ReadyPlanet.com
dot
dot dot
bulletBUDDHISM TO THE NEW WORLD ERA
dot
พระพุทธเจ้า
dot
bulletบทศึกษาพิเศษ:พระพุทธเจ้า ศึกษาจากวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรนแปล เช้า- เย็น
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรแปล เช้า-เย็น อัพเดต
dot
พุทโธโลยี
dot
bulletสมาคมศิษย์หลวงปู่เครื่อง จัดประกวดเรียงความออนไลน์มัธยมศึกษาในวันวิสาขบูชา คลิกดูรายละเอียดและรางวัลที่นี่
dot
ชมรมยุวพุทโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
dot
bulletThe Beginning ความเป็นมาของโครงการชมรมยุวพุโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
bulletChart Showing the Process
dot
บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี พ.ศ.2540 - 2559
dot
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี 1
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 1
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 3
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 4
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 5
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 6
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 7
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 8
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 9
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 10
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 11
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 12
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 13
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 14
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 15
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 16
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 17
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 18
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 19
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 20
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 21
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 22
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 23
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 24
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 25
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 26
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 27
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 28
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 29
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 30
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 31
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 32
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 33
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 34
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 35
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 36
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 37
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 38
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 39
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 40
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 41
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 42
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 43
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 44
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 45
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 46
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 47
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 48
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 49
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 50
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 51
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 52
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 53
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 54
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 55
bulletหนังสือพิมพ์ดีเล่มที่ 56
bulletหนังสือพิมพ์ดีเล่มที 57
bulletหนังสือพิมพ์ดีเล่มที 58
bulletหนังสือพิมพ์ดีเล่มที 59
dot
To The World
dot
bulletENGLISH
bulletUSA
bulletChina
bulletIndia
bullet Mynmar
bullet Cambodia
bullet Loas
bulletSri Lanka
bulletMalaysia
bulletKorea
bulletA Sharp Turn of Believes : Iresearch Iwrite Iread
dot
Buddhism How? บันทึกของนักปฏิบัติธรรมผู้ถวายชีวิตพิศูจน์สัจธรรมพุทธให้รู้แจ้งเห็นจริงถึงระดับมรรคผลนิพพานแท้
dot
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 1
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 2
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 3
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 4
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 5
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 6
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 7
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 8
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 9
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 10
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 11
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 12
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 13
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 14
bulletMystery Report 15
bulletMystery Report 16
bulletMystery Report 17
bulletMystery Report 18
bulletMystery Report 19
bulletMystery Report 20
bulletMystery Report 21
bulletMystery Report 22
bulletMystery Report 23
bulletMystery Report 24
bulletMystery World Report 25
bulletศึกษาโลกลี้ลับ 26
dot
เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว วิเคราะห์ทุกปัญหาในโลกมนุษย์ด้วยสติปัญญาและเหตุผลวิทยาศาสตร์จากนสพ.ดี
dot
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2536
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2537
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2538
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2539
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2540
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2541
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2542
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2543-2545
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2545-2549
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2549-2550
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2550-ส.ค.2551
bulletเฝ้าดูฯ ส.ค.-ก.ย.2551
bulletเฝ้าดูฯ ก.ย.2551- ธ.ค. 2551
dot
เฝ้าดูฯสำนวนพัชรา กอปรทศธรรม
dot
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 16-27
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 29
bulletบทความใหม่ เม.ย.-พ.ค.2552
bulletพุทธธรรมเพื่อทางดับทุกข์
bulletทฤษฎีการดับทุกข์ทางจิต วิปัสสนากรรมฐานโดยการทำงาน(สำนวนปรับปรุงใหม่)
bulletประวัติพัชรา กอปรทศธรรม
bulletประวัติการต่อสู้เพื่อการดับทุกข์ ของพัชรา กอปรทศธรรม
bulletอัลบั้มรูป history
bulletนิทานธรรมะประยุกต์ มานุสสาสุระสงคราม 4 ภาค และอื่น ๆ
bulletอัลบั้มรูป ภาพในอดีตและชีวประวัติศาสตร์ที่สวยงาม
bulletจากเวบบอร์ด พูดกันไม่รู้เรื่อง ประชาธิปไตยล้าหลัง
bulletศาสนาสากล การวิเคราะห์ความหมาย
bulletปลอบใจ
dot
รวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์ แนวปฏิรูปคณะสงฆ์อยู่ในบทวิเคราะห์นี้แล้ว
dot
bulletรวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
สากลจักรวาล สากลศาสนา แนวคิดศาสนาสำหรับคนยุคใหม่ ผู้ก้าวผิดทางไปสู่สิ่งไร้สาระโดยไม่รู้ตัว
dot
bulletสากล...ศาสนา 1
bulletสากล...ศาสนา 2
bulletสากล...ศาสนา 3
bulletสากล...ศาสนา 4
bulletสากล...ศาสนา 5
bulletสากล...ศาสนา 6
bulletสากล...ศาสนา 7
bulletสากล...ศาสนา 9
bulletสากล...ศาสนา 8
bulletสากล...ศาสนา 10
bulletสากล...ศาสนา 11
bulletสากล...ศาสนา 12
bulletสากล...ศาสนา 13
bulletสากล...ศาสนา 14
bulletสากล...ศาสนา 16
dot
ส่วนข้อมูลสำคัญเพื่อการวิจัยการเมืองไทยยุค คมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
dot
bulletข้อมูลสำคัญยุคคมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่1/26ส.ค.2551
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่2/27ส.ค.2551
bulletใบปลิว อีเมล์ ในหลวงทรงร้องไห้
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 1
bulletในหลวงเพิ่งทราบข่าวฆ่าประชาชน10เมย.53ทรงร้องไห้
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
รวมข่าวม็อบการเมืองสนธิ-จำลอง-ปชป.มิ.ย.51-เม.ย.52 นสพ.
dot
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 2
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 3
bulletรวมข่าวม็อบ30มิ.ย.51-23มี.ค.52
bulletเลือดศรีสะเกษบันทึกเรื่องราวรอบด้านเกี่ยวกับเขาพระวิหาร
dot
การโฆษณาชวนเชื่อล้มรัฐบาลทักษิณ
dot
bulletรายงานการโฆษณาชวนเชื่อในประเทศไทยที่ล้มล้างรัฐบาลทักษิณ
dot
หนังสือพิมพ์ดี ของฟรีให้เปล่ามา20ปีแล้วทั้งเอกสารและอินเทอเนท
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต ) เล่ม 1 - 44 - ล่าสุด
bulletหน้าที่เก็บไว้
bulletมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร)
bulletวัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ บันทึกเหตุการณ์
bulletสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษแห่งที่ 1
bulletเกี่ยวกับเวบไซต์ของเรา เราทำเพื่อปัญญาชนโดยแท้
bulletรวมกระทู้เด็ดจากกระดานถามตอบ
bulletคาถาอาคมไสยศาสตร์
bulletกวีนิพนธ์ใหม่
bulletศูนย์ปฏิญญาณละเลิกอบายมุข บัญชีที่ 1- 4


คนเมืองหิว

 เมืองคนหิว

โดย จักร สุธาธรรม

                  

                   เช้าวันนั้น มีญาติโยมออกไปจังหันที่วัดมากเป็นพิเศษ จนกระทั่งศาลาที่วัดแน่นไปหมด เจ้าอาวาสเป็นหลวงตา รูปร่างอ้วนใหญ่ แต่เสียงกลับตรงกันข้าม คือเสียงเล็กเหมือนเสียงหญิง พระลูกวันที่นั่งฉันอยู่ขณะนั้น ไม่นับสามเณร ทั้งหลวงพี่ หลวงพ่อ หลวงน้า หลวงอา สุดแต่จะเรียก ก็ 12 รูปเห็นจะได้ ที่แสดงว่าวัดแห่งนี้              มีศาสนทายาท ที่ศรัทธาสืบพระศาสนามั่นคงพอสมควร แม้ว่าแท้จริงเป็นเพราะขึ้นอยู่กับหมู่บ้าน ทั้งที่มีขนาดใหญ่และเล็กรอบๆ บริเวณวัดอีกถึง 5 หมู่บ้าน รวมแล้ว จัดเป็นบริเวณที่ประชากรหนาแน่นแห่งหนึ่งในท้องถิ่นนั้น ทำให้การอุปถัมภ์วัดอบอุ่นเสมอมา

                   “บนกระดานน่ะชัดหรือยังหลวงตา ?

                   ในที่สุด ก็มีตัวแทนญาติโยมเอ่ยเรื่องที่น่าสนใจที่สุดขึ้นมา ทำให้สโมสรทั้งนั้นหันความสนใจมาที่หลวงตา กับเจ้าของเสียง ผู้พนมมืออยู่อย่างสวยงาม ผู้มีใบหน้าราบเรียบแสดงความซื่อสัตย์อย่างสนิทใจ ตาก็เป็นประกายแจ่มใสดุจดั่งว่าไรเดียงสา แสดงออซึ่งความมั่นน้อมในความศรัทธาอันแน่วแน่ในพระไตรรัตน์ มั่นในบุญกุศลที่ตนได้สะสมสร้าง ด้วยการเข้าวัด ส่งจังหันถวายเพล รวมทั้งการรับใช้ต่างๆ ในวัดวาอาราม พระศาสนา โยที่ตั้งความหวังไว้ว่า เพื่อบุญกุลที่ตอนได้อุตส่าห์สมสร้างมาด้วยวิธีการอันซื่อสัตย์ต่างๆนั้น จักได้ดลบันดาลให้ประสบผลสำเร็จดั่งใจที่ปรารถนา หวังโชคให้ได้โค หวังลาภเป็นทรัพย์สินเงินทอง ก็ขอให้ได้อย่างนั้น กระทั่งชัยชนะในโรคภัยไข้เจ็บต่างๆด้วยอำนาจบุญ

                   และที่เชื่อมั่นกันอย่างมากๆ ก็คือบุญย่อมมีส่วนดลบันดาลให้ถูกเลข หวย เบอร์ หรือลอตเตอรี่ ร่ำรวยกันได้ง่ายๆ โดยที่เป็นเพียงความเชื่อลมๆแล้งๆและอย่างโง่เขลาจริงๆที่ไม่ราบเอาเสียเลยว่าอะไรคือบุญกุศลที่แท้จริง ทำไปไปทำไมกันเล่า ? แท้ๆ ในขณะนั้น ก็มิได้มีความศรัทธาที่แตกต่างกันไปอย่างใด ใครเล่าจะเคยถามตัวเองบ้างว่า นับถือศาสนาไปเพื่ออะไร ? อะไรเป็นเหตุแห่งความนับถือบูชาในพระพุทธศาสนา สำหรับชนเหล่านี้ ? ถ้ามิใช้บูชาโชค และเลข หวย เบอร์ หรือลอตเตอรี่ อย่างที่พวกเขาพากันพนมมือขอเอาจากหลวงตาเจ้าอาวาสอยู่ในช่วงนั้น

                   เป็นเวลาเสร็จภัตตกิจ หลวงตาเจ้าอาวสาขยับไม้จิ้มฟัน ชนิดที่ทำจากไม้ข่อยก้านวาวเคี้ยวเอื้องด้วยติดนิสัย ได้ยินคำถามแล้ว ยังคงเฉยไม่มีอาการว่าจะตอบสะท้อนกลับออกไปอย่างไร คล้ายดั่งไม่เต็มใจที่จักได้ยินได้ฟังคำถามเช่นนี้ แต่แล้วเสียงก็ลอดไรฟันออกมา มิวายสงวนท่าที

                   “ไม่แน่ใจถึง 100 เปอร์เซ็นต์โยม คราวนี้แย่ ไม่รับประกัน ฝันก็ไม่ฝัน นิมิตก็ไม่ปรากฏ ทำสมาธิก็ได้ไม่เป็นที่พอใจ อย่าเล่นกันให้มาก เอาพอแก้ขัด จะโชคดีโชคเสียมันเป็นเรื่องบุญกุศลของแต่ละคนที่สร้างไว้ไม่เหมือนกัน คนที่เขาสร้างมามาก ก็โชคดี บทจะได้ก็มาง่ายอย่างนั้น ส่วนพวกที่ไม่เคยสร้างสมมา ซื้อเท่าไรมันก็ไม่ถูก ขอให้คิดอย่างนี้เถอะ คราวนี้อย่าให้พูดอะไรมากเลย”

                   “หลวงตาบบอกไม่มั่นใจถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ อาแค่หกสิบเปอร์เซ็นต์ก็พอใจแล้วหลวงตา”

                   “มันก็คงได้หรอกหกสิบเปอร์เซ็นต์นั่น ก็บนนั่นแหละเลือกเอาเถอะ อย่าให้ข้าต้องชี้ให้ว่าตัวไหน ก็บอกแล้ว มันแค่ 60 %

                   หลวงตาพยายามรักษาเหลี่ยม ความจริงหลวงตารูปนี้ ตกที่นั่งข้างลำบาก เพราะท่านไม่มีความรู้ความสามารถแต่อย่างใด ไม่ว่าด้านปริยัติ หรือด้านปฏิบัติในพระศาสนานี้ อย่าไปพูดถึงด้านปฏิเวธเลย เป็นพระภิกษุต่อภายแก่ และเป็นธรรมดาวัดที่บ้านนอกชนบท มักจะขาดแคลนประภิกษุสงฆ์ บวชแล้วอยู่ๆไปได้หลายพรรษาเข้า ก็ได้เป็นเจ้าอาวาสเอง ก็เท่านั้น โดยที่ชาวบ้านร้านถิ่นก็ไม่มีความรู้ผู้สึกว่า การเป็นเจ้าอาวาสจะเกี่ยวกับความเจริญทั้งบ้านและวัดวาอาราม พระศาสนาอย่างไร พระภิกษุรูปใดรูปหนึ่งที่สามารถเข้าสนิทเล่นหัวกับชาวบ้านได้ ประจบสกุลเก่ง ไม่ถือเนื้อถือตัวและที่สำคัญเช้าใจแนะช่องทางที่มาของรายได้ที่สามารถจะทำให้ร่ำรวยได้อย่างรวดเร็วแม้จะเพียงชี้แนะและผลงานก็เพียงผิดๆถูกๆ ก็เป็นอันว่าพอความแก่ความยกย่องนับถือ ให้เป็นเจ้าการรักษาวัดวาอาราม เป็นผู้นำชาวบ้านได้ หลวงตาเองก็ใช่จักไม่รู้ความนัยอันสำคัญประการหลังนี้ เพราะวิปัสสนากรรมฐาน หรือเข้าณานทำสมาธิ ที่ชาวบ้านมักออกชื่อย่างเลื่อมใสศรัทธานั้น ก็ตาม แกก็พยายามทางอื่น อาจารย์ดังๆที่ไหนใบ้ไว้อย่างไรบ้าง หนังสือพิมพ์ลงเลขอะไร นักโหราศาสตร์หรือหมอดูทำนายดาวพระเคราะห์ดวงไหนทับดวงไหน ทำมุมเป็นอะไรแก่กันและกันบ้าง ดวงไหนแรง ดวงไหนอ่อน แก่รวบรวมมาเตรียมไว้เสียก่อนวันหวยจะออกทุกครั้ง แกเองก็มิใช่ไร้ความคิด ก็อุตส่าห์สร้าง คิดประดิษฐ์สูตรสำเร็จของตัวขึ้นมาเหมือนกัน แล้วใช้ลิ้นให้เป็นประโยชน์ ช่วยให้อะไรดูศักดิ์สิทธิ์น่าเลื่อมใสขึ้น

                   “ทำบุญทำทานกันมาไม่เคยขาด น่าจะได้อานิสงส์กันมั่งนะหลวงตานะ ถูกละ มันก็โชคดีมั่งโชคร้ายมั่งแล้วแต่บุญ บุญนำกรรมแต่ง ถึงอย่างไรก็ขอให้ได้ร่ำรวยกับเขามั่ง”

                   “แต่ข้าเองอยากจะบอกตรงๆ ว่าข้าไม่อยากจะโปรดเรื่องเช่นนี้อีก ข้ารู้สึกเป็นบาปในใจ ไม่อยากให้ญาติโยมเสียเงินเสียทองสิ้นเนื้อประดาตัว ทางราชการเขาทั้งฝ่ายบ้านเมืองคณะสงฆ์ก็เก่งเล็ง หาว่านำประชาชนเล่นการพนันหลงใหลอายมุข แต่ข้าเองก็รู้อุปการคุณ ขอขอบใจ อนุโมทนา ที่ได้กันแล้วก็ไม่ลืม ยังมาได้ช่วยกันสร้างโบสถ์วิหาร ข้าเองก็แก่แล้ว สิ้นปีนี้ถ้าโบสถ์แล้วเสร็จ ก็คงจะได้ขอสัญญาบัตรกับเขาบ้าง เท่านี้ก็พอใจแล้ว พอได้ปลื้ม มีความสุขกะเขาบ้าง เพราะข้าเองก็เหน็ดเหนื่อยมาตลอดเวลา ไม่เคยได้หยุดพักผ่อนมาตั้งแต่บวช”

                   “ก็ให้รวยงวดนี้เสียเลยซิหลวงตา ” เสียงสอดแทรกขึ้น โดยปราศจากเหตุผล กึ่งเข้ากี่งหยอกประสาคนคุ้นเคยกัน และรู้กัน

                   แต่แล้วก็มีอีกเสียงซ้อนขึ้นมา

                   “ข้าได้ยินว่ามีพระธุดงค์มาอยู่ดอนป่าช้านี้ไม่ใช่หรือหลวงตา ?

                   “อย่าไปยุ่งกับท่านนะ” หลวงตารีบตัดบท “ท่านบอกไม่ให้ใครไปยุ่งกับท่านในเรื่องนี้ ท่านมาปฏิบัติเฉพาะกิจของท่าน ต้องประสงค์สันโดษ ไม่ต้องเข้าไป จะถวายข้าวปลาอาหารก็ไม่ต้อง เพราะท่านเตรียมของท่านมาเพียงพอ ท่านไม่ได้รู้เรื่องหวยเบอร์นี้หรอก”

                   “ได้ข่าวว่าท่านเคร่งจริงๆ ไม่ฉันข้าว ฉันแต่กล้วยอบน้ำผึ้งอย่างเดียว แล้วมีแต่นั่งภาวนาไปทั้งวันทั้งคืน”บางคนที่รู้เรื่องก็ถือโอกาสประกาศข่าวออกไป เลยทำให้เกิดตื่นกันไปอีก

                   “ท่านมาจากไหนล่ะ ?” เสียงอีกคนถามขึ้น

                   “ท่านเป็นพระผู้ใหญ่มาจากจังหวัดแน่ะ เบื่อชีวิตในเมือง ก็เลยออกมาปักกลดในป่าช้านี่ อยากจะคุยกับท่านต้องคุยเรื่องธรรมะ อย่าไปถามหวยเบอร์กบท่าน ท่านไม่ชอบ หาว่าชักชวนประชาชนให้หลงผิด”

                   “แหม ท่านจะไม่โปรดพวกเราหน่อยหรือ ?” อย่าเสียดายโอกาส “ข้าก็ได้ข่าวท่านเหมือนกัน ตั้งใจจะถามหลวงตาพอดี ท่านมาตั้ง 8-9 วันแล้วไม่ใช่หรือ เห็นว่าท่านปักกลดอยู่กลางๆ ป่า ตรงบริเวณกองฟอนรอบๆ ป่านี้มันกว้างใหญ่ เปลี่ยวแห่งผู้คน ห่างวัดไปหลายร้อยเมตร กลางคืนยิ่งวังเวงน่ากลัวใหญ่ เลยไม่มีใครทราบว่ามีพระธุดงค์มา ว่าที่จริงอยู่อย่างท่านก็อัศจรรย์ใจนะ”

                   “นั่นแหละพุทธคุณธรรมคุณสังฆคุณละโยม” หลวงตาอีกรูป ที่นั่งถัดไปเอ่ยปากขึ้นแทน “ถ้าพระไม่มีอะไรดีก็อยู่ป่าช้าไม่ได้หรอก อาตมภาพเองอยู่วัดนี้มาหลายพรรษา ยังไม่กล้าเข้าไปคนเดียวเวลากลางคืนดึกๆเลย”

                   “ท่านก็คงจะศักดิ์สิทธิ์พอดูละ ถ้าอย่างนั้นพวกเราเข้าไปกราบนมัสการท่านหน่อยไม่ดีหรือ ?

                   “แต่เรื่องหวยเบอร์นี่ ท่านสั่งไว้ พวกโยอย่าได้ถามถึงเลย”

                   มีเสียงแซร่สนั่นขึ้นที่นั่นบ้างที่นี่บ้าง ชุมนุมพุทธบริษัทเริ่มรวนเรไม่อยู่ในระเบียบ พวกข้างหลังพากันลุกขึ้นพึบพับ ปรึกษาหารือกันพลางเดินออกไปข้างนอก ยืนจับกลุ่มแต่ก็ไม่อาจตัดสินใจ คอยสังเกตการณ์อยู่ว่าส่วนมากจะว่าอย่างไร ดูเหมือนต่างคนต่างเริ่มรู้สึกว่า ถึงคราวจะรวยกันแล้วเพราะมิฉะนั้นคงไม่บังเอิญให้มีพระธุดงค์มาปักกลดในช่วงกลางเดือนเช่นนี้

                   “สองงวดสามงวดที่แล้ว ข้าจะสิ้นเนื้อประดาตัวอยู่แล้ว รำๆ จะขายที่ขายทางสักผืนอยู่ ยังตัดใจไม่ได้ จังหวะนี้พอดีมีพระอาจารย์ธุดงค์มาปักกลด คงจะเป็นวาสนาของข้าบ้างละ พวกเราจะปล่อยให้นาทีทองผ่านไปเสียเฉยๆ ได้อย่างไร ข้ารู้ ถึงท่านจะพูดไปอย่างในทางที่ตัดรอน แต่ใจท่านคงไม่ไร้เมตตา ข้าเชื่อถึงท่านไม่บอกตรงๆ ก็ต้องบอกใบ้ สักค่ำๆ ข้าจะเข้าไปกราบนมัสการท่าน ใครจะไปกะข้าก็ไป”

                   ก่อนจะถึงค่ำคืนวันนั้น มีรถเก๋งคันใหญ่ แล่นช้า เข้ามาในบริเวณวัด จอดใต้ต้นก้ามปูใหญ่ ชาวบ้านเห็นก็พอจะรู้ว่า เจ้าของรถคันนั้น จะต้องเป็นระดับคนสำคัญทีเดียว แต่คนสำคัญผู้มากับรถคันนั้นมิได้ขึ้นไปบนกุฎีเจ้าอาวาส หากเดินเลยเข้าไปในเขตป่าช้า ขณะนั้นเป็นเวลาบ่ายโมงเศษๆไปแล้ว

                   “พระคุณเจ้าสบายดีหรือ ?

                   นั่นเป็นประโยคแรกที่ฆราวาสผู้มาเยือน ภายหลังถวายบูชาด้วยพุ่มมือ พร้อมกับสตรีหนึ่งและบุรุษหนึ่ง สตรีเป็นภริยา ส่วนบุรุษกลางคนนั้นน่าจะเป็นลูกชายมากกว่าจะเป็นโชเฟอร์หรือคนขับประจำตำแหน่ง

                   “อาตมภาพปลีกสังคมเมือง ไปแสวงที่โมกขธรรมปรากฏ เป็นครั้งเป็นคราวไปเป็นประจำเป็นปกติเช่นนี้เอง เป็นของธรรมดา นานๆ ก็ปลีกไปนอนป่าช้าที”

                   “อยู่ป่าช้านี่ ไม่กลัวหรือขอรับ ?

                   “อะไรๆ ก็อยู่ที่ใจเราเอง ทำใจได้ ล้างใจให้สะอาดหมดจดได้ ก็ไม่มีอะไรจะต้องกลัวอีกแล้ว”

                   “สาธุ พระคุณเจ้า” พร้อมกับจรดนิ้วกับหน้าผากอย่างเคารพศรัทธาจริงๆ

                   “โยมคงจะต้องแบกภาระที่น่าเหน็ดเหนื่อยและน่าหน่ายอย่างไม่รู้วันสิ้นสุดต่อไป ?

                   “จริงพระคุณเจ้า น่าเหน็ดเหนื่อยและน่าหน่าย อย่างไม่รู้ที่สิ้นสุดจริงๆ คำนี้พระคุณเจ้ากล่าวได้ตรงใจกระผมเผงเลย”

                   “อาตมภาพได้เคยรับสนองนโยบายของจังหวัดตั้งแต่ปีที่แล้ว เห็นอยู่ชัดเจนว่าเป็นงานที่หนัก น่าเหน็ดเหนื่อยและน่าหน่าย” อย่างคลับคล้ายกับตัวท่านเอง ก็ได้เคยสัมผัสมาแล้วเช่นกัน จังหวัดๆนี้เป็นจังหวัดที่ 6 แล้ว อย่าหาว่ากระผมดูแคลนหรือะไรๆ เลย เพราะเป็นเรื่องของข้อเท็จจริง หากกระผมจะเรียนพระคุณท่านตรงๆ ว่า ไม่เคยเห็นสภาพทางการปกครอง การบริหาร และสังคมที่ไหนเหมือนที่นี่มาก่อน

                   “สภาพชนพื้นเมือง ล้วนเป็นชาวนาที่ยาจนกับแทบทั้งหมด โยม ธุรกิจการค้าก็คับแคบ ไม่ถึงระดับที่เรียกได้ว่าเจริญ เมืองนี้เป็นเมืองคนยาก เป็นเมืองที่เตรียมเพื่อการพัฒนาอยู่ มิใช่ เมืองเศรษฐี มิใช่เมืองนักปราชญ์ เป็นเมืองที่ไม่มีชื่อเสียงโด่งดังทางด้านใดด้านหนึ่งเลย”

                   “ข้อนั้นพอทำเนาหรอกพระคุณเจ้า” เสียงนั้นแผ่วอย่างเกรงใจอยู่ในที

                   “ความยากจน ความมั่งมีนั้นเป็นเรื่องธรรมดาของทุกหนทุกแห่ง แต่กระผมว่าสิ่งที่น่าระอาน่าหน่าย และทั้งน่าสงสารเหลือเกินนี่ก็คือ สิ่งที่จะเรียกว่า ความโง่เขลาก็คงจะเรียกได้ ซึ่งวิเคราะห์ว่า มีลักษณะที่เป็นไปโดยไร้เหตุผลอย่างสิ้นเชิง กระผมยังหาคำตอบให้แทนพวกเขาไม่ได้ว่าพวกเขามีเหตุผลกันอย่างไร ในการที่อยู่ๆ ก็มีความหวังขึ้นมาว่า คนจนๆ ซึ่งก็ดำรงสกุลคนยากคนจนมาไม่รู้กี่ชั่วโคตรแล้ว จะร่ำรวยเป็นเศรษฐีขึ้นภายในวันสองวัน”

                   “ก็จริงอย่างโยมว่า กล่าวอย่างรวมๆ ก็หมายความว่าเป็นกลุ่มสังคมใหญ่ที่มีการวินิจฉัยปัญหาชีวิต ปัญหาสังคม ไปโดยปราศจากเหตุผล กลายเป็นกลุ่มสังคมที่อยู่กันโดยปราศจากเหตุผล ก็เป็นสถานะแห่งการครองชีพที่ต่ำ น่าอนาถใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะยากแก่การสอน เพราะระดับสติปัญญาความนึกคิดใฝ่ลงทางต่ำ ยากจักช่วยยกหรือลาดึง เพราะเหตุนี้ อาตมภาพจึงกล่าวว่าน่าหนักใจแทนโยม”

                   “เป็นพระคุณแก่ตัวกระผมพระคุณท่าน แต่พระคุณท่านเอง ซึ่งก็มีหน้าที่โดยตรงในการเทศนาหลักพระธรรมคำสั่งสอน ให้แสงสว่างแด่ประชาชนนี่สิ น่าจะหนักกว่ากระผมไปอีก”

                   “อนุโมทนา ที่เป็นห่วงหนักใจในส่วนของอาตมภาพ พรหมวิหารพระนักปฏิบัติไม่เคยทิ้งโยม หาก 3 ประการแรกช่วยไปแล้ว ไม่ได้ผลอะไร ประการที่ 4 ก็อาจช่วยพระเองให้พ้นทุกข์ได้นะโยมนะ”

                   “ประการที่ 4 อุเบกขาหรือพระคุณท่าน”

                   “ถูกแล้ว อุเบกขา”

                   “คือวางเฉยเสีย เมื่อช่วยไม่ได้หรือขอรับ ?

                   “คือวางเฉยทางอารมณ์ ไม่วางภาระการงานที่รับผิดชอบอยู่ ยังคงปฏิบัติงานนั้นต่อไป แต่ด้วยอารมณ์ที่ว่างๆเป็นอารมณ์ที่กลางๆ ไม่ยินดียินร้าย ถือเรื่องกรรม กรรมของใครของมัน”

                   “ตามพุทธภาษิต กมฺมุนา วตฺตตี โลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม เราทำดีไว้ ช่วยเขาคนอื่นเท่าที่เราอาจช่วยได้แล้วไม่ได้ผล ช่วยให้เขาพ้นทุกข์ พ้นปัญหาไปไม่ได้ เราก็ไม่จำเป็นต้องไปรับทุกข์เขา เราดีแล้วได้ผลแล้ว เราเสวยสุขของเรา พุทธองค์ตรัสว่า ผู้ไดหว่าน ผู้นั้นย่อมเก็บเกี่ยว ผลกรรมเกิดเพราะเราทำไว้เอง ดีแล้ว มิใช่อยู่ที่ผู้อื่น”

                   “สาธุ พระคุณเจ้า”

                   “สังคมในชนบท เป็นไปตามเหตุปัจจัยหลายอย่าง เห็นได้ไม่ยากเลย”

                   “ขอรับ อย่างเรื่องการพนันนี่ ที่หลงงมงายกันทั้งเมือง จกลายเป็นสังคมที่ไร้เหตุผลกันไปหมดทั้งเมืองนี่ กระผมว่าจะไปโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ไม่ถูก อย่าหาว่ากระผมจ้วงจาบหยาบช้าอะไรเลยขอรับ หากอยากถวายข้อเท็จจริงเพื่อท่านทราบไว้ พระภิกษุสงฆ์องค์เจ้านี่แหละขอรับดูจะเป็นผู้นำพาประชาชนเล่นหวยเบอร์กันเสียด้วยซ้ำ อันที่จริงพระคุณเจ้าก็คงจะซึ้งในข้อเท็จจริงนี้ดีกว่ากระผมเสียอีก คิดดูแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้ น่าจะมีความละอายใจ แต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะพระสังฆาธิการระดับสูง ก็มิได้รู้สึกว่าการพนัน อบายมุขเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ให้โทษแก่สังคมอย่างไร ความรับผิดชอบต่อสังคมไม่เพียงพอ คล้ายดั่งขาดวุฒิภาวะ ขาดความเมตตา ซึ่งไม่น่าจะเปรียบกับฝ่ายฆราวาส ซึ่งถึงอย่างไรก็ยังคงเป็นฆราวาส ฉะนั้นก็เลยลุ่มหลงกันไปทุกระดับ หาสถาบันใดเป็นตัวอย่างไม่ได้ ถูกละ กระผมไม่ปฏิเสธเลยว่าเพราะความยากจน จึงต้องดิ้นรนกันไป แต่ทำไมจึงต้องดิ้นรนไปแบบนี้ ถ้าเราไปเป็นพุทธบริษัทกันจริงแท้ ก็น่าจะยั้งคิดกันหน่อย ว่าพระพุทธองค์ไม่ได้ทรงสอนอย่างนั้น แต่ความจริงกระผมเชื่อว่าพระพุทธองค์มิได้ทรงสอนให้เสี่ยงหาเลี้ยงชีพด้วยอบายมุข ในพุทธประวัติมิเคยปรากฏเลยว่าพุทธองค์ทรงบอกเลขหวยเบอร์แก่ใคร ?

                   “ไม่มีใครคิดอย่างนั้น โยม ไม่มีใครคิดสงสัยเลยว่าพุทธองค์เคยทรงโปรดเช่นนั้น”

                   “นั่นน่ะซีขอรับ พุทธองค์ทรงตรัสแต่ว่า เลขหวยเบอร์ การพนัน เป็นสาเหตุแห่งความฉิบหายต่างหาก ไม่ใช่ร่ำรวย แต่ฉิบหาย”

                   “ด้วยเหตุนี้ สถานะทางเศรษฐกิจของที่นี่จึงตกต่ำมากที่สุด การบริหารโยมพึงถือพรหมวิหารธรรมไปให้ตลอดเถิด เมตตา กรุณา มุทิตา และหากต้องผิดหวัง ก็ขอได้ใช้ธรรมข้อ อุเบกขา ให้ถูกต้อง”

                   “สาธุพระคุณเจ้า”

                   จบมือรับพระธรรมเทศนาสั้นๆ นั้นแล้ว เจ้าเมืองตงฉินก็เอื้อมไปจับแขนชายหนุ่มที่นั่งข้างๆ

                   “กระผมนำลูกชายมากราบนมัสการพระคุณเจ้าด้วย จบปริญญาโททางรัฐประศาสนศาตร์จากมหาวิทยาลัยฟลอริดา อเมริกา จะเป็นนายอำเภอ เพิ่งเสร็จอบรมจากโรงเรียนนายอำเภอขอรับ”

                   “จำเริญเถิด พ่อเจ้าประคุณ” พระให้พร

                   “กระผมอยากให้ลูกได้ฟังพระธรรมคำสอนจากพระคุณเจ้า ว่าสำหรับผู้ที่จะเป็นหัวหน้า จะต้องปกครองคนเป็นใหญ่เป็นโตต่อไปข้างหน้าแล้ว ธรรมะข้อใดที่พึงจะนำไปปฏิบัติ จึงจะถูกกับกาละสมัยและประสบความเจริญก้าวหน้าในการงานตลอดไป ขอรับ?

                   “พ่อเจ้าประคุณเอ๋ย เป็นคนใหญ่คนโตนี่ มันก็ต้องมีธรรมะประจำใจ หากมิฉะนั้นก็ไม่อาจจะบริหารงานให้ก้าวหน้าไปได้ ธรรมะของพระพุทธเจ้าล้วนแต่ทันสมัย ไม่กำหนดกาลเวลาเมื่อใดจะเลิกใช้ ใช้ได้ทุกเวลา พ่อจะเป็นนายอำเภอ นี่ ก่อนอื่นต้องมารู้จักธรรมะที่ว่าด้วย อัตตา ตัวตน กันเสียก่อน วิเคราะห์อัตตา ตัวตนกันให้ได้เสียก่อน”

                   “อัตตา ตัวตน” ชายหนุ่มทวนคำ

                   “จะทำอะไร กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม จะคิดก็ดี จะทำก็ดี จะพูดก็ดี จงระวัง อัตตา ตัวตน”

                   “ระวังอัตตา ตัวตน”

                   “ถูกแล้ว ระวังตัวนี้ อัตตา ตัวตน ระวังอย่าให้มันเกิดขึ้น อย่าให้มันมาเกี่ยวข้อง ในขณะที่เราคิด เราทำ เราพูดอยู่ เพราะมันตัวร้ายสำหรับ ผู้ที่เป็นใหญ่ ผู้ที่เป็นประธาน ผู้ที่เป็นหัวหน้า ผู้บริหาร ผู้ที่เป็นระดับผู้นำชั้นสูงสุด โดยเฉพาะ”

                   “มันคือเจ้าตัวร้าย ที่ซ่อนอยู่ในมนุษย์ทุกคน อาการที่ปรากฏของมันก็คือ ”

1.               แสดงอารมณ์ไม่แน่นอน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ขึ้นๆ ลงๆ

2.              เป็นไปกับความรู้สึกว่าเขื่องบ้าง โตบ้าง ใหญ่บ้าง บางครั้งก็เป็นไปในทางตรงกันข้าม คือความรู้สึกด้วยบ้าง รู้สึกต่ำตนบ้าง ทำนองนี้

3.              เป็นไปในลักษณะดึงดื้อถือดี มีทิฏฐิมานะ ไม่มีลักษณะของวิชาการ เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง เอาตัวเองเป็นหลักในการวินิจฉัยสั่งการ

“สามข้อนี่แหละที่แสดงรูปเจ้าอัตตาตัวร้ายละ พอจะเข้าใจไหมล่ะนักปกครอง”

                   “เข้าใจขอรับ”

                   “เมื่อเข้าใจอาการที่ปรากฏตัวของมัน ในรูปตัวโตๆ ที่ว่ามานี้แล้ว ค่อยๆสังเกตไปก็จะเข้าใจมันดีขึ้น แม้ว่ามันจะเปลี่ยนแปรรูปไปอย่างไร หรือมันลดขนาดลงไป เราก็สามารถรู้ได้เราก็สามารถป้องกันมันได้”

                   “ขอรับ แล้วหากเราป้องกันมันได้ ไม่ให้มันเกิดขึ้น ไม่ให้มันมาเกี่ยวข้องกับการพูด กระทำ หรือความคิดนึกของเรา ได้แล้ว อะไรจักเกิดผลในทางที่ดีงามขอรับ ?

                   “ถ้าเราป้องกันได้มันได้ หรืออย่างเก่งแท้ ฆ่ามันได้หมดตัวตนไปเลย การงานของเราก็จะก้าวหน้าไปเลยน่ะซี เพราะการบริหารงาน การตัดสินใจ หรือวารวินิจฉัยสั่งการนี่ ก็จะเป็นไปด้วยเหตุ ด้วยผลล้วน เหตุผลจะอยู่เหนืออารมณ์ เหนือความรู้สึกว่าเราใหญ่โต เราเป็นนั่นเป็นนี่ เวลาเราจะวินิจฉัยเรื่องราวปัญหาใดๆ จะทำให้เรามองที่เหตุผล มองที่ข้อมูลก่อนเสมอ ก็จะทำให้เป็นหัวหน้าที่ดี หัวหน้าที่ดำรงความยุติธรรม ปราศจากอคติแท้ ลูกน้องได้หัวหน้าเช่นนี้ ลูกน้องก็รักซิ ชอบใจแล้วก็ให้ความร่วมมือในการทำงานซิ มนุษย์สัมพันธ์ก็ดีเลิศน่ะซิ เมื่อความยุติธรรม มีความร่วมมือจากทุกฝ่ายก็มี ผลงานก็เกิด ประโยชน์ก็เป็นมีขึ้น มิใช่เฉพาะแก่หัวหน้า แต่แก่ทุกๆคนในวงการงานั้น เห็นไหม นี่เพียงพิฆาตเสียซึ่งตัวอัตตาตัวเดียว สิ้นอัตตาก็สิ้นทุกข์”

                   “โอ สาธุ สาธุ พระคุณเจ้า หลักธรรมสำหรับหัวหน้าข้อนี้ชัดเจนดีเหลือเกิน”

                   “ทีนี้ ปริมาณงานและคุณภาพงานก็ขึ้นอยู่กับสติปัญญา หัวหน้าผู้ที่มีสติปัญญามากก็ทำคุณประโยชน์ได้มาก ใครมีสติปัญญาน้อยก็ทำคุณประโยชน์ได้น้อย ฉะนั้น ผู้เป็นหัวหน้า หากมิขวนขวายทางการศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ ก็จักเจริญก้าวหน้าไปไม่ได้มากนัก รวมแล้ว หลักธรรมะสำหรับผู้เป็นหัวหน้า ผู้เป็นใหญ่ ที่ต้องการความเจริญก้าวหน้าตลอดไปในการงานนั้น จะต้องประกอบด้วย หลักธรรมะ 3 ข้อ คือ ”

1.              อัตตา ต้องหมั่นระวังอัตตา ตัวตนอย่าให้เกิดขึ้น ฆ่ามันเสียได้จะประเสริฐ อย่าให้มีอัตตาเกี่ยวข้อง อย่าให้การวินิจฉัยสั่งการในเรื่องปัญหาทุกเรื่อง เป็นไปโดยมีอัตตากำหนด แต่ต้องด้วยเหตุและด้วยผล ด้วยข้อมูล

2.              สติปัญญา ต้องหมั่นเพิ่มพูนความรู้สติปัญญาให้มากยิ่งขึ้นไป อย่าหยุดนิ่ง เพิ่มพูนด้วยการข่าวสาร ข้อมูล และเทคนิคการบริหารงาน รู้เหตุและผล

3.              พรหมวิหารธรรม ข้อนี้เป็นธรรมะของผู้เป็นใหญ่จะขาดเสียไม่ได้อีกเช่นกัน มีอยู่ 4 ประการคือ เมตตา พึงมีเมตตาเป็นอนุสติ กรุณา ด้วย เพื่อให้ครบวงจร คือความปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข และความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ ต้องมีคู่กัน แล้วก็ต้องมีมุทิตาจิต มุทิตาเพื่อ ป้องกันจิตริษยา ซึ่งเป็นตัวทำลาย ตัวสร้างความวิบัติที่ไม่มีประมาณ ริษยา จะต้องแก้ด้วยมุทิตา ความพลอยยินดีไปกับความสำเร็จของผู้อื่น ความดีของผู้อื่น ความมั่งคงของผู้อื่น เป็นต้น หากไม่มีมุทิตาแล้ว โลกจะแตกทำลาย เพราะจะมีแต่คู่ศัตรูกัน คอยแต่จะทำลายล้างกัน สังคมวิบัติเพราะเหตุความอิจฉาริษยา ดั่งสุภาษิตนักปราชญ์ฝ่ายพุทธศาสนาว่า อรติ โลกนาสิกา ความอิจฉาริษยา เป็นเหตุให้โลกฉิบหาย เป็นต้น ส่วน อุเบกขาข้อที่ 4 ในพรหมวิหาร ก็เป็นคุณธรรมสำหรับตัวเราเอง ที่จะได้เสวยสุขส่วนตัว ไม่จำต้องไปรับความผิดหวัง หรือเสียอกเสียใจไปด้วยกับคนอื่น ดังนี้ได้อธิบายแต่ต้นแล้ว ถือว่าเมื่อช่วยเขาไม่ได้ ก็ย่อมปล่อยเขาให้เป็นไปตามบุญตามกรรมของเขา เราไม่เกี่ยวในส่วนอารมณ์ที่ทุกข์หรือสุขไปด้วย

                   ข้อพระธรรมเทศนาเป็นที่แจ่มแจ้งแล้ว ด้วยเสียงสาธุการจากใจจริง อันซาบซึ้งในประโยชน์แห่งพระธรรมจริง เป็นนามที่อิ่มในธรรมแล้วครอบครัวของเจ้าเมืองทั้งสามก็ได้กราบลาพระคุณเจ้าภายหลังกล่าวคำปวารณาไว้ต่างๆ ด้วยศรัทธาจริงแท้แล้ว

                   ในคืนวันเดียวกันนั้น พระคุณเจ้าได้ต้อนรับชนกลุ่มใหญ่มีทั้งหญิง ชาย เด็ก และคนชรา บรรดาผู้ที่ค้อมน้อมศีรษะลงกราบกราน อันแสดงความอันสูงสุด ทว่า มิได้มีความศรัทธาในฐานะสงฆ์ผู้บริสุทธิ์พุทธสาวกแต่อย่างใด แต่ในสิ่งที่พวกเขาคิดว่า พระสาวกองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใดผู้ทรงญาณสูงสุด ย่อมจักสามารถให้ได้ ซึ่งการดลบันดาลต่างๆ

                   โดยที่แท้ พวกเขามิได้เข้าใจในเหตุผลแห่งความศรัทธาเลยแม้แต่น้อย

                   ไม่มีใครสักแม้คนหนึ่ง กลับไปรายงานเหตุการณ์ในป่าช้าค่ำคืนวันนั้นให้เจ้าอาวาสทราบเลย ในเช้าวันรุ่งขึ้น อันเป็นวันสำคัญช่วงกลางเดือนวันนั้น หลวงตาเจ้าอาวาส ให้นึกกระหยิ่มยิ้ม ย่องอยู่แต่เช้าตรู่ เพราะความหวังอันค่อนข้างพิเศษ แต่แล้วท่านก็นึกกระหยิ่มไปได้ไม่นาน เมื่อได้พบความประหลาดใจสุดขีด เพราะในเช้าวันนั้นไม่มีญาติโยมพุทธบริษัทนำอาหารจังหันมาถวายพระที่วัดเหมือนปกติ ตราบจนสายโด่งไปแล้ว สีกาผู้อุปฐากจึงได้หาบคอนเครื่องเคี้ยวฉันออกมาแต่ผู้เดียว

                   “เขาไม่เข้าวัดกันแล้วแหละหลวงตา ” โยมเอ่ยขึ้น “เมื่อคนต่างผิดหวังไปตามๆกัน เพราะพระอาจารย์ธุดงค์ที่ป่าช้าไม่ยอมโปรดเรื่องเลขหวยเลย แม้สำคำหนึ่งก็ไม่เอ่ย มีแต่กล่าวตักเตือนแสดงโทษของการพนัน ท่านบอกด้วยว่า พวกที่เข้าไปขอเลขหวยกับท่านนั้นมีแต่จะประสบความเสื่อมหากไปเล่นการพนันเข้า ท่านเองนั้น อย่าว่าให้บอกใบ้เลย ใครปรารถนาเรื่องนี้จากท่านแล้วมีแต่จะอับโชคการพนันไปตลอดชีวิตด้วยซ้ำ ก็เลยทำให้พวกนักเลงการพนันเขาไม่พอใจกันมาก แล้วมิหนำยังพาลเอากับวัดบ้านเราด้วย พวกนั้นพูดกันว่าหากไม่ถูกเลขงวดนี้ พระก็อย่าได้อยู่ป่าช้าต่อไปอีกและวัดก็อย่าได้มีใครไปจังหันตักบาตรถวายเพลต่อไป”

                   สีหน้าของหลวงตาที่เปลี่ยนแปลงไป บอกถึงความผิดหวังอย่างแน่นอน ความกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่เมื่อชั่วครู่ใหญ่ๆ หายไปหมดสิ้น กลับเป็นใบหน้าที่เฉยชา และดูเหี่ยวย่น นั่นเป็นเพราะความวิตกกังวล ของบุคคลภายแก่แล้วเช่นนี้

                   ท่านจะวิตกในเรื่องใด ยากที่จะเดาใจท่านได้ถูกต้อง

                   แต่ถ้าว่าเกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างอุโบสถ ก็คงจะมีส่วนถูกต้องอยู่บ้าง แม้ไม่ตรงเผงก็คงจะเฉียดๆไป หรือมิฉะนั้น ท่านก็คงจะคิดมาก เกี่ยวกับเรื่อง สมณศักดิ์ ที่พระครูสัญญาบัตรที่จะต้องมีการตั้งสมญานามที่ไพเราะและท่านเองก็เคยคิดไว้ในใจอยู่ว่า ชื่อสมญาพระครูของท่านจะต้องไพเราะเพราะพริ้งอย่างไร ขนาดไหน เช่นกับชื่อว่า พระครูอลังการสีลวิสุทธิ์ เป็นต้น

                   ไม่ทราบว่าท่านจะแก้ปัญหาของอย่างไร ?

 

                   ภิกษุ ผู้เช่นกับด้วย หลวงตารูปนี้ จักเข้าใจ พรหมจรรย์ ไฉยหนอ ?

                   แม้อรรถที่ลึกซึ้งลงไปอีกเล่า อันพระบรมศาสดาตรัสไว้แล้ว ดั่งนี้ว่า

                   “ด้วยประการฉะนี้แหละพราหมณ์ พรหมจรรย์นี้มิใช่มี ลาภ สักการะ ชื่อเสียง เป็นอานิสงส์ มิใช่มีความสมบูรณ์ด้วยศีล เป็นอานิสงส์ มิใช่มีความสมบูรณ์ด้วยสมาธิ เป็นอานิสงส์ มิใช่มีญาณทัสสนะ เป็นอานิสงส์ แต่ความหลุดพ้นแห่งใจ อันไม่กลับกำเริบอันใด พรหมจรรย์นี้มีความหลุดพ้นแห่งใจอันไม่กำเริบนั้นแหละ เป็นที่ต้องการ นั้นเป็นแก่นสาร นั้นเป็นที่สุดโดยรอบ” (จูฬสาโรปมสูตร 12/374)

                   ภิกษุ ผู้เช่นกับด้วย หลวงตารูปนี้ จักรู้ ฉันใดหนอ ?

 

จบบริบูรณ์




นิทานธรรมะแสนสนุก

คำนำว่าด้วยประวัติย่อของผู้ประพันธ์ เล่าถวายสหธรรมิก
มานุสสาสุรสงคราม
เจ้าชายหงส์ขาว
พระเหลียวหลัง
ยมราชถามอะไรคือการศึกษา article
ซิ่งเนรคุณ article
มงกุฎมาลีรัตนะแห่งองค์พระอรหันต์เจ้า
พญาโคร่งดำโพธิสัตว์
ดอกไม้ป่าสีน้ำเงิน
อาลัยบาป
คนไม่เคย
ภาระสี่เหล่าจักรพรรดิ์ธรรม
นักเลงปืนแก๊ป
อนุสรณ์๋ป่าช้าอนุสาวรีย์ลูกรัก
ตำนานรักหนุ่มบ้านกาจสาวบ้านมโนรมย์
สงครามครั้งสุดท้าย
ธารมโนเพชร



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
นี่คือเวบไซต์คู่แฝด, http:\\www.newworldbelieve.net, http:\\www.newworldbelieve.com รวมผลงานการวิจัยรอบด้านทุกสาขาวิชาทั้งฝ่ายโลกและฝ่ายธรรม, โดยเฉพาะเรื่อง ศาสนาใหญ่ ๆ ของโลก, มีการบันทึกข้อมูลทางการพิศูจน์ ทดสอบ วิจัยการศึกษาโลกลี้ลับ, รวมทั้งไสยศาสตร์ และ ศาสนาสากล, งานวิจัยสังคม การเมืองและวัฒนธรรมไทย-สากลและวัฒนธรรมประชาธิปไตย ยาวนานกว่า 14 ปี, แสดงไว้ในเวบไซต์แฝดคู่นี้. เกี่ยวกับประชาธิปไตย, เรากำลังเพ่งเล็งว่าเป็นประเด็นสำคัญยิ่งของประเทศไทยขณะนี้, เพราะโดยยุคสมัย, ไทยไม่อาจจะย้อนกลับคืนไปสู่เผด็จการได้อีก, แม้ว่าจะมีพรรคการเมืองเก่าแก่......พรรคหนึ่งจะพยายามต่อสู้อย่างสุดฤทธิ์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของระบอบอดีตเผด็จการ นำการเมืองไทยหวลกลับสู่ระบอบทึ่น่ารังเกียจคือ โบราณาอามาตยาธิปไตย (ซึ่งเป็นระบอบเผด็จการ ของการปกครองมาแต่ดั้งเดิมนั่นเอง) ซึ่งไม่สามารถจะส่งผลสำเร็จอะไรเกิดขึ้นได้เลย, ก็จะเป็นการหลงผิด เพราะผลที่จะเกิดขึ้น จะเป็นเพียงพร่าเวลาที่มีค่าไปอย่างน่าเสียดาย, เหลวไหลไร้ประโยชน์, มีแต่จะสร้างความเสื่อม, เลวทราม, สร้างความบอบช้ำแก่ประชาชนและประเทศต่อไปอีก, และก็ไม่อาจจะเดินหน้าไปได้ตามระบอบเดิม, ไปได้ก็ชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้วเดินต่อไปไม่ได้, ต้องหมุนกลับสู่เส้นทางสากลประชาธิปไตยจนได้เท่านั้น, คนไทยทุกชนชั้นทุกหมู่เหล่าการอาชีพ ทุกฐานะความเป็นอยู่จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ประชาธิปไตยที่แท้จริง (คือเรียนรู้ตัวเอง ว่าแท้จริงคนมีเสรีภาพ ไม่ใช่ทาส), เพราะเราอยู่ในโลกยุคใหม่, ต้องสร้าง, ต้องใช้วิถีทางประชาธิปไตยนี้แก้ปัญหาการเมืองของประเทศ, แก้ทุกปัญหา ทั้งเศรษฐกิจและสังคม แม้การวัฒนธรรม ก็ต้องสร้างขึ้นใหม่ในฐานะ วัฒนธรรมประชาธิปไตยให้ได้, จึงจะสามารถนำประเทศไปสู่เกียรติและฐานะสากลของคำว่าชาติ หรือ ประเทศไทยได้เท่าเทียมกับประเทศอื่น ๆ และล้ำหน้าประเทศที่ใช้ระบอบเผด็จการโบราณเดิมไปได้, และนั้นเป็นวิถีทางเดียวที่นำไปสู่ชัยชนะ ทางเดียวเท่านั้น และเวบไซต์แฝดคู่นี้พยายามชี้แสงสว่าง เปิดดวงตาของประชาชน ให้มองเห็นเส้นทางที่ถูกต้อง เป้าหมายและวิธีการที่ถูกต้องของการศาสนาวัฒนธรรมส่วนที่เป็นสาระสำคัญควบคู่ไปกับประชาธิปไตยที่แท้จริง และที่สำคัญ เวบไซต์ทั้ง .net และ .com คู่นี้ จะนำคนทั้งหลายในโลก ไปสู่ ศาสนาใหม่แห่งโลกใหม่ (newworldbelieve)โดยมีการเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับวิถีทางความคิด และ การเมือง แบบประชาธิปไตย นี้เอง. *** (16 ส.ค.2561) • หมายเหตุ เอาขึ้นเวบไซต์ แทนของเดิม ทั้ง 2 เวบ .net .com วันที่ 16 ส.ค.2561 เวลา 13.35 น.