ReadyPlanet.com
dot
dot dot
bulletBUDDHISM TO THE NEW WORLD ERA
dot
พระพุทธเจ้า
dot
bulletบทศึกษาพิเศษ:พระพุทธเจ้า ศึกษาจากวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรนแปล เช้า- เย็น
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรแปล เช้า-เย็น อัพเดต
dot
พุทโธโลยี
dot
bulletสมาคมศิษย์หลวงปู่เครื่อง จัดประกวดเรียงความออนไลน์มัธยมศึกษาในวันวิสาขบูชา คลิกดูรายละเอียดและรางวัลที่นี่
dot
ชมรมยุวพุทโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
dot
bulletThe Beginning ความเป็นมาของโครงการชมรมยุวพุโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
bulletChart Showing the Process
dot
บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี พ.ศ.2540 - 2559
dot
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี 1
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 1
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 3
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 4
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 5
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 6
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 7
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 8
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 9
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 10
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 11
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 12
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 13
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 14
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 15
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 16
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 17
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 18
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 19
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 20
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 21
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 22
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 23
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 24
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 25
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 26
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 27
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 28
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 29
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 30
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 31
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 32
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 33
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 34
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 35
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 36
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 37
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 38
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 39
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 40
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 41
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 42
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 43
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 44
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 45
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 46
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 47
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 48
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 49
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 50
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 51
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 52
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 53
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 54
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 55
bulletหนังสือพิมพ์ดีเล่มที่ 56
bulletหนังสือพิมพ์ดีเล่มที 57
bulletหนังสือพิมพ์ดีเล่มที 58
bulletหนังสือพิมพ์ดีเล่มที 59
dot
To The World
dot
bulletENGLISH
bulletUSA
bulletChina
bulletIndia
bullet Mynmar
bullet Cambodia
bullet Loas
bulletSri Lanka
bulletMalaysia
bulletKorea
bulletA Sharp Turn of Believes : Iresearch Iwrite Iread
dot
Buddhism How? บันทึกของนักปฏิบัติธรรมผู้ถวายชีวิตพิศูจน์สัจธรรมพุทธให้รู้แจ้งเห็นจริงถึงระดับมรรคผลนิพพานแท้
dot
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 1
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 2
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 3
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 4
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 5
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 6
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 7
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 8
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 9
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 10
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 11
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 12
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 13
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 14
bulletMystery Report 15
bulletMystery Report 16
bulletMystery Report 17
bulletMystery Report 18
bulletMystery Report 19
bulletMystery Report 20
bulletMystery Report 21
bulletMystery Report 22
bulletMystery Report 23
bulletMystery Report 24
bulletMystery World Report 25
bulletศึกษาโลกลี้ลับ 26
dot
เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว วิเคราะห์ทุกปัญหาในโลกมนุษย์ด้วยสติปัญญาและเหตุผลวิทยาศาสตร์จากนสพ.ดี
dot
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2536
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2537
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2538
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2539
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2540
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2541
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2542
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2543-2545
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2545-2549
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2549-2550
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2550-ส.ค.2551
bulletเฝ้าดูฯ ส.ค.-ก.ย.2551
bulletเฝ้าดูฯ ก.ย.2551- ธ.ค. 2551
dot
เฝ้าดูฯสำนวนพัชรา กอปรทศธรรม
dot
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 16-27
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 29
bulletบทความใหม่ เม.ย.-พ.ค.2552
bulletพุทธธรรมเพื่อทางดับทุกข์
bulletทฤษฎีการดับทุกข์ทางจิต วิปัสสนากรรมฐานโดยการทำงาน(สำนวนปรับปรุงใหม่)
bulletประวัติพัชรา กอปรทศธรรม
bulletประวัติการต่อสู้เพื่อการดับทุกข์ ของพัชรา กอปรทศธรรม
bulletอัลบั้มรูป history
bulletนิทานธรรมะประยุกต์ มานุสสาสุระสงคราม 4 ภาค และอื่น ๆ
bulletอัลบั้มรูป ภาพในอดีตและชีวประวัติศาสตร์ที่สวยงาม
bulletจากเวบบอร์ด พูดกันไม่รู้เรื่อง ประชาธิปไตยล้าหลัง
bulletศาสนาสากล การวิเคราะห์ความหมาย
bulletปลอบใจ
dot
รวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์ แนวปฏิรูปคณะสงฆ์อยู่ในบทวิเคราะห์นี้แล้ว
dot
bulletรวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
สากลจักรวาล สากลศาสนา แนวคิดศาสนาสำหรับคนยุคใหม่ ผู้ก้าวผิดทางไปสู่สิ่งไร้สาระโดยไม่รู้ตัว
dot
bulletสากล...ศาสนา 1
bulletสากล...ศาสนา 2
bulletสากล...ศาสนา 3
bulletสากล...ศาสนา 4
bulletสากล...ศาสนา 5
bulletสากล...ศาสนา 6
bulletสากล...ศาสนา 7
bulletสากล...ศาสนา 9
bulletสากล...ศาสนา 8
bulletสากล...ศาสนา 10
bulletสากล...ศาสนา 11
bulletสากล...ศาสนา 12
bulletสากล...ศาสนา 13
bulletสากล...ศาสนา 14
bulletสากล...ศาสนา 16
dot
ส่วนข้อมูลสำคัญเพื่อการวิจัยการเมืองไทยยุค คมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
dot
bulletข้อมูลสำคัญยุคคมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่1/26ส.ค.2551
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่2/27ส.ค.2551
bulletใบปลิว อีเมล์ ในหลวงทรงร้องไห้
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 1
bulletในหลวงเพิ่งทราบข่าวฆ่าประชาชน10เมย.53ทรงร้องไห้
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
รวมข่าวม็อบการเมืองสนธิ-จำลอง-ปชป.มิ.ย.51-เม.ย.52 นสพ.
dot
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 2
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 3
bulletรวมข่าวม็อบ30มิ.ย.51-23มี.ค.52
bulletเลือดศรีสะเกษบันทึกเรื่องราวรอบด้านเกี่ยวกับเขาพระวิหาร
dot
การโฆษณาชวนเชื่อล้มรัฐบาลทักษิณ
dot
bulletรายงานการโฆษณาชวนเชื่อในประเทศไทยที่ล้มล้างรัฐบาลทักษิณ
dot
หนังสือพิมพ์ดี ของฟรีให้เปล่ามา20ปีแล้วทั้งเอกสารและอินเทอเนท
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต ) เล่ม 1 - 44 - ล่าสุด
bulletหน้าที่เก็บไว้
bulletมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร)
bulletวัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ บันทึกเหตุการณ์
bulletสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษแห่งที่ 1
bulletเกี่ยวกับเวบไซต์ของเรา เราทำเพื่อปัญญาชนโดยแท้
bulletรวมกระทู้เด็ดจากกระดานถามตอบ
bulletคาถาอาคมไสยศาสตร์
bulletกวีนิพนธ์ใหม่
bulletศูนย์ปฏิญญาณละเลิกอบายมุข บัญชีที่ 1- 4


อาลัยบาป

 อาลัยบาป

ถึง

ธารมโนเพชร

        

 

                                                                                                                            

รวมนิยายเรื่องสั้น

ส่งประกวดวรรณกรรมไทยบัวหลวง ครั้งที่ 21

พุทธศักราช 2533

 

อาลัยบาป ถึง ธารมโนเพชร

โดย จักร สุธาธรรม

 

 รวมนวนิยายเรื่องสั้น

                   ส่งประกวดวรรณกรรมไทยบัวหลวง ครั้งที่ 21 ประจำปีพุทธศักราช 2533 กำหนดส่งภายใน                          วันที่ 28 ธันวาคม 2533

                   สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับเป็นองค์อุปถัมภ์วรรณกรรมไทยบัวหลวง และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานวินิจฉัยวรรณกรรมไทยบัวหลวง นับแต่ปีพุทธศักราช 2530 เป็นต้นมา นับเป็นมหามิ่งมงคลแด่มูลนิธิธนาคารกรุงเทพ และผู้ส่งบทประพันธ์ อย่างที่หาที่สุดมิได้

ผู้ประพันธ์   พระภิกษุ ร้อยเอกพยับ ปญญาธโร, เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ

                       โดยนามแฝง จักร สุธาธรรม, สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ

                       วัดมหาพุทธาราม ถนนขุขันธ์ ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ 33000

 

  

รวมนิยายเรื่องสั้น ส่งประกวดวรรณกรรมไทยบัวหลวง ครั้งที่  21

อาลัยบาป                                                                                                                                                              จักร สุธาธรรม

                                                          อาลัยบาป

โดย จักร สุธาธรรม

                  

                   คืนนั้นมีงานฉลองอุโบสถ ชาวบ้านในหมู่บ้านซึ่งมีขนาดใหญ่แห่งหนึ่งแตกตื่นกันทุกครัวเรือน ไม่ว่าหนุ่มสาว เฒ่าแก่แม่หม้าย หรือแม้เด็กเล็กเด็กน้อย ต่างกระวีกระวาดจัดแจงแต่งตัวคอยเวลาแห่งความสนุกสนานกันตั้งแต่ยังไม่ย่ำค่ำ หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านรู้สึกมีความยินดีอิ่มเอม และภาคภูมิใจกับงานฉลองครั้งนี้ อย่างออกหน้าออกตา จนดูเป็นที่น่าอิจฉาของชาวละแวกบ้านใกล้เคียง ในตำบลท้องถิ่นเดียวกันเป็นยิ่งนัก อุโบสถอันสวยงาม ราคาค่าก่อสร้างประมาณสามล้านเศษ ถูกประดับประดาด้วยไฟหลากสีแพรวพราวไปหมด บริเวณวัดกระหึ่มไปด้วยมหรสพ         สมโภชนานาชนิด จนแม้กระทั่งระบำจ้ำบ๊ะ ก็อุตสาห์สั่งเข้ามาแสดง ในแดนชนบทห่างไกลเมืองเช่นนี้ แน่ละเป็นที่คาดหมายว่า ผู้คนคงแห่กันมาเที่ยวชมงานฉลองสมโภชครั้งนี้ อย่างมืดฟ้ามัวดินทีเดียว

                   แม้วาการจัดงานครั้งนี้ จะมีแตกแยกความคิดเห็น ระหว่างคณะกรรมการหมู่บ้านกันอย่างมากมาแล้ว โดยเฉพาะในเรื่องบริการด้านมหรสพความบันเทิงต่างๆ ซึ่งกรรมการหลายคนฝ่ายฆราวาส เห็นว่าควรจัดให้มีแต่น้อย เพื่อประหยัดกลังงบประมาณ และงานที่หนักลดน้อยลงไป แต่ฝ่ายวัดกลับมีคติไปอีกอย่างหนึ่ง และในที่สุด ด้วยความดึงดันอย่างน่าระอาสุดขีดของว่าที่เจ้าอาวาสรูปใหม่ จึงสามารถผลักดันให้มีงานเฉลิมฉลองออกมา ในรูปความกว้างขวางมโหฬารพันลึกเยี่ยงนี้ มิวายที่สุภาษิตแต่เดิมกล่าวว่า อวดกล้าเป็นสมบัติของคนขลาด อวดฉลาดเป็นสมบัติของคนโง่ อวดโก้เป็นสมบัติของคนจน จักยังไม่ล้าสมัยไปก็ตามที

                   และในที่สุด ตลอดเวลา 3 วัน 3 คืนล่วงไปแล้ว ดูเหมือนงานสมโภชครั้งนี้จะสามารถโน้มน้าวจิตใจชาวบ้าน คณะกรรมการฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยแต่เดิม ให้กลับยินดีปรีเปรม เกิดความลำพองใจ ได้ปลื้ม จนหลงชาตินิยม หมู่บ้านนิยมอย่างสุดขีด

                   เว้นแต่ในมุมอับๆ ของห้องโถง หรือที่ถูกก็คือเปิงบนบ้านหลังนั้น ท่ามกล่างแสงริบหรี่ของหลอดสัก 10 แรงเทียน ทอมาจากมุมอีกด้านหนึ่ง

                   เสียงพึมพำขึ้นเบาๆ อย่างทอดอาลัย “ฉิบหายเท่าไหร่เท่ากัน ขอให้ได้หน้าก็เป็นพอ นี่มันบ้าชัดๆ กรรมการวัดทุกคนก็เป็นเบื้อเป็นใบ้กันไปหมด ไม่เห็นมีใครกล้าออกเสียงคัดคานเลยสักคน แล้วทุกข์หนักก็ตกอยู่กับเรา”

                   “บ่นไปก็เท่านั้น” คราวนี้เป็นเสียงแหบๆของผู้หญิง                                                                                                แท้จริงก็เป็นการปรับทุกข์กันของสามีภรรยาคู่หนึ่ง ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องอยู่กับวัดโดยตรง ผัวเป็นมรรคทายก หรือที่กฎหมายคณะสงฆ์ว่าไว้ค่อยข้างโก้ว่า ไวยาวจักร นั่นแหละ ส่วนคู่ชีวิตก็คือผู้ที่ต้องทำตนเป็นผู้นำออกวัดออกวา หุงหาใส่บาตร ส่งจังหันเช้าเพลมิให้ขาดเป็นกิจวัตรคอยป่าวเรียกคนไปทำบุญสุนทาน เป็นผู้นำพาคนทั้งหมู่บ้านเข้าวัดเข้าวา อย่าว่าแต่ลูกหลานหรือครอบครัวของตัวเองเลย

                   “อะไรๆ มันก็เปลี่ยนแปลงไปเหมือนเดิม คนมีกิเลส อยากดัง จะทำตัวเป็นว่ามาทีหลังดังกว่ายังแหละ โธ่ ถ้าท่านอาจารย์อยู่ ?”  

                   พอพูดถึง ท่านอาจารย์ ก็ปรากฏว่าเงียบงันตันตื้นกันไป แล้วก็มีเสียงพลิกกาย พร้อมๆกับเสียงละเมอเบาๆ มาจากจากมุมห้องที่มีแสงมัวๆ แท้ที่จริงมีร่างคนอีกร่างหนึ่งนอนแบบอยู่ตรงนั้นข้างๆ มีขันน้ำกับชาม ดูเหมือนจะเป็นข้าวต้มสำหรับคนป่วยอยู่ในชามใบนั้น

                   ถูกทีเดียว คนป่วย และนี่คือสาเหตุที่สองสามีภรรยาคู่นี้ จำต้องพลอยจับเจ่าเหงากันอยู่บ้านทั้งๆที่ในเวลาขณะนั้น งานฉลองได้เริ่มขึ้นแล้ว มหรสพทุกชนิดโหมกระหึ่มมีการแสดงหลายหลาก ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง ราวกับสวรรค์ทุกชั้นเปิดออกสู่ตามมนุษย์แล้ว และบ้านเรือนทุกหลังคาก็ว่าได้ ล้วนว่างเปล่าปราศจากผู้คน   

                   “พ่อ” เสียงละเมอเรียก นั่นแสดงว่าเจ้าของร่างที่นอนอยู่เป็นลูกสาวพ่อขยับตัว ลุกเดินนั่งอยู่ข้างๆ

“เป็นไงบ้างลูก” ลูบหัวด้วยปรานี ขณะนั้น แม้จะซมด้วยพิษไข้ แต่ประกายตาทั้งคู่และพวงแก้ม ดูสุกปลั่ง เสียงกระอึกในลำคอ ก่อนที่จะได้ยินเป็นคำพูดหลุดปากออกมาคำหนึ่ง

                   “พระธุดงค์”

                   “อะไรหรือลูก พระธุดงค์ทำไม บอกพ่อเสียทีซิ” 

                   “พ่อ หนูอยากจะถามคำเดียวเท่านั้น”             

                   “ถามมาซิลูก อะไรจะทำให้ลูกสบายใจ หายป่วยไข้ก็บอกมาซิลูก พ่อรับรองว่า จะทำตามใจลูกทุกอย่าง จะไม่ตำหนิลูกเลย”

                   ดูเหมือนลูกสาวจะคุ้นกับผู้เป็นพ่อมากกว่าผู้เป็นแม่ ซึ่งขณะนี้ก็เลื่อนเข้ามาฟังอาการอยู่ใกล้ๆ อย่างสงบใจรอคอยดูเหตุการณ์ และเป็นจังหวะที่เสริมคำพูดขึ้นตอนนั้น

                   “จะถามอะไรพ่อก็ถามเถอะลูก พ่อแม่รู้ใจลูกอยู่ทุกอย่างแล้ว ขอแต่ลูกของพ่อแม่หายป่วยไข้เร็วๆ วันนี้พรุ่งนี้เถอะ จะได้เห็นได้ชมอะไรสวยๆงามๆที่ฉลองอุโบสถกับเขาบ้าง พ่อแม่เองก็จะได้โล่งอกสบายใจกับเสียที”

                   หลับตาพริ้มลง เพราะขนตางอนงาม ใบหน้าดูซีด แต่ขณะนั้นกลับฉายนวลราวกับมีความสุขสงบภายในจิตใจ หรือรำลึกภาพแห่งความสุขอันเป็นรอยประทับใจในอดีตแห่งความหลังอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ไม่อาจจะเดาได้

                   ครั้นแล้ว ที่ริมฝีปากบางคู่นั้น ก็ปรากฏรอยฝืนยิ้มอย่างยากเย็น กระดากกระเดื่อง

                   “พระอาจารย์พินบยังไม่กลับจากไปธุดงค์อีกหรือพ่อ ?

                   “ท่านไม่กลับมาอีกแล้วลูก” เสียงตอบพร้อมกันโดยอัตโนมัติ ทั้งคู่สามีภรรยา ราวกับล่วงรู้คำถามอยู่ก่อนแล้ว ชั่วอึดใจนั้น มีเสียงกลั้นใจ แล้วน้ำตาเม็ดน้อยค่อยเล็ดร่วงลงมา ยังไม่มีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้นอีก เพราะมีเสียงโหวกเหวกเข้ามา

                   “สุก สุกอยู่บนบ้านหรือเปล่า หลวงตาให้ตามตัวแน่ะ”

                   จากเสียงนั้น ยอดทายกมีอาการสะดุ้งใจ เหลียวมองออกไปที่เชิงบันได พร้อมกับร้องเชิญแขกให้ขึ้นมาข้างบน แต่ไม่ทันที่ใครจะกล่าวอะไร ก็มีเสียงแทรกขึ้น คราวนี้ เสียงออกกระด้างไว้อำนาจ

                   “ข้างในวัดวุ่นจะตายอยู่แล้ว ทายกไม่ยอมออกจากบ้าน นี่อะไรกัน ?

                   พร้อมกับโผล่หน้าขึ้นบันไดเรือนมา ก็รู้ว่าเป็นหลวงตา ที่มาจากลำนารายณ์ ว่าที่เจ้าอาวาสรูปใหม่

                   สีหน้าเปลี่ยนแปลงแสดงอารมณ์ขึ้ง ไม่พอใจกันทั้งสองฝ่าย

                   ฝ่ายทายก แน่ละ ไม่พอใจอยู่แต่แรกในเรื่องงานฉลอง ซึ่งมีการแสดงออกในทางที่ “เห็นแก่ตัวจัด” เขาคิด“อยากดังอย่างโง่เง่า” เขาวิพากษ์ในใจ ในชั่วขณะที่บันดาลพลุกพล่านในอารมณ์ อุตสาห์ระงับวาจา ระงับใจอย่างสุดขีด

                   “นังหนูมันรื้อไข้ขึ้นอีกแล้ว” ค่อยๆเอ่ยคำออกไป ยังไม่ทันจบความได้ประโยค ฝ่ายที่มาใหม่กลับชิงพูด อย่างรู้ดี หรืออวดรู้ ขึ้นเสียก่อน

                   “เอาเถอะๆ ข้ารู้ วันพรุ่งนี้ก่อนข้าจะอธิษฐานทรงเสด็จเจ้าลำนารายณ์ ทำน้ำมนต์เสด็ดให้ ว่าแต่ตอนนี้ เราทุกคนคอยแกอยู่ที่วัด ขาดแกคนเดียว จะต้องให้แกรับทราบเรื่องจะต้องเบิก” เงินอีกก้อนหนึ่ง วันพรุ่งนี้แกจะต้องธนาคารกับเจ้าพวกนั้นด้วย แต่ตอนนี้เราต้องการจะดูสมุดเงินฝาก เอาอย่างนี้ แกตามฉันออกไปวัดเสียเดี๋ยวนี้”

                   แล้วแทนที่จะเข้ามาในเรือน กลับหันหลังลงบันได พร้อมเสียงกำชับ

                   “อย่าลืมเอาบัญชีเงินฝากไปด้วยล่ะ”            

                   มีเสียงสั่งงานแว่วตามมา คล้ายให้ไปตามตัวกรรมการคนนั้นคนนี้อยู่ชั่วอึดใจหลักจากนั้น ผู้เป็นพ่อและผู้เป็นแม่ทั้งคู่ มองตากันอย่างไม่นัดหมาย เงินในบัญชีฝากธนาคารสะสมมาอย่างไร และกำลังจะฉิบหายไปอย่างไร คนที่ซึ้งในที่สุดคือสองสามีภรรยาคู่นี้

                   “ไปเถอะๆ”

                   แม้คำพูดของผู้ที่โผล่หน้าเข้ามาเมื่อชั่วครู่นั้น จะบาดจิตบาดใจอย่างไร สุดเจ็บแสบอย่างไรที่ไม่มีใครสัมผัสได้ดีกว่า ในที่สุดศรีภริยาก็ไล่ให้ไป มรรคทายกไปคาวนี้ด้วยใบหน้าแดงกร่ำ ไหนจะห่วงลูก ไหนจะห่วงงานวัด พะว้าพะวัง ด้วยถูกกดดันจากหลายๆอย่างหลายๆทาง เขาได้ตัดสินใจว่าคืนนี้จะต้องพูดอะไรๆ ที่เป็น          สัจธรรมเกี่ยวกับการเงินของวัดบ้านนี้ ให้หลวงตาผู้กระหายอยาได้หน้าได้ตา จะครองความเป็นใหญ่ กับทั้งทุกๆ คนฟังกันตรงๆ เสียที อะไรมันจะมันก็ย่อมเกิด เขาคิดไว้เช่นนี้

                   หลายชั่วโมงผ่านไป และผ่านไป ท่ามความมโหฬารสุดขีดของงานสมโภช

                   ไม่ทราบว่าช่วงเวลาที่มรรคทายกเข้าไปเผชิญเหตุการณ์ภายในวัดนั้นมีอะไรเกิดขึ้นบ้างแต่แน่ละ ขึ้นชื่อว่ามรรคทายกแล้ว ดูเหมือนงานทั้งหมดของวัดนั้นเทียวทุ่มลงมาให้แบกให้หามไม่รู้หมดสิ้น ศรีภรรยาเขานั้นเองที่รู้ซึ้งเรื่องนี้ดีที่สุด และคืนนั้น ใครคาดว่าเขาจะได้กลับเข้าบ้านอีก

                   แต่ เขาก็ได้กลับมา เมื่อเวลาประมาณสองนาฬิกาล่วงแล้ว ใบหน้าซีดเซียวตื่นตระหนกของเขา ได้บอกให้รู้เรื่องร้ายที่เกิดขึ้นภายในบ้าน

                   นั่นอย่างไร

                   ลูกสาวสุดที่รัก ได้ถึงแก่ชีวิตเสียแล้ว

                   เมื่อไปถึง สมองหนึกอึ้งมึนงงไปหมด อนิจจาเอ๋ยลูกกำลังย่างเข้าวัยสาว สวยทั้งวัยสวยทั้งรูป สวยทั้งกิริยาวาจา อีกทั้งเฉลียวลาดรอบรู้ไปเสียทุกอย่าง

                   ลูกสาวคนนี้ของพ่อแม่ เป็นหนึ่งในบ้านนาแท้ แต่ถึงแก่ชีวิตแล้ว เป็นไปได้หรือ ? มรรคทายกทำอะไรไม่ถูก รู้สึกคลับคล้ายกับอยู่ในความฝันอันมืดมิดเลื่อนลอย ไร้จุดหมายปลายทาง ฝ่ายภรรยาก็ได้แต่ร้องไห้ฟูมฟายอยู่ข้างๆ เสื่อใบนั้น ที่ร่างปราศจากวิญญาณของลูกสาวที่รักยังคนอยู่ พอเห็นหน้าก็ผวา ร้องไห้โอออกมาดังๆ

                   “อีหนูจากเราไปเสียแล้ว ไม่สั่งสักคำเดียว ถึงเวลาก็สิ้นใจไปเฉยๆ เร็วเข้าเถอะพ่อ ลองร้องเรียกปลุกเข้าซี เผื่อจะฟื้นขึ้นมาสั่งลาสักคำสองคำ”

                   แต่จะร้องเรียกปลุกสักเท่าไรก็ไม่ฟื้น เมื่อลมชีวิตได้ผ่านพ้นไปแล้ว

                   บัดนั้น จึงคงมีแต่เสียงพิลาปร่ำไรไปมาของผู้เป็นแม่ ส่วนผู้เป็นพ่อ จิตใจสุดกลั้นอยู่แล้ว ถูกซ้ำเติมเข้าไปอีกก็เหลือที่จะสกัดกั้นแล้ว ธารน้ำตาก็ไหลหลั่งอาบหน้าของผู้เป็นพ่อ มิต่างจากใบหน้าผู้เป็นแม่

                   และเหตุนั้นนั่นเอง ได้กลายเป็นข่าวที่สุดแสนโทมนัสเศร้าเสียใจ ของชมรมเยาวชนกลุ่มหนุ่มสาว เพราะเธอผู้นี้ ได้ความนิยมสูงสุดว่าเป็นขวัญใจเยาวชนแห่งท้องถิ่นตำบลนี้ เมื่อมาปลดปลงลงอย่างไม่คาดฝันเช่นนี้ เป็นผลให้ตื่นตะลึง ทำบรรยากาศที่รื่นเริงบันเทิงสุดขีดให้เปลี่ยนแปรไปเป็นเศร้าสลด การสมโภชรื่นเริงทุกชนิดเริ่มวายลงไปตามลำดับ ด้วยประกาศิตของชมเยาวชนหนุ่มสาว เพื่อไว้อาลัยให้แด่เธอ ผู้เป็นวัยรุ่นผู้ขวัญใจแห่งนี้

                   นอกจากผู้เป็นแม่แล้ว ไม่มีใครอื่นอีกที่ทราบว่า จำปา สีหะโคตร์ ได้จบชีวิตลงอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับชื่อ “พระอาจารย์อภินพ” ติดไปกับริมฝีปาก คงมีแต่ภาพหลอนแห่งความหลัง ภาพแห่งชีวิตที่เบิกบาน สุขสันต์ อันแจ่มใสในความคิดนึกคำนึง เมื่อสองสามีภริยาคู่นั้นนั่งจับเจ่าเศร้าซึมอยู่ท่ามความเศร้าโศรกข้างๆ ศพลูกสาว ผู้เพิ่งจากไปชนิดที่ไอกายยังอุ่น และแล้ไม่นาน ก็พบกับดวงตานับร้อยคู่ อันแสดงความสลดเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการสูญเสียครั้งนี้

                   ยิ่งกว่าสูญเสียทรัพย์มณีใดในโลกนี้ ก็คือสูญเสียลูกผู้เป็นที่รัก พ่อกับแม่กล่าวตรงกันเช่นนี้

                   มีรอยประทับอันใดที่ลึกซึ้ง ระหว่างชีวิตสาวเจ้า จำปา ผู้แรกแย้ม กับ พระภิกษุหนุ่ม “พระธุดงค์” ที่มีชื่อติดปากสาวเจ้าไปสู่ปรภพว่า “พระอาจารย์อภินพ” หรือ ?

                   ก็คือปรารถนาแห่งธรรมชาติอันล้ำลึก อันยากที่ผู้ใดจะหักล้างเอาชนะได้นั่นเอง

                   จริงอยู่ แม้พระโยคาวจรเจ้ จักผ่านการบำเพ็ญพรตประพฤติพรหมจรรย์มานาน มั่นในใฝ่ใจประพฤติตามพระไตรสิกขา มุ่งสู้ความหลุดพ้น แม้ถึงจักได้สำเร็จบรรลุถึงขั้นสมาธิฌาน หรืออภินิหารใดใดไปแล้วก็ดี หากว่ามิได้พ้นเป็นเพียงโลกีย์อยู่ มิได้เข้าถึงวิมุตติญาณอันตัดกิเลสสงสารเด็ดดิ้นแล้ว ก็ย่อมอาจเสื่อมคุณวิเศษนั้นลงได้เสมอ หากตั้งตนอยู่ในความประมาทบ่อยๆ ก็จักเท่ากับเปิดโอกาสแด่มาร ผู้ตามผจญไม่เลิกราไปเช่นเดียวกัน

                   เช่นมารที่มีชื่อว่า กามเทพ ที่ได้ติดตามผจญพระภิกษุหนุ่มมา มิเลิกรา

                   ฉะนั้น ไม่มีผู้ใดได้สัมผัสลมแห่งกามเทพได้ดีไปกว่า จำปา สาวเจ้าผู้นั้น

                   และในทำนองเดียวกัน แม้คนทั้งหลายจักมีแนวคิดกันว่า ประตูสวรรค์อันศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีวันที่จะเปิดต้อนรับปุถุชนธรรมดา แต่หากประตูสวรรค์นั้นแย้มออกให้เห็นแล้ว ภายในย่อมน่าหลงใหลใฝ่ฝันยิ่งนัก และก็ ไม่มีผู้ใดจักได้รับสัมผัสสิ่งนี้ นอกจากพระภิกษุหนุ่ม อภินพ รูปนั้น

                   สื่อมนุษย์สัมพันธ์และกิจกรรมหลายอย่างเหลือเกินในสมัยใหม่นี้ ที่เชื่อมโยงสวรรค์และแดนดินเข้าใกล้เคียงกัน เหตุนั้น เยาวชนหนุ่มสาว สตรีเพศ จึงมีโอกาสเช้าใกล้ชิดวัดวาอาราม และพระภิกษุสงฆ์ในวัดวาอาราม มีโอกาสมากขึ้นที่แสดงบทบาทภายนอกวัด ซึ่งพลอยเป็นโอกาสแห่งมารด้วยเสมอ

                   เรื่องนี้ เป็นเรื่องมหาวิบากกรรมแห่งนักรบ เช่น พระอาจารย์อภินพ ฉายา ปุญญภิญโญ ผู้มุ่งแสวงความเจริญยิ่งแห่งบุญทั้งหลาย

                   เมื่อ 5 ปีก่อนโน้น ท่านได้รับนิมนต์จากหมู่บ้านหนองเทาแห่งนี้ ให้มาโปรด นำพาพุทธบริษัทญาติโยมที่หมู่บ้านแห่งนี้สร้างเสริมการพระศาสนา เพื่อให้มั่นคงถาวรเป็นหลักฐาน ทั้งทางวัตถุธรรมและนามธรรม แม้ท่านเองจักมีความพึงพอใจในเสนาสนะที่สงบสงัดภายในป่า และยังดำรงความประสงค์จักกลับคืนสู่แดนป่าเขาหิมพานต์อย่างเดิม ภายหลังพระอุโบสถเสร็จลงแล้ว

                   เหตุนั้น ได้กลับกลายเป็นความหมายอันยิ่งใหญ่ ที่ติดริมฝีปากสาวน้อยเจ้า จำปา ไปสู่ปรภพ “พระธุดงค์”                  ท่านธุดงค์ไปตามสัจวาจาของท่าน ภายหลังการก่อสร้างอุโบสถเสร็จสิ้นลงโดยสมบูรณ์ทุกอย่างแล้ว

                   แต่ใครเล่าจักรู้ความจริงว่า พระอาจารย์อภินพ ได้จากไปพร้อมกับความชอกช้ำชำรุดจนสุดจักเยียวยาให้คืนสนิทเสียได้ดั่งเดิม เปรียบเสมือนเสือใหญ่ที่ถูกลูกปืนอันฉกาจ กระเสอกกระสนหนีไปคืนถิ่นถ้ำ จะรอดหรือไม่อย่างไร ใครเล่าจะรู้ดี นอกจากสาวน้อยคนนั้น

                   เธอรู้ดีทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เป็นเรื่องภายในดวงจิตดวงใจของพระอาจารย์อภินพ นับแต่วินาทีแรกที่สายตาได้ประสบ อย่างเป็นเรื่องเป็นราวกับฟ้าบันดาล

                   ขันดอกไม้สดที่โชยกลิ่นหอมเย็นยามค่ำคืน หน้าเข้าพรรษาของปีนั้น นอกจากหมู่หญิงสาวๆจะเหน็บแซมผมแทนของประดับมีค่ามาวัดแล้ว ยังน้อมพร้อมด้วยธูปเทียนทอง เป็นเครื่องบูชาถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาในวัดด้วย

                   เนื่องจากเป็นหมู่บ้านใหญ่และฝังรกรากมาแต่ดั้งเดิมหลายชั่วอายุคน จึงได้สืบทอดวัฒนธรรมและจารีตประเพณีอันดีงามตกทอดมาหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเพณีการขับลำสรภัญญะ ซึ่งจะมีการจัดตั้งเป็นหมู่ของหญิงสาว ที่คัดเลือกมาจากหมู่บ้านนั่นเอง

                   สาวสวยๆ จักเป็นเกียรติยศแก่หมู่บ้านอย่างสูงสุด ด้วยการได้เข้าหมู่คณะขับร้องสรภัญญะนี้ และค่ำคืนในหน้าเข้าพรรษา ก็จะรวมกลุ่มรวมคณะกันมาขับร้องบูชาที่วัด

                   เช่นเดียวกันกับคืนนั้น

                   ด้วยเหตุนี้เอง จึงเป็นอันตรายแก่พระภิกษุหนุ่ม ที่เปรียบเสมือนคมหอกจ่อที่คอหอยของนักรบ ผู้ผ่าน 7 ย่านพิภพ จบ 7 คาบสมุทรโลกันต์ อย่างพระอาจารย์อภินพ นี้

                   “นั่นดอกอะไร ขาว และ หอม ? เสียงพระอาจารย์อภินพ เสียงที่บ่งบอกจิตใจใสสะอาด แกล้วกล้าหาญ”

                   “ดอกมะลิ เจ้าค่ะ”

                   “นั่นหล่ะ ดอกอะไร ?

                   “พุทธา เจ้าค่ะ”

                   “แล้วก็ ดอกโน้น แน่ะ บนข้าวขาวๆ ขันงามๆ สดสวยใบนั้น ?” พระอาจารย์อภินพจะรู้ตัวหรือไม่ว่า ชักจะเล่นลิ้นขึ้นมาเสียแล้ว

                   “อินถวา เจ้าค่ะ”

                   “เอาละ” อาจารย์ทำเสียงขึงขัง “แล้วที่แซมผมดอกนั้นล่ะ พวกเธอเรียกชื่ออะไร ?

                   สายตาที่สบมอง เบนเบี่ยงเลี่ยงหลบ เสียงก็อ้อมแอ้ม เมื่อลอดไรฟันออกมาว่า

                   “ไส้ไก่ สะเลนเต เจ้าค่ะ”

                   “อะไรนะ ? ว่าใหม่ซิ ว่าให้ดังๆให้ได้ยิน” พลางจ้องมองดูใบหน้าหญิงสาวคนที่นั่งพับเพียบเรียบร้อย สวยสะอาดด้วยเครื่องนุ่งห่มเป็นพิเศษ สำหรับวันธรรมสวนะคือแรกนี้ ที่กำลังอมยิ้มกันอยู่ ก็ล้วนเปลี่ยนแปรสีหน้าท่าทางเป็นขวยเขิน มองตากัน

                   เป็นนานชั่วอึดใจ

                   “ดอกสะเลนเต เจ้าค่ะ” เสียงตอบออกมา

                   ดอกไม้ชื่อในภาษาท้องถิ่นชื่อนี้ เป็นชื่อที่มีความหมายสำหรับหนุ่มสาวโดยเฉพาะได้คำตอบแล้ว          พระอาจารย์อภินพระบายยิ้มอย่างพอใจ

                   “ที่ฉันถาม ก็เพราะอยากฟังเสียงของพวกเธอว่าไพเราะสักเพียงไหน ฉันได้ข่าวว่าพวกเราเป็นคณะขับร้องสรภัญญะที่ขึ้นชื่ออยู่ในเขตนี้ไม่ใช่หรอ ?

                   แม้ตอนหลัง จะถามซ้ำไปอีกประโยคหนึ่ง แต่ก็เงียบ ไม่มีเสียงตอบ

                   “แต่เออ ก่อนอื่น ก็ขอมาทำความรู้จักกันเสียก่อน เอ้า จากหัวแถวไป บอกชื่อซิ บอกชื่อ นามสกุล นี่ พวกหนุ่มๆไม่ต้องอมยิ้ม เข้าใจอกุศล ฉันไม่มีเจตนาอะไร นอกจากทำความรู้จักกันเท่านั้น เป็นการแนะนำตัว               อินโทรดั๊กชั่น เข้าใจไหม” พอพวกเธอแนะนำตัวแล้วฉันก็จะแนะนำตัวฉันเองให้พวกเธอรู้จักด้วย ไม่ได้เอาเปรียบกัน เข้าใจนะ เอายังงี้เออ.. เอาคนกลางกลุ่มนี้ บอกชื่อก่อนซิ”

                   เพราะเห็นมีแววเฉลียวฉลาดในดวงตา มากกว่าเห็นความผุดผาดบนใบหน้าหรอก พระอาจารย์อภินพ จึงชี้เอาคนที่อยู่กลางกลุ่ม โดยหวังจะให้เป็นผู้นำ ทำตัวเป็นแบบแด่ผู้อื่น

                   “เออ นั่นแหละ คนที่ปักแซมผมด้วยดอกไม้ที่ชื่อดอกสเลนเต นั่นแหละ”

                   ใบหน้านั้นยิ้มรับละไม ดูสว่างด้วยความปิติพึงพอใจ ขณะกระพุ่มมือไหว้

                   “จำปา สีหะโคตร ลูกสาวมรรคทายก เจ้าค่ะ”

                   “จำปา สีหะโคตร ลูกสาวมรรคทายก” กระแสเสียงกริ่งกังวานในใจของพระอาจารย์อนภินพไปตลอดราตรีอันสงบคืนนั้น

                   ดูเหมือนกามเทพ จักได้ช่องทางของมันแล้ว ตั้งแต่คืนนั้น

                   และ แต่คืนนั้นเช่นเดียวกัน สาวเจ้าจำปา ก็กลับไปพิสมัยใหลหลงในท่วงทีสง่า มีอำนาจ พร้อมน้ำเสียงแฝงแววการุณเฉลียวฉลาด ของพระอาจารย์หนุ่ม และรู้สึกหัวใจตนเอง จะคุ้นกับชื่อเรียกว่า “หลวงพี่อภินพ” มากกว่า   “พระอาจารย์อภินพ” เสียแล้ว

                   จากวันนั้น ปีที่สามล่วงแล้ว เมื่อ “การะเวกทอง” ของ “พระอาจารย์พินบ”

พิชิตรางวัลโล่ทองคำ ชนะเลิศประจำปีอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งหมายความว่า มิได้เคยพบคำว่า “ที่สอง” “หรือเป็นรอง” ใครในการประชันแข่งขัน กระบวนขับกาพย์ทำนองสรภัญญะนี้เลยตลอดปีที่เนื่องมาแล้ว อันแสดงผลงานศิลปะที่ประณีตสุขุมสุดยอดแห่งชนบท ด้วยมาตรฐานการฝึกที่มีระดับ และที่ยิ่งไปกว่านั้น ความพร้อมเยงของทั้งครูผู้ฝึกสอน กับทั้งคณะลูกศิษย์สาวๆ ซึ่งต้องเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับเพียงใด นั่นเอง

                   พิษร้ายจึ่งได้เริ่มปรากฏขึ้น ซึ่งได้สร้างความตระหนกตื่นตกใจ ให้แม้เจ้าตัวต้องพิศวง นั่นคือ เหตุใดโฉมหน้าอ่อนเยาว์ของหญิงสาวเหล่านี้ จึงปรากฏหมุนวนอยู่ ภายในห้วงภวังค์จิต แม้เมื่อได้จำเริญสมาธิไปจนสุด          อภินิหารแห่งตนไปแล้ว พระกรรมฐานใดเล่าอาจหักหายไปได้? ในทำนองเดียวกันอีกฝ่าย ของพระอาจารย์ย่อมอยู่ในห้วงความนึกคิดอันล้ำลึกของลูกศิษย์สาวๆ เป็นเวลาอันเนิ่นนาน ก่อนที่เหตุการณ์ก็ผันแปรไป

                   เมื่อในหน้าฤดูกาลเข้าพรรษามาถึงอีกครั้ง พระอาจารย์เจ้า ก็ได้เลิกรางานการฝึกสอนขับร้อง แม้ไม่มีประโคมดนตรีนี้เสีย ท่านหันไปเร่งงานก่อสร้างอุโบสถและงานอื่นๆแทน เป็นต้นว่า งานพัฒนางานป่าไม้ แม้กระทั่งงานที่สองนโยบายบางอย่างของทางราชการขณะนั้น เช่น งานแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง นอกจากนั้น ท่านยังดูเข้มแข็งขึ้นกับการเอาใจใส่งานด้านการอบรมปฏิบัติธรรมอบรมสมาธิ วิปัสสนา และกรรฐาน งานปริวาสกรรม ซึ่งทำให้เป็นที่ตื่นตาตื่นใจของพุทธบริษัทญาติโยมที่นี่ อันเนื่องจากไม่เคยมีมาก่อน

                   และในช่วงนี้แหละ ที่มีผู้สังเกตกันว่า ได้เกิดความเมินหมางระหว่างพระอาจารย์กับศิษย์สาวคนสวย หัวหน้า “การะเวกทอง” ที่ลือลั่นคนนั้น

                   แต่ใครเล่าจะรู้ความจริง ยิ่งไปกว่าเจ้าของชื่อ จำปา อภินพ

                   ไฟกำลังจะเริ่มคุกรุ่นขึ้นในดวงใจทั้งสอง รู้ตัวในไม่ช้ามันก็จะลุกพรึบเป็นเปลวฉานขึ้นแล้ว ทั้งสองต่างตระหนกตกใจไม่แพ้กัน เมื่อจิตสำนึกอันล้ำลึกคอยเตือนแต่ว่า นั่นเป็นความบาปไม่มีทางใดดีกว่าต้องเลี่ยงไปเสีย

                   กระนั้นกิริยาหมางเมิน เลี่ยงหลบ ก็เป็นเพียงเสแสร้งเท่านั้น ในเมื่อใยพิศวาสทาวพันรัดเหนียวขึ้นเสียแล้ว

                   “เธอเมินหมางวัดวาอารามไปอย่างมากมายเลย”

                   เสียงต่อว่าที่เกิดขึ้นใกล้สนธยาฟ้าค่ำวันหนึ่ง ณ บริเวณบ่อน้ำที่ไรพริกขึ้นเขียวขจีในเทศกาลออกพรรษของปลายปีนั้น

                   นี่เป็นพรรษาที่ 5 ที่พระอาจารย์อภินพมาจำพรรษาอยู่ ณ หมู่บ้านหนองเท่าแห่งนี้ ซึ่งบอกความหมายว่า สัมพันธ์ทางใจกับใครสักคน ย่อมเนิ่นนานมาถึง 5 ปีเข้าแล้ว ถ้อยคำที่ใช้แทนชื่อเรียกก็พลอยบอกความสนิทสนมอันนั้นด้วย

                   “หลวงพี่ในวัดเกือบทุกองค์ ก็ต่างลาสิกขากันไปแล้ว” คำตอบของหญิงสาวกลับเป็นคนละเรื่อง

                   “อุโบสถเสร็จแล้ว จำปา ฉันมีหน้าที่ที่จะต้องรักษาสัจจะ”

                   “พระคุณท่านจะจากไปอย่างนั้นหรือ?” ตระหนกและผันผวนในอารมณ์

                   “อย่างนั้น”

                   “จำปา มิอาจเอื้อมประตูสวรรค์ มันบาป ”

                   “หากประตูสวรรค์เปิดต้อนรับ

                   “อย่าพูดอย่างนั้นเลยพระคุณท่าน ดิฉันไม่บังอาจ….

                   “เธอจะไปเมืองไทยหรือ?

                   “ก็อยากไปเสียให้พ้น ไปหาผัวเสียที่นั่นดีกว่า”

                   ตีข้าว หลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวปีนั้น พระอาจารย์อภินพ พร้อมศิษย์ที่เหลืออยู่ นั่งอยู่บนเครื่องลาดอาสนะ เหนือกองข้าวเลือกกลางทุ่งนา รับประเคนบิณฑบาต กระทำภัตกิจแล้ว อำนวยพร ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ขณะนั้นมีเสียงเล่าลือกันหนาหูว่าคณะหลวงพ่อลำนารายณ์มา จะขับไล่พระอาจารย์อภินพ พระอาจารย์อภินพคงจะต้องจากไปในสิ้นฤดูหนาวที่มาเร็วๆนี้ แท้จริงดูเหมือนพระอาจารย์อภินพ จะได้กำหนดแผนการเดินธุดงค์ไว้เรียบร้อยแล้ว ขณะนั้นท่านได้สละเข้าของส่วนตัวไปหมดสิ้นแล้ว

                   เหตุนั้นนั่นแหละ เวลาที่เหลืออยู่ จึงได้กลายเป็นเวลาแห่งการแข่งขันอันเร่งรุด ระหว่างศิษย์พระตถาคตเจ้า ผู้เร่งพลังจะฝ่าออกไป กับอีกฝ่ายคือมารพิศวาสที่ยิ่งใหญ่เสมอตลอดกาล สมนาม กามเทพ

                   แต่ในที่สุดของการต่อสู้อันเข้มข้น ผู้มีอาวุธคือ ฤทธิ์เสน่หาอาลัย ได้ฐานะทางยุทธศาสตร์ที่เหนือกว่า เพราะเหตุนั้น เมื่อถึงคืนวันนั้น อันเป็นคืนหนึ่งในปลายฤดูหนาว อันเป็นคืนที่กลืนความลับไว้สุดยอด มาได้ชำนะพระภิกษุหนุ่มเสียแล้ว มันจึงได้บอกวิบามายาศาสตร์แด่เธอ เพื่อที่จักใช้ให้สำเร็จสมความปรารถนาแห่งไฟกาม

                   จึงเป็นเหตุให้ชู้รักคู่หนึ่ง ลักลอบมาพบกันที่ไร่พริก แห่งที่คุ้นเคยมาแต่ก่อน ที่นั่นมีเพียงกระท่อมสำหรับชาวไร่ไว้เฝ้าไร่พริก ภายในนั้น ทั้งสองได้พบกันอย่างเงียบเชียบ

                   มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง มิมีใครรู้ดีไปกว่า ผู้ที่เป็นเจ้าของร่างตะคุ่มๆทั้งสองในคืนเดือนมืด มีแต่ดาวดาดดาอยู่บนฟ้าที่ให้แสงขาวโพลนไปทุ่งนา

                   ลมหายใจแรง กระเส่าดั่งว่าเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าสุดทนทาน ทว่าดวงตาเปล่งประกายเพริศพริ้ง มิต่างจากดาวระยิบฟ้า เรือนกายก็ร้อนผ่านเปล่งไออุ่นดุจอบอวลไปทั่วกระท่อมน้อย ช่างตำหรับพิเศษจริงแท้ ที่น่าชื่นใจ น่าหลงใหล ไม่อาจจักกลั้นใจสูดดม

                   เป็นเรื่องของพุรพกรรมแต่ปางไหน ที่ได้ร่วมสร้างกันมา?

                   เพราะเหตุความรู้สึกภายในจิตใจ สนิทสนมกันเหลือล้น นับแต่วินาทีแรกพบ ดุจได้ล่วงรู้ใจกั้นทั้งหมด มิได้มีที่ลับในห้องหัวใจเหลือซ่อนไว้ แม้ความปรารถนา ที่ตรงความปรารถนา

                   “จะปฏิเสธทำไม จำปาเอ๋ย” เขาบอก และซึ่งตรงกับใจเธอ แม้ว่าจะพยายามเบี่ยงบ่าย

                   หลงใหลไปด้วยฤทธิ์กามเทพ แล้วตื่นตระหนกสุดขีดด้วยแว่วปกาศิตแห่งบุญกรรมยามเมื่อรู้สึกตัว

                   ดวงใจจึ่งแตกแหลกสลายลงไม่มีดี

                   พระอาจารย์อภินพออกธุดงค์ไปแล้ว ทรงตัวไปเพื่อ เพียงได้หารัง ที่ฝังซากศพซึ่งเป็นแดนอันไกลโพ้น และได้สิ้นลง ณ สุสานกลางอันกว้างใหญ่ ที่ซึ่งฝูงกาและแร้งรอคอยอยู่อย่างมีความหวัง

                   เขาอุทิศซากศพแด่หมู่แร้งกาเหล่านั้น ไม่นานต่อมา จำปา ชู้รักสาว ก็พลอยสิ้นลง ด้วยโรคดวงใจแหลกสลายเช่นเดียวกัน

                   คราพระอริยสาวกเจ้า ผู้เจริญรอยบาทสมเด็จพระบรมศาสดา จาริกมาถึงป่าช้าแห่งนั้นและซึ่งได้ยึดเอาที่พำนัก เป็นเวลาหลายราตรี ครั้นดึกแล้ว ได้แผ่กุศลแด่เหลาเปรตอสูรกายซึ่งมาขอส่วนบุญ แลส่งเสียงหวีดหวิวอยู่ เป็นประจำมาทุกคืน

                   แลเมื่อจักโปรดสัตว์อบายภูมิตนนั้น กล่าวแล้วอย่างนี้ว่า

                   “แน่ะนางอสูรกายเอย ชายปาราชิกสามีแห่งเจ้า บัดนี้เกิดเป็นแมลงปอ มีกำหนดอายุเหลือเพียง 7 วัน เจ้าจงอธิษฐานด้วยสัจจะแห่งความรักของเจ้าทั้งสอง แล้วแปลงร่างเป็นแมลงปอเถิด จักสัมฤทธิผลที่ปรารถนาทุกประการ แล้วหลังจากนั้น ผลกรรม จำทำราคีแปดเปื้อนในพระพุทธศาสนา เจ้าทั้งสองจำต้องรับพิพากษาโทษทัณฑ์ ในแดนนรกสันดาป ทั้งอเวจีนรก จนครบ, ทุกๆ หลุมบ่อเพลิงอันร้อนแรง เป็นเวลาหลายกัปกัลป์อนันตรัยจึ่งจักพ้น แลได้เข้าสู่ภูมิโลกเดียรัจฉานหินชาติ ที่เที่ยวเสพเมถุนกามสำส่อนตามอำเภอใจไฟราคะดำฤษณา เป็นเวลาอีกหลายกัปหลายกับป์ทีเดียว ยังไม่เห็นว่าวันใดจักพ้นไปจากภูมินี้ได้ โอ การได้เกิดเป็นมนุษย์เป็นของยากจริงหนอ”

                   เสร็จคำพยากรณ์แล้ว พระโยคาวจรเจ้าพลันหลับดวงเนตรลง อย่างปลงอนิจังสังเวช มิปรารถนาจักเห็นแต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดต่อไปอีก

                   แม้แมลงปอคู่ที่สดสวย คู่นั้น ที่โผผินบินวนเวียนไปในบริเวณโดยรอบ อย่างมีความสุขแจ่มใส แต่แล้ว พ้น 7 วันดั่งคำพยากรณ์ ก็มิได้เห็นมันทั้งคู่อีกเลย

                   ทั้งคู่คงจักต้องผลกรรม ดั่งองค์เอกอรหันต์มีพยากรณ์ไว้แล้วนั้น.

 

                   กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ

                   การได้เกิดเป็นมนุษย์ เป็นของยาก (ข.. 25/39)

                   ไฉนเกิดเป็นมนุษย์แล้วทำชั่วเสียเล่า มิฉะนั้นจะต้องรับกรรมหรือ ?

 

 

จบบริบูรณ์

                                                                                                                                




นิทานธรรมะแสนสนุก

คำนำว่าด้วยประวัติย่อของผู้ประพันธ์ เล่าถวายสหธรรมิก
มานุสสาสุรสงคราม
เจ้าชายหงส์ขาว
พระเหลียวหลัง
ยมราชถามอะไรคือการศึกษา article
ซิ่งเนรคุณ article
มงกุฎมาลีรัตนะแห่งองค์พระอรหันต์เจ้า
พญาโคร่งดำโพธิสัตว์
ดอกไม้ป่าสีน้ำเงิน
คนไม่เคย
ภาระสี่เหล่าจักรพรรดิ์ธรรม
คนเมืองหิว
นักเลงปืนแก๊ป
อนุสรณ์๋ป่าช้าอนุสาวรีย์ลูกรัก
ตำนานรักหนุ่มบ้านกาจสาวบ้านมโนรมย์
สงครามครั้งสุดท้าย
ธารมโนเพชร



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
นี่คือเวบไซต์คู่แฝด, http:\\www.newworldbelieve.net, http:\\www.newworldbelieve.com รวมผลงานการวิจัยรอบด้านทุกสาขาวิชาทั้งฝ่ายโลกและฝ่ายธรรม, โดยเฉพาะเรื่อง ศาสนาใหญ่ ๆ ของโลก, มีการบันทึกข้อมูลทางการพิศูจน์ ทดสอบ วิจัยการศึกษาโลกลี้ลับ, รวมทั้งไสยศาสตร์ และ ศาสนาสากล, งานวิจัยสังคม การเมืองและวัฒนธรรมไทย-สากลและวัฒนธรรมประชาธิปไตย ยาวนานกว่า 14 ปี, แสดงไว้ในเวบไซต์แฝดคู่นี้. เกี่ยวกับประชาธิปไตย, เรากำลังเพ่งเล็งว่าเป็นประเด็นสำคัญยิ่งของประเทศไทยขณะนี้, เพราะโดยยุคสมัย, ไทยไม่อาจจะย้อนกลับคืนไปสู่เผด็จการได้อีก, แม้ว่าจะมีพรรคการเมืองเก่าแก่......พรรคหนึ่งจะพยายามต่อสู้อย่างสุดฤทธิ์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของระบอบอดีตเผด็จการ นำการเมืองไทยหวลกลับสู่ระบอบทึ่น่ารังเกียจคือ โบราณาอามาตยาธิปไตย (ซึ่งเป็นระบอบเผด็จการ ของการปกครองมาแต่ดั้งเดิมนั่นเอง) ซึ่งไม่สามารถจะส่งผลสำเร็จอะไรเกิดขึ้นได้เลย, ก็จะเป็นการหลงผิด เพราะผลที่จะเกิดขึ้น จะเป็นเพียงพร่าเวลาที่มีค่าไปอย่างน่าเสียดาย, เหลวไหลไร้ประโยชน์, มีแต่จะสร้างความเสื่อม, เลวทราม, สร้างความบอบช้ำแก่ประชาชนและประเทศต่อไปอีก, และก็ไม่อาจจะเดินหน้าไปได้ตามระบอบเดิม, ไปได้ก็ชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้วเดินต่อไปไม่ได้, ต้องหมุนกลับสู่เส้นทางสากลประชาธิปไตยจนได้เท่านั้น, คนไทยทุกชนชั้นทุกหมู่เหล่าการอาชีพ ทุกฐานะความเป็นอยู่จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ประชาธิปไตยที่แท้จริง (คือเรียนรู้ตัวเอง ว่าแท้จริงคนมีเสรีภาพ ไม่ใช่ทาส), เพราะเราอยู่ในโลกยุคใหม่, ต้องสร้าง, ต้องใช้วิถีทางประชาธิปไตยนี้แก้ปัญหาการเมืองของประเทศ, แก้ทุกปัญหา ทั้งเศรษฐกิจและสังคม แม้การวัฒนธรรม ก็ต้องสร้างขึ้นใหม่ในฐานะ วัฒนธรรมประชาธิปไตยให้ได้, จึงจะสามารถนำประเทศไปสู่เกียรติและฐานะสากลของคำว่าชาติ หรือ ประเทศไทยได้เท่าเทียมกับประเทศอื่น ๆ และล้ำหน้าประเทศที่ใช้ระบอบเผด็จการโบราณเดิมไปได้, และนั้นเป็นวิถีทางเดียวที่นำไปสู่ชัยชนะ ทางเดียวเท่านั้น และเวบไซต์แฝดคู่นี้พยายามชี้แสงสว่าง เปิดดวงตาของประชาชน ให้มองเห็นเส้นทางที่ถูกต้อง เป้าหมายและวิธีการที่ถูกต้องของการศาสนาวัฒนธรรมส่วนที่เป็นสาระสำคัญควบคู่ไปกับประชาธิปไตยที่แท้จริง และที่สำคัญ เวบไซต์ทั้ง .net และ .com คู่นี้ จะนำคนทั้งหลายในโลก ไปสู่ ศาสนาใหม่แห่งโลกใหม่ (newworldbelieve)โดยมีการเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับวิถีทางความคิด และ การเมือง แบบประชาธิปไตย นี้เอง. *** (16 ส.ค.2561) • หมายเหตุ เอาขึ้นเวบไซต์ แทนของเดิม ทั้ง 2 เวบ .net .com วันที่ 16 ส.ค.2561 เวลา 13.35 น.