ReadyPlanet.com
dot
dot dot
dot
พระพุทธเจ้า
dot
bulletบทศึกษาพิเศษ:พระพุทธเจ้า ศึกษาจากวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรนแปล เช้า- เย็น
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรแปล เช้า-เย็น อัพเดต
dot
พุทโธโลยี
dot
bulletสมาคมศิษย์หลวงปู่เครื่อง จัดประกวดเรียงความออนไลน์มัธยมศึกษาในวันวิสาขบูชา คลิกดูรายละเอียดและรางวัลที่นี่
dot
ชมรมยุวพุทโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
dot
bulletThe Beginning ความเป็นมาของโครงการชมรมยุวพุโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
bulletChart Showing the Process
dot
บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี พ.ศ.2540 - 2559
dot
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี 1
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 1
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 3
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 4
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 5
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 6
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 7
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 8
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 9
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 10
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 11
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 12
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 13
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 14
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 15
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 16
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 17
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 18
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 19
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 20
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 21
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 22
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 23
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 24
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 25
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 26
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 27
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 28
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 29
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 30
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 31
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 32
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 33
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 34
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 35
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 36
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 37
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 38
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 39
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 40
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 41
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 42
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 43
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 44
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 45
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 46
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 47
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 48
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 49
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 50
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 51
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 52
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 53
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 54
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 55
dot
To The World
dot
bulletENGLISH
bulletUSA
bulletChina
bulletIndia
bullet Mynmar
bullet Cambodia
bullet Loas
bulletSri Lanka
bulletMalaysia
bulletKorea
bulletA Sharp Turn of Believes : Iresearch Iwrite Iread
dot
Buddhism How? บันทึกของนักปฏิบัติธรรมผู้ถวายชีวิตพิศูจน์สัจธรรมพุทธให้รู้แจ้งเห็นจริงถึงระดับมรรคผลนิพพานแท้
dot
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 1
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 2
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 3
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 4
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 5
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 6
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 7
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 8
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 9
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 10
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 11
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 12
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 13
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 14
bulletMystery Report 15
bulletMystery Report 16
bulletMystery Report 17
bulletMystery Report 18
bulletMystery Report 19
bulletMystery Report 20
bulletMystery Report 21
bulletMystery Report 22
bulletMystery Report 23
bulletMystery Report 24
bulletMystery World Report 25
bulletศึกษาโลกลี้ลับ 26
dot
เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว วิเคราะห์ทุกปัญหาในโลกมนุษย์ด้วยสติปัญญาและเหตุผลวิทยาศาสตร์จากนสพ.ดี
dot
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2536
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2537
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2538
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2539
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2540
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2541
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2542
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2543-2545
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2545-2549
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2549-2550
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2550-ส.ค.2551
bulletเฝ้าดูฯ ส.ค.-ก.ย.2551
bulletเฝ้าดูฯ ก.ย.2551- ธ.ค. 2551
dot
เฝ้าดูฯสำนวนพัชรา กอปรทศธรรม
dot
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 16-27
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 29
bulletบทความใหม่ เม.ย.-พ.ค.2552
bulletพุทธธรรมเพื่อทางดับทุกข์
bulletทฤษฎีการดับทุกข์ทางจิต วิปัสสนากรรมฐานโดยการทำงาน(สำนวนปรับปรุงใหม่)
bulletประวัติพัชรา กอปรทศธรรม
bulletประวัติการต่อสู้เพื่อการดับทุกข์ ของพัชรา กอปรทศธรรม
bulletอัลบั้มรูป history
bulletนิทานธรรมะประยุกต์ มานุสสาสุระสงคราม 4 ภาค และอื่น ๆ
bulletอัลบั้มรูป ภาพในอดีตและชีวประวัติศาสตร์ที่สวยงาม
bulletจากเวบบอร์ด พูดกันไม่รู้เรื่อง ประชาธิปไตยล้าหลัง
bulletศาสนาสากล การวิเคราะห์ความหมาย
bulletปลอบใจ
dot
รวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์ แนวปฏิรูปคณะสงฆ์อยู่ในบทวิเคราะห์นี้แล้ว
dot
bulletรวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
สากลจักรวาล สากลศาสนา แนวคิดศาสนาสำหรับคนยุคใหม่ ผู้ก้าวผิดทางไปสู่สิ่งไร้สาระโดยไม่รู้ตัว
dot
bulletสากล...ศาสนา 1
bulletสากล...ศาสนา 2
bulletสากล...ศาสนา 3
bulletสากล...ศาสนา 4
bulletสากล...ศาสนา 5
bulletสากล...ศาสนา 6
bulletสากล...ศาสนา 7
bulletสากล...ศาสนา 9
bulletสากล...ศาสนา 8
bulletสากล...ศาสนา 10
bulletสากล...ศาสนา 11
bulletสากล...ศาสนา 12
bulletสากล...ศาสนา 13
bulletสากล...ศาสนา 14
bulletสากล...ศาสนา 16
dot
ส่วนข้อมูลสำคัญเพื่อการวิจัยการเมืองไทยยุค คมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
dot
bulletข้อมูลสำคัญยุคคมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่1/26ส.ค.2551
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่2/27ส.ค.2551
bulletใบปลิว อีเมล์ ในหลวงทรงร้องไห้
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 1
bulletในหลวงเพิ่งทราบข่าวฆ่าประชาชน10เมย.53ทรงร้องไห้
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
รวมข่าวม็อบการเมืองสนธิ-จำลอง-ปชป.มิ.ย.51-เม.ย.52 นสพ.
dot
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 2
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 3
bulletรวมข่าวม็อบ30มิ.ย.51-23มี.ค.52
bulletเลือดศรีสะเกษบันทึกเรื่องราวรอบด้านเกี่ยวกับเขาพระวิหาร
dot
การโฆษณาชวนเชื่อล้มรัฐบาลทักษิณ
dot
bulletรายงานการโฆษณาชวนเชื่อในประเทศไทยที่ล้มล้างรัฐบาลทักษิณ
dot
หนังสือพิมพ์ดี ของฟรีให้เปล่ามา20ปีแล้วทั้งเอกสารและอินเทอเนท
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต ) เล่ม 1 - 44 - ล่าสุด
bulletหน้าที่เก็บไว้
bulletมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร)
bulletวัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ บันทึกเหตุการณ์
bulletสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษแห่งที่ 1
bulletเกี่ยวกับเวบไซต์ของเรา เราทำเพื่อปัญญาชนโดยแท้
bulletรวมกระทู้เด็ดจากกระดานถามตอบ
bulletคาถาอาคมไสยศาสตร์
bulletกวีนิพนธ์ใหม่
bulletศูนย์ปฏิญญาณละเลิกอบายมุข บัญชีที่1-3


บทบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต )

THE GOOD PAPER

WWW.newworldbelieve.com

เล่ม 33
ประจำเดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม 2547-มกราคม-กุมภาพันธ์-มีนาคม-เมษายน-2548

 

 

 

 

1.  บทบรรณาธิการ
ดีเล่มที่ 33 และย่างเข้าสู่ปีที่ 9 ของหนังสือพิมพ์ดี

 

 

1.1        ปรารภเรื่อง หลักสูตรมรรคผล ที่เป็นที่สุดของความสุขุมคัมภีรภาพแห่งพระ   พุทธศาสนธรรม

1.2        เรื่อง  การเตือนภัย  สึนามิ

1.3     เรื่อง การเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง 6 กุมภาพันธ์ 2548
                  ปัญหาไม่เหมือนกัน คอมมิวนิสต์ กับ สามจังหวัดภาคใต้

1.4     เรื่อง นักวิชาการพลเรือนมองการทหาร  มองไม่ถูก ไม่มีวิสัยทัศน์เลย

1.5        เรื่อง มาเลเซียเป็นเจ้าภาพการประชุมมุสลิมโลก

 

1.6     บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี พุทธศักราช 2547

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 ปรารภเรื่อง หลักสูตรมรรคผล

นี่คือ หนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต ) วิเคราะห์ข่าวในวงการเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดและสหธรรมิก ประจำเดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม 2547-มกราคม-กุมภาพันธ์-มีนาคม-เมษายน-2548 ฉบับนี้เป็นเล่มที่ 33 และย่างเข้าสู่ปีที่ 9 ของหนังสือพิมพ์ดี

 

เราจะบินบินบินและบินไป       สู่ขอบฟ้าสดใสในเบื้องหน้า

 

 

หนังสือพิมพ์ดีฉบับนี้ เข้าปีที่ 9 แล้ว ที่เราอุทิศให้แด่งานเขียน เพื่อการทำความเข้าใจเรื่องราวที่ถูกต้องเป็นสัจธรรมแห่งพระพุทธศาสนา ตราบจนผลงานชิ้นสุดท้ายที่เราเองมองว่าเป็นผลงานชิ้นสุดยอดของเราที่มิใช่งานเรียบเรียงอย่างธรรมดา ตามความรู้ที่ได้มาจากหนังสือหรือตำราแต่เป็นงานวิจัยศาสนธรรม คือ หลักสูตรมรรคผล ที่เป็นที่สุดของความสุขุมคัมภีรภาพแห่งพระพุทธศาสนธรรม จึงนับว่า วาระบัดนี้หนังสือพิมพ์ดี ได้นำท่านผู้อ่าน ที่ได้ติดตามเรามาแต่แรก มาสู่จุดสูงสุด จนสามารถมองเห็นอะไรๆ สว่างแจ่มแจ้งขึ้น และเห็นสิ่งรอบตัวชัดเจน กระจ่างสิ้นสงสัยด้วยประการใดๆ ทั้งนี้ตามแต่ความพยายามของแต่ละท่านและบัดนี้ก็ดูเหมือนว่าเราจะหมดหน้าที่ลงไปส่วนหนึ่ง

 

สำหรับเรื่องราวที่เราจะมองในคอลัมน์บทบรรณาธิการฉบับนี้ ค่อนข้างจะมีมาก เราจะพยายามทำความเข้าใจไปทีละเรื่องๆและจบลงด้วยการประกาศบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี พุทธศักราช 2547 โปรดติดตามต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 เรื่อง  การเตือนภัย  สึนามิ

 

ในระหว่างช่วงเวลาของหนังสือพิมพ์ดีฉบับที่แล้วกับฉบับนี้ ได้มีเหตุการณ์ที่สำคัญๆก็

คือ เรื่องจลาจลในสามจังหวัดภาคใต้ อันมีปฐมเหตุมาจากม็อบตากใบในวันที่ 25 ตุลาคม 2547 และวิบัติภัยหายนะครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของ 6 จังหวัดภาคใต้ของไทยและบรรดาประชาชาติเอเชียบริเวณฝั่งอันดามัน อันเกิดจากแผ่นดินไหว 9 ริกเตอร์ ที่ทะเลใกล้ๆเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย แล้วเกิดคลื่นยักษ์ สึนามิ ขึ้นเมื่อ วันที่ 26 ธันวาคม 2547 ส่งท้ายปีเก่านั้น ซึ่งทางวงการพยากรณ์คืออุตุนิยมวิทยา ต่างออกมาชี้โทษกันอุดลุต ว่าเตือนแล้วไม่ฟังบ้างไม่เตือนบ้าง ในวงการพยากรณ์นี้ ยังมีอีกวงการหนึ่งก็คือโหราศาสตร์ ในกรณีร้ายแรงเช่นนี้ ไม่มีการพยากรณ์เลยหรือว่าจะเกิดขึ้นแล้วทำไมวงการโหราศาสตร์จึงไม่มีการตักเตือนภัยกันเลย เราเห็นว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่น่าเสียใจเหมือนกัน เพราะมีเหตุผลตามหลักวิชาโหราศาสตร์ที่จะอ่านเหตุการณ์ได้ล่วงหน้า โดยเฉพาะเหตุการณ์ขนาดใหญ่โตมหึมาเช่น ทสึนามิ ครั้งนี้แต่ทำไมจึงไม่มีปรากฏการณ์ที่ชี้เตือนจากฝ่ายโหราศาสตร์เลย เรามีบทวิเคราะห์ของ ชลัมพุช โหรชนบท ผู้เคยมีผลงานวิเคราะห์ ปรากฏทางหนังสือพิมพ์ดีนี้ คือ ดวงชะตาผู้นำชาติและดวงเมืองยุคปัจจุบัน ที่ชี้ประเด็นและปรากฏความแม่นยำไปทุกประเด็นมาแล้ว(ดีเล่มที่ 30 หน้า25) เรานำเรื่องโหราศาสตร์มาพิจารณาด้วยก็เพราะคนยังไม่เข้าใจโหราศาสตร์ที่แท้จริงเท่านั้นเอง เป็นเหตุให้คนฝ่ายหนึ่งอ้างโหราศาสตร์ไปหลอกลวงประชาชนทำมาหาได้อย่างไม่ชอบธรรมมาโดยตลอด และคนอีกฝ่ายหนึ่งจำนวนมากถูกหลอกด้วยความเขลาของตนเอง ขณะนี้ที่ควรสังเกตก็คือเรื่องพิธีกรรมที่ไปเชื่อมเข้ากับหลักลัทธิ พิธีกรรมทางศาสนา ที่เป็นทางทำเงินทำทองอย่างไม่ชอบด้วยหลักวิชาโหราศาสตร์และพุทธศาสนธรรม

 

โปรดติดตามอ่านเชิงการวิเคราะห์ทางโหราศาสตร์ เรื่อง ดวงชะตาผู้นำชาติและดวงเมืองยุคปัจจุบัน บันทึกโหราจารย์ ทสึนามิ 26 ธันวาคม2547 ท้ายคอลัมน์ เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 เรื่อง การเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง

 

และอีกเรื่องหนึ่งที่เสร็จสิ้นลงหมาดๆก็คือเรื่องการเมือง เมื่อการเลือกตั้งทั่วไปในประเทศไทย เสร็จสิ้นลงในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2548 ผลปรากฏออกมาในรูปรวมว่าพรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาล ได้เสียงท่วมท้น พอที่จะจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยไทย ในขณะเดียวกันพรรคประชาธิปัตย์ได้ที่นั่ง ส.ส.เขตไม่ถึง 100 ที่นั่ง เป็นการล่มสลายของพรรคประชาธิปัตย์จนต่อมาได้มีการปรับเปลี่ยนคณะบริหารพรรคประชาธิปัตย์ครั้งใหญ่ ภาพรวมทั้งหมดของการเมืองไทยครั้งนี้จึงดูเหมือนว่าพรรคไทยรักไทยประสบการต้อนรับอย่างมโหฬารจากประชาชนทั้งประเทศ โดยเฉพาะประชาชนกรุงเทพมหานคร แต่เมื่อไปดูรายละเอียดแล้ว สิ่งที่น่าแปลกใจคือ ที่นั่ง ส.ส.เขตในจังหวัดภาคใต้ เป็นของพรรคประชาธิปัตย์เกือบหมด  ทั้งหมดมี 54ที่นั่ง ประชาธิปัตย์ 52 ที่นั่ง หลุดรอดไปเป็น ของพรรคอื่นเพียง 2ที่นั่งทั้งนี้ตามรายงานช่วงการนับคะแนนในวันเลือกตั้ง

ประเด็นปัญหาก็คือ พรรคไทยรักไทยซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ที่ได้เสียงท่วมท้นถึง 309 ที่นั่ง ระบบเขตแต่ได้มาจากภาคอื่น ในภาคใต้ ได้มาเพียง 1 ที่นั่งเท่านั้นในขณะเดียวกันพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นพรรคฝ่ายค้าน ที่ล่มสลายจากภาคอื่น กลับได้เสียงจากภาคใต้อย่างท่วมท้น โดยเสียให้แก่พรรคไทยรักไทยและพรรคชาติไทยเพียง 2 ที่นั่ง ในขณะที่สามจังหวัดภาคใต้ ที่เคยเป็นเสียงของรัฐบาลก็ต้องเสียไปให้พรรคประชาธิปัตย์ทั้งหมด เดิมได้อยู่ 6 ที่นั่งลดลงไปเหลือเพียง 1ที่นั่งในเขต1จังหวัดพังงา ที่รัฐบาลทุ่มโถมงานลงไปในการฟื้นฟูเหยื่อสึนามิ และตลอดเวลามารัฐบาลได้เอาใจใส่ปัญหาสามจังหวัดภาคใต้อย่างต่อเนื่อง และทุ่มเทการเงินและการบริหารทุกรูปแบบลงไปแต่กลับไม่มีผลทางการเมืองเกิดขึ้น สำหรับประชาชนภาคใต้เลยทำให้เกิดประเด็นที่สำคัญขึ้นมาที่มีความหมายถึงความยุ่งยากในปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ต่อไป3ประเด็นคือ

 

1.   สามจังหวัดภาคใต้เลือกที่จะเป็นฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลโดยยุทธศาสตร์ที่จะต้องเป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลทุกๆรัฐบาลเสมอไป ใช่หรือไม่? หรือมีอิทธิพลทางการเมืองแบบใดที่พยายามผลักดันให้สามจังหวัดภาคใต้แสดงท่าทีออกมาอย่างสอดคล้องยุทธศาสตร์อันนี้ ที่ต้องเป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลตลอดไป ซึ่งหมายถึงการร่วมในอุดมการณ์แบ่งแยกสามจังหวัดภาคใต้ของผู้ก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดน และบังเกิดผลสำเร็จขึ้นมาระดับหนึ่งโดยสามารถใช้วิธีการการเมืองเป็นอาวุธสำหรับโค่นล้มรัฐบาลต่อไปได้

 

2.   ที่คาดว่าน่าจะเป็นไปก็คือ พรรครัฐบาลในฐานะรัฐบาลปฏิบัติงานปราบปราม ป้องกันและพัฒนาจังหวัดภาคใต้อย่างขนานใหญ่ ทุ่มเทการแก้ไขปัญหายางราคาตกต่ำจนกลายเป็นเสถียรภาพของราคาอย่างสูงที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในจังหวัดภาคใต้ ทุ่มในการป้องกันและปราบปรามปัญหาการก่อการร้าย ด้วยมาตรการพัฒนาทุกชนิดอย่างหนักและติดตามเอาใจใส่ตลอดช่วงเวลาที่รัฐบาลเข้าสู่อำนาจ และล่าสุดปฏิบัติการกอบกู้ภาวะหายนะของคลื่นยักษ์ สึนามิ แม้ชัดเจนในนโยบายและผลงานขนาดนี้ ก็ยังเอาชนะใจประชาชนไม่ได้ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ได้ขยายความนิยมลงไปในสามจังหวัดภาคใต้ กลายเป็นเนื้อหนึ่งเดียวของประชาชนภาคใต้ทั้งหมด ที่เทคะแนนเสียงให้พรรคประชาธิปัตย์ ประเด็นคือ ผลการเลือกตั้งครั้งนี้มาจากนโยบายอย่างไรของพรรคประชาธิปัตย์? มีนโยบายอย่างไรที่เอาชนะจิตใจสามจังหวัดภาคใต้? หรือการเล่นการเมืองที่พลิกพลิ้วเพียงเพื่อให้ได้ชัยชนะของพรรคประชาธิปัตย์โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดแก่ประเทศชาติโดยรวม? หรือเป็นการเล่นการเมืองอย่างฉลาดของพลพรรคมุ่งสร้างนครปัตตานีรายาในสามจังหวัดภาคใต้ ด้วยยุทธศาสตร์ใหม่ของการต่อสู้ที่ผสานกับการเมืองและพรรคฝ่ายค้านของประเทศในทางที่เอื้อแก่ยุทธศาสตร์การต่อรองของพวกเขา ซึ่งเป็นการชิงกันในด้านยุทธศาสตร์กับทางฝ่ายเราที่ต้องเร่งสลายอำนาจแห่งการต่อรองให้ได้เสียโดยเร็ว อย่าให้เกิดอิสรภาพในการต่อรองขึ้นมาได้ และอีกประเด็นหนึ่งชาวไทยใต้เลือกผู้แทนราษฎรโดยเลือกพิจารณาจากนโยบายของพรรคการเมืองหรือไม่? น่าที่จะติดตามวิเคราะห์อย่างละเอียดจริงจังให้ได้ความชัดเจนออกมาให้ได้

 

3.   นักวิชาการมีปฏิกริยาอย่างไรเกี่ยวกับสามจังหวัดภาคใต้? เมื่อรัฐบาลเสนอแนวทางการต่อสู้ปราบปรามที่ค่อนข้างเด็ดขาดชัดเจนออกมา นักวิชาการส่วนหนึ่งกลัวว่าจะเป็นการขยายแนวรบออกไป แต่ประเด็นคือนักวิชาการไม่แสดงเหตุผลสนับสนุนแนวคิดที่ต่อต้านนั้น มีเพียงการต่อสู้เชิงวาทะ ที่มีแต่วาทะล้วนๆโดยไม่มองข้อเท็จจริง

เช่นนักวิชาการตำหนิเรื่องการแบ่งโซน โดยไม่มองข้อเท็จจริงว่า อะไรๆ ก็แบ่งโซนแบ่งเขตได้  เช่น แบ่งโซนการศึกษา เขตการปกครอง เขตโรคระบาด แม้ในยุคปราบปรามคอมมิวนิสต์เราก็มีเขตมีโซนสีแดง แสด เหลือง ชมพู เขียวมาตลอด หรือแผนที่โลก ก็แบ่งเป็นเขตหนาว เขตร้อน เขตป่า เขตภูเขา แม้ทะเลเขาก็แบ่งเขตไปตามลักษณะทางสมุทรศาสตร์ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาๆ เสียเหลือเกิน แต่ทำไมนักวิชาการจึงมองเป็นเรื่องใหญ่และพูดออกมาอย่างตื่นเต้นตกใจเหลือเกินราวกับว่าเป็นประเด็นร้ายแรงยิ่งใหญ่ต่อชาติบ้านเมือง ความแตกตื่นตกใจเหลือเกินราวกับว่าเป็นประเด็นร้ายแรงยิ่งใหญ่ต่อชาติบ้านเมือง ความแตกตื่นตกใจ ของนักวิชาการเช่นนี้ หมายถึงวุฒิภาวะของคนเหล่านี้ใช่หรือไม่?

นักวิชาการบางคนบางกลุ่มออกความเห็นว่าการใช้กำลังจะเหมือนการปราบปรามคอมมิวนิสต์ยุคจอมพล ประภาส  จารุเสถียร ประเด็นนี้เป็นการมองไม่ถูกต้องเลย เพราะลักษณะของปัญหาและวิธีการไม่เหมือนกัน คอมมิวนิสต์เป็นปัญหาความยากจนของประชาชนทั่วไป ไม่จำกัดเฉพาะภาคใดภาคหนึ่ง และเป็นปัญหาความไม่เป็นธรรมของการบริหารราชการแผ่นดินในยุคนั้นและวิธีการของคอมมิวนิสต์ใช้วิธีการพัฒนาช่วยเหลือประชาชน อุดมการณ์คอมมิวนิสต์จึงเป็นอุดมการณ์ของประชาชนผู้ยากไร้ และถูกกดขี่ ผู้นำคอมมิวนิสต์ในท้องถิ่น มักจะเป็นคนมีหัวการพัฒนา และทำการต่อสู้ในลักษณะมวลชน ที่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนผู้ยากไร้  คอมมิวนิสต์จะไม่รังแกและเข่นฆ่าประชาชน แต่ช่วยเหลือประชาชน มุ่งเอาชนะใจประชาชนจึงเรียกว่าสงครามมวลชนผู้ยากไร้ 

แต่กรณีสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ พวกเขาเป็นโจรอย่างแท้จริง เป็นคนบ้าคลั่งอย่างแท้จริงเพราะการฆ่าของเขาไร้เหตุผล พวกเขาไม่รู้บาปบุญคุณโทษ พวกเขาฆ่าคนบริสุทธิ์ฆ่าพระสงฆ์องค์เจ้าพวกเขาพอใจจะฆ่าใครก็ได้ ทั้งไทยบริสุทธิ์ ไทยพุทธ และไทยมุสลิม พวกเขาเผาโรงเรียนของเด็กๆครั้งแล้วครั้งเล่า พวกเขาต่อต้านการพัฒนา พวกเขาก่อกวนการทำมาหากินของประชาชนคนทั้งหลาย เข้าไปกรีดทำลายต้นยางพาราชาวไทยพุทธ ข่มขู่ไทยพุทธให้อพยพไปจากแผ่นดิน จึงจะเปรียบกับคอมมิวนิสต์ไม่ได้ และไม่น่าเกรงกลัวเท่าปัญหาคอมมิวนิสต์เลย ในขณะนี้ปัญหายิ่งชัดเจนขึ้น ว่าเป็นขบวนการโจรแบ่งแยกดินแดน และเผยโฉมอุดมการณ์ของพวกเขาชัดขึ้น คือโจรก่อการร้ายสากล การเห็นชัดเจนขึ้นเป็นสิ่งที่ดีแก่ฝ่ายเราซึ่งฝ่ายเรา คือรัฐบาลจะสามารถอธิบายและขอความร่วมมือจากชนส่วนใหญ่ของประเทศได้โดยง่ายอยู่แล้ว เพราะประชาชนไทยต้องการรักษาแผ่นดินไว้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตามเจตนารมณ์ของปวงชนชาวไทย ที่ว่า ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 เรื่อง นักวิชาการพลเรือนมองการทหาร

 

อีกประเด็นหนึ่งเกี่ยวกับนักวิชาการก็คือ ประเด็นสถานการณ์ทางทหารโดยหลังสุดเนื่องมาจากระเบิดพลีชีพ ที่ค่ายทหารของสหรัฐอเมริกาในอิรัก กลางเดือน ธ.ค. 2547 เป็นผลให้ทหารสหรัฐอเมริกาที่กำลังรับประทานอาหารอยู่ในโรงอาหารเสียชีวิตไป 19คนและบาดเจ็บนับร้อยคน นักวิชาการบางคนวิเคราะห์ว่าอเมริกันเริ่มแสดงอาการเสียขวัญของทหารอาจเป็นผลให้นโยบายการทหารในอิรักเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเป็นอีกกรณีหนึ่งของการวิเคราะห์สถานการณ์ทางทหารของนักวิเคราะห์พลเรือนไทย ที่ดูเหมือนจะมองการทหารอย่างไม่ค่อยถูกต้องเสมอมา


เคยมีการวิเคราะห์ของนักวิชาการหลายครั้ง ผ่านรายการโทรทัศน์บ้าง เวทีเสวนาทางสื่ออย่างอื่นบ้างในประเด็นเกี่ยวกับการทหาร เช่นก่อนที่อเมริกาจะบุกอิรักในปลายปี 2545นั้นมีนักวิชาการออกมาวิเคราะห์กันใหญ่ว่าทหารอเมริกาเป็นทหารที่เห็นแก่เงิน ไม่เหมือนทหารอิรัก ไม่เหมือนโจรก่อการร้ายของ บินลาเดน ที่รบอย่างมีอุดมการณ์ แล้วพากันสรุปคล้ายๆว่าทหารอเมริกันจะรบไปได้สักกี่น้ำ มองเป็นเรื่องขบขันได้ทีเดียว ต่อมาก็มีการวิจารณ์กรณีส่งทหารไทยไปติมอร์ตะวันออก และล่าสุดไปอิรัก ในทางที่ขัดความรู้สึกของมืออาชีพ หรือคนเคยเป็นทหารอาชีพ และยังทำให้ประชาชนไขว้เขว สับสนไปหมดและประเด็นทหารทหารอเมริกันที่นักวิชาการเคยมองอย่างแคลนๆ ในกรณีอิรักดังกล่าว ก็พิสูจน์แล้วว่าไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านดูแคลนเอาไว้ และ โดยข้อเท็จจริงทหารอเมริกันที่อิรัก อาฟกานิสถาน หรือสมรภูมิไหนก็ตาม ไม่เคยเสียขวัญและหมายความรวมถึงทหารทั่วไปเป็นสากลด้วย เพราะมีปัจจัยเหตุหลายประการที่สนับสนุนข้อสรุปนี้ เช่นเรื่องจิตวิญญาณ ของทหารที่ถูกสะสมชุบย้อมให้เป็นนักฆ่ามาเป็นระยะยาวนานตามประวัติศาสตร์มนุษย์เพราะทหารทุกยุคทุกสมัยโดยเฉพาะทหารของประเทศมหาอำนาจ ล้วนแต่ถูกฝึกมาให้ฆ่าผู้อื่นและยอมรับในการที่จะต้องถูกฆ่า และเทคนิคการลงมือก่อน เป็นคำสอนหลักสากลของการทหาร ทหารทั้งสองฝ่ายจึงสามารถรบกันจนตายหมดกองทัพได้ ( ในขณะที่สตรี หรือพลเรือน ซึ่งไม่เคยผ่านงานการทหารเลย จึงไม่ถูกฝึกจิตวิญญาณ มาให้เป็นนักสู้ จึงมีคำว่า ไอ้หน้าตัวเมียเกิดขึ้นในสังคมไทยแต่โบราณแล้ว )

ฉะนั้น การรบจึงไม่มีวันสิ้นสุดลง โลกย่อมไม่มีวันว่างจากการรบ โลกย่อมไม่มีวันว่างจากสงคราม เพราะโลกคือสงคราม และโลกแท้ที่จริงคือการหมุนไปโดยการทหาร เทคโนโลยีที่ทันสมัยทุกระยะขั้นตอนในประวัติศาสตร์ พัฒนาไปโดยการทหารทั้งสิ้น นี่คือปรัชญาเบื้องต้นอันเป็นสากลและเป็นประมาณการของทหาร ซึ่งสอดคล้องกับหลักสัจธรรมในศาสนา การมองเช่นนั้น จึงเป็นการมองที่ตื้นเขินเกินไป นักวิชาการไทยจึงควรให้ความเป็นธรรมหรือมีใจเป็นกลางปราศจากอคติในการวิเคราะห์การทหาร ด้วยการทบทวนปรัชญาหรือทฤษฎีเกี่ยวกับการทหาร ให้ถูกต้องเสียก่อน จึงค่อยลงไปมองเรื่องสำคัญขนาดคอขาดบาดตายเช่นนั้น  ในสถานการณ์ทหารเอง การมองทหารของชาติใดชาติหนึ่งแบบดูแคลนเช่นนั้น ถือว่าเป็นการมองแบบประมาท และไม่มีธรรมเนียมของชายชาติทหารที่จะดูแคลนฝ่ายข้าศึก มีแต่ให้เกียรติแก่ข้าศึกหรือคู่ต่อสู้เสมอไป ท่านลองคิดดูทำไมสงครามฟิวนิกวอร์ครั้งสุดท้าย ฮันนิบาลผู้แพ้สงครามจึงได้รับการปล่อยตัวจากโรมผู้ชนะ และทำไมฮันนิบาลจึงดื่มยาพิษฆ่าตัวเองตายไปเสีย และในสงครามทรอย ทำไมแม่ทัพฝ่ายทรอยจึงรับคำท้าทายของแม่ทัพฝ่ายกรีก ทั้งๆที่ฝ่ายทรอยมีกำลังเหนือกว่า ในสงครามยุทธหัตถี ทำไมมังกะยอชะวาพระมหาอุปราชพม่าจึงรับคำท้าของพระนเรศวรทั้งๆที่มีสถานการณ์ได้เปรียบอย่างเต็มที่อยู่แล้ว นี่เป็นสภาพจิตวิญญาณของทหาร ที่แสดงอุดมการณ์อันบริสุทธ์ของทหารว่า ไม่ใช่เพียงชัยชนะหรือความพ่ายแพ้เท่านั้น นำไปสู่ข้อสรุปว่า ทหารนั้นแม้จะเห็นอยู่ว่าจะถูกฆ่าตายทั้งกองทัพทหารอย่างอเมริกัน หรือทหารอย่างไทย หรือทหารลาว หรือทหารกัมพูชาก็ตาม ไม่มีวันเสียขวัญ

 

การที่พลเรือนและสตรีมักจะเข้าใจทหารไม่ถูกต้องเสมอไปนัก มิใช่เพิ่งมีในสมัยนี้ แต่มีมาในยุคประวัติศาสตร์ มีตัวอย่างที่เด่นมากก็คือประวัติศาสตร์การทหารของฝรั่งเศส ก่อนที่นโปเลียน โบนาพาร์ท จะได้ขึ้นเป็นใหญ่ ขณะนั้นฝรั่งเศสเต็มไปด้วยกบฏ และสภาขุนนางคือพวกพลเรือนที่กุมอำนาจในฝรั่งเศสอยู่ขณะนั้นไม่สามารถปราบกบฏให้ราบคาบได้ ก็ให้นโปเลียนซึ่งเป็นผู้บังคับกองพันทหารปืนใหญ่ ลองเขียนแผนปราบกบฏมาดู นโปเลียนจึงเขียนแผนปราบกบฏให้สภาขุนนาง สภาขุนนางพิจารณาแล้วก็บริภาษอย่างหนักว่า ผู้เขียนแผนนี้เป็นคนบ้า ( นั่นคือตัวอย่างพลเรือนที่ไม่เข้าใจทหาร ) โยนทิ้งไปเสีย แต่แล้วแผนที่คนบ้าเขียนนี้ก็กลับถูกนำมาใช้ในภายหลัง เพราะสถานการณ์ไม่ดีขึ้นจากแผนงานของฝ่ายขุนนางเอง ( พวกนี้คิดว่า การเจรจารอมชอม ฟังความต้องการของแต่ละฝ่าย จะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ) กบฏก็กำเริบเสิบสาน พอสิ้นคิดเนื่องจากแผนดีๆที่เขียนโดยคนดีๆใช้ไม่ได้ผล ( คนดีๆในความหมายนี้คือพลเรือนที่ขี้ขลาด ไม่เข้าใจสถานการณ์ ไม่กล้าหาญในการต่อสู้ ) นโปเลียนจึงได้รับมอบอำนาจให้รับหน้าที่เป็นผู้บัญชาการรักษาความมั่นคงภายในและเริ่มแสดงฝีมือด้วยการปราบกบฏ

ในขณะนั้นพวกกบฏกำลังฮึกเหิมและรุกมาถึงขั้นจะยึดสภาขุนนางอยู่แล้ว แผนจึงถูกนำมาใช้ พอพวกกบฏยกพลมาจุกประตู และรายล้อมเข้ามาเตรียมรุกขั้นแตกหัก นโปเลียนจึงสั่งให้ยิงด้วยปืนใหญ่ที่เตรียมพร้อมเป็นอย่างดีแล้ว ผลของการยิงทำให้บ้านเมืองที่ซ่อนตัวพวกกบฏพังเป็นแถบๆเพราะอานุภาพของปืนใหญ่พวกกบฏก็ตายลงนับพันๆคนในชั่วพริบตา ทหารหน่วยปืนใหญ่ปฏิบัติการไปไม่ทันพอได้เหงื่อ ไม่ทันพอที่จะสั่งติดดาบปลายปืนรุกประชิด พวกกบฏก็ยอมแพ้ที่ไม่ยอมก็วิ่งหนีป่าราบ ( พวกนี้ไม่ใช่ทหาร เป็นพวกก่อการพลเรือน พวกนักวิชาการ แพทย์ รวมทั้งครูอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ที่ไม่ประสีประสาทางการทหาร และขี้ขลาดรักตัวกลัวตายเป็นที่สุด ในทัศนะของ นโปเลียน ) ซึ่งเป็นชัยชนะที่ได้มาจากแผนการปราบปรามกบฏที่เหนือชั้นที่วิเคราะห์เขา และเราได้ถูกต้อง ประกอบเป็นความฉลาดความเด็ดขาดและรวดเร็วจนชนะใจประชาชนชาวฝรั่งเศส แล้วนโปเลียนก็บอกเจ้าขุนมูลนายแห่งสภาขุนนางว่า พวกท่านเขลาและขี้ขลาดเกินไปไม่เหมาะที่จะปกครองฝรั่งเศสในยามนี้ แล้วเชิญให้ขุนนางเหล่านั้นถอดตนเองออกจากตำแหน่งอันสูงส่งของแผ่นดินฝรั่งเศส นโปเลียนก็ขึ้นเถลิงอำนาจตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และอีก 20ปีต่อมา นโปเลียนก็ได้สร้าง บทเรียนทางการทหารสากลไว้อย่างมากมายโดยมีฝรั่งเศส มหาอำนาจขณะนั้น เป็นตัวอย่างเป็นแบบของทฤษฎีการทหารสากล


ประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสตอนนี้ คล้ายคลึงกับประวัติศาสตร์ไทยยุคเสียกรุงครั้งที่ 2  ขณะที่สถานการณ์คับขันขีดสุดนั้น แม่ทัพใหญ่คือ พระยาวชิรปราการ ขณะนั้น ( หรือพระเจ้าตากสิน ในเวลาต่อมา ) สั่งยิงปืนใหญ่เป็นเหตุให้ทหารพม่าล้มตายไปจำนวนมากและล่าถอยกลับไปครั้งแล้วครั้งเล่า แต่นางสนมกำนัล ของพระเจ้าเอกทัศน์ รวมทั้งพระเจ้าเอกทัศน์ เอง กลับว่า พระยาวชิรปราการ กระทำการไม่ถูกต้อง การยิงปืนใหญ่ ทำให้นางสนมกำนัลของพระเจ้าเอกทัศน์ตกใจ ร้องกันกรีดกราด ( และคงนึกว่าไม่ส่งเสริมการเจรจาต่อรองด้วยสันติ ขัดสิทธิมนุษยชน อะไรทำนองนั้นตามสำนวนยุคใหม่ ) และไปฟ้องพระเจ้าแผ่นดินๆก็สั่งให้ระงับการปฏิบัติการการปืนใหญ่ เจ้าพระยา วชิรปราการก็คิดแบบทหารคิด คือคิดว่า พระเจ้าเอกทัศน์ขี้ขลาดและโง่เขลาเกินไป ไม่รู้สถานการณ์ร้ายดีของบ้านเมือง ยากแก่เราผู้รักษาการพระนคร จำต้องทิ้งเมืองไปเสียก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมากอบกู้พระนครภายหลัง ให้ประวัติศาสตร์เหล่านี้เป็นสิ่งเตือนคนไทยในเวลาต่อมาตราบอนาคตกาลข้างหน้า ( ถ้าขืนอยู่ต่อไปพระเจ้าตากสินอาจถูกสั่งตัดหัวได้ โดยอาญาสิทธิ์ของกษัตริย์ ในสมัยนั้น ฐานขัดพระบรมราชโองการ จึงเป็นการฉลาดที่พระยาตากพาพวกตีแหวก ออกไปเสียก่อน ) แล้วจึงมีประวัติศาสตร์บันทึกเรื่องราว เจ้าพระยา วชิรปราการยิงปืนใหญ่นี้เอาไว้ แล้วเจ้าพระยา วชิรปราการก็พาทหาร 500 คนตีฝ่าแหวกทหารพม่าที่ล้อมอยู่ออกไปตั้งหลักอยู่เมืองจันทบุรี และหลังจากนั้นไม่กี่วันเมืองก็เสียให้แก่พม่า พระเจ้าเอกทัศน์หนีหัวซุกหัวซุนไปคนเดียว ตอนพม่าจับได้ หลบอยู่ข้างๆกอไผ่ ปรากฏว่าสิ้นสภาพกษัตริย์ ผอมโซเพราะอดข้าวอดน้ำ แล้วไม่กี่วันต่อมาก็เสด็จสวรรคตในเงื้อมมือพม่า

 

อุทาหรณ์ตามที่กล่าวมานี้ จะคล้ายๆกรณี กรือเซะและตากใบในประเทศไทย ยุคปัจจุบันที่น่าระวังมากว่านักวิชาการพลเรือนไทยค่อนข้างจะอ่อนในเชิงวิชาการทหาร ( เพราะพลเรือนไทยไม่เคยได้เรียนรู้ทฤษฎีการทหารเลย ) แล้วออกคำวิจารณ์ไปขรม จนดูประหนึ่งว่าไม่มีแม้กระทั่งภูมิความรู้พอ ที่จะแยกแยะความแตกต่างของสถานการณ์แต่ละสถานการณ์ ออกมาให้กระจ่างได้ว่า อย่างไรเป็นสถานการณ์ทางทหาร และอย่างไรไม่ใช่จึงไม่ควรเอาความรู้ด้านเดียวของตนเองมามองครอบไปหมด

และจำเป็นต้องเข้าใจสัจธรรม ชั้นต้นๆของการทหารว่าสถานการณ์ทหารย่อมแฝงไว้ด้วย ชั้นเชิง เล่ห์เหลี่ยม ข่ายคู ค่ายกล และสารพัดอันตรายอยู่รอบด้านและการก้าวพลาดย่อมหมายถึงชีวิตหรือความตายเสมอไป จะต้องเข้าใจปรัชญาหรือแนวความคิดทางทหาร เข้าใจที่ไปที่มาแห่งจิตวิญญาณของทหารหมู่เหล่าต่างๆ ชนชาติต่างๆอันเป็นสากล เข้าใจการตัดสินใจทางทหาร ที่ไม่สามารถสุ่มตัวอย่างมาลองทำได้ หากตัดสินใจผิดพลาดไม่ทันกาลเทศะ แม้แต่ครั้งเดียวอาจกลายเป็นความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ประเทศชาติ แก่กองทหารทั้งกองทัพ ในขณะเดียวกันควรระวังในการพยายามเอาความคิดอย่างพลเรือนไปมองฝ่ายก่อการร้าย ที่เขามุ่งหมายใช้ยุทธวิธีเชิงการทหารและความรุนแรง และมีที่ไปที่มาแห่งจิตใจนักรบและจิตวิญญาณของทหารแตกต่างไปจากเราเพราะโดยข้อเท็จจริงพวกเขาก็เป็นนักรบ โดยเฉพาะนักรบเลือดอิสลามที่สืบเชื้อสายมาโดยตรงจากศาสดาของเขา และมีประวัติศาสตร์การรบตลอดเวลา 1425 ปีแห่งฮิชเราะห์ศักราช จึงไม่ควรที่จะแสดงออกในทางดูแคลนคู่ต่อสู้ เช่นกล่าวว่าเป็นโจรกระจอก ( แม้ว่าจะเป็นโจรกระจอกเช่นนั้นจริงๆก็ไม่ควรกล่าว )

หรือบางที การดูแคลนอาจ จะออกมาในรูปอื่นที่เราไม่มีเจตนาก็ได้ เช่นการแสดงความเห็นอกเห็นใจและเมตตาต่อเขา ลดโทษต่างๆหรือกล่าววาจาปรานีต่างๆเมื่อเข้าใจผิดในสาระสำคัญของทหาร ก็อาจเกิดกรณี ชาวนากับงูเหา ขึ้นมาได้ เพราะไม่มีวันที่นักรบระดับนั้นจะเสียขวัญ ไม่มีวันที่เขาจะรามือละทิ้งอุดมการณ์ คือจิตวิญญาณการรบที่ฝังใจมาแต่วัฒนธรรมทางทหาร ของตน ๆ

 

ฉะนั้นในสถานการณ์ทหารจึงตัดสินใจกันที่ ยุทธศาสตร์และยุทธวิธีที่เหนือกว่า ที่ฉลาดกว่าเสมอไป ( หมายความว่ายุทธศาสตร์ และยุทธวิธีที่ เหนือเมฆ ที่คนทั่วๆไปมองไม่เห็น มองไม่ถึงเสมอไป เช่นไม่มีใครคิดถึงพระนเรศวร จะเลือกวิธีท้าทาย มังกะยอชะวา อุปราชพม่า ให้ทำยุทธหัตถี เป็นต้น ฉะนั้นจึงเป็นธรรมดาประการหนึ่งเช่นกันในสัจธรรมทางการทหาร ที่ยุทธศาสตร์ยุทธวิธีที่เหนือเมฆนี้ ย่อมจะมีคนที่เขาไม่เข้าใจ และพวกที่ไม่เข้าใจนั้นก็มักเป็นพวกพื้นๆหรือพวกโง่อวดดีเสมอไป นักรบผู้ฉลาดจึงพึงทำผลงานให้ปรากฏแก่คนโง่เหล่านั้น ให้เห็นเป็นรูปธรรมขึ้นมาให้ได้ก่อน จึงค่อยอธิบายไปภายหลัง ) ซึ่งนั่นคือสัจธรรมแห่งการทหาร และข้อสรุปก็คือ นักวิเคราะห์จำเป็นที่จะต้องมองสถานการณ์ให้ถูกต้องเสียก่อนหากการวิเคราะห์เริ่มด้วยการมองสถานการณ์ไม่ถูกต้องเสียแล้วก็น่าเป็นห่วงว่าจะหลงทางไปสู่อันตราย และทำให้คนทั้งหลายสับสน เป็นการก่อกวนลดทอนความสามัคคีของชนในชาติในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ที่น่าระวังอย่างยิ่ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 เรื่อง มาเลเซียเป็นเจ้าภาพการประชุมมุสลิมโลก

 

เรายังมีประเด็น การต่างประเทศที่น่าสนใจ ในระยะเดียวกันนี้นั่นคือบทบาทของมาเลเซียกับองค์การมุสลิมโลก ที่มาประชุมกันที่มาเลเซียในต้นเดือนธันวาคม 2547 มาเลเซียได้พยายามแสดงบทบาทเป็นผู้นำโลกมุสลิมมาแต่สมัย มหาเธร์ โมฮัมหมัด แล้ว และมีโฉมหน้าต่อต้านอเมริกามาตลอดแต่อเมริกายังไม่ทันสนใจเพราะมาเลเซียปราศจากเขี้ยวเล็บไม่พอทำให้อเมริกาสะดุ้ง จึงเป็นแดนมุสลิมที่ค่อนข้างมีอิสรภาพและความสามารถแสดงบทบาทสากลแห่งมุสลิม ได้มาเรื่อยๆ จนได้รับการยอมรับให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมองค์การมุสลิมโลกดังกล่าว เมื่อผู้นำมาเลเซียได้ออกมาแถลงถึงเรื่องที่มุสลิมโลกประชุมกันแล้ว พบว่ามีโฉมหน้าเป็นอย่างเดิม คือ มติในทางลบ เชิงต่อต้านอเมริกาและประเทศตะวันตก


ที่น่าสังเกตก็คือ การแสดงตัวของมุสลิมโลกและมาเลเซียเองนี้ มีการมองข้างเดียวมาตลอด คือไม่เคยมีการตำหนิหรือวิเคราะห์ขบวนการก่อการร้ายสากลที่นำโดย อุสมา บิน ลาเดน เลย  พวกเขาไม่ได้แสดงออกว่า การก่อการร้ายสากลเป็นความชอบธรรมหรือไม่ชอบธรรมอย่างไร และที่สำคัญไม่ได้วิเคราะห์ว่า การก่อการร้ายเป็นการสอดคล้องหลักการศาสนาอิสลามหรือไม่ รวมทั้งไม่พูดถึงการฆ่าคนที่บริสุทธิ์รายวันของโจรมุสลิมในไทยเลย แต่การที่ฝ่ายก่อการร้ายสากล ประกาศตัวครั้งแล้วครั้งเล่าว่าตนเป็นแกนนำการต่อสู้ของมุสลิมทั้งโลกและได้ชักชวนประเทศอิสลามทั้งหลายให้ลุกขึ้นมา ต่อสู้ในแบบพวกก่อการร้ายสากลต่อสู้อยู่นั้นไม่เคยมีประเทศมุสลิมใดเลยคัดค้าน ทั้งในประเด็นแกนนำแห่งศาสนาอิสลามและทั้งวิธีการต่อสู้ 

จึงทำให้เห็นว่าท่าทีของประเทศมุสลิมทั้งหลาย ดูจะมีความยอมรับอยู่กลายๆว่าขบวนการก่อการร้ายสากล นำโดยอุสมา บิน ลาเดน นั้นแหละคือ แกนหลักของมุสลิมโลก แม้การประชุมมุสลิมโลกครั้งล่าสุดดังกล่าว ก็ไม่ปฏิเสธ   เรามองว่านี่เป็นปัญหาระดับโลกของประเทศมุสลิมเอง การที่ภาพมุสลิมยังไม่ชัดเจนว่า ผู้ใดเป็นตัวแทนของศาสนาอิสลามโดยแท้จริง ระหว่างองค์การมุสลิมโลก กับ ขบวนการก่อการร้ายสากลที่นำโดย อุสมา บินลาเดน โดยสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้สงสัยว่ามีการแสดงละครหลอกลวงประชาชนโลกอยู่ด้วยความร่วมมือของมุสลิมทั้งสองฝ่ายนั้น และเมื่อมาใกล้ๆประเทศไทย จักทำความเข้าใจกับประเทศไทยอย่างไร ในปัญหาโจรมุสลิมใต้ ที่เที่ยวฆ่าคนบริสุทธิ์รายวันอยู่ขณะนี้

 

นอกจากปัญหาต่าง ๆ ที่ได้วิเคราะห์มาแล้ว ดีฉบับนี้ยังได้วิเคราะห์ปัญหาอื่นๆต่อไป โปรดติดตามจากคอลัมน์ เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
พุทธศักราช 2547

 

 

 

และลำดับต่อไปนี้ ก็เป็นวาระสำคัญ ที่หนังสือพิมพ์ดี จะประกาศบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี ประจำปีพุทธศักราช 2547 จากเป็นการบันทึกการเฝ้าตามดูบุคคลแห่งปี 2547 หนังสือพิมพ์ดี เราได้ค้นพบ และขอประกาศบุคคลต่อไปนี้ ว่าเป็นบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี ดังต่อไปนี้

 

 

 

 

บุคคลที่ 45  กรุง ศรีวิลัย  

 

ดาราภาพยนต์ไทย มีผลงานการแสดงสม่ำเสมอ เมื่อวัยหนุ่มอยู่ รับบทเป็น พระเอกของภาพยนต์ไทยนับไม่ถ้วน ปัจจุบัน เลยวัยหนุ่มไปมากแล้ว ก็ยังคงรับงานแสดงอย่างซื่อสัตย์ ในงานอาชีพของการแสดงอย่างดียิ่ง โดยไม่เกี่ยงงอน ว่าจะเป็นละครตัวอะไรก็ได้ ไม่เกี่ยง วิถีชีวิตของ กรุง ศรีวิลัย บ่งถึงศักดิ์ศรีความเป็นนักแสดงอาชีพตลอดชีพ มีความซื่อตรงต่อวิชาชีพ เขามีทัศนะส่วนตัวว่า การแสดงเป็น เพียงการสวมบทบาทสมมติเท่านั้น ขอแต่ทำบทบาทของตนในแต่ละบทบาทให้สมบูรณ์ ไม่มีอัตตาว่าจะต้องเป็นพระเอกตลอดไปเท่านั้น หรือจำกัดตัวเองว่าต้องเป็นนั่นเป็นนี่ มีความเพียงพอ เข้าใจในสิ่งสมมติ แสดงถึงความฉลาดมีปัญญา ไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งสมมติ เป็นเหตุที่จำกัดตัวเองก่อทุกข์แก่ตัวเอง เขาเคยให้ทัศนะในเชิงไม่ เห็นด้วยและค่อนข้างจะต่อต้าน ต่อการแสดงเปลือย ๆ โป๊ะ ๆ ของดาราภาพยนต์ด้วยกัน ว่า ไม่สมควร ที่จริง เขามองไปถึงการเอาเปรียบกันในวงการอาชีพนักแสดง ฝ่ายที่พยายามเอาเปรียบ โดยละเมิดกฎศีลธรรมจริยา ของศาสนา และสังคมนั้น น่ารังเกียจ ไม่น่าที่สังคมจะให้ ความนิยมสนับสนุน ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคมขึ้นมานั่นเอง และกรุง ก็ยึดในอุดมการณ์ไม่ เคยแสดงโป๊ะ เปลือย ๆ เช่นนั้น ไม่คิดเอารัดเอาเปรียบทาง การแสดง นับว่าเป็นหนึ่งของผู้มีอุดมการณ์แห่งจิตใจที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง 

 

 

 

บุคคลที่ 46  ถวัลย์ ดัชนี  

 

รอบรู้เชิงศิลปะการวาด โดยสามารถอธิบายนามธรรมในภาพวาดทั้งหลายเหล่านั้น ได้ทุกระดับ ในสากลโลก และล่าสุดแสดงผลงาน ไตรสูรย์ ของตนเองที่ล้ำเลิศด้วยความหมายแห่งนามธรรมในภาพวาดอย่างอลังการ ที่สมควรเป็นสมบัติทางพระศาสนาและทางโลกได้พอกันทีเดียว ระยะหลังมาแล้ว ฉายแววความพอใจในตัวเอง คือวิถีชีวิตของคน ๆ หนึ่ง ถึงจุดสูงสุดของความพอใจตนเอง นับถือตนเอง อย่างสูงสุด ด้วยเชื่อว่าตนเองแหละเป็นผู้ดีที่สมบูรณ์ ดังปรากฏในคำอธิบายตัวเขาเองตอนหนึ่งว่า "ระดับผม นี่ไม่มีหลักเกณฑ์แล้วล่ะ คือผมลอยไปแล้วน่ะ แต่ว่าถ้าเผื่อคนถามหลักเกณฑ์ ก็ยัง สามารถบอกได้ เพราะว่า หลักเกณฑ์มันต้องเป็นครูเล็ก ๆ อย่างที่สุธี (สุธี คุณาวิชยานนท์ ผู้ร่วมสนทนา)บอก ไม่ใช่ขนาดผม ผมนี่ใช้กำลังภายใน ดูรู้ แล้วเอาจิตเข้าไปสัมผัส รู้แล้วว่างานนี้มันยังไม่ถึงความรู้สึกมันไม่ส่งกระแสจิตมา พลังมันไม่สะเทือนสะท้านแม่เหล็ก พลังมันไม่ถึงเรา แต่ถ้าเผื่อมีคนมาถามก็ต้องบอกว่า เนี่ยนะกรรมการเขาก็ต้องมี 6 อย่าง เช่นConception, Emotion, Expression, Harmony, Individual, Technique แล้วก็มี Meaning มี Symbol อะไรต่ออะไร ซึ่งน่าเบื่อ...น่าเบื่อ เอาไว้ให้นกแก้ว หรือหมาที่มัดไว้ข้างถนนดีกว่า เพราะว่า เนื่องจากผมไม่ใช่เป็นครูแบบสุธี แต่ไอ้ตำรับตำราผมจำไว้ตั้งแต่ผมอยู่ ป.2 แล้ว เอาตีนพูดก็ได้(หัวเราะ)" เป็นคำพูดที่น่าฟังมากที่แฝงนัยความหมายอันลึกซึ้ง ยากที่คนจะเข้าใจได้ 

 

 

 

บุคคลที่ 47  ยายไฮ ขันจันทา  

 

กิ่ง อ.นาตาล จ. อุบลราชธานี เมื่อทางการสร้างเขื่อนขึ้นมา ที่ดินของยาย จำนวน 61 ไร่ได้หายไปในน้ำ จมน้ำอยู่เป็นเวลา 27 ปี ไม่ได้ทำนา ยายไฮได้ต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมกลับ มาจนสำเร็จ เพราะมีคนชอบธรรม เช่นท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และสื่อมวลชนที่รักความเป็นธรรม เช่นรายการถึงลูกถึงคน ของ สรยุทธ สุทัศนะจินดา เห็นได้ว่า แท้จริงยายไฮใช้วิธีการของนักต่อสู้ด้วยจิตของ ธรรมะล้วน ๆ เมื่อถูกเอาเปรียบ โดยชั้นแรกยายต้องต่อสู้กับตัวเองอย่างหนัก นั่นคือ การต่อสู้กับความอ่อนล้า ท้อถอยของจิตใจตนเอง เพื่อสร้างใจตนเองให้เดินหน้าต่อสู้ แม้เพียงคนเดียวก็ยืนหยัด ยายประสบชัยชนะ ตนเองแล้วก็ก้าวไปสู่แผนงานชั้นที่ 2 นั่นคือมุ่งหมายเพียงเพื่อค้นหาคนดีที่มีจิตใจรักความเป็นธรรมในสังคม ยายถามตนเองว่า โลกสิ้นไปแล้วหรือซึ่งคนทรงธรรม โลกนี้ยังมีคนที่รักความเป็นธรรมอยู่อีกหรือไม่ ถ้ามีอยู่เขาจะต้องเห็นใจเรา ผู้ที่ต่อสู้เพียงเพื่อให้ธรรมะพอใจ ชั้นที่ 3 พบผู้นำของประเทศเพื่อยืนยันว่า สังคมต้องเป็นธรรม ชั้นที่ 4 อุทิศตนต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม ในสังคมต่อไป เห็นได้จากแสดงเจตนารมณ์ร่วมในโครงการนกเพื่อสันติภาพของสามจังหวัดภาคใต้ ในรายการถึงลูกถึงคนของ สรยุทธ สุทัศนะจินดา แท้จริง ยายไฮ ไม่หวัง ได้รับชัยชนะตามแผนทุกขั้นตอน ไม่หวังผลไว้แต่เดิม โดยวางจิตอุเบกขา ชนะหรือแพ้ ไม่กังวล ยายได้ที่นา คืน ได้การยกย่องสนับสนุน จากคนในสังคม แต่สิ่งที่ยายพอใจคือ เห็นความเป็นธรรม ความยุติธรรมยังมีอยู่ในสังคม และมีคนที่เชื่อถือบูชาในคำสอนของพระพุทธเจ้าอยู่ในโลกนี้ นั่นเป็นสิ่งที่ยายไฮปรารถนาไว้เดิม เพียง เพื่อได้เห็นความเป็นธรรม เพียงเพื่อเห็นคนที่รักความเป็นธรรม ยายก็พอใจแล้ว และนี่คือการสะท้อนการต่อสู้ แบบนักธรรมะผู้ยิ่งใหญ่ด้วยการต่อสู้กับตนเองเป็นประถม จนชนะทุกสิ่งทุกอย่าง 

 

 

 

บุคคลที่ 48  เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์  

 

ผู้สร้าง วัดร่องขุน เป็นบุคคลที่ทรงคุณค่า สร้างสิ่งที่ทรงคุณค่าแก่โลก เป็นบุคคลิกภาพหนึ่งที่แม้ในตัวเองก็มีค่าอยู่ในตัวเองอย่างเอกอุแล้ว และ ทั้งยังผลิตสร้างล้วนแต่ สิ่งที่ทรง คุณค่า มาตลอดชีวิต และปัจจุบันก็ใช้ชีวิตอย่างแวดล้อมด้วยความมีคุณค่า วัดร่องขุน ที่ถูกสร้างมา 7 ปีแล้ว จวนเสร็จสมบูรณ์ในขณะนี้ บ่งถึงประสิทธิภาพแห่งชีวิต เป็นชีวิตที่ยิ่งใหญ่หาผู้ใดเปรียบปานได้ยากในสากลโลก แห่งโลกานุวัตร และมุ่งหมายทิศทางแห่งโลกุตระหรือธรรมานุวัตรอันเลิศลอยต่อไป 

 

 

 

 

บุคคลที่ 49  สุทธิชัย หยุ่น 

 

รอบรู้ในการสื่อสารมวลชน ฉลาดและมีปัญญาเท่าทันเหตุการณ์ ทั้งเชิงธุรกิจ และเทคนิกรอบด้านของงานอาชีพ มีวิถีทางของอาชีพของตนเป็นธรรมชาติที่สบาย ๆ มาตลอด ชีวิตช่วงหลังมานี้ บ่งถึงความลงตัว สมดุลในบุคลิกภาพ ที่พิเศษ น่าสนใจ ล่าสุด เขาแสดงความสะเทือนใจอย่างลึกซึ้ง ต่อกรณีนางมากาเรต ฮัสซัน ที่ถูกผู้ก่อการร้ายในอีรัคจับไปเป็นตัวประกัน เพื่อต่อรอง ให้กองทัพอังกฤษถอนตัวจากอิรัค แต่อังกฤษไม่ยอม เธอถูกฆ่าอย่างเหี้ยมโหด เพราะฆ่าแล้วแยกอวัยวะออกไปเป็นชิ้น ๆ น่าอนาถ สุทธิชัยหยุ่น สะท้อนอารมณ์ส่วนลึกซึ้งออกมาว่า ไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง ทั้ง ๆ ที่เธอทำประโยชน์ให้แก่ประชาชนชาวอิรัคเพราะมีสามีเป็นชาวอิรัค และเป็นผู้อำนวยการองค์การกุศล คือประธานองค์การแคร์ของอิรัค ซึ่งเป็นองค์การกุศลที่ช่วยเหลือคนยากไร้ในอิรัค มาถึง 3 ปีแล้ว แต่ผู้ก่อการร้ายก็ไร้เหตุผลจริง ๆ สุทธิชัย หยุ่น ว่า "ทำไมต้อง โหดเหี้ยมทารุณกับเธอขนาดนี้" แต่ในขณะเดียวกัน แสดงถึงอารมณ์เป็นกลางสม่ำเสมอ ดำรงตนเสมอต้นเสมอปลาย คืออุเบกขาอันเป็นคุณสมบัติของการข่าว นักการสื่อสารมวลชน หรือ Journalist ที่ทรงคุณภาพ ความ สามารถ ปราศจาก ความลำเอียง และทรงความเป็นธรรมต่อสังคม 

 

 

 

 

บุคคลที่ 50  มนตรี สินทวิชัย 

 

ครูยุ่น เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองเด็ก ส.ว.สมุทรสาคร รอบรู้เรื่องเด็กไทยและ สตรีไทยรอบด้านทีเดียว มีมุมมองทั้งด้านดีและด้านร้าย ทั่วถึงเกี่ยวกับปัญหาเด็กและเยาวชน และ มองรอบ ด้าน มองรอบตัว กว้างขวางและในเชิงลึก เป็นบุคคลที่รอบรู้ในเรื่องเด็กและสังคมเด็กระดับลึกซึ้งละเอียดอ่อน โดยเข้าใจถึงอารมณ์และความรู้สึกนึกคิดของเด็กอย่างลึกซึ้ง และสร้างสรรค์ขึ้นเป็นอุดมการณ์ส่วนตัวในงานเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน ได้น่าไว้วางใจ ในกริยานั้น บ่งถึงความเมตตา และความห่วงใยอย่างจริงใจ มีความห่วงใย ความระวังกริ่งเกรง และมีความรับผิดชอบ การปรากฏตัวของครูยุ่นทุกครั้ง ไม่ว่าที่ไหน รวมทั้งการปรากฏตัวบนจอแก้ว เป็นการเห็นที่สร้างความหวังและความสบายใจแก่เด็ก ๆ และแก่สังคม เสมอมา การได้เห็นเขา คล้ายบท สมณานญฺจทสฺสนํ ในมงคล 38 ประการ แห่งมงคลสูตร บทเต็มว่าดังนี้ ขนฺตี จ โสวจสฺสตา สมณานญฺจทสฺสนํ กาเลน ธมฺมสากจฺฉา เอตมฺมํคลมุตฺตมํ ฯ ความอดทนก็ดี ความสงบเสงี่ยมใจเย็นก็ดี การเห็นสมณะ ก็ดี การฟังธรรมตามกาล ก็ดี เป็นมงคลอันสูงสุด 

 

 

 

 

บุคคลที่ 51  บรรหาร ศิลปอาชา  

 

อดีตนายกรัฐมนตรี รายการสะเก็ดข่าวของช่อง 7 รายงานเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2547 นี้เอง ว่าสวนดอกทานตะวันในจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ท่านบรรหาร เอาแบบมาจากจังหวัดสระบุรี เมื่อสามปีก่อน และนำมาดำเนินการให้สร้างสวนทานตะวันขนาดใหญ่ขึ้นในจังหวัดสุพรรณบุรีของ ท่าน บัดนี้ถึงเวลาออกดอกสะพรั่งทั่วทั้งไร่แล้ว คณะกรรมการบริหารสวนทานตะวันจังหวัดสุพรรณบุรี จึงได้เชิญท่านไปเปิดงานวันดอกทานตะวันบาน ท่านก็ปลาบปลื้มใจและเดินทางไป แต่พบว่างานเงียบเหงา ไม่มีแม้กระทั่งดนตรีสักชิ้น ธงสักผืน มีคนไปร่วมงานไม่กี่คน คณะกรรมการก็ดูเหมือนไร้ความรู้สึก ขาดการต้อนรับที่สมเกียรติ์ ไม่สมกับเป็นคนใหญ่คนโตของเมืองสุพรรณและประเทศชาติ ท่านก็บ่นอุบอิบแล้วพอได้เวลาเปิดป้ายท่านถาม ว่าป้ายอยู่ไหน ก็ไปเปิดป้าย แต่ที่ยืนกดปุ่มเปิดป้าย เขาทำ ให้หันหน้าออกมา หันหลังให้ป้าย ท่านบรรหารก็มองไม่เห็นป้าย ท่านกดปุ่มแล้วไม่ทราบว่าผ้าคลุมป้ายเปิดออกหรือเปล่า เปิดออกไปถึงไหนแล้ว ท่านก็ถามว่าป้ายเปิดออกแล้วหรือยัง กรรมการก็คอยบอก ท่านต้องถามแล้วถามอีกเพราะป้ายก็ติด ๆ ไม่เลื่อนไป ไม่ลื่นไหลเลย เป็นนาน ป้ายจึงเปิดออกเต็ม ท่านไม่พอใจก็หัวเสีย หน้ามุ่ย บ่นไปด้วย สีหน้าบ่งบอกความยุ่งยากใจ หลังจากนั้นคณะกรรมการบริหารสวนทานตะวันยังมีรายการพาท่านเดินชมสวนดอกทานตะวันที่สวยงามและอื่น ๆ อีกหลายรายการ ก็เชิญท่าน เดินชมสวน ท่านหัวเสียอยู่แล้ว และคงคิดวุ่นวายอยู่กับเรื่องการเมืองอยู่ด้วย ก็ บอกตัดทันทีว่า ไม่เอา ๆ แล้ว จะกลับละ แล้วท่านก็เดินไปขึ้นรถ บอกคนขับรถว่า กลับบ้าน ท่านก็เดินทางไป เราเห็นว่า ได้ แสดงถึงความเป็นบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี อย่างค่อนข้างเด่นชัด และเป็นการค้นพบบุคคลแห่งปี 2547 อีกท่านหนึ่ง

 

 

 

 

บุคคลที่ 52  พ.ญ. คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์  

 

เมื่อ 26 ธ.ค.2547 ได้เกิดแผ่นดินไหว ที่ชายฝั่งทะเล อันดามัน ใกล้ ๆ เมืองอาเจะ และหมู่เกาะนิโคบา ของประเทศอินโดนีเซีย เดิมประมาณว่าได้ 8.9 ริกเตอร์ ต่อมาสถาบันอเมริกาวัดได้ 9 ริกเตอร์ ทำให้รอยเลื่อนของแผ่นดินใต้น้ำบริเวณนั้นแยกตัวแผ่นหนึ่งมุดต่ำลงไป อีกแผ่นหนึ่งเลื่อนสูงขึ้นมา เป็นเหตุให้เกิดคลื่นทสึนามิ และคลื่นทสึนามิกระทบอินโดเนเซียซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดก่อน จึงแผ่ เป็นวงกว้างไปถึงมาเลเซีย ไทย พม่า ลังกา อินเดีย มาลดีฟ และแผ่ไปถึงเคนยา เทนซาเนีย โซมาเลีย ชายฝั่งอาฟริกา เป็นเหตุให้คนตายกว่า 150,000 คน สูญหายอีกนับหมื่นคน บาดเจ็บประมาณมิได้ และทรัพย์สิน บ้านเรือนถูกกวาดไปกับคลื่นที่ซัดฝั่งจนสูญหายเหลือแต่ร่องรอยแผนผังที่ตั้งของบ้านเรือน นานาชาตินับแต่ญี่ปุ่นอังกฤษ ออสเตรเลีย อเมริกา สวีเดน ได้ร่วมมือให้ความช่วยเหลือ สำหรับประเทศไทย มีผู้เสียชีวิต 5,305 คนสูญหายอีกจำนวนหลายพันคน รีสอร์ต ที่พักชายทะเลพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง ระนอง สตูล เสียหาย ระบบการสื่อสารและสาธารณูปการล่มทั้งหมด ในขณะเกิดเหตุ มีเสียงเรียกร้องจากบุคคลหลายสถาบัน ต้องการความสามารถของ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ ในเชิงการพิสูจน์และจัดการในแง่นิติเวชวิทยา เพื่อการพิสูจน์ศพและการ จัดการเกี่ยวกับศพ และรัฐบาลได้มอบหมายในฐานะรองผู้อำนวยการสถาบันนิติเวชวิทยา คุณหญิงแพทย์หญิง พรทิพย์ ได้ลงไปปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดที่เกิดเหตุอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย และเห็นสีหน้าดวงตาบ่งบอกความพอใจกับงานที่ได้ช่วยเหลือผู้ประสบพิบัติภัยทางธรณีวิทยานี้ แสดงถึง ขันติธรรมและจาคธรรมที่สูงส่งเป็นมาตรฐานต่อเนื่องสม่ำเสมอ เป็นบุคคลที่หาได้ยาก คุณหญิงพรทิพย์ แสดงธรรมะแห่งความอดทน และความพอใจในการช่วยเหลือผู้อื่น มีฉันทะ วิริยะ มีจิตตะ และวิมังสา เป็นตัวอย่างของผู้ทรงอิทธิบาทธรรมอย่างเข้มข้น กอปรด้วย ปัญญามองเห็นความเป็นอนิจจังของสังขารและสรรพสิ่ง ว่าสิ่งทั้งหลายย่อมเกิดขึ้นแล้วเสื่อมไปเป็นธรรมดา เช่นนี้

 

 

 

 

บุคคลที่ 53  กิตติ สิงหาปัด 

 

แห่งไอทีวี รายการฮอทนิวส์ รวมความถึงบทบาทของการช่วยเหลือผู้ประสบ ภัยพิบัติจากทสึนามิ ทำหน้าที่ของนักข่าวได้อย่างสมบุกสมบันและสมบูรณ์ ไม่คำนึงความยากลำบากหรือ อันตรายใดใด มีความพร้อมที่จะเสนอมวลชนด้วยข่าวสารที่ชัดเจนถูกต้อง การลงไปปักหลักเจาะลึกข่าวความ ทุกข์สุข พิบัติภัยของพี่น้องชาวใต้ เป็นความพอใจโดยสุจริตของกิตติ สิงหาปัด และการเคลื่อนหน่วยศูนย์ข่าว ไปเรื่อย ๆ ตามสถานการณ์ ก็เป็นการผจญภัยที่น่าตื่นเต้น ผู้ที่กล้าหาญและมั่นคงย่อมเป็นที่พึ่งและสร้างความอบอุ่นใจและความหวังอันเจิดจ้าขึ้นมาในท่ามกลางความมืดมิด เป็นกำลังใจอันพลุ่งโพลงแด่คนอื่น กิตติ สิงหาปัดแสดงออกซึ่งความเข้าใจวิถีทางแห่งความเป็นปุถุชน มนุษยชาติทั้งหลาย ว่ามีความทุกข์มีความสุข หรือ สุก ๆ ดิบ ๆ เป็นธรรมดา เช่นนี้ วิถีทางที่จะเอาชนะความทุกข์ได้นิรันดร ก็โดยการรู้เท่าทันความเป็นธรรมดา เช่นนี้ และประกอบความพากเพียรเพื่อมุ่งหมายความรู้ ปัญญาให้รอบรู้ปวงสังขารมากยิ่งขึ้นไปจนแจ้งจบ 

 

 

 

 

บุคคลที่ 54  ธงชัย แมคอินไตย  

 

ความเป็นบุคคลสากลของเขา มีความเป็นไทยและเป็นผู้ทรงคุณธรรม แนบแน่นในหลักการพระศาสนาคือ กตัญญูกตเวทิตา ทำให้เป็นแบบอย่างที่น่าชื่นชม เมื่อแสดงออกและการกระทำ ตามหลักธรรมข้อนี้ต่อมารดาผู้บังเกิดเกล้าของเขา การบวชอุทิศตนเพื่อกตัญญูกตเวทิตาธรรมนี้ เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม เป็นแบบอย่าง ด้านวิชาชีพ เป็นผู้สามารถดำรงบุคลิกภาพที่สูงส่งทางความเฉลียวฉลาด ทันคน ทันกาล ทัน สังคมทุกชนิด บ่งถึงสติปัญญา คุณธรรมแห่งความดีเพียบพร้อมในสำนึกอันสูงส่ง มีจินตนปัญญาสูงสามารถมองสาระสัจธรรมแห่งความบันเทิงทุกชนิด โดยชั้นเชิงแห่งวิชาชีพในสากลโลกได้ทะลุปรุโปร่ง มีผลงานที่สม่ำเสมอ สะท้อนถึงสุขภาพที่ดีสบาย ๆ ทั้งทางกายและจิต และความเอื้ออาทรต่อประชาชนผู้นิยมชมชอบผลงานของตน และมีอุดมการณ์อันซื่อสัตย์ มีเชาวน์ปัญญาไกลและสูงส่ง เหมือนนกใหญ่ที่บินสูงและบินไกลไปทั่วทุกหนทุก แห่งด้วยความอิสระเสรีอย่างไม่รู้สึกสะดุ้งหวาดหวั่นจิตใจ เป็น หนึ่งใน น่านฟ้า และเป็นดาราที่เฉิดฉายไม่มีวันดับแสง ด้วยแรงแห่งคุณธรรม คือความจริงใจและความรักที่ให้แด่ คนทั้งหลายทั้งแผ่นดิน 

 

 

 

 

บุคคลที่ 55  วันชัย สอนสิริ  

 

ทนายความ ผู้ใช้วิชาชีพกฎหมายมานาน เมื่อมาปรากฏตัวทางจอแก้ว ได้ สะท้อนให้เห็นอุดมการณ์ของความเป็นนักกฎหมาย และการต่อสู้เพื่อความชอบธรรมของสังคมมานาน ได้ต่อสู้ เพื่อดำรงอุดมการณ์ทางกฎหมาย ที่ดำรงความเป็นธรรมในสังคมให้เกิดมีขึ้น เป็นผู้มีอารมณ์แน่นอนในสำนึกการเป็นนักสู้ ไม่มีสิ่งใดทำให้หวาดหวั่นในหัวใจ มีความเป็นสากลในการต่อสู้ ในความวิตกและเปล่าเปลี่ยว ได้ทำ ให้รู้คุณค่าของความเป็น กัลยาณมิตร และเพื่อนมนุษย์ รู้คุณค่าความสูงส่งแห่งอุดมการณ์ ปฏิญญาณด้วยสุจริตด้วยศรัทธาและความเต็มใจแล้ว ได้มีผู้เข้าใจร่วมในอุดมการณ์ ทำให้เกิดความหวังอันบรรเจิดจ้าไม่รู้เหือดหมดสิ้น ทำชีวิตและลมปราณให้เข้มแข็งแกร่ง ทำให้ชีวิตมีความสุข และร่ำรวยด้วยอริยทรัพย์ ความรู้ที่ให้แก่ประชาชน มีคุณค่าไม่น้อยไปกว่าคำสอนในมหาวิทยาลัย และมิได้คิดหวังค่าตอบแทนเป็นคุณค่าทางเงินตรา แต่ให้ ด้วยใจ เพื่อประโยชน์ของความรอบรู้รอบด้านทำให้ยกระดับภูมิปัญญาของมวลชนขึ้นมาสู่วุฒิภาวะพึ่งตนเองด้วยปัญญา ตนเองได้ เพื่อที่สังคมอยู่กันด้วยสำนึกอันสูงส่งแห่งความเป็นธรรม เป็นผู้มีบุคลิกภาพผสมระหว่างความเย็นฉ่ำกับความอบอุ่นพอประมาณ เป็นสมดุลแห่งชีวิตที่ต่อสู้ และความหวังไปตลอดกาลนาน

 

 

 

 

 

บุคคลที่ 56  ประมาณ เลืองวัฒนะวนิช 

 

ทนายความ ผู้ใช้วิชาชีพกฎหมายมานาน เมื่อมาปรากฏตัวทาง จอแก้ว ได้สะท้อนให้เห็นอุดมการณ์ของความเป็นนักกฎหมาย และการต่อสู้เพื่อความชอบธรรมของสังคมมานานได้ต่อสู้เพื่อดำรงอุดมการณ์ทางกฎหมาย ที่ดำรงความเป็นธรรมในสังคมให้เกิดมีขึ้น เป็นผู้มีอารมณ์แน่นอนใน สำนึกการเป็นนักสู้ ไม่มีสิ่งใดทำให้หวาดหวั่นในหัวใจ มีความเป็นสากลในการต่อสู้ ในความวิตกและเปล่าเปลี่ยว ได้ทำให้รู้คุณค่าของความเป็น กัลยาณมิตร และเพื่อนมนุษย์ รู้คุณค่าความสูงส่งแห่งอุดมการณ์ ปฏิญญาณ ด้วยสุจริตด้วยศรัทธาและความเต็มใจแล้ว ได้มีผู้เข้าใจร่วมสู้ร่วมเสริมในอุดมการณ์ ทำให้เกิดความหวังอัน บรรเจิดจ้าไม่รู้เหือดหมดสิ้น ทำชีวิตและลมปราณให้เข้มแข็งแกร่ง ทำให้ชีวิตมีความสุข และร่ำรวยด้วยอริยทรัพย์ความรู้ที่ให้แก่ประชาชน มีคุณค่าไม่น้อยไปกว่าคำสอนในมหาวิทยาลัย และมิได้คิดหวังค่าตอบแทนเป็นคุณค่า ทางเงินตรา แต่ให้ด้วยใจเพื่อประโยชน์ของความรอบรู้รอบด้าน ทำให้ยกระดับภูมิปัญญาของมวลชนขึ้นมาสู่ วุฒิภาวะพึ่งตนเอง ด้วยปัญญาตนเองได้ เพื่อที่สังคมอยู่กันด้วยสำนึกอันสูงส่งแห่งความเป็นธรรม เป็นผู้มี บุคลิกภาพผสมระหว่างความร้อนแรงเกรี้ยวกราด กับความเย็นพอประมาณ เป็นสมดุลแห่งชีวิตที่ต่อสู้และความหวังไปตลอดกาลนาน

 

 

             หนังสือพิมพ์ดี จึงขอประกาศนามต่อไปนี้คือ กรุง ศรีวิลัย, ถวัล ดัชนี, ยายไฮ ขันจันทา, เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, สุทธิชัย หยุ่น, มนตรี สินทวิชัย, บรรหาร ศิลปอาชา, แพทย์หญิง คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์, กิตติ สิงหาปัด, ธงชัย แมคอินไตย, วันชัย สอนสิริ, ประมาณ เลืองวัฒนะวนิช ว่า เป็นบุคคลแห่งปี ประจำปีพุทธศักราช 2547 ของหนังสือพิมพ์ดี และเราขอเรียนให้ทราบว่า เราหนังสือพิมพ์ดี เป็นแต่เพียงผู้เห็นความดีของท่านและต้องการจารจารึกไว้ให้คู่กับหนังสือพิมพ์ดีไปตลอดกาล ขอจงประสบความสุข ความเจริญ มุ่งมั่นสร้างประโยชน์แด่สาธารณชนและประเทศชาติสืบต่อไปตลอดกาลนานเทอญ  

 

 

                                                  บรรณาธิการ

 

 




หนังสือพิมพ์ดีเล่มที่ 33

เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว จากดีเล่มที่ 33
ประชาธิปไตยสงฆ์ ประเด็น เหตุเกิด พ.ศ.๑
บันทึกโหร เกี่ยวกับเหตุการณ์ร้ายแรง ทสึนามิถล่มอันดามัน
สากลจักรวาลสากลศาสนา ตอนที่ 16



Copyright © 2010 All Rights Reserved.