ReadyPlanet.com
dot
dot dot
bulletBUDDHISM TO THE NEW WORLD ERA
dot
พระพุทธเจ้า
dot
bulletบทศึกษาพิเศษ:พระพุทธเจ้า ศึกษาจากวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรนแปล เช้า- เย็น
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรแปล เช้า-เย็น อัพเดต
dot
พุทโธโลยี
dot
bulletสมาคมศิษย์หลวงปู่เครื่อง จัดประกวดเรียงความออนไลน์มัธยมศึกษาในวันวิสาขบูชา คลิกดูรายละเอียดและรางวัลที่นี่
dot
ชมรมยุวพุทโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
dot
bulletThe Beginning ความเป็นมาของโครงการชมรมยุวพุโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
bulletChart Showing the Process
dot
บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี พ.ศ.2540 - 2559
dot
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี 1
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 1
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 3
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 4
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 5
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 6
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 7
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 8
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 9
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 10
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 11
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 12
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 13
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 14
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 15
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 16
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 17
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 18
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 19
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 20
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 21
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 22
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 23
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 24
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 25
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 26
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 27
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 28
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 29
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 30
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 31
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 32
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 33
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 34
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 35
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 36
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 37
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 38
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 39
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 40
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 41
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 42
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 43
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 44
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 45
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 46
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 47
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 48
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 49
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 50
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 51
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 52
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 53
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 54
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 55
bulletหนังสือพิมพ์ดีเล่มที่ 56
bulletหนังสือพิมพ์ดีเล่มที 57
bulletหนังสือพิมพ์ดีเล่มที 58
bulletหนังสือพิมพ์ดีเล่มที 59
dot
To The World
dot
bulletENGLISH
bulletUSA
bulletChina
bulletIndia
bullet Mynmar
bullet Cambodia
bullet Loas
bulletSri Lanka
bulletMalaysia
bulletKorea
bulletA Sharp Turn of Believes : Iresearch Iwrite Iread
dot
Buddhism How? บันทึกของนักปฏิบัติธรรมผู้ถวายชีวิตพิศูจน์สัจธรรมพุทธให้รู้แจ้งเห็นจริงถึงระดับมรรคผลนิพพานแท้
dot
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 1
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 2
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 3
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 4
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 5
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 6
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 7
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 8
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 9
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 10
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 11
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 12
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 13
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 14
bulletMystery Report 15
bulletMystery Report 16
bulletMystery Report 17
bulletMystery Report 18
bulletMystery Report 19
bulletMystery Report 20
bulletMystery Report 21
bulletMystery Report 22
bulletMystery Report 23
bulletMystery Report 24
bulletMystery World Report 25
bulletศึกษาโลกลี้ลับ 26
dot
เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว วิเคราะห์ทุกปัญหาในโลกมนุษย์ด้วยสติปัญญาและเหตุผลวิทยาศาสตร์จากนสพ.ดี
dot
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2536
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2537
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2538
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2539
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2540
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2541
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2542
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2543-2545
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2545-2549
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2549-2550
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2550-ส.ค.2551
bulletเฝ้าดูฯ ส.ค.-ก.ย.2551
bulletเฝ้าดูฯ ก.ย.2551- ธ.ค. 2551
dot
เฝ้าดูฯสำนวนพัชรา กอปรทศธรรม
dot
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 16-27
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 29
bulletบทความใหม่ เม.ย.-พ.ค.2552
bulletพุทธธรรมเพื่อทางดับทุกข์
bulletทฤษฎีการดับทุกข์ทางจิต วิปัสสนากรรมฐานโดยการทำงาน(สำนวนปรับปรุงใหม่)
bulletประวัติพัชรา กอปรทศธรรม
bulletประวัติการต่อสู้เพื่อการดับทุกข์ ของพัชรา กอปรทศธรรม
bulletอัลบั้มรูป history
bulletนิทานธรรมะประยุกต์ มานุสสาสุระสงคราม 4 ภาค และอื่น ๆ
bulletอัลบั้มรูป ภาพในอดีตและชีวประวัติศาสตร์ที่สวยงาม
bulletจากเวบบอร์ด พูดกันไม่รู้เรื่อง ประชาธิปไตยล้าหลัง
bulletศาสนาสากล การวิเคราะห์ความหมาย
bulletปลอบใจ
dot
รวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์ แนวปฏิรูปคณะสงฆ์อยู่ในบทวิเคราะห์นี้แล้ว
dot
bulletรวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
สากลจักรวาล สากลศาสนา แนวคิดศาสนาสำหรับคนยุคใหม่ ผู้ก้าวผิดทางไปสู่สิ่งไร้สาระโดยไม่รู้ตัว
dot
bulletสากล...ศาสนา 1
bulletสากล...ศาสนา 2
bulletสากล...ศาสนา 3
bulletสากล...ศาสนา 4
bulletสากล...ศาสนา 5
bulletสากล...ศาสนา 6
bulletสากล...ศาสนา 7
bulletสากล...ศาสนา 9
bulletสากล...ศาสนา 8
bulletสากล...ศาสนา 10
bulletสากล...ศาสนา 11
bulletสากล...ศาสนา 12
bulletสากล...ศาสนา 13
bulletสากล...ศาสนา 14
bulletสากล...ศาสนา 16
dot
ส่วนข้อมูลสำคัญเพื่อการวิจัยการเมืองไทยยุค คมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
dot
bulletข้อมูลสำคัญยุคคมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่1/26ส.ค.2551
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่2/27ส.ค.2551
bulletใบปลิว อีเมล์ ในหลวงทรงร้องไห้
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 1
bulletในหลวงเพิ่งทราบข่าวฆ่าประชาชน10เมย.53ทรงร้องไห้
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
รวมข่าวม็อบการเมืองสนธิ-จำลอง-ปชป.มิ.ย.51-เม.ย.52 นสพ.
dot
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 2
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 3
bulletรวมข่าวม็อบ30มิ.ย.51-23มี.ค.52
bulletเลือดศรีสะเกษบันทึกเรื่องราวรอบด้านเกี่ยวกับเขาพระวิหาร
dot
การโฆษณาชวนเชื่อล้มรัฐบาลทักษิณ
dot
bulletรายงานการโฆษณาชวนเชื่อในประเทศไทยที่ล้มล้างรัฐบาลทักษิณ
dot
หนังสือพิมพ์ดี ของฟรีให้เปล่ามา20ปีแล้วทั้งเอกสารและอินเทอเนท
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต ) เล่ม 1 - 44 - ล่าสุด
bulletหน้าที่เก็บไว้
bulletมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร)
bulletวัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ บันทึกเหตุการณ์
bulletสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษแห่งที่ 1
bulletเกี่ยวกับเวบไซต์ของเรา เราทำเพื่อปัญญาชนโดยแท้
bulletรวมกระทู้เด็ดจากกระดานถามตอบ
bulletคาถาอาคมไสยศาสตร์
bulletกวีนิพนธ์ใหม่
bulletศูนย์ปฏิญญาณละเลิกอบายมุข บัญชีที่ 1- 4


คนไม่เคย

 คนไม่เคย

โดย จักร สุธาธรรม

 

 

                   ขณะนั้น ตะวันโพล้เพล้แล้ว ทางเกวียนข้างทางรถไฟที่เลื้อยวกไปเวียนมา สู่หมู่บ้านหนองเอี่ยน เริ่มจะเห็นโคกระบือเป็นฝูงๆ มีเจ้าของต้อนตามหลัง เดินดุ่มกันกลับเข้าคอกแล้ว อีกไม่ช้าไม่นาน ตะวันก็จะชิงเข้าพลบ แม้นกกายังถวิลหวังกลับรังรวง

                   เขาผู้นั้น จะต้องเป็นคนต่างถิ่นอย่างแน่นอน สังเกตจากการแต่งเนื้อแต่งตัว ที่มิได้บอกว่าเป็นชาวไร่ชาวนาอยู่แถวถิ่นนี้ ประหลาด ก็ที่มีสุภาษิตกล่าวไว้ว่า หัวเดียวกระเทียมลีบ คนเดียวหัวหาย นั้นไม่ดี แต่เขามาคนเดียวจริงๆ ถึงไม่ตัวเปล่าก็เสมือนตัวเปล่า เพราะเพียงกระเป๋าหนังขนาดพอจะใส่ของได้สักประมาณ กว้าง ยาว หนา สูง          สัก 1 ฟุต หรือความจุ 1 ลูกบาตรฟุตเท่านั้นเองจริงๆ

                   ไม่มีใครถามทักเขา ในขณะที่เขาเองก็มิได้แสดงความอนาทรร้อนใจกับใคร แม้เวลาที่จวนย่ำค่ำเข้าสนธยาเย็นไปตามลำดับ มีคนเห็นเขามากับรถสองแถว แล้วลงที่ทางแยกใกล้ๆบริเวณทางรถไฟแห่งนั้น เห็นเขาสอบถามเส้นทางจากโชเฟอร์ ผู้ชี้ไม้ชี้มือบอกอย่างไม่สู้เต็มใจนักเพราะโชเฟอร์มีความคิดอยู่แต่ข้างว่า เขาน่าจะออกปากเช่ารถสองแถวไปจะดีกว่า

                   ทางรถไฟหนึ่ง ทางเกวียนหนึ่ง ทางโคกระบือหนึ่ง ใกล้หมู่บ้านหนึ่ง ถูกต้องละนั่นดูเหมือนจะเป็นเข็มทิศเดินทางของเขาผู้นั้น แต่ในขณะนี้ ดูเหมือนเขาจะขาดจุดที่หมายอยู่บางอย่าง ในเมื่อแทนที่จะเดินตามทางเกวียนเข้าหมู่บ้าน แต่กลับตัดทุ่งซึ่งมีแต่ซังข้าวเข้าไป

                   มืดลงจนกระทั่งถนนสายนั้นว่างเหล่า ปราศจากสิ่งมีชีวิตสัญจรไปมา หากจะมีอยู่ในบริเวณนั้น ก็สัตว์สองเท้าชนิดหนึ่ง ชายร่างสันทัด ค่อนข้างสูง ค่อนข้างขาว ค่อนข้างไปทางหนุ่มใหญ่ แต่ก็ท่าทางแข็งแรงอย่างคนหนุ่มจัด หากแต่สีหน้าแววตาที่ดูซื่อๆ ทำให้ดูเป็นหนุ่มกว่าที่เป็นจริง

                   คนเดียวหัวหาย นี่อย่างไรกัน คนชนิดใด จะมือจะค่ำอยู่แล้ว จะกินจะนอนไหนดูไม่เป็นกังวลเลยสักนิดเดียว เขาคงดุ่มไปข้างหน้า ซึ่งเป็นทุ่งนาข้าว บริเวณที่กว้างใหญ่ หากแต่ผิวพื้นราบเสมอไปตลอด ไปลุ่มๆดอนๆเหมือนแห่งอื่น จัดเป็นสภาพนาดีในแถวถิ่นนี้

                   เอาละ เขาได้พบแล้ว สิ่งที่เขม้นมองหา นั่นแหละ สีหน้าแววตามันบอก ความพออกพอใจฉายความปิติออกมา เพียงดั่งสมหวังในสิ่งที่รักอย่างยิ่ง

                   บ่อน้ำบาดาล เป็นบ่อที่มีปลอกปูนสีขาวสวมลงไปถึงก้นบ่อ ซึ่งคงจะเป็นผลงานหาเสียงของ สส. คนใดคนหนึ่งก็เป็นได้

                   เขามาที่นี่ เพื่อจะสำรวจบ่อน้ำแห่งนี้เท่านั้นเองหรือ ?

                   ไม่มีใครตอบได้ เหตุผลในการมาของเขา ชายหนุ่มต่างถิ่นบินเดี่ยวผู้นี้ ไม่ประจักษ์ชัด หลังๆก็เห็นเขายืนอยู่ตรงนั้น ด้วยท่าทีสบายใจ ไม่มีอาการว่าจะรีบร้อนไปไหน ไม่สนใจใครจะเหลียงมองมาด้วยความแปลกพิศวงใจ

                   และไม่มีใครรู้ว่า เขาผ่านคืนนั้นไปอย่างไร และไม่มีใครอยากจะเชื่อว่า เขาเข้าไปพักหลับนอนในศาลาพักศพหลังน้อย กลางป่าช้าไกลออกไปทางทิศเหนือของท้องทุ่งแห่งนั้น

                   และไม่มีใครเข้าใจว่า เขาทำไม ?

                   นี้เป็นจุดเริ่มต้นของนิยายรัก ชนิดที่มีปางหลังเป็นเครื่องกำหนด ดลบันดาล ประกอบปางปัจจุบันนี้ อาศัยความบริสุทธิ์ผุดผ่อง ผู้รักนวลสงวนตัว กลัวแปดเปื้อน ผู้ไม่ยอมใกล้เกลือกกลั้วมลทินธุลีแม้เล็กน้อย  ชนิดนี้แหละ คือความรักมักแรกพบเลยทีเดียว

                   หญิงสาวผู้นั้นมีชื่อว่า บังอร มีพี่สาวชื่อ สายสมร ที่แต่งงานมีครอบครัวแล้ว บังอรเป็นลูกสาวของพ่อเฒ่าที่มีเกียรติคุณสูงในหมู่บ้านหนองเอี่ยน เหตุที่มีภาวะผู้นำทางคุณงามความดี เป็นสัมมาทิฏฐิอยู่ในศีลธรรม ได้ ชื่อว่าผู้ทรงคุณธรรม เพราะเป็นหัวหน้า เป็นครูฝ่ายธรรม อันเป็นลัทธิหนึ่งในชนบท ชื่อเต็มยศของผู้เฒ่าคนนี้ จึงมีคำว่า “ธรรม” นำหน้าเสมอ เช่นเดียวกับสานุศิษย์ของที่ใครๆ ก็ให้ความนับถือขึ้นชื่อแรกว่า “ธรรม” เสมอไป

                   ธรรมยุ้ย เป็นของผู้เฒ่า เช้าวันนี้ ได้อนุญาตให้ลูกสาวคนสวย คือบังอร ที่กำลังเขาวัยสาวรุ่นแรกผลิ นำโคออกไปเลี้ยงที่ทุ่งนาตามความประสงค์ของลูกสาว

                   “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” ลูกสาวบอกพ่อ “มัวแต่กังวลอย่างนั้น กลัวอย่างนี้อยู่ก็ไม่กล้าคิดกล้าทำอะไร คนจนก็ต้องเป็นคนจนอยู่ตลอดชาติน่ะซิ”

                   “ถูกของนังหนู่มัน” ผู้เป็นพ่อคิดอยู่ในใจ แต่ความที่รอบรู้ข่าวสารเหตุการณ์บ้านเมือง ทำให้อดคิดอะไรทางหวาดระแวงไปเสียมิได้ “บ้านเมืองยุคนี้เป็นอย่างไรกัน มันช่างไว้วางใจกันไม่ได้เสียเลย” ธรรมยุ้ย รำพึงรำพันไปอีก แม้ว่าเขาเองก็พอจะทราบความทะเยอะทานของลูกสาวในเรื่องการงานอาชีพได้ดีอยู่ เชื่อว่าไม่ผิด

                   ครั้นแล้ว ณ บริเวณทุ่งนาสำหรับเลี้ยงโคแห่งนั้น ที่ซึ่งคาวบอยสาวกำลังนั่งมองโคเพลินอยู่ใต้ต้นก้ามปูใหญ่ต้นหนึ่งนั่นเอง

                   ร่างโปร่งบาง สะอาด ของชายหนุ่มหัวเดียวกระเทียมลีบคนนั้น ก็ปรากฏขึ้นในคลองจักษุหญิงสาวขยับตัว ดึงผ้าบางผืนน้อยที่ปกกันแดด หุ้มใบหน้าเข้าไปอีก ลักษณะของหญิงสาวส่อความตื่นเต้นบ้างเล็กน้อย เมื่อรู้สึกว่าร่างนั้นตรงเข้ามาหาเธอ แต่พอความคิดว่าเขาคนนั้นเป็นใคร มาจากไหนมาดีหรือมาร้าย

                   พลันก็เกิดความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา จนทำให้นั่งนิ่งอยู่ไม่ได้ ขยับจะลุกขึ้นยืน ก็พอดีร่างนั้นเข้ามาถึงอยู่ต่อหน้า สายตาเขาเพ่งพิศ สำรวจอย่างจงใจไปทั่วร่างอิ่มสมบูรณ์ของหญิงสาว แล้วนิ่งพินิจนานที่ดวงหน้าของหล่อน ที่ขณะนั้นเห็นเพียงดวงตาโตทั้งคู่ที่ทั้งตื่นกลัวและฉงนอย่างสุดขีด

                   “ใช่แล้ว น้องสาวนี่เอง” เสียงของชายแปลกหน้าเปล่งออกมา อีกฝ่ายยิ่งฉงนหนักขึ้น

                   “อะไรหรือ พี่ชาย ?

                   คงจะได้ความอย่างนี้ เมื่อเขียนออกมาเป็นภาษากลาง จากภาษาที่แสนสุภาพถ่อมตัว และเต็มไปด้วยการให้เกียรติ ของท้องถิ่นขาวอีสาน

                   “พี่ชายว่าอะไร ? พี่ชายตามหาใครหรือ ?” ถามย้ำเข้าไปอีก

                   ชายหนุ่มไม่ตอบ ล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเหงื่อตามใบหน้า

                   “ข้าตามหาใครคนหนึ่ง” เขาบอก ยังไม่ละสายตาไปจากโฉมหน้าหญิงสาว มีท่าทีคล้ายอยากจะเห็นใบหน้าเต็มทั้งดวง ที่ถูกคลุมไว้ด้วยผ้าบางๆผืนนั้น อย่างตั้งใจ

                   “แต่อย่าเพิ่งพูดถึงก่อนเลยน้องสาว ข้ากระหายน้ำเหลือเกินแล้ว น้องสาวมีน้ำกินไหม ?

                   “มีค่ะ น้ำไม่อดหรอก แต่ต้องไปที่บ่อหินตรงนู้นค่ะ กระป๋องตักน้ำก็อยู่ตรงนู้น เชิญสิพี่ชาย ฉันจะตักขึ้นมาให้”

                    “ขอบใจ” เขาพึมพำ “เขามาไกลหลายวัน กว่าจะมาถึงที่นี่ และที่สำคัญ กว่าจะได้พบคนที่ข้าต้องการพบ เจ้าพาข้าไปสิน้องสาว แล้วข้าจะเล่าเรื่องให้ฟัง”

                   ดูเขาเป็นคนพูดคล่องและมีศิลปะการพูดไม่น้อย แน่นอน ท่าทางของเขาบอกว่า มีลักษณะซื่อ และมีความมั่นใจในตัวเอง แล้วหญิงสาว ผู้เห็นแก่ความหิวกระหายของคนเดินทาง อันดวงใจน้อยๆที่บริสุทธิ์พร้อมให้ความกรุณาเสมอ ก็ออกเดินนำไปยังบ่อน้ำ ห่างออกไปไม่ถึง 50  เมตร โดยใช้หางตาชม้ายเป็นทีเชิญชวน

                   ร่างโปร่งระหง ในชัดสาวบ้านนา สวมผ้าถุงยาวปกน่อง เสื้อย้อมมะเกลือ แขนทรงกระบอกที่ดำสนิท     “ใช่แล้ว” เขาคิดอยู่ในใจ และท่าทางเดินก็นุ่มนิ่ม มีลักษณะดีอย่างนางช้าง นางหงส์ “ทำไฉนจักได้เห็นโฉมหน้าของเล่า ?” เขาใช้ความคิดไปพลาง

                   “เอาล่ะค่ะพี่ชาย”

                   ในที่สุด เมื่อทั้งสองเลือกเอาร่มข่อยที่อยู่ใกล้ๆ พักสนทนากัน และเมื่อหญิงสาวได้พบด้วยความประหลาดใจว่า ชายหนุ่มที่ดูท่าทางองอาจในคราวแรก บัดนี้ พอเผชิญหน้ากันเข้าตรงๆ กลับมีท่าทีว่าขี้ตื่นตระหนก ว่าขลาดไปเสียอีก จะรอฟังคำพูดออกมาก่อนเห็นจะยาก ก็เลยเป็นฝ่ายเริ่มเสียก่อน

                   “ไหนว่าพี่ชายมาตามหาใครหรือ ?” หญิงสาวถาม เตือนให้เล่าเรื่องที่ค้าง

                   “ข้ามาตามหาเขาจริงๆ ” ชายแปลกหน้าสารภาพค่อยๆ

                   “เขาเป็นใครล่ะพี่ชาย เขาอยู่ในหมู่บ้านของฉันน่ะหรือ ?” หล่อนรุกอย่างไม่ทันใจ

                   “เขาอยู่ที่นี่เอง” ชายหนุ่มตอบ พร้อมกับล้วงมือข้างหนึ่งเข้าไปนอกเสื้อ

                   “เขาเป็นผู้หญิง ไม่ใช่ผู้ชาย” เสียงเน้นคำว่า ผู้หญิง

                   “อยู่ที่นี่” หญิงสาวอุทาน ไม่ทันเฉลียวใจในความหมายของคำพูด “แล้วเขาอยู่ตรงไหนล่ะ ก็เห็นมีฉันกับพี่ชายสองคนเท่านั้นเองนี่นะ”

                   “เขาเป็นผู้หญิงจ้ะ ไม่ใช่ผู้ชายดอกน้องสาว” เขาบอกย้ำคำว่า ผู้หญิง อีกครั้ง

                   “ดูรูปนี้”

                   ขณะที่หญิงสาวกำลังจะเริ่มเข้าใจความหมายของคำพูด พร้อมกับความรู้สึกประหลาดบางอย่างแล่นไปทั้งตัวนั้น เขาก็ยื่นสิ่งหนึ่ง ส่งให้กับมือของสาวน้อย เป็นรูปถ่ายภาพของสตรีในหมู่โคคนหนึ่ง พอเห็น เสียงอุทานอย่างตื่นเต้น สดใสน่ารัก ก็หลุดปากออกมาอย่างสุดฉงน

                   “ข้าผ่านไปในเวลาเช้าวันหนึ่ง ได้เห็นโคฝูงนี้ และครั้นกลับมาเวลาเย็น ก็ได้เห็นอีก ข้าเลยถ่ายรูปนี้ไว้ อย่างที่ไม่ตั้งใจ ถ่ายจากหน้าต่างรถไฟ กล้อติดเลนซ์ซูมพิเศษ ของข้าเอง” เขาเล่าให้ฟังอย่างไม่ปิดบัง และเมื่อปรากฏแววฉงนในดวงตาทั้งคู่ เขาก็เอื้อนเอ่ยเรื่องราวต่อไปนี้

                   “ข้าเป็นชายกำพร้าพ่อแม่ ท่านล้วนถึงแก่ชีวิตไปหมดแล้ว มีอยู่แต่พี่น้องสองสามคน แต่ก็ไม่เป็นห่วง เพราะพวกพี่น้องเขาเป็นครอบครัวมีหลักฐานการงานหน้าที่กันหมดทุกคนแล้ว จะเป็นก็แต่ตัวเองเท่านั้น ข้าจากบ้านเกิดเมืองนอนไปแต่เล็กแต่น้อย ไปเติบใหญ่ในต่างถิ่น จนกว่าจะได้กลับมาอีกครั้งก็ เมื่อเร็วๆ นี้เองแหละ ข้ามีชีวิตความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายมาตั้งแต่เด็ก มีกิน มีใช้ แม้ขณะนี้ แต่ข้าเองมีความอาภัพอยู่เดียงเรื่องเดียว เรื่องอะไรๆ ก็เคยได้ดื่มได้กิน แต่ยังไม่เคยได้ เคยลิ้มรสอยู่เพียงสิ่งหนึ่งเท่านั้นเอง ข้าอยากได้ลิ้มรสมันดู น้องสาวเพราะฉะนั้น ข้าจึงท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ ”

                   หญิงสาวนิ่งฟัง เริ่มรู้สึกสนุกและสนใจกับเรื่องราวที่เขาเล่า แถมยังมีท่าว่าเห็นใจสงสารกับถ้อยคำซื่อๆ แผ่วราบเรียบนั้น บางขณะก็มีความสงสัยคลางแคลงใจผุดขึ้น ยังมิทันจะออกปากถาม เขาขิงพูดขึ้นเสียก่อน

                   “ข้าอยากเป็นเกษตรกร เป็นโคบาล เลี้ยงโคอย่างน้องสาว อยากมีไรปศุสัตว์เป็นของตัวเอง มีคู่ร่วมคิดสักคน ข้าคงจะดีได้ในไม่ช้านัก”

                   เขาไม่ทันสังเกตว่า มีแววเย้ยหยันที่สีตาของหญิงสาว

                   “ว่าแต่ว่า ข้าอยากขออะไรน้องสาวก่อนสักอย่างได้ไหม ?

                   “ได้สิคะ จะขออะไร ?” น้ำเสียงห้วนผิดปกติ จกกระทั่งชายหนุ่มเหลือบมองดู

                   “ขอให้ข้า พี่ชาย ได้เห็นใบหน้าเต็มๆ ของน้องสาวหน่อยไม่ได้หรือ จะห่วงเอาไว้ทำไม ? หรือนะต้องดีเป็นค่าชมสักกี่หมื่นกี่พันก็บอกมา พี่ยินดีจะเสียค่าตีตั๋วชมนะ”

                   ฟังๆแล้ว คล้ายจดจำคำพูดมาจากนวนิยายรักโศกสักเรื่อง แต่น้ำเสียงนั้นก็ดูมีความจริงใจ แม้กระแสชวนให้น่าสงสารเศร้าสลด ฟังเรื่องราวชีวิตก็น่ารันทด กิริยาท่าทางก็บอกว่าดี ไม่มีร้าย ที่พิเศษก็คือ ความละมุนละไม พร้อมความสุภาพในถ้อยคำวาจา แม้อยู่ 2 ต่อ 2 ชายหนุ่ม หญิงสาว ก็ไม่มีอะไรส่อว่าชายผู้นี้จะเป็นพิษเป็นภัย แม้ว่าก็ไม่ประมาท “เขาต้องการอะไรกันแน่ ? ” หญิงสาวคิด แต่แล้วอุบายอย่างหนึ่งก็แวบขึ้นมาในสมอง

                   “พี่ชายคะ” เสียงเอาใจ “พ่อของน้องสอนมาว่า ความบริสุทธิ์ของหญิงมีค่ายิ่งกว่าเพชรทอง ให้หญิงผู้ดีรักนวลสงวนตัว อย่าไว้ใจทางอย่างวางใจชายแปลกหน้า แต่หากชายใดประสงค์จะชมโฉมหน้าของฉัน พ่อตีค่าไว้ หนึ่งหมื่นเหรียญไทยค่ะ”

                   คิดว่าเป็นเพียงการสัพยอก แต่แล้ว หล่อนก็เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา อันแสดงความจริงจัง

                   “เพื่อเป็นข้อพิสูจน์ น้องสาว” เขาเอ่ยขึ้น พร้อมกับยันกายลุกขึ้นยืน “พิสูจน์ว่าคำพูดทั้งหมดของข้ามีความหมาย เป็นคำจริง และจริงใจ ข้าจะกลับมาหาน้องสาวที่นี่อีก ภายใน 3 วันข้างหน้า”

                   กล่าวจบ เขาฟาดกระเป๋าขึ้นคล้องไหล่ จะขยับตัวก้าวจากไป แต่ก็มิวายสั่งลา

                   “สำหรับวันนี้ ข้าขอลาไปก่อน ขอให้น้องสาวจงนอนหลับฝันดี และจงฝันถึงข้าด้วย ส่วนข้า จะฝันถึงแต่เจ้าคนเดียว สวัสดี จนกว่าจะพบกันอีก”

                   มาดของเขาไม่เลวเลยทีเดียว ดุจดั่งจักสร้างรอยไว้ให้ประทับใจสาวเจ้าโดยแท้ หากแต่การตีจาก ค่อนข้างฉับพลันไปสักหน่อย ทำให้หญิงสาวเข้าใจผิด คิดว่าตัวเองกล่าวอะไรที่ระคายหูชาย เขาไม่พอใจ ผลุนผลันจากไป เธอขยับริมฝีปากจะเอ่ยคำออกมา ก็ไม่ทันเสียแล้ว ในเมื่อเขาได้พาตัวจากไปอย่างรวดเร็ว หญิงสาวได้แต่มองตา เหม่อ ตาค้าง มือข้างหนึ่งค่อยเลื่อนผ้าคลุมหน้าหลุดออกไปอย่างไม่รู้ตัว

                   “โธ่ ผู้ชายใจน้อย ผู้ชายใจแมงหวี่ ” เธอสบถอย่างขัดใจ

                   เมื่อมีเสียงซุบซิบกันเข้าหูผู้เป็นพ่อในคืนนั้น จึงมีความพยายามที่จะปรับความเข้าใจกันทั้งสองฝ่ายนั้นเกิดอะไรขึ้น

                   “อรไม่มีอะไรกับเขาหรอกพ่อ”

                   “อย่าปิดพ่อดีกว่า บอกมตามตรงเถิดลูก รู้จักกันแต่เมื่อไร ทำไมต้องนัดหมายกันอย่างนั้น นัดเขามาคุยที่บ้านเลยซิลูก มันไม่สวยหรอกทำอย่างนั้นน่ะ เออ ถ้าว่าเขาอยากเป็นเกษตรกร อยากมีคอกปศุสัตว์ อยากเป็นโคบาล อย่างนั้น ก็ตรงความคิดลูกพอดีอยู่แล้ว เออแน่ มีอะไรที่ลูกจะต้องปิดบังพ่ออยู่หรือ ?

                   แสนจะขัดใจผู้เป็นบุตรสาว เพราะแทนที่พ่อจะหวงห้าม กลับจะยุให้เสียอีก แต่ถึงอย่างไร แท้ที่จริงก็ถูกความในอันลึกซึ้งของสาวน้อยอยู่แล้ว กลับไปนอนคิดคนเดียวในห้อง ก็ให้รัญจวนปั่นป่วนด้วยความคิดจะได้คู่ชมสมสวาท

                   “จะมีคู่เสียทีหรือ ?” คิดแล้วให้หวิววาบใจ “ได้กับคนพเนจรเช่นนั้นน่ะหรือ ?

                   แน่ล่ะ ภาพหนุ่มหน้ามนหลายชีวิต ค่อยโผล่มาให้คัดเลือกในความนึกคิด ที่ว้าเหว่เอกานั้น แล้วลงมติอยู่ในใจ

                   “หนึ่ง ต้องเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี มีบุคลิกภาพผู้นำที่ดี แน่ละ ข้อ 2 ใฝ่ใจในการงานอาชีพที่ทันเกมชีวิตทันเกมยุคใหม่ อ๋อ เป็นโคบาล แน่ละ ข้อ 3 เป็นสุภาพบุรุษ ไม่หยาบคาย ไม่กระเดื่องกระด้าง แน่นอน ข้อ 4  ให้เกียรติผู้อื่นเป็นบ้างสิ เขาเป็นแน่นอน”

                   ที่ออกคำว่า แน่ละบ้าง แน่นอน บ้าง นั่นคือคะแนนที่ให้ของหญิงสาว สำหรับใครหรือคงจะหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นกระมัง ?

                   แต่แล้ว ก่อนจะหลับสนิทไป ความคิดของเจ้าหล่อนได้ต้านทานตนเองอยู่ว่า “เขาเป็นคนหัวเดียวกระเทียมลีบ ซ้ำร้าย หากเขามีตียงตัวเปล่าๆ ความหวังก็คงจะพังพินาศ”

                   นั่นปะไร? รักเขาข้าแล้วหรือ ? เพราะแม้ว่า จะมีข้อแข้งอันสาหัสฉกรรจ์ข้อนั้นแต่ก็อดเฝ้านับวันนับคืนคอยอย่างใจจดใจจ่อไม่ได้ และเริ่มจะกระวนกระวายใจอยู่ไม่สุข เมื่อวันนัดหมาย ที่ออกจากปากเขาเองได้ล่วงเลยไป วันแล้ววันเล่า

                   “เขาคงจะกลับมา คงไม่หลอกเจ้าเล่นหรอกน่ะ” พ่อนั่นเอง เป็นผู้ปลอบโยน เอาใจใส่

                   แล้วก็จริง

                   เมื่อคืนนั้น มีคนมาถามหาบ้านธรรมยุ้ย บอกว่ามาจากรุงเทพมหานคร จะมาขอพำนักค้างคืนที่บ้านธรรมยุ้ย

                   ปรากฏว่าเป็นเขานั้นเอง

                   ทั้งสองฝ่ายได้เผชิญหน้ากันบนเรือน ฝ่ายหนึ่งมีความตั้งใจเดิมเพียงว่า จะมาขออาศัยพักเพราะมีผู้แนะนำว่าเป็นบ้านผู้หลักผู้ใหญ่ ที่มีเกียติคุณ น่าเชื่อถือไว้วางใจกว่าอีกหลายๆบ้าน ส่วนอีกฝ่ายคิดว่า มีแขกไทยไปมาอยู่เป็นธรรมดาของบ้านธรรมยุ้ยผู้เป็นพ่ออยู่แล้ว ด้วยเป็นผู้มีนิสัย กับประกอบด้วยความประสงค์จะเผยแผ่หลักธรรม และหวังได้สานุศิษย์ฝ่ายธรรมเพิ่มขึ้น

                   “คุณพ่อเป็นนักธรรมหรือ ?” ชายหนุ่มถามขึ้น ภายหลังได้เข้าที่ ได้พักพอหายเหนื่อยแล้ว

                   “ถูกละ คุณลูก” ธรรมยุ้ยตอบอย่างเอาใจ โดยหวังจะเกลี้ยกล่อม “ธรรมนี้ อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นอื่น ก็คือตัวเดียวกับธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรานั่นเอง”

                   “ฉันเข้าใจ คุณพ่อ” ชายหนุ่มกล่าวตอบ ด้วยท่าทีปลอดโปร่ง

                   “ข้อสำคัญของนักธรรมก็คือศีล คุณลูก ถ้าปฏิบัติได้ ถือได้เคร่งจริงก็สามารถบรรลุชั้นสูงได้ไม่ต่างจากพระสงฆ์องค์เจ้า ถึงชั้นพระโสดา สกิทา อนาคา แม้อรหันต์ ได้เหมือนกัน นี่ว่าตามต้นพระธรรมเดินมาแล้ว”

                   ชายหนุ่มได้แต่พยักหน้า จิตใจไม่คิดจะรับฟังสิ่งใดทั้งสิ้น ชำเลืองเห็นเงาแวบๆในห้อง สะกดใจ กลั้นใจอยู่ อยากให้หญิงสาวปรากฏตัวออกมาให้เห็นเต็มตาสักที

                   “ว่าแต่คุณลูกไปยังไงมายังไง พื้นเพอยู่ไหนกันนี่”

                   “ผมเป็นคนกำพร้า คุณพ่อ” เสียงบอกด้วยสัตย์จริง “แต่ผมก็มีความเป็นอยู่ มีฐานะก็พอดีไม่เดือดร้อนครับ” เขาแก้ข้อคลางแคลงใจ ที่ปรากฏในแววตาคู่หยีออกฉลาดปราดเปรื่องคู่นั้น

                   “ส่วนผมจะมีพื้นเพหลักฐานที่ไหน ผมไม่ถือสำคัญคุณพ่อ สำคัญแต่ว่าอุดมการณ์ของผมจักบรรลุหรือไม่เท่านั้น”

                   “อุดมการณ์อะไรล่ะคุณลูก ? ถ้าไม่รังเกียจเล่าให้ฟังสักหน่อยซิ”

                   “ผมอยากเป็นเกษตรกร ผมอยากหาหลักแหล่งแห่งที่ สำหรับเลี้ยงโค คุณพ่อ เป็น โคบาล มีคอกปศุสัตว์ และที่สำคัญ เพราะผมยังเป็นโสดอยู่ ….

                   “เออ เป็น คนโสด แล้วยังไงล่ะ ? ” ธรรมยุ้ยเร่ง

                   “ผมชอบหญิงสาวอยู่คนหนึ่ง เธออกไปเลี้ยงโคฝูงใหญ่ขอรับ ลูกสาวใครก็ไม่รู้ ผมได้พบเธอเป็นแรกเมื่อ 10 ก่อนแหละครับ ผมขอดูหน้าเธอเพราะเอาผ้าคลุมหน้าไว้  เธอบอกว่าขอดูหน้าต้องเสียค่าดู หนึ่งหมื่นเหรียญไทย ผมจึงรีบกลับไปเอา

                   ชายหนุ่มพูดยังไม่จบความ ไม่ทันสังเกตท่าที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของอีกฝ่ายหนึ่งทันใดนั้น  เสียงแทรกจากพ่อเฒ่าค่อนข้างดง

                   “ลูกอร ลูกอร ออกมาข้างนอกนี่หน่อยซิลูก มาดูซิ ใช่คนที่พบกันกลางทุ่งหรือเปล่า”

                   “ไม่ใช่หรอกพ่อ” เสียงตอบออกมาจกในห้องนั้น “เฉยเสียเถอะ พ่อก็

                   ท้ายๆ ประโยคปรากฏเสียงกระฟัดกระเฟียด มีแง่งอนอยู่เต็มที่  ทุกๆ ฝ่ายก็เลยเสียงลงไป เพราะขณะนั้นค่อนข้างจะดึกมาแล้ว และในที่สุด พ่อธรรมยุ่ยก็บอกลาเขาที่นอน

                   ตอนไก่ขัน จวนเที่ยงคืน เสียงย่องเบาๆ อย่างเกรงคนจะตื่น ออกมาที่ชานเรือนที่หนุ่มผู้มาค้างแรมนอนพักอยู่

                   “พี่ชาย ” หล่อนเรียกปลุก

                   “ข้ายังไหลับหรอก ข้าหลับไม่ลง หากยังไม่ได้เห็นหน้าเจ้า”

                   “หนึ่งหมื่นเหรียญไทยได้มาหรือเปล่า ?” เอียงหน้าเข้าไปใกล้ๆ แทบเป็นเสียงกระซิบฝ่ายขึ้นในท่านั่ง

                   “ยิ่งกว่านั้นก็ไม่ขัดเลย น้องสาว”

                   “จริงหรือ ?

                   เสียงสดเหมือนระฆังเงินออกอุทาน ใบหน้ายังคงมีผ้าผืนบางผืนนั้นคลุมอยู่ ด้วยระยะห่างของคนทั้งสองแทบว่าจะไขว่คว้ากันได้ กลิ่นไอของความหนุ่มความสาวฟุ้งน่าละลานใจ

                   “จริง”

                   คำพูดค่อยๆ แต่มีน้ำเสียงเด็ดขาด พร้อมกับมือข้างหนึ่งเอื้อมออกไปจับสไบบางผืนนั้นดึงเบาๆ ผ้าก็หลุดติดมือมา ขณะนั้นแสงจันทร์คืนข้างแรมสว่างโพลง เห็นดวงหน้าหญิงสาวงามละมุนละไมเต็มอิ่มสมบูรณ์ไม่มีที่ติ ดวงตาทั้งคู่เวลานั้น ฉายแววเสน่หาอาลัยและออกหวานหยาดดั่งดาวสะเด็ด รอยยิ้มน้อยๆ

                   และโดยไม่รู้สึกตัว ไม่รู้สึกว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร อะไรสั่งการ ทั้งคู่ก็อยู่ในอ้อมกอดของกันและกันเสียแล้วอย่างละเมียด ด้วยสยบให้แก่ความเสน่หาซึ่งกันและกัน นานเพียงใด ไม่รู้สึก

                   มีเสียงกระแอมเบาๆ ลอดออกมาจากห้องนอน ธรรมยุ้ยผู้เป็นพ่อ และกำลังจะเป็นว่าที่พ่อตา นั่นเอง เจ้าของเสียงนั้น อันเป็นผลให้ทั้งสองสะดุ้ง ปล่อยมือจากกันและกัน

                   “อะไรที่ว่ายังไม่เคยลิ้มรส อยากจะลองลิ้มชิมดูน่ะ” หญิงสาวกระซิบ หัวเราะร่วนแก้เขินขวยใจ

                   “ก็ตัวสาวเจ้านี่อย่างไร” เขากระซิบตอบ

                   “อยากได้ตัว พร้อมทั้งเป็นเจ้าของไร่ปศุสัตว์ย่อยๆ ต้องอีกหนึ่งแสนเหรียญไทยเชียวนะถึงจะได้”

                   “ตกลง” เป็นเสียงตอบอันเด็ดเดี่ยว

                   แล้วทั้งสองเข้าสู่อ้อมแขนของกันและกันอีกครั้งหนึ่ง มีการจุมพิตเบาๆที่แก้มอิ่มละมุนของสาวเจ้า ผู้เอียงให้ด้วยเต็มใจ ก่อนที่จะผละจากกันไป เมื่อมีเสียงกระแอมติดๆ กันหลายครั้งลอดฝาห้องออกมาอีก

                   ชายหนุ่มซึ่งฐานะอันแท้จริงของเขาก็คือ บัณฑิตพรหมศร บุญสา ฑิตสึกใหม่ เหมือนหมากมาเข้าฮอร์ส เขาประสบความสำเร็จที่ใจใฝ่ฝันปรารถนาแล้ว อย่างน่าเป็นสุข มิใช่เพราะอำนาจเงินแต่อย่างเดียว หากแต่อำนาจความมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดกล้าหาญ รวมกับคุณสมบัติที่พิเศษอื่นอีก เป็นต้นว่าความสุภาพเรียบร้อย ความจริงใจ ความที่เข้าจิตเข้าใจคนอื่นอย่างลึกซึ้ง และความใฝ่ใจพยายามไม่ละทิ้ง

                   “ผมบวชเรียนมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กครับคุณพ่อ”  เขาเล่าประวัติตัวเองอย่างตรงไปตรงมา

                   “เป็นเปรียญ 4 ประโยคตั้งแต่เป็นสามเณรอยู่ ครั้นอายุครบบวช ก็เลยอยู่ในผ้าเหลืองมาตลอด ไม่เคยลาสิกขา จนกระทั่งอายุได้ 35 เข้าบัดนี้ ได้เปรียญ 5 ตอนเป็นพระ ชีวิตในผ้าเหลืองคนอย่างผมสามารถหาเงินได้คล่องๆ ตั้งแต่เป็นสามเณรแล้ว เพราะเริ่มเทศน์มาก่อน แล้วต่อมาค่อยมีบทบาทมากยิ่งขึ้นไป ตอนเป็นพระหันมาเทศน์เล่นเสียงด้วย มีปาฐกถาธรรมด้วย เรื่องเกี่ยวกับเสียงเอาหมด แม้กระทั่งเป็นพิธีกรงานวัดต่างๆ หนักๆเข้า เห็นทางหาเงินได้ทางไหนคล่องก็เรียนรู้เอาไว้หมด กระทั่งหมอดู รดน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ เข้าของของเครื่องไทยทาน มีผ้าไตร เครื่องบวชต่างๆ เครื่องบูชา ดอกไม้ ธูปเทียน เป็นต้น จิปาถะเหล่านี้สามารถจะแปรเป็นเงินได้ทั้งนั้น แถมระยะหลังๆนี้ มีตำแหน่งพระเปรียญให้นิตยภัตผมก็ได้กับเขาด้วย ดูเหมือนตำแหน่งงานอาสาพัฒนาอะไรนี่แหละ กรมการศาสนาเขตั้งให้แล้วได้ไปอบรมกัน เขาว่าส่งเสริมพระเปรียญ มีนิตยภัต เดือนละ 500 บาท ผมเป็นอยู่ 3 ปีก่อนที่จะออกลาสิกขาออกมานี่ การเงินผมมีแต่ได้ ไม่ค่อยมีจ่าย ได้เท่าไรก็เก็บหมด พอมีมากเข้าก็ชักร้อนอยากจะออกมาเที่ยวข้างนอก นี่แหละครับเรื่องราวเป็นมาธรรมดาๆอย่างนี้แหละครับ”

                   คู่นี้เรียกว่า บุพเพสันนิวาส มีเหตุมาเช่นนี้เอง ฉะนั้น ในที่สุดงานมงคลวิวาห์ก็ถูกจัดขึ้นอย่างง่ายๆ ไม่มีพิธีรีตองอะไรมาก แต่ยิ่งใหญ่ในความรู้สึกของทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ที่ต่างได้มาพบความสุขสมดังรักดั่งสวรรค์บันดาล

                   ในคืนนั้น แม้จะมีอีกชีวิตหนึ่งอยู่ร่วมบ้าน แต่เสียงริกรี้ เซ้าซี้ ที่ดังลอดออกมาจากส้วมหรือห้องวิวาห์นั้น คล้างดั่งไม่เกรงใจ

                   “ได้กินแล้วรสชาติเป็นอย่างไรบ้างล่ะ ? เสียงกลั้วหัวเราะนี้ เป็นของเจ้าสาว”

                   “ยิ่งกว่าสวรรค์นิพพาน” เสียงคล้ายคนงัวเงียเพิ่งตื่นจากหลับ

                   “อีกสักหน่อยขี้คร้านจะเบื่อ” เสียงเจ้าสาวช่างสดใสจริงๆ

                   ปรากฏว่าอีก 10 ปีต่อมา ครอบครัวโคบาลครอบครัวนี้ มีสมาชิกเพิ่มมาอีก เป็น 15 ชีวิต พ่อตา 1 พ่อ 1 แม่ 1 และอีก 12 เป็นผลงานความขยันขันแข็งเสมอต้นเสมอปลายเป็นอย่างยิ่งของคู่วิวาห์คราวนั้น.

                  

นตฺถิ ตณฺหาสมา นที

                   แม่น้ำเสมอด้วยตัณหา ไม่มี (.. 25/48)

พระพุทธองค์ตรัสเช่นนั้น และแน่ละ เพราะความอิ่มในกามไม่มีในโลก ท่านผู้ปฎิบัติธรรมรำลึก อย่างนี้ๆ

อิตฺถี มลํ พฺรหฺมจริยสฺส

สตรีเป็นมลทินของพรหมจรรย์ (.. 15/52,59)

 

จบบริบูรณ์

 

 

 

 




นิทานธรรมะแสนสนุก

คำนำว่าด้วยประวัติย่อของผู้ประพันธ์ เล่าถวายสหธรรมิก
มานุสสาสุรสงคราม
เจ้าชายหงส์ขาว
พระเหลียวหลัง
ยมราชถามอะไรคือการศึกษา article
ซิ่งเนรคุณ article
มงกุฎมาลีรัตนะแห่งองค์พระอรหันต์เจ้า
พญาโคร่งดำโพธิสัตว์
ดอกไม้ป่าสีน้ำเงิน
อาลัยบาป
ภาระสี่เหล่าจักรพรรดิ์ธรรม
คนเมืองหิว
นักเลงปืนแก๊ป
อนุสรณ์๋ป่าช้าอนุสาวรีย์ลูกรัก
ตำนานรักหนุ่มบ้านกาจสาวบ้านมโนรมย์
สงครามครั้งสุดท้าย
ธารมโนเพชร



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
นี่คือเวบไซต์คู่แฝด, http:\\www.newworldbelieve.net, http:\\www.newworldbelieve.com รวมผลงานการวิจัยรอบด้านทุกสาขาวิชาทั้งฝ่ายโลกและฝ่ายธรรม, โดยเฉพาะเรื่อง ศาสนาใหญ่ ๆ ของโลก, มีการบันทึกข้อมูลทางการพิศูจน์ ทดสอบ วิจัยการศึกษาโลกลี้ลับ, รวมทั้งไสยศาสตร์ และ ศาสนาสากล, งานวิจัยสังคม การเมืองและวัฒนธรรมไทย-สากลและวัฒนธรรมประชาธิปไตย ยาวนานกว่า 14 ปี, แสดงไว้ในเวบไซต์แฝดคู่นี้. เกี่ยวกับประชาธิปไตย, เรากำลังเพ่งเล็งว่าเป็นประเด็นสำคัญยิ่งของประเทศไทยขณะนี้, เพราะโดยยุคสมัย, ไทยไม่อาจจะย้อนกลับคืนไปสู่เผด็จการได้อีก, แม้ว่าจะมีพรรคการเมืองเก่าแก่......พรรคหนึ่งจะพยายามต่อสู้อย่างสุดฤทธิ์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของระบอบอดีตเผด็จการ นำการเมืองไทยหวลกลับสู่ระบอบทึ่น่ารังเกียจคือ โบราณาอามาตยาธิปไตย (ซึ่งเป็นระบอบเผด็จการ ของการปกครองมาแต่ดั้งเดิมนั่นเอง) ซึ่งไม่สามารถจะส่งผลสำเร็จอะไรเกิดขึ้นได้เลย, ก็จะเป็นการหลงผิด เพราะผลที่จะเกิดขึ้น จะเป็นเพียงพร่าเวลาที่มีค่าไปอย่างน่าเสียดาย, เหลวไหลไร้ประโยชน์, มีแต่จะสร้างความเสื่อม, เลวทราม, สร้างความบอบช้ำแก่ประชาชนและประเทศต่อไปอีก, และก็ไม่อาจจะเดินหน้าไปได้ตามระบอบเดิม, ไปได้ก็ชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้วเดินต่อไปไม่ได้, ต้องหมุนกลับสู่เส้นทางสากลประชาธิปไตยจนได้เท่านั้น, คนไทยทุกชนชั้นทุกหมู่เหล่าการอาชีพ ทุกฐานะความเป็นอยู่จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ประชาธิปไตยที่แท้จริง (คือเรียนรู้ตัวเอง ว่าแท้จริงคนมีเสรีภาพ ไม่ใช่ทาส), เพราะเราอยู่ในโลกยุคใหม่, ต้องสร้าง, ต้องใช้วิถีทางประชาธิปไตยนี้แก้ปัญหาการเมืองของประเทศ, แก้ทุกปัญหา ทั้งเศรษฐกิจและสังคม แม้การวัฒนธรรม ก็ต้องสร้างขึ้นใหม่ในฐานะ วัฒนธรรมประชาธิปไตยให้ได้, จึงจะสามารถนำประเทศไปสู่เกียรติและฐานะสากลของคำว่าชาติ หรือ ประเทศไทยได้เท่าเทียมกับประเทศอื่น ๆ และล้ำหน้าประเทศที่ใช้ระบอบเผด็จการโบราณเดิมไปได้, และนั้นเป็นวิถีทางเดียวที่นำไปสู่ชัยชนะ ทางเดียวเท่านั้น และเวบไซต์แฝดคู่นี้พยายามชี้แสงสว่าง เปิดดวงตาของประชาชน ให้มองเห็นเส้นทางที่ถูกต้อง เป้าหมายและวิธีการที่ถูกต้องของการศาสนาวัฒนธรรมส่วนที่เป็นสาระสำคัญควบคู่ไปกับประชาธิปไตยที่แท้จริง และที่สำคัญ เวบไซต์ทั้ง .net และ .com คู่นี้ จะนำคนทั้งหลายในโลก ไปสู่ ศาสนาใหม่แห่งโลกใหม่ (newworldbelieve)โดยมีการเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับวิถีทางความคิด และ การเมือง แบบประชาธิปไตย นี้เอง. *** (16 ส.ค.2561) • หมายเหตุ เอาขึ้นเวบไซต์ แทนของเดิม ทั้ง 2 เวบ .net .com วันที่ 16 ส.ค.2561 เวลา 13.35 น.