ReadyPlanet.com
dot


คิดอย่างไรที่รัฐบาลออกโรงคัดค้านการถวายฎีกาของเสื้อแดง


         นับเป็นความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี  นับตั้งแต่กล่าวหาประชาชนคนเสื้อแดงที่ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการมาตั้งแต่เมษายน  2552  นายอภิสิทธิ์ประกาศชัดถ้อยชัดคำทางสื่อทีวีทุกช่องว่า  คนที่มาชุมนุมเป็นศัตรูกับรัฐบาล และยังใช้กำลังทหารเข้าทำร้ายคนบริสุทธิ์ที่มามือเปล่าด้วยข้อกล่าวหาว่าก่อจลาจล เหตุการณ์ครั้งนั้นได้ทำลายความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐบาลกับประชาชนมาโดยตลอด  จนแม้เมื่อกระทั่งวันแรงงานแห่งชาตินากยรมต.ก็ไม่มาเปิดงานที่ลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 5  แม้การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซี่ยนที่ภูเก็ต  แทนที่ทูตต่างชาติจะได้มีโอกาสเห็นสีหน้าชื่นมื่นของประชาชนชาวไทยที่มาคอยต้อนรับสมนามสยามเมืองยิ้ม กับมีคำสั่งห้ามประชาชนเข้าใกล้โรงแรมที่ประชุมในรัศมี 5 กม. ใครฝ่าเข้าไปถือว่ามีความผิด 

         และล่าสุดคนเสื้อแดงได้เข้าชื่อร้องทุกข์ถวายฎีกา 5 ล้านกว่าคนเพื่อหวังพึ่งพระบารมีของพ่อหลวงให้ช่วยดับทุกข์เข็ญของแผ่นดิน  ด้วยเห็นว่าอดีตนายกถูกตั้งข้อกล่าวหาและพิพากษาที่ไม่เป็นธรรม  เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม  กลับมาบริหารประเทศเพราะประชาชนกำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสจากการไม่มีงานทำ  พืชผลทางการเกษตรตกต่ำ เพราะรัฐบาลปัจจุบันแก้ปัญหาไม่เป็น  แทนที่รัฐบาลจะเข้าใจเจตนารมย์ของคนเสื้อแดงกลับทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก  ด้วยการให้กระทรวงมหาดไทยสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดแจ้งให้ประชาชนมาถอนรายชื่อและยังมีกลุ่มพันธมิตรปักต์ใต้มาทำพิธีเผาใบถวายฎีกาโชว์ทางสื่อ A-STV นายอภิสิทธิ์ยังให้สัมภาษณ์สื่อทีวีทุกช่องว่าการเข้าชื่อถวายฎีกาผิดกฎหมาย ประชาชนถูกหลอกลวงให้หลงผิด

           ตลอดเวลาที่ผ่านมา  รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์รู้หรือไม่ว่านอกจากท่านดร.ทักษิณ  จะไม่ได้รับความเป็นธรรมแล้ว  การที่คนเสื้อแดงเขาลุกขึ้นมาเรียกร้องประชาธิปไตยและขับไล่รัฐบาลเผด็จการ  เพราะเขารู้สึกถึงความอยุติธรรม  ไม่เป็นธรรมที่เขาต้องมารับความลำบากยากจน ตกงาน ต้องทนทุกข์กับภาวะเศรษฐกิจ

ตกต่ำ ถูกคุกคามจากโรคระบาดร้ายแรง เพียงเพราะความอยากมีอำนาจของนักการเมือง  อยากเป็นใหญ่ แต่ไม่มีฝีมือที่จะนำพาประเทศชาติและประชาชนฝ่าวิกฤตไปได้  และเมื่อประชาชนไม่ยอมรับแทนที่จะแสดงภาวะผู้นำ ใจกว้างรู้จักผ่อนปรนเอาใจประชาชนมาใส่ใจรัฐบาล  ผ่อนคลายความทุกข์ให้เขา  แต่กลับไปกดดันให้เขากลายเป็นคนผิด  ผิดที่พยายามเรียกหาความยุติธรรม  สร้างกระแสด้วยการให้มวลชนอีกกลุ่มหนึ่งมาต่อต้านคัดค้าน  นี่หรือคือผู้นำที่เคยบอกประชาชนทั้งประเทศว่า  " ประชาชนต้องมาก่อน รัฐบาลนี้จะสร้างความสมานฉันท์ " 

แต่ในความจริงนับตั้งแต่ พ.ศ. 2475 เป็นต้นมาไม่เคยมีรัฐบาลพลเรือนยุคไหนทำร้ายจิตใจประชาชนได้ถึงเพียงนี้ ทั้งๆที่ประชาชนคนเสื้อแดงล้วนแล้วแต่เป็นคนไทยผู้รักสงบทั้งสิ้น  ผู้นำที่ไม่รักประชาชน  ไม่เห็นแก่ความสุขของประชาชน ไม่ยอมให้ประ ชาชนได้มีเสรีภาพทางความคิด  มีการแสดงออกที่ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ

จะเป็นผู้นำต่อไปได้อย่างไร  ท่านจะเดินไปไหนอย่างสง่าผ่าเผยในแผ่นดินนี้ได้อยู่หรือ ? เลิกหลอกตัวเองเสียที อย่าโยนความผิดให้ประชาชนต่อไปอีกเลย  มิเช่นนั้นบาปจะติดตัวท่าน จะหาความสงบสุขไม่ได้และส่งผลไปถึง คนในครอบครัวและชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล 

   

 



ผู้ตั้งกระทู้ กระจกเงา :: วันที่ลงประกาศ 2009-08-03 02:10:49


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (1969728)

ได้อ่านประวัติของอับราฮัม ลินคอล  ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐอเมริกาต้องชื่นชมท่านอย่างยิ่ง  ท่านเป็นคนยากจนไม่มีโอกาสได้รับการศึกษาสูงในระบบ  แต่พยายามแสวงหาความรู้  และต้องแข่งขันในสนามการเลือกตั้งมายาวนานแต่ประสบความพ่ายแพ้มาตลอด  ท่านได้รับชัยชนะก่อนถึงอสัญกรรมเพียง 5 ปี  แต่ผลงานที่ยิ่งใหญ่คือ การประกาศเลิกทาสในอเมริกาได้สำเร็จ  จนคนทั่วโลกยกย่องและกล่าวขานมาจนบัดนี้ ความเป็นสุภาพบุรุษอย่างหนึ่งที่โลกกล่าวขวัญถึงคือท่านเป็นคนมีจิตใจกว้างขวาง  กล้าหาญแม้กระทั่งมอบตำแหน่งสำคัญๆให้ฝ่ายตรงข้ามได้รับผิดชอบเพราะเห็นความสามารถของคนเหล่านั้น  นี่แหละเขาเรียกว่า  มีสปริต 

ผู้แสดงความคิดเห็น คนตาสว่าง วันที่ตอบ 2009-08-04 18:33:48


ความคิดเห็นที่ 2 (1970057)

 

ฎีกาของคนเสื้อแดง รัฐบาลอย่าก้าวล่วงพระบรมราชวินิจฉัย

 
ทำไมรัฐบาลจึงออกโรงคัดค้านการถวายฎีกาของคนเสื้อแดง ทั้ง 5 ล้านคนเศษ ? ด้วยการให้กระทรวงมหาดไทยสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดแจ้งให้ประชาชนมาถอนรายชื่อและยังมีกลุ่มพันธมิตรปักต์ใต้มาทำพิธีเผาใบถวายฎีกาโชว์ทางสื่อ ASTV นายอภิสิทธิ์ยังให้สัมภาษณ์สื่อทีวีทุกช่องว่าการเข้าชื่อถวายฎีกาผิดกฎหมาย ประชาชนถูกหลอกลวงให้หลงผิด?
 
นั่นก็เป็นเพราะรัฐบาลเด็กนั่นเอง มีภูมิปัญญาและวิสัยทัศน์คับแคบอย่างยิ่ง   โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ไปคาดคะเนอะไรคล้าย ๆ ตัดสินใจแทนพระองค์ท่านเอง ซึ่งเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง ทำนองเอาปัญญาควายไปคาดคะเนปัญญาพระยาราชสีห์   เอาปัญญานกกระจอกไปคาดคะเนปัญญาพระยานกอินทรีย์
 
น่าจะทบทวนดูว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราท่านเป็นบุคคลที่ประเสริฐ ยิ่งใหญ่ ขนาดไหน  ทรงผลงานที่ประเสริฐยิ่งใหญ่ จนกระทั่งได้รับการเทิดทูนจากโลก โดยสหประชาชาติก็ดี ประเทศต่าง ๆ และรางวัลจากต่างประเทศมากมาย ก็ดี นั้นย่อมเป็นประกันถึงพระบารมีสติปัญญาของพระองค์ที่จะทรงวินิจฉัยปัญหาของประชาชนได้ด้วยพระองค์เอง การที่พรรคภูมิใจไทยและรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ได้ดำเนินการต่อต้านการถวายฎีกาของประชาชนเช่นนี้ แสดงถึงการก้าวล่วงพระบรมราชานุภาพโดยตรง
 
เพราะในหลวงของเรา นอกจากทรงเป็นบุคคลผู้ประเสริฐแล้วยังทรงเป็นกษัตริย์ผู้ประเสริฐ  เป็นผู้ตรัสถ้อยคำที่ยิ่งใหญ่ซึ่งมีความหมายอันยิ่งใหญ่ของถ้อยคำว่า  เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม ในวันที่ทรงครองราชย์ อันแสดงถึงความทรงธรรมอันยิ่งใหญ่และจักบริหารแผ่นดินโดยธรรม และทรงตรัสถ้อยคำยิ่งใหญ่อีก ต่อหน้า พระสันตะปาปาจอห์น พอล ที่ 2 เข้าเฝ้า ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท 10 พ.ค.2527 ว่า คนไทยเป็นศาสนิกชนที่ดีทั่วกัน ส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนา อันเป็นศาสนาประจำชาติ” อันแสดงถึงความแนบแน่นในพระพุทธศาสนาจนทรงตรัสยกย่องว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทย  แสดงถึงพระปรีชาญาณ และพระบารมีธรรมอันสูงสุดที่ได้จากทรงสนิทธรรมในพระพุทธศาสนา แล้วรัฐบาลหรือคนใดคนหนึ่งจักต้องไปพะวงทำไม หาเหตุผลมิได้ หากไปคิดเป็นกังวลว่าพระองค์จักไม่ทรงสามารถวินิจฉัยปัญหาใดใดด้วยพระองค์เอง โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชามหาชนอันไพศาล ที่กษัตริย์จักทรงวินิจฉัยด้วยพระองค์เองเป็นธรรมเนียมแห่งกษัตริย์มาแต่โบราณกาล แห่งสากลระบอบกษัตริย์ทั่วโลก
 
รัฐบาลอภิสิทธิ์ จักไม่ทราบหรือว่าทรงเป็นกษัตริย์ผู้ทรงอยู่ในธรรมอย่างสนิท และทรงประพฤติทศพิธราชธรรม 10 ประการอย่างเคร่งครัด  จึงทรงประทานพระบรมราโชบายทางการปกครองของพระมหากษัตริย์ไว้ว่า   จักทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม ตามที่ประจักษ์ชัดว่าทรงประพฤติอย่างประเสริฐมาตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ใน ทศพิธราชธรรม 10  โดยไม่บกพร่อง สมบูรณ์ไปทุกประการ รัฐบาลโปรดอ่าน ดังนี้
     ทศพิธราชธรรม 10 ประการ    
1.   ทาน (ทานํ) การให้ หมายถึงการให้ การเสียสละ นอกจากเสียสละทรัพย์สิ่งของแล้ว ยังหมายถึง        การให้น้ำใจแก่ผู้อื่นด้วย
2.   ศีล (ศีลํ) คือความประพฤติที่ดีงาม ทั้ง กาย วาจา และใจ ให้ปราศจากโทษ ทั้งในการปกครอง อันได้แก่ กฎหมายและนิติราชประเพณี และในทางศาสนา
3.   บริจาค (ปริจาคํ) คือ การเสียสละความสุขส่วนตน เพื่อความสุขส่วนรวม
4.   ความซื่อตรง (อาชชวํ) คือ ความซื่อตรงในฐานะที่เป็นผู้ปกครอง ดำรงอยู่ในสัตย์สุจริต
5.   ความอ่อนโยน (มัททวํ) คือ การมีอัธยาศัยอ่อนโยน เคารพในเหตุผลที่ควร มีสัมมาคารวะต่อผู้อาวุโสและอ่อนโยนต่อบุคคลที่ เสมอกันและต่ำกว่า
6.   ความเพียร (ตปํ) หรือความเพียร มีความอุตสาหะในการปฏิบัติงาน โดยปราศจากความเกียจคร้าน
7.   ความไม่โกรธ (อกฺโกธ) หรือความไม่แสดงความโกรธให้ปรากฏ ไม่มุ่งร้ายผู้อื่นแม้จะลงโทษผู้ทำผิดก็ทำตามเหตุผล
8.    ความไม่เบียดเบียน (อวีหึสา) การไม่เบียดเบียน หรือบีบคั้น ไม่ก่อทุกข์หรือเบียดเบียนผู้อื่น
9.    ความอดทน (ขันติ) การมีความอดทนต่อสิ่งทั้งปวง รักษาอาการ กาย วาจา ใจให้เรียบร้อย
10. ความยุติธรรม (อวิโรธนํ) ความหนักแน่น ถือความถูกต้อง เที่ยงธรรมเป็นหลัก ไม่เอนเอียง     หวั่นไหวด้วยคำพูด อารมณ์ หรือลาภสักการะใดๆ
      (ขุ.ชา.28/240/86)
 
 
แล้วรัฐบาลอภิสิทธิ์ มาสกัดกั้นการถวายฎีกาของประชาชน ด้วยเหตุผลอะไร เพราะดูบทบาทท่าทีที่กระทำการแล้วเหมือนก้าวล่วงพระราชอำนาจของพระองค์ ก้าวล่วงหมิ่นพระมหากรุณาพระปัญญาพระปรีชาของพระองค์ ที่จะทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยโดยทศพิธราชธรรมนั้น
 
 
  • ธรรมาชีพ ธรรมาชน ปธร.
    7 ส.ค.2552

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธรรมาชีพ ธรรมาชน ปธร. (newworld_believe-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-08-06 10:42:28


ความคิดเห็นที่ 3 (1970425)

 

 

ฎีกาของคนเสื้อแดง รัฐบาลไม่ควรก้าวล่วงพระบรมราชวินิจฉัย (2)

และแล้ว พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีต นายกรัฐมนตรีคนที่ 19 ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งเพียง 1 เดือน (7 เม.ย.-24 พ.ค.2535)   ก็ปรากฏตัวออกมาทางจอแก้วเมื่อวานนี้ (6 ส.ค.2552) และกล่าวว่า คนเสื้อแดงไม่พึงทำฎีกา ให้หยุดงานถวายฎีกาเสีย   เพราะเหตุ จะให้ในหลวงไม่สบายพระทัย  

ในทัศนะของเรา ได้เห็นข้อเท็จจริง อันเป็นวัฒนธรรมของกษัตริย์กับประชาชนมีมาเป็นระยะเวลายาวนานมาตราบที่เริ่มมีการปกครองของมนุษย์ มาตราบตั้งแต่มนุษย์ถ้ำมาจนถึงปัจจุบันนี้   การร้องทุกข์ของผู้ใต้ปกครองเป็นธรรมเนียมปกติของสังคมมนุษยชาติ โดยเฉพาะ ระบอบกษัตริย์ ที่ทรงมีคุณธรรมใต้หลักการศาสนาทั้งหลาย ซึ่งโดยทั่วไปยุคกษัตริย์จะอยู่ใต้คำสั่งของพระเจ้า ๆ จักตรัสแก่กษัตริย์ว่า จงเอาใจใส่ในเลือดเนื้อของเรา ทุกข์สุขของเขาคือทุกข์สุขของเรา กษัตริย์จึงต้องเอาใจใส่ในความทุกข์สุขของประชาชน  คนในประเทศไทยเรา ก็น่าจะได้คิดว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 นั้นได้ทรงเป็นตัวอย่างที่ล้ำเลิศ การที่ทรงได้รับพระสมัญญาว่า พระปิยะมหาราช ทรงเป็นที่รักของประชาชน ก็เพราะเหตุที่พระองค์เอาพระทัยใส่ต่อความทุกข์สุขดิบของประชาชน โดยไม่ทรงรอให้ราษฎรมาถวายฎีกาด้วยซ้ำ แต่ทรงลอบปลอมพระองค์ออกไปสืบดูทุกข์สุขของประชาชน ที่เรียกว่าเสด็จประพาสต้น นั่นเอง นี่ยิ่งกว่าการถวายฎีกาอีก   แล้วพระองค์ก็ทรงเลิกทาส   ไม่เห็นหรืออย่างไร ว่าเป็นเรื่องเดียวกันกับเรื่องการถวายฎีกา แต่ยิ่งกว่าการถวายฎีกา เพราะกษัตริย์ทรงเสด็จลงไปคลุกดินเพื่อดูแลความทุกข์สุขของประชาชนให้ประจักษ์ต่อพระเนตรของพระองค์เอง นี่เป็นวัฒนธรรมอันเป็นสากลยาวนานมาแล้วของระบอบกษัตริย์ทั่วโลก
 
ในวรรณคดีไทยเรื่องราวกษัตริย์ฝ่ายคติอิสลาม เราพบเรื่องราวของพระเจ้ากาหลิบ ชอบปลอมพระองค์ออกไป สืบดูความทุกข์สุขของประชาชน  แล้วไปพบกับคนยากคนจนผู้ได้รับความเดือดร้อนไม่เป็นธรรม แล้วพระองค์ถามว่าจะให้เราทำอะไรให้ดีล่ะ ชายผู้ยากคนนั้น(ชื่ออาบูหะซัน) ตอบว่า ถ้าได้เป็นกษัตริย์ สัก 2-3 วันก็พอเพียงที่จะจัดการกับคนโกง คนทุจริตเอารัดเอาเปรียบประชาชนได้   กาหลิบก็เอาเหล้ามอมชายคนนั้นแล้ว ให้แต่งตัวเป็นกษัตริย์แทนพระองค์   ครั้นอาบูหะซันได้เป็นกษัตริย์ ก็ได้จัดการเรื่องราวที่ไม่เป็นธรรมแก่ประชาชนจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ได้กลับมาเป็นราษฎรผู้มีความสุขตลอดไป   นี่จะเห็นว่าเป็นผลเพราะกษัตริย์ทรงกระทำยิ่งไปกว่าทรงรอรับฎีกาของประชาราษฎรผู้เดือดร้อนเสียอีก 
 
เช่นเดียวกับธรรมเนียมกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรจีน ดังปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง จอมใจจักรพรรดิ ที่กษัตริย์ปลอมพระองค์ไปดูแลความเดือดร้อน ความเป็นธรรมในแผ่นดินด้วยพระองค์เอง (จนกระทั่งไปพบสาวชาวบ้าน ก็ทรงรัก ต่อมาได้เป็นพระราชินี) ก็เป็นสิ่งที่ยืนยันเป็นอย่างดีว่า   เรื่องการถวายฎีกา นั้น เป็นสิ่งที่เป็นธรรมดาสำหรับระบอบกษัตริย์มาแต่โบร่ำโบราณแล้ว   ไม่น่าที่รัฐบาลอภิสิทธิ์จะเขลาทำนโยบายผิดพลาดไปเลยเช่นนี้
 
ในทางพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้า บรมศาสดา ก็ทรงรับเรื่องราวร้องทุกข์เป็นประจำ อย่างทรงกระทำเป็นหน้าที่ จนกระทั่งวาระจะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ณ สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา (รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย)  ก็มีนักบวชนิกายปริพาชกรูปหนึ่ง มาขอเฝ้าพระพุทธองค์ แต่พระอานนท์ พุทธอุปปัฏฐาก ซึ่งขณะนั้นยังเป็นภิกษุธรรมดา ยังไม่บรรลุพระอรหัตผล ไม่ยอมให้เข้าเฝ้า อ้างว่าจักรบกวนพระพุทธองค์เพราะทรงพระอาพาธอยู่ ฝ่ายนักบวชปริพาชกไม่ยอม จะขอเข้าเฝ้าให้ได้ ถกเถียงกันอยู่ จนพระพุทธองค์ทรงสดับก็ทรงโปรดให้พระอานนท์นำนักบวชคนนั้นเข้ามาเฝ้า (ตรงนี้ก็น่าจะคิดดู จะเห็นว่าความคิดสติปัญญาของพระอานนท์นั้นต่างจากพระพุทธเจ้าอย่างไร เหมือนที่เปรียบเทียบไว้ข้างต้นหรือไม่?)  นักบวชรูปนั้นมีความทุกข์เพราะความไม่รู้ คือไม่รู้อะไรเป็นอะไรเกี่ยวกับชีวิต ได้ถามปัญหาธรรมต่อพุทธองค์ว่า สมณะผู้ได้มรรคผลในศาสนาอื่นนอกจากพระพุทธศาสนามีหรือไม่ ?  ซึ่งพระพุทธองค์ได้ตรัสตอบว่า ไม่มี ทรงโปรดให้รู้แจ้งธรรม จนเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ทรงให้บรรพชาในขณะนั้น แล้วได้รับฟังปัจฉิมโอวาท ร่วมกับภิกษุทั้งหลาย ปัจฉิมโอวาทมีใน ปัจฉิมพุทโธวาทะปาฐะ ว่าดังนี้

      ปัจฉิมพุทโธวาทะปาฐะ
หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว
      ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า
วะยะธัมมา สังขารา
      สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา
อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ
      ท่านทั้งหลาย จงทำความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด
อะยัง ตะถาคะตัสสะ ปัจฉิมา วาจา
      นี้เป็นพระวาจามีในครั้งสุดท้าย ของพระตถาคต
 
แล้วต่อมาได้ดวงตาเห็นธรรมบรรลุพระอรหันต์ พ้นทุกข์ นี่คือเรื่องราวจากมหาปรินิพพานสูตร และอรหันต์องค์สุดท้ายองค์นั้นก็คือ พระ สุภัททะ  นี่คือผลของการถวายฎีกาที่ยิ่งกว่าฎีกา
 
องค์พระมหากษัตริย์ของไทย ล้วนทรงมีความสนิท สัมพันธ์ใกล้ชิดกับประชาชนมาทุก ๆ พระองค์ (เว้นองค์หนึ่งในยุคเสียกรุงครั้งที่ 2 คือพระเจ้าเอกทัศน์ ที่ห้ามพระเจ้าตากสินขณะเป็นเจ้าพระยาวชิรปราการยิงปืนใหญ่ใส่พม่าข้าศึก โดยเหตุที่เสียงปืนใหญ่ทำให้นางสนมกำนัลตกอกตกใจร้องกรีดกราดเข้าไปหาพระองค์และให้พระองค์ห้ามยิงปืนใหญ่ พระเจ้าเอกทัศน์ก็ทรงเห็นแก่พระสนมของพระองค์จึงทรงสั่งห้ามยิงปืนใหญ่ ส่วนเรื่องของประเทศชาติทรงมองไปไม่ถึง จึงต้องเสียกรุงแก่พม่า)  ไม่เฉพาะรัชกาลที่ 5 ดังอ้างมาเท่านั้น ในที่นี้จะขอยก รัชกาลที่ 7 ทรงเป็นกษัตริย์ประชาธิปไตยที่แท้จริง อันเนื่องมาจากทรงเข้าพระทัยเรื่องราวของประชาชนอย่างลึกซึ้ง จึงทรงยอมสละพระราชอำนาจ   ยกอธิปัตย์ ให้ประชามหาชนไทย   โดยทรงเน้นย้ำว่า มิได้ทรงยกให้ผู้ใดผู้หนึ่ง หรือคณะบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เป็นการพระราชทานให้แด่ปวงชนชาวไทย  เราจึงได้สิทธิในอำนาจประชาธิปไตยมาจนตราบเท่าทุกวันนี้ โดยเป็นสิทธิอันชอบธรรม เพราะประชาธิปไตยเป้นของพระราชทานของกษัตริย์ ใครปล้นประชาธิปไตยไปเสมือนโจรผู้ล่วงละเมิดคำสั่งกษัตริย์ จักต้องมีโทษและรับโทษอย่างหนัก การที่ประชาธิปไตยไทยยังมีปัญหาก็เพราะมีคนขัดพระบรมราชโองการ เป็นผู้เขลาที่ไม่เข้าใจประชาชน ไม่เข้าใจประชาธิปไตย และละเมิดพระบรมราชโองการกษัตริย์ ที่ทรงพระราชทานประชาธิปไตยลงมาแด่ปวงประชามหาชนชาวไทย
 
ในหลวงของเรารัชกาลที่ 9   นั้นต้องทรงยกไว้ว่าเป็นกษัตริย์ที่เหนือกว่ากษัตริย์ทั้งโลก เพราะได้ทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรม โดยทศพิธราชธรรม 10    แม้เพียงข้อที่ 1 ข้อแรกใน 10 ข้อ ก็ทรงประพฤติพร้อมสมบูรณ์ เป็นรูปธรรมเป็นผลงานอย่างมหาศาลไม่อาจบรรยายได้ครบถ้วน   ข้อแรกที่สุด คือ ทาน (ทานํ) การให้ หมายถึงการให้ การเสียสละ นอกจากเสียสละทรัพย์สิ่งของแล้ว ยังหมายถึงการให้น้ำใจแก่ผู้อื่นด้วย  ในทางพระพุทธศาสนา องค์บรมศาสดาสอนว่า ทานมี 3 อย่าง มี อามิสทาน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาราษฎรมาอย่างมากมาย จนทุกวันนี้จะเห็นได้แม้กระทั่งทานที่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่สุด ก็ทรงกระทำเป็นแบบอย่างไว้ เช่นเรื่อง ถุงยังชีพ   ซึ่งเป็นระบบทานที่ลงไปสู่ประชาชนระดับพื้นดินรากหญ้าได้อย่างทั่วถึง เป็นต้น   ในด้านอภัยทาน แสดงโดยพระมหากรุณาด้านต่าง ๆ  ไปจนถึง การอภัยโทษ ซึ่งในที่สุดในระบบราชทัณฑ์ไทยจึงจัดให้มีการอภัยโทษอยู่ทุกปี ๆ ไป   ในด้าน ธรรมทาน นี้เป็นวิชาความรู้ ในหลวงทรงมีวิชาความรู้ที่เป็นหิตานุหิตประโยชน์อย่างสูงแก่ปวงชนอย่างไร เห็นได้จากเกียรติยศ และรางวัลจากสถาบันด้านต่าง ๆ ทั่วโลก ตลอดไปจนถึงวิชาการทันสมัยเช่นทรงพระราชทานวิชาทำฝนเทียม (วิชาทำฝนตก) เศรษฐกิจพอเพียง วิชาดนตรี  วิชากีฬา เป็นอาทิ   จะเห็นว่าทรงเป็นกษัตริย์ประเสริฐผู้ประพฤติธรรม โดยแม้เพียงข้อทานข้อแรกก็ทรงกระทำครบถ้วนทุกประการทั้ง อามิสทาน อภัยทาน และธรรมทาน พร้อมบริบูรณ์ที่ผู้หนึ่งผู้ใดจักอาจละเมิดมิได้
 
ฉะนั้นการที่มีผู้ต่อต้านการถวายฎีกาของประชาชน ต่อกษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรม   ผู้ทรงดำรงปณิธานอันสูงสุดว่า เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม จึงเป็นการต่อต้านครรลองธรรมชาติ และเป็นการไม่สมควร เนื่องเพราะล่วงละเมิดพระบรมราชวินิจฉัย อุปมาเหมือน  เอาปัญญาควายไปคาดคะเนปัญญาของพญาราชสีห์ เอาปัญญานกกระจอกไปคาดคะเนปัญญาพญานกอินทรีย์ฉะนั้น และการฝ่าฝืนครรลองธรรมชาติเช่นนี้แล้วจักชนะประชาชนได้อย่างไร นอกจากก่อความปั่นป่วนขึ้นโดยเปล่าประโยชน์ ทำให้ประเทศชาติทรุดโทรมลงไปโดยใช่เหตุ  จึงควรกลับคืนมาสู่ความเป็นธรรม เอาความเป็นธรรมเป็นทางออก หากมีความรักในความเป็นธรรมจริงก็ควรปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างเดินไปในครรลองของมันอันเป็นครรลองของธรรมชาติ 
 
  • ธรรมาชีพ ธรรมาชน ปธร.
    8 ส.ค.2552

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธรรมาชีพ ธรรมาชน ปธร. (newworld_believe-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-08-07 21:42:04


ความคิดเห็นที่ 4 (1972482)

 

เกิดเรื่องแล้วซีครับ  นายอะไรที่อยู่กระทรวงยุติธรรม นามสกุลยาว ๆ นาย.............. สาลีรัฐวิภาษณ์  คนนั้นน่ะ  ประชาธิปัตย์  ว่า ฎีกาแดง 3.5 ล้านคน จะต้องผ่านกระทรวงยุติธรรมก่อน   กระทรวงจะต้องตรวจสอบก่อนว่าควรยื่นหรือไม่ยื่น  ดูเหมือนคนในรัฐบาลระดับรัฐมนตรีหลายคน  รวมทั้งหัวหน้ารัฐบาลเด็ก ก็ออกมารับรองด้วย

 

ก็เกิดเรื่องซีครับ  ย้อนรอยเดิมของกระบวนการยุติธรรม 2 มาตรฐานอีกแล้ว ซี  !!!!

 

ก็เขาไม่เห็นด้วยกับเรา  เป็นศัตรูเราอยู่แล้ว ส่งเรื่องไปให้เขาตัดสิน  แล้วผลจะออกมาอย่างไร   ? 

 

ก็จะเหมือน  ไอ้แป๊ะลิ้มมันกับพวกพันธมิตร์    พวกก่อการร้ายแท้ ๆ   กลายเป็น  พวกก่อการดีได้อย่างไร  ?  

 

ถ้าคิดว่าตลก     ก็ตลกไม่ออก

 

ช่วยคิดหน่อย        เรื่องนี้ทางแม่ทัพใหญ่  วีระ มุสิกพงศ์  จตุพร    ณัฐวุฒิ   จะต้องอธิบายนะครับ  และแดงทั้งแผ่นดิน  จะยอมไม่ได้  เป็นไรก็เป็นกัน

 

 อธิบายด่วน   !!!!!    ใครก็ได้อธิบายด่วน    ท่านนายสถานีแดง  อดิศร  เพียงเกษ  หรือท่านใด ๆ ก็ได้   อธิบายด่วน  !!!!

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น แดง ดำรงธรรม วันที่ตอบ 2009-08-19 09:27:02


ความคิดเห็นที่ 5 (1972624)

 

เข้าใจดีแล้วครับ คุณจาตุรนต์ - คุณอดิศร    แดงจงเจริญ

ผู้แสดงความคิดเห็น แดง ดำรงธรรม วันที่ตอบ 2009-08-19 18:23:16


ความคิดเห็นที่ 6 (1972978)

 

ผมได้ฟัง พงศ์เทพ เทพกาญจนา  อดีตรมว.ยุติธรรม รัฐบาลทักษิณ คุยกับอดิศร เพียงเกษ แล้ว  ชัดเจนดีครับ  สบายใจ   อยากให้หาเรื่องพูดที่มีเหตุผล และทำให้แดงเราสบายใจ อย่างมีเหตุผลเช่นนี้ทุกวัน ๆ    มันเป็นการปลุกทำให้เลือดฉีดแรงครับ คุณอดิศร  เข้าใจไหมครับ   ระยะต่อไปนี้แดงทั้งแผ่นดินจะต้องให้เลือดฉีดแรง ๆ

อนึ่ง   รายการที่ออกแต่ละรายการ   ขอให้มีตัวหนังสือบอกหน่อยนะครับ  ว่า  สด   หรือ  เทป   ขอบคุณครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น แดง ดำรงธรรม วันที่ตอบ 2009-08-21 10:30:36



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.