ReadyPlanet.com
dot
dot dot
dot
พระพุทธเจ้า
dot
bulletบทศึกษาพิเศษ:พระพุทธเจ้า ศึกษาจากวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรนแปล เช้า- เย็น
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรแปล เช้า-เย็น อัพเดต
dot
พุทโธโลยี
dot
bulletสมาคมศิษย์หลวงปู่เครื่อง จัดประกวดเรียงความออนไลน์มัธยมศึกษาในวันวิสาขบูชา คลิกดูรายละเอียดและรางวัลที่นี่
dot
ชมรมยุวพุทโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
dot
bulletThe Beginning ความเป็นมาของโครงการชมรมยุวพุโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
bulletChart Showing the Process
dot
To The World
dot
bulletENGLISH
bulletUSA
bulletChina
bulletIndia
bullet Mynmar
bullet Cambodia
bullet Loas
bulletSri Lanka
bulletMalaysia
bulletKorea
bulletThe Truth Of Red Thailand 12-14 April 2009
bulletFrom red shirt survivor person
bulletA Sharp Turn of Believes : Iresearch Iwrite Iread
dot
Buddhism How?
dot
bulletMystery World Report 25
bulletMystery World Report 24
bulletMystery World Report 23
bulletMystery World Report 22
bulletMystery World Report 21
bulletMystery World Report 20
bulletMystery World Report 19
bulletMystery World Report 18
bulletMystery World Report 17
bulletMystery World Report 16
bulletMystery World Report 15
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 14
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 13
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 12
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 11
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 10
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 9
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 8
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 7
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 6
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 5
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 4
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 3
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 2
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 1
dot
โหราศาสตร์ [updateใหม่สุด]
dot
bullet สารบาญโหราศาสตร์โดยชลัมพุช โหรชนบททุกเรื่อง
bulletดวงชะตาที่ควรสังเกตในรอบปี 2552 และบทวิเคราะห์ดวงพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
bulletบันทึกข้อสังเกตประเด็นสำคัญดวงชะตาประเทศไทยช่วงเดือนส.ค.-พ.ย.2552
bulletดวงชะตานักการเมืองแฟ้ม 3 พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
bulletดวงชะตาประเทศไทย พยากรณ์ว่าประชาชนจะอดอยากยากจนและเผชิญภับพิบัติ 4 ประการ
bulletให้คำพยากรณ์นักธุรกิจชาวอังกฤษ
dot
โหราศาสตร์ ภาคทฤษฎี
dot
bulletอยากรู้เรื่องโหราศาสตร์ คลิก!
bulletดวงชะตาผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตไทย
dot
เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว
dot
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2536
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2537
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2538
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2539
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2540
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2541
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2542
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2543-2545
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2545-2549
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2549-2550
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2550-ส.ค.2551
bulletเฝ้าดูฯ ส.ค.-ก.ย.2551
bulletเฝ้าดูฯ ก.ย.2551- ธ.ค. 2551
dot
เฝ้าดูฯสำนวนพัชรา กอปรทศธรรม
dot
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 16-27
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 29
bulletบทความใหม่ เม.ย.-พ.ค.2552
bulletพุทธธรรมเพื่อทางดับทุกข์
bulletประวัติพัชรา กอปรทศธรรม
dot
รวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
bulletรวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
สากลจักรวาล สากลศาสนา
dot
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา1
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา2
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา3
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา4
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา5
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา6
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา7
bulletสากลจักรวาล สากลศาสนา8
bulletสากลจักรวาล สากลศาสนา9
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา10
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา13
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา14
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา16
dot
ส่วนข้อมูลสำคัญเพื่อการวิจัยการเมืองไทยยุค คมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
dot
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่1/26ส.ค.2551
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่2/27ส.ค.2551
bulletข้อมูลสำคัญยุคคมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
bulletใบปลิว อีเมล์ ในหลวงทรงร้องไห้
bulletในหลวงเพิ่งทราบข่าวฆ่าประชาชน10เมย.53ทรงร้องไห้
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
บันทึกลับเสื้อแดง
dot
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
รวมข่าวม็อบการเมืองสนธิ-จำลอง-ปชป.มิ.ย.51-เม.ย.52 นสพ.
dot
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 1
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 2
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 3
bulletรวมข่าวม็อบ30มิ.ย.51-23มี.ค.52
bulletเลือดศรีสะเกษบันทึกเรื่องราวรอบด้านเกี่ยวกับเขาพระวิหาร
dot
การโฆษณาชวนเชื่อล้มรัฐบาลทักษิณ
dot
bulletรายงานการโฆษณาชวนเชื่อในประเทศไทยที่ล้มล้างรัฐบาลทักษิณ
dot
บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
dot
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี แฟ้ม 2
dot
หนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนท )
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต ) เล่ม 1 - 44 - ล่าสุด
bulletหน้าที่เก็บไว้
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 1
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 3
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 4
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 5
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 6
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 7
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 8
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 9
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่10
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่11
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่12
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่13
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่14
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่15
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่16
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่17
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่18
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่19
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่20
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่21
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่22
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่23
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่24
bulletหนังสือพิมพ์ดีเล่มที่ 25
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่26
bulletหนังสือพิมพ์ดีเล่มที่ 27
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่28
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่29
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่30
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่31
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่32
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่33
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่34
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่35
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่36
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่37
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่38
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่39
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่40
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 41
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 42
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 43
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 44
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 45
bulletเกี่ยวกับเวบไซต์ของเรา
bulletร่าง... บันทึกชั่วคราว.....ลบทิ้งเมื่อใช้ประโยชน์แล้ว
dot
รายการทั่วไป
dot
bulletงดเหล้าเข้าพรรษา
bulletมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร)
bulletศรีสะเกษ
bulletวัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ บันทึกเหตุการณ์
bulletสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษแห่งที่ 1
dot
ช่องบริการประชาชน
dot
bulletบริการแจ้งของหาย คนหาย สื่อข้อความ หมอผี ฯลฯ
bulletคาถาอาคมไสยศาสตร์
bulletกวีนิพนธ์ใหม่
bulletนิทานธรรมะประยุกต์ มานุสสาสุระสงคราม 4 ภาค และอื่น ๆ
bulletอัลบั้มรูป ภาพในอดีตและชีวประวัติศาสตร์ที่สวยงาม
bulletศาสนาสากล การวิเคราะห์ความหมาย
bulletปลอบใจ
bulletรวมกระทู้เด็ดจากกระดานถามตอบ
bulletจากเวบบอร์ด พูดกันไม่รู้เรื่อง ประชาธิปไตยล้าหลัง
bulletอัลบั้มรูป history


สำนวนพัชราตอนที่ 16-27

 

 0เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

สำนวนพัชรา กอปรทศธรรม

ฉบับที่ 16 - 25

  • โดย พัชรา กอปรทศธรรม

 

0   เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว 

16 นโยบายสธ.ในประเด็นถุงยางอนามัยน่าจะไม่ถูกต้อง

17 โรคจิตเภท บทวิเคราะห์กรณีเสียงสวรรค์สั่งการฆ่า

18 หญิงวัยรุ่นเสียตัวมากขึ้นในเทศกาลลอยกระทง

19 เอาหลักสูตรเพศศึกษาแบบฝรั่งมาใช้ทั้งดุ้น

20 คุณภาพของครูเสื่อมไปเพราะวัตถุนิยม

21 ชี้โพรงให้กระรอกอีกคนแล้ว

22 การเมืองเรื่องไม่รู้จริง

23 บทกวีวิสาขบูชา   “ วันสันติภาพโลก ”

24 ปรมัตถธรรมว่าด้วยโทษของกาม

25 วันภาษาไทยแห่งชาติ

26โรคเอดส์กับอเมริกันที่ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว

27เพศศึกษาในอเมริกาสะดุด

 

 

 

 

 

 

  16 นโยบายสธ.ในประเด็นถุงยางอนามัยน่าจะไม่ถูกต้อง

เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว
ฉบับที่16 วันที่  23กรกฎาคม 2548



ผู้จัดการออนไลน์  วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม 2548หัวข้อข่าว “ เด็กวอนผู้ใหญ่เปิดกว้างเรื่องเพศ ”  จากการสัมมนาระดับชาติเรื่องโรคเอดส์ครั้งที่ 10 พบเยาวชนตื่นตัวอยากมีส่วนร่วมลดปัญหาเอดส์  วอนผู้ใหญ่เปิดกว้างเรื่องเพศมากขึ้น  เพราะวัฒนธรรมเปลี่ยนแปลง  สธ. รับนำความคิดเห็นที่ได้จากเยาวชน  พร้อมทบทวนนโยบายแก้ปัญหาเอดส์ในกลุ่มเยาวชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงใหม่  ระบุเห็นด้วยกับการติดตั้งถุงยาง ฯ ในสถาบันการศึกษา          

 

 นพ.สมชัย  ภิญโญพรพาณิชย์  รองอธิบดีกรมควบคุมโรค  กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ยังให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า “ เยาวชนต้องการให้ผู้ใหญ่ยอมรับเรื่องการปรับเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ในปัจจุบันว่าวัฒนธรรมมีการเปลี่ยนแปลง  อยากให้ผู้ใหญ่เข้าใจและรับฟังเด็กมากขึ้น นอกจากนี้เยาวชนส่วนใหญ่ยังเห็นว่า  ความสัมพันธ์ที่อบอุ่นในครอบครัวจะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด  ต่อการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยหรือภัยเอดส์  และใน    ประเด็นเรื่องการติดตั้งตู้ขายถุงยางอนามัย  ภายในสถาบันการศึกษานั้น โพลเยาวชนก็ระบุว่าเห็นด้วย ที่จะให้ติดตั้ง และเห็นเป็นเรื่องธรรมดา ขณะที่ ผู้ใหญ่เห็นด้วยน้อยกว่าเยาวชน ”

 

นางภาวนา เหวียนระวี ประธานจัดงานสัมมนาฯ ฝ่ายเยาวชน กล่าวถึงโพลที่สำรวจยังพบว่า  ประชาชนร้อยละ 73.7 เห็นว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่วัยรุ่นชายและหญิงจะพกถุงยางอนามัย  และร้อยละ 84.4 เห็นว่าการใช้ถุงยางอนามัยเป็นความรับผิดชอบไม่ใช่การสำส่อนทางเพศ  และในกรณีที่พบว่านักเรียนตั้งครรภ์ร้อยละ 73.7  เห็นว่าไม่ควรให้ออกจากการเรียน  แต่ควรให้ลาคลอดและกลับมาเรียนต่อได้  ในด้านของเพศศึกษา  ประชาชนร้อยละ 90.1 เห็นว่า  การจัดเพศศึกษาควรให้ข้อมูลที่รอบด้าน  และบอกวิธีป้องกันมากกว่าการบอกกล่าวสั่งสอนและห้ามปราม  ร้อยละ 51.9 เห็นควรมีหลักสูตรเพศศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 

 

และร้อยละ 54.8 เห็นว่าช่วงอายุที่วัยรุ่นควรรู้จักและมีทักษะการคุมกำเนิดคือ ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น


การที่เยาวชนส่วนใหญ่มีความเห็นตามสถิติที่ยกมากล่าวข้างต้นมิใช่เรื่องแปลก   แม้ถ้าไม่มีการสำรวจ
แนวความคิดนี้ก็มีบรรจุอยู่ในหลักสูตรเพศศึกษาที่เด็กๆ ได้เรียนในวิชาสุขศึกษาอยู่แล้ว       จึงเท่ากับเป็นการชี้นำ  ผลจากการสำรวจที่ขาดความเป็นเอกภาพในด้านการคิดวิเคราะห์หาเหตุผลที่เป็นข้อเท็จจริง ขาดการมองปัญหาอย่างเป็นกลาง     ซึ่งในหลักวิชาการวิจัยถือว่าเป็นข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือที่จะนำมาเป็นข้อสรุปการศึกษาค้นคว้าได้  เพราะมีความคลาดเคลื่อน  ขาดความเที่ยงตรง


 สถานศึกษาที่เปรียบเสมือนเป็นหนูทดลองซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้นำถุงยางอนามัย  มาติดตั้งให้ในสถานศึกษาตั้งแต่ปี 2546 มีแล้วทั่วประเทศ  คือสถาบันการอาชีวศึกษาทุกแห่งทุกจังหวัด และนักศึกษาก็ใช้บริการถุงยางอนามัยหยอดเหรียญที่นำมาติดตั้งให้กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน  จนถังขยะในห้องน้ำเกลื่อนกลาดไปด้วยถุงยางฯ  จนแทบไม่มีกะจิตกะใจจะนึกถึงการเรียน   กลายเป็นการตามกระแสจับคู่อยู่กันตามหอพักเป็นจำนวนมาก  จนตอนนี้ตำรวจต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้น  คอยรับแจ้งกวาดจับนักเรียนที่หนีเรียนไปมั่วสุมตามหอพักหรือสถานเริงรมณ์  พ่อแม่หัวใจแตกสลายเมื่อรู้ว่าลูกแต่งตัวมาโรงเรียนทุกวันแต่ไม่เข้าเรียน    เพราะมัวเอาเวลาไปเพลิดเพลินกับเรื่องเพศ

 

ที่น่าตกใจคือนักศึกษาระดับอาชีวะเรียนไม่จบถึง 35-40 % ต่อปี  ครูและนักเรียนที่มองเห็นปัญหารักสถาบันอยากจะนำตู้อุบาทก์ไปคืนสธ. แต่ติดขัดที่ผู้บริหารก็ไม่ใส่ใจและไม่กล้าตัดสินใจสวนกระแสนโยบาย  และแทนที่ สธ. จะศึกษาผลจากการทดลองของตนเองอย่างตรงไปตรงมา  กลับไม่ศึกษาและยังจะมีความคิดที่จะขยับขยายไปมอมเมาสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาและระดับอุดมศึกษาอีก

 
  การมีความต้องการทางเพศของหญิงชายมิใช่ของใหม่  แต่มีมาพร้อมกับโลก  มนุษย์ที่เจริญด้วยอารยธรรมเขามองว่า  มนุษย์แต่ละคนเป็นสัตว์สังคมที่ต้องมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน  ดังนั้นจึงมีวัฒนธรรมทางศาสนาและสังคมที่สร้างค่านิยมให้รู้จักการยับยั้งชั่งใจ  ควบคุมมิให้สนองตอบความต้องการของตนเอง โดยไม่มองผลกระทบต่อความสงบสุขของส่วนรวม 

 

 และถึงแม้สังคมไทยจะมีค่านิยมที่ดีงามมาช้านาน  แต่ก็ยังมีคนส่วนหนึ่งที่พยายามประพฤติตนเป็นอนารยชน(คนต่ำทราม)ที่ออกนอกลู่นอกทาง  และก็ได้รับโทษทัณฑ์จากการกระทำของตนเอง  เช่น    ผู้ชายที่สำมะเรเทเมาก็อาจเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง ชายหรือหญิงที่ประพฤติตนสำส่อนก็จะเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ได้รับความทุกข์ความเดือดร้อนโดยตรงจากการกระทำของตนเองอยู่แล้ว    และผลในทางอ้อมยังได้รับการดูถูกเหยียดหยามจากคนในสังคม ไม่มีใครต้องการได้ไปเป็นคู่ครอง  เพราะขาดคุณสมบัติของความเป็นพ่อแม่ที่ดี  ไม่สามารถทำให้ลูกมีความสุขและภาคภูมิใจในตัวของผู้เป็นพ่อแม่ได้ 


 ตลอดเวลาที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุข  ได้แสดงท่าทีให้สังคมเห็นว่า “ มนุษย์ทุกเพศทุกวัยจำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องปกติธรรมดาไม่เว้นแม้แต่เด็กเยาวชน จึงได้พยายามยัดเยียดบรรจุหลักสูตรเพศศึกษาแบบวัตถุนิยมและสาธิตวิธีการคุมกำเนิดให้แก่เยาวชนตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยหนุ่มวัยสาว จนเป็นผลให้เยาวชนจำนวนมากที่อ่อนไหวในด้านวุฒิภาวะทางอารมณ์อยู่แล้ว มองเรื่องเพศสัมพันธ์อย่างคนที่ขาดความเจริญทางด้านจิตใจ เห็นเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เมื่อมีอารมณ์ทางเพศก็สนองความอยากได้เลย  โดยไม่ต้องรู้จักการยับยั้งชั่งใจ  จนสังคมไทยกลายเป็นสังคมแห่งความร่านตัณหาราคะ  

 

ปัญหาที่หนักหน่วงลึกซึ้งยากจะเยียวยาซึ่งเป็นผลพวงมาจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ถูกต้องที่ร้ายแรงกว่าโรคเอดส์หลายร้อยเท่าทวีคูณก็คือ เด็กเยาวชนมีจิตใจฟุ้งซ่านเกิดความทะยานอยากในรสเพศยิ่งๆขึ้น        เมื่อเลิกลากันไปก็เปลี่ยนคู่ไปเรื่อยๆไม่ตั้งใจเล่าเรียน         ไม่สนใจความรู้สึกของพ่อแม่   ไม่สนใจสังคม   อาจก่ออาชญากรรมทางเพศได้ง่าย     ซึมเศร้าหดหู่     เมื่อจิตใจฟุ้งซ่านหนักเข้าก็หันไปพึ่งสิ่งเสพติดมึนเมาเพื่อให้ลืมความทุกข์   วงจรเยาวชน ติดสิ่งเสพติดก็หวลกลับมาอีก กลายเป็นปัญหาที่เป็นวัวพันหลักแก้เท่าไรไม่จบไม่สิ้น    แล้วสังคมไทยจะเป็นอย่างไร


 ลองมองย้อนไปถึงสมัยที่เราเป็นวัยรุ่น ทำไมพ่อแม่  ครูอาจารย์ ผู้หลักผู้ใหญ่  จึงสอนให้ผู้หญิงรักนวลสงวนตัว  เพราะท่านมองชีวิตได้ลึกซึ้งว่า ชีวิตคู่จะมีความสุขและไม่มีปัญหาคือความรักแท้ที่มีความพร้อมทั้งด้านความเป็นอยู่และความมั่นคงทางอารมณ์ ให้เกียรติกันด้วยการสู่ขอกันตามประเพณีและรอคอยได้  แม้ในผู้ใหญ่หากเป็นคู่ที่ปราศจากความรักแท้ ขาดความเห็นอกเห็นใจย่อมก่อปัญหาให้แก่ตนเอง ลูกๆ  และอาจกระทบกระเทือนไปถึงพ่อแม่ญาติพี่น้องได้ดังที่เราได้เห็นตามข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์บ่อยๆ

 

ในฐานะที่ผู้วิเคราะห์เป็นครูคนหนึ่ง ที่ได้มีโฮกาสสัมผัสกับปัญหาเหล่านี้โดยตรง ได้เฝ้ามองปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมด้วยสติปัญญาที่รอบคอบและเป็นกลาง มิได้มีอคติต่อผู้ใดหรือองค์กรใดทั้งสิ้น มิอาจทนนั่งดูดายปล่อยให้กระแสกามนิยมงอกงามในหมู่เยาวชนได้ เพราะมองเห็นจุดจบของการเดินตามกระแสวัฒนธรรมทรามเช่นนั้น

 

ดังนั้น   วิธีที่จะรณรงค์ต่อต้านเอดส์ให้ได้ผล ก็คือทุกองค์กรในสังคม จะต้องหันมามองให้ตรง        ความจริงว่า   ชายหญิงทุกเพศทุกวัยที่มัวเมาในเรื่อง  เพศเป็นวัฒนธรรมทรามที่น่ารังเกียจ เราไม่ควรไป        ตื่นเต้นชี้โพรง   ให้คนดีส่วนใหญ่ไปเอาอย่างคนชั่ว ส่วนน้อย  บุคคลที่นิยมประพฤติตนสำส่อนทางเพศ       มีมาทุกยุคทุกสมัยเป็นเรื่องธรรมดาๆ     มิใช่พึ่งจะมี  และจุดจบของคนเหล่านี้ก็ต้องได้รับความทุกข์อย่าง มหันต์จากการกระทำชั่วของตนเองอยู่แล้ว เพราะประมาทมัวเมาในการดำเนินชีวิต  สังคมไทยในปัจจุบัน        มีปัญหาโรคเอดส์ ลุกลามใหญ่โตก็เพราะองค์กรที่รณรงค์ต่อต้านเอดส์  ไปตื่นเต้นให้ความสำคัญ     และวิ่งตามกระแสพวก นิยมวัฒนธรรมทราม  จึงเป็นผลให้เด็กเยาวชนบาง กลุ่มเลียนแบบพฤติกรรมสำส่อนทางเพศ     เพราะความโง่เขลารู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังนั้นหากจะต่อต้านเอดส์  ต้องต่อต้านวัฒนธรรมทรามมิให้มีโอกาสเจริญงอกงามในสังคมไทย   ก็จะลดจำนวนผู้ติดเอดส์  หากรณรงค์ให้เด็กมีเพศสัมพันธ์ได้ ก็จะปรากฏผลดังที่เห็นในปัจจุบัน


สังคมแห่งความกำหนัดร่านตัณหาราคะมีโทษทัณฑ์มากมายกว่าเอดส์หลายร้อยเท่านัก สามารถทำคนดีให้เป็นคนเลว  พ่อไม่เป็นพ่อ  แม่ไม่เป็นแม่  ลูกไม่เห็นคุณความดีของพ่อแม่  ดังตัวอย่างที่เราเคยเห็นมาแล้วในอดีต


เยาวชนคืออนาคตของชาติ  โปรดอย่าทำลายเขา  ครอบครัวของเขาด้วยความโง่เขลารู้เท่าไม่ถึงการณ์ผู้ฉลาดมีปัญญาย่อมหยุดพิจารณา ส่วนผู้โง่เขลาย่อมวิ่งตามเขาไป    ประดุจรถที่วิ่งโดยไม่มีเบรคห้ามล้อ  ย่อมลงเหวไปในที่สุด เมื่อนั้นความทุกข์อย่างมหันต์เป็นที่หวังได้

 

 

 

 

 

 17 โรคจิตเภท บทวิเคราะห์กรณีเสียงสวรรค์สั่งการฆ่า

เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

ฉบับที่ 17  วันที่   30  กันยายน  2548

 

 

ข่าวโด่งดังหนังสือพิมพ์หน้า 1 ทุกฉบับ ทีวีทุกช่อง  ในวันที่ 9 กันยายน  2548  นางสาวจิตลดา  ตันติวาณิชยสุข  เกิดอาการคลุ้มคลั่งวิ่งไล่แทงเด็กนักเรียนหญิง 4 คน โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวน จนได้รับบาดเจ็บ  อ้างว่า " มีเสียงสวรรค์สั่งให้ฆ่าเพราะเด็กทำของใส่ตน  และเพื่อความสะใจ  เกลียดคนรวยที่ชอบเอารัดเอาเปรียบ "

 

ห่างกันอีกเพียง 1 สัปดาห์ก็มีข่าวที่สะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ ร.ต.วินัย นาคะบุตรและจ.อ.คำธร  ทองเอียด 2 นาวิกโยธิน ถูกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบบ้านตันหยงลิมอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาสจับเป็นตัวประกัน และถูกทรมานสังหารอย่างเหี้ยมโหดโดยใช้ผ้าปิดตามัดมือมัดเท้า ถูกทุบด้วยของแข็งและจ้วงแทงด้วยของมีคมจนเสียชีวิต  และยังมีข่าวฆ่าตัดคอครู  ลอบยิงเจ้าหน้าที่  ฆ่าคนบริสุทธิ์ ลอบวางระเบิดที่นั่นที่นี่ไม่เว้นแต่ละวัน จนพี่น้องไทยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องตกอยู่ท่ามกลางความหวาดผวาไม่กล้าแม้แต่จะออกไปทำมาหากินตลอดเวลารัฐบาลพยายามหามาตรการต่างๆที่จะดับไฟใต้  โดยการเสนอให้ออกพระราชกำหนดเพื่อควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  และต้องการแยกคนดีออกจากคนร้ายซึ่งจะช่วยให้การแก้ปัญหามีประสิทธิภาพมากขึ้น 

 

แต่ได้มีนักวิชาการบางกลุ่ม ส.ส.บางกลุ่ม  สว.บางท่าน องค์กรสิทธิมนุษยชน และองค์กรอิสระบางกลุ่ม ได้ออกมาเคลื่อนไหวทางความคิดเพื่อคัดค้านการออกพระราชกำหนดดังกล่าว ด้วยเหตุผลเกรงว่าจะเป็นการให้อำนาจแก่ผู้นำประเทศและเจ้าหน้าที่ของรัฐมากเกินไป และยังเป็นการขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญและการปกครองระบอบประชาธิปไตย 

 

กลุ่มบุคคลดังกล่าว  ได้ออกมาบอกว่า  สาเหตุของความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  เกิดจากความไม่เข้าใจความแตกต่างวัฒนธรรมทางศาสนาและความเป็นอยู่ของเขาซึ่งไม่เหมือนคนในพื้นที่อื่นๆ  และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือเกิดจากความกดดันที่ชาวบ้านไม่ได้รับความเป็นธรรม  ถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐข่มเหงรังแกมาโดยตลอด

 

ซึ่งในความเป็นจริงประชากรของโลกในทุกประเทศก็มีคนหลายเชื้อชาติเผ่าพันธุ์มาอยู่รวมกัน มีลัทธิความเชื่อที่แตกต่างกันตามพื้นฐานทางความรู้ความคิดและระดับสติปัญญาอยู่แล้ว แต่มีสิ่งหนึ่งที่สามารถหล่อหลอมให้มนุษย์เผ่าพันธุ์ต่างๆสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขก็คือ  การมีความเชื่อพื้นฐานที่เหมือนๆกันว่า " สัตว์โลกทุกชีวิตย่อมรักชีวิตของตนเอง  ไม่ต้องการให้ใครมาทำร้ายข่มเหงรังแกต้องการความมั่นคงปลอดภัยในการดำเนินชีวิตและใฝ่หาสันติสุข "

 

แต่โลกย่อมมีทั้งคนดีซึ่งเป็นปกติชน  และคนที่จิตใจไม่ปกติ ความไม่ปกติทางจิตใจอาจทำให้คนเหล่านั้นก่อเหตุก้าวร้าวรุนแรงต่อตนเองและบุคคลอื่นได้ ดังนั้นมนุษย์จึงได้สร้างกฎเกณฑ์ทางสังคมด้วยการมีกฎหมาย  รวมไปถึงกฎหมายระหว่างประเทศขึ้นมาคุ้มครองความมั่นคงปลอดภัยของปกติชน

 

ในทั่วทุกภาคของประเทศไทยก็มีชนหลายเชื้อชาติมาอาศัยอยู่รวมกัน  มีทั้งไทย  จีน  ฝรั่ง  แขก  ลาว  เขมร  พม่าและชาวเขาเผ่าต่างๆ  คนเหล่านั้นได้รับการปลูกฝังค่านิยมและความเชื่อที่เหมือนๆกันว่ามนุษย์ทุกคนต่างก็รักชีวิตของตนเอง  ไม่ต้องการให้ใครมาทำร้ายข่มเหงรังแกโดยไม่ชอบธรรม  หรือแม้เมื่อได้รับความไม่เป็นธรรมจากคนในสังคมก็สามารถเรียกร้องความเป็นธรรมโดยใช้มาตรการทางสันติวิธี  ไม่มีใครออกมาฆ่าครู  ฆ่าพระสงฆ์  ฆ่าชาวบ้านผู้บริสุทธิ์  วางระเบิดก่อกวนความสงบเรียบร้อยของสังคม แล้วอ้างว่าทั้งหมดที่ทำไปเป็นเพราะถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐข่มเหงรังแกมาโดยตลอด  จึงตอบโต้ด้วยการออกมาฆ่าคนโดยไม่เลือกหน้า

 

กลุ่มนักวิชาการ สส. สว. และองค์กรสิทธิมนุษยชน  บางกลุ่มที่ออกมาคัดค้าน พยายามออกมาบอกว่าเราต้องแก้ปัญหาด้วยการเคารพในสิทธิมนุษยชน ต้องพยายามเข้าใจความแตกต่างของเขากับเรา  แต่ดูเหมือนท่านยิ่งพูดมากเท่าไร  คนไทยทั้งประเทศก็ยิ่งรู้ว่า  " ท่านนั่นแหละที่ไม่มองความเป็นจริง ไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่างคนจิตใจปกติกับคนป่วยทางจิต   "

 

กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบก่อเหตุร้ายแรงเพราะมีความเชื่อที่ฝังใจอย่างรุนแรงมานานว่า "ตนถูกครอบครองรุกรานและไม่ปรารถนาจะอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐ "  จึงใช้กุศโลบายทุกอย่างที่จะแบ่งแยกดินแดนให้สำเร็จ ดังนั้นใครก็ตามที่ขัดขวางอุดมการณ์ถือว่าเป็นศัตรูของเขา   ต้องได้รับการตอบโต้ที่รุนแรง ไม่เว้นแม้แต่ชาวมุสลิมผู้รักความสงบที่ไม่ต้องการการแบ่งแยก  ซึ่งจะเห็นว่าเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นทุกภูมิภาคของโลก และที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือการก่อการร้ายในประเทศอิรัก รัฐบาลอิรักจึงได้จัดให้มีการเลือกตั้ง เพื่อใช้ระบอบประชาธิปไตยมาฟื้นฟูระบอบการปกครองและร่วมมือกันแก้ไขปัญหาความไม่สงบ จัดตั้งรัฐบาลจากพรรคการเมืองต่างๆ แต่กลับสร้างความโกรธแค้นให้กับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง จึงได้ขู่จะฆ่าชาวสุหนี่ทุกคนที่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล  

 

อาการฆ่าคนไม่เลือกหน้าของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  คล้ายคลึงกับอาการคลุ้มคลั่งไล่แทงเด็กนักเรียน    ของนางสาวจิตลดา  ที่เกิดจากสาเหตุของความโกรธความเกลียดที่ฝังใจ  มีความรู้สึกแบ่งแยกตนเองกับคนอื่นอย่างรุนแรง  แต่ต่างกันตรงที่นางสาวจิตลดาแกบ้าคนเดียว  ปฏิบัติการบ้าๆไปคนเดียว  และอยู่ท่ามกลางวัฒนธรรมของกลุ่มคนที่เห็นว่าการทำร้ายผู้บริสุทธิ์เป็นสิ่งเลวทรามที่สังคมรับไม่ได้  ดังนั้นแกจึงถูกจับกุมได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย  ไม่มีใครต้องการปล่อยแกไปเพ่นพล่านเที่ยวทำร้ายใครต่อใครได้อีก

 

แต่อาการของโรคจิตเภท ที่มีความรู้สึกโกรธเกลียดชัง แบ่งแยกตนเองจากผู้อื่นอย่างรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  เกิดจากการหลงอุดมการณ์ของคนหมู่ใหญ่  การทำร้ายผู้บริสุทธิ์จึงมีความก้าวร้าวรุนแรง  และสร้างความเสียหายต่อความมั่นคงและสุขภาพจิตของคนส่วนรวม จำเป็นที่รัฐต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด เพื่อควบคุมสถานการณ์มิให้ลุกลามใหญ่โตโดยเร็ว

 

ในประวัติศาสตร์ของการทำสงคราม  การยุยงส่งเสริมให้เกิดความแตกแยกของคนในชาติเคยใช้ได้ผลมาแล้ว  กษัตริย์ลิจฉวีเคยเสียเมืองเวสาลีให้แก่พระเจ้าอชาตศัตรูก็เพราะเกิดความหวาดระแวงแตกแยกกันมาแล้ว   ด้วยหลงกลลวงของไส้ศึกอย่างวัสสการพราหมณ์  ผู้ใช้เพียงลิ้นเป็นอาวุธ

 

 

การเป็นนักวิชาการ  หรือนักการเมืองที่รู้แต่ศาสตร์ของตนเองเพียงอย่างเดียว   ไม่มีความรู้ศาสตร์อื่นๆที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของมนุษย์  ก็เหมือน " กบในกะลาครอบหรืออุปมาเหมือนคนตาบอดคลำช้างย่อมมองเห็นความจริงเพียงด้านเดียว" เช่นนิยมยกย่องระบอบประชาธิปไตยมากจนเกินไป  ก็ย่อมมองไม่เห็นข้อดีของระบอบสังคมนิยม มองไม่เห็นข้อดีของระบอบธรรมาธิปไตย หรือถ้านิยมระบอบธรรมาธิปไตยมากจนเกินไปก็มองไม่เห็นข้อดีของระบอบอื่นๆ  ย่อมได้ชื่อว่ายังไม่รู้จักโลกอย่างแท้จริง  โลกย่อมมีทั้งคนดี  คนเลว  วิธีการที่จะให้โลกสงบสุขร่มเย็นก็คือ   ชาวโลกจะต้องนำข้อดีของแต่ละระบอบการปกครองมาผสมผสานกัน เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือสันติสุขของคนหมู่มาก  หากมองเห็นความจริงเพียงด้านเดียว  ย่อมนำชีวิตไปสู่ทางตันที่หาทางออกไม่ได้

 

พระพุทธองค์ท่านทรงเป็นผู้แจ้งโลก ท่านเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์เป็นอย่างดี  ท่านจึงทรงสอนให้มนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข โดยยึดหลักการปกครองให้ถูกกับเหตุ  ถูกกับผล ถูกกับคน  ถูกกับชุมชน  ถูกกับเวลาและโอกาส  ตามหลักสัปปุริสธรรม

 

ดังนั้นการจะให้ประเทศชาติได้รับประโยชน์สูงสุด  คนในชาติก็ต้องมีความฉลาดมีปฏิภาณไหวพริบ  สามารถใช้วิชาความรู้ให้เหมาะกับเวลา เหมาะกับโอกาสเหมาะกับบุคคลและชุมชน  รู้จักประเมินสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ  จึงจะได้ชื่อว่าเป็นนักคิดที่มีความคิดสร้างสรรค์อย่างแท้จริง  

 

 " สิทธิมนุษยชน "     เป็นเครื่องมือสำหรับปกป้องคุ้มครองคนดีมิให้ถูกข่มเหงรังแก    มิได้มีไว้เพื่อปกป้องคุ้มครองคนชั่ว    โปรดมองความคิดของคนส่วนใหญ่ในประเทศด้วยว่า " เขาคิดอะไรอยู่ "     เพื่อท่านจะได้ไม่ก้าวพลาด

 

 

 

 

 

 

 

 

 18 หญิงวัยรุ่นเสียตัวมากขึ้นในเทศกาลลอยกระทง

เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

ฉบับที่ 18  วันที่   16  พฤศจิกายน  2548

 

 

 

รายการถึงลูกถึงคน     วันพฤหัสบดีที่ 10 พ.ย.48  ช่อง 9อสมท. เวลา 23.00 น. พิธีกรดำเนินรายการ  สรยุทธ  สุทัศนจินดา  ผู้ร่วมรายการว่าที่ร.ท.กุเทพ   ใสกระจ่าง      ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมสภาผู้แทนราษฎร มนตรี   สินธวิชัย สว.กทม.  และเลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองเด็ก อีกฝ่ายคือ  ทอม   เครือโสภณ นักธุรกิจ  อนิธ โอสถานุเคราะห์ นักเขียน ได้ออกมาแสดงทัศนะที่มองต่างมุม     เกี่ยวกับการที่บริษัทผู้ผลิตถุงยางอนามัยยี่ห้อหนึ่ง       ได้ทำโพลสำรวจพฤติกรรมของวัยรุ่นหญิงที่มักจะเสียตัวในเทศกาลลอยกระทงถึงร้อยละ  50

 

ฝ่ายสส.,สว.     ได้ตำหนิการทำโพลดังกล่าวว่าเป็นการทำวิจัยมั่วๆไม่น่าเชื่อถือ       นำงานวิจัยมาอ้างเพื่อหวังผลทางการค้า    มากกว่าการแก้ปัญหา  มีคำถามที่เป็นการชี้นำและล่วงละเมิดสิทธิของวัยรุ่นผู้หญิงโดยมีคำถามในทำนองว่า " ในวันลอยกระทงนี้  คุณมีโอกาสจะเสียตัวหรือไม่ " ครูยุ่นเห็นว่าเป็นการทำวิจัยมั่วๆไม่น่าเชื่อถือ   เป็นการตีตราภาพลบให้แก่หญิงไทยและยังกระตุ้นให้เยาวชนหมกมุ่นในเรื่องเพศมากยิ่งขึ้น  อีกฝ่ายได้โต้แย้งว่าการทำโพลในลักษณะนี้มีประโยชน์เพื่อจะได้กระตุ้นให้พ่อแม่ผู้ปกครอง   และทุกคนในสังคมได้ทราบปัญหาและหาทางแก้ไขต่อไป  ควรสอนเยาวชนให้รู้จักใช้ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันภัยจากเอดส์   และป้องกันการตั้งครรภ์     ซึ่งเป็นแนวความคิดที่สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหา   ของกระทรวงสาธารณสุขและบริษัทผู้ผลิตถุงยางอนามัย  

 

ตลอดระยะเวลานับสิบปีที่ผ่านมา   กระทรวงสาธารณสุข  มีความเพียรพยายามมาโดยตลอดในการรณรงค์ให้เยาวชนทุกคนป้องกันภัยจากเอดส์ด้วยการสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์     จัดหมอพยาบาลไปสาธิตวิธีการใช้และแจกให้ถึงสถานศึกษา  เป็นผู้ริเริ่มในการนำหลักสูตรเพศศึกษาแบบอเมริกันมาบรรจุไว้ในวิชาสุขศึกษา  ซึ่งหลักสูตรดังกล่าวล้วนมีแนวคิดแบบเดียวกันกับลัทธิกามสูตรของชาวอินเดียโบราณ  ซึ่งเป็นแนวความคิดที่ยังล้าหลังของกลุ่มชนที่ยังมีสัญชาตญาณดิบและแสดงออกมาในรูปของความคลั่งไคล้กามราคะ

 

 เราจึงมักเห็นได้จากรูปปั้นของชาวอินเดียโบราณที่แสดงท่าทางการร่วมเพศแบบต่างๆ แต่เดิมเด็กจะเรียนเรื่องสรีระและอวัยวะทั่วไป  การพูดเรื่องเพศก็เป็นเชิงหลักวิชาการทั่วๆไปไม่เน้นเรื่องการปฏิบัติทางเพศสัมพันธ์  เพราะนักการศึกษาไทยเป็นนักปราชญ์  จึงรู้ว่าโดยธรรมชาติเมื่อถึงวัยเจริญพันธ์มนุษย์จะรู้ได้เอง  เพราะเป็นสัญชาตญาณของการสืบเผ่าพันธุ์อยู่แล้ว     และที่สังคมไทยไม่สอนเรื่องเพศสัมพันธ์ในโรงเรียน     เนื่องจากการสอนดังๆจะเป็นอันตรายเพราะจะทำให้เกิดกระแสกามนิยมได้  

 

ดังนั้นเรื่องที่ลึกซึ้งเขาจึงสอนกันลับๆ โดยมีพ่อแม่ทำหน้าที่ครูคอยสอนลูก แต่เมื่กระทรวงศึกษาให้องค์การเทคโนโลยีสารสนเทศสาธารณสุขหรือองค์กรแพธ(path)        นำหลักสูตรของอเมริกันมาใช้  นักวิชาการกลุ่มนี้มีทัศนะการมองว่า  หากไม่สอนเรื่องเพศสัมพันธ์เด็กจะไม่รู้  มักมีคำพูดโฆษณาชวนเชื่อว่าเพศศึกษาไม่เรียนไม่ได้แล้ว  

 

จึงใช้สื่อต่างๆมาสาธิตภาคปฏิบัติของการมีเพศสัมพันธ์  เช่น  อวัยวะสืบพันธ์เทียมเพศชายเพศหญิง         สาธิตการสวมถุงยางอนามัย  มีการตีฆ้องร้องป่าวว่าเด็กควรมีเซ็กส์อย่างปลอดภัยไปทั่วทิศทั่วแดนทั้งในห้องเรียน  สื่อทีวี  สื่ออินเตอร์เนต    นอกจากนี้ยังมีความคิดล้ำหน้าต่อไปที่จะสอนเรื่องเพศที่สามให้เด็กเล็กๆ      ให้ครูสุขศึกษาเข้าอบรมเพื่อขยายหลักสูตรนี้ไปทั่วประเทศ  โรงเรียนไหนไม่นำวิธีการไปใช้    ก็กล่าวและเขียนโจมตีว่ามีความคิดล้าหลังไม่สนองนโยบายให้เด็กไม่รู้เท่าทันเอดส์     โดยมีเป้าหมายไปสิ้นสุดที่การให้บริการติดตั้งตู้ถุงยางอนามัยหยอดเหรียญในสถานศึกษา    เพื่อแสดงว่าเราเจริญเท่าเทียมกับอเมริกาและชาติตะวันตก    

 

จึงเท่ากับเปิดทางให้สื่อลามกอนาจาร  ระบาดหนักเข้ามาในขณะนี้  โดยไม่มีการทัดทาน  เพราะวิชาเพศศึกษาที่เด็กเรียนตั้งแต่ประถมจนจบมหาวิทยาลัยได้ไปกล่อมเกลาจิตใต้สำนึกให้แสดงสัญชาตญาณดิบที่ซ่อนอยู่ออกมา          เห็นการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนเป็นเรื่องธรรมดา     ทำลายระบบความคิดยับยั้งชั่งใจ        ทำลายความละอายใจของลูกผู้หญิงต่อการแสดงออกทางเพศจนหมดสิ้น   แฟชั่นการแต่งตัววาบหวิว    มีเพศสัมพันธ์กับเพื่อนชายง่ายๆ  แม้กระทั่งถ่ายภาพเปลือยของตนเองแจกจ่ายก็กำลังฮิตในหมู่วัยรุ่นบางกลุ่ม 

 

และที่ซ้ำเติมสังคมให้แก้ไขปัญหาเยาวชนยากยิ่งไปอีก ก็สืบเนื่องมาจากวิชาจิตวิทยาฝรั่งที่กรมสุขภาพจิตนำมาสอน บอกว่าต้องเข้าใจเด็กอย่าดุด่าว่ากล่าวห้ามปราม  เด็กเลยไม่เข้าใจใคร ไม่เข้าใจสังคมซึมซับค่านิยมถูกใจแต่ไม่ถูกต้อง ครั้นไปอยู่ร่วมกับสังคมเมื่อไม่ได้ดังใจก็แสดงความก้าวร้าวรุนแรง  เป็นโรคจิตประสาทไม่ทำร้ายตนเองก็ทำร้ายผู้อื่น กลายเป็นคนไม่เคารพกฏกติกาของสังคม  ล้วนเป็นความผิดพลาดของนักวิชาการที่คิดได้  แต่คิดไม่เป็นเพราะไม่เป็นสัจธรรมสัจธรรม

 

มีปัจจัยแทรกซ้อนสำคัญประการหนึ่ง ที่มนุษย์ปุถุชนมักมองไม่เห็นหรือคาดไม่ถึง นั่นคือเมื่อมนุษย์ถูกกระตุ้นให้ไฟราคะลุกโชนขึ้นแล้ว เขาจะทะยานไปสุดฤทธิ์จนกว่าไฟราคะจะอ่ออนแรงลง ในขณะที่กำลังมีเพศสัมพันธ์กัน  สิ่งที่คนทั้งคู่ต้องการมากที่สุดในขณะนั้นก็คือ " การมีความรู้สึกสนุกสนาน    เพลิดเพลินจนถึงจุดสุดยอด หรือที่เรียกว่า ไปถึงจุดไคล์แม็ค  "  หากไม่ได้รับอารมณ์นี้เขาจะรู้สึกว่าเป็นความล้มเหลวของกามรส  และสิ่งที่ตามมาก็คือความรู้สึกว่าอารมณ์ค้างคา  ทำให้เกิดความหงุดหงิดเศร้าหมอง  กลายเป็นปัญหาต่อสุขภาพจิต  และเจ้าถุงยางอนามัยทุกยี่ห้อมันมีคุณสมบัติลื่น  ทำให้หลั่งเร็ว   ผู้สวมใส่จะไม่รู้สึกสนุกสนานกับกามรสเต็มที่   ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเยาวชนจำนวนมากจึงต้องยอมเอาชีวิตไปเสี่ยงกับการรับเชื้อเอชไอวี     หรือตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์  ก็เพราะในขณะปฏิบัติกามกิจเขาจะไม่มีสติปัญญาไปคิดถึงปัญหาที่จะตามมาในอนาคต  ขอเพียงแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้เสร็จสิ้นไปเท่านั้นก็พอ

 

ถึงเวลาที่กระทรวงสาธารณสุขต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่ หันมามองหลักแก้ปัญหาด้วยหลักการทางศาสนาและวัฒนธรรม 

 

เพราะเป็นมาตรการทางสังคมซึ่งมนุษย์ที่เจริญแล้วด้วยจิตใจเขาใช้อบรมปลูกฝังเยาวชนจนเกิดเป็นกระแสค่านิยมความดี  วิธีคิดและการปฏิบัติที่ผิดพลาดได้สร้างบาปมหันต์ให้แก่เยาวชนด้วยความโง่เขลารู้เท่าไม่ถึงการณ์มามากแล้ว 

 

ถุงยางอนามัยเหมาะสมกับคนบางกลุ่ม บางอาชีพเท่านั้น มันเป็นยาพิษสำหรับเยาวชน หากยังขืนดันทุรังต่อไป  นอกจากจำนวนผู้ติดเอดส์จะไม่ลดลงแล้ว  กลับจะทวีขึ้นเรื่อยๆ และมีปัญหาที่รุนแรงแทรกซ้อนเข้ามากระหน่ำซ้ำเติมสังคมไทยไม่รู้จบ  หน่วยงานที่ทำวิจัยน่าจะศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการมีเพศสัมพันธ์ในวัยที่ยังไม่พร้อมว่ามีปัญหาอะไรตามมาบ้าง

 

 แม้เมื่อไม่นานมานี้  นักวิทยาศาสตร์หลายท่านยังค้นพบว่าในขณะที่คนเรากำลังตกอยู่ในอารมณ์รักอารมณ์หลง  มักจะมี สารโดพามีน ออกฤทธิ์กดสมอง     และนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ยังได้ตั้งสมมุติฐานเพื่อศึกษาต่อไปว่า สารดังกล่าวอาจเป็นตัวการที่ทำให้ระบบความคิดมึนงง   ไม่ปลอดโปร่ง  การตัดสินใจไม่รอบคอบและมักทำอะไรตามอารมณ์โดยไม่มีเหตุผลจริงหรือไม่

 

 พระพุทธองค์ท่านทรงเป็นผู้รู้แจ้งโลก   ท่านเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์เป็นอย่างดี   โดยเฉพาะมนุษย์ปุถุชน    ผู้มีความหมกติดเพลิดเพลินอยู่กับรสของกาม    เพราะธรรมชาติของปุถุชนย่อมเป็นเช่นนั้น       แต่วิธีการที่จะทำให้วิถีชีวิตของมนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข     ก็คือมนุษย์ต้องรู้จักการเสพกามสุขอย่างมีศีลธรรม   มีความรักแท้ซื่อตรง  ซื่อสัตย์ต่อคู่ของตน  และต้องอยู่ในฐานะที่ชีวิตมีความมั่นคงในด้านวุฒิภาวะ  การศึกษา  อาชีพ  จึงจะไม่ก่อทุกข์ก่อโทษในภายหลัง

 

 

 

 

 

 19 เอาหลักสูตรเพศศึกษาแบบฝรั่งมาใช้ทั้งดุ้น

เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

ฉบับที่ 19  วันที่   25  ธันวาคม  2548

 

 

 

รายการผู้หญิงถึงผู้หญิง วันอังคารที่  20 ธ.ค.48

รายการผู้หญิงถึงผู้หญิงวันอังคารที่ 20 ธ.ค.48  ช่อง 3 เวลา 08.30 น.

 

 

พิธีกรดำเนินรายการ  พิมลวรรณ    ศุภยางค์  มีสุข  แจ้งมีสุข   พัชรศรี  เบญจมาศ  และนีน่าได้พูดถึงปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศเด็กและสตรีในประเทศมาเลเซีย        จนหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งพาดหัวข่าวว่า    มาเลเซียประกาศจะเดินหน้าแก้ปัญหา        โดยนำหลักสูตรเพศศึกษาแบบฝรั่งที่นำมาสอนอยู่ในประเทศไทยนานนับ 10 ปีไปบรรจุไว้ในหลักสูตรการเรียน         ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา    มีการสอนเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  วิธีการคุมกำเนิด     ตลอดจนสอนให้เด็กรู้จักการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง    เพื่อหาทางผ่อนคลายความเครียดเมื่อเกิดอารมณ์ทางเพศ 

 

ทั้งๆที่ยังไม่เคยมีเครื่องชี้วัดว่า  วิธีการดังกล่าวแก้ปัญหาได้ผล       ปัจจุบันสถิติการข่มขืนกระทำอนาจารต่อเด็กและสตรีเกือบทุกประเทศ      ทั้งในเอเซียและยุโรป    โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นประเทศต้นแบบของอนารยธรรม       หรือ วัฒนธรรมทราม      ซึ่งมีความเป็นวัตถุนิยมที่ไทยนำหลักสูตรเพศศึกษามาใช้      สถิติการทำร้ายร่างกายทุกรูปแบบมีให้เห็นตามข่าวหน้าหนังสือพิมพ์     และที่แสดงถึง      ความเสื่อมโทรมทางจิตใจอย่างหนักก็คือ  การมีเซ็กส์กันในครอบครัวระหว่างพ่อ  แม่  ลูก  ในสังคมอเมริกัน

   

 ความพยายามของโลกวัตถุนิยมก็คือ  พยายามทุกวิถีทางที่จะกระตุ้นให้ผู้บริโภคมีความกระหายอยู่ตลอดเวลา เพื่อผลิตสินค้าทุกชนิดมาขายให้ได้มากที่สุด อเมริกันเข้าใจดีว่ายิ่งชาวโลกหมกมุ่นในวัตถุกามมากเท่าไร  ก็จะสร้างความร่ำรวยมหาศาลให้เท่านั้น การโฆษณาชวนเชื่อทุกชนิดจึงเป็นกลยุทธที่นำมาใช้ในการตลาด  นักวิชาการของไทยที่ไปศึกษาในอเมริกาแล้วนำค่านิยมการใช้ชีวิตของคนอเมริกันมาปลูกฝังให้กับสังคมไทย ก็เพราะมีจุดอ่อนตรงให้ความนิยมชมชอบเขาเพราะมองเห็นโลกด้านเดียว ไม่เคยศึกษารากเหง้าของอนารยธรรมแบบอเมริกันว่ามีที่ไปที่มาอย่างไร อะไรเป็นมูลเหตุให้สังคมอเมริกันคลั่งไคล้กามนิยม  และกลายเป็นการเอารัดเอาเปรียบด้วยการผลิตสินค้าเพื่อสนองกามทุกรูปแบบ แล้วนำมามอมเมาชาวโลก  สร้างความร่ำรวยมั่งคั่งบนความหายนะทางสังคม         และศีลธรรมของประเทศผู้ตกเป็นเหยื่อความโง่เขลาอย่างเห็นแก่ตัว

 

เราลองย้อนดูประวัติศาสตร์อันแสนขมขื่นของชาวอเมริกัน            แต่เดิมตั้งถิ่นฐานอยู่ในยุโรปและได้อพยพหนีภัยสงครามแย่งชิงความเป็นใหญ่ทางศาสนาจากยุโรปแล้วมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งแต่เดิมเป็นของชนพื้นเมืองชาวเผ่าอินเดียนแดง ตลอดระยะเวลา    1,500       ปีแรกของศาสนาคริสต์ยุโรปถูกปกครองด้วยระบอบเผด็จการเทพเจ้า เกิดการต่อต้านนักบวชคริสต์และกลายมาเป็นสงครามแย่งชิงความเป็นใหญ่ระหว่างฝ่ายอาณาจักรและศาสนจักร แม้ในคริตศาสนาต่างนิกายก็ทำสงครามแย่งชิงความเป็นใหญ่กัน 

 

หลังจากนั้นยุโรปหันไปทำสงครามครูเสดหรือสงครามไม้กางเขนกับนักรบมุสลิมตั้งแต่ปีค.ศ.1095-1291  ที่นักประวัติศาสตร์ได้จารึกเรื่องราวไว้ในประวัติศาสตร์สงครามศาสนาของโลก และมีการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เพื่อสะท้อนให้ชาวโลกได้เห็นความโง่เขลาของลัทธิความเชื่อที่ไม่เป็นเหตุเป็นผลที่ครอบงำยุโรปในยุคนั้น ให้พากันไปล้มตายเป็นจำนวนมากนานนับหลายร้อยปี ตลอดระยะเวลายาวนานหลายชั่วอายุคน  ที่ผู้ชายต้องออกไปรบและตายในสงคราม 

 

ผู้หญิงจึงมีวิถีชีวิตที่ต้องคลุกคลีอยู่กับการตกเป็นเหยื่อบำรุงบำเรอตัณหาราคะของกองทหารที่ผ่านมาครั้งแล้วครั้งเล่า  จนเกิดความชาชินกับการมีเพศสัมพันธ์กับคนไม่เลือกหน้า และเมื่ออพยพมาแล้วด้วยความยากแค้นแสนเข็ญจึงต้องยึดอาชีพค้าประเวณี  ดังที่เรามักเห็นผู้หญิงมาเต้นระบำเปลื้องผ้าบ้าง  รินเหล้ารินเบียร์ให้นักเที่ยวในภาพยนตร์คาวบอยที่สะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของสังคมอเมริกันในอดีต 

 

ดังนั้นด้วยประวัติศาสตร์อันแสนขมขื่น เราจะเห็นว่าทำไมคนอเมริกัน จึงหันหลังให้ศาสนาของพระเจ้าโดยสิ้นเชิง ในบทบัญญัติรัฐสภาอเมริกันระบุห้ามการสอนศาสนาในสถานศึกษา และพยายามสร้างความเชื่อใหม่ให้กับสังคมอเมริกัน โดยปฏิเสธทุกเรื่องที่พระเจ้าห้าม  เพราะคนเหล่านั้นได้รับความกดดันบอบช้ำจากการถูกกดขี่ข่มเหงทางความคิดให้เชื่อแต่พระเจ้า ใครไม่เชื่อถือเป็นการลบหลู่ต้องถูกลงโทษสถานหนัก ดังรายการบันทึกโลกได้เคยนำเหตุการณ์ที่พวกบาดหลวงจับพวกนอกรีตนับถือลัทธิแม่มดมาเผาไฟทั้งเป็นนับพันคน แม้แต่กาลิเลโอนักวิทยาศาสตร์รุ่นแรก      ที่ค้นพบเรื่องระบบสุริยจักรวาลและแรงโน้มถ่วงของโลก ก็ถูกข่มขู่จากนักบวชคาทอริกว่าจะเผาไฟทั้งเป็น หากยังสอนอะไรที่ขัดแย้งกับคำสอนของพระเจ้า  

 

จนมาถึงยุคที่นักคิดในยุคนั้นของยุโรปทนต่อความกดดันไม่ไหว  จึงได้เกิดการปฏิวัติทางภูมิปัญญาหรือที่เรียกว่า  ยุคเรอเนสซองค์  นับแต่นั้นมาจึงเกิดการต่อสู้ทางภูมิปัญญาเพื่อต่อต้านระบบเผด็จการเทพเจ้า ประเทศอังกฤษเป็นต้นแบบที่คิดค้นหลักวิชาทางรัฐศาสตร์ จนพัฒนามาเป็นการปกครองแบบประชาธิปไตย คิดค้นวิชานิติศาสตร์ เพื่อเป็นเครื่องมือต่อสู้กับการพิพากษาอย่างไร้เหตุผลของพวกบาดหลวง  เกิดวิชาวิทยาศาสตร์  เพื่อแสดงถึงการมีหลักวิชาการ ที่แสดงถึงความมีภูมิปัญญาของมนุษย์ในการแสดงออกทางความคิดที่มีเหตุผล และต่อมาเกิดลัทธิวัตถุนิยม ซึ่งดูจะเป็นทางออกที่คนอเมริกันนำมาปลูกฝังค่านิยมเพื่อเป็นเครื่องประกาศตนว่า "อเมริกันชนทั้งหลายเป็นผู้ครองโลก  สามารถเอาชนะทุกอย่างที่พระเจ้าสร้างได้แม้แต่การเอาชนะธรรมชาติ "

  

 

 

 

 ในปี ค.ศ. 1291  ถึงแม้สงครามครูเสดจะสงบลงแล้วแต่สิ่งที่เป็นผลพวงของสงครามก็คือ     ความด้านชากับความละอายในเรื่องเพศสัมพันธ์    ที่ถูกปลูกฝังมาทางอ้อมนานนับหลายร้อยปี  หล่อหลอมให้ผู้หญิงอเมริกัน  มองเห็นเรื่องเซ็กส์เป็นเรื่องธรรมดา อยากเสพสมเมื่อไรก็สามารถสนองตอบได้ทันที เราจึงเห็นการเปลี่ยนผัวเปลี่ยนเมียระบาดเข้ามาในบ้านเรา ไม่เว้นแม้แต่การมีเซ็กส์หมู่  หรือกับคนในครอบครัว

 

ในประวัติศาสตร์ชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ซึ่งนับถือศาสนาที่ไม่มีพระเจ้า    จึงไม่เคยมีสงครามระหว่างศาสนาเพราะหลักศาสนาพุทธที่สอดคล้องกับวิทยาศาสตร์ที่สอนว่า  มนุษยชาติจะต้องอยู่ร่วมกันด้วยสันติสุข  มีคำสอนให้มนุษย์เอาชนะสงครามภายในจิตใจ  ด้วยการไม่ตกเป็นทาสของความโลภ  ความโกรธ  ความหลง  มิให้เชื่ออะไรโดยไม่มีการพิจารณาหาเหตุผลที่เป็นจริงเพราะจะนำไปสู่ความมีอัตตาตัวตน  ซึ่งจะสร้างความหายนะให้แก่โลก  

 

ดังนั้นภาพที่สะท้อนค่านิยมและวัฒนธรรมของสตรีชาวเอเชียทุกประเทศก็คือ ค่านิยมทางศาสนาที่สอนว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน  ทุกคนจะอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข ไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่สังคม จะต้องควบคุมอำนาจความอยากที่ไม่เหมาะสม  รู้จักการยับยั้งชั่งใจไม่ปล่อยจิตใจให้อำนาจใฝ่ต่ำเข้าครอบงำ  อันเป็นคุณสมบัติสำคัญที่จะทำให้ การเป็นพ่อแม่มีความสมบูรณ์ สามารถอบรมสั่งสอนลูกให้เป็นคนดีสร้างความมั่นคงให้สังคมและประเทศชาติต่อไป

 

ทำไม เราจึงปล่อยให้วัฒนธรรมทรามเข้ามาครอบงำเยาวชนของเราจนโงหัวไม่ขึ้น  ด้วยการรับค่านิยมของอเมริกันเข้ามา เราน่าจะภาคภูมิใจว่าประเทศไทย มีบรรพบุรุษที่มีภูมิปัญญาสูงส่ง ท่านจึงรับวัฒนธรรมทางศาสนา ที่เป็นเหตุเป็นผลสอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์นำพาประชาชนในชาติไปสู่สันติสุข  แม้ในประวัติศาสตร์ชาติไทยสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  ที่ฝรั่งพยายามให้คนไทยเข้ารีตศาสนาคริสต์ ท่านก็ทรงมีพระปรีชาญาณ และใช้กุศโลบายที่ชาญฉลาดทำให้ฝรั่งเลื่อมใสและหันมานับถือพระพุทธศาสนาได้ 

 

เราลองมาวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ ในสมัยที่ไทยเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2  ก็เป็นเพราะผู้นำมัวแต่เมาเรื่องเพศอยู่ จึงไม่มีสติปัญญาที่จะปกป้องการรุกรานของศัตรู เราคนไทยรุ่นหลังคงไม่ปล่อยให้ประวัติศาสตร์ต้องซ้ำรอย  ด้วยการตกเป็นทาสทางวัฒนธรรมของประเทศผู้คลั่งไคล้กามนิยม

 

    สิ่งหนึ่งที่เป็นจุดบอดของวงการศึกษาของไทยก็คือ เรามักยกย่องนักการศึกษาที่จบมาจากเมืองนอกว่ามีสติปัญญาสูง คนเหล่านี้ไม่เคยได้รับการปลูกฝังให้ซึมซับวัฒนธรรมที่ดีงามของไทย  เมื่อไปอยู่ในสังคมฝรั่ง ก็ซึมซับค่านิยมของเขามาโดยไม่เคยศึกษาถึงที่ไปที่มาของค่านิยมนั้นๆ  เข้าตำราที่ว่า " ไม่รู้เขาอย่างถ่องแท้ยังไม่พอและยังไม่รู้จักเราอีก " จึงกลับมาดูถูกเหยียดหยามวัฒนธรรมไทยว่าเป็นความล้าหลังไม่ทันโลก  และพยายามยัดเยียดว่า     วัฒนธรรมที่นำมาจากฝรั่งเป็นความเจริญรุ่งเรือง   "เปรียบเสมือนเราไปให้เครดิตโสเภณีว่าดีกว่ากุลสตรีฉะนั้น "

  

ประชาชนชาวเกาหลีคงรู้สึกถึงภัยมืดนี้ จึงเร่งสร้างภูมิคุ้มกันทางสติปัญญาให้แก่เยาวชนของเขา ด้วยการแสดงความรังเกียจเหยียดหยามวัฒนธรรมทราม  แม้เมื่อไม่นานมานี้นางเอกสาวลีอุนจูต้องจบชีวิตลงด้วยการทำอัตนิบาตกรรมเพราะได้รับการต่อต้านอย่างหนักที่หลงไปเป็นเหยื่อสังเวยการบันเทิงแบบกามนิยม

          

ภาพยนตร์แดจังกึม ที่กำลังโด่งดังไปทั่วโลกและฮิตในหมู่วัยรุ่นชายหญิง ดูจะเป็นการประกาศให้ชาวโลกได้รู้ว่าสตรีเกาหลี ไม่มีวันยอมรับการตามกระแสวัฒนธรรมทราม  ภาพลักษณ์ที่สวยสดงดงามทั้งกายและจิตใจ มากไปด้วยความรู้ความสามารถของผู้หญิงฉลาดอย่างแดจังกึม ดูจะเป็นเสน่ห์ที่เยาวสตรีเกาหลีจะต้องถือเป็นแบบอย่าง  มิใช่มาดผู้หญิงเชื่อมั่นก๋ากั่นคาวโลกีย์อย่างอเมริกันชนที่กำลังมอมเมาชาวโลกให้เดินตามกระแสอนารยธรรมอยู่ในขณะนี้ สังคมอเมริกันกำลังเดินไปสู่ความหายนะทางสังคม ผู้ฉลาดมีปัญญาย่อมมองเห็น หากเรายังมัวขืนหลับตาเดินตามวัฒนธรรมทรามอยู่  จะนำพาชาติไปพบภัยพิบัติอย่างใหญ่หลวง 

 

ดังนั้นถ้าจะต่อต้านเอดส์ต้องต่อต้านวัฒนธรรมทราม 

 

  • อาจารย์พัชรา กอปรทศธรรม

            วิทยาลัยการอาชีพศรีสะเกษ

            ผู้วิเคราะห์

            ขอขอบพระคุณภาพจาก http://www.thaitv3.com/

 

 

 

 

 

 20 คุณภาพของครูเสื่อมไปเพราะวัตถุนิยม

เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

ฉบับที่ 20  วันที่   16  มกราคม  2549

 

 

 วันที่ 16 มกราคม  2549 ซึ่งเป็นวันครู  ข่าวการชุมนุมของตัวแทนครูจากทั่วประเทศ  ที่บึงผลาญชัย  จังหวัดร้อยเอ็ด  เพื่อร่วมกันคัดค้านการถ่ายโอน สถานศึกษาไปสังกัดองค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่น  หรือ อปท. กำลังเป็นกระแสที่สังคมจับตามองและวิพากษ์วิจารณ์ว่าสุดท้ายแล้วจะลงเอยอย่างไร           ที่น่าสังเกตก็คือ ข้าราชการครูเป็นองค์กรที่ไม่เคยออกมาเคลื่อนไหวใดๆ    เพื่อต่อต้านนโยบายการจัดการศึกษาของรัฐ แล้วเหตุไฉนจึงเกิดพลังคัดค้านอันเหนียวแน่นยาวนานไปทั่วประเทศและยังไม่มีทีท่าว่าครูส่วนใหญ่จะยอมถ่ายโอนไปสังกัด อปท.แต่อย่างใด

 

ตลอดระยะเวลายาวนาน องค์กรครูจะได้รับการยกย่องให้เกียรติจากสาธารณชนว่าเป็นปูชนียบุคคลที่สร้างคนให้ฉลาด  สร้างชาติให้มั่นคง ด้วยภาพลักษณ์ที่แสดงถึงความเอาใจใส่ต่อหน้าที่  มีความสันโดษ  อยู่แบบพอเพียง  เอื้ออาทรต่อศิษย์ และเป็นที่พึ่งของศิษย์ได้ทุกด้าน  แม้กระทั่งช่วยเหลือศิษย์ที่ยากไร้ขาดแคลน

 

ในยุคปัจจุบันโลกวัตถุนิยมได้เข้ามาครอบงำให้ชาวโลกเกิดความทะยานอยากในลาภยศ สรรเสริญจนล้ำเส้นความพอดี     ครูจำนวนไม่น้อยที่หลงความฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อ กลายเป็นคนที่พึ่งตนเองไม่ได้  มีหนี้สินมากมาย  การเป็นครูเพื่อความรู้ความดีของเด็ก จึงเลือนลางไป กลายเป็นการต่อสู้แข่งขันกันทำผลงานทางวิชาการ  เพื่อให้ได้มาซึ่งลาภ ยศ  ตำแหน่ง ที่ทำลายจิตวิญญาณของความเป็นครูก็คือทำการศึกษาให้เป็นการพาณิชย์   โดยเฉพาะสถานศึกษาขนาดใหญ่ที่นักเรียนต้องการเข้าเรียนมากๆ มีการเก็บค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นสูงริบลิ่ว สร้างความตึงเครียดทางเศรษฐกิจ ให้กับนักเรียนและผู้ปกครอง  นอกจากนี้ในชั้นเรียนครูหลายคนยังไม่ทุ่มเทเวลาให้กับการเรียนการสอน     เพื่อความรู้ความดีของเด็กอย่างจริงจัง แต่ไปทุ่มเทให้กับการทำผลงานทางวิชาการเพื่อเพิ่มวิทยฐานะ บางคนก็ทุ่มเทให้กับการสอนพิเศษ  หารายได้เพื่อให้เพียงพอกับรายจ่าย และจุดนี้เองที่ทำให้เกิดวิกฤตศรัทธาต่ออาชีพครู เมื่อยามที่ครูเกิดความคับแค้นใจ  ไม่ต้องการถ่ายโอนไปสังกัด อปท.  จนเกิดการชุมนุมคัดค้าน นโยบายการถ่ายโอนสถานศึกษาสังกัดสำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไปสังกัด อปท. อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด     ทำไมสังคมส่วนใหญ่จึงไม่ร่วมรับรู้ความทุกข์ความกดดันบีบคั้นที่องค์กรครูกำลังได้รับอยู่ในขณะนี้

 

ผู้เขียนได้เคยวิเคราะห์ประเด็นนี้ ในบทวิเคราะห์เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้วฉบับที่ 13  เมื่อวันที่ 16เมษายน  2548  ว่าในที่สุดผลพวงจากการจัดการศึกษาแบบวัตถุนิยม  หรือการศึกษาเชิงพาณิชย์แบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา จะทำลายความไว้วางใจ  ความศรัทธาระหว่างผู้ปกครองและลูกศิษย์กับสถาบันการศึกษาจนหมดสิ้น  ลองมองดูให้ลึกซึ้งว่า ความรู้สึกกดดันบีบคั้นที่ครูกำลังได้รับอยู่ในขณะนี้  อาจเป็นผลพวงมาจากวิกฤตศรัทธาที่เกิดจากการเอารัดเอาเปรียบด้วยการวิ่งตามกระแสการจัดการศึกษาเชิงพาณิชย์ก็ได้ และบัดนี้เริ่มปรากฏผลออกมาทำลายตัวเองในที่สุด

 

หากองค์กรครูยังไม่รู้ว่าการต่อสู้สู้เพื่ออะไร  และเพื่อใคร หากยังขืนต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งไร้สาระแก่นสารของความเป็นครู  ระวังจะได้รับชัยชนะบนความพ่ายแพ้

 

ในฐานะที่ผู้วิเคราะห์เป็นครูคนหนึ่ง  ถึงแม้จะไม่ได้รับผลกระทบจากการถ่ายโอนสถานศึกษาไปขึ้นอยู่กับ อปท. เพราะไม่ได้สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  แต่ก็เข้าใจเหตุผลว่า เพราะเหตุใดครูส่วนใหญ่จึงไม่ต้องการถ่ายโอนไปสังกัด อปท.  เพราะถึงแม้เราจะมีการปกครองแบบประชาธิปไตยมานานร่วม 75 ปี     แต่โดยสัจธรรม สังคมของข้าราชการไทยมีลักษณะการปกครองแบบใช้พระเดชมากกว่าพระคุณ  เป็นระบบเจ้าขุนมูลนาย ผู้บังคับบัญชาส่วนใหญ่จึงมีอัตตาสูง ใครขัดแย้งหรือตำหนิไม่ได้  ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ซื่อตรง เป็นตัวของตัวเองจึงมักถูกระบบบีบคั้นให้ต้องยอมจำนน และเป็นปัจจัยสำคัญของความขัดแย้งในหน่วยงาน จนหลายคนที่อ่อนแอทนต่อความบีบคั้นไม่ไหว ต้องลาออกหรือไม่ก็จบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายก็มีข่าวให้เห็นบ่อยๆ   หน่วยงานใดที่ผู้บังคับบัญชามีใจหนักแน่นเป็นกลาง  เพราะมีพื้นฐานคุณธรรมที่ดีผู้ใต้บังคับบัญชา  จึงจะมีความสามัคคีและมีความสงบสุข  แต่ก็หาได้ไม่ง่ายนัก

 

เป้าหมายสูงสุดของการศึกษาที่เป็นสาระแก่นสารก็คือ   การทำหน้าที่ด้วยจิตวิญญาณของความเป็นผู้ให้ด้วยใจบริสุทธิ์    ไม่หวังสิ่งตอบแทนแต่เป้าหมายสูงสุดของการเมืองคือ   ความเป็นใหญ่และมีอำนาจ  แล้วมันจะไม่สวนทางกันหรือ ?         

 

เพื่อให้เห็นภาพของระบบการเมือง   ว่ามีผลกระทบต่อสันติสุขของชาวโลกอย่างไร      เราลองมาย้อนดูความเป็นเอกภาพของสถาบันทางศาสนาก็ได้  ในสมัยพุทธกาล พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองสูงสุดมีเป้าหมายไปสู่การไม่ยึดติดในอัตตาตัวตน  มีเมตตาจิตต่อสัตว์โลกทุกชีวิตอันนำไปสู่การบรรลุอริยมรรคอริยผลซึ่งเป็นความสุขที่แท้จริง     สงฆ์จะอยู่ร่วมกันอย่างมีภราดรภาพ    พระเถระผู้ใหญ่จะปกครองสงฆ์

ผู้น้อยด้วยเมตตาธรรม   ในขณะที่สงฆ์ผู้น้อยต้องเคารพยำเกรง   ปรนนิบัติรับใช้ท่านด้วยความกตัญญูรู้คุณ ประดุจบุตรปฏิบัติต่อบิดา  หรือศิษย์กับครู  ที่เราเรียกว่า “ ระบบอุปัชฌาย์ ”  ยิ่งท่านบรรลุมรรคผลในระดับสูงเท่าไร  ยิ่งจะเป็นหลักประกันว่า  ท่านจะเป็นผู้ละจากความยึดติดในอัตตาตัวตน มีภูมิรู้และมีใจเที่ยงธรรมเป็นผู้นำที่จะพาหมู่คณะไปสู่สันติสุข

 

 

แต่เมื่อคณะสงฆ์หันมาปกครองกันด้วยระบบสมณศักดิ์  ซึ่งเป็นวิธีการไปสู่ตำแหน่งด้วยการแสวงหาลาภ  ยศ  สรรเสริญเหมือนทางโลก เป้าหมายของการบวชจึงเริ่มหันเหจากการปฏิบัติตามพระธรรมวินัย ยึดหลักการอยู่ร่วมกันด้วยความประพฤติดีงามเสมอกัน(สีลสามัญญตา)  และหลักความคิดเห็นที่สอดคล้องต้องกันตามทำนองคลองธรรม(ทิฏฐิสามัญญตา)กลายเป็นการปกครองกันด้วยระบบเจ้าขุนมูลนาย ด้วยระดับสมณศักดิ์ชั้นต่างๆลดหลั่นกันลงมา  และเป็นผลให้การจัดการศึกษาของคณะสงฆ์ไปสนองตอบเป้าหมายทางโลก คือเพื่อก้าวสู่เปรียญขั้นสูงสุดและให้ได้ปริญญาอย่างโลกๆ   มิได้มีเป้าหมายจะ    บรรลุโสดาปัตติมรรค-โสดาปัตติผล สกิทาคามิมรรค-สกิทาคามิผล อนาคามิมรรค- อนาคามิผล       อรหัตตมรรค-อรหัตตผล      ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของการสำเร็จการศึกษาในทางธรรม  สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำลายระบบการศึกษาไตรสิกขาทั้งสิ้น  ด้วยระบบการปกครองและการจัดการศึกษาดังกล่าว ได้บีบบังคับให้คณะสงฆ์ต้องวิ่งไปตามกระแสโลก  มีลาภ  ยศ  สรรเสริญ สุขจากวัตถุภายนอกเป็นเป้าหมาย เปลี่ยนจากการสละเป็นการสะสมแทน ด้วยความอ่อนแอขององค์กรศาสนา จึงเปิดโอกาสให้ลัทธิวัตถุนิยมเข้ามาครอบงำ นับแต่นั้นมาชาวพุทธก็เริ่มหันหลังให้กับความสนใจในการศึกษาคำสอนในพระพุทธศาสนา เพราะขาดความศรัทธาต่อผู้ได้ชื่อว่าเป็นพระสงฆ์สาวกนั่นเอง

 

จวบจนถึงปัจจุบันพระเถระผู้ใหญ่ได้เริ่มตระหนักถึงพิษภัยของกิเลสที่ทำลายโลก เห็นได้ชัดเจนก็คือลัทธิวัตถุนิยมได้กรัดกร่อนความดีของคนในสังคมโลกให้เสื่อมทรามลงเรื่อยๆ ไม่เคยมียุคใดที่มนุษย์ปฏิบัติต่อกันด้วยความรุนแรงเท่าในยุคนี้ไม่เว้นแม้แต่เด็กเยาวชนและสถาบันครอบครัว   ท่านจึงได้เริ่มหันเหทิศทางจากการแสวงหาลาภ ยศ  สรรเสริญ มาทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างจริงจังด้วยการสนับสนุนงบประมาณจำนวนมาก ในการเผยแผ่คำสอนของพระพุทธศาสนา  เช่น  จัดประชุมผู้นำทางจิตวิญญาณ เพื่อสร้างสันติภาพของโลกในวันวิสาขบูชาซึ่งจะจัดทุกๆปีโดยมีคณะสงฆ์ไทยเป็นเจ้าภาพ  และที่ผ่านมาเมื่อไม่นานนี้คณะสงฆ์ไทยได้จัดประชุมผู้นำสงฆ์นานาชาติเพื่อการเผยแผ่พระพุทธธรรมอย่างถูกต้องสู่สากล จัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับประชาชนแจกจ่ายไปยังองค์กรต่างๆทั่วประเทศ ผลักดันให้สื่อสารมวลชนได้นำเสนอธรรมะสู่ประชาชน  สนับสนุนงบประมาณ  เพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาซึ่งออกอากาศทางทีวีช่องต่างๆ  และระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมช่องTBC ในรายการลานธรรมเสวนา เผยแพร่พระพุทธศาสนาไปทั่วโลกตลอดวัน  ทั้งนี้เพื่อทำหน้าที่พุทธสาวกผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบนำโลกให้รอดพ้นภัยพิบัติจากการตกเป็นทาสลัทธิวัตถุนิยม

               

และแน่นอนการศาสนาสากลจะมั่นคงไปไม่ได้ หากนำการเมืองมานำหน้าการศึกษา ย่อมนำพาคนในชาติไปสู่การแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน     การกดขี่ข่มเหงเบียดเบียนย่อมเกิดขึ้น แล้วการศาสนาจะมั่นคงได้อย่างไร

 

การพัฒนาที่ถูกต้องการศึกษาควรจะมีความเป็นเอกภาพในตัวเอง หากขาดเอกภาพในตัวเอง การจัดการศึกษาก็จะถูกครอบงำทางความคิด    และในที่สุดด้วยระบบของการเมืองก็จะบีบบังคับให้ครูต้องแข่งขันกันแสวงหาลาภ  ยศ  ตำแหน่ง  ให้กับตนเองแทนการแสวงหาความรู้  ความดีของเด็ก  ซึ่งจะบั่นทอนจิตวิญญาณของความเป็นครูจนหมดสิ้น  เมื่อนั้นย่อมเป็นอันตรายต่อการพัฒนาเยาวชนของชาติให้มีสติปัญญารักประเทศชาติและเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม  ถึงเวลานั้นสันติสุขจะเกิดได้อย่างไร

               

หากองค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่น  ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา  ควรเป็นลักษณะให้ความร่วมมือส่งเสริมสนับสนุนแบบน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า  มากกว่าที่จะเข้ามากำกับดูแลและบริหารการศึกษา

 

 

ที่สำคัญองค์กรการปกครองระดับชาติ    ต้องเป็นต้นแบบของนักการเมืองที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่แบ่งแยก ใจซื่อมือสะอาด เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติและความสงบสุขของคนหมู่ใหญ่มากกว่าประโยชน์ส่วนตน  สามารถประสานความร่วมมือกับทุกองค์กรในสังคมได้เป็นอย่างดี  นั่นแหละจึงจะเป็นหลักประกันที่น่าเชื่อถือได้ว่าการเมืองจะสนับสนุนการศึกษาให้เจริญงอกงามได้อย่างแท้จริง

 

พระพุทธองค์ผู้เป็นบรมครู  ท่านทรงบัญญัติพระธรรมวินัยเพื่อวางรากฐานที่มั่นคงให้แก่วงการศึกษา  โปรดอย่าเพิกถอนสิ่งดีงามที่ท่านทรงบัญญัติไว้ด้วยอวิชชาเลย

 

 

 

 

 

 21 ชี้โพรงให้กระรอกอีกคนแล้ว

เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

ฉบับที่ 21  วันที่   1  กุมภาพันธ์  2549

 

 

 

ข่าวช่วงปลายเดือนมกราคม 2549 นายจาตุรนต์ ฉายแสง  รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการเห็นด้วยกับการที่กระทรวงสาธารณสุขหรือ สธ. จะแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคเอดส์    ในหมู่เยาวชน โดยอนุญาตให้ติดตั้งตู้บริการถุงยางอนามัยหยอดเหรียญในสถานศึกษาได้ 

 

 

ซึ่งประเด็นนี้ผู้วิเคราะห์ได้คัดค้านมาโดยตลอด  เนื่องจากมองว่ากระทรวงสาธารณสุขมองเห็นปัญหาเพียงด้านเดียว คือเห็นแต่ปัญหาโรคเอดส์ระบาดและการตั้งครรภ์ในวัยเรียน จึงเสนอทางออกด้วยการรณรงค์ให้เยาวชนสวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง ก่อนมีเพศสัมพันธ์  และเพื่อให้สะดวกในการใช้จึงคิดจะไปให้บริการถึงในสถานศึกษา

 

การรณรงค์ดังกล่าวเท่ากับเป็นการบอกโดยทางอ้อมว่าเยาวชนส่วนใหญ่เขามีเพศสัมพันธ์กัน และสิ่งที่ควรทำคือการป้องกันเอดส์ด้วยการสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งก่อนมีเพศสัมพันธ์  จึงเท่ากับเป็นการชี้โพรงให้กระรอก 

 

ข่าวต่างประเทศ  ช่อง 9 อสมท.เช้าวันจันทร์ที่  30  มกราคม  2549  รัฐบาลอังกฤษประกาศจะไม่เข้มงวดกับการทำแท้ง  และก่อนหน้านี้ก็มีข่าวสตรีชาวยุโรปเรียกร้องให้มีการทำแท้งเสรีมาโดยตลอด แสดงให้เห็นว่าแม้ประเทศที่เปิดกว้างเรื่องการสอนเพศศึกษาทุกแง่ทุกมุม มีถุงยางอนามัยและอุปกรณ์ในการร่วมเพศติดตั้งให้บริการอยู่ทุกหนทุกแห่งอย่างอังกฤษ ยังมีปัญหาเรื่องการตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์   แสดงว่าถุงยางอนามัยมันคงเป็นอุปสรรคทำลายความสนุกสนานในรสเพศของเขา  คนอังกฤษจำนวนมากจึงไม่ใช้ และเมื่อตั้งครรภ์จึงหาทางออกด้วยการเรียกร้องให้มีการทำแท้งเสรี น่าจะบ่งบอกได้ว่าหลักสูตรเพศศึกษาและถุงยางอนามัยไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง  แต่กลับกระหน่ำซ้ำเติมให้สังคมของประเทศอังกฤษมีความร่านตัณหาราคะยิ่งขึ้น สภาพบ้านแตกสาแหรกขาดในสังคมอเมริกันและสังคมตะวันตก น่าจะเป็นสิ่งที่เราคนไทยน่าจะมองเห็นหายนะทางสังคมแต่กลับจะไปเดินตามเขา  เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ 

 

สถาบันอาชีวศึกษาทั่วประเทศ สธ. ได้นำตู้ถุงยางอนามัยหยอดเหรียญมาติดตั้งตั้งแต่ปี  พ.ศ. 2546  ปรากฏว่ามีผลต่อเนื่องคือทำให้เกิดกระแสการเลียนแบบการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน เด็กอาชีวะเรียนไม่จบร้อยละ  35-40 ต่อปี  การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ยังนำไปสู่การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของการล่วงละเมิดทางเพศ จิตใจฟุ้งซ่านหาทางออกไม่ได้ จึงหันไปดับทุกข์ด้วยการเสพสิ่งเสพติดมึนเมา ที่ระบาดหนักคือยาส่ายยาเลิฟเพราะต้องการอรรถรสทางเพศที่พิศดารมากยิ่งขึ้น    เกิดการทะเลาะวิวาทระหว่างนักศึกษาหญิงเพราะความหึงหวงก็กำลังเป็นปัญหาที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆในขณะนี้  การตั้งครรภ์และติดเชื้อเอชไอวี ล้วนเป็นปัญหาที่กระหน่ำซ้ำเติมพ่อแม่ผู้ปกครองและครูให้มีความตึงเครียดมากขึ้น เพราะเด็กจำนวนมากวิ่งตามกระแสการตามใจตนเองโดยไม่นึกถึงคนรอบข้าง ไม่นึกถึงการเรียน  ไม่นึกถึงความมั่นคงในอนาคต

 

 

สถานการณ์ผู้ป่วยเอดส์  จากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา  กรมควบคุมโรค สังกัด สธ. ถึงวันที่  31  ม.ค.49 รวมทั้งสิ้น  285,888 ราย  เสียชีวิตแล้ว 79,853 ราย  สาเหตุของการติดเชื้อร้อยละ 83.75 เกิดจากเพศสัมพันธ์ กลุ่มอายุที่ป่วยมากที่สุดคืออายุระหว่าง 30-34 ปี ร้อยละ 25.85

 

ปัจจุบันกรมสุขภาพจิตพบว่ามีสถิติผู้ป่วยทางจิตทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว  ปีละประมาณ  7,000-8,000  คน  ซึ่งอยู่ในระดับกลางๆเท่านั้น  ในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและยุโรปมีสถิติผู้ป่วยสูงกว่านี้      

 

 

รายงานของมูลนิธิเพื่อนหญิง  เผยผลสำรวจปี 46  ชี้ชัดคดีข่มขืนติดอันดับ 4 ของแฟ้มอาชญากรรม  และพบอัตราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ผู้ตกเป็นเหยื่ออายุน้อยที่สุด 1 ปี  มากที่สุด 90 ปี  และผู้กระทำผิดมักเป็นคนใกล้ชิดหรือคนในครอบครัวและมีแนวโน้มสูง        ที่ผู้กระทำผิดเป็นเด็กและเยาวชนมากยิ่งขึ้น  จากการสำรวจของเอแบคโพล  พบว่ากลุ่มตัวอย่างที่ติดยาเสพติดประเภทยาอี  โคเคนและยาเค  ระบาดในกลุ่มนักเรียนนักศึกษามากกว่ากลุ่มอื่นๆโดยเฉพาะวัยรุ่นใน กทม.

 

 

จะเห็นว่าความเสื่อมทรามทางสังคม ล้วนเป็นผลมาจากการทวีขึ้นอย่างรวดเร็วของความร่านตัณหาราคะของคนทุกเพศทุกวัย  วิธีการสอนเพศศึกษาของ สธ. มีแนวความคิดว่าการมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องธรรมดา  อยากมีเมื่อไรก็ทำได้  ไม่จำกัดวัย  เวลา  หรือสถานที่  เพียงแต่รู้จักป้องกันโรคด้วยถุงยางอนามัย   และยังยกย่องว่าเป็นผู้มีเซ็กส์อย่างมีความรับผิดชอบ  มีบทเรียนสาธิตการซื้อยาคุมกำเนิด  ซื้อถุงยางอนามัย  รวมไปถึงสาธิตวิธีใช้      รู้จักจัดการกับตัวเองเมื่อเกิดอารมณ์ทางเพศ ซึ่งแนวความคิดดังกล่าวกลับกลายเป็นการไปจุดไฟราคะของเด็กให้ลุกโชนขึ้น และสัจธรรมมีอยู่ว่า เมื่อไฟราคะของสัตว์โลกชนิดใดก็ตามถูกจุดขึ้นแล้ว มันจะทะยานไปจนสุดฤทธิ์จนกว่าไฟราคะจะมอดไหม้ จึงไปกระตุ้นสัญชาตญาณทางเพศที่มีอยู่แล้วให้อยากลงมือปฏิบัติจากของจริงมากขึ้น อันตรายอย่างใหญ่หลวงจึงเกิดขึ้นอย่างที่เห็น  และสร้างปัญหาบานปลายไม่รู้จบ

 

หลักการสอนเพศศึกษาของไทยเขาสอนกันมานานแล้วและมองครอบคลุมทั้งทางโลกและทางธรรม  คือมนุษย์มีสัญชาตญาณของการสืบเผ่าพันธุ์อยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นต้องไปสอนเรื่องเทคนิคและการจัดการกับตัวเองเมื่อมีความต้องการทางเพศ  เพราะล่อแหลมต่อการเกิดกระแสกามนิยมได้ง่าย    แต่ไปเน้นสอนให้เสพกามสุขอย่างมีศีลธรรมเพื่อความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว  ไม่สร้างปัญหาแก่ตนเอง ครอบครัวและสังคม ดังที่ปรากฏในหลักฆราวาสธรรม 4 (หลักธรรมสำหรับผู้ครองเรือน คือ ให้รู้จักอดทนอดกลั้นต่อการกระทำที่ผิดศีลธรรม  มีความรักแท้ซื่อตรงต่อคู่ครองของตน  และเป็นคู่ที่ร่วมสุขร่วมทุกข์) ซึ่งค่านิยมเหล่านี้ครอบครัวในสังคมอเมริกันและสังคมตะวันตกเขาไม่รู้จัก เขาตีค่าชีวิตคู่แค่เพียงเรื่องเซ็กส์เป็นสำคัญ  เราจึงเห็นค่านิยมเด็กมีเซ็กส์ในวัยเรียน  การเปลี่ยนผัวเปลี่ยนเมียเป็นว่าเล่น และสุดท้ายนำไปสู่การเป็นครอบครัวแบบ non family  household คือบ้านที่ไม่ประกอบด้วยพ่อ  แม่  ลูก  ซึ่งต่างกับครอบครัวของชาวเอเซีย 

 

การที่นักวิชาการกลุ่มนี้มองว่าปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศ  การติดเชื้อเอชไอวี  การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์เกิดจากการที่เด็กเยาวชนไม่มีความรู้เรื่องเพศศึกษา  จึงเท่ากับเป็นการมองสาเหตุของปัญหาผิดพลาดไปทั้งหมด  จึงนำไปสู่ระบบความคิดและวิธีการสอนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ส่งผลให้เกิดปัญหาสังคมตามมาไม่รู้จบ แม้จนขณะนี้ก็ยังมองไม่เห็นความผิดพลาดนั้น  ยังจะเดินหน้าใช้วิธีการสอน เพื่อกระตุ้นให้เกิดตัณหาราคะในหมู่เด็กเยาวชนยิ่งๆขึ้นไปอีก

 

ภัยมืดอันลึกล้ำที่คุกคามโลก  ซึ่งคนทั่วไปมักมองไม่เห็นหรือไม่สังเกตก็คือ หลักสูตรเพศศึกษาแบบฝรั่งเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวง  เพราะทำให้ผู้ชายและผู้หญิงต่างถูกตีค่าเป็นเพียงวัตถุที่ถูกใช้บำบัดความใคร่ซึ่งกันและกันเท่านั้น   ทำลายค่านิยมการยกย่องให้เกียรติซึ่งกันและกัน การผิดผัวผิดเมีย การข่มเหงรังแกทางเพศต่อผู้ที่อ่อนแอกว่าจึงทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น  ไม่เว้นแม้แต่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่ตกเป็นเหยื่อโศกนาฏกรรมอันเลวร้าย

 

สังคมไทยมีจุดอ่อนไหวตรงที่เชื่อกระแสการโฆษณาชวนเชื่อได้ง่าย  เพราะละเลยการแสวงหาความรู้ถึงที่ไปที่มาของค่านิยมและวัฒนธรรมต่างๆที่เรารับเข้ามา   เพราะความเข้าใจผิดว่าประเทศที่เจริญทางวัตถุอย่างตะวันตกและสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่เจริญด้านวัฒนธรรมควบคู่กันไปด้วย   จึงปล่อยให้นำมาสอนในสถานศึกษา โดยไม่รู้สึกว่านี่คือการนำจิตวิญญาณรวมของสังคมไปสู่ความร่านตัณหาราคะ

 

ผู้ที่รับผิดชอบด้านนโยบายการศึกษาของชาติ  ควรมองปัญหาให้กว้างขวางลึกซึ้ง  รอบด้านครอบคลุมทุกปัญหา  มาตรการต่างๆที่นำมาใช้แก้ปัญหาสังคม  ล้วนให้ความสำคัญกับการมองปัญหาของปัจเจกบุคคลมากกว่าที่จะมองปัญหาที่จะเกิดกับองค์รวมของสังคม กล่าวคือโลกวัตถุนิยมมักไปตื่นเต้นกับคนส่วนน้อยที่ชอบทำอะไรตามใจตัวเอง และพยายามชี้นำคนส่วนใหญ่ให้หันไปเดินตาม แต่สังคมที่เจริญด้วยศาสนาและวัฒธรรมเขามองลึกซึ้งไปถึงความสงบสุขเรียบร้อยของคนหมู่มาก  เขาจึงสอนให้ทุกคนในสังคมรู้จักควบคุมการกระทำของตนเองด้วยการเคารพกฏกติกาของสังคมเป็นหลัก

 

  

สังคมแห่งความกำหนัดร่านตัณหาราคะมีโทษทัณฑ์มากมายกว่าเอดส์หลายร้อยเท่านัก สามารถทำคนดีให้เป็นคนเลว  พ่อไม่เป็นพ่อ  แม่ไม่เป็นแม่  ลูกไม่เห็นคุณความดีของพ่อแม่ และเมื่อสถาบันครอบครัวอ่อนแอลง ประเทศชาติย่อมอ่อนแอตามไปด้วย

 

หากมองปัญหาด้วยสติปัญญาทั้งทางโลกและทางธรรมควบคู่กันไปด้วย  ย่อมนำไปสู่ความรู้ที่สมบูรณ์  เมื่อนั้นย่อมนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ  เมื่อแก้ที่เหตุปัญหาก็ไม่บานปลาย

 

 

 

 

22  การเมืองเรื่องไม่รู้จริง

เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

ฉบับที่ 22  วันที่   5  มีนาคม  2549

 

 

ข่าวร้อนระอุที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของคนไทยทั้งประเทศในขณะนี้ก็คือ  พรรคฝ่ายค้าน กลุ่มพันธมิตรประชาธิปไตย กลุ่มนักวิชาการ และกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ากองทัพธรรม  ได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชิณวัตร ลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี   จนนายกทักษิณได้ประกาศยุบสภา เพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชนได้เลือกตั้งใหม่ตามมติของ กกต.ในวันที่ 2  เมษายน  2549

 

จนถึงขณะนี้บรรยากาศทางการเมืองของประเทศไทยก็ยังไม่ดีขึ้น  เมื่อ 3 หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านได้มีมติไม่ขอส่งสส.ลงสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากต้องการให้นายกลาออกจากการเป็นส.ส.  ด้วยข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้ขาดความชอบธรรมในการบริหารบ้านเมือง  ด้วยการขายหุ้นแอมเพิร์ล ริชให้แก่บริษัทต่างชาติ   เป็นผลทำให้ประเทศไทยสูญเสียประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง

 

การซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เป็นการระดมเงินทุนทั้งจากในและนอกประเทศ  ที่ทุกประเทศในโลกเขาใช้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจในระบบทุนนิยม การซื้อขายหุ้นจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดาในวงการเศรษฐกิจ  แม้ระบบการซื้อขายหุ้นที่ไม่ต้องเสียภาษีก็เพื่อจูงใจนักลงทุนให้มาระดมเงินในตลาดหลักทรัพย์ของไทย และเป็นหลักการสากลที่รัฐบาลในยุคก่อนๆเป็นผู้ออกกฎหมายมาควบคุมการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

สิ่งที่น่าคิดก็คือ เมื่อนักลงทุนระดมทุนโดยวิธีที่ถูกต้องตามกฎหมายตลาดหลักทรัพย์ ก็ถือเป็นเรื่องปกติ  แต่เมื่อผู้ถือหุ้นแอมเพิร์ล ริช ปฏิบัติเช่นนักลงทุนอื่นๆ  ทำไมนักวิชาการบางสาขาจึงมองว่าขาดความชอบธรรมในการขายหุ้น    จนเกิดความวุ่นวายไปทั้งประเทศและนำมาเป็นเงื่อนไขที่กลุ่มต่างๆเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก

 

ความไม่ชอบธรรมที่ประชาชนจำนวนมากกังขาก็คือ  ในเมื่อมีกฎหมายตลาดหลักทรัพย์  เป็นบรรทัดฐานให้นักลงทุนทุกรายต้องปฏิบัติตามเหมือนๆกันหมด  ไม่มีการยกเว้นการเลือกปฏิบัติ จึงน่าคิดว่าแล้วอะไรคือบรรทัดฐาน      ของความถูกต้องชอบธรรมที่นักลงทุนจะต้องปฏิบัติ      ในการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของไทย

 

นักวิชาการทางเศรษฐกิจน่าจะมีความรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี   ว่าอะไรเป็นอะไร    ทำไมจึงปล่อยปละละเลยให้มาตรฐานวิชาชีพทางเศรษฐศาสตร์ขาดเสถียรภาพ  และซวนเซไปตามอารมณ์ความรู้สึกของคนที่ไม่เข้าใจเรื่องเศรษฐกิจอย่างถ่องแท้  อันตรายอย่างใหญ่หลวงก็คือหากไม่มีความชอบธรรมใดๆในการปฏิบัติต่อนักลงทุนเสมอเหมือนกันหมด ต่อไปนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศคงไม่กล้าเสี่ยงมาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของไทย  

 

เพราะขนาดมีนักวิชาการชั้นสูงทางเศรษฐศาสตร์ที่สอนกันอยู่ในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง  ทั้งหลักสูตรภาคภาษาไทยและหลักสูตรนานาชาติ(อินเตอร์) ก็ยังไม่กล้าออกมาให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชน ซึ่งต่างกับประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ที่ประชาชนของเขามีความรู้ในหลักวิชาการทางเศรษฐศาสตร์ เพราะช่วยให้การบริหารบ้านเมืองให้มีเสถียรภาพ และมีความรู้เท่าทันในการบริโภคสื่อ การสร้างกระแสข่าวลือให้ระบบเศรษฐกิจเสียหายจึงไม่ค่อยปรากฏ  เพราะระบบการศึกษาของเขาไม่ได้สอนให้เชื่อ    ตามที่ครูบอกให้เชื่อให้จำ แต่เขาสอนโดยให้มีความรอบรู้ในหลักวิชาการต่างๆด้วยสติปัญญาของนักเรียนอย่างจริงจังและตรงไปตรงมา พร้อมทั้งกล้าหาญที่จะขัดแย้งกับความรู้ที่ไม่ถูกต้อง 

 

เพราะฝรั่งเขาถือว่าหากการศึกษานำผู้เรียนไปสู่การรู้อะไร  แล้วรู้ครึ่งๆกลางๆ รู้ไม่จริงจะเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวงต่อการพัฒนาสติปํญญา และการพัฒนาประเทศ เขาจึงมีค่านิยมในการยอมรับความรู้ความสามารถของผู้ที่รู้จริงและรู้มากกว่า และพยายามศึกษาค้นคว้าไปจนถึงความรู้ที่สูงสุดของวิชานั้นๆ ความรอบรู้ที่ถูกต้องจะเป็นบรรทัดฐานที่ทำให้การเมืองมีเสถียรภาพโดยไม่ได้มองว่านั่นคือการเสียเหลี่ยม นี่คือความแตกต่างระหว่างระบบการศึกษาของไทยกับของต่างประเทศที่เขาเจริญด้วยวิทยาการ

 

ดังที่นักวิทยาศาสตร์ของโลกอย่างกาลิเลโอ  กล้าที่จะนำหลักความจริงเกี่ยวกับธรรมชาติมาหักล้างความเชื่อเรื่องพระเจ้าสร้างโลกและสรรพสิ่ง  ผลก็คือกาลิเลโอถูกต่อต้านจากนักบวชคาทอริคอย่างหนักและถูกเนรเทศไปจบชีวิตลงอย่างอนาถในต่างประเทศ  ด้วยข้อกล่าวหาว่าดูถูกดูหมื่นคำสอนของพระเจ้า

 

นับแต่นั้นมายุโรปก็ถูกครอบงำให้เชื่อระบบอำนาจเผด็จการเทพเจ้า เป็นเหตุให้เกิดสงครามทำร้ายล้างกันครั้งใหญ่นานร่วม 200 ปี  ดังปรากฏในสงครามครูเสดที่ทั่วโลกรู้จักดี   จนมาถึงยุคที่นักคิดของเขาทนต่อการกดขี่ข่มเหงทางความคิดไม่ไหว จึงเกิดการต่อสู้ทางวิชาการหรือยุคของการปฏิวัติทางภูมิปัญญาที่เรียกว่า  ยุคเรอเนสซ้องค์  ระบบการศึกษาของเขาจึงสอนให้ประชาชนมีเอกภาพในการคิดเชิงสร้างสรรค์ เน้นขบวนการแสวงหาความรู้อย่างเป็นระบบ รู้อะไรต้องรู้จริงด้วยสติปัญญาของตนเอง  เพราะประชาชนของเขาบอบช้ำล้มตายไปเป็นจำนวนมากจากการ  ตกเป็นเหยื่อของการถูกชักจูงให้มีความคิด ให้รู้  ให้เชื่ออะไรเหมือนๆกัน โดยขาดการวิเคราะห์วิจัยความเชื่อนั้นๆอย่างตรงไปตรงมา   

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมาประเทศไทย ประสบกับปัญหาการเมืองขาดเสถียรภาพ  และมิใช่เพิ่งจะเกิดขึ้น  แม้ในอดีตอย่างสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี  ไทยก็ต้องเสียกรุงให้แก่พม่าถึง 2 ครั้ง  ก็เพราะการตกเป็นเหยื่อของข่าวลือ  และที่ใช้ได้ผลมาทุกยุคสมัยก็คือ การลือให้แตกแยกกัน  เสนาบดีของฝ่ายหนึ่งยุยงให้เจ้านายของตนระแวงเจ้านายอีกฝ่ายว่าอยากเป็นใหญ่จะยึดอำนาจเบ็ดเสร็จไว้คนเดียว ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งหวั่นไหวกลัวจะสูญเสียอำนาจ จึงหันหลังให้กัน     เป็นโอกาสเหมาะของศัตรูที่จะจู่โจมรุกราน และมิใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น แม้ประเทศในภูมิภาคต่างๆทั่วโลกก็กำลังประสบปัญหาการแบ่งแยกมีการต่อต้านรัฐบาลอย่างรุนแรง  โดยไม่มีทีท่าว่าจะยอมลดละอัตตาลงง่ายๆ  ประชาชนตาดำๆก็ได้แต่หวังว่าเมื่อไรประเทศชาติและชีวิตของเขาจึงจะมีสันติสุข

 

การปฏิรูปการเมืองที่จะเกิดขึ้น  หากยังไม่สามารถมองเห็นรากเหง้าของปัญหา ย่อมไม่อาจจะปฏิรูประบบการเมืองให้มีเสถียรภาพได้  ดังนั้นจึงต้องเริ่มสร้างบรรทัดฐานของการศึกษาให้มั่นคง  ด้วยการสอนนักเรียนให้มีความรู้อย่างถูกต้องรู้อย่างเป็นธรรมรู้ไปถึงองค์รวมของความรู้ มิใช่รู้วิชาการเป็นส่วนๆอย่างที่เขาเปรียบว่า  ")เหมือนคนตาบอดคลำช้าง " ย่อมมองเห็นความจริงเพียงด้านเดียว  ก็ย่อมนำไปสู่ระบบความคิดแบบเดิมๆ  แก้ปัญหาแบบเดิมๆ ระบบการเมืองไทยก็คงเหมือนวนเวียนอยู่ในอ่าง   จึงเป็นเหตุให้ปิดกั้นความมีใจกว้างยอมรับในสติปํญญาของผู้อื่นที่รู้จริง  และกลายเป็นระบบความคิดที่ถูกอวิชชาเข้าครอบงำ เมื่อนั้นจึงเกิดความยึดมั่นถือมั่นอย่างเหนียวแน่นว่าทฤษฎีของตนเองถูกของคนอื่นผิด  ต้องการให้อีกฝ่ายยอมจำนน  ความก้าวร้าวรุนแรงจึงปรากฏดังที่เห็น

 

   

ภัยมืดอันลึกล้ำที่คุกคามโลกให้ปั่นป่วนอยู่ในขณะนี้ก็คือ  การที่มนุษย์มีความยึดติดในอัตตาตัวตน  ย่อมนำไปสู่การแบ่งพรรคแบ่งพวก บ่มเพาะความเป็นศัตรูกันทั้งโดยลับๆและโดยเปิดเผยให้งอกงามยิ่งขึ้น  และนับวันภัยมืดนี้ก็กำลังลุกลามคุกคามสันติสุขของชาวโลกอยู่แทบทุกภูมิภาคก็ว่าได้  

 

เมื่อไรที่ชาวโลกมองเห็นหายนะของภัยมืดนี้  ก็จะปรับเปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่ยอมปรับลดทิฏฐิลงหันหน้าเข้าหากัน เพราะความเป็นศัตรูไม่เคยสร้างสรรค์สันติสุข  มีแต่ทำลายโลกให้ย่อยยับ

 

ในอดีต       ที่การเมืองในระบบสามัคคีธรรมเคยรุ่งเรืองยิ่งใหญ่สมัยของพระเจ้าอโศกมหาราช     ผู้นำทั้งทางฝ่ายศาสนจักรและฝ่ายอาณาจักรมีความรอบรู้อย่างกว้างขวางลึกซึ้ง มองเห็นความสัมพันธ์กันระหว่างระบบการเมือง  ระบบเศรษฐกิจ    สังคมและวัฒนธรรม สันติสุขจึงแผ่ไปทั่วทั้งเอเซีย ดังนั้นถ้าจะปฏิรูประบบการเมือง หากทุกฝ่ายมีเป้าหมายไปสู่ระบบสามัคคีธรรม      ย่อมเป็นระบบการเมืองที่มีเสถียรภาพ มีการพัฒนาไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน เมื่อนั้นจำนวนพรรคการเมือง หรือจำนวน ส.ส.  ย่อมไม่ใช่ปัจจัยที่สำคัญ  

 

โปรดติดตามบทวิเคราะห์ของเราต่อไป  ซึ่งจะเจาะลึกภัยมืดที่กำลังคุกคามสังคมโลกด้วยหลักการศาสนาสากลที่มีเหตุและผล 

 

 

 

 

 

 

 

 23 บทกวีวิสาขบูชา   “ วันสันติภาพโลก ”

เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

ฉบับที่ 23 วันที่  22  พฤษภาคม  2549

 

 

เพื่อสืบสานความคิดที่ดีงามสู่ศาสนาสากล

 

 

โอ้ชีวิตสุดจะหาความเที่ยงแท้                                              ที่แน่วแน่คือธุลีที่กลบฝัง

แม้นยังชีพหมั่นประกอบชอบกำลัง                                        เป็นพลังต่อสู้หมู่ภัยพาล

 

หากแม้นพลาดพลั้งเผลอบำเรอบาป                                      ดั่งถูกสาปให้เวียนว่ายในสงสาร

โลภโกรธหลงนำชีวาพาแหลกราญ                                        ใครประหารเสียได้ใกล้นิพพาน

 

มีมนุษย์น้อยนักแสวงหา                                                   ล้วนผู้มีบึญญามหาศาล

มองเห็นภัยกิเลสเหตุแพ้วพาน                                              จึ่งประหารเสียได้ด้วยปัญญา

 

ส่วนที่เหลือสุดจะคณานับ                                                    ถูกอัตตาท่วมทับว่าตัวข้า

จึงมืดบอดเติบใหญ่ด้วยอวิชชา                                             เป็นโมหาต้องแบกแอกอเวจี 

                                                                                                                              

มีทางไหมจึงจะพ้นหนทางบาป                                             สู่อิสรภาพทางจิตนำวิถี

เพียงสำรวมตาหูจมูกลิ้นอินทรีย์                                            ไม่ทวีความอยากพรากจากกาม

 

อีกส่วนหนึ่งต้องฝึกหัดกำจัดทุกข์                                          ไม่ลนลุกเศร้าโศกเมื่อโลกหยาม

ชนะตนคนแซ่ซ้องระบือนาม                                                ทั่วเขตคามต่างโจษขานเนิ่นนานปี

                                                       

นี่แหละคือความสุขที่เที่ยงแท้                                              อย่ามัวแส่หลงติดบ่วงห้วงวิถี

โลกียะดั่งนายพรานผลาญมฤคี                                             ชีวิตนี้มีแต่โศกโลกลมลวง

 

หลอกให้เคลิ้มลุ่มหลงงงงวยหนัก                                         เดี๋ยวหลงรักหลงชังช่างใหญ่หลวง

ไปพ้นรักพ้นชังไม่หนักทรวง                                                พ้นจากบ่วงสิ้นภพจบนิพพาน 

 

 

 

 

 

“ ชนะตนชนะโลก ”

 

โลกาภิวัตน์โลกร่ำรวยด้วยวัตถุ                                             จึงดันดุด้วยอำนาจปรารถนา

ไม่มีเพื่อนไม่มีมิตรร่วมมรรคา                                              ต่างไขว่คว้าแก่งแย่งแข่งดีกัน

 

ใครเป็นใหญ่คอยจองจ้องล้างผลาญ                                      ถึงวายปราณไม่สะทกสะเทือนขวัญ

 เพื่อจะได้นั่งแท่นแทนราชัน                                                ตีบ่ยั่นพังยับทับปฐพี

 

ฉันทาคติจิตลำเอียงเพราะความรัก                                        คอยฟูมฟักเข้าข้างกามวิถี

โทสาคติเห็นได้ช่องจ้องราวี                                             คอยต่อตีพวกที่เห็นต่างจากตน

 

โมหาคติเฝ้าคอยทีได้โอกาส                                               เร่งพิฆาตเศรษฐกิจเสียสับสน

ภยาคติทำลุกลี้ลุกลน                                                         ปลุกปวงชนให้ล่มล้มอธิปไตย

 

ความมืดมัวจึงปรากฏไปทั่วหล้า                                            อนิจจาช่างโง่เขลาน่าเศร้าไหม

ทั้งที่จริงเป็นของหลอกหยอกปลงใจ                                      เกลือกอบายยังไม่รู้อดสูจริง

 

จงหยุดเถิดแล้วหันหน้าหาสงบ                                             จะได้พบอริยะทรัพย์ศฤง

มีธรรมมะถ้วนทั่วจงประวิง                                                   เพื่อเป็นสิ่งฝากไว้ให้จีรัง

 

ไม่มีใครใหญ่อยู่เคียงคู่ฟ้า                                                   ถึงเวลาต้องลงต่ำแม้ไม่หวัง   

เป็นธรรมดาแม้โลกยังพินพัง                                             ใครขืนยั้งคงต้องเศร้าเฉาฤดี

 

 โลกต้องเดินทางสูงจึงจะรอด                                              เห็นทางปลอดโลภโกรธหลงตรงวิถี

 การศึกษาหมาหางด้วนชวนราวี                                            คอยต่อตีแก่งแย่งแข่งประชัน

 

จงมาเดินทางสูงกันบ้างเถิด                                                  ทางประเสริฐด้วยเมตตามหาศาล

กรุณาเห็นเป็นเพื่อนเหมือนเหมือนกัน                                    ยามเขาพลันได้ดีมีสุขใจ

 

แม้บางครั้งใครเขาติตำหนิบ้าง                                          จงเห็นอย่างนักปราชญ์ท่านขานไข

เป็นธรรมดาของโลกโศกไปใย                                             เมื่อใดใครปลงใจได้ให้เบิกบาน

 

เป็นมนุษย์ที่สูงสุดคือชนะ                                                ลดอัตตะในตัวตนพ้นสงสาร   

มารสร้างเรือนเราก็รื้อชื่ออุปาทาน                                         พ้นบ่วงมารเสียได้ ไม่เวียนวน

 

มัชฌิมาคือแผนที่ชี้กำหนด                                                  ให้งามงดถึงโลกุตตสุดมรรคผล       

ชนะใครหรือจะสู้ชนะตน                                                     โลกได้ยลยังพ่ายแพ้แก่ความดี

 

 

 

 

 24 ปรมัตถธรรมว่าด้วยโทษของกาม

เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

ฉบับที่  24  วันที่   15  กรกฎาคม  2549

 

  

 

โลกยุคโลกาภิวัฒน์  เป็นสิ่งที่ควรจับตามองและทำการศึกษาวิเคราะห์อย่างละเอียด ติดตามเหตุการณ์ในยุคนี้ต่อไปอย่างต่อเนื่องว่า  ความเป็นโลกาภิวัฒน์ จะมีผลกระทบอย่างไรต่อสังคมโลก

 

โลกาภิวัตน์ (โลก+อภิ+วัฒน์) ซึ่งมีความหมายว่าเจริญอย่างยิ่งอย่างโลก หรือหมุนไปอย่างแรงอย่างโลก   เป็นยุคโลกวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สามารถสร้างผลิตสิ่งที่สนองความปรารถนาของมนุษย์ได้ทุกอย่าง  ชาวโลกไม่เคยผ่านยุคใดที่มีความเจริญถึงเพียงนี้ในประวัติศาสตร์โลกมาก่อนแต่ตามกฏแห่งความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ โลกต้องเป็นไปตามธรรมดาแห่งความเสื่อมตามกฏไตรลักษณ์ ในหลัก

 

วิชาสูงสุดของศาสนาพุทธกล่าวถึงความเป็นธรรมดาของโลก 3 อย่างคือ  ทุกขัง  อนิจจัง  อนัตตา   มีหลักคำสอนที่เป็นวิทยาศาสตร์  คือสามารถแยกปัจจัยเหตุและผลออกมาวิเคราะห์ได้จะแจ้ง  ปัญหาก็คือความรู้ในระดับการศึกษาที่โลกรู้เป็นเพียงระดับโลกียะที่ไม่สามารถเข้าถึงความจริงแห่งกฏไตรลักษณ์ ดังนั้นจึงเป็นความรู้ที่ไม่สามารถดับทุกข์ได้จริง  โลกจึงต้องเป็นทุกข์กันอยู่เสมอมา  และจะเป็นเช่นนี้ตลอดกาลข้างหน้า  เพราะการสอนวิชาพระพุทธศาสนาที่สอนๆกันในปัจจุบันไม่สามารถสอนให้มนุษยชาติบรรลุเป้าหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนาได้ จึงสอนไปอย่างโลกๆ  ไม่สามารถสอนไปถึงระดับปรมัตถธรรมอันเป็นเหตุให้ดับทุกข์ได้จริง 

 

ทั้งนี้เพราะความรู้ในระดับปรมัตถธรรมเป็นผลที่จะเกิดขึ้น  มีขึ้นได้ต้องประกอบด้วยเหตุปัจจัยคือมีสติปัญญาที่ลึกซึ้งปราศจากมานะทิฏฐิ  ที่สำคัญต้องมีคุณภาพแห่งจิตใจอันเกิดจากการฝึกฝนอบรมด้วยความเพียรพยายามอย่างยิ่งยวดในการเอาชนะกิเลส  ซึ่งเป็นอำนาจใฝ่ต่ำ   ที่ครอบงำจิตใจให้ประสบทุกข์และไม่เป็นอิสรภาพทางใจ

 

ดังนั้นหากจะดับทุกข์ได้จริง มนุษย์จะต้องมาเรียนรู้ถึงเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดทุกข์ที่สำคัญ 2 ประการคือ  กิเลสและกาม

 

กิเลส คืออะไร อยู่ที่ไหน  มีหน้าที่อะไร  มีผลต่อภาคภายในของมนุษย์อย่างไร  มองให้เห็นลึกซึ้งว่า  โลกยุคโลกาภิวัฒน์ได้รับใช้กิเลสอย่างไร  กิเลสได้กลายเป็นนายของโลกไปแล้วอย่างไร ?

 

กาม  คืออะไร  มีหน้าที่อย่างไร  และมีผลอย่างไรต่อภาคภายในของมนุษย์

 

กิเลส  คือสิ่งที่ครอบงำจิตให้ตกเป็นทาสทำให้จิตเกิดความดิ้นรนทะยานอยากอย่างไม่รู้จบสิ้น  และมีเป้าหมายไปจบลงที่ความโลภ ความโกรธ  ความหลง  เมื่อสมหวังจิตก็เกิดความลำพองอยากได้อารมณ์นั้นๆมาเสพเสวยอย่างไม่หยุดหย่อน และเมื่อผิดหวังจิตก็เศร้าหมองทุรนทุรายวนเวียนอยู่เช่นนี้  ไม่รู้จบ  ทำให้จิตไม่เป็นอิสระปลอดพ้นจากทุกข์

 

กามคือโลก  และโลกก็คือกาม  กามมิใช่เพียงเรื่องความสนุกสนานทางเพศตามที่คนทั่วไปเข้าใจเท่านั้น  แต่หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้มนุษย์ชื่นชมยินดี  มีความติดอกติดใจไม่รู้เบื่อ กามจึงเป็นความดีงามทั้งหมดของโลก

 

 หลักปรมัตถธรรมสามารถมองเห็นคุณและโทษของกามได้อย่างลึกซึ้งทะลุปรุโปร่ง  นั่นก็คือกามมีคุณเพราะเป็นเพียงสิ่งบรรเทาทุกข์เพียงชั่วครู่ชั่วยาม ทำหน้าที่บดบังอำพรางทุกข์เท่านั้น และเมื่อสร่างกามแล้วก็กลับไปทุกข์อีก  และสติปัญญาของมนุษย์ปุถุชนผู้ไม่รู้เพราะถูกอวิชชาครอบงำ  ก็ทำให้ดิ้นรนแสวงหากามเพิ่มยิ่งๆขึ้นไปอีก    เพราะปักใจเชื่อเสียแล้วว่ากามนำสุขมาให้  และกามสามารถดับทุกข์ได้จริง

 

โทษของกามก็คือ  เป็นตัวหลอกลวงตัวฉกาจ  มันเป็นเงา  คือหลอกๆ เป็นมายาการ  และเป็นลูกน้องของกิเลส  มันจึงหลอกลวงมนุษย์ตั้งแต่เกิด จนกระทั่งแก่หง่อมลงไปแล้ว  จึงค่อยรู้ว่ามันหลอกว่ามีความสุขแท้จริงมีความทุกข์อันล้ำลึกซ่อนอยู่ และเมื่อนั้นก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว  เพราะเราแก่เกินไปแล้ว

 

ดังนั้นมนุษย์จึงไม่ควรประมาทในกาม  ในชีวิต  และควรศึกษาสัจจะของศาสนาสากล  ซึ่งบอกวิธีดับทุกข์ที่แท้จริงได้  มิใช่เพียงสิ่งบรรเทาทุกข์เป็นบางครั้งบางบางคราวเท่านั้น

 

กามเป็นสิ่งชี้บอกระดับความทุกข์ในโลก     ในสังคมใดมีกามนิยมสูงมาก    นั่นเท่ากับสิ่งชี้บอกเหตุว่าสังคมนั้นมีทุกข์มากโลกยุคโลกาภิวัฒน์   จึงเป็นยุคที่มนุษย์แสวงหากามเพิ่มพูนขึ้นหลายเท่าทวีคูณ เพราะในยุคนี้มีพลังแรงใหม่แห่งเทคโนโลยีที่สร้างสรรค์  แต่แรงสร้างสรรค์ทั้งหมดของเทคโนโลยีล้วนแต่สร้างสรรค์กามหรือวิถีแห่งกามทั้งสิ้น  หากจะเปรียบกามเป็นความร้อน  โลกก็กำลังประสบกับสภาวะที่ร้อนแรงที่สุด  ดังพระพุทธพจน์ที่ว่า “ นัตถิ  ราคะสโม  อัคคิ  ความร้อนเสมอด้วยราคะย่อมไม่มี ”

 

 ในยุคที่ศาสนาเจริญรุ่งเรือง พระบรมศาสดาได้สอนให้มนุษย์เห็นโทษของกิเลส  แล้วพากันย่ำยีกดข่มกิเลสไว้ในรูปของมวลชนทั้งแผ่นดิน  อันเรียกว่าวิถีมวลชนที่ต่างมีแนวคิดอย่างเดียวกันก็คือ  การประหารกดขี่หรือข่มกิเลสไว้ทำให้กิเลสไม่อาจงอกเงยได้ หรือในบางสังคมที่ระบบการศาสนาได้เรียนรู้เรื่องราวของชีวิตอันล้ำลึก  รู้เหตุผลของความเจริญที่แท้จริง  ก็จะเห็นว่ากิเลสนี้เองที่เป็นต้นเหตุแห่งความเลวร้ายทั้งสิ้น  และอาจประหารเสียได้ด้วยคมอาวุธแห่งปัญญาที่ได้เรียนรู้ธรรมชาติของกิเลส

 

แต่ยุคนี้ โลกมิได้นับถือศาสนธรรมว่าดีไปกว่าเทคโนโลยี   จึงประพฤติตามใจตนไม่เคารพศาสนธรรม  และพากันถอนเสาหลักโซ่ตรวนแห่งมารทั้งหลายเสีย  เป็นเหตุให้มารที่สยบอยู่คืนชีวิต  คืนพลัง  กิเลสที่ถูกข่มขี่ย่ำยีกลับฟื้นคืนงอกเงย  แล้วก็แพร่พันธุ์ออกไปรอบทิศทางอย่างรวดเร็ว  ตราบจนถึงยุคโลกาภิวัฒน์กิเลสได้ครองโลกแทบทั้งสิ้น  โลกจะเป็นอย่างไรย่อมขึ้นอยู่กับคุณภาพแห่งจิตใจ และเมื่อจิตใจหรือภาคภายในของมนุษย์อันรวมเป็นจิตวิญญาณสังคม   หรือโลกทั้งปวงถูกครอบด้วยกิเลสเสียแล้ว จึงหมายถึงภัยอันตรายอันยิ่งใหญ่ไพศาลย่อมเกิดขึ้น  โลกาภิวัฒน์เป็นอันตรายเพราะเหตุนี้

 

ฉะนั้นเพื่อความอยู่รอด  จงดูให้ซึ้ง  ดูให้รู้ชัดเจนถึงพิษภัยและมายาการของกิเลส  ดูให้เห็นข้อเปรียบเทียบหรืออุปมาเสมือนโลกได้สร้างอาวุธร้ายแรงมหึมา  แต่อยู่ใต้บัญชาการของมหาโจรตัวร้ายกาจที่ขาดความดีในจิตใจไปทั้งสิ้น  เราต้องการปลุกจิตสำนึกหรือกระตุ้นเตือนให้ท่านฉุกคิด   เกิดความรู้สึกเห็นภัยอันยิ่งใหญ่ที่กำลังจะอุบัติขึ้น  โดยการที่ชาวโลกต้องหันทิศทางเดินเสียใหม่จากการใฝ่ทางต่ำ ไปใฝ่ทางสูง  ระงับกิเลส  ระงับกามชนะตนเอง แต่โลกก็ไม่อาจทำดังนั้นได้  เพราะขัดกับธรรมชาติของโลกเองที่มีกิเลสและกามฉ้อฉลหลอกลวงด้วยเล่ห์กลทุกอย่าง  เพื่อยับยั้งให้มนุษย์ดำรงความเป็นมนุษย์ปุถุชนให้ยั่งยืน  จนกว่ามนุษย์จะเห็นได้ว่าโลกเป็นทุกข์อย่างไร  กิเลสและกามทำงานกันอย่างไร  ซึ่งหมายถึงการตรัสรู้แบบรู้แจ้งโลกทั้งสิ้น  อันจะเข้าใจแจ่มแจ้งไปถึงว่าโลกเป็นทุกข์จริงอย่างไร       และแม้เข้าใจเพียงประโยคเดียวว่า “ การเกิดเป็นทุกข์อย่างไร ”  นั่นแหละคือสุดยอดของปรมัตถธรรม

 

ดังนั้นโลกทั้งมวลจะต้องบรรจุเรื่องราวของการศึกษาปรมัตถธรรมเข้าในหลักสูตรการศึกษาทุกระดับของโลกด้วยการสอนศาสนาที่เป็นวิทยาศาสตร์ เพื่อมนุษย์ธรรมดาๆ ก็สามารถเข้าใจขบวนการสอนและนำไปสู่ขั้นตอนการปฏิบัติจนเห็นผล คือการบรรลุอริยมรรคอริยผลได้จริง ด้วยสติปัญญาและศรัทธาที่มีเหตุมีผล    จนสามารถพิสูจน์ให้เห็นจริงได้ในยุคโลกาภิวัฒน์นี้  โดยให้ความสำคัญสูงสุดในฐานะวิชาที่จะช่วยให้โลกได้รอดพ้นจากภัยพิบัติโดยสมบูรณ์  อันเป็นความรู้ที่ทำให้มนุษย์รู้จักโลกตามความเป็นจริง  ซึ่งนำไปสู่การดับทุกข์และประสบกับความสุขที่แท้จริงได้

 

 

 

 

 

 

 25 วันภาษาไทยแห่งชาติ

เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

ฉบับที่  25  วันที่ 29 กรกฎาคม 2549

  

 

วันที่ 29  กรกฎาคม  2549  ของทุกๆปีเป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ  แต่ไม่เห็น กระทรวงหลักๆอย่างกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงศึกษาธิการ   จะออกมาเป็นแกนนำหลักในการรณรงค์ให้เด็กไทยตระหนักถึงคุณค่ารักหวงแหนและภาคภูมิใจในภาษาไทย ด้วยการส่งเสริมให้เยาวชนไทย  อ่าน  พูด  เขียนภาษาไทยให้ถูกต้อง   คงมีรายการทีวีบางรายการที่สอดแทรกระหว่างคั่นรายการนิดๆหน่อยๆเท่านั้นเอง  

 

แต่ที่น่าชื่นชมอย่างมากก็คือพิธีกรรายการคุณพระช่วย   ถึงแม้จะเป็นดาราตลกและชาวต่างชาติ ที่ไม่มีดรีกรีว่าเป็นนักวิชาการแต่ก็ยังเชิญชวนคนไทยให้มารักภาษาไทย

 

ภาษาไทยมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ที่งดงาม ทำให้ไทยดำรงความเป็นเอกราชมาจนถึงบัดนี้ ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง เป็นยุคที่ชาติตะวันตกได้ล่าอาณานิคมทางศาสนา   โดยบีบบังคับให้ประเทศที่มีกำลังทางทหารด้อยกว่าหันมานับถือศาสนาคริสต์      แต่ประเทศสยามในขณะนั้นโชคดี ที่มีพระมหากษัตริย์  ที่ทรงพระปรีชาญาณ สามารถใช้กุศโลบายให้ฝรั่งมาเรียนภาษาไทย แลกเปลี่ยนกับการเข้ารีต        ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นทางภูมิปัญญาของภาษาไทยซึ่งมีความลึกซึ้ง     จึงทำให้ฝรั่งไม่สามารถเข้าถึงภูมิปัญญาของภาษาไทยได้ จึงต้องยอมจำนนทำให้ไทยเป็นไทย   มีภาษาไทยและพระพุทธศาสนาเคียงคู่กัน  อันแสดงถึงเอกลักษณ์ของชาติมาจนถึงปัจจุบันนี้

 

ปัจจุบันสิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก ก็คือการศึกษาของชาติทุกระดับจะมุ่งเน้นให้เด็กเรียนภาษาต่างประเทศเป็นหลัก จนเกิดสถาบันสอนภาษาต่างประเทศขึ้นมากมาย  ละเลยการให้ความสำคัญต่อการสอนภาษาไทย  ซึ่งเป็นภาษาประจำชาติและต้องใช้ในชีวิตประจำวัน      จนกระทั่งมีงานวิจัยออกมาว่า  เด็กไทยมีไอคิวต่ำลงเรื่อยๆ    เยาวชนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย    ระดับอาชีวศึกษา    อ่าน  พูด  เขียนภาษาไทย  ไม่ถูกต้องเป็นจำนวนมาก    ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภูมิปัญญาทางภาษาไทยของเด็กถดถอยมากที่สุด  ก็คือ      การนำหลักสูตรวิธีการสอนภาษาไทย    แบบให้เด็กท่องจำเป็นคำๆ  โดยมีรูปภาพประกอบมาใช้ช่วยสอน   จนถึงขณะนี้มีเด็กจำนวนมากอ่านหนังสือไม่ออก   เขียนไม่ถูกต้อง  และ   มิใช่จะเกิดผลกระทบเฉพาะวิชาภาษาไทยเท่านั้น   แต่ยังส่งผลไปถึงทำให้เด็กไม่สามารถเรียนรู้รายวิชาอื่นๆ รวมทั้งวิชาภาษาต่างประเทศด้วย 

 

การวัดและประเมินผลที่ขัดแย้งกับหลักการเรียนรู้ของมนุษย์ก็คือ  ห้ามเด็กตกในรายวิชาต่างๆ    เพราะจะเสียเวลา  สูญเปล่าทางการศึกษา  และทำให้เด็กและผู้ปกครองเสียใจ       จนเป็นผลให้ครูต้องให้เด็กขึ้นไปเรียนในชั้นที่สูงขึ้น ทั้งๆที่ไม่มีความรู้ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ 

 

ดังนั้นเมื่อไปเรียนในขั้นสูง  จึงสายเกินกว่าจะแก้ไขได้  เนื่องจากเป็นความรู้ที่ยากขึ้นเรื่อยๆ และเด็กถูกปล่อยให้เรียนโดยไม่มีความรู้มานานหลายปี จึงไม่เกิดแรงจูงใจใฝ่รู้  ดังนั้นในปัจจุบันสถิติเด็กเรียนไม่จบ และออกกลางคัน   ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย   อาชีวศึกษาหรืออุดมศึกษามีเป็นจำนวนมาก  และถึงแม้หากครูปล่อยให้เด็กจบในระดับสูงขึ้นไปอีกโดยไม่มีความรู้  ก็จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาและการประกอบอาชีพของนักศึกษาเอง 

 

ก่อนที่สำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการจะเปลี่ยนมาใช้หลักสูตร พ.ศ.2521 สถิติการอ่านภาษาไทยไม่ออกเขียนไม่ได้จะพบในผู้ที่ไม่ได้เรียนหนังสือ  หรือเรียนไม่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 แต่พอเริ่มใช้หลักสูตรพ.ศ.2521 เป็นต้นมา กระทรวงศึกษาธิการได้ปรับเปลี่ยนวิธีการสอนภาษาไทยจากเดิมสอนเรื่องพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ ตัวสะกด ฯลฯ แล้วจึงผสมคำ ฝึกฝนผันอักษรไปตามเสียงวรรณยุกต์สามัญ เอก โท ตรี จัตวา  มาเป็นการท่องจำเป็นคำๆโดยมีรูปภาพประกอบ มีชื่อเรียกเป็นภาษาไทยว่า มปภ. (มุ่งฝึกประสบการณ์ทางภาษา) โดยนักวิชาการกลุ่มที่นำเทคนิคการสอนภาษาไทยแบบใหม่เข้ามาใช้ให้เหตุผลว่าทำให้เด็กเรียนรู้ได้รวดเร็วกว่าวิธีการสอนแบบเดิมๆ

 

น่าคิดว่านักวิชาการของไทยเข้าใจธรรมชาติของภาษาไทยอย่างไร  เคยมีผลการศึกษาเปรียบเทียบที่น่าเชื่อว่าการสอนภาษาไทยแบบใหม่ให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแตกต่างจากการสอนระบบเก่าหรือไม่อย่างไร  จึงได้รับการยอมรับจากกระทรวงศึกษาธิการให้นำวิธีการจัดการเรียนการสอนแบบจำเป็นคำๆมาใช้ทั้งประเทศจนปรากฏผลเป็นที่ประจักษ์ว่าเด็กไทยจำนวนมาก อ่าน เขียนผิดๆถูกๆ  และจบการศึกษามาได้เมื่อเรียนครบกำหนด

 

ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่ง    ที่ทำให้คุณภาพการศึกษาของไทยได้ถดถอยลงไปอย่างมาก  เนื่องมาจากระบบการศึกษาในปัจจุบัน เป็นการจัดการศึกษาแบบวัตถุนิยม ด้วยระบบได้นำครูให้มีเป้าหมายไปที่การมุ่งใน ลาภ ยศ สรรเสริญ  สุขจากการได้ลาภยศมากกว่าการทุ่มเทให้กับการพัฒนาสติปัญญาของนักเรียน การขาดความพร้อมในด้านบุคลากรทางการสอนวิชาชำนาญเฉพาะทางแต่อนุญาตให้สถานศึกษาเปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น   ในโรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาสทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มงบประมาณสนับสนุน       และยังเพิ่มวิทยะฐานะให้แก่ฝ่ายบริหารของโรงเรียน   รวมไปถึงแนวความคิดใหม่ที่นำการศึกษาไปขึ้นกับองค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่น     ก็ล้วนนำเอาการเมืองมานำหน้าการศึกษาทั้งสิ้นจึงน่าเป็นห่วงว่าต่อไปการศึกษาของชาติคงไปผูกติดอยู่กับลาภ  ยศ  สรรเสริญ สุข ของบุคลากรทางการศึกษาเป็นหลักมากกว่าการพัฒนาทางสติปัญญาของนักเรียน

 

การจัดการศึกษาของไทยมีมาตรฐานต่ำกว่าประเทศอื่นๆ  และยังต่ำกว่ามาตรฐานของไทยในอดีตอย่างลิบลับ  ทั้งๆที่มีเทคโนโลยีทันสมัยเป็นเพราะกระทรวงศึกษาธิการ มักปรับเปลี่ยนหลักสูตรทั้งระบบโดยความคิดของนักวิชาการระดับสูงซึ่งไม่ได้ปฏิบัติการสอนจริง มิได้มีการศึกษาวิจัยเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนทางการเรียนแบบเก่ากับเทคนิค   แบบใหม่  ในวงกว้าง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจึงมีรากฐาน

มาจากการใช้ความรู้สึกนึกคิด อารมณ์และอคติทางวิชาการมากกว่าหลักการศึกษาวิจัยที่น่าเชื่อถือ ทำให้เกิดความผิดพลาดดังที่เห็น น่าจะทำการศึกษาวิจัยให้เข้าใจถ่องแท้ทุกแง่ทุกมุม 

 

แล้วนำผลจากการศึกษาวิจัยมาปฏิรูปการศึกษา มิใช่เปลี่ยนแปลงเพราะขาดธัมมวิจัย    อาจกลายเป็นการเดาสุ่มไปสำนักมาตรฐานการศึกษา (สมศ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานสังกัดกระทรวงศึกษาธิการมีหน้าที่ประเมินคุณภาพการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษา  คงต้องหารูปแบบการประเมินการเรียนรู้ของเด็กเชิงประจักษ์ มิใช่ประเมินจากกองเอกสาร อาคารเรียน ห้องเรียน      ทัศนียภาพที่สวยงาม หรือมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นหลัก        ซึ่งไปสอดคล้องกับการจัดการศึกษาแบบวัตถุนิยมการปฏิรูปการศึกษาก็จะมีเป้าหมายไปสู่ความเป็นวัตถุนิยม    ผลสุดท้ายจะไม่สามารถพัฒนาสติปํญญา   และองค์ความรู้โดยรวมของผู้เรียนทั้งประเทศได้

 

 

  • พัชรา กอปรทศธรรม                                                                                    ผู้วิเคราะห์

 

 

 

 

 26โรคเอดส์กับอเมริกันที่ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว

เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

ฉบับที่ 26  วันที่   18  มีนาคม  2550

 

  

 

รายการคืนนี้กับสายสวรรค์ 

ช่อง T-ITV วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม  2550 

เวลา 20.30 .

 

พิธีกรดำเนินรายการ สายสวรรค์  ขยันยิ่ง  แขกรับเชิญอดีตสว.ขอนแก่น ระเบียบรัตน์  พงษ์พานิช และเป็นประธานโครงการรักนวลสงวนตัว พร้อมทั้งนายศุขประเสริฐ  จันดา  นางสาวณัชชา  กุศลสมบูรณ์  และนางสาวขวัญใจ สิทธิบุญชัย แกนนำกลุ่มรักนวลสงวนตัวจากโรงเรียนวัดราชาธิวาส กรุงเทพ  ได้มาให้ความรู้และแง่คิด ในการมองถึงปัญหาที่เด็กและเยาวชนมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน ที่ส่งผลกระทบต่อตนเอง  ผู้ปกครองและสังคมได้อย่างตรงไปตรงมา  แนวความคิดของกลุ่มรักนวลสงวนตัวได้มองลึกซึ้งไปถึงต้นเหตุของปัญหา และแก้ไขได้ตรงกับสาเหตุคือ กลุ่มรักนวลสงวนตัวซึ่งเป็นสังคมเล็กๆมองว่าการสร้างค่านิยมที่ถูกต้องดีงามให้แก่เยาวชน การให้เกียรติระหว่างเพศหญิงเพศชาย ด้วยการไม่ชิงสุกก่อนห่ามจะช่วยให้เด็กเกิดสติปัญญา รู้จักการหักห้ามใจในสิ่งที่ไม่เหมาะสม มีความเพียรพยายามสร้างกระแสค่านิยมรักนวลสงวนตัว ด้วยการปลุกจิตสำนึกให้เด็กที่เข้าร่วมโครงการเกือบ 10,000 คน  รู้จักความรักที่มีคุณค่าไม่ก่อให้เกิดโทษในภายหลัง  ด้วยการรักตนเอง รักพ่อแม่ และมองไปถึงอนาคตที่มั่นคงของตนเอง ซึ่งแนวความคิดดังกล่าวสอดคล้องกับหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ที่มองเห็นโทษของการเสพกามในฐานะและวัยที่ไม่เหมาะสม  จึงนับเป็นการแก้ปัญหาได้ตรงจุด      สร้างเกราะคุ้มกันทางสติปัญญาให้แก่เยาวชนจึงน่ายกย่องชมเชยผู้ริเริ่มโครงการกลุ่มรักนวลสงวนตัวที่มีความรับผิดชอบห่วงใยสังคม เป็นแบบอย่างที่ดีซึ่งเยาวชนทุกระดับการศึกษาควรประพฤติตาม

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมา องค์กรเอกชนสังกัดกระทรวงสาธารณสุขหลายองค์กร    พยายามเข้ามามีบทบาทในวงการศึกษา มีความเพียรพยายามชี้ชวนให้สังคมเข้าใจว่าการระบาดของโรคเอดส์ การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ และการที่เด็กเยาวชนมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน เป็นเพราะเด็กขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศศึกษา ขาดทักษะในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศศัมพันธ์ ขาดความรู้เรื่องการคุมกำเนิด อายที่จะซื้อถุงยางอนามัย จึงได้นำหลักสูตรเพศศึกษาแบบฝรั่ง เข้ามาบรรจุไว้ใน หลักสูตรของสถาบันการศึกษานานนับ 10 ปี  ทุกครั้งที่วิทยากรไปบรรยายตามสถานศึกษา ก็จะจบลงด้วยการแจกถุงยางอนามัยและสาธิตวิธีใช้ ที่เป็นอันตรายมากเพราะเท่ากับเป็นการบอกโดยทางอ้อมว่า  การมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนเป็นเรื่องธรรมดา  เด็กเข้าใจว่าผู้ใหญ่ยอมรับจึงวิ่งตามกระแสการมีเพศสัมพันธ์  ทำให้กลายเป็นปัญหาสังคมที่ไม่รู้จบที่กำลังทำลายสติปัญญาของเยาวชนอยู่ในขณะนี้

 

ในสถาบันการศึกษาที่ผู้วิเคราะห์สอนอยู่มีการนำตู้ถุงยางอนามัยหยอดเหรียญมาให้บริการ  หรือในสถาบันอาชีวศึกษาอื่นๆ กระทรวงสาธารณสุขก็นำมาติดตั้งให้ทุกๆปี มีนักศึกษาลาพักการเรียนและลาออกกลางคันเป็นจำนวนมากเพราะการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์   แม้ครูหลายท่าน จะพยายามสอนให้นักเรียนรักนวลสงวนตัว แต่ดูเหมือนมีครูอีกกลุ่มหนึ่งในสังคมที่มองว่าเป็นค่านิยมที่เชยไม่เหมาะกับโลกยุคโลกาภิวัตน์  ทางที่ดีเมื่อห้ามเด็กไม่ได้ก็สอนให้รู้จักการคุมกำเนิดจะดีกว่า  แต่ปัจจุบันมีสถิติเด็กไทยอายุระหว่าง 14-19   ปี ตั้งท้องปีละ  70,000  คน  ประมาณวันละ  2,000  คน  ทำแท้ง  ก่อความรุนแรง ฆ่าตัวตาย และเด็กที่เกิดมามีคุณภาพชีวิตต่ำลงเรื่อยๆ เนื่องจากกำพร้า ถูกทอดทิ้งโดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีมากเป็นอันดับหนึ่ง

 

เพื่อชี้ให้เห็นว่า หลักสูตรเพศศึกษาแบบฝรั่งไม่ได้ช่วยชะลอการมีเพศสัมพันธ์ของเด็ก ไม่ได้ช่วยลดจำนวนโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และไม่ลดจำนวนผู้ตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ แต่กลับสร้างปัญหาลุกลามให้สังคมโลกต้องปั่นป่วนยิ่งขึ้น  ดังข้อมูลต่อไปนี้

 

ในสหรัฐอเมริกา เป็นห่วงเรื่องทำแท้งมากกว่าท้อง  เพราะในประเทศอื่นในยุโรปหลายประเทศ สามารถทำแท้งได้โดยเสรี แต่อเมริกาไม่ยอม ในอเมริกาจึงมีการลอบหรือแอบทำแท้งกันปีละไม่ต่ำกว่า 800,000 ราย (สถิติจาก Planned Parenthood of Sacramento, California)

 

ปัญหาเด็กโตก่อนวัยในอเมริกาไม่ได้แพร่กระจายอยู่แค่เด็กเฉพาะกลุ่มเท่านั้น เพราะตอนนี้แม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐยังออกมาแนะนำ ให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่พบบ่อยชนิดหนึ่งให้แก่หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 8 ขวบขึ้นไปเลย 

 

แพทย์หญิงลิช  แอลเดอร์แมนแพทย์ชาวอเมริกันผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลวัยรุ่น ให้ข้อคิดว่า

 

“ ถึงจะเป็นการยากที่จะควบคุมสิ่งที่ลูกๆได้เห็น ได้เจอ ในยุคเทคโนโลยีก้าวหน้าและลัทธิบริโภคดนิยมครองเมือง  แต่พ่อแม่สามารถสอนให้ลูกๆรู้ได้ว่า  ค่านิยมที่ถูกที่ควรนั้นคืออะไร ”

 

จะเห็นว่าสหรัฐอเมริกาและยุโรปซึ่งเป็นต้นแบบของหลักสูตรเพศศึกษาที่นำมาสอนในบ้านเรา  ยังต้องประสบกับทางตันที่หาทางออกไม่ได้ การทำแท้งดูจะเป็นเรื่องธรรมดาๆ  เมื่อการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ระบาดหนักเกินกว่าจะเยียวยา รัฐจึงจำยอมให้มีกฎหมายทำแท้งได้โดยเสรี  ดังมีข่าวต่างประเทศทางทีวีปรากฏภาพเด็ก สตรีและคนชราออกมาเดินขบวนเรียกร้อง ให้รัฐออกกฎหมายอนุญาตให้มีการทำแท้งได้โดยเสรี ไม่เคยมีประวัติศาสตร์โลกยุคใด ที่แม่เห็นว่าการฆ่าลูกในครรภ์เป็นเรื่องที่ถูกต้องหากเรายังมัวขืนหลับตาเดินตามก้นฝรั่ง  ในไม่ช้าความหายนะคงมาถึง  น่าคิดว่าทำไมผู้หญิงเหล่านั้น  จึงเลือกที่จะทำแท้งมากกว่าการคุมกำเนิด  ทั้งๆที่มีหลักสูตรเพศศึกษาสอนกันอย่างแพร่หลายมาตั้งแต่เด็กเล็กๆจนถึงระดับผู้ใหญ่   

 

ปัจจุบันสถิติผู้ป่วยโรคเอดส์ทั่วโลกมีแต่ทวียิ่งขึ้นเรื่อยๆ  เด็กกำพร้าถูกทอดทิ้งจากการที่พ่อแม่ไม่พร้อมจะให้เกิดขึ้น กำลังทำให้สังคมอ่อนแอ 

 

เราเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่มองว่า เรื่องเพศห้ามสัมพันธ์เป็นเรื่องธรรมชาติที่ต้องเกิดขึ้น  ห้ามปรามไม่ได้  ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ  โลกจึงปั่นป่วน  ประกอบกับโลกวัตถุนิยม มีความเพียรพยายามที่จะสนองกิเลสตัณหาทุกรูปแบบ  ธุรกิจทางเพศจึงได้พยายามแทรกซึมเข้ามาในรูปของหลักสูตรเพศศึกษา ภัยมืดอันล้ำลึกนี้คนส่วนใหญ่อาจมองไม่เห็น  แต่โลกย่อมหนีไม่พ้นสัจธรรม ย่อมต้องเปิดเผยตัวของมันเองออกมาตามเหตุปัจจัย  เมื่อใดที่กระแสกามนิยมครองโลก เมื่อนั้นความเสื่อมทรามทางจิตใจย่อมเติบโตกลายเป็นโรคร้าย        ที่ทำลายโลกให้ย่อยยับ  ดังปรากฏผลที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้

 

ถึงเวลาที่สังคมไทยต้องสร้างกระแสคุณธรรม นำหน้ากิเลสตัณหา  ต้องสร้างกระแสสังคมให้เด็กเห็นว่า    การมีเพศสัมพันธ์ในวัยและอยู่ในฐานะที่ไม่เหมาะสม เป็นความคิดสั้นๆของคนที่ขาดสติปัญญา มีความสุขเพียงชั่วประเดี๋ยวประด๋าว  แต่มีโทษทัณฑ์อย่างมหันต์       มนุษย์เป็นสัตว์สังคมไม่สามารถอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้  ค่านิยมของสังคมจึงเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมพฤติกรรมของมนุษย์ให้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข เพียงแต่ที่ผ่านมาเกิดความผิดพลาดเพราะสังคมไปสร้างกระแสว่าความชั่วเป็นเรื่องธรรมดาๆใครๆเขาก็ทำกันอย่างนี้  ถึงเวลาที่สังคมไทยจะต้องหันมาสร้างกระแสให้นิยมทำดี หากใครยังขืนทำชั่วสังคมจะรังเกียจเหยียดหยาม   ดังเช่นแกนนำกลุ่มรักนวลสงวนตัวของโรงเรียนวัดราชาธิวาสยืนยันว่า โครงการรักนวลสงวนตัวทำให้ปัญหาเรื่องชู้สาวในโรงเรียนลดลงอย่างมาก  ทำให้ครู  ผู้ปกครองเข้ามาสนับสนุนร่วมมืออย่างจริงจัง และทุกองค์กร ทุกสถาบันการศึกษาควรสนับสนุนให้กระแสรักนวลสงวนตัวเป็นที่นิยมไปทั่วประเทศ  โดยเฉพาะองค์กรที่จะมีบทบาทสำคัญทำให้ขยายเครือข่ายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ คือ  องค์กรเครือข่ายพ่อแม่ผู้ปกครอง  เพราะเป็นองค์กรที่ทำงานด้วยหัวใจโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน  เพียงแต่ต้องการเห็นลูกเจริญเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ        

 

 

 

      

      

 

 27เพศศึกษาในอเมริกาสะดุด

เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

ฉบับที่ 27  วันที่   10  สิงหาคม  2550

 

รายการตาสว่าง

ช่อง 9 อสมท.   

วันอังคารที่ 7  สิงหาคม   2550  เวลา 23.00 .

 

 

พิธีกรดำเนินรายการ สัญญา  คุณากร        แขกรับเชิญนายแพทย์พันธ์ศักดิ์  ศุภระฤกษ์  ผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินารีเวช คุณครูนคร  สันธิโยธิน โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย คุณภาวนา  เหวียนระวี ผู้อำนวยการองค์กรแพธ ได้มาสนทนาเรื่อง  “ คิดอย่างไรกับการสอนเพศศึกษา ”

 

ผู้ร่วมรายการทั้ง 3 ท่าน ได้มาให้เหตุผลโน้มน้าวให้เห็นถึงข้อดีของการสอนเพศศึกษาแบบฝรั่งให้แก่เด็กเพื่อให้รู้เท่าทันเอดส์  และป้องกันการเสี่ยงกับการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์  คุณครูยังแนะนำว่าเมื่อเด็กเกิดอารมณ์ทางเพศให้สำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง  เพื่อไม่ให้ไปล่วงละเมิดทางเพศผู้อื่น

 

อย่างไรก็ตาม      หลักสูตรเพศศึกษาก็มีข้อดีคือมีองค์ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพอนามัย      หน้าที่ของสรีระ

การให้เกียรติของชายหญิง  แต่อันตรายล้ำลึกที่ซ่อนอยู่ที่คนทั่วไปอาจมองไม่เห็นก็คือ “ คำพูดโฆษณาชวนเชื่อซ้ำๆซากๆว่า  การที่เด็กตั้งครรภ์จำนวนมาก ผู้ป่วยติดเอดส์พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นผลมาจากการไม่สอนเรื่องเพศศึกษาให้เด็ก ในเมื่อเราห้ามเด็กไม่ให้มีเพศสัมพันธ์ไม่ได้แล้ว  ดังนั้นจึงควรสอนวิธีป้องกัน ไม่ให้เขามีเพศสัมพันธ์ที่เสี่ยงกับการติดเอดส์  ดังนั้นเมื่อสอนเพศศึกษาแล้ว จึงจบลงด้วยการที่นักเรียนทั้งชายและหญิง จะต้องสวมถุงยางอนามัยให้ถูกต้อง และเป็นแกนนำไปสาธิตให้ผู้อื่นใช้เป็นด้วย  มาตรการต่อไปคือนำตู้ถุงยางอนามัยหยอดเหรียญไปติดตั้งอำนวยความสะดวกให้ครอบคลุมทุกพื้นที่  ไม่เว้นแม้แต่ในสถานศึกษา

 

น่าสังเกตว่า ในรายการไม่มีการพูดถึงผลกระทบที่เกิดกับตัวเด็ก ครอบครัว สถานศึกษา และสังคม  ต่างกับแกนนำกลุ่มรักนวลสงวนตัวของโรงเรียนวัดราชาธิวาสที่เคยมาออกรายการคืนนี้กับสายสวรรค์ทางช่องทีไอทีวี ที่บอกว่าปัญหาชู้สาวในโรงเรียนสร้างความบอบช้ำให้แก่เด็ก ครูผู้ปกครองเป็นอย่างมาก และเมื่อโรงเรียนปลุกกระแสให้นักเรียนมีค่านิยมรักนวลสงวนตัว ปัญหาการไม่ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน จิตใจฟุ้งซ่านหมกมุ่นในเรื่องเพศ ติดเอดส์  ตั้งครรภ์ลดลงไปอย่างมาก และแกนนำนักเรียนยังสามารถทำหน้าที่เป็นพี่ที่แนะนำรุ่นน้องให้เห็นคุณค่าของตัวเอง ปลุกฝังให้มีความรักที่ถูกทาง ต่อต้านเอดส์ด้วยการต่อต้านวัฒนธรรมทราม อันเป็นการแก้ไขปัญหาได้ตรงกับเหตุ น่าชื่นชมมุมมองของผู้บริหาร คณะครูอาจารย์  นักเรียนโรงเรียนวัดราชาธิวาสที่มีความเข้าใจสัจธรรมของชีวิตอย่างลึกซึ้ง

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมา  องค์กรที่รณรงค์ต้านภัยเอดส์มองเห็นปัญหาเพียงด้านเดียว คือปัญหาโรคเอดส์และอัศวินที่จะพิชิตภัยเอดส์ให้สิ้นซาก คือ  ถุงยางอนามัยเท่านั้นจนถึงขณะนี้  มีการโฆษณาชวนเชื่อทางสื่อจนติดปากเด็กว่า “  ยืดอกพกถุง  ” 

 

ในฐานะที่ผู้วิเคราะห์เป็นครู ได้ใกล้ชิดกับปัญหาโดยตรงได้เห็นพฤติกรรมของนักศึกษาเป็นเวลาต่อเนื่องยาวนานคนละ3-5ปี ได้รับทราบความทุกข์ยากของผู้ปกครอง รับทราบปัญหาที่ครูได้พบ ปัญหาที่ผู้ประกอบการรับนักศึกษาไปทำงานด้วยจากการที่เด็กสนใจเรื่องเพศมากกว่าสิ่งใดทั้งหมด มิได้มาพูดประเดี๋ยวประด๋าวแล้วก็จากไป  

 

เพื่อชี้ให้เห็นถึง       ผลพวงจากการที่เด็กมีเพศสัมพันธ์  ขอนำผลการศึกษา ที่เกิดขึ้นจริงมานำเสนอ  ดังนี้

 

สถาบันอาชีวศึกษาเกือบทุกแห่งทั่วประเทศได้รับนโยบายจากสาธารณสุขจังหวัด  ให้มีตู้ถุงยางอนามัยหยอดเหรียญตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2546  นักศึกษาอาชีวะติดเอดส์มากอันดับหนึ่ง  จำนวนผู้ตั้งครรภ์สูง มีนักศึกษาทั้งหญิง-ชายลาออกกลางคัน 35-40 % ต่อปี ไม่ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน  ไม่รับผิดชอบงานที่ครูมอบหมาย  ไม่มีความรู้ไปประกอบวิชาชีพ  เที่ยวเตร่  หนีเรียน  มั่วสุมตามหอพักจับคู่อยู่ด้วยกัน ทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายเพราะความหึงหวง คิดฟุ้งซ่านนอนไม่หลับ  ติดยาแก้ปวดศีรษะและสิ่งเสพติดมึนเมาโดยเฉพาะสุรา ไม่นึกถึงความรู้สึกของผู้อื่น สร้างความทุกข์ใจให้พ่อแม่ 

 

เพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบข้อมูลอีกด้านหนึ่งถึงพิษภัยของหลักสูตรเพศศึกษา      ที่เรารับมาจากสหรัฐอเมริกาได้ทั่วถึง มองปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา  ซึ่งผู้วิเคราะห์ได้ศึกษาค้นคว้า  ปรากฏผลดังนี้ 

 

สหรัฐอเมริกา   มีการลอบหรือแอบทำแท้งกันปีละไม่ต่ำกว่า 800,000 ราย เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 8 ปีขึ้นไปมีเพศสัมพันธ์และติดโรคติดต่อ จนเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเสนอให้รัฐบาลฉีดวัคซีนป้องกันโรค(สถิติจาก Planned Parenthood of Sacramento, California)

 

เพศศึกษาในอเมริกาสะดุด ตั้งแต่ปี คศ. 2001  เมื่อประธานีธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ประกาศให้ทุนสนับสนุนเฉพาะเพศศึกษาที่สอนให้ละเว้นพฤติกรรมทางเพศเท่านั้น  เพราะขณะนี้มีแม่วัยรุ่นเป็นจำนวนมาก  ทั้งแม่และลูกไม่ได้เรียนหนังสือเป็นภาระใหญ่ที่รัฐต้องจัดสวัสดิการสังคมให้  นับเป็นกลุ่มคนจนกลุ่มใหม่ในอเมริกาในขณะนี้ ( S-exchange” สังวาสสาระ” ปีที่ 5 ฉบับที่ 5 ประจำเดือนกรกฎาคม 2547)

 

ประเทศเนเธอร์แลนด์ยังให้ความสำคัญกับการสอนหลักสูตรเพศศึกษา  ทำให้จำนวนวัยรุ่นมีเซ็กส์กันมากขึ้น  มุ่งเน้นสิทธิความต้องการของวัยรุ่นมากกว่าความคิดเห็นของผู้ปกครอง สถาบันทางศาสนา  และสังคมโดยรวม  เมื่อเด็กตั้งครรภ์รัฐต้องจัดบริการทำแท้งที่ปลอดภัยให้มีคุณภาพและราคาไม่แพง   (S-exchange  “ สังวาสสาระ” ปีที่ 5 ฉบับที่ 5 ประจำเดือนกรกฎาคม 2547 )

 

สภากรุงเม็กซิโกซิตี้     ได้ผ่านกฎหมายทำแท้งเสรี  อนุญาตให้สตรีที่ตั้งครรภ์ไม่เกิน  3  เดือนสามารถทำแท้งได้โดยไม่มีความผิด    คาดว่าในเม็กซิโกมีผู้หญิงลอบทำแท้งเถื่อน  ปีละ 200,000 คน   และเสียชีวิตจากการลอบทำแท้งเถื่อนปีละ ไม่ต่ำกว่า1,500 คนท่ามกลางการประท้วง การรับรองกฎหมายจากชาวคริสต์จำนวนมาก  ปรากฏภาพข่าวทางทีวีครึกโครมไปทั่วโลก  เมื่อวันที่  27 เมษายน  2550

 

จะเห็นว่าสหรัฐอเมริกาและยุโรปซึ่งเป็นต้นแบบของหลักสูตรเพศศึกษาที่นำมาสอนในบ้านเรา  ได้ประสบกับทางตันที่หาทางออกไม่ได้ การทำแท้งดูจะเป็นเรื่องธรรมดาๆ  เมื่อการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ระบาดหนักเกินกว่าจะเยียวยา บางประเทศจึงจำยอมให้มีกฎหมายทำแท้งได้โดยเสรี  นับเป็นการก่ออาชญากรรมที่โหดเหี้ยม อย่างไม่เคยมีในประวัติศาสตร์โลกที่มนุษย์เห็นว่า “ การที่แม่ฆ่าลูกในไส้เป็นความชอบธรรม”

 

มีข้อที่น่าสังเกตคือ  ทำไมการสอนเพศศึกษาจึงไปกระตุ้นให้เด็กอยากมีเพศสัมพันธ์ยิ่งขึ้น อายุของเด็กที่มีเพศสัมพันธ์ลดลงเรื่อยๆ และทำไมเมื่อมีเพศสัมพันธ์     จึงไม่ป้องกันด้วยถุงยางอนามัยทั้งๆที่อเมริกาและยุโรป สอนเรื่องเพศศึกษาตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้ใหญ่นานนับ 100 ปี  แต่สถิติผู้ป่วยเอดส์กลับเพิ่มขึ้นไม่มีทีท่าลดลง  และตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์  บางประเทศต้องแก้ปัญหาโดยออกกฎหมายให้ทำแท้งเสรี  แม้ในประเทศไทยเองก็มีองค์กรบางองค์กรเห็นด้วย  และกำลังเสนอกฎหมายให้ผู้หญิงยุติการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมได้ในขณะนี้

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมา  สื่อมักนำเสนอแต่มุมมองของผู้ที่เห็นด้านดีงามในการสอนเพศศึกษาแบบฝรั่งเท่านั้น ด้านเสียไม่เคยกล่าวถึง    ผลจากกระแสการโฆษณาชวนเชื่อทำให้กระทรวงศึกษาธิการต้องขานรับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข    นำหลักสูตรเพศศึกษาแบบฝรั่งมาสอนในสถานศึกษา ไม่เคยมีหน่วยงานใดศึกษาหรือให้ข้อมูลผลกระทบที่เกิดขึ้น ในประเทศต้นแบบของหลักสูตรเพศศึกษาอย่างตรงไปตรงมา 

 

ตั้งแต่ประเทศไทยนำหลักสูตรเพศศึกษามาสอน มักได้ยินว่าต้องสอนตามที่เด็กอยากรู้ รวมไปถึงการสาธิตวิธีการคุมกำเนิด เมื่อถูกต่อต้านทักท้วงว่าจะเป็นการชี้โพรงให้กระรอก นักวิชาการกลุ่มนี้มักบอกว่าคิดแทนเด็กคิดมากไปเอง ในต่างประเทศเขาสอนแบบนี้  ปัญหาเขาน้อยกว่าบ้านเราเยอะ คนติดเชื้อเอชอีวี  และตั้งครรภ์น้อยลงและโน้มน้าวให้เห็นความจำเป็นที่ต้องสอนเพศศึกษาแก่เด็ก แต่นั่นก็เป็นเพียงความเห็นและการโฆษณาชวนเชื่อ  ปรากฏการณ์จริงกับพบว่า คนของประเทศเหล่านั้นได้ออกมาประท้วงบีบบังคับให้รัฐบาล ออกกฎหมายทำแท้งเสรีกันอย่างกว้างขวาง แม้แต่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นเมืองพุทธก็มีบางองค์กรเห็นด้วยกับการให้เด็กทำแท้งได้เมื่อไม่พร้อม

 

ถึงเวลาหรือยังที่วงการศึกษาของไทย      จะปฏิรูประบบการจัดการศึกษา ที่ส่งเสริมให้นักวิชาการมีการศึกษาค้นคว้าอย่างวิทยาศาสตร์   คือไม่เชื่ออะไรง่ายๆจนกว่าจะพิสูจน์ให้เห็นจริงทางพระพุทธศาสนาเรียกว่า“ธัมมวิจัย ” คือต้องสืบสาวไปถึงต้นตอของเหตุที่ทำให้เกิดผลเช่นนั้น ศึกษาผู้ที่ก่อเหตุแบบเดียวกันว่ามีผลอย่างไร ดังเช่นอเมริกาสร้างเหตุเช่นนี้ผลย่อมออกมาเช่นนี้ เนเธอร์แลนด์ เม็กซิโกและประเทศอื่นๆเดินตามสหรัฐอเมริกา        ผลก็จะออกมาแบบเดียวกัน   ถ้าใครยังทำเหตุแบบเดียวกัน ผลก็ไม่แตกต่างกัน เมื่อความจริงปรากฏจึงสรุปออกมาเป็นหลักทฤษฎี   ดังเช่นที่พระพุทธองค์ท่านทรงสรุป  เมื่อ  2500 กว่าปีมาแล้วว่ากามสุขัลลิกานุโยคจะนำสัตว์โลกไปสู่ความตกต่ำทางจิตใจการศึกษาวิจัยด้วยหลักธัมมวิจัย     จึงไม่ผิดพลาดคลาดเคลื่อน ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา   เนื่องจากองค์ความรู้ที่ได้เป็นสัจธรรม    ไม่มีความลำเอียงเพราะรัก  เพราะชัง   เพราะความโง่เขลาไม่รู้    หรือเพราะความกลัว คือยังไม่เชื่อใคร หรือทฤษฎีใดง่ายๆเพียงการได้ยิน  ได้ฟังจากการเล่าลือของคนหมู่มากหรือมีทัศนะว่าเข้ากันได้กับความคิดการกระทำของตน  หรือเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือ    แต่ต้องศึกษาจากผลที่เกิดขึ้นจริง

 

งานวิจัยมั่วๆที่เอนเอียงเข้าข้างตนเองจึงก่อให้เกิดโทษมหาศาล      ยิ่งถ้าเป็นงานวิจัยทางสังคมยิ่งต้องมองให้รอบคอบและรอบด้าน มิฉะนั้นจะเกิดตัวแปรแทรกซ้อนขึ้น  สร้างปัญหาสังคมที่บานปลายไม่รู้จบ

 

ดังเช่นสหรัฐอเมริกา   มองไม่เห็นโทษอันล้ำลึกของการมัวเมาเพลิดเพลินในกาม     จึงไปปลุกกระแสกามนิยมให้เด็กเลียนแบบ และเมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็มองปัญหาด้านเดียวและแก้ไขปัญหาแบบกามนิยม  จนกลายเป็นการปลุกกระแสกามนิยมไปทั่วโลก  โลกจึงเดินไปสู่ทางตันที่หาทางออกไม่ได้         ผู้ฉลาดมีปัญญา ย่อมหยุดพินิจพิจารณา ส่วนผู้โง่เขลาย่อมวิ่งตามเขาไป   ประดุจรถที่วิ่งโดยไม่มีเบรคห้ามล้อย่อมลงเหวไปในที่สุด  เมื่อนั้นความทุกข์อย่างมหันต์เป็นที่หวังได้

     

 

·        พัชรา  กอปรทศธรรม

                ผู้วิเคราะห์

 

 

 

  







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เวบไซท์นี้ http://www.newworldbelieve.net มีข้อมูลพื้นฐานจากหนังสือพิมพ์ดี:วิเคราะห์ข่าวในวงการเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดและสหธรรมิก ออกโดยมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร) มี พระพยับ ปญฺญาธโร เป็นบรรณาธิการ และเป็น webmasterสำนักงานตั้งอยู่ที่ วัดมหาพุทธาราม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ 33000 ขณะนี้หนังสือพิมพ์ดีมีอายุทำการมา 11 ปีแล้ว มีเรื่องสำคัญคือการวิเคราะห์สังคมทั้งระบบด้วยแนวภูมิปัญญาและวิสัยทัศน์แห่งตาธรรมะในพระพุทธศาสนาเพื่อนำสังคมไปสู่ความดีงามและรอดปลอดภัยจากสถานการณ์เลวร้ายยุคนี้