ReadyPlanet.com
dot
dot dot
dot
พระพุทธเจ้า
dot
bulletบทศึกษาพิเศษ:พระพุทธเจ้า ศึกษาจากวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรนแปล เช้า- เย็น
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรแปล เช้า-เย็น อัพเดต
dot
พุทโธโลยี
dot
bulletสมาคมศิษย์หลวงปู่เครื่อง จัดประกวดเรียงความออนไลน์มัธยมศึกษาในวันวิสาขบูชา คลิกดูรายละเอียดและรางวัลที่นี่
dot
ชมรมยุวพุทโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
dot
bulletThe Beginning ความเป็นมาของโครงการชมรมยุวพุโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
bulletChart Showing the Process
dot
บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
dot
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี แฟ้ม 2
dot
To The World
dot
bulletENGLISH
bulletUSA
bulletChina
bulletIndia
bullet Mynmar
bullet Cambodia
bullet Loas
bulletSri Lanka
bulletMalaysia
bulletKorea
bulletThe Truth Of Red Thailand 12-14 April 2009
bulletFrom red shirt survivor person
bulletA Sharp Turn of Believes : Iresearch Iwrite Iread
dot
โหราศาสตร์ [updateใหม่สุด]
dot
bullet สารบาญโหราศาสตร์โดยชลัมพุช โหรชนบททุกเรื่อง
bulletบันทึกข้อสังเกตประเด็นสำคัญดวงชะตาประเทศไทยช่วงเดือนส.ค.-พ.ย.2552
bulletดวงชะตาประเทศไทย พยากรณ์ว่าประชาชนจะอดอยากยากจนและเผชิญภับพิบัติ 4 ประการ
bulletให้คำพยากรณ์นักธุรกิจชาวอังกฤษ
bulletอยากรู้เรื่องโหราศาสตร์ คลิก!
bulletดวงชะตาผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตไทย
dot
Buddhism How?
dot
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 1
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 2
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 3
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 4
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 5
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 6
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 7
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 8
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 9
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 10
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 11
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 12
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 13
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 14
bulletMystery Report 15
bulletMystery Report 16
bulletMystery Report 17
bulletMystery Report 18
bulletMystery Report 19
bulletMystery Report 20
bulletMystery Report 21
bulletMystery Report 22
bulletMystery Report 23
bulletMystery Report 24
bulletMystery World Report 25
dot
เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว
dot
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2536
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2537
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2538
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2539
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2540
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2541
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2542
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2543-2545
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2545-2549
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2549-2550
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2550-ส.ค.2551
bulletเฝ้าดูฯ ส.ค.-ก.ย.2551
bulletเฝ้าดูฯ ก.ย.2551- ธ.ค. 2551
dot
เฝ้าดูฯสำนวนพัชรา กอปรทศธรรม
dot
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 16-27
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 29
bulletบทความใหม่ เม.ย.-พ.ค.2552
bulletพุทธธรรมเพื่อทางดับทุกข์
bulletทฤษฎีการดับทุกข์ทางจิต วิปัสสนากรรมฐานโดยการทำงาน(สำนวนปรับปรุงใหม่)
bulletประวัติพัชรา กอปรทศธรรม
bulletประวัติการต่อสู้เพื่อการดับทุกข์ ของพัชรา กอปรทศธรรม
bulletอัลบั้มรูป history
bulletนิทานธรรมะประยุกต์ มานุสสาสุระสงคราม 4 ภาค และอื่น ๆ
bulletอัลบั้มรูป ภาพในอดีตและชีวประวัติศาสตร์ที่สวยงาม
bulletจากเวบบอร์ด พูดกันไม่รู้เรื่อง ประชาธิปไตยล้าหลัง
bulletศาสนาสากล การวิเคราะห์ความหมาย
bulletปลอบใจ
dot
รวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
bulletรวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
สากลจักรวาล สากลศาสนา
dot
bulletสากล...ศาสนา 1
bulletสากล...ศาสนา 2
bulletสากล...ศาสนา 3
bulletสากล...ศาสนา 4
bulletสากล...ศาสนา 5
bulletสากล...ศาสนา 6
bulletสากล...ศาสนา 7
bulletสากล...ศาสนา 9
bulletสากล...ศาสนา 8
bulletสากล...ศาสนา 10
bulletสากล...ศาสนา 11
bulletสากล...ศาสนา 12
bulletสากล...ศาสนา 13
bulletสากล...ศาสนา 14
bulletสากล...ศาสนา 16
dot
ส่วนข้อมูลสำคัญเพื่อการวิจัยการเมืองไทยยุค คมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
dot
bulletข้อมูลสำคัญยุคคมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่1/26ส.ค.2551
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่2/27ส.ค.2551
bulletใบปลิว อีเมล์ ในหลวงทรงร้องไห้
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 1
bulletในหลวงเพิ่งทราบข่าวฆ่าประชาชน10เมย.53ทรงร้องไห้
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
บันทึกลับเสื้อแดง
dot
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
รวมข่าวม็อบการเมืองสนธิ-จำลอง-ปชป.มิ.ย.51-เม.ย.52 นสพ.
dot
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 2
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 3
bulletรวมข่าวม็อบ30มิ.ย.51-23มี.ค.52
bulletเลือดศรีสะเกษบันทึกเรื่องราวรอบด้านเกี่ยวกับเขาพระวิหาร
dot
การโฆษณาชวนเชื่อล้มรัฐบาลทักษิณ
dot
bulletรายงานการโฆษณาชวนเชื่อในประเทศไทยที่ล้มล้างรัฐบาลทักษิณ
dot
หนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนท )
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต ) เล่ม 1 - 44 - ล่าสุด
bulletหน้าที่เก็บไว้
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 1
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 3
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 4
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 5
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 6
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 7
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 8
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 9
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 13
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 10
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 11
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 19
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 12
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 14
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 15
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 16
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 17
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 18
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 20
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 21
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 22
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 23
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 24
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 25
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 26
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 31
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 32
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 27
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 28
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 29
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 30
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 33
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 34
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 35
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 36
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 37
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 38
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 39
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 40
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 41
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 42
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 43
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 44
dot
รายการทั่วไป
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 45
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 46
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 47
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 48
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 49
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 50
bulletหนังสือพิมพ์ดีเล่มที่52
bulletงดเหล้าเข้าพรรษา
bulletเกี่ยวกับเวบไซต์ของเรา
bulletมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร)
bulletศรีสะเกษ
bulletวัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ บันทึกเหตุการณ์
dot
ช่องบริการประชาชน
dot
bulletบริการแจ้งของหาย คนหาย สื่อข้อความ หมอผี ฯลฯ
bulletสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษแห่งที่ 1
bulletรวมกระทู้เด็ดจากกระดานถามตอบ
bulletคาถาอาคมไสยศาสตร์
bulletกวีนิพนธ์ใหม่
bulletดี 25
bulletดี 28
bulletดี 29
bulletดี 26
bulletศูนย์ปฏิญญาณละเลิกอบายมุข บัญชีที่1-3


ดี เล่มที่ 45

 หนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 45

 

 ดี เล่มที่ 45

 

 

 

1.  สารบาญ

 

 *********************************************************

 

1.   สารบาญ

2.   ปก

3.   พุทธทำนายเดือน๔ปีกุน

4.   บทบรรณาธิการ  

5.   บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี ปีพุทธศักราช 2552

 

A    รายงานและบทวิเคราะห์สรรจากเวบไซต์ภาคปัจจุบันล่าสุด

6.   รายงานรัฐบาลทหารสลายการชุมนุมนองเลือดผู้เรียกร้องประชาธิปไตย ราชประสงค์  19 พ.ค.2553

7.   รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

 

B     รายงานและบทวิเคราะห์สรรจากเวบไซต์

       ระหว่างเดือน เมษายน 2553 - ปัจจุบัน

8.    อพยพ

9.    ASTV. กล่าวหาว่าแดงคิดล้มฟ้าล้มแผ่นดิน

10.  ล่าสุด 25 - 26 เมษายน 2553

       สาเหตุเพราะรัฐบาลไม่ยอมมองปัญหาของประชาชน

11.  BBC รายงาน Thailand Tension 27 เม.ย. 2553

       A Second Urgent Message To Mynma

12.  จิตวิทยาการรบวันนี้ สมมติฐานใหม่

13.  บันทึกเรื่องมนุษย์วานร 1.8 ล้านปี

C     รายงานและบทวิเคราะห์สรรจากเวบไซต์

       ภาคย้อนหลังก่อนล้อมปราบปรามประชาชน
14.   สถานการณ์ตึงเครียดขึ้น
       ทุกฝ่ายต้องมองสถานการณ์อย่างมีเหตุผล และรอบรู้ประวัติศาสตร์
 
15.   รายงานข่าวคดียึดทรัพย์ทักษิณ 7.6 หมื่นล้านบาท 

16.   จตุพรเปิดเผย แผนล้อมปราบปรามประชาชน แนวคิดไดโน
17.   โจรปล้นประเทศชาติและประชาธิปไตย 
18.   เมื่อแผ่นดินสิ้นความเป็นธรรม 
        แม้เหล่ากอสมณะผู้รักสงบก็มิอาจจะนิ่งเฉยเอาหูไปนาเอาตาไปไร่อยู่ได้  

19.   เหตุใดคณะสงฆ์จึงต้องมาเรียกร้องหาประชาธิปไตย 
20.   รัฐบาลทหาร-อมาตย์ทำผิดตลอด
21.   รายงานการเคลื่อนพลแดงทั้งแผ่นดินนับล้าน เม.ย. 2553  
22.   โทษของ อนุพงษ์ เผ่าจินดา
23.   ข่าวด่วนรายงานนองเลือด 10 เม.ย.2553

24.   รายงานข่าวของสื่อต่างประเทศ Aljazeera  เมื่อ 20 - 22 เม.ย. 2553 

25.   การสลายชุมนุมเสื้อเหลืองเมื่อ 22 เม.ย. 2553 

26.   สุเทพแถลงที่ ASTV ว่าแดงเป็นผู้ก่อการร้าย 

D      ภาคพิเศษ
27.    ทำไมมาร์ควี11จึงต้องขอโทษนายกรัฐมนตรี ?

28    ยาก 10 อย่างประชาธิปไตยไทย

29.    ตอบตรงเราเป็นแดง
30.   ศอฉ.มีอำนาจจับพระสึกได้จริงหรือ กรณีจับพระสึก 19 พ.ค.2553
31.   
Who’s we ?  Who is We ?

32.     ข้อสังเกตเกี่ยวกับการคลิกเข้าชมเวบไซต์ของเรา

 33.   ปกหลัง : กวี คำปลอบใจ แด่เสียงที่คร่ำครวญจากทางไกล

 

 

 

 

 ******************************************************************

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2.   ปก

 

ปีที่ 14 เล่มที่ 45
มูลนิธิพระเทพวรมุนี ( เสน ปญฺญาวชิโร )

วัดมหาพุทธาราม ถนนขุขันธ์ ต.เมืองเหนือ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ 33000

 

 

 

 

 

 

หนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต)

http://www.newworldbelieve.net
http://www.newworldbelieve.com

 

 

·         เพื่อ การนำความคิดไปสู่ความดีงาม

            เพื่อความกลมกลืนแห่งสากลศาสนา
            For all good For all thought

 

 

 

 

 


   เราจะบินบินบินและบินไป                                     สู่ขอบฟ้าสดใสในเบื้องหน้า

   แม้วันนี้มีเมฆร้ายมหิมา                                                    ก็ไม่หวาดไม่ผวาคณาภัย

   ถึงเขาใหญ่สูงเงื้อมตระหง่านฟ้า                                         ก็จะฝ่าฤาพรั่นนึกหวั่นไหว

   มหาสมุทรสุดสายลมไกว                                                 จะเอื้อมไปให้ถึงซึ่งฝั่งดิน

   ถึงแห้งเหือดเลือดหมดหยดสุดท้าย                                   แล้วก็หมายชนหลังยังถวิล

   สัจธรรมนี้ไว้ในธรณิน                                                      กว่าจะสิ้นกัปกัลป์พุทธันดร

 

 

 

 

เล่มที่ 45

เดือน ต.ค.-พ.ย.-ธ.ค. 2552 - ม.ค. - ก.พ. - มี.ค. - เม.ย. - พ.ค. 2553

 

เรื่องเด่น

รายงานสลายการชุมนุมราชประสงค์ 19 พ.ค.2553

รายงานการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล 31 พ.ค.- 1 มิ.ย. 2553

บุคคลแห่งปี พ.ศ.2552

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

3.   พุทธทำนายเดือน๔ปีกุน

 

เรื่องพุทธทำนายนี้มีปรากฏอยู่ในภาษาบาลีพระไตรปิฎก ฉบับสยามรัฐ เล่มที่ 27 หน้า 24 ขึ้นต้นว่า อุสุภา รุกฺขา คาวิโย ฯลฯ และอธิบายไว้ในอรรถกถาเอกนิบาต ภาค 2 และเคยแปลเป็นภาษาไทยไว้ในชาดก ฉบับหอสมุดวชิรญาณ เล่ม 1 อาจารย์ศิลา วีรวงศ์ ได้แต่งเป็นกลอนลำอีสาน ประมาณ พ.ศ. 2490”

 

มีข้อความตอนสำคัญดังนี้ :-

 

 

๑๑. ข้อสิบเอ็ด

 

พระฝันเห็นท่อนไม้แก้วแก่นจันทน์แดง ของ มันราคาแพงค่าสูงแสนตื้อ เขาเลยเอาไปซื้อขายกินแลกไก่ เอาจันทน์แดงใส่กระชา น้อยแขวนห้อยเที่ยวขาย อันนี้แล้วเพิ่นว่าภายหน้าพู้นเคิ่งศาสนาพุทธ มนุษย์ มีโลภามืดมัวเมากุ้ม ชุมหมู่ถือศีลสร้างเป็นจัวเจ้าหัวบ่าว เห็นผู้สาวแล้ว เอิ้นเสินเว้าดั่งสหาย นอกจากนั้นกะซิเป็นผู้ฮ้ายขายศาสนาพุทธ เอาพระธรรมลง มุดจายขายกินจ้าง ตั้งเป็นตึกเป็นห้างขายกินปิ้นไป่ ทังพระสูตรพระวินัยเอา ลงใส่กระช้าโซนผ้าเที่ยวขาย นี้จั่งแม่นต่อนฮ้ายขายฮูปพุทธองค์ สงฆ์บ่ถือ วินัยไพร่เมืองบ่อยำอย้าน มีแต่คนพาลกล้าโกธาเขี้ยวขุ่น ศาสนาเกิดวุ่นสูญ เส้ามุ่นทะลาย สงฆ์ซิเป็นผู้ฮ้ายขายศาสนากู สัพพัญญูเล็งเห็นหน่ายสะอางผาง ฮ้าย คันแม่นกายไปหน้าศาสนาของเฮาจั่งสิฟื้นขึ้นใหม่ ในปีกุนล่วงแล้วซิแวว ขึ้นลื่นหลัง ครั้งนั้นแหล้วคนสิอยู่เป็นสุข จั่งสิหายความทุกข์หมู่ภัยไกลเนื้อ ใผผู้ยังเหลือค้างซิเห็นทางฟ้าล่วง คนสิพ้นจากห่วงฝูงหมู่มารบาปฮ้ายเมื่อ ฟ้าอยู่กะเสิม เริ่มแต่ค้าเดือนสี่ปีกุน ใผมีบุญจั่งสิเห็นหน่อพระธรรมเด อป้า พากันถือศีลห้าภาวนาเดอแม่ หยังกะเห็นเที่ยงแท้บ่มีเว้นหว่างใด๋

 

 

·         จาก กลอนลำเรื่องพุทธทำนาย ชมรมวรรณกรรมอีสาน จัดพิมพ์ โดย ร.พ.ไพศาลศิริ ท่าพระจันทร์ กทม. 2527 หน้า 7

 

 

 

 หมายเหตุ บก. 

     

เรื่องพุทธทำนายนี้ มีการระบุถึงเดือนสีปีกุน แต่ไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าเป็นปีกุนรอบไหน พ.ศ.อะไร ระบุไว้กว้าง ๆ ว่าหลังยุคกึ่งพุทธกาลไปแล้ว คือหลังปีพุทธศักราช 2500 ไปแล้ว   เมื่อมาถึงปีกุน พ.ศ.2502,2514,2526,2538 และ พ.ศ.2550 ตามลำดับมาแล้วยังไม่มีทีท่าว่าจะมีอะไรเป็นที่น่ายินดีสำหรับพระพุทธศาสนา ก็น่าจะเป็นปีกุนรอบต่อไปในอีก 12 ปีข้างหน้าคือ พ.ศ. 2562 จะเป็นปีที่ตรงกับพุทธทำนาย อีก 12 ปีข้างหน้าก็ไม่นานเกินรอ และน่าจะเหมาะสมดีมากหากเราจะมานับเวลาเริ่มต้นทำงานเพื่อพระพุทธศาสนากัน ใหม่ และใน 12 ปีข้างหน้า เมื่อพุทธบริษัททั้งหลายตั้งใจก็ย่อมเป็นผลสำเร็จ และเตรียมการรับความเจริญ รุ่งเรืองแห่งพระพุทธศาสนากันในปี 2562 นั้น    

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

     

หนังสือพิมพ์ดี :  วิเคราะห์ข่าวในวงการเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดและสหธรรมิก
วัตถุประสงค์  เพื่อนำความคิดไปสู่ความดีงาม  เพื่อความกลมกลืนแห่งสากลศาสนา
ปีที่ 14 เล่มที่ 45 ประจำเดือน ต.ค. 2552 - ก.ค. 2553

 

 

4.   บทบรรณาธิการ

 

 

 

 

 

           

นี่คือหนังสือพิมพ์ดี(อินเทอเนต) ปีที่ 14 เล่มที่ 45  วันที่ออก 1 สิงหาคม 2553

 

   เราจะบินบินบินและบินไป                                     สู่ขอบฟ้าสดใสในเบื้องหน้า

   แม้วันนี้มีเมฆร้ายมหิมา                                                    ก็ไม่หวาดไม่ผวาคณาภัย

   ถึงเขาใหญ่สูงเงื้อมตระหง่านฟ้า                                         ก็จะฝ่าฤาพรั่นนึกหวั่นไหว

   มหาสมุทรสุดสายลมไกว                                                 จะเอื้อมไปให้ถึงซึ่งฝั่งดิน

   ถึงแห้งเหือดเลือดหมดหยดสุดท้าย                                   แล้วก็หมายชนหลังยังถวิล

   สัจธรรมนี้ไว้ในธรณิน                                                      กว่าจะสิ้นกัปกัลป์พุทธันดร

 

 

 

เราเปลี่ยนแปลงรูปเล่มของนสพ.ดี(อินเทอเนต) เพื่อให้กะทัดรัดตรงขึ้น  นั้นก็เพราะคำนึงท่านผู้อ่าน ที่ล้วนทรงภูมิปัญญา มีวิธีการคิดทบทวนเหตุผลได้อย่างเป็นระบบ เพราะดี(อินเทอเนต) แจกจ่ายในวงการปัญญาชนทั้งสิ้น

 

ในเล่มนี้  เราจะขอนำเอาเรื่องราวที่ได้วิเคราะห์และได้ลงไว้แล้วในเวบไซต์ของเรา มาเรียงติดต่อกันไปตามลำดับ  จำนวน 24 เรื่อง  ขอเริ่มด้วยสรุปรายงานเหตุการณ์สลายการชุมนุมพลเสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตย ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2553    ซึ่งทางเราได้รายงานออกทางเวบไซต์ www.newworldbelieve.com  และ  www.newworldbelieve.net  ในช่วงนั้น  จากรายงานข่าวที่เราได้ติดตามจากสื่อต่างประเทศ 2 แห่งเป็นหลักคือ โทรทัศน์ BBC และ Aljazeera  ที่ได้รายงานข่าว(ผ่านดาวเทียม)อย่างค่อนข้างละเอียดน่าเชื่อถือยิ่งกว่าโทรทัศน์ไทยและสื่อในประเทศ  นอกจากนี้ยังได้รับรายงานประกอบจากสื่อ SMS ภายในประเทศโดยเฉพาะสื่อฝ่ายเสื้อแดงโดยตรง

 

และเรามีเรื่องสำคัญล่าสุด เมื่อพรรคการเมืองฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลระหว่าง 31 พ.ค.  1 มิ.ย. 2553  เรามีรายการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนผ่านเวบบอร์ดของเวบไซต์ของเรา  ที่น่าสนใจ จึงได้นำลงใน ดีเล่มนี้ เป็นอันดับ 2 แล้วก็จะเป็นรายงาน เป็นลำดับที่  3 - 4  5 - 6 ...... ไปจนตลอดเล่มนี้ รวม  24  หัวข้อเรื่อง   ที่เลือกสรรมา

 

 

 

 

 

www.newworldbelieve.net/index.php5. บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี ปีพุทธศักราช 2552

      

และในลำดับต่อไปนี้ ก็เป็นเรื่องการประกาศบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี พ.ศ. 2552  เนื่องจากสถานการณ์ภายในประเทศที่ไม่เอื้อแด่การมองในความเป็นกลางอย่างเหมาะสม  เราจึงชะลอการประกาศบุคคลแห่งปีมาล่าช้าไปหลายเดือน รวมทั้งเหตุผลของการออกหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 45 พลอยล่าช้าไปด้วย  บัดนี้  เรามีความยินดีที่จะประกาศเกียรติคุณ บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี ประจำปีพุทธศักราช 2552  ดังนี้

 

1.     นายบารัก  โอบามา  (Barack  Obama)  ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนที่ 44 แห่งพรรคเดโมแครต โดยชนะการเลือกตั้ง 4 พ.ย.2008(พ.ศ. 2551) มีอดีตประธานาธิบดี ยอร์ช ดับเบิ้ลยู บุช แห่งพรรครีปับลิก  เป็นคู่แข่งสำคัญ  ทำให้โอบามา เป็นคนแอฟริกันอเมริกันคนแรก ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา   จากประวัติชีวิตวัยเด็กของเขา  ซึ่งวิกิพีเดีย ระบุไว้ว่า โอบามา เกิดเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ค.ศ. 1961(พ.ศ.2504) ที่เมืองโฮโนลูลู รัฐฮาวาย เป็นบุตรของนายบารัก โอบามา ซีเนียร์ ชาวจังหวัดเซียยา ประเทศเคนยา และนางแอนน์ ดันแฮม ชาวเมืองวิชิทอ รัฐแคนซัส ซึ่งแม่ของเขามีเชื้อสายวงศ์ตระกูลมาจากอังกฤษ ไอร์แลนด์ และเยอรมนี แต่เขาทั้งสองได้แยกกันอยู่เมื่อโอบามาอายุได้เพียง 2 ปีและหลังจากนั้นก็หย่าขาดจากกันในเวลาต่อมา เดิมนับถือศาสนาอิสลาม แล้วเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนท์  

 

เราเห็นว่า บารัก โอบามา มีเชื้อสายมาจากประเทศเคนยา เป็นอาฟริกันดำ แต่ได้ประสบความสำเร็จอย่างสูงในประเทศที่มีประชาธิปไตยสมบูรณ์    เรามองว่าเป็นบุคคลแห่งระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง  เป็นตัวอย่างของตัวแทนบุคคลในระบอบประชาธิปไตยของโลกที่แท้จริงด้วย  การที่มีกำเนิดเป็นประชาชนผิวดำ  เป็นคนเลือดผสม ระหว่างอาฟริกันบวกอเมริกัน แต่สามารถประสบความสำเร็จอย่างไม่เคยมีมาก่อนในการเมืองอเมริกา นั้นเพราะความเป็นประชาธิปไตยของประชาชนอเมริกัน และประเทศอเมริกา และบารัก โอบามาได้ต่อสู้บนเส้นทางการเมืองอเมริกามาด้วยสำนึกของประชาชนสมบูรณ์แห่งระบอบประชาธิปไตย  เราหมายความรวมถึงถึงเหตุผลทางจิตวิทยา ด้านความไร้ปมด้อยทางผิวสี  เผ่าพันธุ์  ของความเป็นประชาชนแห่งประเทศประชาธิปไตยตัวอย่างของโลก นั่นคือมีสิทธิ์อย่างมนุษย์สมบูรณ์ที่จะปกครองตนเองและเอื้อมตนไปสู่ความเป็นนักการเมืองในระดับสูงสุดโดยทางประชาชน  ทำให้บารัก  โอบามา ได้โอกาสในการต่อสู้ทางการเมืองอย่างเท่าเทียมกับประชาชนคนอื่น ๆ  และสามารถประสบความสำเร็จอันไม่จำกัด นั่นคือจากการเป็นวุฒิสมาชิกแห่งมลรัฐอิลลินอยส์ ไปถึงสูงสุดของตำแหน่งการปกครอง ในระบอบของประชาชน เพื่อประชาชน และโดยประชาชน ของอเมริกา   ได้เป็นประธานาธิบดีบารัก  โอบามา

 

และด้วยเหตุนี้ บารัก  โอบามา จึงได้ทำให้ประชาธิปไตยในอเมริกาได้รับการอธิบายถึงการปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ชัดเจนยิ่งขึ้น   ล่าสุด เดือน มิ.ย. นี้ บารัก  โอบามา ได้ปลด พล.อ. สแตนลีย์ แม๊คคริสตัล (McChristal) ออกจากตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารภาคอาฟกานิสถาน ฐานแสดงความเห็นและวิพากษ์วิจารณ์การทหารที่ขัดแย้งนโยบายการบริหารของพรรคดีโมแครต ที่ได้แถลงต่อประชาชนอเมริกันไว้ก่อนแล้ว เหตุผลก็คือ ประชาชนเขาอนุมัตินโยบายไว้แล้ว  ทหารมีหน้าที่ปฏิบัติตาม  จะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม   แต่นายพลแมคคริสตัล ก็แสดงสปิริตทหารอเมริกา  ยอมรับคำสั่งแต่โดยดี   เป็นตัวอย่างให้แด่ทหารในประเทศด้อยพัฒนาทั้งหลายโดยเฉพาะประเทศไทย  ที่มีกรณีทหารขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา ที่สั่งโดยถูกต้องตามกฎหมาย และทั้งปฏิบัติตามคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จนเป็นเหตุให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยล้าหลังตลอดมา จนถึงเกิดเรื่องราวทหารปราบปรามประชาชนมือเปล่า เดือน พ.ค. 2553   บารัก โอบามา  จึงสะท้อนว่าอเมริกาจะต้องปกครองโดยตัวแทนของประชาชนโดยสมบูรณ์ มีอำนาจตามที่ประชาชนมอบหมายอย่างสมบูรณ์  และทหารหรือกองกำลังคนที่เข้มแข็งที่สุดของประเทศมีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ที่ได้เสนอต่อประชาชนเอาไว้แล้ว  เป็นสถานะที่สืบเนื่องมาในประเทศสหรัฐอเมริกาถึง 234 ปีแล้ว  นี่เป็นตัวอย่างอันดีของทหารอเมริกัน  และประธานาธิบดีอเมริกันอีกกรณีหนึ่ง

 

มีสิ่งที่เราขอยกขึ้นเป็นกรณีพิเศษก็คือ  บารัก  โอบามา  แสดงถึงความเป็นเสรีชนอย่างสมบูรณ์ เพราะโดยเชื้อชาติบรรพบุรุษของเขานั้นเป็นเชื้อสายอิสลาม  ต่อมาจึงได้เปลี่ยนศาสนามาเป็นคริสต์  และคริสต์ที่เขาเลือกเป็น โปรเตสแตนท์  มิใช่คริสต์ดั้งเดิมคือ คาทอลิก  โปรเตสแตนท์ เป็นคริสต์นิกายใหม่ที่ต่อต้านคริสต์นิกายดั้งเดิม  โดยพฤติกรรมการเปลี่ยนศาสนาของเขา เห็นได้ทั้งสองกรณีว่า  เขามั่นใจในความเป็นเสรีชนอย่างยิ่ง และมีความเป็นมนุษย์อย่างเต็มตัว  เพราะศาสนาอิสลามนั้นถือว่าการเปลี่ยนศาสนาเป็นการทรยศ เป็นมุนาฟิกส์โดยแท้จริง  และการทรยศต่อพระเจ้าเป็นเรื่องความเป็นความตายถึง 2 ระดับ คือโลกนี้และโลกหน้า  โลกนี้ก็ต้องโดนสาปแช่ง และโลกหน้าก็ต้องไปรับการพิพากษา  พระคัมภีร์ระบุว่าผู้ทรยศย่อมมีโทษสถานเดียวคือ  ความตายในนรกเพลิง   แต่บารัก  โอบามา ก็มิได้มองถ้อยคำที่ข่มขู่ด้วยเหตุผลส่วนนั้น  สะท้อนว่าเขาเป็นมนุษย์ที่มีมันสมองคิดเหตุผลเองได้    และเชื่อตนเองมากกว่าคนอื่น  หรือพระเจ้า   ในกรณีที่ 2  เขามานับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแต้นท์  ซึ่งเป็นนิกายที่ต่อต้านนิกายหลักดั้งเดิมคือ คาทอลิก จนกลายเป็นสงครามศาสนาระหว่างนิกายทางฝ่ายคริสต์เนิ่นนานมา และยังคงมีอยู่ในบางพื้นที่ของโลกมาจนถึงทุกวันนี้  ก็ด้วยเหตุผลทำนองเดียวกันนั่นคือ  เขาเป็นเสรีชน ที่คิดเอง  ใช้มันสมองเองได้  ไม่เชื่อตามพระคัมภีร์เลยทีเดียว  และพระคัมภีร์ศาสนานั้นแท้จริงก็คือหนังสือเล่มหนึ่งที่มีคนเขียนขึ้น และคนผู้นั้นก็เขียนขึ้นนั้นเขียนด้วยภูมิปัญญาของคน ๆ หนึ่ง  ด้วยจินตนาการของโลกยุคดั้งเดิมเท่านั้นเอง และคนยุคใหม่ เขามีสิทธิ์ที่จะเลือกเชื่อถือในเรื่องที่ควรเชื่อถือ  และไม่เชื่อถือในเรื่องที่ไม่ควรเชื่อถือ  อันเป็นสิทธิเฉพาะตัวของเสรีชนคนยุคใหม่ นี่คือประธานาธิบดีบารัก โอบามา   เนื่องด้วยความเป็นเสรีชนโดยสมบูรณ์ดั่งนี้   จึงสมควรที่จะยกย่องบารัก โอบามา ไว้ ณ ทำเนียบบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี

 

 

2.   นางกลอเรีย มาคาปากาล อาร์โรโย (Gloria Macapagal-Arroyo)


อดีตประธานาธิบดีอาร์โรโย รับใช้ประชาชนมานาน ปี ในช่วงที่เธอพ้นจากตำแหน่ง เธอเชื่อว่าขณะนี้ประเทศฟิลิปปินส์มีความเจริญและแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิมช่วงที่เธอเข้ารับตำแหน่งใหม่ ๆ นางอาร์โรโยจะพ้นวาระผู้นำประเทศในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ และจะทำหน้าที่สมาชิกวุฒิสภาต่อไป 

 

"กลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย-Gloria Macapagal-Arroyo" ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์คนที่ 14 เกิด 5 เมษายน พ.ศ.2490 บุตรีของ Diosdado Macapagal ประธานาธิบดีคนที่ 9 (พ.ศ.2504-2508) สมรสกับนาย Jose Miguel Tuason Arroyo ทนายความและนักธุรกิจ มีบุตร 3 คน

 

สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ ได้รับคัดเลือกไปเทกคอร์สที่มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ สหรัฐอเมริกา 2 ปี กลับมาจบปริญญาตรีคณะพาณิชยศาสตร์ วิทยาลัยอัสสัมชัญ ปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย Ateneo de Manila ปริญญาเอกมหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์

 

เริ่มชีวิตนักการเมือง ปี 2535 เป็นวุฒิสมาชิกสมัยแรก และพ.ศ.2538 สมัยที่ 2 ได้รับคะแนนเสียงสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 16 ล้านเสียง ตามด้วยตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและสวัสดิการ สมัยประธานาธิบดีเอสตราดา (พ.ศ.2541-2544) และเป็นรองประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ทำสถิติอีกครั้งเมื่อได้รับเลือกตั้งเป็นรองประธานาธิบดีด้วยคะแนนเสียงสูงในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี

 

20 มกราคม 2544 สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 14 ของฟิลิปปินส์ ประกาศวาระแห่งชาติ มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้ระบบราชการ ลดอาชญากรรม เพิ่มภาษี พัฒนาการเติบโตทางเศรษฐกิจ และต่อต้านการก่อการร้าย ต่อมา 30 มิถุนายน 2547 รับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 หลังชนะการเลือกตั้งท่ามกลางเสียงครหาว่าไม่โปร่งใสจากการใช้เงินรณรงค์หาเสียงและการใช้อิทธิพลในตำแหน่งแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้ง

 



สิ่งที่เรายกย่องก็คือ  ในสมัยที่เธอดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอยู่ เธอเป็นผู้ที่กล้ากล่าวความจริง  ซึ่งเป็นการยกย่องผู้นำของประเทศเพื่อนบ้านเอเชียผู้หนึ่งผู้มีความสามารถเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลก  คือ อดีตนายกรัฐมนตรีไทย พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ  ชินวัตร  ว่าเป็นเจ้าลัทธิทางเศรษฐกิจโลกยุคใหม่สุด  คือ  ทักษิโณมิค (Thaksinomics)  นั่นเป็นสมัยที่ ดร.ทักษิณ  ชินวัตร ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีประเทศไทยอยู่ มีหลักฐานว่า  ทักษิโณมิค (อังกฤษ: Thaksinomics) เป็นคำเรียกนโยบายเศรษฐกิจในสมัยที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยผู้ที่ใช้คำนี้ครั้งแรกคือ นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย ประธานาธิบดีแห่งฟิลิปปินส์ ในสุนทรพจน์งานประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก เมื่อ พ.ศ. 2546 โดยหนึ่งในผู้ที่สนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจดังกล่าวที่โดดเด่นที่สุด คือ แดเนียล เลียน นักเศรษฐศาสตร์ของมอร์แกน สแตนลีย์

 

ดร. สุวินัย ภรณวลัย ได้กล่าวว่า ทักษิโณมิคเป็นประดิษฐกรรมของ พ.ต.ท. ทักษิณ โดยเป็นความคิดของนักกลยุทธ์เชิงสมัยนิยม เพื่อจัดการทางกลยุทธ์ การรวบรวมองค์ความรู้ เพื่อบรรลุเป้าหมายทั้งส่วนตัวและส่วนร่วม ซึ่งดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้ไปสู่เป้าหมาย และอาจมีการใช้ความรุนแรง เพื่อให้เขาเป็นผู้ชนะ

 

 

แต่แม้ภายหลัง ดร.ทักษิณ  สิ้นอำนาจไป  ด้วยการถูกกลุ่มทหารและพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม ร่วมหัวกับภาคเอกชนผู้สูญเสียผลประโยชน์จากการปกครองยุคทักษิณ  ก่อการรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549   เธอก็ยังยืนยันสิ่งที่เธอพูด  นั่นคือ  ในการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศอาเซียน(Asian Summit) ที่พัทยา  ประเทศไทย  ในเดือน เมษายน 2552  ซึ่งมีผู้นำอาเซียนมาร่วมพิธีเปิดการประชุมเพียง 5 ประเทศรวมทั้งประเทศเจ้าภาพไทยด้วย (ไม่มาประชุมถึง 4 ประเทศ รวมทั้งประเทศเพื่อบ้านใกล้ชิดคือ กัมพูชาด้วย)  เธอได้สวมชุดสีแดงเข้าร่วมในการประชุม และในพิธีปิดการประชุม ซึ่งเรามองถึงเจตนารมณ์ของผู้นำฟิลิปปินส์ว่า  ยืนยันประเทศไทยควรก้าวไปในการเมืองของระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น และนั่นหมายถึงก้าวไปตามวิถีทางทักษิโณมิค  ซึ่งตรงนี้จะแสดงถึงภูมิปัญญาของผู้นำต่างประเทศ แม้ในประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม ที่มีระบอบเผด็จการในศาสนาอย่างเข้มแข็งด้วยเทวสิทธิ์  ก็ยังมองเห็นทางออกของการปกครองนานาชาติว่า  ประชาธิปไตยเป็นระบอบที่เป็นธรรม และเป็นสุข  เพราะประชาธิปไตยมีหลักการจัดการสังคมอย่างสมานฉันท์ อย่างสันติได้ โดยไร้ความรุนแรง ที่โลกควรร่วมมือกันสร้างขึ้นให้จงได้    การที่เธอได้พ้นไปจากตำแหน่งประธานาธิบดีไปใน 30 มิ.ย. 2553 นั้น เป็นการเป็นไปอย่างถูกต้องตามครรลองประชาธิปไตย  เรามองว่า  อาร์โรโย เป็นผู้นำชาติฟิลิปปินส์ ผู้มีความสามารถ ดำรงอุดมการณ์ส่วนรวมและส่วนตัวไว้ได้ตลอดยุคสมัยของเธอ  สมควร เป็นรัฐบุรุษ โดยแท้จริง  เนื่องด้วยความกล้าหาญที่กล่าวความจริง  และยืนยันความจริงให้ปรากฎอย่างชัดเจน  จึงสมควรยกย่องเป็นบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี ปีพุทธศักราช 2552 

 

3.     พล.ต.ขัตติยะ  สวัสดิผล  

 

ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เกิด 2 มิถุนายน พ.ศ. 2494

ที่เกิด อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี

เสียชีวิต 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 (อายุ 58 ปี)

ที่เสียชีวิต โรงพยาบาลวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพ

งาน-อาชีพ ทหารไทย

ผู้ทรงคุณวุฒิกองท้พบก

 

คู่สมรส นาวาเอก (พิเศษ) หญิง จันทรา สวัสดิผล

บุตร นางสาวกิตติยา สวัสดิผล

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล

เด็กชายนักรบ สวัสดิผล

การศึกษา ปริญญาเอก สาขาบริหารรัฐกิจ University of Northern Philippines

เว็บไซต์ http://www.sae-dang.net/

 

 

เขาต่อสู้อย่างเปิดเผยในท่ามกลางศัตรู และท่ามกลางความอันตรายจากความเสี่ยงต่อชีวิตทุกขณะ   และในที่สุดเขาก็โดนเข้าจริง ๆ  จากความเปิดเผยและความเสี่ยงนั้น   เราเชื่อว่าเขาเข้าใจสถานการณ์ได้ดีทะลุปรุโปร่งของอันตรายจากความเสี่ยงนั้น  แต่การที่เขายังคงออกมาปฏิบัติการเสี่ยงอย่างไม่หวาดหวั่นนั้น  คือจิตใจของนักรบผู้มีความเป็นนักสู้ที่รับผิดชอบต่อพันธกิจ และนั่นหมายถึงนักรบผู้ได้บรรลุสติปัญญาแตกฉานในสัจธรรมของชีวิต  อย่างแท้จริง  เขาต่อสู้อย่างไม่รู้อนาคตตัวเอง แต่เขาก็ต่อสู้ไปอย่างไม่ท้อถอย  สม่ำเสมอในกริยาและพฤติกรรมที่เสมอต้นเสมอปลาย   แล้วการตายของเขาก็เกิดขึ้น  จากฝ่ายที่เป็นทหารแต่ในคราบ  ด้วยการใช้วิธีการไม่เหมาะสม ไม่ละอายกับความเป็นทหาร  นั่นคือลอบยิง  ให้สไนเปอร์ลอบยิงด้วยอาวุธติดเครื่องเล็งทันสมัยที่สุดของเทกโนโลยีของการลอบฆ่า      คงเป็นปืนที่ทันสมัยกว่าปืนติดเครื่องเล็งแบบเดียวกับที่เห็นในข่าวของโทรทัศอัลจาชีรา วันที่ 19 พฤษภาคม 2553   นั่นคือภาพกองทหารทั้งกองของฝ่ายรัฐบาล(โดย ศอฉ.)  ที่ซุ่มอยู่บนตึกสูง ใช้ปืนติดกล้องเล็งเลือกยิงลงไปยังประชาชนมือเปล่าข้างล่าง   และเห็นภาพประชาชนล้มลงกองอยู่กลางถนนหนทางเป็นศพโดยไม่รู้ตัว(คนที่ตายในการสลายการชุมนุมราชประสงค์ครั้งนั้น 90 ศพ ล้วนเป็นประชาชนมือเปล่า ๆ ทั้งสิ้น พอที่จะกล่าวว่านี่คือฝีมือของคนเลวในคราบของทหาร)     เราให้คะแนนพล.ต.ขัตติยะ  สวัสดิผล  เพราะความที่เขาได้แสดงถึงความเป็นทหารที่แท้จริง  เพราะการปฏิบัติการที่สะท้อนถึงอีกฝ่ายหนึ่ง  เราไม่ได้ให้คะแนนเพราะเขาอยู่ฝ่ายใด หรือด้วยวิธีการปฏิบัติอย่างไร  แต่เป็นคะแนนแห่งคุณธรรม ความที่เขาได้สร้างมาตรการที่เปรียบเทียบกัน  ที่สะท้อนไปถึงทหารขี้ขลาดที่ลอบยิงประชาชนมือเปล่า และพวกเขาตายไปโดยไม่รู้ตัว โดยฝีมือทหารเลวแห่งกองทัพไทย   ที่ใช้อาวุธลอบฆ่าเพื่อนทหารด้วยกันเอง  และทั้งที่เลวไปกว่าคือลอบฆ่าประชาชนมือเปล่า ๆ  ตายเป็นใบไม้ร่วง    และทหารที่ลอบยิงลอบฆ่าประชาชนด้วยอาวุธสงคราม อย่างไร้เหตุผลอย่างยิ่ง ในเขตอภัยทาน  วัดปทุมวนาราม จำนวน 6 ศพ นั้น ไม่อาจจะบรรยายได้ว่าขนาดไหน    นี่คือความยกย่องของเราหนังสือพิมพ์ดี ที่ให้ไว้แด่บุคคลผู้สมควรเป็นวีระบุรุษของประชาชนอย่างแท้จริง  พล.ต.ขัตติยะ  สวัสดิผล

 

 

จึงขอจารึกคุณความดีบุคคลต่อไปนี้    บารัก โอบามา (Barack  Obama)  กลอเรีย มาคาปากาล อาร์โรโย (Gloria Macapagal-Arroyo)  พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล   ว่าเป็นบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี(อินเทอเนต) ประจำปีพุทธศักราช 2552   ขอแสดงความชื่นชมและยกย่องเกียรติคุณโดยทัศนะของเราไว้ ณ โอกาสนี้

 

ต่อไปนี้ก็ขอได้โปรดติดตามอ่านเรื่องราว ที่เราคัดสรรมาจากบทวิเคราะห์จำนวนมากมายในเวบไซต์ของเรา ขอได้ติดตามอ่านเรื่องราวที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ อีกมากมายใน เวบไซต์ของเราทั้ง 2 เวบไซต์ คือ    http://www.newworldbelieve.net     http://www.newworldbelieve.com   ต่อไป  อนึ่ง นี่เป็นดี วารสาร  สำหรับดี(อินเทอเนต) ในอินเทอเนตของเรา ได้เพิ่มบทวิเคราะห์สำคัญ ๆ ตรงประเด็นไปอีกหลายเรื่อง หลายบท โปรดติดตามอ่านในดี(อินเทอเนต) ต่อไป

 

ที่สุดขอขอบคุณท่านผู้อ่านและสมาชิก ตลอดทั้งมวลมหาประชาชนผู้ร่วมต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอย่างสูงพร้อมความเห็นอกเห็นใจในการสูญเสียอย่างมากมาย ประมาณ ค่ามิได้  ซึ่งเราคงจะเข้าใจดี  และหวังว่าการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย โดยวิถีทางอันถูกต้องครรลองประชาธิปไตย คือการต่อสู้ไม่ใช้ความรุนแรง สันติ และ อหิงสา ที่จะต้องเป็นการต่อสู้เพื่อประชาชน  โดยประชาชน  และ เอาคืนมาซึ่งอำนาจของประชาชน ตามปณิธานของมวลมหาชนผู้เจริญทั่วโลก  และตามปณิธานของกษัตริย์ไทย   ยังจะเดินต่อไป จนกว่าบรรลุเป้าหมาย นั่นคือ  ประชาธิปไตยกลับมา  ทรราชและเผด็จการสลายไป  

 

      

      

บรรณาธิการ

2  ส.ค. 2553

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

A.   (เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว)

รายงานและบทวิเคราะห์สรรจากอินเทอเนต

ภาคปัจจุบันล่าสุด

 

 

6.  รายงานรัฐบาลทหารสลายการชุมนุมนองเลือดของประชาชนผู้เรียกร้องประชาธิปไตย ราชประสงค์ 19 พ.ค.2553

 

 

ข่าวสำคัญ ด่วน !!!

 

19 พ.ค. 2553

 

#   06.35.35  มีรายงานว่า  ศอฉ.ให้แดงออกจากราชประสงค์ใน 15 นาที ทหารนำรถถัง 40 คันประชิดเสื้อแดงพร้อม r.19พ.ค.2553 06:35:35

 

- (วิเคราะห์) ใช้ความคิด และปฏิบัติการมาเหมือนยุคประภาส  ไม่มีผิดเลย  ไม่ยอมศึกษาบทเรียนจากประวัติศาสตร์   นี่จะเป็นการสร้างภาพ ที่เสียหายแก่ฝ่าย ศอฉ.หรือนายสุเทพ  เทือกสุบรรณ  มากไปกว่าเดิมอีก   ที่ไปเพิ่มทวีความแตกแยก  เพราะความเกลียดชัง สร้างปัญหายาวยืดออกไปทุกที   แท้จริง มีการประนอมจะเจรจากันอยู่แล้ว  แต่น่าเสียดายที่จริงแล้วฝ่ายรัฐบาลไม่มีความจริงใจ   คิดผิดตลอดเวลา  บัดนี้กำลังคิดว่าจะเอาชนะด้วยรถถังและอาวุธที่เหนือกว่า....ระดมพลซุ่มยิง ค่อยลิดรอนกำลังที่กล้าแข็งของประชาชน  (ผู้ต่อสู้ด้วยอาวุธไม้ฆ้อน หนังสติก ด้วยไม่มีเจตนาฆ่า และเจตนาสันติ และอหิงสา หรืออย่างน้อยก็อยู่ในกรอบของการตีความว่าเป็นสันติและอหิงสาได้)  ลงไปตามลำดับ   นี่เป็นความคิดผิด ศีลธรรม....โหดร้าย  และป่าเถื่อน   และ.......  ไม่มีวันที่จะชนะเลย....และกำลังจะทำลายสันติภาพในเดือนพฤษภาคม  เดือนแห่งการบูชาหลักการแห่งสันติภาพโลก

 

 

 

08.22 น.  

  ปะทะเดือด  ทหารนำรถถังชนบังเกอร์ศาลาแดงยิงใส่แดง การ์ด นปช.ปักหลักไม่ถอย  r.08:22:11

#   สว.เลิศรัตน์บอก รัฐบาลไม่เจรจาเสื้อแดงแล้ว เลือกใช้กำลังทหาร ปชช.จะตายเพิ่ม r08:39:39

#   รถหุ้มเกราะทลายรั้วยางเข้าถ.ราชดำริแล้ว  ปืนดังสนั่นควันโขมงหน้ารพ.จุฬา w08:59:21

#   09.15 น.   Aljazeera เริ่มรายงานสด ๆ  ประชาชนถือไม้ไว้ต่อสู้กับรถถัง ที่ราชประสงค์ 

 

#    10.00 น.  อัลจาชีรา เปิดรายงานสด เปิดม่านด้วยภาพทหารซุ่มยิง รัวกระสุนลงไปสู่ประชาชนมือเปล่าด้านล่าง  เป็นหลักฐานที่เน้นย้ำของสื่อแห่งนี้ ภาพที่บรรยายได้มากกว่าตัวอักษรหลายร้อยเท่าคือภาพนี้ที่ว่าทหารฆ่าประชาชน   Wayn Hey  กับ Tony Birtley  รายงานต่อขณะนี้ว่า ทางรัฐบาลใช้ กองกำลัง(force)  รถถัง(trucks) รถหุ้มเกราะ(armoured vehecles)  เพื่อบีบบังคับให้ประชาชนผู้ประท้วง (anti government protesters) ออกไปจากจุดที่ชุมนุม

 

-   ทางรัฐบาลได้ขอให้เสื้อแดงยอมแพ้ก่อน(surrender)  แล้วจึงจะเปิดการเจรจา (negotiate)      : Government has asked for protesters to surrender  then willing to negotiate.  แต่นายปณิธาน  วัฒนายากร  โฆษกรัฐบาลออกมาก็ไม่ได้พูดประโยคนี้   ควรที่รัฐบาลจะได้เน้นย้ำให้เป็นที่เชื่อถือได้ว่ารัฐบาลเต็มใจที่จะเจรจาจริง (willing to negotiate) 

 

-   10.30 น.   ทหารเข้าสู้พื้นที่ยึดครองในราชประสงค์แล้ว  แต่ยังไม่เห็นประชาชนชุมนุมกันอยู่    ........   ภาพแกนนำ จตุพร  นิสิต เหวง   นั่งชมทีวีอยู่อย่างสบายใจ....  ณัฐวุฒิ เดินยิ้มอยู่.......แล้วอัลจาชีรา  ออกภาพประชาชนบาดเจ็บถูกเข็นเข้าโรงพยาบาลเป็นระยะ ๆ ไม่ขาดสาย   ...

 

 

 

-  (วิเคราะห์)   ข่าวท้องถิ่นรายงานค่อนข้างละเอียดเมื่อเช้าว่าทางฝ่ายทหารได้ตรวจพบระเบิดเคโม ณ จุดนั้นจุดนี้ (อย่างน้อยก็ว่าพบ 3 จุด รวมทั้งสถานีรถไฟใต้ดิน สวนลุมฯ )   แม้กระทั่งด่านเข้าราชประสงค์ ในทำนองกล่าวหาว่าประชาชนเป็นผู้ก่อการร้าย    แล้วทหารก็เอาคำบรรยายลักษณะอาวุธร้ายชนิดนั้นมาให้สื่อท้องถิ่น  สื่อท้องถิ่นโง่ ๆ เหล่านั้นก็อ่านไปเสียอย่างละเอียด     ส่วนสื่ออย่าง  อัลจาชีรา  ไม่ได้รายงานถึงสิ่งเหล่านั้นเลย (โง่ขยัน  นี่อันตรายมาก)

 

 

 

10.50 น.  

 

  ทหารยึดสวนลุมฯ  สารสิน  ไม่พบอาวุธสงคราม  เจอระเบิดขวด ตะไล บั้งไฟ ตะปูเรือใบ w10:41:07

#   รพ.ตำรวจยันมีเจ็บ 9 ยังไม่มีเสียชีวิต/กก.สิทธิฯไทยซัดนปช.ต้นเหตุก่อการร้าย w10:17:40 (แบบนี้ต้องบันทึกเอาไว้.... รอชำระทีหลัง)

 

 

 

11.00 น.

 

-   BBC  รายงานสั้น ๆ    Thailand crackdown   อ้างรอยเตอร์ ว่าอย่างน้อยที่สุดมีประชาชนตายไป 2 คนแล้ว   ทหารเข้าไปในเขตชุมนุมได้ในบางส่วนแล้ว  มีทหารและตำรวจหลายร้อยคนประชิดแค้มป์ประชาชนอยู่   บีบีซี ไปทำข่าวนิวเคลียรอิหร่านต่อ

 

-   Aljazeera  สัมภาษณ์ มล.ณัฐกร หลายประเด็น  ฟังท่านไม่ทัน   มีประเด็นหนึ่ง อ้างข่าวรอยเตอร์ว่า ทักษิณ ตอบนักข่าว  ว่าการแครกดาวน์ อาจทำให้เกิดสงครามกองโจร (guerrilla war)  

 

 

 

- (วิเคราะห์)  ช่วงเช้าตรู่มาจนถึงบัดนี้  เห็นภาพของทหารปฏิบัติการในเชิงรุกฝ่ายเดียว จากทีวีต่างประเทศ  ขณะนี้ภาพทหารรุกเข้าไปในที่ต่าง ๆ    เห็นพวกเขาแสดงวิทยายุทธทหารอย่างเต็มรูปแบบ ยังกะเข้าสงครามแล้ว  ก็น่านึกเหมือนกันว่า  ทหารพวกนี้ คงมาจากค่ายทหารชายแดน บ้านนอก ๆ ไม่รู้เรื่องราวอะไรในสังคม การเมืองเลย  ถูกเป่าหัวมาว่ามารบกับผู้ก่อการร้าย ผู้คิดล้มล้างสถาบัน  ล้มแผ่นดินล้มจ้าว   ...ก็มา  แล้วปฏิบัติการอย่างระมัดระวัง  อย่างกะว่านี่คือแหล่งซ่องสุมอันตรายร้ายแรงที่สุด ของผู้ก่อการร้าย ..   นี่คือความไม่เป็นธรรมของฝ่ายทหารและรัฐบาล   .......    ผลคือความเคียดแค้นแด่ชนส่วนที่ถูกกล่าวหานั้น  อย่างลึกซึ้ง         ที่จริงแล้ว  ถ้าคนมีใจเป็นธรรม จะไม่อาจจะกล่าวหาคนไทยคนใดคนหนึ่งได้เลยว่าคิดล้มเจ้า  .....   แต่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ  กล่าวตรงเปิดเผย ไปแล้วว่า ขนาด พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ  นี่แหละ  คิดล้มเจ้าล้มแผ่นดิน นั่นเป็นการสะท้อนถึงคนผู้มุ่งหมายให้ร้ายคนอื่นอย่างร้ายแรงมาก โดยมีจุดประสงค์ล้มล้างกันในทางการเมืองแท้ ๆ อย่างไร้จิตใจของความเป็นธรรม  หรือ  สิ่งที่เรียกกันว่า  Fair Play  ทางการเมือง)

 

สำหรับโทรทัศน์ อัลจาชีรา(Aljazeera) วันนี้  ได้อุทิศเวลามาตั้งแต่เช้า จนถึงเที่ยงวัน ก็ยังติดตามข่าวอยู่  ใช้นักข่าวหมุนเวียนรายงานมาตั้งแต่ Wayne Hay, Tony Birtley, Aela Callan และนักข่าวอีกคนหนึ่งล่าสุดที่รายงานอยู่ในขณะนี้  แน่ละมีทีมงานกล้องที่ไม่เปิดเผยอีกส่วนสำคัญ     อัลจาชีรา มาทำงานข่าวนี้พร้อมด้วยความชำนาญงานฝีมือการดมกลิ่นสงครามโดยตรง  เพราะอัลจาชีราคือโทรทัศน์ข่าวสงครามโดยเฉพาะ   การที่อัลจาชีราให้ความสนใจข่าวไทย  การต่อสู้ของคนเสื้อแดง เพื่อเสรีประชาธิปไตย นั้น   เห็นได้เลยว่า ทางอัลจาชีรา  มีจุดมุ่งหมายที่จะให้เข้าถึงความจริงทุกแง่มุมของเหตุการณ์ในประเทศไทยครั้งนี้   นอกจากมีรายงานข่าวสดในแง่มุมที่ลับที่สุด(พวกเขาได้ภาพขณะทหารซุ่มยิงประชาชน ชัดเจนขนาดนั้น ได้อย่างไร:ภาพหมู่ทหารบนตึกสูง ที่เล็งปืนมีเครื่องเล็ง ...  ภาพที่สัมพันธ์กับคนชี้เป้าด้านล่าง  ...  และภาพการยิง..... และศพประชาชน ฯลฯ แม้กระทั่งวันนี้ พวกเขาก็สามารถจับภาพทหารที่ซุ่มยิงประชาชนได้อย่างชัดเจน  หลายจุด  )  แล้ว    ยังมีรายการที่ถามสืบเอาใจจริงของผู้สร้างเหตุการณ์   โดยการตั้งคำถามอย่างเฉลียวฉลาดเท่าทัน  ย้ำให้ได้ความจริง   ..........   นี่คือบทบาทของสื่อที่มีความชำนาญงานและน่าเชื่อถืออย่างยิ่ง  นอกจากนั้น คนทำงานอัลจาชีราแต่ละคน  นับแต่ผู้ประกาศ จะเห็นว่า พวกเขาได้ทำหน้าที่ผู้ประกาศมาชั่วเวลาอันยาวนาน   จากเด็กเป็นหนุ่มเป็นสาว และ  เป็นสาวกลายเป็นชราเข้าไปแล้ว ยิ่งเพิ่มความเท่าทันเหตุการณ์ต่าง ๆ เท่าทันความคิดแผนการณ์ของคนต่าง ๆ ทุกชาติทุกภาษา  

 

เรามีความพอใจในแง่ที่ว่า  อัลจาชีรา  มีความตั้งใจเป็นพิเศษ ในการตามเก็บข้อมูลประเทศไทยมาตั้งแต่เหตุการณ์วันแรก ๆ  จนถึง เหตุการณ์สงครามกลางเมืองวันนี้    อย่างเอาใจใส่  ละเอียดทุกแง่มุม   น่าขอบคุณที่พวกเขานั้นได้มาทำการศึกษาและเก็บข้อมูลอย่างค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจ  หายสงสัย  นั่นแหละคือพยานหลักฐานที่ดีที่สุด และสำหรับการต่อสู้ระหว่างรัฐบาลทรราช และคนเสื้อแดงผู้รักในประชาธิปไตยทุกคน ไม่ว่าวันนี้เหตุการณ์จะลงเอยอย่างไร  เรามีอัลจาชีรา เป็นพยาน  เพื่อจะได้ศึกษาหาความจริงดูต่อไป 12.50   อัลจาชีรารายงาน  รัฐบาล:โดยโฆษกรัฐบาล ว่ายึดสวนลุมพินีได้ทั้งหมดแล้ว   มีประชาชนอยู่ที่ศุนย์กลางราชประสงค์หลายพันคน  มีรายงานด้วยว่า  แกนนำเสื้อแดง 2 คน ได้หลบหนีจากเวทีไปมอบตัวต่อตำรวจแล้ว   ส่วนณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ มีข่าวว่า

 

#   ณัฐวุฒิขออยู่กับเสื้อแดงที่เวทีอย่างสงบ  ให้ย้ายเด็กสตรีคนชราไปวัดปทุม w11:19:46น.

  ผู้ชุมนุมปล่อยโฮรับไม่ได้แกนนำประกาศยอมยุติ เสียงปืนประชิดเวที w13:45:01

#   แกนนำนปช.แถลงยอมมอบตัวเพื่อหยุดความตายปชช. ผู้ชุมนุมร่ำไห้ไม่ให้ยอมแพ้ w13:31:06

  ณัฐวุฒิตัดสินใจด้วยความยากลำบาก ทนเห็นชีวิตปชช.บาดเจ็บล้มตายไม่ไหว w13:39:06

 

 

 

แล้ว อัลจาชีรา ออกจากประเทศไทย ไปศรีลังกา  ที่นั่นเป็น  Civil War  ของศรีลังกามานานยืดเยื้อ  ก็เพราะ  ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลเป็นผู้ถืออาวุธ  และเป็นทหาร  มีพลังอาวุธและศักยภาพการทำสงคราม พอ ๆ กับทหารของรัฐบาล  เท่ากับทหารต่อทหาร  อาวุธต่ออาวุธ  พอ ๆ กัน   ไม่เหมือนประเทศไทย  ข้อที่ 1  ทหารติดอาวุธพร้อมรถถัง รถหุ้มเกราะ(และทหารโง่ ๆ จากบ้านนอกที่ถูกเป่าขมองว่าไปรบกับพวกผู้ก่อการร้าย ที่คิดล้มราชบัลลังก์)  อุปกรณ์สงครามพร้อมอัตราศึก   สู้กับประชาชนผู้เรียกร้องให้ยุบสภา  ด้วยลมปากที่แถลงความจริงและมือเปล่า   ภายใต้ความรับผิดชอบต่อสังคม ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์อย่างสูง  โดยลัทธิสันติ  อหิงสา  ของพวกเขา  จะเห็นว่าทหารเราไม่เหมือนทหารเขา   ทหารเรามีข้อได้เปรียบร้อยเปอร์เซนต์ ประกันความตายไว้ร้อยเปอร์เซนต์   เท่ากับผู้ใหญ่ต่อยกับเด็ก 5 ขวบ  ข้อที่ 2  รัฐบาลศรีลังกาเป็นรัฐบาลที่มาโดยชอบธรรม และอีกฝ่ายเป็นกบฏ ...  ที่โลกยอมรับ (กบฏพยัฆทมิฬอีแลม)   รัฐบาลศรีลังกาเป็นฝ่ายที่มีความชอบธรรมทุกประการที่จักดำเนินการด้วยมาตรการใดใดก็ได้ต่ออีกฝ่ายหนึ่ง โดยมีประชาชนส่วนใหญ่  ส่วนที่ชนะเลือกตั้งสนับสนุน    ส่วนรัฐบาลไทย  ไม่ใช่เช่นนั้น     เป็นตรงกันข้ามทุกประการกับศรีลังกา...... อัลจาชีราพิศูจน์ได้  เพราะเขาก็ไปเก็บข้อมูลข่าวอย่างละเอียดไว้เหมือนกัน   ข้อแตกต่างที่สำคัญก็คือ  รัฐบาลมีเครื่องมือสื่อทุกชนิดสำหรับใส่ร้ายข่มเหงรังแกประชาชน ทุก ๆ ด้าน  ขณะที่ประชาชนมีเพียงปากเปล่า ๆ และมือสองข้าง

 

อย่างไรก็ตาม  การที่แกนนำแยกไปจากประชาชน นั้น  ไม่ใช่ประเด็น  ประเด็นคือ  ไม่มีผู้ใดแพ้ผู้ใดชนะต่างหาก    เสื้อแดงไม่แพ้  รัฐบาลก็ไม่ชนะ   หรืออย่างน้อยก็ยังไม่ชนะ......  ท่านมีเพียงข้อกล่าวหา แล้วจะชนะได้อย่างไร..... ที่ว่า  successful   นั่นอย่างไร ???      ท่านยังต้องพิจารณาคำขอของฝ่ายเสื้อแดง  นั่นคือ  ยุบสภา

 

และโปรดรักษาคำพูดที่อ้างต่อ  อัลจาชีรา ที่ว่า    Government has asked for protesters to surrender  then willing to negotiate.  รัฐบาลขอให้ฝ่ายประท้วงรัฐบาลยอมแพ้เสียก่อน แล้วหลังจากนั้นรัฐบาลเต็มใจจะประนีประนอม        (สุไหงปาดี  ชินะกุล  ผู้รายงาน วิเคราะห์ 19 พ.ค.2553/13:45:30น.)

 

 

 

14.20 น.   Aljazeera  ยังรายงาน  และจากกองทัพบก ว่า   Thai army says  military operation in Bangkok  has halted.   กองทัพบกบอกว่า การปฏิบัติการทางทหารในกรุงเทพได้สิ้นสุดลงแล้ว   

 

14.30 น.   Aljazeera  จบรายงานข่าวสดลง  ฉายภาพเดิม  จตุพร พรหมพันธ์  ถูกตำรวจและบรรดาเสื้อแดงขนาบ พาส่งสตช.       ...................... 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

(โปรดอ่านข่าวย้อนหลัง)

 

ข่าวสำคัญ ด่วน !!!

16 พ.ค. 2553


06.25 น.   ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินสรุป 14-15(24น.) พ.ค. ตาย 24 ศพ เจ็บ 198 คน/ไม่มีทหารตำรวจตาย

 

แล้วทหารจะคิดทำอะไรต่อไป  เราขอเสนอแนะว่าทหารควรจะพิจารณาถอนตัว และเลิกการโอบอุ้มนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับนายสุเทพ  เทือกสุบรรณ เสียที    ถูกแล้ว  ประเด็นอยู่ที่ความจริงที่ว่า   ไม่มีทหารตำรวจตาย  เพราะประชาชนเขารักทหารและตำรวจหรือ????  ก็ใช่  และ เพราะพวกเขาทำงานอุดมการณ์ สันติ และ อหิงสา  และเพื่อถอนรากถอนโคนอมาตยาธิปไตยและสร้างประชาธิปไตยขึ้นมาอย่างแท้จริงให้ได้     นั่นเอง  

เสียดายภาพทหารที่ออกตัวมาดีแต่วันแรก ๆ  ทำให้เห็นความสง่างามของทหารไทย   แต่แล้ว   ภาพพวกเขาล่าสุด  ได้กลายเป็นอันธพาลติดอาวุธเราดี ๆ  นี่เอง   พวกเขาฆ่าคนทุกคนที่จะทำร้ายพวกเขา แม้ด้วยหนังสติก   พวกเขาไม่ได้คิดถึงความเป็นธรรม  ตามจิตใจของนักรบ   ไม่นึกละอายใจกับการต่อสู้ที่เอารัดเอาเปรียบเหลือประมาณ  (ตนมีปืน  มีวิทยายุทธ  ไปสู้กับประชาชนชาวไร่ชาวนาที่หลงทางมาเมืองกรุง มีแต่มือเปล่า ๆ นี่แสดงจิตใจอย่างไร.... ก็อันธพาลติดอาวุธสงคราม ดังกล่าวนั่นแหละ)       ในขณะเดียวกัน ภาพของประชาชนเสื้อแดงเจิดจ้ารุ่งโรจน์ขึ้น   ถ้าพวกเขาทำสำเร็จ ผลดี  มิใช่ตกแก่เพียงพวกเขา  แต่พวกเขาบันดาลให้ประชาชนทั่วประเทศ     นี่คือเกียติยศอันยิ่งใหญ่ของประชาชนเชิรตแดงวันนี้   เราจะเป็นผู้ยกย่องพวกเขา ก่อนที่จะมีคนอื่น ๆ ตามมายกย่องพวกเขาเช่นเดียวกับเรา 

 

12.30 น.  
   

 ก่อแก้วแฉศอฉ.เตรียมใช้จรวดทำลายรถถังถล่มหลังเวทีนปช.อ้างเป็นคลังอาวุธ  w.16พ.ค.2553 11.58.26 น.
 จตุพรแถลงหากรัฐใช้เคอร์ฟิวปชช.ทั้งประเทศจะลุกฮือ/ขอพึ่งพระบารมีในหลวง red.16 พ.ค.2553 12.14.34

#  สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดชนะสงครามขอบิณฑบาตชีวิตปชช. หยุดฆ่า  ให้อภัย w.16 พ.ค. 2553 10.59.47
 สงฆ์500รูปนำพระพุทธรูปปางห้ามญาติสวดขอยุติการตายที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิคืนวันที่15พ.ค.2553 w.16 พ.ค.2553 12.47.13

บัดนี้ ทุกฝ่ายควรระวังว่า  หากทหารไม่หยุด รัฐบาลจักดำเนินการปราบปรามประชาชนเพิ่มยอดผู้เสียชีวิตไปอีกแล้ว   ประเด็นการเมือง การทหาร  จะกลายเป็นประเด็นศาสนาและศีลธรรมขึ้นมาทันที  ......มันจะยุ่งยากไปกว่าเดิมหลายเท่า  ....  ขอให้ทหารฟัง ฝ่ายสงฆ์บ้าง   ...........    

 

 

บทสรุป 16 พ.ค.2553 

 

สรุปก่อนจะสิ้นวันนี้วันที่ 16 พ.ค.2553   นปช.พาสื่อทั้งไทยและเทศค้นหลังเวที ราชประสงค์เพื่อพิศูจน์ข้อกล่าวหาของศอฉ.(หรือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ) ที่ว่าเป็นคลังอาวุธสงครามของพวกก่อการร้าย คิดทรยศล้มจ้าวล้มแผ่นดิน  แต่ไม่พบอาวุธสงคราม  สื่อทั่วโลกเป็นพยานได้  แต่สิ่งที่ได้พิศูจน์มาแล้วก็คือ  ทหารตำรวจที่ปฏิบัติการครั้งวนี้ ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่เสียชีวิต  นี่ก็เป็นสิ่งที่ยืนยันต่อโลกและประชาชนไทยอย่างเป็นรูปธรรมอันชัดเจนอยู่แล้ว  ว่าประชาชนเขาต่อสู้เยี่ยงเสรีชน ในดวงใจของเขามีมโนธรรมแห่งความดีงามอันประเสริฐ  และมีในหลวงเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงน้ำใจพวกเขาจึงทนทานได้ขนาดนี้

 

รัฐบาลและ ทหาร ควรจะเลิกความคิดที่จะทำการปราบปรามประชาชนอย่างพม่า หรือ จีน  ที่ใช้วิธีการปราบปรามอย่างเด็ดขาดรุนแรง  แล้วเชื่อว่าได้มีผล นำมาซึ่งความสงบ อย่างที่เป็นอยู่ในพม่าและจีน ขณะนี้    (ที่จริงคือการสร้างปัญหาไว้แด่อนาคตของพม่าและจีน   และนี่คือการที่จีนจะเดินไปพบลูกตุ้มที่ถ่วงตนเองขนาดหนักในวันหนึ่งข้างหน้า  และมีทางเป็นไปได้ว่า จีนเดินไปแบบเดียวกับรัสเซีย  ซึ่งแตกออกเป็นหลายประเทศต่อมา ขณะนี้ก็มีกรณีธิเบตอยู่ ขอให้ดูเอาไว้)  เพราะประชาชนไทย ไม่เหมือนประชาชนพม่า และประชาชนจีน   ขณะนี้ได้พิศูจน์แล้วว่า  แม้การต่อสู้ด้วยมือเปล่าพวกเขายังสามารถทำได้ขนาดนี้   ลองคิดเชิงตรรกกะต่อไปดู   ว่าหากรัฐบาลและทหารบีบบังคับให้สถานการณ์กดดันไปกว่าเดิมแล้ว  พวกเขาก็จะสามารถอ้างสิทธิ์ในการป้องกันตัวเองได้     เพราะสิทธิสากลของความเป็นมนุษย์ที่นอกเหนือบทบัญญัติทางกฎหมายหรือบทบัญญัติใดใดทั้งสิ้นทั้งปวงนั้นก็คือ  สิทธิที่จะมีชีวิตอยู่  (To Live  Not to Die)  สิทธิที่จะไม่ถูกคนอื่น หรือแม้ตนเอง พรากเอาชีวิตไป  พวกเขา พวกเราทุกคนมีสิทธิอันนี้อยู่โดยธรรมชาติ ตั้งแต่คลอดออกมาเป็นทารก  ตราบชราภาพไปเอง  มีสิทธิ์ที่จะถามจะพูดว่า  คุณเป็นใครจึงอาจจะมาเอาชีวิตฉัน   แม้เจ้านรกมาฉันยังไม่ยอมเลย   และด้วยสิทธิอันนี้  ทางพระพุทธศาสนาจึงระบุว่า  แม้การฆ่าตนเอง ก็เป็นบาป      เพราะการฆ่าตนเองขัดหลักสิทธิพื้นฐานข้อนี้นั่นเอง     ฉะนั้น  จงอย่าละเมิดชีวิตคนอื่น       พม่าได้รับผลกรรมไปแล้วจากพายุไซโคลนนากิส  ....  นั่นคือผลของวิบากกรรมที่ได้เข่นฆ่าประชาชนในกรณี 10 ต.ค. 2550   ส่วนจีน  ก็ได้เผชิญผลกรรมมา และกำลังได้รับผลกรรมไปเรื่อย ๆ  (ถ้าตามข่าวจีน  จะพบภัยธรรมชาติเกิดจากเหมืองใต้ดินถล่มบ้าง  พายุบ้าง  ซึ่งทำให้คนตายเป็นหมู่นับสิบไปถึงร้อยคนเป็นปกติ..นี่คือผลกรรม กรณ๊เทียนอันเหมิน  และยังจะมีผลกรรมใหญ่รออยู่) 

 

วันนี้   ทหาร  และแม้อาจจะพูดรวมว่าทุกฝ่าย  จึงต้องหยุด    หยุดการฆ่า     และมาเจรจา    เจรจากันอย่างคนไทยด้วยกัน เพราะเรามีประวัติศาสตร์ เราเป็นชาติเสรี ที่ไม่เคยตกใต้ความเป็นทาสของชาติตะวันตก และด้วยคุณสมบัตินี้ ทำให้เกิดประชาชนเยี่ยงคนเสื้อแดง ผู้มีอิสระในความคิด  มีสิทธิเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ขึ้นมานำทางเราไปสู่ประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์    (ข่าวและวิเคราะห์;  บุษบา บุญเสฏฐ์อรบุศป์ ละอองธรรม ; 17 พ.ค. 2553 /07.30 น.)

 

 

15 พ.ค. 2553 

01.00 น.  รายงานข่าว(สปริงนิวส์)เมื่อเวลาวันใหม่ ภายหลังทหารบุก พร้อมอาวุธสงคราม ครบมือ   เข้าสู่ประชาชนผู้ยังคงต่อสู้ด้วยมือเปล่าตามด่านต่าง ๆ มาตลอดวัน    เป้าหมายคือปิดล้อมเวทีราชประสงค์      แต่ได้ฝ่าการกีดกั้นของประชาชนเป็นเหตุให้เกิดการปะทะ  และทหารทำร้ายประชาชน 125 คนได้รับบาดเจ็บ  10 คนเสียชีวิตไปแล้ว 

เราได้เห็นแล้วว่า  มาตรการของรัฐบาลได้รุนแรง ขึ้น จนเป็นเหตุให้คนตายไปถึง 10 คน แล้ว   รัฐบาลน่าจะสำนึกในความรับผิดชอบแล้ว 

 

06.05.54 น.   สรุปศอฉ.ขอคืนพื้นที่ด้วยกระสุนจริงวันแรก(14 พ.ค.2553) แดงตาย 10 คน ไม่มีทหารตาย  ทั้งนี้ตามรายงานล่าสุดทางสำนักข่าว SMS  

ยังมีรายงานมาตามลำดับเกี่ยวกับองค์กรสิทธิ์ต่าง ๆ  คือ ฮิวแมนไรทส์วอทซ์ออกจดหมายเตือนนายกรัฐมนตรี หากไม่หยุดบงการฆ่าประชาชนต้องขึ้นศาลอาชญากรโลก

 

และมีข่าวยืนยันจากสนามว่า ในการต่อสู้ตลอดวันมานี้ นปช.ต่อสู้ด้วยมือเปล่าไร้อาวุธสงคราม หรือแม้อาวุธปืน  พวกเขายังยึดมั่นในอุดมการณ์สันติ อหิงสา  และมีความรับผิดชอบอย่างสูงต่อสังคมและประเทศชาติ  และจะเห็นระเบียบ วินัยของประชาชนขนาดไหน  ดังปรากฎถึงการควบคุมจิตใจและอารมณ์ได้อย่างเลิศประเสริฐ  ทางรัฐบาลและทหารคงไม่นึกกระหยิ่มใจได้ว่า การต่อสู้กับคนมือเปล่านั้น เป็นวีรกรรมของตน   ประชาชนต่างหากที่ได้สร้างวีรกรรมครั้งนี้ และแสดงน้ำใจอันประเสริฐล้ำเลิศอาจบรรยาย ยกย่องสรรเสริญได้หลายประการไปไม่จบสิ้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรับผิดชอบต่อสังคม ต่อประเทศชาติ   ขณะนี้แม้ประชาชนจะถึงแก่ความตายไปด้วยน้ำมือทหารแล้ว 10 คน ไม่นับบาดเจ็บด้วยอาวุธปืนของทหารอีกถึงกว่า 125 คน  นั่นเป็นความเศร้าโศกและสะเทือนจิตใจอย่างสูง  แต่พวกเขาก็ยังควบคุมอารมณ์จิตใจไว้ได้ และไม่ระเบิดอารมณ์ร้ายออกมา

บัดนี้ จึงถึงคราวของรัฐบาลอภิสิทธิ์ - สุเทพ  และทหาร  ที่จะต้องแสดงความรับผิดชอบ ......รัฐบาลรับผิดชอบในฐานะผู้สั่งการฆ่าประชาชน    และทหารในฐานะผู้ปฏิบัติการเข่นฆ่าประชาชน.....ท่านคืออาชญากรตัวร้ายของสังคม วันนี้.

 

09.50 น.   มีรายงานจาก อัลจาชีรา ว่ายอดคนเชิร์ตแดง ตาย 10  บาดเจ็บ 100 คน   แต่กระแสข่าวท้องถิ่นรายงานว่า  มีจำนวนประชาชนตายเพิ่มเป็น 16  เจ็บ 141 คน แล้ว  

คำถามสำหรับประชาชนไทยในวันนี้ก็คือ  รัฐบาลมีสิทธิ์ที่จะสั่งฆ่าประชาชนหรือ?
และแม้คน ๆ หนึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดร้ายแรง  แต่ระบบความยุติธรรม จะสั่งประหารเขาได้ ก็ต่อเมื่อพิศูจน์ได้อย่างชัดเจน  ด้วยระบบการต่อสู้ทางหลักฐานพะยาน ทั้งโจทก์และจำเลย จนถึงที่สุด ถึง ระดับ ศาลความยุติธรรม  แต่ประชาชนเป็นใคร  ทำความผิดร้ายแรงอะไร  ในเมื่อพวกเขามาร้องขอต่อท่าน ในฐานะผู้ปกครอง ที่อ้างว่าฟังเสียงประชาชน ตามระบอบประชาธิปไตย  แม้ถูกล้อมยิงด้วยกองกำลังทหารที่มีฝีมือที่สุดของกองทัพ  พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ในการป้องกันชีวิตตนเอง   ท่านมีอำนาจอะไรในการสั่งสังหารพวกเขา  

 

10.05    Sean Boonprakong (ชอน บุญประคอง โฆษกเชิร์ตแดง) ออกอัลจาชีรา   เขาได้รับโอกาสให้แถลงข่าว  พร้อมภาพ  อันสดใสร่าเริง  ไร้ความระย่อหวาดหวั่นของมวลฃนคนเฃิร์ตแดง   ที่ดูแดงเจิดจ้าในวันนี้ พวกเขาชูป้ายสลอนว่า  สู้เพื่อ  REAL DEMOCRACY  และยังมีพระสงฆ์มาร่วมในขบวนการต่อสู้ด้วย

 

12.00 น.  Aelo Callan ผู้สื่อข่าว Aljazeera   รายงานจากกรุงเทพว่า มีผู้เสียฃีวิตอย่างน้อย 18 คน    
ทางนายปณิธาน วัฒนายากร ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวท้องถิ่น อ้างว่าขอให้เข้าสู่แผนการปรองดองแห่งชาติต่อไป รัฐบาลมีแผนปรองดองอยู่แล้ว  (  ใครจะเชื่อคุณล่ะ.....คุณมีความกล้าพอรับผิดชอบคำพูดตัวเองเพียงใด    ขนาดนายกรัฐมนตรียังคืนคำ  หาสัจจะวาจาไม่ได้.....คุณเป็นคนสร้างปัญหา  ไม่ใช่ประชาชนสร้างปัญหา )

 
15 พ.ค. 2553 (ต่อ)

 

 18.00 น.   BBC.   รายงานจากกรุงเทพ โดย Chris Hogg     ว่า มีการยิงกันหนักกว่าเก่าในกรุงเทพ   ทางทหารได้ประกาศเขต  "Living Firing Zone"  คือเขตใช้กระสุนจริง  ที่ถนนสายหนึ่งแล้ว  (ตรงกับข่าวท้องถิ่นว่าถนนราชปรารภ)  ทางเสื้อแดงยังคงต่อสู้อย่างห้าวหาญและไม่ยอมตามคำสั่งของรัฐบาล (Red shirt protesters remain defient.)

ข่าวท้องถิ่นรายงานตามลำดับมาตั้งแต่ช่วงบ่ายว่า จุดที่ทหารยึดไว้ได้ในตอนเช้าและบ่ายหลายจุด   ประชาชนมารวมตัวกันเตรียมแย่งคืน   และพร้อมทั้งเตรียมดิน หิน และเครื่องมือต่อสู้เท่าที่หาได้ตามข้างทาง เข้าก่อกวนทหาร  ทางจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำ นปช.กล่าวว่าที่จริงประชาชนส่วนหนึ่งจะเข้าไปร่วมชุมนุมในเขตราชประสงค์แต่ถูกกีดกั้น ประชาชนจึงพยายามฝ่าเข้าไป จึงเกิดเรื่องแรงขึ้น หลายจุด    ปรากฎว่า3เหลี่ยมดินแดงเข้าขั้นเดือดทหารยิงไม่เลือกถูกช่างภาพเนชั่นบาดเจ็บสาหัส  ที่จุดด่านบ่อนไก่ก็เช่นเดียวกัน   มีการปะทะเดือดแดงจับทหารได้สองคน สอบพบพูดไทยไม่ได้ ถูกจ้างจากเขมรฝีมือเนวิน มีM79ลง3ลูก  

ทางศอฉ.แถลงเวลา 16.29 น.ว่าว่าทหารโดนกองกำลังติดอาวุธทำร้าย  การยิงเอ็ม 79 ทั้ง 18 ครั้งเป็นฝีมือ นปช.   ศอฉ.กล่าวหาว่า นปช.ที่โดนยิงตายเป็นผู้ก่อการร้ายทั้ง 16 ศพเพราะการ์ดยิงกันเอง  ทหารไม่ได้ยิง เพียงป้องกันตัว  ซึ่งโดนฝ่ายนปช.ตอบโต้ว่าเป็นเพียงการกล่าวหา ให้ร้ายคนเสื้อแดง เป็นเหตุผลสำหรับการใช้อาวุธสังหารประชาชนมือเปล่า   และยังมีข่าวรัฐบาลโด๊ปทหารกองร้อยละแสน ใช้กระสุนจริงไล่ยิงคนเสื้อแดงเหมือนล่าสัตว์    เลขาธิการองค์การสหประชาชาติแถลงขอให้ไทยยุติความรุนแรง  ในขณะเดียวกันทีมโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ขอไปทาง UN   ให้ส่งกองกำลังป้องกันประชาชน มาช่วยเชิรตแดงในวันที่ 17 พ.ค.2553 โดยประสานกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา  

เวลา 17.29 น. นปช.ปทุมธานีออกแถลงการณ์ถ้าทหารไม่หยุดฆ่าประชาชนจะทำการปิดถนนทุกสายในปทุมธานี และจะบุกเข้ายึดสถานที่ราชการ  แท้จริงสมาคมชาวนาแห่งประเทศไทยและสมาคมรถบรรทุกแห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์เมื่อเวลา 13.00 น.แล้วว่าหากรัฐบาลไม่หยุดทำร้ายประชาชนวันนี้ จะปิดถนนทุกสายในจังหวัดประทุมธานี  

ล่าสุดแดงทะยอยเดินฝ่าด่านเข้าราชประสงค์  ณัฐวุฒิประกาศให้รัฐบาลหยุดยิงทันที

 

 

15 พ.ค. 2553 (ต่อ)

23.50 น.      เราเพิ่งได้ทราบว่า   นายปณิธาน วัฒนายากร  โฆษกรัฐบาล  ได้ให้สัมภาษณ์สื่อ บีบีซี  ไม่ตรง กับที่ให้สัมภาษณ์สื่อท้องถิ่นในเมืองไทย   ตามที่ได้รายงานไว้แล้วข้างต้น (โปรดดู รายงานวันนี้ เมื่อ 12.00 น.) เขาให้สัมภาษณ์สื่อท้องถิ่นว่า  ขอให้ นปช.เข้าสู่แผนการปรองดองแห่งชาติต่อไป รัฐบาลมีแผนปรองดองอยู่แล้ว .....  แต่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศว่า ทางรัฐบาลยืนยันไม่มีแผนการปรองดองอีกต่อไป  ......  ซึ่งกลับเป็นตรงกันข้ามไปเลย   เช่นนี้หมายความว่าอย่างไร????   มีความจริงใจต่อประชาชนหรือไม่ ?   ทำไมคนทำงานระดับที่ต้องรับผิดชอบประเทศทั้งประเทศ จึงพูดจาหาความสัตย์ความจริงไม่ได้เลย เช่นนี้  แม้ประชาชนธรรมดา ๆ คนหนึ่งเขาก็ย่อมดูถูกดูแคลนว่า ไร้ศีลสัตย์ ตระบัดคำพูด  ดูหมิ่นดูแคลนประชาชนเช่นนี้ ควรอยู่ในตำแหน่งได้อยู่หรือ?  นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่คนเกลียดชังรัฐบาลนี้  เพราะแทบทุกหน่วยไร้วุฒิภาวะโดยสิ้นเชิง 

ก่อนจะสิ้นวัน ๆ ที่ 15 พ.ค. 2553  เราได้ทราบข่าวรายงานเวลา 15.32 น. ว่ามีประชาชนเสียชีวิตเพิ่มไปอีก เป็น 24 ศพ รวมทั้งนักข่าวงแคนาดา ตายแล้ว   นปช.จี้ทหารหยุดฆ่าประชาชนได้แล้ว  และครั้นสถานการณ์ชุลมุน เพราะผิดคาด ทหารนึกว่าประชาชนจะกลัวปืน กลับไม่เป็นเช่นนั้น โดนหนังสติ๊กเข้าหน่อยก็ขวัญเสีย เลยยิงมั่วไปหมด(เริ่มเสียฟอร์มทหารไปแล้ว  กลายเป็นอันธพาลติดอาวุธ)     มีรายงานเวลา 21.30 น.ว่าที่ถนนราชปรารภ เขตยิงด้วยกระสุนจริง คนอยู่คอนโดชั้น 27 ที่ระเบียงโดนกระสุนปืนตายฟรีไปไม่ทราบจำนวน  ทหารไม่ให้ตำรวจสอบ  ซ฿งทั้งหมดของเหตุการณ์ มีประชาชนรายงานเข้าศูนย์ข่าว นปช.แดงทั้งแผ่นดินอย่างถี่ยิบ  อย่านึกว่าจะรอดการสื่อสารไปได้   แม้นักข่าวก็เริ่มจะได้เห็นความเป็นอันธพาลของทหารชัดเข้าทุกที  เพราะยิงกราดแม้กระทั่งกลุ่มผู้สื่อข่าว และกลุ่มสื่อก็ได้ทำหนังสือแถลงการณ์ประท้วงไปแล้ว  ว่าขอให้ทหารประพฤติต่อสื่ออย่างเป็นสากลประเทศทั้งหลายด้วย

 

เมื่อเหตุการณ์ดำเนินมาอย่างควบคุมไม่ได้เช่นนี้  ขณะนี้แล้ว  รัฐบาลยังไม่แสดงความรับผิดชอบ   นี่คือรัฐบาลโจรจริง ๆ   เพียงแต่ประชาชนเข้าใจความจริงนี้เท่านั้น เพิ่มไปจากหมู่คนเสื้อแดง  ที่พวกเขาต่อสู้โดยสำนึกของการป้องกันบ้านเมือง  ป้องกันผลประโยชน์ของบ้านเมือง ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อันเป็นขนบธรรมเนียมประจำชาติ  และเพื่อเอาประชาธิปไตยคืนมา  อันเป็นแนวทางที่จะนำชาติไทยโฉมหน้าไปสู่ความอุดมสมบูรณ์ ด้วยประชาธิปไตยที่กินได้ อย่างแท้จริง   โดยต้องไล่โจรที่ครองเมืองไปให้ได้เสียก่อน  

และก่อนจะสิ้นวันนี้ ก็มีรายงานล่าสุดเวลา 23 .50 น. ก็คือ  ยิงเอ็ม 79 ถล่มสน.ลุมพินี ลูก ตำรวจหนีตายกันอลหม่าน วิเคราะห์ว่า ฝ่ายทหารรัฐบาลยิง แก้แค้นเอากับตำรวจที่เข้าข้างฝ่ายประชาชน

และ นปช.ตั้งเวทีขึ้นอีกเวทีหนึ่ง ที่3แยกคลองเตย  รองรับผู้ชุมนุมที่เข้าราชประสงค์ไม่ได้  ทำการต่อสู้ทหารด้วยการโฆษณาความจริงวันนี้  รายงานว่ามีประชาชนจับกลุ่มอยู่ ประมาณหมื่นคน  มาจากแดงปทุมธานี 

กลุ่มกรีนพีซ ขอส่งข้าวให้ นปช.เพื่อมนุษย์ธรรม ทหารไม่ให้ผ่านด่าน

ศูนย์เอราวัณ แจ้งเวลา 21.50 น. มีผู้เสียชีวิตแล้ว 22 ศพ  บาดเจ็บ 191 คน  

 

 

 

 

14 พ.ค. 2553

 

18.50 น.

มีสำนักข่าวที่เราเข้าไปได้ข้อมูลมาสรุปในช่องนี้ สำคัญคือ เคเบิลทีวีไทยเรา ช่อง  และข่าวต่างประเทศ มี Aljazeera และ  BBC เป็นหลัก  และ ข่าวสำนักข่าวทาง SMS หลายสำนัก ที่มาสู่มือถือของเรา   สื่อที่เราไม่เข้าไปเลยคือ  ช่อง 11 ช่อง ช่อง ช่องช่อง 3

และทั้งวัน ๆ นี้ ก็มีการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาจากวานนี้   ซึ่งรัฐบาลอภิสิทธิ์ เริ่มต้นการปราบปรามประชาชนอีกรอบหนึ่ง  และเหตุใดจึงเริ่มในวันธัมมัสสวนะ  หรือวันพระใหญ่กลางเดือน ที่ชาวพุทธทั้งประเทศต่างเข้าวัดฟังธรรมกัน  พระสงฆ์ลงปาฏิโมกข์ ชำระตนด้วยศีลบริสุทธิ์   จึงดูไม่ให้เกียรติหรือความเคารพในศาสนาประจำชาติของนายกรัฐมนตรีคนนี้   หรืออาจเป็นไปได้หรือไม่ว่าเขาไม่เข้าใจวัฒนธรรมประเพณีของชาติของประชาชนเสียเลย จึงบริหารงานมาผิดพลาดตลอด ๆ   กระนั้นก็น่าจะได้ยินเรื่องราวสงครามในตะวันออกกลางอยู่บ้าง   ว่าครั้นถึงเทศกาลรอมฎอนฝ่ายมุสลิม  ซึ่งตรงกับเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า ของชาวคริสต์  พวกเขาก็หยุดรบกันชั่วคราว  ปีที่แล้วก็มีภาพรายงานข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศ ว่าทั้งสองฝ่ายฉลองวันสำคัญกันขณะที่มีปืนอยู่ในอ้อมกอด  ฟังแล้วซึ้งใจว่าแม้ในสนามรบคนก็ยังรำลึกนึกขอบคุณศาสนา และแสดงออกด้วยการกระทำความสงบ  แต่รัฐบาลอภิสิทธิ-สุเทพ  ไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับประชาชน และศาสนา ไม่รู้จักวันพระวันเจ้าเลย  จึงน่าเหมาะกับความเป็นมนุษย์วานรยุค 1.8 ล้านปี ที่ยังไม่มีศาสนา มาอยู่ผิดยุคจริง 

ทั้งวัน ๆ นี้ เห็นการเคลื่อนตัวของทหาร  หลายจุด  ที่มีการต่อสู้  ที่บ่อนไก่  ศาลาแดง  ซอยพระเจน  ข้างสวนลุมพินี  และ ราชปรารภ  โดยโฉมหน้าเข้าปิดล้อมราชประสงค์ทุกทิศทาง    แต่แผนการนี้ดูจะไม่สำเร็จ  ขณะนี้ เสียงปืนได้หยุดลง  ทราบว่ามีคนเสียชีวิต คน  และมีบาดเจ็บ คน เป็นฝ่ายประชาชน  เวลา 17.02 น. ทาง นปช.ได้แถลงจี้มาร์คยุบสภาทันทีห้ามอยู่รักษาการณ์นายก/ให้ทหารหยุดยิงประชาชน

จุดที่ข่าวต่างประเทศให้ความสนใจก็คือ ถนนหน้าเวทีมวยลุมพินี ใกล้ ๆ สวนลุมฯ   เขาอาจจะมีความคิดแบบเดียวกับเราก็ได้  นั่นคือสะท้อนภาพกองทหาร ที่ดูดี   และที่น่าสนใจก็คือ  รูปร่าง ความอ้วน ผอม ได้ระดับเดียวกันหมด  ไม่มีคนอ้วนหรือหนาเทอะ แม้ส่วนสูงก็เท่ากัน  การเคลื่อนตัวแต่ละก้าวดูดีมาก ๆ  และการปฏิบัติการคล่อง แต่สุขุม ไร้ความกังวล  นี่คือทหาร นักรบระดับไหนของกองทัพไทย  

แต่น่าเสียดายเหลือเกิน   เราอยากเห็นเขาในสนามรบ ที่ต่อสู้กับข้าศึกผู้รุกรานจากภายนอกประเทศ  เมื่อข้าศึกมา  เห็นพวกเขา  เราจะอบอุ่นใจและเชื่อมั่นว่าพวกเขาจะต้องนำชัยชนะมาสู่ประชาชน  

แต่น่าเสียดายเหลือเกิน   มารับใช้รัฐบาลทรราช  อมาตยาธิปไตย  เพื่อการเข่นฆ่าประชาชนของตนเอง ผู้ต่อสู้ด้วยสองมือเปล่า ๆ  

เราจะรายงานต่อเมื่อมีสถานการณ์ รุนแรงเกิดขึ้น

·         (สุไหงปาดี ชินะกุล รายงานและวิเคราะห์ เวลา 18.50 น.)

 

 

 

 

 

13 พ.ค. 2553

 

บันทึกวันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤษภาคม 2553  วันพระแรม 15 ค่ำเดือน 6  พระสงฆ์ลงอุโบสถฟังปาฏิโมกข์  ประชาชนชาวพุทธเข้าวัดฟังธรรมเช้า ปฏิบัติธรรม สวดมนต์ ทำสมาธิ วิปัสนา ช่วงเย็น

เราได้ทราบข่าวทางรัฐบาล สั่งบุกสลายเสื้อแดง มาตั้งแต่เช้านี้แล้ว  และตอนเย็น  ได้ข่าวมีบึ้ม ด้วยเอ็ม 79  แล้วมีข่าวเสธ.แดงถูกสไนเปอร์ยิงทีศีรษะ หามเข้าโรงพยาบาลหัวเฉียว อาการหนัก  แต่เราก็คิดว่าคงรอด  เราทราบว่า จะมีการปฏิบัติการมือปืนสไนเปอร์เช่นนี้อีกหลายราย โดยเฉพาะแกนนำ นปช. โดยเหตุผล ขบวนการล้มจ้าว

ทางรัฐบาลได้ล้มเลิกแผนปรองดองแห่งชาติไปแล้ว  นั่นเป็นเรื่องที่น่าคาดคะเนได้สำหรับรัฐบาลเด็กเลี้ยงแกะ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  แต่ขณะนี้แดงจะทำอย่างไร เราไม่อาจจะประเมินสถานการณ์ได้  เราไม่ทราบแน่ชัดว่าแดงมีจำนวนชุมนุมกันทั้งหมดเท่าไร   พอที่จะทำการต่อสู้อย่างไหลหลากเพื่อท่วมทับฝ่ายที่เข้ากระทำได้เพียงไรหรือไม่    แต่เรื่องนี้เราไม่กังวล  เพราะไว้วางใจว่าแกนนำและประชาชนเป็นหนึ่งเดียว อย่างเหนียวแน่น  

ในงานวันเกิดของท่านอดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ วันนี้ เราได้ฟังคำพูดที่ยิ่งใหญ่ ประทับใจ จากบุคคล ผู้อาวุโส แต่ความคิดทันสมัยทันสถานการณ์มาก ๆ คือท่านเสนาะ เทียนทอง   ท่านกล่าวต่อสื่อว่า นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ หมดคุณค่าที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว เพราะความประพฤติไม่สมควร  จะต้องลาออกอย่างเดียว    และขอร้องให้ พล.อ.ชวลิต  ทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง อย่าทอดทิ้ง   ซึ่งพล.อ.ชวลิตคาดว่าจะเรียบร้อยใน 2- 3 วัน แดงจะสลายการชุมนุม   เราไม่เห็นมีผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการเมือง จะแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองเหมือนท่านเสนาะ เทียนทองเลย 

สิ่งที่น่าคิดขณะนี้ก็คือ  ทางแกนนำนปช.เองได้ประเมินตนเองว่าอยู่ในระดับอันตรายขนาดไหน ทางออกด้านการต่อสู้ทางกฎหมายน่าจะเป็นอีกทางของชัยชนะ  ส่วนการต่อสู้กับคนอำมะหิต  จะทำอย่างไร 

ในที่นี้เราอยากเตือนสติสักหน่อยว่า  ถึงอย่างไร แดงก็ชนะอยู่แล้ว  แม้ว่าเราจะสลายตัวเองด้วยเราเองไปเสียก่อนที่จะเกิดการสูญเสีย    

เมื่อมีการสลายการชุมนุมเสื้อแดง เราจะรายงานที่นี่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

7.  รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

 

 

อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลสมควรแล้ว   

 

วันที่ 31 พ.ค. 2553 เวลา 09.00 น.เริ่มอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอภิสิทธิ์    ฝ่ายค้านเตรียมถล่มแหลก คอยฟัง จตุพร กับ เฉลิม จะถลกและถล่ม แบบประชาชนคนเสื้อแดงไม่ผิดหวังแน่  และขอให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ - สุเทพ ทรราช ถอนคำว่า  ผู้ก่อการร้าย

 

·         ผู้ตั้งกระทู้ แดง ดำรงธรรม :: วันที่ลงประกาศ 2010-05-31 03:07:00

 

 

 

ความเห็นที่ (3198990) 

 

 

คุณวิชาญ   กับ ชลน่าน.....ลาออกจากกรรมการ 3 ฝ่าย   .........   ตรวจสอบคลิป.....    ลาออก

 

ประธานจะไม่อนุญาตให้เปิดคลิปที่ไม่ได้ผ่านกรรมการ นี้........   ก่อน 3 ชม.  ต้องให้ตรวจสอบ    แต่คุณวิชาญว่าตรวจสอบไม่ได้เพราะเป็นเอกสิทธิ์    และต้องการเพียงเปิดเผยความจริง

 

เฉลิมว่า  น่ามีเหตุผลที่รัฐบาลไม่ยอม   แต่พท.แก้ด้วยการเปิดให้ผู้สื่อข่าวชมในห้องแถลงข่าวแทน 

 

 

 

ถอดถอน 4 คน  

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น 001 รายงาน วันที่ตอบ 2010-05-31 09:30:04

 

 

 ความเห็นที่ 2 (3199017) 

10.00 น.   วิทยา  บุรณศิริ     อภิปราย  อภิสิทธิ์  แจ๋ว       นายมาร์คโดนแน่

 

1.      ทำงานไม่เป็น     2.      ปล่อยให้ทุจริตตนละเว้นการดูแล   โครงการไทยเข้มแข็ง   ทุจริตการจัดซื้ออาวุธ   รถไฟฟ้าสายสีม่วง    3.    ละเว้นเอาผิดพวกยึดสนามบิน  ยึดทำเนียบ       4.    ไม่ดูแลสิทธิในทรัพย์สิน   เสรีภาพของเสรีชน สื่อมวลชน     5.   ไม่ดูแลสิทธิ์ในการชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ     แต่ เข่นฆ่าปราบปรามประชาชน   ทำให้มีผูเสียชีวิต แต่เม.ย. 2553 ถึงพ.ค. 2553  กลับให้หีบศพนับร้อยศพ      ลุแก่อำนาจโดยไม่สุจริต   เลือกปฏิบัติ   ออกคำสั่ง พรก.ฉุกเฉิน  ที่ละเมิดสิทธิ์ของประชาชน เพื่อให้พวกพ้องพ้นความผิด    บังคับให้ปฏิบัติตามกฎหมาย 2 มาตรฐาน   มุ่งทำลายฝ่ายที่มีความคิดเห็นแตกต่างจากตนเอง        6.   ล้มเหลวทางบริการเศรษฐกิจ  ก่อหนี้โดยมิชอบ   ทำลายการลงทุนตามโครงการมาบตาพุด   7.   เป็นนักเลงในวงการต่างประเทศ และเพื่อนบ้าน     ก้าวร้าว  รุนแรง   ทำลายมิตรภาพเพื่อนบ้าน   อาเซียนไปหมด    ขาดความจริงใจในการสร้างความปรองดอง   สมานฉันท์  มีพฤติกรรมสร้างความขัดแย้งตลอดเวลา ผ่านโฆษก

 

 

 

นายวิทยาลำดับความผิดนายมาร์คไปเรื่อย ๆ  ร่วม 30-50 ข้อก็ยังไม่จบ....  เสร็จแน่......จะแก้ตัวอย่างไร   มากมายหลายข้อเหลือเกิน 

 

อาศัย รธน. ม.158  จึงเสนอ ร.ต.อ.เฉลิม  อยู่บำรุง   เป็นนายกรัฐมนตรี  แทนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

 

 

 

แล้วเสนอถอดถอน  (1)   นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ    ฐานมีวิสัยทัศน์แคบ   ทำการสลายชุมนุมผิดพลาด     ทำผิด ม.11   ม.24   พรก.ฉุกเฉิน โดยใช้ทหารทำการละเมิดสิทธิบุคคล นิติบุคคล   106ราย    ฯลฯ    (2)  นายกร  จาติกวณิช    ทำการคลังผิดพลาด   ก่อหนี้สาธารณะ  สูงกว่า 60 %    นำเงินกู้ไปเอื้อประโยชน์เฉพาะตน   กู้มาโกง     ไม่เป็นธรรมาภิบาล  ไม่เป็นประชาธิปไตย     ละเว้นการเก็บภาษีรายได้จาก SMS  ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ     (3)    นายกษิต  ภิรมย์     มีทัศนคติที่เป็นอันตรายจากฝ่ายทีเห็นต่าง  ไม่คำนึงศักดิ์ศรีของมนุษย์      ทำลายการร่วมมือเอเซียน    เกิดความล้มเหลวในการประชุมสุดยอดอาเซียน     (4 )   นายชวรัตน์  ชาญวีรกุล    เครือญาติไปมีผลประโยชน์ ในธุรกิจต่าง ๆ   แสวงหาประโยชน์จากการโยกย้ายตำแหน่ง มท.     (5)  นายโสภณ  ซารัมย์       หาประโยชน์ส่วนตน  ยินยอมให้ผู้สนับสนุนแสวงหาประโยชน์   ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ   ทำลายขวัญกำลังใจของข้าราชการประจำ

 

ไม่ต้องฟังคำแก้ตัวหรอก   ออกไปเลย      สุเทพ  เทือกสุบรรณ  ชัด  

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น บัณฑิต พิมพ์โพธิ์ วันที่ตอบ 2010-05-31 10:32:37

 

 

 ความเห็นที่ 3 (3199235) 

 

 

10.45 น.       อ้าว   เสียงหาย   ..............    รัฐบาลมีทีมดูดเสียงอีกเช่นเคย.......  โกงจริง ๆ    หมากระเป๋า.....  เขากำลังพูดถึงประเด็นว่า  นายอภิสิทธิ์   ทำผิดอะไร   สุเทพ ทำผิดอะไร      มีการยิงคนในวัดปทุมวนาราม ตายไปกี่ศพ   อย่างไร      นี่รัฐบาลจะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้อย่างไร  และอื่น ๆ     ............       เสียงหายไป..............โกงจริง ๆ    นี่เป็นต่อตาเลยนะ    ช่วยรายงานหน่อย   .........   ให่สภาทราบ...

 

ผู้แสดงความคิดเห็น บัณฑิต พิมพ์โพธิ์ วันที่ตอบ 2010-05-31 10:52:42

 

 

 ความเห็นที่ 4 (3199252) 

 

 

11.10 น.  นั่นแหละ   ซัดเข้าไปเลย   ใช้ทหารฆ่าประชาชน  14-19  พ.ค. 2553     ใช้ทหาร  รถเกราะ สลายการชุมนุมตามสิทธิประชาธิปไตย ได้อย่างไร

 

แต่นายมาร์ค  แกไม่รู้สึกหรอก  เพราะสำนึกอย่างนี้แหละที่เรียกว่าสำนึก โจร    ......   โจรหรือจะยอมรับผิด  .......แกแก้ตัวไปได้เรื่อย ๆ   พูดกะล่อนไปได้เป็นตุเป็นตะ   จนย้อนกลับมาโกหกอีกครั้งก็ยังไม่รู้ตัว  ..(เขาเรียกว่า สไตล์สุริยะใส กะตะศิลา  คือพูดแก้ตัวได้ทุกเรื่องโดยไม่คำนึงความรับผิดชอบ)      เอาความจริงบีบเข้า ๆ  ให้มวลชนเข้าใจมากเข้า ๆ    แล้วจับเข้าคุกเลย   นี่แหละวิธีการแก้ไข      ...............

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น บึงมะลู หิ่งห้อย วันที่ตอบ 2010-05-31 11:17:59

 

 

 ความเห็นที่ 5 (3199366) 

เชาวรินทร์  ลัทธศักดิ์ศิริ   เพิ่งพูดจบ   เยี่ยมมาก ๆ     เปิดประเด็นศาสนาและศีลธรรม  ได้ชัดเจน      สุเทพนี่ได้กลายเป็น  โมฆะบุรุษ  คือบุรุษที่ไร้คุณค่า ในบวรพุทธศาสนาไปแล้ว     แม้ยอมรับว่าได้จับกุมพระสงฆ์ไปจริงหลายรูป..... มีพระครู สมณศักดิ์ด้วยรูปหนึ่ง     แต่ไม่คิดละอายแก่บาปอันหนักแด่พระพุทธศาสนา   เลย กลับเน้นย้ำลงไปอีกว่าท่านมีความผิด  เป็นผู้ต้องหา  .....  แม้กระทั่งประชาชนยังมีมือเปล่า ๆ  เพราะพวกเขามาเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย  ไม่ได้มีเจตนามาก่อความวุ่นวาย  อย่างการก่อการร้ายเลย   พระท่านจะมีอะไรไปคิดร้ายต่อเจ้าหน้าที่   ท่านไปเพื่อช่วยแบ่งเบาทุกข์ของประชาชน เป็นกำลังใจให้ประชาชน  และเพื่อมั่นในธรรมะ สันติ  อหิงสา    ท่านไม่มีเจตนาร้าย  แล้วกฎหมายเอาโทษได้อย่างไร???   ข้อที่ไม่มีเจตนา..........     สุเทพ เทือกสุบรรณ    นี่คือโมฆะบุรุษ    ทางวงการสงฆ์จะต้องอธิบายออกไปให้ทั่วสังฆอาณาจักร    เพื่อปฏิเสธคน ๆ นี้ ไปตลอดชาติของเขา  

 

 

 

14.55 น.   เอาแล้ว   เคเบิล คลื่นรบกวนหนักเลย..............   คงเป็นเพราะหมากระเป๋า........

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น แดง ดำรงธรรม วันที่ตอบ 2010-05-31 14:58:27

 

 

 ความเห็นที่ 6 (3199390) 

ยังมีประเด็นศาสนาและศีลธรรม  นั่นคือการสังหารประชาชนในวัดปทุมวนาราม   จำนวนยืนยันได้หรือยังว่า  15 ศพ  หรือ  6 ศพ   นสพ.ไทยรัฐฉบับวันที่ 21 พ.ค.2553 หน้า 16  "6ศพในวัดปทุมขนออกมาไม่ได้"     ได้จะแจ้งมาก  จนไม่มีใครสงสัยว่า พวกเขาตายเพราะการระดมยิงจากทหารไทย    ที่ซุ่มอยู่    มีเจตนายิงให้ตาย  แม้ผู้บาดเจ็บก็ไม่รอด.......   นี่ชัดเจน  กลายเป็นประเด็นศาสนาและศีลธรรมอันใหญ่กว้างขวาง      

 

บุญยอด  สุขถิ่นไทย   มีปัญญาแค่ลุกประท้วง     .......     หมอนี่มีประโยชน์อะไร ??????

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น บัณฑิต พิมพ์โพธิ์ วันที่ตอบ 2010-05-31 15:26:26

 

 

 ความเห็นที่ 7 (3199403) 

 

 

วิชาญ  มีชัยนันท์   ว่า  จับพระไพล่หลัง  มัดมือ  ใช้ได้หรือ  ?????    นายสุเทพ กลับว่า  เข้าไปจับกุมผู้ก่อการร้ายต่างหาก 

 

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครธรรพ   พูดเรื่องบินในเขตราชฐาน.............     และทุจริต........  มีหมู่ทหาร สวมหมวกสีชมพู มีสังกัด อยู่บนรางรถไฟฟ้า บีทีเอส หน้าวัดปทุม ยิงลงมายังประชาชนในวัดปทุม.......เย็นวันที่ 19 พ.ค. 2553  .....

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น 001 รายงาน วันที่ตอบ 2010-05-31 15:39:04

 

 

 ความเห็นที่ 8 (3199462) 

 

 

ภาพไม่ออก ๆ แต่เสียง    เคเบิลช่วง 1730 น.  สงสัยฤทธิ์นายเตี้ย   ภาพทหารบนรางรถบีทีเอส มองไม่เห็นชัดเจน   ตอนนี้สำคัญเสียด้วย   เป็นเพราะอะไร    ..........  วันที่ 19 เย็นจริง ๆ  เป็นวันที่ 20ไม่ได้  เวลา 18.18 น.      ตอบได้เลยว่าใครอยู่บนรถไฟฟ้า    มีทหาร ติดสีชมพูทั้งหมด   ทหารเหล่านั้นยิงเข้าไปในวัด    ภาพประชาชนหน้าโบสถ์ถูกยิง   ..............   วรวัจน์  เอื้ออภิญญากุล   ว่า  เห็นตัวผู้ร้ายแล้วหรือยัง.......????     ยิงเข้าไปในวัดแน่นอน   คนเห็นเยอะแยะ   6 ศพในวัดปทุมทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์   .......      แล้วมีประท้วง  ว่าไม่ใช่.......

ยังลำเลิกว่า  เคยตัดต่อคลิปสั่งฆ่า 10 เม.ย. 2553

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น 001 รายงาน วันที่ตอบ 2010-05-31 17:59:35

 

 

 ความเห็นที่ 9 (3199465) 

 

 

บุญยอดลุกขึ้นมา  ว่าเป็นคลิปเท็จ  ว่าตัวเองทำโทรทัศน์มา 18 ปี   ทำได้..................ประธานชัยว่า  พอแล้ว  คลิปได้ผ่านกรรมการ ผมอนุมัติแล้ว  ผมดูออก

 

 

วรวัจน์  ว่าอย่าไล่ล่า  แต่ถอยคนละก้าวมาปรองดองกัน      ไม่เคยมีคนตายมากขนาดนี้  เจ็บมากขนาดนี้    การไล่ล่าทำไม?????   .........   จริงใจปรองดองนิดหนึ่งถอยออกไป   นั่งคุยกันใหม่ 

 

วรวัจน์  สรุปได้ดี..  เยี่ยมมาก   

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น 001 รายงาน วันที่ตอบ 2010-05-31 18:18:34

 

 

 ความเห็นที่ 10 (3199468)  

 

ในระหว่างนี้  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  ก็นั่งฟังอยู่  ทำท่าทางหงอย ๆ   เหมือนใจอ่อน   แต่จริง ๆ  ไม่ใช่เช่นนั้น .......  คอยฟังการตอบโต้จะเห็นว่า   เขาเป็นคนไร้น้ำใจอย่างสิ้นเชิง    เขาเป็นฆาตกร      ประชาชนตายไปด้วยอาวุธ ลูกปืน  เกิดขึ้นเพราะรัฐบาลสั่งการให้ทหารสลายการชุมนุม    แล้วผลของการสลาย  ทำให้คนตายเป็นศพไปในช่วงเวลาวันเดียวนั้นถึง 88 ศพ   บาดเจ็บเกือบ 2,000คน  อย่างไร ๆ  รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบ

 

แม้โดยกฎหมาย  และศีลธรรม    อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

 

 

 

จะเถียงไปทำไม   ในเมื่อคนตายไปเห็น ๆ อยู่  คนทั้งโลกเห็น      ถ้าไม่มีรัฐบาลอภิสิทธิ์  และ  ศอฉ.สุเทพ  เป็นรัฐบาลอื่น  อาจจะไม่มีคนตายเกิดขึ้นเลย

 

และเมื่อมีคนตาย   ท่านต้องรับผิดชอบ  จะหลีกเลี่ยงได้ด้วยน้ำลายหรืออย่างไรก็ไม่ได้     และนี่ก็เป็นการเพิ่มเติมความเสื่อมทรุดแก่ประเทศไทยไปอีก  หลังยุครัฐประหาร  19  ก.ย.2549  

 

 

 

จะมีคนร้ายแทรกเข้ามายิงหรือไม่  ....    รัฐบาลก็ไม่พ้นความรับผิดชอบ   .........    เพราะรัฐบาลมีหน้าที่คุ้มครองประชาชนและทรัพย์สินของพวกเขา   ทุกคน ให้พ้นจากคนร้าย  ...............   ท่านต้องตามจับคนร้ายมาลงโทษ    ............   ต้องเจ็บแค้นแทนประชาชน    

 

กระนั้น   รัฐบาลก็ยังไม่พ้นความรับผิดชอบอยู่ดี 

 

ลาออก........ ยุบสภา......ไปเสียไกล ๆ     เร็วเท่าไร  ยิ่งช่วยประเทศไทยได้เท่านั้น

 

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น 001 รายงาน วันที่ตอบ 2010-05-31 18:34:52

 

 

 ความเห็นที่ 11 (3199473) 

 

 

สุเทพว่ามีชุดดำแทรก เป็นผู้ก่อการร้าย  แทรกในประชาชน   ยิงลงมา      แล้วทำไมผู้ก่อการร้ายจึงเลือกยิงเอาแต่ประชาชนมือเปล่า  ทหารรัฐบาลไม่ตายสักคน..............  ฮ่วย  คนดึกดำบรรพ์  เหตุผลชุ่ยจังเลย  ผู้ก่อการร้ายยิงประชาชนที่ไร้เขี้ยวเล็บทำไมตายไปทั้ง 88 ศพ  และทำไมไม่ยิงทหารสักคนล่ะ.................    

 

งานนี้   รัฐบาลต้องรับผิดชอบทั้งคณะ    และ  นายกรัฐมนตรี  ประธานศอฉ.  จะต้องไปเสีย .... เพื่อความรับผิดชอบ......

 

 

คุณอภิสิทธิ์ ต้องประกาศลาออกกลางสภาคราวนี้เลย      จะอยู่ไปทำไม    คุณทำอะไรได้บ้างล่ะ ...????

 

 

 

18.45 น.    นายกลุกขึ้นพูดแล้ว     อย่าถามเลย    .แค่นี้ก็เอามาอวด   ว่ามีนายกไหนไปนั่งเจรจา......มันเสียเกียรตินักหรือไงที่ไปเจรจากับตัวแทนประชามหาชน ??????......จะแก้ตัวไปทำไม........ยอมรับเสียเถิดว่า  ทหารเคลื่อนออกไปเพราะมีคนสั่ง     และคุณเป็นคนสั่งยังไง ????   คุณไม่ได้ต้องการให้คนตาย  ก็พูดได้   (แต่ใจจริง   500 ศพยังน้อยไป  เช่นนั้นไม่ใช่หรือ?  ฆ่าสัก 500 ศพ  ก็พอสลายได้ ?????)

 

 

คุณเสนออะไรก็ได้   แต่ความรับผิดชอบเฉพาะหน้านี้  ยิ่งใหญ่  สำคัญมาก   .......   ทางออกคือ   อภิสิทธิ์  ออกไป   สถานเดียว   ออกไปแล้ว มีคนพร้อมที่จะทำงานปกครองประเทศได้ดีกว่า...............อย่าอยู่   ขวางทางประเทศไทยเลย.......บอกมาแต่ต้นแล้วว่า รัฐบาลเด็ก  มันทำอะไรไม่เป็นหรอก     ก็เห็นไหมล่ะ   ทำอะไรไม่เป็น  มีแต่ก่อเรื่องก่อปัญหา   จนที่สุด  ก่อปัญหาฆาตกรรมกระฉ่อนโลก   ยังไม่รู้ตัวอีก    ........   คนไทยเป็นอะไรไป.........................   ยอมมองดูคน ๆ นี้นั่งเก่าอี้นายกรัฐมนตรีอยู่ได้อย่างไร     เขาจะต้องรับผิดชอบ.... ชีวิตเขาก็ชีวิตหนึ่ง  ชีวิตชาวนาคนหนึ่ง ก็ชีวิตหนึ่ง.......  คุณมีชีวิตที่พิเศษกว่าชีวิตอื่นอย่างไร..........  ในเมื่อ  One man one vote.........และในเมื่อ  มีสิทธิ์เท่ากัน  ในเรื่อง สวรรค์  นรก........และ.................... นิพพาน.......

 

 

คุณไม่ได้ยินหรือ  องค์กรสิทธิ์ฯ    เขาว่าคุณเป็น  อาชญากรโลก ?????

 

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น สุพร อ่อนราย วันที่ตอบ 2010-05-31 19:01:35

 

 

 ความเห็นที่ 12 (3199477) 

 

 

วันนี้แต่เช้ามาจนเย็น 19.15 น.   ต้องขอปรบมือให้ฝ่ายค้านทุกคน       ทำหน้าที่ได้เยี่ยมมาก ๆ ๆ ๆ ๆ   สุนัย จุลพงษ์ธรเยี่ยมมาก  ร.ต.ท.เชาวรินทร์ ลัทธศักดิ์ศิริ   เยี่ยม    ท้ายสุด  วรวัจน์  เอื้ออภิญญากุล    เด็ดขาดยอดเยี่ยมไปเลย  ชอบสำนวน   "เห็นตัวผู้ร้ายแล้วยัง?"

 

เราขอบอกว่า   ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเบื่อท่าทีลีลาของพรรคประชาธิปัตย์   เบื่อการพูดของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ   ไร้สาระจริง ๆ  เป็นถึงนายกรัฐมนตรี  ไม่มีบุคคลิกภาพน่าเชื่อถือเลยแม้แต่นิดเดียว      เกลียดนายคนหนึ่งเข้าใส้  บุญยอด  สุขถิ่นไทย  กับ  อนุพงษ์ เผ่าจินดา 

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น ไกรสิทธิ์ เสมาชัย วันที่ตอบ 2010-05-31 19:24:36

 

 

 ความเห็นที่ 13 (3199510) 

 

 

ลีลาเดิม ๆ    ประท้วง  ๆ   ๆ   ๆ   คนเดิม ๆ นั่นเองของประชาธิปัตย์   ...........   พรรคนี้วางแผนมาให้คอยละลดความห้าวกร้าวแกร่งของพรรคฝ่ายค้านลงไป   ด้วยการมอบหมายให้ประท้วง   จึงมีผู้ประท้วงเป็นระยะ ๆ      ขณะนี้  ไพจิตร  ศรีวรขาน  อภิปรายอยู่   .....  แน่นอน  ประเด็นใหญ่............   รัฐบาลฆาตกร...........    ชัดเจนมาก 

 

ประชาชนทุ่มเทมาด้วยความต้องการประชาธิปไตย  แต่คงไม่เหมือนรวันดา

 

 

กระนั้น

 

แชมเปี้ยนนักฆ่าแห่งเจ้าพระยา    ตาย 89  สูญหาย  39  ฆาตกรกว่า 100 ศพ  ไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อ ????     

 

กล้องฉายไปทางนายอภิสิทธิ์  เห็นออกอาการอาฆาตแค้น อย่างจะกินเลือดกินเนื้อ     ............   เอามาดูสิ.... เอาภาพมาดูดี ๆ   จะเห็น........  น่าตกใจจริง ๆ ที่คน ๆ นี้มีจิตใจกระด้างมิต่างจากไพจิตร ศรีวรขาน กล่าวเลย    

 

ถามท่านนายก   ท่านยังเป็นมนุษย์อยู่หรือ   ท่านเป็นชาวพุทธหรือเปล่า   ท่านเป็นทรราชที่มีอายุน้อยที่สุด        

 

เก้าอี้ตัวนั้น   สำหรับผู้มีจิตใจเป็นประชาธิปไตย   จิตใจเป็นมนุษย์     ไปเสียเถิด........

 

พุทธศาสนาว่า  กัมมุนา  วัตตีโลโก    สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม   จะต้องได้รับผลของกรรมนั้น.

 

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น ไกรสิทธิ์ เสมาชัย วันที่ตอบ 2010-05-31 21:36:52

 

 

 ความเห็นที่ 14 (3199511) 

 

 

นายธานี  เทือกสุบรรณ คงเป็นญาติสุเทพ อดีตกำนัน  ท่าทางใหญ่ ๆ  ตอนใช้สิทธิ์พาดพิง  มีผู้ยกมือประท้วง   นายธานีแสดงอำนาจด้วยการเปล่งเสียงผ่านไมค์ไปว่า .....  รักษามารยาทด้วย .....   ประธานสภาจึงเตือนเอาว่า   ที่คุณทำน่ะเป็นหน้าที่ของประธานสภา   ไม่ใช่หน้าที่คุณ

 

 

การแสดงอำนาจเกินตัวไป.......................  ขนาดสส.ยังลืมตัว...... บ้าอำนาจ....

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น สุพร อ่อนราย วันที่ตอบ 2010-05-31 22:03:21

 

 

 ความเห็นที่ 15 (3199519) 

 

 

ฟังสุเทพเทือกสุบรรณแล้วอึดอัด      เขาไม่รู้สึกอะไรเลย  เกี่ยวกับคุณค่าของชีวิต      เขาจึงใช้กฎหมาย  ใช้กองทัพ  ติดอาวุธ   และใช้เงื่อนไข  ที่จะฆ่าประชาชนได้อย่างไม่มีความผิดตามกฎหมาย

 

 

 

เขาไม่เข้าใจคำว่า  บาป    ซึ่งหมายถึง   ความผิดที่ไม่ควรทำ

 

และไม่เข้าใจคำว่า  บุญ   ซึ่งหมายถึงความดีที่พึงทำ    

 

 

เขาไม่มีความรับผิดชอบ ในการสังหารชีวิตคนมือเปล่า ๆ  ถึง 89 ศพ       ก็เพราะเขาทึบเกินไป   นั่นคือข้อสรุป.......

 

เขาเข้าใจเสื้อแดงผิดหมด     เขาไม่ได้ล่าเพื่อฆ่าคุณ   เขาจะขอเจรจา.......................................

 

พวกเขา  สันติ   อหิงสา..................  สุเทพเข้าใจไม่ถึงเอง   แกเป็นคนยุคไดโน 

 

แต่นั่นแหละ   สุเทพ  เทือกสุบรรณ  ต้องรับผิดชอบ......แม้จะไม่รู้ว่าต้องรับผิดชอบ........

 

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น สุพร อ่อนราย วันที่ตอบ 2010-05-31 22:29:53

 

 

 ความเห็นที่ 16 (3199524) 

 

 

พูดอะไรไป ยาวเกิน    คนเขาไม่อยากฟังสุเทพพูด   เขารออยากฟังจตุพร พรหมพันธ์ 

 

 

 

เราพยายามที่จะปฏิบัติด้วยความนุ่มนวล...................นุ่มนวลอย่างไรตายถึง 89 ศพ  ยังไม่รู้สึกอีก ทึบจริง ๆ 

 

 

 

จะแก้ตัวไปทำไม ???????   พวกเสื้อแดงฆ่าใครสักคนหรือ ??????  ไม่มี      ทหารก็ไม่ได้ตายแม้สักคน......แต่ใครล่ะยิงประชาชน  89 ศพ   นี่รู้สึกรับผิดชอบอย่างไรหรือไม่ ????

 

 

 

ความผิดของ  สุเทพ  เทือกสุบรรณ   คือตั้งองค์กรฆ่า คือ ศอฉ. ฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์  89 ศพ  บาดเจ็บ  ร่วม  2000 

 

นี่คือฆาตกรเราดี ๆ  นี่เอง   แล้วจะแก้ตัวไปอย่างไรจะพ้นไปได้   

 

 

 

23.00  น.    สุเทพถ้าจะบ๊องส์  หรือเสียสติไปแล้ว   เพราะเขาพูดว่า .... ทหารเราไม่เคยบุกเข้าไปหาประชาชน  มีแต่ประชาชนบุกเข้าหาเรา จะทำร้ายเราก่อน  ...............แต่ความจริงที่เห็นก็คือ   ทหารเขาใช้ยุทธวิธี  เขารุกคืบหน้าเข้าหาประชาชนมือเปล่าไปตลอด  คุณไม่เห็นหรือ  ทหารเขาแสดงยุทธวิธีเชิงรุกอย่างไร   ทหารเรียกว่ารุกคืบหน้า   จนที่สุดรุกถึงราชประสงค์  ประตูค่ายพลเสื้อแดง  เอารถเกราะพังเครื่องกีดขวาง  เพื่อรุกบุกเข้าไปราชประสงค์..................แล้วจะว่ามีแต่ประชาชนรุกเข้าหาฝ่ายทหารได้อย่างไร   .........  รองนรม.ถ้าจะบ๊องส์ส์ส์ไปเสียแล้ว....

 

 

 

อ้าว !!!  กลัวจตุพรขนาดนั้น  ว่าขัดต่อ  รธน. ให้อภิปรายไม่ได้    นายธนา  จิรวนิช.....  ปชป.    ทำตนเป็นที่น่ารำคาญของประชาชนทั่วไป  เพราะชอบใช้คำว่า   ท่านประธานจะต้องฟังผม...... และไม่ยอมนั่งลง.........

 

กลัวจตุพรมาก ๆ    ประท้วงกันใหญ่  จะไม่ให้อภิปราย   สส.หญิง ปชป.ชื่อรังสิมา รอดรัศมี ชอบทำตัวเด่น   ว่าให้เปลี่ยนประธานคนใหม่ซี  พ.อ.อภิวันท์ เคยขึ้นเวทีเสื้อแดง    สุวโรจน์ พลัง  ว่าสถานะ....เป็นผู้ต้องหา.....   หลบหนีมาอยู่ในสภา....เป็นผู้ก่อการร้าย......พ.อ.อภิวันท์   ประธานว่า    ผู้ต้องหาเป็นผู้บริสุทธิ์  ยังไม่มีหมายจับ   เป็นสส. มีเอกสิทธิ์ มีสิทธิ์อภิปราย   ไม่จำกัดเวลา..................

 

แล้วบุญยอด  สุขถิ่นไทย  ยอดหมาบ้าก็ทำท่าจะอาละวาด    ............    ประธาน บอก   เชิญคุณบุญยอดออกนอกห้องประชุมครับ................  ขอเชิญ เจ้าหน้าที่ครับ...(จะให้เจ้าหน้าที่สภาเข้ามาหิ้วปีกออกไปเสีย)........................บุญยอดหน้าคว่ำเดินออกไป..น่าอาย.........  รังสิมา  ยอดรัศมี    ถากถางประธาน   ว่าเป็นเสื้อแดง.............

 

23.20 น.   จตุพร  พรหมพันธ์  เริ่มอภิปราย      ไม่จำกัดเวลา................

 

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น แดง ดำรงธรรม วันที่ตอบ 2010-05-31 23:27:48

 

 

 ความเห็นที่ 17 (3199527) 

 

 

คนที่ตาย 89 ศพ  บาดเจ็บ 1,500  คน     รวันดา  ฆ่ากัน 100 วันตายไป 1 ล้าน 

 

อัตถพร    ปชป. คน ๆ เดียวนี่   ทำไมประท้วงแล้วประท้วงอีก   ว่าก้าวก่ายสถาบัน    ในเมื่อพูดเรื่องดาว ตอปิโด  กับ สนธิ ลิ้มทองกุล 

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น แดง ดำรงธรรม วันที่ตอบ 2010-05-31 23:47:49

 

 

 ความเห็นที่ 18 (3199533) 

 

 

02.15 น.  จบการอภิปราย    จตุพรทำได้ยอดเยี่ยม   ในฐานะที่ได้มีโอกาสใช้สื่อของรัฐเผยแผ่เรื่องราวของเสื้อแดง  และการต่อสู่ของพวกเขา ต่อการกลั่นแกล้งทุกประการของรัฐบาลและ ศอฉ.    สุเทพ เทือกสุบรรณ  งงเป็นไก่ตาแตก     พรุ่งนี้ ต่อเป็นวันที่ 2  เวลา 08.30 น. 

 

 

 

นายมาร์ค นั่งฟัง  อย่างแฝงจิตใจที่อาฆาตแค้นอย่างลึกซึ้ง  แทบไม่น่าเชื่อว่าเขามิได้สะดุ้งสะเทือนต่อการทำลายชีวิตลงเลย  เขาอาจจะฆ่าได้มากกว่า 89 ศพอย่างแน่นอน     89 ศพ   ยังคงไม่พอ  สำหรับนรม.ฆาตกรคนนี้เมื่อจบการอภิปรายวันนี้ลง     ประเทศไทยมีปัญหาตราบที่มีคน ๆ นี้อยู่บนผืนแผ่นดินไทย    เพราะโดยจิตวิทยา  เขาคือสัญชาตญาณเถื่อนฆาตกร

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น แดง ดำรงธรรม วันที่ตอบ 2010-06-01 02:36:17

 

 

 ความเห็นที่ 19 (3199611) 

 

 

09.55 น.   ฐิติมา ฉายแสง ทำหน้าที่อยู่    คำว่า   ไม่ใช่ลูกผู้ชาย  ควรเอาผ้าซิ่นมานุ่งแทน     ได้รับการอารักขา   จากหน่วยอารักขา นรม.   ว่า  คำพูดผิดระเบียบข้อหนึ่ง....    ให้ถอนคำพูด  ก็ถอนได้   เติมคำใหม่ไปแทน  ว่า     แม้ผ้าซิ่นก็ไม่สมควรนุ่งแล้ว   เพราะยุคนี้หญิงเท่าเทียมกับชายแล้วทุกประการ......  เขาไม่ฉายภาพว่า  นายอภิสิทธิ์   มานั่งฟังหรือไม่    อยากเห็นสีหน้า...   ว่าอาฆาตแค้น ฉายออกมาหรือเปล่า

 

เราได้พบด้วยความตกใจว่า   ในประเด็นศาสนาและศีลธรรมนี้  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  มีความผิดมากมายฐานที่  มีจิตใจที่ไร้เมตตาโดยสิ้นเชิง  และ ตรงข้าม   เขาแสดงความอาฆาตแค้นอย่างลึกซึ้ง  ผ่านทางสีหน้าแววตาของเขา   ........     ชาวพุทธไม่ยอมให้

 

.......  มีสส.หญิง...ชื่อพจนารถ แก้วผลึก สส.ชลบุรี...ปชป....ประท้วงว่า  พธม.กับเสื้อแดง  ต่างกัน   พธม.ปกป้องสถาบัน   แต่  เสื้อแดงไม่จงรักภักดีคิดล้มสถาบันเผาบ้านเผาเมือง........(คงจะเผลอพูดไป ว่าไม่จงรักภักดี.....นึกได้ก็เติมต่อไปว่า  เผาบ้านเผาเมือง....)

 

........แล้ว เชาวรินทร์   ลัทธศักดิ์ศิริ ร.ต.ท.  พท.    ขอให้ สส.หญิง....ปชป.  คนนั้นถอนคำพูด.......  กล่าวหาเรื่องความไม่จงรักภักดีต่อสถาบัน........  แล้วเธอแสดงความเป็น...ปชป..ดื้อ  หน้าใส....เถียงว่า   ดิฉันไม่ได้กล่าวหาใคร.......(ที่จริงพูดไปหยก ๆ ว่า พธม.ปกป้องสถาบัน แต่เสื้อแดงคิดล้มสถาบัน ไม่จงรักภักดี ฯลฯ....นี่เป็นสิ่งที่ไม่เป็นธรรมเลย)    จนประธานถามว่า....   ท่านจะถอนไหมครับ...........ดิฉันไม่ถอน..............  ประธานขอให้ออกนอกห้องประชุม.................   ก็เป็นสส.หญิงคนแรกที่ทำเรื่องขายหน้าขึ้นในการประชุมสภาแห่งนี้.......หลังมีบุญยอด  สุขถิ่นไทย...โดนไปเมื่อวาน   เป็น  ปชป......ทำการโดยธรรมเนียมของ  ปชป.  ............   ซึ่งเป็นเรื่องผิด    ควรรับโทษเช่นนั้น.............

 

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น 001 รายงาน วันที่ตอบ 2010-06-01 10:16:51

 

 

 ความเห็นที่ 20 (3199620) 

10.15   สส.หญิง ฐิติมาจบลง   อภิสิทธิ์ ลุกขึ้น   เผยท่าทีเต็มรูป    และ  นั่นคือ  โมฆะบุรุษแห่งธรรม    ที่แฝงความอาฆาตแค้นอยู่อย่างลึกซึ้งจริง ๆ 

 

ก็แก้ต.....................  แต่เหตุเกิดเพราะ   ความเป็นเด็ก  จึงเรียกว่ารัฐบาลเด็ก...........  ก็ย่อมบริหารผิดพลาดไป.

 

ไปเกี่ยวทำไมกับทักษิณ    มันคนละชั้นกัน..........  กรือเซะ   ตากใบ       .....   มันเทียบกันไม่ได้กับกรณีราชประสงค์เรื่องนี้.............  ฆ่าประชาชนที่มามือเปล่า  และมาเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย....................

 

แก้ตัวไปอย่างไรก็ตาม   แต่ต้องรับผิดชอบ.........  สั่งฆ่าประชาชน มือเปล่าผู้บริสุทธิ์    วันนี้ว่าเพิ่มเป็น  99 ศพแล้ว.....

 

 

เดี๋ยวนี้คนก็เพียงอยากให้ท่านผู้ไร้ความสามารถออกไป   ให้คนใหม่เขามาบริหารแทน..ประเทศจะได้เดินไปได้   ท่านอยู่มีแต่ก่อปัญหาไปเรื่อย ๆ    ประเด็นของ นรม.อภิสิทธิ์ซึ่งมีมาแต่เดิมจนถึงปัจจุบันนี้ก็คือ  ประเด็นของความไร้ความสามารถ   จึงเรียกว่ารัฐบาลเด็ก.............แล้วพฤติกรรมเด็กล่าสุดก็คือ  ใช้อำนาจในมือ  กองทัพในมือ   ปราบปรามเข่นฆ่าประชาชน.........ฝ่ายที่มีความต้องการต่างในนโยบายการบริหารประเทศ   ...พวกเขามาบอกท่านว่า  นโยบายการบริหารของท่านไม่ได้ผล   ท่านทำผิดมาตลอดนับแต่เข้าบริหารประเทศมา   .......แล้วมีความจริงรองรับ   มีเหตุการณ์จริง    แม้เรื่องการประชุมอาเซียน  ท่านก็ได้ทำสิ่งที่น่าอับอายไปมากแล้วจริง ๆ ...  นรม.ควรจะคิดดูตรงประเด็นนี้   และฟังเสียงประชาชนบ้าง   .......   มาวันนี้  มีประเด็นศาสนา ศีลธรรมและวัฒนธรรม.......ตรงนี้คือสิ่งที่ไปคาบเกี่ยวกับพื้นฐานค่านิยมของชาวพุทธไทย  โดยเฉพาะพุทธไทยอีสาน   .......... คุณอภิสิทธิ์เข้าใจเรื่องนี้หรือไม่............... คนชาวบ้าน ๆ เขาอ่านความรู้สึกออก   ........เขาสัมผัสได้ซึ่งอารมณ์ร้าย ๆของผู้ปกครอง ผู้คิดร้ายต่อพวกเขา.............  ขอให้พยายามเข้าใจประเด็นนี้    จะได้ลดทิฏฐิ  ความอาฆาต พยาบาท จองเวร ต่อประชาชนลงไป..................

 

หลักการตัดสินใจก็คือ   นรม.อภิสิทธิ์   ไม่ได้ทำอะไรให้แด่ประชาชน  และ  ประเทศชาติเลย    ตลอดเวลาที่เป็น  นรม.    มา  มีแต่สร้างปัญหา   ถ้าท่านอยู่  ก็จะสร้างปัญหาต่อไป   และที่แน่ ๆ  ก็คือ   การพูดโกหกหลอกลวงไปวัน ๆ   ยิ่งมีแต่จะสร้างความแตกแยกมากขึ้น    ท่านเป็นตัวปัญหา......... หยุดแก้ตัวเถอะ      ออกไปเสีย    ไปต่างประเทศ  ไหนก็ได้.........จะอยู่ทนกับเสียงเยาะหยันว่า  ทรราช100ศพ  ...   เด็กจอมฆาตกร .......   ได้อย่างไร

 

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น enjel razak วันที่ตอบ 2010-06-01 10:40:29

 

 

 ความเห็นที่ 21 (3199794) 

 

 

15.00 น.   เฉลิม  อยู่บำรุง    มาแล้ว   มีเวลาของฝ่ายค้านเหลืออยู่ 3 ชม. เศษ ๆ   ประธานอนุญาตให้อภิปรายไม่จำกัดเวลา

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น 001 รายงาน วันที่ตอบ 2010-06-01 15:20:52

 

 

 ความเห็นที่ 22 (3199916) 

 

 

20.30 น.   รมว.คมนาคม    นายโสภณ  ซารัมย์  ชี้แจง       นพ.สุรพล โตวิจักรชัยกุล    

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น 001 รายงาน วันที่ตอบ 2010-06-01 20:32:04

 

 

 ความเห็นที่ 23 (3199923) 

 

 

20.35 น.    จตุพร  พรหมพันธ์   อภิปรายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ   ได้ข่าวว่าไปวัดความดันมา.........จงใจปกปิดทรัพย์สินขณะดำรงตำแหน่ง รมว.คมนาคม  2540-2544.................ธ.ค. 2540  มีเงินฝากสด  1 ล้านบาท ........   ที่น่าสนใจ บัญชีแสดงหนี้สินของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ   บ.สุราษฎร์โกลเดนแลนด์  

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น 001 รายงาน วันที่ตอบ 2010-06-01 20:44:20

 

 

ความเห็นที่ 24 (3199951) 

ปรกติแทบจะไม่ดูทีวีเลย เพราะข่าวเอียงตลอด แต่มาดูอภิปราย โอ้โฮเฮะ.. มันไม่ได้เอียงหรอกมันคว่ำเลย จตุพรโชว์ภาพ พี่สื่อช่องหอยม่วง แกจับภาพ เราก็พยามเพ่งดู เอ...นั่นมันถ่ายทอดภาพมาจากดาวอังคารรึว่ารัฐสภากันแน่ ทีหลังฝ่ายค้ายไม่ต้องเอาภาพเอาคลิปอะไรมาหรอกเสียเวลาทำเปล่า ๆ  แต่ข้อดีมันก็ทำให้ประชาชนทั้งประเทศ เห็นความใจคับแคบของรัฐบาลชุดนี้และความเป็นทาสของพวกสื่อ.. นะ    

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น ตะแบกแดง วันที่ตอบ 2010-06-01 23:53:27

 

 

 ความเห็นที่ 25 (3199978)   

 

ในภาคดึก    เห็นสุเทพ  เทือกสุบรรณ  ออกมาแก้ข้อกล่าวหาของ จตุพร  พรหมพันธ์   ฟังแล้วคิดว่า  ประเทศไทยวันนี้  ได้คนอย่างไรมาอยู่ในตำแหน่งผู้ปกครองประเทศ     เพราะการพูดของผู้ปกครองในวันนี้  มีแต่การป้องกันตัวเอง  และตีกลับไปใส่ร้ายประชาชน  โยนความผิดของตนเอง  กลับไปสู่ประชาชนทั้งหมด  เพื่อที่เขาจะเอาตัวรอดไปเสียคนเดียว   และมีประชาชนทั้งประเทศรับบาปแทนเขา    นอกจากนี้ ยังมีความกระด้างเกินไป ที่จะไปสัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่า   ความยุติธรรมตามกฎหมาย  และ  ความเป็นธรรมทางศาสนธรรมศีลธรรมและวัฒนธรรมของมวลหมู่มนุษย์      ในเมื่อผู้ปกครองห่างไปจากสิ่งดังกล่าวเสียแล้ว   ความเป็นธรรมจึงไม่ได้รับการคุ้มครอง  ประชาชนผู้รักความเป็นธรรมจึงไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นฝ่ายที่ชอบธรรมแล้ว  และควรเป็นพวกเขาผู้รักความเป็นธรรมที่จักได้รับความคุ้มครองปกป้องจากผู้ปกครอง    

 

จนแม้กระทั่งนายกษิต  ภิรมย์  ผู้ก่อการร้าย สนามบิน  ก็ได้รับความคุ้มครองแล้ว ยังได้รับรางวัล(ที่ตอบแทนการทำประโยชน์แด่ขบวนการก่อการร้าย)  โดยได้มาเป็นรัฐมนตรี อันดับต้น ๆ คือ รมว.ต่างประเทศไทย    และล่าสุด เท่าที่ทราบจากการอภิปรายของ ร.ต.อ. ดร.เฉลิม  อยู่บำรุง ประธาน สส.พรรคเพื่อไทย เปิดเผยข้อมูลมาจากมหาวิทยาลัย ฮ็อปกินส์ สหรัฐอเมริกา   นายกษิต ผู้นี้แหละ  ได้วิเคราะห์ให้ทราบถึงแนวทางการปฏิรูปสถาบันเบื้องสูง  ในการประชุมของมหาวิทยาลัยแห่งนั้น   ซึ่งเขาได้พูดมาตั้งแต่ปฐมเหตุ ที่จะต้องมีการปฏิรูปสถาบันฯ  ซึ่งหมายถึงมีการวิเคราะห์จุดบกพร่องอย่างไรของสถาบันอย่างละเอียด  (นี่คือการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพโดยตรง สมัยยุคกษัตริย์เดิมมีโทษานุโทษขนาดตัดหัว 7 ชั่วโคตร)    นี่เป็นการเหยียบย่ำน้ำใจคนไทยผู้รักความเป็นธรรมและซื่อตรงจงรักภักดีต่อสถาบันขนาดไหน  ????)   ในเมื่อตนเป็นฝ่ายผู้ปกครองเอง และซึ่งโดยการสร้างเรื่องเท็จ ได้กล่าวโทษอย่างสูงว่ามีบุคคลผู้คิดไม่จงรักภักดี คิดล้มล้างสถาบัน   (ตามที่นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ  ได้ประกาศกล่าวโทษบุคคลอื่น โดยได้เปิดเผยแผนภูมิที่แสดงเครือข่ายคิดล้มเจ้าออกมาต่อสื่อมวลชนทั่วไป ซึ่งรวมทั้งสื่อมวลชนทั่วโลก)

 

ซึ่งสะท้อนไปถึงปัญหาของประเทศไทยวันนี้  ต้นเหตุนั้นมาจากตัวผู้ปกครองทั้งสิ้น   ผู้ปกครองที่ภาคส่วนสมองคิด จิตใจไม่สมบูรณ์พร้อมพอแก่ตำแหน่งหน้าที่

 

ยังได้เห็นทัศนะที่ไม่ถูกต้อง ต่อมาเรื่อย ๆ  ซึ่งแน่ละ นี่เป็นประเด็นที่จะก่อปัญหาต่อไป หากผู้ปกครองคณะนี้ คนนี้ ยังอยู่ในฐานะผู้ปกครองต่อไป    กรณีที่นายจตุพร พรหมพันธ์ ยก คดี  สปก.4/01    ทัศนะที่ว่า   มีเพียง 8 รายเท่านั้น  ที่ทำผิดไป  ส่วนอีก มากมายหลายราย(ว่ากว่า พัน-สองพันราย) ซึ่งเป็นคนจนในความหมายของ  เกษตรกร  ได้ประโยชน์จากโครงการนี้    นั้น    แนวการ  decicion นี้จะใช้ได้อย่างไร       เพราะขึ้นชื่อว่าผู้กระทำผิด อาทิฆาตกรแล้ว   แม้ในประเทศไทยทั้งประเทศ จะมีฆาตกร หรือผู้ร้ายเกิดขึ้นเพียงคนเดียว  คดีเดียว   แต่ผู้ร้ายคนเดียวนั้น  ก็ต้องถูกตามจับมาชำระโทษ      จึงจะสอดคล้องกับแนวคิดของความยุติธรรม  และความเป็นธรรมด้วย       ความคิดที่ได้เห็นในสภาวันนี้ ที่ว่านายสุเทพคิดว่าตนไม่ควรมีความผิด เพราะเหตุที่ได้แจกที่ดินแด่เกษตรกรไปถึง 2,000ราย  แค่มีการแจกผิดไปเพียง 8 รายเท่านั้นเอง  (คือมีรายการเศรษฐีภูเก็ต และที่อื่น ๆ รวม 8 เศรษฐี   เช่นสามีนางอัญชลี  วาณิช เทพบุตร ได้รับการแจกที่ดิน สปก.4/01 ด้วย)       นี่อย่างไร   คืออันตรายจากผู้ปกครอง ที่คิดผิด      .......  และที่ถูกก็คือ  ผู้ที่ร่วมในการกระทำผิด คือนายสุเทพ  จะต้องได้รับโทษตามไปด้วย โดยสมควรแก่โทษานุโทษ 

 

คนจำนวนมากแล้วที่ได้ทราบได้เชื่อว่ารัฐบาลนี้ทั้งรัฐบาล   เป็นรัฐบาลโจร   ที่คิดผิด  ทำผิดมาตลอด........จึงพยายามป้องกันตนเอง  ปกปิดความผิดของตน  ปกปิดการรายงาน   เข้มงวดควบคุมสื่อ   แม้วันนี้เองก็ได้เห็นกันต่อหน้าแล้วว่าได้มีการระรานสื่อ  ไม่ให้มีการถ่ายทอดได้อย่างสะดวก   มีการรายงานว่ามีการรบกวนคลื่นสื่อ ทั่วประเทศ มาสู่รัฐสภา ขณะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั่นเอง   แต่รัฐมนตรี (นายสาทิต วงศ์หนองเตย  ที่ฝ่ายเสื้อแดงให้สมญาว่า  หมากระเป๋า คนนั้น)   ที่นั่งในสภา  หายอมรับไม่ ในท่าทีการไม่ยอมรับนั้น  เขากล่าวโทษคนอื่น แทนเขา จนเป็นธรรมดา  โดยไม่เข้าใจว่าจะ ก่อโทษ คือความแตกสามัคคีไปยิ่งขึ้น ๆ    นั่นก็เพราะเชื่อมั่นว่า   จะปกครองด้วยวิธีการเผด็จการอำนาจเป็นใหญ่ได้   นั่นเอง

 

 

นี่คือปัญหาที่ท้าทายต่อพลังของประชาชนทั่วประเทศ......ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยจักขยายเติบโตออกไป เพื่อขับไล่เผด็จการ.

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น แดง ดำรงธรรม วันที่ตอบ 2010-06-02 08:45:09

 

 

 ความเห็นที่ 26 (3199986) 

 

 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  เห็นจากข่าว    โทรทัศน์ตาใส  โกหกพกลม      พยายามแก้ตัว    แต่ที่จริงเป็นการบรรยายว่า   ใช้วิธีฆ่าประชาชนอย่างไร......... คุณไม่เข้าใจยุทธวิธีของทหารหรืออย่างไร ?????   

 

นายสุเทพ เรียกเสียอย่างเลื่อมใสสุดประมาณว่า   กระชับวงล้อม   

 

แต่ทหารชั้นเสนาธิการบางคนเขาพูดตรงกว่า   ว่า ยุทธวิธีงูเหลือมรัดเหยื่อ    เพราะพูดอย่างนี้แสดงเจตนาชัดเจน  นั่นคือ  เพื่อรับประทานเหยื่อ   เป็นอาหาร

 

แต่ในความหมายทางทหาร  งูเหลือมมันไม่กินเหยื่อที่มีชีวิต   มันต้องรัดเหยื่อให้ตายเสียก่อน   คุณอภิสิทธิ์ หัดศึกษาจากโลกวันนี้บ้างซี    ......  นั่นหมายความว่า   โหดร้ายขนาดไหน        ฆ่าแล้ว  ก็กลืนกินเป็นอาหารอีก

 

ประเด็นที่ควรมองคือเหยื่อ  คือประชาชน   ในระบอบประชาธิปไตย  จึงให้มองประชาชน

 

แต่นายอภิสิทธิ์ บอดใบ้ ไร้ปัญญา มิได้มองประชาชน  เพราะเขาเป็นฝ่ายฆาตกร  จึงไปสรรเสริญเสียอย่างชื่นชมเลยว่า     งูเหลือมมันรัดเหยื่ออย่างนุ่มนวล     น่าเลื่อมใสขนาดไหน

 

 

 

นายกรัฐมนตรีไทยนี่  เป็นเด็กไร้เดียงสาจริง ๆ        คุณไม่มองหรือว่า   เหยื่อ  เมื่อมันถูกภัยคุกคาม   มันก็ย่อมต้องต่อสู้ป้องกันตนเอง     แม้เป็ดน้อยตัวหนึ่ง   มันก็อุตส่าห์ใช้จงอยปากทื่อ ๆ ของมันจิก ฉก ไปตามลำเกล็ดหนาทึบของงูเหลือม   เพื่อเอาชีวิตรอด     กองกำลังทหารที่เข้าปราบปรามประชาชนวันนี้   คืองูเหลือมขนาดมหิมา  และประชาชนคือเป็ดน้อย     มันต่อสู้ก็เพราะภัยมาถึงตัว เป็นธรรมชาติของการป้องกันตัวเท่านั้นเอง    พวกเขาไม่มีเจตนาทำร้ายเลย 

 

คุณยังแสดงความเป็นฆาตกรเลือดเย็นไปอีก   ด้วยการพยายามกล่าวโทษเหยื่อ  ที่ไม่ยอมให้จับกินโดยดี   คุณพูดไปนั่น  คุณพยายามจะบอกว่า  เหยื่อเป็น  ผู้ก่อการร้าย 

 

 

แต่ที่จริงพวกเขาเป็นผู้ก่อการดี    รัฐบาลต่างหากเป็นผู้ก่อการร้าย

 

 

และพวกเขาต่อสู้  เพราะถูกไล่ต้อนไป  จนตรอก       เขาจึงหยิบดิน  หิน  หนังสติก  ท่อนไม้ข้างทาง  ไผ่ปลายแหลมแต่ไม่พอผลาญชีวิต  และพวกเขาก็ไม่ได้ผลาญชีวิตใครสักคน.........

 

ตรงนี้คือ  ยุทธวิธี   หมาจนตรอกของฝ่ายประชาชนมือเปล่าที่น่าสงสารจริง ๆ          นั่นหมายความทางกฎหมายได้จากคำว่า หมาจนตรอก ว่า   พวกเขาไม่มีเจตนาฆ่าหรือทำร้าย  แต่ไปเน้นให้ชัดเจนว่าฝ่ายที่มีเจตนา  คือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  นาย สุเทพ  เทือกสุบรรณ    และ นายอนุพงษ์  เผ่าจินดา    ........       เห็นตัวผู้ร้ายแล้วยัง ??????

 

 

เข้าใจไหม ????????

 

 

แล้วเรียกสำนึกทางศีลธรรมกลับมาได้บ้างหรือไม่   ????   ก็เปล่า ......

 

นั่นคือ  ฆาตกรเด็ก     ฆาตกร 100 ศพ  ตัวจริง   ในยุคนี้   ท่ามกลางชาวพุทธไทย 60 กว่าล้านคน    

 

ทนอยู่ได้ก็อยู่ไป................................

 

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น สรศัดิ์ สนมไพร สรุป วันที่ตอบ 2010-06-02 09:14:42

 

 

 

 

 ความเห็นที่ 27 (3200201) 

 

 

ต่อไปนี้ จะมีแต่ท่าที รอยยิ้มที่เยาะหยัน  คำนินทากระซิบกระซาบ   ว่า  นี่ไง  แชมเปี้ยนนักฆ่าแห่งเจ้าพระยา    ฆาตกรโหด100ศพ   เพราะอภิสิทธิ เวชชาชีวะ เขาเป็นทรราชที่มีอายุน้อยที่สุดในโลก   

 

จะไปห้ามคนไม่ให้ซุบซิบได้อย่างไร ????

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น สรศักดิ์ สนมไพร วันที่ตอบ 2010-06-02 15:36:06

 

 

 ความเห็นที่ 28 (3200372) 

เห็นภาพพระสงฆ์ถูกมัดกับเก้าอี้ และพระสงฆ์ถูกจับสึกโดยไม่ได้เปล่งวาจาขอสึกแล้วถูกบังคับให้ใส่ชุดนักโทษ นำท่านไปขังในเรือนจำ

 

ภาพเช่นนี้สร้างความสะเทือนใจต่อพุทธศาสนิกชน ตามความจริงเป็นจริงแล้วไม่ว่าพระสงฆ์ท่านจะทำผิดพระวินัยร้ายแรงอย่างไร ก็ไม่มีสิทธิ์ไปทำทารุณกรรมกับท่านเช่นนี้ การที่รัฐบาลและ ศอฉ. ปฏิบัติการป่าเถื่อนเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าบุคคลเหล่านี้ไม่มีความเข้าใจพระธรรมวินัย

 

ไม่รู้ธรรมเนียมของชาวพุทธ และจากข้อมูลที่เป็นจริงที่ผู้ติดตามการชุมนุมจากเวทีชุมนุม หรือจากการถ่ายทอดผ่านเว็ปไซต์ก็ตามไม่เคยปรากฏว่าพระสงฆ์ท่านพูดยุยงส่งเสริมให้คนเสื้อแดงต่อสู้ด้วยความรุนแรงแต่อย่างใด คำพูดทุกคำของท่านล้วนแต่เตือนสติให้ใช้ความอดทน และเมื่อท่านเห็นรัฐบาลประกาศ พรก. ในสถานการณ์ฉุกเฉินพร้อมกองทัพและอาวุธหนักครบมือ  ท่านก็ยังพยายามขอร้องพูดเตือนสติรัฐบาลให้เลิกละความคิดที่จะใช้ความรุนแรงกับประชาชนที่มาชุมนุมด้วยมือเปล่า เพียงเพื่อขอให้ท่านยุบสภา  ถึงแม้รัฐบาลจะพยายามปิดสื่อของคนเสื้อแดงอย่างไร  แต่ประชาชนผู้สนใจและมีความรู้เรื่องโลกไซเบอร์ก็มีความพยายามที่จะได้รู้เห็นการปราศรัยของเวทีราชประสงค์ เพราะคนกลุ่มนี้ย่อมรู้ดีว่าการที่รัฐบาลพยายามปิดสื่อทีวี วิทยุชุมชนก็เพื่อปกปิดความจริงไม่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ว่าแกนนำ นปช. ได้ปราศรัยอะไรบ้าง  แล้วหาทางพูดจาใส่ร้ายบิดเบือนความจริง เมื่อมีเหตุการณ์ปะทะเกิดขึ้นก็กล่าวหาว่าคนเสื้อแดงก่อจลาจล สร้างสถานการณ์รุนแรงต่างๆนาๆ

 

สิ่งเหล่านี้ย่อมไม่เป็นธรรม และสังคมต้องการการพิสูจน์ความจริงจากบุคคลหรือองค์กรที่น่าเชื่อถือ ว่าแต่มหาเถรสมาคมจะไม่ออกมาปกป้องพระสงฆ์ที่ถูกใส่ร้ายป้ายสีด้วยอำนาจอำมหิต ผิดมนุษย์มะนาเช่นนี้หรือ หากพระสงฆ์ผู้ได้ชื่อว่าได้ทำหน้าที่สมกับเป็นสาวกของพระพุทธเจ้า เป็นเนื้อนาบุญผู้ออกมาชี้ให้พาลปุถุชนได้เลิกละจากการก่อบาปต่อเพื่อนร่วมชาติ แล้วประชาชน ประเทศชาติของเราจะมีอะไรเป็นที่พึ่งได้อีก เพราะทุกวันนี้คนไทยได้แต่หวังว่าสถาบันศาสนาซึ่งเป็นสถาบันแห่งผู้ทรงธรรม มีเมตตาบริสุทธิ์มีใจเป็นกลางจะเป็นที่พึ่งที่หวังได้ว่าจะนำความสงบสุขมาสู่ประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง

 

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น วิญญูชน วันที่ตอบ 2010-06-03 00:54:26

 

 

 ความเห็นที่ 29 (3201430) 

 

 

ในประเด็นเกี่ยวกับหมู่สงฆ์ รัฐบาลเหมาทึกทักเอาเลยหรืออย่างไร  ว่าเป็นผู้ก่อการร้าย  ??????  จึงได้เห็นการจับกุมพระสงฆ์ไปหลายรูป  ที่ชัดเจนเห็นกันในวันอภิปราย จากภาพนิ่ง มัดมือไพล่หลังพระสงฆ์อย่างแน่นจนกระทั่งเห็นตัวท่านบิดเป็นเกลียวเพราะความเจ็บปวด   และในสภา นายสุเทพยอมรับว่าได้ทำการสึกเพศภิกษุหลายรูปแล้วนำตัวไปดำเนินคดี ข้อหาก่อการร้าย   ในขณะที่ฝ่ายค้านยืนยันว่า  มีพระภิกษุถูกถอดเปลื้องจีวรแล้วนำตัวไปคุมขังอยู่หลายรูป ในข้อหากระทำผิดคดีอาญา  อะไร   ข้อหาผู้ก่อการร้ายอย่างนั้นหรือ ????   น่าอนาถใจจริง ๆ   สำหรับความมืดบอดของคนมืดบอด   อย่างนายสุเทพ เทือกสุบรรณ 

 

เสียดายที่เกิดมาเป็นชาวพุทธ      แต่บัดนี้ สิ้นสภาพไปแล้ว   หมู่สงฆ์และชาวพุทธทั่วประเทศจะคว่ำบาตรนายสุเทพ เทือกสุบรรณ  เป็นรายการต่อไป อย่างแน่นอน 

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น จาน ประครองจิต วันที่ตอบ 2010-06-05 12:31:19

 

 

 ความเห็นที่ 30 (3201446) 

 

 

ในประเด็นศาสนาและศีลธรรม ซึ่งรวมทั้งวัฒนธรรมประพณีพุทธของประเทศไทยนี้   มีเรื่องที่เกี่ยวข้องอยู่  3 เรื่อง คือ

 

1.       เรื่องรัฐบาลไม่ฟังเสียงประชาชนและเสียงของหมู่สงฆ์    ที่เรียกร้องความเป็นธรรม  และเรียกร้องการเจรจา และเรียกร้องมาตรการสันติและอหิงสาในการบริหารการเมือง  ซึ่งในเรื่องนี้รัฐบาลไม่ฟังเสียงหมู่สงฆ์เลย  และครั้นเมื่อใช้มาตรการรุนแรง โดยเอากองทัพบกทั้งกองทัพมาที่ติดอาวสุธสงครามพร้อม เพราะมีทั้งรถถัง และ รถหุ้มเกราะ ร่วมเข้าทำการสลายการชุมนุม  แล้วเกิดเหตุร้ายขึ้น โดยเกิดการเข่นฆ่าปราบปรามประชาชนสิ้นชีวิตไปเพราะอาวุธของฝ่ายทหารถึง 89 ศพ สูญหาย 34 ราย  บาดเจ็บเกือบ 2,000 ราย อีก  (ซึ่งนอกจากไม่ฟังเสียงแล้ว  รัฐบาลยังใช้มาตรการตรงข้าม  ซ้ำกล่าวหาพระสงฆ์ว่าเป็นผู้ก่อการร้าย เป็นฝ่ายกระทำความผิดเสียอีก  ซึ่งเป็นการสร้างความไม่เป็นธรรมซ้ำเข้าไปกว่าเดิม ก่อนที่มีการเรียกร้องเสียอีก)  อันเป็นผลจากที่ไม่ฟังเสียงตักเตือนของหมู่สงฆ์  เช่นนี้แล้ว ยังไม่สำนึกผิดอีก    กลับเดินหน้ากระทำผิดทำบาปต่อไปอีก    ด้วยความโง่เขลาไม่เข้าใจเรื่องราวด้านศาสนาและศีลธรรมเสียเลย

 

2.      เรื่องการใช้กำลังกองทัพเข่นฆ่าประชาชน    การจับกุมพระภิกษุสงฆ์และทราบว่ามีรูปหนึ่งเป็นพระครูสัญญาบัตร  กระทำการบังคับให้ลาสิกขา  แล้วยัดข้อหาว่าเป็นผู้กระทำผิด ข้อหาผู้ก่อการร้าย  ซึ่งเป็นความผิดมีโทษรุนแรง  (ขัดความจริงที่ว่าพระสงฆ์ ชื่อก็บอกอยู่ว่า  พระ  จะเป็นผู้ก่อการร้ายได้อย่างไร ????) แล้วนำตัวควบคุมไว้ในเรือนจำ...  จำนวนไม่เปิดเผย  แต่ประมาณว่าหลายรูป

 

ซึ่งโดยธรรมเนียมของเพศที่สูงส่ง  คือเพศบรรพชิต ชาวพุทธยกย่องบูชากราบไหว้โดยถือว่าเป็นเพศที่สูงส่ง   ไม่มีอำนาจใดใดจะให้พ้นไปจากเพศบรรพชิตได้  นอกจากทางพระธรรมวินัย เท่านั้น (ต้องกระทำผิดศีลปาฏิโมกข์  ตามที่มีบัญญัติไว้ในพระปาฏิโมกข์)     และอีกประการหลัก ท่านต้องมีความเต็มใจในการที่จะลาสิกขา   หากท่านไม่มีความเต็มใจ  ถูกบังคับ ถึงจะถอดผ้าเหลืองออกจากกายท่าน ท่านก็หาพ้นจากเพศบรรพชิตไม่ (และเมื่อเต็มใจแล้วยังต้องเปล่งวาจาขอลาสิกขา โดยจะต้องกระทำต่อหน้าภิกษุเท่านั้นจึงจะถือว่าลาสิกขา  เปล่งต่อพระพุทธรูปไม่ได้  ต่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือผู้ทรงอำนาจล้นฟ้าขนาดพระราชามหากษัตริย์ ก็ไม่ได้ เข้าใจไหม???)       นายสุเทพจงดูกรณีพระพิมลธรรม อธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์ เป็นตัวอย่าง  ถึงจะถูกสฤษดิ์ ธนะรัชต์ กล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ให้ถอดจากผ้าเหลืองเสีย  พระพิมลธรรมแม้ห่มผ้าขาวแทน ก็ยังถือว่าตนเป็นภิกษุ อยู่ในคุกถึง 6 ปี  และหมู่สงฆ์ย่อมเข้าใจดี ภายหลังจึงคืนสมณศักดิ์และตำแหน่งแด่ท่าน จนได้เป็นถึง ผู้รักษาการณ์สด.พระสังฆราช ต่อมา(ซึ่งกรณีนี้ได้สร้างความผิดบาปแด่สฤษดิ์ ธนะรัชต์อย่างมาก เมื่อทราบว่าตนได้กระทำผิดในภายหลัง และครั้นสั่งการปลดปล่อยพระพิมลธรรมไปไม่กี่เดือน สฤษดิ์ ก็ถึงอสัญกรรม นี่คือกรรมตามสนอง)    อีกประการหนึ่ง การให้พระภิกษุทรงสมณศักดิ์ลาสิกขากระทำไม่ได้ จนกว่าจะได้รับพระบรมราชานุญาตเสียก่อน  ประเด็นนี้ คงจะเข้าใจดี......   เมื่อเป็นเช่นนี้ ขอให้ระวัง  ในขณะนี้ ท่านคุมขัง จำคุกใคร ผู้ใดอยู่  ถึงจะไม่แสดงด้วยเครื่องนุ่งห่มเหลือง ๆ ว่าเป็นบรรพชิต  ก็ยังคงเป็นบรรพชิตอยู่  ท่านกำลังกระทำมหันตบาปโดยจองจำหมู่สงฆ์ (ไม่ใช่จองจำฆราวาส)  ท่านจะต้องรับบาปดุจเดียวกับกระทำต่อบรรพชิตนั่นทีเดียว   จึงต้องรีบปลดปล่อยหมู่สงฆ์ออกมาจากที่คุมขังหรือคุกโดยพลัน ที่ได้ทราบความจริงนี้   จงคืนผ้ากาสาวพัสตร์ คืนเพศอันสูงส่งแด่ท่านโดยดีเถิด   บาปจะได้ไกลตัว  นี่ดีนะที่มีผู้บอกให้   อย่างนี้แหละที่ชาวพุทธว่ากันว่า   บอกให้เอาบุญ   ละ.....

 

3.       เรื่องการยิง สังหารประชาชนในวัดปทุมวนาราม ถึง 6 ศพ  ซึ่งพิศูจน์ได้ว่ากระทำอย่างมีเจตนาฆ่าให้ตาย และยังกระทำการอย่างโหดร้าย  เพราะพิศูจน์ได้ว่ามีศพ 1 ใน 6 ศพถูกยิงด้วยปืนทราโวล M 16  อันเป็นอาวุธสงครามของฝ่ายทหาร ถึง 10 นัด อันแสดงถึงเจตนาเจาะจงยิงให้ตายให้จงได้  นอกจากนี้ยังไร้เหตุผล เพราะผู้ตายเป็นผู้บริสุทธิ์  หนึ่งในนั้นเป็นอาสาพยาบาล  ทำการรักษาคนป่วยอยู่ในเต้นท์พยาบาล  คนอื่น ๆ ก็ล้วนคนไร้เดียงสา บริสุทธิ์  ต้องตายไปอย่างไม่ทราบเหตุผล     และเป็นการกระทำผิดศีลธรรมในเขตวัด   อันเป็นเขตอภัยทาน   เขตอภัยทานคือเขตที่คนทุกคนตลอดไปถึงสัตว์มีชีวิต จะต้องรักษาศีล  ไม่มีการเข่นฆ่า ข่มเหงรังแกกันในเขตอภัยทาน,   ไม่มีการลักโขมยในเขตอภัยทาน,  ไม่มีการประพฤติบัดสีลามกอนาจาร ผิดกาเมสุมิจฉาจารในเขตอภัยทาน,  ไม่มีการโกหกพกลมใส่ร้ายป้ายสี หรือการโฆษณาชวนเชื่อโกหกพกลม  หยาบคาย  ส่อเสียดยุยงคนให้เกลียดชังกัน และไม่มีเจรจาเพ้อเจ้อไร้สาระ  และไม่มีการจำหน่ายและดื่มเครื่องดองของเมาในเขตอภัยทาน     เขตภัยทานจึงเป็นเขตปลอดการเมืองทุกชนิด  ดังจะเห็น จากเรื่อง  ขุนหลวงหาวัด  ในสมัยอยุธยา  ที่ท่านหลบภัยการเมืองไปผนวชเสียหลายครั้ง และฝ่ายตรงข้ามก็ให้อภัย เห็นแก่ผ้าเหลือง   ซึ่งขุนหลวงหาวัดนี้ต่อมาได้รับการอาราธนาจากประชาชนให้ลาผนวช เพื่อขึ้นครองราช และเป็น พระเจ้าอุทุมพร ยุคปลายอยุธยานั่นเอง  หรือยุคปัจจุบัน  จอมพลถนอม กิตติขจร  ท่านกลับเข้ามาในประเทศไทยด้วยการบวชเป็นสามเณร ใช้ผ้าเหลืองห่อตัวเข้ามา  ทุกฝ่ายแม้กระทั่งศัตรูก็อภัยให้ท่าน   ละเลิกความอาฆาตพยาบาทจองเวรในเขตอภัยทาน (ความได้เพศภิกษุถือเป็นเขตอภัยทานอยู่ในตัว ใครจะละเมิดไม่ได้)

 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  นรม. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผอ.ศอฉ.   กับ  อนุพงษ์ เผ่าจินดา  ผบ.ทบ.ผู้รับใช้  ได้กระทำการละเมิดวัฒนธรรมพุทธ ละเมิดศาสนาและศีลธรรม  โดยทำการฆ่าประชาชนด้วยอาวุธสงครามอย่างโหดร้าย  และยังตามเข้าไปเข่นฆ่าในเขตวัด  คามสีมาแห่งพระพุทธศาสนา  อันเป็นเขตอภัยทานที่ศักดิ์สิทธิ์มาแต่โบราณกาล  เป็นเหตุให้คนตายถึง 6 ศพ  บาดเจ็บอีกนับไม่ถ้วน  และด้วยกริยาอาการดุร้ายโหดเหี้ยม(เพราะยิงกราดถล่มเข้ามายังเต้นท์พยาบาล กระทำซ้ำต่อผู้บาดเจ็บ ปรากฎแผลถูกยิงถึง 10 นัดจนเสียชีวิตลงไป    เป็นต้น

 

ซึ่งทั้ง 3 เรื่องนี้ รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบ   ใช่หรือไม่ ???????

 

และชาวพุทธจะต้องร่วมกันลงโทษ....คว่ำบาตร......ผู้ละเมิดเขตอภัยทาน......

 

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น บุษบา บุญเสฏฐ์ อรบุศป์ ละอองธรรม วันที่ตอบ 2010-06-05 13:53:52

 

 

 ความเห็นที่ 31 (3201627) 

เราในฐานะชาวพุทธคนหนึ่ง อยากให้คณะสงฆ์และมหาเภรสมาคมได้เอาใจใสในเรื่องความไม่เป็นธรรมที่พระสงฆ์หลายรูปถูกจับไปขังอย่างไม่เป็นธรรม เพราะเป็นหน้าที่ของท่านโดยตรงที่ต้องจรรโลงพระธรรมวินัยให้มั่นคง หากปล่อยให้คนพาลมาใส่ร้ายป้ายสีรังแกพระสงฆ์เท่ากับภัยกำลังคุกคามความอยู่ปกติสุขของสถาบันสงฆ์ ภาพประชาชนมือเปล่าถูกยิงเสียชีวิต ภาพพระสงฆ์ถูกจองจำช่างอำมหิตเลวร้ายต่อความรู้สึกของคนไทยที่นับถือพระพุทธศาสนา เหตุใดทั้งรัฐบาลและผบ.ทบ. จึงลุแก่อำนาจได้มากเช่นนี้พระธรรมวินัยได้บัญญัติไว้เพื่อให้หมู่สงฆ์อยู่อย่างผาสุก มา ณ วันนี้ประชาชนจึงเริ่มตาสว่างแล้วว่า เพราะเหตุใดรัฐธรรมนูญจึงไม่รับรองพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ไม่คุ้มครองพระสงฆ์ผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบกล้าหาญออกมาเตือนสติรัฐบาลไม่ให้เข่นฆ่าประชาชน  รัฐบาลไทย ทหารไทยไม่ต่างไปจากรัฐบาลทหารพม่า ต่อไปคงไม่มีใครสามารถมาเตือนสติรัฐบาลได้อีกแล้ว เพราะดูจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นประชาชนคนไทยกำลังตกเป็นเหยื่อของรัฐบาลที่ขาดสติไม่รู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก อะไรเป็นบุญอะไรเป็นบาป  และอีกไม่นานบาปอันหนักนี้คงตามสนองคนกลุ่มนี้ให้ต้องทุกข์ทรมานทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น วิญญูชน วันที่ตอบ 2010-06-06 22:06:52

 

 

 ความเห็นที่ 32 (3204986) 

เหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 53  ได้สร้างตราบาปแก่วงการทหาร เหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วตั้งแต่ ต.ค.16 ต.ค.19

 

พ.ค.35 และมาบัดนี้แม้โลกจะเปลี่ยนไปแล้ว เหตุการณ์เลวร้ายนั้นได้กลับมาเป็นฝันร้ายของประชาชน  ด้วยข้อกล่าวหาเดิมๆว่าคนกลุ่มนี้ไม่จงรักภักดี เป็นผู้ก่อจลาจล เป็นผู้ก่อการร้ายมีอาวุธสงคราม กองทัพจงได้ส่งทหารมาปราบปรามด้วยอาวุธครบมือ ผู้คนบาดเจ็บล้มตายเหมือนใบไม้ล่วง ที่น่าแปลกก็คือคนที่ตายและบาดเจ็บกลับไม่มีอาวุธอยู่ในมือ และทุกครั้งที่ทหารออกมาเข่นฆ่าประชาชนผู้ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย ทหารจะถูกทำให้เชื่อว่าเขาจำเป็นต้องทำอย่างยิ่งเพราะเป็นหน้าที่  ผู้บังคับบัญชาสั่งต้องปฏิบัติตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

คงมีแต่กฏเหล็กแบบนี้ในประเทศไทย  เพราะตามหลักสากลทหารของทุกชาติเขามีหน้าที่รบกับอริราชศัตรูของประเทศ  เขาไม่อาจถืออาวุธสงครามเข้าปราบปรามประชาชน  จะมีก็แต่ทหารของพม่าเท่านั้นที่เข่นฆ่าประชาชน ฆ่าพระสงฆ์ จับกุมคุมขังนักการเมืองฝ่ายค้านและประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล มาบัดนี้ทหารไทยก็กำลังเดินตามรอยทหารพม่า

 

อยากถามทหารไทยทุกท่าน  เมื่อไรท่านจะตาสว่าง ท่านไม่รู้จริงๆหรือว่าทหารก็ต้องเคารพกฎหมายบ้านเมือง ท่านไม่อาจเข่นฆ่าทำลายชีวิตประชาชนได้ ประชาชนเขามาเรียกร้องหาเสรีภาพ  ท่านมาหยิบยื่นความตายให้เขาทั้งๆที่เขามาต่อสู้ทางความคิดและอุดมการณ์ 

 

เขาไม่ได้ต้องการเข่นฆ่าใครทั้งนั้น ผู้บังคับบัญชาและรัฐบาลเผด็จการไม่ใช่กฎหมาย  แต่เขากำลังทำผิดกฎหมายเป็นคนโง่เขลาบ้าอำนาจ ที่คิดว่าเขาจะสั่งการให้ใครไปฆ่าใครก็ได้ เขากำลังก่อบาปอันหนักที่สั่งให้คร่าชีวิตของผู้คนเหมือนผักปลา และท่านก็กำลังก่อบาปร่วมกัน ผลแห่งการทำบาปจะส่งผลให้ท่านต้องมีจุดจบไม่แตกต่างกัน จะต่างกันก็ตรงที่ประชาชนเขาตายเพราะต้องการนำเสรีภาพมาสู่พี่น้องผองไทยรุ่นลูกรุ่นหลาน ความเสียสละของเขาย่อมได้รับการสรรเสริญจากคนที่ยังอยู่และคนรุ่นหลัง แต่ท่านต่างหากกำลังต่อสู้กับประชาชนเพื่อคงความเป็นทาส  ทาสที่ไม่มีโอกาสได้คิดว่าอะไรผิด  อะไรถูก จะมีใครเล่าที่จะสรรเสริญวีรกรรมในความโง่เขลาเช่นนี้

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น วิญญูชน วันที่ตอบ 2010-06-11 23:31:02

 

 

 ความเห็นที่ 33 (3205062) 

เราขอสดุดีวีรกรรมของเสแดง พลตรีขัตติยะ  สวสดิผล นักรบผู้กล้าของประชาชน  ผู้อาจหาญยืนเคียงข้างเพื่อปกป้องชีวิตประชาชน

 

จนถึงนาทีสุดท้ายของชีวิต  ชื่อนี้จะตราตรึงอยู่ในใจคนเสื้อแดง และจะจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยให้ลูกหลานไทยในรุ่นหลังได้จดจำท่านในฐานะชายชาติทหารหาญผู้มีหัวใจรักความถูกต้องอย่างแท้จริง  สมเป็นแบบอย่างของทหารทุกคน ขอดวงวิญญาณของท่านจงไปสู่สุคติ และในวันเผาศพของท่านคงเป็นงานอันยิ่งใหญ่ที่ประชาชนต่างหลั่งไหลมาร่วมทุกสารทิศ ด้วยน้ำตาแห่งความอาลัย

 

หลับเถิดนักสู้ธุลีดิน ยังคงมีนักสู้ธุลีดินอีกคนแล้วคนเล่ารุ่นแล้วรุ่นเล่ามาต่อสู้เพื่อแสวงหาเสรีภาพ และวันนั้นค้องมาถึง  ด้วยสัจธรรมที่ว่า " ธรรมมะย่อมชนะอธรรม "

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น หิ่งห้อย วันที่ตอบ 2010-06-12 16:42:18

 

 

 ความเห็นที่ 34 (3207979) 

 

เพิ่งเข้ามาเว็ปไซต์นี้น่าสนใจดี เห็นด้วยกับทุกความคิด และอยากใช้กระดานเสวนาฝากถามไปถึงพลเอกอนุพงษ์  เผ่าจินดา ท่านเคยพูดกับคนไทยทั้งประเทศผ่านสื่อว่า  การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง แต่ท่านกับใช้กองทัพและกำลังแก้ปัญหา คำว่าเสียชีพอย่าเสียสัตย์ท่านเข้าใจไหม อะไรคือความภาคภูมิใจที่ท่านได้ทำให้กับประเทศนี้ในขณะที่ท่านดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. ถึงเวลาหรือยังที่ต้องผ่าตัดกองทัพให้เป็นทหารอาชีพที่เข้าใจจิ ตวิญญษณของชายชาตินักรบ

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น แมงกุดจี่ วันที่ตอบ 2010-06-18 23:12:17

 

 

ความเห็นที่ 35 (3211178) 

 

ประชาชนคอยดูและตรวจสอบท่านอยู่นะ พลเอกอนุพงษ์  เผ่าจินดา ทุกครั้งที่ท่านให้ข่าวกับสื่อมวลชนท่านจะพูดความจริงสมกับเป็นชายชาติทหารหรือไม่ คำพูดของท่านจะสะท้อนไปถึงศักดิศรีของกองทัพทั้งกองทัพด้วย โปรดรู้ไว้ว่า ความลับไม่มีในโลก ไม่มีวันที่จะหลอกคนไทยทั้งประเทศได้ ความจริงต้องปรากฏและความจริงนั้นจะตามหลอกหลอนท่านนับตั้งแต่วันนี้จนถึงวันสุดท้ายของลมหายใจ ผลของบาปจะติดตามไปสนองให้ทุกข์ทรมานทุกภพทุกชาติจนกว่าจะชดใช้กรรมได้หมด  ยิ่งบาปใหญ่ ผลของมันย่อมยิ่งใหญ่ตามไปด้วย

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น หิ่งห้อย วันที่ตอบ 2010-06-26 22:26:55

 

 

 ความเห็นที่ 36 (3213232) 

 

 

อนุพงษ์ เผ่าจินดา  หรือ?????????  เฉดหัวไปจากกองทัพเสียที.....ปลดยศด้วย...   จึงจะสาสมกับความทรยศ.

 

·         ผู้แสดงความคิดเห็น จตุพรรณ พรหมพร วันที่ตอบ 2010-06-30 21:46:17

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

B.   สรรบทความจากอินเทอเนต

(จากเฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว)

ระหว่างเดือน เมษายน 2553 - ปัจจุบัน

 

 

 

 

 

8.  อพยพ

 

อพยพ เมื่อ 14 เมษายน 2553 แดงที่สพานผ่านฟ้า สละพื้นที่ให้ทางฝ่ายรัฐบาล โดยเหตุผลที่ว่า เมื่อรัฐบาลอยากได้พื้นที่นี้คืนเป็นอันมากถึงต้องส่งกองกำลังทหารติดอาวุธสงคราม เข้ามาทำการเข่นฆ่าปราบรามประชาชน จนฝ่ายรัฐบาลเองเกิดเพลี่ยงพล้ำ นั่นคือกองบัญชาการส่วนหน้าในสนาม ถูกถล่มด้วยกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ทำให้ พ..ร่มเกล้า ยุวธรรม หนึ่งในกองบัญชาการส่วนหน้า เสียชีวิตลงทันที พร้อมกับทหารอีกรวมเป็น คน ยังมีนายพล.ผู้บัญชาการสถานการณ์ฉุกเฉินหน่วยหน้านี้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จนต้องถอนตัวจากสนามรบโดยพลัน เพื่อนำตัวไปรักษาพยาบาล ทราบผลต่อมาว่า เพื่อเอาชีวิตไว้แพทย์ต้องตัดขาข้างหนึ่งออกไป รายละเอียดถูกปกปิดมิดชิดจากฝ่ายรัฐบาล การขาดการบัญชาการลงโดยฉับพลัน เป็นเหตุให้ทหารรวนเร แล้วเริ่มถอย จนในที่สุดรัฐบาลจำต้องยอมถอยทหารกลับไป สถานการณ์ในคืนที่ 10 เมษายน 2553 นั้น แท้จริงเป็นสถานการณ์การรบกันทั้ง ฝ่าย โดยฝ่ายประชาชนมือเปล่า ๆ แต่ได้เปรียบด้วยจำนวนนับแสนคน ฝ่ายรัฐบาลอ้างเหตุที่ทำสงครามได้ และเป็นฝ่ายประกาศสงคราม นั่นคือ ด้วยการประกาศ พรก.ฉุกเฉินร้ายแรง แต่การถอยด้วยเหตุที่การรบของฝ่ายตนผิดพลาดเช่นนี้ ย่อมเรียกได้ว่ารัฐบาลเป็นฝ่ายแพ้สงครามไปโดยเรียบร้อยแล้ว และฝ่ายประชาชนมือเปล่าเป็นฝ่ายชนะ โดยที่ประชาชนนักรบเหล่านั้น เพียงแค่การชนะด้วยความตื่นตกใจและสัญชาตญาณการป้องกันตัว ได้ต่อสู้ด้วยก้อนหินริมทาง ไม้ ฆ้อน ด้ามธงที่ถือ และหนังสติก ฯลฯ เท่าที่หาได้ริมทาง ถูกอาวุธปืนเสียชีวิตไป 18 ศพ และยังมีนักข่าวรอยเตอร์ ซึ่งเป็นคนญี่ปุ่น ถูกกระสุนปืน (ซึ่งมีทหารเท่านั้นใช้อาวุธปืนในขณะนั้นถึงแก่ชีวิตอีก คน ทางแกนนำพิจารณาว่า เมื่อรัฐบาลกระหายอยากได้พื้นที่คืนถึงขนาดนี้ ก็เลยตัดสินใจยกให้ และเริ่มการอพยพคนเรือนแสน ไปสู่แผ่นดินใหม่ นั่นคือแผ่นดินราชประสงค์

 

การอพยพนี้ เคยมีในประวัติศาสตร์การอพยพที่ยิ่งใหญ่มาแล้ว นั่นคือการอพยพของชนชาติเฮบบรู(ยิวเรือนแสน(ใน Exodus 12:37-39 แห่ง Holy Bible ระบุว่า ชนชาติอิสราเอลที่พยพคราวนั้น :- นับแต่ผู้ชายได้ประมาณหกแสนคน ผู้หญิงและเด็กอีกต่างหาก มีฝูงชนชาติอื่นเป็นจำนวนมากติดตามไปด้วยพร้อมทั้งฝูงสัตว์ คือฝูงแพะแกะและโคจำนวนมากมาย เขาเอาก้อนแป้งซึ่งนำมาจากอียิปต์นั้น ปิ้งเป็นขนมปังไร้เชื้อ เพราะเขาถูกเร่งรัดให้ออกจากอียิปต์ จึงไม่ทันเตรียมเสบยงที่ตกเป็นทาสของฟาโรห์แห่งอียิปต์ สืบสกุลทาสมาเป็นเวลานานถึง สี่ร้อยสามสิบปี และงานที่ทาสเหล่านี้ถูกบังคับให้ทำในยุคนั้นก็คือสร้างปิรามิดแห่งอียิปต์ ที่ปรากฎให้โลกปัจจุบันเห็นอยู่ในขณะนี้นั่นเอง การอพยพของพวกเขาครั้งนั้นเกิดขึ้นในยุคสุดท้ายของฟาโรห์นามว่า รามเศส ละม้ายคล้ายการอพยพของชาวเสื้อแดงในวันนี้ มีข้อที่ลม้ายกันในแง่ที่ว่า พวกเขาอพยพไปสู่แผ่นดินสัญญา ที่พระเจ้าสัญญาว่าจะหาแผ่นดินไว้ให้พวกเขา และโดยการมีทูตของพระเจ้าเป็นคนนำทางไปสู่แผ่นดินสัญญานั้น นี่คือเรื่องราวที่ประชาชนทั้งหลายทั่วโลกได้เรียนรู้มาดีอยู่แล้ว โดยรู้จักชื่อของทูตพระเจ้านามโมเสส ก่อน เพราะเรื่องราวของพวกเขาผู้อพยพ ต่อมาได้กลายเป็นเรื่องราวของศาสนาอันยิ่งใหญ่ของโลก คือยูดาย และต่อมากลายเป็นศาสนาคริสต์ และพวกเขาได้ชัยชนะอันยิ่งใหญ่อมตะในเวลาต่อมา และคงความยิ่งใหญ่มาถึงปัจจุบันนี้

 

ส่วนการอพยพของชนเสื้อแดงนั้น แท้จริงเป็นการอพยพของคนยุคไฮเทก คือมนุษย์เหล่านี้ เป็นมนุษย์ที่มีมันสมองและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์พอ ๆ กับอีกฝ่ายหนึ่งที่พยายามกดขี่ เอารัดเอาเปรียบโดยได้ฐานะของความเป็นผู้ปกครอง อันชิงมาได้โดยความอยุติธรรม ไม่สอดคล้องครรลองของกติกาที่เคยสัญญากันไว้ ว่าการได้อำนาจใดใดนั้น จะต้องเป็นอำนาจที่ได้รับความเห็นชอบจากประชาชน โดยที่ต้องฟังเสียงประชาชน เพราะประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจ จึงเป็นระบอบของประชาชน เพื่อประชาชน และโดยประชาชน บัดนี้รัฐบาลไม่ฟังเสียงประชาชน และยังทำการปิดหูปิดตา ปิดเสียงเรียกร้องของประชาชน กระทำการต่อประชาชนอย่างกระทำต่อศัตรูตัวร้ายกาจของประเทศชาติ และกระทำด้วยวิธีการป่าเถื่อน อนารยธรรม เหี้ยมโหดมิผิดคนป่าเถื่อนยุคโบราณ แต่กดขี่ปราบปรามใช้อาวุธแก่ประชาชนมือเปล่า ๆ ซึ่งพฤติกรรมเลวร้ายของรัฐบาลขณะนี้ จะปรากฏไปในประเทศต่าง ๆ ของโลกยุคปัจจุบัน ที่เป็นโลกของคนทันสมัย และรัฐบาลที่โง่เขลา ล้าหลัง ที่ยังใช้อำนาจเป็นธรรมอยู่เช่นนี้ จะรอดสายตาโลกที่รักความเป็นธรรม และรักในความเป็นมนุษย์ ผู้มีสิทธิ เสรีภาพ มีความเสมอภาค และภราดรภาพไปได้อย่างไร และในที่สุดจะต้องถึงความพินาสน์ลงอย่างไร นี่เป้นสิ่งที่กำลังจะปรากฏขึ้นชัดเจนในเร็ว ๆ นี้



ตำนานการอพยพ(2) ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจในตำนานการอพยพต่อไปอีก อันเป็นเรื่องราวของการต่อสู้เพื่อปลดแอกของชาวทาสฮิบบรู (ยิวจากเผด็จการที่กดขี่ ในอียิปยุคนั้น นั่นคือ เมื่อโมเสสนำชาวทาสนับแสนคน อพยพจากเมืองราเมเสส มุ่งหน้าไปยังเมืองสุคคท ริมฝั่งทะเลแดง โดยความซื่อคิดว่าฟาโรห์จะรักษาสัญญา ที่ว่าจะปล่อยให้พวกเขาไป จะไม่คิดร้ายต่อพวกเขาอีกแล้ว ครั้นไปถึงตำบลปิหะหิโรท หัวขบวนอยู่ที่ตำบลนี้ ปลายขบวนอยู่ที่ตำบลบาอัลเซโฟน ฟาโรห์ได้นำกองทัพม้าศึก รถศึกที่เกรียงไกรของยุคนั้น ไล่ตามมาทัน มุ่งหมายจะเข่นฆ่าพวกไพร่ทั้งหมดให้สิ้นชีวิตและกวาดศพลงทะเลแดง ในขณะนั้นประชาชนชาวทาสทั้งหลายต่างพากันตื่นตกใจ รวนเรไปทั้งหมด แต่โมเสสบอกว่าให้รีบไปที่ฝั่งทะเลแดง แล้วโมเสสก็ยกไม้เท้าขึ้น กล่าวคำสรรเสริญพระเจ้า และร้องขอต่อพระเจ้าว่าพวกมันทรยศต่อคำวาจาที่ให้ไว้แด่ประชาชน อันเป็นคนของพระเจ้า พระเจ้าก็ดลบันดาลให้น้ำในทะเลแดงเปิดออกเป็นช่องทางบก โมเสสก็ให้ประชาชนรีบข้ามไปทางช่องที่เปิดนั้น ประชาชนก็รีบเร่งขนย้ายข้ามทะเลไป พอไปถึงฝั่งข้างหนึ่งได้แล้ว กองทหารของฟาโรห์ก็มาถึงพอดี ฟาโรห์ขับทหารลงไปให้ติดตามไปฆ่าประชาชนให้เกลี้ยง แต่พอกองทหารไปถึงกลางทาง กลางท้องทะเล น้ำก็ปิดเข้าเหมือนเดิม ท่วมทหารและฟาโรห์ตายทั้งหมด........

 

ในกาลอันยาวนานต่อมา ตราบการวิทยาศาสตร์ได้เจริญขึ้น ได้มีนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่าง ๆ ได้แก่นักบุพชีพวิทยา(Paleologist) นักก่อนประวัติศาสตร์(Prehistorian) นักมานุษยวิทยา (Anthropologist) นักโบราณคดี (Archaeologist) ได้ร่วมมือกันทำการวิจัยเหตุการณ์ในยุคนั้น ได้พบว่า แท้ที่จริงเรื่องทะเลแดงเปิดออกให้ชาวทาสฮิบบรูหนีไปได้ และครั้นทหารฟาโรห์ไล่ตามไป น้ำทะเลก็ปิดท่วมฟาโรห์และทหาร พร้อมรถศึกตายไปทั้งหมด อันเป็นเรื่องราวอภินิหาริย์มหัศจรรย์เกินธรรมชาตินั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ไม่ได้มีอภินิหาริย์ใดให้ทะเลเปิดออก แท้จริงก็คือ ณ ตำบลปิหะหิโรท นั้น เป็นตำบลที่ทะเลแดงตื้นเขิน ชาวยิวพื้นเมืองสามารถเดินข้ามได้เป็นปกติอยู่แล้ว หากแต่คนไม่ชำนาญภูมิประเทศก็จะเดินข้ามอย่างมีอันตราย โดยเฉพาะกองทัพฟาโรห์ทั้งกองทัพ นักวิจัยเหล่านั้นได้ค้นพบว่า แท้ที่จริงได้เกิดการสู้รบกันขึ้น ณ บริเวณทะเลแดงหน้าตำบลปิหะหิโรทนั้นเอง ระหว่างกองทัพอันเกรียงไกรของฟาโรห์รามเสสแห่งอียิปต์ กับประชาชนชาวทาส ผู้มีมือเปล่า ขวานและไม้เท่าที่หาเอาได้โดยฉุกเฉิน อาศัยข้อได้เปรียบทางชัยภูมิที่ตั้งรับ และมีความเชื่อในอำนาจเร้นลับของพระเจ้าผู้ทรงความบริสุทธิ์ จึงสามารถสู้รบกับกองทัพทั้งกองทัพที่ติดอาวุธร้ายมีหอก ดาบ ธนู ขวาน พร้อมโล่กำบังอย่างปลอดภัยได้ และเมื่อปรากฏว่า องค์รัชทายาทแห่งอียิปต์ ที่คุมกำลังในสงครามคราวนั้น ถูกสังหารสิ้นพระชนม์ลง โดยนักวิทยาศาสตร์ได้พบจากหัวกะโหลกของพระองค์ ที่ท้ายทอยบุบลงไป เป็นเหตุให้สันนิษฐานได้ชัดเจนว่าทรงสิ้นพระชนม์จากการสู้รบคราวนั้น โดยทรงถูกกระทำให้ล้มฟาดหงายหลังลงไปกระแทกหิน เป็นเหตุให้สิ้นพระชนม์ แล้วกองทัพฟาโรห์อันยิ่งใหญ่ก็ขวัญแตกกระเจิง หนีไปตามโขดหินในท้องทะเลแดงส่วนที่ต้นเขินนั้น และโดนลอบฆ่าตายไปเป้นจำนวนมาก และผลจากสงครามคราวนั้น เป็นเหตุให้ทาสฮิบบรูได้รับอิสรภาพนิรันตร ต่อมา และต่อจากเวลานั้นก็คือช่วงการอพยพที่ยาวนานของชนชาติอิสราเอล....และตำนานการอพยพของพวกเขาได้กลายเป็นศาสนาที่ยิ่งใหญ่ของโลกปัจจุบัน คือศาสนายูดาย แล้วกลายไปเป็นศาสนาคริสต์ ต่อมาจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งถือว่าเป็นศาสนาที่มีระชากรโลกจำนวนมากมายหลายพันล้านคนให้การนับถืออยู่ในปัจจุบันนี้

 

ตำนานนี้ลม้ายคล้ายการอพยพของชาวเสื้อแดงอยู่เหมือนกัน ......... และในการสู้รบวันที่ 10 เมษายน 2553 ก็นับว่าลม้ายคล้ายกันมาก เพราะประชาชนมือเปล่า ๆ เท่านั้นเอง และถึงมีอาวุธก็เป็นการฉุกเฉิน พวกเขาคว้าเอาสิ่งที่อาจเรียกว่าอาวุธเบา ๆ ได้ริมทางเท่านั้น เช่นก้อนหิน ไม้รวก ไม้หน้าสามหน้าสี่ ยางสติกต่อสู้กับเปืนเอ็ม 16 และรถถัง และแม้เพียงกำปั้นของพวกเขา แล้วองอาจอาจชนะทหารติดอาวุธทันสมัย ที่ใช้ยุทธการแบบสงคราม นั่นคือมองประชาชนเป็นข้าศึกที่ต้องสังหารให้เรียบเกลี้ยง เลยทีเดียว นับตั้งแต่ใช้กองทัพบก(ที่กินภาษีเงินเดือนของประชาชนเฮลิคอปเตอร์ทิ้งระเบิดถล่มประชาชนคนเสื้อแดงอย่างดุเดือดต่อเนื่อง จนควันระเบิดฟุ้งกระจายกินอาณาเขตไปกว้างไกล ใช้อาวุธสงครามทุกชนิด ไปจนกระทั่งมีการเคลื่อนรถถังออกมา ก็ปรากฎเป็นความจริง จนควันรบแดงดังเพลิงอมชมพู น่าหวาดหวั่น แต่แล้วภายในเวลาประมาณ ชั่วโมง รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาขีวะ(พลเรือนผู้รู้น้อยกระปิดกระปรอยแต่บังอาจสั่งการทหารเข้าสงครามก็ประสบความพ่ายแพ้อย่างยิ่งใหญ่ ทั้ง ๆ ที่ประชาชนยังอยู่ในวินัยและสัจจะของพวกเขาคือการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยของพวกเขาดำเนินไปโดย สันติธรรมและอหิงสา พวกเขาไม่ได้ถือโอกาสนั้นก่อการจลาจล สามารถควบคุมหลักการและอุดมการณ์เอาไว้ได้ นั่นคือสันติธรรมและอหิงสา(หากมิเช่นนั้นแล้ว กรุงเทพฯอาจจะลุกเป็นไฟไปแล้วก็ได้และความจริงได้เปิดเผยภายหลังว่า การถอยของทหาร แท้จริงมิใช่ความรู้สึกรับผิดชอบของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด แต่แท้จริงแล้วเป็นเพราะแม่ทัพผู้บัญชาการส่วนหน้าในสงคราม(พล........)ได้รับบาดเจ็บสาหัส และ นายพันเอกชื่อ พ..ร่มเกล้า ยุวธรรม เสียชีวิตพร้อมกับทหารอีก นาย ถูกปลิดชีพลง เสียชีวิตลงโดยฉับพลัน..ในสนามรบ กองทัพขาดการบัญชาการ ......แล้วนายกรัฐมนตรีผู้ขี้ขลาดคนนั้นก็สั่งการให้ทหารกล้าถอนทัพกลับไป ..ประชาชนเป็นฝ่ายชนะสงคราม........และควรแก่การสรรเสริญว่าเป็นประชาชนผู้ประเสริฐในการที่สามารถต่อสู้ได้ตามอุดมการณ์สันติ อหิงสาของพวกเขา ..... และด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงควรได้รับการเปิดเผยคุณงามความดี ให้ปรากฏไว้ไม่น้อยไปกว่าสงครามที่ทะเลแดงในบรรพกาลครั้งนั้น.....และท้ายที่สุด ชัยชนะย่อมต้องเป็นของฝ่ายประชาชนอย่างแน่นอน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

9.   ASTV. กล่าวหาว่าแดงคิดล้มฟ้าล้มแผ่นดิน

 

ASTV รายการรู้ทันประเทศไทย วันชัย สอนศิริ ทนายความหัวเก่า กับ เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้มีจิตใจเปี่ยมล้นไปด้วยความอิจฉาริษยาอย่างขมขื่น ต่อท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ กำลังทำสิ่งที่เรียกว่า การโฆษณาชวนเชื่อ ......... ให้ร้ายแด่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ และฝ่ายแดงประชาธิปไตยทั้งแผ่นดิน

สรรหาข่าวเรื่องร้าย ๆ มาขยายความออกไป......เพื่อใส่ร้ายให้สมเหตุผล เพื่อจะให้ไปสู่ข้อหาใหญ่ คือ ทักษิณเป็นขบวนการล้มจ้าว ....

นั่นไง ไปถึงข้อหาร้ายแรงเลยทีเดียว อันเป็นเป้าหมายของการโฆษณาชวนเชื่อ นั่นคือพยายามไปลงท้ายว่า เสื้อแดงมีเป้าหมายสูงสุดที่ "ล้มฟ้าล้มแผ่นดินคำนี้ เป็นถ้อยคำของ วันชัย สอนศิริ จำไว้เป็นหลักฐานสำคัญ เพื่อชำระให้สะอาดภายในระบอบประชาธิปไตย

วันชัย สอนศิริ กล่าวด้วยความเคียดแค้นอย่างแสนสาหัส ในเรื่องสื่อของเสื้อแดง ว่ากันเก็บอย่างไรก็ไม่สำเร็จ ทางโทรทัศน์ ปิดทางนี้ มันไปโผล่ทางนู้น ทางวิทยุก็หลายหลาก มีทั่วทุกทาง ทางหนังสือ สิ่งพิมพ์ก็มากมายเต็มตลาด (มันใช้อิทธิพลเงินมันสามารถทำได้อย่างไม่อาจจะกีดกั้นได้ สิ่งเหล่านี้ฉีดเข้าประชาชน ประชาชนก็หลงไปตามมัน................

คน คนนี้มีระดับความคิดที่ต่ำเกินจะไปเข้าใจเรื่อง ความเป็นมนุษย์ ไม่เข้าใจว่า สิ่งนี้คือ เสรีภาพ เสมอภาค และ ภราดรภาพ....... ตรงที่พวกเขาไม่เข้าใจคือ นี่คือธรรมะ สำหรับดื่ม เพื่อความเจริญของประชาธิปไตย .......... ไม่ใช่การโฆษณาชวนเชื่อ ที่พวกเขาชำนาญการทำมานาน .....

คนเสื้อแดง เสพเสรีภาพ ภราดรภาพ และ ความเสมอภาค ไม่รู้อิ่ม ยิ่งเสพยิ่งมีความสุข สงบและความหวัง..........ไม่แตกต่างจากการเสพธรรม..................ธรรมะ...เสพทุกวัน ๆ ทุกชั่วโมง ทุกนาที ยิ่งดี............

นั่นไง.......แดงที่แท้จริงคือ สันติ อหิงสา......

นี่ก็คือ ยอดธรรมะ ที่เหมาะสมจะเสพ บ่อย ๆ ทุกวันทุกชั่วโมง.......ขอเน้น เสพธรรม ไม่ใช่เสพการโฆษณาชวนเชื่อ แบบเอเอสทีวีทำ

เขาเป็นนักประชาธิปไตย ..... จริง ดร.เจิมศักดิ์ควรจะสรรเสริญพวกเขามากกว่า .............ต่างประเทศ นานาชาติเขาก็ยอมรับ............เพราะต่างประเทศเขาเป้นประชาธิปไตยหมดแล้ว เขาเข้าใจประชาธิปไตยดี แต่ เจิมศักดิ์ กับ วันชัย นี่สิ รวมทั้งพวก เอเอสทีวี ยังไม่เข้าใจ

เสื้อแดงฟังไว้ วันชัย สอนสิริ เจิมศักดิ์ ปิ่นทองว่า "จิตใจคนเสื้อแดงต่ำเพียงสัตว์เดรัจฉาน .............มันทึ้งกันยิ่งกว่าสัตว์ป่า ยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน ..........." คุณพูดอย่างนี้ คนที่จะแค้นและเป็นสัตว์เดรัจฉานตามไปก็คือ คนกลุ่มอื่น (เอเอสทีวีนี่เอง รวมทั้งคนที่พูด ทนายวันชัย กับ ดอกเจิมศักดิ์ นี่แหละจะเป็น..........อย่างที่พูดตามไปจนได้ ยิ่งพูดบ่อยก็ยิ่งจะเป็นเร็ว ๆ ๆ ๆ ๆ..... ไม่ใช่เสื้อแดง.....

ทนายวันชัย นี่รู้กฎหมายอยู่ฉบับเดียวละมั้ง ทำไมแคบจังล่ะ.......... ไปดูรัฐธรรมนูญบ้างซี......และการอ่านกฎหมาย ให้เข้าใจสาระจริง ๆ ของกฎหมายด้วย อย่าจำเอาเพียงตัวอักษร......

ไปจับกบฎยึดทำเนียบก่อนเถิด..................

อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง เขาเป็นวีรบุรุษ...ตั้งแต่ สถานการณ์พัทยา 2552 ยอมรับซีทนายความ......

·         ผู้แสดงความคิดเห็น แดง ดำรงธรรม วันที่ตอบ 2010-04-21 19:53:34

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

10.  ล่าสุด 25 - 26 เมษายน 2553

สาเหตุเพราะรัฐบาลไม่ยอมมองปัญหาของประชาชน

 

ล่าสุด 25 เม.ย. 2553 เย้น เสื้อแดงเปลี่ยนยุทธวิธีการรับ สุเทพ-อภิสิทธิ์ เตรียมสลายเสื้อแดงอีกครั้งหนึ่ง โดยให้เปลี่ยนเป็นเสื้อไม่มีสี หรือสวมเสื้อสีอื่น ทิ้งสัญลักษณ์ชั่วคราวเพื่อประโยชน์ในการต่อสู้ ทำให้การเดินทางเข้าร่วมในเวทีราชประสงค์สะดวกและคับคั่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงยุทธวิธีนี้ เนื่องมาจากการออกอากาศรายการไทยเข้มแข็งวันนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เชิญ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ออกรายการด้วย ซึ่งปรากฎว่า ถูกยิงคลื่นสกัดสัญญาณทำให้ต้องหยุดการถ่ายทอดไปเป็นเวลาประมาณ 10 นาที (ซึ่งทำให้มีผู้เรียกร้องให้ถอดถอนนายสาธิต วงศ์หนองเตยออกจากตำแหน่ง ฐานที่ทำให้เกิดความบกพร่องครั้งนี้) นายอภิสิทธิ์เน้นว่าจะต้องขอพื้นที่คืนให้ได้ พล.อ.อนุพงษ์ ว่าทหารไม่ได้ปล่อยเกียว่าง แต่การจะสลายมวลชนนั้นต้องรอจังหวะ คืนวันที่ 25 เม.ย. 2553 เสื้อแดงยังคงคับคั่งและเหนียวแน่น พร้อมสู้ ในด้านสถานการณ์ ฝ่ายแดงใช้การสกัดมิให้กองกำลังตำรวจที่ได้รับคำสั่งให้เข้ามาสลายการชุมนุม หยุดการเดินทางเสีย (ที่จริงตำรวจเองเป็นฝ่ายขอร้องโดยลับ ให้ส่งคนไปสกัด เพราะตำรวจเองก็เหนื่อยหน่ายไม่ชอบงานปราบปรามประชาชนอยู่แล้ว แต่ทำเป็นรับคำสั่งของรัฐบาลเผด็จการไปเท่านั้นเอง) ทางด้านต่างประเทศ โทรทัศน์ อัลจาชีรา ยังคงติดตามรายงานข่าว โดย Wayne Hey รายงานภาคดึก ประมาณ 22.20 น. วันนี้ ว่าฝ่ายแดงเปลี่ยนสีเสื้อเป็นหลากหลายสี และยังนำสารคดีชีวิตของคนเสื้อแดงระหว่างอยู่ในการต่อสู้ที่แยกราชประสงค์เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย มีความยาวประมาณ 5 นาที ออกอากาศต่อไป ทำให้ภาพฝ่ายประชาชนแดงดีขึ้น

เมื่อมีการเข้าสลายการชุมนุม เราจะรายงานที่นี่

 

26 เมย.2553

 

20.00 น.

เราได้รับทราบจากรายงานของสื่อต่าง ๆ ว่า มีการเคลื่อนไหวของทางฝ่ายทหาร นำโดยพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่พยายามเคลื่อนกำลังเพื่อทำการสลายการชุมนุมประชาชนแดง ณ สี่แยก ราชประสงค์ สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ มีม็อบ ที่เรียกว่า พันธมิตรประชาชนฯ หรือ พธม. ออกมาทำการบีบบังคับรัฐบาลอย่างเปิดเผย ให้ทำการสลายเสื้อแดงที่ราชประสงค์ให้จงได้ ล่าสุด เราได้ทราบว่า หัวหน้าม็อบกลุ่มนี้ ซึ่งเป้นนักกินผักกินหญ้า นามว่า จำลอง ศรีเมือง ซึ่งเราให้สมญาว่า อลัชชีสาวกเถรเทวทัต ถึงขนาดสั่งการให้แม่ทัพภาคที่ 1 ประกาศกฎอัยการศึกจัดการกับพลเสื้อแดง รายงานข่าวที่เราได้รับมา มีข้อความว่าดังนี้ "จำลองบีบแม่ทัพภาค 1 ใช้กฎอัยการศึก เชื่อ 2 ชม.สลายแดงเรียบ สูญเสียไม่ผิดกฎหมาย" (wattanews 26 เม.ย.2553 18.38.48 น.)

เพราะฉะนั้น เราจึงเห็นสมควรที่จะเริ่มต้นติดตามข่าว การสลายแดงต่อไป นับแต่วินาทีนี้ (เพราะเราชักจะเชื่อแล้วว่า จำลอง ศรีเมือง มีอิทธิพล สั่งทหารไทยทั้งกองทัพได้จริง เสียแล้ว)

เราคิดว่าจะไม่พยายามฟังข่าวจากทีวีไทย เพราะเชื่อถือได้ยากยิ่ง เราจะพยายามฟังข่าวจากสื่อต่างประเทศ เป็นหลัก

 

เราคอยดู BBC.ตั้งแต่ 2 ทุ่ม เห็นเรือรบถุกระเบิดกลางลำ น่าดูมาก เพราะภาพที่ส่งมา ให้ Lucy Hocking อ่านในรายการ Impack Asia นั้น เห็นความแม่นยำจริง ๆ โดยระบิดกลางลำ เรือรบสะเทือนแล้วแตกออกเป็นสองส่วน แล้วจมลง..เป็นเรือรบของเกาหลีใต้..เหตุเกิดเมื่อดือนที่แล้ว....... ที่จริง BBC ก็ได้ติดตามข่าวแดงไทยมาตลอด แต่วันนี้ขณะนี้ยังไม่รายงาน........เราจะไปดู Aljazeera ต่อไป ..... ยัง ยังไม่ถึงประเทศไทย.......... ขอย่าให้มีรายงานมาเลย.......

 

20.25 น. แล้ว BBC รายงานข่าวเกี่ยวกับไทยโพลิติกส์ ว่า Thai King tells judge to bring peace. ไม่มีคำอธิบายอะไร เป็นเพียงข่าวสั้น ๆ เวลา 20.25 น. ซึ่งประกาศโดย Lucy Hocking

 

21.05 น. ตราบเวลานี้ Aljazeera ไม่มีข่าวจากประเทศไทย...... ที่เวทีคนเสื้อแดง เห็นจากรายงานข่าวทางเวบไซต์ แห่งหนึ่ง การชุมนุมยังคงคับคั่งและร่าเริง แกนนำคนสำคัญ วิภูแถลง พัฒนภูมิไทย ยังคงทำหน้าที่อยู่ตามปกติ แสดงถึงพลังประชาชน เราได้รับข่าวการสกัดกั้นทหาร และตำรวจ ทุกทิศทางไม่ให้เข้ามาสู่กรุงเทพ จนกระทั่งทหารใช้วิธีแปลก ดังรายงานข่าว ดังนี้ "... ทหารเตรียมขึ้นเรือขนทรายจากอยุธยาล่องแม่น้ำเจ้าพระยามากรุงเทพหนีด่านคนไม่มีสี/คาดเป้าหมายราชประสงค์ รายงานเมื่อ 20.40 น. red." .....ขณะเดียวกันมีข่าวล่ารายงานว่า "จตุพรไม่ซีเรียสกรณีสลายด่านเสื้อแดงตลาดไทได้ เตือน ศอฉ.อย่าดีใจไปที่ทำสำเร็จเพราะแดงทะยอยกลับราชประสงค์เหลืออยู่แค่ 100 กว่าคน รายงานเมื่อ 20.14 น. red."

 

และแล้ว ก็แทบไม่น่าเชื่อว่า โทรทัศน์ไทย ได้รายงานข่าวใส่ร้ายประชาชนอย่างหนัก ช่อง 11 กลายเป็นทีวีโฆษณาชวนเชื่อ เหมือนสมุนของเอเอสทีวีไปเรียบร้อยแล้ว หมายความว่า ขาดความเป็นสถานีข่าวที่เชื่อถือได้ไปอย่างสิ้นเชิง และทั้งยังลดทอนคุณภาพของสถานีข่าวลงไปเรื่อย ๆ ตามลำดับ จนกระทั่งลืมหน้าที่ของสถาบันข่าวไปเสียสิ้น เพราะข่าวทุกข่าวได้นำมาบิดเบือนใส่ร้ายคนเสื้อแดงไปทุกข่าว ทุกชิ้น ทั้งข่าวเก่าข่าวใหม่ แม้กระทั่งการนำเอาสัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนามาบิดเบือนโดยโง่เขลาในธรรมะ เช่นเอาวาทะท่านพุทธทาสภิกขุมาอ้างอิงให้ร้ายคนอื่น และเป้าหมายก็คือ จะให้คนทั้งหลายเชื่อให้ได้ว่าประชาชนที่ออกมาต่อสู้ทางการเมือง แบบประชาธิปไตยนั้นเป็นผู้ก่อการร้าย สร้างภาพ และใส่ความทุกวิถีทางให้คนเกลียดชังประชาชนคนเสื้อแดงไปอย่างสุด ๆ และที่สำคัญพยายามป้ายเรื่องเสียหายอย่างร้ายแรงให้คนไทยกลุ่มหนึ่งว่าเป็นผู้ไม่มีความจงรักภักดี คิดล้มเจ้า และนั่นคือเหตุผลที่รัฐบาลต้องการปราบปรามประชาชนด้วยอาวุธ (ทำให้ได้ข้อพิศูจน์ที่แน่ชัดขึ้น กรณี 12เม.ย.2552 ว่ามีการสั่งการฆ่าประชาชนจริง และล่าสุด 10 เม.ย. 2553 นั่นก็เป็นการล้อมปราบปรามประชาชนมือเปล่าที่ต่อสู้โดยสุจริตจริงใจ ต่อเป้าหมายทางการเมืองของพวกเขา นั่นคือ ความเป็นฆาตกร และรัฐบาลทรราช ที่โลกนับวันจะเข้าใจดีขึ้น

 

ความวุ่นวายทั้งหลายในประเทศไทยวันนี้ จึงเป็นเพราะรัฐบาลไม่ยอมมองปัญหาของประชาชน และไม่ยอมมองสิทธิของปัจเจกบุคคล ตามระบอบของความเท่าเทียมกันในฐานะไท ไม่ใช่ทาส ในฐานะคนผู้มีความเป็นมนุษย์ และบัดนี้ พวกเขาถูกบีบบังคับให้จำต้องป้องกันตนเอง จากความตาย จากกองกำลังอาวุธ และจากบุคคลผู้ถืออาวุธสงครามมุ่งเข้าเข่นฆ่าอย่างไมปรานี พวกเขาก็เป็นคนไทย มีบรรพบุรุษ แต่ไม่มีสิทธิในการป้องกันตนเอง ..สิทธิในการที่จะมีชีวิตอยู่ ..เลยหรืออย่างไร??? ในเมื่อแท้จริงแล้ว พวกเขาเป็นเจ้าของประทศ (จะให้พวกเขาซึ่งมีเพียงมือเปล่า นอนรอคอยซึ่งการเข่นฆ่าเช่นเหตุการณ์ 10 เม.ย. 2553 อย่างนั้นหรือ ????) การเรียกร้องสิทธิ และการต่อสู้เพื่อสิทธิ ในประเทศที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตย เป็นสิ่งที่รัฐบาลยุคนี้ถือว่าเป็นการก่อการร้ายอย่างนั้นหรือ และที่สำคัญ รัฐบาลไม่เคยมองความต้องการของประชาชน ที่ต้องการความยุติธรรมทางกฎหมาย กฎหมายมีไว้เพื่อที่รัฐบาลจะอ้างไว้เพื่อการปราบปรามประชาชน เท่านั้นเองหรือ? ...และกฎหมายมีไว้เพื่อพวกพ้องของรัฐบาล ทำการโกงกินจากงบประมาณรายปีอย่างนั้นหรือ??? กฎหมายมีไว้เพียงเพื่อป้องกันพวกพ้องของรัฐบาล...จากการกระทำผิดกฎหมายเสียเอง ฉะนั้นจึงมีคำว่าสองมาตรฐานเกิดขึ้น เท่านั้นเองหรือ?? ......ทำไมรัฐบาลไม่มองตรงนี้บ้าง??? และในที่สุด อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด.... นั่นเป็นของธรรมดา และธรรมชาติ แต่สมดุลของโลกทั้งโลกมีอยู่ว่า ธรรมะย่อมชนะอธรรมเสมอ มิฉะนั้นแล้วโลกก็หมุนไปไม่ได้ และโจรย่อมได้รับการตอบแทนของความเป็นโจร บัณฑิตย่อมได้รับการตอบแทนของความเป็นบัณฑิตเสมอ.....(ช่วงนี้รายงานและวิเคราะห์โดย สุไหงปาดี ชินะกุล)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

11. BBC รายงาน Thailand Tension 27 เม.ย. 2553

A Second Urgent Message To Mynma

 

27 เม.ย. 2553

 

16.40 น. Thailand Tension ในชม.ข่าว Aljazeera เสนอข่าวสั้น ๆ หัวข้อว่า ประเทศไทยตึงเครียด แล้วเสนอภาพเหตุการการปิดเส้นทางรถไฟฟ้า BTS เมื่อเช้าวันนี้ ซึ่งเดิมไม่มีใครเชื่อว่า เป็นเสื้อแดงทำ และเสื้อแดงได้ปฏิเสธ ตามรายงานข่าวว่า "บชน.5 แจงตรวจสอบแล้ว นปช.ไม่ได้วางยางบนรางรถไฟฟ้า BTS แค่ตั้งแนวรับบนสถานี w. 10.28.06 น."     ที่จริงมีกล้องวงจรปิดทุกสถานี สามารถดูพิศูจน์ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

มีข่าวต่างประเทศถ่ายทอดการให้สัมภาษณ์ของนางอ่องซาน ซุจี ผู้นำฝ่ายค้าน ที่นำประชาชนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย จนเกิดเหตุการณ์นองเลือดในย่างกุ้ง กรณี 10 ต.ค. 2550 ประชาชนออกมาร่วม 7 หมื่น พระสงฆ์อีก 3 หมื่น รวมเป็น 1 แสนคน/รูป เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย (ตามรายงานสำนักข่าวไทย ประเทศไทย) ถูกปราบปรามโดยกองทหารฝ่ายรัฐบาลทหารเผด็จการอย่างเหี้ยมโหด(โหดกว่าทหารไทยมาก) ประชาชนเสียชีวิตไปร่วม 200 คน พระสงฆ์มรณภาพไปร่วม 50 รูป(ตามรายงานข่าวบางกระแส) และให้กักกันนางอ่องซาน ซูจีไว้ เป้นเหตุให้ประเทศประชาธิปไตยทั่วโลกนับแต่อเมริกา อังกฤษ ทำการประท้วงมาเป็นระยะ ๆ ให้คืนประชาธิปไตยให้แด่ประชาชนชาวพม่า คราวนี้นางอ่องซาน ซุจี เพิ่งให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์ในประเทศไทยมีสาเหตุมาจากคณะเผด็จการปกครองประเทศ ข้อความตามรายงานข่าวว่า "ซูจีมองไทย เผด็จการทำวุ่น ปณิธานสวนพม่าปิดกั้นข่าวเลยไม่รู้ความจริง wat. 26เม.ย.2553 11.36.05" การที่เราให้ความสนใจข่าวนี้ก็เพราะ ทางคณะรัฐประหาร-ปฏิวัติไทย 19 ก.ย.2549 ได้มองพม่าเป็นแบบอย่าง แต่กลับประเมินสถานการณ์ประชาชนไทยผิดพลาดไปมหันต์ จึงทำการยึดอำนาจ 19 ก.ย.2549 อย่างผิดพลาด สร้างความเสียหายแด่ประเทศชาติและประชาชนอย่างใหญ่โตมาจนถึงปัจจุบันนี้ คนอย่างนายปณิธาน วัฒนายากร ก็ยังมองไม่เห็นความผิดพลาดอย่างไร และยังมองไปถึงการปิดข่าวในพม่า แท้จริงเป็นเพราะรัฐบาลพม่าเองเป็นผู้ปิดข่าว โดยทำการปิดกั้นสื่ออย่างสนิท เดิมชาวโลกสามารถรับข่าวจากสถานีโทรทัศน์เมียนมาทีวี 1-2-3 ได้ ทำให้ทราบเรื่องราวในพม่าบ้าง แต่บัดนี้รัฐบาลเผด็จการได้ทำการปิดสถานีข่าว เมียนมาร์ทีวีเสียสนิท จนกระทั่งบัดนี้พม่าเป็นแดนสนธยา ไม่มีใครทราบเรื่องภายในอะไรในพม่าเลย และรัฐบาลอภิสิทธิ์-นายสุเทพ ประเทศไทย พยายามทำตามอย่างที่ผิดพลาดเช่นนั้นทำไม?????

 

17.00 น. อัลจาชีรา ถ่ายทอดข่าวสั้น เกิดการตีกันในขณะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรประเทศ Ukrain ถ้ามองแบบการกีฬาชนิดหนึ่งก็น่าดูไปอีกแบบหนึ่ง มีการยื้อยุดประท้วงขณะมีผู้อภิปราย บนบัลลังก์ แล้วมีการโยนของใส่กันและกัน แล้วมีต่อยตีกันปากแตกเลือดอาบไปหลายคน มีการโยนแก๊สหลังที่ประชุมควันโขมง อยู่ชั่วขณะการประชุมจึงสงบ เป็นการประชุมเพื่อผ่านกฎหมายฉบับหนึ่งเกี่ยวกับเรือ(อัลจาชีรา ยังนำมาออกซ้ำอีกหลายครั้ง คงมองว่าดูสนุกดีเหมือนกัน)

ในเวลาก่อนที่จะเกิดฆ่าล้างผลาญกันอีกครั้งในพม่า หลังเหตุการณ์ 10 ต.ค. 2550 ทางเรายังได้เตือนไปยังรัฐบาลพม่า ให้ระวังการก่อกรรมบาป ถึง 3 ครั้ง เราจะยกมาให้ฟังครั้งที่ 2 ดังนี้ :-

 

A Second Urgent Message to Myanmar

According to tv news in Thailand and all over the world especially BBC in England and VOA in America today; October 31, 2550[2007], everyone sees a long parade of the monks in Union of Myanmar, marching along the road to protest the government of Myanmar about the soldier regime. They want not dictator. But they call for freedom. They want not autocracy. But they want democracy. These news remind us the sad stories in Myanmar last October 10,2550[2007]. For in the day,the government did a heavy sins. A specific source said more than 50 monks were killed which was an unexpected event in Myanmar. For Myanmar has been the land of pagodas or the land of yellow robes where Buddhism has been established firmly. The world has accepted many good things from Buddhism Myanmar. But today Myanmar seems to have a great change. They change from freedom to slavery. From grand expansive to narrow-minded and backward thought. From merciness to cruelty. So it seems the people of the world are being afraid that those monks marching in the street would be harmed, or killed as well as those eliminated in October 10,2550[2007]. Not only the European and American countries but all countries in the world dislike violence. Now the soldier regime in Myanmar is trying to do what would result a bad luck to its own country. For example; The minority groups in the border of Myanmar who are different in race and believes would grow stronger and cause a more trouble to all Myanmar and to its believe in its olden religion. What would reflect a justice conscience from the present ruler? So I would like to beg for peace not violence.To live not to die. The only way is to give the people a new constitution with freedom, liberty and equality. Men in uniform should withdraw. Best Wish from Me.

PanyaTharoBhikku/October 31,2550[2007]

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

12.  จิตวิทยาการรบวันนี้ สมมติฐานใหม่

 

1.    ประชาชนต่อสู้กับลูกปืน  เพราะพวกเขาซื่อ บริสุทธิ์ใจจริง ๆ เชื่อว่าทหารจะไม่ทำร้ายพวกเขาด้วยอาวุธปืน   พวกเขาวิ่งเข้าไปเพราะความเชื่อเช่นนั้น และแม้เมื่อโดนกระสุนปืนเข้าไปแล้ว  ก็ยังเชื่อเช่นนั้น  และแม้ถึงแก่ชีวิต ก็สิ้นไปกับความเชื่อนั้น   

 

2.    ประชาชนไม่กลัวความเจ็บ ไม่กลัวความตาย  ก็เพราะพวกเขาตั้งใจสู้เอาชีวิตเป็นเดิมพันจริง ๆ กล้าตายจริง ๆ  กล้าสละชีวิตจริง ๆ

 

3.    ประชาชนกับแกนนำเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  ใจเดียวกัน  พวกเขาไม่ทอดทิ้งกัน

 

4.     สมมติฐานใหม่  พวกเขามีวงษ์ญาติ  เครือญาติ   วงษ์ญาติ หรือเครือญาติของประชาชนผู้เสียชีวิต ด้วยการถูกข่มเหง  จะทำการแทนผู้ที่ล่วงลับไป  และพร้อมที่จะสู้และเผชิญสิ่งเดียวกัน  ในกรณีนี้ ประชาชนจะเป็นอิสระ ไม่ขึ้นกับแกนนำ

 

หากมีการสลายการชุมนุมต่อไปนี้  จะได้พิศูจน์สมมติฐานทั้ง ข้อออกมาอย่างชัดเจนขึ้น 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

13.   บันทึกเรื่องมนุษย์วานร 1.8 ล้านปี

 

การทะเลาะ  ด่าทอกัน    กับ   การใช้กำลัง  ความรุนแรงเป็นเครื่องตัดสินเรื่องราวต่าง ๆ     เป็นลักษณะของคนปัญญาอ่อน  ปัญญาต่ำ   มีค่ามันสมองน้อย  ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าลักษณะเช่นนี้จะตรงกับลักษณะของมนุษย์ยุคเป็นลิงอยู่  คือยุคมนุษย์วานร  (Homo Electus)  ซึ่งมนุษย์ยุคนี้ยังไม่มีศาสนา     ตระกูลต่ำสุดคือ แอสตราโลพิเดอะคัส มีค่าซีซีมันสมองอยู่ระหว่าง 440 - 519  C.C.      เท่านั้นเอง   

คนตระกูครึ่งลิงครึ่งคนนี้อยู่ในโลกระหว่าง 1.8 ล้านปี ถึง 300,000 ปี ที่ผ่านมาแล้วสูญพันธ์ไป ด้วยการกลายพันธ์  พัฒนามาเป็นมนุษย์ยุคปัจจุบัน ที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์เราปัจจุบันนี้ ที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า โฮโมซาเปียนส์(Homo Sapiens) นี่แหละเป็นยุคที่มนุษย์เริ่มมีสิ่งที่เรียกว่าศาสนา  มีสติปัญญามากขึ้น มีขนาดซีซี.ของมันสมองโตขึ้น  และรู้จักการปกครองด้วยเหตุผล ไร้ความรุนแรง  มีสติปัญญาความฉลาดมากขึ้น  

มนุษย์  Homo Sapiens   พัฒนามาตั้งแต่เมื่อ ประมาณ 300,000 - 100,000 ปีมาจนถึงปัจจุบัน    การที่เป็นมนุษย์มีเหตุผล และรู้จักประนีประนอม ใช้สติปัญญา ไม่นิยมใช้ความรุนแรง และรู้จักศาสนาดีขึ้น  เป็นเพราะนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่ามนุษย์ยุคนี้มีมันสมองโตขึ้นกว่ามนุษย์ลิง เกือบ 3 เท่า  คือมนุษย์เราปัจจุบันมีขนาดมันสมองเฉลี่ยที่ 1,450 C.C.(ในขณะที่มนุษย์วานรอยู่ที่ 440 - 519  ซีซี ดังกล่าว)

ฉะนั้น  การที่ฝ่ายรัฐบาลนายอภิสิทธิ์-นายสุเทพ มองไม่เห็นทางออกของการปกครอง นอกจากนิยมใช้กำลัง การรุนแรงในประเทศไทย  จึงน่าจะเอาทฤษฎีการพัฒนาของมนุษย์มาวิเคราะห์เปรียบเทียบได้  ว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ  มีความคิดมันสมองเหมือนมิแตกต่างจากมนุษย์ยุค 1.8 ล้านปีนู้น  และมีขนาดมันสมองต่ำเพียง 440 ซีซี   เท่านั้นเอง     จึงน่าเป็นห่วงว่า  เป็นคนผิดยุค    ย่อมเป็นอันตรายต่อประเทศชาติแน่ ๆ    

และประชาธิปไตยเป็นเรื่องของมันสมอง ของคนยุคใหม่   ตราบใดที่มีคนผิดยุคมาปกครองประเทศ  ก็เท่ากับนำพาประเทศถอยหลังไปยุคล้านปีอีกครั้ง เท่านั้นเอง  ประชาธิปไตยก็ยากที่จะเจริญไปได้ 

จึงเป็นการสมควรแล้ว ที่ประชาชนเสื้อแดง และชาวไทยยุคโฮโมซาเปียน หรือยุคมนุษย์ฉลาด จะลุกออกมาต่อสู้  เพื่อไล่มนุษย์ผิดยุคไปเสีย    จริงไหม????????

-สุไหงปาดี ชินะกุล
  2 พ.ค.2553 19.30.50

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

C.   สรรบทความจากเวบไซต์

 (จากเฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว)

ภาคย้อนหลังก่อนล้อมปราบปรามประชาชน

 

 

  14.  สถานการณ์ตึงเครียดขึ้น 
ทุกฝ่ายต้องมองสถานการณ์อย่างมีเหตุผล และรอบรู้ประวัติศาสตร์

 

1.    สถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ใช่สถานการณ์คอมมิวนิสต์   เพราะในยุคการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ ๆ มีการปลุกระดมโฆษณาชวนเชื่อ กับ การต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธ เป็นยุทธศาสตร์หลัก การต่อสู้ที่ทั้งสองฝ่ายต่างใช้นโยบายความรุนแรงเข้าห้ำหั้นกัน ผลก็คือมีการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของทั้งสองฝ่ายไปเป็นจำนวนมาก และไม่มีฝ่ายใดเอาชนะกันได้ และประเทศชาติเสียเวลาจากสถานการณ์นี้ไปเป็นการยืดเยื้อนานแสนนาน ดังที่คนไทยทราบกันดีอยู่แล้ว   

 

2.   เรามีความเห็นว่าประชาชนเสื้อแดง ได้ต่อสู้โดยแบบแผนของระบอบประชาธิปไตย  มิได้มีการโฆษณาชวนเชื่อ แต่มียุทธศาสตร์ที่ ความจริงวันนี้ มุ่งเปิดเผยความจริงในสิ่งที่ไม่ยุติธรรมของสังคม เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไข และมิได้มีการละเมิดกติกาของระบอบ คือสันติธรรม การต่อสู้ที่ปราศจากมือจับอาวุธ(ตามแบบประชาธิปไตย ดังที่นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศอเมริกาได้เตือนมาว่า การต่อสู้ตามระบอบประชาธิปไตยต้องไม่ใช้ความรุนแรง)  โดยมีข้อพิศูจน์พบข้อเท็จจริงนี้มาตลอดว่าเสื้อแดงมีการชุมนุมด้วยประชาชนระดับแสนคนหลายครั้งแต่ไม่เคยใช้ความรุนแรงแม้แต่ครั้งเดียว  และเสื้อแดงยืนยันประกาศอย่างเปิดเผยถึงแนวการต่อสู่ที่ไม่มีลับลมคมใน และยืนยันสันติในระบอบประชาธิปไตยมาโดยตลอด และประเทศประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ในอเมริกา ยุโรป เขารับรองว่าเป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของเสรีชน คนในระบอบประชาธิปไตยทุกคน  

 

3.    ในยุคคอมมิวนิสต์ มีรัฐบาลเป็นรูปประชาธิปไตยบ้าง เป็นเผด็จการบ้าง  และส่วนใหญ่ที่สุดอยู่ในรัฐบาลเผด็จการ    ในยุคสุดท้ายของคอมมิวนิสต์ไทยรัฐบาลไทยเป็นเผด็จการ คือ ยุค สฤษฎิ์-ถนอม-ประภาส   เดิมยุคถนอม-ประภาส ใช้นโยบายปราบปรามด้วยกำลังความรุนแรง ใช้กองกลังติดอาวุธทุกรูปแบบ  และเพิ่มความเข้มการต่อสู้ด้วยอาวุธตามลำดับ จอมพลประภาส จารุสเถียรกล่าวว่า เมื่อทหารติดอาวุธเดินแถวหน้ากระดานลุยเข้าไปทุกหมู่บ้านตำบลที่มีการก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ผู้ใดกล้าขัดขวางต่อต้าน ก็ให้รู้กันไปว่าใครจะชนะ แต่ปรากฏว่านโยบายนี้เอง ที่นอกจากไม่ชนะแล้ว กลับขยายมวลชนคอมมิวนิสต์ไปอย่างใหญ่โตมโหฬาร จนมีคอมมิวนิสต์แดงทั่วแผ่นดิน อันนี้เป็นข้อเท็จจริง ที่แสดงถึงการสร้างนโยบายขึ้นมาอย่างโง่เง่า ปราศจากการศึกษาเสียก่อน ต่อมาจึงได้ปรับนโยบายใหม่   รัฐบาลเผด็จการแต่รู้ปรับแผนการต่อสู้ใหม่ โดยศึกษาถึงต้นตอของปัญหาและความต้องการของประชาชนอย่างจริงจัง    จึงพบว่าในยุคนั้น มีปัญหาใหญ่ ๆ ประการ คือปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคม   รัฐบาลโดย กอ.ปค. (ต่อมาเปลี่ยนเป็นกอ.รมน.ตามนโยบายใหม่) จึงปรับยุทธศาสตร์เสียใหม่โดยลดแผนการปราบปรามด้วยอาวุธลง หันมาใช้แผนเศรษฐกิจแทน เรียกว่า แผนการพัฒนานำการทหาร ซึ่งตามแผนนี้ได้ลดการปราบปรามประชาชนลงอย่างเป็นนัยยะสำคัญ หันมาพัฒนาการทางเศรษฐกิจ และทั้งเปิดกว้างให้ทุกฝ่าย (รวมทั้งประชาชนฝ่ายก่อการร้ายคอมมิวนิสต์) มาร่วมในการพัฒนาชาติไทยได้ทุกระดับ  สถานการณ์จึงค่อยสงบลง และ ในเวลาไม่กี่ปีจากนั้นคอมมิวนิสต์ไทยก็เหือดหายไป ประเทศไทยพบสันติ ปราศจากปัญหาคอมมิวนิสต์มาถึงปัจจุบันนี้

 

 

4.    ประเด็นที่ทุกฝ่ายควรใช้สติพิจารณาอย่างจริงจังก็คือ การที่คอมมิวนิสต์เกิดขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็วและกว้างขวางจนแดงทั้งประเทศนั้น มีสาเหตุมาจากอะไร และในเป้าหมายร่วมกันที่ต้องการ คือการที่คอมมิวนิสต์หมดไปนั้น เป็นเพราะรัฐบาลดำเนินนโยบายและยุทธศาสตร์อย่างไร จึงถูกต้อง ซึ่งมีคำตอบที่ชัดเจนและเป็นสัจธรรม นั่นคือ ด้วยการละเลิกความรุนแรงลงเสีย ยุทธศาสตร์ด้านกำลังอาวุธ เป็นวิธีที่ผิด และใช้ไม่ได้กับการที่จะเอาชนะประชาชนไทย มาดำเนินนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจและสังคมแทน ปรับทิศทางการบริหารมาเป็นความเข้าใจประชาชน เพิ่มความเห็นอกเห็นใจประชาชน และเข้าใจเหตุการณ์ทุกข์และสุขของประชาชนมากขึ้น ทั้งเปิดโอกาสให้อย่างกว้างขวางให้แด่ประชาชนได้มีส่วนในการร่วมมือกันพัฒนาประเทศชาติ

 

 

5.    นี่คือข้อสรุปบทเรียนอันมีคุณค่า ที่แสดงว่าความรุนแรงและกองกำลังอาวุธนั้นเป็นนโยบายที่ผิดพลาดอย่างมหันต์   แม้ในรัฐบาลที่เป็นเผด็จการ ไม่รู้จักประชาธิปไตยเลย เช่นถนอมประภาส ก็ตาม ต่อเมื่อหันมาศึกษาและใช้นโยบายอย่างประชาธิปไตยแล้ว คอมมิวนิสต์จึงยุติ     นั่นคือ นโยบายสันติ ฟังเสียงประชาชน และแม้ในยุคเผด็จการ แต่ถ้ารัฐบาลฟังเสียงประชาชนเป็นหลัก เพื่อทราบความต้องการที่แท้จริงของประชาชน และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ซึ่งนี่เป็นหลักการธรรมดา ๆ ของระบอบประชาธิปไตย    นี่เป็นสาระเพียงส่วนหนึ่งของวิถีทางการปกครองระบอบประชาธิปไตย เพียงแต่รัฐบาลและทุกฝ่ายมาคำนึงว่า การบริหารนโยบายใดใด ย่อมต้องมีประชาธิปไตยเป็นเนื้อหาสาระ นั่นคือดำเนินการไปตามครรลองหลักการ มีกติกา  และวัฒนธรรม ประเพณี ของระบอบประชาธิปไตย เท่านั้นแล้ว ทุกปัญหาย่อมง่ายไปหมด 

 

6.    รัฐบาลอภิสิทธิ์ ถึงแม้โดยสาระเนื้อหาจะเป็นรัฐบาลเผด็จการ เพราะมิได้มีอำนาจจริงตามระบอบประชาธิปไตย   แต่ฟังคำสั่งอมาตยาธิปไตย แต่ก็ได้อาศัยสาระของประชาธิปไตยอยู่ส่วนหนึ่ง ช่วยให้ได้อำนาจมา   แต่เมื่อได้อำนาจมาแล้วกลับไม่ดำเนินไปตามครรลองประชาธิปไตย และซ้ำยังมีสถาบันประชาชน 3 สถาบันอ้างอิงได้อยู่ก็ตาม แต่บัดนี้สถาบันทั้ง ต่างวิปริตผิดวิถีทางประชาธิปไตยไปแล้วทั้งสิ้น อันเป็นต้นเหตุของปัญหาทวีคูณไปอย่างนอกคอกนอกครรลองประชาธิปไตยไปไกลยิ่งขึ้น ซึ่งการบริหารโดยไม่ฟังเสียงประชาชน หรือเสียงสวรรค์แล้ว ย่อมบังเกิดผลเสียหายเช่นนี้เองเป็นธรรมดา    จนบัดนี้มีความคิดที่เสี่ยงต่อการสร้างความหายนะอย่างยิ่งใหญ่ น่าระวังว่าจะเสียสติเผลอไป หากตั้งใจไปทบทวนสถานการณ์ยุคคอมมิวนิสต์ดังบรรยายมาย่อ ๆ แล้วนี้ น่าจะได้สติ และรีบเร่งปรับนโยบายการยุทธศาสตร์เสียใหม่   โดยจะต้องละความคิดเชิงนโยบายความรุนแรง เข้าปราบปรามประชาชนอย่างเด็ดขาด อันนี้จะเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม เพื่อระงับเหตุการณ์ร้ายแรงกว้างขวาง เนิ่นนานไม่รู้จบลงเฉกเช่นเดียวกับบการเริ่มต้นการใช้กำลังปราบปรามคอมมิวนิสต์ ลงเสียก่อน เพราะโดยวิธีใช้ความรุนแรงนี้ จะไม่มีวันชนะประชาชน ในประเทศไทยนี้ ได้เลย แต่สิ่งที่เลวร้ายจะตามมาตามลำดับ ๆ และเนิ่นนานหาที่จบไม่ได้ ..........เพราะความคิดโง่ ๆ ที่จะใช้กำลังและอาวุธปราบปรามประชาชน 

 

 

7.    รัฐบาล และคณะอมาตยาธิปไตย เพียงมาคำนึงสัจธรรมการปกครองของประชาชน โดยประชาชน   และเพื่อประชาชน ที่ประเทศไทยต้องการนำมาปกครองประเทศไทย โดยสถาบันกษัตริย์ได้พระราชทานมาตั้งแต่ 24 มิถุนายน 2475 ซึ่งรัฐบาลในลำดับต่อมา ทุกรัฐบาล รวมทั้งรัฐบาลเผด็จการอย่างอภิสิทธิ์ ด้วย มีหน้าที่สำคัญที่ต้องดำรงพระราชปณิธาน คือสถาปนาระบอบประชาธิปไตยขึ้นอย่างสมบูรณ์ในประเทศไทยให้จงได้  และทบทวนว่าคณะรัฐประหาร 19 ก.ย.2549   รัฐบาลคมช. สืบมาถึงรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ประพฤติผิดครรลองประชาธิปไตย จึงสร้างความเดือดร้อนแด่ประชาชนไปแทบทุกหย่อมหญ้า  ท่านยังต้องเข้าใจสถานการณ์ประชาชนยุคนี้ให้ดีกว่ายุคคอมมิวนิสต์ไปอีก ว่าประชาชนแห่งระบอบเสรีชน คือประชาธิปไตย พวกเขาต้องการอะไร แล้วจะพบว่าพวกเขาเรียกร้องประชาธิปไตย จากท่านที่เป็นผลิตผลของรัฐประหารโง่เง่า 19 ก.ย.2549 นั้นโดยการคืนอำนาจให้ประชาชน หรือหากไม่อาจจะกระทำได้ก่อน ก็โปรดรำลึกว่าทางออกของประเทศไทยระยะนี้ ๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเดินไปโดยครรลองประชาธิปไตย (ครรลองประชาธิปไตยต้องไร้ความรุนแรง) จึงจะเหมาะสมกับสภาพของเสรีชนในประเทศไทยวันนี้(เสรีชนหมายถึงเขาถือว่าเขาก็เป็นคน ๆ หนึ่ง เขามีสิทธิ์ในการปกครองเท่าเทียมกับคนอื่น ทั้งหมด  ท่านไม่อาจจะข่มขี่  ทำร้าย ใช้ความรุนแรงเพื่อกดบังคับเอาตามอำเภอใจได้...เสรีชนในประเทศไทย หมายถึงประชาชนได้เรียนรู้ระบอบประชาธิปไตยไปไกลเกินกว่าที่จะเอาไปเปรียบเทียบกับประเทศพม่า ลาว หรือกัมพูชา หรือแม้ จีน อินเดีย)

 

 

 

8.   โดยมารยาท นายกรัฐมนตรีจึงควรยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน

 

เพราะรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้บริหารงานมาครบ 1 ปี แล้วผลก็คือ ไม่อาจพาประเทศชาติบรรลุเป้าหมายได้ ไม่ว่าเป้าหมายด้านความสงบภายในประเทศ ภายนอกประเทศ   ล้มเหลวอย่างเด็ดขาด เป้าหมายทางเศรษฐกิจ ที่ตกต่ำมาตั้งแต่มีการรัฐประหารก็ล้มเหลว ประชาชนอดอยากยากจน ระส่ำระสายไปทั่วหย่อมหญ้า   รัฐบาลดำเนินนโยบายผิดพลาดไปทุกนโยบาย มีทุจริตอย่างหลายหลากไปทั่วทุกโครงการ เป็นเหตุผลที่ว่า การกู้ยืมมาถึง 8แสนล้านบาท ก็จะยังไม่พอ ตราบรัฐบาลนี้ยังบริหารประเทศอยู่ ก็ยังจำเป็นจะต้องยืมมาอีกยิ่งกว่าเดิมอย่างแน่นอน   เป้าหมายทางการเมือง ๆ ภายใต้การบริหารของรัฐบาลอภิสิทธิ์ ก็ล้มเหลว เพราะไม่รู้หน้าที่ จึงละเลยไม่สืบสร้างระบอบประชาธิปไตย อันเป็นปณิธานของกษัตริย์และของประชาชน   กลับเพิ่มสาระของเผด็จการ ที่ปล้นประชาธิปไตยยิ่งขึ้นไป   จนเกิดมีความคิดจะทำรัฐประหารซ้ำอีกเช่นนี้   เป็นการแสดงถึงความล้มเหลวของการบริหารการเมืองของรัฐบาลอภิสิทธิ์    รัฐบาลจึงไม่สามารถบริหารต่อไปอีกได้

 

เมื่อเป็นเช่นนี้ โดยมารยาทที่ดีของระบอบประชาธิปไตย   เขาจะไม่คิดไปอย่างอื่น..นอกจากยอมรับว่าเมื่อรัฐบาลนี้ไม่อาจจะบริหารต่อไปได้แล้ว   นายกรัฐมนตรีไม่อาจบริหารไปด้วยดีแล้ว ก็ควรวางมือให้คนอื่นเสีย   ให้คนอื่นในพรรคของเรา หรือให้พรรคอื่นเขาบริหาร   ตัวเองลาออก   นี่เป็นประเพณีของระบอบประชาธิปไตย เพื่อให้เกิดความเป้นธรรม ความสงบ เจริญก้าวหน้าขึ้นในแผ่นดินที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ตามที่ปรากฎในประเทศที่เจริญแล้ว 

 

ถ้าไม่ลาออกก็ยังมีอีกทางหนึ่ง คือยุบสภาเสีย   นี่ก็ชอบด้วยครรลองประชาธิปไตย   ในแง่ว่า คืนอำนาจให้ประชาชน แล้วแต่ประชาชนเจ้าของประเทศจะตัดสินใจ   นี่คือประชาธิปไตย

 

เราขอวอนนายกรัฐมนตรี เลือกตัดสินใจประการหลัง คือยุบสภาเสีย คืนอำนาจให้ประชาชนเสียเถิด แล้วประชาธิปไตยจะนำพาบ้านเมืองเราไปสู่ความสงบโดยพลัน และก้าวไปสู่ชัยชนะ และความยิ่งใหญ่ในอนาคต ด้วยประชาธิปไตย

 

  • บก.นสพ.ดี(อินเทอเนต)
    11 ก.พ.2553  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

15.  รายงานข่าวคดียึดทรัพย์ทักษิณ 7.6 หมื่นล้านบาท

ศาลฎีกาฯคดี ยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ได้อ่านคำพิพากษาฯมาแต่เวลา 14.00 น. จนขณะนี้ เวลา19.40 น.  ศาลยังอ่านอยู่  มาถึงประเด็นสุดท้ายแล้ว คือ ประเด็นพม่า  อีกไม่นานก็คงสรุปว่าจะยึดทรัพย์    ฟังมาถึงเวลานี้ก็พอเห็นได้ว่าอะไรเป็นอะไร?    หวังในความเป็นธรรมได้หรือไม่เพียงไหน?  แนวโน้มเป็นอย่างไร?  

แน่นอน  การพิจารณามาทุก ๆ ประเด็น  ฝ่ายจำเลยผิดหมดทุกประเด็น  ก็ย่อมไม่รอดแน่  แต่ที่น่าคิดก็คือ การพิพากษานี้  ไม่เป็นประชาธิปไตย   แต่เป็นเผด็จการ  และด้วยระบบแนวคิดและวิสัยทัศน์ที่ล้าหลัง   มิต่างจากรุ่นไดโนเสาเต่าล้านปี ในวงการยุติธรรมไทยยุคนี้

เพื่อให้การยุติธรรมไทยได้มีโอกาสก้าวหน้า พัฒนาบ้าง  ผู้พิพากษาควรจะยกเลิกคำสั่งที่ว่า  การวิพากษ์วิจารณ์คำตัดสินของศาลฎีกา หรือศาลสถิตย์ยุติธรรม ไม่อาจจะทำได้   และทั้งยังอาจจะมีความผิดฐานเป็นการละเมิดหรือดูหมิ่นศาล เสีย เพื่อให้ได้มีโอกาสปรับแนวทาง จากเผด็จการทางศาล มาเป็นประชาธิปไตยทางศาล เพื่อสร้างประโยชน์จากการเป็นศาลของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย   นั่นคือ  จะได้ฟังประชาชนเขาให้ความเห็น คำชี้แนะในการพิพากษาบ้าง  และในระบอบประชาธิปไตย ศาลย่อมเป็นของประชาชน และรับใช้เจตนารมณ์ของประชาชน   การจะเป็นศาลของประชาชนจะเป้นได้อย่างไร  ท่านต้องให้ประชาชนเขาสอน อย่าได้ถือทิฏฐิเลย  ชาวบ้าน ๆ เขาอาจจะรู้เรื่องกระบวนการยุติธรรมประชาธิปไตยดีกว่าท่าน

  • รอบรั้วข่าวแดง ผู้รายงาน
    26 ก.พ.2553/19.55น.

ตัดสินแล้ว  อ้าง ประกาศ คมช.(คือคำสั่ง สนธิ บุณยรัตน์กลิน โจรปล้นประชาธิปไตย) 
-   ไม่ยึด 30,247,915606.35 มีอยู่เดิม ยึดไม่ได้
-   ยึด     46,373,687454.70 + ดอกผล   เป็นของแผ่นดิน 
  

  • รอบรั้วข่าวแดง ผู้รายงาน
    26 ก.พ.2553/ 20.55น.  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

16.   จตุพรเปิดเผย แผนล้อมปราบปรามประชาชน แนวคิดไดโน

 

แผนล้อม-ปราบปรามประชาชน ที่คุณจตุพรเอามาเปิดเผย ..    ถูกต้องเลย     แผนเช่นนี้ ไม่ต้องสืบก็รู้ว่า   เป็นแผนที่ออกมาจากฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลนี้   โดยเฉพาะ มีคนที่ชื่อ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ของรัฐบาลอมาตย์   เพราะกลมกลืนกันหมด   ไม่ว่าด้านความปึก... ล้าหลังสุดกู่ในโลกปัจจุบัน....... และยังโง่เง่าเกินกว่าจะสงสัย....... ผสมกับบุคลิกเบื้อ ๆ ใบ้ ๆ ระดับกำนัน........ยุคบุราณ ๆ .............. ก็เชื่อได้เลยครับว่า เขาสามารถทำแผนโง่ ๆ นี้ขึ้นมาได้จริง ๆ ..............

 

แล้วทหาร ตำรวจไหนเขาจะยอมรับได้ เขาไม่ยอมโง่ตามไปด้วย   ข้อมูลก็รั่วออกมา.......... 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น สรศักดิ์ สนมไพร วันที่ตอบ 2010-02-16 19:39:21  

ครับ   เบื่อจริง ๆ   เบื่อนายสุเทพ  เทือกสุบรรณ ....................   แกเป็นคนยุคไดโนเสาเต่าล้านปีจริง ๆ ...คนผิดยุค........... และมีเหลือมาเพียงไม่กี่ตัว   กำลังจะสูญพันธ์ ๆ สุดท้ายแล้ว ...........   เพราะอึดอัด นึกไม่ออกว่าแกจะปรับตัวอย่างไร   จึงจะอยู่ต่อไปได้ในยุคไฮเทกนี้.............. คำว่าความมั่นคง   มันไม่ใช่แบบที่คุณคิด .........   ไม่ใช่กองทหาร.......ไม่ใช่อาวุธ................. ไม่ใช่รถถัง..........ถ้าคุณคิดแบบนั้น มันผิดยุค......มันสิ้นเปลืองงบประมาณเหลือเกิน โดยไม่คุ้มค่า...และไม่เกิดความมั่นคงเลย .................. ยุคนี้   ความมั่นคงอยู่ที่การจัดการประชาชน ให้เขาเลื่อนไหลไปตามครรลองของสิทธิ....ผลประโยชน์.... การอาชีพ.........วิธีที่เขาได้เขาเสียอย่างไร......ให้เกิดความเป็นธรรม............ ซึ่งวิธีเหล่านี้แหละเรียกว่าครรลองประชาธิปไตย.......      เข้าใจหรือเปล่า???????? 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น ไกรสิทธิ์ เสมาชัย วันที่ตอบ 2010-02-16 22:43:51   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

17.    โจรปล้นประเทศชาติและประชาธิปไตย 

คณะรัฐประหารอมาตยาธิปไตยและรัฐบาลอภิสิทธิ์คือโจรปล้นประชาธิปไตย
ปีเศษ ๆ มาแล้วที่ประเทศไทยถูกปล้นไป เริ่มแต่ 19 กันยายน 2549 เป็นต้นมา  เหตุผลมีดังนี้

1.   เดิมรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ปกครองประเทศมาโดยอนุมัติของปวงชนชาวไทย วาระ วาระแรกมีประชาชนกว่า 14 ล้านคนให้ความเห็นชอบ  และวาระที่ มีประชาชนให้ความเห็นชอบถึง 19 ล้านคนเศษ ๆ  ให้ความเห็นชอบจนกระทั่งรัฐบาลทักษิณสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ด้วยสมาชิกพรรคเพียงพรรคเดียวคือ ไทยรักไทย 377 เสียง  รัฐบาลทักษิณ ได้สร้างความเจริญแก่ประเทศและประชาชนเป็นที่ปรากฎในประชาชนว่า ประชาธิปไตยกินได้   เป็นเหตุให้อมาตยาธิปไตย กับพรรคฝ่ายค้านคือประชาธิปัตย์บังเกิดความอิจฉาริษยา  คิดทำลายเสีย  จึงได้ว่าจ้างนายสนธิ ลิ้มทองกุล ทำการใส่ร้ายป้ายสีรัฐบาลทักษิณว่าเป็นรัฐบาลโกงชาติโกงประชาชน สร้างความร่ำรวยขึ้นจากการใช้เครื่องมือของรัฐกอบโกยโกงกิน ปลุกปั่นยุแยกให้เกิดแตกสามัคคีขึ้นในชนชาติไทย  จนเกิดสถานการณ์โฆษณาชวนเชื่อปลุกปั่นมวลชนให้หลงผิดไปอย่างเตลิดนอกทางประชาธิปไตย เพื่อให้เป็นเหตุของ สนธิ บุณยรัตนกลิน พล.อ. ผบ.ทบ.ขณะนั้น   ทำการรัฐประหาร ยึดอำนาจ ในขณะที่ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางไปประชุมองค์การสหประชาชาติ   วันที่ 19 กันยายน 2549   การรัฐประหารนั้น เป็นวิถีทางที่ขัดหลักการประชาธิปไตย นั่นคือโจรปล้นประชาธิปไตย

2.    คณะรัฐประหารได้ดำเนินการเขียนรัฐธรรมนูญ 2550 ขึ้นเพื่อรับใช้นโยบายของคณะรัฐประหารเอง  นั่นคือรัฐธรรมนูญโจร  2550  มีความมุ่งหมายเพื่อขจัดผู้นำคนสำคัญของประชาธิปไตย รัฐบาลประชาธิปไตยเสียให้สิ้นซาก  จึงได้จัดตั้งคณะ คตส.  ปปช.  กกต.  และองค์กรกลางขึ้น  กับทั้งกดขี่บังคับสถาบัน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือจัดการเพื่อให้ผู้นำประชาชนคือ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร  สิ้นบทบาทสิ้นซากลงไปให้ได้  จึงได้มีการตามล่าฆ่าเอาชีวิต  ทั้งทางบกและทางอากาศ ในเวลาต่อมา  ทำการล้มล้างพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชนเสีย  ตลอดมาจนถึงล่าสุด มีการร่วมมือกันระหว่างรัฐบาล  คตส.  และ กระบวนการยุติธรรม คือศาลฏีกา แผนกคดีการเมือง ทำการยึดทรัพย์ที่พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ และครอบครัว ที่หามาได้โดยสุจริตตามวิถีทางธุรกิจยุคใหม่ ก่อนการเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมือง  76,000 ล้านบาท    อันเป็นการปล้นอย่างหน้าด้าน ๆ ต่อหน้าต่อตาประชนทั้งโลก โดยไร้ความยุติธรรมโดยสิ้นเชิง  จึงเป็น วิธีการของขบวนการโจรที่ปกครองประเทศอย่างชัดเจน ไร้ความสงสัยอีกต่อไป

3.     การดำเนินการปล้นรัฐบาลทักษิณ นั้น อมาตย์กระทำไปด้วยความโง่เขลาเบาปัญญาอย่างยิ่ง  เหตุเพราะไร้เหตุผล และเมื่อไร้เหตุผล แล้ว  ยังเป็นการกระทำที่ดูหมิ่นดูแคลนประชาชน  ไม่เคยให้ความหมายสำคัญของประชาธิปไตย ที่ประชาชนเลย  เมื่อเมินมองประชาชน ในฐานะผู้เป็นเจ้าของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประชาชนจำนวน 14 ล้านคน และ  19 ล้านคนตามลำดับ ที่ให้ความรับรองถึงฐานะและสิทธิ์ทางการบริหารที่ประชาชนให้ไว้แด่รัฐบาลทักษิณ   การเมินมองไม่เข้าใจความสำคัญของสถาบันประชาธิปไตย คือพรรคการเมือง เมินมองความสำคัญของผู้นำประชาธิปไตย เช่น ดร.ทักษิณ ชินวัตร  หัวหน้าพรรคการเมือง และหัวหน้ารัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตย ที่ได้สร้างประโยชน์ไว้อย่างมากมาย เป็นที่ประจักษ์  จึงย่อมหมายถึงการกระทำการผิดพลาดอย่างฉกรรจ์ต่อประชาชน    เป็นคณะโจรปล้นประชาชนที่โง่เขลาเบาปัญญา และไร้ความรอบรู้อย่างยิ่ง   บัดนี้  จึงได้เห็นแล้วว่าประชาชนเป็นอย่างไร   ประชาชนเขาลุกขึ้นมาพร้อมกันทั่วแผ่นดิน  จะทำอะไรได้ นอกจากคิดอย่างโง่ ๆ อีกต่อไป

4.      วันนี้  การแก้ไขปัญหาการเมืองของประเทศ  จำเป็นต้องมองวิธีการแก้ปัญหาตามระบอบประชาธิปไตย   หากไม่เช่นนั้นก็จักเป็นความคิดแบบโจร ที่ปล้นประชาธิปไตย เมื่อด้อยน้อยปัญญาความคิดก็ย่อมจักมองวิธีการที่รุนแรง  จักแก้ด้วยความเหี้ยมโหด  ด้วยอาวุธ กองกำลัง  ใช้อำนาจปืนและความกดขี่  และแน่นอน  หากรัฐบาลอมาตยาธิปไตย  ไม่มีความเป็นมนุษย์อยู่เลย  ก็จะใช้วิธีการปราบปรามประชาชนอย่างนองเลือด  และซึ่งเหล่าโจรย่อมถือเป็นความชอบธรรมของการปกครองในระบอบเผด็จการรวมอำนาจเบ็ดเสร็จ  เฉกเช่นเดียวกับเหตุการณ์ 13 เมษายน 2552 ที่มีการสั่งการฆ่าอย่างเหี้ยมโหด ไร้ความเป็นมนุษย์ของหัวหน้ารัฐบาล คือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  (ตามคลิปสั่งการฆ่าประชาชน ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เป็นหลักฐานอันชัดเจนแล้ว)   ฉะนั้นหากเห็นแก่มนุษยธรรม มีความเป็นมนุษย์บนแผ่นดินพระพุทธศาสนาแล้ว   จำเป็นที่รัฐบาลโจร จะต้องลองมองวิธีการของประชาธิปไตย  ซึ่งจะเป็นวิธีการที่ไม่ต้องมีการนองเลือด  ไม่มีการรุนแรง   นั่นคือ เพียงมองความต้องการของประชาชน  ว่าประชาชนต้องการอะไร เท่านั้น   คติว่า  เสียงประชาชนคือเสียงสวรรค์  เป็นคาถาสำคัญของการปกครอง ที่สำเร็จลงด้วยสันติธรรม 

5.    อนึ่ง  การรวมมวลประชาชนครั้งนี้  อย่าลืมว่า จะมีหมู่พระภิกษุสามเณรเข้าร่วมในขบวนมาด้วยเป็นจำนวนมหิมาคาดเดาได้ยากยิ่ง   ส่วนของพระสงฆ์นั้น  เป็นผลเนื่องมาจากอะไร  ท่านก็น่าจะรู้ดี  ว่า  ประเด็นความเป็นธรรมนั่นเอง    ไม่มีประเด็นปัญหาใดที่อาจจะขยับเขยื้อนหมู่เหล่าสมณะได้  นอกจากประเด็นความเป็นธรรม   จะเหมือนกับการเดินขบวนของประชาชนในสาธารณรัฐประชาธิปไตยเมียนมา (พม่า)   เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม  2550 (ทั้งหมด แสนคน/รูป เป็นพระสงฆ์ 30,000 รูป  ทหารพม่าปราบปรามอย่างรุนแรง พระสงฆ์มรณะ 50 รูป ประชาชนถึงชีวิตไปหลายพันคน ด้วยบาปอันนี้ ภายหลังจึงได้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงในพม่า  คนตายไปจำนวนมหาศาล แต่จำนวนผู้เสียชีวิตแม้เพียงพม่าประเทศเดียวก็พอ ๆ กับสินามิของชาวทะเลอันดามันเอเซียและอาฟริกาตะวันออกในวันที่ 26 ธ.ค. 2547 นั้นซึ่งรวมทั้งสิ้นเสียชีวิต 156,063 คน)    ท่านคิดอย่างเดียวกับพม่าหรือไม่?    เราขอเตือน ....   ท่านต้องคิดต่างไปจากพม่า ...........  และท่านต้องคิดไว้ตั้งแต่บัดนี้   ว่าอมาตยาธิปไตยไทยต้องคิดต่างไปจากเผด็จการทหารพม่าอย่างแน่นอน ....เพราะนั่นยังจะบอกถึงความหวังของความสงบสุข และความเจริญของประชาธิปไตยไทย  ว่าจะมาในไม่ช้าแล้ว   และประชาชนคนทุกคน  ย่อมจะมีความสุขพร้อมหน้ากัน เพราะในระบอบประชาธิปไตยใหม่  เราจะมีเสรีภาพสำหรับทุกคน   มีความเสมอภาคสำหรับทุกคน  และ เราทุกคนอยู่กันอย่างพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน นั่นคือภราดรภาพ ....นั่นคือเลือดเนื้อสายเดียวกัน  เป็นเผ่าพันธ์ไทย พี่น้องเดียวกัน ของผืนแผ่นดินนี้  ตลอดไปในระบอบประชาธิปไตยใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์.

·         บุษบา  บุญเสฏฐ์
7  มี.ค. 2553/21.30 น. 

 

 

 

 

 

 

 

18.  เมื่อแผ่นดินสิ้นความเป็นธรรม 
 แม้เหล่ากอสมณะผู้รักสงบก็มิอาจจะนิ่งเฉยเอาหูไปนาเอาตาไปไร่อยู่ได้

อุทาหรณ์นี้มีมาแต่อดีตกาลนานมา 2010 ปีมาแล้ว ได้ปรากฎความไม่เป็นธรรมอันยิ่งใหญ่มาก ไม่เคยมีมาก่อน  นั่นคือ จักรวรรดิ์โรมันและผู้ปกครองกรุงเยรูซาเล็ม ตัดสินพิพากษาองค์พระเยซูคริสต์ ไปตามข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรม ของศัตรูของพระองค์ โดยกล่าวหาว่าพระองค์ทรยศต่อพระเจ้าอับบราฮามของเยรูซาเล็มขณะนั้น  เจ้าเมืองคือปิลาต(Pilate)ฟังเสียงข้างโจทก์คือเหล่านักบวชขุนนางดั้งเดิมผู้ใส่ร้ายฝ่ายเดียวแล้วได้ตัดสินให้ตรึงพระองค์ด้วยไม้กางเขน ก่อนตรึงกางเขนให้ลงโทษโบยอย่างหนัก แล้วแบกกางเขนไปสู่ที่ประหาร บนเขาตำบลหัวกะโหลก ตามที่เห็นในภาพยนต์เรื่อง Jesus Christ นั่นแหละ  แต่องค์พระเยซูคริสต์ทรงให้อภัยพวกเขา  และยังทรงเตือนสาวกของพระองค์ให้ให้อภัยพวกเขาเช่นเดียวกับพระองค์  ก่อนจะสิ้นพระชนม์ พระองค์ถูกทหารอมาตย์แทงที่สีข้างจนเลือดกระฉุดสิ้นพระชนม์ พระองค์ตรัสด้วยเสียงอันดังว่า  ขอพระบิดาทรงอภัยให้พวกเขาด้วยเถิด เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าพวกเขาทำอะไรลงไป 

น่าเป็นข้อคิดแด่สังคมไทยในขณะนี้  ว่าทุกฝ่ายควรละเว้นความรุนแรง  และฝ่ายที่ให้อภัยได้ ย่อมเป็นผู้ชนะในที่สุด  เหมือนดั่งความอยุติธรรมครั้งนั้น  ภายหลังได้สร้างศาสนาคริสต์ขึ้นมา และเป็น ในศาสนาใหญ่ ๆ  3 ศาสนาของโลกปัจจุบันนี้  คนเสื้อแดงได้ประกาศเป้าหมายการต่อสู้เพื่อประชาชนและประชาธิปไตย โดยยืนยันหลักการต่อสู้ด้วยสันติธรรมและอหิงสา  อย่าลืมว่าหลักการนี้จักบรรลุไม่ได้  หากขาดความทรหดอดทนอย่างถึงที่สุด ความเสียสละต้องมากแม้ด้วยชีวิต และด้วยเหตุนี้จึงต้องสร้างจิตใจที่ให้ความอภัยได้ แม้แด่ศัตรู เฉกเช่นเดียวกับองค์พระเยซูคริสต์ หากขาดความอภัยเสียแล้ว อุดมการณ์หาอาจบรรลุได้ไม่  ในขณะเดียวกันหากพวกรัฐบาลและอมาตย์คิดว่าประชาชนเป็นศัตรูของตน  ไม่เข้าใจประชาชน ไม่เข้าใจประชาธิปไตย แล้วก็ย่อมก่อเกิดปัญหาใหญ่ในประเทศ  โดยที่พวกรัฐบาลและอมาตย์เองเป็นต้นเหตุที่สร้างปัญหาเสียเอง

ฉะนั้น ถ้าฉลาดคิดแล้ว  ก็จงคิดแบบครรลองประชาธิปไตย อันเป็นระบอบการปกครองยุคใหม่ทันสมัย ที่เป็นธรรม  เพราะโดยระบอบนี้ คนทุกคนย่อมมีเสรีภาพแล้ว  ความเป็นทาสไม่อาจจะมีอยู่อีกต่อไป  เท่ากันหมด   มีความเสมอภาค ด้วยอำนาจการปกครองเท่ากันคนละ 1 เสียง  และทุกคนมีภราดรภาพ  ความเป็นไทย เลือดเนื้อเชื้อไทยเท่าเทียมกันหมด   โดยเพียงการฟังเสียงประชาชน  ประชาชนคือเสียงสวรรค์ เท่านั้นเอง   ทุกสิ่งทุกอย่างจะจบลงภายในวินาทีที่ตัดสินใจ .

ความยุติธรรมไม่มี สามัคคีไม่เกิด

 

เรื่องความยุติธรรมยังสอนเราต่อมา  และยังคงอยู่ที่วงการศาสนาคริสต์อยู่  แต่คราวนี้เป็นเพราะคณะบาดหลวงคาทอลิก ซึ่งสถาปนาตนเองขึ้นเป็นผู้ปกครองแผ่นดิน ในฐานะตัวแทนของพระเยซูคริสต์ และโดยฐานะตัวแทนของเทพเจ้าคณะบาดหลวง มีโป๊ปเป็นหัวหน้า   ได้สร้างระบบการปกครองที่กดขี่ข่มเหงและไม่เป็นธรรมแก่มนุษย์ขึ้นด้วยการกำหนดให้มนุษย์ทั้งหลายเป็นคนบาป   มีฐานะเพียงดังทาสของผู้ปกครอง  ไม่มีสิทธิ์โต้แย้งหรือคัดค้านคำสั่งใดใดของคณะบาดหลวง  โดยอ้างพระคัมภีร์คริสต์ศาสนาว่า เพราะมนุษย์คู่แรกที่เป็นต้นตระกูลมนุษย์ คืออาดัมกับอีวา ได้ประกอบกรรมบาปขึ้นในสวนเอเดน   และจึงสืบทอดทายาทต่อมาด้วยเลือดคนบาป  มนุษย์ทั้งโลกจึงเป็นคนบาป และคนบาปเหล่านี้ทั้งหลายจะต้องระงับพระพิโรธของพระเจ้า  ด้วยการประกอบพิธีชำระบาป (ล้างบาป) ซึ่งมนุษย์จะถูกกำหนดให้กระทำเป็นประจำ เป็นปี เป็นเดือน และเป็นวัน   โดยบาดหลวงเป็นผู้กำหนดไว้อย่างละเอียดว่ามนุษย์ผู้ใดจะต้องเสียค่าพิธีกรรมล้างบาปเท่าไร  ซึ่งในการกำนดนี้ได้เกิดความไม่เป็นธรรมเพราะบาดหลวงกระทำไปตามอำนาจความโลภของตนเอง อย่างไม่สามารถอธิบายให้ประชาชนเข้าใจได้  ไร้กฎเกณฑ์ที่เป็นธรรม  เช่นเห็นกษัตริย์ที่ร่ำรวย บาดหลวงก็จะเรียกเงินพิธีกรรมค่าล้างบาปเอาอย่างมากมายมหาศาล  คนมั่งมีก็เสียมาก คนยากคนจนก็ต้องเสีย มากน้อยตามแต่บาดหลวงจะสั่งการออกมา  โดยมนุษย์ไม่อยู่ในฐานะที่จะโต้แย้งได้   จนกระทั่งคณะบาดหลวงยิ่งรีดไถประชาชนมากขึ้นจนร่ำรวยไปตาม ๆ กัน  จนกระทั่งครั้งที่กษัตริย์ พระเจ้าเฮ็นรีที่ เป็นกบฏต่อบาดหลวง  ได้ปล้นสำนักบาดหลวง ได้เงินทองทรัพย์สินไปจนสร้างประเทศปรัสเซียขึ้นได้ทั้งประเทศก็มี  (คือราชวงศ์โฮเฮนโซลเลินแห่งประเทศปรัสเซีย)

 

ผลของความอยุติธรรมครั้งนี้ ได้ทำให้กษัตริย์และประชาชนผู้ถูกกดขี่ทุกชั้นสุดจะทนทานได้ จึงได้ทะยอยลุกขึ้นต่อต้านระบบการปกครองคณะตัวแทนเทพเจ้าบนสวรรค์   ประกอบกับมีแนวคิดทางศาสนาพุทธแพร่หลายเข้าไปในยุโรป อเมริกา  ทำให้แนวคิดเรื่อง ความเป็นมนุษย์  การปกครองตนเองของมนุษย์ โดยมนุษย์ และเพื่อมนุษย์แพร่หลายออกไป  จึงมีการปฏิวัติทางความคิดเกิดขึ้นครั้งใหญ่ในยุโรปและอเมริกา มีการปฏิวัติระบอบการปกครองระบบทาส จากการเป็นทาสของพระเจ้า มาเป็นประชาธิปไตย มีการศ฿กษาค้นคว้าทฤษฎีการปกครองหลายหลากทฤษฎีเกิดขึ้น  ที่สำคัญคือการปกครองของมนุษย์ผู้มีเสรีภาพ  เสมอภาค  และมีภราดรภาพ  อันเป็นหลักการปกครองของประชาชน โดยประชาชน  และเพื่อประชาชน  คือประชาธิปไตย ที่ปลดแอกตนเองออกมาจากการกดขี่ที่ยอมเป็นคนบาปโดยไร้เหตุผล มาเป็นมนุษย์เสรีภาพที่ปกครองตนเอง มาจนเป็นประชาชนยุคใหม่มาตราบเท่าทุกวันนี้ อันเป็นการปกครองตนเองของมนุษย์ที่ปลดแอกตนเองจากอำนาจที่กดขี่ของพระเจ้า  มาเป้นเสรีชน

เมื่อมีการปลดแอกตนเองจากการครอบงำของพระเจ้า ประชาธิปไตยและวิชาวิทยาศาสตร์ในโลกมนุษย์จึงค่อยเจริญขึ้นมาตราบปัจจุบันนี้  และผลของการกดขี่ไม่เป็นธรรมของศาสนจักรครั้งนั้น  ได้ก่อเกิดการแตกแยกในลัทธิคาทอลิก เป็นลัทธินิกายทางศาสนาคริสต์ขึ้นอีกมากมายหลายนิกาย  ที่สำคัญคือได้เกิดลัทธิที่คัดค้านเป็นศัตรูกับคาทอลิกเดิม คือนิกายโปรเตสแตนท์ ขึ้นมา  และเกิดความขัดแย้งอย่างแรงจนกลายเป็นสงครามศาสนา ระหว่างนิกายคาทอลิกกับโปรเตสแตนท์อย่างยาวนานต่อมาตราบปัจจุบันนี้ก็ยังไม่เสร็จจบลง ดังปรากฎในไอร์แลนด์เหนือ และสก๊อตแลนด์ เป็นต้น

 

จึงน่าคิดเป็นอุทาหรณ์อย่างยิ่งสำหรับประเทศไทยที่เป็นอยู่ในขณะนี้   การดำเนินคดีใดที่ไม่ยุติธรรม  ไม่เป็นธรรมแด่ประชาชน โดยใช้การตัดสินความยุติธรรมที่เป็นสองมาตรฐาน มีความลำเอียงเพราะฉันทาคติ โทสาคติ ภยาคติ และโมหาคติ ตามการโน้มนำสั่งการของอมาตยาธิปไตย เป็นเหตุของความแตกสามัคคีครั้งยิ่งใหญ่ของคนในชาติ ที่เสี่ยงต่อการแตกออกเป็นก๊กเป็นเหล่าที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรงจนเสี่ยงต่อการกลายเป็นสงครามภายในประเทศ  เฉกเช่นเดียวกับสงครามศาสนาเช่นศาสนาคริสต์ที่แตกเป็นคาทอลิก และโปรเตสแตนท์ เป็นต้น  ดังปรากฎล่าสุดคือการตัดสินคดียึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาท ของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร  อย่างไม่ยุติธรรม และไม่เป็นธรรมอย่างยิ่งจนกระทบความรู้สึกของประชาชนผู้รักความเป็นธรรมทั่วประเทศ  จนเกิดการรวมตัวของประชาชนขึ้นต่อต้านรัฐบาลที่ดำเนินการปกครองอย่างไม่เป็นธรรมครั้งยิ่งใหญ่ขณะนี้ เพราะประชาชนเรือนล้านคนออกมาชุมนุมพร้อมกันเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมจากรัฐบาลทหารและอมาตยาธิปไตยเปรม ตินสูลานนท์  

 

ฉะนั้น  รัฐบาลและอมาตยาธิปไตย จะต้องกลับคืนมาสู่สติสัมปชัญญะอันดี  และรีบแก้ไขปัญหาโดยด่วน โดยต้องคำนึงความยุติธรรม และความเป็นธรรม  เป็นหลักการแก้ปัญหาอย่างเคร่งครัด และในวันนี้  สิ่งที่รัฐบาลจะต้องคิด   ก็คือสัจธรรมที่ว่า   ความยุติธรรมไม่มี  สามัคคีไม่เกิด   (ความเป็นธรรมไม่มี ความสามัคคีไม่เกิด) 

และความยุติธรรม-ความเป็นธรรมประเด็นสำคัญก็คือ  เมื่อรัฐบาลไร้ความสามารถในการบริหารประเทศ ปรากฎชัดเจนเช่นนี้แล้ว  ในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลควรจะยอมรับและควรละอายใจตนเอง และหลีกทางให้บุคคลอื่นเข้ามาทำหน้าที่แทนเสีย   นี่เป็นความเป็นธรรมตามระบอบประชาธิปไตย  ที่ฝ่ายรัฐบาลจะเมินมองเสียไม่ได้

 

  • อรบุศป์  ละอองธรรม
    12 มี.ค.2553/23.55 น.  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

19.   เหตุใดคณะสงฆ์จึงต้องมาเรียกร้องหาประชาธิปไตย

 

 

กระทู้   รัฐบาลพยายามออกข่าวว่าห้ามพระสงฆ์มายุ่งเกี่ยวกับการเมือง หากฝ่าฝืนจะจี้ให้มหาเถรสมาคมปราม

 

วันนี้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม พรรคประชาธิปัตย์ขัดขวางการบรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญ เพราะคนในพรรคนี้ไม่เคยรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับคำสอนในพระพุทธศาสนาเลย ไม่เคยรู้บทบาทหน้าที่ของสงฆ์ในการทรงไว้ซึ่งความเป็นธรรม ไม่รู้ว่าการปฏิบัติตามพระธรรมวินัยสำคัญอย่างไร และประชาธิปไตยกับคำสอนในพระพุทธศาสนาสัมพันธ์กันอย่างไร

 

พระธรรมวินัยบัญญัติไว้เพื่อลงโทษบุคคลผู้กระทำชั่ว กำราบคนหน้าด้านไร้ยางอายไม่ให้เหิมเกริมและคุ้มครองคนดีให้ได้รับความเป็นธรรม ตลอดจนชี้แนะผู้ปกครองให้บริหารโดยธรรม ยึดความถูกต้องชอบธรรมเป็นหลัก ยกย่องให้เกียรติความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน เคารพมติของมหาชน หากไม่เป็นเช่นนั้นสถาบันสงฆ์ต้องออกมาเตือนสติ ชี้ว่าอะไรถูก อะไรผิดตามที่เป็นจริง เพราะวิถีชีวิตปกติของสงฆ์ต้องมีเมตตาธรรมต่อสรรพสัตว์ทั้งหลายโดยปราศจากอคติทั้ง ผิด-ถูกว่ากันไปตามที่เป็นจริง มีพระธรรมวินัยเป็นเครื่องร้อยรัดให้สังคมสงฆ์มีระเบียบวินัย  และเป็นธรรมดาอยู่เองที่เมื่อมีบุคคลกลุ่มหนึ่ง คณะหนึ่งใช้อำนาจบาทใหญ่ลุแก่อำนาจของโลภะ โทสะ โมหะรังแกประชาชนด้วยการริดรอนเสรีภาพ เห็นประชาชนที่มาทวงหาความยุติธรรมเป็นศัตรู สงฆ์ย่อมไม่อาจนิ่งเฉยอยู่ได้ ในเมื่อผู้ปกครองเป็นคนมืดบอดมองไม่เห็นความชั่วร้ายในจิตใจตนเอง สงฆ์จึงจำเป็นต้องเป็นแสงสว่างเพื่อเตือนสติ ดังที่พระพุทธองค์ได้เคยเตือนจอมโจรองคุลิมาลมาแล้วว่า " เราหยุดแล้วแต่ท่านยังไม่ยอมหยุด และด้วยพระพุทธพจน์ที่แหลมคมนี้มหาโจรผู้โหด***มได้ละบาปและอวิชชา เกิดใหม่ทางจิตวิญญาณด้วยความเป็นอาริยชาติ ผู้ปราศจากการทำบาป "

 

พระพุทธองค์ท่านประทานโอวาทแก่สงฆ์ว่าหน้าที่ของเธอทั้งหลายคือ " เธอจงเที่ยวจาริกไปเพื่อประโยชน์สุขของมหาชน ในเมื่อมหาประชาชนชาวไทยกำลังทุกข์ร้อนทั้งแผ่นดินจากรัฐบาลเผด็จการ แล้วเหตุไฉนสงฆ์ท่านจะไม่จาริกไปดับทุกข์เข็ญให้แผ่นดินเล่า เพราะนี่คือหน้าที่โดยตรงของผู้สืบเชื้อสายศาสนวงศ์

 

หยุดเถอะ คนไทยทั้งประเทศเขาตาสว่างแล้ว เมื่อไรรัฐบาลจะตาสว่างบ้าง อย่าก่อกรรมทำเข็ญอีกต่อไปเลย แค่นี้ก็บาปหนักอยู่แล้ว

 

 

  • ผู้ตั้งกระทู้ กระจกเงา :: วันที่ลงประกาศ 2010-03-08 18:48:38

 

 

 

ความเห็นที่ 1 (2024174) 

 

 

คือความเมตตา   เมตตาจิตมีมากในหมู่สงฆ์สมณะ   ............    เห็นคนดี คนสุจริต ถูกเบียดเบียน   ทนดูอยู่ไม่ได้ ...............   และการปกครองของรัฐบาลขณะนี้   เป็นการปกครองที่ไม่เป็นธรรม.......... เป็นเหตุให้คนดี คนสุจริตทั้งหลายเดือดร้อน   ได้รับทุกข์เป็นอันมากจากการปกครองที่ไม่เป็นธรรม     และครั้นเมื่อประชาชนเรียกร้องโดยสุจริต รัฐบาลก็ไม่ฟังเสียง   กลับรังแกข่มเหงประชาชนยิ่งขึ้นไปอีก .......... และรัฐบาลไม่เคารพกติกาการปกครองโดยประชาธิปไตย ทำผิดครรลองประชาธิปไตยไปหมด ลุแก่ความโลภ ความโกรธ และความหลง .เพราะโดยหลักการประชาธิปไตย แล้ว มนุษย์คือเสรีชน เสมอกันหมด   ตามหลักการของวพระพุทธศาสนาว่าด้วย เวไนยสัตว์ ผู้อาจบรรลุธรรมได้เสมอหน้ากัน ทุกคน   ไม่มีชั้นวรรณะมากำหนดการบรรลุนั้น    ไม่ได้มีการดลบันดาลจากผู้ใด ประชาชนพึ่งตนเอง ด้วยมือสองข้างและมันสมองของมนุษย์เอง   ขึ้นอยู่กับการกระทำของตน ตามหลัก กมฺมุนา วตฺตตี โลกโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ทำดีก็ได้ดี ทำชั่วก็ได้ชั่ว   เป็นเรื่องของมนุษย์ .. แต่รัฐบาลไม่เคารพในประชาชน   ทำผิดต่อประชาชนครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วครั้นกระทำการบริหารบ้านเมืองผิดพลาด ทำการทุจริตโกงกินจากโครงการบริหารทุกโครงการ ปรากฎโดยเปิดเผย ทำความเสียหายแก่ประเทศ ชาติ และประชาชนมหาศาลเช่นนี้แล้ว ก็ยังไม่ยอมรำลึกถึงหิริโอตตัปปะธรรม คือความละอายใจตนเอง ไม่ออกไปจากอำนาจหน้าที่ เพื่อเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้าทำงานแทน   เพื่อประเทศชาติและประชาชนในส่วนรวม จะได้ดีขึ้น พัฒนาขึ้น........ เมื่อรัฐบาลไม่เคารพในกฎประชาธิปไตย ประชาชนจึงมีสิทธิ์ประท้วง และเรียกร้องตามความต้องการของประชาชน ....เพราะโดยการปกครองของระบอบประชาธิปไตย ต้องยอมรับว่าประชาชนเป็นใหญ่ เป็นเจ้าของอำนาจการปกครองสูงสุด ที่จะกำหนดการการปกครองได้    ในที่นี้ ประชาชนเขาก็เพียงขอร้องว่า   เมื่อท่านทำงานไปไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติและประชาชน ท่านไร้ความสามารถขนาดนี้แล้ว   ท่านก็ควรลาออกไป   เปิดโอกาสให้คณะบุคคลอื่นเข้าบริหารแทน     แต่แทนที่จะฟังเสียงประชาชน รัฐบาลกลับดื้อด้าน อวดดี กล้าข่มเหงทำร้ายประชาชนรุนแรงไปกว่าเดิมอีก ............   และใช้เครื่องมือของรัฐ อันเป็นเครื่องมือที่ควรต้องรับใช้ความต้องการของประชาชน ตามระบอบประชาธิปไตย นับแต่สถาบันทหาร ตำรวจ รวมไปถึงสถาบันประชาชนเอง    มาทำร้ายประชาชน มาตักตวงผลประโยชน์ต่าง ๆ เข้าตน เอาเปรียบประชาชน.. ใช้อำนาจบาทใหญ่....... และตัดสินความอย่างไม่เป็นธรรมเพื่อเอาประโยชน์เข้าพวกเข้าหมู่ตน โดยไม่คำนึงความเป็นธรรม    เช่นนี้     แม้หมู่สงฆ์ก็ทนอยู่ไม่ได้   ย่อมเป็นสิทธิของหมู่สงฆ์ เช่นเดียวกันกับประชาชนผู้รักความเป็นธรรมทั้งแผ่นดิน.....การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในแผ่นดิน(คือเพื่อดำรงธรรมะเอาไว้ให้ปรากฎในแผ่นดิน) ของหมู่สงฆ์ จึงเป็นทางแห่ง พหุชนหิตายะ พหุชนสุขายะ   (คือสงฆ์มีหน้าที่จาริกไปโปรดมหาชนเพื่อให้เกิดประโยชน์ และความสุขเกิดแก่มหาชน)   ตามที่พุทธองค์สอน......ความเป็นธรรม   หมายถึง การที่แผ่นดินนี้ต้องมีธรรม   ธรรม คือ ธัมมะ คือ สวากฺขาโต ภควตาธมฺโม สันฺทิฏฐิโก อกาลิโก โอปนยิโก ปจฺจตฺตํเวทิตพฺโพ วิญฺญูหิติ   นั่นเอง   สมตามพระราชดำรัสพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงตรัสว่า   เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม   นั่นเอง   การรักษาความเป็ฯธรรม จึงย่อมเป็นหน้าที่ของพระสงฆ์โดยตรงอยู่แล้ว

 

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น อรุบุศป์ ละอองธรรม วันที่ตอบ 2010-03-09 17:14:31 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

20.    รัฐบาลทหาร-อมาตย์ทำผิดตลอด

แม้ขณะนี้ ฝ่ายที่สร้างความรุนแรงก็คือฝ่ายรัฐบาล  ทหารหน่วยรบของชาติที่ได้ชื่อว่ากล้าหาญที่สุด ได้รับการฝึกไว้อย่างดีที่สุดของประเทศนี้ ได้รับคำสั่งติดอาวุธพร้อม เคลื่อนเข้ากรุงเทพมหานครแล้ว  ตามลำดับ  และเป้าหมายก็คือการปราบปรามประชาชนมือเปล่า ๆ   นี่เป็นแนวคิดและแผนการที่ไร้เกียรติยศทหารไทยที่น่าอดสูเศร้าใจจริง สำหรับทหารยุคนี้   และผู้ปกครองไม่ว่าอมาตย์เปรม ตินสูลานนท์ ผู้แอบอ้างสถาบันเบื้องสูงซ่อนตัวอยู่เพื่อสร้างอำนาจ สะสมความมักใหญ่ใฝ่สูงไว้เพื่อตน อย่างไร้จิตใจของความรู้สึกรับผิดชอบชั่วดี แม้เพียงในฐานะของประชาชนคนไทยธรรมดา ๆ ผู้หนึ่ง  เพราะพลเอกเปรม ตินสูลานนท์ เป็นถึงประธานองค์มนตรี แต่กระทำการข้ามหน้าข้ามตา  ประหนึ่งตนเป็นกษัตริย์เสียเอง   ตนเองเป็นผู้ทรยศ แต่ออกอุบายเล่ห์กลใส่ร้ายประชาชนว่าเป็นผู้ทรยศ  ไม่จงรักภักดีด้วยความคิดร้ายโง่เขลาโดยแท้จริง  ด้วยการประกาศว่าเสื้อแดงจะบุกร.พ.ศิริราช ซึ่งประชาชนย่อมรู้ทัน เพราะการแอบอ้างสถาบันเป็นวิสัยมาแต่ดั้งเดิมของฝ่ายรัฐบาลนี้  และในความเป็นจริงแล้วประชาชนไม่มีวันจะคิดได้อย่างที่รัฐบาลคิด

รัฐบาลอมาตย์คิดผิด  พูดผิด  และกระทำผิดมาจนถึงบัดนี้ ก็กำลังทำความผิดใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นมาอีกเรื่อย ๆ และที่เป็นความผิดฉกรรจ์คือแผนการคุกคามและปราบปรามประชาชน  โดยคิดใช้กองกำลังรบพิเศษมีหน้าที่เฉพาะสำหรับล่าสังหารตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ให้สัมภาษณ์คือ สวาท  อรินทรราช  ฯลฯ เตรียมไว้เพื่อล่าสังหารประชาชน   แล้วประชาชนทั้งปวงเห็นว่ากระทำไม่ถูก  การกระทำของรัฐบาล-ทหารเช่นนี้  เป็นสิ่งที่สะท้อนความเขลาเบาปัญญาในการบริหารประเทศ  รัฐบาลอภิสิทธิ-สุเทพภายใต้บงการของอมาตย์เปรม  ไม่ยอมคิดถึงประวัติศาสตร์  ในยุคที่หลังสุดที่ประเทศไทยเพิ่งผ่านมา  นั่นคือประวัติศาสตร์สงครามประชาชน คอมมิวนิสต์ จบลงได้อย่างไร  ก็ควรทำอย่างนั้น  ประวัติศาสตร์สอนมาทำไมไม่คิดดู   แล้วจะเห็นว่าวิธีการที่ท่านทำนี้  ไม่เป็นผลดี ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาแต่อย่างใดเลย   โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้   ปรวัติศาสตร์สอนเราว่า  ไม่ได้แก้ไขด้วยความรุนแรง  แต่ความรุนแรงกลับจะขยายปัญหา ออกไปใหญ่กว้างยิ่งขึ้น ๆ   ปัญหาคอมิวนิสต์ไทยก็ได้สอนมา  ว่าการใช้อาวุธ กำลังปราบปรามประชาชน  กลับทำให้ปัญหาขยายตัวออกไปทั่วประเทศ   จนต้องกลับมาใช้แผนสันติธรรม หันมาฟังเสียงประชาชน  ขจัดทุกข์ บำรุงสุขของประชาชนมากยิ่งขึ้น  โดยปราศจากความลำเอียงเลือกปฏิบัติ  ประเทศจึงสงบลง  สิ้นปัญหาอันยาวนานมาหลายสิบปีแห่งประวัติศาสตร์ชาติไทย

สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลน่าจะรู้จากประวัติศาสตร์คราวนั้นก็คือ ประชาชนเกลียดชังตำรวจ  เพราะตำรวจใช้อำนาจไม่เป็นธรรม  กดขี่ข่มเหงประชาชนในพื้นที่  และใช้ความรุนแรง   ต่อเมื่อมีการแก้ไขปัญหาตำรวจลง  ความสงบจึงดีขึ้น  ในการแก้ไขปัญหาตำรวจนั้น  เราได้นำแบบอย่างมาจากจีนคอมมิวนิสต์   เอาแบบอย่างว่าตำรวจคอมมิวนิสต์เขาต้องประพฤติตนอย่างไร จึงเรียกว่าตำรวจรับใช้ประชาชน  ดังจะเห็นภาพยนต์ซีรี่สั้น ๆ ออกมาสอนตำรวจไทยว่า  ตำรวจจีนคอมมิวนิสต์ขณะปฏิบัติหน้าที่นั้นจะต้องไม่ถือปืนอย่างเด็ดขาด   มีแต่ตะบองเล็ก ๆ เท่านั้น และแม้เพียงตะบองเล็ก ๆ เขาก็จะสอนวิธีใช้ด้วย ว่าให้ตีอย่างเอ็นดู อย่ามีประสงค์ร้าย   และที่สำคัญก็คือตำรวจต้องทำสีหน้าให้ยิ้มแย้มกับประชาชน  เวลาประชาชนถามหรือขอร้องอะไรตำรวจจะต้องกระตือรือร้นรับใช้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ตำรวจทำหน้าบึ้งกับประชาชนถือเป็นความผิด   นี่คือตำรวจที่รับใช้ประชาชนในประเทศคอมมิวนิสต์ (ซึ่งนี่คือวิธีการตามครรลองประชาธิปไตย ในคติว่ารัฐบาล ข้าราชการรับใช้ประชาชน นั่นเอง)  จีนยุคปฏิวัติวัฒนธรรมเหมา แม้เป็นคอมมิวนิสต์ก็ยังรู้จักการศึกษาปัญหาของประชาชนและฟังเสียงประชาชน   และเลือกใช้วิธีการของประชาธิปไตย  เรื่องนี้ กอ.รมน.ก็น่าจะรู้และเข้าใจดีอยู่แล้ว  เพราะ กอ.รมน.ยุคนั้นเองได้นำตัวแบบนี้เข้ามาเพื่ออบรมข้าราชการ ทหารและตำรวจ     นี่เป็นวิธีการแก้ปัญหาการทะเลาะไปจนถึงการทำสงครามประชาชน

รัฐบาลทำเขลา ๆ คุกคาม แสดงอำนาจบาทใหญ่  เตรียมการทำสงครามกับประชาชนมือเปล่าเช่นนี้ จะแก้ปัญหาหรือสร้างปัญหา   ขอเตือน  ......

·         บุษบา บุญเสฏฐ์
12 มี.ค.2553/08.05 น.  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 21.    รายงานการเคลื่อนพลแดงทั้งแผ่นดินนับล้าน    เม.ย. 2553

3  เม.ย. 2553

09.00 น.  เวทีเสื้อแดง สพานผ่านฟ้าลีลาศ  รายงานว่า ขณะนี้ คนเสื้อแดงล้นสนามหลวงแล้ว  หลั่งไหลไปถึงสี่แยกมิสกวัน และบริเวณศูนย์กลางไปหมดแล้ว   คนยังทะยอยมาเรื่อย ๆ  

09.20   พี่น้องมุสลิม จากสงขลา บ้านเดียวกับพล.อ.เปรม ตินสูลานนท์  7 คน ชุดแดงเจิดจ้า  มีผ้าคลุมศีรษะ ตามวัฒนธรรมมุสลิม   ขึ้นเวทีประกาศจะนำพล.อ.เปรม กลับบ้าน   เรียกร้องว่าพลเอกเปรม กลับบ้านเสียเถิด   หมดเวลาแล้ว     และนี่คือคำตอบว่าชาวใต้รักประชาธิปไตยไม่แพ้ชนภาคอื่น 

 09.35 น.  ก่อแก้ว พิกุลทอง  ประกาศข่าวว่า  ทางรัฐบาลได้ส่งคนใส่เสื้อแดงไปสนามบินสุวรรณภูมิ จะทำการก่อกวน  ขอให้ตำรวจจับกุมไปดำเนินคดีตามกฎหมาย  และพวกนั้นไม่ใช่คนเสื้อแดงอย่างแน่นอน.......หมอเหวงขึ้นเวที ชี้แจงยุทธวิธีขวด  และไม่  ไม่โกรธ  ไม่รุนแรง  ไม่ตอบโต้  ....... จตุพร พรหมพันธ์ บอกจัดเป็น ทัพ .....ว่าอภิสิทธิ์ไปอยู่หัวหินก็ไม่เป็นไร  ชกที่นี่ถึงหัวหิน....

18.00 น.  หลังเคารพธงชาติ แกนนำเสื้อแดงแถลงจุดยืน  จะยึดย่านธุรกิจ ราชประสงค์ไปไม่มีกำหนด  เมื่อไรนายอภิสิทธิ์ยุบสภา เมื่อนั้นยุติทันที ตลอดเวลาที่ผ่านมามีประชาชนในย่านธุรกิจให้การบริจากเพื่อการต่อสู้ไม่ขาดระยะ  ประชาชนร้องพร้อมกันพร้อมกับกระแทกก้นขวดลงบนพื้นถนน เสียงดังหวั่นไหวไปทั่วแผ่นดิน  ว่า   อภิสิทธิ์ ยุบสภา        

18.40 น. วิภูแถลง พัฒนภูมิไทย รายงานว่าเสื้อแดงล้นหลามไปถึงถนนวิภาวดีรังสิต  อีกด้านหนึ่งไปถึงมาบุญครอง แล้ว   อภิสิทธิ์ไม่ยุบสภา ไม่กลับ...

"การปราบปรามประชาชนหรือการสลายการชุมนุมของประชาชนที่ชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ ถือเป็ฯการกระทำผิดรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ผู้สังการและผู้ปฏิบัติการต้องรับผิดชอบและถูกดำเนินคดี"

19.50 น.  จตุพร พรหมพันธ์  พูดจบ  ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แจ้งข่าวลับว่า ตี ศอรส. ของรัฐบาลจะบุกสลายม็อบ    จตุพรประกาศให้ทุกจังหวัดชุมนุมที่ศาลากลางจังหวัด  ในกรณีจอดับลง ให้ตัดสินใจเอง  ณํฐวุฒิเน้น ประกาศให้การ์ด หน่วย รปภ.ประชาชน เตรียมพร้อม ตามแผน    ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด

เน้นว่าทหารไม่มีทางชนะ  ไม่มีใครชนะประชาชนได้  ประชาชนจะลุกขึ้น  ณัฐวุฒิเรียกร้องให้ชาวกรุงเทพออกมา  ออกมา........

เรารอท่านอยู่ประชาชนทั้งหลาย.................. ออกมาเพื่อร่วมกันยุติปัญหาของประเทศไทย    ให้นายอภิสิทธิ์ยุบสภาทันที แล้วความสงบเกิดทันที  ..........

ในขณะเดียวกันเวทีผ่านฟ้าลีลาศ ก็ยังคงคุมพื้นที่และดำเนินการโฆษณาสื่อสารต่อไป มีแดงเต็มพะลาน

20.10 น.  แดง เวที  ดำเนินการปราศัยต่อไป มีการประกาศรายการบริจาคค่อนข้างหนาแน่น ทั้ง น้ำ อาหาร และเงิน

ASTV  เวลาเดียวกัน รายงานข่าวว่าตำรวจได้เดินทางไปถึงหลังเวทีชุมนุมราชประสงค์ แล้วเดินทางกลับไปแล้ว มีการสัมภาษณ์ถามตำรวจว่า ได้เจรจากับแกนนำหรือไม่ ตำรวจว่ายังไม่ได้เจรจา  เมื่อถึงเวลา 21.00 น.ที่ขีดเส้นไว้ให้เสื้อแดงเปิดทางจราจร แล้วทาง ศอรส.จะจัดการอย่างไร  ตำรวจไม่ได้แสดงความเห็นอย่างไร  

ช่อง ละคร(น้ำเน่า?)  หอยม่วง รายการ Princess  ช่อง ละคร(น้ำเน่า?)  อสมท. สารคดีขยะบนเกาะเสม็ด  ช่อง รายการตลก ๆ

20.40 น.  ช่องแดง ทักษิณโฟนอิน....................พร้อมเสียงโห่ต้อนรับอึงคะนึงไปหมด  เมื่อทักษิณพูดถึงเรื่องนโยบาย............และขอให้ประชาชนออกมา เรียกร้องยุบสภา.....รายงานว่าที่สี่แยกราชประสงค์ แดงเต็มไปหมด   ไม่เฉพาะราชประสงค์ ผ่านฟ้าก็แดงเต็มไปหมดเช่นเดียวกัน ......ขอร้องให้ร้านค้าเปิดร้านค้าทั้งหมด  เพราะเสื้อแดงมีสตังค์จะซื้อสินค้าได้...เช่นร้านอาหารเปิดแล้วจะได้ลูกค้าเยอะ....แล้วมาช่วยกัน.....ขอร้องแกนนำ อย่าโจมตีลูกเมียอภิสิทธิ์  เขาไม่ได้เล่นการเมืองด้วย . ไม่ยุติธรรม เช่นเดียวกับที่ทักษิณเคยโดนมา.......

แล้ววีระ มุสิกพงศ์ แกนนำปราศรัยต่อ ว่าประเทศไทยมีปัญหาเพราะคน คน คนหนึ่งอายุ 90 อีกคนหนึ่งอายุ 45  ....................... ทั้งสองคนนี้ได้ทำลายตนเองไปแล้วเรียบร้อย   ..........."คุณ2คนเป็นปัญหาของคนไทยทั้ง 64 ล้านคน...... คุณ2คนออกจากประเทศไทยไปได้แล้ว....".

21.40 น.   แกนนำว่าทางฝ่ายประชาชน.มีกองทัพรถบันทุกเตรียมไว้พร้อมแล้ว   หากมีการปราบปรามประชาชน  รถบันทุกจะออกทันที

23.20 น. ช่อง แถลงข่าว ประกาศ พรก.ฉุกเฉิน 4 วงเล็บ   ราชประสงค์เป็นเขตฉุกเฉิน  

เจ๋ง ดอกจิก รายงานแดงราชประสงค์  ถึงมาบุญครองเลยไปถึงสนามกีฬา 

23.45 น. แดงตัดการถ่ายทอดกลับไปที่ราชประสงค์  จตุพร พรหมพันธ์  ออกมาตอบโต้ รัฐบาล 

 

เม.ย.2553

08.30 - 09.30   ตำรวจใหญ่ ๆ มาที่ชุมนุม  ขณะณัฐวุฒิอยู่บนเวที  อ้างสายข่าวทหารแตงโม(ทหารที่จิตใจเป็นเสื้อแดง) จาก ศอรส.เรื่องราวทหารใหญ่ ๆ ว่าทหารที่อยากบุกปราบปรามประชาชน คือ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา แต่ พล.อ.อนุพงษ์ ไม่เอาด้วย เพราะจวนเกษียณแล้ว  แต่พลประยุทธอยากเป็นผบ.ทบ.ต่อ  อยากรับใช้อมาตย์  แต่เมื่อมอบหมายแล้ว  ทหาร ไม่กล้ารับแผนไปปฏิบัติ..ต่อมาจตุพรเปิดเผยว่า  พวกประยุทธจะทำจริง ๆ ทหารที่ระดมมามีจำนวน 75,000 คน จะเรียกเพิ่มเติมมาถึง 100,000 คน แต่เมื่อแบ่งไปหัวหิน ก็เหลือไม่พอใช้  ประเมินกำลังประชาชนผิด    ดร.จารุพรรณ กุลดิลก ประกาศว่า ในประเทศประช่าธิปไตย เช่นเยอรมันที่เคยอยู่ ประชาชนมีสิทธิ์ชุมนุมในสถานการค้าที่ชอปปิ้งเช่นราชประสงค์ เป็นเรื่องธรรมดา  เพียงแต่ไทยเรามีคนเยอะ ไม่มีความผิดอะไร  พวกเขามีฐานะเป็นทั้ง Suppliers และ Customers    บีบีซี.ออกข่าวด้วยความชื่นชมชื่นมื่นว่ากรุงเทพเต็มไปด้วยแดงแล้ว  ดร.จารุพรรณเล่าเบื้องหลังตำรวจว่าเป็นนายตำรวจเพื่อนพ่อ  และไม่มีปัญหาอะไรกับคนเสื้อแดง เป็นพวกเรา  ณัฐวุฒิบอกประชาชนว่าตำรวจต้องการแจกแถลงการณ์รัฐบาลเรื่อง  ประชาชนแดงที่ราชประสงค์ผิดกฎหมาย มีโทษจำคุก ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท.(ประชาชนโห่) .ตำรวจเขาทำตามคำสั่งให้แจกเท่านั้น  ณัฐวุฒิขอให้ประชาชนอนุโลมตามตำรวจ ไม่มีอะไร พวกเดียวกัน  และตกลงเปิดเส้นทางจราจรให้ เลน แต่ขอเวลาเย็นค่ำเมื่อคนมามากขึ้นจำเป็นต้องปิด

09.10 น.   จตุพร พรหมพันธ์พูดอยู่ แล้วร้องเพลง  เสื้อแดงรับสนั่นหวั่นไหว....แล้วเตือนอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าคุณจะโชคดีตลอดไปหรือไม่  สบายใจได้ว่าเขาลงมือเมื่อไรเท่ากับเอามีดเชือดคอหอยเขาเองเมื่อนั้น..... 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

22.   โทษของ อนุพงษ์ เผ่าจินดา

ไม่ต้องไปประจบมันหรอก     อนุพงษ์  เผ่าจินดา   ที่มันกลับมาพูดอีกครั้งว่า  การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง    นี่คือนิสัยประจบ   สส.ต้องเข้าใจประชาธิปไตยให้ดีให้ชัดเป็นตัวอย่างของประชาชน    อนุพงษ์ เผ่าจินดา  โทษมันถึง ตาย ครั้งใหญ่ และ ครั้งเล็ก

1.     ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา นายสมัคร สุนทรเวช  นรม.ขณะนั้น ผลของการขัดคำสั่งนั้น  เป็นเหตุให้ผู้ร้ายลอยนวล  ผู้ร้ายได้รับการคุ้มครอง   คือแกนนำเสื้อเหลืองทั้งหมด   และเท่ากับปล่อยให้โจรทำงานโจรทำร้ายชาติบ้านเมืองต่อมาได้  เหตุเพราะอนุพงษ์ เผ่าจินดา ไม่ฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชา...(ถ้าฟังคำสั่ง ทำการจับกุมโจรบุกทำเนียบรัฐบาลแต่คราวนั้น  จะไม่มีเรื่องราววุ่นวายสืบมาถึงวันนี้ จะไม่มีการปล้นชาติปล้นประชาธิปไตย  บ้านเมืองจะสงบลงตั้งแต่คราวนั้น.....)............โทษครั้งเดียวครั้งนี้ถึงประหารชีวิตแล้ว

2.      ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา นายสมชาย วงษ์สวัสดิ์  นรม.+รมว.กห. โดยปล่อยให้แกนนำเสื้อเหลืองพาพวกเข้ายึดสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ  อันเป็นผลให้เสียหายแก่แผ่นดินนับประมาณไม่ได้  และเป็นสาเหตุส่วนหนึ่ง ทำให้เกิดการยุบพรรคการเมืองของนายสมชาย วงษ์สวัสดิ์  เนื่องเพราะ อนุพงษ์ เสนอให้รัฐบาลลาออก   นี่โทษถึงตายอีกครั้งหนึ่ง ฐานทหารไม่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ที่สั่งการตามชอบโดยกฎหมาย และศีลธรรมอันดี  และในขณะเดียวกันส่อเจตนาในการให้ความร่วมมือปล้นประชาธิปไตยไทยและรัฐบาลไทย  โทษครั้งนี้  ประหาร

3.       ปฏิบัติตามคำสั่งรัฐบาลโจร  ที่ออกคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของผู้บังคับบัญชาเป็นเหตุให้ประชาชนเสียชีวิตบาดเจ็บจำนวนมาก   ในกรณี 12 เม.ย.2552   โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สั่งการปราบปราม เข่นฆ่าประชาชน  ตามที่ปรากฎในคลิปเสียงสั่งฆ่า ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งสส.ฝ่ายค้านนำมาตั้งกระทู้ถามในสภาพร้อมเปิดคลิปดังกล่าวฟังอ้างอิงกันในสภา และนายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี รับว่าเสียงในคลิปนั้นเป็นเสียงของตนเอง จริง     แต่ไม่ยอมรับผิดชอบลาออกจากตำแหน่ง   การที่ อนุพงษ์ เผ่าจินดา ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา แต่เป็นคำสั่งที่ผิดกฎหมาย และไม่ชอบด้วยศีลธรรมอันดีตามหลักศาสนาประจำชาติ(ศาสนาพุทธห้ามการเข่นฆ่า ตามศีลข้อที่ 1)  เพราะสั่งการให้เข่นฆ่าปราบปรามประชาชน  เช่นนี้ถือว่ามีความผิดฉกรรจ์ฐานปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ที่สั่งการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและศีลธรรมอันดี และการปฏิบัติตามคำสั่งนั้นเป็นเหตุให้ประเทศชาติเสียหายอย่างใหญ่หลวงประเมินค่าไม่ได้ .........  โทษนี้ก็ถึงประหารชีวิตอีกครั้งหนึ่ง

4.       อนุพงษ์ เผ่าจินดา  มีบุคคลิกกภาพที่กลับกลอก   เคยพูดไว้ในรัฐบาลสมชายว่า  การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง    แต่เมื่อมารับใช้รัฐบาลอภิสิทธิ์ รับใช้ทุกกรณี ไม่บิดพลิ้ว  ทั้งเรื่องใหญ่เรื่องเล็ก นับแต่นำทหารเข้าปราบปรามประชาชน กรณี 12 เม.ย. 2553  เป็นเหตุให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตายไปจำนวนมาก    ตลอดมาเรื่อย ๆ  ไม่เคยขัดคำสั่ง จนถึงล่าสุด คือการปราบปรามประชาชน เช้าตรู่เวลา 04.00 น.  6 เมษายน 2553   ทั้งหมดนี้โดย อนุพงษ์ เผ่าจินดาคิดโง่ ๆ ว่าจะกระทำได้สำเร็จ  แล้วตนก็จะได้มีอนาคตทางการเมืองต่อไปภายหลังเกษียณอายุทหารไป   แต่กาลกลับตาลปัตร เพราะสัจธรรมมีว่า  ประชาชนย่อมชนะเสมอ  แล้วอนุพงษ์ก็ออกวาทะที่กลับกลอกว่า   การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง   นี่คือท่าทีที่จะไม่ยอมอยู่ใต้คำสั่งของผู้บังคับบัญชาอีกครั้งหนึ่ง อันเป็นการผิดวินัยทหาร   ความกลับกลอกนี้ก็มีความผิด ฐานไม่มีความซื่อตรงต่อผู้บังคับบัญชา เช่นเดียวกัน    โทษถึงประหารชีวิตเป็นคำรบที่ 

ฉะนั้น   อย่างไร ๆ  อนุพงษ์เผ่าจินดา  ไม่มีทางรอดโทษประหารชีวิต   และประชาชนประชาธิปไตยต้องยืนยันความเป็นธรรมให้เกิดมีขึ้นในสังคมให้ได้   เมื่อโทษถึงประหาร เขาต้องได้รับการประหารชีวิต   นี่คือความเป็นธรรม........  พล.อ.อนุพงษ์ มีทางเดียวคือยังมีโอกาสแสดงความเป็นทหาร และรักษาศักดิ์ศรีของทหารไทยไว้ได้  ด้วยการกล้าทำกล้ารับผิดชอบ

ทางศาสนาสากลว่า   กล้าสารภาพบาป  คุณเข้าใจไหมว่าหมายความว่าอย่างไร.... หมายความว่า ประการที่ หยุดการบาปลงโดยพลัน  และ ประการที่ ยอมรับโทษประหารชีวิตเสียดี ๆ      

·         ผู้แสดงความคิดเห็น สรศักดิ์ สนมไพร วันที่ตอบ 2010-04-07 08:34:08

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

23.  ข่าวด่วนรายงานนองเลือด 10 เม.ย.2553

10 เม.ย. 2553

07:01:27  ทหารหลายพันคุมไทยคมเพิ่มลวดหนามสูงตั้งด่านสกัด3จุดปากทางเข้าพร้อมอาวุธ  wat.

08:34:51   แดงทะยอยสมทบราชประสงค์ต่อเนื่องการ์ดเข้มวางแผงเหล็กกั้นหวั่นโดนปิดล้อม  wat. 

08.48.43   พรรคสังคมนิยมมาเลเซีย+เครือข่ายอาเซียนแถลง จี้มาร์คลาออกหยุดปิดกั้นสื่อ
 

10.57        ณัฐวุฒิแถลงคดี258ล้านปชป.แย้มไต๋ปธ.กกต.ไม่ยุบพร้อมลาออกย้ายไปอยู่ตปท. red.

11.18        ณัฐวุฒิอัดมาร์คจอมหักหลัง ท้าออกกฎอัยการศึกเล็งจัดงานสงกรานต์ราชประสงค์ wat. 

 

15.00 น.   เราได้ทราบจากข่าวหลายทาง ทั้งทางทีวีรัฐบาลและทางข่าวเสื้อแดง  ว่าสถานการณ์ในบริเวณที่ชุมนุม เกิดการประจันหน้าระหว่างทหารและเสื้อแดง แล้วมีที่สะพานมัฆวานเกิดการปะทะแล้ว  สงบแล้ว   ทหารพยายามจะเข้าสลายกาชุมนุมทั้งราชประสงค์และผ่านฟ้า  เห็นภาพทหารใช้แก๊สน้ำตา ถือปืน  แต่รายงานข่าวจากฝ่ายแดงเองว่ากระสุนยาง  ปะทะกันประปราย  ขณะนี้แกนนำแดงยังบริหารไปได้  และฝ่ายแดงยังตั้งมั่นได้  เห็นธงแดงและเสื้อแดง โบกไปได้อยู่   แดงไม่ได้ใช้สตรีออกมา  มีแต่ชายฉกรรจ์    ขณะนี้ 15.15 น. เห็นฝ่ายแดงพักผ่อนกัน สถานการณ์สงบ..ดูฝ่ายแดงพอใจ และรักษาฐานไว้ได้   แกนนำใหญ่ทั้ง ยังอยู่ครบ   แยกจปร.แดงตรึงไว้อยู่  แรมโบ กับ ขวัญชัย นำตรึงทหารอยู่    ขณะนี้แดงทะยอยกลับชุมนุมผ่านฟ้า    ฝ่ายแดงยังใช้การโฆษณาสู้ทหาร   มีการปล่อยลูกโป่งขึ้นฟ้าจากฝ่ายแดง   ระบบรถสาธารณะทีบีเอส หยุดลง   ล่าสุดแดงแย่งพื้นที่คืนมาแล้วบางจุด ........  ณัฐวุฒิประกาศจนกว่าจะยุบสภา

 ---- ในช่วงนี้  เอเอสทีวีรายงานข่าวบิดเบือนว่าแกนนำงคนไม่ไหวแล้ว ออกวาจาเยาะเย้ยแกนนำเสื้อแดงบางคน  อย่างไร้จิตใจเป็นกลาง เป็นธรรม

.......จาก ประมาณ 15.00 มาบัดนี้ 15.45 น. เหตุการณ์ปกติ  สงบลงแล้ว โดยฝ่ายประชาชนรักษาพื้นที่ครอบครองเอาไว้ได้   ทีวีบางช่องเอาภาพมารีรันอีกครั้ง  แท้จริงภาพที่เห็น เป็นภาพที่ไม่จริงใจ  ดูเหมือนทหารก็ไม่ได้ตั้งใจจะใช้ความรุนแรงอะไร....  และแม้ฝ่ายเสื้อแดงก็ไม่ได้โกรธเคืองเลย  เป็นการดันกันไปกันมาเท่านั้นเอง   และที่สุดทหารยอมถอยไปเอง    ...........   น่าจะป็นภาพที่แตกต่างไปจาก  การเกิดสถานการณ์ในประเทศกีร์คีซสถาน  .......   เร็ว ๆ นี้.........

.......อย่างไรก็ตาม  ทางรัฐบาลคงจะไม่ยอม .....   แต่ประชาชนได้พร้อมขึ้นอีกครั้งหนึ่ง......  ทหารคงจะมีข้อได้เปรียบ หลายประการ  แต่.....คนเหมือนกันก็คงทันกัน       ที่จริง  รัฐบาลน่าจะเปลี่ยนใจเสียแต่วันนี้......ไม่อยากให้รัฐบาลเป็นอย่างกีร์คีซสถาน  แต่เป็นแบบลังกา.....

1600 น.มีข่าวโปแลนด์ เครื่องบินตกตายยกลำ 87 ศพรวมทั้ง ปธน.โปแลนด์และภริยา

16.25 น.   มีการเติมกำลังทหารเข้ามาใหม่  รายงานว่าทหารขว้างระเบิดแก๊สน้ำตา แต่ย้อนทางลม แก๊สผันกลับมาเข้าฝ่ายทหารหมด จนต้องล่าถอยไป 

มี ฮ.บินวนอยู่ข้างบน.......

........ ASTV  รายงานไม่ตรงกับช่องอื่น   และไม่ฉายภาพอีกฝ่าย  ว่าแดงเหลือน้อยแล้ว  แกนนำตัวสำคัญ จตุพรอยู่ที่ราชประสงค์......ว่าผ่านฟ้ามีแกนนำรอง ๆ และเหลือน้อยแล้ว  ว่ายังยื้ออยู่ลาดหลุมแก้วและแคลาย  ......................... 

 ...... ในส่วนของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้ส่ง ข้อความว่า   อภิสิทธิ์สั่งปราบปรามประชาชนแล้ว ออกมาช่วยด้วย ปชต/ความเป็นธรรมต้องมีจริง TSLIVE เวลา 15.12 น.... 

เสื้อแดงยึดเชียงใหม่แล้ว

........ทางโฆษกทหารคาดว่าจะยึดผ่านฟ้าได้ก่อนค่ำ......ในขณะเดียวกันเราได้ทราบว่าทางเชียงใหม่ บุกยึดศาลากลางจังหวัดไว้เรียบร้อยแล้ว.........

 

17.00 น.  ทหารเปิดฉากอีกครั้งหนึ่ง เราได้รับรายงานว่าปาระเบิดแก๊สน้ำตาลงมาจากฮ.นับสิบ ๆ ลูก ลงเวทีผ่านฟ้า ..........  รายงานข่าวเพิ่มเติมมาว่า  ควันลอยไปถึงซ.ข้าวสาร ปชช.โวย แสบหน้า ปิดร้านหนีกันอุตลุต  ....

..คติวันนี้    ประชาชนกับทหารเขารักกัน  คุณอภิสิทธิ์ยุบสภาเถิด เพื่อเห็นแก่ความรักของทหารกับประชาชน.......คุณคนเดียวที่อยากเห็นพวกเขาฆ่ากันทั้งน้ำตา..... 

 20.20 น. ขณะนี้เราได้รับรายงานว่า มีการปะทะระหว่างกองทหารที่ดาหน้าเข้าหาประชาชน แล้วเกิดการยิงกันขึ้นแล้ว  ทีวีที่ถ่ายทอดหลายช่อง ณ จุดเดียวกัน ทหารค่อยขยับ ๆ มาทั้งหมู่ดูหนาแน่นน่าเกรงขาม  แต่ประชาชนก็ไม่ถอย มีรั้วกั้น แล้วเริ่มผลักดันต่อยตีกัน แล้วเอาของแข็งทำร้ายกัน  แล้วเตลิดไปถึงใช้อาวุธทหารใช้แก๊สน้ำตาปรากฎชัด ดุจควันสงคราม   แยกคอกวัว และถนนตะนาว  เห็นควันของแก๊สน้ำตาแดงอมชมพู ......... ที่จริงเราจะพิศูจน์ได้อย่างไรว่าใครใช้อาวุธปืน หรือระเบิด ........ ทางแดงอ้างว่าทหารใช้อาวุธจริง เพราะยิงถูกขาผู้สื่อข่าวต่างประเทศ  ..มีการยิงที่แยกวัดโสมนัสทหารยิงด้วยอาวุธจริง..... แต่เอเอสทีวี ทั้งผู้รายงานข่าวและผู้ประกาศข่าว  ออกข่าวตลอดว่า ฝ่ายประชาชนใช้อาวุธ  มีการยิงมาจากประชาชน  มีการขว้างระเบิดจากประชาชน ..............  ขณะนี้ มีเสียงปืนยิงอยู่เป็นเวลา 30 นาทีเศษ ๆ  ไม่ขาดสาย  เพียงแต่ไม่ใช่การระดมยิง  คล้ายมีปืนเพียงกระบอกเดียวยิ่งอยู่เป็นระยะ ๆ  ..... ว่าฝ่ายประชาชนเดินหน้าแล้ว     มีภาพข่าวประชาชนถูกอาวุธบาดเจ็บหลายคน   เห็นทหารและประชาชนต่างช่วยกันเอาผู้บาดเจ็บไปส่ง  ......มีรายงานว่า......... ทางเวทีแดงยังคงมีประชาชนคับคั่งเหมือนเดิม  นายวีระ มุสิกพงษ์  ประธานนปช.แดงทั้งแผ่นดิน ประกาศขอมติประชาชนว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ...เป็นเผด็จการทรราช  เพราะทำการปิดสื่อ  และใช้กำลังทหารปราบปรามประชาชน  จะต้องประกาศยุบสภาทันที  และหนีไปต่างประเทศทันที   ....พร้อมเดินหน้าสู้ต่อไป.........

...... ในขณะเดียวกัน เราได้ทราบว่าต่างจังหวัดมีการเข้าไปในพื้นที่ศาลากลางจังหวัด ทำการยึดพื้นที่โดยสงบ ได้แก่  เชียงใหม่ (เปิดปราศรัย ตั้งจอโปรเจคเตอร์ ต่อจากอินเทอเนทแดง  มีการรายงานวินาทีต่อวินาที มีการโห่ร้อง....เขาประกาศล่วงหน้าแล้วว่าหากทหารทำร้ายประชาชนเขาจะลุกขึ้นสู้และยึดศาลากลางจังหวัด ขณะนี้รออยู่และระดมพลมาสมทบเรื่อย ๆ ยังมีการชุมนุมที่ nbt) มีตำรวจคอยดูอยู่  นอกจากนี้ก็มีชุมนุมในขอนแก่น  2000 คน  อุดร  อุบล  พะเยา   มหาสารคาม ..... 

....... มีบางช่อง ถามไปยังนายปณิธาน....  ว่ารัฐบาลจะทำอย่างไร......?    นายปณิธานว่า ยังเดินไปตามขั้นตอนอยู่........ถามว่านายกจะฟังคำเรียกร้องของเสื้อแดงหรือไม่ ที่ให้เดินทางหนีไปต่างประเทศทันที ?  นายปณิธานว่ารอฟังคำแถลงปกติของนายกเอง  

.... มีรายงานว่านายณัฐวุฒิ กับอริสมันต์ กำลังเคลื่อนกำลังจากเวทีราชประสงค์ออกมาช่วยเวทีผ่านฟ้า....

21.00   เราทราบว่า นายณัฐวุฒิ ไปถึงผ่านฟ้าแล้ว ได้ประกาศว่า...มีแดงแกนนำ(ขอนแก่น?)เสียชีวิต..คน .ประกาศให้จนทข้าราชการศาลากลางจังหวัดขอนแก่นห้ามเข้าศาลากลางจังหวัด.....ทางพลทหารเสียชีวิต 1 ราย

21.05 น. พ.อ.สรรเสริญ มาแถลงว่า ทางรัฐบาลเห็นว่าควรหยุดก่อน..... ให้ทั้งสองฝ่ายถอยห่างจากกัน หากเดินต่อจะเกิดความเสียหายกว่านี้....รัฐบาลส่งนายกอปศักดิ์ สภาวสุ มาเจรจาฝ่ายแดง หยุดความสูญเสีย.......... ขณะนี้ทหารหยุดและเคลื่อนห่างออกไปแล้ว.....

อีกครั้งหนึ่งที่สถานการณ์สงบลง.........................ศูนย์เอราวัณเผยครั้งแรกมียอดคนเจ็บ135 คน ทหาร 41 คน  แดง 91 คน  ตำรวจ คน 

.... ที่จริงทหารก็ไม่ได้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่เท่าไรหรอก ........  คือมองจากพลังในตัวตนและพลังใจที่เขาทำไป .......  เขาคงไม่กล้าที่จะทำร้ายประชาชนมือเปล่าด้วยใจจริง  .......  ที่จริงทหารไทยมีศักยภาพร้ายกาจมากจริง ๆ .......... แต่วันนี้พวกเขาไม่ได้ใช้ศักยภาพเต็มที่  และจริง ๆ ดูเหมือนว่าพวกเขายอมเจ็บและแม้ยอมตายโดยไม่ทำร้ายประชาชนด้วยซ้ำ...........  แต่ก็พอ ๆ กับประชาชนเหมือนกัน .......... ที่จริงประชาชนเขาก็รักทหาร ........... เราคิดว่าพวกเขาสู้กันด้วยน้ำตาตกใน...........ทางประชาชนเขาไม่ต้องการต่อสู้กับทหารเลย  แต่เขาต้องการต่อสู้กับโจรปล้นประชาธิปไตยเท่านั้น และเรียกร้องเอาประชาธิปไตยคืนมา...........

...... คนสองพวกนี้ถูกปั่นหัวให้มาต่อสู้กันเองโดยไม่มีความปรารถนาเลย  นั่นเป็นความรู้สึกของคน ๆ หนึ่ง ที่จับตามองมาตั้งแต่ต้นแล้ว   จริงหรือเปล่า ?????? 

......และ ยังจะมียกที่ ต่อไปอีกหรือไม่ ?????......อยู่ที่คุณอภิสิทธิ์ คนเดียว....... 

...มีรายงานเพิ่มเติมอ้างผอ.รพ.กลางบอกเสื้อแดงเจ็บนับ 100  ตาย 5  รวมทั้งนักข่าวรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่น ราย รายถูกกระสุนยิง รายถูกของแข็ง....... 

21.45 น. ...ในขณะนี้ เอเอสทีวีทำการโจมตีรัฐบาล พยายามยุให้คนสองพวกนี้ต่อสู้กันต่อไป ณ เวทีกระบี่ จำลอง ศรีเมือง วิเคราะห์ว่า  การที่รัฐบาลสั่งให้ทหารถอย...นั้นน่าผิดหวัง.และเจ็บปวดรวดร้าว  รัฐบาลไม่ตัดไฟแต่หัวลม  การแก้ปัญหาไม่ใช่การเจรจา.....เราจะคอยดูต่อไปว่าเขาจะทำได้ดีขึ้นหรือไม่  (คนหัวล้านผมน้อยน่ะ)  นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ว่าพันธมิตรทำเพื่อในหลวง เพื่อความจงรักภักดี แต่ทักษิณคิดล้มจ้าว (ระวังหน่อย ข้อหานี้ฉกรรจ์)  ...นายพิภพ.... ว่าทั้งหมดนี้เป็นความผิดของทักษิณคนเดียว.....นี่เป็นเกมส์ของทักษิณ เสียใจที่วันนี้รัฐบาลตกอยู่ใต้เกมส์ของทักษิณ  ที่จ้างวานประชาชนมาชุมนุมครั้งนี้(นายอภิสิทธิ์คงจะเกรงและกลัวต่อภาษาเช่นนี้)  .....นายสำราญ ว่ารัฐบาลมีกฎหมาย มีทหาร มีตำรวจ  รัฐบาลไม่เอาไหน.....(อยากให้ทหารฆ่าประชาชนหรืออย่างไร?)   

22.20 น. ระหว่างต่อมานี้ ผู้ประกาศข่าวเอเอสทีวี ก็ยังพูดไม่หยุด โดยไม่ได้ทำการสิ่งที่เรียกว่า  การรายงานข่าวอย่างตรงไปตรงมา  แต่พยายามบิดเบือนข่าว (มากบ้าง น้อยบ้าง โดยไม่ตรงไปตามหลักการสื่อสารมวลชนที่แท้จริง...อาจจะเพราะไม่มีการศึกษามา) ใส่ไคล้คนเสื้อแดงต่อไป   ตามแบบแผนปกติของงานโฆษณาชวนเชื่อของสถานีนี้ ..... 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

24.  รายงานข่าวของสื่อต่างประเทศAljazeera  เมื่อ 20 - 22 เม.ย. 2553

 

ภาพล่าสุด 20 เม.ย. 2553 โทรทัศน์ Aljazeera โดย Ziah Ibrahim นักข่าวสาว (ยืนตรงกลาง) รายงานจากกรุงเทพ เสื้อแดงเตรียมงานการรุกขั้นต่อไปอย่างไม่หวาดหวั่น พวกเขาต้องการต่อสู้เพื่อ ประชาธิปไตย พวกเขาประกาศให้โลกรู้ไปทั่วโลกแล้วว่า We just want democracy นั่นคืออำนาจการปกครองเป็นของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน พระมหากษัตริย์มิได้ทรงพระราชทานอำนาจของพระองค์ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือ คณะบุคคลใดคณะบุคคลหนึ่ง แต่ทรงพระราชทานให้ประชาชนทั้งปวง   บัดนี้ มีเพียงคณะบุคคลหนึ่ง ปล้นอำนาจประชาธิปไตย อันเป็นของพระราชทานจากกษัตริย์ พวกเขาจึงต้องต่อสู้ เพื่อเอาประชาธิปไตยคืนมา ในเวลาใกล้เคียงกันนี้ กระทรวงต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา ได้ประกาศว่า ขบวนการเสื้อแดง ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย กรุงเทพมีความปลอดภัย ไม่มีอันตรายแก่นักท่องเที่ยว (ทั้งนี้ ตามกระแสข่าว SMS ที่เชื่อถือได้)  

 

ทูต 40 ประเทศเยี่ยมชนเสื้อแดง 

ภายหลังเหตุการณ์สลายม๊อบเสื้อหลากสี ในคืนวันที่ 22 เมษายน 2553 แล้ว ทางนปช.หรือแนวร่วมประชาชนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยแห่งชาติ ได้เดินเรื่องเพื่อเผยแผ่ความจริงวันนี้ เกี่ยวกับการที่รัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ได้ทำการล้อมปราบปรามประชาชน ตลอดวันที่ 10 เมษายน 2553 เป็นเหตุให้ประชาชนเสียชีวิตเพราะผลของการใช้อาวุธสงคราม มีปืน และระเบิด เป็นต้น จำนวนถึง 25 คน บาดเจ็บอีกจำนวนกว่า 800 คน   พร้อมกับทางพรรคฝ่ายค้านคือพรรคเพื่อไทย ได้เสนอความจริง ทางเอกสารและซีดี ไปทางสถานทูตประเทศต่าง ๆ ในประเทศไทย การที่ทางสถานทูตประเทศต่าง ๆ ส่งทูต จำนวน 40 คน/ประเทศเดินทางเข้าพรรคเพื่อไทยเพื่อรับทราบความจริง แล้ว ได้เดินทางต่อมาเยี่ยมเยียนและรับทราบความจริงเพิ่มเติมในที่ชุมนุมเวทีคนเสื้อแดง และรับทราบการต่อสู้ทางสันติและอหิงสา ณ เวทีราชประสงค์ ในวันที่ 23 เมษายน 2553 เวลา 17.48 น.ขณะการชุมนุมคับคั่งนั้น น่าที่รัฐบาลจะได้คิดเป็นอย่างดีชัดเจนว่า ขณะนี้บทบาทของรัฐบาลไทยนั้น ผิดพลาด จนเตลิดไปนอกครรลองของสันติ อหิงสาไปอย่างไรแล้ว และไม่เป็นไปตามครรลองการบริหารงานภายใต้การเมืองระบอบประชาธิปไตย   สิ่งที่เห็นชัดเจนก็คือการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ มิได้มองว่าประชาชนมาชุมนุมตามสิทธิทางการเมืองวิถีทางประชาธิปไตย เป็นการชุมนุมทางการเมือง   แต่ ได้กล่าวหาว่าประชาชนที่มาชุมนุมเป็นผู้ก่อการร้าย และเรียกร้องให้ประชาชนอีกกลุ่มหนึ่ง คือชนเสื้อหลากสี ออกมาชุมนุมเผชิญหน้าประชาชนเสื้อแดง ในคืนวันที่ 22 เม.ย.2553 โดยไร้เหตุผลอย่างยิ่ง   และยังพยายามที่จะขัดคำสั่งศาลแพ่ง ที่ได้ออกคำสั่งให้ความคุ้มครอง นั่นคือศาลเองก็มีเจตนาให้ทุกฝ่ายใช้หลักสันติ อหิงสา มิให้มีการใช้อาวุธเข้าเข่นฆ่าประชาชนต่อไปอีก โดยนายสุเทพยังคงพยายามที่จะใช้กองกำลังทหาร ตำรวจ เข้าสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงต่อไป (แต่ที่ทำไม่ได้นั้นเป็นเพราะแดงทั้งแผ่นดินร่วมกันสกัดกั้นกองกำลังต่าง ๆ เอาไว้เสียก่อนเคลื่อนย้ายมาถึงกรุงเทพ)   นั้นเป็นการมองจากสายตานักการเมืองยุคเผด็จการทรราชอย่างแท้จริง ทางโทรทัศน์ต่างประเทศอัลจาชีรา ล่าสุดวันที่ 25 เม.ย.2553 ก็ยังคงติดตามเหตุการณ์และรายงานความจริงการต่อสู้ของชนเสื้อแดง ที่แดงทั้งแผ่นดินต่อไป เมื่อค่ำนี้เวลา 18.30 น. ก็ได้รายงานการชุมนุมคนเสื้อแดง และทำการสัมภาษณ์ประชาชขนี่เข้าร่วมการต่อสู้ และยังสัมภาษณ์ นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำคนสำคัญของคนเสื้อแดง อันเป็นการเผยแผ่ความจริงของการต่อสู้อย่างสันติ อหิงสา เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยไทยต่อไปจนถึงที่สุด จนกว่ารัฐบาลจะยุบสภา และยังนำรายการศึกษาโครงการมาบตาพุดของรัฐบาลอภิสิทธิ์ มาออกซ้ำอีก   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

25.   การสลายชุมนุมเสื้อเหลืองเมื่อ 22 เม.ย.2553

 

ล่าสุด 22 เม.ย.2553 ข่าวภาคกลางคืน ของโทรทัศน์ Aljazeera โทรทัศน์ที่ดมกลิ่นสงครามมาทั่วโลก บัดนี้ได้ติดตามเหตุการณ์ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด และได้ทำการศึกษาถึงต้นตอปัญหาต่าง ๆ ในประเทศไทย มาอย่างต่อเนื่อง ในวันก่อน ๆ ได้ทำการสัมภาษณ์ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ฝ่ายเสื้อแดง และทำการสัมภาษณ์นายไกรศักดิ์ ชุณหวัณ ฝ่ายรัฐบาล เพื่อทราบปัญหาทางการเมืองไทย    วันต่อมาได้สัมภาษณ์นักการเมืองไทยอีกหลายคน   วันนี้ ขณะที่นำเสนอภาพแผนที่ประเทศไทยแดงทั้งประเทศนี้ เป็นการเสนอขณะเบรกข่าว เวลาประมาณ 20.40 น. ว่ามีการระเบิดในประเทศไทย จุด   อย่างไรก็ตาม นี่อาจจะเป็นเหตุให้ อัลจาชีรา มองว่าสถานการณ์เมืองไทยรุนแรงขึ้นไปก็ได้   แต่ในขณะเดียวกัน วันนี้ทั้งวัน อัลจาชีรา ให้ความสนใจติดตามศึกษาโครงการมาบตาพุดที่ผิดพลาดของรัฐบาลอภิสิทธิ์ การที่พวกเขาติดตามหาความจริงเหล่านี้ น่าเป็นผลดี เพื่อทั่วโลกจะได้ทราบว่าเบื้องหลังแดงทั้งประเทศไทยนั้น แท้จริงเป็นเพราะรัฐบาลบริหารงานอ่อนด้อยอย่างไร   เชื่อว่า อัลจาชีรา จะยังคงติดตามศึกษาประเทศไทยต่อไปอีกอย่างละเอียด และดูเหมือนจะเป็นเป้าหมายการศึกษาที่สำคัญ เพื่อสรุปหาทฤษฎีต้นเหตุแห่งความรุนแรงในประเทศไทย และต้นเหตุของ การแดงทั้งแผ่นดินอยู่ในขณะนี้ 

 

Thailand Violence   แล้วเบรกนิวส์ชั่ว อึดใจต่อมา เวลาประมาณ 20.50 น. อัลจาชีราก็รายงาน มีระเบิดลูกที่ ว่า เป็น Thailand Crisis แล้ว   จุดที่ระเบิดเป็นบริเวณถนนสีลม ปรากฎว่าระเบิดลงที่บริเวณชุมนุมของคนเสื้อหลากสี   ที่อยู่คนละฝั่งกับคนเสื้อแดง นปช.  มีคนเสื้อหลากสีล้มเจ็บ และไม่นานคนที่มาชุมนุมตื่นตกใจแตกหนีไปหมดเห็นการเคลื่อนของกองกำลังทหารส่วนหนึ่งเข้าสู่สถานที่เกิดเหตุการณ์ (โปรดติดตามข่าวจากสื่อหลาย ๆด้านต่อไป....)

21.50 น. Aljazeera รายงานการระเบิดมีถึง ครั้ง ระเบิดขึ้นในย่านธุรกิจ มีคนเจ็บจำนวนหลายโหล ดูเหมือนเป้ฯการระเบิดขึ้นในระหว่างการชุมนุมของพลเสื้อหลากสี เห็นพลเสื้อหลากสีล้มลง และถูกหามส่งรพ.หลายคน อัลจาซีรา เสนอภาพการขว้างปากันระหว่างคนสองกลุ่ม เห็นภาพของฝ่ายที่สวมเสื้อหลากสีออกอาการเกรี้ยวกราด กระทำต่อฝ่ายเสื้อแดง   อัลจาชีรา มีข่าวระเบิดในประเทศอื่นอีกคือที่จอร์แดน มีไครสิสของรัฐบาลเบลเยียม และมีข่าวการประชุมสภาใหม่ของศรีลังกา........และมีข่าวภูเขาไฟระเบิด.....

 

Aljazeera ในช่วงนี้ยังได้เสนอข่าวเสื้อแดงยกขบวนทัพไปที่ทำการสหประชาชติ มีการสัมภาษณ์หมอเหวง โตจิราการ ๆ ว่าเพื่อขอให้หน่วยรักษาความปลอดภัยสหประชาชาติมาดูแลคนเสื้อแดงผู้ต่อสู้อย่างสันติและอหิงสาตามหลักการประชาธิปไต แต่เกรงว่ารัฐบาลนี้จะทำการปราบปรามด้วยอาวุธเฉกเช่นเหตุการณ์ 10 เม.ย.2553 หากไม่มีกองกำลังมาดูแล ชนเสื้อแดงอาจถูกฆ่าล้างยกทั้งหมดแบบกัมพูชาก็ได้ 

 

 22.30 น. รายงานเพิ่มเติม ว่ามีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 75 คน กลุ่มคนเสื้อหลากสีแตกกระเจิง

 

23 เม.ย. 2553 

0800 น. อัลจาชีรา รายงานต่อ โดยนักข่าวชายจากกรุงเทพ ว่า เชิร์ตแดงมาชุมนุมกันหลายสัปดาห์แล้ว เรียกร้องให้รัฐบาลลาออก เพราะเหตุไร้ฝีมือการบริหารประเทศ ว่าประชาชนในชนบท และชนชั้นกลางส่วนมากมีความพอใจการบริหารงานของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร   ... ประมาณ 08.30 น. Sean Boonprakong ฝ่ายเสื้อแดงรายงานความจริง ผ่านทีวีช่องนี้ และมี ปณิธาน วัฒนายากร ออกแถลงการณ์เช่นเดียวกัน ... ชอน บุญประคอง เป็นคนไทยในอเมริกา ที่มาชื่นชมอุดมการณ์ของเสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตย และรับหน้าที่แถลงวความจริงการต่อสู้ของเชิร์ตแดงออกไปสู่สากลประเทศ วันนี้ อัลจาชีรา และสื่อโลกยอมรับเขา  

  

 

แจ้งความแล้ว ข้อหาฆาตกร 

เสื้อแดงแจ้งความ"อภิสิทธิ์-สุเทพ"สั่งฆ่าผู้อื่น

ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุมฯ แจ้งความดำเนินคดี"อภิสิทธิ์-สุเทพ"ฐานสั่งฆ่าผู้อื่น ขณะที่ค..โปรดคลิกเพื่ออ่านข่าวละเอียด.  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

26. สุเทพแถลงที่ ASTV ว่าแดงเป็นผู้ก่อการร้าย

 

 

ล่าสุด   สุเทพ เทือกสุบรรณ ยังเป็นรองนายกรัฐมนตรี และรับผิดชอบฝ่ายความมั่นคง ของประเทศอยู่ ภาพนี้ออกที่เอเอสทีวี ดึกคืนวันที่ 13 เม.ย.2553 แถลงว่าพวกเสื้อแดงคือผู้ก่อการร้าย ประเทศไทยถูกยึดครองโดยผู้ก่อการร้าย ขอให้ประชาชนออกมาช่วยกันขับไล่พวกก่อการร้าย  และด้วยการแถลงของ สุเทพ ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นมาอีก ตลอดคืน โดยได้มีกระแสการเข้าปราบปรามประชาชนขึ้นอีก ซึ่งถ้านับยกแล้ว รัฐบาลแพ้มา ยกแล้ว กำลังพยายามจะแก้ตัวอีก เป็นยกที่ บางทีรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะพลาดในเรื่องการบริหารจัดการบุคคลไปอีกครั้งหนึ่ง โดยเอาคนหัวเก่าที่สุด มาจัดการเรื่องความมั่นคง ซึ่งเป็นการใช้แนวคิดที่ผิดยุค จนกระทั่งเราก็ได้เคยชี้แนะเอาไว้ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ........   แกเป็นคนยุคไดโนเสาเต่าล้านปีจริง ๆ ...คนผิดยุค........... และมีเหลือมาเพียงไม่กี่ตัว   กำลังจะสูญพันธ์ ๆ สุดท้ายแล้ว ...........   เพราะอึดอัด นึกไม่ออกว่าแกจะปรับตัวอย่างไร   จึงจะอยู่ต่อไปได้ในยุคไฮเทกนี้.............. คำว่าความมั่นคง   มันไม่ใช่แบบที่คุณคิด .........   ไม่ใช่กองทหาร.......ไม่ใช่อาวุธ................. ไม่ใช่รถถัง..........ถ้าคุณคิดแบบนั้น มันผิดยุค......มันสิ้นเปลืองงบประมาณเหลือเกิน โดยไม่คุ้มค่า...และไม่เกิดความมั่นคงเลย .................. ยุคนี้   ความมั่นคงอยู่ที่การจัดการประชาชน ให้เขาเลื่อนไหลไปตามครรลองของสิทธิ....ผลประโยชน์.... การอาชีพ.........วิธีที่เขาได้เขาเสียอย่างไร......ให้เกิดความเป็นธรรม............ ซึ่งวิธีเหล่านี้แหละเรียกว่าครรลองประชาธิปไตย.......      เข้าใจหรือเปล่า???????? ซึ่งสุเทพ ทึบเกินกว่าจะเข้าใจและบริหารได้ จึงเกิดเหตุการณ์ 10 เม.ย.2553 อันเป็นเหตุของหายนะแก่รัฐบาลเขาเอง เมื่อได้ชื่อเต็มสมบูรณ์ว่ารัฐบาลทรราช รัฐบาลฆาตกร

 

เป็นเวลา 9 วันต่อมา ในวันที่ 21 เม.ย.2553 ภายหลังการออกวาทะของนายสุเทพ เทือกสุบรรณว่าพวกเสื้อแดงคือผู้ก่อการร้าย ประเทศไทยถูกยึดครองโดยผู้ก่อการร้าย ขอให้ประชาชนออกมาช่วยกันขับไล่พวกก่อการร้าย จนเป็นเหตุให้สถานการณ์ตึงขึ้นมาทันที สืบมาถึงปัจจุบันนี้ (พวกเอเอสทีวี ระดมกันยุยงส่งเสริมฝ่ายตรงข้ามเสื้อแดงกันใหญ่ โดยระดมกล่าวหาว่าพวกเสื้อแดงคิดการจะล้มจ้าวอีกต่อไปอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีสถาบันของรัฐให้การชำระความยุติธรรมแด่ฝ่ายที่ถูกกล่าวหา)   ได้มีข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา อันเป็นประเทศแบบอย่างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ โดยนางฮิลลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐอเมริการะบุสั้น ๆ เชิงเตือนสติฝ่ายรัฐบาลไทยว่า เหตุการณ์เสื้อแดงในประเทศไทยเป็นเรื่องการเมือง (แบบประชาธิปไตย) ประชาชนที่ออกมาประท้วงไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย และให้คำมั่นว่าการท่องเที่ยวในประเทศไทยมีความปลอดภัยสูง (Wattnews.21เม.ย.53 10.44.31) ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ จะต้องรับผิดชอบอย่างไร ก็เป็นสิ่งที่ประชาชนไทยจะต้องมองด้วยความเป็นธรรมและโดยการใช้พิจารณญาณบนพื้นฐานหลักการการปกครองของระบอบประชาธิปไตยเป็นหลักสำหรับการตัดสินใจด้วย   ซึ่งสำหรับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เราขอเน้นว่า ท่านจะต้องเข้าใจประเด็นของความมั่นคงให้ถูกต้องตามยุคสมัยเสียก่อน ขอเน้นว่า ความมั่นคงของยุคใหม่ ยุคที่ประชาชนมีเสรีภาพ มีภราดรภาพ และมีอำนาจการปกครองคนละ 1 เสียง ตามหลักความเสมอภาคสากลนั้น ความมั่นคงของชาติไม่ได้อยู่ที่ อำนาจ ไม่ใช่กองทหาร.......ไม่ใช่อาวุธ................. ไม่ใช่รถถัง..........ถ้าคุณคิดแบบนั้น มันผิดยุค......มันสิ้นเปลืองงบประมาณเหลือเกิน โดยไม่คุ้มค่า...และไม่เกิดความมั่นคงเลย .................. ยุคนี้   ความมั่นคงอยู่ที่การจัดการประชาชน ให้เขาเลื่อนไหลไปตามครรลองของสิทธิ....ผลประโยชน์.... การอาชีพ.........วิธีที่เขาได้เขาเสียอย่างไร......ให้เกิดความเป็นธรรม............ ซึ่งวิธีเหล่านี้แหละเรียกว่าครรลองประชาธิปไตย.......      เข้าใจหรือเปล่า???????? และวันนี้สิ่งที่รัฐบาลจะต้องหยุดเพื่อการไตร่ตรองให้รอบคอบ มีเหตุมีผลก็คือ ความต้องการของประชาชน พวกเขาเรียกร้องอะไร   และเพียงความพอใจในทฤษฎีที่ว่า เสียงประชาชนคือเสียงสวรรค์   เท่านั้นเอง ท่านก็จะสามารถตัดสินใจได้โดยง่ายดาย และ ประเทศคืนสู่ความสงบทันที.... โปรดเชื่อในประชาชน เชื่อในประชาธิปไตย

การพูดพล่อยจะต้องได้รับโทษ 

 

การกล่าวหาว่าคนอื่นเป็นผู้ก่อการร้าย นอกจากการพูดโดยพล่อยของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้เป็นถึงรองนายกรัฐมนตรี(ฝ่ายความมั่นคง)แล้ว นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศไทย ยังได้กล่าวในที่ประชุมต่างประเทศด้วย โดยพล่อย ๆ เช่นเดียวกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ โดยคิดเอาง่าย ๆ ว่าตนครองอำนาจขนาดนี้จะพูดจะคิดจะทำอะไรใครก็ได้ แต่ยุคสมัย ยุคเสรีชนประชาธิปไตย ไม่ได้อนุญาตเช่นนั้นแล้ว โปรดดูรายละเอียด การฟ้องร้องข้อหาหมิ่นประมาทของนายกษิต ภิรมย์ จะรอดโทษานุโทษได้อย่างไรโปรดคลิกไปดูรายละเอียด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

D.   ภาคพิเศษ

 

 

27.  ทำไมมาร์ควี11  จึงต้องขอโทษนายกรัฐมนตรี ???

 

มาร์ค วี 11  วิทวัส เท้าคำลือ   วัย 17 ปี  เขาออกเฟซบุ๊ค ของเขาเอง แล้ววิจารณ์การเมือง  โดยวิจารณ์นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่า ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  และ  เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง      .....    มาร์ค วี 11 ควรได้รับคำสรรเสริญ ว่าเป็นตัวอย่างของประชาชนยุคบุกเบิกประชาธิปไตย  ....  เขาควรได้รับคำชมเชย   แม้จากตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี ด้วยซ้ำ   ...เขานี่แหละเสรีชน  ประชาธิปไตย  โดยธรรมชาติที่แท้จริง    และเราต้องการคนแบบนี้ในสังคมประชาธิปไตย     แต่ทำไมมองว่า  เขากระทำผิดล่ะ ?????  และทำไมนายอภิสิทธิ์  หรือ  นายมาร์ค  จึงมองว่าเขาควรขอโทษตน  ??

 

  • ผู้ตั้ง กระทู้ สุพร อ่อนราย :: วันที่ลงประกาศ 2010-07-15 13:10:55

 

 

ความเห็นที่ 1 (3219399)  

 

ก็ยุคเผด็จการไงครับ    และตัวโง่ไม่รู้็จักประชาธิปไตยมีเต็มแผ่นดิน   

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายประชาธิปไตย วันที่ตอบ 2010-07-15 13:16:56

 

 

ความเห็นที่ 2 (3219453)

 

แล้วคุณพ่อเขา นายวทัญญู เท้าคำลือ  ยังไปบอก ไอซีที อีกว่า อย่าให้เยาวชนมายุ่งเกี่ยวการเมือง  อะไรทำนองนี้   ...    ก็ไปกันใหญ่   เพราะที่จริงแล้ว  เราต้องให้เยาวชนรู้จักการแสดงออกทางการเมือง ตั้งแต่เด็ก ๆ  เพราะ  การเมืองคือ ความคิด ครับ     การเมืองคือความคิด      ไม่เห็นครอบครัวฝรั่งหรือ     ลูก ๆ ก็ถือว่าตนมีสิทธิ์คิด  ทำ  กินอะไร วันหนึ่ง ๆ  หากขัดแย้งกันก็ลงคะแนนเสียง   ฝ่ายได้เสียงมากกว่าก็ชนะ

 

ตัวอย่างเช่น  พ่อเสนอเมนูอาหารเย็นขึ้นมา  แม่ไม่ชอบ ไม่เอาด้วย   พ่อก็ไปขอเสียงสนับสนุนจากลูก ๆ  ลูก ๆ ก็ยกมือให้พ่อ  พ่อก็ชนะ  แม่ก็ยอม   เป็นต้น  หัดดูหนังฝรั่งแล้วสังเกตหน่อยว่าเขาแทรกเรื่องประชาธิปไตยเอาไว้ให้คนใน สังคมด้อยพัฒนาดู เรียนรู้       นี่แหละ   การเมือง .....ส่วนครอบครัวไทยก็มีอย่างเดียวคือ  ต้องแล้วแต่พ่อกับแม่   ลูก ๆ  ห้ามเปิดปากโต้แย้ง.......   ครอบครัวไทย  เด็กไทย  ก็เลยเสียเวลา เสียโอกาสเรียนรู้ สร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยมาแต่เด็ก ๆ     วันนี้ มีผู้ใหญ่จำนวนมาก ที่เห็นว่าเด็ก ๆ ไม่ควรมีความคิดหรืออย่าคิดในเรื่องที่ผู้ใหญ่คิด  เด็กต้องคิดในเรื่องของเด็ก  คือคอยทำตามพ่อแม่  เชื่อฟังพ่อแม่  ครูบาอาจารย์  ห้ามกระดุกกระดิก  ..อย่างเดียว   ....   แต่ในขณะเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการก็ได้ตั้งเป้าหมายการพัฒนาเด็กไว้ให้มีเรื่อง    คิดเป็น    วิเคราะห์เป็น   เป็นเป้าหมายหลักอยู่ด้วย 

 

คือคนไทยสับสน    ไงครับ       อยากให้เด็กคิดเป็นวิเคราะห์เป็น  ซึ่งจะนำไปสู่ประชาธิปไตย  นั่นเอง   แต่พอเด็กคิดออกมาดัง ๆ   ตามสิทธิ อิสรภาพ  ตามธรรมชาติที่จริงใจของเขา    กลับไปตำหนิโทษเขา    เช่นกรณี มาร์ควี11  นี่แหละครับ      ............    และนายกรัฐมนตรีก็เห็นว่าควรมาขอโทษตน   ......      ก็เลยแสดงว่านายกรัฐมนตรีก็ไม่รู้ไม่เข้าใจประชาธิปไตยเหมือนกัน   การจะสร้างสรรค์ประชาธิปไตยจะต้องทำอย่างไร  ?      ขนาดเป็นผู้นำยังเงอ ะ ๆ งะ ๆ เช่นนี้แล้ว    ก็นับว่าเป็นอุปสรรคแรงของการเป็นประชาธิปไตย.....   ซึ่งนี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งของชาวเหนือและอีสาน ที่มาไล่นายกรัฐมนตรี    ที่อยากจะขอร้องนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์  ให้ลาออกไปเสีย   ไปไกล ๆ  ต่างประเทศนู้น    แต่นายกหนีไหม ?   เปล่า  กลับเอาทหารมาล้อมฆ่าเสียอีกเกือบร้อยศพ   ประชาชน ผู้ใหญ่ เยาวชน เขาจะสร้างประชาธิปไตยกัน ขวางคนเช่นคุณอภิสิทธิ์นี้แหละอยู่   เลยไม่ก้าวหน้าไปหน   

 

 

อีกหน่อยจะมีคนหลายกลุ่มหลายรุ่นหลายวัยออกมาขับไล่ยิ่งกว่าวันนี้   เชื่อสิ      เพราะคนต้องการประชาธิปไตย   นั่นคือ  คนต้องการคิด  และคิด  และคิด   การเมืองคือความคิด   คุณจะไปห้ามความคิด  ไม่ได้   ในเมื่อห้ามความคิดไม่ได้  นั่นแหละจะไห้ามคนไม่ให้แสดงออกทางการเมืองไม่ได้   นี่คือครรลองประชาธิปไตย    คุณต้องปล่อยให้เป็นไปตามครรลองของมัน

 

  • ผู้ แสดงความคิดเห็น ฉันทิช ศิลาวงศ์ วันที่ตอบ 2010-07-15 14:21:55

 

 

ความเห็นที่ 3 (3219679)    

 

สำหรับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  ก็รู้อยู่ว่า  ตั้งแต่มาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  จนถึงปัจจุบัน    ไม่มีการแสดงออกมาให้เห็นเลยว่า  จะเป็นผู้นำสร้างประชาธิปไตยไทยไปได้    ประการแรก  เขาไม่มีสปิริตพอ     เขาไม่เคยรู้จักคำว่า  ขอแสดงความยินดีด้วย   กับพรรคที่ชนะการเลือกตั้ง    ซึ่งเป็นการเสียมารยาทอย่างร้ายแรงในระบอบประชาธิปไตย   เมื่อเขาเป็นนายกรัฐมนตรี   เขาโขมยนโยบายของพรรคการเมืองอื่นไปแปรรูปจัดทำเป็นนโยบายของพรรคตน อย่างหน้าตาเฉย   ไม่รู้สึกละอายใจเลยแม้แต่น้อย (แม้ว่ามีคนอดสูละอายใจแทนจริง ๆ)        ก็เพราะเขาไม่เข้าใจนั่นเอง   เขาไม่เข้าใจว่า นโยบายที่พรรคไทยรักไทยทำขึ้น  ชนะใจประชาชนนั้น  เขาออกแรงทำงานสำรวจ วิจัยประชาชนมาอย่างเหน็ดเหนื่อย    ไม่ใช่นั่งนึกทางในเอาเหมือนพรรคประชาธิปัตย์   ฉะนั้น  แท้จริงนโยบายนั้นควรเป็นของที่มีลิขสิทธิ์ ใครจะลอกเลียนไปใช้ไม่ได้   แต่นายอภิสิทธิ์ลอกไปหน้าตาเฉยเลย ......   นี่คือสปิริตของนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 27 ที่ไม่พอสำหรับการจะเป็นแบบอย่างเพื่อประชาธิปไตย     เมื่อมาถูกเด็กอย่างมาร์ค วี 11 วิจารณ์เอาตรง ๆ  แทนที่จะพอใจ  และประคับประคองให้เด็กเดินไปทางนี้ที่ถูกแล้ว   กลับไปออกท่าทีว่า อย่างนี้เป็นสิ่งที่ผิด....  แบบนี้ใช้ไม่ได้     เราจึงอยากให้อภิสิทธิ์ไปเสีย     เหตุผลของเราเสรีชนก็คือ  เขาไร้ความสามารถ......ไร้จินตนาการของประชาธิปไตยโดยสิ้นเชิง

 

ยังไม่เห็นอยู่หรือ ????   เขาสั่งการฆ่าประชาชน เกือบร้อยศพ ที่ราชประสงค์    นั่นแสดงวิสัยทัศน์ประชาธิปไตยหรืออย่างไร ?????   เขาไม่รู้สึกในการที่ลูกน้องของเขาทำการน่าอับอายอดสูหลายอย่างหลายประการ  เช่น  ทหารเลวไปล้อมวัด ทำบาป  ฆ่าประชาชนในเขตวัดวาอาราม   ตายไปชัด ๆ   6 ศพ  มีประชาชนในวัดขณะนั้นนับร้อยนับพันคนเห็น  .....เป็นพยานได้   แล้วยังทำเฉยอยู่ได้.....   คนไม่รู้จักประชาธิปไตยเลย เช่นนี้   อยู่ไปก็เสียประโยชน์ของชาติของประชาชน

 

คนคิดแบบนี้เยอะขึ้นทุกวัน    แล้วไม่รีบไปเสียก่อน.....

 

  • ผู้ แสดงความคิดเห็น นายประชาธิปไตย วันที่ตอบ 2010-07-15 20:04:25

 

 ความเห็นที่ 4 (3219739)   

 

 

ขอแสดงความเสียใจและเสียดายกับมาร์ควี 11 ที่ถอนตัวไปจากการแข่งขัน ถ้าดิฉันเป็นพ่อแม่ของเขา ดิฉันจะไม่ให้เขาถอนตัวจากการแข่งขันเด็ดขาด ไม่ใช่เพราะอยากจะชนะคะคานใน สนามแข่งขัน แต่สิ่งที่เป็นเป้าหมายอันแท้จริงก็คือ การต่อสู้ทางความคิด เป็นการต่อสู้ทางวิชาการเป็นประชาธิปไตย ในเมื่อมาร์ควี11 เขาเขียนวิจารณ์นายกรมต.อย่างตรงไปตรงมา  ด้วย เจตนาบริสุทธิ์ที่ต้องการเตือนผู้นำประเทศว่าได้บริหารงานผิดพลาดล้ม เหลว ควรลาออกไปไม่เหมาะสมกับงานใหญ่เช่นนี้ นับเป็นสิ่งถูกต้องและเป็นความกล้าหาญที่ประชาชนคนหนึ่งจะสะท้อนความคิดเห็น และปัญหาให้รัฐบาลได้ทราบ  เพราะถ้าประชาชนปล่อยปละ ละเลยจะยิ่งทำให้ประโยชน์อย่างใหญ่หลวงของประเทศ เสียหาย ประชาชนของประเทศประชาธิปไตยเขาก็วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลได้ทั้งนั้น เรียกร้องให้ลาออกยังได้เลย การที่ผู้ปกครองของมาร์ควี 11 บอกให้ลูกเป็นฝ่ายล่าถอย  เท่ากับว่าพ่อแม่ของเขายอมให้ลูกพ่ายแพ้ไม่กล้าต่อสู้กับความถูกต้องชอบ ธรรม  นับ เป็นสิ่งที่เจ็บปวดในชีวิตของเขา ต่อไปจะทำให้เขาลังเลกลัว ไม่มั่นใจกับการทำในสิ่งที่ถูกต้อง ที่สำคัญนายกควรจะรู้ว่าตนเองเป็นผู้นำ ประเทศ เป็นผู้ใหญ่ที่ต้องมีสปริต หากประชาชนเขาวิจารณ์ก็ต้องใจกว้างน้อมรับ แม้จะหนักไปบ้างก็ต้องให้อภัย อย่าลืมมีผู้ใหญ่จำนวนมากที่เขามองว่างานนี้ผู้ใหญ่ใจแคบ ใช้กระแสสังคมกดดันเด็กแล้วจะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้อย่างไร ความมั่นคงของประเทศชาติเป็นสิ่งยิ่งใหญ่มากเป็นชีวิตของคนทั้งประเทศ  จะ ปล่อยให้รัฐบาลลองผิดลองถูกได้อย่างไร ประชาชนเขาเห็นไม่เข้าท่าก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ กลับไปเห็นหน้าตาตนเองสำคัญกว่า อนิจจาน่าสงสารประเทศไทยจะไปรอดหรือนี่

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น กระจกเงา วันที่ตอบ 2010-07-15 22:03:53

 

 

 

ความเห็นที่ 5 (3219748)    

 

เสรีภาพ ในการแสดงออกทางความคิดของมนุษย์นี่ สำคัญมากนะ เป็นชีวิตจิตวิญญาณเขาเลยทีเดียว บางคนเขายอมติดคุกติดตะรางเพื่อให้จิตวิญญาณของเขามีอิสรภาพ ไม่ยอมจำนนต่อความอยุติธรรม ไม่ยอมจำนนต่ออธรรม และแม้เขาจะเพลี่ยงพล้ำไปบ้าง  แต่หัวใจของเขาก็ไม่ เคยยอมแพ้ ยังเป็นนักสู้ สู้เพื่อชัยชนะ เพื่อศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ดูตัวอย่างนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยหลายคน บางคนตัวตายไปแล้วแต่ชื่อของเขายังอยู่ในหัวใจของเพื่อนร่วมอุดมการณ์ อย่างจิต ภูมิศักดิ์ อย่างเตียง  ศิริขันธ์ อย่างเสแดง ฯลฯ แม้วิญญาณจะถูกพรากไป แต่เชื่อได้เลยว่าเขาภาคภูมิใจในการตายอย่างวีรบุรุษที่ไม่ยอมก้มหัวให้ อธรรม คนที่ยังอยู่เขาก็ยังสู้ต่อไป สู้ตั้งแต่เขายังเป็นเยาวชนคนหนุ่มสาว มาจนหลายคนเริ่มแก่ชรา แต่หัวใจนักสู้ของเขาก็ยังยืนหยัด ตราบใดที่หัวใจไม่ยอมแพ้นั่นแหละคือชัยชนะ ที่ศัตรูอย่างเผด็จการทรราชย์ต้องครั่นคร้าม

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น พิราบขาว วันที่ตอบ 2010-07-15 22:34:23

 

 

 

ความเห็นที่ 6 (3220022)   

 

ดูในวีดิโอข่าว เห็นพ่อและแม่ของ มาร์ควี 11  นายวทัญญู  เท้าบุญลือกับเมีย ออกข่าวหน้าบาน เลย  ภูมิใจในเรื่องอะไร ไม่ทราบ ???   ถ้าในเรื่องที่ได้ประจบนายกรัฐมนตรีแล้วก็  น่าเสียใจจริง ๆ    ในเมื่อคุณควรจะภูมิใจในการกล้าแสดงออกของบุตร  และหนุนเขาไปทางนั้น  เราคิดว่าโรงเรียน พรินส์ รอยัล ก็คงจะภูมิใจในศิษย์ของเขา ในแง่กล้าแสดงออกซึ่งสปิริตของประชาธิปไตยตั้งแต่เด็ก ๆ นี่แหละ   ไม่ใช่ไปประจบนายกรัฐมนตรี  และไปลาออกจากการแข่งขันเสีย   น่าจะบอกเขาว่า

 

 

"ลูกเก่งนะ  เก่งจริง ๆ   .....   แต่ลูกควรคิดให้รอบคอบหน่อยว่า  ลูกจะไปกระทบสิทธิของคนอื่นเขาอย่างไร  ......   แต่เรื่องนี้  พ่อแม่ดูแล้ว  ลูกของพ่อแม่ทำถูกทุกอย่าง....  ไม่มีตรงไหนเลยที่ลูกไปทำละเมิดสิทธิคนอื่น....  แม้กระทั่งตัวนายกรัฐมนตรี    เพราะนายกรัฐมนตรีอยู่ในตำแหน่งการเมือง  ......  และการเมืองในระบอบที่ประชาชนเป็นประชาธิปไตย...ซึ่งนักการเมืองย่อมรับใช้ ฟังเสียงประชาชนอยู่แล้ว.....  ถ้าเขาเป็นประชาธิปไตย  เขาจะไม่นึกตำหนิลูกเลย   แต่เขาจะต้องฟังลูก   ลูกคนตัวเล็ก ๆ  นี่แหละ นายกรัฐมนตรีจะต้องรับฟัง  .....   แต่นี่   เขาเป็นเผด็จการนะลูกนะ.....ปกติเผด็จการจะไม่ชอบการแสดงออกเช่นนี้เสมอ  ลูกควรรู้ไว้  และรอบรู้ทั้งทางดีทางร้ายของการเมือง   เขาจึงไม่พอใจ เป็นธรรมดา   แต่ลูกต้องเข้าใจว่าลูกทำถูกอย่างไร ในระบอบประชาธิปไตย    ก็ขอให้ลูกเดินต่อไปในอุดมการณ์ อย่างรู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหางหน่อยนะลูกนะ   .....  พ่อแม่เชียร์ให้ลูกเดินไป  ในเส้นทางอิสระเสรีภาพ ที่ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น   ที่ลูกได้ทำไปในวันนี้  ดีแล้ว   ลูกของพ่อแม่ทำดี  เก่งมาก ๆ  ลูก...และลูกจงทำต่อไป....พ่อและแม่จะเชียร์และให้คำปรึกษาและร่วมทุกข์ร่วม สุขกับลูกไปจนกว่าจะสำเร็จอุดมการณ์...."

 

 

ควรจะเป็นอย่างนี้ซี  ..........

 

 

  • ผู้ แสดงความคิดเห็น นายประชาธิปไตย วันที่ตอบ 2010-07-16 13:10:23

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

28.  ยาก 10 อย่าง  
ทำไมเราจึงเข้าข้างฝ่ายเสื้อแดง

ถึงโคตรเหง้าไทย 100%-คนไทยคนหนึ่ง

โคตรเหง้าไทย 100% ถึง คนไทยคนหนึ่ง

ยาก 10 อย่าง

 

เราได้รับทราบ.....

 

ความเห็นที่ 5 (2030174)

เว็บไซต์นี้ตั้งใจทำให้คนมืดเป็นสว่างจริงหรือ

 

ตอนแรก นึกว่าเป็นเว็บไซต์เผยแผ่คำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างเดียว แต่ทำไมถึงได้มีข่าวจากเสื้อแดงด้วย หากสนับสนุนกลุ่มแดงที่เรียกร้องประชาธิปไตย ทำไมถึงไม่นำเสนอข่าวทั้งสองด้านล่ะ และคำพูดที่ใช้ในการรายงานข่าวก็แสดงให้เห็นถึงทัศนคติที่เอนเอียงไปทางใด ทางหนึ่งอยู่แล้ว แล้วอย่างนี้จะเรียกว่าเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร

 

มีข้อ เสนอแนะว่าหากอยากทำเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย น่าจะเอาข่าวที่นำเสนอเรื่องเดียวกันจากหลายๆ แหล่งมาลงซะ แล้วให้ผู้อ่านเป็นคนตัดสินใจเองว่าเขาคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนั้นๆ นะ จะดูดีกว่านี้เยอะเลย…..คนไทยคนหนึ่ง

 

 

เราขอชื่นชม ท่านผู้ตั้งคำถามในนาม คนไทยคนหนึ่ง ใน ความเห็นที่ 5 เข้ามา   เรามองว่าท่านเป็นวิญญูชนคนหนึ่ง    เราทราบในความจริงใจของท่าน.. เราจะไม่โต้แย้งท่านเลย . เพียงแต่เราขอบอกหน่อยว่า

 

1.        เป็นการยากที่จะบอกใคร ๆ ว่า เรามุ่งไปเส้นทางเดียวเท่านั้น(only one way) คือเส้นทางที่ถูกต้อง(right way) ที่มีความสว่างอยู่เบื้องหน้า และเส้นทางนั้นมีท่านผู้รู้ชี้บอกไว้แล้ว และเราวิเคราะห์ด้วยตนเองแล้วทราบว่าเป็นจริง เรารู้เส้นทางทุกเส้นทาง แต่เส้นทางที่นำไปสู่ความมืด เราย่อมไม่เดินไป การที่ตั้งใจทำให้คนมืดเป็นสว่าง จึงเป็นการยากจริง ๆ

 

2.        เป็นการยากที่จะบอกใคร ๆ ว่า เราปฏิเสธเส้นทางที่ผิด (wrong way)เส้นทางที่พาเราไปสู่หมู่โจร(to thieves)   เราจะไม่เดินไปในเส้นทางที่ผิด อย่างเด็ดขาด แม้จะใช้อาวุธบังคับให้ไปก็ไม่ไป   ฉะนั้นเป็นการยากที่จะไม่ให้ใคร ๆ คิดว่า เราเอนเอียง แต่เราหวังว่ากาลเวลาจะเป็นสิ่งที่พิศูจน์ ดังสุภาษิตจีนดั้งเดิมกล่าวเอาไว้ว่า   ระยะทางพิศูจน์ม้า กาลเวลาพิศูจน์คน   นั่นอย่างไร

 

3.         เป็นการยากที่จะบอกใคร ๆ ว่า ศาสนา สาระของศาสนาทั้งหมด แท้ที่จริงคือเรื่องราวของสังคมทั้งหมดนั่นเอง   ศาสนามิได้แยกออกไปอยู่โดดเดี่ยวจากสังคม    แต่อยู่ในสังคม ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับสังคม ท่านลองคิดตรรกกะนี้ดู ถ้าศาสนาไม่เป็นประโยชน์ต่อคน ต่อประชาชน ต่อสังคมแล้วศาสนาจะมีไว้เพื่ออะไร?

 

4.         เป็นการยากที่จะบอกใคร ๆ ว่า ทำไมถึงได้มีข่าวจากเสื้อแดงด้วย     แต่เป็นการง่ายที่จะบอกว่า เพราะเสื้อแดงได้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และเราเห็นว่า ประชาธิปไตยนี่แหละเป็นเส้นทางที่ถูกต้องของสังคมไทย

 

5.        เป็นการยากที่จะบอกคนไทยทั่ว ๆ ไป ผู้ได้ชื่อว่านับถือพระพุทธศาสนา ว่าสาระที่แท้จริงของประชาธิปไตยนั้นมาจากสาระคำสอนส่วนแก่นแท้ของพระพุทธ ศาสนาอย่างแท้จริง   เริ่มจาก   ความเป็นมนุษย์    และ ในหลักการของ เสรีภาพ(Freedom)   ความเสมอภาค(Equality)   และภราดรภาพ (Fraternity)    ซึ่งนี่คือหลักการอันสูงสุดของพระพุทธศาสนา   ยากเพราะไทยพุทธ ประกอบด้วยความอิจฉาริษยามาก

 

6.         เป็นการยากที่จะบอกคนไทยทั่ว ๆ ไปว่า แท้จริงประเทศประชาธิปไตยในตะวันตกและอเมริกา นั่นคือพุทธศาสนิกชนที่แท้จริง   ที่ได้ประโยชน์จากพระพุทธศาสนาส่วนแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง จริง ๆ ในเรื่องการเลือกวิธีการปกครองตามหลักการพระพุทธศาสนา คือประชาธิปไตย นี้   ยากที่ชาวพุทธไทยจะเชื่อได้ จริง ๆ    เพราะพวกเขาเป็นชาวพุทธแต่เพียงในทะเบียนสัมมะโนครัว (ท่านปัญญานันทะภิกขุ พูดประโยคนี้ไว้ก่อนแล้ว)      ท่านหมายถึงสติปัญญาน้อยเกินกว่าจะเข้าใจแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา

 

7.          เป็นการยากที่จะบอกคนไทยทั่ว ๆ ไปว่า แท้จริงพระพุทธศาสนธรรมได้แผ่ผายออกไปทั่วโลกอย่างไม่เคยมีมาก่อน จากหลักการว่าด้วยประชาธิปไตย นี่อง     โลกที่เป็นประชาธิปไตย ละไปแล้วจากการคิดพึ่งพาเทพเจ้า จากที่เคยถูกปกครองโดยคณะผู้แทนเทพเจ้าบนโลกมนุษย์เดิมในยุโรปอเมริกา มาเป็นคณะผู้ปกครองตนเอง จากตัวแทนของมนุษย์ ตัวแทนของปวงประชาชนทั่วประเทศ ตามหลักความเสมอภาค(Equality)    มนุษย์สร้างโลกขึ้นเองด้วยมือทั้งสองของมนุษย์ พวกเขาไม่ยอมให้พระเจ้าสร้างให้พวกเขาอีกแล้ว(เพราะแท้จริง พระเจ้านั้นคือความหลอกลวง สิ่งที่เป็นจริงคือมนุษย์ และพิศูจน์ได้โดยวิทยาศาสตร์ และประชาธิปไตยเป็นวิทยาศาสตร์)  

 

8.        เป็นการยากที่จะทำให้ใคร ๆ ได้รู้ซึ่งความถูกทาง(right way)และความผิดทาง(wrong way)    ธรรมะ หรือ อธรรม   เพราะคนปนเปกันอยู่ทั่วไป ผสมผสานกันไปหมด ระหว่างคนดี คนชั่ว ซึ่งอธิบายได้ว่า มนุษย์ต่างมีความคิดแตกต่างกันไปหลายหลากมากมาย และธรรมชาติของมนุษย์นั้น ต่างก็มีความเห็นแก่ตัว(selfish) พวกเขาหลงไปตามความได้ ความดี ความเป็นประโยชน์เฉพาะตน พวกของตนเป็นหลัก พวกเขาจึงยากที่จะรู้จักทางที่ถูกและทางที่ผิด หรือแม้เขารู้ พวกเขาก็ยากที่จะทำตามที่รู้ เพราะมีความเห็นแก่ตัว จึงจำเป็นต้องมีระบบการปกครองที่ถูกต้อง และเป็นธรรม ขึ้นมาจัดการความเป็นไปของมนุษย์ที่เห็นแก่ตัว และบัดนี้ มี ประชาธิปไตย ที่ถอดออกมาจากหลักการของพระพุทธศาสนา   แต่ก็เป็นการยากที่จะให้คนทั้งหลายเข้าใจตามดังกล่าวมานี้

 

9.        เป็นการยากที่จะบอกใคร ๆ ว่า ประชาธิปไตยโลก ยังคงต้องการการพัฒนาไปอีกไกล เพื่อบรรลุอุดมการณ์สูงสุด ตามหลักการประชาธิปไตยที่แท้จริง

 

10.       เป็นการยากที่เราจะอาศัยเพียงคนหนึ่งคนเดียว เพื่อการอธิบายเผยแผ่ประชาธิปไตยที่ถูกต้อง 

 

ด้วยความยากทั้ง 10 ประการนี้ จึงมี http://www.newworldbelieve.net ขึ้นมา โดยที่เราไม่คิดว่าเป็นการยากที่ท่านทั้งหลายจะเข้ามา และเสวนาหาความจริงกัน ณ ที่นี้   และเราเป็นสิ่งที่ http://www.newworldbelieve.net ได้เป็นมา กำลังเป็นอยู่ และจะเป็นไปแบบนี้ทำนองนี้ในอนาคต โปรดมาศึกษาเพื่อที่จะเป็นแบบเดียวกับเราก็ได้ หรือไม่เป็นแบบเดียวกับเราก็ได้.....แล้วแต่ประโยชน์...ที่อยากจะเอาจะ ได้....

 

            บุษบา บุญเสฏฐ์

            อรบุศป์ ละอองธรรม

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น บุษบา บุญเสฏฐ์ (newworldbelieve-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-04-30 09:52:31

 

 

 

29.   ความเห็นที่  15

ตอบตรงคนไทยคนหนึ่ง

 

 

อยากจะขอตอบคุณความเห็นที่ 5 ผู้ใช้นามว่า  คนไทยคนหนึ่ง ให้ชัด ๆ สักหน่อย ที่ถามว่า

 

"เวบไซต์นี้ตั้งใจทำให้คนมืดเป็นสว่างจริงหรือ

 

ตอน แรกนึกว่าเป็นเว็บไซต์เผยแผ่คำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างเดียว แต่ทำไมถึงได้มีข่าวจากเสื้อแดงด้วย หากสนับสนุนกลุ่มแดงที่เรียกร้องประชาธิปไตย ทำไมถึงไม่นำเสนอข่าวทั้งสองด้านล่ะ และคำพูดที่ใช้ในการรายงานข่าวก็แสดงให้เห็นถึงทัศนคติที่เอนเอียงไปทางใด ทางหนึ่งอยู่แล้ว แล้วอย่างนี้จะเรียกว่าเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร

 

มี ข้อเสนอแนะว่าหากอยากทำเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย น่าจะเอาข่าวที่นำเสนอเรื่องเดียวกันจากหลายๆ แหล่งมาลงซะ แล้วให้ผู้อ่านเป็นคนตัดสินใจเองว่าเขาคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนั้นๆ นะ จะดูดีกว่านี้เยอะเลย"

 

1.     ทำไมถึงได้มีข่าวคนเสื้อแดงด้วย    ก็เพราะเสื้อแดงเป็นพวกเดียวกับเราอย่างไร  เราคือเสื้อแดง  มันผิดตรงไหน ในประเทศที่เป็นเสรีชน  ไม่ใช่ทาส   ไม่น่าถามเลย   และแดงเขาต่อสู้เพื่อประชาชนทั้งชาติ  นั่นคือสู้เพื่อประชาธิปไตย   ขณะนี้มีโจรปล้นประชาธิปไตย และตั้งตนเป็นนาย  สั่งการปกครองประเทศตามอำเภอใจ กดขี่ กดหัวประชาชนลงอย่างทาส  คุณไม่ร่วมต่อสู้กับเรา  กับแดงทั้งแผ่นดินแล้วคุณจะไปร่วมต่อสู้กับใครล่ะ?????

 

2.      ทำไมถึงไม่เสนอข่าวทั้งสองด้านล่ะ?    ก็เพราะข่าวอีกด้านเป็นเรื่องราวการโฆษณาชวนเชื่อ ข่าวเท็จ  ข่าวปลุกระดม  จะเอามาเป็นข่าวทำไม  เราไม่โง่นี่  ที่จะหลงเชื่อข่าวไม่มีมูล แล้วเอามากระพือ   กลายเป็น เครื่องมือของทรราช  อมาตยาธิปไตยไป  เช่น เรื่องการโฆษณาของ เอเอสทีวี กับคณะนายเจ๊กลิ้ม สนธิ ลิ้มทองกุลนี่  เราไม่เอามาลงหรอก  เชื่อถือไม่ได้เลย  หรือ เรื่องราวที่  นายเจิมศักดิ์  ปิ่นทอง  นายอะไรที่เขาว่าเป็นกะเทยน่ะ  อ๋อ นายเสรี  วงศ์มณฑา  น่ะ   ไม่เอามาเสนอให้เสียสถาบันของเราหรอก  ฉะนั้น  เราเสนอข่าวทุกด้าน ที่เป็นสาระ  เป็นความจริง  เราไม่เอามาเสนอเฉพาะข่าวไม่เป็นสาระ  ข่าวที่โกหกพกลม  ดังกล่าว  นี่แหละไม่ทำให้ประชาชนสับสน  เรายืนยันที่จะเป็นสถาบันข่าวที่เสนอแต่ความจริง    อะไรที่เป็นความเท็จ เราไม่เสนอ    แล้วเมื่ออีกด้านเป็นเรื่องเท็จ  เราจะเอามาเสนอทำไม  คุณถามโง่ ๆ หรือเปล่า?????

 

3.      ว่าเราใช้คำพูดที่เอนเอียง   ก็บอกแล้วไง เราเป็นแดง   เพื่อประชาธิปไตย   เราไม่ใช่ทรราช  ไม่ใช่พวกทรราช  เราก็เอนเอียงเข้าพวกเรา  ยืนยันว่าพวกเรา แดงเพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น   ทรราช อมาตยาธิปไตย  นอกจากเราไม่เอนเอียงเข้าด้วยแล้ว เรายังต้องขจัดไปอีก  คุณนี่โง่จริง ๆ   จะให้เราเอนเอียงไปเข้ากะพวกโจรได้อย่างไร ????  เราก็เอนเอียงไปเข้ากับตำรวจ เข้าพวกดี ๆ  เท่านั้น   จะเอนไปเข้าพวกโจรทำไม ????   หรือตัวคุณเป็นเช่นนั้น ????   และเราเอนเอียงไปตามเหตุผล  ไม่ใช่ไร้สาระ  คุณถ่างตาดูเหตุและผลให้ดีหน่อย เปิดสมองให้กว้างและลุ่มลึก  ใช้เฮดหน่อย

 

4.     อย่างนี้จะเรียกว่าประชาธิปไตยได้อย่างไร ?    อย่างนี้แหละเรียกว่าประชาธิปไตย  คืออยู่ตรงข้ามพวกทรราช ที่ปล้นประชาธิปไตยไปจากประชาชน   อยู่คนละพวกกับพวกโจรที่ปล้นประชาธิปไตย   นี่แหละประชาธิปไตย   และนอกจากนั้นยังต้องไล่พวกโจรไปอีก  ภาระหน้าที่ของประชาชนคือไล่ทรราช ไล่โจรปล้นประชาธิปไตย  คืนอำนาจให้ประชาชน   นี่แหละ ประชาธิปไตย   คุณทำอย่างนี้หรือไม่เล่า  มิน่าถึงไม่รู้จักประชาธิปไตย  ไม่รู้อะไรเลย ????        มาต่อสู้เพื่อเอาประชาธิปไตยคืนมาร่วมกับพวกแดงสิ   แดง มิใช่คอมมิวนิสต์  นั่นมันหมดยุคไปแล้ว  แต่แดงที่นี่คือแดงเพื่อประชาธิปไตย   ขับไล่ทรราช อมาตยาธิปไตย  แล้วเสรีภาพ  ภราดรภาพ  และ ความเสมอภาค  จึงจะกลับคืนมา   ประชาชนในโลกเสรี  เขาต้องการเช่นนี้กันทั้งนั้น....ไปนอนคิดดูทุกวัน ๆ นะครับ   จะได้เข้าใจ...

 

5.     ประชาธิปไตย ไม่ใช่อย่างที่คุณคิด    คุณยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร  ควรเรียนรู้ไปอีกสักหน่อย  ถึงเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หลักการปกครองของประชาชน  อำนาจของประชาชนตามหลัก Equality  และเรื่อง  การปลดปล่อยสังคมทาสไปเสียอย่างสมบูรณ์ในโลกยุคใหม่ ไม่งั้นประเทศชาติก็มีแต่จะล้าหลังเขาไปทุกที  ตามเขาไม่ทันแน่ ๆ     เพราะสังคมทาสนั้นหมายถึงการมีระบอบการปกครองแบบเผด็จการ  และอมาตยาธิปไตยที่กดขี่  ปิดหูปิดตาประชาชน  กดข่ม  ซึ่งขณะนี้กำลังย้อนกลับมาสู่สังคมไทยอีกครั้งหนึ่ง   แล้วคนเสื้อแดงจะยอมไม่ได้เด็ดขาด 

 

6.   และที่สำคัญก็คือ   ดำรงปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว  ที่ทรงตรัสว่า   ทรงสละพระราชอำนาจของพระองค์ให้ประชาชนทั้งปวง  ไม่ใช่ให้บุคคลใด หรือคณะบุคคลใดหนึ่ง    คุณคิดดูขณะนี้มีคณะบุคคลซึ่งเป็นคณะทรราช อมาตยาธิปไตย ขึ้นครองอำนาจแทนพระมหากษัตริย์แล้ว  เห็น ๆ อยู่   นี่เป็นการทรยศ  จึงเรียกได้ว่าทรราช  รัฐบาลทรราช  รัฐบาลเผด็จการ  และประชาชนต้องมาช่วยกัน  และเป็นแดงทั้งแผ่นดินต่อไป    จนกว่าประชาธิปไตยจะกลับคืนมา    และถ้าเราเชื่อในประชาชน  เราย่อมชนะ  ไม่มีวันพ่ายแพ้อย่างเด็ดขาด 

 

  • แดง  ประชาธิปไตย

            28 มิ.ย. 2553

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

30.  ศอฉ.มีอำนาจจับพระสึกได้จริงหรือ ?
กรณีพระสงฆ์ถูกจับสึก 19 พ.ค.2553

 

 

กระทู้   เรียน ผู้รู้ ช่วยตอบให้คลายสงสัยด้วยเพราะมีภาพข่าวแพร่สะพัดว่า ศอฉ. จับพระสงฆ์ที่เข้าร่วมชุมนุมสึกและขังอยู่ในเรือนจำ พร้อมกันนี้ได้มีผู้สื่อข่าวไปสัมภาษณ์ ดร.อำนาจ  บัวศิริ ผอ.สำนักพุทธมณฑล และเลขาธิการมหาเถระสมาคม ...ให้สัมภาษณ์ว่ารัฐสามารถจับดำเนินการกับพระสงฆ์ได้ถ้าทำผิด พรก.ฉุกเฉิน ในฐานะที่ดิฉันเป็นชาวพุทธได้ศึกษาเกี่ยวกับพระธรรมวินัยมาพอสมควร พระสงฆ์ท่านไม่ได้ทำผิดพระวินัยร้ายแรง ทำไมมหาเถรสมาคมจึงไม่คุ้มครองสงฆ์ และใช้กระบวนการทางพระธรรมวินัยมาตัดสิน  แต่กลับปล่อยให้ฆราวาสมาจัดการพระดูไม่เหมาะสม ไม่แน่ใจว่าท่านทำผิดอะไร และเป็นการเสียหายต่อพระธรรมวินัย  ต่อสถาบันสงฆ์โดยรวม  เนื่องจากในหลักพระธรรมวินัยมีบทบัญญัติพิจารณาความผิดของสงฆ์ตั้งแต่เบาไป หาหนักและยึดหลักของเมตตาธรรม แต่ฆราวาสกลุ่มนี้ตัดสินโดยลุแก่อำนาจของโทสะ ที่สำคัญดิฉันได้อ่านข้อคิดเห็นที่คนจำนวนมากเข้าไปคุยในเว็ปบอร์ดในหลาย เว็ปไซต์ พากันด่าบริภาษพระสงฆ์เสียๆหายๆ จนน่าใจหายว่าพระพุทธศาสนาจะดำรงอยู่ได้อย่างไร ดิฉันไม่อยากให้ท่านตอบเฉพาะในเว็ปบอร์ด แต่อยากให้ท่านผู้รู้ได้สื่อสารถึงคณะสงฆ์และมหาเถรสมาคมด้วย  ว่าท่านเป็นสาวกของพระพุทธเจ้าต้องกล้าหาญที่จะปฏิบัติตามพระธรรมวินัย มิใช่ทำตามอำนาจรัฐที่มืดบอดไม่เห็นคุณของพระพุทธศาสนา 

 

 

  • ผู้ตั้งกระทู้ กระจกเงา :: วันที่ลงประกาศ 2010-06-07 00:14:47

 

 

 

ความเห็นที่ 1 (3202050)      

 

 

ไม่มีผู้รู้หรอกครับ  กระจกเงา    มีแต่กาฝาก   ถ้าให้สัมภาษณ์อย่างที่ว่า   ก็น่าจะปลดออกได้..............

 

คนในสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  แห่งจังหวัดก็ดี    ไม่มีความรู้อะไรหรอก  .   ฉวยโอกาสมาทำมาหากินเท่านั้นเอง......  เชื่อสิ.....

 

และเป็นยอดประจบประแจงที่สุดในหมู่คน    ปกติก็ประจบประแจงพระผู้ใหญ่  ....... 

 

บัดนี้  ดีชั่วไม่คำนึง      ประจบประแจง  ศอฉ.........   ก็เท่านั้น.......

  • ผู้แสดงความคิดเห็น ไพสิฏฐ์ คีตะวัน วันที่ตอบ 2010-06-07 23:01:41

 

 

ความเห็นที่ 2 (3202055)      

 

เลขาธิการ มหาเถรสมาคมจะต้องมีความรู้อย่างยิ่งเกี่ยวกับหลักตัดสินตามพระธรรมวินัย รวมไปถึงพระผู้ใหญ่จะต้องมีความสามารถและกล้าหาญในการท้วงติงการกระทำที่ไม่ ชอบของรัฐบาลต่อพระสงฆ์ อย่าลืมว่าฐานะของท่านและหน้าที่ที่สำคัญของท่านคือการต่อสู้ทางสติปัญญาที่ จะนำพาการพระศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง ให้ชาวพุทธได้มีความเข้าใจในบทบาทของสงฆ์เมื่อทางฝ่ายโลกเขาขัดแย้งกัน และเมื่อรัฐบาลลุแก่อำนาจโดยมิชอบด้วยธรรม  ท่านต้องชี้แนะเตือนสติ ดูตัวอย่างฆราวาสบางท่าน บางองค์กรที่เขาทนเห็นความอยุติธรรมไม่ได้  ความไม่ชอบมาพากลของการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของประชาชน เขากล้าเขียน  กล้าวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา เพราะเขามีจิตสำนึกว่าเขาเป็นนักคิดที่ต่อสู้ด้วยความบริสุทธิ์ใจบน อุดมการณ์ของความเป็นนักวิชาการที่ต้องนำเหตุผล นำความจริงมาตีแผ่  หากปล่อยให้ประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบถูกกลั่นแกล้งข่มเหงรังแก  ในที่สุดประเทศไทยจะสูญสิ้นความเป็นนิติธรรม นิติรัฐ และสุดท้ายจะเดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้า อย่าให้ชาวพุทธต้องผิดหวังจากสถาบันสงฆ์อีกเลย ลาภ ยศ สรรเสริญเป็นความว่างเปล่า มิได้มีค่าแต่ประการใด ความถูกต้องเป็นธรรมต่างหากที่ท่านต้องรักษาไว้  เพราะเป็นการสืบพระพุทธศาสนาให้มั่นคง

 

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น กระจกเงา วันที่ตอบ 2010-06-07 23:25:00

 

 

ความเห็นที่ (3202066)     

 

 

 

ทำไมไม่มองให้กว้าง ๆ  ว่าพระสงฆ์นั้นย่อมมีบทบาทควบคู่ไปกับสังคม-การเมืองเสมอ ตามควรแก่กรณี  การมองตามหลักกฎหมาย หรือความอาญาแผ่นดิน  ตามหลักกฎหมายท่านก็ให้มองที่เจตนา  เสมอเหมือนกับหลักพระธรรมวินัยเช่นกัน  ที่ถือเจตนาเป็นหลักการตัดสินเบื้องต้น( ดังเช่นมีตัวอย่างมาแต่เดิมพระภิกษุหมอยา  ให้ยาคนป่วยเกินขนาดไป  คนป่วยเสียชีวิต  มิต้องอาบัติปาราชิก  เพราะ ภิกษุมิได้มีเจตนาฆ่าให้ตาย  แต่มีเจตนาช่วยชีวิต   เช่นนี้ก็เอาผิดท่านไม่ได้ ไม่ถือว่าผิด)    เช่นเดียวกันกับที่กล่าวหาท่านว่าผิดกฎหมาย  ไม่ว่ากฎหมายอาญา หรือ พรก.ฉุกเฉิน  ก็ต้องพิจารณาจากเจตนาของท่าน

 

แต่สิ่งที่เป็นความชอบธรรมของพระสงฆ์ ที่มายุ่งกับการเมืองก็เพราะ  การเมืองไร้ความเป็นธรรม   ท่านมิได้มีเจตนามาก่อกวนหรือกระทำผิดอาญาแต่อย่างใด

 

เร็ว ๆ นี้   ดูที่พม่า   พ.ศ. 2550  เมื่อมีพระสงฆ์เข้าร่วมเดินขบวนกับฆราวาสถึง 30,000 รูป รวมกันเป็น 1 แสนคน/รูป   ท่านก็มีเจตนาช่วยชาติบ้านเมือง ให้เป็นประชาธิปไตย  เหมือนพระไทยเราคราวนี้แหละ      ฉะนั้นพิจารณาความผิดของพระสงฆ์  ควรมองที่เจตนาของท่านก่อน   ...................................แม้วันนี้ยังเห็นไม่ชัดเจน  ก็จะเห็นในวันข้างหน้าเมื่อไทยเราเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์แล้ว  

 

ดูที่เวียดนาม  ยุคโงดินเดียม ปกครอง    กดขี่ข่มเหงชาวพุทธ และปกครอง 2 มาตรฐาน  ชาวคริสต์มาตรฐานหนึ่ง  ชาวพุทธอีกมาตรฐานหนึ่ง   พระภิกษุก็ออกมาประท้วงร่วมกับชาวพุทธ   จนกระทั่ง พระภิกษุ  ตรี กวาง ดึ๊ก  เผาตัวเองประท้วง  เป็นข่าวไปทั่วโลก ยุคเดียวกับที่เมืองไทยมีความเรื่องเขาพระวิหาร   จนประเทศได้ความเป็นธรรมมา  ไม่มี 2 มาตรฐานระหว่างชาวคริสต์กับชาวพุทธอีกต่อไป   อย่างนี้ก็เห็นแล้วว่า  น้ำใจพระ  เป็นอย่างไร        ท่านไม่มีเจตนาร้ายหรอก   ท่านมีแต่เจตนาดี 

 

ดูที่ธิเบต   สงฆ์ท่านมาเกี่ยวข้องกับบ้านเมืองโดยตรง  ก็เพราะท่านมีเจตนาดีทั้งนั้น

 

เพราะฉะนั้น   ทางฝ่ายบ้านเมือง   ระวังอย่าเอาข้อหาผิดอาญามาใส่ความพระสงฆ์เลย   ..........   เพราะท่านไม่มีเจตนา อย่างแน่นอน.....เพราะท่านเป็นพระ....... และด้วยเจตนาพระนี้    ตามหลักกฎหมายก็ย่อมจะเอาผิดไม่ไดอยู่แล้ว  พอ ๆ กับหลักพระธรรมวินัย ดังยกตัวอย่างมา 

 

และพระในที่นี้คือ  พระสงฆ์  ที่สังกัดมหาเถรสมาคม  ถูกต้องตามพระธรรมวินัยและกฎหมาย   เรียกว่าคณะสงฆ์ไทย     ........     และอยู่ในธรรมวินัยอันดีงาม      แต่คำว่าธรรมวินัยอันดีงามนี้    อย่าไปตีความว่า    ต้องเหมือนคณะนักบวชกินผักสันติอโศก หรือคณะสงฆ์เทียมนั่น   อย่างพวกนายจำลอง ศรีเมือง  ที่โฆษณาชวนเชื่อว่าพระต้องมีเมตตา ต้องละกินเนื้อสัตว์  กินแต่ผักเท่านั้น   พระที่กินเนื้อคือยักษ์คือมาร ไม่ใช่พระ  (เอาดีเข้าตัว เอาชั่วใส่คนอื่น   ............   เรื่องยาว)    ต้องมองกว้าง ๆ ไกล ๆ  เป็นสากล       

 

ประเด็นในที่นี้ก็คือ   พระท่านไม่มีเจตนาทำความผิดอาญา   เพราะท่านเป็นพระ.........  ด้วยหลักเจตนานี้  ทาง ศอฉ. จึงพึงรีบปลดปล่อยพระออกมาเสียจากเรือนจำ ที่คุมขัง  หรือที่ขังไว้โดยพลัน    บาปจะทุเลาลงไปได้ 

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น บานไม่รู้โรย วันที่ตอบ 2010-06-08 00:32:06

 

 

ความเห็นที่ 4 (3202067)      

 

ก็บอกแล้วคุณกระจกเงา   คนที่หากินกับศาสนาล้วนคนขี้ขลาดทั้งนั้น        รักตัวกลัวตายเป็นที่หนึ่ง      ตระหนี่ถี่เหนียวก็ที่หนึ่ง   และโง่เป็นที่หนึ่งอีก   ไม่รู้หรอกว่า  กลฺยาณการี  กลฺยาณํ  ปาปการี จ ปาปกํ  บางคนไปอุตส่าห์เรียนจบด๊อกเตอร์สาขาพุทธศาสนา  แต่ศีล 5 มีอะไรบ้าง ยังอธิบายไม่ได้เลย    .... อนาถ....  อำนาจ  บัวศิริ  ไปพูดอย่างนั้นได้อย่างไร      ...........     พระท่านไม่มีเจตนา..............    ไม่เคยรู้ธรรมวินัยเลยหรืออย่างไร      ?????    เจตนา........เป็นหลักการเดียวกับหลักกฎหมายทางโลกเขาเปี๊ยบเลย.........  ต่อสู้พ้นผิดได้ด้วยเจตนา..........  เหมือนพระหมอยา  ให้ยาคนตาย  แต่ไม่ต้องปาราชิก   ก็เพราะหลักเจตนา   ไม่มีเจตนาฆ่า   แต่มีเจตนาช่วยชีวิต..........(ประเด็นนี้ออกข้อสอบมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว)

 

แล้วคุณอำนาจ  บัวศิริ  เชื่อได้อย่างไรหรือว่าพระที่ท่านไปชุมนุมมีเจตนาจะทำผิดกฎหมายอาญาจริง ๆ     ........     ท่านคิดจะต่อสู้ด้วยวิธีการผู้ก่อการร้ายถืออาวุธ  อย่างนั้นหรือ ??

 

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น ไพสิฏฐ์ คีตะวัน วันที่ตอบ 2010-06-08 00:51:07

 

 

ความเห็นที่ 5 (3203167)      

 

ในประเด็น  เจตนา  นี้  สำหรับพระภิกษุสงฆ์  หรือแม้นักบวชพุทธ ทั่วไป  ชาวพุทธก็น่าจะเข้าใจดีโดยหลักการของพระพุทธศาสนา ไม่เหมือนหลักการอื่น  ตรงที่เป็นศาสนาแห่งสันติและอหิงสา     ปรากฎความจริงมาในประวัติศาสตร์ ที่ไม่เคยมีสงครามศาสนาในศาสนาพุทธ  หรือกับต่างศษสนาก็ไม่มี    การมีสงครามศาสนา มีแต่ในศาสนาอื่น      และการเป็นนักบวชในธรรมวินัยของศาสนาพุทธ  มีแต่การเจริญเมตตาไปตลอด  บุคคลได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ นับพรรษา 1 เป็นต้นไป   มีแต่การเจริญกรรมฐานแห่งเมตตา   คือความปรารถนาให้มนุษย์ สังคม มีความสุข  ไม่รบราฆ่าฟันกัน  มีแต่สันติธรรมและอหิงสา ...........เป็นวิถีทางบริสุทธิ์สถานเดียว  ................   เราหมายความว่า   ในวงการพระพุทธศาสนา  ไม่มีการเจริญกรรมฐานอื่นใด.......   นอกจาก  กรรมฐานแห่งเมตตา ..........ไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายสูงสุดเฉพาะตน  คือ  ถึงความบริสุทธิ์พร้อมด้วยกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม   ถึงพระเมตตาธิคุณ คือความปรานีทั่วหน้าแด่สรรพสัตว์ไม่มีประมาณ  ไม่ลำเอียง  (เช่นที่พระเยซูคริสต์ตรัสว่า   จงรักศัตรู  ถ้าศัตรูตบแก้มซ้ายของท่าน  จงเอียงแก้มอีกข้างหนึ่งให้เขาตบด้วย)    และถึงพระปัญญาธิคุณ หรือสัพพัญญุตญาณ รู้แจ้งโลก อันเป็นคุณสมบัติสูงสุดของพระบรมศาสดาแห่งพระพุทธศาสนา        

 

การที่ ศอฉ. และทหารไทย ใต้บงการของ อนุพงษ์ เผ่าจินดา จับกุมพระภิกษุสงฆ์ไป   ท่านทราบหรือเปล่าว่า  มีสงฆ์มหาเถระ  เถระ  มุตตกะ  และ  นวกะ   แยกเป็นเท่าไร ๆ รูป ???????

 

เท่าที่เห็นปรากฎมาตามนิมนต์ของเสื้อ แดง ในพิธีกรรมสำคัญ ๆ ทางศาสนา เช่นวันธัมม้สวนะ  นั้น   ล้วนแต่เถระ มหาเถระ ทั้งสิ้น   .....แทบไม่มีพระนวกะ หรือพระบวชใหม่เลย.....   ท่านเข้าใจความหมายนี้หรือไม่   ..........    ????

 

นี่คือการชี้ชัดลงไปจริงว่า    ท่านไม่มีเจตนาหรอก............  ท่านทรงกรรมฐานมานานจนเป็นถึงเถระมหาเถระ  พ้นมุตตกะวิสัยไปนานแล้ว นั้น   จะมีจิตคิดร้าย  และ    ความคิดอย่างโจร  อย่างผู้ก่อการร้าย  ไม่ได้เลย   ........................

 

 สิ่งที่จูงใจท่านก็คือ   การต่อสู้เพื่อประชาชน   เพื่อความเป้ฯธรรมในแผ่นดิน....

 

ตัวอย่างเช่น   การต่อสู้ของสงฆ์เวียดนาม  ยุคโงดินเดียม  โงดินนู........เพราะเหตุที่การปกครอง 2มาตรฐาน   รัฐบาลปฏิบัติต่อชาวคริสต์ด้วยมาตรฐานหนึ่ง  แต่ปฏิบัติต่อชาวพุทธ ซึ่งเป็นชนส่วนใหญ่ของประเทศอีกมาตรฐานหนึ่ง.... เช่นนี้ไม่เกิดความเป็นธรรม     หมู่สงฆ์เวียดนามจึงออกมาสนับสนุนประชาชน เรียกร้องความเป็นธรรมกลับคืนมา   และกว่าจะสำเร็จ  พระภิกษุ  ตรี กวาง ดึ๊ก  กับอีกรูปหนึ่งเพื่อนของท่าน  รวมเป็น 2 รูป   ได้ทำการประท้วงด้วยการสละเชีพ เผาตัวเองกลางถนน กรุงไซ่ง่อน

 

กรณีเช่นนี้  ต้องมองไปที่ประวัติศาสตร์ ศรีลังกา   จะคล้ายคลึงกับเวียดนาม จนกล่าวได้ว่าเป็นเรื่องเดียวกัน  นั่นคือเรื่องความเป็นธรรมในสังคม   และในเหตุการณ์นั้น มีหมู่สงฆ์ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมด้วย   จำนวนมหาศาล  จนกระทั่งศรีลังกาสามารถปลดปล่อยตนเองออกจากการครอบงำของอิทธิพลศาสนา คริสต์  ค่อยคืนอิสรภาพแด่ประชาชนชาวพุทธ  จนเป็นพุทธอิสระมาตราบปัจจุบันนี้ ศรีลังกากลับเป็ฯเมืองพุทธอีกครั้งหนึ่ง (มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติโดยพฤตินัย) 

 

 

ทุกวันนี้ นายอภิสิทธิ์ พูดว่า  ปรองดอง    ........     พูดโดยไม่เข้าใจหรือเปล่า   ถ้าท่านเข้าใจ  ท่านต้องมองเรื่องนี้ก่อน...

 

เรื่อง  การจับกุมพระภิกษุสงฆ์  และบังคับลาสิกขา  เอาเข้าคุมขังในเรือนจำขณะนี้.....

 

ไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างไรเลย   แต่คอยดูรัฐบาลเด็กจะทำเรื่องง่าย ๆ เช่นนี้ได้หรือไม่ ??????   หรือจะปล่อยให้เรื่องไม่เป็นเรื่องกลายเป็นเรื่องใหญ่ต่อไปอีกเช่น เคย.......

 

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น ธรรมาชีพ ธรรมาชน ปธร. วันที่ตอบ 2010-06-09 08:30:40

 

 

ความเห็นที่ 6 (3204110)      

 

ในกรณีที่มีข้อกล่าวหา  หลักฐานไม่เพียงพอ  ไม่สมบูรณ์  ทางกฎหมายก็มีหลักทั่ว ๆ ไปวางเอาไว้ว่า   ยกประโยชน์ให้จำเลย   คุณอำนาจ  บัวศิริ  ไม่คิดช่วยเหลือพระสงฆ์องค์เจ้าเลยหรือ อย่างไร ?????????   ไม่ทำหน้าที่เลยหรืออย่างไร ?????   ควรพิจารณาตัวเองได้แล้ว    โดยหลัก ธรรม....   หิริ      โอตตัปปะ.........   อยู่ในวงการนี้ไม่เข้าใจได้อย่างไร ??????

 

ไปเชื่อตามเขาได้อย่างไร  ว่าพระสงฆ์เป็นผู้ก่อการร้าย      ใครยิงประชาชนในเขตอภัยทาน   ...........   วัดปทุมวนาราม  ?     นานไปความจริงก็ยิ่งเปิดเผยออกมา     วันนี้  6 ศพที่ถูกยิงในวัดปทุม   ล้วนเป็น อาสาสมัครกู้ชีพทั้งนั้น   ทหารใจร้ายขนาดนั้นได้อย่างไร   ขนาดที่พระ  เจ้าอาวาส ท่านประกาศเป็นทางการไว้แล้วว่า  เป็นเขตอภัยทาน ขอให้ประชาชนหลบภัยมา  ขอต้อนรับ  มาสู่ร่มธรรมจะปลอดภัย..... แต่ยิ่งร้ายไปกว่าปกติอีก   เพราะฆ่าประชาชนมือเปล่า  แล้วเป็นประชาชนผู้ทำกุศล คอยเยียวยาผู้บาดเจ็บ และนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล  ยังไปฆ่าเขาอีก   นี่เป็นบาปไปอีกหลายชั้น   พอ ๆ กับไปยัดข้อหาให้พระเถระว่า  เป็นผู้ก่อการร้าย 

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น อำนาจ มังคลา วันที่ตอบ 2010-06-10 14:36:13

 

 

ความเห็นที่ 7 (3204131)      

 

การถือคติว่า กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย  การใช้กฎหมายต้องเฉียบขาด เคร่งครัด  นั้น น่าจะไม่ถูกต้องสมบูรณ์   จะต้องมองเลยไปอีกประโยคหนึ่งด้วยคือประโยคสำคัญว่า    การใช้กฎหมายต้องให้ถูกกฎหมาย      เพราะกฎหมายย่อมมีหนักมีเบา    และมีการอภัย     

 

มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องในกรณีจับสึกพระสงฆ์ครั้งนี้คือ

 

1.     พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505

2.     พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535

 

มาตรา 24,   มาตรา 27-28-29-30

 

นอกจากนี้มี  กฎมหาเถรสมาคม ออกตามความใน พรบ.คณะสงฆ์

 

1.     กฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 11 (พ.ศ.2521) ว่าด้วยการลงนิคหกรรม

2.     กฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 21 (พ.ศ.2538) ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ

 

ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจให้ดีจริง ๆ  ไม่ใช่บุ่มบ่ามเอาตามตัวหนังสือหรือลายลักษณ์อักษรในนั้น

 

 

 

โดยสรุปก็คือ  การให้ลาสิกขาตามกฎฯ 11 นั้นทำยากอย่างยิ่ง เพราะต้องผ่านกระบวนการศาลสงฆ์ถึง 3 ระดับ  ชั้นต้น  อุทธรณ์ และ ฎีกา  จึงจะสึกพระได้     ก็จะเห็นได้ว่า การจะจับสึกพระไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ อย่างที่ ศอฉ.คิด     กรณีตามกฎฯ11 ที่โด่งดังก็คือ  ยันตระ อมโร  ที่เมื่อโด่งดังร่ำรวยแล้วถูกกล่าวหาว่าเป็นปาราชิก เสพเมถุนกับสตรีหลายคน(เช่นกับนาง จันทิมา จนมีบุตรด้วยกัน เป็นต้น)   แต่ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว  ไม่ผิด  แล้วโจทก์ไม่มีการอุทธรณ์ต่อ  ก็เลยไม่ได้มีการให้ลาสิกขาแต่อย่างใด 

 

 

 

ส่วนกฎฯ21 มีกรณี "สงฆ์ประพฤติผิดพระธรรมวินัยเป็นอาจิณ" (หมายถึงลหุกาบัติ)  ก็ต้องมีขั้นตอน ไม่ใช่จะจับสึกได้เลย  ขั้นแรกก็ให้เจ้าอาวาสว่ากล่าวตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร ว่าให้กลับตัวกลับใจ ให้เวลา ก่อน   ครั้นไม่ฟังต่อมาจึง ให้เจ้าคณะอำเภอสึกให้ 

 

กรณีที่พระมักถูกจับสึกบ่อยโดยผู้ ปกครองฝ่ายสงฆ์เอง ก็คือ  พระไม่มีสังกัด  "ไม่สังกัดอยู่ในวัดใดวัดหนึ่ง หรือไม่มีวัดเป็นที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ให้พระภิกษุผู้ดำรงตำแหน่งปกครองวัด หรือพระภิกษุผู้ดำรงตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ในเขตท้องที่ที่พบพระภิกษุนั้น มีอำนาจหน้าที่วินิจฉัยให้พระภิกษุผู้นั้นสละสมณเพศเสียได้"       แต่กรณีอย่างนี้ เป็นเรื่องของสงฆ์เอง  เจ้าหน้าที่บ้านเมืองไม่มีอำนาจสึกได้  และคำว่า "ไม่สังกัดอยู่วัดใดวัดหนึ่ง หรือไม่มีวัดเป็นที่อยู่เป็นหลักแหล่ง"   พอพระควักหนังสือสุทธิออกมาอ้าง   เรื่องก็จบลง   ง่าย ๆ

 

 

 

กฎฯ 21 นี้ แท้จริงก็ลอกเลียนมาจาก  พรบ.เอง  คือ มาตรา 27 มี 2 กรณีที่เกี่ยวกับการชุมนุมเสื้อแดง คือ   ไม่สังกัดอยู่ในวัดใดวัดหนึ่ง  และ  ไม่มีวัดเป็นที่อยู่เป็นหลักแหล่ง      แต่การสละสมณเพศนั้นก็ต้องเป็นไปตาม  "หลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎมหาเถรสมาคม"      ไม่ใช่ง่าย.....

 

ที่ตรงกับข้อหาของฝ่าย ศอฉ.  ก็น่าจะเป็นบทบัญญัติในมาตรา  29   ความว่า    "มาตรา 29 พระภิกษุรูปใดถูกจับโดยต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา เมื่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการไม่เห็นสมควรให้ปล่อยชั่วคราว และเจ้าอาวาสแห่งวัดที่พระภิกษุรูปนั้นสังกัดไม่รับมอบตัวไว้ควบคุม  หรือพนักงานสอบสวนไม่เห็นสมควรให้เจ้าอาวาสรับตัวไปควบคุม หรือพระภิกษุรูปนั้นมิได้สังกัดวัดใดวัดหนึ่ง  ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจจัดดำเนินการให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศเสียได้" 

 

กฎหมายลงท้ายว่า   "ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจจัดดำเนินการให้พระสงฆ์รูปนั้นสละสมณเพศได้"   ข้อความวรรคท้ายนี้แหละ  ที่พนักงานสอบสวน อย่าเข้าใจผิดว่าจะจับพระสึกได้เลย   เพราะกฎหมายให้ท่านไป  "จัดดำเนินการ"    คำว่าจัดดำเนินการนั่นแหละ   ต้องไปดูพฤติกรรมของพระท่าน   ว่าท่านเป็นพระอะไร   มหาเถระ  เถระ  มุตตกะ  นวกะ    มีวัดอยู่จำพรรษาที่ใด  เร่ร่อนหรือไม่????   และถ้าท่านเป็นพระมีสมณศักดิ์ อย่าลืมว่าท่านต้องได้รับบรมราชานุญาตเสียก่อน  

 

และประเด็นสำคัญของความสำคัญทั้งหมด เพราะได้รับการรับรอง อ้างได้ทั้งทางกฎหมายทางโลกเอง และ ทางพระธรรมวินัยโดยตรง  ก็คือ  เจตนา     ท่านมีเจตนาอะไร   มีเถยจิตหรือไม่  ฯลฯ 

 

และอย่าลืมไปดูมาตรา  24

 

มาตรา 24 พระภิกษุจะต้องรับนิคหกรรม ก็ต่อเมื่อกระทำการล่วงละเมิดพระธรรมวินัย   และนิคหกรรมที่จะลงแก่พระภิกษุ  ก็ต้องเป็นนิคหกรรมตามพระธรรมวินัย"

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น อำนาจ มังคลา วันที่ตอบ 2010-06-10 14:53:56

 

 

ความเห็นที่ 8 (3204305)      

 

นั่นก็คือ  ปาราชิก 4

 

1   อนึ่งภิกษุใด ถึงพร้อมด้วยสิกขาสาชีพของภิกษุทั้งหลายแล้วไม่บอกคืนสิกขา ไม่ทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง  เสพเมถุนธรรม  โดยที่สุดแม้ในสัตว์เดรัจฉานตัวเมีย เป็นปาราชิก หาสังวาสมิได้"

 

ทางรูปธรรมก็คือ   พระสงฆ์นั้น  ได้กระทำผิดปฐมปาราชิกหรือไม่   ได้พบว่าท่านมาชุมนุมแล้วเสพเมถุนธรรมกับสตรี หรือ สัตว์ตัวเมียหรือไม่   หากมีความจริงเช่นนี้  ก็ย่อมบังคับให้ท่านลาผ้าเหลือง-กาสาวพัสตร์ไปได้เลยโดยไม่ต้องมีพิธีรีตรอง อะไรเลยแม้แต่น้อย

 

 

 

2     อนึ่ง  ภิกษุใด  ถือเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้   ด้วยส่วนแห่งความเป็นโขมย  จากบ้านก็ดี  จากป่าก็ดี  พระราชาทั้งหลายจับโจรได้แล้ว  ประหารเสียบ้าง  จองจำไว้บ้าง  เนรเทศเสียบ้าง  ด้วยบริภาษว่า  เจ้าเป็นโจร  เจ้าเป็นคนพาล  เจ้าเป็นคนหลง  เจ้าเป็นโขมย  ดังนี้   ในเพราะถือเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้เห็นปานใด  ภิกษุถือเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้เห็นปานนั้น   แม้ภิกษุนี้  ก็เป็นปาราชิก  หาสังวาสมิได้"

 

ทางรูปธรรมก็คือ  พระสงฆ์นั้น  ได้ทำการลักโขมยหรือไม่ และเข้าของที่ถูกโขมยมีค่าเกิน 5 มาสกหรือไม่ ?  ในขณะเกิดการปิดล้อมสลายชุมนุม พระสงฆ์ท่านถือโอกาสหยิบฉวยเข้าของตามร้านสรรพสินค้าไปบ้างหรือไม่ เอารถขนเข้าของคนอื่นไปหรือไม่ ?   หากพบว่าท่านได้ประพฤติเช่นนั้น  ย่อมอาจจับกุมและบังคับให้ลาสิกขาได้

 

 

 

3.    อนึ่ง  ภิกษุใดจงใจพรากกายมนุษย์จากชีวิต  หรือแสวงหาศัสตราวุธอันจะปลิดชีวิตให้แก่กายมนุษย์นั้น  หรือพรรณนาคุณแห่งความตาย  หรือชักชวนเพื่ออันตายด้วยคำว่า  แน่ะนายผู้เป็นชาย  จะประโยชน์อะไรแก่ท่าน  ด้วยชีวิตอันแสนลำบากยากแค้นนี้  ท่านตายเสียดีกว่าเป็นอยู่อย่างนี้    เธอมีจิตอย่างนี้ มีใจอย่างนี้  มีความหมายหลายอย่าง อย่างนี้พรรณนาคุณในความตายก็ดี  ชักชวนเพื่ออันตายก็ดี  โดยหลายนัย  แม้ภิกษุนี้ก็เป็นปาราชิก  หาสังวาสมิได้"

 

ทางรูปธรรมของข้อนี้ มี

 

3.1     จงใจพรากกายมนุษย์จากชีวิต      พบพระสงฆ์ที่มาชุมนุมฆ่าคนใดคนหนึ่งบ้างหรือ?    เห็นท่านประทับปืนเล็งยิง ทหารหรือเปล่า????     ถ้าพบ มีความจริงเช่นนั้นก็ให้สึกท่านได้เลย

 

3.2      แสวงหาศัสตราวุธอันจะปลิดชีวิตให้แก่กายมนุษย์นั้น     พบท่านสะสมอาวุธ  เตรียมซุ่มซ่อนคิดการใช้อาวุธหรือไม่?   เห็นขนส่งสพายปืน หรืออาวุธสงครามเพื่อส่งบำรุงแด่ผู้ก่อการร้ายหรือไม่          ถ้าพบความจริงนี้  ก็สามารถสึกท่านได้โดยพลัน 

 

3.3      กล่าวชักชวนให้ฆ่าตัวตาย  ด้วยการโน้มน่าวว่า  ด้วยชีวิตอันแสนลำบากยากแค้นนี้  อยู่ทำไมไม่มีความสุข ตายไปมีความสุขกว่า    ท่านได้พบมีพระสงฆ์รูปไหนชักชวนเช่นนี้ ให้เสื้อแดงตายเสียดีกว่าหยู่หรือไม่        ถ้ามีความจริงนี้ ก็สามารถจับสึกท่านได้พลัน    

 

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น อำนาจ มังคลา วันที่ตอบ 2010-06-10 17:13:15

 

 

ความเห็นที่ 9 (3204320)      

 

 

4     อนึ่ง ภิกษุใดไม่รู้เฉพาะกล่าวอวดอุตตริมนุสสธรรม อันเป็นความรู้ความเห็นอย่างประเสริฐ  อย่างสามารถ น้อมเข้ามาในตนว่า ข้าพเจ้ารู้อย่างนี้ ข้าพเจ้าเห็นอย่างนี้  ครั้นสมัยอื่นแต่นั้น   อันผู้ใดผู้หนึ่งถือเอาตามก็ตาม  ไม่ถือเอาตาม ก็ตาม  เป็นรอันต้องอาบัติแล้ว   มุ่งความหมดจด  จะพึงกล่าวอย่างนี้ว่า  แน่ะท่าน  ข้าพเจ้าไม่รู้อย่างนั้น   ได้กล่าวว่ารู้  ไม่เห็นอย่างนั้น ได้กล่าวว่าเห็น   ได้พูดพล่อย ๆ เป็นเท็จเปล่า ๆ  เว้นไว้แต่สำคัญว่าได้บรรลุ   แม้ภิกษุนี้ ก็เป็นปาราชิก   หาสังวาสมิได้"

 

ทางรูปธรรมก็คือ   ในที่ชุมนุมของหมู่สงฆ์เอง  ของประชาชนเสื้อแดงก็ดี  ได้มีพระสงฆ์รูปใดกล่าวอวดอุตตริมนุสสธรรมขึ้นหรือไม่   มีเจตนากล่าวอวดเพื่อปลุกใจเสื้อแดงให้ฮึกเหิม ที่จะกระทำการก่อการร้ายหรือไม่     หากได้พบความจริงเช่นนั้น เว้นแต่ภิกษุกล่าวด้วยความเข้าใจตนเองผิด  ก็สามารถจับสละผ้าเหลืองอันเป็นกาสาวพัสตร์ได้ 

 

 

 

ข้อสรุปก็คือ  หากพระสงฆ์ท่านกระทำผิดพระธรรมวินัยข้อปาราชิกนี้ ข้อหนึ่งข้อใดก็ตาม   ก็จะพลอยไปผิดกฎหมายอาญา ตามมาตรา 29 ไปด้วย    แต่ความผิดตามมาตรา 29  ไม่ได้ให้น้ำหนักเอาไว้ว่า จำเป็นต้องถึงให้ลาสิกขา   มีหนัก เบา  ตามลักษณะการกระทำผิด    หากความผิดอาญานั้นร้ายแรงถึงขั้น  ใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่เสียชีวิต  เช่นนี้  ความผิดย่อมร้ายแรง ถึงปาราชิกตามข้อ 3  ตติยปาราชิก   นั่นหมายถึงขาดจากความเป็ฯภิกษุไปโดยอัตโนมัติ  และทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมืองก็ไม่จำเป็นต้องจัดดำเนินการให้สละสมณเพศแต่ อย่างไร        แต่หากท่านมีความผิดนิดหน่อย  เช่นผิด พรบ.กฎจราจร   ก็ย่อมไม่ถึงขั้นต้องลาสิกขา   เป็นต้น    การที่จะบังคับให้พระสงฆ์ลาสิกขา  จึงกระทำไม่ได้เว้นแต่ต้องนิคหกรรมตามธรรมวินัยขั้นปาราชิก     เท่านั้น 

 

การที่ ศอฉ.จับกุมพระสงฆ์ไปทำการบังคับให้ลาสิกขา   จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบธรรม   จึงควรจะเร่งพิจารณาปลดปล่อยพระสงฆ์ที่ต้องจำคุก  กักขัง  หรือขังอยู่ในสถานที่ต่าง ๆ  โดยเร่งด่วน

 

และมิฉะนั้น  ย่อมอาจมีผิดตามกฎหมายอาญาแผ่นดิน ข้อที่ว่าด้วยการกักขังหน่วงเหนี่ยวให้เสียเสรีภาพ  และยังมีความผิดตาม พรบ.คณะสงฆ์ มาตรา 44 ตรี  " ผู้ใดใส่ความคณะสงฆ์หรือคณะสงฆ์อื่นอันอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียหรือความ แตกแยก  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น อำนาจ มังคลา วันที่ตอบ 2010-06-10 18:41:02

 

 

ความเห็นที่ 10 (3205724)   

 

ทำให้สนุกเถิด แก๊งค์ ศอฉ. นรก..รอกินหัวอยู่ ทุกตัวคนที่สุมหัวกันคิด..สั่งการ..และลงมือ...

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น ต.เต่าหลังตุง วันที่ตอบ 2010-06-14 23:53:10

 

 

 

ความเห็นที่ 11 (3208159)   

 

 

แล้ว ก็มีพระสงฆ์ชั้นทรงสมณศักดิ์  ระดับพระราชาคณะ เสียด้วย  คือ  พระศรีอริยวํโส   เจ้าสำนัก ธรรมสถานสวนศรีอาริยธรรม ต.วังเพิ่ม อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น  1 ในพระ 4 รูปที่ถูกทหารจับกุม วันที่ 19 พ.ค. 2553  แล้วทำการอาจเอื้อมต่อสงฆ์อย่างหยาบคาย  นำตัวไปบังคับสึก  .........  กรณีนี้  ได้มีพระบรมราชานุญาตให้ลาสิกขาแล้วหรือยัง ????   และท่านไม่มีความผิดตามพระธรรมวินัยและกฎหมาย   ไปบังคับให้ลาสิกขา  และเข้าที่คุมขัง   ได้อย่างไร ????...........(ข่าวสด และไทยรัฐ วันที่ 15 มิ.ย.2553)

 

แน่ละ   ท่านมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะกลับมานุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ได้เหมือนเดิม......

 

แล้วความฉิบหายย่อมมาสู่ ศอฉ.  และ  ทหารทั้งหมด ใต้การนำของ  อนุพงษ์  เผ่าจินดา     จะหลบซ่อนไปไหนไม่พ้นสายตายมทูตแห่งนรกหรอก

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น อำนาจ มังคลา วันที่ตอบ 2010-06-20 17:59:18

 

 

 

ความเห็นที่ 12 (3208160)   

 

 

และชาวพุทธทั่วโลกโปรดรับทราบเอาไว้    นี่แหละที่ว่า  สุเทพ เทือกสุบรรณ  ประธาน ศอฉ.  เป็นคนผิดยุค  คือย้อนไปสู่มนุษย์ยุค 1.8 ล้านปี  โน้น  อันเป็นลิงอยู่    มีมันสมองแค่  130-140 ซีซี เท่านั้นเอง(พอ ๆ กับสมองควาย)   ซึ่งเป็นยุคมนุษย์ลิง ที่ยังไม่มีศาสนา

 

แล้วจะทนดูเขาจัดการประเทศไทยทั้งประเทศไปอย่างโง่ ๆ เช่นนี้  ได้อย่างไร ????   จะรอให้บรรลัยไปทั้งประเทศก่อนหรืออย่างไร ????

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น อีสานมูล วันที่ตอบ 2010-06-20 18:07:04

 

 

ความเห็นที่ 13 (3209955)   

 

(ยกมาจากกระทู้อื่นเพื่อเสริมความเข้าใจ)

เหตุใดคณะสงฆ์จึงต้องมาเรียกร้องหาประชาธิปไตย 

 

รัฐบาลพยายามออกข่าวว่าห้ามพระสงฆ์มายุ่งเกี่ยวกับการเมือง หากฝ่าฝืนจะจี้ให้มหาเถรสมาคมปราม

 

วันนี้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม พรรคประชาธิปัตย์ขัดขวางการบรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนา ประจำชาติในรัฐธรรมนูญ เพราะคนในพรรคนี้ไม่เคยรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับคำสอน ในพระพุทธศาสนาเลย ไม่เคยรู้บทบาทหน้าที่ของสงฆ์ในการทรงไว้ซึ่งความเป็นธรรม ไม่รู้ว่าการ ปฏิบัติตามพระธรรมวินัยสำคัญอย่างไร และประชาธิปไตยกับคำสอนในพระพุทธศาสนาสัมพันธ์กันอย่างไร

 

พระ ธรรมวินัยบัญญัติไว้เพื่อลงโทษบุคคลผู้กระทำชั่ว กำราบคนหน้าด้านไร้ยางอายไม่ให้เหิมเกริมและคุ้มครองคนดีให้ได้รับความเป็น ธรรม ตลอดจนชี้แนะผู้ปกครองให้บริหารโดยธรรม ยึดความถูกต้องชอบธรรมเป็นหลัก ยกย่องให้เกียรติความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน เคารพมติของมหาชน หากไม่เป็นเช่นนั้นสถาบันสงฆ์ต้องออกมาเตือนสติ ชี้ว่าอะไรถูก อะไรผิดตามที่เป็นจริง เพราะวิถีชีวิตปกติของสงฆ์ต้องมีเมตตาธรรมต่อสรรพสัตว์ทั้งหลายโดยปราศจาก อคติทั้ง 4 ผิด-ถูกว่ากันไปตามที่เป็นจริง มีพระธรรมวินัยเป็นเครื่องร้อยรัดให้สังคมสงฆ์มีระเบียบวินัย  และเป็นธรรมดาอยู่เองที่เมื่อมีบุคคลกลุ่มหนึ่ง คณะหนึ่งใช้อำนาจบาทใหญ่ลุแก่อำนาจของโลภะ โทสะ โมหะรังแกประชาชนด้วยการริดรอนเสรีภาพ เห็นประชาชนที่มาทวงหาความยุติธรรมเป็นศัตรู สงฆ์ย่อมไม่อาจนิ่งเฉยอยู่ได้ ในเมื่อผู้ปกครองเป็นคนมืดบอดมองไม่เห็นความชั่วร้ายในจิตใจตนเอง สงฆ์จึงจำเป็นต้องเป็นแสงสว่างเพื่อเตือนสติ ดังที่พระพุทธองค์ได้เคยเตือนจอมโจรองคุลิมาลมาแล้วว่า " เราหยุดแล้วแต่ท่านยังไม่ยอมหยุด และด้วยพระพุทธพจน์ที่แหลมคมนี้มหาโจรผู้โหด***มได้ละบาปและอวิชชา เกิดใหม่ทางจิตวิญญาณด้วยความเป็นอาริยชาติ ผู้ปราศจากการทำบาป "

 

พระ พุทธองค์ท่านประทานโอวาทแก่สงฆ์ว่าหน้าที่ของเธอทั้งหลายคือ " เธอจงเที่ยวจาริกไปเพื่อประโยชน์สุขของมหาชน ในเมื่อมหาประชาชนชาวไทยกำลังทุกข์ร้อนทั้งแผ่นดินจากรัฐบาลเผด็จการ แล้วเหตุไฉนสงฆ์ท่านจะไม่จาริกไปดับทุกข์เข็ญให้แผ่นดินเล่า เพราะนี่คือหน้าที่โดยตรงของผู้สืบเชื้อสายศาสนวงศ์

 

หยุดเถอะ คนไทยทั้งประเทศเขาตาสว่างแล้ว เมื่อไรรัฐบาลจะตาสว่างบ้าง อย่าก่อกรรมทำเข็ญอีกต่อไปเลย แค่นี้ก็บาปหนักอยู่แล้ว

 

  • ผู้ตั้งกระทู้ กระจกเงา :: วันที่ลงประกาศ 2010-03-08 18:48:38

 

ความเห็นที่ 1 (2024174) 

 

คือ ความเมตตา   เมตตาจิตมีมากในหมู่สงฆ์สมณะ   ............    เห็นคนดี คนสุจริต ถูกเบียดเบียน   ทนดูอยู่ไม่ได้ ...............   และการปกครองของรัฐบาลขณะนี้   เป็นการปกครองที่ไม่เป็นธรรม.......... เป็นเหตุให้คนดี คนสุจริตทั้งหลายเดือดร้อน   ได้รับทุกข์เป็นอันมากจากการปกครองที่ไม่เป็นธรรม    และครั้นเมื่อประชาชน เรียกร้องโดยสุจริต รัฐบาลก็ไม่ฟังเสียง   กลับรังแกข่มเหงประชาชนยิ่งขึ้นไปอีก .......... และรัฐบาลไม่เคารพกติกาการปกครองโดยประชาธิปไตย ทำผิดครรลอง ประชาธิปไตยไปหมด ลุแก่ความโลภ ความโกรธ และความหลง เพราะโดยหลักการประชาธิปไตย แล้ว มนุษย์คือเสรีชน เสมอกันหมด   ตามหลักการของพระพุทธศาสนาว่าด้วย เวไนยสัตว์ ผู้อาจบรรลุธรรมได้เสมอหน้า กัน ทุกคน   ไม่มีชั้นวรรณะมากำหนดการบรรลุนั้น    ไม่ได้มีการดลบันดาลจากผู้ใด ประชาชนพึ่งตนเอง ด้วยมือสองข้างและมันสมองของ มนุษย์เอง   ขึ้นอยู่กับการกระทำของตน ตามหลัก กมฺมุนา วตฺตตี โลกโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ทำดีก็ได้ดี ทำชั่วก็ได้ชั่ว   เป็นเรื่องของมนุษย์ .. แต่รัฐบาลไม่เคารพในประชาชน   ทำผิดต่อประชาชนครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วครั้นกระทำการบริหารบ้านเมืองผิด พลาด ทำการทุจริตโกงกินจากโครงการบริหารทุกโครงการ ปรากฎโดยเปิดเผย ทำความเสียหายแก่ประเทศ ชาติ และประชาชนมหาศาลเช่นนี้แล้ว ก็ยังไม่ยอมรำลึกถึงหิริโอตตัปปะธรรม คือความละอายใจตนเอง ไม่ออกไปจากอำนาจ หน้าที่ เพื่อเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้าทำงานแทน   เพื่อประเทศชาติและประชาชนในส่วนรวม จะได้ดีขึ้น พัฒนาขึ้น........ เมื่อรัฐบาลไม่เคารพในกฎประชาธิปไตย ประชาชนจึงมีสิทธิ์ ประท้วง และเรียกร้องตามความต้องการของประชาชน ....เพราะโดยการปกครองของ ระบอบประชาธิปไตย ต้องยอมรับว่าประชาชนเป็นใหญ่ เป็นเจ้าของอำนาจการปกครองสูงสุด ที่จะกำหนดการการปกครองได้    ในที่นี้ ประชาชนเขาก็เพียงขอร้องว่า   เมื่อท่านทำงานไปไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติและประชาชน ท่านไร้ความสามารถขนาด นี้แล้ว   ท่านก็ควรลาออกไป   เปิดโอกาสให้คณะบุคคลอื่นเข้าบริหารแทน     แต่แทนที่จะฟังเสียงประชาชน รัฐบาลกลับดื้อด้าน อวดดี กล้าข่มเหงทำร้าย ประชาชนรุนแรงไปกว่าเดิมอีก ............   และใช้เครื่องมือของรัฐ อันเป็นเครื่องมือที่ควรต้องรับใช้ความต้องการของ ประชาชน ตามระบอบประชาธิปไตย นับแต่สถาบันทหาร ตำรวจ รวมไปถึงสถาบันประชาชนเอง    มาทำร้ายประชาชน มาตักตวงผลประโยชน์ต่าง ๆ เข้าตน เอาเปรียบประชาชน.. ใช้อำนาจบาทใหญ่....... และตัดสินความอย่างไม่เป็นธรรมเพื่อเอาประโยชน์เข้าพวกเข้าหมู่ตน โดยไม่คำนึงความเป็นธรรม    เช่นนี้     แม้หมู่สงฆ์ก็ทนอยู่ไม่ได้   ย่อมเป็นสิทธิของหมู่สงฆ์ เช่นเดียวกันกับประชาชนผู้รักความเป็นธรรมทั้งแผ่นดิน .....การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในแผ่นดิน(คือเพื่อดำรงธรรมะเอาไว้ให้ปราก ฎในแผ่นดิน) ของหมู่สงฆ์ จึงเป็นทางแห่ง พหุชนหิตายะ พหุชนสุขายะ   (คือสงฆ์มีหน้าที่จาริกไปโปรดมหาชนเพื่อให้เกิดประโยชน์ และความสุขเกิดแก่มหาชน)   ตามที่พุทธองค์สอน......ความเป็นธรรม   หมายถึง การที่แผ่นดินนี้ต้องมีธรรม   ธรรม คือ ธัมมะ คือ สวากฺขาโต ภควตาธมฺโม สันฺทิฏฐิโก อกาลิโก โอปนยิโก ปจฺจตฺตํเวทิ ตพฺโพ วิญฺญูหิติ   นั่นเอง   สมตามพระราชดำรัสพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงตรัสว่า   เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม   นั่นเอง   การรักษาความเป็นธรรม จึงย่อมเป็นหน้าที่ของพระสงฆ์โดยตรงอยู่แล้ว

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อรุบุศป์ ละอองธรรม วันที่ตอบ 2010-03-09 17:14:31

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น Admin (newworldbelieve-at-hotmail-dot-com)ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-06-24 10:01:32