dot


ผมว่ามีอะไรบางอย่างที่เข้าใจผิด แต่พุทธเจ้าตรัสว่า อย่างเพิ่งเชื่อ


 

ผมคิดว่าในการวิเคราะห์เรื่องราวต่างๆ ของหนังสือพิมพ์ดี มีความเข้าใจที่ผิดพลาดและคลาดเคลื่อนบางอย่าง ยกตัวอย่างเช่น ในเรื่องของคริสตศาสนานั้น ผมคิดว่าบุคคลที่ท่่านกล่าวถึง ว่า เป็นสังฆราชยอด พิมพิสาร เป็นบุตรของสังฆราชเจมส์ นั้น น่าจะเป็นการเข้าใจผิด หากแต่ท่านน่าจะเป็นการสืบทอดตำแหน่งงานต่อจาก สังฆราชเจมส์ มากกว่า ไม่ได้เป็นบุตรทางสายเลือดแน่นอน (ผู้เขียนช่วยเช็คประวัติบุคคลอื่น ก่อนกล่าวอ้างจะดีมาก) ในอีกประเด็นหนึ่งที่กล่าวว่า พระในคริสต์ศาสนาแต่งงานได้ไหม ประเด็นนี้ผมขอชี้แจงโดยอาศัยความรู้ที่เรียนมา ว่า ในคริสตศาสนาก็แบ่งออกเป็นหลายนิกาย ซึ่งในแต่ละนิกายจะมีวิธีปฏิบัติที่ แตกต่างกัน เพียงแต่ทุกนิกาย นับถือพระเยซูเป็นศาสดา เราจึงเรียกบุคคลเหล่านี้ ว่า ผู้นับถือศาสนาคริสต์ อย่างที่เรียนมาแล้วว่า ในคริสตศาสนามี หลายนิกายดังนั้นข้อปฏิบัติจึงไม่เหมือนกัน นิกายโปรแตสแตน์หรือที่เราเรียกว่าคริสต์เตียน นั้น ผู้เป็นพระนั้นแต่งงานได้ ส่วนนิกายคาทอลิกหรือที่เรียกว่าคริสต์ตังค์นั้น แต่งงานไม่ได้ ผมว่าผมอ่านเจอในคอลัมภ์นึงที่กล่าวว่า พระในศาสนาคริสต์แต่งงานได้ไหม แล้วพระท่านนั้นตอบว่าแต่งงานได้ เนื่องจากเป็นพระในนิกายโปรแตสแตน ไม่ใช่นิกายคาทอลิก (ชาวพุทธเราเรียกที่ประกอบศาสนพิธีว่า วัด,ชาวคาทอลิกเรียกว่าโบสถ์, ชาวโปรแตสแตนเรียกคริสตจักร)วันนี้เอาเรื่องศาสนาคริสต์ก่อน ขอแลกเปลี่ยนความรู้เพียงสองประเด็น เดี๋ยวหาข้อมูลเพิ่มก่อน แล้วจะแลกเปลี่ยนความรู้ใหม่ กลัวว่าคนอื่นจะเข้าใจชาวพุทธอย่างเราผิด ว่าเอาแต่วิจารย์เค้า โดนที่ข้อมูลเราไม่แม่น

 



ผู้ตั้งกระทู้ สุวิชาโน ภวโหติ :: วันที่ลงประกาศ 2007-11-06 00:33:21


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (849821)

 

ท่านสุวิชาโน ภวโหติ เป็นห่วงว่าข้อมูลเราไม่แม่น เกรงศาสนาอื่นเขาจะเสียหาย ท่านว่า "ช่วยเชคประวัติบุคคลอื่นก่อนกล่าวอ้างจะดีมาก"  กรณี ประวัติยอด  พิ มพิสาร   เรามีข้อมูลเสมอครับ เพราะเราคือหนังสือพิมพ์ดี  ย่อมดีแน่ ๆ  โปรดอ่านจากรายการแสงธรรมครับ เราจะลิ้งค์ไปให้เลย มี  รายการแสงธรรม สถาปนาตนเองเป็นพระสังฆราช  กับ  ประวัติพระคุณเจ้ายอดพิมพิสาร  และ เชือกผูกรองเท้าของพระเยซู  ในเฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้วของหนังสือพิมพ์ดีเล่มที่23ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น บรรณาธิการนสพ.ดี วันที่ตอบ 2007-11-19 00:28:17


ความคิดเห็นที่ 2 (850916)

 

ผมเช็คดูแล้วเกี่ยวกับประวัติ ของ พระคุณเจ้ายอด พิมพิสารที่่ท่านว่า และรายการแสงธรรมที่ท่านชมนั้น ผมคิดว่าท่านจับใจความเนื้อหาของรายการผิด ส่วนลิงค์ที่ท่านให้ผมมา ก็เป็นลิงค์ของหนังสือพิมพ์ดี ไม่ใช่ลิงค์ ประวัติเจ้าตัวที่ถูกต้อง ผมอยากให้เช็คประวัติเขา ไม่ใช่ ให้เช็คลิงค์ ก็เพราะผมอ่านเนื้อหาของหนังสือพิมพ์ดี ไง ผมจึงบอกว่า ลงประวัติเขาผิด ช่วยแก้ไขด้วย ไม่ใช่ให้ผมลิงค์ไปอ่านข้อมูลที่ท่านฟังมาผิด แล้วบอกว่ามีข้อมูที่ถูกต้องเสมอ

ผู้แสดงความคิดเห็น สุวิชาโน วันที่ตอบ 2007-11-20 01:34:03


ความคิดเห็นที่ 3 (850921)

 

บาทหลวงยอด พิมพิสาร เกิดเมื่อวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 1933(พ.ศ.2476)(พ.ศ.2476)เป็นบุตรของนายชำนิ (หรือ เจมส์)และนางสุภาพ พิมพิสาร คุณพ่อเรียนจบชั้น ม.6 ที่โรงเรียนอัสสัมชัญกรุงเทพฯ หลังจากนั้นคุณพ่อได้เข้าบวชในคณะมหาไถ่ ได้ศึกษาต่อที่ St Clement’s College ในประเทศฟิลิปปินส์ ต่อมาอีก 2 ปี ก็เข้านวกสถานของคณะพระมหาไถ่ที่ประเทศฟิลิปปินส์ และถวายตัวเป็นนักบวชในคณะพระมหาไถ่ในรัฐวิสคอนซิน ได้ศึกษาวิชาปรัชญาและเทวศาสตร์ที่บ้านเณร Immaculate Conception และบวชเป็นพระสงฆ์ในปี ค.ศ. 1958 เดินทางกลับประเทศไทย ปี ค.ศ. 1960 ได้เริ่มสอนและดูแลเณรที่บ้านเณรพระมารดานิจจานุเคราะห์ซึ่งเป็นบ้านเณรเล็กของคณะพระมหาไถ่ที่ศรีราชา ชลบุรี เป็นเวลาประมาณ 7 ปี ถูกย้ายให้มารับตำแหน่งอธิการคณะและอธิการโบสถ์ที่วัดมหาไถ่ กรุงเทพฯ ในปี ค.ศ. 1973 ได้รับการอภิเษกเป็นประมุขของสังฆมณฑลอุดรธานี เมื่อวันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม ค.ศ. 1975 ณ อาสนวิหารพระมารดานิจจานุเคราะห์ อุดรธานี ต่อจาก พระสังฆราช คลาเรนซ์ เจ ดูฮาร์ต ชาวอเมริกา (ไม่ใช่สังฆราชเจมส์ อะไรทั้งสิ้น)

ผู้แสดงความคิดเห็น สุวิชาโน วันที่ตอบ 2007-11-20 01:45:16


ความคิดเห็นที่ 4 (851961)

 

เราขอขอบคุณ สุวิชาโน  ก็ขอขอบคุณครับที่ค้นหลักฐานมา   ให้  เราอาจจะเข้าใจผิดก็ได้   แต่ประเด็นของเราก็คือ    คำว่าสงฆ์เป็นสถาบันของพระพุทธศาสนา  เหตุใดคริสต์จึงเอาไปใช้เป็นของตน  และยกตนสูงกว่าเจ้าของสถาบันอีก  นั่นคือเจ้าของสถาบันทีตำแหน่งสูงสุดที่  สังฆราช  แต่คริสต์ตั้งตนเองเหนือกว่า  โดยมี  อัครสังฆราช สังฆราช  และอุปสังฆราช   เราอยากให้ประเด็นนี้เป็นที่รู้จักในหมู่ชาวพุทธเราให้กว้างขวางและร่วมวิเคราะห์ดูอย่างลึกซึ้ง    และเราหวังว่าท่าน สุวิชาโน ก็คงจะได้สัมผัสเหมือนกับเรา ว่านี่คืออะไร  มีความสำคัญและควรเป็นประเด็นใหญ่ขนาดไหน   โปรดแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันต่อไปนะครับ  โดยเฉพาะเราหวังว่าท่านจะได้ลองตรวจสอบบทวิเคราะห์ของเราในหนังสือพิมพ์ดี  โดยเฉพาะประเด็นศษสนาสากล  และบทวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างศษสนา  ดังเช่นเราจะลิ้งค์ไปให้ท่านดูอีกสัก 2 เรื่อง  แล้วอยากฟังว่าท่านคิดอย่างไร โปรดคลิก เรื่องที่ 1     โปรดคลิก          เรื่องที่2        และเรื่องที่3ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี แทนบก.นสพ.ดี วันที่ตอบ 2007-11-20 21:57:31


ความคิดเห็นที่ 5 (852085)

 

ขอบคุณเหมือนกันครับสำหรับลิงค์ และความคิดเห็นต่างๆผมขอเริ่มสนทนาธรรมด้วย ที่ละเรื่องแล้วกันนะครับ ขอชี้แจ้งเกี่ยวกับคำว่า พระสงฆ์และสังฆราชในคริสตศาสนานิกายคาทอลิกก่อนแล้วกัน หากคำว่า พระสงฆ์หมายถึงชายที่บวชในพระพุทธศาสนา นั้น แสดงว่านักบวชคริสต์น่าจะใช้คำนี้ผิด ซึ่งปกติแล้วคำที่ใช้สำหรับนักบวชชายในคาทอลิก คือ บาทหลวง (a priest) แต่สันนิษฐานว่า เหตุที่ใช้คำว่าพระสงฆ์ น่าจะมาจากสมัยก่อน การเรียกนักบวชในศาสนาต่างๆ มักเรียกว่า พระสงฆ์ เพราะยังไม่มีการบัญญัติศัพท์ให้ เนื่องจาก คำแปลว่า priest มีความหมายว่า พระสงฆ์ เหมือนกัน ต่อมาจึงมีการบัญญัติศัพท์ให้เรียกว่า บาทหลวง แต่ความเคยชินของผู้คนยังอยู่ จึงใช้กันติดปากว่าพระสงฆ์ ในส่วนของสังฆราช ก็เช่นเดียวกัน คำในภาษาอังกฤษคือ bishop หมายถึงผู้นำแห่งนักบวช ก็คงใช้ตามคำแปลภาษามากกว่า ความหมายของคำที่แท้จริง

ผู้แสดงความคิดเห็น สุวิชาโน วันที่ตอบ 2007-11-21 00:14:44


ความคิดเห็นที่ 6 (852100)

 

ในส่วนเรื่องของการเรียกอัครสังฆราช สังฆราช และอุปสังฆราช นั้น ต้องขอเรียนก่อนว่า การปกครองของคริสต์ คาทอลิก นั้น แบ่งการดูแลและสอนศาสนในประเทศไทยออกตามพื้นที่ ได้ 10 เขต เรียกแต่ละเขตว่า สังฆมณฑล ในแต่ละสังฆมณฑล มีผู้นำของบาทหลวง เรียกว่า สังฆราช และมีผู้ช่วย ในแต่ละเขตเรียกว่า อุปสังฆราช แต่คำว่า อัครสังฆราช นั้น ไม่ได้มีความหมายว่า เป็นสังฆราชที่ใหญ่กว่า คนอื่น เพียงแต่ มีพื้นที่ปกครองที่มีความสำคัญมากกว่า ในเขตอื่น เช่น มีจำนวนคาทอลิกมากกว่าเขตอื่น เป็นต้น ดังนั้นพื้นที่การปกครองเหล่านี้ เราจึงเรียกว่า อัครสังฆมณฑล และให้เกียรติผู้ปกครองเขตเหล่า นั้น โดยเรียกว่า อัครสังฆราช ยกตัวอย่างเช่น อัครสังฆมณฑลกรุงเทพ อัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง มิได้มีจุดประสงค์เพื่อการกล่าวล่วงหรือจาบจ้วง หรือยกตนข่มท่าน แก่พุทธศาสนิกชนเรา ตามความคิดของข้าพเจ้า

ผู้แสดงความคิดเห็น สุวิชาโน วันที่ตอบ 2007-11-21 00:31:52


ความคิดเห็นที่ 7 (852108)

 

สำหรับเรื่องที่ท่าน ลิงค์ให้ผมอ่าน นั้น ผมกลับมองว่าเป็นเรื่องที่อาจเกิดขึ้นจริงได้ หรือเป็นเพียง บทละคร ที่แต่งขึ้น หรือ ข้อสมมุติฐาน ที่รอการพิสูจน์ ซึ่งเรื่องเหล่านั้นจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ประเด็นก็คือ เรื่องเหล่่านั้น มากระทบกับความเชื่อที่เหล่าคริสตชนมี หรือไม่ หากกระทบกับเขาแล้ว เขาจะทำอย่างไร เปลี่ยนศาสนา หรอ หรือยังคงความเชื่อเดิม แต่ความเชื่อหนึงที่สำคัญของคริสต์คือ การกลับคืนชีพ หรือ มีชีวิตอมตะหลังความตายแล้ว ประเด็นนี้ต่างหากที่ทำให้คริสต์เชื่อในพระเยซู แต่ เรื่องประวัติของพระเยซูนั้น จะมีความเชื่อที่แตกต่างกันไปบ้างขึ้นอยู่กับแต่ละนิกาย แต่ทุกนิกายก็ยอมรับนะ ว่าพระเยซูเป็นมนุษย์ ดังนั้นก็น่าจะมีบางประเด็นที่เป็นมนุษยบ้าง ผมชอบคำพูดของโป๊ปองค์ก่อน (จอห์นปอลที่ 2)อยู่ประโยคนึง ในช่วงนั้นมีหนังเรื่อง รหัสลับดาวินชี กำลังเป็นกระแสหนังที่ดังมาก เป็นเรื่องเกี่ยวกับ พระเยซูมีทายาทสืบสายเลือด แต่โป๊ปองค์นั้นก็ไม่ได้ สั่งระงับหนังไม่ให้ฉายทั่วโลกนะ แต่ท่านบอกว่า หนังเรื่องนี้ทดสอบความเชื่อคริสตชนมาก ดังนั้นคริสตชนควรสวดเยอะๆ เพื่อขอให้พระเจ้า ประทานความเชื่อที่เข้มแข็งให้กับเรา....ผมคิดว่าท่านฉลาดนะ

ผู้แสดงความคิดเห็น สุวิชาโน วันที่ตอบ 2007-11-21 00:57:16


ความคิดเห็นที่ 8 (852116)
สำหรับโป๊ปปลอมไว้หาข้อมูลก่อน
ผู้แสดงความคิดเห็น สุวิชาโน วันที่ตอบ 2007-11-21 01:11:24


ความคิดเห็นที่ 9 (852120)

 

ผมว่าประเด็นศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนนะ ถ้าจะวิจารย์หรือใส่ความคิดเห็นที่ขัดแย้งกับศาสนาอื่นๆ น่าจะเลี่ยงนะ แต่ถ้าหากความเชื่อของศาสนาอื่นใกล้เคียงกับเรา ก็น่าจะเอามาวิเคราะห์มากกว่า ว่าเหมือนกับที่พุทธองค์ ทรงสอนไว้แบบใดบ้าง เข้าใจเขาเข้าใจเรา น่าจะดีกว่า ระแวงว่าเขาด้อยกว่า หรือว่่าเราด้อยกว่านะ ความเชื่อเป็นเรื่องศรัทธาของแต่ละบุคคล

ผู้แสดงความคิดเห็น สุวิชาโน วันที่ตอบ 2007-11-21 01:22:17


ความคิดเห็นที่ 10 (858925)

 

ก็ขอขอบคุณสุวิชาโนสำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับคริสต์ เรากำลังนึกอยู่ว่าสุวิชาโนนี้เป็นเพียงชื่อแฝง แฝงความหมายว่าเป็นผู้มีวิชาดีอย่างนั้นหรือเปล่า อยากรู้ชื่อจริง ๆ เลย  เร่องที่เป็นประเด็นขณะนี้ก็คือ  เราเป็นฝ่ายที่ได้รับความเสียหาย  เมื่อเราเป็นโจทก์ฟ้องขึ้น ท่านจะบอกว่าเราหาเรื่องก็ดูจะไม่เป็นความยุติธรรม   ถ้าเรามามองคำว่า  สงฆ์  ตามหลักของพระพุทธศาสนา  ท่านเข้าใจจริงว่าสงฆ์หมายถึงอะไร   แต่ถ้าท่านยังไม่รู้จักคำว่า  สงฆ์ คืออะไร ในนัยะแห่งพระพุทธศาสนาแล้ว  ก็แปลว่าถกกันคนละระดับความเข้าใจ  ไม่สามารถเข้าใจกันได้หรอก   สงฆ์ในที่นี้มีนิยามหมายถึงสงฆ์ที่เป็นปุถุชนสงฆ์ กับสงฆ์ที่เป็นอริยบุคคลถึงระดับสูงสุดคือเป็ฯพระอรหันต์ ซึ่งตรงนี้เป็นของเฉพาะ จำกัดเฉพาะสงฆ์ในพระพุทธศาสนา ไม่มีในศาสนาอื่น เพราะแม้ปุถุชนสงฆ์ก็มีความเฉพาะตัว ในนัยะว่าด้วยการเสพเมถุนกามนั่นเอง ถ้าสงฆ์แท้ ๆ การเสพกามหมายถึงการสิ้นสุดความเป็นสงฆ์    และในขณะที่สถาบันสงฆ์นี้มีคำ ๆ นี้อยู่เพียงคำเดียว คือ  สังฆราช  ในแผ่นดินไทยนี้   แต่คาทอลิกกลับ สร้างองค์กรของตนเองขึ้นมา   ซึ่งโดยชื่อ โดยภาษาขององค์กร ของสถาบันนั้น  ได้สร้างความเสียหายให้แก่สถาบันสงฆ์ไทย  คือเรามีสังฆราช  เมื่อท่านมีอัครสังฆราช มีทั้งสังฆราชอีกหลายตำแหน่ง และยังมีอุปสังฆราชอีกหลายตำแหน่งอีกนั้น  มีความหมายที่ข่มยกตนข่มท่าน  แค่นี้ท่านยังมองไม่เข้าใจหรือ   เราก็เสนอทางออกให้ว่าให้ท่านหันไปใช้คำของท่าน  เท่านั้นเองก็จะเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย  และนั่นจะแสดงถึงมิตรภาพและการแสดงจิตใจที่แท้จริง  และเราอยากให้เป็นเช่นนั้น แล้วเราจะเป็นมิตรกันได้อย่างยิ่งใหญ่

 

ส่วนเรื่องภาพยนต์เรื่องรหัสลับดาร์วินซีนั้นก็ตอกย้ำเข้าไปอีกในเรื่องที่ท่านเองว่าอาจจะเป็นไปได้คือพระเยซูอาจจะมีภริยาได้  จริง ๆ  ก็คล้ายเรื่องจอกศักดิ์สิทธิ์(Holy Grail) นั่นเอง   สิ่งที่เราคิดว่าโป๊ปฉลาดนั้น  เราคิดว่าเดี๋ยวนี้สถานการณ์ของโลกการเมืองเปลี่ยนไปหมดแล้ว  โปปไหนจะมีอำนาจสั่งมนุษย์ยุคประชาธิปไตยให้สร้างหนังอย่างนั้นอย่างนี้ได้ตามอำเภอใจเหมือนสมัยก่อน ไม่มีอีกแล้ว    แท้จริงคนเขามาสู่เสรีภาพในความคิด  และเขาคิดสร้างหนังขึ้นมาโดยอิสรภาพของเขาต่างหาก  ไม่ได้ตกอยู่ใต้อำนาจการสั่งการของโป๊ปเลย

 

เราไม่ทราบว่าเวลาท่านวินิจฉัยการศาสนาสากล  ท่านเอาอะไรเป็นพื้นฐานการวินิจฉัยของท่าน  เราหมายความว่า   การวินิจฉัยสัจธรรมของแต่ละศาสนาก็จำเป็นต้องอิงอยู่กับคัมภีร์สูงสุดของศาสนานั้น   หากท่านศึกษาจากตัวคัมภีร์ศาสนา เช่นคริสต์ก็ศึกษาจากไบเบิลเลยทีเดียว   อิสลามก็ศึกษาจากพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานโดยตรง  อย่างนี้แล้ว  ก็สามารถสรุปข้อวินิจฉัยได้   หากมิเช่นนั้นก็จะเป็นการคุยหรือถกปัญหากันคนละมาตรฐานไปอีก    และก็จะประนีประนอมกันได้ยาก   ถ้าท่านเคยศึกษาในไบเบิล  ก็จะทราบอะไร เป็นอะไรเกี่ยวกับเรื่อง  Resurrection   หรือเรื่องการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์

 

เอาละเรารู้สึกพอใจมากกับความรู้ของท่าน  โปรดแวะเข้ามาอีกให้ได้นะครับ  จะได้แลกเปลี่ยนกันต่อไปอีก  เรายังมีอีกหลายเรื่องทีเดียวครับ  บางทีท่านสุวิชาโน แม้จะมีวิชาดีเพียงไหนก็อาจจะยังไม่เข้าใจเราก็ได้ 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี วันที่ตอบ 2007-11-26 22:16:50


ความคิดเห็นที่ 11 (1004986)

 

เราอยากให้ท่านได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับการศาสนาสากล เรื่องใหม่เอี่ยม ซึ่งเป็นผลงานของนักวิทยาศาสตร์ที่พยายามหักล้างเรื่องความเชื่อที่เหลวไหลในศาสนา  โปรดดู RAMESES ฟาโรห์ผู้ดื้อด้านต่อพระเจ้าของอียิปต์ จนได้รับภัยพิบัติ 10 ประการที่ยิ่งใหญ่ของอียิปต์ยุคนั้น โปรดคลิก

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin วันที่ตอบ 2008-02-14 20:20:20


ความคิดเห็นที่ 12 (1070214)

 

ได้อ่านบทสนทนาระหว่างท่านสุวิชาโนและบ.ก.หนังสือพิมพ์ดีแล้วน่าสนใจดี ข้าพเจ้าจึงขอร่วมแสดงความคิดเห็นบ้าง ดังนี้

ในยุคที่วิทยาการและวิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้าชาวโลกที่มีสติปัญญาคงต้องการการพิสูจน์ความรู้และความจริงที่ถูกต้อง เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อการเผยแผ่ศาสนา ที่สำคัญศาสนาที่ชาวโลกยอมรับว่านำไปสู่สันติภาพจะต้องมีองค์ประกอบ 2 ส่วน คือการสอนให้ทำดีและคำสอนที่เป็นจริงตามกฏธรรมชาติ หากไม่สามารถสนองตอบได้ทั้ง 2 ส่วน ชาวโลกก็คงรู้สึกว่าถูกพันธนาการให้เชื่อโดยไม่มีเหตุผลและปฏิเสธศาสนาในที่สุดเหมือนที่นักวิทยาศาสตร์ปฏิเสธพระเจ้ามาแล้ว อย่าไปคิดว่าการขุดคุ้ยพิสูจน์หาความจริงในคำสอนของคัมภีร์ทางศาสนาเป็นการจาบจ้วงดูถูกดูหมิ่นเพราะมันคือทางแห่งแสงสว่าง คงไม่มีใครชอบความมืดเพราะมันจะทำให้อึดอัดขัดข้องในจิตใจและเมื่อนั้นความทุกข์จะเกิดขึ้น

ผู้แสดงความคิดเห็น กาขาว วันที่ตอบ 2008-03-10 11:39:46


ความคิดเห็นที่ 13 (2058402)

ผมว่าอย่าวิจารย์ศาสนาอื่นเลยจะดีกว่าความเชื่อของใครของมันอย่ามาวัดตัดสินกันว่าศาสนาใครถูกใครผิดผมว่าทุกศาสนานั้นถูกต้องหมดแต่หลักคำสอนไม่เหมือนกันแค่นั้นแหละเอามาวิจารย์กันไปมาเดี้ยวมันจะเพิ่มแต่เกลียดชังมากขึ้นเปล่าๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น ดอฟ วันที่ตอบ 2010-11-16 10:44:11



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.