเป็นมาของโครงการชมรมยุวพุโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
bulletChart Showing the Process
dot
บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี พ.ศ.2540 - 2559
dot
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี 1
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 1
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 3
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 4
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 5
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 6
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 7
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 8
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 9
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 10
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 11
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 12
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 13
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 14
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 15
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 16
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 17
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 18
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 19
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 20
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 21
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 22
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 23
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 24
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 25
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 26
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 27
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 28
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 29
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 30
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 31
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 32
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 33
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 34
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 35
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 36
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 37
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 38
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 39
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 40
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 41
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 42
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 43
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 44
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 45
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 46
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 47
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 48
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 49
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 50
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 51
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 52
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 53
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 54
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 55
dot
To The World
dot
bulletENGLISH
bulletUSA
bulletChina
bulletIndia
bullet Mynmar
bullet Cambodia
bullet Loas
bulletSri Lanka
bulletMalaysia
bulletKorea
bulletA Sharp Turn of Believes : Iresearch Iwrite Iread
dot
Buddhism How? บันทึกของนักปฏิบัติธรรมผู้ถวายชีวิตพิศูจน์สัจธรรมพุทธให้รู้แจ้งเห็นจริงถึงระดับมรรคผลนิพพานแท้
dot
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 1
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 2
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 3
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 4
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 5
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 6
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 7
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 8
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 9
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 10
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 11
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 12
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 13
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 14
bulletMystery Report 15
bulletMystery Report 16
bulletMystery Report 17
bulletMystery Report 18
bulletMystery Report 19
bulletMystery Report 20
bulletMystery Report 21
bulletMystery Report 22
bulletMystery Report 23
bulletMystery Report 24
bulletMystery World Report 25
bulletศึกษาโลกลี้ลับ 26
dot
เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว วิเคราะห์ทุกปัญหาในโลกมนุษย์ด้วยสติปัญญาและเหตุผลวิทยาศาสตร์จากนสพ.ดี
dot
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2536
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2537
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2538
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2539
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2540
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2541
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2542
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2543-2545
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2545-2549
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2549-2550
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2550-ส.ค.2551
bulletเฝ้าดูฯ ส.ค.-ก.ย.2551
bulletเฝ้าดูฯ ก.ย.2551- ธ.ค. 2551
dot
เฝ้าดูฯสำนวนพัชรา กอปรทศธรรม
dot
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 16-27
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 29
bulletบทความใหม่ เม.ย.-พ.ค.2552
bulletพุทธธรรมเพื่อทางดับทุกข์
bulletทฤษฎีการดับทุกข์ทางจิต วิปัสสนากรรมฐานโดยการทำงาน(สำนวนปรับปรุงใหม่)
bulletประวัติพัชรา กอปรทศธรรม
bulletประวัติการต่อสู้เพื่อการดับทุกข์ ของพัชรา กอปรทศธรรม
bulletอัลบั้มรูป history
bulletนิทานธรรมะประยุกต์ มานุสสาสุระสงคราม 4 ภาค และอื่น ๆ
bulletอัลบั้มรูป ภาพในอดีตและชีวประวัติศาสตร์ที่สวยงาม
bulletจากเวบบอร์ด พูดกันไม่รู้เรื่อง ประชาธิปไตยล้าหลัง
bulletศาสนาสากล การวิเคราะห์ความหมาย
bulletปลอบใจ
dot
รวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์ แนวปฏิรูปคณะสงฆ์อยู่ในบทวิเคราะห์นี้แล้ว
dot
bulletรวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
สากลจักรวาล สากลศาสนา แนวคิดศาสนาสำหรับคนยุคใหม่ ผู้ก้าวผิดทางไปสู่สิ่งไร้สาระโดยไม่รู้ตัว
dot
bulletสากล...ศาสนา 1
bulletสากล...ศาสนา 2
bulletสากล...ศาสนา 3
bulletสากล...ศาสนา 4
bulletสากล...ศาสนา 5
bulletสากล...ศาสนา 6
bulletสากล...ศาสนา 7
bulletสากล...ศาสนา 9
bulletสากล...ศาสนา 8
bulletสากล...ศาสนา 10
bulletสากล...ศาสนา 11
bulletสากล...ศาสนา 12
bulletสากล...ศาสนา 13
bulletสากล...ศาสนา 14
bulletสากล...ศาสนา 16
dot
ส่วนข้อมูลสำคัญเพื่อการวิจัยการเมืองไทยยุค คมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
dot
bulletข้อมูลสำคัญยุคคมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่1/26ส.ค.2551
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่2/27ส.ค.2551
bulletใบปลิว อีเมล์ ในหลวงทรงร้องไห้
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 1
bulletในหลวงเพิ่งทราบข่าวฆ่าประชาชน10เมย.53ทรงร้องไห้
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
รวมข่าวม็อบการเมืองสนธิ-จำลอง-ปชป.มิ.ย.51-เม.ย.52 นสพ.
dot
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 2
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 3
bulletรวมข่าวม็อบ30มิ.ย.51-23มี.ค.52
bulletเลือดศรีสะเกษบันทึกเรื่องราวรอบด้านเกี่ยวกับเขาพระวิหาร
dot
การโฆษณาชวนเชื่อล้มรัฐบาลทักษิณ
dot
bulletรายงานการโฆษณาชวนเชื่อในประเทศไทยที่ล้มล้างรัฐบาลทักษิณ
dot
หนังสือพิมพ์ดี ของฟรีให้เปล่ามา20ปีแล้วทั้งเอกสารและอินเทอเนท
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต ) เล่ม 1 - 44 - ล่าสุด
bulletหน้าที่เก็บไว้
bulletมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร)
bulletวัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ บันทึกเหตุการณ์
bulletสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษแห่งที่ 1
bulletเกี่ยวกับเวบไซต์ของเรา เราทำเพื่อปัญญาชนโดยแท้
bulletรวมกระทู้เด็ดจากกระดานถามตอบ
bulletคาถาอาคมไสยศาสตร์
bulletกวีนิพนธ์ใหม่
bulletศูนย์ปฏิญญาณละเลิกอบายมุข บัญชีที่1-3


ประวัติของผมตอนที่ 3
ประวัติของผม พระพยับ ปญฺญาธโร

พระผู้มีปกติอยู่ด้วยอิริยาบถ ๓ (๓)

 

 

 

 

ประวัติของผมเป็นเรื่องราวที่อยู่ภายในจิตใจ และบางเหตุการณ์ก็เป็นเรื่องลับที่ไม่มีผู้ใดรู้เห็นด้วย เหตุการณ์สำคัญเริ่มตั่งแต่เป็นเด็กอ่อน ยังไม่รู้เดียงสา ที่ผมเฝ้ามองดูดวงตะวันตกดิน นั้นได้มีความหมายมากในทางจิตวิญญาณของผม พอ ๆ กับเรื่องราวของนิมิตที่ปรากฎในการเห็นโดยสมาธิจิตวัยนั้น ที่คนในหมู่บ้านพากันเชื่อว่ามีผีหรือวิญญาณร้ายสิงอยู่ที่เสาเรือน และซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อของสังคมชนบทพื้นฐานทั่ว ๆ ไปในเรื่องผีต่าง ๆ นับแต่ผีหลอก ผีกระสือ ผีกระหัง ผีเปรตที่ห้อยโหนบนกิ่งโพธ์ในวัด ผีฟ้า(รำผีฟ้ารักษาคนป่วย)ซึ่งผมเคยแอบไปดูแล้ววิ่งหนีสุดชีวิต ผีปอบ และกระบวนการไล่ผีที่ผมเองทั้งกลัวทั้งสงสัยโดยตลอดมา จนกระทั่งเห็นหมอธรรมลงแส้คนป่วยจนถึงตายไปก็เคยเห็นในหมู่บ้านของผม(กรณีนางสาวจำปา อนุพันธ์ ลูกสาวป้าธัมมา พี่สาวคุณพี่ทองจันทน์ และผู้ใหญ่สายันต์ อนุพันธ์ บ้านอยู่ตรงข้ามบ้านผมป่วยแล้วนักธรรมมารักษา จนที่สุดว่าผีแรงต้องไล่ด้วยหวาย ผมได้ยินเสียงนักธรรมเอาแซ่หวายลำยาวใหญ่เท่าหัวแม่มือ(ที่ผมแอบไปเห็นวางอยู่ใกล้ ๆ คนป่วย)หวดฟาดลงไปยังร่างคนป่วยควับ ๆอย่างแรงสนั่นหวั่นไหวไปหมด ซึ่งแม้ผมจะกลัวจนตัวสั่น แต่ก็คิดแย้งอยู่ในใจว่าไร้ความเมตตากรุณา ในทัศนะของผมขณะนั้น ซึ่งต่อมาไม่นานคุณน้าจำปาก็เสียชีวิต และผมได้เก็บความสงสัยเอาไว้โดยตลอดมาว่าเธอตายเพราะผีเข้าจริงหรือ แต่กระนั้น ในอีกส่วนหนึ่งก็คือความกลัวในสิ่งที่ลึกลับก็เพิ่มทวีฝังใจผมตลอดมา)

 

เมื่อผมเข้าไปเรียนหนังสือต่อมัธยม และอยู่บ้านอาว์ที่จังหวัดศรีสะเกษนั่นเอง ปลายปีนั้นคุณพี่ขาน ต้นวงศ์ ลูกของลุงบุญหนาได้มาอยู่ที่บ้านอาว์ด้วย ท่านเพิ่งเรียนจบวิทยาลัยครูมา เพิ่งจะเข้าสอนในโรงเรียนผมไม่กี่เดือน แล้ววันหนึ่งก็เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงพี่ขานถูกรถไฟชนบดทับขาดกลางตัวอย่างน่าสยดสยอง ที่ห้วยทับทัน เขตต่อกับจังหวัดสุรินทร์

 

วันนั้นคนที่บ้านอาว์ผมไปช่วยงานกันหมด ไปอุทุมพรพิสัยและแล้วเลยไปเอาศพพี่ขานกลับมาบ้านขี้เหล็ก ตลาดอำเภออุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ อันเป็นบ้านลุงผม ที่บ้านศรีสะเกษมีแต่ผม เอ้ป และสมถวิล(ลูกชายและลูกสาวอาว์ผม) กับอาว์ผู้หญิง อาว์ล้วน เติมใจ เท่านั้นเอง ตกกลางคืนท่านก็เอาผ้ายันต์ผืนหนึ่งแขวนไว้ที่ขอบประตู ท่านบอกว่าผ้ายันต์กันผี ผีตายโหงมาจะกลัวไม่กล้าเข้า ซึ่งฟังน่าหวาดกลัวจริง ๆ

 

คืนนั้น จนดึกดื่นแล้วผมก็นอนไม่หลับ ทุกคนดูเหมือนจะหลับกันกันไปหมดแล้ว เหลือแต่ผมคนเดียว เห็นนอนคลุมโปงกันเป็นแถว ผมเองก็คลุมโปงเหมือนกัน ผมเฝ้าแต่กังวลกลัวว่าวิญญาณพี่ขานจะมา คิดเรื่องที่ผู้ใหญ่บอกว่าผีตายโหงมันจะต้องกลับมาที่ที่เคยอยู่เคยกินเคยอาศัย ผมมั่นใจว่า นี่เป็นที่อยู่ที่กินที่เคยอาศัยของพี่ขาน วิญญาณของพี่ขานก็ต้องมาแน่ ๆ มีคราวหนึ่งที่ใต้ถุนบ้านมีเสียงเป็ดไก่ร้องกันลั่นสนั่นเหมือนพวกมันพากันแตกเล้าออกไป อาว์ผมลุกขึ้นไปดูเพราะคิดว่างูเขียวหรืองูเห่ามากินลูกเจี๊ยบ ได้ยินเสียงอาว์พูดว่า ขานเอย ขอให้ไปสู่ที่สงบ ๆ เถิดนะ อย่าห่วงเลย ไหน ๆ ไปแล้วก็ขอให้ไปดี อย่ามาใกล้ลูก ๆ หลาน ๆ เลย ลูกหลานจะกลัว ผมได้ยินก็ขนลุกซู่ ชั่วครู่ท่านก็กลับเข้ามาในห้อง ดับตะเกียงนอน ผมก็ยังหลับ ๆ ตื่น ๆต่อไป พร่ำภาวนาให้รุ่งแจ้งเสียที จนกระทั่งไก่ขัน ซึ่งเป็นเวลาประมาณตี ๓ ผมก็ตื่นตัวสุดขีด เพราะคล้ายอุปาทานได้ยินเสียงคล้ายคนเดินขึ้นบรรไดเรือนมา เปิดประตู แล้วเดินเข้ามาภายในบ้าน ได้ยินเสียงคล้ายฝีเท้าเดินไปที่ห้องครัว ที่พี่ขานกินข้าว แล้วเดินไปห้องน้ำที่ล้างมือ ล้างหน้า แล้วเดินเข้ามา ใกล้เข้ามาทางห้องพี่ขานนอน ซึ่งอยู่ข้าง ๆ ห้องพวกเรานอนอยู่นั่นเอง สักครู่คล้ายได้ยินเสียงเคาะประตูห้องนอนของพี่ขานเป็นจังหวะ ๆ ผมหลับตาแน่นแทบไม่หายใจกลัวว่าถ้าลืมตาแล้วจะเห็นอะไร ๆ และกลัวจะได้ยินเสียงเรียก แต่ก็ไม่มีอะไรอีก  เงียบลงไป  ถึงไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นแต่ผมก็ทรมานไปทั้งคืนนั้น

 

สิ่งที่ผมได้จากประสบการณ์คราวนั้นก็คือ ได้รู้ว่าตัวเองมีความทุกข์ทรมานมากเหลือเกิน หลายคืนผ่านไปอย่างเชื่องช้าทำให้รำคาญตัวเอง และเริ่มมองเห็นสัจธรรมว่า เราเห็นจะไม่มีความสุขในชีวิตหากมัวแต่กลัวผีอยู่ ได้นำไปสู่การตัดสินใจว่า ชีวิตจะต้องเอาชนะความกลัวให้ได้เท่านั้นจึงจะอยู่เป็นสุข (และในที่สุดภายหลังการต่อสู้อันยืดเยื้อยาวนานมาร่วมสิบ ๆ ปี ผมก็สามารถทำได้ดั่งใจปรารถนา เมื่อสามารถเอาชนะความกลัว กลับตาลปัตร ได้เห็นป่าช้า เพียงดังบ้านที่ผมเข้าไปอยู่พักผ่อนได้อย่างสงบและสบายดุจบ้านตัวเอง ไม่ว่าป่าช้าชนิดใด ๆ และในโลกนี้)

 

ผมยังคงชอบน้ำอยู่เหมือนเดิม เมื่อน้ำห้วยสำราญล้นฝั่งพวกเราก็พากันไปเล่นน้ำกันที่สะพานดำ(สะพานรถไฟ)และสะพานขาว(สะพานรถยนต์) ผมแต่งตัวเป็นโซโรตามที่เห็นในภาพยนต์ โหนเถาวัลย์ออกไปแล้วพุ่งหลาวลงกลางน้ำ พอโผล่ขึ้นมาผ้าคลุมปิดหัวแน่นดึงอย่างไรก็ไม่หลุด หลงทาง ถูกกระแสน้ำพัดพาไปช้า ๆ พี่เสถียร บริบาล (พ.ต.อ.เสถียร บริบาล ส.น.พระราชวัง กทม.) ญาติผม ว่ายไปกระชากผ้าคลุมออก แต่ก็ไม่ออก เกือบตกกระแสน้ำใหญ่ไปด้วยกัน ทุลักทุเลเข้าฝั่งได้โดยปลอดภัย แล้วก็พากันหัวเราะ วันต่อมาก็เกิดเรื่องอีก ผมโหนเถาวัลย์ไปผิดที่ พุ่งลงไปชนตอใต้น้ำอย่างจัง จนหูอื้อไปหมดแทบสิ้นสติอยู่ใต้น้ำ พอโผล่ขึ้นมาคลำหัวดูปรากฎว่าหัวยุบลงไป เป็นหลุมลึกมาจนถึงวันนี้

 

 

ผมได้รู้จักชื่อคนสำคัญ ๆ มาแต่เด็ก ๆ หลายคน คนแรกคือ มหาตมะ คานธี พ่อผมเล่าว่า ท่านเป็นผู้นำทางการศาสนาที่กอบกู้เอกราชอินเดียจากอังกฤษ โดยต่อสู้ด้วยวิธี อหิงสา คือไม่ถือโกรธ เขาจับไปเข้าคุกก็ไม่โกรธ เขาจะฆ่าก็ยอมให้เขาฆ่าแต่ไม่โกรธ จนในที่สุดอินเดียทั้งประเทศพากันลุกขึ้นพร้อมกันเพื่อเดินตามหลังท่าน ท่านเล่าให้เพื่อนครูด้วยกันฟัง ท่านว่ามหาตมะ คานธี มีเส้นลายมือแปลกกว่าคนอื่น เพราะมีเส้นสมองสองเส้น ท่านว่าเหมือนเส้นสมองในฝ่ามือของผม แล้วท่านให้ผมเข้าไปหาแบมือผมออกดู ชี้ว่ามีลายมือสมองคู่ อีกคนหนึ่งที่พ่อผมเอ่ยนามก็คือ ดร.ปรีดี พนมยงค์ เวลาพ่อผมเอ่ยนามท่านผู้นี้ ผมรู้สึกว่าท่านมีความนิยมเอามาก ๆ ท่านว่าคือหลวงประดิษฐ์มนูธรรม ยกย่องว่าเป็นคนมีความคิดก้าวหน้ามาก มีแผนเศรษฐกิจล้ำหน้า(ภายหลังท่านตั้งชื่อน้องชายผมคนหนึ่งตามชื่อท่านปรีดี พนมยงค์นี้) และอีกท่านหนึ่งก็คือ หลวงวิจิตรวาทการ วิธีที่พ่อผมพูดถึงคนสำคัญ ๆ เหล่านี้ ผมรู้สึกว่า คม บาดใจ น่าฟัง น่าสนใจ ไม่เหมือนฟังคนอื่นพูด เมื่อท่านพูดถึงหลวงวิจิตรวาทการ ท่านก็เล่าว่า เวลาไปสอนที่ธรรมศาสตร์ หลวงวิจิตรวาทการจะออกข้อสอบ ท่านจะบอกนักเรียนเลยว่าข้อสอบจะออกตรงนั้นตรงนี้นะ หน้านี้แหละจะออก ให้ไปอ่านดูให้ดี ๆ ซึ่งพ่อผมนิยมว่าหัวคิดแบบนี้ก้าวหน้าไปอีกแบบหนึ่ง ในเรื่องการเรียนการสอน ท่านเล่าว่าหลวงจิตรวาทการเคยเป็นเปรียญ ๕ ประโยค เริ่มทำราชการตั้งแต่เป็นเสมียนค่อยไต่บรรไดไปทีละขั้น ๆจนได้เป็นอธิบดี เป็นผู้ที่มีความพยายามสูงส่งมาก และมีอุดมการณ์ดี

 

สิ่งที่ดลบันดาลใจผมให้สนใจในตัวหลวงวิจิตรวาทการนั้น เป็นเพราะการที่ผมได้อ่านหนังสือวรรณคดีมามากนั้นแหละเป็นมูลเหตุเดิม เมื่อผมอ่านขุนช้างขุนแผน ผมก็ประทับใจในความเป็นวีรบุรุษของขุนแผนอย่างฝังใจและเชื่อ ครั้นผมพบหลวงวิเชียรแพทยาคม ผู้เป็นอาจารย์สอนวิชาจิตวิทยาชั้นปี ๑ ธรรมศาสตร์ ผมอยากฟังท่านพูดถึงเรื่อง การสกดจิต อย่างที่ผมรู้จากเรื่องขุนช้างขุนแผน แต่ท่านอธิบายไปว่า การสกดจิตในลักษณะที่ผู้ถูกสกดตกอยู่ใต้อำนาจผู้สกดโดยสิ้นเชิงและผู้สะกดจะสั่งให้ทำอะไรก็ได้นั้น เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แท้จริงการสะกดจิตก็คือการโน้มน้าวจิตใจให้คนเชื่อถือและปฏิบัติตามเรา นั่นเอง คำว่าโน้มน้าวจิตใจ ไม่เป็นที่สบใจผม ผมต้องการความหมายที่ตรงตามตัวอักษร คือสะกดจิตแปลว่าสะกดจิต (นั่นคือความรู้สึกของผมในชั่วโมงที่รับฟังเรื่องที่สนใจที่สุด ที่ฝังใจผมมาเนิ่นนาน) และแน่นอน ผมไม่ยอมรับหลวงวิเชียรแพทยาคม (อยู่ในใจ ไม่บอกใครหรอก) ผมจะให้เหมือนขุนแผนให้ได้ ฉะนั้น ต่อมาเมื่อผมได้พบหนังสือชื่อว่า กำลังใจ และชื่อ หลวงวิจิตรวาทการผู้แต่งเข้า ผมก็อ่านดู หลวงวิจิตรวาทการอธิบายเหตุการณ์ตอนพระพุทธองค์ปราบชฏิลทั้งสามพี่น้อง นั้นถูกใจผมมาก ท่านเริ่มต้นบรรยายตั้งแต่พระพุทธองค์เสด็จไปพักในปล่องพญานาค ที่พ่นไฟสังหารนักพรตที่เข้าไปลองดีมามากต่อมากแล้ว แต่พระพุทธองค์สามารถหยุดความดุร้ายของพญานาคพ่นไฟได้ ต่อรุ่งเช้าชฏิลผู้พี่ใหญ่คอยเงี่ยหูฟังอยู่ว่า องค์พระสมณโคดมจะรอดกลับออกมาจากปล่องพญานาคหรือไม่ ครั้นเห็นพุทธองค์ออกมา ก็นึกขยาดอยู่ในใจ นึกว่าพระสมณโคดม

 

ต้องมีอะไรดี ๆ กว่านักบวชองค์อื่นเป็นแน่ ถ้าไม่งั้นคงเอาตัวรอดออกมาจากปล่องพญานาคไม่ได้

 

ผมยอมรับหลวงวิจิตรวาทการในเรื่องที่เกี่ยวกับอำนาจทางจิต กรณีพระพุทธองค์ หลวงวิจิตรวาทการอธิบายว่าพุทธองค์ทรงฝึกจิตชั้นสูงมาจนบรรลุฌานสมาบัติ จึงสามารถทรมานพญานาคพ่นไฟได้ และผมเข้าใจว่า เรื่องราวของอภินิหารนั้นน่าจะมีอยู่จริงในทัศนะของหลวงวิจิตรวาทการ

 

และหลวงวิจิตรวาทการก็อธิบายเรื่องราวของอภินิหารทางจิตออกมาในหนังสือของท่าน ที่สำคัญก็คือ กำลังใจ กำลังความคิด มหัศจรรย์ทางจิต และมันสมอง

 

ซึ่งผมหามาและอ่านแล้วทำตามคำแนะนำในหนังสือนั้นอย่างเคร่งครัดเอาเป็นเอาตายใน ระหว่างที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

การฝึกฝนนั้นมี ๒ อย่าง คือฝึกฝนด้านกำลังความคิด กำลังใจ และฝึกฝนด้านกำลังกายประกอบกันไป

 

ผมอยากจะบอกว่า เมื่อผมมาอยู่กรุงเทพนั้น ผมมิใช่มาเรียนวิชาการในโรงเรียนหรือในมหาวิทยาลัยอย่างเดียวตามที่คนเห็น ๆ หรือเท่าที่พ่อแม่หรือพี่น้องของผมเข้าใจเท่านั้น หากแต่ผมเรียนวิชาถึงสามอย่างในขณะเดียวกัน คือ ๑ เรียนวรรณคดีต่อมาจากสมัยเมื่อเด็ก ๆชั้นประถมและมัธยม ๒. เรียนวิชาการตามหลักสูตรมหาวิทยาลัยที่ผมสังกัด และ ๓ เรียนและฝึกตนเองอย่างหนักทางจิตตามแนวหนังสือของหลวงวิจิตรวาทการ ซึ่งอย่างที่ ๑ และอย่างที่ ๓ นั้น ผมเรียนด้วยตนเอง อย่างที่ ๑ ผมมีห้องสมุด

 

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และหอสมุดแห่งชาติเป็นสถาบันหลัก มีหนังสือที่สะสมไว้เองที่บ้าน ที่นี่ผมก็อ่าน ๆ ๆ ๆ และอ่านต่อไป และยังมีอีกแห่งหนึ่งอันเป็นสนามฝึกจิตวิญญาณของผมที่สำคัญมากและมีความหมายอันยิ่งใหญ่สำหรับผมก็คือ โรงภาพยนต์เท็กซัส พรานบูรพ์ และบริเวณโรงภาพยนต์เท็กซัสขณะนั้น ซึ่งผมใช้ที่แห่งนี้อย่างเป็นเอกราชเฉพาะตัวผม ไม่มีใครอื่นมาร่วมด้วย อย่างที่ ๒ คือการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษา รวมทั้งชีวิตนักศึกษาในห้องเรียนมหาวิทยาลัยและกิจกรรมพิเศษ คือหนังสือพิมพ์มหาวิทยาลัย และยูงทอง รวมทั้งสถานีวิทยุ มธ. และอย่างที่ ๓ เป็นการศึกษาที่แทรกไปในทุก ๆ อย่างทุก ๆ ชีวิตประจำวันของผมในขณะนั้น นั่นก็คือระบบชีวิตประจำวันของผมได้ถูกบริหารถูกควบคุมโดยทฤษฎีแห่งชีวิต ทฤษฎีแห่งการฝึกฝนตนเองเพื่อบรรลุสู่ความมีกำลังใจและอำนาจจิตที่หลวงวิจิตรวาทการเขียนไว้ในหนังสือสี่เล่มดังกล่าว

 

ผมอยากจะบอกว่า เมื่อผมสำเร็จวิชาการทั้งสามอย่างนี้แล้ว(ผมคิดเอาเองว่าผมสำเร็จแล้ว) ผมจึงได้พบพระพุทธศาสนา(ก็เป็นจังหวะที่ผมได้มีโอกาสเรียนพระพุทธศาสนาอันเป็นวิชาชั้นสูงต่อไป) ครั้นเมื่อผมเริ่มต้นเรียนพระพุทธศาสนาชั้นสูงนั้น ผมก็มีวิธีการศึกษาเป็นพิเศษเฉพาะของผมเอง โดยไม่มีใครสอนผมดอกครับ เริ่มด้วยการเผาหนังสือธรรมะที่เคยอ่านเคยสะสมมาทิ้งหมด ไม่เหลือหลอแม้สักเล่มเดียว เพราะผมจะไม่อ่านหนังสือธรรมะอีกต่อไป โดยเฉพาะพระไตรปิฏก ต้องห้ามเด็ดขาด อ่านไม่ได้ แล้วเผาหนังสือตำราเรียนระดับปริญญาโท ตรีและทุก ๆ เล่มหนังสือทิ้งเสียเกลี้ยง เผาตำราทุกชนิด รวมทั้งตำราโหราศาสตร์ที่เคยศึกษามาอย่างมากมาย เผาหนังสือทุกชนิดไม่ว่าหนังสือใดใด รวมทั้งเผาบันทึกประจำวันจำนวนกว่า ๕๐ เล่ม ที่บันทึกลงสมุดลายไทย๑๐๐แผ่นมาแทบทุกวัน ๆ ตั้งแต่จบชั้นมัธยมปีที่ ๖ ตราบกระทั่งถึงเวลาดังกล่าวนั้นอันเป็นสมบัติที่ผมเคยหวงแหนอย่างยิ่ง ฉะนั้นผมจึงไปตัวเปล่าปราศจากหนังสือแม้แต่เล่มเดียว เพื่อศึกษาพระพุทธศาสนา ผมหาบ้านใหม่และได้บ้านที่ถูกใจหลังหนึ่ง เป็นบ้านเช่าครับ อยู่ในสวนฝั่งธนบุรี บางขุนเทียน ผมเก็บตัวอยู่ในบ้านสวนนั้น เป็นเวลา ๑๐ ปีเต็ม ๆ ในบ้านที่ว่างเปล่า เพื่อศึกษาพระพุทธศาสนา จากความว่างเปล่า

 

ครับ ถูกละ ในช่วงนั้นเป็นเหตุการณ์ที่ กลับตาลปัตรกัน จากการที่ผมเคยอ่านหนังสือมาอย่างมากมายตั้งแต่เริ่มผสมตัวอักษรไทยเป็นแต่เด็ก ๆ ชั้นประถม จนเเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย จากรสนิยมชอบหนังสือที่ดีมีคุณค่า และสะสมไว้อย่างมากมายจนบ้านกลายเป็นห้องสมุดส่วนตัว กลายมาเป็น นักเผาหนังสือ โดยนำเอาหนังสือทีมีสะสมอยู่ออกมาฉีกใส่ลงในเตาเผาไปทีละแผ่น ๆ เพื่อให้ไหม้เป็นเถ้าไม่มีเหลือหลอ จนกระทั่งเกลี้ยงไม่มีเหลือเลยสักเล่มเดียว หรือแม้กระดาษสักแผ่น จากคนที่เคยอ่านหนังสือเป็นคนที่จะต้องไม่อ่านหนังสือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หนังสือธรรมะชั้นสุดยอดพระคัมภีร์แห่งพระพุทธศาสนา พระไตรปิฏก ผมจะต้องไม่อ่าน อย่างเด็ดขาด

 

นั่นแหละวิธีการศึกษาพระพุทธศาสนาของผมตลอดเวลา ๑๐ ปีเต็ม ๆในสวนฝั่งกรุงธนบุรื นั่นเป็นช่วงเวลาระหว่างปีพุทธศักราช ๒๕๑๒-๒๕๒๒

 

ก่อนจะถึงปี พ.ศ. ๒๕๒๓ วันที่ ๓๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๒๓ อันเป็นคืนของวันที่ผมลุกขึ้นมานั่งกลางดึก และตั้งแต่คืนนั้น ผมก็ไม่ล้มตัวลงราบกับพื้นอีกเลย กลายเป็น “พระผู้มีปกติอยู่ด้วยอิริยาบถ ๓” ตลอดมาตราบเท่าทุกวันนี้

 

เรื่องในรายละเอียดระหว่างนี้คงจะยาว ผมจะค่อย ๆ เล่าไปเป็นตอน ๆว่าผมทำอะไรที่บริเวณเท็กซัส และหลวงวิจิตรวาวทการให้อะไรแก่ผมบ้างก่อนที่ผมจะเผาตำราของท่านทิ้งเสียเกลี้ยง ไม่เหลือแม้แต่เศษกระดาษ ฯ

 

 ผมเอง พยับ ปัญญาธโร ผู้เขียน

 

 

 

 

 

  •  จากดีเล่มที่ 7



ประวัติของผม 16 ตอน

ประวัติของผมตอนที่ 1 article
ประวัติของผมตอนที่ 2
ประวัติของผมตอนที่ 4
ประวัติของผมตอนที่ 5
ประวัติของผมตอนที่ 6 article
ประวัติของผมตอนที่ 7 article
ประวัติของผมตอนที่ 8 article
ประวัติของผมตอนที่ 9 article
ประวัติของผมตอนที่ 10 article
ประวัติของผมตอนที่ 11 article
ประวัติของผมตอนที่ 12 article
ประวัติของผมตอนที่ 13 article
ประวัติของผมตอนที่ 14 article
ประวัติของผมตอนที่ 15
ประวัติของผมตอนที่ 16



Copyright © 2010 All Rights Reserved.