ReadyPlanet.com
dot
dot dot
dot
พระพุทธเจ้า
dot
bulletบทศึกษาพิเศษ:พระพุทธเจ้า ศึกษาจากวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรนแปล เช้า- เย็น
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรแปล เช้า-เย็น อัพเดต
dot
พุทโธโลยี
dot
bulletสมาคมศิษย์หลวงปู่เครื่อง จัดประกวดเรียงความออนไลน์มัธยมศึกษาในวันวิสาขบูชา คลิกดูรายละเอียดและรางวัลที่นี่
dot
ชมรมยุวพุทโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
dot
bulletThe Beginning ความเป็นมาของโครงการชมรมยุวพุโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
bulletChart Showing the Process
dot
บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี พ.ศ.2540 - 2559
dot
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี 1
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 1
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 3
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 4
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 5
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 6
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 7
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 8
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 9
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 10
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 11
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 12
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 13
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 14
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 15
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 16
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 17
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 18
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 19
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 20
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 21
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 22
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 23
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 24
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 25
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 26
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 27
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 28
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 29
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 30
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 31
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 32
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 33
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 34
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 35
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 36
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 37
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 38
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 39
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 40
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 41
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 42
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 43
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 44
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 45
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 46
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 47
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 48
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 49
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 50
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 51
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 52
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 53
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 54
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 55
dot
To The World
dot
bulletENGLISH
bulletUSA
bulletChina
bulletIndia
bullet Mynmar
bullet Cambodia
bullet Loas
bulletSri Lanka
bulletMalaysia
bulletKorea
bulletA Sharp Turn of Believes : Iresearch Iwrite Iread
dot
Buddhism How? บันทึกของนักปฏิบัติธรรมผู้ถวายชีวิตพิศูจน์สัจธรรมพุทธให้รู้แจ้งเห็นจริงถึงระดับมรรคผลนิพพานแท้
dot
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 1
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 2
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 3
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 4
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 5
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 6
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 7
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 8
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 9
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 10
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 11
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 12
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 13
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 14
bulletMystery Report 15
bulletMystery Report 16
bulletMystery Report 17
bulletMystery Report 18
bulletMystery Report 19
bulletMystery Report 20
bulletMystery Report 21
bulletMystery Report 22
bulletMystery Report 23
bulletMystery Report 24
bulletMystery World Report 25
bulletศึกษาโลกลี้ลับ 26
dot
เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว วิเคราะห์ทุกปัญหาในโลกมนุษย์ด้วยสติปัญญาและเหตุผลวิทยาศาสตร์จากนสพ.ดี
dot
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2536
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2537
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2538
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2539
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2540
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2541
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2542
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2543-2545
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2545-2549
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2549-2550
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2550-ส.ค.2551
bulletเฝ้าดูฯ ส.ค.-ก.ย.2551
bulletเฝ้าดูฯ ก.ย.2551- ธ.ค. 2551
dot
เฝ้าดูฯสำนวนพัชรา กอปรทศธรรม
dot
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 16-27
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 29
bulletบทความใหม่ เม.ย.-พ.ค.2552
bulletพุทธธรรมเพื่อทางดับทุกข์
bulletทฤษฎีการดับทุกข์ทางจิต วิปัสสนากรรมฐานโดยการทำงาน(สำนวนปรับปรุงใหม่)
bulletประวัติพัชรา กอปรทศธรรม
bulletประวัติการต่อสู้เพื่อการดับทุกข์ ของพัชรา กอปรทศธรรม
bulletอัลบั้มรูป history
bulletนิทานธรรมะประยุกต์ มานุสสาสุระสงคราม 4 ภาค และอื่น ๆ
bulletอัลบั้มรูป ภาพในอดีตและชีวประวัติศาสตร์ที่สวยงาม
bulletจากเวบบอร์ด พูดกันไม่รู้เรื่อง ประชาธิปไตยล้าหลัง
bulletศาสนาสากล การวิเคราะห์ความหมาย
bulletปลอบใจ
dot
รวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์ แนวปฏิรูปคณะสงฆ์อยู่ในบทวิเคราะห์นี้แล้ว
dot
bulletรวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
สากลจักรวาล สากลศาสนา แนวคิดศาสนาสำหรับคนยุคใหม่ ผู้ก้าวผิดทางไปสู่สิ่งไร้สาระโดยไม่รู้ตัว
dot
bulletสากล...ศาสนา 1
bulletสากล...ศาสนา 2
bulletสากล...ศาสนา 3
bulletสากล...ศาสนา 4
bulletสากล...ศาสนา 5
bulletสากล...ศาสนา 6
bulletสากล...ศาสนา 7
bulletสากล...ศาสนา 9
bulletสากล...ศาสนา 8
bulletสากล...ศาสนา 10
bulletสากล...ศาสนา 11
bulletสากล...ศาสนา 12
bulletสากล...ศาสนา 13
bulletสากล...ศาสนา 14
bulletสากล...ศาสนา 16
dot
ส่วนข้อมูลสำคัญเพื่อการวิจัยการเมืองไทยยุค คมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
dot
bulletข้อมูลสำคัญยุคคมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่1/26ส.ค.2551
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่2/27ส.ค.2551
bulletใบปลิว อีเมล์ ในหลวงทรงร้องไห้
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 1
bulletในหลวงเพิ่งทราบข่าวฆ่าประชาชน10เมย.53ทรงร้องไห้
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
รวมข่าวม็อบการเมืองสนธิ-จำลอง-ปชป.มิ.ย.51-เม.ย.52 นสพ.
dot
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 2
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 3
bulletรวมข่าวม็อบ30มิ.ย.51-23มี.ค.52
bulletเลือดศรีสะเกษบันทึกเรื่องราวรอบด้านเกี่ยวกับเขาพระวิหาร
dot
การโฆษณาชวนเชื่อล้มรัฐบาลทักษิณ
dot
bulletรายงานการโฆษณาชวนเชื่อในประเทศไทยที่ล้มล้างรัฐบาลทักษิณ
dot
หนังสือพิมพ์ดี ของฟรีให้เปล่ามา20ปีแล้วทั้งเอกสารและอินเทอเนท
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต ) เล่ม 1 - 44 - ล่าสุด
bulletหน้าที่เก็บไว้
bulletมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร)
bulletวัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ บันทึกเหตุการณ์
bulletสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษแห่งที่ 1
bulletเกี่ยวกับเวบไซต์ของเรา เราทำเพื่อปัญญาชนโดยแท้
bulletรวมกระทู้เด็ดจากกระดานถามตอบ
bulletคาถาอาคมไสยศาสตร์
bulletกวีนิพนธ์ใหม่
bulletศูนย์ปฏิญญาณละเลิกอบายมุข บัญชีที่1-3


ประวัติของผมตอนที่ 1 article

 

 

 

 

 

 ประวัติของผมพระพยับ ปญฺญาธโร

พระผู้มีปกติอยู่ด้วยอิริยาบถ ๓

 

 

 

 

 

           

 

 

 

 

 

ขณะผมเป็นเด็กอ่อน เพิ่งยืนเป็น ยังเดินไม่ได้ ยังไม่รู้จักสวมใส่เสื้อผ้า วันนั้นที่จดจำรำลึกภาพได้ชัดเจนตา ขณะเพื่อนเด็ก ๆ พากันเล่นดินฝุ่นแห้ง ๆ เพลินกันอยู่โดยรอบนั้น ผมนั่งนิ่งอยู่คนเดียวบนแป้นหูกทอผ้า ที่ซึ่งเขาเอาผมไปวางไว้ตรงนั้น หันไปทางทิศตะวันตก ผมเฝ้ามองดูดวงอาทิตย์สีแดงก่ำที่ค่อยลอยคล้อยต่ำลงไปทุกที ๆ ดู มันสงบสงัด แดดก็ค่อยอ่อนลงไป แสงสว่างเจิดจ้าที่ค่อย ๆ มัวคล้ำ จนที่สุดตะวัน แตะขอบฟ้าปริ่ม ๆ ขอบโลก จนกระทั่งหายลับไปทั้งดวง มืดสลัวราง คนจูงวัวควาย มาเข้าคอก วันนั้นได้ฝากอารมณ์ชนิดหนึ่งไว้ในจิตใจผมอย่างล้ำลึก คืออารมณ์แห่งการจากพราก แห่งความเปลี่ยวเดียวดายและว้าเหว่ ที่ไม่เคยลืมเลือนไปจากใจผมตราบ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ต่อมา และนั่นแหละที่ผมมารู้ทีหลังว่า ความรู้สึกแห่งไตรลักษณะแห่งโลกทั้งหลาย คือทุกขํ อนิจจํ และ อนตฺตา แต่เป็นเพียงกระแสอันอ่อน ที่ก่อกำเนิดขึ้นในวันนั้น แล้วซ่อนเร้นในจิตใจผมตลอดมา และซึ่งผมได้เฝ้ามองดูและสังเกตศึกษามาโดยตลอดและได้เห็นความเจริญของกระแสอันนี้ทวีขึ้นไปเรื่อย ๆ ท่านก็คงจะอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า นี่แสดงว่า เรียนธรรมะมาตั้งแต่เกิดละซี

 

ผมเกือบได้รู้จักความตาย ในวัยใกล้ ๆ กันนั้น พ่อผมรื้อบ้านเก่าจะสร้างบ้านใหม่ จึงมาอยู่บ้านหลังสูงชั่วคราว ตอนเช้าแม่ผม(เป็นครู)จะไปโรงเรียน ลงกะไดไปแล้ว ผมร้องไห้เดินตามมาเตาะแตะเตาะแตะ พอถึงกะไดก็รู้สึกวูบไม่รู้สึกตัวเลยว่าเกิดอะไรขึ้น จนเมื่อผมโตขึ้นมาแล้ว เขาเล่าให้ฟังว่า ผมเดินมาที่หัวกะได ใครต่อใครต่างเอะอะกันใหญ่ กลัวทำหัวทิ่มลงมาข้างล่าง น้าชายผมไวทันการณ์ ฉวยหวดนึ่งข้าวใกล้มือผลุงไปรับผมไว้ได้ทัน ผมตกกะไดมาลงก้นหวดพอดี จึงรอดจากคอหักตายเสียแต่คราวนั้น ต่อมาผมก็เป็นตาแดงจนแทบบอด พ่อไปหายาสมุนไพรมาหยอดจนหาย วันหนึ่งพ่อจับนกมาได้ ท่านใช้ตองบานดักเอา หรือไม่ก็แอบจับเอาจากพุ่มยอดต้นมะละกอในเวลากลางคืนที่นกมาหลับอยู่ วันหนึ่ง ท่านผูกเชือกที่ขานกมาให้ผมแต่เช้า ผมอุ้มนกเดินเตาะแตะไปที่ระเบียงหลังบ้าน ทันใดนกมันก็บินปร๋อหลุดมือผมไป ผมเห็นมันลากเชือกยาวติดขามันไปด้วย ทำให้สงสารมันมาก ผมคิดในใจว่า ใครจะปลดเชือกให้มัน เราควรจะปลดเชือกให้มันก่อนจึงค่อยปล่อยมันไป แต่เราก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะมันดิ้นหลุดไปเสียก่อน เมื่อผมโตขึ้นอีกหน่อยแต่ยังไม่เข้าโรงเรียน พ่อมักบ่นว่าผมอยู่บ้านเปล่า ๆ ไม่ทำอะไร ต่อไปจะต้องมอบหมายงานประจำวันให้ ให้ไปตัดเอาต้นกล้วยในสวนที่สุดลูกแล้วมาหั่นเลี้ยงหมูบ้าง ให้ปัดกวาดคอกหมูบ้าง วันหนึ่ง ท่านให้ผมลับมีด ท่านทำตัวอย่างให้ดู บอกว่าให้วางมีดลงกับหินอย่างนี้ ให้ได้ประมาณ 35 องศา สั่งแล้วท่านก็ไปโรงเรียน แต่ตลอดเวลาเช้าผมไปเที่ยว ยังไม่ได้ทำ จนบ่ายจึงมาลับมีด ทำอย่างที่พ่อบอกทุกอย่าง ผมทำตามท่านไปอย่างไร ๆ มีดก็ไม่คมสักที ผมก็ร้อนใจ เพราะจวนเวลาโรงเรียนจะเลิกอยู่แล้ว และผมกลัวพ่อมาก ท่านเป็นคนไม่ประนีประนอมสำหรับผม พอดีมีเด็กลูกศิษย์วัดที่ผมยังนึกภาพได้จนขณะนี้ เขาเป็นเด็กที่ไม่ค่อยเอาถ่านใคร ๆ ก็รู้ เดินผ่านมาถามว่าทำอะไรอยู่ตั้งนมนานแล้วไม่เห็นไปไหนสักที เราก็บอกว่าลับมีด เขามามองดูแล้วว่า ไหนจะทำให้เอง แล้วเขาก็ลับมีดให้ผม เขากรีดมีดไปกับหินไม่กี่ทีเลยมีดก็คม ผมรู้สึกขอบใจเขามาก แต่ต่อมาผมรู้ว่าผิดจุดประสงค์ที่พ่อผมสอน และผมก็รู้ว่า ที่ผมทำตามที่พ่อสอนนั้นแหละถูกต้องที่สุด ส่วนเด็กศิษย์วัดนั้น มันไม่มีนิสัย มันทำอย่างมักง่ายเหลือเกินเพราะไม่นานมีดก็ทื่ออีก ผมนึกถึงเรื่องลับมีดทีไร นึกถึงเด็กวัดคนนั้น ก็อดหัวเราะมิได้ เมื่อคิดว่าผมแทบเลื่อมใสเขาเลยทีเดียว ที่เขาสามารถลับมีดให้คมได้ในพริบตา ขณะที่ผมทำอยู่ตั้งครึ่งค่อนวัน มีดก็ยังทื่ออยู่เหมือนเดิม (ท่านนึกเหตุผลออกหรือไม่?) พ่อมักพาผมไปทำสวนเวลาเย็น ๆ พ่อผมเป็นคนละเอียดจริง ๆ แม้ถอนหญ้าก็สั่ง ก็กำชับว่ามืออีกข้างเอาไว้ทำไม ไร้ประโยชน์ แล้วท่านก็บอกให้ทำทั้งสองมืออย่างที่ท่านทำ ท่านว่าถอนหญ้าต้องถอนทั้งราก ค่อย ๆ ดึงหน่วงขึ้น อย่าให้รากหญ้าขาดคา มันจึงจะตาย ขณะนั้นผมเป็นเพียงเด็กเล็ก ๆ เท่านั้นเอง ผมเหน็ดเหนื่อยมาก เพราะพ่อผมพาทำงานอะไรก็แล้วแต่มักจะเร็วเร่งรีบแข่งกับเวลา แม่ผมกับพ่อผมพอกันในเรื่องความขยันขันแข็ง และผมซึ่งเป็นเด็กก็พลอยเร่งรีบไปด้วย จึงเหนื่อย แต่ก็ไม่ออกปากออกมาว่า ผมเหนื่อยจัง และไม่กล้าหยุดพัก พ่อยังไม่หยุดผมก็ทนไปไม่กล้าหยุดเหมือนกัน ในภายหลังผมก็ได้นิสัยอันนี้ คือทำอะไรกับใครโดยเฉพาะผู้ใหญ่พาทำ ถ้าท่านไม่หยุด ผมก็ไม่หยุดเลยทีเดียว ผมได้เป็นไปตามธรรมชาติเช่นนี้ จึงได้ฝึกสร้างจิตใจผมอย่าง มากมาย

 

ผมได้เรียนรู้การต่อสู้กับตัวเอง และได้รู้ศิลปะแห่งการต่อสู้ชนิดนี้โดยธรรมชาติมาตั้งแต่เป็นเด็กนักเรียนชั้นประถมแล้ว วันหนึ่ง จวนเข้าฤดูฝน ท้องทุ่งนาชุ่มหมาด ผมได้ท่องเที่ยวไปคนเดียว จนจวนถึงลำห้วย มีต้นมะตูมสูงชะลูดต้นหนึ่งกลางทุ่งนา ผลมันสุกเหลืองอร่าม เห็นอยู่เพียงผลเดียวที่ปลายยอด ผมชอบปีนต้นไม้ ไม่เคย กลัวต้นไม้สูงเลย จึงปีนขึ้นไป ขาปีนขึ้นก็ไม่รู้สึกยากลำบาก เพราะมีมะตูมล่อใจอยู่ เบื้องบน ประกอบกับนิสัยจะเอาให้ได้ ค่อยแหวกแขนงที่เต็มไปด้วยหนามไปทีละคืบ รู้สึกตกใจเมื่อเห็นรังมดแดง แต่ตัวไม่ชุกนัก ก็พยายามที่จะไม่ทำอันตรายมัน ๆ อยากกัดก็ให้มันกัด จนถึงผลมะตูม มันอยู่สูงมาก เหลียวไปทางไหนก็เห็นทั่วไป หมด เห็นหลังคาบ้านผมเองอยู่ลิบ ๆ ผมได้มะตูม แต่ลงมาไม่ได้ เพราะเหมือนอยู่ในพงหนาม ยิ่งไปกว่านั้น มดแดงก็เริ่มแตกรังออกมาทะยานเข้ากัดตามเนื้อตามตัวหัวหูผมอย่างกริ้วโกรธ ผมนึกรู้และเตรียมไว้ในใจอยู่ก่อนแล้ว ผมได้ฝึกการเอาชนะใจตนเองที่ต้นมะตูมนี้ ไม่มีผู้ใดผ่านมาเห็นผมเลย ผมติดอยู่ตั้งแต่ตะวันเที่ยงหลังเพลตูม ๆ ไปจนแดดอ่อนบ่าย ๆ จึงลงสู่พื้นดินได้ มะตูมได้สอนผมให้รู้เหตุผลแห่งการเอาตัวรอด และผมได้มองเห็นเหตุและผลเช่นนั้นจริง ๆ จึงต้องอดทนให้ได้ ใจเย็นให้ได้ ให้อภัย(พวกมดแดง)ให้ได้ ค่อยแก้ไขไป กำหนดใจได้เช่นนี้แล้ว จึงค่อย ๆ ถอนลง ผ่านลงไปทีละกิ่ง จนถึงพื้นดินโดยสวัสดิภาพ ผมจำมาจนบัดนี้ว่าคุณสมบัติอะไรทำให้ผมรอดตายจากเหตุการณ์คราวนั้น และต่อมา เพิ่มพูนกำลังทางจิตทางปัญญาให้แข็งแกร่งขึ้นไปอีก ฯ

 

ปีต่อมา พ่อผมซื้อนาใหม่ อยู่ไกล ต้องข้ามหมู่บ้านไปสองหมู่บ้าน เขาลือกันว่าผีก็ดุ มีงูตัวใหญ่ ๆ เล่นน้ำตูมตาม ๆ ในเวลากลางคืน แต่มีลำห้วยมีปลาชุกชุมมาก วันหนึ่งพ่อผมจึงชวนลูกน้อง ที่เป็นครูในโรงเรียน(พ่อผมเป็นครูใหญ่)สามสี่คนไปตกเบ็ดที่นานั้น พากันแบกเบ็ด ข้อง พร้อมกระป๋องเหยื่อเดินเท้าไป พ่อพาผมไปด้วย ในระหว่างทางมีทั้งสิ่งเพลิดเพลินและน่ากลัว มีตอนหนึ่งต้องข้ามห้วย น้ำล้นตลิ่ง ไม่มีสะพานข้าม มีแต่ขอนไม้พาดสองฝั่งห้วย บางส่วนปริ่ม ๆ น้ำ บางส่วนก็จมน้ำลงไป กระแสน้ำเชี่ยวกราก และเสียงสนั่นหวั่นไหวไปหมด ผมกลัวมากเมื่อเห็นว่าจะต้องเดินข้ามขอนไม้นั้นไป ขาผมเป็นเหน็บไปหมดเมื่อพ่อผมออกคำสั่งว่ามา ยื่นมือมา แต่ผมก็ไม่รู้จะพุดอะไรเหมือนเดิม ค่อย ๆ สืบเท้าไปตามขอนไม้ มือของพ่อที่แข็งแรงและอบอุ่นนั้น ให้ความมั่นใจแก่ผม ในที่สุดก็ไปถึงนา ฝั่งห้วยเดียวกันนั่นเอง พอขุดได้ไส้เดือน ที่จะใช้เป็นเหยื่อปักเบ็ดไม่นาน ก็เริ่มมืด มีไฟฉายของพ่อผมส่องทางไป ผมจำได้แต่ว่ามืดมากจนผมเดินตามผู้ใหญ่ไปอย่างกระหืดกระหอบ เพราะความกลัว แต่แล้ว พอวางเบ็ดไปได้ไม่เท่าไรฝนก็ตกลงมาห่าใหญ่ มีทั้งฝนลมและฟ้าคะนองเกลื่อนกลุ้มคุ้มมัวไปหมด บริเวณลำห้วยน่ากลัวมาก มีสุมทุมพุ่มไม้ขึ้นริมฝั่งโดยตลอด น้ำก็ล้นหลามตลิ่ง ไหลท่วมเข้าไปในท้องนา พวกเราล่าถอยเข้าไปในเถียงนา แต่หลังคาก็รั่ว ฝนตกหนัก ไม่รู้หยุดหย่อนเลย ซ้ำหนาวอย่างร้ายกาจ จนกระทั่งผู้ใหญ่เองก็บ่น แขนขาปากคอสั่นกันพับ ๆ ผมหนาวมาก หนาวจนคิดว่าจวนขาดใจตายแล้ว แต่ผมก็ไม่ได้ร้องหรือบ่นเลย (ผมเป็นคนที่ไม่พูดมาตั้งแต่เด็ก ๆ เหมือนคนเป็นใบ้ พูดก็น้อยมาก) พากันหากิ่งไม้แห้งมาสุมก่อไฟ ก็ก่อไม่ติด เพราะฝนสาดกระเซ็นจนภายในกระท่อมเปียกไปหมด ได้แต่พากันนั่งตัวสั่นรอฝนหยุด ไม่มีใครเอาใจใส่ผมเลย โดยเฉ พาะพ่อผม ไม่เคยแสดงความเอ็นดูผมเลยสักครั้งตลอดเวลาที่ผมเป็นเด็ก แต่นั่นแหละได้สร้างนิสัยนักต่อสู้ และการพึ่งพาตนเองให้แก่ผมอย่างดีที่สุด คืนนั้นเราทนอยู่จนกระทั่งห้าทุ่มแล้วฝนก็ยังคงโหมกระหน่ำ พอใครคนหนึ่งพูดขึ้นว่ากลับบ้านเถิด ผมหัวใจพองโตขึ้นมาทันที แล้วก็พากันเดินฝ่าฝนไปอย่างรีบเร่ง และผมเองก็ต้องซอยเท้าเร็วขึ้นเป็นเดินแกมวิ่งไปตลอดทาง เมื่อไปถึงลำห้วยขาด พ่อเอาผมขึ้นคอ พาข้ามห้วย กว่าจะถึงบ้านก็ปาเข้าไปร่วมตีหนึ่ง มันทำให้ผมได้จิตใจอันฉกาจยิ่งขึ้นมาตั้งแต่เด็ก ๆ เคล็ดลับนั้นอยู่ที่ผมไม่รู้จักพูด ไม่รู้จักบ่น ไม่รู้จักอ้อนวอนนั่นเอง ทุกสิ่งทุกอย่างจึงเสริมสร้างเข้าไปที่จิตใจหมด แต่ดูจากภายนอกไม่รู้

 

ในวัยเดียวกันนั้นแหละ ปีนั้นเป็นฤดูหนาว พอเย็นพ่อผมจะพาผมไปลำห้วย ไปใส่ลอบกุ้ง ตอนเย็นมืดค่ำ อากาศที่ชนบทหนาวเหลือเกิน แต่ผมก็ต้องลงไปแช่น้ำกับพ่อ เพื่อใส่ลอบกุ้ง แต่ผมก็ไม่เคยออกปากว่าหนาวเลย เช้าวันหนึ่ง ขณะนั้น หมอกลงเป็นสาย ๆ เห็นขาวโพลนไปหมด มันจับกันเป็นหยด ๆ ที่ยอดหญ้า ทำให้รู้สึกเย็นเฉียบในจิตใจ พ่อพาผมข้ามฟากห้วยไปไกล เพื่อไปที่นาของเพื่อนพ่อคนหนึ่ง ไปดูสระน้ำของเขา เพราะเขาเลี้ยงปลาไว้มาก สระน้ำนั้นกว้างใหญ่และน้ำใส เต็มขอบสระ มีดอกบัวแดงบานไสวไปทั้งสระ ดอกบัวบานเปิดดวงตาและดวงใจของผม ผมยังจำภาพสระน้ำนั้นได้จนกระทั่งบัดนี้ เพราะผมได้เพ่งมองดูดอกบัวบานที่ลอยอยู่เหนือน้ำดอกหนึ่ง สักครู่หนึ่งลมเย็นก็วิ่งขึ้นจับขั้วหัวใจผม เพราะเป็นฤดูหนาว ผมจำความเย็นอันนั้นได้มาจนกระทั่งบัดนี้ ผมมารู้ทีหลังว่า ที่ผมทำนั้นคืออาการของการเพ่งกสิณน้ำ หรือ อาโปกกสิณนั่นเอง มันให้ผลสำเร็จที่ใจแท้ ๆ แต่ในขณะนั้น ผมหาได้นึกรู้ว่าเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับศาสนาแต่อย่างไรไม่ หากแต่ความลุ่มเย็นนี้ มักมาสู่ผมเสมอ ๆ ทำให้จิตใจว้าเหว่ มีคราวหนึ่ง แม่ได้พาผมไปเยี่ยมญาติที่หมู่บ้านใกล้เคียง พาข้ามทุ่งนาไป น้ำใสในท้องนานั้นให้ความประทับใจผมมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว นั่นหมายความว่า ผมได้สะสมอะไรไว้ในภาคจิตอย่างค่อนข้างมากและเฉียบคมมาแต่เป็นเด็กอ่อนแล้ว ในระยะนี้แหละที่ผมได้ฟังนิทานก่อนนอนจากแม่ และที่สุดก็เลยติด ต้องอ้อนให้แม่เล่านิทานให้ฟังก่อนนอนทุกคืน ๆ แม่เล่าเรื่องคุณธรรมโบราณ ๆ เช่นเรื่องแมลงป่องที่พากันยกขบวนมาช่วยเจ้าหญิง เล่าเรื่องอำมะหิต ที่ในที่สุดก็สู้คนดีไม่ได้ เป็นต้น เป็นการเสริมสร้างภาคจิตวิญญาณผม ให้ลุ่มลึกดื่มด่ำไปในคุณงามความดี ผมได้เป็นหนี้ชีวิตพ่อและแม่ ที่ราวกับโชคชะตาบัญญัติมา ให้มีภาระหน้าที่ในการสร้างตัวผม ให้ได้เป็นอย่างที่ผมเป็น ให้ได้มีอย่างที่ผมมี ให้ได้ทำอย่างที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้

 

เมื่อผมอ่านหนังสือออก พ่อก็เขียนสุภาษิตลงไว้ที่บานประตูห้องครัว 3แถว แถวที่หนึ่งว่า "อวดกล้าคนขลาด อวดฉลาดคนโง่ อวดโก้คนจน มีเงินหน้าสด หมดเงินหน้าจ๋อย" แถวที่สอง "ผ้าขี้ริ้วห่อทอง" และแถวที่สามว่า "ช้างเผือกห่อนเกิดในเมืองฉันใด นักปราชญ์ย่อมเกิดในแผ่นดินทุรกันดารฉันนั้น" บทที่ 1 ทำให้ผมได้รู้จักความละอายเอามาก ๆ เมื่อนึกไปว่าหากเป็นเช่นนั้นจริง ๆ คือเป็นคนประเภทที่โง่บริสุทธิ์แล้ว ยังเที่ยวคุยโอ้อวดไปทั่วนั้น แม้เพียงนึก ๆ ดู ก็เป็นสิ่งที่ผมรู้สึกละอายใจ เอามาก ๆ จนแทบไม่กล้าคิด หิริโอตตัปปธรรม จึงมาสู่ผมโดยประการฉะนี้

 

เมื่อผมจวนจบชั้นประถม 4 พ่อกับเพื่อนครูต่างปรึกษากัน พ่อผมพูดดัง ๆ แกล้งให้ผมได้ยินว่า จะส่งผมไปอยู่กับมหาเสน วัดพระโต (ก็คือหลวงพ่อพระเทพวรมุนี เสน ปัญญาวชิโร ของผมนี่แหละ) ผมก็นึกถึงเรื่องศิษย์วัด และมีบางสิ่งบางอย่างที่ให้ต้องตรองและตรึกเอามาก ๆ จนกระทั่งเช้าวันหนึ่งในวงอาหาร พ่อตำหนิผมว่า ผมกินอาหารช้า ให้ฝึกกินไวไว เวลาไปเป็นศิษย์วัดจะได้กินทันเขา คำพูดนี้ทำให้ผมกระเทือนใจ เพราะผมไม่เคยนึกรู้ว่าในวัดจะมีการแย่งกันกินอย่างนั้น ผมจึงตัดสินใจในทันทีว่า หากต้องไปแย่งกันกินอย่างนั้นแล้ว ขออย่าได้เป้นศิษย์วัดเลย (เป็นสิ่งที่น่าเกลียดในทัศนะของผม) ความอธิษฐานของผมจึงสำเร็จ ฯ

 

เมื่อผมเข้ามาเรียนหนังสือชั้นมัธยมต่อในเมือง เป็นนักเรียนทุนหลวงเสียด้วย คราวนี้ผมเป็นวัยรุ่นแล้ว กำลังเรียนอยู่ ม.3 เมื่อถึงวันหยุดก็กลับไปบ้านนอก พ่อผมมีปืนคาบศิลาอยู่ 3 กระบอก และยังมีปืนสั้น colt 11 มม. ตราม้ากึ่งอัตโนมัติอีกหนึ่ง กระบอก คราวนั้นท่านเอาออกมาเตรียมไว้เพราะได้ข่าวว่าไอ้เสือจะมาปล้นบ้านพ่อผม เขาเล่าลือกันทั่วไป ผมเองก็เหลาหน้าไม้ไว้อันหนึ่ง ว่าจะใช้ยิงโจรเหมือนกัน แต่ไม่มีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น ผมจึงได้โอกาสถือปืนแก๊ปออกไปหัดยิง แล้ววันหนึ่ง ผมก็ไปพบนกกระยางขาวตัวหนึ่ง ปลายทุ่งด้านตะวันออก ตัวมันใหญ่ ขาว ขายาว บินสูง จับอยู่ที่ยอดมะม่วงป่า ใจผมเต้นตึก ๆ เพราะไม่เคยเห็นนกตัวใหญ่ จึงย่องเข้าไปใต้ต้นไม้ นกมันเห็นผมมันจึงเหลือบมองผมนิดหนึ่งแล้วก็เหินออกจากยอดไม้ไปตามลำห้วย ผมแบกปืนวิ่งตามไปทันทีด้วยความเร็วเต็มฝีเท้า ไปทันมันหย่อนขาลงบนยอดหว้า ผมประทับปืน เหนี่ยวไก แต่แล้วนกมันราวจะรู้ เหลือบมองผมแล้วเหินบนไปอีก คราวนี้มันบินข้ามลำห้วยไป ผมวิ่งโค้งไปทางสะพานข้ามห้วยไล่ตามมันไป มันบินสูงลิบเลย ผมวิ่งพยายามจะเข้าไปใต้มันแต่ก็อยู่ไกลกันมาก และผมวิ่งฝ่าไปในพงหญ้าบ้าง หนามบ้าง ตอฟางข้าวบ้าง ตกหลุมบนคันนาบ้าง ลื่นไถลไปบ้าง กำลังจะท้อแท้ก็พอดีนกมันวกกลับมาทางตะวันตกข้ามห้วยกลับไปอีกทีหนึ่ง แล้วไปจับอยู่ยอดหมู่ยางริมสระด้านหลังหมู่บ้าน ผมวิ่งตรงเข้าไป คราวนี้ไม่ไปใกล้ กะจะยิงมันในมุม 45 องศา ถูกหรือผิดก็ช่างขอให้ได้ยิง แต่ราวกับมันรู้แผนในใจ มันเหลือบมามอง แล้วเหินฟ้าขึ้นไปอีก มันบินอย่างสม่ำเสมอมาก ผมใช้สายตาตรวจมองไปข้างหน้า เห็นแนวถนนและทุ่งโล่งฟากตะวันตก คราวนั้นผมเกิดทิฏฐิขึ้นมาในจิตใจว่า นกมันเป็นเพียงสัตว์เดียรัจฉาน ข้าเป็นมนุษย์จะตามมันไปจนถึงที่สุด ด้วยประการนี้ ผมจึงวิ่งตามนกกระยาง ขณะที่สุดท้องทุ่งตะวันออกแล้ว ข้ามถนนหลวงเข้าสู่ท้องทุ่งตะวันตก เล่นเอาเถิดกับนกกระยางขาวตนนั้นอยู่เป็นเวลานานนับชั่วโมง แต่แล้วผมก็มาถึงมุมอับ เมื่อนกกระยางขาวเหินฟ้าสูงไปลิบลิ่ว ไปทางดงใหญ่ชื่อว่าดอนแม่แก้ว ไม่มีท่าทีว่าจะลงเหยียบยอดไม้อีก ดูราวกับมันนึกสนุกกับผมเย้ยว่า ผมน่ะยังไม่รู้จักมันเสียแล้ว จะตามมันผู้มีปีกแข็งแรงอาจเหยียบเมฆได้อย่างไร น่าหัวเราะ ! แล้วมันก็แสดงเดชอำนาจการบินอันสง่างามของมันให้ผมดู โดยบินขึ้นฟ้าสูงลิบเทียมเมฆ ปีกยาวของมันกระพือขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอ มันบินไปสู่ฟ้าตะวันตก ไปตัวเดียวลิบลับ อย่างไม่มีใครรู้เป้าหมายของมัน ไม่เหลียวหลัง หรือมีท่าทีว่าจะลงจับยอดไม้อีกเลย ผมวิ่งมาหยุดยืนทั้งที่หอบตัวโยน เพิ่งรู้ว่าพยายามกระทำสิ่งที่สุดวิสัย มันล้อเราเล่นต่างหาก เฉลียวคิดได้อย่างนั้น ก็โบกมือให้มัน และเอ่ยปากว่า โชคดีเพื่อนรัก ข้าขออภัยด้วย มองดูมันบินไปจนลับตาไปในฝั่งฟ้า คราวนี้นกกระยางขาวได้มาปลุกจิตใจชนิดหนึ่งให้พลุ่งโพลงขึ้นมาใน ใจผม นั่นคือ จิตใจที่ใฝ่ชัยชนะ ขณะนั้นมีเพลงอยู่เพลงหนึ่งที่ฮิตมากในบ้านเมือง ผม คือเพลง ผู้แพ้ (ระกำดวงใจกระไรหนอบาป ของ รัก รักพงษ์) และผมชอบมากจนร้องได้บ้าง (ปกติจะอายไม่กล้าร้องเพลง มักนึกว่าอะไรผิดศีล) แต่นกกระยางขาว ตัวนั้นได้เปลี่ยนจิตใจผมไปหมดสิ้น ผมจะไม่ร้องเพลงผู้แพ้อีกต่อไป แต่จะต้องร้อง เพลง ผู้ชนะ เช่น ผู้ชนะสิบทิศ และผมก็ได้เป็นไปอย่างนั้น เพราะตลอดชีวิต คำว่า แพ้ ไม่มี (เว้นแต่เพื่อยุทธวิธี) ผมจึงเป็นคนที่เกิดมาพร้อมด้วยความรู้สึกตัวว่ามี ความจำเป็นต้องเป็นผู้ชนะ ๆ ๆ ให้ได้ ต้องปิดประตูแพ้เสียโดยสิ้นเชิง (มันอยู่ในจิต ใจลึก ๆ ของผม ๆ ไม่เคยบอกใครหรอกว่าผมมีความรู้สึกชนิดนี้อยู่ตลอดเวลา นับแต่เวลานั้น) ผมจึงได้มีการตระเตรียมจิตใจชนิดนี้ไว้แล้วตั้งแต่วัยเด็กขนาดนั้น และพัฒนาการเรื่อยมา จนกระทั่งต่อมา ผ่านมาในเส้นทางชีวิตของผู้ที่จะต้องไม่มีคำว่าแพ้ และ แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็นำผมไป พบสงครามอันยิ่งใหญ่ ที่เหมาะกับคนอย่างผมเหมาะแก่คนมีกำลังอย่างผม เหมาะแก่พื้นฐานอย่างผมที่ได้ตระเตรียมเอาไว้แล้ว เพราะจะทำอะไร ๆ อย่างที่คนอื่น ๆ ผู้ที่ประสบความสำเร็จใดใดในโลก ก็ดูเป็นของเล็กน้อยไป หมดสำหรับผมขณะนั้น ไม่พอสนุกสนาน ไม่พอคุ้มเวลาแห่งชีวิต และไม่พอที่จะมี ใจเข้าต่อสู้อย่างเอาจริงเอาจัง อย่างคนทั่วไปเขากระทำกันอยู่ แต่บัดนั้นผมได้พบ ได้พอใจที่จะทำ นั่นก็คือ เข้าสู่สงครามใหญ่ ที่ไร้ตัวตน ในโลกแห่งจิตวิญญาณ อัน เป็นสงครามที่มีข้าศึกคือกิเลสอันมหาศาล เยี่ยงพระเจ้าอโศกมหาราช แห่งชมพูทวีป ได้มารู้จักว่า ยิ่งใหญ่กว่าสงครามร้อยพันครั้งที่พระองค์เคยสู้รบมาก่อน นี่แหละ เหมาะสำหรับผม ผมบอกตัวเองอย่างนี้ และเมื่อคิดว่าจะต้องเริ่มทำสงคราม หรือมี การต่อสู้เกิดขึ้น ความรู้สึกชนิดนี้ก็จะโผล่ออกมา นั่นก็คือ จำเป็นจะต้องชนะ แพ้ไม่ ได้ การรบ ฝ่ายข้าศึกจะต้องราบลงดั่งหน้ากลองเพล

 

นี่คือสงครามที่ผมต่อสู้ด้วยจิตใจ ที่ถูกปลุกขึ้นด้วยนกกระยางขาวตัวนั้นแหละ

 

ครับ ใน ธรรมา-ธรรมะสงคราม (สงครามล้างผลาญกิเลส) ผมจะต้องปิดประตูแพ้ให้

         สนิท จะต้องมีเพียงคำเดียว คือ "ชนะ".

 

 

  •   จากดีเล่มที่ 5



ประวัติของผม 16 ตอน

ประวัติของผมตอนที่ 2
ประวัติของผมตอนที่ 3
ประวัติของผมตอนที่ 4
ประวัติของผมตอนที่ 5
ประวัติของผมตอนที่ 6
ประวัติของผมตอนที่ 7
ประวัติของผมตอนที่ 8
ประวัติของผมตอนที่ 9
ประวัติของผมตอนที่ 10 article
ประวัติของผมตอนที่ 11 article
ประวัติของผมตอนที่ 12
ประวัติของผมตอนที่ 13
ประวัติของผมตอนที่ 14
ประวัติของผมตอนที่ 15
ประวัติของผมตอนที่ 16



Copyright © 2010 All Rights Reserved.