ReadyPlanet.com
dot
dot dot
dot
พระพุทธเจ้า
dot
bulletบทศึกษาพิเศษ:พระพุทธเจ้า ศึกษาจากวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรนแปล เช้า- เย็น
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรแปล เช้า-เย็น อัพเดต
dot
พุทโธโลยี
dot
bulletสมาคมศิษย์หลวงปู่เครื่อง จัดประกวดเรียงความออนไลน์มัธยมศึกษาในวันวิสาขบูชา คลิกดูรายละเอียดและรางวัลที่นี่
dot
ชมรมยุวพุทโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
dot
bulletThe Beginning ความเป็นมาของโครงการชมรมยุวพุโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
bulletChart Showing the Process
dot
บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี พ.ศ.2540 - 2559
dot
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี 1
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 1
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 3
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 4
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 5
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 6
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 7
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 8
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 9
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 10
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 11
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 12
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 13
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 14
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 15
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 16
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 17
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 18
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 19
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 20
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 21
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 22
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 23
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 24
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 25
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 26
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 27
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 28
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 29
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 30
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 31
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 32
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 33
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 34
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 35
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 36
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 37
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 38
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 39
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 40
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 41
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 42
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 43
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 44
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 45
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 46
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 47
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 48
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 49
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 50
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 51
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 52
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 53
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 54
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 55
dot
To The World
dot
bulletENGLISH
bulletUSA
bulletChina
bulletIndia
bullet Mynmar
bullet Cambodia
bullet Loas
bulletSri Lanka
bulletMalaysia
bulletKorea
bulletA Sharp Turn of Believes : Iresearch Iwrite Iread
dot
Buddhism How? บันทึกของนักปฏิบัติธรรมผู้ถวายชีวิตพิศูจน์สัจธรรมพุทธให้รู้แจ้งเห็นจริงถึงระดับมรรคผลนิพพานแท้
dot
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 1
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 2
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 3
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 4
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 5
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 6
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 7
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 8
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 9
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 10
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 11
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 12
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 13
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 14
bulletMystery Report 15
bulletMystery Report 16
bulletMystery Report 17
bulletMystery Report 18
bulletMystery Report 19
bulletMystery Report 20
bulletMystery Report 21
bulletMystery Report 22
bulletMystery Report 23
bulletMystery Report 24
bulletMystery World Report 25
bulletศึกษาโลกลี้ลับ 26
dot
เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว วิเคราะห์ทุกปัญหาในโลกมนุษย์ด้วยสติปัญญาและเหตุผลวิทยาศาสตร์จากนสพ.ดี
dot
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2536
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2537
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2538
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2539
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2540
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2541
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2542
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2543-2545
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2545-2549
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2549-2550
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2550-ส.ค.2551
bulletเฝ้าดูฯ ส.ค.-ก.ย.2551
bulletเฝ้าดูฯ ก.ย.2551- ธ.ค. 2551
dot
เฝ้าดูฯสำนวนพัชรา กอปรทศธรรม
dot
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 16-27
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 29
bulletบทความใหม่ เม.ย.-พ.ค.2552
bulletพุทธธรรมเพื่อทางดับทุกข์
bulletทฤษฎีการดับทุกข์ทางจิต วิปัสสนากรรมฐานโดยการทำงาน(สำนวนปรับปรุงใหม่)
bulletประวัติพัชรา กอปรทศธรรม
bulletประวัติการต่อสู้เพื่อการดับทุกข์ ของพัชรา กอปรทศธรรม
bulletอัลบั้มรูป history
bulletนิทานธรรมะประยุกต์ มานุสสาสุระสงคราม 4 ภาค และอื่น ๆ
bulletอัลบั้มรูป ภาพในอดีตและชีวประวัติศาสตร์ที่สวยงาม
bulletจากเวบบอร์ด พูดกันไม่รู้เรื่อง ประชาธิปไตยล้าหลัง
bulletศาสนาสากล การวิเคราะห์ความหมาย
bulletปลอบใจ
dot
รวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์ แนวปฏิรูปคณะสงฆ์อยู่ในบทวิเคราะห์นี้แล้ว
dot
bulletรวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
สากลจักรวาล สากลศาสนา แนวคิดศาสนาสำหรับคนยุคใหม่ ผู้ก้าวผิดทางไปสู่สิ่งไร้สาระโดยไม่รู้ตัว
dot
bulletสากล...ศาสนา 1
bulletสากล...ศาสนา 2
bulletสากล...ศาสนา 3
bulletสากล...ศาสนา 4
bulletสากล...ศาสนา 5
bulletสากล...ศาสนา 6
bulletสากล...ศาสนา 7
bulletสากล...ศาสนา 9
bulletสากล...ศาสนา 8
bulletสากล...ศาสนา 10
bulletสากล...ศาสนา 11
bulletสากล...ศาสนา 12
bulletสากล...ศาสนา 13
bulletสากล...ศาสนา 14
bulletสากล...ศาสนา 16
dot
ส่วนข้อมูลสำคัญเพื่อการวิจัยการเมืองไทยยุค คมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
dot
bulletข้อมูลสำคัญยุคคมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่1/26ส.ค.2551
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่2/27ส.ค.2551
bulletใบปลิว อีเมล์ ในหลวงทรงร้องไห้
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 1
bulletในหลวงเพิ่งทราบข่าวฆ่าประชาชน10เมย.53ทรงร้องไห้
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
รวมข่าวม็อบการเมืองสนธิ-จำลอง-ปชป.มิ.ย.51-เม.ย.52 นสพ.
dot
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 2
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 3
bulletรวมข่าวม็อบ30มิ.ย.51-23มี.ค.52
bulletเลือดศรีสะเกษบันทึกเรื่องราวรอบด้านเกี่ยวกับเขาพระวิหาร
dot
การโฆษณาชวนเชื่อล้มรัฐบาลทักษิณ
dot
bulletรายงานการโฆษณาชวนเชื่อในประเทศไทยที่ล้มล้างรัฐบาลทักษิณ
dot
หนังสือพิมพ์ดี ของฟรีให้เปล่ามา20ปีแล้วทั้งเอกสารและอินเทอเนท
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต ) เล่ม 1 - 44 - ล่าสุด
bulletหน้าที่เก็บไว้
bulletมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร)
bulletวัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ บันทึกเหตุการณ์
bulletสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษแห่งที่ 1
bulletเกี่ยวกับเวบไซต์ของเรา เราทำเพื่อปัญญาชนโดยแท้
bulletรวมกระทู้เด็ดจากกระดานถามตอบ
bulletคาถาอาคมไสยศาสตร์
bulletกวีนิพนธ์ใหม่
bulletศูนย์ปฏิญญาณละเลิกอบายมุข บัญชีที่1-3


บทที่ 1 ความเป็นมาของระบอบประชาธิปไคย หลักการและเหตุผล

 

 

 

 

ปัญหาประชาธิปไตย
ศึกษาที่ไปที่มาของประชาธิปไตย
แท้จริงถอดมาจากหลักธรรมของพระพุทธศาสนา

 

จาก กระดานถาม-ตอบ ของ https://www.newworldbelieve.net
ผู้ตั้งกระทู้    ผู้ใช้นามแฝงว่า  10236   ตั้งกระทู้เมื่อ  6 กันยายน 2551

 

 

 

 

 

 

กระทู้

 

ช่วยตอบหน่อย ด่วน

ประชาธิปไตยทางโลกและทางธรรมแตกต่างกันและเหมือนกันอย่างไร ยกตัวอย่างหลายๆข้อ

ขอขอบคุณล่วงหน้าไว้นะที่นี้ด้วย

 

ผู้ตั้งกระทู้ 10236 :: วันที่ลงประกาศ 2008-06-06 11:09:40

 

 

 

 

 

ความเห็นที่ 1 (1280346)

 

 

ประเด็นที่1 ประชาธิปไตยทางโลกและทางธรรมแตกต่างกันอย่างไร   แตกต่างกันที่เป้าหมาย ทางโลกมุ่งหมายให้ประชาชนมีความสุขสงบด้วยวิถีอย่างโลก ๆ นั่นคือ ความสงบสุข มีเศรษฐกิจดีอุดมสมบูรณ์ มีเงินทอง ร่ำรวยโดยความขยันที่ถูกกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ระเบียบของสังคม พูดสั้น ๆ ก็คือประชาธิปไตยเชื่อว่าคนจำนวนมากคือประชาชนทั่วแผ่นดิน มีหัวคิดกันทุกคน  ไม่ควรกดความคิดของประชาชน  เปิดโอกาสให้เขาทำมาหากินอย่างอิสระ มีเป้าหมายที่ความอิ่ม  อิ่มอาหาร อิ่มยศฐาบรรดาศักดิ์ อิ่มลาภ อิ่มสรรเสริญ นี้เป็นเป้าหมาย  ประชาธิปไตยทางโลก    ส่วนประชาธิปไตยทางธรรม หมายถึงเป้าหมายแห่งธรรม คือการแสวงหาอย่างอิสระ ปราศจากการกดขี่ทางความคิด มีวิจารณญารเป็นของตนเองโดยเด็ดขาดในการวิเคราะห์ปัญหาเชิงภูมิปัญญา  โดยหลักทางศาสนาพุทธ คนต้องตรัสรู้ด้วยตนเอง   คนจึงต้องมีอิสระของพื้นฐานภูมิปัญญา หมายถึงมีอิสระที่จะคิด ที่จะใช้วิจารณญาณอย่างอิสระ เพื่อไปสู่การตรัสรู้   เป้าหมายประชาธิปไตยทางธรรมคือสังคมสงบสุขด้วยธรรม  ประชาชนมีธรรมเสมอกัน  ไม่ใช่เรื่องอามิส

 

ประเด็นที่ 2  ความเหมือนกัน   เหมือนกันตั้งแต่หลักการ  โดยตรงกันที่หลักการว่าด้วยความเป็นมนุษย์   ซึ่งหลักการนี้ได้มีการพัฒนาขึ้นในตะวันตกมีอังกฤษฝรั่งเศสเยอรมัน  ซึ่งในขณะนั้นถูกปกครองโดยศาสนจักร์ที่กรุงโรม  และเอาระบอบเทวสิทธิ์มาปกครองยุโรป  หมายถึงการปกครองโดยคณะผู้แทนของ ทพเจ้าเบื้องบน   มีคัมภีร์ทางศาสนาเป็นรัฐธรรมนูญ  ซึ่งคัมภีร์นี้ได้บัญญัติฐานะของมนุษย์ทั้งปวงไว้ว่าเป็นคนบาป  มีหน้าที่ต้องชำระบาปและรับใช้พระเจ้าทุกประการ นับแต่รับใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ ไปถึงการรับใช้ด้วยชีวิต  โดยไม่มีสิทธิ์คัดค้านเลย  มีหน้าที่ก้มหน้าก้มตาฟังคำสั่งของคณะผู้แทนพระเจ้าคือโป๊ปและคณะบาดหลวงที่กรุงโรมอย่างซื่อสัตย์  ซึ่งนี่คือการปกครองที่กดขี่ผู้ใต้ปกครอง และผู้ใต้ปกครองไม่มีความเป็นมนุษย์  ต่อเมื่อมีการขูดรีดของคณะผู้ปกครองจนร่ำรวยอย่างมหาศาล โปที่กรุงโรมมีฐานะกินดีอยู่ดียิ่งกว่ากษัตริย์เสียอีก  คนจึงเริ่มมองไปถึง ความเป็นมนุษย์  และได้พัฒนาต่อมาเป็นระบอบประชาธิปไตย  มีการปลดแอกจากอำนาจของพระเจ้า มาปกครองตนเอง  จัดระบอบการปกครองของมนุษย์ โดยมนุษย์ และเพื่อมนุษย์ขึ้น ตามที่เรารู้ดีว่า  การปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนนั่นเอง   แต่นั่นเป้นการวิวัฒนาการมาของการปกครองตะวันตก   ในส่วนของพระพุทธศาสนา   ประชาธิปไตยคือคำสอนส่วนหลักของพระพุทธศาสนาโดยแท้จริง  เพราะว่าด้วยความเป้นมนุษย์  นั่นคือ  มนุษย์จะต้องช่วยตนเอง  (หลัก อัตตาหิ อัตตะโนนาโถ  ตนแลเป็นที่พึ่งของตน)  ประชาชนต้องปกครองตนเอง   นี่เป้นส่วนที่เหมือนกันทั้งประชาธิปไตยฝ่ายโลกและฝ่ายธรรม

 

3.   ประชาธิปไตยอันสมบูรณ์ไม่ว่าทางโลกหรือทางธรรม หมายถึงจริยธรรมอันสูงสุด  คนในระบอบประชาธิปไตยต้องเคารพตนเอง  เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์   ในทางโลกต้องมีศักดิ์ศรีในฐานะที่ตนเองเป็นผู้มีอำนาจการปกครองประเทศคนหนึ่งทีเดียว ในการเลือกตั้งจะต้องดำรงตนมั่นคงในหน้าที่ของประชาชนผู้ปกครองตนเอง มีความรับผิดชอบอย่างสูงในการเลือกตั้ง   ในทางธรรมการประพฤติดีประพฤติชอบไม่ว่าทางกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม จะต้องทำด้วยสำนึกอิสระ เห็นเหตุเห็นผลด้วยภูมิปัญญาตนเอง   สังคมทางธรรมะ จึงเป้นสังคมที่มีความเห็นพ้องต้องกันในธรรมะ  ถ้าเป้นสังคมพระอรหันต์ท่านจะมีสิ่งที่เรียกว่าตรงกันด้วยจิตใจที่สะอาดปราศจากกิเลสเหมือนกัน  เมื่อหมู่พระอรหันต์มารวมกันเป้นหมื่นองค์ล้อมพระพุทธเจ้า  จึงเป้นสังคมอันสงบและปราศจากการเคลื่อนไหว  ที่สะท้อนความอิ่มเป้นนิจนิรันดร    ในทางโลก เมื่อสังคมมนุษย์ มีคนแต่ละคน มีความเคารพตนเอง  เคารพในความเป็นมนุษย์ รู้ธรรมมีหิริโอตตัปปะ คือ มีความละกลัวและละอายใจในการทำอะไรผิด ๆ หรือที่เห็นแก่ตัว  ควบคุมตัวเองได้ด้วยตนเอง  รู้ดีรู้ชั่วด้วยตนเอง  มีการศึกษาในจริยธรรมอย่างสูง  สังคมก็สงบ  เรียกว่าประชาธิปไตยอันสมบูรณ์

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น บุษบา บุญเสฏฐ์ วันที่ลงประกาศ 2008-06-08 21:41:45

 

 

 

 

 

ความเห็นที่ 2 (1282422)

 

 

คำว่า ประชาธิปไตย ภาษาไทยแปลมาจาก Democracy อันเป็นบัญญัติเดิมของนักรัฐศาสตร์ยุคเริ่มแรกแห่งตะวันตก  เรามาทำความเข้าใจทางภาษาก่อนก็พอจะให้เข้าใจหลักการของประชาธิปไตยไปได้ในระดับหนึ่ง

 

Democracy 

1. A form of government in which the people have a voice in the exercise of power,typically through elected representatives.

2. a state governed in such a way

3.  control of a group by the mojority of its members [Reader's Digest GREAT Dictionary of The English Language p.251]

 

ในภาษาไทยมีสั้น ๆ เป็นคำประกอบของคำว่า ประชา เป็นประชาธิปไตย

ประชาธิปไตย ระบอบการปกครองที่ถือมติปวงชนเป็นใหญ่, การถือเสียงข้างมากเป็นใหญ่  (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน  พ.ศ.2542  หน้า656)

 

 

ต่อไปเป็นความเข้าใจโดยหลักการ

 

โดยหลักการแล้ว มีหลักการเบื้องต้นที่เราต้องเข้าใจก่อนก็คือ  การเมืองและการปกครองนั้น หมายถึงอำนาจ   ผู้ปกครองหมายถึงผู้ที่มีอำนาจเหนือคนทั้งหลายในแผ่นดิน     อย่างเช่นในยุโรป มีโป๊บและคณะบาดหลวงที่กรุงโรม มีอำนาจปกครองคนทั้งยุโรป ปกครองแม้กษัตริย์ในยุโรปมาเป็นเวลานานกว่า 1,000 ปี   ต่อเมื่อใช้อำนาจไปในทางที่กดขี่ประชาชน และเห็นแก่ตัว  เพราะคณะโป๊ปนี้เหยียดหยามประชาชนว่าเป็นคนบาป เป็นมวลชนที่รังเกียจของพระเจ้าเพราะความบาปของพวกเขา ( เนื่องจากมนุษย์คู่แรกของต้นตระกูลมนุษย์ร่วมกันทำบาป คืออีวาและอีฟ ก่อกรรมบัดสีด้วยกันในสวนเอเดน ฉะนั้นทายาทมนุษย์ทั้งหลายจึงเป็นคนบาป เป็นที่รังเกียจของพระเจ้า  จะต้องล้างบาปทั่วทุกตัวตน ตั้งแต่กระยาจกขอทานขึ้นไปถึงแม้กระทั่งกษัตริย์ ) 

 

ซึ่งต่อมาเมื่อ 1000 ปีหลังของศาสนาคริสต์ มนุษย์ยุโรป จึงเริ่มมองว่า การใช้อำนาจเช่นนี้ ไม่มีความเป็นธรรมแด่มนุษย์  และเริ่มต้นศึกษาทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เข้าใจเชิงเหตุและผลทางการปกครอง และชีวิตมนุษย์มากขึ้น   จนในที่สุดจึงมาพบความหมายของ ความเป็นมนุษย์  และความหมายที่ค้นพบคือ  มนุษย์นั้นคือเสรีชน  ไม่มีการดลบันดาลใดที่อาจช่วยมนุษย์ได้ นอกจากมือทั้งสองของมนุษย์เอง

 

ซึ่งจะเห็นว่า  นี่คือการที่นักการศึกษายุคเริ่มแรกประชาธิปไตยในยุโรปได้มารู้จักพระพุทธศาสนาและพบความหมายของคำว่ามนุษย์  ในฐานะมนุษย์ผู้ไม่มีการนับถือพระเจ้าเป็นสรณะ  แต่นับถือสติปัญญาของมนุษย์เองเป็นสรณะ   และการที่มนุษย์ทำดีได้ดีเพราะการกระทำของมนุษย์เองจากพระพุทธศาสนา

 

และนักรัฐศาสตร์รุ่นนั้น  นับแต่ จอห์น ล็อค และ โธมาส ฮอบบส์ ที่นักรัฐศาสตร์ไทยรู้จักเป็นบุคคลต้น ๆ  นำมาเขียนเป็นทฤษฎีรัฐศาสตร์  ประชาธิปไตยขึ้น  

 

นั่นคือ  การปกครองของมนุษย์ โดยมนุษย์ และเพื่อมนุษย์   พวกเขาขจัดพระเจ้าออกไปเสียจากการเมืองที่กดขี่ และอยุติธรรม

 

 

 

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น บุษบา บุญเสฏฐ์ วันที่ลงประกาศ 2008-06-11 09:03:47

 

 

 

 

 

 

ความเห็นที่ 3 (1283591)

 

 

ในประเทศไทย ประชาธิปไตยเกิดขึ้น มิใช่ด้วยการวิวัฒนาการ  แต่มีการเกิดขึ้นโดยปัจจุบันทันด่วน ด้วยการปฏิวัติ 24 มิถุนายน 2475  โดยคณะนายทหารทำการยึดอำนาจกษัตริย์  และแท้ที่จริงคณะทหารเหล่านั้น และแม้นักวิชาการรัฐศาสตร์ในยุคนั้น(หรือแม้ยุคนี้ก็ตาม) มิได้ทราบความหมายที่แท้จริงของประชาธิปไตยเลยว่าแท้จริงมาจากหลักการของพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติไทย และเป็นศาสนาที่บูชาของพวกเขานี่เอง  เพียงแต่หลักพระพุทธศาสนานั้นมีความหมายที่เอื้ออาทรมนุษย์ทั้งหลาย ครอบคลุมให้ประโยชน์แด่มนุษย์ทั้งหลาย ในทุกระบอบการปกครอง 

หมายความว่า  ฐานะของความเป็นมนุษย์ มีได้ในทุกระบอบการปกครอง  ไม่ว่าระบอบการปกครองระบอบใดหากมนุษย์ในระบอบนั้นอยู่ในธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา   แต่ในหลักการของพระพุทธศาสนา มนุษย์จะต้องปกครองตนเอง  มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนาที่ตะวันตกพึงพอใจให้นิยามว่า เป็นศาสนาเดียวที่ไม่มีพระเจ้า  ฉะนั้นในการปกครองทุกระบอบของชาวพุทธ จึงเป็นการปกครองของมนุษย์เอง  เดิมเรามีการปกครองในระบอบเผด็จการราชาธิปไตย (ระบอบที่ไม่มีฝ่ายค้าน กำจัดฝ่ายค้านด้วยการลงโทษอย่างรุนแรง เช่น การตัดหัวเจ็ดชั่วโคตร เป็นต้น) 

แต่กษัตริย์ไทยก็พาประชาชนไทยเคารพในพระพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นมนุษย์   กษัตริย์พม่า ลาว กัมพูชาก็เช่นเดียวกัน   เพียงแต่ยุโรปเมื่อได้รู้นิยามของความเป็นมนุษย์และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์แล้ว  ได้มีการศึกษาในรายละเอียดของการที่จะปกครองโดยมนุษย์ เพิ่มเติมไปอีกจนสามารถนำไปปฏิบัติเป็นรูปธรรม และมีการวิวัฒนาการมาซึ่งการปกครองโดยมนุษย์ ของมนุษย์และเพื่อมนุษย์ ขึ้นในโลก และซึ่งโดยระบอบนี้พวกเขาได้ปลดแอกของพระเจ้าทิ้งไปเสียโดยสิ้นเชิง   และโลกเชื่อว่าเป็นการปกครองที่เหมาะสมที่สุดในหมู่มนุษย์  การปกครองระบอบประชาธิปไตยจึงแพร่หลายออกไป จนเกิดค่านิยมของระบอบประชาธิปไตยขึ้นอย่างสูงสุด 

ประเทศใดที่ยังไม่เป็นประชาธิปไตยจะได้รับการรังเกียจว่า เป็นประเทศที่ไม่มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และจะต้องถูกกดดันให้เปลี่ยนแปลงเป็นประชาธิปไตยต่อไป  (หมายความว่าหลักการของศาสนาพุทธได้รับการบังคับให้นำไปปฏิบัติทางการปกครองอย่างเป็นสากลแล้วในนามของ ประชาธิปไตย)  ดังจะปรากฏว่ากำลังมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ประชาธิปไตยไปตามลำดับ ภายใต้การนำของอเมริกา และยุโรป เช่นรัสเซีย  จีน  อิรัค  อิหร่าน และประเทศมุสลิมในตะวันออกกลางทั้งหลาย 

 

 

 

ในความหมายทั้งหมดของระบอบประชาธิปไตย หรือการมองในองค์รวมทั้งสิ้น  การเลือกตั้งเป็นสิ่งจำเป็น เป็นเครื่องมือที่จักเคลื่อนระบอบประชาธิปไตยให้เป็นรูปธรรม   ดังนิยามว่า   A form of government in which the people have a voice in the exercise of power, typically through elected representatives.  แปลว่า  รูปแบบหนึ่งของการปกครอง ซึ่งพลเมืองแต่ละคนต่างก็มีเสียงของตนสียงหนึ่งเข้าไปใช้อำนาจทางการปกครอง  โดยมีรูปแบบที่สำคัญผ่านการเลือกตัวแทนของประชาชนไปใช้อำนาจนั้น

 

 

 

นั่นคือ ประชาธิปไตยต้องมีการเลือกตั้ง   การเลือกตั้งตัวแทนของประชาชนเป็นสิ่งจำเป็น   และมีกติกาที่สำคัญที่สุดก็คือ   control of a group by the mojority of its members  แปลว่า  มีการปกครองดูแลโดยถือเอาเสียงส่วนมากของพลเมืองของประเทศ   หรือหลักรัฐศาสตร์ที่ว่า   Majority Rule Minority Right  การปกครองโดยคนส่วนมาก  แต่มีการรักษาสิทธิของคนส่วนน้อย   นั่นเอง 

 

 

 

นี่คือความหมายที่สำคัญที่สุด  กติกา  นี่เองคือสิ่งที่คนในระบอบประชาธิปไตยต้องยอมรับ  เนื่องเพราะประชาธิปไตยก็มีข้อจำกัด เราไม่สามารถจะทำอะไรให้ได้มากไปกว่านี้   โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราจะนัดคนทั้ง 60 ล้านคนมายกมือออกความเห็นพร้อม ๆ กันไม่ได้  จึงต้องมีการเลือกตั้ง  ซึ่งหมายถึง  การปกครองโดยการมีตัวแทนของประชาชน (Representatives)  โดยเลือกฝ่ายที่มีเสียงส่วนมาก (Majority) ของประชาชนเป็นผู้ปกครอง โดยเป็นฝ่ายรัฐบาล  และเสียงส่วนน้อยเป็นฝ่ายค้าน

 

 

 

ซึ่งกติกาข้อสำคัญ ๆ เช่นนี้ จะได้รับการบัญญัติไว้ในกฎหมายสูงสุดของประเทศเสมอไป กฎหมายสูงสุดเราหมายถึงรัฐธรรมนูญ แท้ที่จริงนั้นรัฐธรรมนูญจึงหมายถึงกติกาข้อสำคัญ ๆ ของการปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน  นั่นเอง   การเขียนรัฐธรรมนูญจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้กติกาเป็นสิ่งที่ชัดเจน และเป็นที่ยอมรับของปวงประชามหาชนของประเทศนั้น ๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศใหม่ ๆ ที่มีความมุ่งหมายทางการปกครองประชาธิปไตย เช่นประเทศไทย  ซึ่งสถาบันและพลเมืองทั้งสิ้นต้องเคารพในกติกาที่เขียนไว้ในกฎหมายสูงสุดของประเทศ   เพราะการเคารพในกติกา  หมายถึง ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์  ที่ทำให้สังคมมนุษย์ในระบอบประชาธิปไตยมีความเป็นมนุษย์ที่อุดมสมบูรณ์ มีความสุขและสงบ  เพราะกติกา คือการยอมรับ การจำนน การนิ่งสงัด  และการไม่โต้แย้ง

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น บุษบา บุญเสฏฐ์ วันที่ลงประกาศ 2008-06-12 18:45:00

 

 

 

 

 

 

 

ความเห็นที่ 4 (1286139)

 

 

ประเด็นสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตยจึงเป็นเรื่องคุณภาพของประชาชนแต่ละคน ผู้ที่มีหน้าที่ในการปกครองตนเอง  ความเป็นมนุษย์ และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ในระบอบประชาธิปไตยจึงหมายถึงระดับการศึกษาของประชาชน  มีความสามารถสูง จนพอที่จะพึ่งพาตนเองได้อย่างอิสระ  ปราศจากความคิดอย่างทาสโดยสิ้นเชิง   ซึ่งจะพบว่านี่เป็นความหมายที่แฝงไว้ในหลักการของพระพุทธศาสนานั่นเอง  หมายความว่าชาวพุทธ ที่มีสติปัญญา คือผู้ตื่น ผู้รู้ ผู้เบิกบาน รู้ดีรู้ชั่วด้วยตนเอง  และมีการตรัสรู้ด้วยตนเอง  ชาวพุทธที่สมบูรณ์จะมีสติปัญญาในเชิงการวินิจฉัยและใช้ดุลยพินิจได้ด้วยตนเอง มีการสั่งการใดใดได้ด้วยตนเอง  ดังจะเห็นจากคำสอนในกาลามสูตร  ที่พระพุทธองค์ทรงสอนชาวกาลามว่าอย่าเพิ่งเชื่ออะไรง่าย ๆ  ไม่ว่าข่าวสารเหตุการณ์ใดใด นั้น อย่าเพิ่งเชื่อเสียก่อน  10 อย่างคือ

 

                (1)   อย่าเชื่อ โดยการฟังตามกันมา

                (2)   อย่าเชื่อ โดยการถือสืบ ๆ กันมา

                (3)   อย่าเชื่อ โดยการเล่าลือ

                (4)   อย่าเชื่อโดยการอ้างตำรา

                (5)   อย่าเชื่อ โดยตรรก

                (6)   อย่าเชื่อ โดยการอนุมาน

                (7)   อย่าเชื่อ โดยการคิดตรองตามแนวเหตุผล

                (8)   อย่าเชื่อ เพราะเข้ากันได้กับทฤษฎีของตน

                (9)   อย่าเชื่อ เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าเชื่อ

                (10) อย่าเชื่อ เพราะนับถือว่า ท่านสมณะนี้เป็นครูของเรา

 

นี่คือหลักการของประชาธิปไตยข้อสำคัญที่เกี่ยวกับประชาชน ในระบอบประชาธิปไตย นั่นหมายถึงอิสรภาพของปัจเจกบุคคล ที่จะต้องรู้ด้วยตนเอง  และที่ไม่สนับสนุนให้เกิดการครอบงำทางความคิด นั่นคือแนวทางการพัฒนาทางวัฒนธรรมการเมือง   และประชาชนในระบอบประชาธิปไตยจะต้องมีพื้นฐานความเป็นมนุษย์  และความคิดของมนุษย์ประชาธิปไตย ต้องได้รับการเคารพเสมอ   คือ  เคารพในความคิดเห็นของคนอื่น แม้ฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์กับเราด้วย  

 

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น บุษบา บุญเสฏฐ์ (newworld_believe-at-hotmail-dot-com) วันที่ลงประกาศ 2008-06-15 22:29:18

 

 

 

 

 

 

ความเห็นที่ 5 (1287175)

 

 

เราขอเสนอให้ลองอ่านบทวิเคราะห์เรื่อง ประชาธิปไตยไทยยังคงหลงทางอยู่  โปรดคลิกเพื่ออ่าน

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น บุษบา บุญเสฏฐ์ (newworld_believe-at-hotmail-dot-com) วันที่ลงประกาศ 2008-06-17 09:35:35

 

 

 

 

 

 

ความเห็นที่ 6 (1287195)

 

 

โปรดดู ประชาธิปไตยไทยต้องมียุทธศาสตร์  ยุทธศาสตร์ประชาธิปไตยไทยต้องไม่ก้าวถอย แต่ต้องก้าวไปข้างหน้า

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น บุษบา บุญเสฏฐ์ (newworld_believe-at-hotmail-dot-com) วันที่ลงประกาศ 2008-06-17 10:15:55

 

 

 

 

 

 

ความเห็นที่ 7 (1321190)

 

 

test readyplanet 

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น readyplanet (jeeraporn-at-grandplanet-dot-com) วันที่ลงประกาศ 2008-07-27 20:39:32

 

 

 

 

 

 

ความเห็นที่ 8 (1321192)

 

 

ประชาธิปไตยสงฆ์

 

ภายใต้หลักการของพระพุทธศาสนา

ภราดรภาพเป็นเรื่องสำคัญในหลักการปกครองคณะสงฆ์

เสรีภาพเป็นหลักการสำคัญของการแสวงหาความหลุดพ้น และ

เสมอภาค  คือ ความเท่าเทียมโดยธรรม  โดยเอามาตรฐานแห่งคุณธรรม สูงสุดคือมรรคผลเป็นความหมายของความเสมอภาค

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น บุษบา บุญเสฏฐ์ (newworld_believe-at-hotmail-dot-com) วันที่ลงประกาศ 2008-07-27 20:42:16

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




ประชาธิปไตย : การศึกษาหลักการสำคัญ




Copyright © 2010 All Rights Reserved.