dot
dot dot
dot
พระพุทธเจ้า
dot
bulletบทศึกษาพิเศษ:พระพุทธเจ้า ศึกษาจากวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรนแปล เช้า- เย็น
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรแปล เช้า-เย็น อัพเดต
dot
พุทโธโลยี
dot
bulletสมาคมศิษย์หลวงปู่เครื่อง จัดประกวดเรียงความออนไลน์มัธยมศึกษาในวันวิสาขบูชา คลิกดูรายละเอียดและรางวัลที่นี่
dot
ชมรมยุวพุทโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
dot
bulletThe Beginning ความเป็นมาของโครงการชมรมยุวพุโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
bulletChart Showing the Process
dot
บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี พ.ศ.2540 - 2559
dot
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี 1
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี 2
dot
To The World
dot
bulletENGLISH
bulletUSA
bulletChina
bulletIndia
bullet Mynmar
bullet Cambodia
bullet Loas
bulletSri Lanka
bulletMalaysia
bulletKorea
bulletThe Truth Of Red Thailand 12-14 April 2009
bulletFrom red shirt survivor person
bulletA Sharp Turn of Believes : Iresearch Iwrite Iread
dot
โหราศาสตร์ [updateใหม่สุด]
dot
bullet สารบาญโหราศาสตร์ คำพยากรณ์ นักการเมือง และคนสำคัญของแผ่นดิน
bulletดวงชะตาประเทศไทย พยากรณ์ว่าประชาชนจะอดอยากยากจนและเผชิญภับพิบัติ 4 ประการ
bulletให้คำพยากรณ์นักธุรกิจชาวอังกฤษ
bulletอยากรู้เรื่องโหราศาสตร์ คลิก!
dot
Buddhism How? บันทึกของนักปฏิบัติธรรมผู้ถวายชีวิตพิศูจน์สัจธรรมพุทธให้รู้แจ้งเห็นจริงถึงระดับมรรคผลนิพพานแท้
dot
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 1
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 2
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 3
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 4
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 5
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 6
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 7
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 8
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 9
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 10
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 11
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 12
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 13
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 14
bulletMystery Report 15
bulletMystery Report 16
bulletMystery Report 17
bulletMystery Report 18
bulletMystery Report 19
bulletMystery Report 20
bulletMystery Report 21
bulletMystery Report 22
bulletMystery Report 23
bulletMystery Report 24
bulletMystery World Report 25
dot
เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว วิเคราะห์ทุกปัญหาในโลกมนุษย์ด้วยสติปัญญาและเหตุผลวิทยาศาสตร์
dot
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2536
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2537
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2538
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2539
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2540
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2541
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2542
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2543-2545
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2545-2549
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2549-2550
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2550-ส.ค.2551
bulletเฝ้าดูฯ ส.ค.-ก.ย.2551
bulletเฝ้าดูฯ ก.ย.2551- ธ.ค. 2551
dot
เฝ้าดูฯสำนวนพัชรา กอปรทศธรรม
dot
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 16-27
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 29
bulletบทความใหม่ เม.ย.-พ.ค.2552
bulletพุทธธรรมเพื่อทางดับทุกข์
bulletทฤษฎีการดับทุกข์ทางจิต วิปัสสนากรรมฐานโดยการทำงาน(สำนวนปรับปรุงใหม่)
bulletประวัติพัชรา กอปรทศธรรม
bulletประวัติการต่อสู้เพื่อการดับทุกข์ ของพัชรา กอปรทศธรรม
bulletนิทานธรรมะประยุกต์ มานุสสาสุระสงคราม 4 ภาค และอื่น ๆ
bulletอัลบั้มรูป ภาพในอดีตและชีวประวัติศาสตร์ที่สวยงาม
bulletจากเวบบอร์ด พูดกันไม่รู้เรื่อง ประชาธิปไตยล้าหลัง
bulletศาสนาสากล การวิเคราะห์ความหมาย
bulletปลอบใจ
dot
รวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์ แนวปฏิรูปคณะสงฆ์อยู่ในบทวิเคราะห์นี้แล้ว
dot
bulletรวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
สากลจักรวาล สากลศาสนา แนวคิดศาสนาสำหรับคนยุคใหม่
dot
bulletสากล...ศาสนา 1
bulletสากล...ศาสนา 2
bulletสากล...ศาสนา 3
bulletสากล...ศาสนา 4
bulletสากล...ศาสนา 5
bulletสากล...ศาสนา 6
bulletสากล...ศาสนา 7
bulletสากล...ศาสนา 9
bulletสากล...ศาสนา 8
bulletสากล...ศาสนา 10
bulletสากล...ศาสนา 11
bulletสากล...ศาสนา 12
bulletสากล...ศาสนา 13
bulletสากล...ศาสนา 14
bulletสากล...ศาสนา 16
dot
ส่วนข้อมูลสำคัญเพื่อการวิจัยการเมืองไทยยุค คมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
dot
bulletข้อมูลสำคัญยุคคมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่1/26ส.ค.2551
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่2/27ส.ค.2551
bulletใบปลิว อีเมล์ ในหลวงทรงร้องไห้
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 1
bulletในหลวงเพิ่งทราบข่าวฆ่าประชาชน10เมย.53ทรงร้องไห้
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
รวมข่าวม็อบการเมืองสนธิ-จำลอง-ปชป.มิ.ย.51-เม.ย.52 นสพ.
dot
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 2
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 3
bulletรวมข่าวม็อบ30มิ.ย.51-23มี.ค.52
bulletเลือดศรีสะเกษบันทึกเรื่องราวรอบด้านเกี่ยวกับเขาพระวิหาร
dot
การโฆษณาชวนเชื่อล้มรัฐบาลทักษิณ
dot
bulletรายงานการโฆษณาชวนเชื่อในประเทศไทยที่ล้มล้างรัฐบาลทักษิณ
dot
หนังสือพิมพ์ดี ของฟรีให้เปล่ามา20ปีแล้วทั้งเอกสารและอินเทอเนท
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต ) เล่ม 1 - 44 - ล่าสุด
bulletหน้าที่เก็บไว้
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 1
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 3
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 4
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 5
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 6
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 7
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 8
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 9
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 10
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 11
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 12
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 13
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 14
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 15
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 16
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 17
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 18
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 19
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 20
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 21
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 22
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 23
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 24
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 25
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 26
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 27
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 28
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 29
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 30
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 31
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 32
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 33
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 34
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 35
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 36
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 37
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 38
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 39
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 40
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 41
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 42
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 43
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 44
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 45
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 46
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 47
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 48
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 49
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 50
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 51
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 52
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 53
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 54
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 55
bulletมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร)
bulletวัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ บันทึกเหตุการณ์
bulletสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษแห่งที่ 1
bulletเกี่ยวกับเวบไซต์ของเรา เราทำเพื่อปัญญาชนโดยแท้
bulletรวมกระทู้เด็ดจากกระดานถามตอบ
bulletคาถาอาคมไสยศาสตร์
bulletกวีนิพนธ์ใหม่
bulletศูนย์ปฏิญญาณละเลิกอบายมุข บัญชีที่1-3


ดี เล่มที่ 47

 

 
 ดีเล่มที่ 47
 
สารบาญ
 **********************************************************************************
 
1.   ปกดีเล่มที่ 47                                       
2.   พุทธทำนายเดือน 4 ปีกุน                                                                            
3.   บทบรรณาธิการ                                                                     
 
 
 
 
 
 
 
 
1.   หน้าปก
ปีที่ 15 เล่มที่ 47
มูลนิธิพระเทพวรมุนี ( เสน ปญฺญาวชิโร )
วัดมหาพุทธาราม ถนนขุขันธ์ ต.เมืองเหนือ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ 33000
 
 
หนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต)
http://www.newworldbelieve.net
http://www.newworldbelieve.com
 
  • เพื่อการนำความคิดไปสู่ความดีงาม
    เพื่อความกลมกลืนแห่งสากลศาสนา
    For all good For all thought
 
 


 

เราจะบินบินบินและบินไป                            สู่ขอบฟ้าสดใสในเบื้องหน้า
แม้วันนี้มีเมฆร้ายมหิมา                               ก็ไม่หวาดไม่ผวาคณาภัย
ถึงเขาใหญ่สูงเงื้อมตระหง่านฟ้า                    ก็จะฝ่าฤาพรั่นนึกหวั่นไหว
มหาสมุทรสุดสายลมไกว                            จะเอื้อมไปให้ถึงซึ่งฝั่งดิน

ถึงแห้งเหือดเลือดหมดหยดสุดท้าย
   แล้วก็หมายชนหลังยังถวิล
สัจธรรมนี้ไว้ในธรณิน                                 กว่าจะสิ้นกัปกัลป์พุทธันดร


 
เล่มที่ 47
เดือน ก.ค.- ธ.ค. 2554  - ม.ค.-มิ.ย.2555
เรื่องเด่น
1. บทบรรณาธิการ บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี พุทธศักราช 2554
2.
คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จากตุลาการภิวัฒน์ถึงศาลสถิตศรีธนญชัย
3. เรื่องที่น่าเบื่อหน่ายในรัฐสภาไทย (ถึงศาลรัฐธรรมนูญ)
 
 
 
 
 
 
 
2. พุทธทำนายเดือน๔ปีกุน
พุทธทำนายเดือน๔ปีกุน
 
 
เรื่องพุทธทำนายนี้มีปรากฏอยู่ในภาษาบาลีพระไตรปิฎก ฉบับสยามรัฐ เล่มที่ 27 หน้า 24 ขึ้นต้นว่า อุสุภา รุกฺขา คาวิโย ฯลฯ และอธิบายไว้ในอรรถกถาเอกนิบาต ภาค 2 และเคยแปลเป็นภาษาไทยไว้ในชาดก ฉบับหอสมุดวชิรญาณ เล่ม 1 อาจารย์ศิลา วีรวงศ์ ได้แต่งเป็นกลอนลำอีสาน ประมาณ พ.ศ. 2490”
 
มีข้อความตอนสำคัญดังนี้ :-
 
 
“๑๑. ข้อสิบเอ็ด
 
พระฝันเห็นท่อนไม้แก้วแก่นจันทน์แดง ของมันราคาแพงค่าสูงแสนตื้อ เขาเลยเอาไปซื้อขายกินแลกไก่ เอาจันทน์แดงใส่กระชาน้อยแขวนห้อยเที่ยวขาย อันนี้แล้วเพิ่นว่าภายหน้าพู้นเคิ่งศาสนาพุทธ มนุษย์มีโลภามืดมัวเมากุ้ม ชุมหมู่ถือศีลสร้างเป็นจัวเจ้าหัวบ่าว เห็นผู้สาวแล้วเอิ้นเสินเว้าดั่งสหาย นอกจากนั้นกะซิเป็นผู้ฮ้ายขายศาสนาพุทธ เอาพระธรรมลงมุดจายขายกินจ้าง ตั้งเป็นตึกเป็นห้างขายกินปิ้นไป่ ทังพระสูตรพระวินัยเอาลงใส่กระช้าโซนผ้าเที่ยวขาย นี้จั่งแม่นต่อนฮ้ายขายฮูปพุทธองค์ สงฆ์บ่ถือวินัยไพร่เมืองบ่อยำอย้าน มีแต่คนพาลกล้าโกธาเขี้ยวขุ่น ศาสนาเกิดวุ่นสูญเส้ามุ่นทะลาย สงฆ์ซิเป็นผู้ฮ้ายขายศาสนากู สัพพัญญูเล็งเห็นหน่ายสะอางผางฮ้าย คันแม่นกายไปหน้าศาสนาของเฮาจั่งสิฟื้นขึ้นใหม่ ในปีกุนล่วงแล้วซิแววขึ้นลื่นหลัง ครั้งนั้นแหล้วคนสิอยู่เป็นสุข จั่งสิหายความทุกข์หมู่ภัยไกลเนื้อ ใผผู้ยังเหลือค้างซิเห็นทางฟ้าล่วง คนสิพ้นจากห่วงฝูงหมู่มารบาปฮ้ายเมื่อฟ้าอยู่กะเสิม เริ่มแต่ค้าเดือนสี่ปีกุน ใผมีบุญจั่งสิเห็นหน่อพระธรรมเดอป้า พากันถือศีลห้าภาวนาเดอแม่ หยังกะเห็นเที่ยงแท้บ่มีเว้นหว่างใด๋
 
  • จาก กลอนลำเรื่องพุทธทำนาย ชมรมวรรณกรรมอีสาน จัดพิมพ์ โดย ร.พ.ไพศาลศิริ ท่าพระจันทร์ กทม. 2527 หน้า 7 
 
 
 หมายเหตุ บก.        
เรื่องพุทธทำนายนี้ มีการระบุถึงเดือนสีปีกุน แต่ไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าเป็นปีกุนรอบไหน พ.ศ.อะไร ระบุไว้กว้าง ๆ ว่าหลังยุคกึ่งพุทธกาลไปแล้ว คือหลังปีพุทธศักราช 2500 ไปแล้ว   เมื่อมาถึงปีกุน พ.ศ.2502,2514,2526,2538 และ พ.ศ.2550 ตามลำดับมาแล้วยังไม่มีทีท่าว่าจะมีอะไรเป็นที่น่ายินดีสำหรับพระพุทธศาสนา ก็น่าจะเป็นปีกุนรอบต่อไปในอีก 12 ปีข้างหน้าคือ พ.ศ. 2562 จะเป็นปีที่ตรงกับพุทธทำนาย อีก 12 ปีข้างหน้าก็ไม่นานเกินรอ และน่าจะเหมาะสมดีมากหากเราจะมานับเวลาเริ่มต้นทำงานเพื่อพระพุทธศาสนากันใหม่ และใน 12 ปีข้างหน้า เมื่อพุทธบริษัททั้งหลายตั้งใจก็ย่อมเป็นผลสำเร็จ และเตรียมการรับความเจริญรุ่งเรืองแห่งพระพุทธศาสนากันในปี 2562 นั้น   
 
 
                                                                                                                  
 3.  บทบรรณาธิการ
ดีเล่มที่ 47
ปีที่ 15
 
บทบรรณาธิการ
 
 
 
 
เราจะบินบินบินและบินไป                              สู่ขอบฟ้าสดใสในเบื้องหน้า
แม้วันนี้มีเมฆร้ายมหิมา                                  ก็ไม่หวาดไม่ผวาคณาภัย

ถึงเขาใหญ่สูงเงื้อมตระหง่านฟ้า                       ก็จะฝ่าฤาพรั่นนึกหวั่นไหว
มหาสมุทรสุดสายลมไกว                               จะเอื้อมไปให้ถึงซึ่งฝั่งดิน

ถึงแห้งเหือดเลือดหมดหยดสุดท้าย                   แล้วก็หมายชนหลังยังถวิล
สัจธรรมนี้ไว้ในธรณิน                                    กว่าจะสิ้นกัปกัลป์พุทธันดร

 
 
 
นี่คือหนังสือพิมพ์ดี(อินเทอเนต) เล่มที่ 47 ประจำเดือนก.ย.-ธ.ค. 2554-ม.ค.-มิ.ย.2555 เราได้จัดทำหนังสือพิมพ์ดี ในนาม วิเคราะห์ข่าวในวงการเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดภาคอีสาน (แจกจ่ายทุกจังหวัดทั่วประเทศ) จนเปลี่ยนชื่อเป็น หนังสือพิมพ์ดี และ หนังสือพิมพ์ดี(อินเทอเนต) ติดต่อกันมาเป็นเวลาย่างเข้า 15 ปีแล้ว สิ่งที่เราต้องการนั้นก็คือ การประกาศสัจธรรมเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบของสังคมและการเมืองไปสู่สิ่งที่ดีกว่า โลกที่ดีกว่า และทางการเมืองที่ดีกว่า   เราเห็นว่านี่คือวิถีทางของระบอบประชาชน อำนาจเป็นของประชาชน และประชาชนบริหารไปภายใต้อุดมการณ์ของเสรีชน ที่มีความเสมอภาค  และมีภราดรภาพในการปกครอง  ที่สอดคล้องหลักธรรมในพระพุทธศาสนา
 
ในระยะที่เราออกดีเล่มที่ 47 นี้ เป็นระยะที่สังคมไทยได้เกิดการหวั่นไหวไปด้วยแนวคิดของคนกลุ่มหนึ่ง ที่ขัดแย้งอย่างแรงกับแนวคิดของคนส่วนใหญ่ และสถาบันส่วนใหญ่ของประเทศ โดยที่การเกิดขึ้นของปัญหาเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจและในที่สุดกลายเป็นเรื่องตลกขนาดมโหฬารของประเทศ และโลกประชาธิปไตย
 
แต่มีประเด็นที่สำคัญยิ่งในความขัดแย้งนั้น เนื่องมาจาก นี่จะเป็นสิ่งที่พิศูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจน ใน 2 ลักษณะ 2 ฝ่าย ว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายมิจฉาทิฏฐิ + อวิชชา และฝ่ายในเป็นฝ่ายที่ถูกต้อง และเป็นประชาธิปไตย
 
แน่นอน เราหมายถึงกรณี ศาลรัฐธรรมนูญ โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 7 คน ใน 9 คน ได้ตอบรับเรื่องราวที่ฟ้องร้องของบุคคล 5 คน ว่า รัฐสภาไทย กำลังดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปในทางที่จะเกิดอันตรายอย่างใหญ่หลวง ชนิดที่พลิกฟ้าพลิกแผ่นดินแด่ระบอบประชาธิปไตยไทยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข     ตามนัยะ มาตรา 68 วรรคแรก แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ดังนี้
 
 
มาดูมาตรา 68 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ 
 
มาตรา ๖๘  บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ มิได้
 
ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรคหนึ่ง ผู้ทราบการกระทำดังกล่าว ย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการดังกล่าว
 
ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้พรรคการเมืองใดเลิกกระทำการตามวรรคสอง ศาลรัฐธรรมนูญอาจสั่งยุบพรรคการเมืองดังกล่าวได้
 
ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคการเมืองตามวรรคสาม ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารของพรรคการเมืองที่ถูกยุบในขณะที่กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งดังกล่าว
 
 
โดยการแถลงของนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ในทำนองว่าตนมีความสงสัยว่ารัฐสภากำลังจะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นไปในทางที่ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ พร้อมกับออกคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญให้รัฐสภาชะลอการลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญไว้ก่อน จนกว่าศาลจะได้พิจารณาตรวจสอบให้แล้วเสร็จ และอนุญาตให้ดำเนินการต่อไปได้ ซึ่งวิธีการที่ศาลรัฐธรรมนูญออกคำสั่งไปนี้ เป็นการออกคำสั่งโดยมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน กระทำการใช้อำนาจโดยที่ไม่มีกฎหมายรับรองให้ใช้อำนาจนั้น
แล้วยังข่มขู่ด้วยวาจาอีกว่า ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้พรรคการเมืองใดเลิกกระทำการตามวรรคสอง ศาลรัฐธรรมนูญอาจสั่งยุบพรรคการเมือง พรรครัฐบาลได้ 
 
ซึ่งกลายเป็นเรื่องประจารตนเองของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องตลกของของไทย และของโลก ที่ได้มีบทวิเคราะห์วิจารณ์ของนักวิชาการกฎหมาย รัฐศาสตร์ ตลอดจนนักการสื่อสารมวลชนทั่วไปวิพากษ์ไม่เห้นด้วยกับการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 
 
 
ในดีเล่มนี้ เราจึงได้นำเอาบทวิจารณ์ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ มาลงไว้อย่างละเอียด ตามที่จะได้พบในลำดับต่อไป ในเรื่อง คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จากตุลาการภิวัฒน์ถึงศาลสถิตศรีธนญชัย และ เรื่องที่น่าเบื่อหน่ายในรัฐสภาไทย (ถึงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ) ซึ่งเป็นที่ปรากฏทั่วไปในเวบบอร์ดของ เวบไซต์ของเรา คือ http//www.newworldbelieve.com โปรดติดตามต่อไป   
 
 
 
 
 
4. บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี  พุทธศักราช 2554
 และในลำดับต่อไปนี้ ก็เป็นเรื่องการประกาศบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี พุทธศักราช 2554  บัดนี้ เรามีความยินดีที่จะประกาศเกียรติคุณ บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี ประจำปีพุทธศักราช 2554 ดังนี้
 
 
 
 
 
 
 
 
4.1. ธิดา  ถาวรเศรษฐ์
1.  บุคคลที่ 105   ธิดา ถาวรเศรษฐ์ 
 
ธิดา ถาวรเศรษฐ์ มีประวัติการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมของประชาชนมาก่อน ที่จะมีการเคลื่อนไหวของ นปช. ระยะฟักตัว ไปจนถึงระยะเติบใหญ่เป็นแดงทั้งแผ่นดินเสียอีก แต่ส่วนที่น่าสนใจเริ่มตั้งแต่เกิดขบวนการ นปช.แดงทั้งแผ่นดินระยะนี้ การที่มีส่วนในการต่อสู้ร่วมกับ นปช. ซึ่งบอกความหมายตัวเองตรงตามชื่อที่ว่า แนวร่วมประชาชนต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ คำว่า ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แม้จะไม่บอกถึงประชาธิปไตยโดยตรง แต่พฤติกรรมนี้ค่อนข้างให้หลักประกันที่น่าอบอุ่นใจพอสมควรในแง่ที่ว่า ย่อมหมายถึงการต่อสู้ของเสรีชนอันเป็นแนวคิดพื้นฐานของประชาธิปไตยอยู่แล้ว ก็ย่อมนำไปสู่ประชาธิปไตยอยู่เอง เพราะย่อมจะนำความคิดประชาชนไปสู่เส้นทางอีกทางหนึ่งที่ตรงข้ามเผด็จการ นั่นคือ ประชาธิปไตย ครั้นเมื่อเกิดแดงทั้งแผ่นดิน จนต่างชาติให้ความสนใจและเรียกขบวนการนี้ว่า The Red Shirt โดยมีความหมายถึงประชาธิปไตยโดยตรง ก็ได้เกิดประเด็นสำคัญที่ต้องมองดู ในแง่ที่ว่า นปช.จะนำประชาชนไปสู่ประชาธิปไตยอย่างถูกต้องตรงไปสู่อุดมการณ์ที่แท้จริงหรือไม่ อย่างไร   เห็นคำตอบทุกอย่างเมื่อ ขบวนการเชิร์ตแดง ได้เริ่มจัดตั้ง ร.ร.นปช. ขึ้นอบรมหลักสูตรประชาธิปไตย เรามองประเด็น ร.ร.นปช.เป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนี่คือการย้ำอุดมการณ์ ที่จะต้องถูกต้องตามหลักการปกครองที่ประชาชนปรารถนา นั่นคือ ประชาธิปไตย หากงานระดับนี้ผิดพลาดไป นั่นหมายถึงการนำประชาชนไปนอกเป้าหมายและอาจหลงทิศหลงทางประชาธิปไตยไปเลย อาจารย์ธิดา ได้แสดงบทบาทมาตั้งแต่คราวนั้น ในฐานะอาจารย์ของโรงเรียน นปช.เพื่อประชาธิปไตย คำถามก็คือ ร.ร.นปช.ได้ประสบผลสำเร็จในการยัดเยียดอุดมการณ์ประชาธิปไตยได้ตรงเป้าหมายหรือไม่ ซึ่งก็เป็นคำถามเดียวกันกับอีกคำถามหนึ่งที่สำคัญก็คือ ธิดา ถาวรเศรษฐ์ มีความตรงต่อหลักการประชาธิปไตยเพียงใด ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญสืบมาถึงปัจจุบันนี้ และคำตอบที่ได้ เป็นที่น่าพอใจ
 
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อธิดา ถาวรเศรษฐ์ ได้ก้าวขึ้นสู่ฐานะแกนนำ ระดับสูงสุดของ นปช คนเสื้อแดงอย่างเต็มภาคภูมิ(เป็น ประธาน นปช.แดงทั้งแผ่นดินคนที่ 2 ต่อจาก วีระ มุสิกพงษ์)   และคำตอบตั้งแต่ต้น มาจนถึงบัดนี้ ที่ธิดา ถาวรเศรษฐ์ มาเป็นประธาน นปช.เต็มตัว นั้นก็ได้พบว่าคือ มีความตรงสู่เป้าหมายอย่างไม่คลาดเคลื่อนเบี่ยงเบน นั่นคือตรงสู่ประชาธิปไตย ทำให้ความมุ่งมั่นของนปช.ตรงไปสู่ทิศทางที่ต้องทำคนทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน ของประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตย อันแสดงความมั่นใจ รอบรู้ในหลักทฤษฎี ทั้งยุทธศาสตร์ และยุทธวิธีที่จะนำหมู่ มวลชน คนทั้งแผ่นดินตรงไปสู่ประชาธิปไตย นั่นคือแนวคิดสำคัญที่ว่าประชาธิปไตยหมายถึงประชาชนทั้งประเทศ ประเทศไทยทั้งประเทศจะต้องเป้นประชาธิปไตย พี่น้องไทยทั้งประเทศจะต้องเป็นประชาธิปไตย คนไทยต้องตรงไปสู่เป้าหมายนี้ด้วยกันทั้งหมด จะต้องรู้หลักการและวิถีทางประชาธิปไตยอย่างถูกต้อง สิ่งนี้ปรากฏเป็นรูปธรรม โดยการเปิดหมู่บ้านคนเสื้อแดง ทางอีสาน ทางเหนือ มาตามลำดับ จนล่าสุด ธิดา ถาวรเศรษฐ์ ได้เปิดหมู่บ้านแดงทั้งแผ่นดิน เพื่อประชาธิปไตย 14 หมู่บ้าน จังหวัดนราธิวาส เป็นที่เรียบร้อย   และเป็นเหตุให้เชื่อว่าประชาชนในส่วนของภาคใต้ ที่ยังไม่เข้าใจประชาธิปไตย ก็จะเริ่มตาสว่าง และแดงใต้นับวันจะขยายออกไป ซึ่งความหมายนี้ ก็คือ ความหมายที่ว่า   ประเทศไทยทั้งประเทศจะต้องเป็นประชาธิปไตย พี่น้องไทยทั้งประเทศจะต้องเป็นประชาธิปไตย คนไทยต้องตรงไปสู่เป้าหมายนี้ด้วยกันทั้งหมด นั่นคือ ประชาธิปไตยที่แท้จริง ตรงสู่เป้าหมายการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎร์ เมื่อ 24 มิถุนายน 2475   และนี่คือภาระหน้าที่ที่หนักหน่วงของธิดา ถาวรเศรษฐ์ ที่ยืนยัน ยืนหยัดในอุดมการณ์อย่างมั่นคง เฉลียวฉลาด มีเหตุผล   การต่อสู้มีเหตุผลและยังทำความเข้าใจสถานการณ์การต่อสู้ได้ค่อนข้างรอบคอบ หมายถึง กาลเทศะ เหตุ ผล บุคคล เวลา อย่างไร ทำได้อย่างสุขุมแต่กร้าวแกร่งมั่นคง สมเป็นผู้นำแดงทั้งแผ่นดินเพื่อประชาธิปไตย    สมควรยกย่องธิดา ถาวรเศรษฐ์ เป็นบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี พ.ศ.2554 ไว้ณโอกาสนี้ 
 
 
 


4.2. ม.ล.ณัฏฐกรณ์  เทวกุล
2.  บุคคลที่ 106   ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล
 
หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล มีชื่อเล่นว่า “ปลื้ม” แต่นิยมเรียกโดยทั่วไปว่า "คุณปลื้ม" หรือ "หม่อมปลื้ม" เกิดวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2519 เป็นบุตรชายของหม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลชั่วคราว หลังรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 และอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ชีวิตครอบครัว หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์สมรสกับณัฐรดา อภิธนานนท์ หรือ "แจ็กเกอรีน" หรือ "แจ็กกี้" นักแสดงสาวลูกครึ่งไทย-แคนาดา ในวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ณ ห้องสกุณตลาบอลรูม โรงแรมเพนนินซูล่า (จากวิกิพีเดีย)
 
ความคิดของ ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล หรือ หม่อมปลื้มนั้น ค่อนข้างมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงทางความคิดเดิม ที่คุ้นเคยต่อวัฒนธรรมและอยู่ในภาวะวัฒนธรรมซับบอร์ดิเนทมาแต่ดั้งเดิมในสังคมไทย นั่นคือความคิดเรื่อง การหลุดพ้นไปจากกรอบความคิดเดิม ๆ ในลักษณะเดียวกับความคิดกบนอกกะลานั่นเอง แต่ม.ล.ปลื้มได้นิยามไปไกลมาก อย่างกว้างขวางไม่จำกัดที่ว่า ความคิดอิสระ.... “ว๊อยส์ทีวีในความคิดของผมคืออิสระทางความคิดในแบบที่ไม่มีกรอบ”..... ไร้ข้อจำกัดทุกประการ ตามที่ปรากฏใน วอยส์ทีวี สถานีข่าวปลุกความคิด เขาเป็นประชาชนผู้เป็นแบบอย่างแห่งความคิดประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์เลยทีเดียว ซึ่งตรงนี้เราหมายความถึง ความเป็นคนของเขา ที่เป็นได้อย่างสมบูรณ์ 
 
การเป็นนักประชาธิปไตยและยืนหยัดการต่อสู้ทางความคิด ในแนวทางของประชาธิปไตย เพื่อไปสู่ระบบของประชาธิปไตยให้ได้ การยืนยันหลักการของมนุษย์สังคมที่จะต้องเป็นประชาธิปไตย นั้นเป็นที่ปรากฏชัดเจน และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจริง นอกเหนือไปจากการให้ทัศนะต่อเหตุการณ์บ้านเมืองที่สอดคล้องหลักการประชาธิปไตย เป็นอย่างดีมาก จนเป็นเสาเอกของประชาธิปไตยไทยได้ เราสามารถเรียกได้ว่าเขาเป็นเสาเอกของประชาธิปไตยไทยได้เลยทีเดียว     ซึ่งความคิดเหล่านี้ ทางม.ล.ปลื้ม ได้พูด ถ่ายทอดผ่านรายการ Wakeup Thailand และ Daily Dose ของ Voice TV. เป็นประจำวัน
 
แต่สิ่งที่เรายกย่องและมีความหมายพิเศษนั้นก็คือ มีการตัดสินใจ หรือ decision making ในทุกเรื่องราวที่เขาพูดถึง นั่นคือมีการสรุปที่ชี้แนวทางเดินให้อย่างชัดเจน ว่าจะเดินไปทางใด ทิศใด ด้วยความมั่นใจอย่างมีเหตุผล และเราเห็นว่าเขามีหลักการอยู่บนเหตุผลของความเป็นมนุษย์ เราคิดว่ามีคะแนนพิเศษสำหรับ ม.ล.ณัฐกร นั่นคือ    แท้จริง เขามีเชื้อพระวงศ์ ในระดับ หม่อมหลวง แต่กระนั้นเรากลับไม่ได้พบความหมายนี้ในตัวตนของ ม.ล.ณัฐกร เลย เราได้พบสิ่งที่เราได้พบ คือความเป็นสามัญชนโดยแท้จริง กระนั้นก็ยังแฝงไว้ด้วยความหยิ่งแห่งภูมิปัญญาและความเป็นธรรมในชีวิต แม้กระทั่งชีวิตครอบครัวและความรัก ที่แสดงถึงการมีธรรมะของเขา การแสดงออกว่าเป็นสามัญชนนั้นมีความตรงและจริง  ปราศจากความยึดมั่นถือมั่นในอัตตาตัวตน เขาทำให้เรารู้สึกว่าเขาเป็นเพียงคนธรรมดาสามัญคนหนึ่งจริง ๆ สมควรยกย่องให้เป็นบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี พุทธศักราช 2554 
 
 
 
 
 
 
 
 
4.3.  จิตรา  คชเดช
3. บุคคลที่ 107 จิตรา คชเดช
 
จิตรา คชเดช อีกหนึ่งหญิงนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย อดีตประธานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ ที่ร่วมกับเพื่อนกว่าสองพันต่อสู้กับการเลิกจ้างสมาชิกสหภาพแรงงานไทรอัมพ์สองพันคนในปี 2552 จนมารวมตัวกันตั้งชุดชั้นใน Try Arm แข่งกับแบรนด์ Triumph ที่พวกเธอเคยผลิต

เธอเป็นกรรกรหญิงนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และอยู่ท่ามกลางห่ากระสุนและแก๊สน้ำตาที่ระดมยิงใส่คนเสื้อแดงเมื่อเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2553 ปัจจุบันเธอเป็นที่รู้จักดีในฐานะคนชูป้าย "ดีแต่พูด" ให้กับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อวันสตรีสากล 8 มีนาคม 2554 ปัจจุบันนี้ป้ายนี้ถูกยกชูไล่อภิสิทธิ์ในทุกที่ที่เขาไปหาเสียง
 
จิตรา คชเดช เธอเป็นนักต่อสู้อย่างไร นั่นเป็นประเด็นของความสนใจของเรา
พบจากรายงานของสื่อไทยเราว่า จิตรา คชเดช เป็นเพียงสาวโรงงานธรรมดา ๆ เหมือนสาวโรงงานทั่ว ๆ ไปเท่านั้นเอง แต่ที่ไม่ธรรมดาก็คือฝีมือและความคิดอันก้าวหน้า คิดเพื่อสังคมทั้งหมด และอุดมการณ์แห่งความเป็นธรรม คิดในเรื่องความเสมอภาค และภราดรภาพของมนุษย์ มนุษย์จะต้องยอมรับในความเสมอกัน สังคมจึงจะเกิดความสุขและเป็นธรรมขึ้นได้ หากไม่เช่นนั้น คนเราจำเป็นต้องสู้   ด้วยความคิดที่ก้าวหน้านี้ เธอจึงได้รับเลือกเป็นประธานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แห่งประเทศไทย ในปี พ.ศ.2549
 
จิตราเริ่มงานต่อสู้จากกรณี นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากการไม่ยืนตรงแสดงความเคารพในโรงภาพยนตร์ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อหาเงินมาต่อสู้คดี ผลก็คือถูกบริษัทเลิกจ้าง เธอต่อสู้ว่าการใส่เสื้อเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ขณะที่ใส่เสื้อนั้น เป็นตอนกลางคืนที่ไม่ใช่เวลางาน และไม่ได้บอกชื่อบริษัท บอกเพียงว่า เป็นประธานสหภาพฯ เนื่องจากประธานสหภาพฯ มีสถานะเป็นนิติบุคคลอยู่แล้ว      
      
 
แล้วบริษัทยังเลิกจ้างคนงานอีกร่วม 2000 คนด้วยกัน จึงมีการต่อสู้รวมตัวขึ้น เรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์       เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับคนงานที่ถูกเลิกจ้าง โดยได้รวมตัวกันไปร้องเรียนนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีโดยผลของการรัฐประหารขณะนั้น   แต่แล้วแทนที่รัฐบาลจะช่วยเหลือ กลับทำการจับกุมในข้อหามั่วสุม เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2552 ปัจจุบันคดียังอยู่ในชั้นศาล 
 
 
ต่อมาในวันที่ 8 มีนาคม 2554 วันสตรีสากล จิตรา คชเดช ได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรพูดเรื่อง 100 ปี วันสตรีสากล ร่วมกับผู้หญิงจากหลากหลายอาชีพ และทราบว่านายกรัฐมนตรีจะมาร่วมขึ้นเวทีด้วย จึงเตรียมข้อมูลบางอย่างจะไปบอกกับท่านแต่ปรากฏว่านายกฯ มาถึงหลังจากนั้นจึงไม่ได้สื่อสารกัน เมื่อท่านขึ้นพูดบนเวทีจึงใช้วิธีเขียนข้อความลงบนกระดาษแล้วชูให้เห็น ทั้งข้อความ "มือใครเปื้อนเลือด" "เหรอ" และ "ดีแต่พูด" หลังจากนั้นการ์ดของนายกฯ ก็เข้ามาปรามและพยายามแย่งป้ายไป ขณะที่นายกฯ ก็พูดเพียงไม่นานแล้วรีบเดินทางกลับ
 
นสพ.ข่าวสด วันที่ 15 มิ.ย.2554 ได้ไปขอสัมภาษณ์.....ว่าทำไมถึงเป็น "ดีแต่พูด"
 
จิตรา อธิบายว่า ตอนที่เธอและเพื่อนคนงานถูกเลิกจ้าง บริษัทมอบจักรเย็บผ้าให้ 400 ตัว ผ่านกระทรวงแรง งาน ซึ่งขณะนั้นรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ดูแลอยู่ แต่คนงานกลับได้รับจักรเย็บผ้าเพียง 250 ตัวเท่านั้น ส่วนที่เหลือ กลับไปอยู่กับมูลนิธิของรัฐมนตรีผู้นี้ เมื่อทวงถามก็ไม่มีความคืบหน้า ทั้งๆ ที่นายกฯ รู้เรื่องนี้อยู่เต็มอก
 
นอกจากนี้ ก่อนรับตำแหน่งนายกรัฐ มนตรี นายอภิสิทธิ์เคยแถลงนโยบายเร่ง ด่วนว่า จะชะลอการเลิกจ้างที่เกิดจากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ หรือถ้าสุดวิสัยจริงๆ ก็จะมีโครงการต้นกล้าอาชีพรองรับคนกลุ่มนี้ จิตราเล่าถึงข้อเท็จจริงว่า
 
"รัฐบาลไม่ได้ชะลอการถูก เลิกจ้างของเราเลย กลับไปส่งเสริมการลงทุนให้บริษัทที่เป็นนายจ้างเราเสียอีก ส่วนโครงการต้นกล้าอาชีพก็ไม่ได้ตอบสนองความต้องการของคนงานเหมือนกัน คนงานเย็บผ้าที่ถูกเลิกจ้างคุณต้องต่อยอดความสามารถเดิมที่เขามี แต่นี่กลับไปแนะนำให้เขาชงกาแฟ ซึ่งคนจะขายกาแฟได้ต้องมีเงินอย่างน้อย 5 หมื่นบาท ส่วนที่แนะนำให้เป็นหมอนวดแผนไทย การนวดแผนไทยถ้าจะมีรายได้ดี ก็ต้องคล้ายๆ กับขายบริการไปด้วย นั่นหมายความว่ารัฐบาลไม่ได้ตอบโจทย์อะไรเลย"
 
นอกจากนี้ ยังมีโครงการเรียนฟรีที่จิตราเห็นว่าไม่ได้ฟรีจริงอย่างที่พูด หรือปัญหาชายแดนภาคใต้ที่บอกว่าจะแก้ไขได้ 99 วัน ผ่านไป 2 ปีก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ซ้ำยังรุนแรงขึ้นอีก ที่ใกล้ตัวที่สุดคือเรื่องค่าแรงขั้นต่ำที่สัญญาไว้ว่าจะเพิ่มให้เป็นวันละ 250 บาท ผู้เกี่ยวข้องก็นิ่งเฉยในช่วงแรก และเพิ่งจะเพิ่มให้ช่วงใกล้ยุบสภา แต่ก็ยังได้รับแค่ 215 บาท ไม่ใช่ 250 บาทตามที่สัญญา
 
"แต่สิ่งที่ เลวร้ายที่สุดทางการเมือง คือกรณีสลายการชุมนุม รัฐบาลไม่แสดงความรับผิดชอบอะไร และไม่สามารถสืบได้ด้วยว่าใครเป็นคนฆ่าประชาชน"
 
"เรา ถือว่าการกระทำของเราเป็นประชา ธิปไตยและสันติ ไม่ได้ละเมิดสิทธิ์ใคร คนที่เป็นบุคคลสาธารณะ คนที่ก้าวเข้ามาเป็นนักการเมือง ใช้ภาษีประชาชน บุคคลเหล่านี้ต้องได้รับการวิพากษ์วิจารณ์และตรวจสอบได้ เมื่อไหร่ที่ตรวจสอบไม่ได้ก็เท่ากับเผด็จการ และคนที่วิพากษ์วิจารณ์ก็ต้องว่ากันด้วยเรื่องระบบโครงสร้างการทำงานมากกว่า วิพากษ์วิจารณ์เรื่องส่วนตัว หรือครอบครัวเขา ขอบเขตของเราอยู่ตรงนี้"
 
ถาม ถึงแรงงานกับการเลือกตั้งที่กำลังจะ มาถึง จิตราสะท้อนว่า ปัญหาขณะนี้คือคนงานไม่สามารถเลือกตั้งส.ส.ในพื้นที่ที่ทำงานอยู่ได้ เพราะส่วนใหญ่เป็นคนต่างจังหวัด ส.ส.ในพื้นที่เองก็รู้ว่าคนกลุ่มนี้ไม่ใช่ฐานเสียงของเขา เพราะฉะนั้น นโยบายเกี่ยวกับกลุ่มคนงานในพื้นที่จึงไม่มี นั่นยิ่งทำให้อำนาจต่อรองของพวกเขาลดน้อยลงไปอีก
 
"สิ่งที่เราอยาก เห็นคือสวัสดิการของคนที่อยู่ในโรงงาน เราต้องการมีเงินส่งให้พ่อแม่ที่อยู่ต่างจังหวัด ต้องการให้ลูกได้เรียนฟรีจริงๆ ต้องการเรื่องที่อยู่อาศัย เพราะส่วนใหญ่ย้ายถิ่นมาจากชนบท ต้องมาเช่าบ้านอยู่ ส่วนค่าแรงขั้นต่ำไม่ใช่ปัจจัยหลัก เพราะต่อให้ปรับค่าแรงขั้นต่ำ แต่ค่าครองชีพยังสูงทุกวันมันก็อยู่ไม่ได้
 
สิ่งที่รัฐจะต้องควบคุม คือราคาสินค้าอุปโภคบริโภค นอกจากนี้ ยังต้องสนับสนุนการมีสหภาพแรงงาน จะได้เรียกร้องค่าจ้างและสวัสดิการต่างๆ จากนายจ้างได้โดยตรง วิธีนี้จะแก้ปัญหาได้ดีกว่า"
 
 
เราเห็นว่าจิตรา คชเดช เป็นนักสู้โดยสัญชาตญาณของความรักในความเป็นธรรมและรักในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ มีประเด็นสำคัญในบทบาทของสาวโรงงานผู้นี้อยู่ถึง 3 ประการ
 
1.         การรักในความเป็นธรรม รักในสัจจะ และรักคนผู้มีความสัจจะ หมายถึงรักในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์อันเป้นพื้นฐานการปกครองระบอบประชาธิปไตย แนวคิดเช่นนี้แหละเป็นที่ต้องการส่งเสริมให้เติบโต ขยายออกไปเพื่อประชาธิปไตย
 
2.    บทบาทการรวมกลุ่มคนงาน การก่อตั้งสหภาพแรงงานที่จิตรากับเพื่อนดำเนินการอยู่ขณะนี้ เป็นแนวทาง ๆ การเมืองประชาธิปไตยอีกแนวหนึ่งที่มีอนาคต คล้าย ๆ กับการก่อตั้งและต่อสู้ของพรรคกรรมกรในประเทศอังกฤษ ที่ต่อสู้กับพรรคการเมืองแนวอนุรักษ์นิยม มานานหลายสิบปี กว่าจะประสบความสำเร็จในสมัยนายโทนี แบล เป้นหัวหน้าพรรคกรรมกร ได้เป้นนายกรัฐมนตรีของประเทศอังกฤษ   การพัฒนาแนวทางพรรคการเมือง จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพัฒนาไปบนแนวคิดหลักการของประชาธิปไตย เมื่อพรรคการเมืองพัฒนาไปบนหลักการของระบอบประชาธิปไตยแล้ว จึงจะเกิดประชาธิปไตยอันสมบูรณ์ขึ้น ซึ่งบัดนี้ มีความเป้นไปได้สูงที่จะมีการพัฒนาพรรคการเมืองขึ้นจากพื้นฐานประชาชนชาวรากหญ้า คือคนผู้ใช้แรงงานใน รง.อุตสาหกรรมไทยในขณะนี้ ในแนวทางเดียวกับพรรคกรรมกรของอังกฤษ ซึ่งน่าเชื่อว่าหากมีการพัฒนาไปตั้งแต่บัดนี้ ก็จะมีผลให้เกิดพรรคการเมืองที่ดำเนินไปบนหลักการประชาธิปไตย และต่อสู้ไปตามลำดับ ๆ ขยายแนวคิดและนโยบายของพรรคออกไปตามลำดับ ๆ ในที่สุดก็จะค่อยประสบความสำเร็จ ไปจนถึงระดับสูงสุดได้    แต่สิ่งที่ดีก็คือ มีฝ่ายค้านรัฐบาลไทยปัจจุบัน ที่เป้นประชาธิปไตย หรือดำเนินงานฝ่ายค้านไปโดยหลักการประชาธิปไตย ไม่ใช่ฝ่ายค้านที่ดำเนินไปโดยหลักการเผด็จการระบอบขุนนาง+ทหารแบบเก่าๆตามที่เป้นอยู่ขณะนี้     ก็จะเป็ฯการพัฒนาประชาธิปไตยไทยไปสู่ความสมบูรณ์ของระบอบประชาธิปไตย ได้
 
3.   การต่อสู้ที่ไม่มีวันจบลงง่าย ๆ และเนิ่นนานไปในอนาคตที่ไม่อาจจะคาดการณ์ได้ แต่การต่อสู้ก็ต้องก้าวเดินต่อไป ซึ่งหมายถึงชีวิตที่ดิ้นรนและกร้าวแกร่งมีความหมายพร้อมทุกอย่าง นับแต่การต่อสู้เพื่อปากท้อง ความพอกินพอใช้ ความอยู่ดีกินดี ตลอดทั้งการศึกษา และการเศรษฐกิจที่จะต้องยกระดับขึ้นไปสู่สถานะความเสมอภาคโดยรวม ของชนชั้นกรรมาชีพ และยังหมายถึงนามธรรมคือการต่อสู้เพื่อยกระดับความเป็นมนุษย์ให้สูงขึ้นสู่ระดับที่ทัดเทียมกับมาตรฐานสากล มีระดับสามัญแห่งชนชั้นของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งจะต้องเดินต่อไปอย่างยาวนานในอนาคตที่ไม่อาจคาดคะเนได้
เราจึงยกย่องสปิริตอันนี้ ด้วยการยกย่อง จิตรา คชเดช เป็นบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี พ.ศ.2554

 

 

 
4.4  ฮิลลารี  รอดแฮม  คลินตั้น
4.  บุคคลที่ 108 
     
ฮิลลารี รอดแฮม คลินตั้น : Hillary Rodham Clinton 
 
ในระยะที่เธอเดินทางมาในหน้าที่ของ รมว.ต่างประเทศหรือ Secretary of State ไปพม่าและได้โอบกอดให้กำลังใจแด่นางอ่องซาน ซูจี ผู้นำประชาธิปไตย ซึ่งอยู่ในฐานะฝ่ายค้านในระบอบเผด็จการทหารในพม่า ซึ่งบทบาททางการต่างประเทศของเธอได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญขึ้นในพม่า เป็นเหตุให้คณะทหารพม่ายอมรับแนวทางการบริหารจัดการประเทศพม่า ในแนวทางประชาธิปไตย มีการเลือกตั้ง และเปิดโอกาสให้นางอ่องซานซูจี ได้เข้าสภา เป็นผู้นำฝ่ายค้าน ที่ได้รับโอกาสอย่างสำคัญในการบริหารประเทศพม่า   นั่นย่อมเป็นผลงานการเดินทางมาเยือนพม่าในระยะหลังนี้ ของ ฮิลลารี รอดแฮม คลินตั้น นั่นอย่างแน่นอน     มีคำชมเชย ยกย่อง มาดามคลินตั้นในเฟสบุ๊ค FaceBook.com Phayap Panyatharo  ที่ดูจะใกล้ความจริงมาก ดังนี้
Phayap Panyatharo
November 16, 2011 near Bangkok
.
Mrs. Hillary Rodham Clinton, U.S. Secretary of State in Thailand 16 - 17 November 2011, saying USA. promotes freedom, protects haman right and democracy in Thailand.
 
 
Phayap Panyatharo นางฮิลลารี รอดแฮม คลินตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา อยู่ในประเทศไทยระหว่างวันที่ 16-17 พ.ย.2554 ได้รับรองว่า สหรัฐอเมริกาสนับสนุนเสรีภาพ และปกป้องสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย November 16, 2011 at 7:44pm
.
She's in green.
Mrs.Clinton in my eye, she's a wonderful woman of hard work who has been working hard since her husband Mr.Bill Clinton fought for the 42nd president of America in year 1993[2536] and that was a hard work as the first lady of the United States of America and a wife of a president. After Clinton’s period she herself had to fight with Barak Obama, while Obama won both the competitions in 2008, but Obama the new president need her ability to carry on an important affair, that brings her to the US. Secretary of State while the Middle East and all the world have gone into crisises. That is why I say Mrs. Clinton has to carry out a heavy burden without any rest. And in the future, is she going to compete for a new president of America? Ofcourse yes. But there is a work that I see, Mrs. Clinton has been firm to carry on the task of promoting world democracy all her life. So there has been no time for this iron lady to rest. It's wonderful.
 
เธออยู่ในสีเขียว
นางคลินตัน ในสายตาของผม เธอเป็นผู้หญิงมหัศจรรย์คนหนึ่งที่ทำงานหนักมาก่อนตั้งแต่สามีของเธอนายบิล คลินตัน ได้ต่อสู้เพื่อขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาคนที่ 42 ในปี 1993(2536) นั่นคืองานหนักในฐานะสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐอเมริกา และในฐานะภริยาของประธานาธิบดีคนหนึ่ง ภายหลังช่วงเวลาของคลินตั้น เธอเองก็ได้ต่อสู้กับนายบารัค โอบามา ซึ่งนายบารัค โอบามา ชนะทั้งสองครั้ง ในปี 2008(2551) แต่แล้วโอบามา ประธานาธิบดีคนใหม่ของอเมริกาก็จำเป็นต้องพึ่งพาความสามารถของเธอ เพื่อทำงานระดับสำคัญยิ่ง นั่นคือต้นเหตุที่นำเธอมาสู่ตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ของสหรัฐอเมริกา ในขณะที่สถานการณ์ตะวันออกกลางและทั่วโลกเข้าสู่วิกฤตต่าง ๆ มากขึ้น นั่นคือเหตุผลที่ผมพูดว่ามิสคลินตันได้แบกภาระการงานที่หนักมาโดยปราศจากการได้พักผ่อนแม้เล็ก ๆ น้อย ๆ และในอนาคตอันใกล้นี้ เธอจะลงแข่งขันเพื่อตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่แห่งสหรัฐอเมริกาหรือไม่? แน่นอน ใช่ แต่กระนั้นก็ยังมีงานอีกชิ้นหนึ่งที่ผมเห็นว่ามิสคลินตันมีความมั่นคงมาตลอดก็คืองานขับเคลื่อนประชาธิปไตยโลก ที่เธอจะต้องทำไปตลอดชีวิตของเธอ เพราะฉะนั้น จะไม่มีเวลาสำหรับสตรีเหล็กคนนี้ได้พักผ่อนเลย นี่คือความมหัศจรรย์......
 
เราค่อนข้างจะเห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่ว่าเธอทำงานหนักจริง ๆ และไม่เคยว่างเว้นจากงานหนักที่สำคัญ ๆ ทั้งสิ้น โดยไม่มีเวลาได้พักผ่อนเลย   และยังมีข้อเท็จจริงที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่เราเห็นด้วยอย่างยิ่ง นั่นคือบทสุดท้ายที่ว่า Mrs. Clinton has been firm to carry on the task of promoting world democracy all her life. So there has been no time for this iron lady to rest. It's wonderful. นั่นคือ ความมุ่งมั่นในการแบกขนงานเผยแผ่ประชาธิปไตยไปตลอดชีวิต จนแทบว่าทั้งชีวิตจะไม่มีเวลาพักผ่อนเลย และนั่นสมสมญาว่า สตรีเหล็ก น่ามหัศจรรย์โดยแท้จริง
 
แต่นี่ไม่ใช่เนื้อหาอันเป็นสาระหลักที่เรายกย่องเธอให้เป็นบุคคลแห่งปีของเรา แต่เรามองเหตุผลที่ว่า การทำงานเพื่องาน แม้ทำงานหนัก ชนิดหามรุ่งหามค่ำ แทบไม่มีเวลาได้พักผ่อนเลยปานนี้แล้ว   แต่เราก็ได้เห็นบุคลิกภาพที่เยือกเย็น สม่ำเสมอ เสมอต้นเสมอปลายของเธอ   ความอ่อนรา หรือความท้อถอย ไม่เคยปรากฏในดวงตาของสตรีเหล็กผู้นี้   บ่งบอกถึงความรับผิดชอบในภาระหน้าที่การงานอย่างสมบูรณ์ ที่สำคัญ นี่คือการแบกขนภาระหน้าที่การงานอันหนักไปพร้อมกับการเสวยความสุข ความพอใจในภาระนั้นด้วย ซึ่งเรามองว่า นี่คือจิตใจที่เป็นธรรม มีธรรมะ ตามหลักธรรมอนัตตาในพระพุทธศาสนาอย่างสมบูรณ์ จึงมีความพอใจ มีความสุข และสามารถต่อสู้กับปัญหาและเผชิญได้ทุก ๆ สถานการณ์ เราหมายความว่า เธอทำงานเพื่องานอย่างแท้จริง โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดใด ถึงจะทำงานหนักไปโดยไม่ได้หวังว่าจะได้อะไรตอบแทนมากไปกว่าตำแหน่งที่เธอเป็นเธอได้เธอมีอยู่   เธอจะได้เป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาหรือไม่ นั่นดูเหมือนว่าจะไม่ใช่สิ่งที่เป็นแรงผลักดันในการทำงานของเธอเท่าไร  เพราะแรงผลักดันของเธอจริง ๆ นั้นคือธรรมะความไม่ยึดมั่นถือมั่น การเคารพตนเอง ความซื่อสัตย์ต่อตนเอง ต่อนโยบายที่รับปากไว้แด่ประชาชนสหรัฐอเมริกา นี่คือสปิริตซึ่งตรงกับหลักการในพระพุทธศาสนา ที่ว่าด้วยการทำความดีโดยบริสุทธิ์ ซึ่งเราได้เห็นแล้วว่า  Hilary Rodham Clinton ได้ประสบผลสำเร็จอย่างน่าชื่นชมเป็นแบบอย่างแด่คนทั้งหลายในโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งโลกประชาธิปไตย และเราขอยกย่องให้เป็นบุคคลแห่งปีพุทธศักราช 2554 ของหนังสือพิมพ์ดี และประกาศเกียรติคุณลงไว้ ณ ที่นี้ สืบไปชั่วกาลนาน 
 
 หนังสือพิมพ์ดี จึงขอประกาศบุคคลทั้ง 4 ท่านนี้ ได้แก่ ธิดา ถาวรเศรษฐ์ ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล จิตรา คชเดช ฮิลลารี รอดแฮม คลินตัน [Hillary Rodham Clinton] ว่าเป็นบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี พุทธศักราช 2554 
 
ต่อจากนี้ โปรดติดตามอ่านสาระสำคัญอีก 4 หัวข้อ ของดี(อินเทอเนต) เล่มที่ 47 ต่อไป
 
 
 
บรรณาธิการ
13 มิ.ย. 2555
21.59 น.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
5.  เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว จากเวบบอร์ด
 
เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้วยุคการเมืองอนารยธรรม
จากเวบบอร์ด
 
 
 
 
5.1 คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
     จากตุลาการภิวัฒน์ถึงศาลสถิตศรีธนญชัย
 
     30 ส.ค. – 2 ธ.ค.2553
 
 
ภาพที่เห็น ดูดี   แต่ท่านเหล่านี้เข้าใจหรือเปล่าว่า นี่คือ นี่เป็นสถาบันประชาธิปไตย
 
เพราะท่านเป็นสถาบัน อิสระ และยิ่งใหญ่พอ ที่ทำหน้าที่คานอำนาจ และเป็นกลางตามระบบยุติธรรม
 
ไม่ใช่ไปเอนเอียงเข้าอำนาจบริหาร หรือ ไปซบอำนาจบริหาร
 
แต่ท่านเป็นศาลประชาชน เป็นศาลของระบอบประชาธิปไตย
 
ถ้าไม่เช่นนี้แล้ว ใครจะพิทักษ์ระบอบประชาธิปไตยเล่า ????
 
  • ผู้ตั้งกระทู้ สุไหงปาดี ชินะกุล :: วันที่ลงประกาศ 2010-08-30 22:19:30
 
 
ความเห็นที่ 1 (3238818)
คือประชาธิปไตย ให้แบ่งอำนาจสูงสุดออกเป้ฯ 3 ก็เพื่อให้คานกันเอง    และมีฐานะ ยิ่งใหญ่พอ ๆ กัน
 
จึงจะเป็นประชาธิปไตย
 
เราหวังแต่เพียงให้อำนาจทั้ง 3 อำนาจนี้ เป็นตัวของตัวเอง       อย่ายอมอ่อนให้ฝ่ายบริหาร   หรือไปซบฝ่ายบริหาร
 
เท่านั้นเอง ประชาธิปไตยก็เป็นไปได้ และเริ่มก้าวหน้า   .........
 
 
คดี ปชป.   ทุจริต 29 ล้าน ศาลรัฐธรรมนูญควรจะต้องเป็นประชาธิปไตย คือความเป็นตัวของตัวเอง   ความที่เป็น 1 ใน 3 ของอำนาจสูงสุด ท่านจะไปอ่อนน้อมรัฐบาลให้เสียศักดิ์ศรีไปทำไม ???
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2010-08-30 22:26:16
 
 
 ความเห็นที่ 2 (3240954)
สถาบันประชาธิปไตย นี่แหละมีหน้าที่สร้างประชาธิปไตย เป็นของประชาชน และมีพลังสูงเพื่อที่จะร่วมมือกับประชาชนหรือสนองประโยชน์ของประชาชน
 
ฉะนั้น เพียงสถาบันประชาธิปไตย รู้จักตน รู้ตัวตนฐานะของตนในระบอบประชาธิปไตย ว่าเป็น 1 ใน 3 อำนาจสูงสุด เพื่อคานอำนาจกัน มิให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเหลิงไป  
 
ก็แล้วเหตุใดสถาบันศาล แห่งอำนาจตุลาการ   จึงจะต้องไปอ่อนน้อม คอยฟังใบสั่งของฝ่ายรัฐบาล ซึ่งเป็นอำนาจบริหาร เป็นลูกน้องของรัฐบาล แห่งอำนาจบริหาร .. นั่นมันผิด ที่ทำลายและลดทอนการก้าวหน้าของประชาธิปไตย
 
ขอให้สถาบันประชาธิปไตย คืนมาสู่สติอันถูกต้อง เสียที  
 
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2010-09-02 22:44:08
 
 
 ความเห็นที่ 3 (3241568)
กระบวนการยุติธรรมทั้งหมดนั้นแหละครับ เป็นอำนาจสูงสุด ที่แยกเป็นอิสระและใหญ่พอ ๆ กับรัฐบาล    การไปอ่อนน้อมแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ถือว่าไม่เข้าใจ และไม่ควรมีฐานะสถาบันประชาธิปไตยเพื่อประชาชน 
 
เช่นเดียวกับอำนาจนิติบัญญัติ      ก็เป็น 1 ใน 3   แห่งความสูงสุดในระบอบประชาธิปไตย 
 
ประชาธิปไตยย่อมไม่อาจเป็นไปได้ ในเมื่ออำนาจทั้ง3 อำนาจนี้   ไร้ศักดิ์ศรี ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง   ไปประจบ อำนาจบริหาร ทำไม?   เพราะอะไรก็ตาม   นั่นเป็นความไม่ถูกต้อง ในครรลองประชาธิปไตย
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2010-09-03 20:54:57
 
 
 ความเห็นที่ 4 (3241609)
บางทีอำนาจของทั้ง 3 สถาบัน คือ อำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจตุลาการอาจไม่มีอำนาจอยู่จริง ไม่เป็นตัวของตัวเอง เนื่องจากไม่อิงอยู่กับประชาชน แต่ไปอิงแอบอยู่กับระบอบอุปถัมภ์ ที่ผลักดันคนที่นิยมระบอบอุปถัมภ์ของอำมาตย์ขึ้นมามีอำนาจ นี่แหละคือความไม่เป็นสถาบันประชาธิปไตย ต้องคอยตามดูว่าระบอบอุปถัมภ์นี้จะนำพาประเทศไทยไปในทิศทางใด ที่แน่ๆคงไม่อาจลบ 2 มาตรฐานไปได้ แล้วความปรองดองจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ? ใครจะเป็นผู้รับกรรมถ้าไม่ใช่ประชาชนคนไทยตาดำๆไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น กระจกเงา วันที่ตอบ 2010-09-03 23:45:10
 
 
 ความเห็นที่ 5 (3242461)
ประเด็นคือ ศักดิ์ศรี ของอำนาจทั้ง 3 อำนาจ ที่ประชาธิปไตยต้องการให้เสมอกัน มิฉะนั้นจะคานอำนาจกันได้อย่างไร และจะเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร    แต่แล้ววันหนึ่ง ก็มีสิ่งที่เรียกว่า   ตุลาการภิวัฒน์  
 
และมีปรากฎการณ์ 2 มาตรฐานเกิดขึ้นในวงการตุลาการ ของชาติไทย   มาจนถึงทุกวันนี้   ชัดเจนเหลือเกิน...
 
แล้วคนในวงการฯ ก็ไม่รู้สึกอับอายหรืออย่างไร ????? ในฐานะ 1 แห่งอำนาจสูงสุด   ที่ต้องดำรงศักดิ์ศรี และขึ้นต่อประชาชน ในระบอบประชาธิปไตย ??
 
กลายเป็น subbordinate ไร้ซึ่งเกียรติแห่งเสรีชน และสถาบันสูงสุดของประชาธิปไตย
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2010-09-06 20:10:33
 
 
 ความเห็นที่ 6 (3245300)
คนกลุ่มนี้อาจหลงลืมหน้าที่ของตนเอง หน้าที่ในการพิทักษ์ความยุติธรรม หน้าที่ในการเป็นที่พึ่งของประชาชน บัดนี้สัจธรรมได้พิสูจน์แล้วว่าทุกอาชีพมีทั้งคนดีและคนเลวปะปนกันไป ดังนั้นองค์กรเหล่านี้ก็ไม่ควรจะตีขลุมว่าตนเองดีกว่า ยุติธรรมกว่าอาชีพอื่นที่ใครจะวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ หากใครวิจารณ์มีความผิดถือว่าดูหมิ่น เพราะนั่นคือความมืดบอดความคับแคบในเชิงเหตุผลในเชิงวิชาการ ขาดความเคารพในเสรีภาพของประชาชน ถึงเวลาที่ประชาชนจะต้องทำการวิเคราะห์วิจัยชำแหละองค์กรที่ไม่ชอบด้วยนิติธรรม นิติรัฐให้เข้าที่เข้าทางเสียที เพื่อความเป็นสถาบันแห่งประชาธิปไตยนำความเจริญก้าวหน้าของประเทศไทย
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น กระจกเงา วันที่ตอบ 2010-09-11 22:06:01
 
 
 ความเห็นที่ 7 (3248541)
เพราะเหตุนั้น วงการตุลาการไทย จึงเหลิงอำนาจ    และหลงอำนาจ       นั่นคือ ลืมไปว่าความหมายของประชาธิปไตย คือการรับใช้ประชาชน   สถาบันไม่ใช่นายนะ     แต่เป็นผู้รับใช้ประชาชน    ท่าทางลำพอง โอ่อ่า   เหมือนอึ่งที่พองตัว   พอที     คืนมาสู่สำนึกที่ถูกต้อง ชอบธรรม คือสำนึกของประชาธิปไตยที่แท้จริงเสียทีเถิด
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สนอง ไทกุล วันที่ตอบ 2010-09-17 23:37:53
 
 
 ความเห็นที่ 8 (3250578)
เราขอสรุปว่า   สถาบันอำนาจสูงสุดทั้ง 3 สถาบันนั้น เขาสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นสถาบันของประชาธิปไตย และนั่นคือสถาบันของประชาชน    ตามทันไหม ?????
 
ท่านไม่ได้มีอิสระ ท่านต้องคำนึงถึงหน้าที่ว่าด้วยการรับใช้ประชาชน ผลประโยชน์ของประชาชน    ท่านไม่ใช่เผด็จการ เพราะท่านไม่สามารถจะทำอะไรตามใจท่านได้
 
ท่านไม่มีสิทธิ์ที่จะไปยอมแก่สถาบันบริหาร หรือ นิติบัญญัติ   โดยเป็นลูกน้องเขา   
 
แต่ท่านต้องเป็น 1 ใน3อำนาจนั้น เป็นใหญ่ เป็นตัวของตัวเอง ภายใต้การรับใช้ประชาชน 
 
นี่คือวิถีทางสร้างประชาธิปไตยของชาติไทยให้สำเร็จ     ประชาชนมีสถาบัน 3 อำนาจแล้ว แต่สถาบันยังไม่ให้ความร่วมมือในการสร้างประชาธิปไตย ด้วยการดำรงตนเป็นตัวของตัวเอง เป็นอิสระ เป็นใหญ่ ไม่น้อมไปเป็น subbordinate ของใคร   สถาบันตุลาการไม่เป็นขี้ข้าของสถาบันบริหาร เท่านี้ก็พอแล้ว   
 
มาร่วมมือกับประชาชนสิ    แล้วประชาธิปไตยไทยจะก้าวไปครั้งใหญ่
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายประชาธิปไตย วันที่ตอบ 2010-09-22 19:32:47
 
 
 ความเห็นที่ 9 (3253523)
ทาสที่ปล่อยไม่ไป         เขาปลดโซ่ตรวนให้แล้ว   แต่กลับก้มลงขอโซ่ตรวนคืน   ...     นี่คือเมืองไทย     ประชาธิปไตยจึงไม่ไปไหน ????
 
ขนาดเขาให้อำนาจสูงสุด แล้วยังไม่สำนึกในอำนาจสูงสุดนั้น    ยังต้องไปซูฮกเขาอีก........ มิต่างจากทาสที่ปล่อยไม่ไป ดังกล่าว
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สนอง ไทกุล วันที่ตอบ 2010-10-02 09:33:40
 
 
 ความเห็นที่ 10 (3253842)
ทาสที่ปล่อยไม่ไป...... จริงทีเดียว   ทาสนี้อยู่ชั้นสูงเสียด้วย   มิใช่ประชาชนธรรมดา ๆ   นั่นคือความหมายที่ซ่อนอยู่ของประชาธิปไตยที่แท้จริง....
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายวิจัย วันที่ตอบ 2010-10-04 13:06:13
 
 
 ความเห็นที่ 11 (3255877)
ท่าทางลำพองเหมือนอึ่งอ่าง         ซ่อนอยู่ภายใน ล้ำลึก   แต่แอบรับใช้เขา ไร้ศักดิ์ศรี    เมื่อสถาบันสูงสุด ของอำนาจของประชาชน ไม่ซื่อสัตย์ต่อประชาชน   ไม่เข้าใจฐานะของตนต่อประชาชน   ต่อ ประชาธิปไตย เมืองไทยจึงยากที่จะเจริญ   ยากที่จะร่ำรวย.....   เพราะเห็นแก่เงินเล็ก ๆ น้อย ๆ   ไม่มองเงินก้อนใหญ่ ๆ ที่จะได้มาจากการสร้างสรรค์ประชาธิปไตยขึ้นมาได้
 
มีแต่ประชาชนเท่านั้นเอง เจ้าของอำนาจ   ที่ต้องแข็งแกร่ง   และรออย่างฉลาด เพื่อขจัดเหลือบและแมงสาบแห่งประชาธิปไตยไปให้เกลี้ยง
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สนอง ไทกุล วันที่ตอบ 2010-10-19 03:45:15
 
 
 ความเห็นที่ 12 (3255878)
วันนี้ 18 ต.ค.2553 คดี 29 ล้านพรรคประชาธิปัตย์โกง    สอบพยานสำคัญ ทั้ง นายอภิสิทธิ์ด้วยเสร็จ   รอฟัง.......     ก็จะรู้ ก็จะพิศูจน์ทุกข้อความในกระทู้นี้ครับ    
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น เสียงสวรรค์ วันที่ตอบ 2010-10-19 03:50:49
 
 
 ความเห็นที่ 13 (3256011)
ประชาชนต้องไม่ลืมนะครับ ว่าคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนี่แหละ เคยตัดสินยุบพรรคการเมืองไปก่อนหน้านี้ ก็โดยยุบพรรคไทยรักไทย (กับพรรคชาติไทย พรรคเล็กอีกพรรคหนึ่ง พรรคมัชฌิมาธิปไตย ยุบวันเดียว 3 พรรคเลย รวดเร็วขนาดนั้น) แล้วตามยุบยุบพรรคไทยรักไทยใหม่ คือพรรคพลังประชาชนลงเป็นซ้ำสอง เป็นผลให้นายสมชาย วงษ์สวัสดิ์ ต้องออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และในที่สุดก็แสดงชัดเจนว่า ตุลาการภิวัฒน์นี้ รับใช้พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม คือพรรคประชาธิปัตย์ให้ขึ้นสู่อำนาจบริหาร   โดยเจตนาของตุลาการภิวัฒน์ ต้องการล้มล้างพรรคของคนที่ชื่อทักษิณ ชินวัตร ลงให้ได้   ........... โดยอ้างเหตุผลตามกฎหมาย.......... ขณะนี้ กำลังพิจารณาพรรคประชาธิปัตย์   โดยกฎหมายฉบับเดียวกัน   ถ้าเช่นนั้น เหตุผลเดียวกันอย่างไร ก็ย่อมลงเอยอย่างนั้น   ......    เช่นเดียวกัน.........
 
แต่การล่าช้า ยืดเยื้อ ไม่รวดเร็วเท่ายุบ 3- 4 พรรคที่แล้วมา นั้นบ่งถึงอะไร ?    บ่งถึงการดูแคลนประชาชน คิดว่าตนเป็นผู้รู้สุดยอดในทางกฎหมาย จะอ้างอย่างไรก็ได้   นั่นคือการเข้าใจผิด อย่าคิดดูแคลนประชาชนว่าจะรู้ไม่เท่าทัน ........... เพราะการมองปัญหาใดใด เมื่อมองจากวิถีทางประชาธิปไตยแล้ว แนวพิจารณาย่อมสอดคล้องสายตาประชาชน    การพิจารณาต้องสอดคล้องครรลองแนวทางประชาธิปไตยที่แท้จริง       คือการรับใช้ประชาชน   ทำไมจึงมีสองมาตรฐาน ???    ทำไมจึงมีตุลาการภิวัฒน์   ???   ........    ในเมื่อมันบ่งบอกถึงสถาบันตุลาการ....   ในทางที่น่าหมิ่นแคลน และบอกถึงศักดิ์ศรีที่ต่ำต้อย น่าอดสู ด้วยแสดงถึงเจตนาอันต่ำต้อยและความคิดจิตใจต่ำเลวทราม....โง่เขลาในประเด็นประชาธิปไตยยุคใหม่ ยุคเสรีภาพ    ไม่สมควรเป็นสถาบันสูงสุด ด้วยเป้น 1 ในอำนาจสูงสุด 3 อำนาจ ที่ต้องคานอำนาจกันให้ได้ความสมดุลย์ ของประเทศในระบอบประชาธิปไตย  
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2010-10-19 22:25:36
 
 
 ความเห็นที่ 14 (3256013)
และทำไมอำนาจการพิจารณายุบพรรคการเมือง   จึงไม่อยู่ที่ กกต.   คดีนี้ กกต.เองเป็นผู้ส่งฟ้อง   เพราะหลักฐานชัดเจนจน กกต.มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ ให้ส่งเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญตามกฎหมายรธน.     หาก กกต.กับ ศาลรัฐธรรมนูญเห็นไม่ตรงกัน นั่นแสดงภูมิปัญญาอย่างไร ของ สองสถาบันนี้ ?????
 
แน่ละ การที่ กกต.มีความเห็นสมควรฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญอย่างเป็นเอกฉันท์แล้ว ย่อมจะสอดคล้องกับสายตาประชาชน   และย่อมหมายถึงน้ำหนักที่ศาลรัฐธรรมนูญจะลงโทษ หรือยืนคำพิพากษาของ กกต. .....
 
ผู้แสดงความคิดเห็น สนอง ไทกุล วันที่ตอบ 2010-10-19 22:35:59
 
 
 ความเห็นที่ 15 (3256014)
ประเด็นนี้อยู่ที่ว่า ทำไม จึงไม่ให้อำนาจ กกต.เป็นอำนาจสูงสุด   ??????
 
และทำไมประเด็นการเมือง   จึงต้องคัดเอาเฉพาะนักกฎหมาย ซึ่งเป็นที่รู้ดีอยู่ว่า กฎหมาย และนักกฎหมายไทย คร่ำครึ ล้าหลังสุดกู่ จนเป็นปัญหาของการพัฒนาประชาธิปไตย...และการพัฒนายุคใหม่
 
ดูตัวอย่างจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคช่างพูด   แต่ทำงานไม่เป็น ดีแต่พูด ก็เพราะพรรคการเมืองนี้ประกอบด้วยสมาชิกส่วนใหญ่เป็นนักกฎหมาย นั่นเอง   ....     และการศึกษากฎหมายไทยในมหาวิทยาลัยก็ตาม เหนือมหาวิทยาลัย เช่นเนติบัณฑิตก็ตาม เป็นการศึกษาแบบท่องจำกฎหมายเหมือนกแก้วนกขุนทองทั้งนั้น    
 
 
แล้วความคิดใหม่ ๆ จะมาได้อย่างไร ???? ความอิสระเสรีภาพตามแนวทางประชาธิปไตยจะมาได้อย่างไร ????
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สนอง ไทกุล วันที่ตอบ 2010-10-19 22:45:10
 
 
 ความเห็นที่ 16 (3256486)
 โอ้ จริยธรรมสูงปรี๊ดๆๆ คลิ คลิ คลิ คลิ
 
ไม่อายประชาชนตาดำๆ ก็ไม่เป็นไร
 
ประชาชนอายแทนก็ได้ ...ขอปี๊บ 4ใบ
 
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น ต.เต่าหลังตุง วันที่ตอบ 2010-10-24 01:23:02
 
 
 ความเห็นที่ 17 (3256560)
อยากถามคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ท่านไม่รู้สึกอย่างไรบ้างเลยหรือที่องค์คณะของท่านกับฝ่ายกฎหมายใน ปชป. มีคลิปปลิวว่อนทั้งในเน็ตและตามหน้าข่าวทีวีและหนังสือพิมพ์ คนในอาชีพนี้เคยได้รับเกียรติจากสังคมไทยอย่างสูงว่าเป็นศาลสถิตย์แห่งความเป็นธรรม แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประชาชนเขาไม่โง่และเขาอยากให้องค์กรศาลสร้างบรรทัดฐานของความเป็นกลางและเป็นธรรม รวมทั้งคนในอาชีพผู้พิพากษาก็ต้องตระหนักให้มาก เพราะกระบวนการยุติธรรมจะสะท้อนถึงความมั่นคงมีเสรีภาพของประชาชนทั้งประเทศ การตั้งมั่นบนอยู่บนความถูกต้องสุจริตต่อหน้าที่เท่านั้นที่จะทำให้ทุกอาชีพมีเกียรติ ยิ่งเป็นอาชีพที่มีต้นทุนทางสังคมสูงยิ่งต้องระวังให้มาก หากตกเป็นทาสของความโลภและความกลัวจะเสียหน้าที่ แล้วจะกล้าไปตัดสินใครได้อีก ใครเขาจะเชื่อถือ
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น กระจกเงา วันที่ตอบ 2010-10-25 00:26:55
 
 
 ความเห็นที่ 18 (3256847)
ประเด็นกฎหมายคร่ำครึ นักกฎหมายคร่ำครึ    ก็ดูนายชวน หลีกภัย ประธานคณะต่อสู้คดียุบพรรคของ ปชป.   น้ำท่วมทั่วบ้านทั่วเมือง   ไม่คิด ไปคิดฟ้องพรรคการเมืองอื่น กรณีคลิปฉาว คนปชป.ไปติดต่อกับคนของศาลรัฐธรรมนูญ อันเป็นบทบาทของ ตุลาการภิวัฒน์ และสองมาตรฐานที่เป็นมา ที่แสดงออกถึงการฮั้วกันระหว่างสถาบันบริหารและตุลาการ คดียุบพรรค ปชป.   แล้วนายชวนและนักกฎหมายในพรรคก็สร้างภาพออกข่าวจะฟ้องยุบพรรคเพื่อไทยไปนู้น  เบี่ยงเบนประเด็นไปอีกทางเพื่อกลบความด้อยทำงานไม่เป็นของพรรคตน  
 
นายชวนนี่ ตอนเกิดสินามิถล่มภาคใต้ แกหายจ๋อมไปเลยนะ ทั้ง ๆ ที่ท่วมบ้านของตนเอง ....   แกอ้างกฎหมายอีก ว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาล พรรคฝ่ายค้านไม่เกี่ยว....แกอ้างกฎหมายไปได้ทุกเรื่องแหละครับ......     คราวนี้น้ำท่วมโคราชครั้งใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อน   รัฐบาลอภิสิทธิ์ส่งผู้ว่าฯไปแสดงความเมตตาต่อประชาชน อย่างกับว่าตนเป็นเทพเจ้า ไม่เดินดิน ................   ไม่สำนึกเลยว่า นี่เป็นประชาธิปไตย    ต้องรีบไปรับใช้เจ้านาย ผู้กำลังเดือดร้อน ...... แบบนี้ต้องให้ลาออก .... แบบนี้ต้องลาออก...   หรือโดนไล่ออก....
 
นี่คือคนตัวอย่างและกรณีตัวอย่าง    อย่าฟ้องผมนะครับ และอย่าปิดเวบเขานะครับ ?????
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น บรรทัดทอง สุวรรณมาลี วันที่ตอบ 2010-10-27 10:05:04
 
 
 ความเห็นที่ 19 (3256999)
พูดต่อไปอีกหน่อยนะครับ    คุณบรรทัดทอง สุวรรณเมาลี   ผมเห็นด้วยกับคุณ
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น ตาดี วันที่ตอบ 2010-10-28 11:03:21
 
 
 ความเห็นที่ 20 (3257001)
ประชาธิปัตย์ล้วนเป้นนักกฎหมายคนหัวเก่าคร่ำครึ
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น ตาถั่ว วันที่ตอบ 2010-10-28 11:05:35
 
 
 ความเห็นที่ 21 (3257003)
คุณตาถั่วตีวัวกระทบคราดชัด ๆ เลย   คุณตั้งใจจะว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต่างหาก ผมรู้......
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น ตาแดง วันที่ตอบ 2010-10-28 11:07:54
 
 
 ความเห็นที่ 22 (3257116)
ผมเห็นนายอะไรน่ะ ที่อาสาทำงานให้รัฐบาลอีกคณะหนึ่ง เหมือนคณะนายอานันท์ นายประเวศร นายสมบัติ   แกอาสาทำด้านกฎหมาย เรื่องเกี่ยวกับกฎหมายนี่แหละ แกมีชื่อ ระดับครูบาอาจารย์มีอดีตเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาลระดับนั้น ผมจำชื่อไม่ได้   เห็นมาออกรายการให้วอยซ์ทีวีโดยคุณจอม เพชรประดับสัมภาษณ์   สักเดือนที่แล้ว
 
ผมอยากฟังว่าคนที่เก่ง ๆ เขาจะพูดอะไร .....................   แล้วผมก็ฟังเขาพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง   ........     ผมอยากรู้ว่าเขาจะทำอะไร และทำอะไรอยู่ ทำอะไรให้รัฐบาลอภิสิทธิ์   จะเสร็จเมื่อไร   ผมอยากรู้ .............   แต่ผมคิดว่าผมฟังเขาไม่รู้เรื่อง   ...........
 
และอยากรู้ว่าเขาทำอะไร   ก็ฟังไม่ได้คำตอบว่าเขาทำอะไร ?  
 
ผมสรุปว่าพูดเหมือน ๆ พรรคประชาธิปัตย์พูดไม่มีผิด คือมีแต่เลี่ยงไปเลี่ยงมา ไม่มีคำตอบตรงไปตรงมา
 
นี่แหละครับผมจึงเห็นด้วยว่านักกฎหมายหัวเก่าคร่ำครึ    พูดให้ประชาชนอย่างผมฟังไม่รู้เรื่อง ว่าพูดเรื่องอะไร    แกจะทำอะไร   เสร็จเมื่อไร   เอาเงินเอาทองค่าจ้างไปเท่าไร ??????   ไม่มีคำตอบทั้งสิ้น............... ชื่อ....อะไรนี่แหละครับ   พวกนักกฎหมาย   กฎหมายไทยพวกนกแก้วนกขุนทอง ....
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น อภิชัย ชัยกำภู วันที่ตอบ 2010-10-28 20:33:40
 
 
 ความเห็นที่ 23 (3257122)
พูดเหมือนพันเอกไก่อู แห่ง ศอฉ.หรือเปล่าครับ      พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด     ชื่อจริง
 
คือพูดเหมือนคนปัญญาไม่มี   หัวกลวง (ไม่ใช่ปัญญาอ่อนนะครับ ปัญญาไม่มี เท่ากับสูญ)    เหมือน พล.อ.อนุพงษ์ ที่โดนเอเอสทีวีด่าเอาแสบ ๆ ว่าหัวกระบือ   (นางอัญชลี ไพรีรัก ด่าเอา   ผมไม่ได้ด่านะครับ....)
 
จนวันนี้แกยังออกมาพูดว่า ทหารไม่ได้ฆ่าประชาชนเลย   แม้สักคน    (แกโต้ทนายความคนอเมริกันของทักษิณ)
 
พูดแบบซื่อไร้เดียงสา คือมีตามองดู เห็น   แต่วิเคราะห์ไม่ออก ว่าสิ่งที่เห็น ที่ได้ยินมันหมายความว่าอย่างไร ?   จึงเรียกว่าไม่มีปัญญา ....ทหารหัวกระบือ
 
เพราะแกเองเห็นเต็มตาว่า ทหารเคลื่อนเข้าล้อมประชาชน จำนวนมหาศาลถึง 2 หมื่นคน   ติดอาวุธสงคราม มีการเบิกจ่ายกระสุนปืนออกไปจากคลังนับแสนลูก      และแกเห็นยุทธวิธีทหารเป็นแบบรัดวงล้อมเข้าไปแบบงูเหลือม    (หมายความว่าไม่ให้ใครในวงล้อมเล็ดลอดออกไปได้เลย และในขณะเดียวกันคนข้างนอกก็เข้าไปช่วยเหลือไม่ได้   มีแต่ตายกับตายอย่างเดียว)    แกเป็นทหารแบบไหนไม่เข้าใจยุทธวิธีงูเหลือมรัดเหยื่อ     พูดตาใสอยู่ได้ว่าทหารไม่ได้ฆ่าประชาชน   แล้วใครเป็นคนฆ่า ...?    คนข้างในออกมาไม่ได้   คนข้างนอกก็เข้าไปไม่ได้ ...   แล้วใครเป็นคนฆ่า...
 
แล้วทหารไทยคงกระพันชาตรีหรืออย่างไร   ไม่มีใครตายสักคน   ??    เปล่า   ...    นั่นเป็นข้อพิศูจน์ไงว่า ประชาชนเขาไม่มีอาวุธไปต่อสู้ทหารเลย เขามีแต่ไม้ไผ่ กับกำปั้น.... เท่านั้นเอง   ประชาชนไม่คิดฆ่าทหาร แต่ทหารคิดและฆ่าประชาชน 91 ศพ     รวม 6 ศพในวัดปทุมวนารามเสียด้วย    .............
 
ดูวิธีพูดของแก เหมือนไม่ใช่ทหาร ..................... สีหน้าแววตา ไม่มีความสำนึกอย่างทหารอยู่ในนั้น   ......
 
แกไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่า มีโทรทัศน์ที่เป็นพยานได้ชัดเจน   เห็นแม้กระทั่งการลอบฆ่าด้วย ปืนสไนเปอร์    ของกลุ่มทหารบนอาคารสูง   ..   คือ BBC และ Aljazeera   ที่เขาตามข่าวสด ๆ และถ่ายทอดออกไปทั่วโลก อย่างละเอียด    แล้วไก่อู   มีมันสมองวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เห็นที่ได้ยินหรือไม่ อย่างไร ????   ก็ไม่มีเลย   จึงว่าสมกับเป็นทหารหัวกระบือ   นั่นแหละครับ
 
(แกไม่รู้เลยว่าคำพูดแกคนเขาเมิน     อย่าพูดเลย ประจานตนเอง เห็นใจ ๆ เขาบอกให้พูดอย่างไรก็ต้องพูดไปอย่างนั้น )
 
แล้วอย่าปิดเวบนี้นะครับ   ขอร้องละ........
 
ให้คนได้อ่านทัศนะผม   เรื่อง ทหารหัวกระบือกันเยอะ ๆ หน่อย ....
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สรศักดิ์ สนมไพร วันที่ตอบ 2010-10-28 21:02:42
 
 
 ความเห็นที่ 24 (3257126)
ต้องไปจับยายอัญชลี ไพรีรัก   ที่จำลอง ศรีเมืองชมว่า ขนาดศัตรู ก็ยังรักเลย   เพราะเธอเป็นคนพูดคำนั้น คำว่า ทหารหัวกระบือ......
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น แดง แท้แจ๋ วันที่ตอบ 2010-10-28 21:14:59
 
 
 ความเห็นที่ 25 (3257240)
อีปอง    ไง.... คนรู้จักดีถ้าเอ่ยว่า อีปอง   ลูกศิษย์เจ๊กลิ้ม หัวแบะ ....ด่าเก่งพอ ๆ กับเจ๊กลิ้มเลย..... ด่าทักษิณว่า ไอ้หน้าเหลี่ยม .... มีเพลงด่าขึ้นใจ...... เหลี่ยม ๆ ๆ ๆ    เดี๋ยวนี้ผอมไปเยอะ ........ คงไม่ค่อยสบายเท่าไร   ......
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น ตาถั่ว วันที่ตอบ 2010-10-29 19:07:32
 
 
 ความเห็นที่ 26 (3257365)
ตอนนี้ก็มีข่าวฉาวๆของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่อนในเน็ตทั้งภาพและเสียงชัดแจ๋วเรื่องข้อสอบรั่ว แล้วจะรักษาความยุติธรรมได้อย่างไร ถึงเวลาที่ภาคประชาชนต้องชำแหละองค์กรอิสระ ว่ามีความเป็นอิสระและยุติธรรมจริงหรือไม่ เพราะมีผลต่อความสงบสุขของคนไทยโดยส่วนรวม อย่าปล่อยให้คนทุจริตคิดมิชอบเอาอำนาจหน้าที่ไปใช้เอื้อประโยชน์ตนและพวกพ้องลอยนวล เคยจำได้สมัยคุณหญิงเป็ดยังเรืองอำนาจ แกป่าวประกาศว่าเดี๋ยวฟ้าจะถล่มเพราะมีการโกงมหาศาลสมัยอดีตนายกทักษิณ ตอนนี้แกหมดอำนาจแล้วและกำลังถูกตรวจสอบอยู่ นี่แหละหนาพระท่านถึงว่า หากจะพิพากษาใครตนเองต้องยุติธรรม เที่ยงธรรมเที่ยงตรงก่อน มิฉะนั้นดาบจะคืนสนอง รับรองว่าเหตุการณ์นี้จะไม่เงียบแน่นอนเพราะองค์กรเหล่านี้มีส่วนทำลายประชาธิปไตยของประชาชน ริดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ประชาชนเขาไม่ปล่อยให้เป็นคลื่นกระทบฝั่งแน่
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น วิญญูชน วันที่ตอบ 2010-10-31 10:57:03
 
 
 ความเห็นที่ 27 (3257366)
นักกฎหมายผู้มีมาตรฐานทางวิชาชีพทั้งหลาย จงรวมตัวกันและพร้อมใจกันตรวจสอบความถูกต้องชอบธรรมของกระบวนการยุติธรรมไทย
 
เพื่อไม่ให้เกิดแดนสนธยาขึ้นในกระบวนการยุติธรรม ยุคนี้ความลับไม่มีในโลก จึงเห็นทีวีผ่านดาวเทียมหลายช่องนำประเด็นเรื่องคลิปฉาวของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมาเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งคนชมทีวีดีใจมากที่มีการคานอำนาจและตรวจสอบความไม่ชอบมาพากล แต่รู้สึกทีวีช่องฟรีทีวีทำเป็นหลับหูหลับตาไม่รู้ไม่เห็น ออกแต่ข่าวน้ำท่วมอย่างเดียว ระวังนะอาชีพสื่อสารมวลชนก็เปรียบเหมือนตาชั่งถ้าเอียงมากคนเขาอาจเบื่อหน่ายไม่ดู และไม่ให้เครดิตอีกต่อไปได้ เมืองไทยมีคนฉลาด หัวก้าวหน้าและเท่าทันสื่อมากแล้ว อย่ามัวหลงยุคคิดว่าคนไทยเขารู้น้อยกว่าจะปิดหูปิดตาอย่างไรก็ได้ ลองทำโพลหรือวิจัยทุกกลุ่มอาชีพก็ได้ว่าคนไทยเขาต้องการรับรู้ข่าวสารเรื่องไหน อย่ามัวมาทำข่าวแบบนั่งเทียนอยู่เลย
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น กระจกเงา วันที่ตอบ 2010-10-31 11:11:13
 
 
 ความเห็นที่ 28 (3257585)
สังเวช...ใจเหลือเกิน   คนในประเทศนี้ ตาบอด หรือใจบอดกันแน่
 
เห็นดีเป็นชั่ว เห็นชั่วเป็นดี ท่านผู้มีอำนาจทั้งหลาย จะทำอะไรที่ชั่วร้ายก็จงทำต่อไปเถิด
 
 เมื่อใดที่ท่านตายลงไป ท่านจักมีนรก..รออยู่เบื้องหน้า
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น ต.เต่าหลังตุง วันที่ตอบ 2010-11-02 01:56:50
 
 
 ความเห็นที่ 29 (3258584)
ที่คุณอภิชัย ชัยกำภู พูดถึงนั้นชื่อ นายคณิต ณ นคร ครับ     ผมว่าแกกะล่อนดี   แบบนักการเมืองนักกฎหมาย ปชป.ไม่มีผิด
 
แกไม่คิดทำอะไรหรอกครับ   ..........   ถึงคิดก็ทำไม่ได้............ เพราะ นักกฎหมายไทย ทำอะไรไม่ได้หรอก นอกจาก พูด ๆ ๆ ๆ ๆ ตลบแตลงไปวัน ๆ  
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น บรรทัดทอง สุวรรณมาลี วันที่ตอบ 2010-11-09 21:09:22
 
 
 ความเห็นที่ 30 (3258859)
ประชาชนอยากให้ตรวจสอบการโกงข้อสอบ เข้าทำงานในศาลรัฐธรรมนูญ ใครนำข้อสอบไปแพร่งพรายให้พวกพ้องรู้ก่อน ใครบ้างที่มีส่วนเกี่ยวข้องเอาให้หนักจับให้มั่นคั้นให้ตาย คนพวกนี้จะให้ความยุติธรรมได้อย่างไร สังคมต้องออกมากดดัน แสดงความชิงชังรังเกียจในพฤติกรรมฉ้อฉล ขับไล่ไปให้พ้นๆไปจากกระบวนการยุติธรรม แล้วที่ยุบพรรคที่เป็นเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนจะว่าอย่างไร ?
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น กระจกเงา วันที่ตอบ 2010-11-11 17:50:44
 
 
 ความเห็นที่ 31 (3258871)
มีสารพัดกระทำการ   ในสิ่งที่ทำให้ประชาชนเสื่อมถอยความเชื่อมั่น   ศรัทธาในสถาบันยุติธรรม    ...........    มาพูดกันตรง ๆ เลย   สถาบันนี้ไม่เคยมองตัวเอง    ..........    
 
ยกตนไว้สูงส่ง   .........   ใครประท้วง   วิจารณ์ไม่ได้............   นั่นเป็นเหตุให้ทะนงตนหลงและเหลิงอำนาจ     เพราะเหตุนี้ ประชาธิปไตยจึงจำเป็นต้องมีการคานอำนาจสำคัญ ๆ เอาไว้   ............    และที่สุด เจ้าของประเทศ เจ้าของอำนาจที่แท้จริงคือประชาชน   ต้องตรวจสอบได้เสมอ.................
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สนอง ไทกุล วันที่ตอบ 2010-11-11 19:25:52
 
 
 ความเห็นที่ 32 (3258873)
ไม่อายหรือไง        ทำไมไม่พิจารณาตัวเอง    ..........
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น แววเฉื่อย วันที่ตอบ 2010-11-11 19:37:14
 
 
 ความเห็นที่ 33 (3258874)
น่าเอาอย่างภิกษุสงฆ์นะครับ   มีวันมหาปวารณา    .........    กันเหลิง.................
 
วันนี้ก็คือวันขึ้น 15 ต่ำเดือน 11 ครับ ก่อนวันออกพรรษาทุกปี พระภิกษุสงฆ์ทุกรูป ทุกระดับ จะปวารณาว่า   หากตนมีกายกรรมก็ดี วจีกรรมก็ดี มโนกรรมก็ดี ไม่ชอบไม่ควรอย่างไร ขอให้ภิกษุอื่นใดว่ากล่าวตักเตือนได้..........   มีมาแต่ยุคพุทธองค์แล้ว    ทรงบัญญัติเพื่อกันภิกษุเหลิงตน   .......    คล้าย ๆ หลักการคานอำนาจของอำนาจทั้ง 3 นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ นั่นแหละครับ
 
แต่ในวันนี้      ตุลาการเพี้ยนไป เสื่อมทราม ไป เพราะเป็นตุลาการภิวัฒน์ และตุลาการสองมาตรฐาน และเพราะยกตนไว้สูงเกินประชาชน   เจ้าของอำนาจที่แท้จริง อย่างไรล่ะครับ......
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น กงจักร เสมาคำ วันที่ตอบ 2010-11-11 19:44:12
 
 
 ความเห็นที่ 34 (3272943)
ทุกองค์กรควรมีการตรวจสอบจากประชาชนได้ เพราะทุกองค์กรคนทำงานก็มีกิเลสตัณหาเหมือนๆกัน จะไปตีขลุมว่าคณะตุลาการมีความดี ความบริสุทธิ์ยุติธรรมกว่าคนอื่นหรือองค์กรอื่นไม่ได้ ที่ใดยิ่งมีการคัดเลือกคนโดยระบบอุปถัมภ์ยิ่งจะได้คนดียาก ดังนั้นแม้เป็นตุลาการก็ต้องถูกตรวจสอบได้เพื่อความโปร่งใสและไว้วางใจได้ว่าจะเป็นที่พึ่งของประชาชน
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น กระจกเงา วันที่ตอบ 2010-11-12 15:12:03
 
 
 ความเห็นที่ 35 (3273182)
น่าขำที่ตุลาการจะฟ้องเอาผิดหนังสือพิมพ์มติชนที่ทำข่าวคลิปฉาว คนไทยไม่โง่นะและเขาต้องการสื่อที่กล้าหาญ กล้าเอาความจริงมาตีแผ่ ณ วันนี้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทำได้อย่างเดียวคือพิสจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองให้ประชาชนเห็น อย่ามาบิดเบือนข่มขู่คนปล่อยคลิปเลย เขารู้ทันหมดแล้วและประชาชนจะตรวจสอบขุดคุ้ยจนกว่าต่อมสำนึกของตุลาการคร่ำครึพวกนี้จะทำงาน
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น กระจกเงา วันที่ตอบ 2010-11-15 10:35:09
 
 
 ความเห็นที่ 36 (3274645)
ตุลาการ....เป็นนักกฎหมายหัวเก่า   นี่ก็สมควรถูกรุแล้ว
 
และยังไม่รู้จักประชาธิปไตย    ................................   พอ ๆ กับทหารแหละ......
 
และพอ ๆ กับพรรคประชาธิปัตย์เลย......................
 
นี่คือปราการอันกีดกั้นอย่างหนาของประชาธิปไตย....
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สถาวร ผดุงสิทธิ์ วันที่ตอบ 2010-11-25 19:17:37
 
 
 ความเห็นที่ 37 (3274854)
เข้าใจคำว่าอำมาตย์
 
ชัดหรือยัง
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น ต.เต่าหลังตุง วันที่ตอบ 2010-11-28 00:08:35
 
 
 ความเห็นที่ 38 (3274866)
ตุลาการพวกนี้ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนก็กำลังตกอยู่ภายใต้ความกลัวอิทธิพลของระบอบเผด็จการ นับวันคนไทยก็ยิ่งจะตาสว่างมากขึ้น ฝ่ายเผด็จการนับวันถอยหลังได้เลย ดูรัฐบาลเผด็จการทหารพม่าสิกดหัวประชาชนอยู่ตั้งนานหลายปี แต่นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยก็ไม่เคยยอมแพ้ แม้จะต้องมีคนตายหรือถูกขังแต่ใจของเสรีชนไม่ยอมจำนน และวันนี้เมื่อผู้นำทางจิตวิญญาณแห่งประชาธิปไตยอย่างนางอองซาน ซูจีถูกปล่อยให้มีอิสรภาพกระแสการต่อต้านรัฐบาลก็ยิ่งกระหึ่มขึ้น เพราะประชาชนพม่าทนไม่ไหวแล้วต่อการกดขี่เอารัดเอาเปรียบให้ลำบากยากจน นับวันแสงสว่างแห่งประชาธิปไตยก็จะบดบังอำนาจเผด็จการ เพราะยุคสมัยเป็นเช่นนั้น แล้วระบอบเผด็จการอำมาตยาธิปไตยไทยอันล้าหลังจะยืนหยัดอยู่ได้อย่างไร ในเมื่อชนชาติไทยมีเสรีภาพมาโดยตลอด ใครเขาจะยอมให้กักขังความคิดของเขา เพื่อความอยู่รอดทางที่ดีต้องปรับตัวให้เข้ากับโลกยุคโลกาภิวัฒน์ที่ชาวโลกเขาเป็นเสรีชน
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น กระจกเงา วันที่ตอบ 2010-11-28 03:04:24
 
 
 ความเห็นที่ 39 (3275106)
บันทึกไว้หน่อยครับ 29 พ.ย.2553 วันตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ มีตุลาการ 6 คน ชื่อ นายชัช ชลวร ประธานฯ
 
ยกฟ้องครับ................. หัวเสียจริง ๆ
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สนอง ไทกุล วันที่ตอบ 2010-11-29 20:36:31
 
 
 ความเห็นที่ 40 (3275112)
พูดไม่ออก...................วงการยุติธรรมไทย.......มีคนโง่ขนาดนั้นหรือ ???   ..... โง่จนไม่รู้เลยหรือว่าเรื่องที่เราทำอยู่มันได้หมดอายุความไปแล้วหรือยัง....... หรือมันจะหมดอายุความเมื่อไร....................... มาจบเอาง่าย ๆ แค่ว่า ส่งเกินกำหนด............. กำหนดให้ 15 วัน   ดันส่งเกิน 15 วัน เขาก็ยกฟ้อง.............
 
เสียเงินเสียทอง เสียเวลา   เสียความพยายามไปเพื่ออะไร ??????? เสียดายจริง ๆ     ประเด็นหลัก เจตนาหลักคือ จะตัดสินเรื่องพฤติกรรมผิด ถูก ขนาดไหนอย่างไร ของผู้ต้องสงสัย พบแล้วก็ลงโทษเพื่อให้เข็ดหลาบ ........... แต่ก็ไม่ได้ตัดสิน..... เพราะเอาคนมาส่งช้าเกินไป ก็บอกปัด.........................
 
นี่คือความครึของวงการยุติธรรมไทย   วงการกฎหมายไทย .......................................
 
และคงมีคนจำนวนมาก ที่ฟังนายชวนแถลงปิดคดี ......... นิยม ยกนิ้วให้...............   แม้ว่าเนื้อแท้ แสดงถึงความเห็นแก่ตัวอย่างที่สุด และไม่ชอบด้วยหลักการประชาธิปไตยเลย    ..................   เพราะเขา...นายชวน หลีกภัย ถือโอกาสพูด แบบเดิม   เอาดีเข้าตัว เอาชั่วเข้าคนอื่น............. เขาถือโอกาสใส่ร้าย นินทา..... คนอื่นโดยที่คนอื่นไม่มีโอกาสแก้ตัวเลย.............. ได้อย่างแนบเนียนที่สุด    แต่นั่นแหละบอกถึงสปิริตที่ไร้ประชาธิปไตยอย่างสิ้นเชิง...........
 
นี่คือความคร่ำครึ...................................................ของวงการกฎหมายไทย และ นายชวน หลีกภัย........ในนัยของความเข้าใจในประชาธิปไตย สุดที่จะบกพร่องจนเกินจะแก้ไข.......................
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุพร อ่อนราย วันที่ตอบ 2010-11-29 21:14:56
 
 
 ความเห็นที่ 41 (3275160)
การตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์   เป็นการใช้วิชา ศรีธนญชัยเข้าตัดสิน
 
ประเด็นของคดีนี้ คือวงการยุติธรรมไทย ซึ่งหมายถึงทุกระบบของวงการกฎหมายไทย รวมทั้งการศึกษาไทยทุกระดับ เก่าคร่ำครึ ล้าหลัง ไม่ทันกาล ไม่ทันสังคม และไม่ทันโลก
 
กฎหมายเก่าคร่ำครึ และผู้พิพากษาเก่าคร่ำครึ เปิดโอกาสให้ใช้วิธีการปลิ้นปล้อนช่วยคดีเพื่อนเพื่อเอาตัวรอด อย่างไม่คำนึงเป้าหมาย วัตถุประสงค์หรือเจนารมณ์ของสังคม นี่คือพฤติกรรมที่สังคมเก่าไทยเห็นว่าเก่ง  
 
และนี่แหละ ศรีธนญชัยตัวจริงละ......
 
สังคมไทยจึงไม่ไปไหน ย่ำอยู่กับที่มานานแม้ว่าได้มีการประกาศอุดมการณ์ใหม่คือประชาธิปไตยมาร่วม 77 ปีแล้ว .
 
 จึงไม่ตอบรับระบอบใหม่คือประชาธิปไตย    สังคมไทยที่ต้องการประชาธิปไตย จึงมีสิ่งที่เรียกว่า อวิชชาแบบศรีธนญญชัย เป็นตัวปัญหา
 
ประชาชนยุคประชาธิปไตย ย่อมตัดสินโดยถือเจตนารมย์ของประชาชนเป็นหลัก   ........   จึงต้องตัดสินใหม่อีกครั้งหนึ่ง    นั่นคือ   ตัดสินเพื่อให้รู้ผิดรู้ถูกอย่างชัดเจน      ..................      ไม่มีความชอบธรรม ยุติธรรม   ในการปล่อยให้บุคคลหรือสถาบัน ที่ต้องสงสัยให้กลับคืนไปสู่สังคมในสภาพเดิม     อันย่อมไม่ชอบธรรมที่ประชาชนจะต้องเสี่ยงกับการก่อการร้าย ของบุคคลที่ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ร้าย   ......... นี่แหละครับ จึงจะเป็นธรรมแก่ประชาชน   แก่ประชาธิปไตย    
 
ฉะนั้น    จึงได้สร้างความชอบธรรมขึ้นมาว่า จำเป็นเหลือเกินที่ศาลประชาชนจะตัดสินเอง และถ้าหากเป็นไปได้ควรจะต้องนำส่งคณะตุลาการฯนี้ย้อนยุคไปสู่ยุคศรีธนญชัยนู้น   จึงจะเป็นธรรม.......................  
 
และประชาชนในระบอบประชาธิปไตยมีสิทธิที่จะคิดและพิจารณาค่าตอบแทนใหม่   เราคิดว่าควรลดลดเงินเดือนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลงมา พอ ๆ กับเสมียนยุคศรีธนญชัยนั้นก็เยอะแล้ว
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น บรรทัดทอง สุวรรณมาลี วันที่ตอบ 2010-11-30 11:30:00
 
 
 ความเห็นที่ 42 (3275167)
เอาตรงไหนมาพูดว่าไม่ทันเวลา    15 วันกำหนดอย่างไรครับ ?
 
รู้หรือเปล่าว่า กว่าจะจัดการฟ้องร้องได้นั้น   รัฐสุญเสียการลงทุนเฉพาะส่วนนี้ไปเพียงไหน และมันคุ้มค่าหรือที่คุณจะอ้างเอา 15 วัน มาเป็นการยกฟ้องไปเสียง่าย ๆ      แล้วมีที่ไหนที่คนจะทำสำนวนเสร็จฟ้องร้องกันได้ใน 15 วัน นับแต่รู้เรื่องทุจริต (กฎหมายว่าอย่างนี้ใช่ไหม ครึจริง ๆ   แต่ก็คงดิ้นไปแบบศรีธนญชัยได้ถ้าเขาคิดจะทำ)
 
คราวพรรคไทยรักไทย ชาติไทย ..มัชฌิมาประชาธิปไตย......   พลังประชาชน .................. ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร.......ยุบทีเดียว 4 พรรคก็ยุบได้ แล้วตุลาการรู้หรือเปล่าในหลักการประชาธิปไตยที่ว่า   พรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยนั้น มิอาจมีบุคคลอื่นใดมาสั่งการยุบได้   นอกจากประชาชน (มีไทยนี่แหละคณะปฏิรูปสนธิ บุณยรัตนกลิน ประชาธิปไตยหัวกุด เขียนใส่กฎหมายให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยุบได้ ......... แล้วก็เลือกยุบบ้างไม่ยุบบ้าง เป็นสองมาตรฐานต่อมา)      
 
เห็นด้วยครับ    ทำงานอย่างนี้ให้เงินเดือน เท่าเสมียนก็พอ......................        มนุษย์เงินเดือนนี่ ไม่ทราบหรอกว่าประชาชนผู้เสียภาษีอากรเงินทองหายากขนาดไหน ????
 
แล้วยังไม่รู้ตัว   หาว่ามีขบวนการดิสเครติตขบวนการยุติธรรมไปโน้น.......รวมหัวกันพูดแบบเดียวกันหมด พวกกฎหมายศรีธนญชัย................ ก็คุณมีความสามารถแค่นี้.......พฤติกรรมเห็นอยู่...........มันฟ้องตัวเองอยู่อย่างนี้.................. ใครจะดิสเครติต...ลองคิดด้วยใจเป็นธรรมสมกับตำแหน่งผู้พิพากษาดู    ..... 
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น เสียงสวรรค์ วันที่ตอบ 2010-11-30 11:59:47
 
 
 ความเห็นที่ 43 (3275243)
ถูกแล้วครับ    กระบวนการยุติธรรม กระบวนการนักกฎหมายศรีธนญชัย อย่างนี้นี่เอง...................................ผูกประเทศไทยเอาไว้ ย่ำอยู่กับที่   แบบเดียวกับผูกกระบือไว้กับหลัก ................   นั่นแหละครับ ก็ย่ำไปย่ำมาอยู่รอบ ๆ หลักปักขี้ควายนี่นเอง ไม่ไปไหน .....
 
    จึงถึงเวลาที่จะปลดแอกเสียที.......
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น อภิชัย ชัยกำภู วันที่ตอบ 2010-11-30 20:57:32
 
 
 ความเห็นที่ 44 (3275400)
ด้าน....ชนิดไม่เกรงใจใคร....ขอปี๊บ 4 ใบ
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น ต.เต่าหลังตุง วันที่ตอบ 2010-12-02 00:36:50
 
 
 ความเห็นที่ 45 (3275556)
          ใคร ใครครับ        พูดให้ชัด ๆ ?   ที่ว่าด้านน่ะครับ........
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายธำรงค์ สนธิประชา วันที่ตอบ 2010-12-02 22:02:32

 

 

 

 

 
5.2.   บันทึกสองมาตรฐาน ตุลาการภิวัฒน์ ตุลาการศรีธนญชัย
       24 เม.ย. 2555
 
 
# ศาลฎีกายกคำร้องกรณีกกต.ให้ใบแดงบุญจง แกนนำพรรคภท. อ้างหลักฐานไม่เพียงพอ.........Red Gossip/ 20 มี.ค.2555
 
  • ผู้ตั้งกระทู้ 001 :: วันที่ลงประกาศ 2012-03-24 07:42:37
 
 
 
ความเห็นที่ 1 (3329661) 
# ศาลปกครองกลางยกคำร้องบ.เอกชนขอคุ้มครองชั่วคราวเพิกถอนประกาศปรับขึ้นค่าแรง 300บาท 1 เม.ย.55 ตามนโยบายของรัฐบาล.........D-Station/20 มี.ค.2555
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น 001 วันที่ตอบ 2012-03-24 07:49:46
 
 
 ความเห็นที่ 2 (3329662) 
# เรืองไกรยื่นกกต.สอบปมกก.สรรหาส.ว.ที่มาจากศาลฎีกาคุณสมบัติไม่ครบ เชื่อ 7 วันรู้ผล 10 ส.ว.สรรหาไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง.......D-Station/21 มี.ค.2555
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น 001 วันที่ตอบ 2012-03-24 07:55:33
 
 
 ความเห็นที่ 3 (3329663) 
ศาลฎีกาไม่รู้กฎหมายหรือไง คัดเลือกคนทำผิดกฎหมายไปเป็นส.ว.ได้อย่างไรครับ ?
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายบัฟฟาโล วันที่ตอบ 2012-03-24 07:57:23
 
 
 ความเห็นที่ 4 (3329664) 
# เสธ.หนั่นถามเวทีปรองดอง ต่างชาติสนใจใครสั่งให้รัฐประหาร 19 ก.ย.2549 พล.อ.สนธิตอบแม้ตนตายไปแล้วก็หาคำตอบไม่ได้ ..........D-Station/21 มี.ค.2555
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น 001 วันที่ตอบ 2012-03-24 08:02:12
 
 
 ความเห็นที่ 5 (3329666) 
ปรบมือให้เสธ.หนั่น.............ต้องให้เคลียร์ ในที่สุดต้องให้เคลียร์   ....    แม้ว่าคำตอบของ มุสลิมชั่วร้าย (แกไม่ใช่มุสลิมจริง พี่น้อง ......แกทำเป้นถือพุทธ ว่าสุภาษิตพุทธ แต่ก็เพื่อเอาตัวรอด หน้าไหว้หลังหลอก ไม่ใช่พุทธจริง)   ว่าตายไปก็หาคำตอบไม่ได้ .......
 
ฟังสิ..................ไปโยนความผิดให้   สิ่งที่ไม่มีตัวตน .........    เชื่อเถอะ เพื่อเอาตัวรอดแค่นั้นเอง ..........คนเจ้าเล่ห์ ลับ ลวง พราง.............
 
อย่าลืมนะครับ พี่น้อง   แกนึกยิ้มอยู่ในใจแล้ว ตั้งแต่ได้เข้าไปสู่รัฐสภาแห่งชาติ   แถม ได้รับยกเป็นประธานปรองดองอีก.............ในใจแกคิดว่า พวกพุทธ ........ ไม้ปักเลน...   พูดเรื่องให้อภัยขึ้น มันก็ยอมแล้ว ........พวกพุทธหัวอ่อน โง่จะตาย   ....
 
ครับ   แกคิดอย่างนั้นครับ..........
 
ก็สมควร....เพราะคน 60 ล้านไปเลือกมุสลิม ผู้ทำลายประชาธิปไตยของชาติ ควรเอาตัวไปประหาร แต่กลับได้ดี จากการประจบของใคร ๆ ในประเทศนี้ ........ เลือกขึ้นเป็นประธานเรื่องสำคัญของประชาธิปไตย   ในเมื่อเราต้องการประชาธิปไตย .....
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายบัฟฟาโล วันที่ตอบ 2012-03-24 08:11:59
 
 
 ความเห็นที่ 6 (3329672) 
#ศาลปค.ยกคำร้อง41บ.เอกชนค้านรบ.ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำวันละ300.ให้มีผลตามเดิม........RedGossip/21มี.ค.2555
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น 002 วันที่ตอบ 2012-03-24 08:45:09
 
 
 ความเห็นที่ 7 (3329673) 
#จตุพรเตรียมยื่นคำให้การกรณีกกต.ให้พ้นสภาพสส.ที่ศาลรธน.พรุ่งนี้ 10.30 น..........RedGossip/21 มี.ค.2555
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น 001 วันที่ตอบ 2012-03-24 08:47:49
 
 
 ความเห็นที่ 8 (3329674) 
#มติกกต.ให้ศรีสุข รุ่งวิสัยพ้นสภาพสว. สรรหา ระบุไม่ไปเลือกตั้ง จ่อส่งศาลฎีกาฟัน.......RedGossip/21มี.ค.2555
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น 001 วันที่ตอบ 2012-03-24 08:51:04
 
 
 ความเห็นที่ 9 (3329675) 
#กกต.มีมติสอย "ศรีสุข รุ่งวิสัย" พ้น ส.ว.สรรหาเหตุไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส่งศาลฎีกาชี้ขาด ..........D-Station/21 มี.ค.2555
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น 001 วันที่ตอบ 2012-03-24 08:53:48
 
 
 ความเห็นที่ 10 (3329676) 
#ดีเอสไอสรุปผลสอบซีซีทีวีกทม.ไม่พบฮั้วประมูลกล้องจริง ดัมมีราคาตลาด แต่สั่งซื้อสายไฟเคเบิลใยแก้วแพงกว่าปกติ ส่งปปช.ไต่สวน............ D-Station/22 มี.ค.2555
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น 001 วันที่ตอบ 2012-03-24 08:58:44
 
 
 ความเห็นที่ 11 (3329677) 
#พล.อ.สนธิโวยคำถามเสธ.หนั่นใครสั่งยึดอำนาจ19ก.ย.2549ทำเวทีสาธารณะเสียบรรยากาศ ยันกมธ.ปองดองยังไม่มีมติ...........D-Station/22มี.ค.2555
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น 001 วันที่ตอบ 2012-03-24 09:04:03
 
 
 ความเห็นที่ 12 (3329708) 
# เรืองไกรยื่นกกต.สอบปมกก.สรรหาส.ว.ที่มาจากศาลฎีกาคุณสมบัติไม่ครบ เชื่อ 7 วันรู้ผล 10 ส.ว.สรรหาไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง.......D-Station/21 มี.ค.2555
 
ศาลฎีกาไม่รู้กฎหมายหรือไง คัดเลือกคนทำผิดกฎหมายไปเป็นส.ว.ได้อย่างไรครับ ? เห็นด้วยกับนายบัฟฟาโล ........   แล้วเมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นแบบนี้ อันเป็นผลเสียหายต่อประเทศชาติ ต่อสถาบันของชาติเช่นนี้ ศาลฎีกาจะรับผิดชอบอย่างไร .....   ยอมรับหรือไม่ว่า เป็นความผิดพลาดของศาลฎีกา ?    ถ้าไม่มีการพิจารณาประเด็นนี้ นั้นแปลความหมายว่าศาลฎีกาอยู่เหนือกฎหมาย ไม่มีใครอาจวิจารณ์ได้
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายไพบูลย์ รักษ์ไท วันที่ตอบ 2012-03-24 13:07:54
 
 
 
 
 
 
 
 
5.3. โหงเฮ้งวิทยา ตุลาการไทย เป็นเต่า
     ล่าสุดผู้ตรวจการแผ่นดิน
     เลยไปถึงโหงเฮ้งเจ๊กลิ้มและเทพไทเสนพงษ์
      9 เม.ย. – 9 พ.ค.2555
 
มี 3 คน   .............ขอจารึกชื่อ......
1.    นาง ผาณิต   นิติทัณฑ์ประภาส   ประธาน ฯ         ไม่รูเรื่องราวเลยเกี่ยวกับประชาธิปไตย โขล่งพอ ๆ กับคคนอื่น ๆ ทุกสถาบัน
2.     ไม่รู้จัก   โผล่มามืดจริง ๆ..............ศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช
3.      เหมือนกัน   ............ดร.ประวิช รัตนเพียร
 
นั่งกินเงินเดือนฟรี ๆ มานานแล้ว แก้รัฐธรรมนูญก็เอาออกไปให้หมด   ....
ความผิดขั้นต้นก็คือ    ไม่ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย   ไม่เข้าใจระบอบประชาธิปไตย  
 
 
  • ผู้ตั้งกระทู้ สุไหงปาดี ชินะกุล :: วันที่ลงประกาศ 2012-03-09 20:48:03
 
 
[1]
ความเห็นที่ 1 (3328359)  
ทำอะไรบ้างสมแก่เงินเดือนที่ตั้งให้ จากภาษีอากรของประชาชนหรือไม่
เพราะตลอดเวลาที่ใช้รธน.50 แม่ของพวกเขา มาไม่เคยมีข่าวทำอะไรเลย
แล้วอยู่ ๆ ก็มาทำตัวเหมือนเป็นนายนายกรัฐมนตรี ที่ประชาชนเขาเลือกมากับมือ ให้เป้นใหญ่ทางการบริหาร
และยังไม่บอกถึงความเป็นธรรม แต่ยังคงเผยความเป็น ตุลาการภิวัฒน์ ตุลาการสองมาตรฐาน และตุลาการศรีธนญชัย ......   ที่โลกเพ่งเล็งมาที่ประเทศไทยอย่างหนักอยู่ระยะหลังนี้
เพราะ พูดอะไรเข้าข้างฝ่ายตัวเอง   ลงโทษฝ่ายตรงข้ามตนเอง ........ แสดงตนเองเป้ฯพวกสองมาตรฐาน ....
 
มีคนรักประชาธิปไตยเขาชำแหละอย่างล่อนจ้อนอยู่ คือ จตุพร พรหมพันธ์ รายการชูธงของ วีรบุษ-วีรสตรีเชิร์ตแดง โดยการมองจากสายตาเสรีชน ประชาชนผู้รักประชาธิปไตย 
 
มาดู 3 ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยเรื่องราวที่พวกตนเองเสนอมา ต่อไปนี้  
คำวินิฉฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามประมวลจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
         กลุ่มการเมืองสีเขียว โดยนายจาตุรันต์ บุญเบญจรัตน์ และคณะ ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๕ ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณา สอบสวนข้อเท็จจริง กรณีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ ของบุคคล ๔ คน ดังต่อไปนี้
 
        ๑. นางนลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นบุคคลที่มีชื่ออยู่ใน “บัญชีดำ” ของสหรัฐอเมริกา โดยให้การช่วยเหลือการทุจริตของรัฐบาล นายโรเบิร์ต มูกาเบ อดีตประธานาธิบดีของประเทศซิมบับเว
        ๒. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นแกนนำในการจัดการชุมนุมที่ไม่เป็นไปตามครรลองของรัฐธรรมนูญ ละเมิดสิทธิเสรีภาพ สร้างความเสียหายให้เกิดกับผู้อื่น และเป็นผู้ถูกตั้งข้อหาร้ายแรงในคดีก่อการร้าย
        ๓. นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
        ๔. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ใส่ใจในการคัดเลือกบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่คำนึงถึงประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำ
 
ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาร่วมกันแล้ว มีคำวินิจฉัย ดังนี้
 
๑. กรณีการร้องเรียนนางนลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาร่วมกันแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงจากการสอบสวนพบว่า นางนลินี ทวีสิน เป็นบุคคลที่มีชื่ออยู่ในบัญชี Specially Designated National (SDN) ของสหรัฐอเมริกา โดยสำนักงานควบคุมทรัพย์สิน ต่างชาติ กระทรวงการคลัง (Office of Foreign Assets Control (OFAC), U.S. Department of the Treasury) ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ แต่เนื่องจากนางนลินี ทวีสิน ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๕ ดังนั้น กรณีนางนลินี ทวีสิน ถูกกล่าวหาและขึ้นบัญชี SDN ของสหรัฐอเมริกาจึงเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นก่อนที่บุคคลดังกล่าวจะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีซึ่งเป็นข้าราชการการเมือง ตามระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ กรณีจึงมิอาจถือได้ว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมตามระเบียบดังกล่าว ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงวินิจฉัยให้ยุติการพิจารณาเรื่องร้องเรียนในประเด็นดังกล่าว
 
๒. กรณีการร้องเรียนนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาร่วมกันแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่มีการกล่าวหา นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นแกนนำแนวร่วมประชาชนต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. และถูกตั้งข้อหาร้ายแรงโดยเฉพาะข้อหาการก่อการร้าย ข้อเท็จจริงจากการสอบสวนพบว่า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ถูกฟ้องร้องเป็นจำเลยในคดีอาญา ตามคดีหมายเลขดำที่ อ. ๒๕๔๒/๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ แต่เนื่องจาก นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๕ ดังนั้น กรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นแกนนำแนวร่วมประชาชนต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. จึงเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นก่อนที่บุคคลดังกล่าวจะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีซึ่งเป็นข้าราชการการเมือง ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ กรณีจึงมิอาจถือได้ว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมตามระเบียบดังกล่าว ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงวินิจฉัยให้ยุติการพิจารณาเรื่องร้องเรียนในประเด็นดังกล่าว
 
๓. กรณีการร้องเรียนนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาร่วมกันแล้วเห็นว่า พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๔ บัญญัติว่า “สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการของคณะรัฐมนตรี รัฐสภา และราชการในพระองค์ มีเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี...” และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๔๙ ข้อ ๒ กำหนดให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีมีภารกิจเกี่ยวกับราชการของคณะรัฐมนตรี การประสานราชการกับรัฐสภา การประสานราชการกับส่วนราชการในพระองค์ ฯลฯ โดยให้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับราชการของคณะรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจึงมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการของคณะรัฐมนตรีและที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี
 
จากข้อเท็จจริงที่ชี้แจงว่า การตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีไม่มีหลักเกณฑ์กำหนดไว้ แต่ในทางปฏิบัติเป็นความรับผิดชอบของบุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้งและหน่วยงานผู้เสนอชื่อที่จะตรวจสอบความถูกต้องของคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม โดยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะทำหน้าที่กลั่นกรองความถูกต้องตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายเท่านั้น ซึ่งได้จัดทำแบบแสดงประวัติ ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีเพื่อประกอบพระบรมราชวินิจฉัย (แบบ รมต.๑) และแบบแสดงคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม สำหรับผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีใช้ตรวจสอบและรับรองตนเอง (แบบ รมต.๒) ให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีกรอกข้อมูลด้วยตนเอง เพื่อเป็นการตรวจสอบและยืนยันคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลนั้น และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวมาโดยตลอด ในกรณีของนางนลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ได้มีการกรอกข้อมูลในแบบแสดงประวัติฯ และแบบแสดงข้อมูลคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกัน
 
ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาร่วมกันแล้วเห็นว่า แม้กฎหมายมิได้บัญญัติไว้โดยชัดเจนให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีมีหน้าที่ในการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี แต่ในทางปฏิบัติการแต่งตั้งรัฐมนตรีแต่ละครั้ง รวมทั้งครั้งนี้ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีก็ได้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามแนวทางและมาตรฐานการดำเนินการที่เคยปฏิบัติมาโดยตลอด กรณีการร้องเรียนในประเด็นนี้ จากการสอบสวนจึงไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ปฏิบัติแตกต่างไปจากที่เคยปฏิบัติมา ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงวินิจฉัยให้ยุติการพิจารณาเรื่องร้องเรียนในประเด็นนี้ ตามมาตรา ๒๘ (๓) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๕๒
 
อย่างไรก็ดี โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๗๙ วรรคสี่ บัญญัติว่า “การพิจารณา สรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งบุคคลใดเข้าสู่ตำแหน่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้อำนาจรัฐ รวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนเงินเดือน และการลงโทษบุคคลนั้น จะต้องเป็นไปตามระบบคุณธรรมและคำนึงถึงพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลดังกล่าวด้วย” ดังนั้น ในการพิจารณากลั่นกรองแต่งตั้งบุคคลใดเข้าสู่ตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้อำนาจรัฐจึงไม่เพียงแต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ชี้แจงมาข้างต้น แต่จะต้องคำนึงถึงพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลตามบทบัญญัติดังกล่าวด้วย ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๕๒ เสนอแนะให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีดำเนินการปรับปรุงวิธีการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรี ให้ครบถ้วนและครอบคลุมถึงพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อประกอบการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ในคราวต่อๆ ไปด้วย
 
๔. กรณีการร้องเรียนนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
ผู้ตรวจการแผ่นดินได้พิจารณาร่วมกันแล้วเห็นว่า
 
๔.๑ การแต่งตั้งบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจรัฐ ในตำแหน่งรัฐมนตรี กฎหมายมิได้กำหนดให้เพียงแต่พิจารณาจากบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา ๑๗๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงพฤติกรรมทางจริยธรรมตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๗๙ วรรคสี่ เพื่อให้ได้บุคคลที่มีทั้งความรู้ความสามารถ มีคุณธรรมและจริยธรรมด้วย ดังนั้น ในการแต่งตั้งบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้อำนาจรัฐ ผู้มีอำนาจในการเสนอชื่อบุคคล เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีจึงต้องตรวจสอบคุณสมบัติให้ได้บุคคลที่มีทั้งความรู้ ความสามารถและพฤติกรรมทางจริยธรรม เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาแต่งตั้งตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ แนวทางปฏิบัติในการตรวจสอบคุณสมบัติโดยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีซึ่งมีหน้าที่กลั่นกรองความถูกต้องตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย ยังไม่มีการกำหนดวิธีการตรวจสอบในเรื่องพฤติกรรมทางจริยธรรม ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๗๙ วรรคสี่ และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๘
 
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๕๒ ผู้ตรวจการแผ่นดินโดยความเห็นชอบร่วมกันจึงเสนอแนะให้นายกรัฐมนตรีกำหนดมาตรการและวิธีปฏิบัติในการตรวจสอบพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีขึ้นโดยเร็ว เพื่อใช้ในการแต่งตั้งรัฐมนตรีในคราวต่อๆ ไป โดยในระหว่างที่ยังไม่มีข้อกำหนดดังกล่าว ขอให้นายกรัฐมนตรีนำระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ มาใช้โดยอนุโลม เพราะเป็นมาตรฐานทางจริยธรรมที่กำหนดขึ้นสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง และเป็นมาตรฐานทางจริยธรรมที่ประชาชนคาดหวังต่อผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง แม้ทางกฎหมายจะไม่มีผลต่อบุคคลที่ยังไม่ได้รับการแต่งตั้งเข้าสู่ตำแหน่ง แต่ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อต้องรับรู้ เข้าใจ และดำรงตน อยู่ในมาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าวก่อนเข้าสู่ตำแหน่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจรัฐ และมิอาจกล่าวอ้างได้ว่าในการพิจารณา สรรหา กลั่นกรอง หรือ แต่งตั้งบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ไม่จำเป็นต้องพิจารณารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๗๙ วรรคสี่ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2550/A/047/1.PDF และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ http://www.cabinet.thaigov.go.th/acrobat/Ethics_soc.pdf
 
นอกจากนี้ ในเรื่องการพิจารณา การสรรหา การกลั่นกรอง การแต่งตั้ง การโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนเงินเดือน และการลงโทษบุคคลผู้ใช้อำนาจรัฐ ขอให้นายกรัฐมนตรีกำชับส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง ให้ถือปฏิบัติให้เป็นไปตามระบบคุณธรรมและคำนึงถึงพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคล ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๗๙ วรรคสี่ โดยเคร่งครัดด้วย
 
๒. กรณีการพิจารณาเสนอชื่อแต่งตั้ง นางนลินี ทวีสิน ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
เมื่อพิจารณาจากพฤติกรรมทางจริยธรรมของนางนลินี ทวีสิน ซึ่งมีผู้ร้องเรียน และเป็นที่สงสัยของสังคมว่านางนลินี ทวีสิน มีความเหมาะสมที่จะเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ เนื่องจากเป็นผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีของสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างชาติ กระทรวงการคลัง สหรัฐอเมริกา ในประเด็นดังกล่าว สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยได้ชี้แจงตามรายละเอียดที่ส่งมาด้วย สรุปว่านางนลินี ทวีสิน เป็นผู้ถูกกำหนดชื่อใน Specially Designated National (SDN) ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างชาติกระทรวงการคลัง สหรัฐอเมริกา (Office of Foreign Assets Control (OFAC), U.S. Department of the Treasury) และแม้ว่าจะเป็นการประกาศฝ่ายเดียว แต่ส่งผลให้ผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีดังกล่าวถูกห้ามทำธุรกรรมทางการเงินกับพลเมืองชาวอเมริกัน ถูกอายัดทรัพย์สินที่มีอยู่ในเขตอำนาจของสหรัฐอเมริกา ไม่สามารถติดต่อธุรกรรมประเภทที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือทางการเงินจากสหรัฐอเมริกา และถูกห้ามเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา อีกทั้งการประกาศบัญชีรายชื่อนี้ไม่มีกำหนดวันหมดอายุของการบังคับใช้และไม่มีกำหนดเวลาในการทบทวนรายชื่อ แต่ผู้ถูกกล่าวหาสามารถอุทธรณ์หรือแสดงหลักฐานเพื่อโต้แย้งการมีชื่ออยู่ในบัญชีดังกล่าวได้โดยตรงต่อสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างชาติ สหรัฐอเมริกา
 
ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาร่วมกันแล้วเห็นว่า แม้นางนลินี ทวีสิน จะมีคุณสมบัติและไม่มีข้อห้ามใดๆ ในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตามกฎหมายไทยก็ตาม แต่เมื่อมีข้อเท็จจริงปรากฏตามหนังสือของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยข้างต้น นายกรัฐมนตรีในฐานะที่มีหน้าที่กำกับดูแลการประพฤติปฏิบัติตนของรัฐมนตรี ให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงควรพิจารณาด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งว่า การที่นางนลินี ทวีสิน ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีอาจก่อให้เกิดความไม่เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของประชาชน และอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิของชาติหรือไม่ ทั้งนี้ ให้นำระเบียบดังกล่าว โดยเฉพาะข้อ ๙ ข้อ ๑๐ และข้อ ๒๗ มาใช้ในการพิจารณา
 
๓. กรณีการพิจารณาเสนอชื่อแต่งตั้ง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาร่วมกันแล้วเห็นว่า จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่อสาธารณะ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาระหว่างเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๒ ถึง พฤษภาคม ๒๕๕๓ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้เป็นแกนนำของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก่อให้เกิดความวุ่นวายและความไม่สงบขึ้นในบ้านเมืองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย และถูกพนักงานอัยการฟ้องเป็นจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ. ๒๕๔๒/๒๕๕๓ ขอให้ศาลลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๕/๑ และมาตรา ๑๓๕/๒ แม้ว่าคดีดังกล่าวจะอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ซึ่งยังมิได้มีคำพิพากษาก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาถึงการกระทำของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่พนักงานสอบสวนได้พิจารณาสอบสวนและพนักงานอัยการได้มีคำสั่งฟ้องคดีต่อศาลแล้ว กรณีดังกล่าวเห็นว่านายกรัฐมนตรียังไม่ได้นำพฤติกรรมทางจริยธรรมของนายญัฐวุฒิ ใสยเกื้อ มาประกอบการพิจารณาอย่างรอบคอบเพียงพอ ก่อนเสนอชื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เกี่ยวข้องในการใช้อำนาจรัฐ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๗๙ วรรคสี่
 
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๕๒ ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงเสนอแนะให้นายกรัฐมนตรีรับไปพิจารณาตรวจสอบพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๗๙ วรรคสี่ และตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ ต่อไป
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2012-03-09 21:00:14
 
 
ความเห็นที่ 2 (3328376)  
คำว่า ประชาชน ในระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้หมายถึง คนเสื้อแดง และคนรากหญ้าหรือ พวกไพร่ เท่านั้น   แต่หมายถึง คนทุกชนชั้น ทุกอาชีพ   หมายรวมถึงข้าราชการทุกประเภท ทุกยศ ทุกชั้น ซี    ทุกตำแหน่ง    รวมทั้งเหล่าพ่อค้าพาณิชย์ทุกอาชีพ
หมายความรวมถึงทหาร ตำรวจ อัยการ ศาล ตุลาการด้วย 
หมายความรวมถึงข้าราชการในองค์พระมหากษัตริย์ด้วย
 
นี่แหละความหมายของ ประชาชน
 
ประชาชนจึงต้องตระหนักในหน้าที่ของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยกันทุก ๆ คน ประชาธิปไตยจึงจะเดินหน้าไปได้ และผลดีของประชาธิปไตยนั้นก็คือ เป็นเครื่องมือของอนาคต เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่ออนาคต
 
แต่คนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไทย และโลกขณะนี้ ล้วนถูกนำโดยชนชั้นรากหญ้า ชาวนา กรรมกร    ทำไม ?   เพราะพวกเขาเข้าใจประชาธิปไตยเร็วกว่า
 
และกลับปรากฎว่า คนที่ไม่เข้าใจกลับเป็นพวกศาสตราจารย์ ในสถาบันต่าง ๆ พวกที่จบ ปริญญาเอกมา มีคำว่า ดร.นำหน้า   ทหารระดับนายพล นายพัน ......ประชาธิปไตยไทยจึงมีปัญหาเฉพาะคน ชนชั้นสูง ๆ จริง ๆ  
นี่แหละจึงต้องมาอบรมกันอย่างหนักเพื่อแผ่นดินทั้งแผ่นดิน ตาสว่าง 
ฉะนั้น จงช่วยกันเรียนรู้ประชาธิปไตย ............
 
ยอมรับเสียเถิดว่าเรารู้กันไม่พอ   สู้พวกรากหญ้าไม่ได้ 
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2012-03-10 06:23:15
 
 
ความเห็นที่ 3 (3328377)  
ประเด็น ปปช.กับ สว.
ข่าวว่า
วุฒิสภา มีมติ 84 ต่อ 56 ไม่ถอดถอน "ภักดี โพธิศิริ" ออกจาก ปปช. ตามที่ อนุดิษฐ์ นาครทรรพและสส.พท.ร้องทำผิดรธน. ........D Station/9 มี.ค.2555
ถึงไม่ได้ 2 ใน 3 เสียงทั้งหมดก็ตาม   แต่ก็เกินครึ่งไปแล้ว   ปปช.ก็น่าจะลาออก   ไปเสีย ทนหน้าด้านอยู่ได้อย่างไร ?    เพราะเราอยู่ในสถาบันอันทรงเกียรติ์ ที่ต้องตัดสินความดี ความชั่วของคนอื่น ..   เมื่อเรามีมณฑิลเสียแล้วเช่นนี้ ก็เสื่อม
 
อนึ่ง การกล่าวหาในวุฒิสภาของท่านอนุดิษฐ์ นั้น คนได้ฟังได้ยินทั้งประเทศ    มีเหตุผลจริง ๆ   ตามนั้น ที่ว่า ปปช.คนนี้ทำผิดอย่างน่าละอายใจ น่าจะไปมุดอยู่ในรู หนีหน้าผู้คนไปได้แล้ว .............   ที่เป็นเช่นนี้เพราะ รธน. 50 ไม่เป็นประชาธิปไตยนั่นเอง
 
ส่วน สว.ที่ได้อำนาจ ตามรธน.50 รธน.โจร นั้น ก็ไม่ทราบเหตุผล ว่าทำไม จึงไม่ยกมือทุกคน ในเมื่อมีเหตุผลอยู่พร้อมแล้ว   ......... คงเป็นเพราะเมื่อได้ทำหน้าที่ ตุลาการกับเขาบ้าง ก็กลับทำไปอย่าง สว.สองมาตรฐานอีกเช่นกัน........... ก็จำเป็นที่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญตรงประเด็นนี้อีกเช่นกัน   .......
 
ครับ   แก้ไขไปจนกว่าจะตรงประเด็นของ    ประชาธิปไตย 
 
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2012-03-10 06:35:21
 
 
ความเห็นที่ 4 (3328426)  
มีข่าว..................พธม.ที่สวนลุมมีมติไม่ชุมนุมใหญ่ อ้างจะรอจนกว่า ทหาร ศาล องค์กรอิสระเข้าร่วมชุมนุมด้วย ตั้ง ครปร.เดินสายต้านแก้ รธน.......................D Station/10มี.ค.2555 17:00:55
 
พธม.นี่เก่งในการโฆษณาชวนเชื่อ .........   ออกข่าวอย่างนี้หวังผลทางการโฆษณาชวนเชื่ออย่างเต็มที่........
1. ทำให้คนทั้งหลายเข้าใจว่าเดิม   พวก พธม.กับ ทหาร กับ ศาล กับ องค์กรอิสระ ได้ร่วมกันต่อสู้ จนได้รัฐบาลอภิสิทธิมาปกครองอยู่พักหนึ่ง เกิดแพ้ไป ก็ต้องมารวมตัวกันใหม่ เพื่อชิงการเมืองคืนมาด้วยเล่ห์อุบายทุกชนิด ไม่ว่าชอบหรือไม่ชอบธรรม หรือกฎมาย
2.   พธม.หักหลังพรรคพวกตนเอง ด้วยการเปิดเผยความจริง ......   เช่น ตุลาการภิวัฒน์ ตุลาการสองมาตรฐาน ตุลาการศรีธนญชัย.....ไร้ศักดิ์ศรีของ ตุลาการไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว    รวมความถึง องค์กรอิสระทั้งหมดด้วย เช่น กกต.ไง     
3.   ถึงแม้จะไม่มีความจริงอยู่ในบางประเด็น แต่ พธม.ก็ได้เปรียบ    
 
นี่คือพวก พธม.นี่เป็นพวกโกหกหลอกลวง เชื่อถือไม่ได้อย่างแท้จริง ..... ก็ดูเจ๊กลิ้ม   เชื่อได้ที่ไหน ขนาดศาลยังโกหกเลย ๆ ติดคุก 85 ปี  
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุรชิต แซ่เล้า วันที่ตอบ 2012-03-10 19:04:35
 
 
ความเห็นที่ 5 (3328431)  
ผมว่าแล้ว คนผมหยิกก่อปัญหาจนได้     ผมหมายถึงนายสัก กอแสงเรือง น่ะครับ
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายตาถั่ว วันที่ตอบ 2012-03-10 19:12:54
 
 
ความเห็นที่ 6 (3328432)  
นายสักแกทำอะไรเหรอ แกเก่งกฎหมายจะตายไป ใครจะทำไรแกได้    ดูผมหยิกของแกแล้วกัน คุณว่ามันบอกอะไร
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายตาดี วันที่ตอบ 2012-03-10 19:18:17
 
 
ความเห็นที่ 7 (3328433)  
มันไม่บอกอะไรที่ดี ๆ แน่ละ มันบอกร้อยเล่ห์กลกลา 
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายตาถั่ว วันที่ตอบ 2012-03-10 19:20:57
 
 
ความเห็นที่ 8 (3328434)  
คุณไม่ชอบตรงที่ผมแกหยิกหรืออย่างไร ?
 
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายตาดี วันที่ตอบ 2012-03-10 19:33:26
 
 
ความเห็นที่ 9 (3328435)  
ก็ใช่    ส่วนหนึ่ง     ผมดูโหงเฮ้งแกแต่แรกแล้ว ว่าอย่างไร ๆ ก็มีเรื่องแน่ แล้วก็มีจริง ๆ 
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายตาถั่ว วันที่ตอบ 2012-03-10 19:37:07
 
 
ความเห็นที่ 10 (3328436) 
แกเป็นพวกนักกฎหมายไทย เก่งแต่โง่   เพราะไม่รู้จักประชาธิปไตย   เขาว่าแกทำผิดอะไรนี่แหละ เหมือนว่าเป็นโรคตับหนาวหรืออะไร หนาว ๆ นี่แหละ คอยดูก็แล้วกัน
เขาจะให้แกออกจาก สว.แล้วใช้เงินเดือนคืน ....... ดูเหมือนติดคุกด้วย   แกนับเลข1-5ไม่ถูก เลยเกิดเรื่อง
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายบัฟฟาโล วันที่ตอบ 2012-03-10 19:51:48
 
 
ความเห็นที่ 11 (3328440) 
มาฟังเรื่อง พม.ชุมนุม สวนลุม แล้วมีทุบรถวอยซ์ทีวีด้วย   คนจับได้ ส่งตำรวจทันควัน จำหน้าตากันได้ว่าเป็นคนที่ทึ้งผมหญิงแดง คราวชุมนุมลานพระรูปทรงม้า เขามีคลิปมาอ้างด้วย มันชื่อ กวีไกร โชคพัฒนเกษมสุข    ตำรวจเขาจะส่งศาลเลย รวดเร็วเลย ให้ติดคุกเสีย 
 
ก็เหมือนพวก พธม.หาเรื่องอีกคู่คือ 2 แฝดที่รุมต่อยอ.วรเจตน์ นักสู้เพื่อสร้างกม.ใหม่ เพื่อประชาธิปไตย ..... ดูโหงเฮ้งแล้ว กลุ้มใจแทน   ..........     สองพี่น้องฝาแฝดนั่น ชื่อสุพจน์ กับ สุพัฒน์ นั่นแหละ ...............ผมเห็นมามากแล้ว..........เดี๋ยวก็ฝ่อลงหรอกครับ ...........ตอนนี้ยังไม่รู้สึก ........     ผมละ ห่วงอนาคตสองพี่น้องนี้จริง ๆ     ผมดูจากโหงเฮ้งน่ะครับ ...........     แบบนี้ ถ้าไม่ขอทาน ก็เฉียด ๆ ละครับ......
 
อีกคนพวกเดียวกัน ประมาณนี้ ก็นายปานเทพ .... แห่ง พธม. แกเป็นโฆษกแหละครับ   เป็นห่วงอนคตเสียจริง ๆ   .......... ยอมทอดตนรับใช้เจ๊กลิ้มอย่างโงหัวไม่ขึ้น   เขาเรียกมาเมื่อไรมา   ได้เงินทองพอยาไส้หรือไม่ ไม่สนใจ ...........   ขมับแกแคบไงครับ ตามหลักโหงเฮ้งนี่ หมายถึง ข้ารับใช้ อย่างไร้เหตุผล คือทาสน่ะครับ ติดในรสทาส   ............ แล้วยังไว้ผมยาวอีก ก็ไปกันใหญ่    เหมือนโหงเฮ้งนายวีระ สมความคิดเลย   ทำงานหนักแต่ไม่ได้เงินแถมถูกหลอกให้ไปตายในคุกเขมรอีก   ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเจ๊กลิ้มมันโกง มันไม่ซื่อ มันโกหก แต่ก็มารับใช้อยู่ได้....... นี่ก็เลยไม่เข้าใจประชาธิปไตยกันใหญ่  
 
นายปานเทพ น่าจะลองถามตนเองดูนะครับว่า เจ๊กลิ้มมันเคยคิดจะเอาวีระ สมความคิดออกมาสู่อิสรภาพหรือไม่ ?   ผมเชื่อว่า   เปล่า .....
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายตาถั่ว วันที่ตอบ 2012-03-10 20:19:06
 
 
ความเห็นที่ 12 (3328472) 
น่าสนใจมาก ๆ ครับเรื่องโหงเฮ้งกับนักการเมืองนี่   ดูมีส่วนถูกต้องเสียเกิน 80 % เลยทีเดียว   ขอให้ว่าต่อไปอีกนะครับ เอามาวิเคราะห์ให้หมด .....
 
กรณีนายปานเทพ วงศ์พัวพัน น่ะ ผมเห็นแล้ว   แกอยู่เป็นข้ารับใช้เจ๊กลิ้มมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว   .......    ทั้ง ๆ รู้ว่าเป็นเรื่องการโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งก็คือการโฆษณาชวนเชื่อ   โกหกพกลม อย่างมีแบบแผน นั่น ..........มีหน้าที่แต่งเรื่องโกหกไปออกเอเอสทีวีทุกวัน ๆ ไงครับ..... เช่นมีนายอะไร ไปแต่งเรื่องโกหกเรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ ไปกล่าวหาเขาว่าทรยศต่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ เป้ฯเรื่องเป็นราว อย่างกับว่าเรื่องจริง .......ดีที่เขาสงสารไม่เอาเรื่องเอาราว เขาขอเพียงให้หยุดพูด...ก็ยังไม่สำนึกบุญคุณ ..... อย่างเจ๊กลิ้มเอง เป็นคนล้มละลาย ตามคำสั่งศาล ก็เพราะโกหกพกลม   แล้วโดนติดคุก 85 ปี ซึ่งหมายถึงติดต่อไปอีกในชาติหน้าด้วยน่ะ   ก็เพราะไปทำเอกสารกูเงินเท็จ    ขอยืมเงินเขา พันล้าน เขาจับเท็จได้ ก็ติดคุกหัวโต ติดต่อถึงชาติหน้า
 
โหงเฮ้งเป็นอย่างไรบ้าง ครับ ผมหมายถึงเจ๊กลิ้มนี่แน่ะ
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายหัวหมอ วันที่ตอบ 2012-03-11 09:08:38
 
 
ความเห็นที่ 13 (3328473) 
เจ๊กลิ้มน่ะเหรอ   
1.     โดยบุคคลิกภาพ แกเป็นคนโมโหร้าย จริง ๆ แกอ่อนเป็นเหมือนกัน แต่เวลาด่า ๆ เจ็บมาก   นั่นเพราะมีความผสมผสานหลายโหงเข้าด้วยกัน เช่นหน้าผาก ใบหู ติ่งหู แก้มแกยาวไปหน่อย ตาก็ดูเขว ๆ ไปหน่อย เวลาแกโกรธใคร จะมองไม่ตรง เขว ๆ   ต้องสังเกตดูครับ   และเวลาแลบลิ้น นี่ บอกถึงความอึดอัด ทำอะไรขัดข้องไปหมด ไม่ตรงความปราถนา........รวมแล้วมีพลังลมหมุนเวียนภายในแบบแรง แต่ขาดการสัมพันธ์กับการปลดปล่อย    ...........   แบบนี้ให้คอยดูสีของดวงตา 1   กับ สีของท้องลิ้น 1    ถ้าสองสิ่งนี้เปลี่ยนสีเป็นน้ำตาล ๆ แก่ หรือ อ่อนก็ตาม .........ถ้าเปลี่ยนเป็นอย่างที่ว่าไป 7 วันแล้ว ยังไม่กลับ     แปลว่าสิ้นอายุครับ .......... ถ้าคุณเห็นสิ่งที่ว่านี้ปีไหน   ก็แปลว่าปีนั้น เจ็กลิ้มตายแน่     ไม่ตายโหงตายห่า ก็ตายด้วยโรคภัยไข้เจ็บ       
2.      ต้องคอยดูเวลาแกถอดรองเท้าเดิน   ออกกำลังกาย หรือ เดินบนบ้านแกเอง    ฝ่าเท้าแกจะตะแคง ๆ   ลงไม่เต็มฝ่าเท้า   ....   นั่นเป็นลักษณะโหงเฮ้งของคนมีความลับมากครับ     แบบนี้มักถูกยิงตายจากศัตรูในที่ลับครับ ..........    ก็เคยโดนมาแล้วนี่ครับ   นี่แหละลองสังเกตดู    ......      มาตรฐานของโหงเฮ้งนี้ มาจากพระเดินจงกรมครับ     ถ้าเดินช้ามีสติดี ถ้าตะแคงตีนเดินเหมือนพวกเจ้าขุนมูลนายนี่ เป็นพวกหยิ่งยะโสโอหัง แต่กลับมีเจ้านายที่ดุร้าย     .....  
3.      ยังต้องดูที่สะดืออีก ถ้าสะดือจุ้น   อายุไม่ยืนครับ  
   
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายตาถั่ว วันที่ตอบ 2012-03-11 09:35:04
 
 
ความเห็นที่ 14 (3328474) 
โหงเฮ้งพ่อมึงสิ ดูถึงสะดือ   ไอ้.........กร๊วก !!!!!!
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น เจ๊กลิ้ม ยูเนียร์ วันที่ตอบ 2012-03-11 10:10:06
 
 
ความเห็นที่ 15 (3328515) 
อ้าวมีนะ โหวงเฮ้งสะดือก็เรื่องกามนิตวาสิฏฐีไง ตอนที่พ่อแม่กามนิตไปขอลูกสะใภ้เขาดูโหงวเฮ้งไปถึงสะดือบิดไปทางขวาด้วยนะถ้าจำไม่ผิด แสดงว่าเจ๊กลิ้มยูเนียร์อ่านน้อยไปหน่อยนะ ต้องฝึกฝนอีกนานนะถึงจะสู้กับขั้นเทพได้ เทพน่ะเขามีสมาธิดีเขาไม่วอกแวกหวั่นไหว เขาพูดด้วยเหตุผล ไม่พูดอะไรหยาบคายด้วยอารมณ์ หากจะเข้ามาโพสในเว็ปนี้ต้องฝึกตะบะให้กล้าแข็งนะ ขอบอก
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น หิ่งห้อย วันที่ตอบ 2012-03-11 23:16:46
 
 
ความเห็นที่ 16 (3328516) 
เบื่อมนุษย์ดึกดำบรรพ์ 3 คนนี่จัง มีคนตายตั้ง 91 ศพบาดเจ็บ 2000 คนกลับมองไม่เห็นความผิดของรัฐบาล ไม่เห็นคุณค่าของชีวิตผู้อื่น นี่แหละพวกไม่เข้าใจประชาธิปไตย ธรรมก็มองไม่เห็นแก่แล้วนะต้องฝึกฝนอบรมตนบ้างเวลาตายไปจะได้ไปสู่สุคติ การศึกษาต้องปฏิรูปด่วน คนเป็นใหญ่เป็นโตทำหน้าที่รักษาความยุติธรรมแต่กลับได้คนไม่เห็นคุณค่าของชีวิตคนนี่จะเรียกว่าอะไรทำไมถึงกล้านำชื่อเสียงเกียรติคุณไปแลกกับพรรคการเมืองที่นับวันประชาชนจะร้องยี้ไปตามๆกันไม่เว้นแม้แต่คนในภาคใต้
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น แมงกุดจี่ วันที่ตอบ 2012-03-11 23:24:20
 
 
ความเห็นที่ 17 (3328524) 
คืออย่างนี้ครับ.......เจ๊กลิ้มยูเนียร์ แกใช้อารมณ์เกินไป ใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา อย่างที่หิ่งห้อยพูดแหละครับ............ แต่เห็นไหม เข้าทฤษฎีโหงเฮ้งอีกข้อ ผมกำลังจะพูดพอดี มีหลักฐานมายืนยันพอดี ..
.......เจ๊กลิ้มแกมีริมฝีปากล่าง ห้อย ๆ นิดหน่อย   ไม่ห้อยมากเท่านายเนวิน บุรีรัมย์คนนั้น   ............ นั่นหมายถึง ด่าเจ็บนี่แหละครับ    ขนาดลูกน้องแก เจ๊กลิ้ม ยูเนีย ยังด่าได้ขนาดนี้ คือด่าแบบเจาะลงในใจคนตรง ๆ แบบกระสุนเข้าหัวใจเลย น่ะ    ........
 
ดูนายห้อย เนวิน ชิดชอบ ด่านายชวน หลีกภัย นรม. ในสภาปีก่อนยุบสภายุคนายชวนปีนั้น   ....... ขออภัยนะครับ   เอามาศึกษาด้านโหงเฮ้งนะครับ .......... 
 
แกด่าเรื่อง สปก.4-01 ของประชาธิปัตย์ ที่เอาดินไปแจกเศรษฐี ภูเกต น่ะ   มีตอนหนึ่งแกพูดภาษาท้องถิ่นบุรีรัมย์ หรือเขมร คนไม่รู้ว่าแกพูดอะไร ..... ผมก็ไม่รู้ จนหลายปีต่อมามีผู้เชี่ยวชาญภาษาเขมรมาเฉลยให้ จึงรู้ว่าแกพูดอะไร ทั้งที่ฟังไม่รู้แต่ก็รู้สึก ดุเด็ดเผ็ดมันขนาดนั้น ............ที่พิศูจน์ความเป็นปากห้อยของแก...........แกพูดว่า      เดี๋ยวกูเตะคอพันแข้งกูแลย    ..... เป็นสำนวนอีสาน แปลว่าเตะก้านคอให้ก้านคอหักกระดูกคอป่นจนลำคออ่อนมาพันแข้งแก     .............   เห็นไหม ปากห้อยนี่ดุเดือดขนาดไหน ............... นี่แกด่านายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีขณะนั้นนะ........
 
ส่วนของเจ๊กลิ้มไม่ห้อยมากนัก แสดงถึงทำได้ดีแบบธรรมชาติ ๆ   พูดไปแล้วไม่ตื่นตัวเอง  
 
........................... ก็จะขออธิบายให้ เจ๊กลิ้ม ยูเนียร์(อาจเป็นเจ๊กลิ้มตัวจริงก็ได้) ทราบหน่อยว่า .........โหงเฮ้งน่ะ ตำราไทยมีมาก่อนเรียกว่า ตำรานรลักษณ์   ....... นรลักษณ์ศาสตร์........ เคยเห้ฯหรือเปล่า   แต่คนไทยฟังไม่ตื่นเต้น เพราะคนไทยไม่ชอบฟังคนไทย แต่ชอบฟังเจ๊ก    พอมีคนไทยเปลี่ยนชื่อเป็น โหงเฮ้ง ก็เลยตื่นกันใหญ่       ...........   ในตำรานรลักษณ์ศาสตร์ นั่นแหละครับ รวมเอาหมดทั้งสิ่งที่เรียกว่า ศาสตร์บนใบหน้า ที่จีนว่า โหงเฮ้ง นี่แหละ    กับ บริบท......หรือเรื่องที่เกี่ยวข้องไปถึง............. นั่นหมายถึงความบริบูรณ์ของโหงเฮ้งนั่นเอง     คือเขาไม่ได้มองเพียงเรื่องใบหน้า แต่มองไปในสิ่งที่เป็นบริบทของมันด้วย   .........   จึงจะให้ความแม่นยำสมบูรณ์
 
ถ้าคุณมองเฉพาะ โหง   แต่ไม่มองบริบท ถือว่าพลาดได้ง่าย   
เช่นคุณมองว่า      ผมหยิก อย่างเดียว ไม่มอง บริบท คุณก็อาจจะพลาด   ไปทายเข้าว่าคนผมหยิกคบไม่ได้.......   ก็อาจพลาด   เพราะถ้าผมหยิกแต่หน้าผากกว้าง สูง มีรูปคางกลมเต็ม   มันก็แก้ให้ ความผมหยิกกลายเป็นดีได้................. อย่างนี้แหละเรียกว่ามองสมบูรณ์ คือมองตัวโหงที่เห็น ไม่พอ ต้องมองบริบทด้วย.....
 
แต่อย่างเจ๊กลิ้มนี่    มองที่ปาก เห็นว่าห้อยนิดหน่อย ......   แล้วยังมีบริบทเสริมความหมายเข้าไปอีก คือตาเขว นิดหนึ่ง   เผอปากมักเห็นลิ้น .....     อย่างนี้ทายไม่ผิด เพราะทั้งตัวโหง   กับทั้งบริบทเสริมกันไปหมด   .........    ก็ทายได้ว่า   เลวบริสุทธิ์   เป็นต้น   ยังไม่ทราบว่าแกสะดือจุ้นหรือเปล่า ........ ถ้าเข้าล๊อคอีกก็สบายใจ   แกจะได้ตายไปไว ๆ 
 
ในตำราโหงเฮ้งเอง ก็พูดถึงบริบท     เช่นแดง 5 จุด   นี่แหละ เป็นเรื่องบริบทโดยตรง   
 
เรื่องบริบทนี่เป็นเรื่องสำคัญมากนะครับ   เพราะเป็นกฎเกณฑ์ที่ให้ความเป็นธรรมแด่วิชาโหงเฮ้ง
 
ตัวอย่าง คุณไม่เข้าใจบริบท   คุณก็จับเอาโหงทฤษฎีที่ว่า    ผมหยิก หน้ากร้อ คอสั้น    คบไม่ได้    มาทาย.............. ก็ไม่เป้นธรรม.....และอาจทายผิด....    เพราะถึงเขาจะเป็นอย่างนั้น   ........แต่เขาอาจมีสิ่งอื่นมาทดแทน    นั่นคือคุณต้องดูบริบทประกอบ    .........บริบทอาจจะไม่สอดคล้องกับตัวบทก็ได้   นั่นหมายความว่า   คนที่ผมหยิก หน้ากร้อ คอสั้น อาจจะไม่เลวตามทฤษฎีก็ได้ เพราะเหตุที่มีบริบทแก้คืนให้    .....    นี่คือความเป็นธรรม   .......
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายตาถั่ว วันที่ตอบ 2012-03-12 08:26:56
 
 
ความเห็นที่ 18 (3328526) 
ผมหยิก หน้ากร้อ คอสั้น     ก็นายเทพไท เสนพงษ์ น่ะซีครับ......   คนนี้เป็นยังไงบ้างครับ ?
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายหัวหมอ วันที่ตอบ 2012-03-12 08:32:14
 
 
ความเห็นที่ 19 (3328675) 
...ครับ..... คนนี้ก็...บริสุทธิ์เหมือนกัน   ตอบแทนอาจารย์ตาถั่วครับ.....
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นศ.โหราศาสตร์ วันที่ตอบ 2012-03-13 08:55:58
 
 
ความเห็นที่ 20 (3328679) 
สำหรับคุณเทพไท เสนพงษ์ นี่ น่าศึกษาไปหมด    ..........   ว่าด้วยทฤษฎีอะไรนี่ เข้าหมดเลย ...... เอาไว้ศึกษาต่อไปอีก
 
แต่เท่าที่ค้นพบแล้ว ที่ชัดเจนก็คือ   ริมฝีปาก 
ริมฝีปากบนแกเป็นเส้นเชือกกลมเล็ก ๆ             ดูด้วยนะว่า เป็นเส้นเชือก    กลม   และ บาง เล็ก     ........   ริมฝีปากล่างก็ประมาณเดียวกัน แต่เป็นเพียงตัวประกอบ................. นี่ต้องคอยดูเหมือนกันว่า   สีตา และลิ้น จะเปลี่ยนไปเป็นน้ำตาลเมื่อไร   .........    และเสียงพูดโทรม ๆ ลงไปเมื่อไร    นั่นหมายถึงสิ้นอายุ.......   สำหรับคุณเทพไทนี้   แกเดินตะแคง ๆ อยู่แล้วนะ ....... และพอเผยอปาก(คือยังไม่ทันพูดอะไรนะครับแค่เผยอ ๆ ก็เห็นลิ้น)         ลองสังเกตต่อไปสิ........
 
ความหมายก็คือ     ปากไวไงครับ       ไม่ผิดเลย     อย่างที่รู้ ๆ กันนั่นแหละ ไม่ผิดหรอก   
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายตาถั่ว วันที่ตอบ 2012-03-13 09:18:47
 
 
ความเห็นที่ 21 (3328689) 
พูดเรื่องดี ๆ บ้างสิ เฮียลิ้มเขามีอะไรดีในโหงเฮ้งมึงรู้หรือเปล่า .....กูจะบอกให้ ...... ค....   ว....   ย ......          ยาว ....... ใหญ่ .......       แม่มึงโดนเข้าต้องติดใจแน่ ๆ   ........   ยังมีดีอีกเยอะ กูจะค่อยบอกค่อยสอนมึง
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น เจ๊กลิ้ม ยูเนียร์ วันที่ตอบ 2012-03-13 09:47:58
 
 
ความเห็นที่ 22 (3328929) 
เอเจ๊กลิ้ม ยูเนียร์นี่โมโหเก่งจริง แล้วลงท้ายด้วยคำหยาบคาย เขากำลังพูดเรื่องโหงวเฮ้ง บริบทตามหลักวิชาการ แกกลับชักใบให้เรือเสีย รู้สึกจะมีอะไรเหมือนเจ๊กลิ้มตัวจริง คนที่ศาลสั่งล้มละลายและโกงแบงค์กรุงไทย 1000 กว่าล้าน ติดคุก 85 ปี ลดเหลือ 20 ปี แล้วยังมีหน้าไปกล่าวหาท่านทักษิณโกง อย่างนี้แล้วจะว่ามีดีไม่พูด ไอ้ที่อวดมาน่ะมันเป็นมนุษย์บ้ากามคนดีเขาไม่อวดกันหรอกนะ
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น หิ่งห้อย วันที่ตอบ 2012-03-15 18:13:29
 
 
ความเห็นที่ 23 (3329082) 
ขอบคุณครับ คุณหิ่งห้อย
 
ผมทราบดี   นั่นเป็นวิธีที่เขาใช้เพื่อหยุดยั้งสิ่งที่จะเป็นอันตรายต่อเขา
.........   ด้วยวิธีด่าอย่างเจ็บแสบที่สุด เท่าที่เขาจะอาจทำได้   นั่นเอง .................
 
เจ๊กลิ้มและพวกเอเอสทีวี ใช้มาตรการนี้มานานแล้ว ........และได้ผลดีระดับหนึ่ง   แต่เมื่อคนทั้งหลายรู้ไต๋เข้าแล้ว    วิธีของเขาแบบนี้ก็เป็นอันตรายแก่ตัวเขาเอง   ............... ถ้อยคำของเขาไปลดเครดิตถ์ของเขาเอง 
 
มันบอกให้รู้ว่าเป็น   กุ๊ยการเมือง   กุ๊ยข้างถนน อย่างไร ........
บอกไปถึงสันดาร ชาติ ตระกูล....ต่ำช้า สามานย์ อย่างไร   .................
 
บอกไปถึงพรรคพวก บริวาร ของพวกพันธมิตรทั้งหลาย.......ที่กำลังระดมปากด่าคนทั้งหลาย ลดเครดิตถ์เขาไปทุกวงการที่ทำความดี อย่างไร ......
นั่นเป็นกลุ่มชนที่เลว ไร้สมบัติผู้ดีอย่างไร .....
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายหัวหมอ วันที่ตอบ 2012-03-17 19:18:54
 
 
ความเห็นที่ 24 (3329101) 
คิดว่าพวกถ่อย ๆ คงเปิดไปไกลแล้วแหละ........มาสิจะด่าให้เปิงไปเลย ......   ไร้เหตุผลจริง ๆ เรากำลังสนใจหลักวิชาอันเก่าแก่ของทั้งฝ่ายไทย ฝ่ายจีนอยู่อย่างจริง ๆ จัง ๆ อย่างมีเหตุมีผลอยู่    หนอยแน่ะมาก่อกวน....มาได้อย่างไรนี่.....แบบนี้เราไม่ต้อนรับ..........
 
มาสนใจวิเคราะห์โหงเฮ้งต่อเถอะครับ .......   เอาพวกนักการเมืองมาวิเคราะห์ให้หมด ได้ความรู้ครับท่านตาถั่ว....... ขอขอบคุณที่เอื้อแด่โหงเฮ้งวิทยา อย่างแรง ๆ ครับ    
 
ผมนึกขึ้นได้ เพราะเมื่อวานนี้ได้ดู ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม พูดเรื่องรัฐธรรมนูญ   ที่ช่องบลูสกาย   ของ ปชป.เขา 
(เป็นเทปน่ะครับ คำบรรยายความรู้ให้สมาชิกรัฐสภา....หรือที่ประชุมอะไรนี่แหละฟัง) เห็นผมก็หยิกเหมือนกัน ริมฝีปากก็เป็นเส้นเชือกบาง ๆ ที่ท่านว่า แต่ ที่แปลกก็คือ แกชอบแลบลิ้น บ่อย ๆเ ลย    พูดไป ๆ แลบลิ้น แถมแลบออกมาบางครั้งอมเอาไว้ ทำให้ปลายลิ้นโผล่อีกด้วย   ....... อยากให้วิเคราะห์หน่อยนะครับ
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นักศึกษาโหราศาสตร์ 2 วันที่ตอบ 2012-03-18 08:35:12
 
 
ความเห็นที่ 25 (3329102) 
อยากขอให้ นศ.โหราศาสตร์2 ให้ข้อมูลสักนิดครับว่าทำไม ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม จึงไปออกช่องบลูสกายของ ปชป. ........ และแกพูดอะไรบ้าง.........พอมองออกไหมว่า ดร.วิษณุ แกเป็นฝ่ายประชาธิปไตยหรือเปล่า .......   แปลกที่แกไม่จำหรือว่าเจ๊กลิ้ม พธม. ปชป. ทำแกแสบสาหัส แทบแทรกแผ่นดินหนีหายไปตลอดชีวิต ก็ตอนมีพิธีกรรมคว่ำบาตร   ซึ่งเกจิใหญ่อีสาน หลวงตาบัว พาพระป่าร่วมพันคน ทำพิธีกรรมคว่ำบาตร ที่วัดแห่งหนึ่งใน กทม.นี่เอง โดยเชื่อข้อมูลผิด ๆ ที่เจ๊กลิ้มไปโกหกหลอกลวงท่าน     และวิษณุ เครืองามนี้แหละโดนป้อนชื่อเข้าบาตรเต็ม ๆ   หมายความว่า ศ.ดร.วิษณุ เครืองามนี้ (เลขาธิการ นรม.ทักษิณ ขณะนั้น) ได้รับผลของคำสาปอย่างเต็ม ๆ จากหมู่สงฆ์ฝ่ายวิปัสนากรรมฐาน หรือพวกพระป่า .......   ถ้าเป็นไสยศาสตร์ก็ถือว่าศักดิ์สิทธิ์มาก   .... ถึงเสียผู้เสียคนไปเลย ......ฉะนี้แล้ว วิษณุ เครืองาม ยังไปออกช่องบลูสกายอีก    ........ ช่วยวิเคราะห์ให้ฟังหน่อยครับ ก่อนจะไปถึงโหงเฮ้งวิทยา  
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายบัฟฟาโล วันที่ตอบ 2012-03-18 08:51:04
 
 
ความเห็นที่ 26 (3329105) 
คืออย่างนี้ครับ ผมได้ฟังเหมือนกัน ขอพูดก่อน    มีการอบรมเรื่องรัฐธรรมนูญนี่แหละครับ แล้วเขาเชิญ ศ.ดร.วิษณุ เครืองามไปพูด แล้ว ช่องบลูสกายนี้เอาเทปไปออก.........ผมคิดเหมือนกันว่าทำไม ปชป.จึงเอาเทปนี้ไปออก   ในที่สุดก็พอเข้าใจ
 
คืออย่างนี้ครับ   ดร.วิษณุ เครืองามพูดได้ดีมากเลย ในเรื่องความหมายของรัฐธรรมนูญ ซึ่งแกว่าค่อนข้างตรงใจผม คือแกว่าเป็นกฎหมายสำคัญ แต่ไม่จำเป็นต้องชื่อว่า รัฐธรรมนูญ หรือ constitution เช่น รัฐธรรมนูญของอังกฤษ ชื่อมันคือ แมคนา คาตา [Magna Carta] แปลว่า กฎหมายใหญ่ หรือ มหากฎบัตร    ซึ่งมีอยู่ไม่กี่มาตรา .....อื่น ๆ อยู่ในประเพณี ของชาวอังกฤษ    แกเล่าประวัติศาสตร์ได้ชัดเจนมากครับ   น่าฟัง    ประกอบกับเรื่องความเป็นมาของรัฐธรรมนูญ เล่าได้ดีมาก โดยเฉพาะในอังกฤษ สมัยพระเจ้าจอห์น ที่เก็บภาษีเพิ่มขึ้นทุกครั้งเมื่อลูกชายแต่งงาน แล้วลูกสาวแต่งงานก็เพิ่มภาษีไปอีก จาก 3 %   ไปถึงลูกคนที่ 7 แต่งงาน เพิ่มภาษีไปถึง 11 %   ประชาชนก็ทนไม่ไหว     ก็เลยคิดได้ ว่ากษัตริย์แบบนี้เหลิงอำนาจเกินไป   ไม่เห็นหัวใจประชาชน มองประชาชนไม่ใช่คน ประชาชนยิ่งกว่าทาส   ประชาชนอังกฤษก็คิดได้ว่ากษัตริย์ก็คนเหมอนกัน เต็มไปด้วยกืเลส บาป หนา เห็นแก่ตัว เห็นแก่ครอบครัวตัวเอง    ก็คิดไม่เห้นทางใดนอกจากปฏิวัติ ยึดอำนาจกษัตริย์ มาเป็นอำนาจของประชาชนเสีย   ประชาชนก็เริ่มวางแผน ใช้ความคิด(เพราะประชาชนก็มีความคิด ใช่มีความคิดเฉพาะกษัตริย์)      ก็หลอกพระเจ้าจอห์นไปล่าสัตว์   ที่ทุ่งใกล้ ๆ ลอนดอนปัจจุบัน     ประชาชนก็เข้าไปล้อม และให้เซ็นชื่อ ลงพระนามว่างั้นเถอะ ใน แมคนา คาตา   ซึ่งมีเนื้อความว่า กษัตริย์จะขึ้นภาษีอะไร เท่าไร ต้องได้รับการยอมรับจากประชาชนก่อน    ต่อมาก็มีปัญหาว่าจะให้ได้รับการยอมรับจากประชาชนได้อย่างไร เพราะประชาชนมีจำนวนมาก......   ก็เลยให้มีระบบตัวแทนประชาชนขึ้น มีการประชุมอนุญาตให้กษัตริย์ทำการขึ้นภาษี   กลายเป็นสภาผู้แทนราษฎร ของอังกฤษ    มาถึงทุกวันนี้  
ตราบนั้นมา แมคนาคาต้า [Magna Carta] ไม่เคยมีการแก้ไขเลย    
 
คำว่า Magna Carta ลองดูใน Reader Digest Great Dictionary of the English Language, of 21st century   ให้ความหมายไว้ว่า ;
Magna Carta > noun a charter of liberty and political rights granted by King John of England in 1215
ORIGIN - Latin , 'great charter'
แมคนา คาร์ตา > คำนาม คำประกาศแห่งเสรีภาพ และสิทธิทางการเมืองของประชาชน ให้ไว้โดยพระเจ้าจอหนแห่งประเทศอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1215(พ.ศ.1758) ศัพท์ดั้งเดิม มาจากภาษาลาติน แปลว่า คำประกาศที่ยิ่งใหญ่  
 
คำว่า Charter มีความหมายเฉพาะสำหรับประเทศอังกฤษ ว่าดังนี้ครับ
Charter > noun ....... 3 [ in the UK] a written statement of the rights of a specified group of the people.
ชาร์เตอร์ > คำนาม ..... 3 [ในอังกฤษ] คำประกาศเป็นลายลักษณ์อักษร เกี่ยวกับสิทธิทั้งหลายของประชาชนกลุ่มเหล่าต่าง ๆ
 
ผมเองเห็นว่าประเด็นสำคัญอยู่ตรงนี้ครับ คือตรงที่นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย   ต้องตระหนักอย่างหนักแน่นครับ ว่าการที่จะได้มาซึ่งสิทธิ เสรีภาพของประชาชนนั้น   เขาไม่ยอมให้เราง่าย ๆ หรอก จะต้องใช้วิธีการต่อสู้ชิงเอา บีบบังคับเอามา จึงจะได้   เหมือนชาวอังกฤษทำมานี่แหละครับ      
ชาวเชิรตแดงไทยจะต้องดูตรงนี้ครับ .... อย่าวางมือจากพวกอมาตยาธิปไตย และ ตุลากรภิวัฒน์ ตุลาการสองมาตรฐาน   ตุลาการศรีธนญชัย    เป็นอันขาด     
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายไพบูลย์ รักษ์ไท วันที่ตอบ 2012-03-18 09:58:28
 
 
ความเห็นที่ 27 (3329117) 
แล้วคุณวิษณุ เครืองามก็พูดถึงรัฐธรรมนูญไทย อย่างน่าฟัง ได้ความรู้ ได้ความคิดกว้างขวางออกไป ครับ
พูดดีมาก   ละเอียดและมีเหตุผลมาก   อ้างประวัติศาสตร์ความเป็นไปมาของรัฐธรรมนูญได้อย่างน่าฟัง เช่น รัฐธรรมนูญใต้ตุ่ม ที่จอมพลผิน ชุณหวัณ ไปรับปากไว้ว่าจะทำรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายใน 3 เดือน คนก็งงว่าแกจะทำได้อย่างไร   แต่พอครบเวลาแกก็แสดงความเป็นคนจริง ทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้ได้ โดยประกาศว่าได้รัฐธรรมนูญใหม่เรียบร้อยแล้ว      ครั้นคนถามว่าทำไว้ตั้งแต่เมื่อไร   แกก็บอกว่าทำไว้นานแล้ว ของเก่า เอามาเก็บรอไว้ใช้ใหม่   ผมเอาเก็บไว้ใต้ตุ่มลูกหนึ่งในบ้านผมเอง   จอมพลผิน พูดในนัยะนี้แหละ   แกก็รักษาคำพูดแกได้แบบชายชาติทหารไทย ที่ถือเรื่องการรักษาคำพูดอย่างเคร่งครัด ผิดกับยุค นรม.อภิสิทธิ์ มีแต่โกหกพกลม    ไร้ความเป้ฯลูกผู้ชาย ชายชาติทหารไปหมดสิ้น 
คุณวิษณุ แกพูดน่าเชื่อถือมา แสดงถึงความเข้าใจในเรื่องรัฐธรรมนูญไทยอย่างทะลุปรุโปร่ง   ........   ท่านให้ความเข้าใจในหลายแง่มุม   เช่นคำว่ารัฐธรรมนูญ   ที่จริงไม่ชื่อว่า รัฐธรรมนูญก็ได้   แต่ไทยมีคำว่า ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร   นี่ก็เป็นรัฐธรรมนูญเหมือนกัน   เพียงแต่แสดงความหมายว่า รัฐธรรมนูญชั่วคราว จะเปลี่ยนใหม่ในเร็ว ๆ นี้  
และดูคล้ายเป็นข้อเสนอของ ดร.วิษณุ ว่า รัฐธรรมนูญควรประกอบด้วยลายลักษณ์อักษร และ ประเพณี ด้วยกัน   ไม่ควรให้ยาว    แล้วเล่าประวัติว่าทำไมรัฐธรรมนูญไทยจึงยาว   เพราะปรองดองกัน    คนนั้นก็เสนอ คนนี้ก็เสนอ   ก็เลยเพื่อให้ปรองดองก็เอามาใส่ไว้หมด   ก็ยาว   ........ เช่นเรื่องแนวนโยบายแห่งรัฐ นี่ กลายเป็นเรื่องยาวไปเลย   โดยที่ไม่ถูกหลักการ    
 
ผมฟังเพลินเลย และนึกอยู่ในใจว่า นี่เป็นการบรรยายเรื่องรัฐธรรมนูยที่ค่อนข้างดี ละเอียด น่าเอาเป้นบรรทัดฐานมากที่สุดอีกคนหนึ่ง
 
แต่แล้ว    ...   ในทัศนะของผม   แกไปพลาดเข้าในตอนท้ายสุด........    แสดงให้เห็นว่านักกฎหมายผู้ปราดเปรื่องรายนี้ ก็ยังไม่เข้าใจเรื่อง ประชาธิปไตย     ... น่าเสียดาย    
 
เพราะแกไปฉงน   ในเรื่อง   Majority rules Minority rights     คือแกไม่เห็นด้วย แกเกรงว่าคนส่วนใหญ่ก็ใช่ว่าจะเชื่อถือได้ หากคนส่วนใหญ่เลวเสียแล้ว ประเทศชาติย่อมล่มจม 
 
มีนัยยะให้คิดว่า    คนส่วนใหญ่ได้รัฐบาลยิ่งลักษณ์มา   แต่ล้วนคนอีสาน และคนเหนือ.......เป็นคนโง่เง่า บ้านนอกบ้านนาเลือกรัฐบาลมา    ปกครองคนเมืองกรุงเช่นคนกรุงเทพ .     คนกรุงเทพที่ฉลาดกว่า จึงไม่เห็นด้วยกับ เสียงส่วนใหญ่นั้น   
 
และพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ช่อง ได้ประโยชน์   จากทัศนะที่ผิดพลาดของ ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม   ตอนท้ายนี้  
นั่นคือเหตุที่ ช่อง ปชป. บลูสกาย( คำว่าบลู ให้ความหมายถึงความเศร้า บลูสกายจึงหมายถึงช่องทีวีที่เศร้าโศรก....เช่นฝรั่งว่าวันนี้เป้นบลูเดย์ของผม แปลว่าวันนี้เป็นวันเศร้าของผม)   เอาเทปอันนี้มาออกทีวีเศร้าโศรกของเขา   แล้วพากันโฆษณาชวนเชื่อต่อไป ว่า เสียงส่วนใหญ่เชื่อถือไม่ได้เสมอไป    ........
 
นั่นเป็นความเข้าใจผิดอย่างยิ่งใหญ่ในเรื่อง   ประชาธิปไตย ในประเด็นสำคัญ ประเด็นที่คนสำคัญ ๆ สอบตก   ทำให้เกิดปัญหาตั้งแต่ต้นมาจนถึงขณะนี้   
ผมว่า ศาสตราจารย์ ด๊อกเตอร์ วิษณุ เครืองาม   สอบตกในวิชาประชาธิปไตย     ผมยังคิดว่าแกคงจะนึกดูหมิ่นดูแคลนประชาชนอันเป็นเสียงส่วนใหญ่ต่อไปอีก อาจจะตราบเท่าชีวิตแก     ตราบอวิชชาครอบอยู่   บางที นี่อาจจะเป้นต้นคิด วลีบางวลีที่แปร่ง ๆ   แต่ถูกใจคนบางกลุ่มเช่น ปชป. คือวลีที่ว่า    คนเหนืออีสานเลือกรัฐบาลมา ให้คนเมืองกรุงล้ม   ......(ซึ่งไม่เป้ฯความจริงในเวลานี้เสียแล้ว เพราะคนตาสว่างทั่วแผ่นดินแล้ว   มีเพียงบางคน เช่น ดร.วิษณุ เครืองามที่ตายังไม่สว่าง บอดมืดอยู่ ......อีกคนหนึ่ง.......คนที่เคยทำงานร่วมกันมา อยู่สถาบันพระปกเกล้า ฯ.....ศ. บวรศักดิ์ อุวรรโณ)
เพื่อเข้าใจประชาธิปไตย น่าไปศึกษาจากช่องวอยส์ทีวี + เอเซียอัพเดท ซีครับ (ถ่อมตัวไปศึกษาจากประชาชน จะได้ความรู้)   คุณไปศึกษาจาก บลูสกาย ก็ได้แต่ความเศร้าโศรกของชีวิตไปเท่านั้น   
 
ก็ดูไปนะครับ ว่าเป็นเพราะโหงเฮ้งตัวไหน ?
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายไพบูลย์ รักษ์ไท วันที่ตอบ 2012-03-18 10:35:58
 
 
ความเห็นที่ 28 (3329638) 
รัฐบาลทักษิณไปไม่รอด เพราะนักการเมือง 2 คนนี่ด้วยอยู่พรรคประชาธิปไตยแต่ฝักใฝ่เผด็จการ ตาจึงบอด แล้วยังจะมาอยู่สถาบันอะไรนะที่มาช่วยให้คนไทยปรองดองจะไหวหรือ 
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น หิ่งห้อย วันที่ตอบ 2012-03-23 22:06:01
 
 
ความเห็นที่ 29 (3329728) 
#พล.อ.สนธิจัดทำหนังสือแจงเบื้องหลังรัฐประหาร19ก.ย.49 เปิดเผยหลังตนเองตาย พล.อ.พัลลภยอมรับตกใจคำถามเสธหนั่น..............D-Station/23มี.ค.2555
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น 001 วันที่ตอบ 2012-03-24 21:29:49
 
 
ความเห็นที่ 30 (3329729) 
#พล.อ.บัญชรคนสนิทพล.อ.มงคลยอมรับป๋าเปรมให้บิ๊กหมงประสานพล.อ.สนธิออกมาชี้แจงไม่เกี่ยวรัฐประหาร19ก.ย.2549..............D-Station/23มี.ค.2555
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น 001 วันที่ตอบ 2012-03-24 21:40:23
 
 
ความเห็นที่ 31 (3329730) 
#เสธหนั่นยันถามพล.อ.สนธิเอง ปัดรับงานปูทางปฏิวัติอีกขอบใจที่บอกพล.อ.เปรมไม่เกี่ยวปฏิวัติ..................D-Station/23มี.ค.2555
 
#พล.อ.สนธิยันลืม4เงื่อนไขอ้างทำรัฐประหาร19ก.ย.49หมดแล้ว................D-Station/22มี.ค.2555
 
#เสธ.หนั่นอ้างถามพล.อ.สนธิใครสั่งปฏิวัติ เจตนาดีหวังหยุดโยงเบื้องสูง ยันป๋าเปรมไม่เกี่ย................D-Station/22มี.ค.2555
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น 001 วันที่ตอบ 2012-03-24 21:57:59
 
 
ความเห็นที่ 32 (3329943) 
แล้วใครกล่าวดูถูกไทย 4 ขี้ -ขี้เกียจ   ขี้อิจฉา   ขี้คุย และ ขี้ขลาด       ก็สนธิ บุณยรัตนกลิน มุสลิมชั่วร้ายคนนี้แหละ     จะอ้างการวิจัยไหนก็ตาม
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายบัฟฟาโล วันที่ตอบ 2012-03-27 09:09:00
 
 
ความเห็นที่ 33 (3329944)
 
2 ภาพล่าง บอกถึงโหงเฮ้ง อย่างไร ? ภาพถ่ายวันเดียวกัน ซึ่งวันนี้ มีข่าวจากวงการเขียวขี้ม้า ว่ามีทหารคนหนึ่ง ตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบกเสียด้วย ยังไม่ทราบชื่อ ไปยื่นศาลฎีกาแผนกเลือกตั้งขอให้ระงับการเ ลือกตั้ง วันที่ 3 ก.ค.2554 อาจารย์คณิน บุญสุวรรณว่า ทหารไม่เข้าใจประเด็นปัญหา ไปฟ้องผิดที่ ไม่ถูกเรื่องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 219 วรรค 3 กำหนด จึงไม่น่ามีผลอะไร แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าจำเป็นอย่างไร และทำไมผู้ทรงคุณวุฒิ( ? )ท่านนี้จึงถึงเดือดร้อน หาเรื่องมายับยั้งงานขนาดใหญ่โตมโหฬารของประเทศ ขนาดจะให้ยับยั้งการเลือกตั้ง 3 ก.ค. 2554 เสีย ทั้ง ๆ ที่ประเทศชาติได้ลงทุนไปอย่างมโหฬารไปแล้ว มีเหตุผล ความจำเป็นขนาดไหน ความคิดเป็นอย่างไร น่าติดตามไปดูหน่อย สุขภาพท่านเป็นอย่างไร....อาจเป็นไปได้เหมือนกันว่าผู้ทรงคุณวุฒิท่านนี้กำลังมีปัญหาทางสุขภาพจิตอยู่ก็ได้ แน่ละ ข่าวนี้ น่าทำให้คนเสื้อแดงสะดุ้ง ๆ และมองดูว่าท่านผู้ทรงคุณวุฒินี้มีความประสงค์อะไร ในเมื่อประชาชนทั้งแผ่นดินต่อสู้มาเพื่อให้มีการเลือกตั้งนี้ถึงเสียเลือดเสียเนื้อไปแบบหลั่งเลือดโลมดิน 92 ศพ เขาจะยอมท่านหรือ ในเมื่อได้ลงทุนมาด้วยชีวิตขนาดนี้แล้ว ??
 
มาต่อดีกว่าครับ   ผมติดใจตั้งแต่เห็นเรื่องข้างต้น   ในเวบไซต์ นิวเวิร์ลบีลีฟ นี้ แต่แรกแล้ว     2 ภาพนั้นบอกโหงเฮ้ง คุณยิ่งลักษณ์อย่างไรครับ ?
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น วิบูลย์นันท์ ณ นครพนม วันที่ตอบ 2012-03-27 09:15:04
 
 
ความเห็นที่ 34 (3331076) 
ขออภัยนะครับ ผมไม่ทันลงมาถึงปลายสุดนี้เลยไม่ได้พบคำถาม
คือโหงเฮ้งคุณยิ่งลักษณ์ ผมไม่อยากวิจารณ์เท่าไร เพราะไม่อยากให้ฝ่ายค้านเอาไปวางแผนยุทธศาสตร์ หรือยุทธวิธี   ...
 
แต่ในการดูโหงเฮ้งนี่ คุณอย่านึกว่าง่ายนะครับ ของคุณยิ่งวลักษณ์นี่ ยิ่งดูยิ่งพบสิ่งที่ซ่อนเร้น ผมเกือบพลาดไปเสียแล้วเป็นไร    เกี่ยวกับสิ่งที่ซ่อนเร้นนี้ ผมหมายถึงในทางดี หรือทาง + นะครับ มีทางดีที่ซ่อนเร้นในบุคลิกหรือโหงเฮ้งของคุณยิ่งลักษณ์นี่ที่น่านิยมมากทีเดียว พอสรุปว่าโหงเฮ้งเธอยอดเยี่ยมก็แล้วกัน   ไม่ว่าด้านไหน   .อย่าให้พูดมากเลย (หวงวิชาน่ะ)
แต่มี1จุดที่ผมจะบอกคือไรผม เลยหน้าผากไป บอกถึงการทำงานหนัก บอกถึงทำงานหนักแบบ ฟรี ๆ อะไรประมาณนี้นะครับ แน่ละผมไม่ค่อยชอบตรงนี้ แต่ทำไงได้ เธอเกิดมาเป้นนายกรัฐมนตรีในยามที่บ้านเมืองแตกแยกกันหลายเสี่ยง จะไปหวังอะไรส่วนตนนั้นยาก....ถือว่าทำงานทำบุญก็แล้วกันนะครับ
อีกจุดหนึ่ง ที่ผมก็ยังไม่เคลีย ต้องขอตั้งเป้นสมมติฐานไปก่อนนะครับ คือลำคอของท่านนายกรัฐมนตรีหญิงแห่งประเทศไทยคนแรกนี้ มันดูแห้งไปหน่อย เนื้อดูไม่อวบอิ่ม   เกรงว่าจะหมายถึงสุขภาพบางอย่าง ........
ที่ผมว่าดีล้ำเลิศนั้นมันซ่อนเร้น ดูเวลาเธอยิ้ม เวลาหัวเราะ จึงจะเห็น    มันต้องดูองค์รวมให้เห็นนะครับ   ดูรวมทั้งองค์ประกอบทั้งหมดของใบหน้า ภูเขาทั้ง 5 หลักจีนนั่นแหละ แต่มีบรบท ต้องดูให้ออก     นั่นแหละยอดเยี่ยมมาก ๆ  
เอาไว้แค่นี้ก่อนนะครับ   ผมอยากให้ดูพวกที่จัด ๆ มากกว่า     มันดูง่ายดี .... ไม่ค่อยพลาด
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายตาถั่ว วันที่ตอบ 2012-04-10 19:47:50
 
 
ความเห็นที่ 35 (3333340) 
แล้วมาเรื่องศาลกันอีกหน่อย   รับรองว่าเรื่องยาวแน่ ๆ   ..........ตุลาการภิวัฒน์............ ตุลาการสองมาตรฐาน ......ตุลาการศรีธนญชัย ..............
นี่ก็ศรีธนญชัย  ........ อธิบดีศาลอาญาชี้แจงอากงถอนอุทธรณ์เพื่อถวายฎีกาเป็นเหตุให้ศาลไม่สามารถให้ประกันตัวได้...D-Station/9 พ.ค.2555
 
เพราะในข้อเท็จจริง ทางทนายความจำเลยได้ขอประกันตัวมาก่อนนี้ถึง 8 ครั้ง ศาลก็ไม่ยอมให้ประกันตัวอยู่ก่อน มาถอนอุทธรณ์ภายหลังต่างหาก   แล้วอธิบดีศาลอาญามาอ้างเอาเฉพาะเรื่องภายหลังเช่นนี้ แหละศรีธนญชัย ....ใช้วาทะกลิ้งกลอกหลอกลวงประชาชนโดยตรง    ......   ประเด็นนี้ทนายจำเลยพูดไปแล้ว และคนทั้งหลายเข้าใจดีมาก่อนนี้แล้ว ว่าอากงนั้นป่วย แต่ศาลว่าป่วยไม่มาก และ อ้างว่ามีโรงพยาบาลของเรือนจำอยู่แล้ว................... และแล้ว ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร อธิบดีศาลจะว่าอย่างไร ..... ในเมื่อผลการตรวจสาเหตุองการตายของอากง ......   ได้พบว่า ไม่ได้มีการให้การช่วยเหลือรักษาพยาบาลแก่อากงเลย ... เขาพบว่าไม่มีการดูแลแก่คนป่วยที่อยู่ในฐานะโคม่า เยี่ยงคนป่วยโคมาตามปกติ ... เท่ากับปล่อยให้อากงตายไปโดยปราศจากการดูแล   เช่นนี้
 
สรุปก็คือ เรื่องนี้ได้เป็นข้อพิศูจน์ไปถึง ข้อบกพร่องของกระบวนการยุติธรรมไทย ที่สมควรยอมรับกันเสียท
 ในเรื่องอำนาจอธิปไตยสูงสุด ที่ถ่วงดุลกัน 3 อำนาจ     จะต้องปรับปรุง   จากอำนาจตุลาการที่ล้ำเริดไปเหนืออำนาจ นิติบัญญัติ และบริหาร    มันได้ชี้ข้อเท็จจริงมาแต่ต้น มีการรัฐประหาร 19 ก.ย.2549แล้วว่า อำนาจตุลาการ นั้นยิ่งใหญ่เพียงไหน   และเราจะปล่อยให้เป็นต่อไปเช่นนี้ได้อย่างไร     อำนาจในการยุบพรรคการเมือง    อำนาจในการปลดนายกรัฐมนตรีจากตำแหน่ง ... ที่ผ่านมา มันช่างง่ายดายอะไรเช่นนั้น   ในขณะเดียวกัย ความเป็นสองมาตรฐานก็ทำให้ศาลนี้สามารถปกป้องพรรคพวกของตนเองได้อย่างไร้ความเป็นธรรมไปเลยอย่างชัดเจน เช่นกรณียุบพรรคประชาธิปัตย์ ที่เพียงอ้างว่าหมดอายุความ 15 วัน ไม่จำเป็นต้องพิจารณาว่าผิดหรือถูก...............หรือกรณีนรม.สมัคึร สุนทรเวช ซึ่งประชาชนผู้รักประชาธิปไตย จะต้องจดจำไปตลอดกลนาน .....ที่ศาลหาข้อกฎหมายจากกฎไมยไม่ได้ ก็สามารถอ้างเอาจากพจนานุกรมได้    โดยเหตุผลไร้สาระ และตัวประเด็นปัญหาก็คือ เพียงการที่ นรม.สมัครออกรายการทำอาหารผ่านรายการโทรทัศน์ ...เป็นผิดฉกรรจ์ขนาดนั้นได้อย่างไร   เช่นนี้เป็นไปได้อย่างไร   ในเมื่อเห้นชัด ๆ อยู่ว่า มีการทุจริตของระบบกระบวนการตุลาการต่อหน้าประชาชนทั้งหลายโดยชัดแจ้ง   ทางที่ถูกต้องได้รับการชำระ แก้ไข ปรับปรุงโดยเร็ว  
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายไพบูลย์ รักษ์ไท วันที่ตอบ 2012-05-10 16:52:42
 
 
ความเห็นที่ 36 (3335380) 
แล้ววันนี้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งระงับเรื่อง การพิจารณาพรบ.ปรองดองไปก่อน ไม่ทราบว่าการออกกฎหมายเป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ แล้วฝ่ายตุลาการไปก้าวก่ายเช่นนี้ จะว่าอย่างไร อย่าลืมนะประชาชนคนไทยเขาก็มีความรู้ในเรื่องสิทธิเสรีภาพ และหน้าที่ของแต่ละองค์กร อย่าให้เข้าข่ายใช้อำนาจหน้าที่เกินขอบเขตนะ ประชาชนเขาไม่ยอมแน่นอนและหากลุแก่อำนาจเลอะๆเทอะๆบ่อยๆประชาชนเขามีสิทธิ์เข้าชื่อร่วมกันถอดถอนตามกฎหมายรัฐธรรมนูญได้นะ
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น กระจกเงา วันที่ตอบ 2012-06-03 11:30:24
 
 
ความเห็นที่ 37 (3335922) 
Lim Viboon • ราชมงคลล้านนา
เพิ่งดูรายการทางช่องเนชั่นเสร็จ มีหมอตุลย์ คุณวิจิตรา และ อจ จาก มเกษตรท่านหนึ่ง คำพูดสรุปตอนจบของหมอตุลย์ ทำให้ได้คิด ว่าต้นกำเนิดระบบประชาธิปไตย ก็คงมาจากคนที่มีความคิดอย่างหมอตุลย์นี่เองแหละ หมอตุลย์สรุปบอกว่า องค์กรอิสระ ไม่ต้องมีที่มายึดโยงกับประชาชนก็ได้ ถ้าเขาทำเพื่อประชาชน ต่างกับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่ไม่ได้ทำเพื่อประชาชนเลย ซึ่งนั่นก็เปนความเชื่อ และเปนความคิดของหมอตุลย์ แต่ประเทศ ๆ หนึ่งมีคนอาศัยอยู่ร่วมกันเปนจำนวนมาก คนที่คิดแตกต่างจากหมอตุลย์ มีเปนล้าน ละอะไรหละที่จะทำให้ การอยู่ร่วมกันของคนหมู่มาก เปนไปด้วยความสงบสันติที่สุด นี่แหละคือที่มาของระบอบประชาธิปไตย เรื่องอะไร ที่มีผลต่อคนหมู่มาก ก็ยอ่มใช้สิทธิใช้เสียงของคนหมู่มาก เปนตัวตัดสิน แม้มันจะไม่สมบูรณ์ที่สุด แต่มันก็ดีที่สุดเท่าที่มีในโลก ณ ปัจจุบันนี้ กฎระเบียบกติกา ที่คนหมู่น้อยคิดขึ้น และเปนที่ยอมรับของคนหมู่น้อย ย่อมยากที่จะใช้มาบังคับ จัดระเบียบกับคนทั้งหมดได้ ...กลับกันถ้าเปนสิ่งที่คนหมู่มากมีส่วนร่วม ได้สร้างกฎระเบียบออกมา อย่างน้อยมันก็ทำให้คนส่วนใหญ่ยอมรับ แม้คนหมู่น้อยจะไม่ยอมรับมัน แต่นั่นมันก็เปนเรื่องที่จำต้องเปน เพราะมันเปนไปไม่ได้ ที่จะทำอะไรให้ถูกใจคนทั้งหมดได้ บทสรุปปิดท้ายของหมอตุลย์ในเนชั่นวันนี้ สะท้อนแนวความคิด ว่าอาชีพ หรือการศึกษา วัยวุฒิ คุณวุฒิ ไม่ได้เปนตัวคำตอบของ ความเปนคนที่มีเหตุมีผล และมีตรรกะที่น่าเคารพยกย่องเสมอไป ตราบใดที่ยังมีคนที่คิดว่า ตัวเองและพรรคพวกคือคนดี ทำเพื่อ ชาติ เพือประชาชน และมองคนอื่นว่าเลวกว่า และประเทศไทยคงไม่มีทางเดนไปข้างหน้าในเส้นทางประชาธิปไตยได้ไกลกว่านี้ เพราะขนาดคนเปนหมอ และซ้ำยังเปนผู้นำมวลชนจำนวนหนึี่งยังสอบตกเรื่องประชาธิปไตยขั้นพื้นฐาน ป่วยการที่จะมาพูด ถึงข้อกฎหมายและบทบรรญัติรัฐธรรมนูญ สรุปปิดท้าย ขอยืมคำพูดของ อจ นิธิ มาดัดแปลงนิดหน่อย ว่า หากประเทศชาติปกครองด้วย คนดี ที่คนส่วนหนึ่งว่าดี แต่ตรวจสอบและยืนยันไม่ได้ ่ขอเลือกคนที่ดีมั่งเลวมั่ง แต่ตรวจสอบ แช่งชัก หักกระดูกได้ ถ้าเขาทำอะไรไม่ดี ซะดีกว่า เพราะคนดี ไม่ดี บางทีมันก็ยากจะตัดสินใจได้ เพราะตราบใดยังไม่ ตรัสรู้เปนอรหันต์ ทุก ๆ คนก็ย่อม มี โลภ โกรธ หลง มาก น้อย แตกต่างกันไป ทุก ๆ คน เพราะฉะนั่น ระบบ หรือระบอบ จึงเปนสิ่งสำคัญที่ต้องรักษา และยึดมั่นไว้ นี่แหละจึงเปนสิ่งที่จำเปนและสำคัญทีสุดที่ประชาชนทุก ๆ คนควรยึดถือ นับจากนี้ไปอีก สิบปี ถ้าไม่การรัฐประหารเลย ไม่ว่าด้วยวิธีการแบบไหน ประชาธิปไตยไทย คงจะแบ่งบานและเติบโตเปนผู้ใหญ่ซะที และเมื่อประชาธิปไตยเบ่งบาน ประเทศชาติสงบ ประชาชนก็ย่อมเปนสุข ตามอัตภาพของแต่ละปัจเจกคน
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายนักข่าว 002 วันที่ตอบ 2012-06-09 06:53:21
 
 
ความเห็นที่ 38 (3335924) 
มีบทวิเคราะห์เพียบเลยครับ ที่ระดมใส่ตุลาการภิวัฒน์ ศาลรัฐธรรมนูญ   ดู เรื่องที่น่าเบือหน่ายในรัฐสภาไทย นะครับ
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายนักข่าว 002 วันที่ตอบ 2012-06-09 07:16:24
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
5.4. เรื่องที่น่าเบื่อหน่ายในรัฐสภาไทย 
         (ถึงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ)
          20 เม.ย.- 10 มิ.ย. 2555
 
มี 2 สภา สภาผู้แทนราษฎร กับ วุฒิสภา 
 
ขณะนี้มีเรื่องสำคัญ คือการแปรญัติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ......... จะลงมติ 8 พ.ค. 2555
 
 
  • ผู้ตั้งกระทู้ สุไหงปาดี ชินะกุล :: วันที่ลงประกาศ 2012-04-20 13:23:34
 
 
ความเห็นที่ 1 (3331709) 
แปรญัติเรื่อง อายุ และพื้นฐานการศึกษาของ สสร.  
 
สว.หลายท่านที่อภิปราย วันนี้ ล้วนมีอายุสูง และค่อนข้างให้ความสำคัญแก่อายุ ว่า สสร.จะต้องมีอายุ 40 ปีขึ้นไป และควรจบการศึกษาปริญญาตรีขึ้นไป
 
เหตุผลที่ท่านสนับสนุน   ไม่ประทับใจ    ชวนให้เข้าใจไปว่า เป็นพวกหัวโบราณไปเสียอีก และไม่ค่อยยอมรับในการเปลี่ยนไปของโลกใหม่ จะต้องให้คนแก่เสียก่อนจึงค่อยให้ไปทำงาน
 
ไม่เข้าใจเรื่องเทกโนโลยี่ สมัยใหม่ และไม่ยอมรับว่าตัวโง่ ในเทกนิคสมัยใหม่ และเทกนิคสมัยใหม่นี่แหละที่จะต้องมามีบทบาทในการเมืองยุคใหม่ให้มากขึ้น    และคนที่รู้เทกนิคใหม่ ๆ นั้นล้วนแต่คนเยาวัยทั้งนั้น คนแก่รุ่น สว.ที่พูด ๆ วันนี้ แทบไม่รู้เรื่อง บอดใบ้ไปเลย
 
ถ้าเราใจเป็นธรรม      เราต้องยอมรับว่า   คนอายุน้อยก็เก่งในเรื่องของเขา   ในบางเรื่องที่คนอายุเท่า ๆ สว.ไทยนี้ไม่รู้เรื่องเลยก็มี 
 
เช่นเทกนิคนักเรียนชั้น ป.3   ทำ วีดิโอ ออกยูทูบ นำเรื่องถึงครูอังคณา    ที่ดังกระฉ่อนอยู่ขณะนี้ นั่นเอง  
 
(เขาว่า   เรื่องนี้ต้องถึงครูอังคณาอย่างแน่นอน)
 
สว. รู้เรื่องหรือเปล่าครับ ?  
 
แล้วถ้าไปแข่งในวิชาพวกนี้จะสู้เด็กได้หรือไม่ .......    แล้วเราจะเมินความรู้ความสามารถของพวกเขาไปได้อย่างไร
 
แล้วจะต้องไปรอทำไมให้แก่   อายุถึง 40 - 50 ปีแล้ว 
 
อีกเรื่องหนึ่งคือ การศึกษา ......
 
มีท่านผู้หนึ่งพูดดีมาก ๆ    ว่า เจ้าพ่อบิลเกด   แอปเปิ้ล ก็ไม่จบปริญญาตรี    .............   ที่จริง ประธานาธิบดีสหรัฐ แทบทุกคนตั้งแต่เกิดสหรัฐอเมริกามาก็ไม่จบปริญญาตรี.........
 
คนเรายังมองกระดาษ ที่รับรองวุฒิการศึกษา เป็นเรื่องสำคัญอยู่    มันคนละเรื่องกับคำว่า   การศึกษา    การศึกษาที่แท้จริง มันออกที่ผลงาน   ไม่ได้ออกที่ใบรับรองปริญญา......   นี่เรายังไม่ก้าวข้ามพ้น กระดาษแผ่นหนึ่งไปได้   ยังล้าหลังอยู่ ...... คุณไปมองเพียงว่าการศึกษาต้องมาจากสถาบันรัฐ นั้น    เป็นการมองผิด   ...... 
 
และในความจริง ระบอบประชาธิปไตยให้ความมั่นใจแก่ประชาชนเอง   เขาเลือกคนได้ถูกน่ะ คุณอย่าไปคิดดูถูกเขา    เวลาเลือกจริง เขาดูได้   ว่าคนที่เขาจะเลือก   แม้ไม่จบปริญญา เขาก็มองออกว่าเก่ง เขาก็เลือก     แต่ถ้าเป็นเพียงคนธรรมดา ไม่เก่ง ไม่มีความดี ไม่มีผลงาน ประชาชนเขาก็ดูออก เขาก็ไม่เลือกอยู่เอง       แต่ถ้าจบปริญญา ถึงปริญญาเอก เป็นศาสตราจารย์ แต่ไม่เข้าใจประชาธิปไตยเลย    มีตัวอย่างเยอะแยะ    เขาก็ไม่เลือก   เขาจะไล่ออกด้วยซ้ำ ....
 
 
และมีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหารัฐธรรมนูญไทยมานานแล้ว   นั่นก็คือ คนที่ร่างรัฐธรรมนูญมานี่แหละร่างไปแบบไม่เข้าใจในหลักการประชาธิปไตย แทบทุกฉบับ     นี่กลับเป็นปัญหาใหญ่ไปอีก   ปัญหารัฐธรรมนูญไทย มาจากคนที่ร่างรัฐธรรมนูญ ไม่เข้าใจหลักการประชาธิปไตย    ......ผมหมายถึง สสร. หร่อคณะ   ที่ร่างที่ผ่านมาทุกคณะนั่นแหละครับ   ร่างรธน.ไปอย่างไม่รู้ประชาธิปไตย   ปัญหาของคนไม่รู้เรื่องประชาธิปไตยไปร่างรัฐธรรมนูญ  
 
 
เหมือนกับที่พูด ๆ กันอยู่ในสภา    เป็นปัญหาอันน้าเบื่อหน่ายที่สุดนี่แหละ    ก็เพราะเรากำลังฟังคนที่ไม่รู้เรื่องประชาธิปไตยนี่แหละ เสนอแนะเรื่องราวต่าง ๆ อันไม่เข้าเรื่องหลักการประชาธิปไตย เลย  
 
 
นี่แหละประชาธิหไตย   ต้องมอบทุกอย่างที่ประชาชน  
 
ที่พูดนี้ เพื่อให้เห็นว่า ประเด็นอายุ และการศึกษา เป็นประเด็นเล็กน้อย ไม่น่าเป็นปัญหาใหญ่
 
 
อีกเรื่องหนึ่ง     แนวคิดที่ ต้องทำรัฐธรรมนูญให้ดีที่สุด......... การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องได้รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด........ คำว่า   ดีที่สุด.....   น่าเบื่อหน่ายที่สุด
 
เราไม่ต้องการ....ที่เรียกว่า ดีที่สุดหรอกครับ    คุณเข้าใจหรือเปล่า    รัฐธรรมนูญอย่างไรก็ได้   จะดีหรือไม่ก็ได้    ..............   ขอให้ตรงใจประชาชน   นั่นแหละ    ที่ต้องการ    แม้ไม่ค่อยดีแต่ตรงใจประชาชน นั่นแหละเราต้องการ
 
นี่แหละ ผมจึงว่าน่าเบื่อที่สุด 
 
ที่สำคัญคือ   แนวคิดเหล่านี้   เป็นแนวคิดทาง   ประเพณีเก่า ๆ   หรืออีกอย่าง   พวกหัวเก่า ๆ ในระบบขุนนางดั้งเดิมไทยเท่านั้นเอง 
 
 
จริง พวกนี้เก่ง   แต่เก่งในเรื่องเก่า ๆ     ตัวอย่างนะครับ   ก็ศาลไทยทั้งระบบนี่แหละ    ที่ สว. สส. พรรคฝ่ายค้าน พยายามจะรักษาดำรงเอาไว้ให้เก่า ล้าหลังอยู่เหมือนเดิม    .....................
 
และยึดมั่นถือมั่นว่าของเก่าแหละจำเป็น ต้องยกย่อง เก็บรักษาเอาไว้    ไม่ยอมคิดในแง่วิชาการ เทกนิค สมัยใหม่ไม่คิด
 
ลองเอาประธานศาล(เอานายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธาน ปปช.) ไปแข่งกับเด็กป.3 คนนั้สิ    ในวิชา คอมพิวเตอร์ภาคปฏิบัติ   ........... จะสู้เด็กได้หรือ ?     
 
ยอมรับเสียทีเถิด   ว่าคนประชาธิปไตยไม่มีอายุ   ไม่มีพื้นฐานการศึกษาจากประกาศนียบัตร หรือใบปริญญา   ควรก้าวข้ามไปได้แล้ว    .......... ประชาธิปไตยต้องมองคนจากผลของงานนะครับ
 
ถึงเขาไม่มีปริญญาบัตร เขาอายุน้อย        เขาเก่งหรือไม่เก่ง    ไม่ใช่ตรงนั้น     คนเลือกเขาดู   ประชาชนเขาดู   คุณว่าประชาชนโง่หรือ    ขนาดศาสตราจารย์ในคณะรัฐศาสตร์ จุฬา ฯ (ศ.อมรา พงศาพิศ) ยังรู้เรื่องการเมืองไม่เท่าคาราวานคนจน ๆ ต้องไปสอนถึงมหาวิทยาลัย ไล่หนีไป ยังอยู่องค์การสิทธิฯได้ต่อ   นี่แหละสุดประหลาด       ......      แต่ถ้าคนเห็นว่าเขาเหมาะกับงาน   เขาเลือก นั่นก็ต้องยอมรับว่าเขาผ่านจากประชาชนไปแล้ว ....
 
อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เลย     เชื่อผมเถิด.     เสียเวลาเปล่า ๆ  
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2012-04-20 14:15:20
 
 
 ความเห็นที่ 2 (3331712) 
แล้วคนบ้ากำลังพูด ที่ว่า   รัฐธรรมนูญต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้งเสียงส่วนใหญ่และเสียงส่วนน้อย (ต้องได้รับความเห็นชอบจากประชาชนทั้งประเทศ)   จึงจะเป็นรัฐธรรมนูญดีที่สุด
 
เพราะว่า      มันทำอย่างที่คุณเสนอไม่ได้อยู่แล้ว .................
 
มันจะ decision จากเหตุผลตรงนั้นไม่ได้ ......................
 
มันทำไม่ได้    ทำอย่างที่คุณว่านั้น ไม่ได้    เข้าใจไหม ?  
 
ถ้าคุณคิดจะสร้างรัฐธรรมนูญ ที่ได้รับความเห็นชอบจากคนส่วนใหญ่ และคนส่วนน้อย พร้อมกันแล้ว    คอยจนเต่ามันออกหนวดเสียก่อน คอยจนกระต่ายมันออกเขาเสียก่อนเถอะ     กระนั้นก็ไม่สามารถจะ decision ได้   
 
เขาจึงตกลงกันในหลักการ   Majority rule minority right ไง     ...............    เพื่อให้งานของประเทศชาติเดินไปได้    เอาคนส่วนใหญ่ไว้ก่อน เข้าข้างคนส่วนใหญ่     แม้ว่าพวกส่วนน้อยมันเกเร ไร้สปิริต ไม่พอใจ จะเป็นกบฎ   ก็พอเชื่อมั่นได้ว่า คนส่วนใหญ่จะตีมันแหลกราญไปได้ง่าย     นี่แหละประชาธิปไตย ล่ะ  
 
 
พอเข้าใจไหมครับ?         ถ้าคุณจะเอาให้ได้ถูกใจคนทุกฝ่ายนั่นน่ะ    เป็นไปไม่ได้หรอก   ..... (มันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ นี่คือสัจธรรม)     ผมจึงว่ารอไปเถิด จนถึงยุค..หนวดเต่าเขากระต่าย ........   ทางออกที่ชอบธรรมที่สุดคือ   เอาเสียงส่วนใหญ่   และโดยโวต    เสียงส่วนใหญ่โวตอย่างไร ก็เอาตามนั้น   ส่วนเสียงส่วนน้อย ในประชาธิปไตย ก็ต้องหยุด หยุดเรื่อง จบ   อย่าอาฆาต   มีใจนักเลงหน่อย  
 
เพื่อที่คนส่วนน้อยในวันนี้จะมีโอกาสชนะ คุณก็ต้องไปต่อสู้ทางนโยบาย มันเป้นไปได้ ที่คุณจะเสนอนโยบายที่ดีกว่า และเมื่อนั้นคุณก็กลับเป้ฯฝ่ายเสียงส่วนใหญ่ได้ ..........   นี่คือประชาธิปไตย   
 
ผลประโยชน์เป็นของประชาชนล้วน ๆ       ประชาชนเป็นนาย ...    
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2012-04-20 14:44:21
 
 
 ความเห็นที่ 3 (3331714) 
พรรคประชาธิปัตย์มีคนดีคนเก่งอยู่ คนเดียว แค่นาย วรงค์ สส.พิษณุโลก(หมอวรงค์) คนเดียวหรือ   เบื่อที่สุด พูดมากจริง ๆ   เห็นพูดทั้งวันเลย ...........   ไม่ใช่หรอก ไม่ชอบที่แกพูดไม่มีข้อมูลที่รอบคอบพอ ...........   เช่นเมื่อเช้าพูดถึงศาล ตุลาการ .......   มองอย่างหมอวรงค์นี่ก็คือ อนุรักษ์นิยมเต็มตัวแบบไร้เหตุผล ศาลนี่ไม่มีวันที่แกจะอนุญาตให้แก้ไขปรับปรุงเลย    ต้องอนุรักษ์ไว้แบบเดิมแบบล้าหลังสุด ๆ อยู่เช่นนี้ ....หมอวรงค์แกว่าสมบูรณ์ที่สุดแล้ว     สถาบันอันทรงคุณค่าของไทย ห้ามแก้ไข ........แกหมายรวมไปถึงสถาบันชั้นสูงสุดด้วย ซึ่งมันคนละเรื่องคนละประเด็นความหมาย ....   นี่ก็น่าเบื่อที่สุดครับ   
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายหัวหมอ วันที่ตอบ 2012-04-20 15:11:58
 
 
 ความเห็นที่ 4 (3331717) 
นี่ก็เช่นกัน นายพีรพันธ์ สาลีรัฐวิภาค   พูดไม่มีข้อมูลเลย   เอาวาทะมาขยายสิ่งที่ได้มาเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปกว้างขวางใหญ่โต   .................. น่าเบื่อที่สุด    เพราะมันกลายเป็นการโฆษณาชวนเชื่อไป   ไม่ได้มองที่ข้อมูล ข้อเท็จจริง   
 
และที่สำคัญ ไม่อิงบนหลักการประชาธิปไตยเลย    ............
 
วางมาดดี   แบบมีทฤษฎี...........แต่ไร้สาระ......
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2012-04-20 15:21:38
 
 
 ความเห็นที่ 5 (3331718) 
พูดยังไม่ขาดคำ หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม พูดอีกแล้ว   .............   ทำไมบ่อย   วิเคราะห์แล้ว น่าเป็นเพราะ พรรคให้ฝึกหัดพูด    มีเอกลักษณ์คือ   หน้าเป็น มีแววยิ้มเยาะในสีหน้า ปาก และฟัน   ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเจ็บได้ดีนัก
 
 
 
ทฤษฎีของ ปชป. เริ่มจาก ฝึกหัดหน้าด้านครับ    พูดผิดพูดถูก หน้าด้านเข้าไว้ อย่าอาย ทนพูดไป   นั่นจะยืนยันว่าเราพูดสิ่งที่ดีมีประโยชน์    คนจะฉงน และเชื่อทีหลังจนได้แหละ     เพราะอิทธิพลของความหน้าด้าน   
 
ก็ดูเหมือนหมอวรงค์ จะผ่านทฤษฎีข้อที่ 1 นี้ไปได้แล้วละ   กำลังฝึกหัดข้อต่อไป (ทฤษฎีข้อที่ 2 ต้องสั่งสอนประธานสภา.....)     ก็เลยได้โอกาสมากกว่าเพื่อนหน่อย    เพราะนอกจากการอภิปรายแล้ว ยังทำตัวเป็นดาวประท้วงของพรรคด้วย      จึงมาดูสภาทีไร เห็นหน้าหมอนี่บ่อยที่สุด   จึงเป็นเรื่องที่น่าเบื่อที่สุดอีกเรื่องหนึ่ง   ......... แล้วปชป.กลับต่อว่าอยู่บ่อย ๆ ว่ามีคนคอยอภิปรายอยู่หลายคน รัฐบาลต้องเห้นใจ .....แน่ะ    เป้ฯงั้นไป       คุณก็ให้หมอวรงค์นี่แกพูดน้อย ๆ หน่อยซี .........ปัญญาอ่อนไปได้     
 
 
คุณสังเกตสิ   สว.ที่เพิ่งหัดพูด เห็นเมื่อเช้านี้ ก็เริ่มจะนำเอาทฤษฎีพรรคประชาธิปัตย์ ข้อแรกเรื่องหน้าด้านนี้ไปใช้ตาม ๆ กันแล้ว   ความเป็นนักวิชาการก็เลยหย่อนไปตาม ๆ กัน
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2012-04-20 15:52:06
 
 
 ความเห็นที่ 6 (3331719) 
ถัดไป ดูไม่ทันว่าชื่ออะไร   ว่าต้องให้รัฐธรรมนูญเราอยู่บนความถูกต้อง ไม่ใช่อยู่บนเสียงข้างมาก ข้างน้อย   แกเลยอธิบายตรงนี้ไปนาน ยุติว่า รัฐธรรมนูญต้องให้สอดคล้องศีลธรรมและจริยธรรม...........ฟัง ๆ แกคงคิดว่า ถ้าให้ดีในการร่างรัฐธรรมนูญควรจะอาราธนาพระภิกษุสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่มาจากทุกจังหวัด ให้ร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นรัฐธรรมนูยที่ตั้งอยู่บนความถูกต้องของศีลธรรมและจริยธรรมที่สุด   แต่แกก็ไม่ยักกะเสนออย่างนั้น 
 
ผมว่าระดมเจ้าคุณ เจ้าคณะจังหวัดมาทุกจังหวัด มาร่างรัฐธรรมนูญให้ตามแนวคิดของท่านผู้นี้   ก็เละเทะไปอีกแบบหนึ่งนั่นแหละครับ      ไม่เชื่อก็ลองดูสิ     เหตุผลหรือครับ พระท่านอยู่แต่ในกุฎี ท่านไม่เห็นอะไรข้างนอกหรอก
 
นี่ก็เป็นประเด็นที่น่าเบื่อที่สุดอีก    คือไม่ดูว่าเรื่องที่พูดอยู่เป็นเรื่องอะไร     มันไม่ใช่เรื่องศีลธรรม จริยธรรม  
 
มันเป็นเรื่องกติกาการเมืองที่ทุกคนในที่นี้มารับรู้ร่วมกัน ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ ถูกหรือผิด        ไม่เกี่ยวกับศีลธรรม และจริยธรรม     ถ้าเกี่ยวก็เกี่ยวแบบจริยธรรมของประชาธิปไตย เท่านั้น   ไม่ใช่จริยธรรมของศาสนา ............   แล้วมันเหมือนกันหรือ ?      หลงประเด็นนะเนี่ย    
 
แล้วก็หลงประเด็นจริง ๆ      แกไปพูดถึงเรื่องที่ประธานกมธ.(สามารถ แก้ววิชัย)ตกไปเรื่องหนึ่งเสียยืดยาว หรือแทบทั้งหมดแหละ แล้วแนะนำว่าให้แก้ไข ใส่เข้าไปใหม่ เพราะเหตุผลอย่างนั้น ๆ       ปรากฎว่า เขาใส่เข้าไปเรียบร้อยแล้ว มีใบแก้คำผิดมาให้แกไม่รู้ พอประธาน กมธ.บอก .......แกก็อึ้ง......ก็กลายเป็นเรื่องตลกไป .........เสียเวลา......   นี่แหละ คนที่ใกล้วัดวาอาราม มักจะบ๊องสส์อย่างนี้แหละ     น่าเบื่อจริง ๆ  
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2012-04-20 16:25:10
 
 
 ความเห็นที่ 7 (3331721) 
แล้ว เจ๊ะ อามิน โต๊ะตาหยง ปชป. นราธิวาส ก็หาเรื่อง ให้จ่าประสิทธิ์ ถอนคำพูด ขอให้ประธานสั่งให้ถอนคำพูด .......ประธานว่าไม่เสียหายอะไร .....   แล้วนายคนนี้ก็หาเรื่องทางปากไปอีกว่า..........คนสั่งให้เผาบ้านเผาเมืองยังเป็นรัฐมนตรีได้......        สุนัย ประท้วง..........   แล้ว อีกแล้ว เจ้าเก่า นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ลุกขึ้นใช้ทฤษฎีบทที่ 2 คือสั่งสอนประธานสภา ..............    ประธานรัฐสภาอธิบายเหตุผลดีมาก................เขาจะฟังไหม ? ......... สุนัย..... ว่าวรงค์พาดพิง....เสียดสี.......ขอร้องเถอะ...........เจ๊ะ อามิน ว่า หัดเป็นรัฐบาลก็หัดอดทนมั่ง........ อย่างนี้จะไม่เรียกว่าเป้ฯเผด็จการรัฐสภาได้อย่างไร ?....................
 
มุสลิมคนนี้คมไม่ใช่เล่น     ออกท่าทางนักเลงเสียด้วย   ...................... แกพูดอะไรฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง   
 
วกมา ว่า........... รัฐบาลกล้าไหมที่จะไม่แตะต้องสถาบันพระมหากษัตริย์.........................   มาแล้ว     การโฆษณาชวนเชื่อ ........
 
เขาคาดว่าในอนาคตน่าจะมีปัญหา การปกครองจะอยู่ได้อย่างไร เพราะเป็นรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลทำเอาเอง .......
 
แกพูดอะไรนอกประเด็นจริง ๆ   ประธานก็เลยเตือนว่าอย่าออกไปไกลนัก.......
 
ถาม   การเสนอรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นการตั้งรัฐไทยใหม่ใช่ไหม ?  
 
สส.เพื่อไทยนิ่ง.............
 
ปล่อยเขาพูดไป...........มีผู้ประท้วง   สามารถ แก้ววิชัย ประท้วง   ว่าขืนใช้คำเหล่านี้ กมธ.เสียหาย ........ ขอให้ความเป็นธรรม ตามเหตุตามผล   ประธานเตือน อย่าใช่ถ้อยคำเสียดสี ............ ไปโจมตี กฤษฎีกา ว่าเป็นเครื่องมือของรัฐบาล .............. จบลงแล้ว     เจ๊ะ อามิน โต๊ะตาหยงนี่   น่าเบื่อที่สุด ท่าทางใหญ่เหลือเกิน 
 
ต่อไป   เจือ ราชสีห์ สงขลา ปชป.   ถามว่าแก้รธน.เพื่ออะไร ? ขณะนี้ข้วของแพงมาก ๆ ...... มีผู้ประท้วง จสต.ประสิทธิ์ ประท้วง   ว่าผิดข้อ 43 ออกทะเลไปเรื่องเลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลาไปโน่น ......   แกว่าผู้ประท้วงหน้าใหม่ไม่เข้าใจข้อบังคับ......ประสิทธิ์ กับสุนัยยกมือ     สุนัยก่อน ว่าเชียร์บ้างสิ............ประสิทธิ์ พูด ว่าผมเป็นสส.ใหม่ อย่าดูถูกประชาชนสุรินทร์ของผม ผมมีมารยาท..... สส.หญิงปชป.อุบล ใช้ทฤษฎีข้อที่ 2 สั่งสอนประธานสภา   ว่าปล่อยให้เขาพูดไปได้อย่างไรตั้งยาว..........นายเจือ ราชสีห์ก็ต่อว่า ถ้าไม่ประท้วงก็คงจะจบแล้ว...............(ปชป.เขาพูดแบบนี้เสมอ)                ....   ว่าไม่ได้ใสวงเล็บที่ 5 มา   ...........   คุณสมบัติ สสร.   .................................... กร่อยไปหน่อย ไร้เหตุผล .......
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2012-04-20 17:04:13
 
 
 ความเห็นที่ 8 (3331726) 
ขณะนี้ ใครก็ไม่ทันดู   กำลังพูดแรง ๆ สส.ยะลา พูดว่าอ้างแก้รธน.ต้นไม้เป็นพิษ    ..........   ประธานปิดเสียง...............ว่ากรุณาเข้าเรื่องหน่อย   ...........   มีผู้ประท้วง       พายัพ ปั้นเกตุ    ท้วงประธาน ข้อที่ 5    .............   ขอให้เป็นไปตามระเบียบวาระ ข้อบังคับ ................ให้อยู่ในประเด็น ........... สส.ยะลาพูดต่อ ผมนั้นถือหลักเกณฑ์ว่าจงพูดความจริงต่อหน้าผู้ปกครองที่อาธรรม ผมเป้นมุสลิมนะครับ.............. ถึงว่า    ......      พูดไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราว    ดีนะนี่ ไม่อ้างอัลเลาะห์    (ไม่พูดว่าอัลเลาะห์สั่งผมมาพูด)     ...............   ประเด็นก็คือ ไม่ว่าเป็นมุสลิมหรืออะไร พูดให้มีเหตุผลหน่อย   ........... พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สส.เชียงรายพท.ประท้วง ใช้ถ้อยคำเสียดสี ว่า พูดต่อหน้าอาธรรม ไม่อยากสีซอให้ควายฟัง ......    ณรงค์ สส.ยะลา   ...อมยิ้มอยู่ เจ๊ะอามิน โต๊ะตาหยง ให้ถอนคำพูด..........ประธานว่า คนละที ขอเถอะ.........เจ๊ะ อามิน ไม่ยอมง่าย ๆ .................นิพนธ์ บุญญามณี ใช่ทฤษฎีบทที่ 2 สั่งสอนประธานสภา ...................แต่งวาทะมาดี   .........    ใช้เป้นเหตุให้ถอนคำพูด ............   ประธานขอฟังเทปก่อนจะวินิจฉัย   ขอให้อภิปรายต่อ.......... นายณรงค์ สส.ยะลาพูดต่อ ไปท้าวความเดิม    ขอให้ถอน   ......    ประธานปิดไมค์........   เชิญอภิปรายต่อ..........ยังมาย้ำเรื่องเดิม คนทั้งจังหวัดเลือกผมมา ผมเป้นควายหรือครับ.... ต้องถอนเดี๋ยวนี้ครับ............ วิชาญ สว.ประท้วงประธาน ว่าประธานต้องควบคุมการประชุม ........ เพื่อประหยัดเวลาไปเยอะ.......สุนัย จุลพงษ์ธร   ขอให้ใช้ข้อบังคับอย่างเข้มงวด..........ขอ(5)ได้แล้วก็น่าจะพอแล้ว ..........แล้วหมอวรงค์ก็ลุกอีก   ว่าแล้วหมอคนนี้น่าจะอยู่ระหว่างฝึกพูดหนัก    .........แล้วมีใช้สิทธิพาดพิง.......เป็นฝ่ายกมธ.    อธิบายได้ดี เรื่องขั้นตอนการทำงาน ....................มาถึงตอนนี้อึดอัดประธานรัฐสภาเหมือนกัน............. จะทำอะไรก็ไม่ทำ...........โลเล.........................เอา ๆ หมอรณงค์ขึ้นอีก โต้ทุกเรื่อง   ปรระธานเงียบ.........หมอนี่หน้าเป็น สวมแว่น กระพริบตายิบ ๆ ............ประธานว่าจะขอดูเรื่องเดิมก่อน    แล้ว รังสิมา รอดรัศมีขอพูด ว่าใช้สิทธิพาดพิง ..............ว่าให้แล้วก็จะอภิปราย .......................   ประธานงงแล้ว    คงเมาหมัด.........   มีผู้ขออภิปรายเพิ่มเติมต่อจากรังสิมา.......นายณรงค์ รุสดิน สส.ยะลา อภิปรายต่อ ขอให้ตัดสินก่อนจึงจะอภิปราย ................    ว่าผมไม่ใช่ควาย ไม่ใช่อันธพาล   ................ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องว่าแกพูดอะไร แกขอแก้อะไร   เสียเวลาตรงสส.ยะลานี้เยอะทีเดียว   ว่าสภากำลังพิจารณารายงานเถื่อนอยู่ ......แรง มุสลิมแรง   .............อาฆาตว่า ท่านชนะวันเดียวแล้วจะพ่ายแพ้ตลอดไป ..........
 
ดูเหมือนว่าฝ่ายค้านจะพอใจที่ได้พร่าเวลาไปเยอะ.......... และดูเหมือนว่าพรรคเพื่อไทยมามาดใหม่ ....ดูน่าเกรงขามขึ้นจนฝ่ายค้านเงียบหงอยไป ... เลยมีเข้มแข็งอยู่ 2 สส.มุสลิม เท่านั้น    
 
ต่อจากนี้ สส.รังสิมา รอดรัศมี อภิปราย.........................พูดไปเรื่องอื่น ว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เขาห่วงเข้าของแพง..... อ้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพูดเรื่องคนดี..........
 
หลัง ๆ ที่พูดมานี้ รวมทั้ง สส.ยะลาด้วย พูด ๆ แบบไม่คำนึงหลักการประชาธิปไตยเลย.........ต่อไปนาฏยา เบญจสิริวรรณ สส.กทม. ปชป.........................
 
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2012-04-20 18:00:55
 
 
 ความเห็นที่ 9 (3331730) 
ตั้งแต่ สส.เจ๊ะ อามิน โต๊ะตาหยง กับ สส.ณรงค์ รุสดิน อภิปรายมา ถึงขณะนี้ สส.กทม.ปชป.นาฏยา เบญสิริวรรณ ค่อนข้างจับความไม่ค่อยได้ ไร้สาระ   สะท้อนถึงความไร้สปิริต จิตใจ หรือจริยธรรมทางประชาธิปไตย ด้วยความเข้าใจผิดในสาระสำคัญต่าง ๆ 
 
ต่อมา วัชระ เพชรทอง    ปชป.   อภิปราย................ว่าจะอภิปรายบอกความจริงแก่ประชาชนทั้งประเทศ.............. น่าจะไม่ตรงประเด็นเสียแล้ว     เขาให้แปรญัติ.....   วาระนี้คุณสงวนไว้อะไรก็แปรญัตติอันนั้น ................ว่ารัฐบาลมีเล่ห์เพทุบาย อาศัยเสียงข้างมาก.........   ทำท่าจะสับสน ...........สะเปะสะปะ.......ฟังไม่รู้เรื่องอะไรเป้ฯอะไร.............   ประธานสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์มาขึ้นบัลลังก์แทนประธานวุฒิ .......   
 
อ้างว่าประชาชนเห็นไม่เหมาะในการแก้รธน. เพราะข้าวยากหมากแพง ......... เล่าย้อนไปถึงอดีตพระปรเมศวร นู้น ..... นอกเรื่องไปใหญ่ ..............     ก็เพื่อจะเอามาเปรียบกับรัฐบาลนี้มั้ง............พอดีประธานประท้วงให้รวบรัดอย่าไปไกล..........ไปแขวะ จสต.ประสิทธิ์ ว่าประชาชนสุรินทร์เลือกให้มาประท้วงโดยเฉพาะ........ประธานขอร้องให้อย่าแขวะ..........    ท่าทางอึดอัด เตรียมมาแรง กะจะซัดเต็มที่ ตั้งใจมาแรง...... เลยฟังแปร่ง ๆ   อ้างใครพูด..... ช่างแม่มัน ข้ามมา......   ประธานตรวจว่าวัชระ เพชรทองขอแปรอะไร ..... ขอแปรวงเล็บ 5   เขายอมให้แล้วนี่..........ก็ขอให้พอเถอะ    จบแล้วนี่...............วัชระว่าเป็นเอกสิทธิ์   .............ประธานว่ากรรมการเขาอนุโลมให้แล้ว ...........วัชระ เพชรทองเอ่ยวาทะจากอัลกุรอานว่า ................จงพูดความจริงต่อหน้าผู้ปกครองที่อาธรรม............. ต่อรองให้นายวัชระนั่ง     ยังไม่ยอมนั่ง   มันจบไปแล้ว สมควรนั่งแล้ว............ประธานขอแล้วขออีกให้นั่น    ที่จริงท่านไม่มีสิทธิ์อภิปรายด้วยซ้ำ เพราะกรรมาธิการเขาเห็นด้วยแล้ว...........
 
จิรายุ ห่วงทรัพย์ พูด     ว่าวัชระ..................
 
ประธานไม่อนุญาตให้วัชระอภิปรายต่อ   นั่งเถอะครับ    ผิดข้อบังคับชัดเจนท่านจะดื้อไปทำไม ............นั่งเถอะ
 
 
 
วัชระ เพชรทองไม่ยอม...............
 
ประธานยืนขึ้น นายวัชระไม่นั่ง   เจ้าหน้าที่ชุดแดงลุกจากที่นั่งมา      เชิญมาเอาวัชระ ออกนอกประชุมไป    .....กล้องไม่จับ   ตำรวจสภาเต็มยศมา    ประธานบอกสั่งแล้ว เอาออกไปด้วยความสุภาพ      มีอะไรผมรับผิดชอบเอง   ท่านต้องเอาตัวออกไป............ถ้าไม่เอาตัวออกไปถือว่าขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา ผมจะตั้งกรรมการสอบ
 
กล้องให้เห็นภาพแวบหนึ่ง   ตำรวจ จับเกลี้ยกล่อมให้ไป...................ประธานสั่งให้ตำรวจหลายท่านช่วยกัน     ..ผมจะให้เกียรติถ้าท่านจะปฏิบัติตามคำสั่ง   ....................
 
 
 
ประธานอนุญาตให้สาธิต วงศ์หนองเตย พูด................ว่าไม่เป็นธรรม   สองมาตรฐาน......ไพจิตร ศรีวรขาน..........เห็นด้วยประธาน ............ทำถูกกฎแล้ว   เพราะกรรมการให้ตามที่ขอแล้ว ................. ก็ไม่ควรอภิปราย............................ขณะนี้ วัชระยังไม่นั่ง ................... ประธานขอร้องอีก ว่าท่านวัชระนั่งลงเถอะ   นั่งแล้ว............เจ้าเก่าหมอวรงค์   ขอตรวจสอบองค์การประชุม ประธานกดกริ่ง ขอสมาชิกเข้ามาตรวจสอบการประชุม.................
 
สุนัย จุลพงษ์ธร   .........   ว่าเห็นใจประธาน .........ขอเสนอว่าลองทำตามระเบียบดูสักครั้ง .....ขอเสนอปิดอภิปรายแล้วโวต .............
 
 
 
นับองค์ประชุม............. 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2012-04-20 18:40:08
 
 
 ความเห็นที่ 10 (3331734) 
ประธานวุฒิ มาแทน    ท่านเกียรติสุรนนท์ ว่าไปกิจสำคัญ 3 ทุ่มจะมาผลัดเปลี่ยน
 
องค์ประชุม 345 ท่าน ครบองค์ประชุม
 
สุนัย    ขอเข้าตามข้อบังคับ เสนอปิดอภิปราย ขอผู้รับรอง   ..............
 
ประธานเชิญกรรมาธิการ................
 
 
 
ประธานงงแล้ว    ................
 
 
 
สุนัย อธิบาย ม. 291   3(5).......................ประธานยังงง....................................
 
 
 
ประธาน ขอต่อหน้า 85 ตามที่ว่า ขอดำเนินการประชุมต่อ...............พอประธานงง ปชป.ก็ขึ้นเลย    นิพนธ์ บุญญามณี นิพิธ อินทรสมบัติ ขึ้น เป็นแถบ     ......
 
ประธานยอมว่า   ท่านครับ เข้าใจแล้วครับ
 
 
 
นพ.เชิดชัย...............
 
ประธานงงต่อ....................
 
สุนัย ขอสนับสนุนนิพิธ นิพนธ์ ในข้อ 99   ขอให้อภิปรายตามข้อ 99    ประธานงงต่อ   เชิญท่านสาธิตครับ     
 
สาธิตเป่าหูประธาน ๆ งงต่อ............................
 
จ่าประสิทธิ์ลุกขึ้น    ............พูดว่าควรให้เกียรติกันและกัน
 
เป่าหูประธานต่อ    ประธานงงต่อ...........
 
 
กว่าจะพูดออกมาได้ว่า   เชิญครับท่านเชิญ    วรชัย เหมะ ลุกพูด    ขอให้ใช้ข้อบังคับข้อที่ 5 
 
น.พ.เชิดชัย พูด รธน.   ....เสียงโห่ จาก ปชป. ......... น.พ.เชิดชัยว่านี่หรือจริยธรรมที่ปชป.พูด พอเอาจริง แค่ดีแต่พูด ....    เชิดชัย อ้างรธน. 
 
ประธานเริ่มตั้งตัวได้ 
 
ขจิต ชัยนิคม ว่า   ......................
 
ประธานสภา   ทำท่าจะสลบอีกแล้ว   ..
 
เลยถูกสอนเอาหนักจากสส.ปชป.    ว่าฟังแต่ฝ่ายรัฐบาล
 
ประธาน    ผมจะให้อภิปรายต่อนะครับ........................... นิพนธ์ จะอภิปรายไหมครับ ?  
 
ประธานงงอีก.....
 
อึดอัดประธานจริง ๆ    ........................
 
วัชระ เพชรทองลุก ผู้ซึ่งถูกไล่ออกนอกห้องประชุมไปแล้ว ................   ขอใช้สิทธิ์อภิปรายต่อ..........
 
สุริยา ปันจอ สว.   สตูล อภิปราย ว่าวิตกต่อการปฏิบัติหน้าที่ของประธาน ไม่เคร่งครัด   ขอได้โปรดอย่าคิดว่าฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน สว.หรือ สส.   ............... พูดนาน   ประธานใบ้เบื้อไปแล้ว   ...... ไม่ทราบว่าเป็นการอภิปรายหรือไม่
 
ไม่มีใครทราบว่าอะไรจะเกิดขึ้น   แต่พอเห็นวินัยของสส.พรรครัฐบาลดี ดูควบคุมอารมณ์ได้ดี เย็น
 
วัชระ เพชรทอง ขอถอน ว่าให้ความร่วมมือ
 
พล.ต,ท.พิชัย สุนทรสัจบูลย์ สว.ร้อยเอ็ด       อภิปราย....ขี่ม้าเลียบค่าย ไหว้ครูนาน.....ไม่เอาเสียเวลา
 
สว.พูด
 
19.40 น.   เหตุการณ์ปกติ   อภิปรายไปเรื่อย ๆ   
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2012-04-20 19:40:38
 
 
 ความเห็นที่ 11 (3331735) 
มาถึงเวลานี้ พรรคการเมืองหนึ่งคือ พรรคประชาธิปัตย์   ยังคงเป็นพรรคการเมืองเกเรอยู่เหมือนเดิม     และยังคงจ้องจะโค่นล้มรัฐบาล ไม่ว่าวิธีใดเมื่อมีโอกาศ   วันนี้ ได้เห็นความดื้อด้านของนายวัชระ เพชรทอง สส.ปชป. ว่าดื้อด้านเพียงไหน น่าอับอายเพียงไหน โดยที่ตนเป็นฝ่ายผิดเต็มที่ ทั้งด้านกฎหมายและจริยธรรม เขายังทนทานยืนยันความเลวของเขาว่า เขาถูก   นั่นเป็นทฤษฎีปฏิบัติด้านการโฆษณาชวนเชื่อของพรรคนี้ 
 
มีการรวมหมู่กัน เหมือนจิ้งจอกกระหายเหยื่อ เมื่อเห็นเหยื่อเพลี่ยงพล้ำก็กรูเกรียวกันเข้าจะทำร้ายเหยื่อ
 
มีเสียงโห่
 
เมื่อ สส.เชิดชัย หมอเชิดชัยลุกขึ้นพูด มีเสียงโห่กันเกรียวเกิดขึ้นจากฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ . จนนายแพทย์เชิดชัยต้องตอบโต้ว่า นี่หรือจริยธรรม ที่พรรคนี้พูด เสนอให้ทำ แต่พอมีสถานการณ์จริงมาทดสอบ ก็เป็นเพียงดีแต่พูด    เสียงโห่จึงหยุดไป หมอเชิดชัยนี้คือเสื้อแดงอีสาน ประธานแดงอีสาน ........ การโห่ของสส.ปชป.จะต้องเสียผลต่อ ปชป.เองอย่างยิ่งใหญ่ แต่ปชป.ก็ไม่เข้าใจ แก้ไขตัวเอง   
 
กริยาเช่นนี้ไม่น่ามีขึ้นเลย   แต่ก่อนหน้านี้ก็เคยมี ..........โดยพรรคนี้หลายครั้ง     สำหรับคราวนี้ แม้ประธาน(ปธ.วุฒิสภาเป็นรองปธ.) แทนที่จะดูแล ห้ามปรามและอบรมสั่งสอนบ้าง ก็เปล่า   ........ในขณะนั้นก็กำลังงงอยู่ เลยไม่รู้สึกต่อสถานการณ์ขณะนั้น
 
การที่ประธานรัฐสภา ให้ตำรวจเชิญนายวัชระ เพชรทองนั้น มีข้อสังเกตว่า   ตำรวจสภาอิดเอื้อน    ทำไม ?      ไม่เข้าใจเหมือนกัน ทั้ง ๆ ที่ประธานสภาบอกว่ารับผิดชอบเอง ตำรวจก็ไม่กล้าทำอะไรไป    และแล้วก็ดื้อจนถึงที่สุด ดื้อจนคนเกรงใจไปจนได้
 
นี่แหละกลายมาเป็นทฤษฎีบทที่ 1 ทฤษฎีหน้าด้าน   ไปจนถึงที่สุด นั่นเอง  
 
ซึ่งสส.ใหม่ ปชป.ต้องเร่งรีบศึกษา.......
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2012-04-20 19:59:25
 
 
 ความเห็นที่ 12 (3332703) 
ทฤษฎีบทที่ 3 การฝึกพูดของพรรคประชาธิปัตย์ 
 
ทฤษฎีบทที่ 3 ต้องยิ้มรับได้ทุกสถานการณ์ของความล่มจมของพรรคตนเอง    ให้ทำใจเสมือนว่าพรรคของเรากำลังก้าวหน้าและได้รับการยอมรับจากประชาชนอย่างรุ่งโรจน์   
 
มาฟังเขาพูดกันในรัฐสภาที่น่าเบื่อหน่ายต่อไป
 
นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค พูดยาวเหมือนกัน เพราะก่อนเข้าประเด็นแกวกไปเยอะเลย จนคุณวรชัย เหมะ ลุกประท้วง ....... แกพยายามอ้างหลักประชาธิปไตย เสียงส่วนมาก เสียงส่วนน้อย ต้องเป็นอย่างไร   .............   คือฟังไม่รู้เรื่องว่าแกพูดอะไร ประเด็นที่แกขอแปรญัติไว้คืออะไร   ที่แกพูดใช่หรือไม่    เพราะวันนี้คุณพีระพันธ์ ไปพูดเรื่องประชาธิปไตยเสียแทบทั้งหมด....... แต่ประชาธิปไตยอย่างไร ฟังไม่รู้เรื่อง    พอแกคุยโม้ว่าแกเคยเป้นทนายความ เป็นผู้พิพากษา มาเป็นสส.........ก็พอเข้าใจได้   ว่าทำไมแกถึงไม่ค่อยเข้าใจเรื่องราวที่แกพูดอยู่เองว่าเป้ฯประชาธิปไตย    คือประชาธิปไตยแบบงู ๆ ปลา ๆ ฝรั่งว่า snake ๆ fish ๆ น่ะครับ  ขออภัยผมพูดในฐานะประชาชน   นี่แหละสิทธิของประชาธิปไตยแท้  
 
 
 
แล้วก็มาพบเจ้าเก่าที่น่าเบื่อหน่ายอย่างที่สุดอีก ตามระเบียบ     คือมาฟังสภาทีไรต้องเจอเจ้านี้    นายวรงค์ เดชกิจวิกรม   สส.พิษณุโลก พร้อมเอกลักษณ์ของเขา .....หน้าเป็น ปาก แววตายิ้มเยาะ ขณะนี้กำลังฝึกพูดโดยทฤษฎีข้อที่ 3    พูดไปร้องไห้ไป กระพริบตาปริบ ๆ   ไล่เม็ดน้ำตา   (คงคิดว่าไหน ๆ จะพังแล้วก็ซัดให้เต็ม ดิ้นให้สุด ๆ )    ....
 
คนต่อไป ผู้หญิง นางผุสดี ตามไท    ปชป.   ............. ว่ารวบรัด ลุกลี้ลุกลน   ...........   อ้าว ! แล้วไปอิงหลัก......อะไรว่าสิ่งที่มีในโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน สิ่งที่ไม่แน่นอนคือความไม่แน่นอน ............. แล้วไปเกี่ยวกับอะไร     เพ้อเจ้อนะเนี่ย     .........   แปลว่าออกนอกประเด็น    ........................   ใจตรงกันเลย   สส.พท.ประท้วง................... จิรายุ ห่วงทรัพย์   พท.ประท้วง ............ประธานรัฐสภาเตือนครั้งที่ 1 ..........พูดไป ๆ ...........แล้วประธานเตือนครั้งที่ 2 ประธานถามว่า   นึกออกไหมว่าสงวนคำแปรญัตติอะไรไว้.....   คือท่านประธานสภาขอให้ตรงประเด็นที่สงวนเอาไว้.................ดูเหมือนเธอไม่เข้าใจ .....พูดอะไรไปนี่ไม่แสดงเหตุผล.................นึกแล้วอยู่ระหว่างฝึกหัดพูดเหมือนกัน ...........แต่ทฤษฎีบทที่ 1 ตก(หน้าไม่ด้านพอ)    ทฤษฎีบทที่ 2 ตก ยังไม่สามารถทำได้ ยังไม่แก่กล้าพอ...........ทฤษฎีบทที่ 3 อดทนกล้ำกลืนขมขื่น................. แต่ไม่สนิท      ก็จะมาเป็นสส.ทำไมหรอก     ..........   ลาออกไปเสียเถอะ   .........
 
แล้วพรรคปชป.เสื้อสีเขียวอ่อนพล่ามอะไรไปใหญ่หลายนาทียังฟังไม่รู้เรื่อง       ประธานเตือนว่าเข้าประเด็นเถอะ ....
 
เราในฐานะประชาชน ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะท่าน สส.ไม่ยอมบอกว่า อยากเสนอสักหน่อยว่า   ท่านสส.ควรจะเริ่มต้นว่า...............บอกชื่อ(ผม นาย...........พรรค...........จังหวัด........) ได้สงวนคำแปรญัติไว้คือ ..................................................................................................................   ต่อไปนี้คือเหตุผลของผมครับ.... แล้วอธิบายเหตุผลของตนไป.................... เหตุผลนี้ควรเป็นผลจากการศึกษา วิจัย มีข้อมูลมาอ้างหรือวิเคราะห์มาแล้ว........เป็นสิ่งสำคัญที่สุด .........................
 
ต่อไป .....คุณหมออีกคน ปชป.   อ่านนำบทกวีจิตร ภูมิศักดิ์    กลืนข้าวทุกคราวคำ..............ไปจนจบ     ไม่รู้แกอ่านทำไม ?   เสียเวลาไปร่วม 5 นาที เอาประวัติมาอ่านด้วย    ประธานฯก็เลยบอกให้เข้าประเด็น    พูด ๆ ไป ประธานก็ชี้ประเด็นให้....................กลับไม่เอา......พล่ามไปถึง 14 ตุลาฯ        ประธานฯเตือนอีก............   ท่านประธานครับ ท่านโปรดฟังผมนะครับ........... แล้วไปออกนามท่านไวยวรรณทยากร.......................ไปโน้น ....................... สงสัยจะเหมือนผุสดี ตามไท คือไม่เข้าใจว่าแปรญัติวาระที่ 2 คืออย่างไร .....................   ครับก็ค่อย ๆ สอนกันไปนะครับ   เห็นใจท่านประธานสภา เหมือนกัน    ไม้แก่ดัดยากหน่อย   ............... ยังไม่จบ....วกกลับมาพูดถึงท่านวรรณไวทยากร จนได้   โดยทฤษฎีบทที่ 1 หน้าด้านพูดไป.........   จ่าประสิทธิ ประท้วง........ประธานเตือนหมอ .............แล้วบุญยอดลุกประท้วงจ่าประสิทิ์   ว่าเสพติดการประท้วงหรือเปล่า ?   .......... จ่าประสิทธิ์ประท้วงอีก พาดพิง ....... ให้เหตุผลแก่บุญยอด ............. ก็เพิ่งทราบว่า บุญยอดแต๋วแตกเมื่อคืน ........... ครบเครื่องล่ะบุญยอด    ถึงทฤษฎีบทที่ 3 เลย ...........ประธานให้ถอน    (ประธานงงอีกแล้ว.....................ประธานวุฒิเพิ่งเข้ามาแทน) .......... ประธานงง   บุญยอดชอบคนอ่อน ๆ   หัวอ่อน ๆ จูงจมูกง่ายดี ....... ปชป.ประท้วง   ทำงานต่อบุญยอด.............ขอประท้วงผู้ประท้วงเมื่อสักครู(หมายถึงจ่าประสิทธิ์)    .............ปธ.ปิดไมค์........ปธ.งงอีกแล้ว    ...............ประสิทธิ์ลุก ทบทวนว่าถูกกล่าวหาให้เสียหายว่า ประสิทธิ์ ............. 
 
อึดอัดประธานวุฒิ       (ลาออกไปเสียดีกว่านะ) 
 
แกไม่เข้าใจหลัก เสมอภาค     สส.มีเกียรติเสมอกันแหละครับ   แต่ปชป.มักยกเอาตนใหญ่กว่าในฐานะเก่ากว่าอยู่ในสภานานปีกว่าเสมอ    ประธานต้องค่อย ๆ รักษาหลักการนี้      และโดยหลักการนี้ สส.ประสิทธิ์ ไม่ควรได้รับการตำหนิ 
 
ขอทบทวนอีกหน่อยนะครับ 
 
บอกคนฟัง ประชาชนก่อนว่าท่านชื่ออะไร พรรคไหน จังหวัดอะไร แล้วบอกหน่อยว่า สงวนอะไรไว้ (คุณหมอ ปชป.ท่านนี้ พออกปากก็เริ่มจากบทกวี เหมือนงานเผาศพเลย) ...............   ประชาชนคนฟังจะได้รู้ไงล่ะ ...ว่าประเด็นคืออะไร ................................. เขาก็จะหูผึ่งคอยฟังเหตุผลท่านไงล่ะ.......จะไม่เยิ่นเย้อน่าเบื่อหน่ายไงครับ   สภาก็จะเป็นที่ทรงภูมิปัญญา น่านับถือขึ้นไงครับ  
 
หมอคนนี้ เทียนชัย ........   ยังอภิปรายไม่จบ เสียเวลาไปเยอะ   นี่เพราะไม่เข้าใจประเด็นจริง ๆ    
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2012-05-02 13:27:59
 
 
 ความเห็นที่ 13 (3332723) 
แวบไปธุระ หากินหาใช้ ตามประสาประชชน ............. มาฟังต่อ
 
สว.ชื่อ นาง......      พวก พธม.เก่านะ ชื่อ.........ขออภัยจำไม่ได้    กำลังพูดอยู่ ....... พูดถึงมาตรา 190   .............. ฟังไม่ค่อยเข้าใจ คงมีคนสงสัยว่าแปรญัตติอะไรไว้ เหมือนเราสงสัย................และก็คือประธานสภานั่นเอง ครับท่านสงสัยว่าแปรญัติอะไร   ถามเอาว่าคุณรสนา โตสิตระกูล สงวนตรงไหนไว้ .................... ตกลงไม่ทราบว่าแกพูดอะไร เกี่ยวกับอะไร   2 ปี    ..............
 
ก็ดีที่ไม่พูดยาวนัก   จบลง ก็ดี
 
นางอานิก อัมระนันทน์   สว. ว่าไม่อยากให้ลุกลี้ลุกลน        ทำไมพูดเหมือนนายวรงค์ จัง พยายามกล่าวหาประธานว่าเร่งรีบ ลุกลี้ลุกลน เสมอ............... เอาละพอฟังได้.............จบลงว่าจะได้รัฐธรรมนูญที่เป็นกลาง..................นี่งงแล้ว   ช่วยอธิบายหน่อย รัฐธรรมนูญอย่างไร ที่เป็นกลาง ?    แล้วยังมี ทักษิโนมิค อีกด้วย   อ้าว   อะไรกัน ไม่เห็นรู้เรื่องเลย   ?
 
ประธานเรียกคุณหมอเทียนชัย คนที่ปั่นป่วนสภาเมื่อกลางวัน   มีอีกญัติหนึ่ง ............... คงติดใจในหลักการพูดแบบพรรคประชาธิปัตย์เข้าแล้วซี ......
 
.................... ดูแกก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือเอาจริง ๆ    ......... เงยหน้าขึ้นหน่อย .....
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2012-05-02 20:00:38
 
 
 ความเห็นที่ 14 (3332805) 
ทราบว่า บุญยอด สุขถิ่นไทย แต๋วแตกเมื่อคืน   ตามที่
 
มีเอสเอ็มเอสแจ้งข่าวมาว่า.............. "พท.จี้ กก.จริยธรรมสภาสอบพฤติกรรมถ่อยบุญยอด ปชป.กล่าวหาปธ.สภาเป็นฮิตเลอร์" .....RedGossip/2 พ.ค.2555/14.04.47
 
อีกข่าวที่ยืนยัน................."ก่อแก้วจี้กมธ.จริยธรรมสภาคาดโทษบุญยอด หวั่นก่อเหตุรุนแรงในสภาหลังแสดงอาการควบคุมตัวเองไม่ได้ระหว่างประชุมสภาเมื่อคืนที่ผ่านมา"..............D-Station/2 r"8"2555.14.23.00
 
คือมาเกี่ยวกับทฤษฎีบทที่ 3 น่ะครับ ทฤษฎีการฝึกพูดของพรรคประชาธิปัตย์
 
ทฤษฎีบทที่ 1 หน้าด้านพูดไป ผิดถูกไม่สะดุ้ง หน้าหนาเอาให้ได้
 
ทฤษฎีบทที่ 2 สั่งสอนประธานสภา .........   เพื่อให้ประธานสภาอยู่ในโอวาทให้ได้ อย่างน้อยก็ให้สภาเกรงใจ ตกใจ สะดุ้งในคำพูดของตนแหละ 
 
 
และทฤษฎีบทที่ 3
 
ทฤษฎีบทที่ 3 ต้องยิ้มรับได้ทุกสถานการณ์ของความล่มจมของพรรคตนเอง    ให้ทำใจเสมือนว่าพรรคของเรากำลังก้าวหน้าและได้รับการยอมรับจากประชาชนอย่างรุ่งโรจน์  
 
ทำยากหน่อย    เพราะต้องอดทน ทนฝืน กล้ำกลืนอย่างเต็มที่ แม้ระบมร้าวรานในอกขนาดไหน แต่ต้องแสร้งตีหน้าชื่นบานเอาไว้ให้ได้ ........................
 
และบุญยอด สุขถิ่นไทย ไม่ผ่านครับ     ตก  
 
เพราะมันสุดกล้ำกลืนจริง ๆ ............... เลย   แต๋วแตกไงครับ     ......
 
เรากำลังพยายามพิศูจน์ หรือทดสอบทฤษฎีทั้ง 3 ข้ออยู่ ......เพื่อพิศูจน์ว่าการฝึกพูดโดยทฤษฎีหน้าด้านหน้าทน อวดโอ่ทับถมประธานสภา และไม่ยอมรับความจริงเกี่ยวกับความเลว ความชั่วของฝ่ายตนเอาเสียเลย นั้น   เป็นการฝึกพูดที่ผิด ไม่สร้างสรรค์ มีแต่ทำตนให้ตกต่ำ
 
เอาละ   เรายังพิศูจน์ไม่ชัดเจนนัก   จะต้องติดตามเก็บข้อมูลต่อไปอีกสักหน่อย 
 
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายประชาธิปไตย วันที่ตอบ 2012-05-03 19:47:41
 
 
 ความเห็นที่ 15 (3332874) 
คือบุญยอด สุขถิ่นไทยนี่แกระเบิดครับ   ขณะฝึกหัดใช้ทฤษฎีบทที่ 2 ที่ว่าคือ อบรมสั่งสอนประธานสภา ให้อยู่ในโอวาท และทฤษฎีบทที่ 3 กล้ำกลืนความขมขื่นไว้ในใจตีสีหน้ายิ้มแย้มแสร้งทำว่าข้าชนะ    พอประธานสภาชี้แจงให้เข้าใจเหตุผล ตามระเบียบข้อบังคับดี ๆ    แกอดกลั้นไม่พอ แต๋วแตกเลย   แกโกรธระเบิดว่าประธานสภาเป็นเผด็จการยุคฮิตเลอร์ไปเลย
 
ถ้าว่าบุญยอดไม่ผ่านทฤษฎีบทที่ 3 ก็น่าจะถูกต้อง เพราะคนก็คือคน มันอัดอั้นตันใจมาก ๆ ทนกล้ำกลืนแล้วทนอีก ก็ต้องปลดปล่อยร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายใครได้เหมือนกัน 
 
คราวหน้าอย่าเอาคนนี้เข้ามาอีกนะพี่น้องไทย ขอร้องเถอะ คนไม่มีประโยชน์อะไรเลย แม้สักนิดเดียวเอามาทำไม ถ้าสภาไม่มีคนอย่างนี้อยู่ สภาจะสูงขึ้นมากเลยพี่น้อง 
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น แดงแท้แจ๋ วันที่ตอบ 2012-05-04 20:44:36
 
 
 ความเห็นที่ 16 (3332875) 
พอดีนึกขึ้นได้ สส.หอมเน่าศรีสะเกษ        มีในสภานี้ตั้ง 9 คน หายจ๋อมไปเลย ประเภทเอาตูดเป็นปากพูดไม่เป็น
 
เอาหนีไปเสียเถอะพี่น้องศรีสะเกษ   ได้อย่างสุรินทร์เขาสักคนก็ยังดี นี่เงียบยังกะเป่าสาก
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น แดงศรีสะเกษ วันที่ตอบ 2012-05-04 20:48:55
 
 
 ความเห็นที่ 17 (3333194) 
ที่เราพูดเอาไว้ว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเกเรในสภา ยิ่งปรากฎเป็นจริงยิ่ง ๆ   ฟังจากรายการประชาชนข่าว เอเซียอัพเดท ของปอยกับป๊อกเกต เช้า ๆ ทราบว่า วัชระ เพชรทอง ก่อเรื่องอีกแล้ว
 
คราวก่อนเราเห็นเอง คราวนี้ถึงฟังมาก็เชื่อได้เลย ว่าเป็นเช่นนั้น   แต่มองลึกไปถึงเจตนาของ สส.นายนี้ เห็นได้เลยว่ามีเจตนาเอาชนะคะคาน ในที่นี้เขาต้องการเอาชนะประธานสภาให้ได้    ต้องให้ประธานสภาอยู่ในโอวาทให้ได้ ให้ยอมให้ได้ (เขาคิดกันเช่นนี้ทั้งพรรคเลยล่ะ ท่านประธานสภา ท่านต้องวางแผนรับ....อย่างเป็นระบบไว้ เพราะนี่ไม่ใช่วิญญูชนอีกต่อไปแล้ว......เป็นพาลชนในสภาอันทรงเกียรติไงครับ)   ............   ส่วนประธานสภา คราวก่อนยังขัดเคืองอยู่ ที่สั่งตำรวจสภาเอาตัวนายวัชระ เพชรทองออกไป แต่ตำรวจอิดเอื้อน ซึ่งถือว่าขัดคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ..........   ไม่น่าเป็น และต้องไม่เป็นเช่นนี้    คำสั่งประธานสภา อำนาจสูงสุดของนิติบัญญัต ต้องเด็ดขาดพอ ๆ กับศาล(ที่สั่งประหารชีวิตได้) และ บริหาร(ที่สั่งจ่ายเงินได้เป็นล้านล้าน) นั่นเทียว   ทำไมไม่ให้ความชอบธรรมตรงนี้   .......    สมาชิกสภาเองต่างหากที่ไม่เทิดทูนสถาบันตนเอง ..........โดยเฉพาะพวกกเลวราดประชาธิปัตย์ พอประธานสภาสั่ง ตำรวจจะเข้ามา สส.ปชป.ก็ลุกมารายล้อมกันเอาไว้ ...............เห็นไหมครับ นี่คือข้อพิศูจน์ ในประเด็นความเป็นวิญญูชน มีอยู่หรือเปล่าในพรรคประชาธิปัตย์ .........   แล้วก็ยังมีการโห่ฮาอ่างป่าเถือ่นอีก 
 
สภาจะต้องมองประเด็นนี้นะครับ   ว่าจะต้องไม่มีเหตุการณ์ปกป้องผู้กระทำผิดเช่นนี้อีกต่อไป ท่ามกลางสายตาประชาชนทั้งประเทศ ..........   นี่เป็นการปกป้องผู้กระทำผิด ของสมาชิกพรรคปชป.   ..........   จะปล่อยให้เป็นไปเช่นนี้ไม่ได้ นี่เป็นภาพลักษณ์ที่ต่ำทรามที่สุดในภาพรวมของสถาบันของประชาชนโดยเหตุที่มีผู้แทนของประชาชนจากพรรคหนึ่ง ทำตนระรานคุณธรรมของสถาบันอย่างแรง   
 
ก็ต้องมาตกลงกัน   สร้างระเบียบขึ้นมา .................   ต้องสร้างระเบียบขึ้นมาครับ
 
ทำไมครับ..........    ต้องให้ประชาชนมั่นใจครับ   คุณเป็นของประชาชน ๆ ต้องได้ความมั่นใจ  
 
ที่ไม่ต้องสร้างระเบียบใหม่ใช้ระเบียบเก่า หรือสามัญสำนึกก็คือ   ทำไมตำรวจสภาจึงอิดเอื้อนทุกครั้งที่ประธานสภาสั่ง .......การไม่เด็ดขาดทำให้โจรได้ใจ
 
วิเคราะห์แล้ว เป็นเพราะตำรวจสภาไม่เข้าใจหน้าที่ของตัวเอง ............ ตำรวจเป็นเพียงมือและเท้าของสภาเท่านั้นเอง    ..........     คุณไม่ใช่ส่วนของการตัดสินใจ   คุณไม่มีหน้าที่วินิจฉัย ถูกหรือผิด   คุณเพียงฟังคำสั่งจากสมอง ๆ สั่งให้เท้าคุณเตะก้านคอมัน คุณก็ต้องเตะ    ............สั่งให้ลงศอกก็ลงศอกก็ลงเปิดแผลหน้าผากมันไปเลย(แบบบัวขาวน่ะครับ).....   เพราะคุณทำไปคุณไม่ต้องรับผิดชอบ   คนรับผิดชอบคือคนสั่งตามอำนาจหน้าที่ของเขา ....หน้าที่คุณคือทำตามคำสั่ง เข้าใจไหมตำรวจสภา    ทำแบบนี้โง่จริง ๆ   ..........    คุณไม่ต้องห่วงสถานการณ์หรอก เพียงคุณทำตามหน้าที่ไปเท่านั้น    ......
 
การที่คุณบังอาจไปวินิจฉัยแล้วเห็นว่าควรทำอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งในที่นี้ ตำรวจก็คิดว่าประนีประนอมดีกว่าน่ะ......   ก็เลยอิด ๆ เอื้อน ๆ ผู้บังคับบัญชาสั่งให้เอาตัวออกไป ไม่ทำ (รูปธรรมก็เป็นการขัดคำสั่งอยู่แล้ว    ไม่ต้องตั้งกรรมการสอบหรอกครับ   ลงโทษไปเลย )   นี่คือทำตนเหนือประธานสภา   กลายเป็นการหมิ่นแคลนผู้บังคับบัญชาตนเองไปอีก    มีโทษอีกกระทงหนึ่ง 
 
นี่แหละ จะเห็นเหมือนระบบยุติธรรมไทย   ที่ไม่เข้าใจหน้าที่ของตนเอง     ก็เลยมาก้าวก่ายสิ่งที่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลอยู่ตลอด
 
มา   บ้านเมืองก็วุ่นวาย    ..........   ด้วยประเด็น   ไม่รู้หน้าที่ของตน   ตนเป็นมือเป็นเท้า คิดว่าตนเป็นสมอง   .
 
สรุป   ต้องจัดการครับ   และต้องกำหนดข้อบังคับหรือระเบียบการประชุมเพิ่มเติมไป ในประเด็นหน้าที่ของใคร ๆ   ไม่ปฏิบัติต้องมีโทษ........ ลอยนวนไม่ได้
 
ครับ ขอบคุณนะครับที่ฟังผม   ผม   ประชาชน
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2012-05-09 09:24:57
 
 
 ความเห็นที่ 18 (3334570) 
แล้วนี่อะไร
 
# จัดฉาก ศิษย์รามฯ6คนบุกสภาจี้จ่าประสิทธิ์ขอขมาปมด่าวัชระปชป.จบรามมันโง่.....
.....ผู้ส่ง: RedGossip ศูนย์ข้อความ: +66816311031 ส่งแล้ว:24 พ.ค.2555 15:53:34
 
วัชระ เพชรทอง เกี่ยวข้องในด้านที่เป็นต้นปัญหา   แต่ไปยุคนอื่นด้วยปลายปัญหา   นี่คือคนพาลจริง ๆ   เอาดีเข้าตัวเอาชั่วเข้าคนอื่นชัด ๆ 
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุนาย ธีระกุล วันที่ตอบ 2012-05-24 18:40:47
 
 
 ความเห็นที่ 19 (3335111) 
วันที่ 30 พ.ค.2555   มีเหตุการณ์หลายอย่าง
 
1.     ในรัฐสภา มีการเสนอ ร่าง พรบ.ปรองดอง   4 ฉบับ   ของ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ขอไม่ยอมให้นิรทษกรรมพวกกระทำผิดต่อคนเสื้อแดง
 
ทางพธม. นำโดยจำลอง ศรีเมือง กับสนธิ ลิ้ม ออกมา ประกาศปิดล้อมสภา จนกว่าจะถอน ร่างพรบ.ออกไป
 
ในสภา ทราบจาก จตุพร พรหมพันธ์ รายงานว่าสส.พรรคประชาธิปัตย์กระทำการอุกอาจ เข้าห้อมล้อมประธานสภา ในท่าทางอเกรสสิฟ จน รปภ.เข้ากันประธานฯไปเข้าห้องเพื่อความปลอดภัย      ว่านี่เป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุด
 
เห็นภาพแล้ว เอเซียอัพเดทเอามาให้ดู รายการข่าวค่ำ    เหตุเกิดเมื่อประธานสภา เสนอเอาร่างพรบ.ปรองดองเข้า เห็นสส.ปชป.ลุกขึ้นไปรายล้อมโต๊ะที่นั่งประธานรัฐสภา นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์  จำนวนมาก มีตำรวจในเครื่องแบบคอยกันไว้ รอบ ๆ ประธานสภา   มีเสียงโห่ของสส.พรรคประชาธิปัตย์ เห็นประธานสภาใจดี หน้าแดง คล้ายจะต่อว่าทำกันอย่างนี้ได้อย่างไร ในสภาที่ทรงเกียรติ์ แล้วตำรวจขอให้ประธานสภาเคลื่อนย้าย กันประธานไปเข้าห้อง      แล้วเปนนางรังสิมา รอดรัศมีออกบทบาท ไปเข็นเอาเก้าอี้ประธานสภา รุนผลักส่งออกตามไปข้างนอก สส.พากันกันเอาไว้เอาเก้าอี้ประธานฯไปไว้ที่เดิม   มีเสียงโห่ขของสส.พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อเป็นประธานสภาออกไปนอกห้องประชุม 
 
นอกสภา จำลอง ศรีเมือง ขนพวกสันติอโศกมาจำนวนหนึ่ง ไม่ทราบว่าเท่าไร
 
2.   สมาชิกบ้าน 111   จะพ้นกำหนด 5 ปี หกทุ่มวันนี้ มีการจัดงานกันที่บ้านเลขที่ 111 มีสมาชิกไปกันเยอะ ดร.ทักษิณ สไกป็เข้าไปด้วย
 
3.   นางอ่องซาน ซู จี มาประเทศไทย วานนี้ วันนี้ไปเยี่ยมแรงงานพม่า ๆ พม่านับหมื่นคนคอยต้อนรับ   นางอ่องซานซูจี มาประชุม เวิร์ลอีโคโนมิค ที่ประเทศไทยเป้ฯเจ้าภาพ เปิดประชุมพรุ่งนี้
 
เรื่องทีน่าอึดอัดใจก็คือ ความประพฤติของสส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ไร้เหตุผล ไร้มนุษยธรรม และไร้วินัย
 
เรื่องวันนี้ จะส่งผลอย่างไร ต่อพรรคประชาธิปัตย์   จะเป้ฯเหตุให้พวกเขากร้าวแกร่งแข็งกล้าไปกว่าเดิมหรือไม่ นั่นน่าติดตามวิเคราะห์    เรื่องราวของนายจำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล พวก พธม.   และเรื่องราวของสันติอโศก     น่าอึดอัด
 
คอยฟังข่าวว่าจะร้ายดีอย่างไร ในรายการจตุพร
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุนาย ธีระกุล วันที่ตอบ 2012-05-30 20:07:13
 
 
 ความเห็นที่ 20 (3335112) 
มีการประสานงานกันล้มล้างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และมีการวางแผนล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ต่อหรือไม่ ?  
 
ทำอย่างนี้ไม่ถูกหลักการเลย   ไม่ชอบด้วยศีลธรรม วัฒนธรรมอันดีอีกด้วย      แล้วประชาธิปัตย์จะภูฒิใจในบทบาทของตนได้อย่างไร   นี่เป็นทางเสื่อมแท้ ๆ   จะได้ดิบได้ดีได้อย่างไร .............แน่นอน เสื่อม พังพินาศแน่ ประชาธิปัตย์ 
 
เป็นการไม่ให้ความสำคัญแด่สถาบันรัฐสภา หรือสถาบันตัวแทนของประชาชน    ทำให้อำนาจส่วนนิติบัญญัติไม่น่าเลื่อมใส ไม่น่าเชื่อถือ    อำนาจส่วนนี้เป้นของประชาชนโดยตรง   ต่อไปต้องกำหนดระเบียบเกี่ยวกับวินัยของ สส.ให้ดีกว่านี้
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุนาย ธีระกุล วันที่ตอบ 2012-05-30 20:14:47
 
 
 ความเห็นที่ 21 (3335114) 
ม.ล.ปลื้ม ในเดลิโดส   ว่า มีสส.ปชป. 2 คน ทำเลว มีภาพ 1. อภิชาติ สุภาแพ่ง ขึ้นไปจับแขนประธานสภา ดึงให้ลงจากเก้าอี้ประธาน แต่ประธานไม่ยอม ตำรวจมากันไว้   2.   นางรังสิมา รอดรัศมี เอาเก้าอี้ประธานสภาเข็นไปนอกห้อง สส.ส่วนหนึ่งเอาคืนมา       2 คนนี้บอกถึงความตกต่ำของ ปชป.      นอกจากนั้น สส.ปชป.ก็มาล้อมประธานสภา   ตำรวจต้องเข้ามากันไว้ ...........   ทำเช่นนี้ได้อย่างไร ประชาธิปัตย์ ?    ไม่รู้สึกขายหน้าเลยหรืออย่างไร     ใช้ทฤษฎีหน้าด้านไปเช่นนี้แล้วได้ประโยชน์อะไร ?    จะให้ประธานอยู่ในโอวาทแล้วไม่สำเร็จจะทำการข่มขี่แบบนี้ได้อย่างไร ................. เลว !!
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุนาย ธีระกุล วันที่ตอบ 2012-05-30 20:47:39
 
 
 ความเห็นที่ 22 (3335143) 
รายการตรงไปตรงมา อดิศร เพียงเกษ กับ คู่หู วิสา คัญธรรพ................. ถกอย่างแรงในเรื่องนี้ ว่าต้องฟ้องศาล ทำเป็นคดี   ไล่ออกไปจากสภา ....................................
 
 
 
เชื่อเถอะ   ไม่มีการฟ้องหรอก...............เพราะคนไทย ในโอกาสอย่างนี้ เขามักจะทำใจใหญ่ใจดีต่อศัตรูของเขา ...........   เขาจะยิ้มกว้าง และว่า   ไม่เป็นไรดอกน้อง   พี่ให้อภัย คราวหลังอย่าทำอีกก็แล้วกัน   .........  
 
คนอย่างนี้ก็รู้ดีไปอีกว่า    แก้ที่สาเหตุ   .........   แต่ก็ไร้สติ เพราะแทนที่พบสาเหตุแล้วกลับไม่แก้   จะเอาบุญด้วยการให้อภัยไป  
 
เหตุผลอยู่ที่ความยุติธรรมครับ   การให้อภัย เป็นต้นเหตุให้เสียความยุติธรรมไปเสมอ ๆ ............... อีกอย่างหนึ่ง การให้อภัยเป็นเรื่องส่วนตัว ............. สำหรับคนบำเพ็ญตนเพื่อเป็นพระโพธิสัตว์   .........อย่าสับสน อะไรเป็นเรื่องส่วนตัว อะไรเป็นเรื่องส่วนรวม ต้องชัดเจน .........เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนรวม เรื่องของความถูกต้องเป็นธรรม และมาตรฐานความยุติธรรมของคนทั้งหลาย ของสังคม ........    
 
และที่สำคัญ     ความยุติธรรมเป็นธรรมะของโลก         ข้อสำคัญที่สุด   ยิ่งกว่าธรรมะข้อใดใด 
 
 
 
เพราะเป็นธรรมะที่รักษาโลกเอาไว้ ให้เกิดความสมดุล     โลกบังเกิดความสมดุลอยู่ ไม่กวัดแกว่งวิปริต   หรือโคจรออกไปผิดทิศทาง หรือออกนอกระบบวงโคจร   ก็เพราะความยุติธรรม ความเป็นธรรม     .........   นี่คือธรรมชาติที่เป็นธรรม   จึงช่วยรักษาสมดุลของโลกและระบบทุกระบบของธรรมชาติไว้ได้   ..........   นี่แหละธรรมะข้อสำคัญยิ่งใหญ่ที่ขาดไม่ได้
 
ส่วนการให้อภัย เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล     ท่านจะสามารถให้อภัยได้ขนาดไหน ใหญ่โตมโหฬารเพียงไร   เป็นเรื่องของท่านคนเดี่ยว      จงอย่าเอาเรื่องส่วนรวม ของคนหลายคนทั้งหมู่ไปให้อภัย   ............    มันจะทำให้สังคมในองค์รวมเสียความสมดุล   โลกจะแกว่ง.......
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายธรรมดา วันที่ตอบ 2012-05-31 09:56:31
 
 
 ความเห็นที่ 23 (3335166) 
นายอภิชาติ สุภาแพ่ง สส.ปชป.เพชรบุรี เป้นผู้เข้ายึดยื้อมือแขนประธานสภา ลากให้ลุกจากเก้าอี้ แต่ไม่สำเร็จ   ........... นางรังสิมา รอดรัศมี   สส.ปชป.สมุทรสาคร   ลากเก้าอี้ปธ.สภา ออกไป สส.พท.ตามเอามาไว้ที่เดิม  
 
ชื่อ 2 ชื่อนี้ เป็นชื่อทีประชาชนผู้รักประชาธิปไตยจำไว้ให้ชัดเจน 
 
แล้วชื่อเจ๊กลิ้ม จอมโกหกพกลม   ผู้สารภาพว่าตนโกหกพกลมต่อศาล จนได้ลดโทษลงเหลือ 20 ปี    นายจำลอง ศรีเมือง (ในที่นี้ จำลอง ศรีเมืองได้รับลดยศลงไปเป็นคนธรรมดาเรียบร้อยแล้ว จึงเป็นนายจำลองเท่านั้น) นี่คือคนวิกลจริต หลงตนเองว่าเป็นพระโพธิสัตว์ ประกอบด้วยเมตตาเป็นอันมาก ระดับโพธิสัตว์ มีอัปมัญญาเมตตา ถึงไม่ยอมบริโภคเนื้อสัตว์ เลี้ยงสุนัข..... แต่เสพกามเป็นปกติ ข่าวว่ายิ่งแก่ยิ่งกามารมณ์แรง ............. ก็เลยกลายเป็นเรื่องตลก คนตลก หลงตนเอง นี่คือวิกลจริต ไม่ห่างไกลคนบ้าเลย   ............ นอกจากนี้มีนายไพบูลย์.......อดีตสส.ปชป. .คนพิการไปแล้ว ที่เคยออกวาทะหมิ่นแคลนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่า   "สมเด็จพระชินมุนีศรีมหาโจร" ในเอเอสทีวี โดนคว่ำบาตรไปแล้ว ......... ไม่เห็นนาย โกศัยสุข   ไม่เห้นนายสุริยะใส กะตะศิลา
 
จำเอาไว้ และติดตามดูแผนของเขาว่าอย่างไร ........................
 
บทบาทของคนพวกนี้   อาจจะทำให้เสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตยเลือดไหลแรงขึ้น..................
 
แน่ละ   เพียงแผนการที่ดี เท่านั้นเอง เมื่อแดงลุกพรึบพร้อมประเทศ ... รัฐบาล ทัน รู้เหลี่ยม ทันเกม   ............ นั่นแหละจบลง และชำระล้างเสียที 
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายไพบูลย์ รักษ์ไท วันที่ตอบ 2012-05-31 13:25:44
 
 
 ความเห็นที่ 24 (3335173) 
# น้องรอดไปลากเก้าอี้ประธานรัฐสภาออกไปทำไม ไม่เข้าใจจริง ๆ       น้องเดียร์สุดยอด   ------ เอสเอ็มเอส
 
# แดง 14 จว.ภาคใต้พร้อมสู้เสมอ................
 
# ก็ถือว่านรกส่งมาป่วนแล้วกัน อย่าให้ชาวบ้านเหลืออด..........
 
# เราจะป้องกันนายกยิ่งลักษณ์ยิ่งชีวิตนะพวกเราแดงทั้งแผ่นดิน.........
 
# รัง......ได้ใจแมลงสาปจริง ๆ ..........
 
# ไม่เคยพบไม่เคยเห็ฯฝ่ายค้านดิบโหดใกล้เป้ฯใต้หวันแล้ว...............
 
# ผิดหวังสภา น่าอายจัง ป.ช.ป.มันบ้า..........
 
# สส.รัง ชั่วช้าเลวทรามสุด ๆ..................
 
# ไม่คยกาให้แมงสาปเลย คนน้ำพอง ..........
 
# ปชป.เป็นคนชั้นต่ำ ไร้การศึกษา.................
 
# มันวางแผนไว้นาน เพราะความอิจฉาริษยา   ตาลล้อม...............
 
# พร้อมเมื่อไรบอกมาจัดให้ทันที.............
 
# นี่คือพฤติกรรมของพรรคมีเส้น ที่คิดว่าทำอะไร ๆ ก็ไม่ผิด ...............
 
# ลัง.....โขมยของหลวงกลางสภา.... Red
 
# พี่น้องแดงกระทุ่มแบนเตรียมตัวให้พร้อมเป่านกหวีดออกทันที..............
 
# ปชป.ไร้สติ ผู้ดีเถื่อน มันไม่มีฝ่ายค้านมีแต่พวกกุ๊ย................
 
# คนใต้ตาสว่างเยอะเลย เห็นพฤติกรรมทราม ปชป.ชัดเจน .......
 
# พท.เสื้อแดงระวังเกมฝ่ายตรงข้ามเริ่มแล้ว..........
 
# ขอให้ประธานสภาดำเนินคดีกับสส.ที่หมิ่นเกียรติ์ประธานสภาอย่างเต็มที่.........
 
# ปัญญาออนออกมาชุมนุมเพื่อใคร จับมันเลยจำลอง.................
 
# แมงสาปเลวทั้งชายและหญิง................
 
# ปชป. มันเป็นสส.ที่เลวที่สุด ไม่อายต่างประเทศบ้างหรือที่ออกมาอย่างนี้ เลว เลว   เลว .......
 
# ทุเรศสิ้นดี ทำตัวไม่สมกับเป้ฯผู้แทนเลย/ทหารแดง ................
 
# ปชป.เลวทั้งพรรค รังทำอะไรอายเดกบ้าง ถูกปชป.หลอกใช้ ป่าเถื่อนที่สุด รัง...............
 
# ลังและพวกแมงสาปอย่าลำพองใจ ประชาชนเขาดูอย่....................
 
# เป็นกำลังใจให้ท่านประธานสมศักดิ์ค่ะ...........
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายนักข่าว002 วันที่ตอบ 2012-05-31 13:55:33
 
 
 ความเห็นที่ 25 (3335189) 
เทพไท เสนพงษ์ ใช้ผ้าสีฟ้าพันหัวเลย        แล้วกระหน่ำด้วยวาทะที่ตนถนัด ทำแบบกุ๊ย ๆ
 
ทำแบบนี้ทำไมครับ ?
 
ถ้ายกพวกตีกัน ระหว่างเสียงส่วนมาก ของพรรครัฐบาล กับเสียงส่วนน้อยของพวกคุณ ใครจะชนะ ?  
 
มันมีเปอร์เซนต์สูงแทบ 100 % ที่คนส่วนมากกว่าจะชนะ เขาจึงกำหนดให้เสียงส่วนมากเป็นผู้ปกครอง ....
 
เมื่อคนส่วนน้อยเกเรขึ้นมาเช่นนี้ ถ้าเรามีเสียงส่วนใหญ่อยู่ข้างเรา เราก็สามารถจะจัดการได้ ............   
 
แต่ในระบอบประชาธิปไตย เสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภา สะท้อนถึงความชอบธรรมที่พวกเขาจะได้กำหนดทิศทางของประเทศ   เพราะพวกเขามาจากประชาชนส่วนใหญ่
แค่คุณยอมรับเท่านั้นเอง   ประเทศเราก็สงบ    และก้าวหน้าไปได้    คุณไม่เข้าใจหรืออย่างไร ?    
 
เวลารัฐบาลบริหารประเทศ มันไม่เหมือนเผด็จการ แต่ต้องบริหารไปให้ตรงความต้องการของประชาชน   หรือบริหารไปตามเป้าหมายที่ประชาชนต้องการ   ประชาชนต้องการอะไร อย่างไร รัฐบาลก็บริหารไปอย่างนั้น   ถ้าคุณขัด ก็ถือว่าดูถูกประชาชน
 
นี่เป็นหลักประชาชน    คุณไม่เข้าใจหรือไง   นี่เป็นประชาธิปไตยเพราะฟังเสียงประชาชน   
 
 
โลกเขาเป็นว่าเป็oธรรมที่สุด ในทฤษฎี   Majority rule minority right.   คุณไม่เข้าใจใช่ไหม ?    ก็อย่าเพิ่งมาเล่นการเมืองในระบอบนี้เลย   ออกไปก่อน ไปเรียนรู้เสียก่อนไป๊ !
 
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายไพบูลย์ รักษ์ไท วันที่ตอบ 2012-05-31 18:07:03
 
 
 ความเห็นที่ 26 (3335190) 
หมอวรงเดช กิจวิกรม โยนปึกเอกสารใส่ประธานสภา     ไม่พอใจการทำหน้าที่ของประธานสภา  
 
คนระดับนี้ ทำไมไม่สำรวม กริยา อารมณ์ เสียบ้างเลย .............. นี่คืออันธพาล แบบที่ยุคเผด็จการสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ใช้อำนาจม.17 ประหารชีวิตไปได้เลยง่าย ๆ นั่นเอง  
 
 
คุณคือ อันธพาล   หมอวรงค์เดชกิจวิกรม 
 
 
แล้วเมื่อไร้วุฒิภาวะ เช่นนี้ คุณจะไปยื่นอะไรต่ออะไรสถาบันไหน เขาก็นึกหมิ่นอยู่ก่อนแล้ว ....ไม่สำเร็จหรอกครับ .
 
คุณทำลายตนเอง เหมือนสนิมเหล็กเอง  
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายไพบูลย์ รักษ์ไท วันที่ตอบ 2012-05-31 18:29:09
 
 
 ความเห็นที่ 27 (3335191)  
ไอ้บ้าวิกลจริต จำลอง ศรีเมือง   กับพวกทรงทรมาน สันติอโศก    นี่ก็อันตรายต่อสังคม เพราะเป็นพวกไร้เหตุผล ไม่ใช่เวไนยสัตว์เสียแล้ว อย่าลืมว่าโพธิรักษ์นั้นคือเถรเทวทัตเราดี ๆ นี่เอง   
 
ฟังคำพูด ของคนที่บำเพ็ญตนเพื่อธรรม กินผัก อาบน้ำห้าขัน นายจำลอง ศรีเมือง เขาประกาศ...
 
จะบุกเข้าไปในทำเนียบไหม ?
 
จะอยู่กี่วันกี่คืน
 
การต่อสู้ไม่มีวันหยุดทั้งนั้น แต่รอจังหวะโอกาสอยู่เท่านั้น .............
 
 
นี่คือเตรียมการก่อกวนสภา และมีแผนล้มล้างรัฐบาล เท่ากับเป็นกบฏแล้ว ..... 
 
ส่วนนายปานเทพ วงศ์พัวพัน คนรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของเจ๊กลิ้ม มิต่างจากนายวีระ แกนนำคนสำคัญที่พาพวกบุกไปต่อยตีกับชาวบ้าน ต.บึงมะลู เขาพระวิหาร ศรีสะเกษ   ที่ติดคุกเขมรอยู่ และถูกทอดทิ้งไปอย่างเด็ดขาดโดยเจ๊กลิ้ม ซึ่งตัวอย่างนี้นายปานเทพไม่ยอมมองดูว่ามันเกี่ยวกับยอนาคตตนเองอย่างไร............ก็จะถูกทอดทิ้งเหมือนนายวีระนั่นแหละ .....
 
ขอส่งตัวแทนเข้าร่วมฟังในสภา 200 คน ....... ใครเขาจะโง่ให้ เมื่อคุณมีแผน จะพาพวกไปเพิ่มสส.ประชาธิปัตย์ก่อกวนในสภา
 
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายไพบูลย์ รักษ์ไท วันที่ตอบ 2012-05-31 18:47:11
 
 
 ความเห็นที่ 28 (3335192)  
ทำไมอภิสิทธิ์ ไม่ลาออกจากหัวหน้าพรรคครับ
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายบัฟฟาโล วันที่ตอบ 2012-05-31 18:51:15
 
 
 ความเห็นที่ 29 (3335194) 
ก็แกเป็นเด็กเกินไป ที่ไม่เคยรับรู้ในความรับผิดชอบของตนเองเลย คุณก็รู้   แกโกหกเก่งเป็นไฟแลบ ขนาดรู้กันเห็นกันทั้งบ้านทั้งเมือง แกยังไม่รับผิดชอบเลย   ............. ถึงบอกแต่แรกไงว่าไทยได้เด็กอมมือมาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วประเทศจะเจริญได้อย่างไร   แถมมีที่ปรึกษาลูกพี่อย่างนายชวน หลีกภัย ก็ไปกันใหญ่ ............ ตั้งแต่เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มา ก็ทำพรรคพังลงไปตามลำดับ ๆ    ด้วยเหตุที่ว่าเป็นเด็กอมมือ แกก็ไม่รู้สึกอะไร บ้านจะพังทั้งหลังตกทะเลแกยังหัวเราะร่วนอยู่ได้   นี่แหละเด็ก   ........... คุณก็รู้ไม่ใช่หรือ ?  
 
 
ก็ดูเฉพาะเรื่องที่สส.จตุพรถามในสภา ว่าคุณมีสัญชาติอังกฤษจริงหรือเปล่า   เด็กมันเล่นลิ้นไปมาอยู่เป็นชั่วโมง จึงเอาคำตอบมาได้..............ทำให้เสียเวลาสภาไปเปล่า ๆ     ต้องไล่ต้อนเอาไปให้จนมุม เหมือนไล่ต้อนหมาบ้านั่นแหละ
 
เด็กคนนี้เล่นลิ้นเก่ง   ดูเรื่องหนีทหารก็แล้วกัน    เดี๋ยวนี้ยังไม่เคยยอมรับอะไรทั้งสิ้น   .......
 
โกหกนี่   มะกอกสามตะกร้าเลยละ
 
 
ขนาดสั่งทหารออกมา6หมื่น ไล่ฆ่าประชาชน 19 พ.ค.2549 ตายไปกว่า 91 ศพ ว่าถึง 98 ศพแล้ว   ยังไม่เคยออกปากแสดงความเสียใจกับประชาชนเลย
 
 
แล้วคุณจะให้ไปรับผิดชอบ   ลาออกไปอย่างไร   มันเองไร้สำนึก....เพราะมันเด็กเกินไป เด็กปัญญาอ่อนจาก อ๊อคฝอด เสียชื่อสถาบันเขาหมด ..... เว้นแต่จะไล่ออก   ทางเดียวเท่านั้น...
 
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สรศักดิ์ สนมไพร วันที่ตอบ 2012-05-31 19:06:40
 
 
 ความเห็นที่ 30 (3335198) 
ผมจะขอยืนยันว่า พวกเจ๊กลิ้ม จำลอง และพันธมิตรประชาธิปัตย์ นี่แหละที่ทำความผิดอันยิ่งใหญ่เอาไว้ นั่คือ การปิดเส้นทางพระราชดำเนินของกษัตริย์ คราวที่มีพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ ท้องสนามหลวง 6 วันเสด็จไปประกอบพระราชพิธี นั้น ต้องทรงเลี่ยงไปทางถนนลูกหลวง ทั้ง 6 วัน......................
 
นี่มิใช่ต้องถึงกุดหัวเจ็ดชั่วโคตรหรือ ?
 
แล้วเหตุใดรอดการลงโทษไปได้จนถึงทุกวันนี้ และที่ประหลาดก็คือ ตนเองทำผิด ทรยศแท้ ๆ กลับพยายามอ้างอิงว่าตนเองจงรักภักดีอย่างเหลือล้น จนกระทั่งมองคนอื่นเป็นทรราชย์ ไม่จงรักภักดีเท่าตนไปหมด     ....เบี่ยงเบนความสนใจคนอื่นไปจากตนเอง ที่ทำผิดเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่ ............
 
นี่แหละชนักเล่มใหญ่ที่ปักหลังไอ้พวกนี้อยู่ตลอดเวลา 
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สรศักดิ์ สนมไพร วันที่ตอบ 2012-05-31 21:01:16
 
 
 ความเห็นที่ 31 (3335226) 
# เทพไททวิตเตอร์บอกวันนี้ลุยค้านพรบ.ปรองดองต่อ ยันปชป.จะทำทุกวิถีทางโดยไม่คำนึงถึงเกียรติยศเพื่อประเทชาติ .....D Station
 
ฯลฯ
 
นายเทพไทคิดแบบนี้ก็ป่าเถื่อนซี    แล้วยังปัญญาอ่อน ไร้ความคิดเชิงยุทธศาสตร์ยุทธวิธีอีก พวกตนจะใช้วิธีป่าเถื่อนเอาชนะได้อย่างไร ในเมื่อฝ่ายตนมีพวกอยู่นิดเดียว   อีกข้างเขามีพวกมากกว่า ตั้งหลายเท่า   คุณมีแค่ 120-30   อีกข้างเขามี 340-50   ถ้าเป็นสังคมหมา นี่ กัดกันคุณก็แพ้ ตายเรียบละ..................... คนโง่ขนาดนี้ชาวใต้ยังนับถือ แปลก จริง ๆ นี่มันคนถ่อยปัญญาทรามชัด ๆ   
 
อีกพวกอยู่นอกรัฐสภาก็ปัญญาทรามพอ ๆ กัน   คุณจะใช้วิธีป่าเถื่อนได้อย่างไร ในเมื่อคุณมีพวกนิดเดียว   เขามีแดงทั้งแผ่นดิน มองดูอยู่ แค่เขาเดินเข้ามาเหยียบคุณก็ตายเรียบ.............. และนี่เป็นความคิดคนบ้า จำลอง ศรีเมือง จึงปัญญาอ่อนขนาดนี้ พอ ๆ กันเลย ทั้งพวกในสภาและพวกนอกสภา 
 
 
 
คุณไม่เคยดูสงครามวอเตอร์ลู(WaterLoo)เลยหรืออย่างไร เวลาฝรั่งเศส-นะโปเลียนแพ้สงคราม พวกน้อยก็โดนต้อนไปรวมกันเป็นกระจุก ในหนองน้ำตื้น ๆ   แยกเขี้ยวเหมือนหมาจนตรอก   ส่วนพวกอังกฤษของเซอร์เวลลิงตัน พร้อมพวกมหาศาลมีรัสเซีย ปรัสเซีย ออสเตรีย ก็ตะล่อมเข้าไป ๆ เหมือนสิงโตต้อนกวางน้อย ชั่วขณะ มีความเงียบขึ้นพักหนึ่ง   แล้วหลังจากนั้นก็มีการเจี๊ยะพรึบ    มีเสียงร้องลั่นเหมือนหมูถูกเชือด ........ คือพวกอังกฤษไล่ต้อนพวกฝรั่งเศสมาจนมุมที่หนองน้ำตื้น ๆ ในตำบลวอเตอร์ลูนั้น เข้าล้อมกรอบทุกด้าน กะเอาให้เรียบไม่มีเหลือ .............   เขาทำได้สะใจขนาดนั้น นี่เป้นเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ ส่วนนะโปเลียนนั้นเขาให้เกียรติ ปล่อยหนีไป(นักรบเขามีเกียรติครับ เช่นเดียวกับยุคฮันนิบาล เมื่อฮันนิบาลแพ้โดยแผนยุทธศาสตร์ที่ผิดพลาด คือฮันนิบาลฝ่ายคาเถจจัดทัพช้างมาสู้ โรมันจัดทัพม้ากับพลเดินเท้ามาสู้ ฮันนิบาลแพ้ในเชิงยุทธศาสตร์และยุทธวิธี ที่ฝ่ายโรมเหนือกว่า โดนล้อมกรอบแพ้เรียบ เขาก็ปล่อยแม่ทัพผู้มีประวัติดี สมเป้นนักรบนี้ไป เขาให้เกียรติ์ไม่ทำร้าย แต่ฮันนิบาลเมื่อถูกปล่อยหนีไปแล้ว ไม่ขอรับเกียรติ์นั้น กินยาพิษตายตามพวกไป นี่คือนักรบ)   วอเตอร์ลูก็เหมือนกัน ตายเรียบ      คุณไม่ดูหรือ    ..........     แล้วยังจะมาเสนอวิธีป่าเถื่อนเพื่อเอาชนะอีก   นี่ยิ่งกว่าพวกออติสติกปัญญาทรามจริง ๆ .............คุณจะสู้พวกมากกว่าได้อย่างไร ขนาดไฮยีน่า เมื่อรวมพวกแล้วยังเข้าล้อมกรอบฆ่าสิงโต กัดเจ้าป่าตายเลย ........... หัดไปดูอะไร ๆ ที่มันประเทืองปัญญาด้านการยุทธศาสตร์ยุทธวิธีบ้าง
 
 
แล้วคุณเข้าใจแล้วยังว่าทำไมโลก จึงเลือกประชาธิปไตยเป็นยุทธศาสตร์ของโลก     เพราะเขาถือข้างมากไง    ข้างมากนี่แหละสู้ได้ ชนะได้ทุกวิธีการ   ไม่ว่าจะใช้วิธีป่าเถื่อนอย่างที่คุณคิด ประชาธิปไตยก็ชนะ    ไม่มีแพ้หรอก   เป็นระบบการปกครองที่ชนะ เข้าใจไหมล่ะ
 
 
ประเทศไทยถ้ามีคนอย่างประชาธิปัตย์ ในสภา มีจำลอง เจ๊กลิ้มอยู่นอกสภาเกะกเกเร ป่าเถื่อนเช่นนี้    ก็ต้องโดนจัดการ   เหมือนพวกฝรั่งเศศในสงครามวอเตอร์ลู นั่นแหละ   ให้มันหายไปจากแผ่นดินทั้งโขลงไปเลย  
 
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สรศักดิ์ สนมไพร วันที่ตอบ 2012-06-01 08:32:18
 
 
 ความเห็นที่ 32 (3335272) 
ขณะนี้ มีการแถลงข่าวของ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน มีธิดา ถาวรเศรษฐ์ เหวง โตจิราการ กับพรรคพวก
 
จตุพร เป็นคนพูด
 
ว่าที่เกิดเรื่องในสภา เป็นเพียงแผนของอมาตย์    
 
ให้แดงอยู่ในสถานะเตรียมพร้อม 100 % ทั้งประเทศ   เตรียมรับรัฐประหาร ให้แต่ละจังหวัดนัดกันเองว่าจะทำอะไร   ให้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป้นที่รวมพล เป็นจุดต้านรัฐประหาร
 
ออกมาให้มากที่สุด สู้เป็นครั้งสุดท้าย ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย พี่น้องเอ๋ย
 
 
ให้ฟังอ.ธิดา ณัฐวุฒิ และ จตุพร 3 คนนี้ จนกว่าจะไม่ได้ฟัง
 
 
อ.ธิดา
 
รัฐประหารโดยใช้กฎหมายโดยกระบวนการยุติธรรม    ขอทหารไทย เจ้าหน้าที่ไทย
 
 
ถ้ามีการรัฐประหาร ให้แดงทุกหมู่บ้านลุกฮือขึ้น ทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด
 
 
เหวงพูด ถ้ายิ่งลักษณ์โดนจับ เราจะระดมไปปลดปล่อยเราจะไม่กลัวมึงอีกแล้ว   เราจะระดมแสน ๆ คนเดินเข้าไปไม่กลัวตาย
 
 
หัวหน้ารัฐประหารอยู่ตรงไหน จะเอาปชชไปแสนคนบุกเข้าไปจับเอาตัวมา 
 
กำลังพล 90 % เป็นลูกคนยากคนจน   ให้ต่อต้านรัฐประหาร
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายนักข่าว002 วันที่ตอบ 2012-06-01 14:16:48
 
 
 ความเห็นที่ 33 (3335308) 
นายอภิสิทธิ์ เด็กกะล่อนพูดอะไรบ้าง   ยังไม่ชัดเจนว่าเขาพูดอะไร ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง   ฟัง ๆ เหมือนคนโรคจิตพูด    คือมีนัยะของความคมคายน่าฟัง จนดูดั่งว่าซ่อนแฝงไว้ด้วยปรัชญาอันสูงล้ำ   แต่ขณะเดียวกัน พิศูจน์ได้ว่าเรื่องที่พูดไม่เป็นจริง   ไร้หลักการของประชาธิปไตยไปทั้งสิ้น   เป็นการเพ้อฝัน บ้า ๆ บอ ๆ ไร้สาระ
 
มีประโยคหนึ่งคือ เขาว่า   ประชาธิปัตย์ต่อสู้ทุกวิถีทางเพื่อระงับยับยั้งกฎหมายที่จะทำลายประเทศชาติให้ได้ แม้พรรคจะเสียภาพลักษณ์ไปบ้างก็ตาม .............   นี่ไงเด็กจริง ๆ   ไม่น่าเอามาเป็นหัวหน้าพรรค หรือน่าได้เป็นถึงนายกรัฐมนตรี แล้วก็ใช้เหตุผลทำนองเดียวกันนี้ สั่งการล้อมฆ่าประชาชน อย่างทำเหมือนบาปบริสุทธิ์ คือไม่รู้สึกว่าเป็นความผิดเลย     และแนวคิดนี้ทำให้เชื่อได้เลยว่า นายอภิสิทธิ์นี่แหละ เห็นดีเห็นงามจริง ๆ ในการปราบปรามประชาชนอย่างรุนแรง คราว 19 พ.ค. 2553 นั้น    เป็นเขาจริง ๆ    สั่งการฆ่าคนได้อย่างไม่รู้สึกในความผิดบาป
 
คำว่า กฎหมายที่จะทำลายประเทศชาติ      คุณไปตัดสินเอาเอง   นี่คือประเด็น    คุณจะไปตัดสินเอาเองได้อย่างไรว่ากฎหมายนั้นจะทำลายประเทศชาติ   ............... คุณเป็นใคร    อย่างผม ๆ ก็บอกคุณได้ว่าคุณก็แค่เด็กปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเท่านั้น พูดยังไงก็ไม่น่าเชื่อ แถมยังน่าสงสัยว่า   วิกลจริตอีกต่างหาก จะไปชี้เอาเองได้อย่างไรว่ากฎหมายนั้นจะเป็นกฎหมายร้ายแรงที่จะทำลายประเทศชาติ ...........................................เมื่อคุณหลงตัวเองไปแต่ต้นนี้แล้ว มันก็ผิดไปใหญ่โตมโหฬาร อย่างซื่อ บาปบริสุทธิ์ แบบเด็กปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ไง ล่ะ     มันนำไปสู่พฤติกรรมของพรรคปชป.วันนี้ ไง       ที่ต้องยอมทำทุกวิถีทางเพื่อสกัดกั้นยับยั้งกฎหมายนั้นให้ได้ ...........   ด้วยการไปตัดสินผิดแต่ต้นว่าเป็นกฎหมายที่จะทำลายประเทศชาติ   ........... เห็นไหม นายอภิสิทธิ์ นี่แกเป็นผู้ใหญ่ยังไม่พอ   ยังเป็นเด็กอมมืออยู่แท้ ๆ   เอามาเป็นหัวหน้าพรรคพาทำอะไรต่ออะไรเหลวไหลไร้สาระมานานแสนนานแล้ว  
 
มันจะไปตัดสินเอาเองแบบนั้นไม่ได้หรอก ..........โดยเฉพาะไปให้ร้ายอย่างร้ายแรงขนาดนั้น ขนาดว่าจะทำลายประเทศชาติน่ะ    เขาจึงต้องฟังเสียงส่วนมาก ส่วนมากเขาก็มีศักดิ์ศรีเป็นคนเหมือนกันเป็นตัวแทนประชาชนพอ ๆ กัน เสมอกันกับคุณ หลักการตัดสินใจในกรณีที่มีความเห็นไม่ตรงกัน ขัดแย้งกัน จึงต้องพึ่งคนส่วนมาก คนส่วนมากเขาตัดสินว่ามันจะเป็นประโยชน์ ถึงมันขัดกับคุณ อย่างตรงกันข้าม .....คุณก็ลองคิดดูหลักเหตุผลง่าย ๆ ที่ว่า ระหว่างคนส่วนมาก กับคนส่วนน้อย ฝ่ายไหนน่าจะเชื่อถือได้มากกว่า   เขาค้นพบมาว่า คนส่วนมากจะน่าเชื่อถือกว่าคนส่วนน้อย ปลอดภัยกว่าเชื่อคนส่วนน้อยหรือคนเพียงคนเดียว หรือเชื่ออมาตย์เผด็จการ   นี่คือหลักปรัชญาในการ decision making ในระบอบประชาธิปไตย (คือเขาไม่เชื่อว่าจะมีผู้รอบรู้แบบสัพพัญญู รู้ไปหมด เขาไม่เชื่อ .....   มีแต่คนธรรมดาเหมือนกัน เก่งเท่า ๆ กัน และเมื่อเชื่อเช่นนี้ 2 หัวก็ย่อมดีกว่าหัวเดียว   ส่วนใหญ่เขาว่าอะไรก็ต้องยอมเขา บ้านเมืองจึงจะเดินไปได้)  
 
ฉะนั้นประเด็นที่สำคัญก็คือคุณไปตัดสินเอาเองว่าร่างกฎหมายนั้นไม่ดีจะทำลายประเทศชาติ นั้นมันไม่ถูก ต้องยอมรับความดีของคนอื่นเขาบ้าง   เมื่อคนทั้งหลายเขาจะเอาแบบนี้    คุณคนส่วนน้อยก็ต้องฟัง   อย่างน้อยสุภาษิตฝรั่งที่ว่า Two heads is better than one .   ก็น่าเชื่อถือกว่าหัวเดียว           นั้นก็คือ     เขาถือว่าคนเสมอกัน ไม่มีใครเก่งกว่าใครหรอก   โดยเฉพาะระดับที่ประชาชนเขาไว้เนื้อเชื่อใจให้มาเป็นตัวแทนเขาในการออกกฎหมาย     เขาไม่คิดว่าจะมีปราชญ์ผู้ล้ำเลิศกว่าคนอื่นคอยชี้ผิดชี้ถูกให้   แล้วคนอื่นก็ยอมรับ อย่างไร ๆ ก็สู้เชื่อคนส่วนใหญ่ดีกว่า
 
ทีนี้เมื่อหลงผิดว่าตนเป็นสัพพัญญูผู้วิเศษ รู้อะไรถูกอะไรผิดดีกว่าคนอื่นทั้งหลาย แต่สามารถยัดเยียดความคิดนั้นให้คนอื่นได้เพียงเสียงส่วนน้อย เสียงส่วนใหญ่เขาไม่เชื่อในความเป้นสัพพัญูของคุณ   หากคุณไม่ใช่คนวิกลจริตคุณก็ต้องยอมเขา   เรื่องจึงจะจบ   ประเทศจึงจะเดินไปได้
 
คุณเล่นแบบมิจฉาทิฎฐิเต็มขั้น เปลี่ยนไม่ได้เลยอย่างนี้ .........นั่น วิกลจริต ก็มีแต่ถ่วงความเจริญ ไม่ได้ประโยชน์อะไรแก่ประเทศชาติ    ควรเปลี่ยนแนวคิดเสียเถอะ   ประชาธิปัตย์      มารับรู้แนวคิดประชาธิปไตยกัน ประเทศชาติจะได้เดินหน้าได้ 
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สรศักดิ์ สนมไพร วันที่ตอบ 2012-06-02 00:43:47
 
 
 ความเห็นที่ 34 (3335310) 
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกว่าไม่สบายใจเป็นห่วงสถานะการณ์ใ นสภา ............. คุณจะไม่สบายใจไปทำไม    คุณก็อยู่เฉย ๆ   ผมอธิบายแล้วว่าหน้าที่คุณคือคอยฟังคำสั่ง คุณไม่ใช่มันสมอง คุณเป็นมือเป็นเท้า รอให้คุณยิ่งลักษณ์สั่งให้คุณทำอะไรคุณค่อยทำ ......... เขายังไม่สั่งคุณก็นอนมือก่ายหน้าผากไปก่อนก็ได้ ................     ก็เท่านี้เองหน้าที่คุณ    หน้าที่ตามระบอบประชาธิปไตย   
 
แล้วอย่าเสือกไปคิดการใหญ่แบบทหารรุ่นพี่ ๆ เช่นอาบังล่ะ    ...........   สถานการณ์ไม่เหมือนเดิม ผมจะบอกให้   
 
เอสเอ็มเอสเข้าถามว่า   ....... เจ๊กแปลว่าหมา เจ๊กลิ้มแปลว่าอะไรครับ ......... ผมขอแปลนะครับ   หมาลิ้มไงครับ 
 
ถูกละ   พวกเสื่อผืนหมอนใบมาจากประเทศเจ๊ก    แต่เจ๊กลิ้มนี่   เลว    เป็นยอดเนรคุณแผ่นดิน   จอมโกหกพกลม   เบียดบังผลประโยชน์มหาศาลจากประชาชนผู้มาชุมนุม   จำไว้ มันนี่แหละบังอาจพาพวกปิดกั้นเส้นทางพระราชดำเนินถึง 6 วัน   โทษกุดหัวเจ็ดชั่วโคตรอยู่แล้ว แต่มันด้าน ยังไม่สำนึก .........   ยัง   ยังมีอายุความอยู่    รอทักษิณกลับมาละก็จัดการเก็บให้เรียบเลยมึง  
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายไพบูลย์ รักษ์ไท วันที่ตอบ 2012-06-02 01:04:45
 
 
 ความเห็นที่ 35 (3335412) 
ไอ้หมอพิษ   นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พิษณุโลก ปชป.   ทำอะไรเกินไป โยนแฟ้มเอกสาร ทุ่มเข้าไปสู่ประธานสภา ที่แวดล้อมด้วยตำรวจ ..........   หมายหน้าชัดเจนว่าเป็น วรงค์ เดชกิจวิกรม      
 
แกทำเช่นนั้นทำไม ไม่เข้าใจจริง ๆ      หรือแกเป็นวิกลจริตไปเสียแล้ว 
 
ส่วนนางหรือนางสาวก็ไม่แน่ใจ รังสิมา รอดรัศมี ก็เป็นปต่แรกแบล้วว่า ไม่ปกติ แอบนอร์มอล    แกไปลากเอาเก้าอี้ประธานออกไปทำไม อยากสร้างผลงานหรือ   ผลงานนี้ห่วยแตกจังเลย ประจานตนเองว่าถ่อย แพศยา
 
แล้ว ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทำอะไรล่ะ ?....................ทำอะไรก็ตาม แต่นี่ได้เป้นข้อพิศูจน์ว่า พวกเขาเป็นพรรคพวก 2 มาตรฐานของฝ่ายประชาธิปัตย์
 
คงคิดว่าช่วยกันสร้างวีรกรรมมั้ง
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายบัฟฟาโล วันที่ตอบ 2012-06-03 21:34:56
 
 
 ความเห็นที่ 36 (3335476) 
ก็เราบอกแต่ต้นแล้วว่า ตุลาการภิวัฒน์ ตุลาการสองมาตรฐาน ตุลาการศรีธนญชัย 
 
บัดนี้มีข้อพิศูจน์ที่ชัดเจนแล้ว 
 
เรื่องอะไรไปก้าวก่าย ใช้อำนาจจากไหนไปสั่งระงับงานของสภาของประชาชนเขา ตลก บ้า เซ่อ โง่ 
 
อำนาจอธิปไตยทั้ง 3 อำนาจต้องเสมอกันซิ    นี่คุณทำผิดหลักการ ก้าวก่ายอำนาจเขา   แบบนี้แหละการทำไม่ถูก มันก็เดินไปไม่ได้
 
 
นี่จะต้องจารึกไว้ เป็นความเขลาของตุลาการไทยยุคหลัง19ก.ย.2549 
 
และผิด        ต้องได้รับโทษ    ปลดทั้งคณะเลย    เข้าคุกอีกต่างหาก   ประชาธิปไตยทางตรงเกิดขึ้นเมื่อใด เราก็ตั้งศาลประชาชนเองได้โดยชอบธรรม เอาพวกนี้ทั้งหมดมาลงโทษเสียกลางเวทีได้เลย 
 
เตรียมเก็บชื่อเข้าบัญชี ทั้งรายละเอียดที่อยู่ การเดินทาง
 
ปปช.อีกพวกหนึ่ง เตรียมไว้
 
แน่ เดี๋ยวจะหาว่าผมอาฆาต   .....
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น ไพบูลย์ รักษ์ไท วันที่ตอบ 2012-06-04 22:35:30
 
 
 ความเห็นที่ 37 (3335579) 
เวลาคุณตีความรัฐธรรมนูญ คุณต้องตีความตามหลักการประชาธิปไตย ซีครับ    เพราะรัฐธรรมนูญไทยทุกฉบับนี้ เขียนขึ้นเพื่อรองรับเจตนาการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยทุกฉบับแหละครับ     นั่นคือไม่มีฉบับไหนที่ไม่รับรองว่าอำนาจเป็นของประชาชน ฉะนั้น เวลาคุณตีความกฎหมายรัฐธรรมนูญคุณก็ต้องมองเจตนารมย์ประชาชนเป็นหลัก มันต่างจากการตีความกฎหมายธรรมดา ๆ เพราะนี่ตัวหลักทางการปกครองประชาธิปไตย เพราะมันเน้นไปที่การปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน
 
 
และอำนาจของประชาชนมาจากไหน ก็มาจากการเลือกตั้งอย่างไรครับ เสียงข้างมากต้องเป็นผู้ปกครองเสมอ นี่คือหลักการ ที่เราจะต้องยอมรับ ในเมื่อมันเป็นหนทางที่เปิดให้เดินไปได้อย่าง สง่างาม นั่นแหละ หลัก Majority rule minority right ฝรั่งเขาเข้าใจ ไปเร็วกว่าเรา ประเทศเขาจึงไปเร็วเจริญเร็ว เพราะนี่คือหลักการ decision ที่ทันสมัยมาก  เขาเข้าใจ   ถ้าไม่ใช้หลักการนี้แล้ว มันเดินไปไม่ได้    โดยหลักการเสียงข้างมากนี้ จะทำให้งานของประเทศชาติเดินไปได้    นี่เป็นหลักการของเสียงข้างมากที่ย่อมมีความชอบธรรมบนพื้นฐานแห่งความเป็นธรรมของหลัก equlity ของประชาชน   จึงเป็นประชาธิปไตย
 
 
แต่ถ้าคุณคิด ๆ แบบหลักการปกครองอื่น โดยเฉพาะหลักการเผด็จการ คุณก็เอาคน ๆ เดียวเป็นหลัก.เอาเจตนาของคน ๆ เดียวนั้นมาตีความกฎหมายสูงสุด ไม่คำนึงถึงประชาชน ................. แล้วคุณเห็นไหม ทำไมประเทศอังกฤษจึงได้เป็นเจ้าโลก ยุคอาณานิคม ก็เพราะอังกฤษเป็นประชาธิปไตย คนอังกฤษสามารถเดินทางไป ทำอะไรได้ทั่วโลก ส่วนประเทศป่าเถื่อนที่ปกครองแบบล้าหลังก็คือคนเดียวเป็นผู้ปกครองเผด็จการ ก็อันตราย    ก็เพราะคน ๆ เดียวที่ปกครองนั่นแหละเสี่ยงต่อการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ทุกเมื่อ    และคน ๆ เดียวนั้นสั่งการโดยเผด็จการ ประชาชนก็จำยอม    อินเดียใหญ่โตมโหฬาร แต่อยู่ใต้การปกครองของคน ๆ เดียว กลุ่มเดียวที่เป็นเผด็จการ แม้ประชาชนมหาศาลถึง 400 ล้าน ก็กลายเป้นประเทศเมืองขึ้นเขาไปได้อย่างง่าย ๆ   นี่เป้นประวัติศาสตร์ที่น่าเศร้าของประชาชนในยุคเผด็จการ    เมื่อคน ๆ เดียวโง่ ไปตกใต้อำนาจคนอังกฤษกลุ่มหนึ่ง เชื่อศรัทธาพวกเล่นกลจากอังกฤษ ก็จบ ยกประเทศให้เขาไปเลย แอฟริกา เอเซียก็เหมือนกันหมด........ ยุคเมืองขึ้นน่าจะได้เปิดตาคนในนุคเก่าได้เสียทั้งหมดแล้วว่า เผด็จการโดยคน ๆ เดียวกุมอำนาจนั้น อนาคตได้หดหายไปหมดแล้ว (คอยดูจีนเป็นรายต่อไป)  
 
 
ฉะนั้น การตีความรัฐธรรมนูญไทยทุกฉบับ ต้องตีความโดยหลักการประชาธิปไตย อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน การปกครองของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน
 
 
ผมพูดแล้วว่า ปัญหาประชาธิปไตยไทย ไม่ใช่ปัญหาของประชาชนทั่ว ๆ ไป แต่เป็นปัญหาคนผู้มีการศึกษาสูงสุดของสังคมไทย ที่ไม่เข้าใจหลักการประชาธิปไตย
 
 
โดยเฉพาะได้เน้นย้ำเอาไว้แต่ต้นเลย แม้กระทั่งสถาบันการศึกษาเรื่องการเมืองเอง คนในสถาบันนั้นระดับ ศาสตราจารย์อาจารย์ มาบัดนี้ แม้พรรคการเมือง แทบทุกพรรค ก็ไม่เข้าใจประชาธิปไตย เว้นพรรคเพื่อไทย ที่ได้นำเอาหลักการต่อสู้แบบประชาธิปไตยมาใช้ จึงด้รับความนิยมจากประชาชน ได้รับความเชื่อถือจากประชาชนมาตามลำดับ ได้รับการมอบหมายจากประชาชน ก็เพราะมีหลักประกันในเรื่องการตรวจสอบควบคุมเป็นของประชาชน เขาจึงไว้วางใจให้เข้ามามีอำนาจจัดการผลประโยชน์ให้ตรงความต้องการของประชาชน
 
 
ส่วนพรรคฝ่ายค้านคือประชาธิปัตย์ที่เป็นต้นเหตุให้บ้านเมืองวุ่นวายมาตลอด ตั้งแต่ได้ร่วมมือกับเผด็จการทหาร อมาตย์ ฉ้อฉล ใช้กลโกงแบบเผด็จการเข้าปกครองประเทศ   และโง่เขลา(เช่นกรณีนโยบายไข่ชั่งกิโล พรรคประชาธิปัตย์ได้จ้างนักวิจัยฝรั่งทำการวิจัยให้เพื่อจะออกมาเป็นนโยบายไข่ชั่งกิโล โดยใช้งบประมาณถึง 69 ล้านบาท ..... ซึ่งโดยความจริงเขาใช้งบเพียง 1 หมื่นบาทเท่านั้นก็สามารถสรุปงานวิจัยนี้ได้   ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะผู้ปกครองโง่ ไม่เข้าใจ ไม่คุ้นเคยกับเทคนิกงานวิจัย เขาพูดอะไรก็เชื่อเขาหมด คนเดียว นั่นเอง เขาจึงงาบเงินที่เหลือ 68 ล้าน 9 แสนบาทไปแดกอย่างสบาย ๆ ถ้าปชป.ได้เป็นรัฐบาลต่อไปคนพวกนี้แหละจะมาคอยเกาะกินดูดเลือดประชาชนไปจากความโง่เขลาของรัฐบาลเผด็จการ แต่ถ้าสิ่งเหล่านี้อยู่ใต้สายตาประชาชน ๆ ย่อมรู้ทันเสมอ เพราะคนมีเยอะพอที่จะตรวจสอบได้)     ก็เพราะไม่เข้าใจประชาธิปไตย นั่นเอง    เรื่องหลังที่สุดที่น่าฉงนก็คือการทำอะไรแปลก ๆ ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เข้าไปพบนางอ่อง ซาน ซูจี หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านของพม่า ขณะได้รับเชิญมาร่วมประชุมองค์การเศรษฐกิจโลก ........   โดยไม่คิดว่าเขาจะยิ้มเยาะเอา เพราะนั่นเขาเป็นประชาธิปไตยเต็มตัว และพูดอะไรเป็นประชาธิปไตย ส่วนเราพูดแบบเด็กกะล่อน เอาตัวรอดไปวัน ๆ แล้วจะพูดอะไรกันได้อย่างไร นี่จึงเป็นเรื่องประหลาด ตลก ๆ ............... พอ ๆ กับเรื่องราวของศาลรัฐธรรมนูญวันนี้แหละครับ พี่น้องเสื้อแดงทั้งหลาย    ตลกเป็นบ้าเลยจริง ๆ    เป็นตัวจำอวดไปทั้งโลกเลย !!!!
 
มาวันนี้ คุณพอจะเข้าใจแล้วยัง ว่าทำไมประเทศประชาธิปไตยก้าวหน้าเขาจึงไม่แสดงอาการอย่างแรงต่อไทยด้านการผลักดันไทยให้เป็นประชาธิปไตย เหมือนพม่า     ก็เพราะมันติดอยู่ที่มีคนระดับสูง ๆ นี้โง่เกินไปอยู่นั่นเอง   และโง่ทั้งความคิดเชิงปรัชญาที่ไปที่มาแห่งระบอบประชาธิปไตย ทั้ง ๆ ที่มันมาจากศาสนาพุทธ ศาสนาประจำชาติของคุณเอง แม้ทั้งที่ปฏิญญาณตนเป็นชาวพุทธ ดำรงสปิริตกว้างใหญ่ของชาวพุทธที่แท้จริงก็ไม่มี อันนี้ก็ยิ่งสู้พม่าเขาไม่ได้   ถ้ามีแววฉลาดในเรื่องนี้บ้าง แน่นอน สาวกของประชาธิปไตย จากประเทศที่ก้าวหน้าทางปราะชาธิปไตยแล้ว ย่อมแห่ห้อมมาสนับสนุนทั่วโลกละ (พอเห็นร่องรอยไหม ในขณะที่ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เป็นนายกรัฐมนตรี มีใครบ้างมาแสดงความยินดีกันอย่างเกิกเกริก)
 
 
ทุกอย่างจึงขึ้นอยู่กับประชาชนชั้นรากหญ้า   ผู้จะจารึกประวัติศาตร์ประชาธิปไตยไทย โดยฝ่าไปด้วยชีวิต ผู้ที่จะจารึกความปรารถนาอันรุนแรงของพวกเขาลงไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับต่อไป หรือแม้ฉบับที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ด้วยข้อความว่า
 
 
นับแต่เวลานี้เป็นต้นไป การปฏิวัติรัฐประหารที่ล้มล้างระบอบการปกครองที่มาจากประชาชน โดยวิถีทางประชาธิปไตยจะทำไม่ได้
 
 
จารึกลงไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ... และจารึกอย่างไม่เป็นลายลักษณ์อักษรลงไว้ไนส่วนความจดจำของสมองเราทุก ๆ คน ๆ ผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ไว้ตั้งแต่บัดนี้
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น ดร.ฆิกเมฆ สุวรรณเมฆิน วันที่ตอบ 2012-06-05 21:15:20
 
 
 ความเห็นที่ 38 (3335703) 
 
ฟังท่านอาจารย์คณิน บุญสุวรรณครับ เยี่ยม   ถอดเลย   ศาลห่วย !!
 
 
มีอำนาจอะไรไปสั่งข้ามอำนาจ      และ สภาเป็นองค์กรนิติบัญญัติสูงสุด มาจากประชาชน
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น ไพบูลย์ รักษ์ไท วันที่ตอบ 2012-06-06 21:53:46
 
 
 ความเห็นที่ 39 (3335704) 
 
วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ พูดอะไร ?     
 
ไม่รู้แกพูดอะไร ..........
 
ถอดออกก็แล้วกัน   พูดกันคนละภาษา แบบอภิสิทธิ์ ไปพูดกับ อ่องซาน ซูจี นั่นแหละครับ  
 
ค่อย ๆ ถอดของเก่าล้าหลัง ๆ ออกไปทีละชิ้น ๆ เท่าที่จะทำได้ไปก่อน
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายบัฟฟาโล วันที่ตอบ 2012-06-06 22:13:25
 
 
 ความเห็นที่ 40 (3335709) 
 
ในช่วงตอบคำถามสื่อมวลชน นายวสันต์ ได้กล่าวว่าศาลต้องไม่มีอคติในการทำหน้าที่ และอย่ากดดันการทำงานของศาลด้วยอำนาจนอกระบบ ทั้งนี้ หากศาลวินิจฉัยพบว่าร่างฯ ดังกล่าวไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ผลย่อมเป็นไปตาม มาตรา 68 วรรคสาม โดยศาลจะมีคำสั่งให้หยุดการกระทำและอาจสั่งยุบหรือไม่ยุบพรรคการเมืองขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลต่อไป พร้อมทั้งพูดถึงการปรองดองในขณะนี้ว่าจะปรองดองได้อย่างไรเมื่อคนที่เกี่ยวข้องไม่ต้องการจะปรองดอง
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายนักข่าว002 วันที่ตอบ 2012-06-07 08:23:37
 
 
 ความเห็นที่ 41 (3335711) 
เห็นไหม ศาลอคติ หลงอำนาจ คิดว่าตนเองมีอำนาจสูงสุด ยิ่งกว่าอำนาจอื่น ๆ   ตนเหลิงว่าอยู่เหนืออำนาจอื่น    คำพูดข้างต้นนั้นบอกอย่างชัดเจนว่า มีเจตนาล้มล้างรัฐบาล อีกครั้งหนึ่ง .
 
ครั้งก่อน   ตัดสินปลดนายกรัฐมนตรีไทย นายสมัคร สุนทรเวช โดยไม่มีกฎหมายรับรอง ก็สามารถอ้างพจนานุกรมได้ เพียงเพราะทำรายการอาหารออกทีวี ........ก็ให้เป้นความผิดร้ายแรงเทียบเท่ากบฎ .....โดยไม่คำนึงว่า นั่นเป็นสถาบันของประชาชน ๆ นับล้าน ๆ คนเลือกตั้งเข้ามา    ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเขายกย่องขึ้น ตามหลักการของประชาธิปไตย อำนาจเป็นของประชาชน     นี่คือการมองสาระสำคัญทางการปกครองประเทศผิดไปแต่ต้นแล้ว จึงทำอะไรผิด ๆ ต่อมาได้อย่างไม่สะดุ้งสะเทือน  
 
เช่นเดียวกับการสั่งยุบพรรคการเมือง ฝ่ายตรงข้ามตน (นี่เป็นศาลพรรคประชาธิปัตย์) ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย มาจนถึงพรรคพลังประชาชน พัฒนาชาติไทย และมัชฌิมาธิปไตย พร้อมกัน 3 พรรค ในวันเดียวกัน ชั่วมีการพิจารณาไม่ข้ามวันด้วยซ้ำ นี่ทำได้อย่างไร   โดยเจตนาเพื่อล้มล้างรัฐบาลสมชาย วงษ์สวัสดิ์   
 
นี่เป็นเจตนาร้าย ๆ ที่เห็นชัดขึ้นทุกที ๆ ของศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้   
 
และคราวนี้   กำแหงมาก ถึงขนาดออกคำสั่งหยุดยั้งสถาบันนิติบัญญัติของชาติ ของประชาชนโดยตรง ให้ระงับงานลงโดยพลัน  
 
 
คน 9 คน มีอำนาจอย่างไร จะหยุดคนทั้งสภาที่มาจากประชาชนร่วม 20-30 ล้านคน ที่เขาไปออกเสียงเลือกตั้งเข้ามา .................ตลก .................  
 
 
และครั้นสอบทานถึงอำนาจตามกฎหมาย .......... ก็ปรากฎว่าการสั่งการไม่ตรงตามบทบัญญัติของกฎหมาย หลีกเลี่ยงไปแบบเดียวกับคราวใช้พจนานุกรมแทนกฎหมาย นั่นเอง     ..............   ปรากฎชัดเจนมาก   อันเนื่องมาจากภาวะสถานะการณ์ที่ตัดสิน เร่งด่วนจนตั้งตัวไม่ติด และเพื่อระงับบทบาทของฝ่ายศัตรูตนเองลงอย่างรวดเร็ว อารามเร่งด่วนเกรงไม่ทันกาล จึงขาดความรอบคอบ ทำการผิดพลาดขึ้นมาได้อย่างจะแจ้ง   .......    นั่นคือ ใช้อำนาจโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมายรับรองให้กระทำได้ ...........
 
นี่ก็คือแม้ประเด็นกฎหมายเอง ก็ยังละเมิดไปได้หน้าด้าน ๆ
 
 
และหายนะ   นั่นคือ อนาคตของคนเขลา ........
 
 
แล้วยังมากล่าวอาฆาตอย่างเขลา ๆ ต่อไปอีกว่า    ระวังมีอำนาจยุบพรรคการเมืองได้อีก ......
 
 
มีหลายประเด็นที่เกี่ยวกับศาล ตุลาการยุคนี้ ในฐานะ ตุลาการภิวัฒน์ ตุลาการสองมาตรฐาน ตุลาการศรีธนญชัย
 
 
วงการกฎหมายเองก็ลุกขึ้นต่อต้านกันทั่วไปแล้ว   รัฐสภาเมินคำสั่งระงับพิจารณารัฐธรรมนูญวาระที่ 3 (ก็เขาทำมา ๆ ตามระบบงาน จนจะสรุปแล้ว มาขวางไว้ มีความชอบธรรมอย่างไร......)   แน่นอน   เหมือนช้าง กับลิง   รัฐสภาเหมือนช้าง (เขามาจากประชาชนร่วม 40 ล้านคนที่มาเลือกตั้ง)   ศาลรัฐธรรมนูญก็ลิง (มาจากรัฐประหาร....กม.โจร)     และแน่นอน ขณะนี้ ที่ได้โอกาสก็คือเสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตย ตั้งโต๊ะล่าลายเซนปลดออกทั้งคณะ ..........โดยชอบธรรมที่สุด     
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2012-06-07 08:53:56
 
 
 ความเห็นที่ 42 (3335808) 
 
19.50 น.
 
สดจากอัยการสูงสุด โดยเอเซียอัพเดท
 
วินัย ดำรงมงคลกุล อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ อ่านคำวินิจฉัย
 
.....ไม่มีเนื้อหาที่ล้มล้างระบอบประชาธิปไตย.......... ไม่พอฟังได้ว่า จะต้องให้อัยการยื่น ศาลรัฐธรรมนูญต่อไป.........
 
.......ตกครับ   ตกที่อัยการสูงสุด    ไม่ยื่น
 
 
  • ผู้แสดงความคิดเห็น นายนักข่าว002 วันที่ตอบ 2012-06-07 19:51:18
 
 
 
มาดูมาตรา 68
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐
 
มาตรา ๖๘ บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ มิได้
 
ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรคหนึ่ง ผู้ทราบการกระทำดังกล่าว ย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการดังกล่าว
 
ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้พรรคการเมืองใดเลิกกระทำการตามวรรคสอง ศาลรัฐธรรมนูญอาจสั่งยุบพรรคการเมืองดังกล่าวได้
 
ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคการเมืองตามวรรคสาม ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารของพรรคการเมืองที่ถูกยุบในขณะที่กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งดังกล่าว
 
•           ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2012-06-09 07:53:55
 
 
 
ความเห็นที่ 44 (3335951) 
 
นี่เป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นลายลักษณ์อักษร ใช่ไหมครับ
ทำไมทำเป็นลายลักษณ์อักษรล่ะครับ ?
 
ก็เพราะอักษรเป็นภาษาที่สื่อให้คนทั้งหลาย ในที่นี้จะเป็นใครก็ได้ที่อ่านหนังสือได้อ่านหนังสืออกให้เข้าใจในเรื่องราวที่สื่อสารนั้น   ใช่ไหมครับ ?
 
โดยเฉพาะในยุคที่โลกเป็นประชาธิปไตย เขาหมายถึงเรื่องราวที่จะต้องสื่อสารให้ประชาชนทั้งปวง ผู้เป็นเจ้าของอำนาจประชาธิปไตย ทราบเรื่องราวที่จารึกลงไว้นั้น เพื่อที่เขาจะได้ประพฤติตนให้สอดคล้องกับเนื้อหาเรื่องราวนั้น ในหลักการที่ว่าด้วยสิทธิ และหน้าที่ของเขา เพื่อที่จะเข้าใจสิทธิและหน้าที่ของเขาได้อย่างถูกต้องตรงตามลายลักษณ์อักษรที่สื่อมานั้น และเป็นเหตุสำคัญที่สร้างให้เกิดสัญญาณความเข้าใจตรงกัน
ฉะนั้น   ลายลักษณ์อักษรที่ใช้จารึกกฎหมายนั้น เมื่อชัดเจน ปราศจากความสงสัย ก็จะเป็นคุณประโยชน์แก่คนทั้งแผ่นดิน เพื่อที่จะได้เกิดความเข้าใจตรงกันตามสาระของลายลักษณ์อักษรนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ที่เขาเป็นผู้รักษาอำนาจ มีอำนาจที่จะให้แก้ไขหรือออกกฎหมายใดใดก็ได้ 
ลายลักษณ์อักษรต้องไม่สงวนสิทธิไว้ว่า ผู้มีตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 คนบนบัลลังก์สูงสุด ในอำนาจอธิปไตยเท่านั้น หรือตุลาการในศาลไหนก็ตามเท่านั้น มีสิทธิจะตีความลายลักษณ์อักษรนั้นแต่ฝ่ายเดียว    นั่นเป็นเรื่องที่ไม่ใช่    ..........    ใช่ไหมล่ะ ?     ถ้าคุณจะตอบว่าใช่ละก็คงจะยุ่งแน่นอน     เพราะยุคนี้ประชาชนเขาอ่านหนังสือ รอบรู้วิทยาการรอบด้านทุกสาขาไปแล้ว   ไม่ใช่ระบอบเก่าที่มีจอมเผด็จการผู้มีอำนาจคนเดียว ที่พูดอะไรออกมาเป็นกฎหมายที่คนทั้งปวงจะต้องน้อมรับ แม้คำตัดสินให้บั่นหัวตัวเองโดยไม่เป็นธรรมก็ต้องยอม .....   มันล้าหลังขนาดไหน .ก็ถึงขนาดคนทั้งโลกรับไม่ได้นั่นแหละ จึงมีการพัฒนามาสู่ระบอบอื่น คือประชาธิปไตย ไง
 
 
ท่าทีของนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่(คนเก่าคือชัช ชลวร) และคนอื่นอีกรวม 7 คน เหมือนยังอยู่ในจินตนาการแห่งโลกยุคเก่าอยู่ ..........
 
แม้จะไม่เหมือนเลยทีเดียว แต่ก็ยังสะท้อนถึงทิฏฐิแห่งยุคเก่า นั่นหมายถึงความล้าหลังในจินตนาการ นั่นเอง เห็นจากจินตนาการที่ย้อนยุคของเขา    และทิฏฐิของระบอบอมาตยาธิปไตย เผด็จการอยู่    ที่ว่า ตนเป็นนั่น เป็นนี่ ตนใหญ่มีอัตตาว่าเป็นนั่นเป็นนี่ ในที่นี้ก็คือคิดว่าตนเป็นผู้รู้ สัพพัญญูในเชิงกฎหมายที่เหนือกว่านักกฎหมายทั้งปวงในแผ่นดิน ที่นักกฎหมายและประชาชนทั้งปวงต้องฟังเขา จะมีเหตุผลหรือไม่มีเหตุผลก็ตาม ต้องฟังการตัดสินของเขาคนเดียว .............  
 
ดูจากประวัติศาสตร์การยุบพรรคการเมือง .........ศาลนี้สามารถยุบ หรือไม่ยุบพรรคการเมืองใดใด โดยเหตุผลใดใดก็ได้ ........ เช่นภายหลังยุบพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พัฒนาชาติไทย และ มัชฌิมาธิปไตย ภายในบ่ายวันเดียวกัน โดยไม่มีการเขียนคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญ ......... และล่าสุด การที่ไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ...ถึง 2 คดีซ้อน.......โดยเพียงเหตุผลเรื่องหมดอายุความ 15 วัน ......... และที่ไปก้าวก่ายโดยตรงกับฝ่าบบริหารก็คือ สั่งปลดนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวชออกจากตำแหน่ง   ...... โดยไม่จำเป็นต้องอ้างบทบัญญัติในกฎหมาย .....แต่ก็ค้นเอาจากความหมายในพจนานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถานได้ โดยไม่คำนึงถึงความละเอียดอ่อนในเชิงความยุติธรรมและความเป็นธรรม ที่ผู้พิพากษา ตุลาการ จะต้องมี    แต่นี่แหละที่สะท้อนถึงจินตนาการย้อนยุค และทิฏฐิแห่งการยึดมั่นในอัตตาตัวตนอย่างแรง   เขาจึงกล้าหาญชาญชัยไปตามทิฏฐิว่าตนเหนือกว่านักกฎหมายอื่น...... พร้อมที่จะอธิบายให้ความเฉโกเป็นความตรงตามกฎหมายได้ โดยหลงว่าตนใหญ่ เหนือใคร .............. นั่นแหละคือข้อผิดพลาดของศาลตุลาการชุดนี้   คือการที่ขาดสำนึกแห่งหลักการ equality ของยุคสังคมใหม่ ในจินตนาการของคนกลุ่มนี้ พวกนี้ แนวนี้ ไม่คำนึงว่าจะมีนักกฎหมายและประชาชน ที่อ่านลายลักษณ์อักษรในกฎหมาย เข้าใจได้ตามเจตนาของกฎหมายได้เป็นอย่างดี ....ยังมีผู้ที่สามารถเรียนรู้ เข้าใจได้ตรงตามศาสตร์แห่งกฎหมายสากลของโลก [Science of Law] . จำนวนมากมายมหาศาลบนแผ่นดินยุคนี้ ........... และทั่วโลก......
 
 
ศาลนี้ คาดผลได้เต็มที่ว่า หากยุบพรรคการเมืองแล้วผล จะสะท้อนไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางอำนาจบริหารอย่างไร   นั่นแสดงถึงเจตนาของศาลนี้ ที่ไม่ใช่เจตนาที่ชอบและเป็นธรรมตามหลักการของระบอบที่ไทยต้องการคือประชาธิปไตย ...... เห็นได้ชัดเจนจากคราวยุบพรรคพลังประชาชน ศาลนี้ย่อมมองเลยไปถึงผลที่จะกระท้อนไปถึงฝ่ายบริหาร คือรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์อย่างไร.............. นั่นได้สร้างความตกตะลึงแก่ประชาชน เจ้าของอำนาจที่ให้ความชอบธรรมแด่รัฐบาลและนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มาเป็นนายกรัฐมนตรี ......... ในแง่ที่ว่า ศาลรัฐธรรมนูญแค่ 9 คนที่มาจากรัฐธรรมนูญรัฐประหาร มีอำนาจยุบสั่งการปลดคนของประชาชน    นั่นเป็นสิ่งที่สมควร เป็นสิ่งที่เป็นธรรม และเป็นไปตามหลักการของระบอบประชาธิปไตยหรือ ?..........   คนเขาตาสว่างแล้ว ว่า นั่นไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง   ศาลรัฐธรรมนูญทำไม่ถูก   เป็นศาลตุลาการภิวัฒน์ ตุลาการสองมาตรฐาน ตุลาการศรีธนญชัย .......... ที่รอการลงโทษของประชาชนอยู่ หากแต่ยังไม่มีจังหวะเท่านั้น    นี่ไม่รู้ตัวเลยหรืออย่างไร
 
 
เอาละ   มาว่าถึงลายลักษณ์อักษรต่อไป
 
มาตรา 68 วรรคแรก.............คุณมีความรู้ที่จะอ่านความหมายศัพท์สำคัญที่สุดในวรรคนั้นหรือไม่ ถ้าไม่มีความรู้แล้วคุณจะไปตัดสินได้อย่างไร .......นั่นคือการเสี่ยงอย่างที่สุดต่อการตัดสินอันไม่ถูกต้องชอบธรรมและยุติธรรม............   เห็นไหม   ในที่สุด มันก็บอกว่าการตัดสินของคุณตัดสินพลาดไปเพราะไม่มีความรู้ในศัพท์สมัยใหม่ที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย ..........   คือคำว่า    ประชาธิปไตย .....
ก็จบ !!!!!      กลายเป็นตลกโลกไปเลย  
คุณจะไปมองว่าเชิร์ตแดงและพรรคเพื่อไทย และรัฐสภาไทย ซึ่งก็คือตัวแทนประชามหาชนนับ 20-30 ล้านคนที่ออกไปเลือกตั้ง กำลังคิดการ........ เพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข.............ได้อย่างไร
 
วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ไทยนี่ .....ตลกจริง ๆ   คนหัวเราะไปทั้งโลกเลย !!!!
คุณมาตีความอย่างไรว่า พรรคเพื่อไทย รัฐสภา และ เชริตแดงทั้งแผ่นดิน จะคิดล้มล้างประชาธิปไตย ? และคิดจะแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นไปในทางที่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการเมืองไทยขนาดใหญ่ ที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย
 
คุณต้องทบทวนตนเองในประเด็นที่ผมพูดมานี้ คือ   ประเด็น    ประชาธิปไตย ......
คุณว่ามันคืออะไร
 
ตลก !!!!
 
•           ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2012-06-09 10:01:31
 
 
 
ความเห็นที่ 45 (3335971) 
 
มาดูลายลักษณ์อักษร ของมาตรา ๖๘ วรรค ๒ ครับ
 
ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรคหนึ่ง ผู้ทราบการกระทำดังกล่าว ย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการดังกล่าว
 
 
ถ้าจะให้อำนาจแด่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ฝ่ายเดียว และยกให้เป็นสัพพัญญูเสียแล้ว   จะเขียนออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรและประกาศในราชกิจจานุเบกษาทำไม ?
 
แต่นี่เขาทำโดยหลักการที่ถูกต้องแล้ว นั่นคือ ลายลักษณ์อักษร เพื่อที่คนทั้งหลายในประเทศนั้นเข้าใจ สุดแต่ใช้อักษรของภาษาใด ในที่นี้ใช้ภาษาไทยใช่ไหม ?   ก็เพื่อคนไทยอ่านเข้าใจใช่ไหม?
คนไทยก็เข้าใจลายลักษณ์อักษรที่เป็นภาษาไทย โดยนัยความหมายของภาษาไทย ตรงกันหมด  
 
เช่น คำว่า     และ      หรือ     และหรือ   
 
ก็ในเมื่อในกฎหมายเขียนคำว่า     และ       เป็นภาษาไทย    คุณจะให้คนไทยไหนไปแปลว่ามันแปลเป็นอย่างอื่นได้อีก โดยเฉพาะถ้าแปลว่า   หรือ   อย่างที่นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ออกมาแถลง   ..................
นี่ก็ตลกจริง ๆ   พี่น้อง .........
 
เตรียม...........
 
•           ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2012-06-09 13:14:58
 
 
ความเห็นที่ 46 (3336045) 
 
นอกจากคำว่า ประชาธิปไตย แล้ว ยังมีคำศัพท์สมัยใหม่ที่บัญญัติไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญไทยที่สำคัญ ๆ อยู่อีกหลายคำ   แต่มีอีกคำหนึ่ง ที่บัญญัติไว้ในมาตราต้น ๆ ของรัฐธรรมนูญไทยทุกฉบับ ........... ที่ ณ เวลา นี้ เป็นที่น่าสงสัยจริง ๆ ว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีความเข้าใจในหลักวิชา ที่ไปที่มาของศัพท์นั้น ๆ หรือไม่ ..............เหตุที่สงสัยก็เนื่องมาจากพฤติกรรมที่ร้าย ๆ ที่แล้ว ๆ มา ในการพิพากษายุบพรรคการเมือง ปลดนายกรัฐมนตรี   ..........   แม้กระทั่งมีการพิจารณาให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ................รวมทั้งการแสดงท่าทีที่สนับสนุนการรัฐประหาร พ.ศ. 2549 .................. นั่นเอง
 
 
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐
 
มาตรา ๓ อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้
การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญและหน่วยงานของรัฐต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม
 
 
ประเด็นสำคัญก็คือ......อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย........... ซึ่งได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญไทยทุกฉบับ
 
นี่เป็นศัพท์สมัยใหม่ ของวิชาการปกครองแบบใหม่ ถ้าไม่เข้าใจเสียแล้ว จะไปตัดสินความ คดีที่เกี่ยวข้องได้อย่างยุติธรรมได้อย่างไร
 
เมื่ออำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย............ คุณไปสนับสนุนการรัฐประหาร โดยล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน..................... นั่นคือ กบฏ
 
การวางแผนล้มล้างรัฐสภา ระงับขัดขวางการทำงานของรัฐสภา ที่มาจากประชาชน ....... สนับสนุนการก่อกวนในรัฐสภา เพื่อให้การดำเนินงานของรัฐสภายุติลง หรือล่าช้าไปจากภาวะปกติที่ควรเป็น...........แล้วเลยไปถึงการข่มขู่จะล้มล้างพรรคการเมือง อันจะมีผลต่อการล้มล้างรัฐบาลของประชาชนตามมา...............................นั่นคือ   กบฎ
 
•           ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2012-06-10 13:41:45
 
 
ความเห็นที่ 47 (3336066) 
 
รีไวน์ใหม่อีกที
 
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐
 
มาตรา ๓ อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้
 
การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญและหน่วยงานของรัฐต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม
 
 
คำว่า   อำนาจอธิปไตย.....................   ก็คงเข้าใจนะครับว่าคืออะไร
 
แต่เมื่อรวมเป็น................อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย...............เข้าใจไหมครับ ลึกซึ้งหรือเปล่า    แปลว่าอะไร ?
 
ผมจะแปลให้ครับ.............. แปลว่าอำนาจในการจัดการประเทศนี้เป็นสิทธิของประชาชน   ประชาชนเป็นผู้จัดการการปกครองของประเทศนี้ .........โดยรูปธรรมก็คือ ประชาชนเป็นเสรีชนแล้ว พ้นจากยุคทาสมาเป็นนาย ผู้ทรงอำนาจอันสูงสุดในการปกครองประเทศ
 
ประชาชนใหญ่ที่สุดครับ
 
 
อำนาจถูกเปลี่ยนมือมาเป็นของปวงชนชาวไทย ............
 
วิธีการก็คือ เขาปกครองโดยตัวแทน...............โดยการเลือกตั้ง......และโดยการตรวจสอบ โดยความคิดเสรีที่จะวิพากษ์วิจารณ์ แสดงความคิดเห็น
 
หมายถึงตัวแทนของปวงชนชาวไทย    ไม่ใช่คณะผู้แทนจากสวรรค์ หรือพระเจ้า อย่างในอดีต 
 
โดยหลักการนี้ เขาจึงมีรัฐบาลของประชาชน ที่ต้องเชื่อมโยงถึงประชาชน โดยเสนอนโยบายการบริหารแด่ประชาชน ใต้การตรวจสอบของประชาชน   มีรัฐสภา ที่ต้องออกกฎหมายสำหรับประชาชน ออกกฎหมายลายลักษณ์อักษรที่ประชาชนทุกชั้นเข้าใจตรงกัน เพื่อให้ทราบชัดถึงสิทธิและหน้าที่ของปวงประชาชนตรงกัน ที่ประชาชนตีความเองได้ตรงกัน   รัฐสภาจะต้อง เชื่อมโยงถึงประชาชน ใต้การตรวจสอบของประชาชน   
รัฐบาลและรัฐสภา จึงถือว่าเป็นสถาบันสงสุดของประชาชน ผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างสมบูรณ์แบบ ใครจะออกคำสั่งไม่ได้ 
ทุกวันนี้เราลืมไปว่ามีอำนาจสูงสุดอีกอำนาจหนึ่ง ที่ยังเป็นไปอย่างไม่ถูกหลักการประชาธิปไตย ก็คือ อำนาจตุลาการ   ที่มีลักษณะเป็นอิสระ ไม่มีการเชื่อมโยงกับประชาชน ไม่ขึ้นต่อประชาชน ไม่อาจจะตรวจสอบได้โดยประชาชน และดูเหมือนจะไม่ยอมรับว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยด้วยซ้ำ..............   และน่าสงสัยตลอดมาว่า ใช้อำนาจหน้าที่โดยบกพร่อง โดยไม่สอดคล้องกับหลักการปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ...........
 
มีพฤติกรรมการใช้อำนาจอิสระของตนสนับสนุนระบอบเผด็จการอมาตยาธิปไตย   โดยร่วมมือกับคณะรัฐประหาร ทำการรัฐประหาร ล้มล้างรัฐบาลที่มาจากอธิปไตยของประชาชน     ล้มพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับตน ปกป้องพรรคการเมืองฝ่ายตน ........ จนเกิดเสียงครหานินทาอย่างเปิดเผย โจ่งแจ้งว่า ตุลาการภิวัฒน์ ตุลาการสองมาตรฐาน ตุลาการศรีธนญชัย 
 
ล่าสุดออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ไปยังรัฐสภาให้รัฐสภายับยั้งการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาแล้วถึง 2 วาระ กำลังจะพิจารณาวาระสุดท้าย และลงมติ ............พร้อมข่มขู่ว่ายุบพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล และล้มล้างรัฐบาลต่อไป
คือบังอาจขนาด เหิมเกริมกล้าออกคำสั่งโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมายรัฐธรรมนูญรองรับ ........ต่อสถาบันอำนาจสูงสุดโดยตรงของประชาชน
 
ซึ่งกลายเป็นเรื่องตลกไปทั่วประเทศ     และทั่วโลก ....   อยู่ขณะนี้ คนทุกวงการก็ยังคงออกมายิ้มเยาะกันทั่วไปหมด .................ดูว่าจะหน้าด้านไปถึงไหน
 
•           ผู้แสดงความคิดเห็น ไพสิฏฐ์ คีตะวัน วันที่ตอบ 2012-06-10 21:41:47
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 6.   ติดตามเรื่องราวทั้งหมดของหนังสือพิมพ์ดี
 
 ติดตามเรื่องราวทั้งหมดของหนังสือพิมพ์ดี
ได้ทางเวบไซต์ของเรา คือ
 
และ
www.facebook.com phayap panyatharo
 
 
 
 
 

 




หนังสือพิมพ์ดี(อินเทอเนต) เล่มที่ 45 - 52 +

ดี เล่มที่ 52
ดี เล่มที่ 51
ดี เล่มที่ 50
ดี เล่มที่ 49
ดี เล่มที่ 48
ดี เล่มที่ 46
ดี เล่มที่ 45



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เวบไซท์นี้ http://www.newworldbelieve.net มีข้อมูลพื้นฐานจากหนังสือพิมพ์ดี:วิเคราะห์ข่าวในวงการเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดและสหธรรมิก ออกโดยมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร) มี พระพยับ ปญฺญาธโร เป็นบรรณาธิการ และเป็น webmasterสำนักงานตั้งอยู่ที่ วัดมหาพุทธาราม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ 33000 ขณะนี้หนังสือพิมพ์ดีมีอายุทำการมา 11 ปีแล้ว มีเรื่องสำคัญคือการวิเคราะห์สังคมทั้งระบบด้วยแนวภูมิปัญญาและวิสัยทัศน์แห่งตาธรรมะในพระพุทธศาสนาเพื่อนำสังคมไปสู่ความดีงามและรอดปลอดภัยจากสถานการณ์เลวร้ายยุคนี้