ReadyPlanet.com
dot
dot dot
dot
พระพุทธเจ้า
dot
bulletบทศึกษาพิเศษ:พระพุทธเจ้า ศึกษาจากวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรนแปล เช้า- เย็น
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรแปล เช้า-เย็น อัพเดต
dot
พุทโธโลยี
dot
bulletสมาคมศิษย์หลวงปู่เครื่อง จัดประกวดเรียงความออนไลน์มัธยมศึกษาในวันวิสาขบูชา คลิกดูรายละเอียดและรางวัลที่นี่
dot
ชมรมยุวพุทโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
dot
bulletThe Beginning ความเป็นมาของโครงการชมรมยุวพุโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
bulletChart Showing the Process
dot
To The World
dot
bulletENGLISH
bulletUSA
bulletChina
bulletIndia
bullet Mynmar
bullet Cambodia
bullet Loas
bulletSri Lanka
bulletMalaysia
bulletKorea
bulletThe Truth Of Red Thailand 12-14 April 2009
bulletFrom red shirt survivor person
bulletA Sharp Turn of Believes : Iresearch Iwrite Iread
dot
Buddhism How?
dot
bulletMystery World Report 25
bulletMystery World Report 24
bulletMystery World Report 23
bulletMystery World Report 22
bulletMystery World Report 21
bulletMystery World Report 20
bulletMystery World Report 19
bulletMystery World Report 18
bulletMystery World Report 17
bulletMystery World Report 16
bulletMystery World Report 15
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 14
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 13
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 12
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 11
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 10
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 9
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 8
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 7
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 6
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 5
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 4
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 3
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 2
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 1
dot
โหราศาสตร์ [updateใหม่สุด]
dot
bullet สารบาญโหราศาสตร์โดยชลัมพุช โหรชนบททุกเรื่อง
bulletดวงชะตาที่ควรสังเกตในรอบปี 2552 และบทวิเคราะห์ดวงพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
bulletบันทึกข้อสังเกตประเด็นสำคัญดวงชะตาประเทศไทยช่วงเดือนส.ค.-พ.ย.2552
bulletดวงชะตานักการเมืองแฟ้ม 3 พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
bulletดวงชะตาประเทศไทย พยากรณ์ว่าประชาชนจะอดอยากยากจนและเผชิญภับพิบัติ 4 ประการ
bulletให้คำพยากรณ์นักธุรกิจชาวอังกฤษ
dot
โหราศาสตร์ ภาคทฤษฎี
dot
bulletอยากรู้เรื่องโหราศาสตร์ คลิก!
bulletดวงชะตาผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตไทย
dot
เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว
dot
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2536
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2537
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2538
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2539
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2540
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2541
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2542
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2543-2545
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2545-2549
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2549-2550
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2550-ส.ค.2551
bulletเฝ้าดูฯ ส.ค.-ก.ย.2551
bulletเฝ้าดูฯ ก.ย.2551- ธ.ค. 2551
dot
เฝ้าดูฯสำนวนพัชรา กอปรทศธรรม
dot
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 16-27
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 29
bulletบทความใหม่ เม.ย.-พ.ค.2552
bulletพุทธธรรมเพื่อทางดับทุกข์
bulletประวัติพัชรา กอปรทศธรรม
dot
รวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
bulletรวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
สากลจักรวาล สากลศาสนา
dot
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา1
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา2
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา3
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา4
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา5
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา6
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา7
bulletสากลจักรวาล สากลศาสนา8
bulletสากลจักรวาล สากลศาสนา9
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา10
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา13
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา14
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา16
dot
ส่วนข้อมูลสำคัญเพื่อการวิจัยการเมืองไทยยุค คมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
dot
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่1/26ส.ค.2551
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่2/27ส.ค.2551
bulletข้อมูลสำคัญยุคคมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
bulletใบปลิว อีเมล์ ในหลวงทรงร้องไห้
bulletในหลวงเพิ่งทราบข่าวฆ่าประชาชน10เมย.53ทรงร้องไห้
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
บันทึกลับเสื้อแดง
dot
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
รวมข่าวม็อบการเมืองสนธิ-จำลอง-ปชป.มิ.ย.51-เม.ย.52 นสพ.
dot
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 1
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 2
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 3
bulletรวมข่าวม็อบ30มิ.ย.51-23มี.ค.52
bulletเลือดศรีสะเกษบันทึกเรื่องราวรอบด้านเกี่ยวกับเขาพระวิหาร
dot
การโฆษณาชวนเชื่อล้มรัฐบาลทักษิณ
dot
bulletรายงานการโฆษณาชวนเชื่อในประเทศไทยที่ล้มล้างรัฐบาลทักษิณ
dot
บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
dot
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี แฟ้ม 2
dot
หนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนท )
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต ) เล่ม 1 - 44 - ล่าสุด
bulletหน้าที่เก็บไว้
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 1
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 3
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 4
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 5
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 6
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 7
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 8
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 9
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่10
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่11
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่12
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่13
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่14
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่15
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่16
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่17
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่18
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่19
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่20
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่21
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่22
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่23
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่24
bulletหนังสือพิมพ์ดีเล่มที่ 25
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่26
bulletหนังสือพิมพ์ดีเล่มที่ 27
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่28
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่29
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่30
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่31
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่32
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่33
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่34
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่35
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่36
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่37
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่38
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่39
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่40
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 41
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 42
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 43
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 44
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 45
bulletเกี่ยวกับเวบไซต์ของเรา
bulletร่าง... บันทึกชั่วคราว.....ลบทิ้งเมื่อใช้ประโยชน์แล้ว
dot
รายการทั่วไป
dot
bulletงดเหล้าเข้าพรรษา
bulletมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร)
bulletศรีสะเกษ
bulletวัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ บันทึกเหตุการณ์
bulletสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษแห่งที่ 1
dot
ช่องบริการประชาชน
dot
bulletบริการแจ้งของหาย คนหาย สื่อข้อความ หมอผี ฯลฯ
bulletคาถาอาคมไสยศาสตร์
bulletกวีนิพนธ์ใหม่
bulletนิทานธรรมะประยุกต์ มานุสสาสุระสงคราม 4 ภาค และอื่น ๆ
bulletอัลบั้มรูป ภาพในอดีตและชีวประวัติศาสตร์ที่สวยงาม
bulletศาสนาสากล การวิเคราะห์ความหมาย
bulletปลอบใจ
bulletรวมกระทู้เด็ดจากกระดานถามตอบ
bulletจากเวบบอร์ด พูดกันไม่รู้เรื่อง ประชาธิปไตยล้าหลัง
bulletอัลบั้มรูป history


เบื้องต้นแห่งกวีนิพนธ์

 

 เบื้องต้นแห่งกวีนิพนธ์

 

 

0.    เบื้องต้นแห่งกวีนิพนธ์เริ่มตรงนี้  

section1.    รางวัลกวีสดุดี5ธันวามหาราช

section 2.   กวีอำนวยพรวันปีใหม่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 เบื้องต้นแห่งกวีนิพนธ์

การศึกษาการกวี จากแบบฝึกหัดและบทวิเคราะห์จากอาจารย์

จาก บทกวีแห่งชีวิต รวมบทกวีนิพนธ์แห่งความส่างใจ

ของพระพยับ ปญฺญาธโร

 

 

เบื้องต้นแห่งกวีนิพนธ์              เริ่มตรงนี้

 

การศึกษาเบื้องต้นแห่งกวีนิพนธ์ คือการฝึกหัด เขียนบทร้อยกรองด้วยคำอันไพเราะ  และมีความหมายชัดเจนแจ่มแจ้ง  และมีลีลาจังหวะสละสลวย นักศึกษาพึงสังเกตศึกษาจากของจริง  อาทิเช่น  การประกวดกวีนิพนธ์ในเทศกาลเฉลิมฉลองวันสำคัญ ๆ เป็นต้น ในที่นี้ ได้นำตัวอย่างบทกวีนักเรียนและกวีจากวัดมาให้ศึกษา  ดังต่อไปนี้...

 

 

 

ประกาศรางวัล

 

 section1

สรุปผลการตัดสินรางวัลกวีสดุดี  ๕ ธ.. ๓๗

ผู้ตัดสิน พระอาจารย์พยับ ปญญาธโร

            ผู้จัดการโรงเรียนวัดมหาพุทธารามวิทยา วัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ

            เมื่อ ๕ ธันวาคม พ.. ๒๕๓๗

 

 

จำนวนทกวีที่ตัดสิน  มีผู้ส่งบทกวีเข้าประกวดทั้งสิ้น ๑๕  สำนวน แนบมาพร้อมดังนี้

 . รางวัลชั้น  ( เงินรางวัล ๑๐๐ บาท )  มี ๓  สำนวนได้แก่

     .  สำนวนที่  ๑ ของสามเณรไพโรจน์  แก้ววงษา

     . สำนวนที่ ๑๒ ของสามเณรสมร  อินทร์เดช

     . สำนวนที่  ๑๕ ของสามเณรจำเริญ  ศรีบุญเรือง

.  รางวัลชั้น    ( เงินรางวัล ๗๕ บาท ) มี  ๑ สำนวน  ได้แก่

     . สำนวนที่ ๓  ของสามเรณอาคม  ศรีบาล

.  รางวั ลชั้น ๓ ( เงินรางวัล ๕0 บาท ) มี  ๑ สำนวน ได้แก่

     . สำนวนที่ ๖ ของสามเณรยอด  เพชรดี

.  รางวัลชั้น  ( เงินรางวัล ๒๕ บาท ) มี ๖ สำนวนได้แก่

    . สำนวนที่ ๔  ของ เลือน้อย ( สามเณรบุญกอง บัวลา )

    . สำนวนที่ ๕  ของ หงอก ( สามเณรอุดม  ยอดพงศา )

    . สำนวนที่ ๘  ของสามเณรสุดใจ   ศรีบุญเรือง

    . สำนวนที่๑๑ ของ สามเณรเจริญ ศรีประสิทธิ์

    . สำนวนที่ ๑๓ ของสามเณรสมยง พรมโสภา

    . สำนวนที ๑๔ ของสามเณรุพจน์  เบี่ยมจันทร์

. รางวัลชมเชย ( เงิน รางวัล๑0 บาท ) มี ๔ สำนวน ได้แก่ 

    . สำนวนที่ ๒ ของราญ บรพัน ( สามเณรสำราญ ดวนสูง )

    . สำนวนที่ ๗ ของแสวง ชัยสวัสดิ์ 

    . สำนวนที่ ๙  ของสามเณรหัส ดวงชัย 

    . สำนวนที่ ๑0 ของสามเณรตี๋  เพชรดี

 

 

 

 

 

สำนวนที่ ๑ 

ของสามเณรไพโรจน์  แก้ววงษา

ชั้นม.๒ ร..วัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ

 

 

สดุดีมหาราช

 ๕ ธันวาคม พ.. ๒๕๓๗

 

 

 

สดุดี ๕ ธันวามาบรรจบ                               ขอน้อมนบบาทบงสุ์พระทรงศรี  

สมเด็จพระภูมิพลล้นบารมี                           ทรงปรานีทวยราษฏร์ผองชาติไทย

น้ำพระทัยท่านนั้นล้นเกล้า                           เปรียบดั่งเจ้าธาราที่หลั่งไหล

เปรียบดั่งเพ็ญผ่องฟ้าสุลาลัย                       เปรียบประทีปนำชัยให้ประชา

 

ธคือองค์ภูมินทร์ปิ่นนเรศ                             ธ ปกเกศคุ้มไทยแผ่ไพศาล

คือจอมปราชญ์วิทยานาประการ                    ชุ่มชื่นบานไพร่ฟ้าทั่วธานี

พระเป็นยิ่งกว่ามหากษัตริย์                          พูนพิพัฒน์เผ่าไทยให้สุขศรี

พระเมตตาล้นเหลือเหนือชีวี                        สถิตที่หทัยชนจนนิรันดร

 

พระองค์คือหัวใจไทยทั้งชาติ                       ใจจะขาดน้อมนึกระลึกถึง

สามโลกพ่ายพระกรุณาที่ตราตรึง                  พระองค์คือหนึ่งในดวงใจประชาชน

สละชีพเป็นราชพลีมีหรือไม่                         แต่คนไทยธรรมดากล้าทุกหน

เฉลิมพระชนม์พระลื่นชื่นกมล                       ไทยทุกคนกราบไหว้ถวายพระพร...

 

 

 

หมายเหตุ - บทกวีนี้นำลงตามต้นฉบับทั้งหมดโดยไม่ได้แก้ไขตัดตอนใดใด การพิจารณาเอา ความหมายกับจินตนาการเป็นหลัก ไม่ถือฉันทลักษณ์เป็นสำคัญ

- คำที่ขีดเส้นใต้(ให้สีไว้)เขียนไม่ถูกต้องตามพจนานุกรมไทย แต่พอทราบเค้าหมายจากเสียง

คำลักษณะนี้เป็นคำที่บอกความหมายว่า  กวีอาจสร้างภาษาใหม่ได้เสมอ

-         บทกวีนี้ได้รางวัลชั้นสูงสุด ( เงินรางวัล ๑๐๐ บาท )  

 

 

 

 

 

 

 

สำนวนที่ ๒  

ของราญ  บรพัน ( นามแฝง )

ชื่อจริง สามเณรสำราญ ดวนสูง มัธยม  ศึกษาปีที่ ๑ ร.. วัดมหาพุทธารามวิทยา

 

 

 

 5ธันวามหาราชหมุนเวียนมาบรรจบครบอีกครั้ง

พระองค์ทรงขจัดทุกข์

เจริญสุขแก่พวงประชา

ทรงพิทักษ์เทิดทิศนิจสินทร

 

ประกอบกิจการใดสมดวงจิต

ขอให้สมดังใจที่ปราถนา

ขอนอบน้อมคุณท่านแผ่ไพศาลแผ่ปกกร้าวปวงประชาราช

ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระบารมี

 

 

 

หมายเหตุ คำและวรรคที่ขีดเส้นใต้ทำให้ความหมายบทกวีทั้งสิ้นเสียหายเลือนไปหมด

 

 

 

 

 

สำนวนที่ ๓ 

ของ สามเณรอาคม ศรีบาล

มัธยมศึกษาปีที่ ๒  ..วัดมหาพุทธาราม  

 

 

 

ทีฆายุโก   โหตุ     มหาราชา     

ภาพพระองค์พิมพ์ในใจใทยทั้งชาติ               พระองค์พิมพ์งานเพื่อราษฏร์ไทยทั้งผอง

ในใจพิมพ์พระไว้ในครรลอง                        ต่างแซซร้องมหาราชของชาติไทย

พระองค์ทรงงานหนักมานักแล้ว                    ทูลหม่อมแก้วแผ้วถางทางสว่างไสว

มุ่งสู่สุขสูงสุดของคนไทย                            หาผู้ใดเทียบพระองค์คงไม่มี

วโรกาสห้าธันวามาอีกครั้ง                           สองกรตั้งกราบตรงพระทรงศรี

ร่วมจิตกตัญญูกตเวที                                 แต่ภูมีขอพระองค์ทรงพระเจริญ

 

 

 

หมายเหตุ สำนวนนี้ ได้รับรางวัลชั้นที่ ๒ ( เงินรางวัล ๗๕ บาท )

 

 

 

 

 

 

 

 

สำนวนที่ 4

ของเสือน้อย(นามแฝง)

ชื่อจริง สามเณรบุญกอง บัวลา

มัธยมศึกษาปีที่1 ร.ร.วัดมหาพุทธารามวิทยา

 

 

เย็นแสงจันทร์อันกระจ่างสว่างหล้า               เย็นธารารินไหลในห้วยละหาน

เย็นน้ำฟ้าพากกลางคืนให้ชื่นบาน                 เย็นพระพายพัดผ่านผิวกาย

เย็นอะไรไม่แลเห็นจะเย็นเท่า                     เย็นบารมีปกเกล้าไทยทั้งหลาย

พระเมตตาเย็นอกพสกมิวาย                       ทุกข์โศกหายห่างเข็ญเย็นถิ่นไทย

ขอพระร่มโพธิ์ทองของข้าบาท                    เสวยราชยิ่งร้อนฉนำสมัย

เสวยสุขทุกข์สิ้นอรินทร์ประลัย                    เป็นหลักชัยข้าบาททุกชาติเทอญ

 

 

หมายเหตุ น่าเสียดายที่บทกวีอันไพเราะบทนี้ เสียเนื้อความหมายไปอย่างมาก

อยู่ ๒ วรรคเกือบ สุดท้าย ( ที่ขีดเส้นใต้ ) เลยทำให้บทกวีทั้งสิ้นพลอยเสียหายไปด้วยควรแก้สำนวนเสียให้ได้ความหมายในระดับใกล้เคียงกับวรรคอื่น ๆ

-         ได้รับรางวัลชั้นที่4 เงินรางวัล 25 บาท

 

 

 

 

 

 

สำนวนที่ 5

ของ หงอก(นามแฝง)

ชื่อจริง สามเณรอุดม ยอดพงศา

ชั้น ม.1  ร.ร.วัดมหาพุทธารามวิทยา วัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ

 

 

พระบาท ยัวรยาตรก้าว                               จำเนียร กาลเฮย

สมเด็จ   เสด็จเยียน                                  ไพร่ฟ้า

พระเจ้า   แผ่นไผทเสถียร                            สถิตคู่ สยามแฮ

อยู่หัว    มิ่งขวัญฟ้า                                   พุทธเจ้าถวายชัย ฯ

 

 

หมายเหตุ   ได้รางวัลชั้นที่ 4 (เงินรางวัล 25 บาท)

 

 

 

 

 

สำนวนที่ 6

ของ สามเณรยอด เพชรดี

ชั้น ม. 2  ร.ร.วัดมหาพุทธารามวิทยา วัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ

 

 

 

เสด็จเยือน ณ ที่ใดในแหล่งหล้า                     ทรงเป็นพระราชบิดามาเกื้อหนุน

รอยพระบาทเสด็จเยือนเหมือนรอยบุญ          เปี่ยมด้วยพระมหากรุณาธิคุณ..ทรงพระเจริญ

 

บุญไทยธโอบเอื้อ                                     อาทร

พระดั่งดวงทินกร                                       เทอดเกล้า

สรรพสุขสโมสร                                        สฤษฏิ์ทั่ว  ไทยนา

ถวายพระพรพระผ่านฟ้า                              เผด็จร้ายนิรันดร์เกษม

 

เช้าวันนี้ฟ้าเข้มเต็มท้องฟ้า                           ทองเนื้อเก้าทาบทาประกายส่อง

ทั้งแผ่นดินฝืนนี้เป็นสีทอง                            ช่วยความรักคลุมละอองครองแผ่นดิน

 

 

 

หมายเหตุ    กวีบทนี้มีสำนวนไพเราะมากแต่น่าเสียดาย โครงสี่สุภาพวรรคสุดท้าย

( ที่ขีดเส้นใต้ )เสียไป ทั้งสัมผัสและความหมายแห่งถ้อยคำ ส่วนกลอนก็เสียความหมายในวรรคสุดท้ายไปทั้ง  บท จึงน่าเสียดายมาก

-         สำนวนนี้ได้รางวัลชั้นที่ ๓ ( เงินรางวัล ๕๐ บาท )

 

 

 

 

 

 

 

สำนวนที่ ๗

ของสามเณรแสวง  ชัยสวัสดิ์

ชั้น ม.๑ ร..วัดมหาพุทธารามวิทยา  ศรีสะเกษ

 

 

           

คุณ   พ่อปกทั่วฟ้า                                     นภาลัย

พ่อ    เหมือนเป็นบิดาไทย                          ทั่วหน้า

ของ  ขวัญใดหนอมอบได้                           มั่นเหมาะ

เรา   ขอเป็นคนดี                                      ถวายพ่อแทนคุณ

 

นฤบดีเสด็จทั่วด้าว                                     แดนไทย

ดุจพิรุณซโลมใจ                                       ไพร่ฟ้า

เหนื่อยอยากจะหาไหน                              ใครเทียบ  เปรียบฤา

ขอพระเกษมคู่หล้า                                    สีบแคว้นแดนสยาม

 

ขอน้อมเกล้าถวายชัยมงคล                         วันเฉลิมพระชนมพรรษา

ทียุโก  โหตุ   มหาราชา                             ทรงเจริญพระชันษายิ่งยืนนาน

 

 

หมายเหตุ  กวีโครงกระทู้บทแรก เสียสัมผัสไปทั้งสองวรรคสุดท้าย เสียทั้ง เอกและโท

                (สำหรับโครงสี่ต้องระวังให้มากเพราะมีเอกโท )เป็นอีกบทหนึ่งที่น่าเสียดาย

 

 

 

 

 

สำนวนที่๘ 

ของสามเณรสุดใจ   ศรีบุญเรือง

ชั้น ม.๑ ร..วัดมหาพุทธาราม  ศรีสะเกษ

 

 

   ธันวามหาราช               ชาติมั่นคง

ทรงเป็นชาติ                      เอกราชของสมเด็จ

เผด็จศึก                           ออกเยี่ยมชม

ประชาชนทั่วน่ากัน               ท่านเหมือนพ่อ

ของชาติ                          เอกราชทรงเจริญ

เพราะบุญบารมี                 ทั่วธรณีฉ่ำชนม์

ประภัสสรนิรันดร์กาล           อานิสงฆ์    ทรงพระเจริญ

 

 

หมายเหตุ  กวีบทนี้  เขียนโดยความหมายแห่งคำล้วน  แต่คำที่ขีดเส้นใต้มีความหมายไม่ชัดเจน   และไม่ค่อยสอดคล้องกับคำอื่น ๆ

-         ได้รับรางวัลที่ ๔ ( เงินรางวัล๒๕  บาท )

 

 

 

 

 

 

สำนวนที่ ๙ 

ของสามเณรหัส ดวงชัย

ชั้น ม.๑ ร..วัดมหาพุทธาราม  ศรีสะเกษ

 

 

5 ธันวามาบรรจบครบอีกรอบ                       จะขอมอบกลอนบทนี้เป็นอนุสรณ์

ที่ดั้นด้นเลิกทาสปราศจากไพล่                     แต่หฤทัยของท่านไม่สั่นคลอน

เป็นอนุสรณ์ของไทยไปอีกนาน                    ขอสดุดีมีชัยให้แก่ท่าน

สุขนิรันชาวประชาอานาเขต                         ทั่วประเทศล้ำลึกนึกปราลัย

ขอให้มีสุขทุกนิรัน                                     ขวัญประชาราษมีสุขทุกวันเอย

 

 

หมายเหตุ  กวีบทนี้มีความหมายของถ้อยคำไม่เข้มพอ บางคำขาดสำเนียงกลมกลืนกับคำอื่นทำให้ไม่เพราะและเขียนคำผิดมาก

 

 

 

 

 

 

สำนวนที่ ๑๐  

ของสามเณรตี๋  เพชรดี

ชั้น ม.๒ ร..วัดมหาพุทธารามวิทยา

 

 

   ธันวามหาราช              วันเลิกทาสสุขี

 ชาวปวงประชาขวัญดี          ต่างมีจิตใจดีทั่วหล้า

ท่านทรงเลิศประเสริฐนัก       ชาวมหาพุทธารามวิทยาจงรักภักดีเอย

 

 

หมายเหตุ กวีบทนี้มีข้อความน้อยเกินไปมีความหมายไม่ครบถ้วนควรใส่เนื้อความให้ชัดเจนกว่านี้

 

 

 

 

 

 

สำนวนที่ ๑๑ 

ของสามเณรเจริญ  ศรีประสิทธิ์

ชั้น ม. ..วัดมหาพุทธารามวิทยา  ศรีสะเกษ

 

 

 

. ถึงวันเฉลิม        พระชนม์พรรษา        มาบรรจบ

ปวงชนน้อมเกล้า     ทั่วทุก                    ทิศสาร

ขออวยพร              คู่กับ                     ปวงประชาบาล

ทั้งเป็นมิ่งขวัญ         คู่ปัญญา                และบารมี

ข้าพเจ้าทั้งประชา     ขออวยพร               ให้มีสุข

ทั้งให้สุขสันต์          ทั้งวันเฉลิม            ควบคู่บารมี

ขอให้สุขี                ปลดทุกข์                ชั่วนิรันดร์

. ทรงมี               พระวิริยะ                อุตสาหะ

ทรงเสียสละ           เพื่อปวงชน              ทุกแห่งหน

แม้ทุรกันดาร          เพียงใด                  ก็ย่อมทน

ก็ทรงเสด็จ              ด้วยตน                 เพื่อสุขปวงประชา

.  ห้าธันวา            มหาราช                พระบาทเจ้า

ชึ่งเป็นวันครบ          มาบรรจบ              ครบพรรษา

ทั้งปวงประชา          ทุกทั่วหน้า               พร้อมกายา

ขอนอมเกล้า           กระหม่อม               สดุดี

 

 

 หมายเหตุ   กวีบทนี้ใช้คณะบอกจังหวะทำนอง แต่ความหมายไม่เด่น และมีบางวรรคที่คำสัมผัสคำทำให้เลอะเลือน ( อย่างที่วรรคที่ขีดเส้นใต้ เป็นต้น )

-ได้รางวัลชั้นที่ ๔ (เงินรางวัล๒๕ บาท )

 

 

 

 

 

สำนวนที่๑๒

ของสามเณรสมร อินทร์เดช

ชั้นม. ๒ ร..วัดมหาพุทธารามวิทยา  ศรีสะเกษ

 

 

 

อันพระคุณใครใครในพิภพ                          ยังรู้จบแจ้งคำมาพร่ำขาน

พ่อและแม่มีคุณต่อบุตรสุดประมาณ               ขอกราบกรานระลึกถึงซึ่งพระคุณ

 

เจ้าข้าเอ๋ยใครหนอใครให้กำเนิด                   จึงก่อเกิดเติบใหญ่ด้วยไออุ่น

ทั้งกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงลูกมาด้วยการุณ             ช่วยค้ำจุนให้รอดพ้นเป็นคนมา

 

ถึงลำบากร่างกายใจห่วงลูก                         ด้วยพันผูกดวงใจให้ห่วงหา

หัวอกใครจะอุ่นเท่าอีกเล่านา                       คอยปลอบเช็ดน้ำตาคราระทม

 

เป็นแดนใจร่างหายปราศกิเลส          เป็นสรรเพชรของบุตรพิสุทธิสม

ความรักเปี่ยมเมตตานำนิยม                         ประดุจลมโชยเญ็นใครเห็นดี

 

หอบสังขารทำงานเลี้ยงลูกน้อน                    เกรงจะด้อยใจทรามต่ำศักดิ์ศรี

จึงส่งให้ได้วิชามี                                       ให้ได้ดีกว่าพ่อแม่หวังรอคอย

 

เหมือนนกกาหาเหยื่อมาเพื่อลูก                    เปรอความสุขหาทรัพย์ไว้ให้ใช้สอย

ยามไกลพรากจากสุธาตั้งตาคอย                  ใจระห้อยนอนสะอื้นขื่นขมทรวง

 

กว่าลูกลูกจะสำนึกพระคุณท่าน                     ช่างเนิ่นนานบ้างชิวามาลับล่วง

บ้างก็ป่วยจนแทบสิ้นแดดวง                         ลูกจึงห่วงเอาใจใส่ในกายา

 

อย่าให้รอใกล้ตายจึงกลายใกล้                    เป็นศพไปจึงรู้บุญคุณท่านหนา

ยามท่านอยู่ควรรู้ชัดสร้างศรัทธา                   ตอบแทนคุณบิดามารดาเอย

 

 

หมายเหตุ  บทกวีบทนี้  คณะบางคณะออกเสียงตะกุกตะกัก  เพราะในคณะนั้นมมีคำมากเกินไป เช่นบรรทัดที่ 2(สี) วรรคแรกเป็นต้น คำเจ้าข้าเอ๋ย ในบรรทัดต่อมาออกสำเนียงที่ค่อนไปไม่สง่างาม สมเนื้อเรื่อง คำหรือวรรคที่ขีดเส้นใต้ ยังมีความหมายไม่ชัดเจนไม่ควรใช้คำ เปรอ แต่กวีบทนี้ เป็นกวีธรรมชาติอีกบทหนึ่งซึ่งมีคุณค่าสูงส่งทางธรรมชาติ

-สำนวนนี้ได้รางวัลชั้น ๑  ( เงินรางวัล  ๑๐๐  บาท )

 

 

 

 

 

 

สำนวนที่๑๓

ของสามเณรสมยง  พรมสุข

ชั้น ม.๑ ร.. วัดมหาพุทธารามวิทยา  ศรีสะเกษ

 

 

5  ธันวาพวกเรารู้ว่าวันพ่อ                            พ่อแม่หนออยู่อุ้มชูดูแลลูก

เฝ้าพันผูกจิตรักสมัครสมาน                         ร้องเห่กล่อมลูกน้อยด้วยกาพกานท์

เสียงประสานดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจ

 

ท่านร่วมสร้างสาธารณะมหาศาล                   ท่านมองกาลณ์ได้ไกลให้น้ำใกล้

ปิดที่นากางกั้นน้ำนำไป                   แบ่งปันให้ราษฏรด้วยไมตรี

เป็นที่รักของบ้านเมืองอย่างผูกพัน                 สายสัมพันธ์เกี่ยวใจให้คนที่มี

ความอารีมีเมตตาและปราณี                        ขอสดุดีให้ท่านทรงพระเจริญ

 

 

หมายเหตุ   บทกวีบทนี้ยังใช้ภาษาแสดงความรู้สึกอันงดงามภายในไม่ได้  วรรคที่ขีดเส้นใต้ทำให้เสียหาย  บทต้นเกินไปวรรคหนึ่ง  (ธรรมดาบทกลอนมี๔  วรรค )

-         ได้รางวัลชั้นที่ ๔ ( เงินรางวัล ๒๕ บาท  )

 

 

 

 

 

 

 

สำนวนที่ ๑๔ 

ของสามเณรสุพจน์  เปี่ยมจันทร์

ชั้น ม.๒ ร..วัดมหาพุทธาราม  ศรีสะเกษ

 

 

  

 5  ธันวามหาราชมาบรรจบ                          ขอน้อมนบพุทธองค์ผู้ทรงศรี

ทรงพระเจริญประสบสุขทุกราตรี                   ในความดีคู่บารมีของปวงชน

 

ข้าพเจ้าขอถวายพระพร                              ให้พระองค์ประสบสุขทุกทั่วหน้า

ทรงพระเกษมทั้งกายและวาจา                     เป็นสง่าคู่ฟ้าของเมืองไทย

 

ประชาราษฏรชื่นใจแสนเบิกบาน                   ทุกถิ่นฐานเหนือใต้สบายจิต

ทั่วทุกทิศต่างกล่าวสรรเสริญ                        ในพระองค์ภูมิพลสดุดี

สุขเปรมปรีทั่วหล้า                                     คู่ฟ้าเทอญ

 

 

 

หมายเหตุ   บทกวีบทนี้จัดคณะไม่เรียบร้อย แต่ละวรรคมีสำเนียงสั้นยาวไม่เท่ากันทำให้ความ ไพเราะลดน้อยลงไปมาก 

- ได้รางวัลชั้นที่ ๔ ( เงินรางวัล ๒๕ บาท )

 

 

 

 

 

 

สำนวนที่ ๑๕

ของสามเณรจำเริญ  ศรีบุญเรือง

ชั้น ม.๑ ร.. วัดมหาพุทธารามวิทยา  ศรีสะเกษ

 

 

   

  ธันวามาสะพรั่งอีกครั้งหนึ่ง                      ลูกลูกซึ้งพระคุณพ่อนั้นนักหนา

ให้ชีวิตให้ดวงจิตให้ชีวา                              ลูกทั่งหน้าน้อมเคารพนบพระคุณ

๕ ธันวามหาราชขาดไม่ได้                          บุญคุณไซร้ของพ่อเพียงภูผา

ให้ความรักความอบอุ่นแก่บุตรา                    ตลอดมาจนเติบใหญ่ได้เล่าเรียน

พระคุณพ่อเลิศล้ำมหาสมุทร                        พระคุณพ่อไม่มีสุดซึ่งคำขาน

ขอทดแทนพระคุณนั้นนิรันดร์กาล                 สืบสร้างสานความดีอยู่คู่โลกา

 

 

 

หมายเหตุ  บทกวีบทนี้มีความไพเราะและลึกซึ้งด้านความรู้สึกที่จริงจัง การใช้ถ้อยคำก็สละสลวยถูกสำเนียงกวีและยังถูกต้องตามกติกาที่ให้ไว้  แม้ว่าอาจปรับปรุง บทลงท้ายให้ดีขึ้นกว่านี้  ก็เป็นบทกวีที่เข้าลักษณะกวีธรรมชาติที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งอีกบทนึ่ง

-         ได้รับรางวัลชั้น ๑ (เงินรางวัล ๑๐๐  บาท  )

 

 

 

 

 

มีทั้งหมด ๑๕  สำนวนยุติลงเท่านี้

เตรียมลับคารมและสร้างสมมโนคติแห่งจินตนาการไว้ให้ดี คราวหน้ารางวัลแต่ชั้นจะสูงขี้นไปกว่านี้ ...

 

 

 

 ๙๙  นามไทยยังเทศไห้                            พิศวง

เพียงหนึ่งเหนือพิภพยง                              เยี่ยมหล้า

คำแหงแห่งสิงห์ปลง                                  สีหนาท แลฤา

ส่ำสัตว์ละล้าวหน้า                                     ตื่นต้านฤาเห็น ฯ

 

 ๑๐๐  นามไทยเพ็ญภาคพื้น                        ยินผวา

เพียงหนึ่งเหนือนัครา                                 อื่นอ้าง

ถอนพิษสรรพภยา                                     ยงเผ่าไทยเฮย

ดุจดั่งไพรวัลย์กว้าง                                   ถิ้นท้องทางเสือ

 

-         ๒๐๐  บทกวี  

 

 

 

 

 

 

      

 

 

 

 section2 

 [การ ประกวดบทกวีต้อนรับวันปีใหม่ ]

เมื่อวันที่  1 มกราคม  .. ๒๕๓๘

  โรงเรียนวัดมหาพุทธารามวิทยา

ผู้ตัดสินบทกวี ; พระอาจารย์พยับ  ปญญาธโร

                     ผู้จัดการโรงเรียนวัดมหาพุทธารามวิทยา

ปรารกฏผลตามประกาศต่อไปนี้....

 

 

ประกาศผลกวีต้อนรับปีใหม่

( บทกวีที่บงบอกความสุขสดชื่นและความสว่างไสวภายใน )

มีสำนวนที่ส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น  ๒๗   สำนวน  ดังนี้...

หมายเหตุ  สำนวนชนะเลิศได้แก่สำนวนที่ 19 ของ เปาฉือยุ่น(ส.ณ.จำเริญ ศรีบุญเรือง)

 

 

        สำนวนที่ ๑ ของสามเณรอาคม  ศรีบาล ม. ๒ ร.. วัดมหาพุทธารามวิทยา

 

สวัสดีปีใหม่ให้ทุกท่านมีแต่ความสุขทุกท่าน

เนื่องในวาระดิถีชึ้นปีใหม่จงประสบแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรืองและสัมฤทธิ์ผลในสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการ

      ศุภฤกษ์เบิกดิถีขึ้นปีใหม่         ขออวยชัยให้พรจงสุขสันต์

      ให้ไร้ทุกข์มีแต่สุขทุกคืนวัน     นิจนิรันดร์อย่างนี้ทุกปีเอย

ในศุภวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกโปรดประทานความสุขเกษมสำราญแด่ท่านตลอดชั่วกาลนานเทอญ

 

วิเคราะห์ คำ "ศุภฤกษ์เบิกดิถีขึ้นปีใหม่" เป็นคำที่มีความหมายน้อยและใช้กันอย่างพร่ำเพื่อ  กลอนมีเพียงบทเดียวแต่สำเนียงไม่ราบรื่นเพราะจัดคณะไม่เสมอกัน  ๗ บ้าง  ๘ บ้าง ๙  บ้างและยังเขียนไม่ถูกกติกา 

 

 

 

 

 

 

   

        สำนวนที่ ๒ ของแก้วใส ( ..หัส ดวงชัย ม.   .. วัดมหาพุทธารามวิทยา )

 

บทกวีแห่งความสุขความเจริญ

 

ปีเก่าไปปีใหม่มาทิวาสรรค์                  สิ่งหมายหั่นสมหวังดังถวิล

ดำรงสุขสุนทราเป็นอาจิณ                  ชื่นชีวินวัฒนะกาละนี้

ถึงดิถีปีใหม่พิไลลักษณ์                     จงพร้อมพักพรชัยใสเขษม

ชีวิตชื้นรื่นฤดียิ่งปรีดิ์เปรม                   แสนอิ่มเอมทรัพย์ยศปรากฏมี

 

สวัสดีปีใหม่อุทัยแสง                        จักแสวงสิ่งใดสมใจหวัง

ดำรงสุขทุกทิวาอ่าชีวัง                      ดิเรกดังดาราสง่างาม

ด้วยเดชอานุภาพแห่งคุณพระ             จงชนะหมู่อมิตรที่คิดล่วง

เจริญสุขทุกทิวาสุดาดวง                   ให้โชติช่วงชีวิตเป็นนิตย์เอย..

 

 วิเคราะห์   คำว่า "ทิวาสรรค์" สุนทรา "วัฒนะ" ค่อนข้างไร้ความหมายบท   "เจริญสุขทุกทิวาสุดาดวง" ฟังแปร่ง ๆ  เพราะคำ "สุดาดวง”  แปลว่านางอะไร ?ดูแล้วกลอนบทนี้ยังไม่ดีพอเป็นบทกวีเพราะมีความบกพร่องอยู่ทั่วไปหมด ควรจะเลือกถ้อยคำให้ดีมีความหมายตรงตามเป้าหมาย

 

 

 

 

 

 

๓ สำนวนที่ ๓   ของสามเณรโอ๋  ( นามแฝง )

 

กวีกิจวัตร  ๑๐

ปี ๓๘ นั้นก็คือวันปีใหม่                          พระเณรไซร้ปฏิบัติเคร่งครัดศีล

ละความชั่วที่ตนมีเป็นอาจินต์                   ควรละทิ้งสิ่งไม่ดีมีกิจวัตรเอย

กิจวัตรสิบอย่างทางบัญญัติ                     ปฏิบัติให้บรรลุภิกษุสงฆ์

กวาดอารามตามวิหารงานบรรจง               อุโบสถต้องไปลงตามเวลา

ท่องสวดมนต์ทำวัตรปัจจเวก                    ถือเป็นเอกบิณฑบาตเทศนา

ปลงผมอยู่ปริวาสกรรมตามตำรา                ทั้งครองผ้าต้องรักษาเป็นอาจินต์

 

วิเคราะห์  กวีบทนี้เป็นกลอนเก่า สำนวนเก่าๆ กล่าวกิจวัตรเป็นข้อ ๆไปขาดศิลปกวีแม้ได้เนื้อความดี ทำให้บทกลอนเป็นวิชาการ เป็นคำสั่งสอนมากไป ไม่เป็นศิลปที่อ่อนโยนและให้ความหวังอันเจิดจ้าจำรัสตามกติกาที่ตั้งไว้ แต่เป็นบทกวีที่เป็นคำสั่งสอนที่ดีเหมาะสำหรับภิกษุ และสามเณรเป็นอย่างยิ่ง

- ได้รับรางวัลชมเชยรางวัลพิเศษ เงิน  0 บาท

 

 

 

 

 

 

        สำนวนที่๔  ของสามเณรอุดม  ยอดพงศา ม. ๑ ร..วัดมหาพุทธารามวิทยา

 

บทคติเตือนใจของชาวพุทธ

สวัสดีปีใหม่นี้ ขอให้ท่านทำแต่ความดี  ที่จะกล่าวต่อไปนี้ดีที่สุด

"เป็นชาวพุทธควรรักษาอุโบสถ               ตถาคตตรัสว่าเลิศประเสริฐศรี

 เป็นชาวพทธควรสร้างทำแต่ความดี         จะได้มีความสุขทุกชาติเอย "

ขอให้ท่านจงประสบแต่ความสำเร็จเทอญ

 

วิเคราะห์  เป็นกวีอำนวยพรที่มีเนื้อความสั่งสอนน่าเชื่อถือแต่เนื้อความน้อย

 เขียนสั้น ๕๓ ไปและไม่มีเนื้อความที่บ่งบอกความหมายตามกติกาที่ตั้งไว้คือความหมมายของความสว่างไสวในดวงจิตคววามสุขและเมตตาธรรม ไม่ถูกความมวุ่งหมายของบทกวีที่ต้องการ( ดูกติกาข้อ ๑ และข้อ ๓  ) แต่บทกวีบทนี้ก็เป็นกวีเชิงสั่งสอนอีกบทหนึ่งที่มีค่าสำหรับพระภิกษุ  เณรน้อย

- ได้รับรางวัลชั้น ๓ เงินรางวัล๒0 บาท

 

 

 

 

 

 

 

       สำนวนที่๕  ของปักเก( สามเณรจำรัส สานนอก ).๒ ร..วัดมหาพุทธารามวิทยา   

 

 

ยิ่มรับวันปีใหม่ส...ปีใหม่ ๒๕๓๘

เรายิ้มแย้มวันนี้วันปีใหม่                ยิ้มปลุกใจสดใสสว่างร่า

ยิ้มดุจน้ำทิพย์โลมไล้ในอุรา            ยิ้มไว้ถ้าไมตรีไม่มีคลาย

ยิ้มอิ้มใจไร้ทุกข์ระทมใด                ยิ้มปลุกให้ความหวังดังใจหมาย

ยิ้มอิ่มใจให้พลังและกำลังกาย         ยิ้มยังใจไร้ภัยเวรเอย ฯ

 

วิเคราะห์  กวีบทนี้มีเนื้อความหมายแสดงความสว่างใจและความมีมิตรภาพนับว่าตรงกติกาแต่ศิลปกวียังบกพร่องอยู่หลายแห่ง ใช้คำว่า  "เอย " ไม่ถูกใช้ " ใจ" พร่ำเพรื่อเกินไป มีคำนี้ถึง ๖ คำด้วยกันซึ่งเป็นกฏข้อห้ามในการเขียนกวีนิพนธ์  วรรคที่ขีดเส้นใต้ค่อนข้างพร่าและเฟื่อน เช่นวรรคที่ ๕-๖และมีสำเนียงแปล่งไป เพราะมีคำมากเกินไป สัมผัสในไม่ถูกจังหวะเสียงแต่เป็นกวีที่เขียนได้ตรงกติกาคือมีเนื้อความเกี่ยวกับความสว่างไสวเบิกบานภายในดวงจิตและมีความไพเราะอยู่ไม่น้อย

ได้รางวัลชั้นที่ ๒ เงินรางวัล ๕๐ บาท

 

 

 

 

 

 

  สำนวนที่๖ของจุกจิก( ..ดุสิตโลกรักษ์ ).๑ ร..วัดมหาพุทธารามวิทยาพรส่งท้าย

    

ลุดิถีปีใหม่ใสสวัสดิ์                       แจ่มจำรัสรื่นเริงบันเทิงผล

ดิเรกลาภทรัพย์ยิ่งมงคล                ดวงกมลหมายใดสมใจปอง

ขอเดชะไตรรัตน์ขจัดทุกข์              เจริญสุขพุ่มพวงดวงสมร

นิราศร้างห่างโลคบวร                   เฉกสุนทรพรชัยให้นี้เทอญ

เจริญลาภล้ำเลิศประเสริฐศักดิ์         พระพิทักษ์เทอดทิศนิจสิน

ประกอบกิจการใดสมใจจินต์            สมถวิลทุกทิวาสุขาเทอญ

เอกอุดมสมฤดีขึ้นปีใหม่                 เปรมหทัยทัสสนะอุระรื่น

สมถวิลจินตนาทิวาคืน                   เช่นบานชื่นบุปผาชีวาเอย

 

วิเคราะห์   เป็นบทกวีอวยพรมีบางวรรคพร่าความหมายแห่งถ่อยคำไมม่ชัดเจน

เช่น "พระพิทักษ์เทอดทิศนิจสิน " ใช้คำ"เทอญ" ไม่ถูกเพราะเป็นคำจบ แต่บทกวีนี้ใช้ถึง๒ หนในบทที่ ๒และ ๓ ซึ่งไม่ใช้บทจบบทสุดท้าย สัมผัสในสัมผัสระหว่างบท ไม่มีบางวรรคไม่มีความหมายเช่น"นิราศร้างห่างโรคบวร" บางวรรคบอกความหมายว่าเป็นบทกวีอวยพรให้สตรีที่รัก คนอื่นไม่เกี่ยวเช่น "เจริญสุขพุ่มพวงดวงสมร"  ( ซึ่งแปลว่าขอให้คุณสุดที่รักของผมมีความเจริญสุข วรรคที่ขีดเส้นใต้ไว้ล้วนทำบทกลอนเสียหายไปทั้งสิ้นแต่อย่างไรก็ตามสำเนียงกวียังไพเราะได้รางวัลชั้ที่๓ เงินรางวัล๒0บาท

 

 

 

 

 

๗ สำนวนที่ ๗ ของสามเณรตี๋ เพชรดี ม. ๒ ร..วัดมหาพุทธารามวิทยา

 

สวัสดีปีใหม่

สวัสดีปีใหม่ใจผ่องแผ้ว            จงคลาดแคล้วจากกิเลสเหตุเศร้าหมอง

คิดสิ่งใดให้สมอารมณ์ปอง        ตามธรรมนองคลองธรรมประจำใจ

ขอให้ใจสะอาดสว่างสงบ         ประสบสุขในชีวิตจิตแจ่มใส

มีชีวิตโชตช่วงดุจดวงไฟ          ส่องทางไปให้ถึงซึ่งนิพาน

 

วิเคราะห์  กวีบทนี้มีสำเนียงเลียงกวีไพเราะเพราะจัดคณะแต่ละวรรค  ได้ดี ถูกตามฉันทลักษณ์มีสัมผัสนอกสัมผัสใน  สัมผัสระหว่าบทถูกต้อง ถูกกติกา เขียนเพียง๒บทกติกาให้เขียน๓-๔บทแต่เสียดายที่ไปช้ำกับสำนวนที่๒๖ทำให้ไม่อาจบอกได้ว่าแต่งด้วยถ้อยคำตนเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

๘ สำนวนที่๘ ของกวีเอก(สามเณรสุดใจ ศรีบุญเรือง ).๑ ร..วัดมหาพุทธารามวิทยา

 

สวัสดีปีใหม่

...ใบนี้มีค่าน้อย                แถมยังด้อยราคาน่าบัดสี

แต่ก็มากด้วยน้ำใจและไมตรี      ชีวีโอ้สุขสันต์นิรันดร

 

ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก จงดลบรรดาลให้ท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุขเกษมสำราญ พลั่งพร้อมดด้วยลาภยศสุขสริญ เจริญด้วยจตุรพิธพรชัยคิดหวังประสงค์จำนงสิ่งใดให้สมปรารถนาตลอดกาล

 

 

ตั้งจิตคิดดีปีใหม่                 ใจสวยด้วยธรรมสว่าง

กิเลสเหตุร้ายวายวาง            สร้างทางว่างเย็นเด่นดี

คุณธรรมนำมนุษย์               พุทธธรรมนำศักดิ์ศรี

ปฏิบัติธรรมล้ำชีวี                ชี้ทางใสให้มวลชน

ฝึกตนคนดีปีใหม่                ผ่องใสใจสวยสุขสม

ธรรมนำผลชลชื่นชม            ปัญญาคมจรัสตัดเวร

ปีใหม่ใช่ใหม่แต่ปี                ดีที่ทำนำสุขเห็น

ดีชี้ทางสว่างเย็น                 ดับเวรเด่นดีปีใหม่เอย ฯ

 

สวัสดีปีใหม่ รุ่งอรุนแห่งปีใหม่ที่ทอแสงฉายสุดขอบฟ้านั่นคือนิมิตรหมายที่บ่งบอกว่าชีวิตของเพื่อนได้เริ่มสว่างไสวรุ่งเรืองแม้จะมีเมฆหมอกอุปสรรคใดก็ผ่านไปด้วยดี สามารถก้าวไปสู่ความสุขสดชื่นหฤหรรษ์ทุกวันคืนตลอดปีใหม่ ๑ มกราเวียนมาอีกครั้งขอวอนเทพเจ้าผู้ทรงศักดิ์ที่สถิดอยู่ทุกแห่งหนจงได้ปกป้องคุ้มครองเพื่อนรักให้ร่มเย็นเป็นสุข พรั่งพร้อมลาภยศและสรรเสริญทุกประการตลอดปีใหม่นี้เทอญ

 

วิเคราะห์ บทกวีสลับร้อยแก้วบทนี้ มีข้อความซ้ำกันกับบทกวีสำนวนที่ ๙ ของราญ บรพัน  กวีซ้ำเช่นนี้บอกไม่ได้ว่าเป็นกวีของตนเองแต่ง จีงไม่ตัดสิน

 

 

 

 

 

 

๙ สำนวนที่๙ ของราญ บรพัน( ..สำราญ ดวนสูง).๑ ร..วัดมหาพุทธารามวิทยา

 

 ตั้งจิตคิดดีปีใหม่           ใจสวยด้วยใจสวยสว่าง         กิเลสเหตุร้ายวายวาง

สร้างทางวางเย็นเด่นดี     คุณธรรมนำมนุษย์              พุทธธรรมนำศักดิ์ศรี

ปฏิธรรมล้ำชีวี              ชี้ทางใสให้มวลชน                ฝึกตนคนดีปีใหม่

ผ่องใสใจสวยสุขสม        ธรรมนำผลชนชื่นชม             ปัญญาคมจรัสตัดเวร

ปีใหม่ใช่ใหมม่แต่ปี        ดีที่ธรรมนำสุขเห็น                ดับเวรเด่นปีใหมม่เอย

 

 

วิเคราะห์ บทกวีบทนี้ มีข้อความซ้ำกันกับบทกวีสำนวนที่ ๘ของ"กวีเอกของท่าน"

 น่าเสียดายที่มีกวีซ้ำช้อนในลักษณะเช่นนี้ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฏในวงการกวี

 

 

 

 

 

๑๐ สำนวนที่ ๑๐ ของบิ๊กเฮด( .ณงริด สำเนียงนวน ).๒ ร..วัดมหาพุทธารามวิทยา  

 

         

ธรรมรสปลดอยากจากใจ

สว่างใสในวิถี                      ชำระใจไร้ราคี                ดีมีธรรมนำสุขมั่น

ร้อนผ่อนหายกลายเป็นเย็น     ดับโศกเวรเป็นสุขสันต์     จากมืดสู่สว่างพลัน

ดังจันทร์วันเพ็ญเด่นดี            มีสุขใจให้ความหวัง        ชั่วชังขุนใจไร้ราคี

ธรรมนำทางสร้างชีวี              สามัคคีชี้ทางตรง            พุทธบุตรจุดใจชนะ

อบายมุกทุกข์ภัยหลง             ละชั่วสู่ดีชีวีตรง              สู่ส่งคงธรรมสัมมา

 

วิเคราะห์  กวีบทนี้เขียนเป็นกาพย์๑๖(กาพย์สุรางคณาวงค์) ได้ความหมายกระทัดรัดและตรงเป้าหมายกติกาที่ตั้งเอาไว้ เป็นบทกวีที่มีเนื้อความกล่าวถึงความเย็น ความดับความสุขและสันติและความสว่างไสวและความดี แต่เนื่องจากพลความหรืออำนาจของคำค่อนข้างมีอำนาจน้อยไม่อาจออกความเข้มจนถึงจุดที่เรียกว่าสว่างไสวได้ดี และในบทแรกก็ไม่ครบ ๑๖ ขาดไปหน่อยน่าเสียดาย ได้รางวัลชั้นที่ ๒ เงินรางวัล ๕๐ บาท

 

 

 

 

 

 

 

๑๑    สำนวนที่๑๑ของเจ ดอกจิก(..จำเริญศรีบุญเรือง).๑ร..วัดมหาพุทธาราวิทยา 

 

 

ปีแห่งธรรม

ลุดิถีศรีสวัสดิ์วัจฉระ                        นวกะเกริกก้องสร้องสรรเสริญ

จรุงพรเพิ่มผลดลเจริญ                      เพื่อเพลิดเพลินไพบูลย์จรูญรมย์

 

วนพัสส์เพิ่มพูนพิบูลบท                     ขอเพิ่มพจน์พรชัยพิไลเสนอ

พระไตรรัตน์ปัดทุกข์สุขบำเรอ             ลาภปรนเปรอเปี่ยมแปรมิแปรปรวน

 

ขอเดชะไตรรัตน์บำบัดทุกข์                เขษมสุขแจ่มใสพิไลสุนทร์

ดิเรกลาภอาบยศปรากฏจุน                 สิ่งอุดหนุนน้อยค่าส่งมาเอย

 

สวัสดีปีใหม่วันใสสด                         อวยพรพจน์ภิญโญสโมสร

ดิเรกลาภทรัพย์มิตรจิตบวร                 อนุสรณ์ปีใหม่ส่งให้เอย

 

 

 

วิเคราะห์  เห็นได้ว่าเป็นบทกวีของเยาวชนกวีผู้กำลังมีแนวคิดสติปัญญาอารมณ์แห่งกวีอยู่เต็มเปี่ยม หากแต่บทกวีนี้มีข้อผิดพลาดฉกรรจ์ที่เยาวกวีผู้นี้ไม่เคยรู้มาก่อนคือศัพท์ที่สูงด้วยสำเนียงเสียงและด้วยอักขระสระและวรรณยุกต์นั้นมีผลได้ทั้งทางดีและทางเสียหายทางเสียหายทำลายบทกวีทั้งบทให้สิ้นความหมายไปอย่างง่ายดาย มีอยู่หลายคำคำเหล่านี้ได้แก่ "" วัจฉระ"ในบทแรก " ลุดิถีศรีสวัวดิ์วัจฉระ"   "วัจฉระ” ไม้มีความหมายไม่ปรากฏว่ามีในภาษาไทยไม่ทราบว่ากวีได้มาจากไหนในพจนานุกรมมีคำว่า"วัชฉละ" (ซึ่งแปลว่ามีใจกรุณา เอ็นดู อ่อนโยน)    "วัชฉระ" แปลว่าสายฟ้า ที่ใกล้เคียงที่สุด แต่คำทั้งสองนี้ก็ไม่สามารถมาให้ความหมายที่เหมาะสมได้ในบทกวีแรกนี้ คำ”นวกะ" ในบทที่ ๒ นวกะเกริกก้องสร้องสรรเสริญ  นวกะแปลว่าพระ ไม่ใช่สามเณรจะเห็นว่าใช้คำผิด วนพัสส์  ในบท วนพัสส์เพิ่มพูนวิบูลบท คำนี้เป็นอีกคำหนึ่งที่ทำลายความหมายของบทกวีไปทั้งสิ้น เป็นคำสูงแต่ไม่มีวามหมาย เนื่องจากไม่ใช่ภาษาไทยไม่มีพจนานุกรมรับไว้ คำ สุนทร์ ใน เขษมสุขแจ่มใสพิไลสุนทร์ ไม่เหมาะที่จะใช้การันต์เช่นนี้ ใช้สุนทร  จึงจะถูกต้อง และคำว่า พิไลสุนทร์ ก็เสียไปอีกไม่พึงใช้ นอกจากนี้หลายวรรคมมีความหมายสับสน  เช่นวรรคที่ขีดเส้นใต้ไว้เป็นต้น ทำให้บทกวีทั้งหมดลดคุณค่าลงไปแทบไม่มีเหลืออะไรไว้เลย จึงเป็นที่น่าเสียดายที่บทกวีบทนี้ถูกถ้อยคำสูงที่ไร้ความหมายทำลายไปหมดต่อไปหากได้รับแก้ไขข้อบกพร่องฉกรรจ์เช่นนั้นๆ แล้วคงจะช่วยได้มาก

 

 

 

 

 

๑๒    สำนวนที่๑๒ ของมรกตเหลือง(..วสสันต์ดุจดา).๒ร..วัดมหาพุทธารามวิทยา

 

อวยพรปีใหม่แด่อาจจารย์

ลิขืตพรเพิ่มรสพจนาตถ์                      ส่งประสาทพรเจริญเฉลิมศรี

วันปีใหม่ใจชื่นรื่นฤดี                          อนุสรณ์นี้เพื่อคุณอุ่นชีวิต

 

ขอเดชะไตรรัตน์ขจัดทุกข์                   บำรุงสุขปรีเปรมเกษมจิต

สายสัมพันธ์มั่นเห็นอยู่เป็นนิตย์            ความดีสถิดเถอดหล้าชั่วฟ้าเอย

 

สุขดิถีปีใหม่ใสสวัสดิ์                         แจ่มจรัสรื่นเริงบันเทิงผล

ดิเรกลาภทรัพย์ยิ่งมิ่งมงคล                 ดวงกมลหายใดสมใจปอง

 

อนุสรณ์สิ่งนี้ไมตรีจิต                         และลิขิตพรเพิ่มเฉลิมฉลอง

สายสัมพันธ์มั่นแน่นเช่นแผ่นทอง         สุขสนองดังตรึกเทอญ

 

ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่  ผมขออวยพรให้อาจารย์อยู่คู่โรงเรียนของเราตลอดฟ้าดินสลายความดีของอาจารย์จะสิงสถิดอยู่ในใจของพวกเราตลอดกาล

 

วิเคราะห์ บทกวีอวยพรแด่พระอาจารย์ แต่วรรค "อนุสรณ์นี้เพื่อคุณอุ่นชีวิต" ใช้คำไม่เหมาะสมคือคำว่า  “คุณ" วรรคต้นบททั้ง๒วรรคคือ "ลิขิตพรเพิ่มรสพจนาตถ์ ส่งประสาทพรเจริญเฉลิมศรี" ใช้คำ" พร" ช้ำไปมา  และความหมายของคำทั้งหมดทั้งวรรคมีน้อย  คำ "เอย" ในวรรคสุดท้ายของบททที่ใช้ไม่ถูก ควรใช้เมื่อจบบทกวีเท่านั้น    วรรคแต่ละวรรคมีความหมายน้อย ใช้คำฟุ่มเฟือยเกินไปเช่น"บำรุงสุขปรีเปรมเกษมจิต แจ่มจรัสรื่นเริงบรรเทิงผล" และยังต้องถามว่า อะไรแจ่มจรัส?  อะไร?รื่นเริง?  อะไรบรรเทิง ?  และ  ผลอะไร ? วรรคสุดท้าย "สุขสนองสมนึกดังตรึกเทอญ"  ทั้งนึก ตรึก ทำให้ฟุ่มเฟือยใช้คำเดียวก็พอ เลือกเอา ข้อเสืยที่สำคัญคือเขียนไม่ถูกกติกาข้อที่ ๓      ว่าด้วยเนื้อความที่ต้องการให้เขียน ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความสว่างไสวในชีวิต ความสุขความรื่นรมย์ ความสว่างเจิดจ้าแห่งปัญญา และความเมตตาธรรม อย่างไรก็ดีสำนวนสำเนียงกวีโดยทั่วไปยังใช้ได้ดีความหมายก็พอเห็นชัดเจนอยู่

ได้รางวัลชั้นที่ ๓ เงินรางวัล ๒๐ บาท

 

 

 

 

 

๑๓ สำนวนที่ ๑๓ ของส..บุญกอง บัวลา ม.๑ ร..วัดมหาพุทธารามวิทยา

                    

ปีใหม่กับการสร้างบุญ

 

วันปีใหม่ทำใจให้สงบ               ควรเคารพพระธรรมล้ำเหลือหลาย

ปีเก่านั้นผันเปลี่ยนวนเวียนไป     ปีนี้ไซร้สสร้างความดีจิตบุญ

 

ธรรมนี้หนาว่ากันด้วยเรื่องจิต      ไม่มีผิดทางพระธรรมล้ำกันหนา

ปีใหม่นี้มีความคิดจิตเมตตา        ขอเลิศหล้าเก่าไปใหม่สร้างบุญ

 

ธรรมนั้นสร้างทางสว่างแก่จิต      ธรรมนิมิตสิ่งใหม่ได้สมหวัง

ปีเก่าไปใหม่มาจะว่าฟัง             ความสมหวังในปีใหม่ใกล้เข้ามา

 

ปีใหม่นี้มีจิตคิดสร้างบุญ            เพื่อค้ำจุนความดีสีสวรรค์

ปีเก่าไปปล่อยความชั่วทิ้งละกัน   ปีใหม่นั้นสร้างความดีมีสุขเอย

 

ขอสวัสดีปีใหม่กับอาจารย์          ขอให้มีความสุขตลอดปี ๓๘

 

 

วิเคราะห์  กวีอำนวนพรบทนี้มีเนื้อความเกี่ยวกับความสว่างไสวและเมตตาธรรมแฝงอยู่บางส่วนและบทกลอนก็มีสำเนียงกวีดีไมม่ขัดหู ราบรื่น แต่มีความหมายที่หนักไปในพรการให้ถ้อยคำ หวานเกือบทั้งหมดและเสียดายที่มีหลายบท ที่ขีดเส้นใต้เสียหายเพราะใช้คำไม่มีความหมาย เช่น""ไม่ผิดทางพระธรรมล้ำกันหนา""กระนั้นก็สมควรได้รับการพิจารณา""ขอเลิศหล้าเก่าไปใหม่สร้าบุญ""ปีเก่าไปปีใหม่มาจะว่าฟัง""เพื่อค่ำจุนความสีสวรรค์""ปีใหม่นั้นสร้างความดีมีสุขเอย""คำพวกนี้เป็นคำที่นอกจากไม่บอกความหมายแล้วยังทำให้บทกวีทั้งหมดเสียหายไขว้เขวไปอีกด้วย

 

 

 

 

 

๑๔ สำนวนที่๑๔ ของสามเณร คำดี นามอุทา ม.๑ ร..วัดมหาพุทธารามวิทยา

                   

อวยพรผู้มีบุญคุณ

ขอความสุขสว่างกระจ่างแท้               จงมีแต่พ่อและแม่ของกระผม

อีกทั้งอาจารย์ผู้ประสานและอบรม       ขอให้สมความสุขนี้ปีใหม่เอย

 

อวยพรให้ทุกคน

ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่                        จงสดใสราบรื่นชื่นวิถี

จงประสบโชคลาภมากทวี                 จงสุขขีสุขสมอารมณ์ปอง

 

อวยพรให้ต้วเองและ....

ปีใหม่ขอให้แคล้วจากความทุกข์           ขอความสุขความสว่างกระจ่างใส

ความผุดผ่องความฉลาดที่ตั้งใจ           จงมีในปีใหม่นี้ปีหมูทอง

 

 

วิเคราะห์  เป็นบทกวีอวยพรสั้น ๆเป็นตอน ๆ ไป ไม่สะท้อนสิ่งที่เป็นความสว่างไสวภายในห่างไกลกติกาที่ตั้งไว้(ดูกติกาข้อ ๓ )

 

 

 

 

 

 

๑๕ สำนวนที่๑๕ของส..ยอด เพชรดี ม.๒ ร..วัดมหาพุทธารามวิทยา

 

บทกวีปีใหม่

 

สวัสดีปีใหม่ไม่ประมาท              ไม่เป็นทาสอบายมุกทุกอย่าง

สุราบุหรี่เลิกลดปลดวาง              ใจสว่างเย็นเด่นชีวา

 

ปีใหม่ใฝ่ดีมีสติ                         รู้เริ่มเริ่มรองส่องวิถี

ชีพสดใสใจสวยด้วยความดี           สามคีชี้ทางห่างอบาย

 

สามคีปีใหม่ให้ธรรมะ                  สวัสดีมีธรรมะสี่สุขใส

รู้ดีเพียรดีระวังดีไม่มีภัย               เสียสละดีมีชัยปีใหม่เอย ฯ

 

 

 

วิเคราะห์ กวีบทนี้มีเนื้อความดี เป็นบทสั่งสอนหรือกลอนเทศนาพร้อมคำอำนวยพรหรือเหมาะ กับกาลสมัย แต่ตรงกติกาที่ตั้งไว้ (ดูกติกาข้อ ๓ )อย่างไรก็ดีบทกวีนี้ยังแสดงให้เห็นลีลากวีอยู่ค่อนข้างเด่นชัด - ได้รางวัลชั้นที่ ๓ เงินรางวัล ๒0 บาท

 

 

 

 

 

 

๑๖   สำนวนที่๑๖ของยุท(นามแฝง ส..สมยง พรมสุข).๑ ร..วัดมหาพุทธารามวิทยา  

                 

อวยพรกลอนธรรมปีใหม่  

  

.   ขอให้อาจราย์จงเจรอญในสมบัติ             พูนพิพฒน์ภิญโญสโมสร

      มีแต่ความสุขมาสถาพร                        จะนั่งนอนเพลิดเพลินเจริญรมย์

      ให้อายุยืนไม่น้อยสักร้อยปี                     สิงราคีอย่าระคายเท่าปลายผม

      จะนึกสิ่งใดได้สมหวังดังนิยม                  ทุกสิ่งสมพูนสวัสดิ์พิพัฒน์เทอญ

 

.   ด้วยอานุภาพพุทธรัตน์ดั่งฉัตรแก้ว           คุ้มให้แค้วคลาดทุกข์พบสุขผอง

      อานุภาพธรรมรัตน์ฉัตน์ทอง                  ช่วยปกป้องคุ้มกันอันตราย

      อานุภาพสังฆรัตน์เฉกฉัตรโชค               บรรดาโศกโชคร้ายระงับหาย

      ร่มราชาบารมีที่เพริดพราย                     บันดาลให้เย็นยอดตลอดปี

 

.  ด้วยเดชพระพุทธรัตน์ตัดทุกข์                 ขอท่านมีความสุขทุกสมัย

     ด้วยเดชพระธรรมรัตน์กำจัดภัย                ขอท่านเดชใหญ่ปราบภัยเวร

     ด้วยเดชพระสงฆรัตน์ตัดโรคไข้               ขอท่านได้สร่างโศกโรคยุคเข็ญ

     ด้วยเดชพระไตรรัตน์ตัดกรรมเวร              ขอให้ท่านเด่นเรืองฤทธิ์เป็นนิตย์เทอญ

 

.  ขออำนาจรัตนาวุธ                               มีพระพุทธและพระธรรมและพระสงฆ์

     คิดสิ่งใดให้ได้ตามจำนงค์                      ทั้งมั่นคงอายุนานวรรณงาม

     ทั้งความสุขทั้งกำลังยังสมบูรณ์               ให้เพิ่มพูนพร้อมสรรพสมบัติสาม

     มนุษย์สมบัติสวรรค์สมบัตินิพานตาม         ให้สมความมุ่งมั่นทุกท่านเทอญ

 

 

วิเคราะห์ กวีบทนี้มีเนื้อความดี เป็นบทสั่งสอนหรือกลอนเทศนาพร้อมคำอวยพรที่เหมาะกับกาลสมัย   แต่ไม่ตรงกติกาที่ตั้งไว้( ดูกติกาข้อ ๓ )อยย่างไรก้ดีบทกวีนี้ยังแสดงให้เห็นลีลากวีอยู่ค่อนข้างเด่นชัด-ได้รางวัลชั้น๓ เงินรางวัล๒๐ บาท

 

 

 

 

 

๑๗.   สำนวนที่๑๗ ของเสือน้อย(..บุญกอง บัวลา).๑ ร..วัดมหาพุทธารามวิทยา

                   

แสงสันติสุข

แสงสันติสุขปลุกใจใสสว่าง               สันติทางสงบพบสดใส

สุขเยือกเย็นยิ่งล้ำฉ่ำทรวงใน             สุขสดใสใจสดสวยด้ยแสงธรรม

 

แสงสันติสุขปลุกแสงแห่งชีวิต           ช่วยชี้ทิศสถิตย์ธรรมนำสุขล้ำ

ชูประทีปปลูกปัญญาฆ่าบาปกรรม      สุขดื่มด่ำธรรมรสปลดทุกข์ใจ

 

แสงสันติสุขแด่ทุกท่าน                   ให้เบิกบานบริสุทธิ์ผุดผ่องใส

แสงสันติสุขปลุกสังคมไทย               ให้ร่วมใจใผ่ธรรมนำชีวา

 

แสงสันติสุขปลุกธรรมนำสดใส          สันติสงบใจให้ใฝ่หา

สุขธรรมรสปลดทุกข์ปลุกชีวา            แสวงหาแสงสันติสุข  เทอญ ฯ

 

 

วิเคราะห์ กวีบทนี้มีความไพเราะและมีความหมายสละสลวยงดงาม ถูกกติกาทุกอย่างเนื้อความกล่าวถึงแสงสว่างภายในที่ควรแสวงหา หากแต่ลีลาของถ้อยคำมีผิดบกพร่องอยู่มากมายในเรื่องการใช้คำช้ำ มีคำว่า( ใส )ใช้ในบทกวีทั้ง๔ถึง ๕ครังโดยเฉพาะในบทแรกวรรคที่๒ ของบรรทัดแรกกับวรรคที่๔ในบรรทัดที่ ๒ใช้ช้ำเสียหาย เพราะตรงนั้นเป็นคำรับส่งสัมผัส จะใช้คำซ้ำไม่ได้ การจัดคณะสลับ๘คำกับ๙คำทำให้กลอนด้อยความงามลงไปมาก  -ได้รางวัลชั้นที่ ๒ เงิน ๕0 บาท

 

 

 

 

 

๑๘.       สำนวนที่ ๑๘ ของเก๋งน้อย(..สุดใจ ศรีบุญเรือง).๑ ร..วัดมหาพุทธาราวิทยา

 

                    

บทกวีใหม่ธรรมะของพระพุทธเจ้า

 

ธรรมะอมตะชนะทักข์                  หยุดบาปอาชญากรรมลดสดใส

รสแห่งธรรมชนะรสอื่นใด              รวมดวงใจให้ธรรมนำสุขเทอญ

 

การไม่ทำบาปทั้งปวง                   การทำกุศลให้ถึงพร้อม

การทำจิตใจให้บริสุทธิ์                 นี้เป็นคำกลอนพระพุทธเจ้า

 

การไม่ทำความชั่วทุกอย่าง            ทำแต่ความดีด้วยส่วนกุศล

กับทำใจผ่องไม่หมองหม่น             นี่แหละต้นโอวาทของพระศาสดา

 

 

วิเคราะห์  บทแรก(๒บรรทัดแรก)ไม่เชิงเป็นกวี เพราะขาดลักษณะกวีศิลปและฉันทลักษณ์ ส่วนบรรทัดต่อมาก็ไม่ใช่คำร้อยกรองแบบใด แต่เป็นร้อยแก้วอมตะเพราะคัดเอามาจากพระคัมภีร์ไม่เข้ากติกาที่กำหนดให้

 

 

 

 

 

๑๙   สำนวนที่๑๙ของเปาฉือยุ่น(..จำเริญ ศรีบุญเรือง).๑ ร..วัดมหาพุทธารามวิทยา

        สำนวนนี้เป็นสำนวนชนะเลิศ ได้รางวัลที่ 1 เงิน 200 บาท

 

 

           ผู้ขุนเลี้ยงแผ่นดิน

 

          ให้วันใหม่ใจใสสว่างจ้า  

ธรรมคู่หล้าควรด้วยจักสวยสม

มีเมตตาอาวรณ์ผ่อนอารมณ์

ศีลงามสมสามเณรพุทธสุดเรืองรอง

          ธรรมนั้นล้ำน้ำค่ากว่าทวยทรัพย์

มิอาจนับคณนาค่าทั้งผอง

เปรียบแสงฟ้าผ่องใสลำใยยอง

ที่ลาดส่องคลองสวรรค์อันปรานี

           ประพฤติพร้อมจริยาวิชาครบ

ช่างน่านบนรนาถชาตินรสีห์

นี่แหละหนอหน่อเนื้อเชื้อความดี

ผู้ขุนเลี้ยงแผ่นดินนี้นิรันดร 

 

 

วิเคราะห์ กวีบทนี้มีความเป็นกวีศีลป สำนวนไพเราะ มีฉันทลักษณ์ถูกต้องครบถ้วน

ทั้งถูกกติกาที่ตั้งไว้ทุกประการ เป็นอีกสำนวนหนึ่งของผู้ปรระพันธ์คนเดียวกัน(ดูสำนวนที่๑๑ประกอบแต่งสำนวนนี้บ่งความหมายคนละอย่างกับสำนวนนั้น อันเป็นความหมายแห่งความสว่างใจและความสว่างเจือเมตตาธรรมอันกว้างใหญ่ เป็นบทกวีที่ถูกเป้าประสงค์ของกติกาอย่างตรงเที่ยงได้ความหมายของคำที่ชัดเจนแจ่มแจ้ง แม้คนที่ไม่เคยรู้เรื่องกวี ก็อาจสัมผัสได้  อย่างไรก็ตามบรรทัดที่๒จากกลางก้ถือว่าบกพร่องมากควรแก้ไข ได้รางวัลชั้น ๑ เงินรางวัล ๒๐๐ บาท

 

 

 

 

๒๐   สำนวนที่ ๒๐ ของผีกวีเอก(..ทิพย์ สมโภช).๑ร..วัดมหาพุทธารามวิทยา

                   

สวัสดีปีใหม่

 

จงอย่าคบคนพาลสันดานหยาบ             ซึ่งมีบาปทุจริตเป็นนิสัย

จงสมคบคนดีที่มีใจ                            อันสดใใสด้วยธรรมประจำกาย

 

จงหมั่นทำแต่บุญให้อุ่นจิต                   เหมือนมีมิตรเคียงข้างไม่ห่างเหิน

จงหมั่นนึกอย่าวางว่าร่างกาย                กับความตายเนืองกันทุกวันเทอญ

 

ชีวิตนี้มีหวังยังต้องเกิด                       รีบทำเถิดความดีย่อมมีผล

บุญจะนำตามลิขิตชีวิตตน                   ติดตามตนต่อไปในโลกา

 

อยู่ก็ดีไปก็ดีมีประโยชน์                    ได้สร้างโบสถ์สร้างวัดด้วยหัตถา

ได้ช่วยชาติบ้านเมืองเลื่องลือชา           ได้ฉายาวีรชนคนดีเอย

 

ดินจะกลบลบกายวายสังขาร              ไฟจะผลาญเผาซากสิ้นสาบสูญ

แต่ความดียังอยู่คู่ค้ำคูณ                   เป็นบุญแทนซากที่จากเอย

 

เมื่อมีบุญเขาก็วิ่งมาเป็นข้า                 พึ่งอำนาจวาสนาให้ใช้สอย

เป็นสาวกยกยอสอพลอพลอย             คราวบุญด้อยเขาก็หลบไม่พบพาน

 

ขอปีนี้มีจิตอธิฐาน                           ขอผลพานจงบันดาลเป็นศักดิ์ศรี

ขออนุภาพได้ไตรรัตน์ดังฉัตรแก้ว         คุ้มให้แคล้วคลาดทุกข์พบสุขผอง

 

ขออานุภาพธรรมรัตน์ดังฉัตรทอง        ช่วยปกป้องคุ้มกันภยันตราย

อานุภาพสังฆรัตน์เฉกฉัตรโชค            บันดาลโรคร้ายลับระงับหาย

 

ร่มราชาบารมีที่เพริศพราย                บันดลดาลให้เย็นยอดตลอดปี  เทอญ

ด้วยเดชพระพุทธรัตน์ตัดรากทุกข์        ขอท่านมีความสุขทุกสมัย

 

ด้วยเดชพระธรรมรัตน์ตัดโรคไข้          ขอให้ท่านเด่นเรืองฤทธิ์เป็นนิตย์เทอญ

บ้านกับวัดพัฒนาเพื่อสาธืต                ดังนิมิตรเมืองแมนแดนสวรรค์

บ้านกับวัดพัฒนาพร้อมกัน                 เพิ่มสัมพันธ์มั่นคงดำรงไทย

 

 

 

วิเคราะห์ เป็นบทกวีอวยพรที่มีเนื้อความอววยพรที่สูงด้วยความหมายและสมบูรณ์ส่วมากเป็นบทกวีเก่าที่แพร่หลายทั่วไปอยู่แล้ว แต่น่าเสียดายที่เนื้อความทั้งหมดนี้ไม่ถูกต้องตามกติกาที่ให้ไว้เท่าไรนัก  เพราะกติกาไม่ได้ให้เขียนคำอวยพร  แต่ให้เขียนบทกวีที่สะท้อนแสงสว่างภายในจิตใจ  ความสุขสงบและเมตตาธรรม (ดูกติกาข้อ๓ )เป็นบทกวีที่ซ้ำซ้อนกับบทกวีสำนวนที่๘ของกวีเอก และสำนวนที่ ๙ขของราญบรพัน  แต่สำนวนนี้มีความสมบูรณ์มากกว่าจึงน่าจะเห็นชัดว่าสำนวนนี้ถือว่าเป็นแบบ

ได้รางวัลชั้นที่๒ เงินรางวัล๕0บาท

 

 

 

 

 

๒๑ สำนวนที่๒๑  ของ ส..ดุสิต โลกรักษ์ ม.๑ร..วัดมหาพุทธารามวิทยา

                   

ธรรมกำจัดราคะ

 

ทุกข์โศกดับกลับสุขสันต์               ดับร้อนทุข์ปลุกชีวัน

ดับตัณหาพาพ้นภัย                      ธรรมนำใจไล่กิเลส

 

ทำเหตุดีมีสุขสนอง                      ทำเหตุชั่วมั่วนรกพอง

ผ่องใสใจด้วยธรรม                       เลิศล้ำนำตนพ้นบาป

 

ซาบซึ้งสงบสดใส                         ธรรมรสปลดทุกข์เวรภัย

ใจใสสวยด้วยรสธรรม                   คนดีมีธรรมนำช่วย

 

สวยด้วยศีลสุขสดใส                      ธรรมฉ่ำชื้นเบิกบานใจ

ตัดภัยใสสวย                               ด้วยธรรมที

 

โทสะโมหะเหือดหาย                     สวดมนต์ฝนฝึกกายใจ

สว่างใสไร้มลทิน                           สุขสงบพบสดใส

 

อกุศลร้ายตายสิ้น                          เลิศมนุษย์ปลุกชีวิน

ผินผันหันสู่คุณธรรม                      ธรรมเลิศล้ำซำระใจ

 

ซำระกายใช้น้ำใส                         ร้อยเวรเมตภัย

ร้อนในใช้ธรรมฉ่ำแท้                     ร้อนราคะอสุภปลง

 

หลงหุนหันปัญญาแก้                     ร้อนชีวิตจิตปรวนแปร

ธรรมแน่แก้ร้อน                            หายสบาย

 

ร้อนระงับดับเลิศนัก                       ร้อนประจักษ์หนักใจล้ำ

ร้อนผ่อนเย็นสิ้นเวรกรรม                 ร้อนกำจัดด้วยธรรมนำชัย

 

 

วิเคราะห์ กวีเหล่านี้เป็นสำนวนดั้งเดิมที่คุณค่าในการสั่งสอน แต่ในการประกวดคราวนี้กติกาให้เขียนบทกวีที่มีเนื้อความเกี่ยวกับความสว่างไสวเบิกบานในดวงจิต หรือจะเป็นบทกวีแห่งความเมตตาธรรมก็ได้ ก็เห็นว่าเขียนไมม่ตรงกติกาที่ให้ไว้ เขียนไปคนละเรื่องนอกจากนี้ ฉันทลักษณ์ทที่ใช้ก็ไม่คงเส้นคงวาทำให้สำเนียงไม่ราบเรียบ อย่างไรก็ตามยังมีสำเนียงแห่งความแจ่มใสตรงเป้าหมายกติกาที่วางไว้อยู่มาก

ได้รรางวัลชั้น๓เงินรางวัล๒0บาท

 

 

 

 

 

๒๒.    สำนวนที่ ๒๒ ของปุ้ม(..สำราญดวนสูง).๑ร..วัดมหาพุทธารามวิทยา

                     

บวชปฏิบัติธรรม

บวชสวดมนต์สนใจปฏิบัติ                    บวชสัมผัสสุขสว่างไสว

บวชบำเพ็ญประโยชน์โชติช่วงไกล        บวชใจใสศรัทธาแทนค่าน้ำนม  พระคุณแม่

บวชใฝ่ธรรมนำสว่างใส                       บวชชูค่าคุณธรรมนำสนอง

บวชสนิทชิดธรรมะพระพุทธองค์            บวชปฏิบัติตัดใจไม่ใฝ่บาป

บวชค้ำจุนคุณบิดามารดา                     บวชแทนค่าน้ำนมสมใจปอง

บวชสงบสงัดตัดทางโลก

 

วิเคราะห์  กวีเหล่านี้เป็นสำนวนดั้งเดิมที่มีคุณค่าในการสั่งสอน แต่ในการประกวด คราวนี้กติกาให้เขียนบทกวีที่มีเนื้อความเกี่ยวกับความสว่างไสวเบิกบบานในดวงจิต หรือจะเป็น บทกวีแห่งความเมตตาธรรมก็ได้  ก็จะเห็นว่าเขียนไม่ตรงกติกาที่ให้ไว้ เขียนไปคนละเรื่อง

 

 

 

 

๒๓.     สำนวนที่๒๓ของหมอน อินเตอร์(..สมอนอินทรธิเดช).๒ร..วัดมหาพุธาราม

                  

ปีเก่าไปปีใหม่มาเยือน

วันปีใหม่เป็นวันเริ่มต้นจาก               ต้องพลัดพลากจากวันเก่าให้คิดถึง

ต้องผวานอนหนาวยามตราตรึง         คิดไม่ถึงว่ามันเร็วจนเกินไป

 

เนื่องปีใหม่ได้เข้ามาบรรจบ               จะได้พบสิ่งแปลกใหม่แล้วนั่นหนา

เมื่อปีเก่าผ่านไปไม่ย่อนมา                ทุกชีวาเบิกบานพานพบกัน

 

ปีใหม่นี้เป็นฤกษ์ดีประสิทธิผล            เชิดชูตนไม่เสื่อมคนเลื่อมใส

ความเชื่อสัตย์มัดตนคนเกรงใจ           มีเงินใช้ไม่จนคนบูชา

 

อรุณฤกษ์เบิกฟ้าขึ้นปีใหม่                 เฉลิมชัยปรีเปรมเกษมศรี

ระรื่นสุขทุกทิวายามราตรี                 ประสงค์มีสิ่งใดสมใจเทอญ

 

 

วิเคราะห์ เป็นบทกวีบรรยายความเศร้าใจในการจากไปของปีเก่า เป็นแนวการเขียนบทกวีแบบเก่าที่แร่หลายทั่วไปอยู่แล้ว แต่น่าเสียดายที่เนื้อความทั้งหมดนี้ไม่ถูกต้องตามกติกาที่ให้ไว้เพราะกตติกาไม่ได้ให้เขียนคำอวยพร ไม่ให้เขียนเรื่องเศร้าแต่ให้เขียนบทกวีที่สท้อนแสงสว่างภายในจิตใจ ความสุขสงบ ความพ้นทุกข์โศกเป็นอิสระร่าเริงและเมตตาธรรม(ดูกติกาข้อ๓ )อย่างไรก็ดีพอมองเห็นว่ามีความปรารถนาแห่งแสงสว่างอันเจิดจ้าภายในอยู่ กระนั้นวรรค  คำ หลายแห่ง หลาย คำ (เช่นที่ขีดเส้นใต้)ให้ความหมายที่ไมม่ชัดเจนและไขว้เขว เช่น  ""ระรื่นสุขทุกทิวายามราตรี"" ซึ่งให้ความหมายไขว้เขวกันระหว่างกลางคืน ""ความซื่อสัตย์มัดตนคนเกรงใจ""ไม่ควรใช้คำว่ามัด"" มัด" เป็นต้น  ได้รางวัลชั้นที่๓  เงินรางวัล๒๐บาท

 

 

 

 

 

๒๔.   สำนวนที่๒๔ ของส..แสวง  ชัยสวัสดิ์  .๑ร..วัดมหาพุทธารามวิทยา

                   

พรปีใหม่๒๕๓๘ เรื่องปีใหม่กับการทำความดี

 

ปีใหมม่นี้มีจิตคิดใฝ่ธรรม                            อรุณนำแสงสว่างทางบุพผา

โอ้ปีเก่าผ่านไปปีใหม่มา                              ขณิตถาเปลี่ยนใจใฝ่ความดี

 

เริ่มปีใหม่ใฝ่ธรรมล้ำเลิศจิต                         เสริมความคิดจิตสว่างทางวิสัย

เปลี่ยนความคิดเปลี่ยนดวงจิตเปลี่ยนวินัย      พอปีใหม่สร้างธรรมนำบุญมา

 

ปีเก่าผ่านการทำบุญหนุนดวงจิต                    หนุนความคิดชีวิตเปลี่ยนเวียนธรรมสงฆ์

เริ่มปีใหม่ใจเปลี่ยนเวียนเป็นวง                     เราเป็นสงฆ์ควรทำดีมีศีลธรรม

 

 

วิเคราะห์    กวีบทนี้เห็นได้ว่ามีความไพเราะอยู่ไม่น้อยเพราะมีสัมผัสในสัมผัสนอกใช้ได้แต่ยังขาดสัมผัสระหว่างบททุกบท อย่างไรก็ตามกวีบทนี้หากพวกคำที่ขีดเส้นใต้ไม่พาเสียหาย ก็จะนับเป็นบทกวีที่มีมาตราฐานอีกบทหนึ่งได้ เพราะคำ "บุพผา" ไม่มีความหมายในบท “อรุณนำแสงสว่างทางบุพผา"ถ้าใช้คำบุปผาที่แปลว่าดอกไม้ก็พอได้แต่ก็ไม่ถูกความหมายกับบทที่ส่งมาเลยบทนี้จึงเสียหายไปทั้งหมดด้วยความผิดเพียงคำเดียวคือคำ บุพผา คำ  ขณิตถา เขียนผิดที่ถูกคือ ขนิษฐา  แปลว่าน้องสาวซึ่งทำให้บทกวีนี้มีความหมายว่าเขียนคำอวยพรให้ผู้หญิงสาวคนหนึ่งให้เปลี่ยนใจทำความดี คำ ขณิตถา นี้ก็เลยทำให้บทกวีทั้งหมดเสียความหมายไป    บท  พอปีใหม่สร้างธรรมนำบุญมา  คำว่า สร้างธรรม  เป็นภาษาที่ไม่ถูกต้อง ต้องใช้คำว่า ประพฤติธรรม ปฏิบบัติธรรม ทรงธรรม  บำรุงธรรม  ผดุงธรรม   เป็นต้น นอกจากนี้วรรคที่ขีดเส้นใต้ ล้วนใช้ภาษาที่ทำลาย ให้กวีทั้งหมดเสื่อมค่าราคาลงไป เช่น “หนุนความคิดชีวิตเปลี่ยนเวียนธรรมสงฆ์”  วรรคนี้สำเนียงก็ไม่ไพเราะ เพราะคณะมีคำมากเกินไป และคำไม่รับสำเนียงกันและที่เสียคือคำ เวียน ไม่ควรใช้ เพราะหมายถึงทางเสื่อมคือ วนเวียนนั้นเอง บทกวีนั้นยังใช้คำ  เวียน ในวรรคต่อไปอีกคือ  “เริ่มปีใหม่ใจเปลี่ยนเวียนเป็นวง” ทำให้ความหมายไม่งดงาม  เพราะ เวียนเเป็นวง นั้นไม่ชัดเจน  วรรค “เปลี่ยนความคิดเปลี่ยนดวงจิตเปลี่ยนวินัย” มีความหมายทางไหน? ดีหรือร้าย?  ทำไมต้องเปลี่ยนดวงจิต?  ทำไมต้องเปลี่ยนวินัย?

 

 

 

 

 

๒๕ สำนวนที่๒๕ ของมรกตเหลือง(..วสันต์ ดุจดา).๒ร..วัดมหาพุทธารามวิทยา

                   

ปีใหม่กับธรรมะ

แสงธรรมนำพาชีวิตสุข                  ดุจแสงจักขุพระทรงศรี

เพื่อป้องกันภัยร้ายมาราวี              เมื่อชีวิตของเรานั้นวอดวาย

 

ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระองค์    พระทรงล้นเมตตามหาศาล

แล้ววันนี้จะไม่เหมือนกับวันวาน       สุขสำราญปีใหม่นี้ด้วยแสงธรรม

ในฐานของเราเป็นชาวพุทธ            รีบเร่งรุดปฏิบัติตามคำสั่งสอน

จะได้ไปถึงฝั่งอย่างสถาพร             ก่อนจะนอนควรระลึกถึงพระคุณ

 

ปีใหม่นี้ควรเข้าวัดเพื่อทำบุญ          จะเป็นคุณต่อผู้ทำมหาศาล

ปีใหม่นี้ขอใให้ท่านสุขสำราญ          ตลอดกาลมีความสุขชั่วนิรันดร์

 

 

 

วิเคราะห์     บทกวีที่ออกมาจากธรรมชาติที่น่าสนใจบทนี้ น่าเสียดายที่ขาดศิลปทางการกวีไปอยู่มากเห็นได้จากแทบทุกวรรค(หรือบาท)ที่มีลักษณะขาดสัมผัสระหว่างคำ จึงมีลักษณะเป็นคำเรียงร้อยแก้วธรรมดา ๆมากเกินไปกว่าจะเรียกว่ากวี  วรรคที่๑-(บรรทัดแรก)ขาดสัมผัสระหว่างวรรคอีก วรรคที่เป็นดุจคำร้อยแก้วธรรมดาๆเห็นได้จากหลาย ๆ วรรคดั่งเช่น"เพื่อป้องกันภัยร้ายมาราวี"   "ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระองค์" "แล้ววันนี้จะไม่เหมือนกับวันวาน"    "ปีใหม่นี้ควรเข้าวัดเพื่อทำบุญ"  "ปีใหม่นี้ขอให้ท่านสุขสำราญ"  "พระทรงล้นด้วยเมตตามหาศาล"    "ในฐานะของเราเป็นชาวพุทธ"    "จะเป็นคุณต่อผู้ทำมหาศาล"   "ลองเปลี่ยบเทียบกับวรรคของกวีมาตรฐานดูเช่น   "บัดเดี๋ยวดังหงั่งเหง่งวังเวงแว่ว  สะดุ้งแล้วเหลียวแลชะแลหา (ของสุนทรภู่ )อย่างไรก็ตามกวีนิพนธ์บทนี้ ใช้ถ้อยคำได้ความหมายไม่เลอะเลือน   ไม่ถูกคำกลอนพาไป ซึ้งเป็นพื้นฐานที่ดีของการก้าวหน้าเชิงกวีนิพนธ์ นับว่ายังมีแววอยู่มาก ได้รางวัลชั้นที่๓ เงินรางวัล๒๐บาท

 

 

 

 

 

 

๒๖     สำนวนที่๒๖ ของส..เจริญ ศรีประสิททธิ์ ม.๑ร..วัดมหาพุทธารามวิทยา

                  

อวยพรปีใหม่แด่เพื่อนสหธรรมิก

 

สวัสดีปีใหม่ใจผ่องแผ้ว                       จงคลาดแคล้วจากกิเลสเหตุเศร้าหมอง

คิดสิ่งใดให้สมอารมณ์ปอง                  ตามทำนองคลองธรรมประจำใจ

 

ขอให้ใจสะอาดสว่างสงบ                    ประสบสุขในชีวิตจิตแจ่มใส

ขอให้ชีวิตโชตช่วงดั่งดวงไฟ                ส่องทางไปให้ถึงซึ่งนิพาน

 

ปีใหม่มีสำหลับดีกว่าปีเก่า                   พืชมีเหง้าครบปีทวีหัว

ทั้งขนาดและจำนวนล้วนเกินตัว             แต่คนชั่วกลับถถดดีลดลง

 

คือปีหน้าเลวลงกว่าในปีนี้                    ไม่กี่ปีจะหมดดีเพราะมีหลง

รู้สึกตัวละชั่วเพราะเห็นตรง                  ดีจะคงดีขึ้นไปชื้นใจเอย

 

 

วิเคราะห์     บทกวีบทนี้ช้ำกับสำนวนที่ ๗ เป็นกวีธรรมที่ค่อนข้างเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย เพราะบทกวีที่มีความหมายล้ำลึกของสำเนียงสวนโมกข์และท่านพุทธทาสภิกขุ มีบางถ้อยคำบางวรรคบางตอนที่เห็นได้ว่าเเป็นคำของท่านพุทธทาสภิกขุ

 

 

 

 

๒๗.    สำนวนที่๒๗ของส..ปรีชา งามแสง ม.๑ ร..วัดมหาพุทธารามวิทยา

                   

บุญ

    บุญเดิมเสริมส่งให้                      ได้ดี

บุญยิ่งทำยิ่งทวี                              เพริศพริ้ง

บุญยิ่งมากยิ่งมี                              ความสุข จริงแฮ

บุญติดตามไปทิ้ง                           เช่นเค้าเงาตน ฯ

หมั่นรักษาศีล

อันทานศีลภาวนาอย่าเลยละ              อุตสาหะสืบสร้างทางสวรรค์

นิสสัยส่งคงนิพานไม่นานครัน             เกษมสันต์แสนสุขสิ้นทุกข์ภัย

 

ผู้ขาดเสน่ห์ประจำตัว

เป็นสตรีไม่มีศีลก็สิ้นสวย                    บุรุษด้วยไม่มีศีลก็สิ้นศรี

สามเณรซีไม่มีศีลก็สิ้นดี                    พระอยู่ที่คนคนนั้นกลับอยู่พระ

  

ศัตรูของคน

อันศัตรูของคนเรานั้นมีมาก                รวมด้วยจากความโลภและโกรธหลง

คนเรานั้นต้องหมั่นด้วยบรรจง             ต้องแก้ด้วยจิตศีลสมาธิและปัญญา

 

 

วิเคราะห์   บทกวีเหล่านี้เป็นสำนวนดั้งเดิมที่มีคุณค่าในการสั่งสอน แต่ในการประกวด

คราวนี้กติกาให้เขียนบทกวีที่มีเนื้อความสว่างไสวเบิกบานในดวงจิต หรือจะเป็นบทกวีแห่งความเมตตาธรรมก็ได้  ก็จะเห็นว่าเขียนไม่ตรงกติกาที่ให้ไว้ เขียนไปคนละเรื่อง

 

         

          

 

 

ประกาศ  ครั้งต่อไป เตรียมลับคมกวี สามวรรคสามคำ  รางวัลงามพอ ๆ กัน เร็ว ๆ นี้

พร้อมกวี   ลำดวน    

 




กวีนิพนธ์ : บทกวีแห่งความสว่างใจ

บทกวีนิพนธ์แห่งความรัก
บทกวีเสรีภาพ
บทกวีแห่งความสะท้อนจากใจ
ศรีสะเกษกำศรวล2527
ราชินยาเศียรพาทมหาราชินีนาถสดุดี 2551
บทกวีไว้อาลัยหลวงพ่อ พระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร)
เถลิงรัฐ200ปีรัตนโกสินทร์ บทที่ 1-130
เถลิงรัฐ200ปีรัตนโกสินทร์ บทที่130-200
๕ ธันวามหาราชสดุดี 2554
บาลีนิพนธ์



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เวบไซท์นี้ http://www.newworldbelieve.net มีข้อมูลพื้นฐานจากหนังสือพิมพ์ดี:วิเคราะห์ข่าวในวงการเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดและสหธรรมิก ออกโดยมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร) มี พระพยับ ปญฺญาธโร เป็นบรรณาธิการ และเป็น webmasterสำนักงานตั้งอยู่ที่ วัดมหาพุทธาราม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ 33000 ขณะนี้หนังสือพิมพ์ดีมีอายุทำการมา 11 ปีแล้ว มีเรื่องสำคัญคือการวิเคราะห์สังคมทั้งระบบด้วยแนวภูมิปัญญาและวิสัยทัศน์แห่งตาธรรมะในพระพุทธศาสนาเพื่อนำสังคมไปสู่ความดีงามและรอดปลอดภัยจากสถานการณ์เลวร้ายยุคนี้