ReadyPlanet.com
dot
dot dot
dot
พระพุทธเจ้า
dot
bulletบทศึกษาพิเศษ:พระพุทธเจ้า ศึกษาจากวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรนแปล เช้า- เย็น
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรแปล เช้า-เย็น อัพเดต
dot
พุทโธโลยี
dot
bulletสมาคมศิษย์หลวงปู่เครื่อง จัดประกวดเรียงความออนไลน์มัธยมศึกษาในวันวิสาขบูชา คลิกดูรายละเอียดและรางวัลที่นี่
dot
ชมรมยุวพุทโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
dot
bulletThe Beginning ความเป็นมาของโครงการชมรมยุวพุโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
bulletChart Showing the Process
dot
To The World
dot
bulletENGLISH
bulletUSA
bulletChina
bulletIndia
bullet Mynmar
bullet Cambodia
bullet Loas
bulletSri Lanka
bulletMalaysia
bulletKorea
bulletThe Truth Of Red Thailand 12-14 April 2009
bulletFrom red shirt survivor person
bulletA Sharp Turn of Believes : Iresearch Iwrite Iread
dot
Buddhism How?
dot
bulletMystery World Report 25
bulletMystery World Report 24
bulletMystery World Report 23
bulletMystery World Report 22
bulletMystery World Report 21
bulletMystery World Report 20
bulletMystery World Report 19
bulletMystery World Report 18
bulletMystery World Report 17
bulletMystery World Report 16
bulletMystery World Report 15
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 14
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 13
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 12
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 11
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 10
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 9
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 8
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 7
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 6
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 5
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 4
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 3
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 2
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 1
dot
โหราศาสตร์ [updateใหม่สุด]
dot
bullet สารบาญโหราศาสตร์โดยชลัมพุช โหรชนบททุกเรื่อง
bulletดวงชะตาที่ควรสังเกตในรอบปี 2552 และบทวิเคราะห์ดวงพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
bulletบันทึกข้อสังเกตประเด็นสำคัญดวงชะตาประเทศไทยช่วงเดือนส.ค.-พ.ย.2552
bulletดวงชะตานักการเมืองแฟ้ม 3 พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
bulletดวงชะตาประเทศไทย พยากรณ์ว่าประชาชนจะอดอยากยากจนและเผชิญภับพิบัติ 4 ประการ
bulletให้คำพยากรณ์นักธุรกิจชาวอังกฤษ
dot
โหราศาสตร์ ภาคทฤษฎี
dot
bulletอยากรู้เรื่องโหราศาสตร์ คลิก!
bulletดวงชะตาผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตไทย
dot
เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว
dot
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2536
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2537
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2538
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2539
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2540
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2541
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2542
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2543-2545
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2545-2549
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2549-2550
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2550-ส.ค.2551
bulletเฝ้าดูฯ ส.ค.-ก.ย.2551
bulletเฝ้าดูฯ ก.ย.2551- ธ.ค. 2551
dot
เฝ้าดูฯสำนวนพัชรา กอปรทศธรรม
dot
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 16-27
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 29
bulletบทความใหม่ เม.ย.-พ.ค.2552
bulletพุทธธรรมเพื่อทางดับทุกข์
bulletประวัติพัชรา กอปรทศธรรม
dot
รวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
bulletรวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
สากลจักรวาล สากลศาสนา
dot
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา1
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา2
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา3
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา4
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา5
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา6
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา7
bulletสากลจักรวาล สากลศาสนา8
bulletสากลจักรวาล สากลศาสนา9
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา10
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา13
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา14
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา16
dot
ส่วนข้อมูลสำคัญเพื่อการวิจัยการเมืองไทยยุค คมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
dot
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่1/26ส.ค.2551
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่2/27ส.ค.2551
bulletข้อมูลสำคัญยุคคมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
bulletใบปลิว อีเมล์ ในหลวงทรงร้องไห้
bulletในหลวงเพิ่งทราบข่าวฆ่าประชาชน10เมย.53ทรงร้องไห้
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
บันทึกลับเสื้อแดง
dot
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
รวมข่าวม็อบการเมืองสนธิ-จำลอง-ปชป.มิ.ย.51-เม.ย.52 นสพ.
dot
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 1
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 2
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 3
bulletรวมข่าวม็อบ30มิ.ย.51-23มี.ค.52
bulletเลือดศรีสะเกษบันทึกเรื่องราวรอบด้านเกี่ยวกับเขาพระวิหาร
dot
การโฆษณาชวนเชื่อล้มรัฐบาลทักษิณ
dot
bulletรายงานการโฆษณาชวนเชื่อในประเทศไทยที่ล้มล้างรัฐบาลทักษิณ
dot
บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
dot
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี แฟ้ม 2
dot
หนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนท )
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต ) เล่ม 1 - 44 - ล่าสุด
bulletหน้าที่เก็บไว้
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 1
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 3
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 4
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 5
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 6
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 7
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 8
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 9
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่10
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่11
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่12
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่13
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่14
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่15
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่16
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่17
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่18
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่19
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่20
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่21
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่22
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่23
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่24
bulletหนังสือพิมพ์ดีเล่มที่ 25
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่26
bulletหนังสือพิมพ์ดีเล่มที่ 27
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่28
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่29
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่30
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่31
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่32
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่33
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่34
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่35
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่36
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่37
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่38
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่39
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่40
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 41
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 42
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 43
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 44
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 45
bulletเกี่ยวกับเวบไซต์ของเรา
bulletร่าง... บันทึกชั่วคราว.....ลบทิ้งเมื่อใช้ประโยชน์แล้ว
dot
รายการทั่วไป
dot
bulletงดเหล้าเข้าพรรษา
bulletมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร)
bulletศรีสะเกษ
bulletวัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ บันทึกเหตุการณ์
bulletสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษแห่งที่ 1
dot
ช่องบริการประชาชน
dot
bulletบริการแจ้งของหาย คนหาย สื่อข้อความ หมอผี ฯลฯ
bulletคาถาอาคมไสยศาสตร์
bulletกวีนิพนธ์ใหม่
bulletนิทานธรรมะประยุกต์ มานุสสาสุระสงคราม 4 ภาค และอื่น ๆ
bulletอัลบั้มรูป ภาพในอดีตและชีวประวัติศาสตร์ที่สวยงาม
bulletศาสนาสากล การวิเคราะห์ความหมาย
bulletปลอบใจ
bulletรวมกระทู้เด็ดจากกระดานถามตอบ
bulletจากเวบบอร์ด พูดกันไม่รู้เรื่อง ประชาธิปไตยล้าหลัง
bulletอัลบั้มรูป history


บันทึกโหร เกี่ยวกับเหตุการณ์ร้ายแรง ทสึนามิถล่มอันดามัน

 

 

ดวงชะตาผู้นำชาติ  และดวงเมืองยุคปัจจุบัน

บันทึกโหราจารย์  ทสึนามิ  26 ธ.ค. 2547

โดย  ชลัมพุช  โหรชนบท

 

 

 

 


ทสึนามิ   
วันที่ 26 ธันวาคม 2547  เวลา 10.00 น.


1.     เริ่มแต่ ๐มฤตยู จรเข้าราศีกุมภ์  เมื่อ 26 ก.พ. 2545 , อยู่ในตำแหน่งโยคหลัง  ลั  ดวงเมือง

2.     ต่อมาดู เสาร์๗ จรเข้าราศีมิถุนเมื่อ  23 พ.ค.2546 , อยู่ในตำแหน่งโยคหน้า  ลั  ดวงเมือง

            - ๐ โยคหลังเมือง เป็นเวลา 6 ปี ระหว่าง 23พ.ค.2546 – 2 มี.ค. 2552

            - ๗ โยคหน้าเมือง 2 ½ ปี ระหว่าง 23 พ.ค.2546 – 29 มิ.ย. 2548

3.     ราหู๘  ย้ายเข้าทับ ลั  เมื่อ 24 ส.ค. 2546 และอยู่ร่วม ลั  ถึง 12 มี.ค. 2548

 

 

 

 

            ขณะนี้รูปดาวอยู่ลักษณะนี้ (ขออภัยยังไม่มีข้อมูล)

            แผนภูมิระบบดาว
            วันที่  26 ธ.ค.  2547

 

 

 

 

4.     โหราจารย์เห็นการจรของดาวใหญ่ขนาดหนักทั้งสามดวง คือ เสาร์๗   ราหู๘   มฤตยู๐  ดังนี้แล้ว

ย่อมวินิจฉัยว่า มีวิถีทางที่ทำร้ายประเทศไทยขนาดหนักอย่างแน่นอน อย่างกับมีการวางแผนพิฆาตโดยไม่ให้หลุดรอดได้เลยทีเดียว เห็นจากการตรึงกำลังขนาดหนักสกัดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ตรึงไม่ให้เหยื่อขยับเขยื้อนได้ด้วยเริ่มจากดาวมฤตยู๐ ค่อยจรมาถึงตำแหน่งโยคหลัง ในวันที่ 26 ก.พ. 2545 แล้วยังไม่สามารถจะทำอะไรร้ายแรงได้ จนกระทั่ง 1 ปีเศษ ต่อมาเมื่อดาวเสาร์๗ ค่อยจรเข้ามาด้านหน้าจนถึง ตำแหน่งโยคหน้า ในวันที่ 23 พ.ค. 2546 เสาร์๗ ก็ยังไม่ร้ายแรงผิดธรรมดาจนกระทั่งถึงวันที่ 21 เมษายน 2547 ( วันยกเสาร์หลักเมืองกรุงรัตนโกสินทร์ ) ดาวเสาร์๗ ก็เปลี่ยนเป็นกาลกิณีจร เพิ่มคุณภาพทางร้ายยิ่งขึ้นอีก ดาวร้ายทั้งสองดวงนี้ ทำหน้าที่ตรึงชาตาเมืองไม่ให้ขยับเขยื้อนอยู่เป็นเวลา 2ปีครึ่ง และ 6 ปีตามลำดับ อุปมาเหมือนขึงปลิงตากรอให้กามากิน ครั้นเมื่อถึงวันที่ 24 ส.ค. 2546 ดาวราหู๘ ก็จรทวนกระแสดาวเข้าสู่ราศีเมษ และทับลักคณาดวงเมือง ราหู๘ เดิมมาจากภพ

วินาสน์ จึงมีหน้าที่โดยตรงในการบ่อนทำลายประเทศไทย โดยมีดาวใหญ่ทั้งสองเป็นผู้ยึดยื้อ ช่วยให้กระทำร้ายได้อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้

           

กระนั้น เนื่องจากขณะนั้น พฤหัสบดี๕ จรเป็นมหาอุจทับจันทร์๒ เดิมอยู่ก็มั่นใจว่าจะแก้ไขได้ป้องกันได้ ยิ่งต่อมาพฤหัสบดี๕ จรเข้าราศีสิงห์เมื่อ 27 ก.ค. 2546, ก็ยิ่งมั่นใจ เพราะกระแสดาว พฤหัสบดี๕ที่นั่งเรือนมิตร ส่งไปคุ้มครองลัคนาและ๑เดิมในราศีเมษได้อย่างเต็มที่ และความจริงพฤหัสบดี๕ ได้จรล่วงหน้าส่งกระแสคุ้มครองไปก่อนแล้ว ก่อนที่ราหูจะจรเข้าราศีเมษ โหรจึงมั่นใจว่าเหตุร้ายแรงขนาดใหญ่แบบพลิกแผ่นดินไม่อาจเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ราหู๘ จรเข้าทับลักคณาของดวงเมืองอย่างสนิทในช่วงเวลา 4 เดือนระหว่างวันที่21 ม.ค. 2547 – 27 เม.ย. 2547  พนัสบดี๕ ก็ยังคงคุ้มครองมิให้เกิดเหตุร้ายขึ้นได้ ( วันที่ 27 เม.ย. 2547 พฤหัสบดี๕จรที่องศา16 องศา17 ลิปดา ถึงลัคนาดวงเมืองที่ 19องศา 42ลิปดา  ถือว่าปิดเกือบสนิท ) และก็เป็นความจริง เมื่อราหู๘ จรทับลัคนาดวงเมืองสนิทองศาในช่วงเวลาดังกล่าว จึงไม่เกิดอะไรขึ้นอย่างร้ายแรงต่อชีวิตมนุษย์ จะมีบ้างก็เรื่องก่อการร้ายเล็กๆน้อยๆกระนั้นอำนาจของราหูก็ทำให้เกิดไข้หวัดนกระบาด เป็นเหตุให้รัฐสูญเสียเงินทองและทรัพยากรไปจำนวนมาก

           

อย่างไรก็ตาม พฤหัสบดี๕ ให้การคุ้มครองประเทศไทยอยู่เพียงวันที่ 23 ส.ค. 2547 เท่านั้น หลังจากนั้นแล้วพฤหัสบดี๕ ก็ย้ายราศีเข้าภพที่ 6 ซึ่งเป็นมุมที่อับแสงพฤหัสบดี๕ ไม่สามารถสอดส่องไปให้ความคุ้มครองต่อไปได้ การตรวจสอบในระยะที่ดาวพฤหัสบดี๕ ยกเข้าราศีกันย์ ได้พบว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างแน่นอน แต่สิ่งที่น่าชัดเจนสุด โดยพิจารณาจากราหูแล้วมั่นใจว่าจะเป็นเรื่องราวการก่อการร้าย และการจลาจล ในสามจังหวัดภาคใต้ จึงมีคำพยากรณ์ล่วงหน้าไว้ว่า “สิ่งที่น่าระวังอยู่มากๆในขณะนี้ก็คือเรื่องอารมณ์ของคนไทยทั้งประเทศ การยุยงของสื่อมวลชน และการไร้เหตุผลของการก่อการร้าย และการจลาจลในสามจังหวัดชายแดนใต้ ระหว่างคนไทยทั้งประเทศกับโจรมุสลิม หรือคนที่ถูกตราว่าเป็นโจรมุสลิม” ( โปรดดูดี (อินเทอเนต) เล่มที่32 หน้า14 ) แล้วการจลาจลก็เกิดขึ้นจริงๆ ที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ฝ่ายก่อการเสียชีวิตไปอย่างไม่คาดฝัน เพราะเหตุขาดอากาศหายใจ ตายไปถึง 85 ศพ เป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก

           

เหตุการณ์จลาจลใน 3 จังหวัดภาคใต้คราวนั้นนับว่าเป็นเหตุร้ายแรงมาก ไม่เคยปรากฏมา โหรจึงคิดว่า ชาตาร้ายน่าจะผ่านไปแล้ว นี่เป็นจุดที่ทำให้เขว เพราะชะล่าใจไม่ตรวจสอบให้ดี แล้วต่อมารัฐบาลทักษิณ และประชาชนไทยทั่วประเทศก็ก่อเกิดปฏิบัติการกล่อมขวัญ โดยปฏิบัติการนกขาวสันติภาพ 120 ล้านตัว ปลอบประชาชนชาวใต้ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทำให้โหรวางใจว่าเหตุร้ายหมดลงไปแล้ว ราหู๘ สิ้นฤทธิ์แล้ว โดยชะล่าใจละเลยการตรวจสอบดูระบบดาวจริงๆ ว่าจะเป็นจริงอย่าง นั้นหรือไม่

           
นั่นแหละ เป็นความประมาทของโหราจารย์ ที่น่าตำหนิอย่างยิ่ง เพราะเมื่อตรวจสอบภายหลัง ได้พบว่า หลังปฏิบัติการนกขาวแล้ว แม้อาทิตย์๑ ศรีจรจะออกจาก จุดนิจหรือภาวะดาวอับแสงสนิทแล้วก็ตาม แต่ขณะนั้นดาวพุธ๔ อริแก่ดวงเมืองจากภพวินาสน์จรเข้าไปอยู่ที่ราศี พิจิก อันเป็นภพมรณะ โดยจรเข้าตั้งแต่ 26 ต.ค. 2547 แล้ว และครั้นเมื่อพระศุกร์๖ บ่ายโฉมหน้าตามมาและเข้าสู่ พิจิก เมื่อ 13 ธ.ค. 2547 ร่วมกับพุธ๔ ที่รออยู่ก่อนแล้ว ตรงนี้ถ้าตรวจสอบดูเสียบ้าง ก็น่าจะเฉลียวใจว่าจะมีอะไรๆ เกี่ยวกับน้ำมหาศาล เพราะดาวคู่ธาตุจรเข้าภพธาตุน้ำเป็นอสีติธาตุเดียวกันที่บ่งบอกถึงกำลังมหาศาลของน้ำ ในขณะนั้นมีพระอาทิตย์๑ ศรีจรอยู่ที่ พิจิกร่วมกับพุธ๔และศุกร์๖ ซึ่งบ่งบอกถึงอันตรายระดับมรณะต่อประเทศไทยด้วยธาตุน้ำอยู่ หากแต่ขณะนั้นอาทิตย์๑ ยังมีดีเพราะเป็นศรีจร จึงยังไม่เกิดเรื่องและมองไม่เห็นว่าจะเกิดเรื่องเพราะอาทิตย์๑ศรีจรนี้ ต่อเมื่อ 16 ธ.ค. 2548, อาทิตย์๑ จรออกจาก พิจิกเวลา 05.48 น. เข้าสู่ราศีธนู และเล็งเสาร์๗ กาลกิณีจรอยู่ขณะนั้น และทั้งทับเสาร์๗เดิม และทับพฤหัสบดี๕ เดิมที่ธนูแล้วอังคาร๓ จรเข้าสู่ พิจิกแทน เมื่อเวลา 15.26น.ของวันเดียวกัน ตรงนี้ไม่รอบคอบพอ โดยลืมไปว่าอังคาร๓ อยู่ในฐานะตนุลัคน์และเป็นทั้งเจ้าเรือนมรณะในขณะเดียวกัน เมื่อจรเข้า พิจิกก็แรงเพราะเป็นเกษตร พุธ๔ และศุกร์๖ ใน พิจิกก็คือน้ำล้วนๆ บ่งความหมายชัดเจนว่า การมรณะของชาวไทยครั้งมโหฬารจักเกิดจากน้ำท่วมอย่างแน่นอน และต้องเป็นเหตุใหญ่ ร้ายแรงมหาศาล อันเนื่องมาจากเสาร์๗ ราหู๘ และมฤตยู๐ ซึ่งเป็นดาวขนาดใหญ่ที่สุดในโหราศาสตร์เป็นตัวกำหนดน้ำหนักของเหตุการณ์ไว้แล้ว ครั้นเมื่อตนุลัคณ์ อังคาร๓ ตกภพมรณะและเป็นมรณะเสียเอง ใน พิจิกธาตุน้ำ และถูกกุมด้วยพุธ๔ ธาตุน้ำและศุกร์๖ธาตุน้ำเข้าอีก จึงบ่งบอกอย่างชัดเจนตามเหตุผลที่ชัดเจนของหลักโหรศาสตร์ไทย ว่าจะเกิดเหตุน้ำท่วมครั้งยิ่งใหญ่เป็นเหตุให้เกิดพิบัติภัยที่คร่ามนุษย์จำนวนมหาศาลอย่างแน่นอน นับตั้งแต่อังคาร๓ จรเข้าราศี พิจิกซึ่งเป็นน่านน้ำใหญ่ และเป็นภพมรณะของดวงเมืองประเทศไทย



แต่ขณะที่อังคาร๓ จรสู่ พิจิกในวันที่ 16 ธ.ค. 2547 นั้น พระจันทร์๒ จรอยู่ที่ราศีกุมภ์, พระจันทร์๒ จะต้องใช้เวลาถึง 11 วันจึงจะจรไปถึงราศีมิถุน, ซึ่งเป็นจุดร้ายแรงของจันทร์๒ ขณะนั้น เมื่อจันทร์๒ จรเข้าถึงมิถุนเมื่อไรก็คาดได้ว่าจะจุดชนวนระเบิดของเหตุการณ์ที่มาประชุมกันพร้อมเพียงขึ้นได้ ด้วยเหตุผล 2 ประการคือ ประการที่ 1 จันทร์๒ จรเล็งอาทิตย์๑จร เกิดแรงดึงดูดให้น้ำทะเลขึ้นสูงเป็นกฎธรรมดาอยู่แล้ว และประการที่2 จันทร์จรทับเสาร์๗ จรที่มิถุนและเล็งเสาร์๗ เดิมที่ พิจิก เป็นแรงปะทะแตกหักปั่นป่วนที่ถึง ลักคณาเมืองโดยมุมโยค หรือ 60 องศาและเมื่อพระจันทร์๒ ก็จรมาถึงราศีมิถุนในวันที่  25ธ.ค.เวลา 19.10 น. ซึ่งตรงกับวันคริสต์มาสพอดีตามปฏิทินของท่านอาจารย์ทองเจือ  อ่างแก้ว จันทร์๒ จรทำปฏิกิริยา ตามเหตุผลดังกล่าวมา 2 ประการอยู่ชั่วอึดใจหนึ่ง จึงเกิดการระเบิดแผ่นดินไหวใต้น้ำและเกิดทสึนามิขึ้นในเช้าวันรุ่งขึ้น และมวลน้ำขนาดใหญ่มหึมาท่วมโถมมาเวลาประมาณ 10.00 น. วันรุ่งขึ้นคือ 26 ธ.ค. 2547



นี่คือการคำนวณวิถีโคจรของดวงดาวโดยนักโหราศาสตร์ไทยภาคคำนวณ ที่ออกมาเป็นปฏิทินโหร ( ไดอารี่ ) พอเชื่อมั่นได้ทีเดียวว่าการคำนวณไม่ผิดพลาด



ข้อสรุปก็คือ ตามรูปดาวขณะนั้นสามารถมองเห็นการเคลื่อนตัวของมหาภัยมาเป็นลำดับๆอยู่แล้วนับตั้งแต่มองเห็นราหูที่๘ จะจรเข้าทับลัคนาดวงเมือง มองเห็นการเคลื่อนย้ายของดาวขนาดหนักอีก 2 ดวงคือ เสาร์๗  และมฤตยู๐  เข้าตรึงด้านหน้าและด้านหลังของเมือง แสดงอาการช่วยเหลือให้การทำร้ายของราหู๘ เป็นผลสำเร็จ และนั้นโหรย่อมทราบดีว่า ย่อมหมายถึงอันตรายขนาดใหญ่อยู่แล้ว แต่ขณะนั้นยังหวังการคุ้มครองจากพฤหัสบดี๕ ที่จะเคลื่อนมาป้องกันไว้ก่อนที่ราหูจะเข้าทับดวงเมือง และมั่นใจว่าตราบที่พฤหัสบดี๕ คุ้มครองในมุมร่วมธาตุอยู่ อันตรายใหญ่ก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้และก็เป็นความจริง เพราะพฤหัสบดี๕  ทำการคุ้มครองดวงเมืองไม่ตลอด เพราะเมื่อถึง 23 ส.ค.2547 พฤหัสบดี๕ ก็ย้ายเข้าราศีกันย์อันเป็นภพอริของดวงเมือง  พฤหัสบดี๕เป็นวินาสน์อริจึงเป็นเรื่องที่ล่มสลายทำลายขนาดหนักอีก และกระแสพฤหัสบดี๕ เบนไปทางอื่นเสียไม่ถึงลัคนาเมือง จึงยังมี 3 ดาวร้ายขนาดหนักรุมดวงเมืองอยู่ต่อมา



โหรน่าจะชะล่าใจ ว่าเหตุร้ายคงผ่านพ้นไปแล้วภายหลังเกิดการจลาจลขึ้นที่สามจังหวัดภาคใต้ซึ่งเป็นโศกนาฏกรรมที่มีคนตายถึง 85 ชีวิต และกระเทือนไปทั่วโลก และครั้นรัฐบาล ประชาชนร่วมปฏิบัติการนกขาวขึ้น ก็แทบวางใจอย่างสนิทว่า คงจะผ่านเหตุร้ายแรงไปแล้วโดยสิ้นเชิง


จึงน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่โหรไม่ได้สังเกตการจรของดวงดาวสำคัญๆ ที่บอกถึงตัวเมืองเองคือดาวอังคาร๓ ที่มีฐานะเป็นตนุลัคน์ของดวงเมือง และสถานการณ์ที่ยังคงเป็นเชื้อให้ราหู๘  ปฏิบัติการได้อยู่ในลำดับกาลต่อมา


จริงอยู่ ดาวอาทิตย์๑ เป็นเป้าหมายถูกจับตามองที่สุดในช่วงที่จรสู่ราศีตุล อันเป็นจุดดับของดวงอาทิตย์ซึ่งจะอยู่ในช่วงวันที่ 17 ต.ค.
– 16 พ.ย. 2547, แต่โดยเหตุผลของทักษาจรขณะนั้น ประเทศไทยโดยยุคกรุงรัตนโกสินทร์เป็นดวงเมืองย่างเข้าปีที่ 223, พระอาทิตย์๑จรเป็นศรีจร พระเสาร์๗ เป็นกาลกิณีจร อันตรายจึงไม่น่าจะเกิดจากดาวอาทิตย์๑ เพราะถึงเป็นจุดนิจแต่ก็เป็นศรี มีคุณความดีที่กลับทำหน้าที่คุ้มครองเสียอีก กระนั้นเมื่อมองดูดาวอังคาร๓ ตนุลักณ์ ขณะนั้นจรรออยู่ในภพอริแล้ว เมื่ออาทิตย์๑ จรเข้าราศีตุล ก็ย่อมเกิดเรื่องใหญ่


และแล้วก็เกิดกรณีม็อบตากใบขึ้นในวันที่ 25 ต.ค. 2547  ขณะนั้น อาทิตย์๑ จรเข้าตุล  ณ 8 องศา 11ลิปดา และอังคาร๓ จรอยู่ในราศีกันย์ อันเป็นภพอริของดวงเมือง

 

 



ตรงนี้ทางหนังสือพิมพ์ดี ได้ออกคำเตือนให้เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้วไว้ ตั้งแต่ 2 ต.ค. 2547 แล้วว่า 

กรณีโจรใต้ลอบฆ่าผู้พิพากษาปัตตานี
โทรทัศน์ทุกช่องรายงาน ข่าวเช้าก่อน 08.25 น.วันที่ 17 ก.ย. 2547

นายรพินทร์  เรือนแก้ว ผู้พิพากษาศาลจังหวัดปัตตานี อายุ 37 ปี ถูกคนร้ายยิงถล่มขณะขับรถไปรับภริยา นางดวงนภา  เรือนแก้ว ซึ่งเป็นผู้พิพากษาเหมือนกัน ณ สี่แยกไฟแดง ถนนโรงเหล้า สาย ข.  ต.สะบารังเขตเทศบาล เมืองปัตตานี และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล โดยมีคนร้าย 3 คนขี่ จักรยานยนต์ 2 คัน คันแรกซ้อน 2 คน อีกคันขี่มาคนเดียว มาจอดประกบรถนายระพินทร์ ขณะติดไฟแดง และใช้ปืน .38 กับ  9ม.ม.กระหน่ำยิงใส่ผู้พิพากษาทะลุกระจก ขวาจนพรุน ผู้ตายพยายามขับรถหนีจนเสียหลักพุ่งชนกับรถยนต์อีกคันหนึ่ง  ผู้ร้ายทั้ง 3 คน ถูกด่านตรวจจับได้ ขณะรายงานรู้ชื่อเพียง 1คน ชื่อ นายอับดุลเลาะห์  ปะชี เป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมศึกษาวิทยา หมู่ 5 ต. รูสะมิแล อ.เมือง  จ.ปัตตานี


การปฏิบัติการของโจรร้ายสามจังหวัดภาคใต้ ในนามโจรมุสลิม เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความฉงนสงสัยแด่ชนชาวไทยเป็น ลำดับมา ที่ชาวไทยส่วนใหญ่ซึ่งถือจริยธรรมพุทธศาสนา ไม่เข้าใจคือ ทำไมพวกโจรเหล่านี้จึงตั้งอกตั้งใจอย่างเหลือเกินที่สังหารเอาชีวิตคนอื่น โดยขาดความสำนึกแห่งความกตัญญูต่อแผ่นดิน ขาดความเป็นมิตรไมตรี ความเป็นญาติ พี่น้อง ความร่วมในเผ่าพันธุ์มนุษย์ด้วยกันไปโดยสิ้นเชิง เพราะคนทั้งหลายที่ถูกเอาชีวิตไปนั้นล้วนเป็นผู้บริสุทธิ์ และขัดจริยธรรมแห่งศาสนาสากล เพราะการฆ่าไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ย่อมเป็นบาป ซึ่ง ศาสนิกชนในศาสนาต่างๆ เช่นศาสนาคริสต์ก็มีความคิดเห็นตรงกันกับศาสนาพุทธ แต่ทำไมชาวมุสลิมจึงแหวกวิถีทางศาสนาสากล ออกไปเป็นการก่อการร้ายไปทั่วโลก ที่ใดมีมุสลิมที่นั่นมีการฆ่าอยู่ทั่วไป


จนในขณะนี้ดูเหมือนว่าพวกเขามีความคิดว่า นึกอยากจะฆ่าใครก็ทำได้ทันทีโดยขาดหลักธรรมที่ว่าด้วย หิริ  โอตตัปปะ ( ความละอายและความเกรงกลัวต่อบาป ) โดยสิ้นเชิง และที่น่ารังเกียจอย่างยิ่งก็คือท่าทีที่ผยองโอหังของพวกมุสลิมหัวรุนแรงเหล่านั้น โดยไม่ระวังว่า การเที่ยวเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ไปเช่นนี้ วันหนึ่งโลกทั้งโลกจะอดไม่อยู่ และธรรมะย่อมชนะอธรรมเสมอมุสลิมจักหมดโลกได้เดิมพวกคนร้ายอ้างเหตุว่าตำรวจในพื้นที่เป็นตัวเหตุผลแห่งความไม่สงบ แต่บัดนี้ ก็สามารถพิสูจน์ได้ชัดเจนแล้วว่า นั่นเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อการฆ่าเป็นวิสัยพาลชนโดยแท้จริง และพวกเขาก็ได้เข่นฆ่าคนดีคนบริสุทธิ์โดยตลอดมา จนบัดนี้กำเริบเสิบสานจนกระทั่งอยากเที่ยวฆ่าใครก็ไม่จำเป็นอ้างเหตุผลใดๆเลยก็ทำได้ และเหยื่อเล่านั้นล้วนเป็นผู้บริสุทธิ์ แม้การทำลายจิตใจของเด็กๆด้วยการเผาโรงเรียนของเด็กๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ที่เป็นพฤติกรรมการต่อต้านงานการศึกษา ของชาติของสังคมของเด็กเยาวชนทั้งหลายก็เป็นเรื่องที่เหลือที่จะเชื่อว่า เป็นการกระทำของคน หรือมนุษย์ผู้ย่อมมีความเป็นมนุษย์และเมื่อมีกรณีฆ่าผู้พิพากษาซึ่งเป็นสถาบันหลักทางความเป็นธรรม ยุติธรรมของสังคม ก็ดูเหมือนความสะสมในใจของคนไทยทั้งชาติ จะมาถึงจุดที่เริ่มเร้าร้อนด้วยความเหลืออด


สิ่งที่เราเกรงจะเกิดขึ้นก็คือ การรายงานและเสนอข่าวของสื่อมวลชน ในลักษณะปลุกเร้า หรือจี้จุดด้วยการเร่งเร้า ชี้นำให้เกิดการคิดแก้แค้น และระวังอุณหภูมิของประชาชนทั้งชาติจะลุกหือขึ้นมาโดยมติมหาชนอาจท่วมไหลหลากไปในทางไม่พึงประสงค์ เพราะถ้าประชาชนไทยเกิดลุกฮือขึ้นมาอะไรจะเกิดขึ้น และแน่นอนเราไม่อยากเห็นมุสลิมทั่วไปในไทยถูกสังหาร ถูกกดขี่ ถูกเหยียดหยามถูกรังเกียจ หมิ่นแคลน และที่สุดไม่ต้องการให้คนส่วนใหญ่ลุกขึ้นมาล้อมกรอบคนส่วนน้อยกลายเป็นสงครามประชาชนขึ้นมา แบบเกลือจิ้มเกลือ ซึ่งจะไม่สอดคล้องต่อวิถีทางกรแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี


ฉะนั้นสิ่งที่ต้องระวังอย่างมากๆใน ขณะนี้ก็คือ อารมณ์ของคนไทยทั้งประเทศ การยุยงของสื่อมวลชนและการไร้เหตุผลของการก่อการร้าย และ จลาจลในสามจังหวัดภาคใต้ ระหว่างคนไทยทั้งประเทศกับโจรมุสลิมหรือ คนที่ถูกตราว่าเป็นโจรมุสลิม และบัดนี้ก็ถึงเวลาที่มาตรการทางกฎหมายจะศักดิ์สิทธิ์สมบูรณ์ขึ้นมา กล่าวคือ กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย และผู้กระทำความผิดต้องได้รับการลงโทษ อย่างเฉียบพลันและการเมือง เป็นการเมืองเพื่อสันติภาพและการพัฒนาคนไปสู่ความเป็นมนุษย์ ( ไม่ใช่การพัฒนาไปสู่ ความเป็นโจรก่อการร้าย )

 




และเหตุการณ์จลาจลที่เกิดขึ้นจริงๆ หน้าที่ว่าการอำเภอตากใบ  จ.นราธิวาส ในวันที่ 25 ต.ค. 2547 ขณะที่พระอาทิตย์ดวงเมืองตกต่ำสุดขีด เมื่อเยาวชนรวม 200 คน ยกพวกไปยึดบริเวณหน้าสนามเด็กเล่น สภอ.ตากใบ เวลา 08.30 น. เรียกร้องให้ปล่อยผู้ต้องหาคดีปล้นปืน 6 คน และค่อยส่งคนมาสมทบ จนเมื่อเวลาเกิดการปะทะจับกุม ฝ่ายก่อการจลาจลยกพวกมามากกว่า 2000 คนในวันที่ 25 ต.ค. 2547 และเปิดการบุกรุกเข้าสู่ สภอ.ตากใบ เวลา 15.20 น. ทาง มภ.4 พล.ท. พิศาล วัฒนวงศ์คีรี จึงสั่งให้ต่อต้านด้วยการฉีดน้ำและแก๊สน้ำตา สลายการชุมนม เป็นผลให้ฝ่ายก่อการชุมนุม เสียชีวิตไป 6 คน และจับกุมผู้ก่อการชุมนุมไว้ประมาณ 300 คน และได้ขนส่งไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เป็นผลให้เกิดการเสียชีวิตของฝ่ายก่อการริเริ่มอีก79 คน โดยเป็นการเกิดขึ้นอย่างไม่คาดหมายขณะถูกมัดมือไพล่หลังและขนส่งไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี เนื่องจากตายเพราะขาดอาการหายใจและร่างกายอ่อนเพลียเพราะถือศีลอดมาก่อการจลาจล




ตรงนี้ เป็นจุดพลาดของโหราจารย์ พอเกิดเหตุจลาจลและผ่านไปและลงเอยด้วยปฏิบัติการนกขาวก็คลายใจ พอพระอาทิตย์๑ ในฐานะตนุเศษ และดาวแรงที่กุมลัคนาดวงเมือง จรออกจากราศีตุลในวันที่ 16 พ.ย. 2547 หลังจากที่ตกต่ำมาตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. 2547 ( อาทิตย์อยู่ในราศีตุลระหว่าง 17 ต.ค. 2547 – 16 พ.ย.2547 เป็นเวลา 30 วันพอดี ) ซึ่งเป็นบริเวณอับแสงของดวงอาทิตย์ที่สุด ซึ่งมักจะตรงกับเดือนตุลาคมของทุกปีๆได้แล้วก็โล่งใจ คิดว่าพ้นจุดอันตรายไปแล้ว ทั้งๆที่คาดไว้แต่เดิมว่าจะเป็นถึงสงครามประชาชน โดยเกิดการลุกฮือขึ้นทั่วประเทศ  จึงจะสมกับลักษณะความกดของดาวขนาดใหญ่ขณะนั้น


จึงลืมดูไปว่า อังคาร๓ซึ่งเป็นดาวตนุลัคน์โดยตรง เมื่อออกจากภพอริมาแล้วก็กำลังจรมาสู่ภพ มรณะเกษตรของตนอยู่เรื่อยไป ใกล้เข้ามาตามลำดับ ในขณะที่ดาวร้ายขนาดใหญ่ทั้ง 2 ดวงคือ เสาร์๗ ในฐานะประธานฝ่ายดาวร้าย ที่เพิ่มความร้ายไปอย่างสุดขีดเพราะเป็นกาลกิณีจรขณะนั้น และมฤตยู๐ เจ้าแห่งความตาย อุบัติเหตุและความพลิกผันโดยตรง ยังคงตรึงดวงเมืองอยู่อย่างสมบูรณ์แน่นหนา และโดยสถานการณ์เช่นนั้นย่อมเปิดโอกาสให้แก่มาร ฝ่ายบ่อนทำลาย หากเกิดความบกพร่องในระบบดาวแม้เล็กๆน้อยๆ หรือช่องโหว่เล็กๆน้อยๆย่อมเป็นชนวนไปสู่เรื่องร้ายแรงยิ่งใหญ่ได้ และในขณะนั้นเองก็มี สถานการณ์ที่น่ามองดูและสังเกตอย่างยิ่งก็คือ พระพุธ๔ธาตุน้ำ กับพระศุกร์๖ธาตุน้ำที่ทั้งคู่ที่จรมาพบกัน และกุมกันอยู่    ราศี พิจิกซึ่งเป็นราศีธาตุน้ำ และพิจิกเป็นภพมรณะของดวงเมือง และของอังคาร๓ ที่กำลังจรเข้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ กลายเป็นห้วงน้ำมหึมาแห่งความตายของเมืองคือประเทศไทย โหรอาจจะลืมไปว่าดาวพุธ๔ ของดวงเมืองประเทศไทยเป็นดาวร้ายอีกดวงหนึ่งโดยฐานะเป็นดาวอริและไปสถิตภพวินาสน์ ร่วมกับศุกร์๖ ในมีนภพธาตุน้ำเช่นกัน กับพิจิกคราวนี้จรมาเป็นอสีติธาตุร่วมกันในภพมรณะ พิจิก



ตรงนี้นับเป็นจุดที่พลาดอย่างไม่น่าให้อภัยของโหราจารย์ เพราะเห็นชัดเจนไปเช่นนี้ทุกระยะความหมายของการจรของดวงดาวขณะนั้น เพียงแต่ถูกทำให้เขวไปด้วยเหตุจลาจลในสามจังหวัดภาคใต้ และวางใจว่าปฏิบัติการนกขาวของประชาชนไทยทั้งประเทศจะหมายถึงความสวัสดีมีชัยแล้ว จึงลืมตรวจสอบสถานการณ์ว่า ยังเป็นสถานการณ์ที่ยังเอื้อให้แด่เหตุร้ายได้อย่างเต็มที่ เพราะถึงอย่างไรราหู๘ ก็ยังอยู่ในราศีเมษ ของดวงเมืองอยู่ ราหู๘ ที่ค่อยเลื้อยผ่านไปอย่างเชื่องช้า จนแทบว่าช่วงหัวและตัวพ้นไปไกลแล้วเห็นเพียงช่วงหางแต่ไม่เฉลียวว่าหากเกิดตกตื่นใจ ราหู๘อาจวกกลับมาทำอันตรายได้ทันที



และก็เป็นเช่นนั้นเสียจริงๆ ครั้นเมื่ออังคาร๓ เจ้าเรือนมรณะ ซึ่งนำเอาประเทศไทยมาด้วย ในฐานะตนุลัคน์ ย้ายเข้าสู่ราศีพิจิกในวันที่ 10ธันวาคม 2547 เวลา15.26 น. ที่มีพุธ๔และศุกร์๖คู่อสีติธาตุใน พิจิกสร้างมหาอาณาจักรน้ำรออยู่แล้วนั้น และอย่าลืมว่าดาวพุธ๔ เป็นดาวอริของดวงเมืองที่ไปชุบย้อมตัวเองอยู่ในภพวินาสน์ของดวงเมืองและมารออยู่ที่ภพมรณะก่อนแล้ว ก็ถึงจุดอันตรายอย่างยิ่งของประเทศไทย และรออยู่เป็นเวลา 11 วัน เพื่อให้พระจันทร์๒จรถึงราศีมิถุนในวันที่ 25 ธ.ค.2547 เวลา 19.10 น. เมื่อมาถึงแล้วก็ก่อให้เกิดปฏิกิริยากับเสาร์๗ จรและเสาร์๗เดิมที่เล็งกันในราศีธนูสงบอยู่ชั่วอึดใจใหญ่จึงระเบิดขึ้น พุ่งโพลงเป็นมหาชลาลัย ทสึนามิขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้นคือ 26 ธันวาคม 2547 นั่นเอง


นั่นเป็นสิ่งที่มองเห็นอย่างแม่นยำทีเดียว โดยหลักโหราศาสตร์


การชุมนุมดาวร้ายขนาดหนักเช่นนี้ นับเป็นเรื่องที่เหมาะด้วยกาลบรรจบกันอย่างพิเศษโดยแท้จริง และหมายถึงภัยพิบัติอันร้ายแรงมหาศาลของประเทศชาติและประชาชนโดยแท้จริง ยากที่จะมีเกิดขึ้นเช่นนี้อยู่บ่อยๆได้โดยเฉพาะการบรรจบกันของดาวใหญ่อย่างเสาร์๗และมฤตยู๐ ที่มุ่งหมายมาก่อการร้ายโดยเฉพาะเช่นนี้ มีอาการว่าถูกกำหนดหน้าที่มาอย่างจะแจ้งเช่นนี้ ยากที่จะมีใครเห็นได้ง่ายๆแต่แม้เห็นอยู่เช่นนี้โดยทฤษฏีโหราศาสตร์จะแจ้งอยู่เช่นนี้ โหรก็พลาดอยู่จนได้ จึงเป็นสิ่งที่ควรเป็นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ ของฝ่ายโหรเช่นเดียวกัน



ผลของทสึนามิ ในวันที่ 26 ธันวาคม  2547  ก็คือประชาชนในเอเชียและแอฟริกาตะวันออกเสียชีวิต กว่า  156,063  ศพโดยอยู่ที่อินโดนีเซียมากที่สุด 104,055 ศพ ศรีลังกา 30,721 ศพ อินเดีย 15,636 ศพ ไทย 5,305 ศพ มาเลเซีย 74 ศพ มัลดีฟส์  74ศพ บังคลาเทศ 2 ศพ และประเทศในแอฟริกา รวมทั้ง เคนยา แทนซาเนีย โซมาเลีย เซเซลล์ มาดากัสการ์ รวม 137 ศพ นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายในแต่ละประเทศอีกรวมกันหลายหมื่นคน สำหรับประเทศไทย 6 จังหวัดที่เสียหายมากที่สุดก็คือ ระนอง ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง สตูล ที่อยู่ชายฝั่งทะเลอันดามัน อันเป็นแถบท่องเที่ยวคุณภาพของไทยถูกทำลายยับเยิน เป็นมหาภัยแผ่นดินไหวถึง 9.00 ริกเตอร์ จึงเกิดคลื่นใหญ่ ทสึนามิขึ้นมาทำลายทั้งชีวิตและทรัพย์สินให้สูญหายไปภายในเวลาวันเดียว นับเป็นพิบัติภัยครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศแถบทะเลอันดามัน จนประเทศต่างๆทั่วโลกยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือครั้งมโหฬาร

           

จากนี้มหาภัยก็ค่อยคลายลงไป เมื่อดาวอังคาร๓ จรออกจากภพมรณะไปตั้งแต่ 29 ม.ค.2548และจรสู่ภพอุจจาวิลาสน์ และมหาอุจต่อไป พอดีกับราหู๘ เคลื่อนพ้นไปจากประเทศไทยลับสนิท

           

นี่เป็นการบันทึกของโหราจารย์เพื่อแสดงหลักวิชาการทางโหราศาสตร์ไว้ให้เป็นบทเรียนและเป็นที่สังเกตครั้งสำคัญ ว่าเกิดความพลาดขึ้นได้อย่างไรในวงการโหราศาสตร์ไทย ซึ่งในที่นี้คือปฏิทินของท่านอาจารย์ทองเจือ อ่างแก้ว และควรจะสามารถใช้เฝ้ามองเหตุการณ์ร้าย ๆ ต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่อประเทศชาติได้ ในกาลต่อไป

           
ทสึนามิที่ไม่มีการเตือนภัยล่วงหน้า เป็นข้อบกพร่องน่าตำหนิของโหราจารย์ที่ไม่เอาใจใส่ติดตามและเตือนภัยล่วงหน้าเฉกเช่นเดียวกับฝ่ายพยากรณ์ทางอุตุนิยมวิทยานั่นเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายและเสียใจไม่แพ้กันเลยทีเดียว



บัดนี้เมื่อลองมองไปข้างหน้า โดยการประมาณสถานการณ์อย่างคร่าวๆพอเห็นภาพองค์รวมๆของประเทศไทย ก็จะพบว่าต่อจากนี้ไปนับแต่ 12 มี.ค. 2548ไปแล้วมหาภัยใหญ่ก็จะไม่มีมาอีกตลอดระยะยาวนานหลายสิบปีทีเดียว

 

นับจากเวลานี้ไป ใน 6 เดือนแรก ประเทศไทยจะมีปัญหาความยุ่งยากในเรื่องการบริหารจัดการเศรษฐกิจหลายๆด้าน

เริ่มจากราคาน้ำมันจะปั่นป่วนขึ้นๆลงๆไปตลอด โดยเฉพาะความยุ่งยากในการเข็นนโยบายตลาดเสรี จะมีปัญหาจากสัญญาคู่ค้าเสรีกับประเทศต่างๆที่ได้ทำเอาไว้แล้ว สัญญาจักไม่เป็นประโยชน์โดยสะดวกสบายดั่งใจหมาย ด้านการเงินและการคลังจะก่อให้เกิดความยุ่งยากตลอดช่วงเวลาดังกล่าว โดยเกิดจากผลกระทบจากสภาวะปั่นป่วนจากต่างประเทศ ภาวะตลาดหุ้นหวั่นไหวไม่แน่นอน

การก่อการร้ายจะเปลี่ยนโฉมไปเป็นหลบอยู่ใต้ดิน ซ่อนตัว วางแผนปฏิบัติการเป็นระยะๆ ฉกฉวยโอกาส แต่จะเบาบางลงไปจะโหมด้านกรโฆษณาชวนเชื่ออยู่ทั่วไปในทางบ่อนทำลายสถาบันราชการ รัฐบาล และประเทศชาติไปเงียบๆ ระวังการเข้าใจผิด หรือมีเหตุการณ์ที่ทำให้เข้าใจผิดกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งองค์การลับต่างประเทศ อันเป็นเหตุให้มีการตอบโต้โฆษณาชวนเชื่อต่อกันและกัน ควรใช้การทูตให้เป็นประโยชน์

และน่าระวังการโจมตีของฝ่ายก่อการร้ายต่อสถาบันการเงิน ก่อการปั่นป่วนทางการเงินขึ้นน่าระวังจะมีการปล้นธนาคารใหญ่ๆ หรือเกิดคดีเกี่ยวกับการเงินขึ้น หลัง 6เดือนไปแล้วจะดีมาก การเศรษฐกิจเริ่มเป็นผลดีขึ้น การค้าขายจะดีคล่องขึ้นขยายตัวออกไปอีก มีผลกำไร แต่ผลกำไรก็ยังไม่มากดั่งปรารถนา ยังไม่เข้าเป้าหมายเท่าที่ควร ต่อเมื่อปรับเปลี่ยนแก้ไขแล้วจะดีขึ้นตรงเข้าเป้าหมาย และน่าพอใจในภายหลัง

ในด้านภัยธรรมชาติ สิ่งที่ควรระวังก็คือ ระวังภัยจากความแห้งแล้ง ประชาชนผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมจะลำบาก เพราะจะประสบภัยดินฟ้าอากาศ ไม่อำนวยตามฤดูกาล อาจเกิดปัญหาทางการชลประทานระดับโครงสร้างขนาดใหญ่มีผลกระทบประชาชนจำนวนมากได้น่าระวังใน 1
– 2ปีข้างหน้า รัฐบาลจะต้องมีภาระหนักเกี่ยวกับการจัดการเรื่องน้ำเพื่อการเกษตรของประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือรวมทั้งประเทศ การจัดการเกี่ยวกับภัยแล้งซึ่งจะมีการวางโครงสร้างระบบชลประทานอย่างทั่วถึง

การลงทุน และการใช้จ่ายของประเทศยังสูงมหาศาลและมีการสูญเสียโดยเปล่าจาก เหตุพลิกผันบางเรื่องบางราว ยังต้องระวังโรคระบาดนก ทางด้านรัฐบาลโดยท่านทักษิณ  ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจะประสบปัญหาคณะทีมงาน จะมีการปรับคณะรัฐบาลหรือเสริมเพิ่มมาตรฐานการบริหารหลายครั้งจนกว่าจะอยู่ตัวจะมีปัญหายุ่งยากในระบบรัฐสภานับแต่นี้ไปตลอด 6 เดือนข้างหน้า หลังเดือน พ.ย.2548 จึงจะเรียบร้อย รัฐบาลจะสามารถบริหารตามครรลองที่ถูกต้องมีประสิทธิภาพสูง

หลังวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2550 ไปแล้ว ประเทศไทยจะประสบความเจริญ เฟื่องฟูในทุกๆด้าน พบความสำเร็จทางการเศรษฐกิจ การเงินและการคลังรวมทั้งการศาสนา สังคมวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของประชาชนบริบูรณ์มีความสุข ตลอดไปเป็นเวลานานหลายสิบปี

           

นี่เป็นการประมาณการโดยรวมๆเท่านั้น เราจะพยายามวิเคราะห์ลงในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งและพยายามติดตามเฝ้ามองระบบดาวจรในจักรราศีโหราศาสตร์ใกล้ชิด เพื่อประโยชน์ของประชาชน ประเทศชาติ และพระศาสนาต่อไป

 

 

·         ช. โหรชนบท

               11 ก.พ. 2548

 




หนังสือพิมพ์ดีเล่มที่ 33

บทบรรณาธิการ
เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว จากดีเล่มที่ 33
ประชาธิปไตยสงฆ์ ประเด็น เหตุเกิด พ.ศ.๑
สากลจักรวาลสากลศาสนา ตอนที่ 16



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เวบไซท์นี้ http://www.newworldbelieve.net มีข้อมูลพื้นฐานจากหนังสือพิมพ์ดี:วิเคราะห์ข่าวในวงการเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดและสหธรรมิก ออกโดยมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร) มี พระพยับ ปญฺญาธโร เป็นบรรณาธิการ และเป็น webmasterสำนักงานตั้งอยู่ที่ วัดมหาพุทธาราม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ 33000 ขณะนี้หนังสือพิมพ์ดีมีอายุทำการมา 11 ปีแล้ว มีเรื่องสำคัญคือการวิเคราะห์สังคมทั้งระบบด้วยแนวภูมิปัญญาและวิสัยทัศน์แห่งตาธรรมะในพระพุทธศาสนาเพื่อนำสังคมไปสู่ความดีงามและรอดปลอดภัยจากสถานการณ์เลวร้ายยุคนี้