ReadyPlanet.com
dot
dot dot
dot
พระพุทธเจ้า
dot
bulletบทศึกษาพิเศษ:พระพุทธเจ้า ศึกษาจากวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรนแปล เช้า- เย็น
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรแปล เช้า-เย็น อัพเดต
dot
พุทโธโลยี
dot
bulletสมาคมศิษย์หลวงปู่เครื่อง จัดประกวดเรียงความออนไลน์มัธยมศึกษาในวันวิสาขบูชา คลิกดูรายละเอียดและรางวัลที่นี่
dot
ชมรมยุวพุทโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
dot
bulletThe Beginning ความเป็นมาของโครงการชมรมยุวพุโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
bulletChart Showing the Process
dot
บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
dot
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี แฟ้ม 2
dot
To The World
dot
bulletENGLISH
bulletUSA
bulletChina
bulletIndia
bullet Mynmar
bullet Cambodia
bullet Loas
bulletSri Lanka
bulletMalaysia
bulletKorea
bulletThe Truth Of Red Thailand 12-14 April 2009
bulletFrom red shirt survivor person
bulletA Sharp Turn of Believes : Iresearch Iwrite Iread
dot
โหราศาสตร์ [updateใหม่สุด]
dot
bullet สารบาญโหราศาสตร์โดยชลัมพุช โหรชนบททุกเรื่อง
bulletบันทึกข้อสังเกตประเด็นสำคัญดวงชะตาประเทศไทยช่วงเดือนส.ค.-พ.ย.2552
bulletดวงชะตาประเทศไทย พยากรณ์ว่าประชาชนจะอดอยากยากจนและเผชิญภับพิบัติ 4 ประการ
bulletให้คำพยากรณ์นักธุรกิจชาวอังกฤษ
bulletอยากรู้เรื่องโหราศาสตร์ คลิก!
bulletดวงชะตาผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตไทย
dot
Buddhism How?
dot
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 1
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 2
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 3
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 4
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 5
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 6
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 7
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 8
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 9
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 10
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 11
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 12
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 13
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 14
bulletMystery Report 15
bulletMystery Report 16
bulletMystery Report 17
bulletMystery Report 18
bulletMystery Report 19
bulletMystery Report 20
bulletMystery Report 21
bulletMystery Report 22
bulletMystery Report 23
bulletMystery Report 24
bulletMystery World Report 25
dot
เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว
dot
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2536
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2537
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2538
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2539
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2540
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2541
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2542
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2543-2545
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2545-2549
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2549-2550
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2550-ส.ค.2551
bulletเฝ้าดูฯ ส.ค.-ก.ย.2551
bulletเฝ้าดูฯ ก.ย.2551- ธ.ค. 2551
dot
เฝ้าดูฯสำนวนพัชรา กอปรทศธรรม
dot
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 16-27
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 29
bulletบทความใหม่ เม.ย.-พ.ค.2552
bulletพุทธธรรมเพื่อทางดับทุกข์
bulletทฤษฎีการดับทุกข์ทางจิต วิปัสสนากรรมฐานโดยการทำงาน(สำนวนปรับปรุงใหม่)
bulletประวัติพัชรา กอปรทศธรรม
bulletประวัติการต่อสู้เพื่อการดับทุกข์ ของพัชรา กอปรทศธรรม
bulletอัลบั้มรูป history
bulletนิทานธรรมะประยุกต์ มานุสสาสุระสงคราม 4 ภาค และอื่น ๆ
bulletอัลบั้มรูป ภาพในอดีตและชีวประวัติศาสตร์ที่สวยงาม
bulletจากเวบบอร์ด พูดกันไม่รู้เรื่อง ประชาธิปไตยล้าหลัง
bulletศาสนาสากล การวิเคราะห์ความหมาย
bulletปลอบใจ
dot
รวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
bulletรวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
สากลจักรวาล สากลศาสนา
dot
bulletสากล...ศาสนา 1
bulletสากล...ศาสนา 2
bulletสากล...ศาสนา 3
bulletสากล...ศาสนา 4
bulletสากล...ศาสนา 5
bulletสากล...ศาสนา 6
bulletสากล...ศาสนา 7
bulletสากล...ศาสนา 9
bulletสากล...ศาสนา 8
bulletสากล...ศาสนา 10
bulletสากล...ศาสนา 11
bulletสากล...ศาสนา 12
bulletสากล...ศาสนา 13
bulletสากล...ศาสนา 14
bulletสากล...ศาสนา 16
dot
ส่วนข้อมูลสำคัญเพื่อการวิจัยการเมืองไทยยุค คมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
dot
bulletข้อมูลสำคัญยุคคมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่1/26ส.ค.2551
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่2/27ส.ค.2551
bulletใบปลิว อีเมล์ ในหลวงทรงร้องไห้
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 1
bulletในหลวงเพิ่งทราบข่าวฆ่าประชาชน10เมย.53ทรงร้องไห้
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
บันทึกลับเสื้อแดง
dot
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
รวมข่าวม็อบการเมืองสนธิ-จำลอง-ปชป.มิ.ย.51-เม.ย.52 นสพ.
dot
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 2
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 3
bulletรวมข่าวม็อบ30มิ.ย.51-23มี.ค.52
bulletเลือดศรีสะเกษบันทึกเรื่องราวรอบด้านเกี่ยวกับเขาพระวิหาร
dot
การโฆษณาชวนเชื่อล้มรัฐบาลทักษิณ
dot
bulletรายงานการโฆษณาชวนเชื่อในประเทศไทยที่ล้มล้างรัฐบาลทักษิณ
dot
หนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนท )
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต ) เล่ม 1 - 44 - ล่าสุด
bulletหน้าที่เก็บไว้
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 1
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 3
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 4
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 5
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 6
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 7
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 8
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 9
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 13
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 10
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 11
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 19
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 12
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 14
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 15
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 16
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 17
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 18
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 20
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 21
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 22
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 23
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 24
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 25
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 26
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 31
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 32
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 27
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 28
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 29
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 30
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 33
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 34
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 35
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 36
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 37
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 38
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 39
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 40
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 41
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 42
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 43
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 44
dot
รายการทั่วไป
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 45
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 46
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 47
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 48
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 49
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 50
bulletหนังสือพิมพ์ดีเล่มที่52
bulletงดเหล้าเข้าพรรษา
bulletเกี่ยวกับเวบไซต์ของเรา
bulletมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร)
bulletศรีสะเกษ
bulletวัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ บันทึกเหตุการณ์
dot
ช่องบริการประชาชน
dot
bulletบริการแจ้งของหาย คนหาย สื่อข้อความ หมอผี ฯลฯ
bulletสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษแห่งที่ 1
bulletรวมกระทู้เด็ดจากกระดานถามตอบ
bulletคาถาอาคมไสยศาสตร์
bulletกวีนิพนธ์ใหม่
bulletดี 25
bulletดี 28
bulletดี 29
bulletดี 26
bulletศูนย์ปฏิญญาณละเลิกอบายมุข บัญชีที่1-3


คำพยากรณ์,ทักษิณจะถูกลอบสังหาร, อภิสิทธิ์, เปรม ตินสูลานนท์จะพบจุดจบ 15 มี.ค.2553

 

บันทึกดวงชะตาประเทศไทยช่วง 15 ส.ค.-พ.ย.2552
 
 
เนื่องจากช่วงกลางปีและปลายปี2552นี้ มีการยกย้ายราศีของดาวขนาดใหญ่ในระบบโหราศาสตร์ทุกดวง นับแต่ดาวพฤหัสบดี(๕) ซึ่งจะเดินพักรถอยหลังกลับมาสู่ราศีมกรในวันที่ 15 สิงหาคม 2552  ลำดับต่อมาดาวเสาร์(๗) ก็จะย้ายเข้าสู่ราศีกันย์ในวันที่ 30 กันยายน 2552  ครั้นถึง 14 ธันวาคม 2552 ก็ถึงคราวดาวราหูซึ่งจะย้ายทวนระบบดาวลงสู่ราศีธนู 
 
และที่น่าจับตามองเป็นพิเศษก็คือการยกย้ายราศีของดาวอังคาร(๓)เข้าสู่จุดดับในราศีกรกฎและอยู่ในราศีนี้เป้ฯเวลานานเป็ฯพิเศษ คืออยู่ระหว่างวันที่ 3 ต.ค.2552 ถึง 28 พ.ค.2553 
 
ช่วงนี้ของประเทศไทย  จึงเป็นช่วงที่นานพอ  มีเหตุผลพอที่ประเทศไทยก็ดี  คนสำคัญและนักการเมืองในประเทศไทย จะได้รับผลกระทบไปตาม ๆ กัน  มากบ้างน้อยบ้าง ขนาดไหน อันตรายอย่างไร   เป็นเรื่องหน้าที่ของนักโหราศาสตร์ที่จะต้องเอาใจใส่  และที่นี่เราขอมอบให้ ชลัมพุช โหรชนบท ทำการวิเคราะห์เหตุการณ์ โดยหลักวิชาโหราศาสตร์ เชิงงานวิจัย  โดยเราจะดูว่าการยกย้ายของดาวใหญ่ทั้ง 4 ดวงที่กล่าวมานั้นจักกระทบอย่างไรบ้าง  เราจะลองศึกษาดวงประเทศไทยและดวงนักการเมืองที่ได้รับผลดี ผลร้ายจากการยกย้ายราศีครั้งนี้
 
โปรดติดตามต่อไป
 
 
 
 
 
สารบาญ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
A     ดวงชะตาประเทศไทย
 
ดวงระบบดาว
วันที่ 15 ส.ค.2552  (ดาวพฤหัสบดียกเข้าสู่ราศีมกร ในอาการวิปริตคือ พักรถอยหลัง)
วันที่ 30 ก.ย.2552  (ดาวเสาร์ยกเข้าสู้ราศีกันย์)
วันที่   3  ต.ค.2552 (ดาวอังคารยกเข้าสู่ราศีกรกฎ อยู่ในราศีกรกฎถึง 28 พ.ค.2553)
วันที่ 14 ธ.ค.2552  (ดาวราหูยกเข้าสู่ราศีธนู)
 
 
 
 
 
 
1.     ดวงระบบดาว วันที่ 15 สิงหาคม 2552
           วันที่ดาวพฤหัสบดีพักรเข้าราศีมกร

 
 
                        
 
           ๒๓              *             ๐


          
 ๖                                                          *

         ๑                           28/35                   ๕๘๙     * ๕ พักรเมื่อ 08.40 น.      

 
             ๔๗                                                    *


                         *                  *               *
 


ดวงที่ 1


นาม ระบบดาววันที่ 15 สิงหาคม 2552    

 
บันทึกระบบดาว
    กรกฎ
๒    เพฤษภ กุม ๓     *๒ จะย้ายเข้าพฤษภ 00.48 น.      
    พฤษภ กุม ๒ 
๔    สิงห์  กุม ๗ 
    กุมภ์   
๖    มิถุน
   สิงห์ กุม ๔  
    มกร  กุม ๙ 
    มกร กุม ๘    
    มีน
 
หมายเหตุ เป็นวันที่ดาวใหญ่คือ พฤหัสบดี(๕)เดินพักรเข้าราศีมกร และอยู่ในราศีนี้ระหว่าง 15 ส.ค.-14 ธ.ค.2552
 
 
 
 
 
2.   ดวงระบบดาว วันที่ 30 กันยายน 2552  
        วันที่ดาวเสาร์(๗) ย้ายราศีเข้าสู่ราศีกันย์  



 
 
                       
 
             *               *              ๐

             ๓                                                    ๒

           *                          13/7                   ๕๘    *๒ ย้ายเข้ากุมภ์เวลา 14.04 น.      

             ๔๖                                                 


                      ๑๗              *                *
 


ดวงที่ 2
นาม ระบบดาววัน๔ วันที่30 กันยายน 2552   
        วันที่ดาวเสาร์(๗)ย้ายเข้าราศีกันย์  
 
 
 
บันทึกระบบดาว
    กันย์
๒    มกร กุม๕๘        
    มกร กุม ๕๘ 
๔    สิงห์  กุม ๖๗  
    มกร กุม ๒๘ 
๖    สิงห์ กุม ๔๗ 
   กันย์ กุม ๑
    มกร กุม ๕ 
   ธนู
    มีน 
 
หมายเหตุ เป็นวันที่ดาวใหญ่ เสาร์(๗) ย้ายราศีเข้าสู่ราศีกันย์ และอยู่ในราศีกันย์นานถึง 2ปี 6 เดือน ระหว่าง 31 ก.ย.2552 – 7 ธ.ค.2554 
 
 
 
 
 
 
3.   ดวงระบบวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 เวลา 21.41 น.
        
วัน-เวลาที่ดาวราหู(๘)ย้ายดข้าราศีธนู
 
 
                       
 
           ๒               *                ๐


            
*                                                          *

                                  17/52                  ๕        * ๒ จะย้ายเข้าพฤษภ 00.27 น.      


             *                                                       ๘๙


                       ๗๖           ๔๑              *
 


ดวงที่ 3

นาม ดวงระบบดาววันที่ 4 พฤศจิกายน 2552   
วันที่ราหู(๘)ย้ายเข้าสู่ราศีธนู   
 
 
บันทึกระบบดาว
    ตุล กุม ๔
๒    พฤษภ     *๒ ย้ายเข้าพฤษภเวลา 00.27 น.      
    กรกฎ 
๔    ตุล กุม ๑  
    มกร 
๖    กันย์  กุม ๗
   กันย์   กุม๖  
    ธนู  กุม ๙  
    ธนู กุม ๘    
    มีน  
 
หมายเหตุ เป็นวันที่ดาวใหญ่ ราหู(๘) ย้ายจากราศีมกร เข้าสู่ราศีธนู และอยู่ในราศีธนูนานถึง 1 ปี 6 เดือน ระหว่าง วันที่ 4 พ.ย.2552 – 24 พ.ค.2554  
 
 
 
 
 
 
 
 
4.   ดวงระบบดาว วันที่ 3 ตุลาคม 2552 
        วันที่ดาวอังคาร(๓)ย้ายเข้าสู่ราศีกรกฎ



 
 
                       
 
             *             *              ๐๒


           *                                                           *

        ๓                         16/4                      ๕๘          ๒ ย้ายเข้ามีน 01.02 น.      


             ๖                                                       


                      ๑๔๗        *             *
 


ดวงที่ 4

นาม ระบบดาววันที่ 3 ต.ค. 2552 
        วันที่ดาวอังคาร๓ จรเข้าราศีกรกฎ  

 
 
บันทึกระบบดาว
    กันย์  กุม ๔๗
๒    มีน กุม ๐       * ๒ ย้ายเข้ามีน 01.02 น.      
    มกร   
๔    กันย์ กุม ๑๗  
    มกร กุม ๘ 
๖    สิงห์ 
   กันย์ กุม ๑๗   
    มกร กุม ๕๘  
   ธนู
    มีน กุม ๒

 

 

 

 

 
ข้อพิจารณา
 
การโยกย้ายราศีของดาวใหญ่ทั้ง 4 ดวงดังกล่าวจะกระทบประเทศไทยและบุคคลสำคัญทางการเมืองอย่างไรบ้าง?

ต่อไปนี้เป็นบทวิเคราะห์ผลการกระทบของดาวต่อ
 
1.        การกระทบต่อประเทศไทย
2.        การกระทบต่อบุคคลสำคัญและนักการเมือง
 
 
 
  1.  การกระทบต่อประเทศไทย
 
ในวันที่ 15 สิงหาคม2552 ดาวพฤหัสบดี(๕) ซึ่งเป็นดาวที่มีอิทธิพลรักษาคุ้มครองเมือง ตามความหมายของดวงเดิมของประเทศไทย (พฤหัส(๕)เป็นเกษตรภพที่9เป็นอุตสาหะตามทักษา ซึ่งร่วมธาตุกับดาวอาทิตย์(๑)และลักคณาในราศีเมษ ธาตุไฟ)

            1.1 ดาวพฤหัสบดี(๕)จรพักร วิปริต แล้วลงมาสู่จุดนิจ(จุดดับ) ในราศีมกร ซึ่งเป็นภพที่ 10 ในดวงชะตาเมือง หมายถึง
การปกครอง การเมือง และการงานของประเทศไทยทั้งหมด จะปั่นป่วนรวนเรไปหมด แต่ประเทศไทยจะยังคงมีระเบียบดีอยู่ไม่ถึงกับจลาจล ตราบใดที่ดาวเสาร์(๗) ซึ่งเป็นเจ้าเรือนภพที่ 10 ยังจรอยู่ในราศีสิงห์ ในฐานะเป็นศรีจรตามทักษาปี2552นี้ 

            1.2 แต่อย่างไรก็ตามดาวอาทิตย์(๑)ปุตตะกุมลักคน์มหาอุจซึ่งเป็นกาลกิณีจรในปีนี้ จะเคลื่อนเข้าสู่ราศีสิงห์ในวันที่ 17 สิงหาคม 2552 และดาวอาทิตย์(๑)กาลกิณีจรนี้จะพบกับดาวเสาร์(๗)ศรีจร และยังเปล่งกระแสถึงเสาร์(๗)มูละเดิมในราศีธนู  
ดาว 2 ดวงนี้จะปะทะกันอยู่อย่างแรงในระหว่างวันที่ 17สิงหาคม-17กันยายน2552 กระนั้นก็เป็นธาตุไฟด้วยกัน จึงไม่ส่งผลร้ายแรงแตกหัก ประกอบกับ พฤหัสบดี(๕)เดิมสถิตอยู่ราศีธนู ประสานกับดาวอาทิตญ(๑)กาลกิณีได้   แม้ว่าระหว่างนี้มีดาวอริของเมืองคือดาวพุธ(๔)จรเข้ามาสมทบในราศีสิงห์ แต่ความหมายไม่ได้ออกมาทางความรุนแรง หมายถึงเงินทองการใช้จ่ายของประเทศ   สรุปว่าระยะนี้เป็นระยะที่น่ามีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างสูง  ดาวอาทิตย์(๑)กาลกิณีจรออกจากราศีสิงห์ในวันที่ 17 กันยายน2552 ดาวเสาร์(๗)ศรีจรยังคงพิทักษ์เมืองต่อไปให้อยู่ในความสงบ ไม่วุ่นวาย    ระยะการรวนเรของการเมือง การปกครอง และประชาชนคงจะเป็นไปโดยตลอดตั้งแต่ 15 สิงหาคม2552 เป็นต้นไป และไปเพิ่มความทรุดโทรมลงอย่างยิ่งเมื่อเข้าสู่วันที่ 3 ต.ค.2552 แล้วอะไร ๆ ก็จะดีขึ้นภายหลังวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 ซึ่งเป็นวันที่ราหู(๘)อุตสาหจร จรย้ายสู่ราศีธนูทับเสาร์(๗)เดิม จากนี้ไปประเทศไทยก็จะดีขึ้นไปในด้านความเชื่อถือของต่างประเทศ เว้นแต่ในด้านเศรษฐกิจยังจะไม่ดีขึ้น  

            1.3 อย่างไรก็ตามการที่ดาวเสาร์(๗)ย้ายราศีจากราศีสิงห์เข้าสู่ราศีกันย์ในวันที่ 30 กันยายน 2552 แล้วดาวอังคาร(๓)ย้ายเข้าสู่ราศีกรกฎในวันที่ 3 ตุลาคม 2552 ซึ่งสำหรับดาวอังคาร(๓)เมื่อมาสู่ราศีกรกฎแล้วก็เป็นจุดอ่อนกำลังที่สุด เพราะเป็นจุดนิจ ดับแสง และจะดับแสงอยู่ไปจนถึงวันที่ 28 พฤษภาคม 2553 ตรงนี้ย่อมหมายถึงคุณภาพของประเทศไทยโดยตรง เพราะอังคาร(๓)เป็นดาวตนุลักคณ์ของประเทศไทย เห็นได้ว่า 
ประเทศไทยจะตกอยู่ในสภาวะเสื่อมโทรมอย่างยิ่ง น่าสังเวชอยู่ระหว่าง 3 ต.ค. – 14 ธ.ค.2552 ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลเดิมปัจจุบัน(รัฐบาลอภิสิทธิ์) หรือรัฐบาลใหม่ก็ตาม (ช่วงที่อังคารกับพฤหัสบดีต่างดับแสงลงทั้งคู่) การที่ดาวอังคาร(๓)จรเป็นนิจลงในราศีที่ 4 ของดวงเมือง นั้น เป็นระยะที่ดาวศุกร์(๖)จรเข้าราศีตุลพอดี โดยอยู่ในราศีตุลระหว่างวันที่ 5 - 29 พฤศจิกายน 2552  ซึ่งตรงนี้หมายถึงประเทศและประชาชนไม่ถึงคราวอับจน เพราะดาวศุกร์เป็นเกษตรมนตรีจรมาเข้าภพที่ 7 แก่ดวงเมือง หมายถึงมิตรประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศจะให้ความช่วยเหลือทางการเงินหรือความอุปถัมภ์อย่างอื่น   พอพะยุงสถานการณ์ไว้ได้    อย่างไรก็ตาม การที่ดาวอังคาร(๓)จรเป็นนิจลงในราศีที่ 4 ของดวงเมือง น่าหมายถึงบุคคลสำคัญของประเทศด้วย โดยเฉพาะในวงการในเครื่องแบบ ที่จะประสบความวิบัติสูญเสียหรือความเจ็บไข้ได้ป่วย แต่ไม่น่าจะร้ายแรงมากถึงขนาดเอาไว้ไม่อยู่  เพราะมีการสัมพันธ์ระหว่างอังคาร(๓)จรกับราหู(๘)จร กับพฤหัสบดี(๕)จรในทางบวก(แต่ก็อ่อน)   เช่นเดียวกับการรวนเรของประชามหาชนในระยะนี้ ก็จะไม่ถึงขั้นไร้ระเบียบวินัยเป็นอนารยะชน

            1.4   ประเทศไทยควรจะต้องจะดีขึ้นเมื่อมีการย้ายของราหู(๘)อุตสาหะจรลงสู่ราศีธนูในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 เนื่องเพราะเป็นมุม 120 องศากับลักคณาดวงเมือง และทับดาวเสาร(๗)ซึ่งเป็นกัมมะมูละเดิม เป็นศุภะอยู่เป็นเวลานานถึง 1 ปีครึ่ง    แต่ในระหว่างนี้แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปอย่างไร ประเทศไทยก็ยังจะไม่มีอะไรดีขึ้น ยังคงอยู่ในปัญหาโดยเฉพาะปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่กล่าวได้ว่า การยกย้ายของราหู(๘)ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552จะทำให้ประเทศไทยดีขึ้นมาก  เพราะราหู(๘)จรทับเสาร์(๗)เดิมในราศีที่ 9 มีความหมายถึงความเชื่อถือการยอมรับของต่างประเทศด้วย น่าหมายถึงมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปในทางที่ดีเป็นสากล นั่นคือมีการเลือกตั้งหรือการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่   แล้วความหวังชั้นต้นของประเทศไทยจะอยู่ที่ดาวพฤหัสบดี(๕) ที่จะยกย้ายเข้าสู่ราศีมีนในวันที่ 26 เมษายน 2553 ในฐานะเป็นพฤหัสบดีเกษตรศรีจร และจะได้รับผลดีทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ในปี 2554 ซึ่งในช่วงนี้น่าหมายถึงอะไรที่ดี ๆ จากต่างประเทศ หรือคนที่อยู่ต่างประเทศมาช่วยสถานการณ์ประเทศไทยให้ดีขึ้นด้วย (ภพที่12หมายถึงการลีภัยในต่างประเทศ  การหายสาบสูญไป การขาดไปจากการติดต่อของหมู่ญาติ การถือสันโดษยังโลกอื่น)  [ในเดือนกันยายน 2555 เป็นต้นไปประมาณ2-3ปีจะมีเรื่องราวขนาดใหญ่โตเกิดขึ้นในประเทศไทยยังต้องพิจารณาโดยรอบคอบไปถึงรายละเอียดอีกชั้นหนึ่ง]
 
          1.5   โดยสรุป 

                        1.5.1 มีช่วงเหตุการณ์ทางการเมืองการปกครองที่น่าจับตามองมากโดยที่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองการปกครองของประเทศไทยในระหว่างวันที่ 17สิงหาคม-17กันยายน2552 ช่วงหนึ่งเดือนเต็ม ๆ นี้น่าคาดหมายว่าจะมีการปรับปรุงทางด้านการบริหาร หรือปรับคณะรัฐมนตรีใหม่   
                        1.5.2 ช่วงเวลาระหว่าง 4 พฤศจิกายน2552-26เมษายน2553   น่าจะมีการเลือกตั้งและมีรัฐบาลใหม่ตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นช่วงที่ดวงเมืองได้รับอิทธิพลภายหลังราหู(๘)จรลงสู่ราศีธนูในวันที่ 4 พฤศจิกายน2552 เป็นต้นไป(ราหู(๘)อยู่ในราศีธนูเป็นเวลา 1 ปีครึ่ง(ระหว่าง 4พฤศจิกายน2552-24พฤษภาคม2554) ซึ่งตรงนี้มีความหมายถึงต่างประเทศที่ชื่นชม น่าหมายถึงชื่นชมในระบอบประชาธิปไตยที่กลับมาใหม่ นั่นคือมีการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลของประชาชนขึ้นสำเร็จ  ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุนี้ ก็จะมีเหตุอื่นที่ทำให้ต่างประเทศชื่นชมเชื่อถือประเทศไทย    
                        1.5.3  ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน2552 เป็นต้นไปน่าระวังเหตุการณ์อลเวงระหว่างประชาชนเกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นผลจากการที่ดาวเสาร์(๗)ยกย้ายเข้าสู่ราศีกันย์ โดยที่เหตุการณ์อลเวงนั้นจะมีจุดที่น่าระวังอย่างยิ่งอยู่ประมาณ 2 เดือนระหว่างวันที่ 30 กันยายน- 4 พฤศจิกายน2552  ในระหว่างนั้นกองกำลังทหารดูเหมือนว่าจะถูกตัดขาดไปจากหน้าที่ในการดูแลเอาใจใส่ต่อสถานการณ์ประชาชน   กระนั้นก็ไม่น่ามีเหตุร้ายแรง จนถึงขั้นเป็นอนารยะชนเพราะราหู(๘)จร(หมายถึงตำรวจ)ถึงอังคาร(๓)อยู่ในฐานะคู่ธาตุ และอังคาร(๓)จรยังถึงพฤหัสบดี(๕)ในฐานะคู่สมพลอยู่  ทำให้สถานการณ์ประชาชนไม่เตลิดไปไร้ขอบเขตวินัยอันดีจนทำลายตัวเอง สังคม และประเทศชาติได้
                        1.5.4 ประเทศไทยคงจะดีขึ้นเมื่อมีการย้ายของราหู(๘)อุตสาหะจรลงสู่ราศีธนูในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 เนื่องเพราะเป็นมุม 120 องศากับลักคณาดวงเมือง และทับดาวเสาร(๗)เดิม ซึ่งเป็นกัมมะมูละเดิม เป็นศุภะอยู่เป็นเวลานานถึง 1 ปีครึ่ง (ระหว่างวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 - 24 พฤษภาคม 2554)     แต่ในระหว่างนี้แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปอย่างไร ประเทศไทยก็ยังจะไม่มีอะไรดีขึ้น ยังคงเผชิญปัญหารอบด้านโดยเฉพาะปัญหาทางเศรษฐกิจ การแบกภาระหนี้สินของประเทศที่จะก่อความลำบากหนักเดือดร้อนแก่ประชาชนในส่วนรวมเป็นเวลาหลายปี  การที่ดาวราหู(๘)ย้ายสู่ราศีธนูวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 นั้นจะมีความหมายถึงความเชื่อถือของต่างประเทศ น่าหมายถึงมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปในทางที่ดีเป็นสากล นั่นคือมีการเลือกตั้งและมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่ โดยสอดคล้องครรลองประชาธิปไตย นั่นคือน่ามีการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยขึ้นในช่วงเวลานี้   จากนี้ไปแล้วประเทศและประชาชนไทยก็จะประสบความดีงาม มีความหวังทางเศรษฐกิจขึ้นในระดับมั่นคงทางเศรษฐกิจ เมื่อดาวพฤหัสบดี(๕)ยกย้ายเข้าสู่ราศีมีนในเดือนเมษายน 2553 ในฐานะเป็นพฤหัสบดีเกษตรศรีจร และจะได้รับผลดีทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ในปี 2554 ซึ่งในช่วงนี้น่าหมายถึงอะไรที่ดี ๆ จากต่างประเทศ  คนต่างประเทศ คนลี้ภัยในต่างประเทศ มาช่วยสถานการณ์ประเทศไทยให้ดีขึ้นด้วยอย่างสำคัญ   [ในเดือนกันยายน 2555 เป็นต้นไปประมาณ 2-3 ปี จะมีเรื่องราวขนาดใหญ่โตเกิดขึ้นในประเทศไทยยังต้องพิจารณาโดยรอบคอบไปถึงรายละเอียดอีกชั้นหนึ่ง]
 
  • ชลัมพุช  โหรชนบท
    ให้การพยากรณ์ไว้ ณ 25 ก.ค.2552

 

 

 

 

B.     ดวงะตาบุคคลสำคัญ 

 

                    พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร  
 
ในระยะไม่นานข้างหน้านี้มีสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับดวงชะตา พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อยู่ 2 ระยะ โปรดดูดวงระบบดาว 3 ดวง ต่อไปนี้
 
 
 
            ดวงที่ 5 ดวงชาตา พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร วันอังคาร(๓) ที่๒๖ กรกฎาคม ๒๔๙๒ กันยลั
 
 
                       
  
            ๙               *            ๘


           
๐๓                                                  *

       ๔๒๑                       9/59                        ๕               


           ๖๗                                                  *


                      ลั               *              *            
 


ดวงที่ 5
นาม       ดวงชะตา พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม 2492 กันยลักคณ์
     
ข้อสังเกต
1.  ดาว ๑๒๔ เป็น 11ลั มีดาวศรีชาตา ๕ เล็ง  ทั้งหมดถึงลัในราศีกันย์ ถึงราหู(๘)ในราศีมีน
2.  ดาวพุธ(๔)ตนุ+กัมมะลันรราศีอุดมเกณฑ์กุมจันทร์(๒)เกษตรกาลกิณีกุมอาทิตย์(๑)มหาจักร เป็น 11ลันรราศี
3. ดาวอาทิตย์(๑)มหาจักร,วินาสน์ไปเป็น11ลั มีพฤหัสบดี(๕)ศรีชาตาเล็ง
3. ราหู(๘)มูละ,อริปัตนิ เล็งลั ถึง ๑๒๔
4. มฤตยู(๐)ทับอังคาร(๓)บริวาร สหัสชะ,มรณะ ในภพที่ 10
5. พฤหัสบดี(๕)พันธุ,ปัตนิเป็นศรีชาตา เป็นนิจในมกร  เล็ง๑๒๔ ถึงลั
6. เกต(๙)อยู่ภพที่ 9 เจ้าเรือนศุกร(๖)+กดุมภะมาอยู่ภพที่ 12 
 
 
 
 
 
 
 
      ดวงที่ 6 ดวงระบบดาววันที่ 26 พฤศจิกายน 2552 เวลา 16.07 น.
     
วัน-เวลาที่ดาวพุธ(๔)ย้ายเข้าราศีธนูและดาวเดิมในมุม 90 องศากับดาวจร(สีแดง)
 
 
                       
  
             *               *            ๐๒


           
๐๓                                                  *

                                 10/7                         ๕        * ๒ จะย้ายเข้ามีน 16.07 น.      


             *                                                   ๘๔


                      ลั           ๖            ๑๙            
 


ดวงที่ 6
นาม       ดวงระบบดาววันที่ 26 พฤศจิกายน 2552 เวลา 16.07 น.
     
วัน-เวลาที่ดาวพุธ(๔)ย้ายเข้าราศีธนู
 และดาวเดิมในมุม 90 องศากับดาวจร(สีแดง)
ข้อสังเกต
1. ดาวเสาร์(๗)
            -กุมลักันยราศี นรราศี เป็นอุดมเกณฑ์
            -เล็งราหู(๘)เดิม+มฤตยู(๐)จร+จันทร์(๒)จร
            -ถึงมฤตยู(๐)เดิม+อังคาร(๓)เดิม
2.  ดาวพุธ(๔)ศรีจรตนุลัเป็น4ลันรราศี เป็นอุดมเกณฑ์ กุมราหู(๘)มนตรีจรอุจจวิลาสน์
3. ราหู(๘)มนตรีจรอุจจาวิลาสน์กุมพุธ(๔)ศรีตนุลั เล็งมฤตยู(๐)+อังคาร(๓)
4. มฤตยู(๐)ทับราหู(๘)อริเดิมเล็งลั+เสาร์(๗)จร
5. จันทร์(๒)จรเล็งลั+เสาร์(๗)จร
 
 
 
 
      ดวงที่ 7 ดวงระบบดาววันที่ 26 เมษายน 2553 เวลา 0.12 น.
     
วัน-เวลาที่ดาวพฤหัสบดี(๕)ย้ายเข้าราศีมีน
 
                       
 
              ๖            ๑          ๐๔๕
 
               
 *                                                 *


            ๓                        17/52                      *       

                                                                ๘


                       ลั๗๙         ๒            *            
 


ดวงที่ 7
นาม       ดวงชะตาวันที่ 26 เมษายน 2553 เวลา 0.12 น.
     
        วัน-เวลาที่ดาวพฤหัสบดี(๕)ย้ายเข้าราศีมีน
ข้อสังเกต
1.        ดาวเสาร์(๗)อุตสาหะจร
- กุมลัในราศีกันย์ เป็นนรราศี เป็นอุดมเกณฑ์ เล็งราหู(๘)เดิมในราศีมีน

- ถึงมฤตยู(๐)+อังคาร(๓)เดิม
- 26 ก.ค.2553 เสาร์(๗)เป็นกาลกิณีจรทับลํ
2.        ดาวพุธ(๔)พักร
-จะถึงราศีพฤษภวันที่ 1 มิ.ย.2553
-จะถึงราศีมิถุนเมื่อ 17 มิ.ย.2553
-จะถึงราศีกรกฎเมื่อ 3 ก.ค.2553จรวิปริตอยู่ใน 27-28 ส.ค.2553 (เป็นมนตรีจร)
-จะถึงราศีกันย์เมื่อ 26 ก.ย.2553 อยู่ในกันย์ 26 ก.ย.-13 ต.ค.2553
3.        ดาวพฤหัสบดี(๕) เป็นเกษตรถึงลํ ถึง๑๒๔๕เดิม ถึง๓จร ถึง๗+๙จร
4.        ดาวอาทิตย์(๑)ศรีจรถึงกรกฎ 17 ก.ค.2553 ทับลํ 17 ส.ค.2553
5.    ราหู(๘)อุจจาวิลาสน์มนตรีจรถึงมิตรเสาร์(๗)เดิม  เสาร์(๗)จรถึงมิตรราหู(๘)เดิม
 
 
 
 
 
 

 

 
ข้อพิจารณา
 
 
1. ข้อพิจารณาสถานการณ์ทั่วไป
 
1.1   เมื่อถึงวันที่ 26 กรกฎาคม 2552 ดร.ทักษิณ มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ทางโหราศาสตร์ไทยโดยทฤษฎีทักษา ปีอายุครบ 60 ของ ดร.ทักษิณจึงน่าอบอุ่นใจขึ้นที่ ดาวพุธ(๔) ซึ่งเป็นดาวตนุลักคณ์ หรือดาวประจำตัวของดร.ทักษิณ เป็นศรีจรขึ้นมา ในขณะเดียวกันดาวศัตรูคู่อาฆาตคือดาวราหู(๘)กลายเป็นมนตรีจรขึ้นมา และแล้วดาวราหู(๘)นี้ก็จรหลบมุมไปซุ่มอยู่ไม่กระทำการอย่างเปิดเผยเหมือนปีครึ่งที่ผ่านมาและกำลังจะผ่านไป(17 เม.ย.2551-4พ.ย.2552 เป็นช่วงที่ศัตรูปฏิบัติการตรงและดุร้ายหมายชีพต่อดร.ทักษิณ ชินวัตร ค่อนข้างเปิดเผย เนื่องเพราะราหูจรเล็งพุธ(๔)ตนุลัด้วยคุณภาพร้ายสุดเพราะเป็นราหู(๘)กาลกิณีจร ) ครั้นมาถึงวันนี้ที่ 26 กรกฎาคม 2552 ก็เป็นเวลาที่ศัตรูจะผ่อนอ่อนข้อลง เจ้าชะตาประสบความสำเร็จชนะใจคนและทั้งศัตรูบางส่วน 
 
1.2   ความหมายของตนุลักคณ์ศรีจรพื้น ๆ ทั่ว ๆ ไปก็คือ การได้ประสบความดีงาม ได้รับความเชื่อถือยินดีจากคนทั่วไป สมความปรารถนา และมักแคล้วคลาดจากอันตรายต่าง ๆ ตราบใดที่ดาวตนุลักคณ์เป็นศรีจรอยู่จะหมายถึงควมชื่นชมยินดี พอใจในเรื่องราวที่ได้ประสบ และหมายความถึงความสำเร็จอย่างน่าชื่นชม  สำหรับ ดร.ทักษิณ ชินวัตรเอง ในวันเกิด(26 ก.ค.2552อายุครบ60ปีเต็ม)นั้นดาวศรีจรดวงนี้จรเป็น 11 แก่ลั ทับ ๑๒๔ เดิม มีดาวอังคาร(๓)จรกุมกับศุกร์(๖)จรอยู่ภพที่ 9 ขณะเดียวกันจันทร์(๒)จรเข้าทับลั   ทั้งสามกลุ่มดาวจรนี้ล้วนให้คุณอย่างสูงโดยทับและถึงลักคณา เป็นเหตุให้เจ้าชาตาประสบชื่อเสียงความรักและความสุขอย่างโด่งดังมากเป็นประวัติการณ์   แต่อย่างไรก็ตาม นี่เป็นความหมายโดยพื้น ๆ ทั่วไป ในความหมายทางระบบดาว ถึงจะเป็นศรีจรก็ตาม ก็ยังคงจะอยู่ใต้ทฤษฎีระบบดาวโดยรวมอยู่ สุดแต่ว่าระบบดาวเป็นอย่างไร ให้ลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างดาวทั้งหมดอย่างไร  
 
1.3    ส่วนความหมายของราหู(๘)ที่เดิมเป็นกาลกิณีจร ก็กลายเป็นมนตรีจรขึ้นมาในวันที่ครบอายุ60ปีเต็มของเจ้าชาตานี้  สำหรับดวงชะตานี้ ก็ต้องถือว่าดีที่ราหู(๘)ผ่อนความร้ายกาจลงไปจากที่เดิมเป็นกาลกิณีจร มาเป็นมนตรีจร   แต่กระนั้นก็ไม่น่าจะผ่อนคลายความเป็นศัตรูคู่อาฆาตลงไปโดยสิ้นเชิง แม้ว่าราหู(๘)จะเคลื่อนจากราศีมกร ซึ่งเป็นราศีที่ราหู(๘)กาลกิณีจรถึงลักคณ์และเล็งตนุลักคณ์พุธ(๔)ของชาตานี้มาเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือนซึ่งหมายถึงการปฏิบัติการอย่างเปิดเผยของศัตรูในทางที่กำจัด ทำลายล้าง พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ทุกวิถีทาง   แต่กระนั้นก็ถือว่าการเป็นมนตรีจรของดาวอริศัตรูนี้ ได้ลดความห้าวและความชังของศัตรูลงไปได้ไม่น้อย จนบางกาลเทศะศํศัตรูอาจจะทำประโยชน์ให้ได้โดยทางลับ ๆ ด้วยซ้ำ (เห็นจาก ราหู(๘)มนตรีจรในธนูถึงเสาร์(๗)เดชเดิมในสิงห์)
 
1.4    ทั้งนี้เพราะในดวงชะตาเดิมของ ดร.ทักษิณ ดาวราหู(๘)เป็นเจ้าเรือนที่6คือเรือนอริแล้วมาสถิตราศีมีนที่เล็งลักคณา และยังร่วมธาตุกับดาวพุธ(๔)ที่เป็นตนุลักคณ์สถิตราศีกรกฎ พร้อมกันทีเดียวในดวงเดิม ซึ่งเมื่อเป็นกาลกิณีจรมาระหว่าง 26 ก.ค.2551-26 ก.ค.2552 ด้วยแล้วก็หมายถึงศัตรูที่ร้ายแรง ที่มุ่งหมายทำลายล้างอย่างเรียบเกลี้ยงทุกองคาพยพทุกชนิด อยู่ร่วมแผ่นดินกันไม่ได้  เวลา 1 ปีที่ผ่านมาถึงวันเกิดวันนี้ ของ พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร จึงเป็น 1 ปีที่ถูกย่ำยี มุ่งหมายทำลายอย่างเด็ดขาดของศัตรูทุกวิถีทาง   กรณีถูกตัดสินโดยไม่เป็นธรรมจึงเกิดขึ้นในช่วงนี้ และครั้นลุล่วงมาถึงวันนี้ ก็เป็นอันค่อนข้างสบายใจว่าจักไม่โดนเช่นนั้นอีก (หมายถึงโดนอย่างเปิดเผย รอบทิศทาง)

 
 
2. ประเด็นที่เป็นเรื่องร้ายแรงแก่ดวงชะตานี้
 
 
2.1    ช่วงที่ราหู(๘)จรลงสู่ราศีธนู ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552   ซึ่งในขณะนั้น   ดาวมฤตยู(๐) ได้ย้ายราศีไปอยู่ที่ราศีมีน ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2552 แล้วและทับราหู(๘)เดิม และจะอยู่ต่อไปในราศีมีนเป็นเวลาถึง6ปี มฤตยู(๐)จรทับราหู(๘)เดิมนี้ ทำมุม 90 องศากับ มฤตยู(๐)เดิมที่กุมอังคาร(๓)เดิมในราศีมิถุนซึ่งเป็นภพที่ 10 ในดวงชะตา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในขณะเดียวกันเล็งราศีธนูซึ่งราหู(๘)จรลงมา และในขณะนั้น ดาวตนุลักคณ์คือดาวพุธ(๔)จรเข้าราศีธนูทับราหู(๘)จร ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2552 และอยู่ในราศีธนูรวมเป็นเวลา 88 วัน ไปจนถึงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2553 
 
      2.2    ขณะนั้น จึงบังเกิดระบบเครือข่ายดาวร้ายมาสัมพันธ์เชิงมุม 90 องศาซึ่งกันและกัน ระหว่างดาวจรและดาวเดิม ทุกจุด ดังนี้ (โปรด ดูดวงระบบดาวดวงที่ 6)
-ณ ราศีกันย์ ศูนย์กลางราศีกันย์อันเป็นราศีกำเนิด มีดาวเสาร์(๗)มูละจร เดิมเป็นปุตตะ-วินาสน์ทับลักคณาอยู่   
         -ณ ราศีธนู ต่อไปในมุม 90 องศาที่ราศีธนูมีราหู(๘)มนตรีจร เดิมเป็นมูละ อริ,ปัตนิถึงทั้งลักคณาและตนุลักคณาพร้อมกัน มีดาวพุธ(๔)ตนุลั,กัมมะ,ลาภะซึ่งเป็นศรีจร
         -ณ ราศีมีน  มีดาวเดิมคือราหู(๘)อริเดิม,มูละเดิมที่เล็งลักคณาอยู่ แล้วมีดาวมฤตยู(๐)จรกับดาวจันทร์(๒)จรกุมอยู่ เล็งลักคณ์
         -ณ ราศีมิถุน มีดาวมฤตยู(๐)เดิมกุมดาวอังคาร(๓)เดิม (โปรดดูดวงระบบดาวดวงที่ 6)
             
      2.4   ซึ่งลักษณะการจรของดาวแบบนี้น่าระวังว่าจะส่งผลร้ายแรงขึ้นแด่เจ้าชะตานี้ ซึ่งจะมีความหมายถึงเรื่องราวใหญ่ ๆ 4 ประการคือ (1.)   เกี่ยวกับคดีความหรือกฎหมายรวมความไปถึงเรื่องราวเกี่ยวกับเอกสารสัญญาที่สำคัญ ๆ (2.)   อุบัติเหตุ ในที่นี้ค่อนข้างระบุได้ว่าเป็นอุบัติเหตุทางรถยนต์ หรือยานพาหนะขณะเดินทาง ช่วงที่ระบบดาวรุมที่สุดก็คือ 26-29 พ.ย.2552, 23-26 ธ.ค.2552, 30-31ธ.ค.2552-1-2ม.ค.2553 และ 30-31 ม.ค. – 1-2 กุมภาพันธ์ 2553   (3.) ผลของศัตรู ยังคงมีศัตรูที่มุ่งร้ายหมายเอาชีวิตคิดกำจัด ดร.ทักษิณ อยู่อย่างไม่ละเลิก และช่วงเวลาที่ร้ายแรงก็จะอยู่ช่วงเดียวกันกับกรณีอุบัติเหตุตามข้อ(2) คือ26-29 พ.ย.2552, 23-26 ธ.ค.2552,30-31ธ.ค.2552-1-2 ม.ค.2553 และ 30-31 ม.ค. – 1-2 กุมภาพันธ์ 2553 (4)   เงิน งบประมาณ หมายถึงการขาดแคลนเงินทองค่าใช้จ่ายในโครงการ แผนงานต่าง ๆ  หมายความรวมถึงการจำเป็นต้องจ่ายและทั้งสูญเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์เป็นจำนวนมาก
 
สถานการณ์ดังกล่าวนี้จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาระหว่าง วันที่ 26 พฤศจิกายน 2552 ถึง วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553 เป็นเวลาแห่งความยุ่งยากเกี่ยวกับเหตุร้าย 4 ลักษณะดังกล่าว อยู่ถึง 88 วัน
 
 
 
3. ในการพิจารณาความหนักเบาของสถานการณ์ 
 
      เมื่อพิจารณาจากองค์ประกอบ 4 ประการ คือ
3.1    ราหู(๘)จรจากราศีมกรลงสู่ราศีธนู แค่นี้ย่อมเป็นผลดี ย่อมหมายถึงปฏิบัติการของศัตรูลดถอยลงไป หลีกไป ไม่เผชิญหน้า ความ   ที่    ศัตรูอยู่ห่างไกล แต่ก็ยังคงเป็นศัตรูอยู่ การทำมุม 90 องศานั้นบ่งถึงอันตรายจากศัตรู ที่ซุ่มอยู่หรือเปลี่ยนยุทธวิธีไปจากเดิม   
3.2     ราหู(๘)เป็นมนตรีจร ในราศีธนู ค่อนข้างจะอยู่โดดเดี่ยวบทบาทจะลดลงไป และย่อมหมายถึงฝ่ายศัตรูอาจจะกลายมาเป็นมิตร ผู้ให้คุณประโยชน์ได้  แต่สภาพนี้เป็นสภาพจำยอมมากกว่าจริงใจ เพราะโดยอุปนิสสัยของราหู(๘)นั้นเชื่อถือได้ยาก  แต่การที่ราหู(๘)มนตรีจรถึงเสาร์(๗)เดิมในราศีสิงห์ นั้นก็ทำให้หวังได้ว่าศัตรูจะเบาบางลงไปได้ด้วยการเกลี้ยกล่อม ในทางปฏิบัติการลับ
3.3   ดาวตนุลักคณ์พุธ(๔) เป็นศรีจร เป็นคุณความดีที่สะอาด บริสุทธิ์ บอกความหมายถึงความสมหวัง สำเร็จ และได้รับความรักอย่างบริสุทธิ์ใจ  และเจ้าชาตาเองก็มุ่งหมายทำความดีโดยบริสุทธิ์ใจ    ยังบอกถึงความแคล้วคลาดจากอันตราย ศัตรู ผู้มุ่งร้าย
3.4   ดาวพฤหัสบดี(๕)จรทับพฤหัสบดี(๕)เดิม ต่างเป็น 5 แก่ลักคณา เป็น 7 แก่พุธ(๔)ตนุลักคณ์เดิม+จันทร์(๒)ลาภะเกษตรเดิม+อาทิตย์(๑) มหาจักรเดิม   จึงน่าจะผ่านเหตุการณ์ร้ายรวมถึงอุปสรรคต่าง ๆ เรื่องต่าง ๆ ไปได้ จนไปสู่ความสำเร็จสมหวัง  และครั้นถึงวันที่ 26 เมษายน 2553 เมื่อดาวพฤหัสบดี(๕)จรเข้าราศีมีนเล็งลักคณ์ เป็นอุตสาหะเกษตรจรเล็งลักคณ์ ถึงพุธ(๔)ตนุลักคณ์และจันทร์(๒)ลาภะเกษตรเดิม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งถึงอาทิตย์ชาตา(๑)มนตรีเดิม ก็น่าจะเป็นวาระที่น่ายินดีที่หมายถึงความสำเร็จสมประสงค์ในสิ่งที่ตั้งใจเอาไว้ (โปรดดูดวงระบบดาวดวงที่ 7)
 
 
 
4.   สรุป
 
4.1    ระยะวันเกิด 26 ก.ค.2552 ถือว่าเป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเจ้าชาตานี้ไปสู่ความดีงาม  การคิดการอะไรต่าง ๆ ของเจ้าชาตานี้ มีความเป็นไปได้สูง มีความสมหวังและความสำเร็จ  มีความตั้งใจดีที่จะทำความดี ซึ่งจะประสบผลสำเร็จเป็นที่พอใจของเจ้าชาตาไปเป็นลำดับ ๆ เมื่อถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2552 เป็นต้นไป ก็หมายถึงงานใหม่ แผนงานขนาดใหญ่ ที่จะเริ่มขึ้นและจะเดินไปได้โดยดีตามลำดับ ๆ เห็นได้ว่าจะบรรลุผลตามแผนไปตามลำดับ ๆ  โดยเฉพาะในช่วงระยะที่ดาวเสาร์(๗)จรเข้าทับลักคณา ในวันที่ 30 กันยายน 2552 เป็นต้นไป จะหมายถึงงานขนาดใหญ่ที่เจ้าชาตาจะต้องทุ่มเทเอาใจใส่อย่างหามรุ่งหามค่ำ มีลักษณะสาระที่เกี่ยวข้องกับการให้การศึกษา วิชาความรู้แด่กลุ่มคนที่ด้อยโอกาส รวมถึงชาวนากรรมาชีพรากหญ้าของแผ่นดิน และหมายถึงการบุญการกุศลด้วย  ซึ่งในการนี้จะมีการจ่ายเงินส่วนตัวไปขนาดมากมาย การเอาใจใส่อย่างไม่ขาดนี้จะทำให้เหน็ดเหนื่อยมาก กระนั้นแผนงานนี้ก็จะเดินไปและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และดีเป็นพิเศษในระหว่างวันที่ 2 ตุลาคม หรือช่วงออกพรรษา เป็นต้นไป ในระยะนี้เจ้าชาตาจะได้รับความสุขความสำเร็จพร้อมเกียรติยศชื่อเสียงอย่างโด่งดังมาก และงานตามแผนก็จะเดินไปอย่างดีมากเช่นเดียวกัน 
 
4.2    ตราบไปถึง วันที่ 26 พฤศจิกายน 2552 จะเริ่มพบอุปสรรคขนาดใหญ่ จะต้องต่อสู้อย่างหนักหน่วงกับปัญหา เพื่อให้ได้พบความสำเร็จ อยู่เป็นเวลานานถึง 88 วัน จากวันที่ 26 พฤศจิกายน 2552 เป็นต้นไป ถึง วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553 เป็นเวลาแห่งความยุ่งยากเกี่ยวกับเรื่องราวใหญ่ ๆ 4 ประการคือ
(1.)   เกี่ยวกับคดีความหรือกฎหมาย รวมความไปถึงเรื่องราวเกี่ยวกับเอกสารสำคัญ ๆ ซึ่งแน่ละหมายถึงการยื่นถวายฎีกาของกลุ่มคนเสื้อแดงด้วย ซึ่งในระหว่างนี้มีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งเมื่อดาวพระศุกร(๖)จรเข้าอยู่ในราศีตุลระหว่างวันที่ 5-29 พ.ย.2552 แล้ว น่าจะเป็นช่วงที่ดีเป็นพิเศษ น่าจะหมายถึงความสำเร็จ ในการต่อสู้เชิงกฎหมาย สัญญา ฎีกาต่าง ๆ
(2.)   อุบัติเหตุ ในที่นี้ค่อนข้างระบุได้ว่าเป็นอุบัติเหตุทางรถยนต์ หรือยานพาหนะขณะเดินทาง ช่วงที่ระบบดาวรุมที่สุด(หมายถึงน่าจะ เกิดเหตุร้ายที่สุด) ก็มีอยู่ถึง 5 ช่วงเวลาดังนี้คือ  
         ช่วงที่ 1 ระหว่างวันที่ 26-29 พฤศจิกายน 2552 
         ช่วงที่ 2 ระหว่างวันที่ 23-26 ธันวาคม2552,
         ช่วงที่ 3 ระหว่างวันที่ 30-31 ธันวาคม2552-1-2 มกราคม2553 และ
         ช่วงที่ 4 ระหว่างวันที่ 30-31 มกราคม
– 1-2 กุมภาพันธ์ 2553  
         ซึ่งเมื่อพ้นจากช่วงเวลานี้ไปแล้วจึงจะสบายใจได้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าระบบดาวทำเชิงมุมของอุบัติเหตุร้ายแรง แต่เมื่อดาวตนุลัขณะนี้จรมาเป็นศรีจร และเหตุการณ์เกิดขึ้นในภพที่ 4 แก่นรราศี ย่อมมีความเป้นไปได้สูงในทางที่จะแคล้วคลาดปราศจากอันตราย โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่ดาวพระศุกร(๖)จรมาให้ความคุ้มครองระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน 2552 ถึงวันที่ 16 มกราคม2553 ก็แทบกล่าวได้ว่าไม่น่าจะมีอะไรร้ายแรง หลังจากนี้ คือช่วงเวลาระหว่าง วันที่ 30-31 มกราคม – 1-2 กุมภาพันธ์ 2553   (ช่วงที่ระบุเป็นช่วงอันตรายช่วงที่ 4) จึงน่าระวังมาก   ลักษณะของอุบัติเหตุจะเป็นลักษณะที่รถไปจนมุมไม่มีทางออก ลักษณะถูกรุมทุกด้าน รอบทิศ 
(3.) ผลของศัตรู ๆ สร้างเหตุร้ายบางอย่าง ที่แน่นอนก็คือ ยังคงมีศัตรูที่มุ่งร้ายหมายเอาชีวิตคิดกำจัด ดร.ทักษิณ ให้พ้นไปด้วยการพ้นไปจากชีวิตอยู่อย่างไม่ละเลิก และช่วงเวลาที่ร้ายแรงก็จะอยู่ช่วงเดียวกันกับกรณีอุบัติเหตุตามข้อ(2) และมีคำอธิบายอย่างเดียวกันดังนี้
      ช่วงที่ 1 ระหว่างวันที่ 26-29 พฤศจิกายน 2552 
      ช่วงที่ 2 ระหว่างวันที่ 23-26 ธันวาคม2552,
      ช่วงที่ 3 ระหว่างวันที่ 30-31 ธันวาคม2552-1-2 มกราคม2553 และ
      ช่วงที่ 4 ระหว่างวันที่ 30-31 มกราคม
– 1-2 กุมภาพันธ์ 2553  
       (4.) เงิน งบประมาณ หมายถึงการขาดแคลนเงินทองค่าใช้จ่ายในโครงการ แผนงานต่าง ๆ  หมายความรวมถึงการจำเป็นต้องจ่ายและทั้งสูญเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์เป็นจำนวน  มาก
 
4.3    ซึ่งเมื่อพ้นจากช่วงเวลานี้ไปแล้วจึงจะสบายใจได้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าระบบดาวทำเชิงมุมของอุบัติเหตุร้ายแรง แต่เมื่อดาวตนุลัขณะนี้จรมาเป็นศรีจร และเหตุการณ์เกิดขึ้นในภพที่ 4 แก่นรราศี ย่อมมีความเป้นไปได้สูงในทางที่จะแคล้วคลาดปราศจากอันตราย โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่ดาวพระศุกร(๖)จรมาให้ความคุ้มครองระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน 2552 ถึงวันที่ 16 มกราคม2553 ก็แทบกล่าวได้ว่าไม่น่าจะมีอะไรร้ายแรง หลังจากนี้ คือช่วงเวลาระหว่าง วันที่ 30-31 มกราคม – 1-2 กุมภาพันธ์ 2553   (ช่วงที่ระบุเป็นช่วงอันตรายช่วงที่ 4) จึงน่าระวังมาก   ลักษณะของอุบัติเหตุจะเป็นลักษณะที่รถไปจนมุมไม่มีทางออก ลักษณะถูกรุมทุกด้าน รอบทิศ 
 
ในทัศนะของโหร ได้ให้คำพยากรณ์เอาไว้เพื่อเป็นการเตือน ถึงแม้ว่าตามรูประบบดาวดูจะไม่เป็นอะไร คงแคล้วคลาดปราศจากอันตราย แต่ก็มีเค้าการสูญเสีย หากรู้ไว้แล้วย่อมดีได้เปรียบแล้วไม่ประมาทก็ย่อมเป็นผลดีขึ้นไปอีก

เพราะฉะนั้น วิถีชีวิตของเจ้าชาตาจึงมาพบอุปสรรคปัญหาที่ยิ่งใหญ่เอาในปลายปี2552 เริ่มแต่ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2552 เป็นต้นไป เป็นเวลา 88 วัน หมายความว่าเป็น 88 วันแห่งการสู้รบที่ยิ่งใหญ่ มีแพ้ชนะสลับกันไปในช่วงนั้น จนกระทั่งผ่านวันที่ 88 ไปจึงจะผ่านลุล่วงปัญหาสำคัญ อันประกอบด้วยลักษณะอันตราย 4 ปัญหาใหญ่ ๆ ดังกล่าวไปได้   ครั้นหลังจากนั้นไปเข้าเดือนเมษายน 2553 นับจากนี้ไปเป็นเวลา 1 ปีเต็ม ๆ น่าเป็นเวลาที่ประสบความสำเร็จไปตามลำดับ เป็นการสมบูรณ์
 
อย่างไรก็ตามในการพยากรณ์ครั้งนี้ จะขอให้ข้อสังเกตไว้ก่อนว่า ช่วงเวลา 88 วันนั้นค่อนข้างจะเป็นช่วงที่ตัดสินอะไรทั้งหมด การจะพยากรณ์ต่อไปอย่างไร จะชัดเจนขึ้นเมื่อได้ทราบผลของเวลาดังกล่าวนั้น
 
 
·         ชลัมพุช โหรชนบท
ให้การพยากรณ์ไว้เมื่อ 29 ก.ค.2552
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 

 
C.  อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
 
เราได้ให้ความสนใจดวงชะตาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 27 นี้มาแต่เดิมเริ่มแรกที่มีการแข่งขันกับ นายสมัคร สุนทรเวช กับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มาแล้ว ครั้งล่าสุดภายหลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยชนะพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ในการลงเสียงเลือกในสภาเพื่อโหวดเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ในวันที่ 15 ธันวาคม 2551 เราได้ให้การพยากรณ์เอาไว้ในวันถัดไป 3 วันคือวันที่ 18 ธันวาคม 2551 ดังจะยกข้อความที่พยากรณ์ไว้มาทั้งหมดต่อไปนี้
 
“ ข้อสังเกต ดวงชะตานายกรัฐมนตรีคนที่ 27
       นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
       โดยชลัมพุช โหรชนบท ให้ไว้ ณ วันที่ 18 ธ.ค.2551
 
1.    ในระบบโหรไทยเดิม หรือโหรหัวเก่า เมื่อมองดวงชะตาอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้ว จะต้องมอง ดาวจันทร์(๒)มหาอุจ ที่กุมกับดาวพฤหัสบดี(๕) อยู่ ณ ราศีพฤษภ   นี่คือคู่อสีติธาตุที่สมบูรณ์ ซึ่งตำราเดิมจะยกย่องไว้อย่างสูงมากว่าเป็นดวงชะตาที่สูงส่ง จะต้องมีวาสนาบารมีสูงอย่างแน่นอน โหรบางคนจะยกย่องดวงอสีติธาตุนี้อย่างเลิศลอย จนกระทั่งกลายเป็นดวงอภินิหาริย์ กลายเป็นความเชื่อ โดยไม่ยอมมองข้อเท็จจริงตามความเป็นจริงของดาวสำคัญ ๆ ดวงอื่น และลืมทฤษฎีระบบดาวอันเป็นสัจธรรมของโหราศาสตร์ไปเลยก็มี
 
2.     สำหรับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องนับว่าได้รับความดีงามจากดาวคู่อสีติธาตุนี้จริง ในเมื่อวันแห่งความสำเร็จ(15 ธ.ค.2551 วันที่ชนะในสภาผู้แทนราษฎร ได้เป็นนายกรัฐมนตรี) มีดาวพฤหัสบดี(๕)ธาตุดิน จรเข้าสู่ราศีมกรธาตุดิน และจันทร์(๒) ธาตุดินจรเข้าภพเกษตร เป็น 11 แก่ลักคณาที่ราศีกันย์ เป็นวันที่กระแสดาวธาตุดินเปล่งกระแสสุกปลั่งกันทุกดวง และประสานถึงลักคณากันย์ ทุกกระแส    แต่ข้อเท็จจริงมีว่า กระนั้นกระแสประสานนี้ก็เป็นกระแสที่อ่อน   การได้ชัยชนะเป็นเพราะ ไม่มีคู่แข่งขันที่เข้มแข็งพอเท่านั้นเอง   และยังมีอีกนัยหนึ่ง ดวงอสีติธาตุดวงนี้ ในเชิงความหมายของอสีติธาตุ จะแผลงฤทธิ์ เป็นดวงวิเศษก็ต่อเมื่อมีจังหวะเวลาที่เหมาะสมเท่านั้นเอง เงื่อนไขอยู่ที่ คู่แข่ง และ จังหวะเวลาที่เหมาะสมอย่างไร ไม่ใช่เชื่อว่าเป็นดวงชนะนิรันดร ดังจะเห็นร่องรอยของความเชื่อเช่นว่านี้ มาตั้งแต่มีความพยายามแข่งแย่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาก่อนนี้แล้วถึง 2 ครั้ง ในสภาผู้แทนราษฎร เพราะได้พิศูจน์มาแล้ว คราวชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกับนายสมัคร สุนทรเวช วันที่มีการเลือกตั้งทั่วไป 23 ธ.ค. 2550 และการชิงกันในสภาฯคราวชิงเสนอชื่อในสภาฯ ก่อนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ 12 กันยายน 2551 เป็นต้น   อย่างไรก็ตาม ดวงชะตานี้ มีประเด็นความน่าเสียดาย ก็ตรงที่ลักคณา มิได้สถิตที่ราศีพฤษภด้วย เพราะตรงตำแหน่งนี้ จักหมายถึง มหาบุรุษโดยแท้จริง (ถ้าลักคณาอยู่ราศีพฤษภ จักดำรงตำแหน่งในภาระงานที่ใหญ่มหาศาลได้อย่างมั่นคงและยังยืนยาวนานมาก แต่เมื่อลักคณาอยู่กันย์ จะกลับตรงกันข้าม คือความไม่ยั่งยืนนานในตำแหน่งและความเสี่ยงล่อแหลมต่าง ๆตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่ง) 
 
3.      ในระยะก่อนการได้ตำแหน่งและหลังการได้ตำแหน่ง จะไม่มีความแตกต่างกันเท่าไรเลย นั่นคือการที่ต้องฝ่าฟัน ยากลำบาก และเสี่ยง   โดยเฉพาะในอนาคต หลังเดือนมิถุนายน 2552 ไปแล้ว การต่อสู้ในสภาจะเป็นเส้นทางที่อันตรายของเขา “ 
 
ท่านจะเห็นได้เองว่า การพยากรณ์ของเราต่อดวงชะตา อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของประเทศไทย นี้ ได้พิศูจน์แล้วว่ามีความแม่นยำ 100 % (ด้วยสูตรการพยากรณ์ของเราที่เป็นวิทยาศาสตร์) โดยเฉพาะการปรากฏจากคำพยากรณ์ที่ว่า “ถ้าลักคณาอยู่ราศีพฤษภ จักดำรงตำแหน่งในภาระงานที่ใหญ่มหาศาลได้อย่างมั่นคงและยังยืนยาวนานมาก แต่เมื่อลักคณาอยู่กันย์ จะกลับตรงกันข้าม คือความไม่ยั่งยืนนานในตำแหน่งและความเสี่ยงล่อแหลมต่าง ๆตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่ง”    และคำว่า  “ในระยะก่อนการได้ตำแหน่งและหลังการได้ตำแหน่ง จะไม่มีความแตกต่างกันเท่าไรเลย นั่นคือการที่ต้องฝ่าฟัน ยากลำบาก และเสี่ยง   โดยเฉพาะในอนาคต หลังเดือนมิถุนายน 2552 ไปแล้ว การต่อสู้ในสภาจะเป็นเส้นทางที่อันตรายของเขา “  ซึ่งรูปธรรมที่ปรากฏล่าสุดก็คือเมื่อวันที่ 16 ก.ค.2552  กกต.ได้ตัดสินชี้ขาด สส.พรรคประชาธิปัตย์ 13 คนรวมทั้งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ พ้นจากความเป็น สส. แล้วต่อมาเมื่อวันที่ 17 ก.ค.2552 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ได้ลาออกจากตำแหน่งสส. ไปแล้ว นี่เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ การต่อสู้ในสภาของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเป็นเส้นทางที่อันตราย สมตามคำพยากรณ์ทุกประการ (โปรดคลิกเพื่อติดตามไปดูคำพยากรณ์เดิมดังกล่าวนี้ในคอลัมน์โหราศาสตร์ของหนังสือพิมพ์ดีอินเทอเนท)
 
ต่อไปนี้ก็จะเป็นการมองชาตานายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ ในฐานะบุคคลสำคัญที่เป็นบุคคลสาธารณะของสังคมประเทศไทยในเวลานับแต่เวลานี้เป็นต้นไปถึงปลายปี 2552 ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง
 
 
 
 
 
 
ดวงที่ 8 
ดวงชะตา อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 
 
 
 
 
                        ๕๒          ๙            * 
 
              ๘๖๓                                        ๗ 

 
             ๑                       17/42                     *          
 
 
                 ๔๐                                          *
 
                           ลั          *            *
  
 
 
ดวงที่ 8
นาม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ    
วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2507   
 
บันทึกระบบดาว
ลั     กันย์
๑     กรกฎ
๒     พฤษภ กุม ๕ 
๓     มิถุน กุม ๖๘  
๔     สิงห์ กุม ๐   
๕     พฤษภ กุม ๒  
๖     มิถุน กุม ๓๘
๗    กุมภ์ 
๘     มิถุน กุม ๓๖  
๙     เมษ  
๐     สิงห์ กุม ๔ 
 
 ข้อสังเกต
- ดาวพุธ(๔)ตนุลั,กัมมะเป็นเดชกุมมฤตยู(๐)อยู่ในราศีสิงห์เป็น12แก่ลักคณ์ แล้วมีเสาร์(๗)ปุตตะศรีเดิมเล็งจากภพที่6
- ดาวอังคาร(๓)อายุสหัสชะ,มรณะ กุมราหู(๘)อุตสาหะเดิมเป็นอริอยู่ภพที่ 10
= มรณะ+อริ อยู่ภพที่ 10
- ดาวศุกร(๖) กดุมภะ,ศุภะ อยู่ร่วมกับราหู(๘)มรณะ+อังคาร(๓)อริ มีดาวเสาร์(๗)ส่งกระแสมาถึงจากภพอริ
- ดาวอาทิตย์ชาตา(๑)กาลกิณี เป็น 11 เป็นมหาจักร นั่งเรือนจันทร์(๒)มหาอุจ
- ดาวจันทร์(๒)บริวารมหาอุจกุมพฤหัสบดี(๕)มูละพันธุ์,ปัตนิ ในราศีพฤษภ เป็นคู่อสีติธาตุ เป็น 9 แก่ลั
-- ดาวเสาร์(๗)มูละปุตตะเป็น6อริลั เล็งพุธ(๔)ตนุลัเดชมหาจักรในราศีสิงห์ เป็น 12 ลั

 

 

 

ข้อพิจารณา

  1. โดยลักษณะดวงดาวระยะนี้ วันนี้ (3 ส.ค. 2552) อันเป็นวันเกิดของท่าน นรม.อภิสิทธิ เวชชาชีวะ จะเห็นว่า ทักษาของท่าน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับทักษาของประเทศไทยเลยทีเดียว จะเรียกว่าทักษานายกรัฐมนตรี ทับทักษาประเทศไทยเลยก็ได้  
  2. และครั้นเมื่อดาวอาทิตย์(๑)กาลกิณีเดิม เป็นกาลกิณีจร ตรงกับดวงประเทศไทย ที่ดาวอาทิตย์เดิมเป็นกาลกิณีจรมาเช่นเดียวกัน เพียงแต่อาทิตย์เดิมของประเทศไทยไม่ได้เป็นกาลกิณีเดิม แต่เป็น บริวารเดิม โทษจึงไม่รุนแรงเท่ากาลกิณีเดิมเป็นกาลกิณีจร    
  3. เราได้ให้ข้อพิจารณาไว้เดิมแล้วว่า หลังเดือนมิถุนายน 2552 ไปแล้ว การต่อสู้ในสภาจะเป็นเส้นทางที่อันตรายของนายกอภิสิทธิ์ และเมื่อพิจารณาอีกครั้งนี้ ก็พบว่า ระยะที่อันตรายอย่างยิ่ง ก็เป็นช่วงเวลาระหว่าง 17 ส.ค.-17 ก.ย.2552 นี้เอง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ในดวงประเทศไทย ประเทศไทยจะพบปัญหาที่ลำบากอย่างยิ่ง(โปรดดูคำพยากรณ์ดวงประเทศไทยข้างต้น)
  4. และเราได้พยากรณ์ดวงประเทศไทยไว้แล้วว่าน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองการปกครองของประเทศไทยในระหว่างวันที่ 17สิงหาคม-17กันยายน2552 ช่วงหนึ่งเดือนเต็ม ๆ นี้น่าคาดหมายว่าจะมีการปรับปรุงทางด้านการบริหาร หรือปรับคณะรัฐมนตรีใหม่      แต่ในรูปชาตาท่านอภิสิทธิ์ น่ากลัวว่าการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้อาจจะเป็นว่ามีการปรับตัวนายกรัฐมนตรีก็เป็นได้ เพราะตามลักษณะความร้ายแรงของชาตาท่านนับว่าร้ายแรงมาก เพราะแสดงถึงลักษณะที่กระทบบีบคั้นอย่างรุนแรงมากยากจะแก้ไข  
  5. ในเมื่อดาวอาทิตย์(๑)กาลกิณีเดิมเป็นกาลกิณีจร โคจรลงมาสู่ราศีสิงห์ และพบดาวเสาร์(๗)ศรีจร ปะทะกันทับพุธ(๔)ตนุลักคณ์มหาจักรเดิม ในขณะที่พฤหัสบดี(๕)จรได้ย้ายออกไปจากราศีกุมภ์โดยพักรลงสู่     ราศีมกร ก่อนหน้านี้เพียง 2 วัน คือ วันที่ 15 ส.ค.2552 จึงปราศจากการประสานรอยร้าวใดใด มีแต่แตกหัก
  6. เมื่อถึง 31 กันยายน 2552 เสาร์(๗)ศรีจรเข้าทับลักคณาในราศีกันย์ เป็นศรีจรอุดมเกณฑ์แก่นรราศี น่าจะดี บังเอิญเสาร์(๗)ศรีจรอุดมเกณฑ์ดวงนี้กลับไปลบล้างความเจิดจ้าของจันทร์(๒)เดิมที่ราศีพฤษภลงเสีย หมายถึงการบริหารจะผิดพลาดเป็นเหตุให้เสียคะแนนนิยมจากประชามหาชนลงไปขนาดใหญ่  และทั้งเสาร์(๗)จรดวงนี้เดิมมาจากภพอริที่6ซึ่งหมายถึงความยุ่งยากทางการเงิน หนี้สินต่าง ๆ  จึงทำให้ความหวังว่าจะดีในระยะยาวต่อไปวันหน้าจากนี้ไป ก็ไม่อาจจะหวังได้      
 
 
·         ชลัมพุช โหรชนบท
                  3 ส.ค. 2552  
 

 

 
 
 
 
 


 
 D.  พล.อ.เปรม ตินสูลานนท์
 
 
 
 
            ดวงที่ 9  พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
 
 
 
                       
 
               *         *           *

                  พ.                                      ๐

              น. ๔
                                          * 

                  ลั ๑๕๖๗                             ๒๙


                          *        ๘          ๓
 
 
 


ดวงที่ 9  พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานอง์มนตรี และรัฐบุรุษ อดีตนายกรัฐมนตรี
            วันพฤหัสบดี ที่ 26 สิงหาคม 2463 เวลาย่ำรุ่ง สงขลา
                   (จาก ชิเชโร : ดวงคนดัง ดวงใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป, ต.ค.2527 หน้า 1)
 
 
 
 
 
ข้อพิจารณา

เราได้ให้การพยากรณ์ดวงชะตาของพล.อ.เปรม ตินสูลานนท์ ไว้แล้วเมื่อ 4 เม.ย.2552   ดังนี้ 

”1.     ดวงชาตา พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มีความยิ่งใหญ่ มีความเหนียว แข็งแกร่ง เยือกเย็นมาก พร้อมความเฉลียวฉลาดมีปัญญาสูงลุ่มลึก และบุคลิกภาพผู้นำ โดยการกำเนิดมาเพื่อเป็นผู้นำโดยตรง ในส่วนของความเหนียว มองจากสูตร ดาว อาทิตย์(๑)ตนุลัคน์-ศรี-เกษตร+พฤหัสบดี(๕) +ศุกร์(๖) กุมลัคน์ แต่กระนั้นก็ขาดการสนับสนุนจากดาวอีกสักดวงใดดวงหนึ่งคือ จันทร์(๒) และหรืออังคาร(๓) ที่จะต้องยืนอยู่อย่างถูกที่ถูกทาง เพราะนั่นจะเป็นความยิ่งใหญ่ที่จะปราศจากการคลอนแคลนอย่างแท้จริง แต่ขาดไปในดวงนี้อย่างน่าเสียดาย
 
2.     เมื่อถูกเวลา ดาว 2 ดวงนี้จะกลายเป็นจุดตายและจุดอ่อนของชาตานี้อย่างยิ่ง นั่นคือพฤหัสบดี(๕)เป็นมรณะ และเสาร์(๗) กาลกิณีเดิมเป็นอริ แซกอยู่ในหมู่ดาวในราศีสิงห์   จึงเป็นจุดเลว จุดเสื่อม จุดอ่อน และจุดตายในดวงชะตาอย่างยิ่ง กระนั้นก็รอดมาได้ 2 ครั้งแล้ว คือคราวอายุเจ้าชาตาได้ 29 ปีย่าง ในเดือนสิงหาคม 2491 (ตามระบบดาวดวงที่ 14) และคราวที่เจ้าชาตามีอายุย่างได้ 59 ปี เดือน สิงหาคม 2521 (ตามดวงระบบดาวดวงที่ 15)


3.       นับตั้งแต่ 26 สิงหาคม 2551 อายุย่างเข้า 89 ปีเป็นต้นมา (ตามดวงระบบดาวดวงที่ 17) เป็นระยะที่ชาตาเสื่อมอย่างสุดขีด   แต่จะรอดหรือไม่ (การมีชีวิตอยู่อย่างมีเกียรติ์ และการรอดจากความเจ็บป่วยไข้ ที่ถึงชีวิต) เมื่อมองจากปฏิบัติการของเสาร์(๗) ที่คราวนี้ไม่เหมือน2คราวที่ผ่านมา เพราะขาดจากราหู(๘)ศรีจรคู่มหามิตร ที่บังเอิญยืนอยู่ผิดมุมไปอย่างน่าเสียดาย(ราหูปัตนิ+ศรีจร จรอยู่ในมุม 150 องศาแก่เสาร์จร)  และที่สำคัญมีดาวพิฆาต ที่โคจรมาจากพิจิกเดิมเกษตรเดิมที่เข้มสุดเพราะเป็นเกษตร บัดนี้ทำหน้าที่ปฏิบัติการเสริมของดาวร้ายเจ้าแห่งสงครามคือดาวอังคาร(๓) ที่จรมาเป็นกาลกิณีจรในปีนี้แล้ว ก็ดูจะยากจริง ๆ ที่จะหลีกรอดไปได้ ต้องคอยติดตามการจรของดาวอังคาร(๓)อย่างใกล้ชิด และระยะนี้เอง (7 มี.ค. – 15 เม.ย.2552) เป็นระยะที่ปฏิบัติการของดาวอังคาร(๓)กาลกิณีจรรุนแรงที่สุด

และถึงแม้จะรอดไปจากช่วงตอนนี้ ก็ยังมีเวลาข้างหน้าไปอีกจนแทบตลอดปี 2552
 
 
 
ประเด็นสำคัญที่เราระบุไว้ก็คือ ให้ติดตามการจรของดาวอังคาร(๓)กาลกิณีจร ซึ่งจะเป็นดาวพิฆาตสำหรับดวงชาตานี้ในปีนี้   โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดูว่าดาวพิฆาตดวงนี้จะจรเข้าสู่ราศีสิงห์เมื่อใดก่อนที่ดาวเสาร์(๗)จรจะยกย้ายออกจากราศีสิงห์ไปเสียก่อนในวันที่ 30 กันยายน 2552   เพราะในระว่างนี้การพบกันระหว่างดาวอังคารจร(๓)กาลกิณี กับดาวเสาร์(๗)จรทับลั ทับอาทิตย์(๑)เดิมในดวงชาตา ณ ราศีสิงห์ จะเป็นเรื่องเสียหายยิ่งใหญ่สำหรับชาตานี้ และการคาดหมายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นก็จะเป็นการง่ายและชัดเจนมาก นั่นคือ จะต้องร้ายแรงมากจริง     แต่แล้วดาวอังคาร(๓)ที่ติดหน้าที่ดาวพิฆาตสำหรับชาตานี้ก็จรมาหยุดอยู่ที่ราศีมิถุน และนิ่งสนิทอยู่ที่ราศีมิถุนนี้เป็นเวลานานประมาณ 2 เดือนตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค.2552 ถึงวันที่ 3 ต.ค. 2552 จึงเดินต่อเข้าสู่ราศีกรกฎจ่อราศีสิงห์เข้าไปแล้ว และแล้วก็นิ่งอยู่ในกรกฎตั้งแต่วันนี้  ข้ามปีไปถึงวันที่ 28 พ.ค.2553 จึงย้ายเข้าสู่ราศีสิงห์ ซึ่งในเวลานั้น ดาวเสาร์(๗)จรได้ย้ายออกไปจากราศีสิงห์แล้วตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.2552  นั่นหมายความว่ารอดพ้นจากอันตรายขนาดยิ่งใหญ่รุนแรงฉับพลันไปได้  
 
อย่างไรก็ตาม ชาตานี้ยังไม่อาจจะพ้นปัญหาไปได้เลย ตามที่เราพยากรณ์ไว้แล้วว่า ถึงแม้จะรอดไปจากช่วงตอนนี้ ก็ยังมีเวลาข้างหน้าไปอีกจนแทบตลอดปี 2552
 
สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนในดวงชาตา พล.อ.เปรม ลำดับต่อไปนี้ก็คือ 
1.     วันที่ 15 ส.ค.2552 เมื่อดาวพฤหัสบดี (๕)ปุตตะ,มรณะ,บริวารเดิมเป็นอายุจร พักรโดยยกถอยหลังจากราศีกุมภ์ ลงสู่ราศีมกร นั่นหมายถึง ญาติสนิทมิตรสหาย เพื่อนพ้อง ได้หนีทอดทิ้งเจ้าชาตาให้ต่อสู้อยู่เดี่ยวโดด  และยังหมายถึงปัญหาสุขภาพ โดยจะมีโรคใหม่แทรกซ้อนเข้ามา และทรุดลงไปสุด ๆ โดยจะยืนระยะยาวนานไปถึง 4  ธ.ค.2552 
2.     วันที่อังคาร(๓)กาลกิณีจร มาถึงราศีมิถุน และดาวศุกร์(๖)จรลงสู่ราศีกรกฎแล้วในระหว่างวันที่ 23 ส.ค.2552 ถึง 26 ส.ค. 2552 ช่วงนี้อังคาร(๓)กาลกิณีจร เปล่งกระแสถึงราหู(๘)เดิมในราศีตุล และทั้งถึงอังคารเดิม(๓)ในพิจิก   ตรงนี้หมายถึง ทหารจะทอดทิ้ง หรือ มีความเห็นไม่ลงรอยกันระหว่างทหารกับพล.อ.เปรม ตินสูลานนท์ และหมายถึงความเจ็บป่วยเพราะโรคเดิมฟื้นขึ้นมา โดยกะทันหัน เช่นโรคลมปัจจุบันทันด่วน บวกกับโรคทางเดินอาหาร การผิดอาหารการกิน อาจจะเป็นลมล้มลงทั้งยืน
3.       มีร่องรอยของการใช้จ่ายเงินทองเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งเกลี้ยง หมายถึงการทุ่มเทเงินทรัพย์สินออกมาใช้อย่างไม่เหลือ โดยเฉพาะหลังวันที่ 30 กันยายน 2552 ไปแล้ว ยิ่งจะหนักในรายจ่ายเช่นว่านี้   (มีเปอร์เซ็นต์สูงว่าจะหมายถึงการรักษาพยาบาลตนเอง)
4.       ในระหว่างสถานการณ์เลวร้าย ที่ราศีพฤษภ ว่างเปล่าจากดวงดาวมาตลอด ครั้นเมื่อถึงวันที่ 4-5-6 พฤศจิกายน 2552 ดาวจันทร์(๒)จรเข่าสู่ราศีนี้ เป็นวินาศน์,อุตสาหจรมหาอุจ   อาจจะมีความคิดดี ๆ เกิดขึ้นแก่เจ้าชาตานี้
 
 
  • ชลัมพุช  โหรชนบท
    ให้การพยากรไว้ เมื่อ 11 ส.ค.2552

 

 

 

E.       บทวิเคราะห์และคำพยากรณ์เพิ่มเติมบางประเด็นดวงประเทศไทย
    และดวงชะตานายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ 
    ในช่วงเดือน พ.ย. 2552 ถึง  29 เม.ย. 2553

  •     ชลัมพุช โหรชนบท ให้คำพยากรณ์ไว้ ณ 8 พ.ย.2552 

 

 

คำถาม    ขณะนี้ดวงชะตาประเทศไทยตกต่ำอย่างยิ่ง อยากจะให้พิจารณาว่าเหตุการณ์จะเป็นไปอย่างไร ดวงคุณอภิสิทธิ์ กับคุณเปรมจะเป็นอย่างไรในอนาคตอันใกล้นี้บ้างหรือไม่?
 
คำตอบ    ก่อนที่จะให้คำพยากรณ์ต่อไป จะได้พิจารณาการพยากรณ์ที่ผ่านมาในบางประเด็นเสียก่อน 
 
ดวงชาตาประเทศไทย
ประเด็นที่ 1 เรื่องต่างประเทศ  เราได้ให้คำพยากรณ์ดวงชะตาประเทศไทยเอาไว้เมื่อ 11 ส.ค. 2552 ข้างต้นว่า
1.3 ...... ประเทศไทยจะตกอยู่ในสภาวะเสื่อมโทรมอย่างยิ่ง น่าสังเวชอยู่ระหว่าง 3 ต.ค. – 14 ธ.ค.2552 ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลเดิมปัจจุบัน(รัฐบาลอภิสิทธิ์) หรือรัฐบาลใหม่ก็ตาม …….. เป็นระยะที่ดาวศุกร์(๖)จรเข้าราศีตุลพอดี โดยอยู่ในราศีตุลระหว่างวันที่ 5 - 29 พฤศจิกายน 2552  ซึ่งตรงนี้หมายถึง....มิตรประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศจะให้ความช่วยเหลือทางการเงินหรือความอุปถัมภ์อย่างอื่น……..   อย่างไรก็ตาม การที่ดาวอังคาร(๓)จรเป็นนิจลงในราศีที่ 4 ของดวงเมือง น่าหมายถึงบุคคลสำคัญของประเทศด้วย โดยเฉพาะในวงการในเครื่องแบบ ที่จะประสบความวิบัติสูญเสียหรือความเจ็บไข้ได้ป่วย แต่ไม่น่าจะร้ายแรงมากถึงขนาดเอาไว้ไม่อยู่ เช่นเดียวกับการรวนเรของประชามหาชนในระยะนี้ ก็จะไม่ถึงขั้นไร้ระเบียบวินัยเป็นอนารยะชน…….
ในเรื่อง บุคคลสำคัญของประเทศ เราหมายความถึง ไม่เฉพาะในหลวง แต่เราหมายรวมถึงบุคคลสำคัญในเครื่องแบบด้วย(เราหมายถึงพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์, พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ และ พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลินด้วย) สำหรับในหลวง เห็นได้ชัดว่าจะทรงป่วย (โดยเฉพาะในดวงพระชาตาเอง) แต่เรามองแล้วเห็นว่าจะไม่เป็นอะไร ดังที่ว่าไว้ว่า ไม่น่าจะร้ายแรงมากถึงขนาดเอาไว้ไม่อยู่  เพราะมีการสัมพันธ์ระหว่างอังคาร(๓)จรกับราหู(๘)จร กับพฤหัสบดี(๕)จรในทางบวก(แต่ก็อ่อน)   เช่นเดียวกับการรวนเรของประชามหาชนในระยะนี้ ก็จะไม่ถึงขั้นไร้ระเบียบวินัยเป็นอนารยะชน
 
ในเรื่อง..มิตรประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศจะให้ความช่วยเหลือทางการเงินหรือความอุปถัมภ์อย่างอื่นนั้น ปรากฏว่ามีข่าวเรื่องประเทศสหรัฐอเมริกา โดย ยูเสด USAID ได้ให้ความช่วยเหลือประเทศไทยมาเป็นเงินจำนวน 300 ล้านบาท เพื่อพัฒนาประชาธิปไตย   แต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดก่อนช่วงเวลาที่เราคำนวณไว้ โดยเกิดขึ้นเป็นข้อโต้เถียงในวงการเมืองอยู่ระหว่างกลางเดือน ตุลาคม 2552 (ซึ่งตรงนี้ อาจจะหมายถึงตัวเงินจริง ๆ ยังไม่มา เป็นเพียงข่าวการอนุมัติเงินให้ ตัวเงินจริง ๆ คงจะมาในช่วงที่เราพยากรณ์ไว้..คือช่วง 5-29 พ.ย.2552..   ก็ได้ ... แต่ก็น่าบันทึกเป้นข้อมูลเชิงสถิติเพื่อพิจารณาว่า...จะเป็นได้หรือไม่ที่การคำนวณปฏิทิน ตามล็อคของท่านอาจารย์ทองเจือ อาจคลาดเคลื่อนไปบ้าง....? )
ประเด็นที่ 2 การประชุมเอเซียนซัมมิต  ในคราวเดียวกันนี้เราได้พยากรณ์ไว้ว่า
1.4    ประเทศไทยควรจะต้องดีขึ้น เมื่อมีการย้ายของราหู(๘)อุตสาหะจรลงสู่ราศีธนูในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 เนื่องเพราะเป็นมุม 120 องศากับลักคณาดวงเมือง และทับดาวเสาร(๗)ซึ่งเป็นกัมมะมูละเดิม เป็นศุภะอยู่เป็นเวลานานถึง 1 ปีครึ่ง แต่ในระหว่างนี้แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปอย่างไร ประเทศไทยก็ยังจะไม่มีอะไรดีขึ้น ยังคงอยู่ในปัญหาโดยเฉพาะปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่กล่าวได้ว่า การยกย้ายของราหู(๘)ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552จะทำให้ประเทศไทยดีขึ้นมาก  เพราะราหู(๘)จรทับเสาร์(๗)เดิมในราศีที่ 9 มีความหมายถึงความเชื่อถือการยอมรับของต่างประเทศด้วย น่าหมายถึงมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปในทางที่ดีเป็นสากล นั่นคือมีการเลือกตั้งหรือการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่  
 
 
ในประเด็นความเชื่อถือและการยอมรับของต่างประเทศ นี้ ปรากฏข้อเท็จจริงว่า การประชุมเอเซียนซัมมิต +6 ในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 23-25 ต.ค.2552 ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับต่างประเทศตามความหมายของการพยากรณ์ประเด็นนี้ ที่ ดูไบ มาเลเซีย อินโดเนเซีย ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา ไม่มาร่วมพิธีเปิดประชุม แล้วนรม.ไทยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้กล่าวดูแคลนเชิงสั่งสอน นรม.กัมพูชาในที่ประชุมนานาชาตินี้ เกิดวาทะ  ทำความเสื่อมเสียหายแก่ประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่ วันต่อมากัมพูชา ได้ประกาศรับรองอดีตนายกทักษิณ โดยยกให้เป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา สมเด็จ ฮุนเซน แล้วเกิดเรื่องระหว่างรัฐบาลไทยกับกัมพูชา ถึงเรียกเอกอัครราชทูตกลับกันทั้ง 2 ประเทศ เกิดขึ้นในต้นเดือนพฤศจิกายน 2552  อันแสดงว่าไม่ได้หมายถึงความเชื่อถือการยอมรับของต่างประเทศ   ต่างประเทศไม่ให้ความเคารพนับถือประเทศไทย ตามนัยการพยากรณ์เลย  โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน 
 
ในประเด็นนี้ ได้พบว่า เป็นเพราะช่วงเวลานั้น โหรไม่ได้ให้ความสังเกตว่า ดาวพฤหัสบดี(๕) เจ้าเรือนภพที่9ศุภะ อันเป็นเรื่องราวต่างประเทศนั้น เดินอยู่ในราศีมกรและดับแสงสนิท(เป็นนิจ)อยู่ ครั้นเมื่อดาวราหู(๘)จรลงมาพบเสาร์(๗)เดิมในวันที่ 4 พ.ย.2552 พฤหัสบดีจึงเอาไว้ไม่อยู่ นิสัยดาวร้ายอย่างราหู(๘)กับเสาร์(๗)ก็แผลงฤทธิ์ขึ้น (ยังคงเตือนโหรต่อไปอีกว่า นี่ก็อีกครั้งหนึ่งที่ การดูราหู จะต้องรอบคอบเป็นพิเศษ)  
 
กระนั้น อิทธิพลของ ราหู(๘)อุตสาหะจร ที่จรลงสู่ราศีธนูและจะอยู่เป็นศูภะณที่นี่ไปเป็นเวลา ถึง 1 ปี 6 เดือน นับจากวันที่ 4 พ.ย2552 เป็นต้นไป ก็ย่อมให้ความหมายในทางที่ดีในเรื่องการต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เรายังยืนยันคำพยากรณ์ที่ได้พยากรณ์ไว้ว่า ประเทศไทยควรจะต้องดีขึ้นเมื่อมีการย้ายของราหู(๘)อุตสาหะจรลงสู่ราศีธนูในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 เนื่องเพราะเป็นมุม 120 องศากับลักคณาดวงเมือง และทับดาวเสาร(๗)ซึ่งเป็นกัมมะมูละเดิม เป็นศุภะอยู่เป็นเวลานานถึง 1 ปีครึ่ง แต่ในระหว่างนี้แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปอย่างไร ประเทศไทยก็ยังจะไม่มีอะไรดีขึ้น ยังคงอยู่ในปัญหาโดยเฉพาะปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่กล่าวได้ว่า การยกย้ายของราหู(๘)ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552จะทำให้ประเทศไทยดีขึ้นมาก  เพราะราหู(๘)จรทับเสาร์(๗)เดิมในราศีที่ 9 มีความหมายถึงความเชื่อถือการยอมรับของต่างประเทศด้วย น่าหมายถึงมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปในทางที่ดีเป็นสากล นั่นคือมีการเลือกตั้งหรือการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่  
 
 
เพียงแต่ในเรื่องราวของต่างประเทศ ที่ว่าจะมีความหมายถึงความเชื่อถือการยอมรับของต่างประเทศช่วงเวลาควรจะเป็นภายหลังที่ดาวพฤหัสบดี(๕)จร ผ่านราศีมกร ที่เป็นจุดดับไปเสียก่อน และนั่นคือผ่านวันที่ 14 ธันวาคม 2552 เป็นต้นไป คำพยากรณ์นี้ก็จะเป็นความจริงขึ้นมา โดยเฉพาะ ประเทศไทยควรจะต้องดีขึ้น เมื่อมีการย้ายของพฤหัสบดี(๕)สู่ราศีกุมภ์ ในวันที่ 14 ธันวาคม  2552 ซึ่งหมายถึงแสงเจิดจ้าขึ้นอีกครั้งหนึ่งและเป็น 11 แก่ลักคณาดวงเมือง  ในขณะที่ราหู(๘) ลงสู่ราศีธนู ทำมุม 120 องศากับลักคณาดวงเมือง และทับดาวเสาร(๗)ซึ่งเป็นกัมมะมูละเดิม เป็นศุภะอยู่เป็นเวลานานถึง 1 ปีครึ่ง  เพราะราหู(๘)จรทับเสาร์(๗)เดิมในราศีที่ 9 มีความหมายถึงความเชื่อถือการยอมรับของต่างประเทศด้วย น่าหมายถึงมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปในทางที่ดีเป็นสากล นั่นคือมีการเลือกตั้งหรือการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่ 
 
 
และยืนยันคำพยากรณ์เดิม ดังนี้คือ
 
“แล้วความหวังชั้นต้นของประเทศไทยจะอยู่ที่ดาวพฤหัสบดี(๕) ที่จะยกย้ายเข้าสู่ราศีมีนในวันที่ 26 เมษายน 2553 ในฐานะเป็นพฤหัสบดีเกษตรศรีจร และจะได้รับผลดีทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ในปี 2554 ซึ่ง ในช่วงนี้น่าหมายถึงอะไรที่ดี ๆ จากต่างประเทศ หรือคนที่อยู่ต่างประเทศมาช่วยสถานการณ์ประเทศไทยให้ดีขึ้นด้วย (ภพที่12หมายถึงการลีภัยในต่างประเทศ  การหายสาบสูญไป การขาดไปจากการติดต่อของหมู่ญาติ การถือสันโดษยังโลกอื่น)  [ในเดือนกันยายน 2555 เป็นต้นไปประมาณ2-3ปีจะมีเรื่องราวขนาดใหญ่โตเกิดขึ้นในประเทศไทยยังต้องพิจารณาโดยรอบคอบไปถึงรายละเอียดอีกชั้นหนึ่ง]
 
 
 
 
ดวงชะตาของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
 
เนื่องด้วยดวงชาตานี้ ได้รับอิทธิพลอย่างแรงจาก ดาวพฤหัสบดี(๕)เดิม กับจันทร์(๒)เดิม ที่กุมกันอยู่ราศีพฤษภ  ในฐานะคู่อสีติธาตุ    (ตามที่เราได้วิเคราะห์ไว้แล้ว ในเรื่องพื้นดวงชาตาของอภิสิทธิ์ 2 ข้อว่า
 
 
1.   ในระบบโหรไทยเดิม หรือโหรหัวเก่า เมื่อมองดวงชะตาอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้ว จะต้องมอง       ดาวจันทร์(๒)มหาอุจ ที่กุมกับดาวพฤหัสบดี(๕) อยู่ ณ ราศีพฤษภ   นี่คือคู่อสีติธาตุที่สมบูรณ์ ซึ่งตำราเดิมจะยกย่องไว้อย่างสูงมากว่าเป็นดวงชะตาที่สูงส่ง จะต้องมีวาสนาบารมีสูงอย่างแน่นอน โหรบางคนจะยกย่องดวงอสีติธาตุนี้อย่างเลิศลอย จนกระทั่งกลายเป็นดวงอภินิหาริย์ กลายเป็นความเชื่อ โดยไม่ยอมมองข้อเท็จจริงตามความเป็นจริงของดาวสำคัญ ๆ ดวงอื่น และลืมทฤษฎีระบบดาวอันเป็นสัจธรรมของโหราศาสตร์ไปเลยก็มี
 
2.           สำหรับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องนับว่าได้รับความดีงามจากดาวคู่อสีติธาตุนี้จริง ในเมื่อวันแห่งความสำเร็จ(15 ธ.ค.2551 วันที่ชนะในสภาผู้แทนราษฎร ได้เป็นนายกรัฐมนตรี) มีดาวพฤหัสบดี(๕)ธาตุดิน จรเข้าสู่ราศีมกรธาตุดิน และจันทร์(๒) ธาตุดินจรเข้าภพเกษตร เป็น 11 แก่ลักคณาที่ราศีกันย์ เป็นวันที่กระแสดาวธาตุดินเปล่งกระแสสุกปลั่งกันทุกดวง และประสานถึงลักคณากันย์ ทุกกระแส ….”  
 
การที่ดวงอภิสิทธิ นายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของไทยยังคงเหนียวอยู่ขณะนี้ก็เป็นเพราะพฤหัสบดี(๕)มูละจรพักรถอยหลังลงมาให้ความคุ้มครองไว้ ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2552   ทำให้เกิดสถานการณ์เช่นเดียวกับวันที่มีการลงคะแนนเสียงโหวดนายกรัฐมนตรีในสภาฯ นั่นคือ สถานการณ์ตามข้อ 2 ข้างต้นอยู่อีกครั้งหนึ่ง (ที่จริงจักไปตั้งแต่พฤหัสบดี(๕)จรจากมกรไประหว่าง 20 เมษายน ถึง 15 สิงหาคม 2552 แล้ว แต่กระแสรวมของระบบดาวยังช่วยไว้อยู่     และเมื่อพฤหัสบดี(๕)พักร องศาลงมาสู่ราศีมกรอีกครั้งหนึ่ง ถึงอาทิตย์เดิมด้วย อำนาจแห่งดาวธาตุดินก็แรงกล้าขึ้น ทำให้เหนียวขึ้นทนสู้ไปได้
ฉะนั้นจึงอยู่ที่ดาวพฤหัสบดี(๕) ดวงนี้ และครั้นถึงวันที่ 14 ธันวาคม 2552 ดาวดวงนี้ก็จักจรออกจากราศีมกร เข้าสู่กุมภ์ราศี   อยู่ระหว่าง 14 ธ.ค.2552 ถึง 26 เม.ย.2553   นั่นคือ นรม.อภิสิทธิ์ ไปปราศจากสิ่งใดบุคคลใดอาจจะคุ้มครองไว้ได้แล้ว
 
และในระหว่างนี้ จะมีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นระหว่าง 26 พ.ย. 2552 ถึง 4 ก.พ. 2553 ทั้งทางนิตินัยและทางพฤตินัย ความหมายตรงนี้ หมายถึงเรื่องราวทางกฎหมาย ที่อาจทำร้ายเจ้าชาตาอย่างหนักได้ 
 
 
 
 
ดวงชาตา พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
 
ยังคงเป็นไปตามคำพยากรณ์ 4 ข้อ ประเด็นที่พยากรณ์ไว้ข้างต้น ณ วันที่ 11 สิงหาคม 2552 ว่า  
สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนในดวงชาตา พล.อ.เปรม ลำดับต่อไปนี้ก็คือ 
 
1.     วันที่ 15 ส.ค.2552 เมื่อดาวพฤหัสบดี (๕)ปุตตะ,มรณะ,บริวารเดิมเป็นอายุจร พักรโดยยกถอยหลังจากราศีกุมภ์ ลงสู่ราศีมกร นั่นหมายถึง ญาติสนิทมิตรสหาย เพื่อนพ้อง ได้หนีทอดทิ้งเจ้าชาตาให้ต่อสู้อยู่เดี่ยวโดด  และยังหมายถึงปัญหาสุขภาพ โดยจะมีโรคใหม่แทรกซ้อนเข้ามา และทรุดลงไปสุด ๆ โดยจะยืนระยะยาวนานไปถึง 4  ธ.ค.2552 
2.     วันที่อังคาร(๓)กาลกิณีจร มาถึงราศีมิถุน และดาวศุกร์(๖)จรลงสู่ราศีกรกฎแล้วในระหว่างวันที่ 23 ส.ค.2552 ถึง 26 ส.ค. 2552 ช่วงนี้อังคาร(๓)กาลกิณีจร เปล่งกระแสถึงราหู(๘)เดิมในราศีตุล และทั้งถึงอังคารเดิม(๓)ในพิจิก   ตรงนี้หมายถึง ทหารจะทอดทิ้ง หรือ มีความเห็นไม่ลงรอยกันระหว่างทหารกับพล.อ.เปรม ตินสูลานนท์ และหมายถึงความเจ็บป่วยเพราะโรคเดิมฟื้นขึ้นมา โดยกะทันหัน เช่นโรคลมปัจจุบันทันด่วน บวกกับโรคทางเดินอาหาร การผิดอาหารการกิน อาจจะเป็นลมล้มลงทั้งยืน
3.       มีร่องรอยของการใช้จ่ายเงินทองเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งเกลี้ยง หมายถึงการทุ่มเทเงินทรัพย์สินออกมาใช้อย่างไม่เหลือ โดยเฉพาะหลังวันที่ 30 กันยายน 2552 ไปแล้ว ยิ่งจะหนักในรายจ่ายเช่นว่านี้   (มีเปอร์เซ็นต์สูงว่าจะหมายถึงการรักษาพยาบาลตนเอง)
4.       ในระหว่างสถานการณ์เลวร้าย ที่ราศีพฤษภ ว่างเปล่าจากดวงดาวมาตลอด ครั้นเมื่อถึงวันที่ 4-5-6 พฤศจิกายน 2552 ดาวจันทร์(๒)จรเข่าสู่ราศีนี้ เป็นวินาศน์,อุตสาหจรมหาอุจ   อาจจะมีความคิดดี ๆ เกิดขึ้นแก่เจ้าชาตานี้
 
 
มีข้อสังเกต และเน้นอยู่ว่า เมื่อถึงวันที่ 14 ธันวาคม 2552 – 26 เมษายน 2553 ดาวพฤหัสบดี(๕)จรเข้าสู่ราศีกุมภ์ ดาวดวงนี้เป็นดาวพิฆาตสากลสำหรับคนราศีสิงห์โดยเป็นดาวมรณะเดิม แต่สำหรับพล.อ.เปรม ดาวมรณะดวงนี้กุมลักคณาอยู่แต่วันกำเนิด บัดนี้พฤหัสบดี(๕)มรณะเดิมจรมาเป็นอายุจร   จักเข้าทับมฤตยู(0)เดิมเจ้าแห่งความตาย แล้วร่วมเล็งลักคณาในราศีสิงห์ และไปเพิ่มพลังให้แก่พฤหัสบดี(๕)มรณะเดิม ที่กุมลักคณาอยู่    ปะทะกับเสาร์(๗)อริ+กาลกิณีเดิมที่กุมลักคณ์อยู่   นี่คืออันตราย !!!
 
ในทางการเมือง ย่อมหมายถึงการสิ้นสุดอำนาจทางการเมืองลง และรูปธรรมคือการเจ็บป่วยอาการหนักอาจถึงแก่ชีวิต ซึ่งสถานการณ์นี้จักยาวยืดเยื้ออยู่ถึง 4 เดือนเศษ ๆ คือตั้งแต่ 14 ธันวาคม 2552 ไปจนถึง 26 เมษายน 2553 และระหว่างนี้มีวันที่อันตรายสูงสุดคือ 15 มีนาคม 2553 เวลา 20.48 น.เมื่อดาว 5 ดวงคือ มฤตยู(๐), อาทิตย์(๑)ตนุลัจร, จันทร์(๒)วินาสน์ปุตตะ, พุธ(๔)วินาสน์เดิมเป็นกาลกิณีจร และศุกร(๖)กัมมะศรีจร เข้าร่วมราศีมีน อันเป็นภพมรณะแก่ลักคณา และเจ้าเรือนมรณะคือพฤหัสบดี(๕) เป็นอายุจรทับมฤตยู ร่วมเล็งลักคณา  ในขณะเดียวกันดาวอังคาร(๓) จรอยู่ในราศีกรกฎ ดับแสงลงอย่างสนิทณภพที่ 12 แก่ลั หมายถึงกองทัพก็พลอยหยุดการเคลื่อนไหวลงอย่างสนิท
 
สถานการณ์ของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จึงจรเข้าสู่วิกฤตไปทุกทีแล้ว  
 
 
  • ชลัมพุช โหรชนบท
    ให้การพยากรณ์ไว้ ณ 8 พ.ย. 2552
 

 

 

 

 

F.    หมายเหตุดวงชะตาพล.อ.เปรม ตินสูลานนท์ และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บท     วิเคราะห์พิเศษ
       -ชลัมพุช โหรชนบท ให้การพยากรณ์เพิ่มเติมไว้เมื่อ 22 มี.ค. 2553
         เราได้พยากรณ์ไว้ก่อนเหตุการณ์ชุมนุมคนเสื้อแดงทั้งแผ่นดิน ราบ 11 ร.อ. วันที่ 15 มี.ค.2553    โดยให้การพยากรณ์ไว้ล่วงหน้าเป็นเวลา 3 เดือนเศษ ๆ (ให้การพยากรณ์ไว้เมื่อ8 พ.ย.2552) ชะตา พล.อ.เปรม ตินสูลานนท์ : ในทางการเมือง ย่อมหมายถึงการสิ้นสุดอำนาจทางการเมืองลง และรูปธรรมคือการเจ็บป่วยอาการหนักอาจถึงแก่ชีวิต ซึ่งสถานการณ์นี้จักยาวยืดเยื้ออยู่ถึง 4 เดือนเศษ ๆ คือตั้งแต่ 14 ธันวาคม 2552 ไปจนถึง 26 เมษายน 2553 และระหว่างนี้มีวันที่อันตรายสูงสุดคือ 15 มีนาคม 2553 เวลา 20.48 น.เมื่อดาว 5 ดวงคือ มฤตยู(๐), อาทิตย์(๑)ตนุลัจร, จันทร์(๒)วินาสน์ปุตตะ, พุธ(๔)วินาสน์เดิมเป็นกาลกิณีจร และศุกร(๖)กัมมะศรีจร เข้าร่วมราศีมีน อันเป็นภพมรณะแก่ลักคณา และเจ้าเรือนมรณะคือพฤหัสบดี(๕) เป็นอายุจรทับมฤตยู ร่วมเล็งลักคณา  ในขณะเดียวกันดาวอังคาร(๓) จรอยู่ในราศีกรกฎ ดับแสงลงอย่างสนิทณภพที่ 12 แก่ลั หมายถึงกองทัพก็พลอยหยุดการเคลื่อนไหวลงอย่างสนิท
 
                     มีข้อสังเกตที่ควรบันทึกไว้เพื่อประโยชน์ทางโหราศาสตร์ ดังนี้
            ดวงชะตาพล.อ.เปรม ตกสู่ภาวะวิกฤตมาตามลำดับ และรอดไปได้ตามลำดับ ๆ มา ตามที่เราได้ติดตามและให้คำพยากรณ์ไว้ข้างต้นแล้ว แต่ถึงอย่างไร เมื่อมาถึงวัยที่อายุพล.อ.เปรมเข้า 89 ปีเต็ม 90 ปีย่างวันนี้ (วันที่ 26 ส.ค. 2552) ดวงชะตาพล.อ.เปรม ก็ไม่มีวันที่จะเงยขึ้น  การที่พล.อ.เปรม หลุดรอดสถานการณ์ 15 มี.ค.2553 ไปได้อีกครั้งหนึ่ง ย่อมน่าฉงน แต่เมื่อตรวจโดยละเอียดแล้ว จึงพบว่า เป็นเพราะดาวศุกร(๖)กัมมะกุมลัเดิมขณะนั้นเป็นดาวศรีจรมหาอุจ เดินเกาะกุมดาวอาทิตย์(๑)ตนุลัอยู่ในราศีมีน อำนาจดาวมหาอุจจึงทำให้รอดไปได้อีกครั้งหนึ่ง  กระนั้นสถานการณ์คับขันก็ยังคงตรึงดวงชะตาพล.อ.เปรมอยุ่เหมือนเดิม จึงต้องคอยตามดูดาวพระศุกร(๖) ว่าจะจรหนีไปไม่ให้ความคุ้มครองหรืออ่อนกำลังลงเมื่อใด และพบว่าจะเคลื่อนออกไปจากราศีมีนในวันที่ 29 มีนาคม 2553 และดาวพระศุกร(๖)อ่อนแสงลงเป็นศรีจร-ประ   ทำให้ดาวอาทิตย์(๑)ตนุลัปราศจากการคุ้มครองในภพมรณะ และยังมีดาวพุธวินาสนะเดิมเป็นกาลกิณีจรเกาะกุมทำร้ายอยู่อย่างเต็มที่ ในวันที่ 29 มี.ค.2553 นี้ ยังมีดาวจันทร์(๒) จรเข้าราศีกันย์ และเวลาที่ดาวศุกร์จรออกไปจากราศีมีน คือวันที่ 29 มี.ค. 2553 ก็เป็นช่วงปลอดมิตรที่ศํตรูจะทำอันตรายอย่างเต็มที่   เวลาที่อันตรายอย่างยิ่งสำหรับชาตานี้ จึงเป็นเวลาระหว่าง 29-31 มี.ค. 2553   หมายถึงสิ้นอำนาจบารมีในราชการงานเมืองลงไป (โปรดอ่านคำพยากรณ์ดวงชาตาอภิสิทธิ์ และพล.อ.เปรม ตามข้อ E. ประกอบ)
 
 
G.    หมายเหตุ ดวงชะตานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  บทวิเคราะห์พิเศษ
            ตามพื้นชาตา เห็นอยู่แล้วว่า พุธ(๔)ตนุลัเดิมอยู่ราศีสิงห์เป็นภพวินาสน์แก่ลั   อันเป็นเรือนลักคณ์ของพล.อ.เปรม   พอบอกได้ว่า ตกอยู่ในอ้อมกอดการปกป้องของพล.อ.เปรม และมีความหมาย ถึงการตกเป็นทาสของพลเอกเปรม (พุธ ๔ ในภพวินาสน์ มักเป็นข้าเขา ไม่มีความเป็นตัวของตนเอง ตกอยู่ใต้การบังคับของคนอื่น และหมายถึงคุกตะราง การหลงเดินทางผิด)  ข้อพิจารณาสำคัญก็คือ ดาวอายุจรขณะนี้ดับแสงลงอย่างสนิท และดับแสงลงเป็นเวลานานถึง 8 เดือน  ดาวพุธ(๔) ตนุลัจรขณะนี้ จรอยู่ในภพราศีมีน เป็นดาวดับแสงอย่างสนิทอีกเช่นกัน โดยเป็นนิจอยู่ในราศีมีน และทั้งทักษาจรของพุธ(๔)ตนุลัเป็นเดชจร หมายถึงดับอำนาจวาสนาลง   และโดนเกาะกุมจากดาวอาทิตย์(๑)ที่มีทักษาเป็นกาลกิณีจรอยู่ หมายถึง ชั่วร้าย ไร้ศีลธรรม หลงทางเดินผิดทาง  เล็งลักคณ์ ดาวพุธ(๔)ตนุลันี้ได้รับความคุ้มครองเฉกเช่นเดียวกับดวงชะตาพล.อ.เปรม จากดาวศุกร์(๖)มนตรีจรมหาอุจ จึงทำให้รอดไปได้เช่นเดียวกัน และเวลาที่ดาวศุกร์จรออกไปจากราศีมีน คือวันที่ 29 มี.ค. 2553 ก็หมายถึงเข้าสู่ภาวะอันตรายอย่างยิ่งยวด   เวลาที่อันตรายอย่างยิ่งสำหรับชาตานี้ จึงตรงกันกับชาตาของ พล.อ.เปรมพอดี  คือระหว่าง 29-31 มี.ค. 2553   หมายถึงสิ้นอำนาจบารมีในราชการงานเมืองลงไป พร้อม ๆ กับพล.อ.เปรม.(โปรดอ่านคำพยากรณ์ดวงชาตาอภิสิทธิ์ และพล.อ.เปรม ตามข้อ E. ประกอบ) อย่างไรก็ตาม น่าระวังว่าดวงชะตาอภิสิทธิ์ช่วงนี้และต่อไปนี้ อาจจะเป็นระยะที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ และการลอบทำร้ายจนเสียหายใหญ่แก่ชีวิตได้ .......
 
 
  • ชลัมพุช โหรชนบท ให้การพยากรณ์เพิ่มเติมไว้ ณ 22 มี.ค.2553

 

 

 

 

 

 

 

 






สารบาญโหราศาสตร์

ดวงชะตาคู่แข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 45 ทรัมป์-ฮิลลารี
ราชาภิเษก รัชกาลที่ 10 ราชวงศ์จักรี ฤกษ์ที่เหมาะควรตามหลักโหราศาสตร์
ดวงชะตาพระธัมมชโย ทัตตชีโว โพธิรักษ์ พระพรหมสุธี และพระมหารัชมังคลาจารย์
โหราศาสตร์ ดวงชะตาประเทศไทยและดวงชะตาพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชะ ในอนาคตจากปี 2519 นี้
ดวงชะตานายชวน ืหลีกภัย พบสิ่งที่น่าทึ่งทางโหราศาสตร์ มีดาวฆาฏจรรุกเข้าแล้ว
ดวงชะตานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ ปี 2558 ไป
บทวิเคราะห์พิเศษ วันสิ้นชีพตามดวงโหราศาสตร์ สนธิ ลิ้มทองกุล
บทวิเคราะห์พิเศษ วันสิ้นชีพตามดวงโหราศาสตร์ พล.อ.เปรม ตินสูลานนท์
ประเด็นฤกษ์ล้มรัฐบาลวันที่ 8 ต.ค.2556 -โหรอาหรับทำนายทักษิณพบจุดจบ
ชีวิตของคนเราต้องเป็นไปตามดวงชะตาจริงหรือ?(นศภ.วราภรณ์ บุราณ)
หลักธรรมและหลักโหราศาสตร์ ดวงกำเนิด และ ดวงฤกษ์
ความคืบหน้าการพยากรณ์ชะตาเมืองยุคผัดเปลี่ยนแผ่นดิน
ว่าดวงอภิสิทธิ์จะฟื้นจะกลับมาได้ดีอีกครั้งหลังวัย50ปี
คาใจดวงชะตายิ่งลักษณ์เป็นห่วงมีผู้ทายให้ร้ายว่าจะไม่มีแผ่นดินอยู่ในประเทศไทย
โหราศาสตร์ 9 ข่าวใหญ่การจรของดาวพฤหัสบดีโฉมหน้าสำคัญระดับผลัดเปลี่ยนแผ่นดินสยาม ในปลายปี 2557
มรว.สุขุมพันธ์ บริพัตร VS พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ - หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม
ชะตาหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ทำไมจตุพรไม่ติดโผรมต.? ยิ่งลักษณ์มีสมัยที่2หรือไม่?วิเคราะห์หมอดูวิกลจริต
ปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา อมาตย์อีกคนหนึ่ง ดวงเป็นอย่างไรบ้าง?
ยืนยันไฟไหม้หรือวินาศภัยครั้งใหญ่ในกทม. 16 ธ.ค.2555หรือไม่?
พลเอกบุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ กบฏ26มี.ค.2520 - สนามม้า28ต.ค.2555 ประสงค์ สุ่นศิริ ดวงวิกฤต
ดวงชะตาพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กห.
ดวงชะตาเจ๊กลิ้ม ในอนาคตอันใกล้นี้
ปีนี้น้ำจะท่วมเยอะกว่าปี2554-จะเกิดสงครามกลางเมืองเดือน11 จริงหรือ?
ดวงชะตาจตุพรพรหมพันธ์ สถานการณ์เดือนก.ค.2555จะติดคุกอีกหรือเปล่า?
พรรคเพื่อไทยจะรอด 91ศพจะได้รับความเป้นธรรมแน่นอน - วาระการสิ้นชีพของพล.อ.เปรม ระวังถูกคุกคามด้วยไสยศาสตร์
ทักษิณจะได้กลับบ้านหรือไม่? เมื่อไร?
ดวงชะตาคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามรธน.2550
โหรเดิมวิตกเรื่องดาวเสาร์จรเล็งลักคณาประเทศไทยเดือนกย.55-พ.ย.57 เกรงมีเรื่องร้ายแรงและรัฐประหาร จริงหรือไม่ เตือนวินาสน์ภัย เพลิงไหม้ กทม.ครั้งใหญ่ ประเด็นมีรัฐประหารหรือไม่?
ดวงชะตาสมยศ พฤกษาเกษมสุข สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ สุพจน์ ทรัพย์ล้อม
ดวงสุเทพ - อภิสิทธิ์ จะติดคุกไหม? ครรชิต ทับสุวรรณ โทษถึงประหารชีวิต..
สถานการณ์สินามิน้ำจืด2554จะเข้าสู่ภาวะปกติเมื่อใด?
มองระดับต่อไปของพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลยิ่งลักษณ์
คำตอบประเด็นสินามิอีกครั้ง
ดวงชะตาน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แคนดิเดทนรม.จากพรรคเพื่อไทย 2554
คำพยากรณ์การเลือกตั้ง 3 ก.ค. 2554 เพื่อไทยชนะประชาธิปัตย์
กระทู้ถามเรื่อง3นายกราศีกันย์ อภิสิทธิ์ บรรหาร และทักษิณ
ดวงชะตาพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา
ภาคการพยากรณ์ดวงชะตาประเทศไทย พ.ศ.2554 จะเกิดเหตุร้ายแรง11ประการรวมสินามิอีกครั้ง
พยากรณ์ดวงเมือง นักการเมือง และพรรคการเมืองก่อนเหตุการณ์สลายแดง 19 พ.ค.2553
พยากรณ์ดวงเมืองปี 2553 (มีบทวิเคราะห์ประเด็นปัญหาโหราศาสตร์โดยเฉพาะ)
ให้ตรวจดวงเมืองด่วน มีปฏิวัติหรือไม่?
ทักษิณจะได้เงิน 76,000 ล้านคืนหรือไม่?อภิสิทธิ์จะไป ทักษิณจะมาเมื่อไร?
ดวงชะตาพรรคการเมือง ไทยรักไทยวางดวงไว้เพื่อถูกยุบ ปชป......
ดวงชะตานักการเมืองแฟ้ม (4) คำพยากรณ์ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล.....
ดวงชะตานักการเมืองแฟ้ม (3) คำพยากรณ์ พล.อ.ชวลิต-วีระ-จตุพร-ณัฐวุฒิ-เนวิน-ชัย-สุเทพ-พล.อ.พัลลภ -สมเด็จฮุนเซน-
ดวงชะตานักการเมืองแฟ้ม (2) คำพยากรณ์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ,วีระ มุสิกพงศ์,พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์,
ดวงชะตานักการเมืองแฟ้ม (1) บันทึกดวงชะตา:สมัคร,เฉลิม,อนุพงษ์,ชวน,อภิสิทธิ์,สุเทพ,บรรหาร,เสนาะ,นพดล,สมชาย 27คน มีบันทึกข้อสังเกตชั้นต้น
ดวงชาตานักการเมืองที่น่าสังเกตในรอบปี พุทธศักราช 2552
ขอให้ตรวจสอบดวงชาตาประเทศไทย ปี พ.ศ. 2552 อีกที
ดวงชะตาประเทศไทย : พยากรณ์เหตุการณ์ 6 ธ.ค.2551
ดวงชะตาตัวอย่าง ชาวต่างประเทศ นักธุรกิจชาวอังกฤษ
ดวงชะตาของแกนนำม็อบยึดทำเนียบรัฐบาล
ดวงชะตาสนธิ ลิ้มทองกุล(นายตั๊บ แซ่ลิ้ม)
การพยากรณ์บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร(2):ประเด็นจะเกิดรัฐประหาร20มิ.ย.2551หรือไม่?
การพยากรณ์บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร(1) ? ประเด็นความรุ่งเรืองรุ่งโรจน์รออยู่ในต้นปี 2552
ดวงชาตานายสมัคร สุนทรเวชและนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไขความลับสูตรที่ใช้พยากรณ์ว่าท่านใดจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี?
บันทึกดวงชะตานายสมัคร สุนทรเวชและนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 23 ธ.ค.2550 ?
พยากรณ์ว่าประเทศไทยจะประสบความอดหยากยากจนกันทั่วหน้าและจะเกิดวิบัติ 4 ประการ
ภราดร-นาตาลี
พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์
พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน
ดร.ทักษิณ ชินวัตร 7 :บทสรุปชาตาดร.ทักษิณ ชินวัตร article
ดร.ทักษิณ ชินวัตร 6 บันทึกดวงชาตาประเทศไทย30พ.ค.2550 เหตุการณ์ม็อบไล่รัฐบาลทักษิณ article
ดร.ทักษิณ ชินวัตร 5 สถานการณ์ความขัดแย้งภายในชาติ รัฐบาลคลอนแคลน article
ดร.ทักษิณ ชินวัตร 4 สิ่งที่น่าชื่นชมหลังเดือนเม.ย.2549 article
ดร.ทักษิณ ชินวัตร 3 :ชะตาเมือง ชะตาบุคคลในวงการต่าง ๆ article
ดร.ทักษิณ ชินวัตร 2 บันทึกเหตุร้ายของบ้านเมืองทสึนามิ article
ดร.ทักษิณ ชินวัตร 1:พื้นชาตา ความเป็นไปในอนาคต article



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (137012)

อยากให้ช่วยดูดวงหน่อยครับ

ผมเกิด 26 ตุลาคม 2519 6:50 จังหวัดเชียงใหม่ครับ 

ผู้แสดงความคิดเห็น tanaka วันที่ตอบ 2011-07-26 06:39:13


ความคิดเห็นที่ 2 (153340)

โหรต่อง โหรแต๋ง พลเอกเปรมยังอยู่ อภิสิทธิสบายดี

ผู้แสดงความคิดเห็น แดง (kk_kt-at-thaimail-dot-com)วันที่ตอบ 2014-08-26 23:09:29



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เวบไซท์นี้ http://www.newworldbelieve.net มีข้อมูลพื้นฐานจากหนังสือพิมพ์ดี:วิเคราะห์ข่าวในวงการเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดและสหธรรมิก ออกโดยมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร) มี พระพยับ ปญฺญาธโร เป็นบรรณาธิการ และเป็น webmasterสำนักงานตั้งอยู่ที่ วัดมหาพุทธาราม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ 33000 ขณะนี้หนังสือพิมพ์ดีมีอายุทำการมา 11 ปีแล้ว มีเรื่องสำคัญคือการวิเคราะห์สังคมทั้งระบบด้วยแนวภูมิปัญญาและวิสัยทัศน์แห่งตาธรรมะในพระพุทธศาสนาเพื่อนำสังคมไปสู่ความดีงามและรอดปลอดภัยจากสถานการณ์เลวร้ายยุคนี้