ReadyPlanet.com
dot
dot dot
dot
พระพุทธเจ้า
dot
bulletบทศึกษาพิเศษ:พระพุทธเจ้า ศึกษาจากวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรนแปล เช้า- เย็น
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรแปล เช้า-เย็น อัพเดต
dot
พุทโธโลยี
dot
bulletสมาคมศิษย์หลวงปู่เครื่อง จัดประกวดเรียงความออนไลน์มัธยมศึกษาในวันวิสาขบูชา คลิกดูรายละเอียดและรางวัลที่นี่
dot
ชมรมยุวพุทโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
dot
bulletThe Beginning ความเป็นมาของโครงการชมรมยุวพุโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
bulletChart Showing the Process
dot
บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
dot
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี แฟ้ม 2
dot
To The World
dot
bulletENGLISH
bulletUSA
bulletChina
bulletIndia
bullet Mynmar
bullet Cambodia
bullet Loas
bulletSri Lanka
bulletMalaysia
bulletKorea
bulletThe Truth Of Red Thailand 12-14 April 2009
bulletFrom red shirt survivor person
bulletA Sharp Turn of Believes : Iresearch Iwrite Iread
dot
โหราศาสตร์ [updateใหม่สุด]
dot
bullet สารบาญโหราศาสตร์โดยชลัมพุช โหรชนบททุกเรื่อง
bulletบันทึกข้อสังเกตประเด็นสำคัญดวงชะตาประเทศไทยช่วงเดือนส.ค.-พ.ย.2552
bulletดวงชะตาประเทศไทย พยากรณ์ว่าประชาชนจะอดอยากยากจนและเผชิญภับพิบัติ 4 ประการ
bulletให้คำพยากรณ์นักธุรกิจชาวอังกฤษ
bulletอยากรู้เรื่องโหราศาสตร์ คลิก!
bulletดวงชะตาผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตไทย
dot
Buddhism How?
dot
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 1
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 2
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 3
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 4
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 5
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 6
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 7
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 8
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 9
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 10
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 11
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 12
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 13
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 14
bulletMystery Report 15
bulletMystery Report 16
bulletMystery Report 17
bulletMystery Report 18
bulletMystery Report 19
bulletMystery Report 20
bulletMystery Report 21
bulletMystery Report 22
bulletMystery Report 23
bulletMystery Report 24
bulletMystery World Report 25
dot
เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว
dot
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2536
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2537
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2538
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2539
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2540
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2541
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2542
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2543-2545
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2545-2549
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2549-2550
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2550-ส.ค.2551
bulletเฝ้าดูฯ ส.ค.-ก.ย.2551
bulletเฝ้าดูฯ ก.ย.2551- ธ.ค. 2551
dot
เฝ้าดูฯสำนวนพัชรา กอปรทศธรรม
dot
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 16-27
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 29
bulletบทความใหม่ เม.ย.-พ.ค.2552
bulletพุทธธรรมเพื่อทางดับทุกข์
bulletทฤษฎีการดับทุกข์ทางจิต วิปัสสนากรรมฐานโดยการทำงาน(สำนวนปรับปรุงใหม่)
bulletประวัติพัชรา กอปรทศธรรม
bulletประวัติการต่อสู้เพื่อการดับทุกข์ ของพัชรา กอปรทศธรรม
bulletอัลบั้มรูป history
bulletนิทานธรรมะประยุกต์ มานุสสาสุระสงคราม 4 ภาค และอื่น ๆ
bulletอัลบั้มรูป ภาพในอดีตและชีวประวัติศาสตร์ที่สวยงาม
bulletจากเวบบอร์ด พูดกันไม่รู้เรื่อง ประชาธิปไตยล้าหลัง
bulletศาสนาสากล การวิเคราะห์ความหมาย
bulletปลอบใจ
dot
รวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
bulletรวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
สากลจักรวาล สากลศาสนา
dot
bulletสากล...ศาสนา 1
bulletสากล...ศาสนา 2
bulletสากล...ศาสนา 3
bulletสากล...ศาสนา 4
bulletสากล...ศาสนา 5
bulletสากล...ศาสนา 6
bulletสากล...ศาสนา 7
bulletสากล...ศาสนา 9
bulletสากล...ศาสนา 8
bulletสากล...ศาสนา 10
bulletสากล...ศาสนา 11
bulletสากล...ศาสนา 12
bulletสากล...ศาสนา 13
bulletสากล...ศาสนา 14
bulletสากล...ศาสนา 16
dot
ส่วนข้อมูลสำคัญเพื่อการวิจัยการเมืองไทยยุค คมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
dot
bulletข้อมูลสำคัญยุคคมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่1/26ส.ค.2551
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่2/27ส.ค.2551
bulletใบปลิว อีเมล์ ในหลวงทรงร้องไห้
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 1
bulletในหลวงเพิ่งทราบข่าวฆ่าประชาชน10เมย.53ทรงร้องไห้
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
บันทึกลับเสื้อแดง
dot
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
รวมข่าวม็อบการเมืองสนธิ-จำลอง-ปชป.มิ.ย.51-เม.ย.52 นสพ.
dot
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 2
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 3
bulletรวมข่าวม็อบ30มิ.ย.51-23มี.ค.52
bulletเลือดศรีสะเกษบันทึกเรื่องราวรอบด้านเกี่ยวกับเขาพระวิหาร
dot
การโฆษณาชวนเชื่อล้มรัฐบาลทักษิณ
dot
bulletรายงานการโฆษณาชวนเชื่อในประเทศไทยที่ล้มล้างรัฐบาลทักษิณ
dot
หนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนท )
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต ) เล่ม 1 - 44 - ล่าสุด
bulletหน้าที่เก็บไว้
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 1
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 3
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 4
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 5
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 6
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 7
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 8
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 9
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 13
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 10
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 11
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 19
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 12
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 14
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 15
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 16
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 17
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 18
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 20
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 21
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 22
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 23
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 24
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 25
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 26
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 31
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 32
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 27
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 28
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 29
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 30
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 33
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 34
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 35
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 36
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 37
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 38
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 39
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 40
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 41
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 42
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 43
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 44
dot
รายการทั่วไป
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 45
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 46
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 47
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 48
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 49
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 50
bulletหนังสือพิมพ์ดีเล่มที่52
bulletงดเหล้าเข้าพรรษา
bulletเกี่ยวกับเวบไซต์ของเรา
bulletมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร)
bulletศรีสะเกษ
bulletวัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ บันทึกเหตุการณ์
dot
ช่องบริการประชาชน
dot
bulletบริการแจ้งของหาย คนหาย สื่อข้อความ หมอผี ฯลฯ
bulletสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษแห่งที่ 1
bulletรวมกระทู้เด็ดจากกระดานถามตอบ
bulletคาถาอาคมไสยศาสตร์
bulletกวีนิพนธ์ใหม่
bulletดี 25
bulletดี 28
bulletดี 29
bulletดี 26
bulletศูนย์ปฏิญญาณละเลิกอบายมุข บัญชีที่1-3


ดี 29

 หนังสือพิมพ์ดี (อินเทอเนต)

 

THE GOOD PAPER

 

WWW.newworldbelieve.com

 

 

 

 

หนังสือพิมพ์ดี : วิเคราะห์ข่าว ในวงการเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดและสหธรรมิก

วัตถุประสงค์         เพื่อการนำความคิดไปสู่ความดีงามเพื่อความกลมกลืนแห่งสากลศาสนา

เล่มที่ ๒๙ เดือน พฤษภาคม-มิถุนายน-กรกฎาคม-สิงหาคม-กันยายน ปีที่ ๗ พุทธศักราช๒๕๔๖

 

 

 

 

บทบรรณาธิการ

เราจะบินบินบินและบินไป            สู่ขอบฟ้าสดใสในเบื้องหน้า

 

                หนังสือพิมพ์ดี (อินเทอเนต) เล่มนี้ มีวงเล็บว่า อินเทอเนต นั้นก็เพื่อแจ้งมายังท่านผู้อ่านทั้งหลายว่า บัดนี้ เราได้นำหนังสือพิมพ์ดี ตั้งแต่เล่มแรกคือเล่มที่ 1 จนถึงเล่มที่ 28 รวมทั้งเล่มที่อยู่ในมือท่านสมาชิกนี้ออกทางอินเทอเนตไป เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านผู้อ่านสามารถคลิกเข้าไปดูในเวบไซท์ของเราได้ที่ชื่อว่า www.newworldbelieve.com ท่านจะสามารถเลือกอ่านหนังสือพิมพ์ดี และบทวิเคราะห์ที่หลากหลายมากมายหลายเรื่องเกี่ยวกับการพระพุทธศาสนา และการปฏิรูปการคณะสงฆ์ รวมทั้งบทวิเคราะห์เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว และบทวิเคราะห์รอบด้าน เท่าที่เหตุการณ์บ้านเมืองและโลกเป็นไปในช่วงเวลาที่หนังสือพิมพ์ดีเฝ้ามองดูอยู่ และท่านจะสังเกตได้ว่า การวิเคราะห์และพยากรณ์เหตุการณ์ของหนังสือพิมพ์ ค่อนข้างจะแม่นยำทุกเรื่องราว นี่ดูเหมือนจะเป็นจุดสำคัญที่ทำให้หนังสือพิมพ์ดีได้รับการนับถือ แม้กระทั้งคำชมเชยที่ไปอย่างสุดๆ ถึงขนาดว่า เท่าที่พบ มีหนังสือที่ดีที่สุดในโลกขณะนี้ก็คือหนังสือพิมพ์ดีนี่แหละ (เป็นคำชื่นชมทางโทรศัพท์ของท่านผู้อ่านระดับผู้อำนวยการอาวุโสของสถาบันแห่งชาติ ท่านหนึ่ง เร็วๆนี้) จึงเป็นสิ่งที่เราคิดว่าเรามิได้กล่าวโอ้อวดเกินความจริงแต่อย่างใด ในเวบไซท์ ท่านผู้อ่านจะพบว่า เราไต้เตรียมการดำเนินการต่อไปอีกหลายอย่าง ในเวลาไม่นานนักต่อจากนี้ ท่านผู้อ่านจะได้เห็นในเวบไซท์ ว่ามีภาคภาษาอังกฤษ ภาษาลาว ภาษาเขมร ภาษาพม่า ภาษามาเลเซีย ภาษาจีน ฯลฯ เพราะเราคิดจะลงไปทุกๆภาษาในโลก นับแต่วิเคราะห์ศรีสะเกษ วิเคราะห์อีสาน ซึ่งจะมีตามออกมาอีกหลายเรื่องราวที่เราจะนำมาวิเคราะห์อย่างหลายหลาก ทั้งนี้เพราะหลักการของ www เป็นหลักการที่เยี่ยมยอด สามารถสนองงานการเผยแผ่ (อะไรก็ตาม) ไปได้อย่างกว้างขวาง ไร้ขีดจำกัดจริงๆและเมื่อมาลองใช้ดู เราก็ได้พบว่าการสื่อสารแบบใหม่ทางอินเทอเนตนี้ เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นพิศวงเป็นอย่างยิ่ง  เพราะเพียงเราสั่งอยู่ที่วัดมหาพุทธาราม  ศรีสะเกษ  ในกุฏิแคบ ๆ เราก็สามารถส่งข่าวสารความคิดเห็นของเราและเรื่องศาสนาพุทธของเราไปได้ทั่วโลกอย่างง่ายดายที่สุด  การใช้เทคนิคทันสมัยชนิดนี้จึงทรงประสิทธิภาพในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาอย่างยิ่งใหญ่มหาศาล   เรื่องการดำเนินการเวบไซท์  จึงเป็นจุดสนใจที่ใหม่ของเรา  ซึ่งพลอยทำให้เราได้พบว่า  การสื่อสารแบบเดิมคือโดยออกเอกสารมานั้น  กลายเป็นสื่อที่อืดอาดล่าช้าและค่อนข้างไร้ประสิทธิภาพ  เมื่อเทียบกับสื่อ  อินเทอเนตฉะนั้นแผนการต่อไปของเราก็คือ  การทำเวบไซท์ให้ยิ่งใหญ่  เราน่าจะทำให้โลกทั้งโลกทั้งโลกหันมามองดูเราได้อย่างไร  นั้นเป็นสิ่งที่เราจะต้องใช้ความคิดอ่านสติปัญญาอย่างต่อเนื่อง   เพื่อให้เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายอันนั้นของเราต่อไป  ฉะนั้นในฉบับหน้า  เราอาจจะไม่ได้ออกหนังสือพิมพ์ดีทางเอกสารอีกต่อไปก็ได้  เพราะฉะนั้น  จึงของให้ท่านสมาชิกได้คอยติดตามหนังสือพิมพ์ดี  ในแวบไซท์ซึ่งเราจะเรียกชื่อว่า  หนังสือพิมพ์ดี(อินเทอเนต)  ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

                หนังสือพิมพ์ดีมีความยินดีกับการประกาศในวันพฤหัสบดีที่  31  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2546  ของรัฐบาล  โดย  พ.ต.ท.  ดร.ทักษิณ  ชิณวัตร  นายกัฐมนตรี  ได้ประกาศประเทศไทยได้ปลดหนี้ต่างชาติโดยสิ้นเชิงแล้ว  เราเห็นว่า  นี่คือการประกาศอิสรภาพทางเศรษฐกิจ  ของไทยยุคไอเอ็มเอฟ  ที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง  และนี่คือการสร้างประวัติศาสตร์ชาติไทยอีกครั้งหนึ่ง  ที่จะยินยาวคู่ชาติไทยไปตราบกาลนาน

                การประชุมประเทศเครือข่ายเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิค  ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพ  ได้มีการประชุมระดับล่าง  ๆ  ระดับปฏิบัติการมาโดยตลอดปีหลายครั้ง  กว่าจะถึงการประชุมใหญ่  ในเดือน  ตุลาคม  2546  ที่ประเทศไทย  การเตรียมการของรัฐบาลไทย  เท่าที่เห็นมาโดยตลอด  ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ชี้บอกเหมือนกันว่า  เศรษฐกิจไทยกำลังดีขึ้นเป็นอย่างมา  จนน่า  จะไปถึงระดับผู้นำในเอเชียแปซิฟิค  หรือระดับโลก  เมื่ออเมริกา  ญี่ปุ่น  กำลังเสื่อมทรามลง  ในการบริหารความสำเร็จนี้  เห็นได้ว่ามาจากบุคลิกภาพของผู้นำไทยอยู่ส่วนสำคัญทีเดียว  อย่างไรก็ตามโฉมของทิศทางเศรษฐกิจ  ยังไม่ค่อยคมกระจ่างนัก  ในขณะนี้  นโยบายบางอย่าง  ยังไม่ชี้ชัดเจน  ว่า  จะไปสู่ทิศทางเศรษฐกิจ  ยังไม่ค่อยคมกระจ่างนัก  ในขณะนี้  นโยบายบางอย่าง  ยังไม่ชี้ชัดเจน  ว่า  จะไปสู่ทิศทางเศรษฐกิจ ยังไม่ค่อยคมกระจ่างนัก  ในขณะนี้  นโยบายบางอย่าง  ยังไม่ชี้ชัดเจน  ว่า  จะไปสู่ทิศทางที่อบอุ่น  ไร้ความวิตกกังวล  เพราะสิ่งที่น่าวิตกกังวล  เพราะสิ่งที่น่าวิตกและกังวล  คือ  ทุนนิยมดูเหมือนรัฐบาลย้ำทุนนิยม  แม้ว่าจะได้ชี้แจงเสริมไปหน่อย (คำบรรยายของนายกรัฐมนตรี  เรื่อง ประเทศไทยในบริบทใหม่ของการแข่งขันบนเวทีโลก  เมื่อ  16  ส.ค.  46  แต่ผู้ว่าราชการจังหวัด  ชีอีโอ.)  ในทำนองว่าประเทศไทยต้องทำทุนนิยมที่ไม่มีอุดมการณ์  ให้มีอุดมการณ์  แต่นโยบายบางอย่าง  ยังคงต้องรอดู  ให้ภาพชัดขึ้น  และภาพที่ต้องการน่าจะเป็นเศรษฐกิจที่ยั่งยืน  (นโยบายที่สร้างเศรษฐกิจให้ยั่งยืน  มีเสถียรภาพ  หรือมี  economic  stability)  เพราะทุนนิยม  ไม่อาจนำไปสู่เศรษฐกิจยั่งยืนได้  เนื่องจากความเป็นวัตถุนิยม  เพราะมีตัวแปรมากมายในส่วนที่มองไม่เห็นในวัตถุนิยม  จึงทำให้โลกไม่อาจคาดการณ์อนาคตได้  และนั่นเป็นเหตุผล  ที่ว่า  ทำไมเราจึงต้องสนใจเศรษฐกิจแบบพอเพียง  นโยบายเศรษฐกิจระดับรากหญ้าของรัฐบาลทักษิณ  มีความหมายถึงเศรษฐกิจแบบพอเพียงหรือไม่ ดูมาถึงวันนี้แล้วน่าจะเพียงเฉียด ๆ  ยังไม่ตรงความหมายถึงเศรษฐกิจแบบพอเพียงหรือไม่  ?   ดูมาถึงวันนี้แล้วน่าจะเพียงเฉียด  ๆ  ยังไม่ตรงความหมายของคำว่าพอเพียง  และ  ยั่งยืน  เพราะเศรษฐกิจแบบพอเพียง  จักสัมพันธ์ทางความเจริญเติบโตด้านคุณธรรมภายในจิตใจของปวงชนทุกระดับด้วยเสมอ  คุณธรรมนี้แหละ  เป็นตัวกำหนดความยั่งยืนได้  (เช่นเมื่อคนเรา  พอเสียแล้ว  เขาก็มีความสุข  เมื่อมีคนเช่นนี้จำนวนมาก  คนจำนวนมาก็มีความสุข  ถ้ามีปริมาณไปทั้งประเทศ  คนทั้งประเทศก็มีความสุขที่ยั่งยืน)  เมื่อคุณธรรมเจริญ  นั่นหมายถึงเศรษฐกิจแบบพอเพียงเจริญ  และสังคม  ประชาชนจะมั่นคงไม่หวั่นจากตัวแปรใดใดที่คาดไม่ถึงจากทุนนิยม  แต่ขณะนี้  สังคมไทยกำลังหวั่นไหวไปหมด  กับการพนัน  หวย  เบอร์  ต่าง  ๆ  พวกเหล้ายา  อบายมุข  ตลอดไป  ถึงสื่อลามกอนาจารยั่วยวนกามกิเลส  ออกมาทางปลุกกระแสนิยมในสิ่งที่เป็นอบายมุข   สิ่งที่เป็นกามารมณ์  ราคะตัณหาไปอย่างทั่วถึง  ราคะตัณหาไปอย่างทั่วถึง  ครอบคลุมสังคมทุกระดับที่แสดงความหมาย  คล้ายจะเป็นอย่างทุนนิยมเต็มที่  คือเห็นแก่เงินอย่างเดียว  เอามานับเป็นเงินให้หมด  แต่นี่คือสิ่งที่บั่นทอน  ทำลายอุดมคติของเศรษฐกิจแบบพอเพียง  แต่เมื่อรัฐบาลอ้างหลักการว่า  เอาขึ้นมาบนดินให้หมด  ก็ดูจะบอกท่าทีที่ดีอยู่  กระนั้นก็ยังไม่ชัดเจน  ในแง่การวิเคราะห์ที่ต้องชัดเจนไปถึงระดับยุทธศาสตร์การควบคุมการจัดการเรื่องอบายมุข  ราคะตัณหาในสังคมการลดความฟู่ฟ่า  เหิมเกริม  ของอบายมุข   และกามราคะตัณหาต้องไม่เป็นค่านิยมในสังคมเป็นยุทธศาสตร์การจัดการของเศรษฐกิจแบบพอเพียง  และด้วยยุทธศาสตร์นี้  จึงจะไม่ทำลายเศรษฐกิจแบบพอเพียง  ไม่ทำลายระบบความมั่นคงทางสังคมพื้นฐานระดับครอบครัว  เราคงจะคอยดูและเอาใจช่วยให้วิถีเศรษฐกิจของรัฐบาลไทยยุคนี้  ไม่ไปนอกทาง  ไกลจนเป็นอันตราย  จากสิ่งที่ไม่อาจพยากรณ์ได้ของทุนนิยม  ที่ถูกดลบันดาลโดยลัทธิวัตถุนิยม  ไม่ประมาทในสัจธรรมที่ว่าเชื่อโรคร้ายไม่มีวันหมดไปจากโลก  เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง

                และในหน้าบรรณาธิการดีอินเทอเนตฉบับนี้  เรายังมีเรื่องราวพิเศษที่อยู่นอกกรอบคอลัมน์ประจำ  ที่  ต้องวิเคราะห์ลงในบทบรรณาธิการหลายเรื่องราวปัญหา  เราจะได้วิเคราะห์ไปเป็นเรื่อง  ๆ  ตาม  ลำดับ  ดังต่อไปนี้

               

 

 

 

 

 

 

 

 

กรณีอาบอบนวด

 

 

                เราคิดว่าเป็นปัญหาความยุติธรรม  เมื่อไม่มีความยุติธรรม  ก็อลเวง เช่นนี้ แต่ภาพ ที่ออกมา  ระหว่างนายชูวิทย์  กมลวิศิษฐ์  กับวงการตำรวจ  ดูเหมือนลูกแกะตัวน้อยกับหมาป่า  หรือเสือ  สิงห์  กระทิง  แรด  แต่โดยเหตุที่สังคมไทยเรารับฟังเหตุผลและรัฐบาลมีความเข้มแข็ง  เฉลียวฉลาดพอ  ลูกแกะจึงมีสิทธิ์มีชีวิตอยู่  และสามารถสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันในทางที่สร้างสรรค์สังคมโดยรวมได้ดีขึ้น  และสังคมที่คิดที่สร้างร่วมกัน  ควรเป็นสังคมใหม่  ที่สะอาดที่มีลักษณะของความยุติธรรม   เพราะความยุติธรรมคือ  ธรรมะ  กรณีชูวิทย์   นี้  ชี้ให้เห็น  ความสำคัญของ  ความยุติธรรม  ที่ใดไม่มี  ความยุติธรรม  ที่นั่นไม่มีธรรมะ  ย่อมเดือดร้อน  ทางด้านวงการตำรวจ  ก็น่าจะถึงเวลาที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแนวคิดและนโยบายเสียที  และเราคิดว่ารัฐบาลก็กำลังพยายามทำอยู่  เมื่อมีการปรับปรุงไปถูกทางแล้ว   เราคิดว่า  ตำรวจส่วนที่อดทนกล้ำกลืนรักษาความยุตธรรม  ซื่อสัตย์  ในระบบวิถีวัฒนธรรมตำรวจที่ตกต่ำในปัจจุบันนี้จะเป็นกลุ่มที่มีความพอใจมากที่สุด  และตำรวจทั้งสิ้นก็ยิ้มพอใจ

 

                การโฆษณาสินค้า

 

                การโฆษณาสินค้า  ทำให้ไปเพิ่มต้นทุนการผลิต  ผลก็คือสินค้าต่อหน่วยมีราคาแพงขึ้นถ้าไม่แพงขึ้นก็ต้องพยายามขยายตลาด  ให้ยอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น  ตามทฤษฎีดีมานด์ชัพพลาย  สิ่งที่เห็นทุกวันนี้  คือการทุ่มโฆษณาเหล้าเบียร์ที่น่าตกใจมาก  เมื่อเห็นวิธีการทุ่มของ  พวกเขา  ในที่นี้ต้องการพูดถึงเบียร์ไทยช้าง  ทุ่มทุกทาง   เป็นสปอนเซอร์ใหญ่ถ่ายทอดรายการระดับสากลโลกก็ทุ่มได้  เฉพาะทุ่มลงในเกมส์ทศกัณฑ์ก็ไม่ใช่น้อย  แต่ละวัน  ๆ  เกมส์นี้ต้องจ่ายเงินนับแต่  หมื่นบาท แสน ไปจนถึงล้านบาท (เช่นกรณีคุณสุรีพร แชมป์ 21สมัย เมื่อ 30 ก.ค. 2546 ทางรายการจ่ายถึง 2 ล้าน 4แสนบาท) โรงงานเหล้าเบียร์ยี่ห่อนี้หวังขยายตลาดออกไปอย่างไร จึงจะได้ทุนคืนมา หรือจะล้มเสียก่อน เหมือนโฆษณาผงซักฟอกในอดีต โฉมหน้าที่ค่อยโผล่ออกมา ก็พอเห็นแล้ว ผู้หญิง เยาวชนและเด็ก กำลังเป็นตลาด เป้าหมายของพวกเขาต่อไป การปลุกเร้า ทางการโฆษณาแบบย้ำหัวตะปู เพื่อก่อกระแสความนิยม ในเครื่องดองของเมาไปเรื่อยๆให้คนทั้งหลายมองผิดเป็นถูก เห็นกงจักรเป็นดอกบัว เห็นสิ่งที่ทำลายเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์ ให้เห็นความเลวเป็นความดีซึ่งจะกลายเป็นปัญหา ที่ไม่เป็นธรรมต่อคนไทยทั้งประเทศ คนไทยทั้งประเทศต้องการความสงบสุข ต้องการชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น ต้องการสติปัญญา ไม่ต้องการถูกมอมเมาให้โง่เขลา แต่ธุรกิจเหล้าเบียร์เหล่านี้กลับเห็นแก่ตัวล้วนแต่วางแผนเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่ชอบทำทั้งสิ้น มิต่างอะไรกับอาชญากรสังคม มองอีกด้านหนึ่ง ผู้ผลิตสินค้าแข่งกันโฆษณาแบบเอาเป็นเอาตายเช่นนี้ (ทุ่มลงในเกมส์ต่างอย่างมหาศาลฯลฯ) น่าจะไม่เป็นการดี สำหรับบริษัทผู้ผลิตผู้ขายเอง ระบบเศรษฐกิจโดยรวมก็พลอยถูกกระทบไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะจะไปเพิ่มราคาของ และค่าครองชีพ ให้แพงขึ้นไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็เดือดร้อนผู้บริโภค คนก็ไม่มีอำนาจซื้อ ขายไม่ออกก็ล้ม เท่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ธุรกิจเอกชนไม่มีวิธีการที่จะรอมชอมกันในเรื่องการโฆษณาสินค้าเลย นี่น่าเป็นทางหายนะต่อเศรษฐกิจส่วนรวมอีกทางหนึ่ง ที่ยังไม่มีการแก้ไขอย่างใด สำหรับโฆษณาเหล้าเบียร์ เครื่องดองของเมา การให้โฆษณาในสื่อสาธารณะ ก็ไม่ค่อยชอบธรรมอยู่แล้ว บัดนี้ ด้วยเหตุผลด้านการลดต้นทุนการผลิตลงโดยลดการแข่งขันด้านการโฆษณาระหว่างผู้ผลิตด้วยกันลง จึงควรที่จะเป็นเหตุผลอันดี ที่จะควบคุมการโฆษณาโดยพิจารณาจำกัดเวลาและสถานที่ ตามความเหมาะสมเพื่อมิให้มีการแข่งขันทางการโฆษณาระหว่างสินค้าไทยกันเองอย่างแรงจัดเหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ อันเป็นเหตุของความฉิบหายของบริษัทเอกชนเอง

 

                จากนี้ เราจะไปวิเคราะห์ปัญหาระหว่างประเทศ

 

                เรื่องราวการต่างประเทศ จำเป็นต้องมองดูสถานการณ์อิรักและสหรัฐอเมริกา ต่อไปภาพที่เห็นขณะนี้ ดูเหมือนจะบอกว่า ประธานาธิบดีจอร์ช ดับเบิลยู บุช กำลังมีปัญหา สถานการณ์ล่าสุด เริ่มมีเค้าว่า รมว.ต่างประเทศ นายพลคอลลิน เพาเวล ที่ร่วมกันสร้างเหตุผลแห่งการใช้กำลังทหารรุกรานอิรัก จะวางมือไปก่อน มีทีท่าจะถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลจอร์ช บุชเสียแล้วซึ่งน่าจะหมายความรวมไปถึงผู้ร่วมงานระดับรัฐบาลอีกหลายคนด้วย สถานการณ์ในอิรัก จริงอยู่สหรัฐอเมริกาและพันธมิตรสามารถรุกยึดอิรักได้อย่างรวดเร็ว แต่การณ์กลับกลายเป็นว่าเป็นการรบยืดเยื้อกันมา เมื่ออิรักวางแผนสู้รบแบบสงครามกองโจรและสงครามศักดิ์สิทธิ์ เอาจิตใจที่ภักดีต่ออัลเลาะห์ มาต่อสู่แบบพลีชีพ และทุกวิถีทางที่มนุษย์ผู้ถูกหลอกด้วยการโฆษณาชวนเชื่อ ให้เชื่อในพระเจ้า เชื่อการตายเป็นการกลับไปสู่พระเจ้า ก่อนตายต้องทำความดีที่พระเจ้าโปรดปรานเสียก่อน การพลีชีพในสงครามศักดิ์สิทธิ์ เป็นการรับใช้อย่างสูงสุดของศาสนาอิสลามและจะได้รับบำเหน็จรางวัลจากพระเจ้ามากมายมหาศาล ทั้งๆที่ไม่เคยพิสูจน์เลยว่า ความเชื่อชนิดนี้สามารถเป็นจริง ได้อย่างไร ในเมื่อมีถ้อยคำของพระเจ้ามากมายหลากหลายถ้อยคำในพระคัมภีร์ของพวกเขา ที่ได้ปรากฏออกมาในปัจจุบันว่าเป็นเท็จ พระเจ้ามิได้ตรัสความจริงแต่อย่างใด หรืออย่างน้อยก็เห็นได้ว่าคำของพระเจ้าก็ไม่ได้เป็นความจริงทั้งหมด มีข้อพิสูจน์อย่างง่ายๆนับแต่เรื่องกองทัพฟ้ามลาอิกะห์ ที่อ้างไว้ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ว่าเคยยกลงช่วยท่านนบีมุฮำมัดทำสงครามมาตั้งแต่ครั้งต้นๆ คือสงครามเมกกะ เป็นต้นมาจนถึงสงครามคูเสด (พระเจ้ายะโฮวาห์รบกับพระเจ้าอัลเลาะห์) แต่พอมาทำสงครามกับสหรัฐอเมริกา ทุกครั้งที่ทำมา ไม่เคยเห็นกองทัพพระเจ้ายกลงมาช่วยแต่อย่างใดเลย อย่างน้อยก็น่าจะลงมาห้ามการระเบิดของลูกระเบิด หรือหัวรบขีปนาวุธของทหารฝ่ายข้าศึก ให้เฉไปนอกเป้าหมาย หรือด้านไปบ้าง ตามที่ชาวมุสลิมพากันสวดอ้อนวอน (พากันสวดอ้อนวอนว่าขอให้องค์อัลเลาะห์ใช้ฝีพระหัตถ์ปัดลูกระเบิดไปให้พ้นเป้าหมายบ้าง ให้ย้อนกลับไปตกใส่พวกทหารอเมริกาเสียบ้าง ฯลฯ) ก็มิปรากฏว่ามีอภินิหารใดเกิดขึ้นเลย ไม่เคยเฉลียวมองความผิดปกติเช่นนี้บนวงการสวรรค์ (ว่าอาจมีปฏิวัติยึดอำนาจเปลี่ยนแปลงการปกครองบนสวรรค์ไปแล้วก็ได้) ทำการต่อสู้ไปแบบความเชื่อผิดๆ เป็นกำลังใจการต่อสู้ กระนั้นชาวโลกก็ไม่อาจดูแคลนได้เพราะ ขณะนี้ที่อิรักทหารสหรัฐถูกโจมตี ลอบทำร้ายตายและบาดเจ็บเป็นปริมาณขึ้นๆและประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา บุช ก็กำลังจนปัญญาที่จะแก้ไข เฉพาะเดือน ส.ค.2546 เดือนเดียวมีการปฏิบัติการที่อุกอาจ ตั้งแต่ การระเบิดที่จาร์กาต้า ของอินโดฯ ตามด้วยการระเบิดสถานทูตจอร์แดนในอิรักตาย 11 ศพ บาดเจ็บ 57 คนและที่ตื่นระทึกในอเมริกาและแคนาดาเอง ในคืนวันที่ 15 ส.ค. 2546 ก็คือเหตุไฟดับเป็นบริเวณกว้าง ครอบประชาชน 50 ล้านคน ที่อเมริกายังควานหาสาเหตุไม่พบและล่าสุด เมื่อ 19ส.ค. 2546 ระเบิดพลีชีพถล่มสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติอิรัก ณ กรุงแบกแดด ตาย 24 รวมทั้งนายเซอร์จิโอ เวียรา เดอ เมลโล ทูตพิเศษ ของสหประชาชาติในอิรัก บาดเจ็บ 107 คน ที่น่าบ่งบอกว่า ขบวนการก่อการร้ายสากล ยังคงมีความเคลื่อนไหวอย่างมีพลังซ่อนเร้นที่สนับสนุนอยู่มาก สิ่งที่ปลุกพลังเช่นนี้ขึ้นมา น่าจะมิใช่สาเหตุเดียว เพียงเพื่อการป้องกันดินแดนตัวเองตามหลักการทหารเท่านั้น แต่น่าจะมีส่วนมาจากความเกลียดชังสหรัฐอเมริกาและชาวอเมริกันเป็นการส่วนตัวด้วย ซึ่งสาเหตุนั้นมองเห็นได้ง่ายว่า มาจากความเห็นแก่ตัวของชาวอเมริกัน ที่โลกเห็นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆมานับตั้งแต่ยุคประธานาธิบดี คลินตัน ที่ดำเนินนโยบายทุกด้านเพื่อการกอบโกยผลประโยชน์เป็นเงินทอง ชื่อเสียงความนิยมเข้าประเทศตนเอง โดยไม่ละเว้นแม้จะต้องใช้ความรุนแรงและสงครามเห็นได้จากการยุยงให้เกิดสงครามระหว่างประเทศ เข้าถือหางประเทศนี้บ้างประเทศนั้นบ้าง และกบฏแบ่งแยกดินแดนภายในประเทศใดใด ลัทธินิกายใดใด ที่อเมริกาได้ประโยชน์ทางการค้าอาวุธสงคราม เครื่องบิน เรือรบ แม้กระทั้งผู้เชี่ยวชาญการภาวะสงครามเข้าประเทศอย่างมหาศาลจากทั้งสองฝ่ายที่ต่อสู้กัน ซึ่งชาวโลกต่างมองบทบาทของอเมริกาอย่างแหนงหน่าย โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ในกรณีสัญญาเกียวโตโปรโตคอล เรื่องมลภาวะของโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาเรือนกระจก ที่ขณะนี้ทำให้ชั้นอากาศที่กรองรังสีจากดวงอาทิตย์โหว่เป็นช่องกว้างขึ้นเท่าขนาดประเทศออสเตรียแล้ว ที่อเมริกาไม่ยอมลงนามด้วยกับนานาชาติเนื่องเป็นเพราะตนเสียประโยชน์ด้านโรงงานอุตสาหกรรมของตน อันเป็นพฤติกรรมน่าที่ชาวโลกจะมองไปว่าเป็นความเห็นแก่ตัว ไม่เห็นประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนชาวโลกอย่างน่ารังเกียจ เพราะการทำประโยชน์เช่นนี้ ไม่สอดคล้องทฤษฎีทุนนิยมเศรษฐกิจที่อเมริกาเอามาเป็นหลักการ สร้างความมั่งคั่งให้แก่ตนอย่างใด พฤติกรรมเช่นนี้ นอกจากไปย้ำความรู้สึกต่อต้านของฝ่ายศัตรูแล้ว ฝ่ายที่เป็นพันธมิตรก็เริ่มรังเกียจ และเริ่มเอาใจออกห่างไป

                อย่างไรก็ตาม  สิ่งที่อเมริกาอาจจะมองข้ามไป  ก็คือ  เรื่องวัฒนธรรม  ทุกวันนี้  อเมริกาพยายามจะใช้มาตรการด้านวัฒนธรรมเข้าไปครอบครองงำโลกอิสลาม  รวมทั้งโลกที่  3  อย่างไทย  มาเลเชีย  จีน  อินเดีย  เป็นต้น  โดยหวังผลอย่างสูงในด้านการเปลี่ยนแปลงยุคสมัย  กระทั่งถึงการปรับเปลี่ยนระบอบการปกครองของอิสลาม  อเมริกาสามารถใช้มาตรการทางวัฒนธรรมบางอย่างโดยเฉพาะวัฒนธรรมกามและการบันเทิงแบบอเมริกัน  ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ก็เพราะธรรมชาติของคนย่อมชอบการบันเทิง  ชอบรูป  รส  กลิ่น  เสียง  การสัมผัส  อันเป็นอุปนิสัยใฝ่ต่ำเช่นนี้  เป็นธรรมดา  และซึ่งสิ่งเหล่านี้  เป็นสิ่งที่ต้องห้ามของศาสนาต่าง  ๆ  ทั้งหมด  พระศาสดาของทุกศาสนาในโลกนี้  ล้วนได้พยายามสอนให้ศาสนิกของตน  ๆ  ข่มบำราบ  ไม่ให้การบันเทิงที่กระตุ้น  รูป  รส  กลิ่น  เสียง  สัมผัสนี้  มีความเติบโด  เจริญขึ้นมาเป็นค่านิยมของคนทั้งหลายด้วยเหตุผลที่เห็นความหมายแห่งอันตรายต่าง  ๆ  ที่นำโลกไปสู่ความตกต่ำ  แต่เนื่องจากอเมริกา  แลอเมริกัน  เป็นชาติและชนที่ไม่มีศาสนา  (ไม่นับถือพระเจ้า)  ไม่เคยเรียนรู้ศาสนาที่เป็นวิทยาศาสตร์จึงไม่เอาใจใส่  ได้พยายามที่จะปลุกให้การบันเทิงใดใดที่เป็นกามารมณ์เฟื่องฟู  เจริญขึ้น  โดยเข้าใจว่าเป็นวิถีทางที่นำความผ่อนคลายจากความเครียด  เป็นความสุขที่สูงสุดมาส่งคนทั้งหลายไม่มีความสุขใดในโลกจะเทียบเดท่าความสุขทางกาม  นี่เป็นคติลัทธิอเมริกัน

                และวัฒนธรรมการบันเทิงที่อเมริกาเผยแพร่ออกไปนั้น  ขัดกับวัฒนธรรมทางศาสนา  อย่างค่อนข้างรุนแรง  ในโลกอิสลาม  เป็นเหตุให้ชาวมุสลิมทั้งโลกต่อต้าน  และพลอยมองอเมริกา  อเมริกันอย่างรังเกียจเหยียดหยามลงไปอีกชั้นหนึ่ง  เช่นเดียวกับกลุ่มชาวพุทธ  หรือแม้กระทั่งชาวคริสต์บางพวก  ที่มองวัฒนธรรมอเมริกันไปอย่างต่ำสุดในความหมายทางคุณค่าของวัฒนธรรมคือเป็นถึง  อนารยะธรรมทราม  ไปเลยทีเดียว

                ผลก็คือ  ไปซ้ำเติมความรังเกียจ  ทำมิตรให้หมางใจ  และทำศัตรูให้แก่กล้า  เหนียวแน่นขึ้นไปอีก  และเมื่อมองในยุทธศาสตร์สงครามจิตวิทยา  (Psychological  Ware fare)  แล้ว  จะเห็นว่า  อเมริกาดำเนินยุทธศาสตร์ด้านนี้ผิดพลาด  เพราะความเชื่อมากเกินไปในระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม  และพยายามเอามาตรการทางทุนนิยมมาใช้ทั้งสิ้น  และผลของการมองข้าม  หรือดำเนินยุทธศาสตร์สงครามจิตวิทยาผิดพลาด  ก็คือมีแต่จะพ่ายแพ้  ในชั้นเชิงสงครามชิงประชาชน  เพราะถึงแม้ในที่สุด  เมื่อใดก็ตาม  อเมริกาชนะ  แต่แล้ว  อนารยธรรมเช่นนี้ที่ใช้ไปทำลายประเทศอื่นเขาก็จะย้อมกลับมาทำลายอเมริกา  อเมริกันเอย่างรุนแรงเข้าเหมือนกัน  และจะต้องได้รับผล  ในทำนองเดียวกันนั้น  อย่างสมบูรณ์  ไม่มีข้อยกเว้น

                มีลักษณะเหมือนกัน  กับ  การเข้ายึดอิรัก  โค่นขุนฝ่ายข้าศึกลงได้อย่างราบคาบแล้ว  แต่อเมริกา  ก็ยังไม่สามารถเอาชนะสงครามประชาชนได้เลย  และยังเห็นได้ว่า  ความยุ่งยากยังคงยืดไปอีก  อย่างไม่ทราบวันเวลาที่จบสิ้น

                เรามองไม่เห็นว่า  ภายใต้นโยบายของ  นายจอร์ช  ดับเบิล  บุช  ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน  จะมีความรอบคอบ  สุขุมพอ  ที่จะมองลงมายังประเด็นนี้  เมื่อมองข้ามไปเสียแต่แรกมาแล้ว  เขาก็คงจะยึดหลักอนารยธรรมเดิมดำเนินการต่อไป  ในประเทศมุสลิมทั้งหลาย  โดยหวังใช้สนับสนุนมาตรการทางทหารและการเมืองอีกต่อหนึ่ง  เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและวัฒนธรรมในประเทศมุสลิมทั้งสิ้น  รวมทั้งประเทศโลกที่สามด้วยเช่นเดียวกัน  ทั้ง  ๆ  ที่ในขณะเดียวกัน  อนารยธรรมอเมริกัน  อนารยธรรมอเมริกัน  ก็ได้ครอบงำประเทศและประชาชนอเมริกันอย่างทั่วถึง  และได้รับผลเลวร้ายเช่นเดียวกับผลที่ปรากฏในประเทศอื่น  (ขณะนี้อเมริกาได้ประสบความเสื่อมทรามทางวัฒนธรรมไปอย่างสุด  ๆ  วัฒนธรรมกามารมณ์อเมริกันเฟื่องฟู  จนกระทั่งใคร  ๆ  จะเสพสมร่วมเพศกันที่ไหนเมื่อไร  และจะให้ใคร  ๆ  ดูก็ได้  โดยไม่มีความรู้สึกใดใดจากมุมมองของวัฒนธรรมโลกสากลเลยแม้แต่น้อย  ในอีกมุมมองหนึ่ง  แสดงถึงฐานะทางเศรษฐกิจอเมริกัน  ที่เสือมทรุดลงถึงขนาดยากไร้  จนประชาชนต้องขายตัวกัน  มีคนอเมริกันชายหญิงประกาศขายตัว  เป็นโสเภณีลงถึงขนาดยากไร้  จนประชาชนต้องขายตัวกัน  มีคนอเมริกันชายหญิงประกาศขายตัว  เป็นโสเภณีทางอินเทอเนตเป็นจำนวนมาก  ในการประกาศขายตัว  ก็มีการโฆษณาตัวอย่างการร่วมเพศตัวอย่างสินค้าขนาดและรุ่น  จนเป็นธรรมดาไปแล้วในสังคมของเขา  และน่าคิดว่า  เหตุใดการอนาจารเช่นนี้  จึงไม่อยู่ในสายตาขององค์การศึกษา  วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมขององค์การสหประชาชาติเลย  (หรือเพราะว่าความคิดอเมริกันครอบงำองค์การสหประชาชาติไปทุก  ๆ  ด้านแล้ว  ?)

                เพราะความเป็นวัตถุนิยม  และลัทธิวัตถุนิยมได้เริ่มขึ้นที่ประเทศนี้  (โรคเอดส์เกิดขึ้นที่ประเทศนี้  ก่อนที่จะแผ่ออกไปในแอฟริกาใต้  และทั่วโลก  ที่ปรากฏโดยเปิดเผยขึ้นก็เพราะดาราภาพยนตร์ผู้มีชื่อเสียงคนหนึ่งของฮอลลีวู๊ด  คือ  ร็อค  ฮัดสัน  เป็นขึ้นก่อน  เพราะความสำส่อนทางเพศอย่างดาราฮอลลีวู๊ดทั้งหลาย  และตายไปด้วยโรคนี้เป็นคนแรก  ๆ)  อเมริกันจึงเป็นชนกลุ่มแรกของโลกที่เป็นวัตถุนิยม  และนำมาตรการวัตถุนิยมไปบุกเบิกกอบโกยเงินทอง  ทรัพยากร  และผลประโยชน์จากโลกภายนอกเข้าประเทศของตน  จนร่ำรวยมหาศาล  ประชาชนทั้งประเทศมีกินมีใช้อย่างฟุ่มเฟือย  ไร้การประหยัด  แบบกินทิ้งกินขว้าง  จนมีสถิติว่าทรัพยากรถึงสามในสี่ของโลกทั้งหมด  เป็นส่วนที่ชนอเมริกันใช้แต่เพียงประเทศเดียว  แต่ในขณะเดียวกัน  อเมริกาเองก็ถูกครอบด้วยวัตถุนิยมอย่างเต็มตัว  และ  กลายเป็นแบบอย่างลัทธิที่มีอันตรายยิ่งขึ้นเรื่อง  ๆ  ในโลก  กลายเป็นสังคมฟอนเฟะไปทุกระดับ  และมีตัวอย่างสังคมฟอนเฟะก็คือ  ครอบครัวบิล  คลินตัน  อดีตผู้นำประเทศสหรัฐอเมริกา  ผู้เป็นบุรุษ  และสตรีหมายเลขหนึ่งของอเมริกา  นั่นเอง

          เป็นประเทศที่นำวัฒนธรรมวัตถุนิยมหลายหลากทางด้านการบันเทิง  และการแต่งกาย  ที่เป็นวัตถุนิยม  ไปครอบงำประเทศอื่น  พยายามจะเปลี่ยนวัฒนธรรมการแต่งกายของสตรีในโลกมุสลิม  ให้เป็นเหมือนอเมริกัน  คือนุ่นน้อย  ห่มน้อย  หรือในบางกาลเทศะ  ก็เปลือยกายล่อนจ้อนกันได้  จนชนอเมริกันทั่วประเทศเริ่มจะมองเห็นว่า  การเปลือยกายอยู่แบบสัตว์  วัว  ควาย  ก็เป็นความสะดวก  เป็นความสุขแบบธรรมชาติ  นำไปสู่ความสุขตามคติอเมริกัน  (จะเห็นว่าเมือคนอเมริกันมาท่องเที่ยวไทย  จะพากันเปลือยกายอาบแดดกันจนเต็มหาดไปหมด  และมองคนไทยว่าล้าหลัง  อนารยธรรมป่าเถื่อน)  ในทางเศรษฐกิจทุนนิยม  ก็มองว่าเป็นการลดต้นทุนทางการผลิตได้ประการหนึ่ง  ทุกวันนี้ก็มีชาวอเมริกันเป็นจำนวนมากประพฤติปฏิบัติไปอย่างนั้นแล้ว  และวิถีชีวิตก็เป็นอนารยชนไปอีก  เช่นการสมรส  การเสพกาม  ก็มีวิถีชีวิต  ของตนไปแบบป่าเถื่อน  ยิ่งกว่าวิถีธรรมชาติของสัตว์  ในป่าดงดิบทั่ว  ๆ  ไป  ด้วยความเข้าใจผิด  ในเรื่องวัฒนธรรมและอารยธรรมที่ว่าด้วยความสุขของมนุษย์

                ปัจจุบันนี้อเมริกา  อ้างการศึกษา  และอเมริกันได้เข้าไปศึกษาสัตว์ต่าง  ๆ  ศึกษาการผสมพันธ์ของสัตว์ต่าง  ๆ  ชนิดต่าง  ๆ  ทั้งสัตว์บก  สัตว์น้ำ  จนแม้กระทั่งการผสมพันธ์ของปลาวาฬ  ปลาโลมา  ปลาฉลามใต้ท้องทะเลลึก  หรือการผสมพันธ์ของลิง  ค่าง  บ่างชะนี  บนยอดไม้  อเมริกันชายหญิงก็ตามไปศึกษาและถ่ายรูปมาอย่างละเอียด  ปราศจากความเขิน  สะดุ้ง  อาย  (เมื่อจอร์ช  ดับเบิลยู  บุช  ไปแอฟริกาใต้เมื่อ  10  ก.ค.  2545  นี้  ก็ไปดูสัตว์พวกนี้สังวาสกันให้ดูเหมือนกัน  เป็นข่าวไปทั่วโลก)  แล้วอเมริกันก็ไปศึกษาเรื่องเพศของคนชายหญิง  โดยศึกษาจากคนของตนเอง  อเมริกันชาย  อเมริกันหญิงก่อน  ศึกษาแม้กระทั่วการสร้างคนโดยไม่ต้องมีการร่วมเพศ  จนเกิดวิทยาการโคลนนิ่งขึ้นมา  แต่ผลการศึกษา  กลับเอามาใช้อย่างวัตถุนิยม  ที่สะท้อนความเห็นแก่ตัวอย่างจัด  ที่มีเป้าหมายเพื่อการกอบโกยเงินทอง  ผลประโยชน์  โดยไม่คำนึงว่าชาวโลกจะมองต่างไปในด้านจริยธรรมและศาสนาอย่างไร  อัน  เป็นการเผยแพร่อนารยธรรมออกไปโดยกว้างขวางและอันตรายต่อการวัฒนธรรมสากลของโลกยิ่งขึ้นและยิ่งสื่อมีประสิทธิภาพเพียงใด  ก็ย่อมนำความน่ารังเกียจขยะแขยงแห่งอเมริกา-อเมริกันไปไกลเพียงนั้น  และคนทั้งหลาย  พากันสาปแช่งให้พินาศ

                ประเด็นดังกล่าวมานี้  นับวันจะเป็นผลร้ายต่อประเทศอเมริกาและชาวอเมริกันเอง  ตามหลักการสงครามจิตวิทยา  เพราะโดยนโยบายที่อเมริกาไปเพิ่มความรังเกียจให้ประเทศและประชาชนของประเทศต่าง  ๆ  ไม่ว่าโลกมุสลิม  และโลกที่มีประชากรมหาศาลในเอเชีย  ก็ตาม  ไปเรื่อย  ๆ  โดยไม่สะดุ้งสะเทือนเช่นนี้  ในที่สุดก็จะหามิตรที่จริงใจ  ไม่ได้  อเมริกาก็จะโดดเดี่ยว

                เราน่าจะคอยดูต่อไปอีกสักหน่อย  เพื่อจะดูว่า  ทั้งสองฝ่ายคือฝ่ายอเมริกา  และ  ฝ่ายขบวนการก่อการร้ายสากล  ได้มองมาที่ประเด็นนี้เพียงใดหรือไม่  หากอเมริกามองดูและปรับตัวตามเหตุผลที่ชอบธรรมตามหลักวิชาการนี้    อเมริกาก็จะกลายเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบขึ้น  ในอีกด้านหนึ่งขบวนการก่อการร้าย  ทางที่ได้เปรียบบอยู่ขณะนี้ก็คือ  เป็นการทำลายตัวเองของอเมริกานั่นเอง  เมื่ออเมริกาทำลายตัวเอง  โดยใช้อำนาจทางทหารและทุนนิยมเศรษฐกิจ  ที่เห็นแก่ตัวจัดและทั้งนำมาตรการทางวัฒนธรรมทราม  คือ  อนารยะธรรมไปใช้ครอบงำประเทศมุสลิมทั้งหลายเพื่อกระตุ้นความคิดเปลี่ยนแปลงไปถึงการศาสนา  การเมืองและวัฒนธรรมเดิมของประเทศมุสลิมและประเทศที่ล้าหลังอื่น  ๆ  เป็นเหตุให้คนที่มีศาสนาทั่วโลก  ซึ่งน่าจะมีถึงกว่า  95  เปอร์เซ็นต์  ของประชากรโลก  (อีก  5  เปอร์เซ็นต์  เป็นลัทธิวัตถุนิยม  ที่ไร้ศาสนาในอเมริกา)   รังเกียจและต่อต้าน  อเมริกา-อเมริกัน  ผลร้ายก็จะเกิดแก่อเมริกาเอง  อเมริกาก็จะโดดเดี่ยว

                และข้อได้เปรียบประการสำคัญก็คือ การเลือกเป้าหมายการก่อการร้ายให้ฉลาด ให้เข้าหลักทฤษฎีสงครามจิตวิทยาอีกเช่นกัน ขบวนการก่อการร้ายสากลจึงต้องวิเคราะห์ลงไปในแนวที่ลึกซึ้ง ถึงจิตใจคนทั่วโลก เพื่อให้ทราบถึงความรัก และความชังอะไร ของคนทั้งหลายในรูปธรรมก็ให้ทราบว่าเป็นใคร ประเทศใด แล้วปฏิบัติการที่ตรงนั้น ก็จะชนะใจคนทั้งโลก

                แต่ในขณะเดียวกัน ต้องระวังการโจมตีที่พลาดต่อเป้าหมายที่ถูกต้อง และเพื่อความรอบคอบต่อประเด็นนี้ ต้องกำหนดทั้งเป้าหมายและมิใช่เป้าหมายเอาไว้ให้ชัดเจนและเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การรบ อันแน่ชัด ตัวอย่างเช่น อเมริกา ไทย จะต้องให้คำตอบและมีการกำหนดลงไว้ในแผนยุทธศาสตร์ อย่างชัดเจนว่า อะไรเป็นเป้าหมายและอะไรมิใช่เป้าหมายโดยวิธีพิจารณาตามนัยทฤษฎีที่วิเคราะห์มานี้

                อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาถึงทฤษฎีหรือหลักการใดใด ที่ย่อมมีข้อยกเว้นเสมอ เหตุนั้นก็ย่อมมาจากปัญหาคน คน ปุถุชน ทั้งหลาย ย่อมมีความเผอเรอ ขาดสติไปเป็นธรรมดาสุดแต่สถานการณ์ขนาดใดมาถึง และบางสถานการณ์คนไม่อาจคำนึงเหตุผล หรือหลักการแม้กระทั้งแผนการที่วางเอาไว้ ก็จะทำไปตามอารมณ์ คือผลแห่ง อคติ 4 คือ ภยาคติ เพราะความกลัว อารามตื่นตกใจบ้าง ตกตะลึงในเหตุการณ์ที่ไม่คาดไม่ถึงบ้าง โมหาคติ เพราะความเขลา ขาดการข่าว ข้อมูลที่สมบูรณ์พอ บ้าง โดยระบบที่โง่เขลา ฉันทาคติ เพราะลำเอียงไปชอบไปนับถือแบบผิดๆ โดยความรัก ก็ว่าเป็นมหามิตรบ้าง โทสาคติ โดยความชัง ก็ว่าเป็นศัตรู บ้าง ไม่มีการวินิจฉัยโดยสุจริต ด้วยข้อมูลที่ครบถ้วน เป็นกลาง ก็จะไปทำสถานการณ์ให้เลวร้ายลงไปอย่างไม่ตั้งใจ ไม่คาดหมายได้ ฉะนั้นคนเราจึงไม่อาจจะคาดหวังอะไรจากผู้อื่นได้ อย่างมั่นใจครบสมบูรณ์เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์แห่งความหวังทั้งหมด แต่คนอาจจะคาดหวังได้จากการกระทำของตนเอง โดยการพิจารณาเหตุและผลอันสมควร มีการพัฒนาการทางบุคลิกภาพ ความรู้ สติปัญญา การศึกษาไปจนสามารถจะตามทันเหตุการณ์สิ่งแวดล้อมและมีความพร้อมในการตระเตรียมการเผชิญปัญหาทุกด้าน ที่อาจตามมาทั้งมิตรและศัตรูตัวเอง ประเทศไทยก็ต้องวางเป้าหมาย ยุทธศาสตร์และการบริหารชาติ ด้วยประเทศไทยเอง เพื่อให้การเคลื่อนไหวของประเทศไทยเป็นไปในเส้นตรง ที่ตรงใจคนไทย ตรงปัญหาคนไทย และมีความสุขสงบแบบไทย

                สำหรับคอลัมน์ประจำของดีอินเทอเนตฉบับนี้ มี พระขี้แกลบ บทความพิเศษของพระคุณเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ที่เราภูมิใจเสนอ เพื่อให้เป็นแง่คิดสำหรับพระสงฆ์ทั่วไป ที่น่าจะมาถึงการปฏิวัติตัวเองบ้าง เราค่อนข้างมีเรื่องเป็นหลัก และเกี่ยวกับปัญหาสำคัญของพระสงฆ์ก็คือเรื่องการปรับปรุงการศึกษาของคณะสงฆ์ โปรดอย่าพลาดใน จดหมายเปิดผนึก ถึง วุฒิสมาชิกผ่อง เล่งอี้และวุฒิสมาชิกชงษ์ วงษ์ขันธ์ ในคอลัมน์ประชาธิปไตยสงฆ์ จากนั้นมีคอลัมน์ประจำคือ เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว และ สากลจักรวาลสากลศาสนา

 

                                                                                                                บรรณาธิการ

                                                                                    22  ส.ค.  2546

 

 

 

 

 

 

 

 

บทความพิเศษ

พระขี้แกลบ

โดย พระราชวรรณเวที

 

 

ที่มาของคำว่า  พระขี้แกลบ  นี้ ข้าพเจ้าได้ยินจากปากพระร้อยเอกพยัป ปญญาธโร ซึ่งท่านได้ตั้งข้อสังเกตวัตรปฏิบัติหรือพฤติการณ์ของพระเถระบางรูปในจังหวัดศรีสะเกษเรา นี้แหละตั้งแต่สมัยเมื่อท่านเป็นเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ (พระเทพวรมุนี) จนทำให้ข้าพเจ้าคิดอัศจรรย์ใจว่า ท่านคิดคำพูดนี้ขึ้นมาได้อย่างไร แต่เมื่อมาคิดอีกทีว่าพระร้อยเอกพยัป ท่านมีวุฒิการศึกษาสูงพอสมควร จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะคิดและตั้งข้อสังเกตเรื่องอย่างนี้ได้ ข้าพเจ้าขอแสดงความชมเชยพระร้อยเอก พยัป ด้วยความจริงใจ

คำว่าแกลบ ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ หน้า ๑๑๗ ได้ให้นิยามไว้มากถึง ๔ อย่างหรือ ๔ ความหมาย เช่นแกลบ น. เป็นคำนาม ได้แก่เปลือกข้าวที่สีหรือตำแตกออกจากเมล็ดข้าว, ม้าตัวที่มีรูปร่างเล็กๆ เรียกว่าม้าแกลบ, วิหารหลังเล็กๆเรียกว่า วิหารแกลบ เป็นต้น

คำนิยามที่น่าสนใจที่สุดและตรงประเด็นหัวข้อข้างต้น คือ ได้แก่เปลือกที่สีหรือตำแตกออกจากเมล็ดข้าว ที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า ขี้แกลบ ก็คือไม่ใช่ข้าวสาร แต่มันเป็นเพียงเปลือกข้าวของเมล็ดข้าวสารเท่านั้นเอง

ขี้แกลบจะนำเอามานึ่งมาหุงกินก็ไม่ได้ เวลามันปลิวไปถูกคนก็คัน ถ้าเอาขี้แกลบไปกองรวมกันในที่ชื้นแฉะ ขี้แกลบจะเป็นที่เกิดหรือแหล่งเพาะพันธ์แมลงวัน นำเชื้อโรคไปแพร่ขยายในที่ต่างๆ เขาจักเอาขี้แกลบไปเผาทิ้ง หรือไม่อย่างนั้น เขาก็เอาไปทำเป็นปุ๋ยใส่พืชผัก เช่น หอม กระเทียม เป็นต้น

พระขี้กลบจึงเป็นพระที่ไม่แก่นสาร ชอบปลิวไปตามลมตามแล้งเท่านั้น แถมยังคันคายคนอื่นอีกด้วย บางที่ก็เป็นแมลงวัน ตอมเอาของเน่าเสียของเหม็นไปแปดเปื้อนคนอื่นให้เน่าเหม็นไปด้วยจึงไม่มีคนมีสติสัมปชัญญะดีที่ไหนเขาเลี้ยงแมลงวันไว้ เพราะแมลงวันเป็นสัตว์ที่แพร่เชื้อโรคต่างๆ เป็นสัตว์ที่ชอบรู้อะไรก่อนใครอื่น

คนโบราณท่านกล่าวไว้ว่า เวลาสัตว์เช่นวัว ควายตายเน่าเหม็น แมลงวันมันจะรู้ก่อนจึงไปบอกอีกา อีกาจึงไปบอกอีแร้ง แล้วพากันไปจิกรุมกินซากศพเหลือแต่กระดูก พระขี้แกลบก็มีลักษณะอย่างนั้นแหละ เสือกรู้ไปทุกเรื่อง

พระขี้แกลบมีความเป็นสุขสบายอย่างไร ก็ให้เปรียบเทียบความเป็นอยู่ของแมลงวันดูก็ได้ธรรมชาติของแมลงวันมันจะเกาะตอมกินไปเรื่อยๆ พระขี้แกลบก็จะปลิวว่อนไปตามลมทุกหนทุกแห่ง วันหนึ่งเวียนเทียนหลายรอบจนฝุ่นขี้แกลบตลบฟุ้งไปทั่ว พึงตั้งข้อสังเกตพระขี้แกลบดังต่อไปนี้

(1) เมื่ออยากได้ยศตำแหน่งหน้าที่ จะวิ่งเต้นไปหาพระผู้ใหญ่วัดนั้นวัดนี้เป็นประจำ เพื่อประจบประแจงเอาอกเอาใจอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งพระขี้แกลบจะมีความถนัดมาก แต่พอได้ยศตำแหน่งแล้วจะหน้ามือเป็นหลังมือ เป็นคนไม่เสมอต้นเสมอปลายประเภทคนหน้าไหว้หลังหลอก

(2) ชอบทำอะไรเอาหน้าหรือเสนอหน้าต่อผู้ใหญ่ เข้าลักษณะที่ว่า ผักชีโรยหน้า ต่อหน้าผู้ใหญ่ทำท่าแสดงว่าตนเป็นคนเอาการเอางานหรือเป็นเจ้ากี้เจ้าการ แต่เมื่อผู้ใหญ่หนีไปแล้วตัวเองก็จะหายหัวไปเลย เป็นคนขาดความรับผิดชอบ

(3) ชอบเอาความดีใส่ตัว โยนความชั่วให้คนอื่น เพราะพระขี้แกลบเก่งทางประจบสอพลอ คนที่ชอบประจบสอพลอจะชอบยกย่องตนเองเสมอ ขณะเดียวกันก็จะติฉินนินทาคนอื่นเรื่อยไป เขาเรียกว่าพวกปั้นน้ำเป็นตัว

(4) หน้าด้านไม่มียางอาย ประเภทปากหวานก้นเปรี้ยว ทำท่าเป็นพระนักสังคมสงเคราะห์ให้แต่น้อยเพื่อเอามาก เที่ยวประจบประแจง เรียกคนทั่วบ้านทั่วเมืองว่าพ่อแม่ เป็นถึงขนาดพระเถระแล้ว ยังไม่เข้าใจภาษาวินัยว่า ประพฤติประทุษร้ายตระกูลคืออะไร (เรื่องนี้ให้อ่านเรื่องมหาโจร 5 จำพวกประกอบด้วย)

(5) ไม่มีอุดมคติหรืออุดมการณ์เป็นของตนเอง ไม่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์เพื่อส่วนรวมเพราะเป็นคนฉาบฉวย ทำตามเขาแบบเสียไม่ได้เท่านั้น เป็นคนไม่เป็นตัวของตนเอง จึงไม่กล้าคิดและตัดสินใจทำประโยชน์แก่ส่วนรวม เพราะกลัวเสียประโยชน์ส่วนตัว

สิ่งที่ชาวศรีสะเกษ ทั้งมวลควรจะภาคภูมิใจ คือ หลังจากรัฐบาลได้ประกาศกำหนดให้จังหวัดศรีสะเกษ ใช้หลักการบริหารระบบที่เรียกว่า บูรณาการเพื่อการพัฒนา หรือ ซี อี โอ ภายในหนึ่งปีเท่านั้นขณะนี้ศรีสะเกษ ได้ขยับฐานะจากเกือบต่ำสุด 70 เศษๆ ขึ้นมาอย่างสูง 40 เศษๆ แล้ว ทำให้ภาพรวมของจังหวัดศรีสะเกษที่คนจังหวัดอื่นเขาก็มีกัน เช่น มีสถาบันราชภัฏหรือวิทยาลัยครู มีโรงเรียนกีฬา มีสนามกีฬามาตรฐานที่สุดในภาคอีสาน มีมหาวิทยาลัยรามฯ เปิดการเรียนการสอนถึงระดับปริญญาโท และ ในปีการศึกษานี้  ได้เปิดโอกาสให้พระภิกษุสามเณรเข้าศึกษาได้แล้ว

เมื่อปีที่แล้ว  2545  ได้ขออนุมัติขยายห้องเรียน  จากมหาวิทยาลัย  มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยวิทยาเขตอุบลราชธานี  (มหาวิทยาลัยสงฆ์  เปิดทำการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีที่วัดสระกำแพงใหญ่  อำเภออุทุมพรพิสัย  โดยอาศัยเมตตาบารมีหลวงปู่เครื่อง  สุภัทโท  ต่อมาได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารเรียนมหาวิทยาลัยสงฆ์  ในการนี้ปรากฏว่า  มีพระเถรานุเถระ  พระสังฆาธิการ  ข้าราชการ  พ่อค้าประชาชน  ไปร่วมเป็นเกียรติและเสียสละเงินสมทบทุนการก่อสร้างมืดฟ้ามัวดิน เว้นแต่ประเภทขี้แกลบเท่านั้นไม่สนใจเลย

เชื่อว่าในอนาคตอีกไม่นานนัก  เมื่อได้มีการเจรจาตกลงเปิดเขาพระวิหารและเปิดด่านถาวรช่องสะงำ  อำเภอภูสิงห์  อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ  จะเฟื่องฟูมากขึ้น  ประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษจะมีรายได้และอยู่ดีกินดียิ่งขึ้น  สถานะภาพจังหวัดศรีสะเกษก็จะขยับสูงขั้น  แต่พระประเภทขี้แกลบคงไม่คิดเรื่องอย่างนี้ดอก

จึงใคร่ขอร้องเพื่อนพระสังฆาธิการทั้งหลาย  พยายามฝึกฝนทำตนให้เป็นผู้มีบทบาทในการเป็นผู้นำสังคม  มีอุดมคติหรืออุดมการณ์  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  เพื่อพัฒนาสังคมเป็นของตนเอง  มีจิตวิญญาณ  แห่งสาธารณชน  เห็นอะไรไม่ดีไม่งามอันนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่สังคมต้องหาวิธีการปรับปรุงแก้ไข เช่น  คณะสงฆ์อำเภอกันทรารมย์  ได้ใช้ระบบบูรณาการนำมาตรการทางสังคมใช้แก้ปัญหา  เรื่องการเล่นอบายมุขในงานศพ  เป็นต้น

มาตรการทางสังคม  ที่คณะสงฆ์และทางราชการจังหวัดศรีสะเกษ  เกี่ยวกับการป้องกันหรือป้องปรามยาเสพติดให้โทษ  โดยให้วัดต่าง  ๆ  ขึ้นป้ายไม่รับนิมนต์คนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดนั้นเราได้มีการประชุมปรึกษากันเป็นอย่างดีแล้ว  จึงได้วางมาตรการทางสังคมดังกล่าวออกไป  บังเอิญสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล  ที่ประกาศทำสงครามเพื่อเอาชนะยาเสพติดให้โทษให้จงได้มาตรการทางสังคมที่เราทำไปนั้น  แม้จะมีบางคนเห็นว่ารุนแรงไม่เหมาะสมและเป็นดาบสิงคมแต่สังคมทั่วไปเห็นดีชื่นชมมาก  จนนายกรัฐมนตรีได้นำไปพูดออกอากาศในรายการนายกทักษิณพูดคุยกับประชาชน  ในภาคเช้าวันที่  26-27  เมษายน  2546   และได้ทราบว่านายกรัฐมนตรีได้นำไปพูดในการประชุมรัฐมนตรีด้วย  สรุปคือยกย่องชมเชยคณะสงฆ์ศรีสะเกษว่า  มีวิสัยทัศน์และหลังจากนายกรัฐมนตรีพูดออกอากาศไปแล้ว  มีตนโทรศัพท์มาชมเชยมากมาย  แต่พระประเภทขี้แกลบไม่รู้ร้อนรู้หนาวเรื่องอย่างนี้อีกเหมือนกัน

ความจริง  มาตรการทางสังคมที่เราทำไปนั้น  ไม่มีความต้องการอยากเด่นอยากดังแต่อย่างใดเลย  จุดประสงค์หรือแก่นแท้ต้องการแก้ปัญหายาเสพติดให้โทษในจังหวัดศรีสะเกษ  เพื่อให้ประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษมีความเป็นอยู่อย่างสันติสุข  เราจึงไม่จำเป็นรายงานเพื่อประจบสอพลอใคร  เพราะเราถือว่าเป็นพระประเภทข้าวสาร  เราได้มีการบูรณาการกับทุกฝ่าย  (เว้นพระขี้แกลบ)  เป็นอย่างดีแล้ว  การไม่รับกิจนิมนต์คนที่เป็นอันตรายต่อสังคมมันจะผิดอะไรมากนักหรือ  เพราะพุทธศาสนามีไว้เพื่อแก้ปัญหาสังคมมิใช่หรือ

จังหวัดศรีสะเกษเรายังมีหลายอย่าง  ที่พระสังฆาธิการต้องบูรณาการเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาและพัฒนาดังที่เคยทำสำเร็จมาหลายอย่างแล้ว  ที่สร้างประตูเมืองศรีสะเกษก็ดี  ที่มีมหาวิทยาลัยรามคำแหงก็ดี  ที่ได้เปิดขยายห้องเรียนมหาวิทยาลัยสงฆ์ก็ดี  ที่ปรับปรุงพัฒนาค่ายลูกเสือห้วยคล้าก็ดี  ล้วนแต่เกิดขึ้นจากการบูรณาการทั้งนั้น  เราได้รับความร่วมมือจากทางราชการและประชาชนทั่วไปเป็นอย่างดี  มีแต่พระประเภทขี้แกลบเท่านั้นมองไม่เห็น  แต่ก็น่าเห็นใจเพราะพระขี้แกลบไม่เคยมีอุดมการณ์คิดทำประโยชน์แก่สังคมมาเลย  เก่งแต่เที่ยวหาเจริญพรแทะเล็มบังสุกุลกับคนยากจน

ศรีสะเกษไปวันหนึ่ง  ๆ  เท่านั้น  จังหวัดศรีสะเกษจึงอยู่ในสภาพเกือบตกต่ำสุดตลอดมา

สุดท้าย ขอร้องเพื่อพระสังฆาธิการจังหวัดศรีสะเกษ  เลิกเป็นพระประเภทขี้แกลบเสียทีเถอะ  เรื่องไร้สาระ  เล็ก  ๆ  น้อย  ๆ  เรื่องไม่สร้างสรรค์  อย่าได้เที่ยวเอาขี้แกลบไปโปรยใส่กันให้คันคายเลย  ชอบทำกันมานานแล้ว  ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้น  ถ้าพระสังฆาธิการทั้งหลาย  ทำตัวเป็นประเภทพระข้าวสารนั้นแหละ  จังหวัดศรีสะเกษจึงจะก้าวไปข้างหน้าสูงขึ้น  ๆ

 

 

 

เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

ต่อต้านเอดส์ต่อต้านอนารยธรรม

                              โดย  คอมพิวเตอร์แมนและ บูดามี

 

              

 

 

 

 

 

ประกวดนางงามจักรวาล   ช่อง 7 พุธ 4 มิถุนายน 2546 เวลา 08.40 น.

การถ่ายทอดสด MISS UNIVERSE 2003 กรรมการตัดสินมาจากวงการต่างๆ ที่น่าสังเกต มีนักประพันธ์ที่มีชื่อเสียงอยู่ถึง 2 คนใน 10 คน ของคณะกรรมการทั้งหมด เริ่มเปิดตัว 15 นางงาม แล้วเลือก เหลือ 10 คนสุดท้าย คำว่าสุขภาพดี เห็นความหมายจากการประกวดครั้งนี้ นับแต่คู่พิธีกร ชาย/หญิง พิธีกรชาย ดูเก๋ เยือกเย็น มีพลังแห่งความเย็นสุขุม คู่พิธีกรหญิง ที่ดูโปร่ง กระจ่างและหวาน น่าดูที่ พิธีกรหญิงมีส่วนสูงกว่าพิธีกรชาย เล็กน้อย แต่ก็ดูเหมือนว่า นี่คือความหมายของบุคลิกภาพ ที่ลงตัว เมื่อความหมายที่แท้จริงของบุคลิกภาพ คือความสมดุลแห่งภาคภายในคือความพลิ้วของสติปัญญาที่ตามสถานการณ์ และการปรับตัวทางกาย วาจา และทางใจ ได้อย่างหนักแน่นมั่นใจในจุดยืนของบุคคลนั้น หลังจากนี้ คณะกรรมการฯ จะตัดออกไปอีก 5 คน ให้เหลือเพียง 5 อันเป็นรอบ 5 คนสุดท้าย ประกวดในชุดว่ายน้ำ เขาเอาภาพเรือนร่างอันสมบูรณ์มาตัดสินในรอบนี้ เพื่อเน้นสุขภาพความงามอันสมบูรณ์ซึ่งบอกถึงแนวคิดที่พัฒนา ไปในด้านจริยธรรมแห่งกามไปอีกหน่อย ดังจะเห็นได้จาก เอาผืนผ้าบางๆสีแดงสดใส ยาว 2 เมตรมาให้ถือ ประกอบกับชุดว่ายน้ำและกรรมการเฝ้ามองว่านางงามแต่ละคนจะใช้ ผ้าผืนนี้แสดงความงามของตนอย่างไร ภาพที่ออกมา กระนั้นแต่ละคนก็พยายามโชว์ด้านหน้าของเธอเอาผ้าแดงเป็นฉากอยู่เบื้องหลัง ก็คงไม่พ้นหลักการ เน้นปมเด่น บังปมด้อยของตนนั้นเองและสามารถเห็นจริตภายในของหญิงสาวงามแต่ละคนๆได้อย่างไม่ปิดปัง มีสาวญี่ปุ่น 1 ในเอเชียด้วย เธอก็โชว์ได้ดีสมกับเป็นลูกอาทิตย์อุทัยทีเดียว กรรมการมีทัศนะคติต่อการคัดเลือกให้คะแนนว่า ดูจากเรือนร่าง ความสง่างาม ความสุภาพ และว่ายากลำบากใจในการตัดสินใจไปเรื่อยๆ เพราะความงามสวยเฉือนกันเฉียดฉิวเหลือเกิน แต่พิธีกรไทย บนเวทีไทย (ดร.อนุวัตร วัฒนางกูร?) ว่า ถึงยากอย่างไรก็ต้องตัดสินให้ได้ 5 คนให้ได้ และแล้วก็ได้ 5 คนสุดท้าย จากทั้งหมด 71 คน เหลือ 5 คน ไปเข้ารอบสัมภาษณ์ได้แก่ นางงามเวเนซูเอลลา นางงามญี่ปุ่น (มิยาโกะ มิยาซากิ ) นางงามแอฟริกาใต้ นางงามโดมินิกัน และนางงามเซอร์เบีย มอนเตนิโก พิธีกรชายเข้าไปใกล้นางงามโดมินิกันผู้ได้ตำแหน่งชุดประจำชาติยอดเยี่ยมไว้แล้ว ว่าเขาตัวเตี้ยเกินไปอีกเมื่อมาใกล้ๆเธอ นางงามโดมินิกัน ตัวเธอสูงเชียว แล้วถึงเวลาสุดท้าย มีการปล่อยตัวเดินครั้งสุดท้าย (Final walk) แล้ว ผลก็ออกมาตามลำดับ เริ่มจากรองนางงามจักรวาล อันดับที่ 4 ได้แก่ นางงามญี่ปุ่น รองนางงามจักรวาลอันดับที่ 3 ได้แก่ นางงามเซอร์เบีย รองนางงามจักรวาลอันดับที่ 2 ได้แก่ นางงามแอฟริกาใต้ รองนางงามจักวาลอันดับที่ 1 ได้แก่ นางงามเวเนซูเอลลา และนางงามจักรวาลก็คือ นางงามโดมินิกัน จบรายการ 09.58 น. การตัดสินนางงามจักรวาลดูจะเหมือนนิยมวัตถุนิยม เกินไป และวัตถุที่สูงๆ ดูจะเป็นที่นิยมมากขึ้น ทั้งนี้คงเป็นผลมาจากค่านิยมทางกีฬานั่นเองแม้กระทั่งนางงามโดมินิกันปีนี้ ดูเหมือนว่าเธอได้คะแนนเพราะเพียงเธอมีส่วนสูงกว่านางงามทั้งหมดและนางงามคนอื่นๆใน 5 นางงามรอบสุดท้ายเท่านั้นเอง น่าจะปล่อยให้พวกนิยมความสูง เป็นเพียงพวกแหกคอกไปอีกพวกหนึ่ง ปล่อยให้พวกเขาทำอะไรๆไปตามลำพังคนเราส่วนใหญ่ ไม่ควรจะตามค่านิยมวัตถุสูงๆตามไปเลย

 

RESURECTION สยองคืนชีพ  ภาพยนตร์ ช่อง 7 อังคาร 1 กรกฎาคม 2546 10.00-10.40 น.

 

ภาพยนตร์ฝรั่ง เนื้อเรื่อง หรือเรื่องราวของภาพยนตร์เป็นที่น่าสังเกตเป็นอย่างยิ่งว่า สร้างขึ้นและจัดจำหน่ายไปทั่วประเทศตะวันตกและทั่วโลกได้อย่างไร โดยไม่มีเสียงคัดค้านของกลุ่มศาสนาคริสต์เลย ซึ่งน่าจะบ่งบอกไปถึงความหมายว่า บัดนี้คนทั้งหลายเข้าใจดีว่าเรื่องราวในพระคัมภีร์ไบเบิลเป็นเพียงแค่การโฆษณาชวนเชื่ออย่างไร โดยเฉพาะเรื่องการฟื้นคืนพระชนม์ชีพของพระเยซู ภายหลังถูกตรึงกางเขนถึงกับสิ้นพระชนม์ชีพไป 3 วัน แล้วฟื้นขึ้นมาใหม่ ภายหลังสั่งสอนสาวกให้มั่นใจในพระเจ้าแล้วก็ขึ้นไปบนฟ้าหายไปในกลีบเมฆ (จนคนทั้งหลายไม่เฉลียวใจว่า แท้จริงพระศพของพระเยซู ก็ถูกฝังลืมไว้ใต้แผ่นดินโลกนี้เอง) ที่น่าจะบอกว่าคนยุคใหม่ได้เข้าใจว่า อะไรเป็นอะไรดีขึ้นแล้วเพราะตัวร้ายในเรื่องนี้ถูกวางบทบาทให้เป็นอาชญากรวิกลจริต ตำรวจพบแฟ้มเข้ารักษาอาการวิกลจริตอยู่ในโรงพยาบาลถึง 3 ปี (คล้ายๆจะระบุให้ตรงกับประวัติพระเยซูที่คนยิวสมัยนั้นเชื่อว่าพระองค์ถูกผีสิงแล้ววิกลจริต ตลอด 3 ปี ที่ทรงประกาศตัวเองว่าพระองค์ทรงเป็นบุตรพระเจ้าลงมาจากสวรรค์ เพื่อช่วยโลกมนุษย์ให้รอด ) และอารมณ์ร้ายกาจ โหดเหี้ยมวิปริตเกินไปกว่าจะเรียกว่าเป็นเพียงการล้อเลียน หากแต่เป็นการสะท้อนไปถึงความไม่เชื่อถือในเรื่องราวการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซู ตามหลักฐานในพระคัมภีร์ไบเบิล แม้กระทั่งคำว่า RESURECTION ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายศักดิ์สิทธิ์ ก็สามารถนำมาตั้งเป็นชื่อ ภาพยนตร์ได้อย่างไร และทั้งให้สะท้อนความหมายในทางลบล้างทำลายความเชื่อถือต่อประเพณีวันอีสเตอร์ของชาวคริสต์ (วันระลึกพระเยซูฟื้นคืนพระชนม์จากการถูกตรึงไม้กางเขน) บทสนทนาในประเด็นสำคัญๆของแต่ละเรื่องแต่ละตอน ได้ลอกเอาข้อความในพระคัมภีร์ไบเบิลมาโดยตรง เช่น เจ้าพวกบาปหนา ไม่ช้าพวกเจ้าก็จะถูกพิพากษาในวันสิ้นโลก จึงทำให้ภาพออกมาว่าวายร้ายวิกลจริตคือ ตัวแทนศาสนจักรหรือบุตรพระเจ้าและเรื่องราวตอนท้ายๆยิ่งให้ความหมายที่ชัดเจนไปอีกเมื่อตำรวจตัดสินใจจับบาทหลวงวิกลจริตรายนั้นขังไว้ก่อน เพราะตำรวจมั่นใจว่า กำลังวางแผนร้ายอยู่แน่นอน แต่แล้ววายร้ายก็ถูกประกันตัวออกไปได้ และแผนการร้ายโหดสุดๆ ก็เริ่มขึ้นในวัน        อีสเตอร์ วายร้ายก็ตามไปล่าเหยื่อ ตัดเอาแขนและขาทิ้งเอาแต่หัวและตัวคนไปแล้วต้องมีเด็กทารกเพิ่งคลอดไม่เกิน 1 วัน ไปประกอบพิธีกรรมบนไม้กางเขนขนาดใหญ่ในห้องลึกลับ ก็หมายตาหญิงท้องแก่คนหนึ่งไว้แล้ว และได้เวลาพอดีก็ไปขโมยเด็กที่เพิ่งคลอดไปจากแม่เพื่อทำพิธีกรรมในวันอีสเตอร์ โดยมีเหตุผลว่าโลกอยู่ในระหว่างอันตรายที่ยิ่งใหญ่ จะต้องประกอบพิธีล้างบาปแบบนี้และตนเท่านั้นที่เป็นเจ้าพิธี โลกจึงจะอยู่รอด ยอดนักสืบตามอย่างไม่ลดละและปะทะกันด้วยฝีมือที่เหนือกว่าสามารถสำเร็จโทษสยองกลับฟื้นคืนชนม์ชีพ ช่วยชีวิตเด็กทารกที่เพิ่งคลอดออกมาจากอ้อมมฤตยูได้สำเร็จ

  RESURECTION ในภาพยนตร์เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าคิด ไม่น่าเชื่อว่าในวงการศาสนาคริสต์จะดูกันนิ่งๆได้โดยไม่มีเสียงอะไรอกมาเลย เพราะไม่น่าจะนำเอาเรื่องอาชญากรวิกลจริตคนหนึ่ง มาสร้างเลียนแบบประวัติของพระเยซูได้โดยชอบธรรมอย่างไร เป็นการฟื้นคืนชีพขึ้นมาเพื่อก่อการร้าย ทุจริตอาชญากรวิปริตไปอย่างโหดเหี้ยม แต่ RESURECTION ของพระเยซู ออกฤทธิ์ไปอีกด้านหนึ่ง คือการโฆษณาชวนเชื่อ อย่างเช่น เพราะพระเยซูมิได้โหดเหี้ยมอย่างวิกลจริต เช่น ภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่เรื่องในไบเบิลยิ่งใหญ่จนสามารถสร้างศาสนาได้ทั้งศาสนาเมื่อการโฆษณาชวนเชื่อเรื่อง RESURECTION

ของพระเยซูเป็นผลสำเร็จ โดย สามารถทำให้คนทั้งหลายเชื่อว่า พระเยซูเป็นบุตรพระเจ้าและเป็นพระเจ้าสืบมาจนถึงทุกวันนี้ (ซึ่งโดยความเป็นจริงพระเยซูเป็นคนธรรมดาๆนี่เอง มีบิดาชื่อ โยเซฟ มารดาชื่อมารี เป็นชาวบ้านนาซาเรธ ต่อมาพระองค์ทรงวิกลจริตไปและสำคัญตนผิดว่า พระองค์เป็นบุตรพระยะโฮวาห์บนสวรรค์ ลงมาจากสวรรค์เพื่อช่วยโลกให้รอด ซึ่งนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ยุคใหม่พบว่า เป็นอาการโลกจิตชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Megalomania) บางทีภาพยนตร์นี้อาจจะสะท้อนว่า คนทั้งโลกเพิ่งจะได้คิดได้รู้กันขึ้นมาว่า โดนหลอกลวงมานานถึง 2003 ปีเข้าแล้ว ในเรื่องพระเยซูคือพระเจ้า และพระเยซูคือบุตรพระเจ้า จึงมีภาพยนตร์ประเภทที่พยายามบอกความจริงเรื่องนี้ออกมาเป็นระยะตลอดมาในยุคหลัง (คือพยายามบอกว่าพระเยซูก็เป็นเพียงแค่คนธรรมดานี่เอง แต่ทรงวิกลจริตเพ้อคลั่งว่าทรงเป็นบุตรพระเจ้าลงมาจากสวรรค์) โดยเริ่มจากนัยที่ซ่อนแฝงความหมายให้คิดเอาไว้ก่อน และค่อยชัดเจนขึ้นมา เป็นความหมายแบบตรงไปตรงมาตามลำดับๆ ดังเช่นภาพยนตร์เรื่องนี้นั่นเอง

 

                เหตุบ้านการเมือง   ช่อง 3   วันจันทร์ 7 กรกฎาคม 2546 เวลา 07.40 น.

                พิธีกรคู่ คุณนิธินาฏกับคุณจินดารัตน์ เจริญชัยชนะ รายงานเหตุการณ์บ้านเมืองเป็นประจำ พร้อมวิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจ น่าสังเกตเป็นประจำวัน น่าติดตาม วันนี้ รายงานอุบัติเหตุเกิดขึ้นตอนดึก 24.00 น. รถมินิบัสวิ่งมาด้วยความเร็วสูง มีคนเต็มรถ แล้วแหกออกนอกทางไปชนต้นไม้รถขาด 2 ท่อน คนในรถเทกระจาด กระจัดกระจาย แต่ไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดเสียชีวิต ไม่มีรายงานว่ามีคนโดยสารมาในรถเท่าไร แต่ยอดบาดเจ็บรวม 39 คน ที่หนักกว่าเพื่อนก็แค่ไหปลาร้าหัก ก่อนเกิดเหตุ รถวิ่งเร็วมาก มีรถเก๋งปาดมาทำให้เสียหลัก ที่น่าสนใจก็คืออุบัติเหตุรุนแรงขนาดรถขาดออกเป็นสองท่อน แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตเป็นเรื่องบังเอิญที่มหัศจรรย์ แต่คนทั่วไปอาจคิดว่า คงมีอภินิหารมีของดีมาในรถ พูดขึ้นคนบางประเภทก็หูผึ่ง แต่วันนี้รายการเหตุบ้านการเมืองก็ไม่มีรายงานข่าวว่าเป็นอภินิหารของเทพสำนักใด หรือหลวงพ่อวัดใด ทางหลวงพ่อคูณโคราชท่านก็ยังไม่ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบ (ท่านเคยอ้างว่าคนที่รอดตายจากโรงงานตุ๊กตาถล่มที่โคราชปีนั้นเป็นเพราะอภินิหารจากพระเครื่องของท่าน)

                ต่อไปเป็นเรื่องเกมส์คอมพิวเตอร์ มักมีข้อเสนออยู่บ่อยๆว่า คุณพ่อคุณแม่ควรมาร่วมเล่นเกมส์กับลูกๆด้วย จนแม้กระทั่งว่าอย่าห่างลูกนัก คอยอยู่แนะนำไปทุกๆอย่างด้วยตนเองซึ่งเป็นข้อเสนอที่ทำค่อนข้างยาก เพราะพ่อแม่ทุกคนล้วนมีภาระอันยิ่งใหญ่ในการทำมาหาเลี้ยงครอบครัวกันทั้งนั้น จนต้องทำงานขวักไขว้ทั้งวัน เพื่อหาเงินทอง จะมาดูแลลูกตลอดเวลาได้อย่างไร แล้วพบ รมว.เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี พูดถึงวิธีแก้ไขโดยเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม เรื่องเกมส์นี้ดูเหมือนจะยากแก่การเข้าใจจริงๆ ถ้าไม่เริ่มด้วยสามัญสำนึกในการพิจารณาว่า เด็กแค่นี้ก็หลงงมงายอยู่กับเรื่องเหล่านี้ คือเกมส์ เช่นนี้ เมื่อเติบโตไปอีกหน่อยเป็นวัยหนุ่มสาวก็จะหลงงมงายไปกับเกมส์ใหม่ๆไปอีกตามวัยของเขา เท่าที่เห็นในขณะนี้ก็เริ่มจะมีเกมส์ผัว-เมียที่เล่นสนุกดียิ่งกว่าเกมส์ใดๆทั้งสิ้น ครั้นมาถึงระดับผู้ใหญ่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว ก็ยังมีกรณีเฒ่าหัวงูขึ้นมาได้ ทั้งหมดนี้เป็นผลของวัตถุนิยม ประเด็นอยู่ที่ศาสนาสากลและลัทธิใหม่ที่มากับวัตถุนิยม จะต้องมองในประเด็นของวัตถุนิยม กำลังครองโลกอยู่อย่างไร เราจะต่อสู้อย่างไร กับลัทธิเช่นนี้

 

การ์ตูนญี่ปุ่น  ช่อง 11, ช่อง 5, ช่อง 9, ไอทีวี เสาร์ 12 กรกฎาคม 2546 เวลา 07.00 น.

                การ์ตูนญี่ปุ่นค่อนข้างเฉียบคมในความหมายแห่งประเด็น มากกว่าการ์ตูนอเมริกามาก มีการประสานงานหลายงานก่อนจะออกมาเป็นการ์ตูนในจอแก้ว แต่ละงานในการ์ตูนญี่ปุ่นดูเหมือนจะไร้คู่แข่งไปทั้งสิ้น นั้นบ่งบอกถึงฝีมือแต่ส่วนที่น่าสนใจจริงๆที่เป็นประเด็นหลักของความได้เปรียบก็คือนักประพันธ์ที่มีมันสมองและขีดความสามารถที่สูงจริงๆ ขณะนี้นักประพันธ์ญี่ปุ่นจะเขียนอะไรออกมาให้สนุกสนาน มหัศจรรย์ เร้นลับ หรือจะสร้างวีรบุรุษมาดองอาจเพียงใดขึ้นมาก็ย่อมได้ ด้วยมาตรฐานการวางพล๊อตเรื่องอย่างมีหลักเกณฑ์เป็นวิทยาศาสตร์แห่งศิลปการประพันธ์แขนงใหม่ที่ได้พัฒนาการมาล้ำหน้าที่สุดแห่งยุคนี้ ภาพยนตร์และการ์ตูนญี่ปุ่นที่เห็นได้ในขณะนี้แสดงถึงแผนการยึดครองตลาดอย่างสมบูรณ์ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต มีพล๊อตเรื่องที่เตรียมตุนเอาไว้อย่างหลายหลากเรื่องราว ในมันสมองของนักประพันธ์พร้อมที่จะเอาออกมาขนาบคู่แข่งและเดินล้ำหน้าไปกว่าคู่แข่งไปตลอดเวลา โดยวาดวีรบุรุษแต่ละตัวๆให้ ประทับใจไปเรื่อยๆและทำเงินไปตลอดๆอย่างสบายๆ เมื่อญี่ปุ่นเริ่มมาแข่งกันเองโดยมีอเมริกาแรงขึ้น นักประพันธ์ญี่ปุ่นก็เริ่มเอาจินตนาการใหม่ๆ ออกมาสร้างเรื่อง และเริ่มเข้าสู่ยุคอันตราย เมื่อเอาแนวคิดวัตถุนิยมมาแข่งขันกันมากยิ่งขึ้น เขาใช้จินตนาการไปในเรื่องที่รุนแรงสะใจคนและลามกอนาจารมากขึ้น และฝีมือนักการ์ตูนที่ยอดเยี่ยม ที่สามารถทำจินตนาการอันบันเจิดจ้าของนักประพันธ์ออกมาได้ครบถ้วน สมบูรณ์อย่างความฝัน ภาพที่ออกมาจึงเริ่มจะซาบเอาพิษอันละเอียดอ่อนของวัตถุนิยมเข้ามาทีละน้อยๆและเป็นภัยอย่างซึมลึกเยียบเย็น นักประพันธ์ไทย นักวาดการ์ตูนไทย น่าจะฉวยเอาข้อได้เปรียบในภายหลังนี้ โดยเอาชนะกันด้วยจินตนาการแต่ของญี่ปุ่นจินตนาการรุนแรงผสมผสานกับความลามกอนาจารไปอย่างสุดๆ (โดยมีศิลปศาสตร์อันยอดเยี่ยมทางการประพันธ์ เป็นตัววางโครงเรื่องและกำกับการให้เป็นไปดั่งจินตนาการได้โดยสมบูรณ์ทุกอย่าง) ที่นานไปโลกจะต้องต่อต้าน ส่วนของไทย จินตนาการสะอาด สว่าง และสงบที่นานไปโลกจะเห็นคุณค่า(โดยมีศิลปศาสตร์อันยอดเยี่ยมทางการประพันธ์ เป็นตัววางโครงเรื่องและกำกับการให้เป็นไปดั่งจินตนาการได้โดยสมบูรณ์ทุกอย่าง)

 

พิธีปล่อยขบวนแห่เทียนเข้าพรรษาอุบลฯ  ช่อง 11 จันทร์ 14 กรกฎาคม 2546 เวลา 09.00-11.00 น.

                ชนกพร  โพธิสาร พิธีกรร่วมกับ อาจารย์มานะ สุดสาย รายงานจากอุบลฯ ตั้งแต่ 09.00 น. ไปเป็นเวลาถึง 2 ชั่วโมงเต็มๆ เป็นส่วนหนึ่งของงานประเพณีเข้าพรรษาปีนี้ ที่เรียกว่า งานสืบศาสตร์สานศิลปะของชาวอุบลฯ ที่ รมว. วัฒนธรรม นางอุไรวรรณ เทียนทอง ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงานไปก่อนหน้านี้แล้ว ณ ทุ่งศรีเมือง อุบลฯ ส่วนพิธีปล่อยขบวนรถแห่เทียนพรรษา ที่ช่อง 11 ถ่ายทอดสดเป็นเวลาถึง 2 ชั่วโมง เช้าวันนี้ มีนางเยาวเรศ ชินวัตร ประธานสตรีแห่งชาติ เดินทางมาเป็นประธานปล่อยขบวนแห่เทียน มีขบวนฟ้อนรำ และขบวนเซิ้งหลากหลาย ส่วนมากเป็นของนักเรียนนักศึกษาในจังหวัดอุบลฯ ที่สะท้อนภูมิปัญญาอีสาน น่าดูน่าชมเป็นอย่างยิ่ง ความมีชื่อเสียงของงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาของอุบลฯ เห็นจะไม่ต้องอธิบายพูดถึง เพราะเป็นประเพณีมาเนิ่นนานแล้วสำหรับอุบลราชธานี เนื่องจากมีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มาร่วมผนึกกันสร้างสรรค์ประเพณีนี้มาก มีนักปราชญ์ (ตามภาษิตว่ากันมานานแล้วว่า นักรบโคราช นักปราชญ์อุบล ยอดคนศรีสะเกษ) ร่วมกันสร้างมากมาย แม้ว่าแท้จริง มีสถานการณ์กัดกร่อนก็คือสถานการณ์ต่างศาสนา ก็แรงและคมอยู่ (อุบลราชธานีเป็นเขตของมิซซังคาทอลิก ที่ประกาศเมืองอุบลราชธานีว่าเป็นสังฆมณฑลแห่งหนึ่งใน 12 สังฆมณฑลของศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิค และพระคาร์ดินาล มีชัย กิจบุญชู ที่ประกาศตนว่าเป็นอัครสังฆราช ผู้เป็นประธานสภาพระสังฆราชแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นท่าทีที่อเกรสสิฟ ของศาสนาคริสต์ต่อศาสนาพุทธ อย่างไม่เป็นธรรม ก็อยู่ที่อุบลฯ) ชาวพุทธอุบลฯจึงมีการเคลื่อนไหว และปฏิกิริยารุนแรงในอุบลฯ เป็นผลออกมาในด้านการสร้างสรรค์ทางประเพณีที่ยิ่งใหญ่ เพื่อครอบงำเมืองอุบลฯให้อยู่ในประเพณีอันดีที่สืบมาหลายชั่วแห่งบรรพบุรุษ และเมื่อร่วมกับองค์กรการส่งเสริมการท่องเที่ยว และรัฐบาลโดยตรง ก็กลายเป็นงานใหญ่สำคัญระดับชาติขึ้นมาอย่างน่าภาคูมิใจ มีงานประเพณีที่น่าชื่นชมคล้ายๆกันนี้ ก็คือ งานประเพณีหล่อเทียนและแห่เทียนพรรษาทางน้ำ ของชาวอำเภอบางกรวย จ.นนทบุรี ที่จัดขึ้นในภายหลังจากงานแห่เทียนจังหวัดอุบลฯ ปีนี้จัดขึ้นในเดือน กรกฎาคม 2546 การแห่เทียนพรรษาทางเรือของชาวบางกรวย มีเส้นทางไปตามคลองบางกรวย คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ ซึ่งเป็นงานประเพณี และเป็นงานบุญที่น่าชื่นชม อีกงานหนึ่ง ของชาวพุทธศาสนิกชนไทย ที่คงจะสืบต่อเป็นมรดกของแผ่นดินไปตลอดกาลนาน

 

นายกทักษิณรายงานสถานะหนี้ไอเอ็มเอฟ  โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย      31 กรกฎาคม 2546 ทุกช่อง 20.30 น.

                รายงานว่า วันนี้ชาติเราปลดหนี้แล้ว ปราศจากข้อผูกมัดใดใดจากไอเอ็มเอฟ และจะไม่มีวันกลับไปสู่ไอเอ็มเอฟอีก และวันนี้เป็นต้นไป ขอให้ชาวไทยทุกคนแสดงความชื่นชมในอิสรภาพทางเศรษฐกิจ ด้วยการชักธงชาติขึ้นเพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งชาตินิยมและความเป็นหนึ่ง ชูธงเพื่อชูชาติ นับว่าวันที่ 31 กรกฎาคม 2546 เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวไทยเลยทีเดียว

 

                ข่าว บิ๊กดี2บี  ช่อง 11 ไอทีวี จันทร์ 11 สิงหาคม 2546 เวลา 06.00-08.00 น.

                  ข่าวของบิ๊ก ดีทูบี หรือ นายอภิเชษฐ์ กิตติกรเจริญ เป็นข่าวใหญ่ของวงการสื่อทุกชนิด โทรทัศน์ทุกช่องก็ติดตามข่าวและรายงานกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งช่อง 11 และไอทีวีวันนี้ก็มีรายงานเรื่องราวใกล้เคียงกัน กรณีคลั่งดารา จะเป็นเหมือน ฮิเด นักร้องชาวญี่ปุ่นที่ฆ่าตัวตายเมื่อปีที่แล้ว ทำให้วงการเพลงช็อก วันนี้ก็มีปรากฏการณ์คลั่งดาราคล้ายเช่นนั้น มาเฝ้าทั้งคืน หลั่งน้ำตาทั้งคืน ไปสวดมนต์ไปขอร้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พับนกกระเรียน 1 หมื่นตัว นี่คืออะไร ? มีคำตอบจากจิตแพทย์ว่า เยาวชนเป็นวัยเปราะบาง ประสบการณ์ชีวิตมีน้อย มีคนที่ต้องคอยช่วยเหลืออยู่ 3 ประเภทคือ 1.พ่อแม่ 2. ครู 3. เพื่อน พ่อแม่กับครูต้องคอยให้คำแนะนำ ต้องสำนึกว่าตนมีบทบาทอย่างยิ่ง ต้องทำความเข้าใจในปัญหาของเด็ก ส่วนเพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อน คอยสังเกตระวังโรคซึม น.พ.ปราชญ์ บุญวงศ์วิโรจน์ ให้ยอมรับความจริงในหลักไตรลักษณ์ คือ เกิด ตั้งอยู่ ดับไป เป็นธรรมดา ให้รวมกลุ่มทำประโยชน์ มีคำถามเรื่องนี้ ทางค่ายเพลงจะรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ ในประเด็นที่ว่า ค่ายเพลงเป็นผู้สร้างดาราให้ดังขึ้นมาและเมื่อโดนใจวัยรุ่นขนาดนี้แล้วค่ายเพลงจะว่าอย่างไร ไม่ปรากฏว่ามีคำตอบที่ชัดเจน ในที่สุดมีรายงานว่า แดน กับ บีม เพื่อนร่วมวงยังทำใจไม่ได้

 

                เปิดโลกการเรียนรู้  ไอทีวี เสาร์ 16 สิงหาคม 2546 เวลา 06.30 น.

 

พัชรินทร์  ไทยบัณฑิต พิธีกร พบ ดร.สิริกร  มณีรินทร์ รมช.ศธ. ซึ่งพิธีกรขออนุญาตเรียกว่า ครูตุ๊ก พูดเรื่อง การอ่าน แนะว่าให้รักการอ่านมาแต่เด็กๆ แล้วพาเด็กๆตัวเล็กๆ 4-5 คนไปดูโรงเรียนที่สอนภาษาล้านนา ครูอุดม ปันแก้ว อธิบาย เสียดายภาษาดีๆ จะหายไป จึงควรมีการสืบสาน สอนตั้งแต่เขียนอักขระมา วันนี้สอน ไม้ไก๋ สอนทั้งภาษาพูด และภาษาเขียนด้วย อย่างครบสมบูรณ์ของภาษาศาสตร์สากล เมื่อพิธีกรถามถึงเรื่องนี้ เจษฎา ฟูแฟง นักเรียนชั้น ม.4/2 บอกว่า เรียนง่าย เพราะครูมีวิธีการสอนที่ทันสมัยดี ทำให้การเรียนสนุก ต่อจากนั้น รายการได้นำไปเยี่ยมชม การเรียนการสอนดนตรีของวิทยากรท้องถิ่น ผู้สอน ครูหลี แสดงทัศนะว่า วิธีการสอนดีเด็กก็เรียนได้ดี และไปได้เร็ว จากนี้ก็จะพาไปดูชมการเข้าเล่มหนังสือด้วยมือ โดยไปพบ พิณประภา ขันธวุธ ซึ่งเป็นนักเขียนและเป็นเจ้าของนามปากกา สายลมอิสระ เรื่องราวที่เสนอในวันนี้ ล้วนเป็นประเด็นสำคัญๆทั้งสิ้น แต่ประเด็นการสอนภาษาล้านนา โดยครูอุดม ปันแก้ว นั้นน่าเป็นคติสำหรับคณะสงฆ์ ที่จะนำไปปรับปรุงการเรียนการสอนภาษาบาลี อย่างไร จึงจะง่ายและทันสมัยขึ้นกว่าที่อยู่เป็นปัจจุบัน

 

บ้านของเรา  ช่อง 9  อาทิตย์ 17 สิงหาคม 2546  เวลา 05.30 น.

รายการของช่อง 9 พรพิลาส วงศ์ขจรสุข กับ อารีพร ปิยธารา นำไปชม พิธีปฏิบัติธรรมถวายพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันคล้ายพระราชสมภพ 12 สิงหาคม 2546 ของ วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม ต.แพงพวย อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี มีข้าราชการระดับผู้ใหญ่ ชายหญิง ในเครื่องแบบและประชาชนทั่วไปมาร่วมพิธีจำนวนมาก พิธีกรรมคือการพานั่งสมาธิ โดยพระภาวนาวิสุทธิคุณ (พระมหาเสริมชัย ชยมงคโล ป.ธ.6, รป.ม.เกียรตินิยม ม.ธ. ) การปฏิบัติสมาธิของวัดนี้ มีแนวปฏิบัติค่อนข้างชัดเจน และเมื่อทำได้ในระดับใดก็ปรากฏผลที่ชัดเจน มีปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธธรรมชัดเจน ชื่อของการปฏิบัตินี้ ชื่อว่าปฏิบัติสมาธิในแนวสติปัฎฎฐาน ซึ่งเป็นชื่อที่ได้รับการแก้ไขมาในภายหลัง เพราะเดิมวัดนี้เอาแนวปฏิบัติของหลวงพ่อสด (พระเทพมงคลมุนี วัดปากน้ำ) มาปฏิบัติ และไปในแนวทางเดียวกับวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ชื่อว่าวิชาธรรมกาย ปฏิบัติโดยนึกเอาลูกแก้วมีโอภาสว่าง สถิตอยู่กลางกาย คือใจกำหนดให้ภายในกลางกายเป็นที่ตั้งลูกแก้วที่อยู่กลางกาย หากจิตสงบยิ่งๆ ก็สามารถทำพิสดารดวงแก้วไปได้ต่างๆ เช่นทำให้เป็นลูกแก้วหลายดวงได้ก็ได้ ทำขนาดให้ได้ต่างๆ ก็ได้ การปฏิบัติ วันนี้ก็พาไปปฏิบัติเช่นนี้ เริ่มต้น บริกรรมด้วยบทที่ว่า สัมมาอรหัง ให้นึกเอาด้วยใจว่ามีดวงสว่างอยู่กลางกาย เมื่อจิตสงบแล้ว จุดเล็กๆนี้จะสว่าง โตกลมขึ้น เห็นชัดขึ้น มีพระเทพญาณมุนี เทศน์นำไว้ก่อนว่า ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นผู้นำ ใจนำเรามานี่งอยู่ที่นี้เมื่อใจสงบ ก็จะเห็นนิมิตชัดเจนขึ้น สิ่งที่คนทั่วไปจะไม่เข้าใจก็คือ การไปเหมาเอาว่านี่เป็นวิธีที่ถูกต้องเพียงวิธีเดียว และการเหมาเอาเช่นนี้ น่าระวังเพราะจะมีความหมายถึงความยึดมั่นถือมั่น พอสร้างนิมิตขึ้นได้หลากหลายตามแนวทางปฏิบัติแบบนี้ ก็จะคิดว่าตนได้สำเร็จพระอรหันแล้ว จนเป็นการรู้เท่าไม่ถึงการณ์เพราะที่แท้จริงเป็นผลของสมาธิ คือมีนิมิตที่เรียกว่าอุคคหนิมิตร ยังไม่ถึงระดับฌาน กับปัญญา คนผู้ปฏิบัติธรรมจะต้องเข้าใจปฏิบัติการของฌาน กับปัญญาว่าสลับเหตุสลับผล แก่กันและกันอย่างไร ตามบาลีที่รับรองไว้ว่า  นตถิ  ฌานํ  อปญญสส นตถิ  ปญญา  อฌยิโน (ฌานย่อม ไม่มีแก่ผู้ไม่มีปัญญา ปัญญาย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่ฌาน มีในพระธรรมบท ภิกขุวรรคที่ 25) ซึ่งเป็นระดับปัญญาสิกขาอันเป็นปฏิเวธธรรมระดับสูงสุด และเป็นพระคาถาที่ใช้สอบภูมิธรรมวิปัสสนาชั้นสูง อย่างไรก็ตามคำๆนี้ เท่าที่มีบางท่านพยายามอธิบายอยู่ ก็ดูว่าจะคลาดเคลื่อนไม่ถูกต้องตรงตามหลักการตามบาลี เช่นแนวการอธิบายฌานว่าเป็นเรื่องเดียวกับสมาธิ ฌานหมายถึงสมาธิที่แก่กล้าขึ้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับ บาลีบทนี้เพราะบาลีบทนี้แสดงว่า ฌานเป็นระดับเดียวกับปัญญา ซึ่งหมายถึงคนละระดับกับสมาธิ เมื่ออธิบายฌานหมายถึงสมาธิที่แก่กล้าขึ้น จึงไม่น่าจะถูกต้อง เมื่อหลักบาลีนี้บอก ยืนยันว่า ฌาน กับสมาธิ เป็นชนิดคนละชนิดกัน เหมือนช้าง ก็เป็นช้าง จะเป็นหงส์หรือออกลูกมาเป็นหงส์ไม่ได้ หงส์ก็เป็นหงส์ จะออกลูกมาเป็นช้างไม่ได้ สายพันธ์คนละสายพันธ์ จะออกมาอธิบายอย่างสายพันธ์เดียวกันไม่ได้ เรื่องฌานจึงเป็นสิ่งที่เอาไว้ใช้เป็นตัววัดการศึกษา วัดภูมิธรรมทุกประเภทในศาสนาพุทธและทุกประเภทของศาสนาสากล ฉะนั้น หากการปฏิบัติธรรมใด ไม่ว่าศีล สมาธิ หรือวิปัสสนาธุระ (วิปัสสนากรรมฐาน) ใด มีผลทาง ฌาน (แบบพุทธ) เกิดขึ้น (หมายถึงการตัดกิเลสได้) ก็ไม่ควรสรุปลงไป ว่าเราบรรลุแล้ว เราสูงสุดแล้ว หรือสรุปเอาว่า วิธีนี้เท่านั้น วิธีเดียว วิธีอื่นไม่มี วัดเราเท่านั้นวัดเดียว วัดอื่นไม่มี แล้วยกตนว่าดีกว่า เหนือกว่าผู้อื่น ดีกว่าวิธีปฏิบัติอื่น หรืออวดอ้างแก่คนทั้งหลายทั้งปวงไปทำนองนี้ หรือไปไกลกระทั่งอวดอภินิหารต่างๆ ของวิชานั้นวิชานี้ไป เช่นนี้เป็นต้น เพราะการสำนึกที่เฉไปเช่นนี้จะทำให้ นักปฏิบัติจากหลายๆสำนัก มาร่วมปฏิบัติด้วยกันยาก จะทำให้เป็นหมู่งานขนาดใหญ่ได้ยาก ไม่เป็นการส่งเสริมสามัคคีธรรมทางปฏิบัติในหมู่พระนักปฏิบัติ จึงควรระวังว่ามีวิธีการที่แตกต่างหลากหลาย ที่เหมาะแก่คุณภาพบุคคลแต่ละคนเสมอๆ เมื่อแต่ละวิธีการตรงไปสู่เป้าหมายที่ถูกต้องเดียวกัน เมื่อมาปฏิบัติร่วมกัน ก็สามารถใช้วิธีของแต่ละวิธีไปได้ โดยแต่ละวิธีการนั้น ต่างมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน มีปฏิเวธธรรมสูงสุดร่วมกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สากลจักรวาลสากลศาสนา

ธรรมสามีวินิจฉัย (13)

 

 

 

 

 

 

คนเรามีความจำเป็นอย่างไร จึงต้องสนใจศึกษาให้รู้แจ้งเห็นจริงในเรื่องราวของ ศาสนาสากล?

 

เพราะคนทั้งหลายย่อมถูกครอบอยู่ด้วยสิ่งที่เรียกว่า คำสอน ลัทธิ-ประเพณี วัฒนธรรมและพิธีกรรมต่างๆ ที่เป็นผลมาจากคำสอนในศาสนา ทำให้พฤติกรรมของคนทั้งหลายถูกนำพาไป หรือถูกกำหนด ถูกบีบบังคับให้ประพฤติไปตามวิถีทางของศาสนานั้นๆ โดยที่เราต้องจำยอมประพฤติตามตั้งแต่เกิดและมิเคยคิดดูเลยว่า เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ชอบธรรม และยุติธรรมหรือไม่ เพียงใด

ฉะนั้น เราจึงควรมีเวลาหยุดคิดไตร่ตรองดูบ้าง จนถึงสนใจศึกษาให้รู้แจ้งเห็นจริงในเรื่องราวของศาสนาสากล

แล้วสิ่งที่คนยุคใหม่ ยุคที่เจริญด้วยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีทางการศึกษาอันลึกซึ้ง ก็จะได้พบความฉงนฉงายใจว่า เรื่องราวต่างๆในพระคัมภีร์-คำสอนของศาสนาสากลที่สรรเสริญยกยอว่า มีพระเจ้าผู้สร้างสรรพสิ่งนั้น แท้จริงก็เป็นเพียงความคิดเห็น การประมาณการณ์ การเรียบเรียงออกมาซึ่งจินตนาการส่วนบุคคลของคนๆหนึ่ง คือมนุษย์คนหนึ่ง โดยสนองตอบต่อสถานการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นๆเท่านั้นเอง

ภูมิปัญญาทั้งหมดในพระคัมภีร์สำคัญๆ ทางศาสนาสากลของโลก (คือ ไตรเพท มีภควัทคีตาบ้าง พระเวทย์บ้าง รามายณะบ้าง อิสยาห์ บ้าง โตราห์ บ้าง ไบเบิล บ้าง อัลกูรอาน บ้าง นั้น) จึงเป็นเพียงภูมิปัญญาของตนที่มีอยู่ เท่านั้นเอง  และเห็นได้ว่า เรื่องราวที่รจนาออกมาแทบทั้งสิ้นในพระคัมภีร์เหล่านั้น ล้วนไร้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์และเมื่อวิทยาศาสตร์ เริ่มขึ้นในยุคแรกๆ จึงเป็นเหตุให้เกิดการขัดแย้งกันขึ้นมาทันที

นับตั้งแต่ทฤษฎี ดาราศาสตร์ของกาลิเลโอ ทฤษฎีวิวัฒนาการของชาร์ลส์ ดาร์วิน และทฤษฎีแรงโน้มถ่วงสัมพัทธของอัลเบิรต์ ไอสไตน์ เป็นต้น อันเป็นการขัดแย้งกันอย่างรุนแรง กับฝ่ายศาสนจักร ซึ่งตั้งขึ้นเป็นระบบอำนาจครอบคลุมยุโรปขณะนั้นโดยทางศาสนจักรไม่อาจยอมรับได้ เพราะทฤษฎีของนักวิทยาศาสตร์ไม่ลงรอยกับพระคัมภีร์แต่ถึงกับโต้แย้งคัดค้านกับพระคัมภีร์คริสต์ศาสนา ฝ่ายศาสนจักรจึงแสดงอำนาจขับไล่คว่ำบาตรนักวิทยาศาสตร์ในยุคนั้น อันเป็นการเนรเทศ ลงโทษฐานกบฏต่อพระเจ้าอย่างรุนแรง ไร้ซึ่งเหตุผลและเมตตาธรรมอย่างยิ่ง ซึ่งบ่งบอกถึงความผิดพลาดของคริสต์จักรและคริสต์ศาสนา ในประวัติศาสตร์โลก โดยที่ไร้ความรับผิดชอบอย่างสิ้นเชิง

แต่สัจธรรมย่อมเป็นความจริงทำให้นักวิทยาศาสตร์ยืนหยัดต่อสู้หักล้างนักเขียนคัมภีร์มาอโดยตลอดต่อเนื่อง และสามารถหักล้างความเชื่อตามพระคัมภีร์ศาสนาลงได้ จนกระทั่งศาสนาคริสต์ ได้จำนนต่อเหตุผลของนักวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าสาขาดาราศาสตร์หรือชีววิทยาไปอย่างราบคาบ ศาสนาคริสต์จึงเผยแพร่ไปโดยกลยุทธ์ที่ไม่ลงตัวมาโดยตลอด ตั้งแต่ยุควิทยาศาสตร์เริ่มต้นขึ้น มีการปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ตราบมาถึงการชูธงประชาธิปไตยว่าประชาธิปไตยเป็นหลักการของศาสนาคริสต์ ในปัจจุบันนี้(มีตัวอย่างที่น่าศึกษาการเผยแผ่ศาสนาคริสต์ตัวอย่างหนึ่งก็คือ การเผยแผ่ในประเทศไทยนี่เอง ซึ่งคริสต์คาทอลิกได้ใช้ความพยายามมาตั้งแต่ยุคพระนารายณ์มหาราช จนถึงปัจจุบันนี้ โดยใช้กลยุทธ์ปรับเปลี่ยนไปหลากหลายวิธีที่น่าสนใจอย่างยิ่ง) ในขณะเดียวกันนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่าคำสอนของศาสนาพุทธในพระคัมภีร์ไตรปิฎก เป็นคำสอนที่มีเหตุผล ที่สอดคล้องกับหลักการของวิทยาศาสตร์ และมีนักวิทยาศาสตร์คนสำคัญๆเช่น อัลเบิรต์ ไอสไตน์ ยกย่องว่าเป็นศาสนาที่มีค่าควรเป็นศาสนาของโลก ไอสไตน์ยกย่องว่า ถ้าโลกจะมีเพียงศาสนาเดียวแล้วควรเป็นศาสนาพุทธ

จึงเป็นที่สังเกตขึ้นมาในปัจจุบันนี้ว่า เหตุที่ได้มีศาสนาอื่นเกิดขึ้นมาถึง 2 ศาสนา ภายหลังการมีพุทธศาสนาแล้วนั้น น่าเป็นเพราะศาสดาของศาสนาใหม่ คือ พระเยซูแห่งศาสนาคริสต์ พระนบี มูฮำมัด แห่งศาสนาอิสลามก็ดี ไม่ได้ศึกษาเอาใจใส่ในพระธรรมคำสอนของศาสนาพุทธอย่างลึกซึ้งพอ ในกรณีขององค์เยซูเองได้มีหลักฐานว่า ทรงมีโอกาสไปศึกษาศาสนาพุทธอยู่อินเดียเหนือระยะหนึ่ง แต่ทรงศึกษาไม่สำเร็จ และยังเข้าพระทัยผิดอีก โดยไปทำทุกรกริยาตามอย่าง สิทธัตถะจึงทำให้ทรงคลาดเคลื่อนไปไกล จนกลายเป็นวิปลาสทางสติปัญญาแห่งพุทธศาสนาไปเสียอีก ห่างไกลไปจากการบรรลุธรรม เป็นพระอรหันต์ตามหลักธรรมศาสนาพุทธไปอีกด้วย ฉะนั้นในพระคัมภีร์ไบเบิลภาคพันธสัญญาใหม่ (New Testaments) ซึ่งเป็นพระคัมภีร์ที่เขียนขึ้นในภายหลังการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน จึงไม่มีการอ้างถึง ข้อความใดใด หรือเนื้อหาใดใด หรือแม้กระทั่ง บุคคลใดใดของพระคัมภีร์ไตรปิฎกเลยล้วนแต่มีการอ้างอิง พระคัมภีร์อื่น คือพระคัมภีร์โตราห์บ้าง อิสยาห์บ้าง อันเป็นของยูดายเดิม ซึ่งเป็นโครงเรื่องหลักพื้นๆ ของความเชื่อโบราณที่มีกำเนิดจากความกลัวจึงมีเรื่องพระเจ้าสูงสุดที่เป็นโครงเรื่องเดิมของลัทธิพราหม์ฮินดูยุคก่อนศาสนาพุทธอุบัติขึ้น เพียงแต่ได้มีการปรับเปลี่ยนเรื่องราวของสวรรค์ให้มีตำแหน่งสูงสุดเป็นองค์ผู้สูงสุดแต่เพียงพระองค์เดียว ไม่มีพระเจ้าหรือเทพหลากหลายเหมือนเดิม ซึ่งที่จริงมีเหตุมาจากความแตกแยกทางสังคมและการเมืองที่หาความเป็นเอกภาพไม่ได้ ในขณะนั้นจึงคิดสร้างรูปแบบพระเจ้าที่ทรงพระเอกานุภาพสูงสุดขึ้นมาใหม่ ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานของศาสนาอิสลามซึ่งเป็นศาสนาใหม่มีกำเนิดมาเพียง 1365 ปี ก็เช่นเดียวกันอิสลามจะอ้างเป็นหลักการสำคัญของศาสนาอิสลามว่า มีศาสนทูตหรือนบี ขององค์อัลเลาะห์ส่งมาจากสวรรค์ก่อนหน้าจะมีนบีมูฮำมัดหลายพระองค์ โดยอ้างชื่อศาสดาต่างๆในอดีต นับตั้งแต่ อับบราฮัมและโมเสส ของศาสนายูดาย ว่าล้วนเป็นศาสนทูตหรือนบีองค์หนึ่งของพระเจ้าอัลเลาะห์ทั้งสิ้น และแม้ปัจจุบันและอนาคตข้างหน้า ศาสนทูตทั้งหลายเหล่านี้ก็ยังต้องอยู่ใต้การปกครองของอัลเลาะห์ตลอดไป

ดังปรากฎในวรรค 112 ของพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ว่า โอ้มุฮำมัด เจ้าจงกล่าวแก่ปวงประชากรของเจ้าเป็นการชี้แจงให้พวกเข้าเกิดความเกรงกลัวเถิดว่าวันหนึ่งคือวันกิยามะห์ อัลเลาะห์จะทรงรวบรวมพระศาสนทูตทั้งหลาย แล้วพระองค์ก็ตรัสแก่พระศาสนทูตเหล่านั้น โอ้มูฮำมัด เจ้าจงกล่าวประวัติของนบีอีซา (พระเยซู/บก.) ให้ปวงประชากรของเจ้าทราบเถิด ในตอนที่อัลเลาะห์จะได้ตรัสว่า โอ้อีซาบุตรมัรยำ เจ้าจงรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของข้าที่มีต่อเจ้า 7 อย่าง ......(วรรคที่ 112-13 ส่วนที่ 7 บทที่ 4 อัล-มาอิดะห์หน้า 531-32) และโดยเฉพาะพระเยซู ศาสดาของศาสนาคริสต์ ซึ่งเป็นศาสนาใหม่ยุคหลังศาสนาพุทธมีกำเนิดขึ้นมา 543 ปี ก่อนศาสนาอิสลาม 638 ปี นั้นอิสลามถึงกับนำเอาเรื่องราวของพระเยซูมาอ้างไว้ในพระคัมภีร์อัลกุรอานอย่างละเอียดมากมาย โดยบัญญัติลบล้างประวัติเดิมในพระคัมภีร์ไบเบิล ในเรื่องเด่น ที่สำคัญอันเป็นหลักการความเชื่อของชาวคริสต์ลงไปทั้งสิ้น โดยบิดเบือนไปประการต่างๆ(และในขณะเดียวกันก็เชิดชูยกย่องมุฮำมัด ว่านบีเป็นองค์ศาสนทูตของอัลเลาะห์โดยแท้จริง) และเอามาอ้างใหม่ว่าพระเยซุเป็นเพียง ศาสนทูต หรือนบีองค์หนึ่งของศาสนาอิสลาม ในนามของนบีอีซาบุตรมัรยำเท่านั้น อันเป็นเหตุของความขัดแย้ง และเหตุของสงครามศาสนาระหว่างคริสต์-อิสลามสืบต่อมาจนถึงปัจจุบันนี้(ที่จริงสงครามระหว่างคริสต์-อิสลาม เริ่มขึ้นทันทีพร้อมกับการก่อตั้งศาสนาอิสลาม ไม่ใช่ที่โลกรู้จักดีคือ ครูเสด เท่านั้นเพราะอิสลามเผยแผ่ออกไปด้วยวิธีการสงครามโดยตรง) และบุคคลที่พระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน กล่าวยกย่องว่าเป็นศาสนทูตที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์อัลเลาะห์ ก็คือท่านนบี มุฮำมัด ผู้รจนาพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานนั้นเอง(ทรงยกย่องพระองค์เอง) มุฮำมัดทรงอ้างว่าพระองค์เองเป็นนบีองค์สุดท้ายของอัลเลาะห์ ก่อนจะถึงวันกิยามะห์ คือ วันสิ้นโลก และจะทรงเรียกศาสนทูตทั้งหลายมารับพระบัญชาครั้งสำคัญของพระองค์อย่างไรก็ตามในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานไม่ปรากฏมีการอ้างอิงว่าพระพุทธเจ้าหรือชื่อหนึ่งชื่อใดที่มีความหมายถึงศาสดา พระปัจเจกพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์หรือพระโมคคัลลานะ-สารีบุตร-อานนท์หรือพระมหากัสสปะ ฯลฯ )ว่าเป็นนบีของอัลเลาะห์ด้วยองค์หนึ่งแต่อย่างใด แม้จะมีการสรรเสริญอัลเลาะห์ พระเจ้าสูงสุดของพระศาสดาของศาสนาพุทธ คือยกย่องว่า อัลเลาะห์ทรงเป็นผู้รู้แจ้งจริงยิ่งกว่าใครบ้าง ทรงปัญญายิ่ง บ้าง ทรงรอบคอบที่สุดในสิ่งที่ซ่อนเร้นทั้งหลาย บ้าง เป็นต้นนั้น ซึ่งเป็นความหมายทางภูมิปัญญาของศาสนาพุทธ แต่อิสลามก็มีความเข้าใจคุณสมบัติเช่นนั้นอย่างโลกียะทั้งสิ้นมิใช่ความหมายที่ตรงตามหลักธรรมของพุทธศาสนา คำว่าพุทธะผู้รู้ ผู้ทรงปัญญายิ่ง หรือผู้รู้แจ้งจริง ผู้รอบคอบ ตามความหมายเดิมของศาสนาพุทธ มีความหมายทางโลกุตตระปัญญาล้วนๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ท่านนบีมุฮำมัดผู้ประพันธ์พระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน และพระศาสดายุคหลังพระพุทธศาสนา ไม่เข้าใจ ไม่เข้าถึง ซึ่งหลักคำสอนที่แท้จริงของศาสนาพุทธ ไม่ได้ศึกษาหลักคำสอนของศาสนาพุทธ ไม่ได้ศึกษาพระไตรปิฎกของศาสนาพุทธอย่างลึกซึ้งและรู้แจ้งในคำสอนของศาสนาพุทธนั้นเอง เพราะมิฉะนั้น ศาสดาเหล่านี้ก็จะสามารถซึมซับรับเอาหลักธรรมในพระไตรปิฎก และสามารถบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ได้และจะไม่ประกาศศาสนาที่ย้อยไปในหลักการดั้งเดิมของมนุษย์ดึกดำบรรพ์ เช่น พราหมณ์-ฮินดู อีก เพราะก่อนจะมีพระพุทธศาสนาเกิดขึ้น ได้มีลัทธิความเชื่อ เป็นเรื่องราวที่เขียนด้วยอำนาจอคติต่างๆโดยเฉพาะ ภยาคติและโมหะคติ คือมีความลำเอียงเพราะความกลัว และความโง่เขลา เป็นต้นเหตุ ซึ่งทำให้ขาดความเป็นกลางในการวิเคราะห์ปัญหาต่างๆทุกปัญหาในพระคัมภีร์เหล่านั้นๆ(ในยุคปัจจุบัน จะเห็นได้ในลัทธิฟาหลุนกงในจีน และลัทธิธรรมกายในไทย ที่ไม่สามารถบรรลุธรรมเบื้องสูงในพระพุทธศาสนาแล้วเฉออกนอกทางไป กลับไปสู้เบื้องต่ำคือเรื่องเทพเจ้า ซึ่งพุทธมองว่าเป็นอวิชชา)

อย่างไรก็ตามศาสดาที่มีประวัติซับซ้อนและยากแก่ความเข้าใจของคนยุคนั้นที่สุดก็คือ พระเยซู ส่วนที่ยากแก่การเข้าใจก็คือ ส่วนที่แสดงถึงฤทธิ์บางประการของพระองค์ ที่ทรงตั้งพระทัยแสดงถึง 21 ครั้งเพื่อทรงยืนยันว่าพระองค์ได้ฤทธิ์อำนาจนั้นมาจากพระเจ้า ผู้เป็นบิดาที่รักยิ่งของพระองค์ อันเป็นฐานการอ้างอิงตัวพระองค์เองว่า ทรงเป็นพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า อันเป็นหลักการทั้งหมดของศาสนาคริสต์ (ชาวคริสต์หรือผู้ที่จะเข้ารีตเป็นคริสต์จะต้องเชื่ออย่างปราศจากความสงสัยด้วยประการใดใด ว่าพระเยซูเป็นบุตรพระเจ้าและทรงเป็นพระเจ้า) แต่ หลักการว่าด้วยฤทธิ์นี้ทางศาสนาพุทธได้กล่าวไว้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ว่าด้วยการเจริญคุณ ภาพภายในของบุคคล ไปในทางศีลธรรมและศาสนาก็สามารถบังเกิดฤทธิ์ได้เป็นธรรมดา ด้วยความประพฤติดีประพฤติชอบด้วยตนเองและฤทธิ์มีการเสื่อมลงได้ เป็นธรรมดาเสมอ หากคุณธรรมภายใน หรือปัจจัยเหตุภายนอกประการหนึ่งประการใดที่เกี่ยวข้องเสื่อมหรือขาดการสัมพันธ์ไป ฤทธิ์ใดใดย่อมเสื่อมลงเสมอ ศาสนาพุทธจึงสรรเสริญการศึกษาที่เหตุปัจจัย เป็นศาสนาเหตุและผล คือวิทยาศาสตร์และที่สุดของความจริงก็คือ มีแต่มรรคผลเท่านั้นที่ไม่เสื่อม และปรากฏว่าเป็นจริงเมื่อในที่สุดฤทธิ์ของพระเยซูก็เสื่อมลง เมื่อไม่ทรงสามารถเนรมิตสร้างวิหารแห่งกรุงเยรูซาเล็มขึ้นมาใหม่ได้ (เพื่อให้คนทั้งหลายได้ประจักษ์ว่าพระองค์เป็นพระบุตร และพระเจ้าในขณะเดียวกัน) ตามที่พระองค์ประกาศในเทศกาลปัสกาต่อหน้าคนทั้งหลายว่า จะทรงทำลายพระมหาวิหารและจะทรงสร้างใหม่ภายในสามวัน ก็ทรงทำไม่สำเร็จเนื่องจากความเสื่อมซึ่งฤทธิ์มาถึง และที่สุดก็ไม่สามารถแสดงฤทธิ์ช่วยพระองค์เองให้รอดจากการถูกตรึงกางเขน ให้ปรากฏเป็นการอัศจรรย์ต่อหน้าฝูงมหาชนมหาศาลได้ และไม่ทรงทราบถึงสาเหตุแห่งความเสื่อมของฤทธิ์ของพระองค์เอง จึงกล่าวโทษพระบิดาของพระองค์อย่างหลงผิดด้วยการตะโกนก่อนสิ้นพระชนม์ว่า พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ไฉนทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย อันเป็นวาทะสุดท้ายที่กลับลบล้างวาทะทั้งสิ้นทั้งมวลของพระองค์ ที่ตรัสมาก่อนทั้งหมด ลงอย่างราบคาบ

เรื่องราวของพระเยซูก็คือการหลงในอัตตภาวะที่ทรงเข้าพระทัยผิดไปด้วยโมหะและอวิชชามีการซ่อนเร้นอัตตาตัวเองที่ยิ่งใหญ่อยู่ล้ำลึกว่าตนเองมาจากเทพเจ้าผู้สูงสุดเป็นพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระเจ้า ผู้ทรงไว้ซึ่งความกรุณาปรานีสูงสุดต่อมวลมนุษย์โลก ซึ่งเป็นเหตุผลเพื่อทรงอ้างอย่างหนักแน่นว่าทำไมมนุษย์โลกจึงไม่พึงปฏิเสธพระองค์ และหากปฏิเสธพระองค์แล้วพระบิดาของพระองค์จะทรงพิโรธอย่างหนัก และไม่มีการให้อภัยใดใด นอกจากทรงลงโทษอันน่าสะพรึงกลัวคือไปนรกเพลิง สถานเดียว

การประกาศตัวพระองค์โดยเปิดเผยว่าทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าและทรงสร้างพฤติกรรมแปลกประหลาดหลายอย่างหลายครั้งคราว ตลอดจนดูหมิ่นพระเจ้าองค์เดิมของชาวยิว(อับบราฮัม)ต่อหน้าสาธารณชนว่าพระองค์ทรงเกิดก่อนอับบราฮัมและทรงรู้อะไรๆมากกว่าพระเจ้าอับบราฮัมของชาวยิวเสียอีก เป็นต้น จนทำให้คนทั้งเมืองโกรธจะทำประชาทัณฑ์พระองค์หลายครั้ง แต่ทรงหลุดรอดไปได้ทุกครั้ง และเป็นเหตุให้คนทั้งหลายเชื่อว่าพระองค์ทรงวิกลจริตและถูกผีสิงอยู่ น่าเสียดายที่พระเยซูมีอายุเพียงสั้นๆ33พรรษาเท่านั้น และทรงมีเวลาเผยแผ่ศาสนาอยู่เพียง 3 ปีก็ทรงถูกประชาชนทั้งเมืองตัดสินตรึงกางเขนสิ้นพระชนม์เสียก่อน ด้วยข้อหาว่า ทำร้ายร่างกายและทรัพย์สินผู้อื่น และลบหลู่ดูหมิ่นพระเจ้าสูงสุดของชาวอิสราเอล จึงไม่ทันมีเหตุการณ์ให้พิสูจน์ว่าวิถีชีวิตพระองค์ในวัยต่อๆมาจะสามารถดำรงอุดมการณ์สูงสุดไว้ได้หรือไม่ ตราบมาสู่สมัยใหม่นี้ วิทยาการด้านการแพทย์และจิตวิเคราะห์ (สาขาของการวิเคราะห์พฤติกรรมด้านจิตวิทยา) คล้ายจะยืนยันว่าพระเยซูทรงเป็นโรคจิตชนิดหนึ่ง มีพระอาการตรงกับโรคที่เรียกว่า Megalomania (ศาสนวิเคราะห์ว่าเป็น ฌานวิปลาส) ได้มีการศึกษาอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ และมีตัวอย่างในประวัติศาสตร์มาศึกษาอย่างมากมายเกี่ยวกับคนที่เป็นโรควิกลจริตชนิดนี้ นับตั้งแต่เรื่องราวของพระเจ้าอิวานที่ 4 แห่งรัสเซีย ประสูติเมื่อ พ.ศ. 2073  นักจิตวิเคราะห์จิต ชี้ว่า พระเจ้าอิวานที่ 4 ทรงมีพระบุคลิกภาพที่ผิดปกติ ทรงมีวิกลจริตแบบอาชญากรสังคม สามารถสังหารคนนับพันๆ คนได้โดยไม่รู้สึกผิด ทรงนิยมการล่าสัตว์แล้วเลยไปหาความสำราญทางเพศต่อ โดยเข้าไปในหมู่บ้านบังคับข่มขืนลูกสาวชาวนาในชนบทเป็นปกติวิสัย แต่ขณะเดียวกันทรงเคร่งครัดในวัตรปฏิบัติทางศาสนาคริสต์ ทรงเข้าห้องสวดมนต์อ้อนวอนพระเจ้าเป็นประจำและเป็นเวลานานนับชั่วโมงๆเหตุร้ายแรง ครั้งใหญ่ในสมัยของพระองค์ ก็คือทรงฟาดลูกชายพระโอรสรัชทายาทด้วยหอกจนสิ้นพระชนม์ลงอย่างน่าอนาถด้วยมือของพระองค์เองอย่างไม่มีลางสังหรณ์ว่าจะมีเหตุร้ายเช่นนี้เกิดขึ้น แต่นักจิตวิเคราะห์ว่ามีเหตุมาจากความวิกลจริตคุ้มคลั่งและระแวงในองค์รัชทายาทที่ซ่อนอยู่ล้ำลึกในจิตใต้สำนึกนั่นเอง เมื่อบุตรตายแล้วก็สำนึกได้เข้าโอบอุ้มร่ำคร่ำครวญอย่างสาหัสตามที่ประวัติศาสตร์จารึกเอาไว้ (รีดเดอร์ไดเจสต์ อัศจรรย์จิตมนุษย์ 2543 หน้า 163)

ประวัติที่คล้ายลอกเลียนแบบพระเยซูมาทั้งหมด ก็คือ ประวัติของจิม โจนส์ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมือง โจนส์ทาวน์ ในอเมริกาใต้ เมื่อปี พ.ศ. 2520 คือเมื่อ 26 ปีที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งมีสาเหตุมาจากความวิกลจริตก็คือ หลงในความสรรเสริญ นานเข้าก็หลงตนเองว่าเป็นพระเยซูกลับชาติมาเกิด และครั้นนานต่อไปอีก ก็ถึงกับหลงตนเองว่าเป็นพระเจ้า ซึ่งมีความละม้ายคล้ายประวัติของพระเยซูอย่างไม่ผิดเพี้ยน จึงมีนักจิตวิเคราะห์นำประวัติของเขามาศึกษาร่วมกับนักประวัติศาสตร์ และได้ข้อสรุปออกมาน่าสนใจ ตามบันทึกต่อไปนี้

 

 

ประมุขของลัทธิผู้กลายเป็นทูตมรณะ

จิม โจนส์ ล้างสมองสาวกของคริสตจักรแห่งปวงชน ให้เชื่อว่าเขาเป็น พ่อและแม่ไถ่บาป บรรดาสาวกยอมสละทุกสิ่งที่ตนมีให้แก่เขา สำหรับคนจำนวนไม่น้อยคริสตจักรแห่งนี้ให้ความรู้สึกอบอุ่นผูกพันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ไม่มีใครนึกฝันว่าพวกเขาจะต้องมาพลีชีพให้

จิม โจนส์ เป็นผู้นำทางศาสนาหน้าตาดีและน่าเลื่อมใส เขาเทศนาเรื่องของสังคมนิยม ภราดรภาพ และความเสมอภาคทางเผ่าพันธ์ เขาให้อาหารและการดูแลรักษาทางการแพทย์โดยไม่คิดเงินแก่คนยากคนจนและคนที่ถูกย่ำยีในแคลิฟอร์เนีย แต่ที่สำคัญคือเขาให้บ้านแก่คนที่ว้าเหว่และสังคมไม่เหลียวแล คนพวกนี้ตอบแทนด้วยการยินดียกทรัพย์สินสมบัติทั้งหมดที่มีเพื่อช่วยท่านบำรุง คริสตจักรแห่งปวงชน (Peoples Temple) ของจิม โจนส์

เช่นเดียวกับลัทธิอื่นๆ ขบวนการของโจนส์โน้มน้าวใจผู้คนโดยเฉพาะคนที่เข้ากับครอบครัว เพื่อนฝูงและคริสตจักรแบบดั้งเดิมของตัวเองไม่ได้ ตลอดจนคนที่แสวงหาการยอมรับและการปลอบประโลมจิตใจ สาวกส่วนใหญ่ของคริสตจักรแห่งปวงชนเทิดทูน จิม โจนส์ เป็นเหมือนพ่อ พวกเขาเรียกโจนส์ว่า พ่อ ไม่ว่าพ่อจะขออะไร พวกเขายินดียกให้ทุกอย่าง

ไม่นานมานี้ ความคลั่งไคล้ในศาสนาและลัทธิสังคมนิยมของโจนส์ที่กลายเป็นโรคจิตที่หวังเพ้อในความยิ่งใหญ่ของตัวเอง(Megalomania) เขาเห็นตัวเองเป็นพระเยซูกลับชาติมาเกิดแล้วก็เห็นเป็นองค์พระเจ้าเอง เขาบัญชาให้ผู้คนภักดีต่อเขาอย่างถวายหัว ใครที่ลาจากไปจะถูกขู่ว่าจะตาย เขาไม่ยอมให้ใครมากังขาในอำนาจของเขาแม้แต่พ่อแม่ยังไม่สามารถทักท้วงเขาได้ เมื่อเขาสั่งเฆี่ยนลูกๆ

เพื่อเสริมอำนาจให้แข็งแกร่งขึ้น โจนส์พาสาวกไปยังถิ่นทุรกันดารแดนไกลในกายานาซึ่งเป็นประเทศสังคมนิยมในอเมริกาใต้ ในปี ค.ศ.1977 (พ.ศ.2520/บก.) เขาได้รับอนุญาตจากการให้จัดตั้งอาณานิคมอิสระ ซึ่งเขาโฆษณาว่าเป็นดินแดนแสนสุขในฝันทางศาสนา แต่จดหมายของสมาชิกที่เขียนกลับมาถึงญาติในสหรัฐอเมริกาเผยให้รู้ว่าเมืองโจนส์ทาวน์ตามที่เรียกกันนั้น เป็นเหมือนค่ายกักกันมากกว่าจะเป็นแหล่งพักพิง สำหรับพวกสังคมนิยม

การล้างสมองรูปแบบหนึ่งจะมีการปลุกสมาชิกให้ตื่นขึ้นกลางดึกเพื่อมาฟังโจนส์กล่าวปราศรัยโอ้อวดพล่ามอยู่เป็นชั่วโมงๆ ใครที่ไม่ตั้งใจฟังจะถูกโบยอย่างหนัก เขากระทำทารุณกรรรมต่อเด็กทั้งร่างกายและทางเพศ ซึ่งแต่ก่อนเขาสามารถหลบซ่อนหน่วยงานสวัสดิการเด็กในแคลิฟอร์เนียได้ แต่พอมาที่กายานาเรื่องแบบนี้ก็ยิ่งโจ่งแจ้งขึ้น เด็กๆที่ไม่ยอมยิ้มเมื่อได้ยินชื่อเขา จะถูกเอาไฟฟ้าจี้ตามแขนขา เด็กๆที่ซุกซนอยู่ไม่สุขจะถูกหย่อนตัวลงไปในบ่อซึ่งมีงูอยู่เต็ม

พวกผู้ใหญ่ก็อยู่ในสภาพที่น่าสยดสยองพอๆกัน ใครที่บังอาจขัดคำสั่งจะถูกขังไว้ในหีบไม้อบไอน้ำร้อน ครั้งละนานเป็นวันๆ ผู้หญิงที่มีสัมพันธ์กับคู่รักโดยขัดต่อกฎระเบียบของโบสถ์จะถูกบังคับให้ร่วมเพศกับผู้ชายคนอื่นต่อหน้าธารกำนัล เพื่อเป็นการยืนยันอำนาจของตนเอง ตัวโจนส์เองซึ่งแต่งงานแล้วจะเรียกร้องขอร่วมเพศรสกับหญิงที่มีสามีแล้วในนิคม

นิคมโจนส์ทาวน์อัตคัดอาหารและยารักษาโรค แต่โจนส์กับมียากล่อมประสาทอยู่ในปริมาณมหาศาลเอาทดสอบความภักดีอย่างน่าขนลุก โจนส์จะยื่นเครื่องดื่มที่เขาบอกว่าเป็นยาพิษให้แก่สาวก ถ้าพวกเขาเชื่อมั่นในตัวโจนส์ก็จะร่วมดื่มจากถ้วยเดียวกันและกลายเป็นผู้พลีชีพอุทิศตนเพื่ออุดมการณ์ของสังคมนิยม เมื่อพวกเขาดื่มก็จะพบว่าไม่ใช่ยาพิษจริงๆ ไม่นานความหวาดระแวงก็ครอบงำโจนส์และสาวกไปยังกายานาก็หนักข้อยิ่งขึ้น เขาวางยามรักษาการณ์ติดอาวุธไว้รอบอาณาบริเวณเพื่อข่มขวัญใครที่พยายามจะหนี มีการซ้อมอัตตวินิบาตกรรมหมู่อยู่เนืองๆ กระนั้นก็ยังมีคนจำนวนมากยังหลงภักดีเลื่อมใสต่อผู้ไถ่บาปของพวกเขาแม้กระทั้งเมื่อโจนส์เริ่มจะออกอาการวิปลาส พวกเขาเชื่อนิทานที่โจนส์เล่าว่ามีชะตากรรมที่เลวร้ายกว่านั้นรอคอยอยู่ หากพวกเขาทิ้งที่นี้ไปและกลับไปสู่สหรัฐอเมริกาซึ่งชั่วร้ายและฟอนแฟะ สมาชิกของคริสตจักรแห่งปวงชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนผิวดำ ตกอยู่ในสภาพของเชลยศึก และในไม่ช้าพวกเขาก็สติกระเจิดกระเจิงเพราะความเหนื่อยอ่อน การถูกลงทัณฑ์และการขาดแคลนอาหาร พวกเขาหมดทางเลือกนอกจากต้องคอยพึ่งพาอาศัยโจนส์

เรื่องสิ้นสุดลงเมื่อสมาชิกรัฐสภาจากแคลิฟอร์เนีย ชื่อ ลีโอ โรอันเกิดความห่วงใย เมื่อได้รับรายงานอันน่าตระหนกจากราษฎรในเขตที่มีญาติอยู่ที่โจนส์ทาวน์ เขาจึงเดินทางไปตรวจสอบด้วยตนเอง ทีแรกเขาไม่พบอะไรนอกจากผู้คนที่ยิ้มแย้มดูมีความสุขดี แต่เมื่อมีบางคนที่ขอกลับไปพร้อมคณะผู้มาเยือน บรรยากาศก็เริ่มเครียดขมึงก่อนที่เครื่องบินของไรอันจะบินขึ้นจากลานบินใกล้ๆ ก็มีกลุ่มคนติดอาวุธบุกเข้าจู่โจม สมาชิกรัฐสภากับนักข่าวสองคนและสมาชิกของคริสตจักรที่กำลังจะจากไปคนหนึ่งถูกยิงเสียชีวิต ย้อนกลับไปที่โจนส์ทาวน์ โจนส์รวบรวมสาวกให้มาฟังเทศน์เป็นครั้งสุกท้าย เขาเล่าการตายที่ลานบิน แล้วสาบานว่าจะยอมตายด้วยกันมากกว่าจะยอมแพ้แก่ศัตรูโจนส์สั่งให้ทุกคนดื่มน้ำผลไม้ผสมไซยาไนด์ คนที่อิดออดลังเลจะถูกขู่ด้วยปืนไรเฟิล เกือบทุกคนสมัครใจดื่ม คนที่รอดชีวิตเล่าว่าแม่กรอกยาไซยาไนด์ลงไปในปากของลูกน้อย คนในครอบครัวจับมือกันรอความตายอย่างสงบ เมื่อเจ้าหน้าที่ของกายานาและสหรัฐฯเข้าไปตรวจค้นสถานที่ในเวลาต่อมา ก็ได้พบศพกว่า 900 ศพร่างของโจนส์ในวัน 46 ปีนอนตายอยู่มีบาดแผลจากลูกกระสุน เห็นได้ชัดว่า เป็นการฆ่าตัวตาย

คนที่เป็นโรควิกลจริตชนิดนี้ ยังมีต่อเป็นระยะๆที่ดังกระฉ่อนไปทั่วโลกอีกครั้งหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้เอง โดยมีนักบวชคริสต์พาสาวกฆ่าตัวตายหมู่ครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งโดยความเชื่อว่า ไปพบพระเจ้าบนสวรรค์โดยรวดเร็วกว่าจะรอเวลาแก่ชราภาพแล้ว ดังที่เป็นข่าวทางสื่อมวลชน และโทรทัศน์ทุกช่อง เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2543 และหนังสือพิมพ์ดีได้วิเคราะห์ไว้แล้วใน คอลัมน์เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว ดังต่อไปนี้

ข่าว : พระคริสต์ฆ่าตัวตายหมู่ ช่อง 3  28 มี.ค. 43  08.30

ข่าวสั้นๆ รายงานต่อเนื่องของโทรทัศน์หลายช่อง ลัทธิฟื้นฟูบัญญัติ 10 ประการของพระเจ้า อันเป็นสาขาของคริสต์ศาสนาสาขาหนึ่ง ที่ประเทศอูกันดา พากับปลงชีวิตตนเองเจ้าหน้าที่ไปพบเหตุการณ์นี้เข้า จากการเข้าค้นที่สำนักลัทธินี้ ในคราวแรกพบศพตายหมู่ประมาณ 500 ศพต่อมาพบในหลุมฝังศพด้านหลังอาคารเจ้าสำนักอีก ต่อมาจนถึงวันนี้มีรายงานว่ายอดศพที่พบเพิ่มขึ้นเป็น 700 ศพ หากแต่เจ้าลัทธิยังคงลอยนวลพร้อมกับเงินที่หลอกสาวกบริจาคอ้างว่าพระแม่มาเรียต้องประสงค์ สันนิษฐานจากสิ่งแวดล้อมว่า น่าจะมีสาวกบ่างส่วนที่ไม่เต็มใจฆ่าตัวตายตามคำขอร้องของเจ้าลัทธิ เนื่องจากศพที่พบในระยะหลังสุดมีร่องรอยของการฆาตกรรม มีรอยแผลจากของมีคมที่ศีรษะ มีเชือกวัดตามแขน ตามตัวเป็นต้น แท้ที่จริงแล้ว นี่คือภาพที่สะท้อนวิกฤตในวงการศาสนาคริสต์ นักบวชในประเทศนั้นเสื่อมความนิยมเลื่อมใสศรัทธาจากประชาชน หรือด้วยเหตุปัญหาทางเศรษฐกิจอื่น เป็นผลกระทบชีวิตความเป็นอยู่ตามครรลองนักบวชโดยเฉพาะในสำนักใหญ่ๆ ที่มีนักบวชรวมกันอยู่มากๆเช่นสำนักนี้ ทำให้เดการขาดแคลนปัจจัย 4 อันเป็นพื้นฐานการยังชีพ นั่นเอง ที่นานเข้าแก้ไม่ตกก็เลยหาทางออกกันแบบนี้

เมื่อลองจับวาทะอันสุดยอดของพระเยซู คือวาทะที่ตรัสต่อขุนนางยิว นิโคเตมัส เมื่อเริ่มประกาศศาสนา ด้วยการประกาศพระองค์ว่าทรงมิใช่มนุษย์ธรรมดาๆ แต่เป็นถึงพระพุทธของพระเจ้าลงมาจากสวรรค์เบื้องบน โดยคำสั่งของพระเจ้าผู้เป็นพระบิดาของพระองค์ ตามพระคัมภีร์จอห์น บทที่3/16-18 ก็คือประโยคที่ว่า

 

For God so loved the world that He gave Hit only-begotten Son, so that whoever believes in Him should not perish, but have everlasting life. For God did not sent His Son into the world to condemn the world but in order that world might be safe through Him.

He who believes in Him is not condemned; but he who does not believe is already condemned, because he has not believed in the name of the only-begotten Son of God [ John 3:16-18]

 

 

เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงพระประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่ไว้ใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์ เพราะว่าพระเจ้าทรงให้พระบุตรเข้ามาในโลก มิใช่เพื่อพิพากษาลงโทษโลก แต่เพื่อช่วยกู้โลกให้รอดโดยพระบุตรนั้น

ผู้ที่วางใจในพระบุตรก็ไม่ต้องถูกพิพากษาลงโทษ ส่วนผู้ที่มิได้วางใจก็ต้องถูกพิพากษาลงโทษอยู่แล้ว เพราะเขามิได้วางใจในพระนามของพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า

 

 

จะพบว่ามีเงื่อนไขที่อนุญาตให้เจ้าลัทธิกระทำการรุนแรงได้ อย่างมีเหตุผลที่น่าชื่นชมยินดี โดยความกรุณาของพระเจ้า คือประโยคที่ว่า

 

He who believes in Him is not condemned; but he who does not believe is already condemned, because he has not believed in the name of the only-begotten Son of God

ผู้ที่วางใจในพระบุตรก็ไม่ต้องถูกพิพากษาลงโทษ ส่วนผู้ที่มิได้วางใจก็ต้องถูกพิพากษาลงโทษอยู่แล้ว เพราะเขามิได้วางใจในพระนามของพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า

 

 

ซึ่งหมายความว่า จิม โจนส์ และเจ้าสำนักลัทธิฟื้นฟูบัญญัติ 10 ประการดังกล่าวเป็นตัวอย่างมา ก็ได้อ้าง ข้อความนี้และด้วยความเชื่อเช่นนี้ เป็นหลักการพิพากษาสาวกอย่างรุนแรง

กรณีของพระเยซู ก็มีโอกาสจะเกิดขึ้น ในทำนองเดียวกันนี้ ทำนองเดียวกับกรณี จิม โจนส์ และกรณีลัทธิฟื้นฟูบัญญัติ 10 ประการ ดังกล่าว

เพียงแต่ กรณีพระเยซู พระเยซูได้ถูกพิพากษาลงโทษอย่างรุนแรงจากทั้งศาลบ้านเมืองและทั้งมติมหาชนยุคนั้นถึงสิ้นพระชนม์ชีพไปเสียก่อน ตั้งแต่ทรงประกาศศาสนาได้เพียง 3 ปี พระชนมายุได้เพียง 33 พรรษาบนไม้กางเขน ก่อนที่จะทันให้ธาตุแท้ของอุดมการณ์ หรือ โรควิกลจริตแสดงอาการอันเปิดเผยขึ้นโดนชัดแจ้ง

 

 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เวบไซท์นี้ http://www.newworldbelieve.net มีข้อมูลพื้นฐานจากหนังสือพิมพ์ดี:วิเคราะห์ข่าวในวงการเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดและสหธรรมิก ออกโดยมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร) มี พระพยับ ปญฺญาธโร เป็นบรรณาธิการ และเป็น webmasterสำนักงานตั้งอยู่ที่ วัดมหาพุทธาราม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ 33000 ขณะนี้หนังสือพิมพ์ดีมีอายุทำการมา 11 ปีแล้ว มีเรื่องสำคัญคือการวิเคราะห์สังคมทั้งระบบด้วยแนวภูมิปัญญาและวิสัยทัศน์แห่งตาธรรมะในพระพุทธศาสนาเพื่อนำสังคมไปสู่ความดีงามและรอดปลอดภัยจากสถานการณ์เลวร้ายยุคนี้