ReadyPlanet.com
dot
dot dot
dot
พระพุทธเจ้า
dot
bulletบทศึกษาพิเศษ:พระพุทธเจ้า ศึกษาจากวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรนแปล เช้า- เย็น
bulletคำบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรแปล เช้า-เย็น อัพเดต
dot
พุทโธโลยี
dot
bulletสมาคมศิษย์หลวงปู่เครื่อง จัดประกวดเรียงความออนไลน์มัธยมศึกษาในวันวิสาขบูชา คลิกดูรายละเอียดและรางวัลที่นี่
dot
ชมรมยุวพุทโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
dot
bulletThe Beginning ความเป็นมาของโครงการชมรมยุวพุโธโลยีเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
bulletChart Showing the Process
dot
To The World
dot
bulletENGLISH
bulletUSA
bulletChina
bulletIndia
bullet Mynmar
bullet Cambodia
bullet Loas
bulletSri Lanka
bulletMalaysia
bulletKorea
bulletThe Truth Of Red Thailand 12-14 April 2009
bulletFrom red shirt survivor person
bulletA Sharp Turn of Believes : Iresearch Iwrite Iread
dot
Buddhism How?
dot
bulletMystery World Report 25
bulletMystery World Report 24
bulletMystery World Report 23
bulletMystery World Report 22
bulletMystery World Report 21
bulletMystery World Report 20
bulletMystery World Report 19
bulletMystery World Report 18
bulletMystery World Report 17
bulletMystery World Report 16
bulletMystery World Report 15
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 14
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 13
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 12
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 11
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 10
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 9
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 8
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 7
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 6
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 5
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 4
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 3
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 2
bulletศึกษาโลกลี้ลับภาค 1
dot
โหราศาสตร์ [updateใหม่สุด]
dot
bullet สารบาญโหราศาสตร์โดยชลัมพุช โหรชนบททุกเรื่อง
bulletดวงชะตาที่ควรสังเกตในรอบปี 2552 และบทวิเคราะห์ดวงพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
bulletบันทึกข้อสังเกตประเด็นสำคัญดวงชะตาประเทศไทยช่วงเดือนส.ค.-พ.ย.2552
bulletดวงชะตานักการเมืองแฟ้ม 3 พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
bulletดวงชะตาประเทศไทย พยากรณ์ว่าประชาชนจะอดอยากยากจนและเผชิญภับพิบัติ 4 ประการ
bulletให้คำพยากรณ์นักธุรกิจชาวอังกฤษ
dot
โหราศาสตร์ ภาคทฤษฎี
dot
bulletอยากรู้เรื่องโหราศาสตร์ คลิก!
bulletดวงชะตาผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตไทย
dot
เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว
dot
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2536
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2537
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2538
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2539
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2540
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2541
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2542
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2543-2545
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2545-2549
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2549-2550
bulletเฝ้าดูฯ พ.ศ.2550-ส.ค.2551
bulletเฝ้าดูฯ ส.ค.-ก.ย.2551
bulletเฝ้าดูฯ ก.ย.2551- ธ.ค. 2551
dot
เฝ้าดูฯสำนวนพัชรา กอปรทศธรรม
dot
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 16-27
bulletสำนวนพัชราตอนที่ 29
bulletบทความใหม่ เม.ย.-พ.ค.2552
bulletพุทธธรรมเพื่อทางดับทุกข์
bulletประวัติพัชรา กอปรทศธรรม
dot
รวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
bulletรวมบทวิเคราะห์กม.คณะสงฆ์
dot
สากลจักรวาล สากลศาสนา
dot
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา1
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา2
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา3
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา4
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา5
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา6
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา7
bulletสากลจักรวาล สากลศาสนา8
bulletสากลจักรวาล สากลศาสนา9
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา10
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา13
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา14
bulletสากลจักรวาลสากลศาสนา16
dot
ส่วนข้อมูลสำคัญเพื่อการวิจัยการเมืองไทยยุค คมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
dot
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่1/26ส.ค.2551
bulletรายงานสดม็อบสนธิ-จำลอง-ปชป.เป่านกหวีดวันที่2/27ส.ค.2551
bulletข้อมูลสำคัญยุคคมช.-รัฐบาลอภิสิทธิ์
bulletใบปลิว อีเมล์ ในหลวงทรงร้องไห้
bulletในหลวงเพิ่งทราบข่าวฆ่าประชาชน10เมย.53ทรงร้องไห้
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
บันทึกลับเสื้อแดง
dot
bulletบันทึกลับเสื้อแดงผู้รอดชีวิตจากทำเนียบรัฐบาล
dot
รวมข่าวม็อบการเมืองสนธิ-จำลอง-ปชป.มิ.ย.51-เม.ย.52 นสพ.
dot
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 1
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 2
bulletข่าวการเมืองแฟ้ม 3
bulletรวมข่าวม็อบ30มิ.ย.51-23มี.ค.52
bulletเลือดศรีสะเกษบันทึกเรื่องราวรอบด้านเกี่ยวกับเขาพระวิหาร
dot
การโฆษณาชวนเชื่อล้มรัฐบาลทักษิณ
dot
bulletรายงานการโฆษณาชวนเชื่อในประเทศไทยที่ล้มล้างรัฐบาลทักษิณ
dot
บุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
dot
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี แฟ้ม 2
dot
หนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนท )
dot
bulletหนังสือพิมพ์ดี ( อินเทอเนต ) เล่ม 1 - 44 - ล่าสุด
bulletหน้าที่เก็บไว้
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 1
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 2
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 3
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 4
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 5
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 6
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 7
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 8
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 9
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่10
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่11
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่12
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่13
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่14
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่15
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่16
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่17
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่18
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่19
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่20
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่21
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่22
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่23
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่24
bulletหนังสือพิมพ์ดีเล่มที่ 25
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่26
bulletหนังสือพิมพ์ดีเล่มที่ 27
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่28
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่29
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่30
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่31
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่32
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่33
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่34
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่35
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่36
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่37
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่38
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่39
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่40
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 41
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 42
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 43
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 44
bulletหนังสือพิมพ์ดี เล่มที่ 45
bulletเกี่ยวกับเวบไซต์ของเรา
bulletร่าง... บันทึกชั่วคราว.....ลบทิ้งเมื่อใช้ประโยชน์แล้ว
dot
รายการทั่วไป
dot
bulletงดเหล้าเข้าพรรษา
bulletมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร)
bulletศรีสะเกษ
bulletวัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ บันทึกเหตุการณ์
bulletสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษแห่งที่ 1
dot
ช่องบริการประชาชน
dot
bulletบริการแจ้งของหาย คนหาย สื่อข้อความ หมอผี ฯลฯ
bulletคาถาอาคมไสยศาสตร์
bulletกวีนิพนธ์ใหม่
bulletนิทานธรรมะประยุกต์ มานุสสาสุระสงคราม 4 ภาค และอื่น ๆ
bulletอัลบั้มรูป ภาพในอดีตและชีวประวัติศาสตร์ที่สวยงาม
bulletศาสนาสากล การวิเคราะห์ความหมาย
bulletปลอบใจ
bulletรวมกระทู้เด็ดจากกระดานถามตอบ
bulletจากเวบบอร์ด พูดกันไม่รู้เรื่อง ประชาธิปไตยล้าหลัง
bulletอัลบั้มรูป history


เฝ้าดูฯ พ.ศ.2545-2549

 00 บันทึกประวัติศาสตร์สังคมไทย

ผ่านหนังสือพิมพ์ดี

รายการเฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

ระหว่าง พ.ศ.2545-2549

 

 

00บันทึกประวัติศาสตร์สังคมไทย

 ปัญจปฏิรูปการศึกษา แนวทางปฏิรูปการศึกษาไทย 

 ดี29/พ.ค. - ก.ย.46

 ประกวดนางงามจักรวาล เอาส่วนสูงเป็นเกณฑ์

 RESURECTION สยองคืนชีพ ภาพยนต์ฝรั่งล้อเลียนคริสต์ศาสนา

 เหตุบ้านการเมือง อุบัติเหตุที่ไม่น่ารอดตาย

 การ์ตูนญี่ปุ่น

 พิธีปล่อยขบวนแห่เทียนเข้าพรรษาอุบลราชธานี

 นายกทักษิณรายงานสถานะหนี้ไอเอ็มเอฟ

 ข่าว บิ๊กดี2บี บีมยังทำใจไม่ได้

 เปิดโลกการเรียนรู้ พบสิริกร มณีรินทร์

10 บ้านของเรา ดูชมการปฏิบัติสมาธิแนวธรรมกาย

 

11 ดี30 /ต.ค. 46- มี.ค. 47

12 มองรัฐสภา เรื่องที่ดินของวัด

13 ถ่ายทอดสดงานรวมพลังอาสาสมัครพิทักษ์ชาติไทย

14 ภาษาเศรษฐกิจ ฝ่ายค้านจะปลดบุช

15 เพื่อนหญิง พลังหญิง

16 สธ.ให้เอาถุงยางอนามัยไปแจกจ่ายในมหาวิทยาลัย

17 เทพสามฤดู

18 พระทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้สีกาในห้องลับ

19 โหดหวีดสยอง รายการของนิรุตติ ศิริจรรยา

20 วันทักษิณประกาศชัยชนะสงครามยาเสพติด

 

21 รักลูกให้ถูกทาง ฐานะเมื่อผู้ชายคนหนึ่งเปลี่ยนมาเป็นพ่อ

22 เอเซี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 22 เวียดนาม

23 ภาพยนตร์ยุคอังกฤษล่าอาณานิคมถึงธิเบต

24 รายงานประเทศไทย resurrectionคือการหลอกลวง????

25 หนังรักน้ำตาท่วมจอเกาหลีสร้างถล่มตลาดไทย

26 สี่แผ่นดิน

27 ถ่ายทอดสดครั้งแรกการประชุมคณะรัฐมนตรี

28 พ.ศ. 2546-2547

29 เจ้าเหมียวสื่อรัก  The Three Lives of Thamasina

30 ลูกศิษย์หลวงตาบัวคว่ำบาตรวิษณุ เครืองาม

 

31 รายงานข่าวการเลือกตั้งซ่อม สส.สงขลา

32 วิถีธรรม ต้านการก่อการร้าย

33 ยุทธศาสตร์แก้ปัญหาภาคใต้

34 พบเด่น โต๊ะมีนา ส.ว.ปัตตานีกับพวก

35 โลกอิสลาม ฮามัสประกาศล้างชาวอิสราเอลจนหมดทั้งประเทศ

36 ศาลชั้นต้นยกฟ้องดวงเฉลิม อยู่บำรุงฆ่าดาบยิ้ม

37 สิงหะไกรภพ

38 สี่แผ่นดิน

39 หวงเฟยหง

40 เรื่องราวการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูในพระคัมภีร์ไบเบิล

 

41 นายกทักษิณพบประชาชนที่ศรีสะเกษ

42 ก้าวหน้าทางการศึกษา นักเรียนเป้นศูนย์กลาง

43 รายการวันเสาร์ พระหลวงตากับสามเณรน้อย

44 โจรใต้เคลื่อนพลโจมตีเจ้าหน้ที่รัฐบาลพร้อมกัน11จุดตายเจ็บนับร้อย

45 กรองสถานการณ์  ผลกระทบเศรษฐกิจภาคใต้

46 ดี32 /ก.ค. - ต.ค. 47

47 การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทักษิณ

48 ภาพยนตร์ล้อเลียนศาสนา คู่เทวดาฟ้าส่งมาแสบ DOGA

49 เซกเวอร์เกอร์สาธิตเพศศึกษาบนเวทีเอดส์โลก

50 ชั่วโมงพิศวง : พิสูจน์ผี

 

51 เมืองไทยสุดสัปดาห์

52 วิเคราะห์ข่าว ถือพระคัมภีร์ปีนรั้วลงไปในกรงสิงโต

53 กรณีโจรใต้ลอบฆ่าผู้พิพากษาปัตตานี

54 วิสัยทัศน์มหาเธร์ โมฮำมัด บันทึกโลก

55 ดี33 พ.ย. - เมย. 48

56 พระราชเสาวณีย์เรื่องสถานการณ์สามจังหวัดภาคใต้

57 พิธีราชาภิเษกสมเด็จพระนโรดมสีหะมุนี

58 พิธีอภิเษกลูกชายสุลต่านแห่งรัฐกลันตัน     

59 เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

60 จลาจลที่อำเภอตากใบ จ.นราธิวาส

 

61 ร่วมมือร่วมใจ หมอด่าว่าต้องเอางูที่กัดมาด้วยจึงจะรักษา

62 ชุมทางเสียงทอง

63 รายการคุณพระช่วย โขนนานาชาติ

64 เมืองไทยเช้าวันนี้สมัครว่านักวิชาการมองด้านเดียวกรณีโจรใต้

65 สาธารสุขจะเร่งให้ความรู้ทางเพศต่อไป

66 คุยคุ้ยข่าว กรณีหลอกเด็กอายุ15ถ่ายวีซีดีลามกจนเตียงหัก

67 ทสึนามิ 26 ธ.ค. 2547 ความเสียหายที่ทรงจำ

68 โฆษณาหนังสือเผยแผ่คริสต์ศาสนา อ้างพะยานของพระเจ้า

69 งานเมาลิดกลาง

70 Hot News จู่โจม8จุดในปัตตานีจับโจรได้8คน        

           

71 ถึงลูกถึงคน    เล่าเรื่องพระครูนิเทศธรรมคุณ พระนักปล้ำ                         

72 ผู้หญิงถึงผู้หญิง    แนวโน้มคนดื่มเหล้าสูงขึ้น        

73 ประชุม 10th Asian Summit Viengtian 2004            

74 คุยคุ้ยข่าว กรณีครูดอยถูกลูกศิษย์รุมข่มขืน

75 ผู้หญิงถึงผู้หญิง  คำชมเชยที่น่าคิด       

76 ดี34 พ.ค. - ก.ย. 48

77 รายการ VIP เปิดใจอดีตหลวงตาจันทน์ คเวสโก

78 กบนอกกะลา  ผักตบวิตอง

79 อานันท์ ปันยารชุน กับการสร้างสันติสุขในภาคใต้ วาทะเด็ด ใบสั่งฆ่า

80 ชาวคริสต์กล่าวโทษชาวยิวสาหัสในภาพยนตร์ศาสนาจีซัสไครต์

 

81 นส.คอนโดลิชา ไรส์ รมว.ต่างประเทศ สหรัฐอเมริกาออกทัวร์ทั่วโลก

82 เศรษฐีเอธิโอเปียมีเมืย11ลูก77เลี้ยงไม่ไหวถึงคราวตกยาก

83 กษัตริย์ฟาฮัดสิ้นพระชนม์ มุสลิมทั่วโลกร่วมงานฝังพระศพ

84 บอลไทยเตะกับรีลมาดริด ไทยแพ้

85 เวทีคนเก่ง วันนี้ชิงแชมป์

86  ดีเดือนธันวาคม 2548

87 พิธีถวายสัตย์ปฏิญญาณ และสวนสนามกองทัพไทย ข้อเสนอเพื่อปรับปรุงกองทัพ

88 ฉลองครบรอบ 30 ปี ก่อตั้งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

89 กีฬาเอเซียนเกมส์ เจ้าภาพฟิลิปปินส์ถูกหาว่าโกง

90 ภาพยนตร์เรื่องฝ่าป่ามหาภัย อังกอร์ หนังไทย

 

91 สงครามครูเสด  The Order อ้างแล้วอ้างอีกพระเจ้าทรงมีพระประสงค์

92  วิจารณ์ว่าเด็กที่ขวนขวายไปกวดวิชาเองล้วนเป็นเด็กดี กระทรวงไม่เอาไหน

93 นายกทักษิณคุยกับประชาชน ฟังเพลิน มีความหวัง

94 เมืองไทยสุดสัปดาห์ ค่อนข้างหยาบคาย ฟังยาก

 

 

 

 

 

 

 00 ดี28/ ธ.ค.45 - เมย. 46

เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

ต่อต้านเอดส์ต่อต้านอนารยธรรม

โดย คอมพิวเตอร์แมนและ บูดามี

 

 

 

 

 

 0 ปัญจปฏิรูปการศึกษา

ช่อง 11 สด ศุกร 6 ธ.ค. 45 21.45-23.40 น

 บ่ายนี้มีคำตอบ

ช่อง 9 สด พฤหัสบดี 9 ม.ค. 2546 1300 น.

กรองสถานการณ์

ช่อง 11 สด อังคาร 21 ม.ค. 2546 21.30 น.

 

รายการแรก ปัญจปฏิรูปการศึกษา จักรภพ เพ็ญแข ยกกระทรวงศึกษาธิการมาทั้งหมด นับแต่เจ้ากระทรวง รมว.ปองพล อดิเรกสาร รมช. ดร.สิริกร มณีรินทร์ และปลัดกระทรวงศึกษา-ธิการ ดร.กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา มีพระคุณเจ้า พระมหาบุญถึง ชุตินฺทริโย กับพระสงฆ์ม. มหาจุฬาฯ มาร่วมให้ความเห็นด้วย พูดเรื่องเจตนารมณ์ใหม่ของการปฏิรูปการศึกษา นโยบาย ปัญจปฏิรูป 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ เรื่องสำคัญคือการพัฒนาคุณภาพชีวิตในสถานศึกษา ให้เก่ง ดี มีสุข บทพิศูจน์คือทำให้สถานศึกษาเข้มแข็งขึ้นหรือไม่ รายการที่สอง บ่ายนี้มีคำตอบ เรื่อง

 

หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและการพัฒนาคุณภาพการศึกษา มี วิศาล ดิลกวณิช เป็นพิธีกร มี รมช.ศธ. ดร.สิริกร มณีรินทร์ กับ วีระศักดิ์ วงษ์สมบัติ เลขาธิการคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ร่วมรายการ พูดถึงหลักสูตรพุทธศาสนา มีผังมโนทัศน์อย่างไร ภาษาที่ใช้คือ ผังมโนทัศน์ดูเหมือนจะเป็นภาษาใหม่ ไม่ได้วิเคราะห์ความหมายว่าหมายถึงอะไร ในเชิงกว้างและเชิงลึก

 

รายการที่ 3 กรองสถานการณ์ มี เนตรปรียา ไชยมุสิก เป็นพิธีกร พร้อมกับ อ.สำเนา เรียกมา และ รมช.ศธ. ดร. สิริกร มณีรินทร์ เรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นที่แบ่งให้ถึง 30 ส่วนร้อย สาระวิชา อาจใส่เข้าไปได้ ในเดือน พฤษภาคม 2546 จะเห็นมิติใหม่ของการศึกษาทั่วประเทศ 70% จะเห็นว่า การวิเคราะห์นี้ พูดถึงหลักสูตรใหม่ล้วน ๆ ไม่มีการพูดถึงผลการศึกษาความบกพร่อง อย่างไรหรือการประเมินหลักสูตรเดิมว่าบกพร่องอย่างไรบ้าง พอมาจัดหลักสูตรใหม่ๆ ก็ดูคล้ายจะปฏิเสธหลักสูตรเก่าไปทั้งหมด ในขณะที่พูดกันอยู่นี้ ดูเหมือนว่าต่างฝ่ายต่างมองคนละประเด็น แล้วต่างก็คิดออกคิดได้กันคนละประเด็นแล้วรอมชอมกัน

 

มีกรณีการเปลี่ยนแปลงในวงการศึกษาที่สำคัญมากอยู่กรณีหนึ่งคือในสมัยนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา-ธิการ ได้ออกระเบียบห้ามครูตีเด็กนักเรียนไม่ว่ากรณีใดใด สืบมาร่วม 2-3 ปีแล้วดูเหมือนว่าไม่ได้มีการติดตามประเมินผลเลย ทั้งๆที่มีสมมติฐานที่น่าเป็นไปได้มากว่า การที่เด็กมีปัญหามากขึ้น ดื้อดึง เกเรขึ้น เที่ยวกลางคืน เสพยาบ้ามากขึ้น มีกามกันแต่เด็ก ๆ บ้าง ฯลฯ อาจจะมาจากคำสั่งนี้ก็ได้ ซึ่งแสดงถึงการ หละหลวม ในเชิงการสร้างสรรนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ไม่พยายามมองดูที่ข้อเท็จจริงแต่ละเรื่อง ไม่เอาผลมาวิเคราะห์ดูเสียก่อนที่จะสร้างนโยบายใหม่ เพราะบางที เพียงแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดนิดเดียวเท่านั้นเอง ปัญหาที่ดูยากก็อาจจะแก้ได้โดยง่าย

 

อย่างไรก็ตาม มีการวิเคราะห์วิจัยกันมานานแล้วพบว่า ประชาชนไทยทำการค้าขายไม่เป็น ไร้ วัฒนธรรมในการค้าขาย เมื่อคนไทยตั้งกิจการค้าแล้วไม่นานหรอกก็เกิดหนี้ ต้นทุนหายกำไรหดหมดตัวไปตาม ๆ กัน และโดยปกตินานมาแล้วที่คำสอนทางศาสนา พระเทศน์ในงานบุญต่าง ๆ มักมีผลให้เกิดความหยิบยอม สันโดษ และมักน้อย มีท่าทีต่อต้านเรื่องการเงิน เรื่องการสร้างตนเองให้มั่งคั่งร่ำรวย ไม่มีการวิเคราะห์ผลของหลักสูตรพระพุทธศาสนาว่ามีผลอย่างไรต่อแนวคิด วัฒนธรรมทางการเศรษฐกิจ ธุรกิจของชาติ

 

การสอนศาสนาที่ผิด ๆ โดยไม่เข้าใจในธรรมะที่เอามาสอน เช่นไม่เข้าใจเรื่องทาน ไม่เข้า ใจเรื่องสันโดษ ว่ามี 2 ระดับๆโลกๆ กับระดับปรมัตถ์ การประพฤติธรรมประพฤติทานไม่ถูกต้อง สอดคล้องฐานะฆราวาสของตน

 

ฉะนั้น เราจึงควรแก้หลักสูตรเสียใหม่ เน้นให้เข้าใจเรื่องศาสนา 2 ระดับโลกกับระดับปรมัตถ์ และในอีกด้านหนึ่งก็คือ จัดให้มีการสอนเศรษฐศาสตร์ตั้งแต่ระดับ ประถมศึกษา ให้เด็กเข้าใจทฤษฎีหลักๆ ทางเศรษฐศาสตร์ เช่นทฤษฎีราคา ทฤษฎีเศรษฐทรัพย์ ทฤษฎีการบริโภค และทฤษฎี อุปสงค์(Demand) ทฤษฎีอุปทาน (Supply) เพื่อเน้นให้คนไทยเข้าใจโดยชัดแจ้งว่า การหาเงินหาทองเป็นสิ่งที่ชอบธรรมและไม่ผิดต่อหลักการศาสนา การแสวงหา ความร่ำรวยเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นยิ่งสำหรับชีวิตมนุษย์คนหนึ่ง แต่การแสวงหาความร่ำรวยนั้น จำเป็นต้องแสวงหาโดยวิธีการที่ถูกกฎหมาย ไม่มีผู้ใดร่ำรวยขึ้นมาได้จากการทำงานผิดกฎหมาย หรือการหลีกเลี่ยงกฎหมาย แต่การทำงานต้องสอดคล้องวิถีทางเศรษฐกิจ รู้จังหวะเวลาการขึ้นลง การเจริญการเสื่อมแห่งเศรษฐกิจ หรือตามทันสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ คือรู้ธรรมสัตบุรุษ 7 ประการ ก็จะรวยง่าย และการสอนศาสนาแก่เด็กและเยาวชนต้องเน้นเข้าไป ว่าเรามีความชอบ ธรรมที่จะแสวงหาความร่ำรวย มั่งคั่งเป็นมหาเศรษฐีได้ด้วยการประกอบกิจการค้าแสวงหาอย่างถูก ธรรม ธรรมะที่สอนจึงควรเป็นธรรมะที่ส่งเสริมหลักการความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น คติบางอย่างก็เป็นสิ่งที่ทันสมัยเหมาะแก่ยุคและสถานการณ์ เช่นคติที่ว่า งานคือเงินเงินคืองานบันดาลสุข เมื่อมองจากหลักการเศรษฐศาสตร์และประพฤติไปตามหลักการเศรษฐศาสตร์ แล้วจะเข้าใจดียิ่งขึ้นว่า ไม่ผิดหลักธรรมะหรือหลักการทางโลกเลย คติงานคือเงิน เงินคืองานบันดาลสุข เป็นวิถีทาง ชีวิตที่สอดคล้องธรรมะของชาวพุทธด้วยซ้ำ ฉะนั้น จึงควรสอนธรรมะควบคู่ไปกับเศรษฐศาสตร์ ให้เข้าใจหลักการค้าการขาย หลักการธุรกิจการค้า ให้เป็นธรรมชาติ มีการสร้างวัฒนธรรมทางการค้าการธุรกิจให้เกิดขึ้นในสังคมนักเรียน และสังคมประเทศชาติ เพื่อการตามทันโลกวัตถุนิยม อยู่ร่วมดำเนินกิจการวัตถุนิยมได้ โดยความสามารถในการเลือกสรร และไม่เป็นวัตถุนิยม

 

การวิเคราะห์ระบบเดิมที่เห็นเด่นชัดอีกประการหนึ่งก็คือ ผลการศึกษาของเด็กไม่เอื้อให้ เด็กมีความสามารถในการคิด พอจบหลักสูตร เด็กก็คิดก็ทำอะไรไม่เป็น คิดเป็นทำเป็นอยู่เสมอ ๆ ก็คือแบมือขอเงินพ่อแม่ ทำอาชีพไม่เป็น แม้แต่ทำงานบ้านปัดกวาดเช็ดถูหุงหายังไม่เป็นเลย ก็ เรียนต่อ และต่อในหลักสูตรการศึกษาเดิมๆที่มีแต่สอนได้สอนไปอย่างเดียว คือสอนไปเรื่อยๆ พอเรียนจบไปแต่ละระดับ แทบไม่มีผลการศึกษาในความหมายที่ว่าทำอะไรเป็นบ้าง พอจบมัธยม ทำ อะไรไม่เป็น ก็เรียนต่อวิทยาลัย มหาวิทยาลัย ปริญญาตรี จบแล้วก็ทำอะไรไม่เป็นอีก ก็ต่อ ปริญญาโท ต่อปริญญาเอกไปเรื่อยๆ ทำเป็นอยู่อย่างเดียวคือ เป็นเรื่องเซกซ์ เลยเป็นปัญหา เรื่องการเรียนไม่มีวันหยุดมีแต่เรียนต่อไปเรื่อยๆ และประเภทที่ทำอะไรไม่เป็นนี่แหละ ทำราชการเป็นอย่างเดียว แต่ทำแบบราชการไทย เช่นเช้าชามเย็นชาม ถ้าโดนไล่ออกปลดออก ก็อดตาย ทั้งนี้ก็เพราะเมื่อจบหลักสูตรหนึ่งๆลงแล้วเด็กก็ไม่ได้รู้ทฤษฎี ไม่ได้ทราบซึ้งในทฤษฎี หรือหลักสูตร การสอนก็ไม่ได้คำนึง ไม่ได้เข้าใจความหมายสำคัญที่ว่าเมื่อจบหลักสูตรแล้ว เด็กจะต้องรู้สูตรรู้ ทฤษฎีอะไรบ้าง ต้องรู้หลักการของวิชาแต่ละวิชาอย่างไรบ้าง เพื่อให้ทำงานเป็นทำงานได้ตาม สาขาวิชาที่ตนได้เล่าเรียนในระดับนั้นๆ เมื่อเด็กไม่รู้ทฤษฎี ไม่เข้าใจในสูตรวิชาการ ไม่รู้หลักการ ก็เท่ากับไม่รู้อะไร ก็เท่ากับเสียเวลาการเรียนไปเปล่าๆ เป็นการเรียนพอดาดๆผิวเผิน ไม่มีการวิจัย ค้นคว้าทดลอง หรือภาคปฏิบัติบ้าง เพื่อสรุปลงเป็นหลักการ เป็นสูตรสำเร็จ หรือทฤษฎี ที่เห็น ผลประจักษ์พอให้ความมั่นใจได้ด้วยตนเอง คือมีความมั่นใจว่าจะเอาหลักการ สูตรสำเร็จ หรือ ทฤษฎีที่ตนได้เรียนได้รู้ ไปปฏิบัติได้จริงนอกห้องเรียน ภายหลังจบการศึกษาในหลักสูตรนั้นแล้ว เมื่อการศึกษาไม่ได้ให้ผลเป็นเช่นนี้ก็ไม่ได้หลักไม่ได้เกณฑ์อะไร ไม่ได้สูตรไม่ได้ทฤษฎีอะไร ได้ เพียงใบรับรองว่าตนจบชั้นปริญญา เป็นนั่นเป็นนี่ จากสาบันนั่นสถาบันนี่ แต่ทำอะไรไม่เป็น ก็ไม่ มั่นใจ ไม่กล้าทำอะไร ก็รู้สึกว่าตนไม่มีความรู้ ไม่มีราชการให้บรรจุ ทำอะไรไม่ได้ไม่เป็น ก็เรียน ต่อไป แบบเดิมๆหลักสูตรเดิมๆในสถาบันเดิมนั่นต่อไป ในแบบเดิมที่ไม่มีการวิจัยค้นคว้าทดลอง ให้ได้ตัวสูตร ตัวทฤษฎีการเรียนรู้ออกมา โดยไม่คิดที่จะแสวงหาสิ่งที่เป็นสูตร เป็นทฤษฎี หรือเป็นหลักการของวิชาที่เรียนทั้งหลาย ไม่ว่าจะป็นสังคมศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ แม้ในเรื่องศาสนศาสตร์คือการศาสนาก็ตาม ต่างก็มีทฤษฎี มีสูตร มีหลักการและซึ่งสามารถสรุปเป็นแกนแห่งทฤษฎีรวม และทฤษฎีย่อยๆได้ด้วยความมั่นใจ นั่นหมายความว่า สามารถรวมลงเป็นทฤษฎีใหญ่ แยกเป็น

 

ยุทธศาสตร์ และ ยุทธวิธี เข้าใจในการผสมผสานระหว่างทฤษฎีได้หลายหลากต่อไปได้อีก เช่นนี้จึงจะเรียกว่า เรียนแล้วได้ความคิด ได้การพัฒนาการทางปัญญา

 

ในเรื่องภูมิปัญญาทัองถิ่น ที่หลักสูตรแบ่งให้ถึง 30 ส่วนร้อย โดยให้ 30 % เป็นส่วน ของภูมิปัญญาท้องถิ่นนั้น แนวคิดก็ดีอยู่ แต่ดูเหมือนผู้บริหารการศึกษาจะมองไม่ครบถ้วน การ จะวางใจปล่อยให้ผู้เฒ่าผู้แก่ คนหัวโบร่ำโบราณเกินไปมาสอนลูกสอนหลานเราโดยไม่เลือกก็จะเป็นอันตราย เพราะภูมิปัญญาท้องถิ่นมีมากที่เป็นหลักวิชาหลักการดั้งเดิมที่ล้าหลังเอามาก ๆ เช่นหลักว่าด้วย ฮีตสิบสองคลองสิบสี่ของชาวอีสาน เป็นต้น มีฮีตมีคลองหลายประการ ที่ไม่สามารถจะนำมาใช้ได้เลยในสมัยนี้ และมีจารีตธรรมเนียมความเชื่ออีกหลายประการที่คล้อย ๆ ไปในทาง งมงายไร้เหตุผล ที่ไม่กระตุ้นให้เกิดความคิดภูมิปัญญาที่เป็นประโยชน์ในการสร้างสรรค์โดยแท้ และ

 

ทางวงการศึกษาเองก็ไม่เคยเลือกสรรเอาไว้ว่าภูมิปัญญาอย่างไร แต่มาคลุมเอาทั้งหมด ก็จะเป็น สิ่งที่น่าเป็นห่วงไปอีกอย่างหนึ่ง ที่เห็นชัดเจนก็คือ แม้เรื่องของครูเอง ของกระทรวงศึกษาธิการเอง เช่นในงานวันครู คำว่าบูรพาจารย์ของพวกครู ยังคลุมไปถึงบูรพาจารย์ประเภทที่ไม่มีตัวตนด้วย เพราะเหตุใด? การไปยกเอาสิ่งสมมมติว่าชื่อนั้นๆ เช่น ชื่อวิศณุกรรม พิฆเณศร อิศวร พรหม นารายณ์ เป็นต้นว่าเป็นครูของตน (ทั้งๆที่สิ่งเหล่านี้มิได้รู้เรื่องการศึกษาวิชาการแต่อย่างไรเลย) ยกวิศณุกรรมเป็นครูทางการก่อสร้าง ยกพระพิฆเณศรเป็นครูอาจารย์ทางการศึกษาทางศิลปกรรม เป็นต้น แล้วเอารูปปั้นสิ่งเหล่านี้มากราบไหว้ในงานวันครู ทั้งระดับชาติถึงระดับท้องถิ่น เช่นนี้เป็น สิ่งที่งมงาย เป็นภูมิปัญญาที่งมงายอย่างยิ่งซึ่งอยู่ที่ระดับสูงสุดของการศึกษาของชาติด้วยซ้ำไป จำเป็นต้องปรับและเปลี่ยนเสียใหม่ ตั้งแต่ภูมิปัญญาระดับชาติลงไปถึงท้องถิ่น โดยปรับให้เป็น ความเชื่อแบบวิทยาศาสตร์ มีเหตุมีผล มองให้ตรงตามความเป็นจริง และมีความจำเป็นอย่างยิ่งว่า ใน 30 เปอร์เซนต์ที่ให้ท้องถิ่นนั้น ยังมีความจำเป็นขนาดไหนที่ต้องเลือกภูมิปัญญาอย่างไรมาสอนเด็กของเรา ทุกวันนี้สิ่งที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของโรงเรียนมากมายหลายโรงเรียน ในอิสาณหรือ เหนือใต้ออกตกก็ตาม มักเป็นเรื่องงมงาย เช่นบางแห่งพานักเรียนไปทำพิธีเรียกขวัญ สู่ขวัญ หมอขวัญก็อัญเชิญเทวดา ผีป่าผีโขมด ภูติพรายในดินในดอน ตลอดจนพระภูมิเจ้าที่ ผีสางที่ดูแล รักษาหัวไร่หัวนา เทวดาที่มีในถ้ำในเขาในโพรงไม้ใหญ่มาทั้งหมด เช่นนี้ ถือว่าเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่งมงายอย่างยิ่ง จำเป็นต้องมีการชำระสะสางเสียก่อนจึงค่อยอนุญาตให้เอามาสอน หรือพาไปสู่ภาคปฏิบัติ มิฉะนั้นนักเรียนของเรา คงถอยหลังเข้ารกเข้าพงไปยิ่งกว่าคนโบราณเสียอีก ซึ่งย่อมหมายถึงการห่างไกลไปจากหลักวิชาการพระพุทธศาสนานั่นเอง

 

การสอนศาสนาแด่นักเรียน มีเสียงเรียกร้องว่า ให้เป็นแบบบูรณาการอยู่ในทุกวิชาการสอนนั้นก็เป็นแนวคิดที่น่ารับฟัง

 

แต่ครูในวิชาวิทยาศาสตร์หรือการแพทย์ หรือสถาบันวิทยาศาสตร์ การแพทย์ก็อาจจะไม่เข้าใจหลักแก่นแห่งศาสนาที่จะเอาไปสอนเด็ก เช่นสอนเพศศึกษาไปโดยเข้าใจผิดว่าสอดคล้องธรรมะทั้งๆที่ไม่ถูกธรรมะเลย ทุกวันนี้ เรามักเชื่อเครดิตพวกหมอพวกแพทย์กัน มาก แต่อย่าลืมว่าพวกนี้เป็นวัตถุนิยม เล่าเรียนเรื่องวัตถุมามากกว่าเรื่องจิตใจและศาสนา ตัวอย่างฆาตกรรมโหด ๆ เช่นแพทย์ หมอฆ่าชำแหละเมียตัวเอง เฉือนเนื้อหนังออกไปจนเหลือแต่ กระดูก ไม่ใช่เพิ่งมีขึ้นในวันนี้วานนี้ แต่มีมาก่อนนี้มากมายทั้งในไทยและต่างประเทศ จนขึ้นชื่อว่าหมอมือชำแหละบ้าง หมอพิฆาตบ้าง นั่นคือความคิดวัตถุนิยม เมื่อพวกนี้มาสอนเพศศึกษาก็จะสอนแบบวัตถุนิยม ไม่เข้าใจเรื่องวัฒนธรรม ไม่เข้าใจเหตุผลทางศาสนา จริยธรรม หรือสังคมวิทยา สังคมศาสตร์ เอาความเข้าใจทางวัตถุนิยมด้านเดียวมาสอนเพศศึกษา ฉะนั้น ควรอบรมพวก แพทย์นี้เสียก่อนที่จะให้มาสอนเพศศึกษา ให้เข้าใจเรื่องบาป ตามทัศนะของศาสนาพุทธ(บาปคือกามตัณหาที่ฆ่าชีวิตทางจิตใจตนเองให้ตายตกต่ำสำมะเลเทเมา) ให้เข้าใจเรื่องจริยธรรม(คือเข้าใจการสร้างบุคลิกภาพอันสะอาด สว่าง สงบ ด้วยการสำรวมทางไตรทวาร มีกายกรรมให้สะอาด สำรวมวจีกรรมให้ไพเราะไม่หยาบ ลามก อนาจาร ไม่ส่อเสียด เพ้อเจ้อ มโนกรรมฝึกจินตนาการ ในส่งสูง เบื้องสูง สร้างจิตใจที่สูงส่งอย่าหมกมุ่นในความคิดทางกามารมณ์) และให้เข้าใจเรื่อง วัฒนธรรม(คือเข้าใจระบบสังคมไทยที่ เขายอมรับอะไรว่าดีอะไรว่าร้ายนั้น เขามีเหตุผลมีที่มาที่ไป อย่างไร

 

สิ่งที่คนยอมรับมานมนานแล้ว และทั้งเป็นของดี เราอย่าพยายามขัดหรือแย้งด้วยหลัก ความรู้ด้านเดียวของเรา จักเกิดการแตกแยกขึ้นป็นฝักเป็นฝ่ายในสังคม เกิดการบั่นรอนบ่อนทำลายความเป็นปึกแผ่นของสังคม เช่นขณะนี้มีฝ่ายที่ถือคติใหม่ คือเห็นว่าปล่อยให้เด็กเสพกามไม่เป็นผลเสียหายอย่างไร นั่นเป็นความคิดฝ่ายวัตถุนิยม คือพวกหมอพวกแพทย์ที่มองด้านเดียวดังกล่าว มานั่นเอง พวกนี้จะพยายามเสนอทฤษฎีวัตถุนิยมอย่างไม่รอบคอบ เพราะคิดว่านี่เป็นทางเดียวที่ จะแก้ปัญหาได้ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง ถ้าศึกษาโดยรอบด้านแล้วจะพบว่าอะไรที่เป็นปัญหาไปกระทบเรื่องวัฒนธรรมเข้าแล้วจะกลายเป็นปัญหาต่อไปไม่สิ้นสุด กลับจะไป ขยายปัญหาให้ใหญ่โตไปเรื่อยๆ กลับจะแก้ไขยากยิ่งไปกว่าเดิม เพราะปัญหาจะบานปลายไปใน ภายหลัง ตัวอย่างเรื่องการตอบปัญหาทางเพศในหน้าหนังสือพิมพ์นั่นเอง ที่พวกหมอ-แพทย์วัตถุ นิยมที่มีความรู้แคบเพียงด้านเดียว อ้างสถาบันอ้างหลักวิชาด้านเดียวของตนมาพูดเรื่องเพศสัมพันธ์ไปอย่างสุดๆ เอาทุกความลับมาพูดไปอย่างอวดดีคะนองปาก หาได้เคยประเมินผลไม่ว่า นี่คือ ต้นเหตุให้การเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรเกิดขึ้นอย่างมากมายในบัดนี้ และคนในสังคมเห็นสิ่งที่ควรอับอายเป็นสิ่งที่ไม่ควรอับอายกลายเป็นคนหน้าด้านยิ่งขึ้น (ท่านจะเห็นสตรีสวย ๆ ตั้งใจแต่งตัวมาอวดอะไร ๆ ของเธออย่างไม่รู้สึกอับอายอะไรเลย) อันเนื่องมาจากหมอ-แพทย์ตอบปัญหาทางเพศแบบวัตถุนิยมมานาน ฉะนั้น เมื่อนำคนที่รู้ทางเดียวมาบริหารเรื่องที่สัมพันธ์ไปหมดกับวิถีชีวิตทั้งมวล คือ เรื่องเพศ เรื่องกาม ของมนุษย์เช่นนี้ จึงต้องระวัง คนที่รอบรู้ปัญหาสังคมทุกด้านเท่านั้นเหมาะที่จะสอนวิชาเพศศึกษา หรือตอบปัญหาทางเพศสัมพันธ์ โดยสอนให้เข้าใจองค์รวมของการสอนเพศศึกษาและปัญหาทางเพศสัมพันธ์

 

 

ในทางปฏิบัติ เมื่อวิเคราะห์ทางปฏิบัติในหลักสูตรพุทธศาสนา เพื่อหาวิธีการออกมาเป็นรูปธรรม ก็พอจะเห็นได้ชัดเจนว่าหลักปฏิบัติในพระพุทธศาสนธรรมควรไปเชื่อมกับหลักการลูกเสือโลก สิ่งที่ควรคิดจากการจัดงานลูกเสือโลกในประเทศไทย ก็คือได้บทสรุปที่ชัดเจนว่ากฎลูกเสือ ทั้ง 10 ข้อ นั้นมาจากหลักการพระพุทธศาสนาโดยแท้จริง โดยหลักก็คือฝึกให้เด็กมีความสันโดษมีความอดทน อดกลั้น รู้การประหยัด ละความฟุ่มเฟือย ละบาปทางใจ ไม่มีกามารมณ์ และแสวงหาความสุขจากความประพฤติทางสงบระงับ ตามที่ เบตตี้ เค ทายาทท่านหลอดเบาเดลพาวเวล กล่าวปราศัยและยืนยันว่า ถ้ารักษากฎของลูกเสือได้ตลอดชีวิตก็จะมีความสุข และข้อที่ว่า "จงทำ ให้ผู้อื่นมีความสุข" เราปฏิบัติได้ก็ทำให้เราเองมีความสุข เบตตี้ เค ยืนยันว่าท่านเองมีความสุข เพราะได้รักษากฎของลูกเสือทั้ง 10 ข้อไว้ได้โดยเคร่งครัดตลอดมาตราบจนปัจจุบันนี้ (ซึ่งคำพูดนี้ วิเคราะห์ได้ว่า ท่านยึดหลักการของชีวิตเป็นสุขตามหลักการพระพุทธศาสนานั่นเอง เพราะกฎของลูกเสือทั้ง 10 ข้อทำให้มีความสุข มิใช่ความสุขเพราะกาม มิใช่กามทำให้มีความสุขตามที่โลกวัตถุนิยมยกย่อง ฉะนั้น เบตตี้ เค ยืนยันว่าลูกเสือต้องแสวงหาความสุขจากพรหมจรรย์ ชีวิตสันโดษ ความระงับและสงบจากกาม)

 

ฉะนั้นในภาคปฏิบัติในวิชาพระพุทธศาสนา จึงควรส่งเสริมกิจกรรม ลูกเสือสากล นั่นหมายความรวมไปถึงว่าการสอนศาสนาให้เด็กต้องสอนหลักความประพฤติ ให้วิถีชีวิตประจำวันอยู่ในความถูกต้องทุกอย่างโดยเฉพาะกฎหมายและศีลธรรม การเรียนรู้ศาสนธรรมอยู่ในความประพฤติประจำวันของเด็กๆนั่นเอง การที่เด็กๆรู้อดรู้ทนตามคำสอนเรื่องขันติและโสรัจจะฯลฯ สามารถเรียนได้จากการไม่ข้องแวะยาบ้า ไม่เที่ยวกลางคืน การประหยัดและอดออม รู้จัก หน้าที่ มีจิตใจโอบอ้อมอารี รู้กิจการงาน รู้ช่วยเหลือผู้ปกครอง ครู บริการสาธารณะ มีจิตใจช่วยเหลือผู้อื่น การให้ การไม่เห็นแก่ตัว ซึ่งหลักความประพฤติถูกต้องเหล่านี้ จะรวมลงในหลักธรรม ว่าด้วย มงคลชีวิต 38 ประการ นั่นเองเป็นหลักสูตรทางความประพฤติที่แท้จริง ที่เกิดผลจริง ให้ เก่ง ดี และมีสุข

 

กล่าวโดยสรุป หลักสูตรพระพุทธศาสนาควรบูรณาการวิชาอื่นๆไปทั้งหมด และตัววิชา พระพุทธศาสนาเองควรเป็นสากลด้วยการส่งเสริมกิจการของลูกเสือสากล เด็กไทยต้องเตรียมตัว ไปชุมนุมลูกเสือโลก และนำกิจกรรมลูกเสือไปปรากฎในวงการลูกเสือโลกให้เด่น ให้มีการชุมนุมลูกเสืออย่างหลายหลากหลายระดับ เช่นมีระดับชาติ ระดับเขตการศึกษาและระดับตำบล อบต. เป็น ต้น เพราะนี่ก็คือการเดินตามรอยทางธุดงค์กรรมฐานของฝ่ายพระสงฆ์นั่นเอง แต่ต้องยึดหลักของพระสงฆ์ ต้องระวัง ความคิดวัตถุนิยมจะมาทำลายหลักการลูกเสือโลกที่ดีอยู่ขณะนี้ การจัดการต้องพยายามให้แยกกันระหว่างเพศ ลูกเสือและเนตรนารีอย่าให้คลุกคลีปะปน ต้องกำหนดให้สอดคล้องกับสภาวะทางร่างกายจิตใจของนักเรียนนักศึกษา ถ้ายังเด็กอยู่ก็พอให้ปะปนได้แบบเด็กๆ แต่ถ้าโตขึ้นไปก็ต้องคอยวินิจฉัยความเหมาะสม อย่าให้กิจกรรมลูกเสือกลายเป็นกิจกรรมที่กระตุ้นความรักผสมกับความใคร่ไปด้วย ต้องหมั่นอธิบายความลึกซึ้งของกฎ10 ของลูกเสือให้เป็นที่เข้าใจ อย่างหลักธรรมในศาสนา นั่นคืออธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผลกับความสุขอย่างไร ตามที่เบตตี้ เค ทำเป็นตัวอย่างไว้และอ้างตัวเองเป็นแบบอย่างได้ ทำได้เช่นนี้จะเป็นแนวใหม่ของการสอนวิชาพระพุทธศาสนาอย่างเป็นสากล

 

ในเรื่องตัวทฤษฎีศาสนาเอง เช่นสถาบันพระรัตนตรัย พระสงฆ์คืออะไร ? ชาวพุทธไทยไม่ ค่อยเข้าใจ แม้ในหลักการสำคัญที่สุด และพระสงฆ์เองก็ไม่ค่อยเข้าใจ ในประเด็นสำคัญยิ่งก็คือ คำว่าสงฆ์เป็นสถาบันของศาสนาพุทธเท่านั้น ศาสนาอื่นๆไม่มีพระสงฆ์ และไม่สามารถจะนำคำ พระสงฆ์ไปใช้ได้ นี่เป็นหลักการที่จะต้องเข้าใจให้ได้ก่อน

 

การที่ในขณะนี้สถาบันคริสต์ในไทยได้นำคำว่า"สงฆ์"ไปใช้ โดยเอาไปตั้งตำแหน่งของศาสนาตนคือคาทอลิกว่า มีตำแหน่ง สงฆ์ หมู่สงฆ์ อุปสังฆราช สังฆราช และ อัครสังฆราช แบ่งเขตการปกครองออกเป็นสังฆมณฑลต่างๆทั่ว ประเทศไทยมีถึง 10 สังฆมณฑล กับอีก 1 อัครสังฆมณฑลกรุงเทพ อย่างไม่มีสิทธิหรือความ ชอบธรรมใดๆ เพราะเป็นการละเมิดสถาบันศาสนาพุทธ แล้วนักบวชในศาสนาคริสต์ก็ไม่มี คุณสมบัติที่จะเป็น"สงฆ์"ตามความหมายของคำว่า สงฆ์ โดยหลักภาษาหรือศาสนาเอง ดังเช่นมี กรณีบาดหลวงคาทอลิกชื่อ เจมส์ พิมพิสาร ยกตนว่าเป็น สังฆราชเจมส์ พิมพิสาร แล้วต่อมา เสพเมถุนกามจนเกิดบุตรออกมาคือบาดหลวงยอด พิมพิสารปัจจุบันนี้ ถือว่าเป็นปาราชิกไปแล้ว จะเรียกตนว่าสงฆ์ไม่ได้ จะเรียกว่า สังฆราชไม่ได้ เช่นนี้เรียกว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะแท้จริงจะ ต้องเรียกว่า สมีเจมส์ พิมพ์พิสาร หรือถ้าพ่วงตำแหน่งด้วยก็ต้องเรียกว่า ราชสมีเจมส์ พิมพ์พิสารแทนคำว่า สังฆราชเจมส์ พิมพิสาร จึงจะถูกต้องตามความหมายของคำว่าสงฆ์ที่แท้จริง ซึ่งหลักการนี้ชาวพุทธจะต้องมั่นใจ คำว่าสังฆมณฑลก็คือสมีมณฑล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพ ก็เรียกอัคร- สมีมณฑลกรุงเทพ เป็นต้น เหตุที่ศาสนาอื่นไม่อาจเอาคำว่าสงฆ์ไปใช้ได้เพราะทั้งหลักธรรมพุทธ และทั้งหลักจารีตประเพณีวัฒนธรรมสงฆ์บังคับกำหนดเงื่อนไขเอาไว้ เช่นสงฆ์ย่อมไม่เสพกาม ถ้า สงฆ์เสพกาม ย่อมผิดพระวินัยถึงขั้นอาบัติสูงสุดคือปาราชิก และโดยจารีตประเพณีวัฒนธรรมพุทธถือว่าเป็นการประพฤติต่ำช้าลามก สังคมพุทธยังประณามต่อไปว่าเป็นสมีจะได้รับการหยามเหยียดดูแคลนจากสังคมตลอดไปดังปรากฎในหนังสือโบราณว่า

 

"สมีผู้ต้องปาราชิก บุคคลผู้ต้องปาราชิกในขณะดำรงเพศเป็นพระ (เช่นเสพเมถุนกาม /บก.) ท่านถือว่าผู้นั้นต้องอาถรรพณ์ มีกรรมอย่างหนัก ทำอะไรไม่ขึ้น ปลูกผักก็ไม่งาม ปลูกข้าวก็ลีบ ปลูกข้าวโพดก็ฝักเล็ก ปลูกผลไม้ก็โดนหนอนแมลงบ่อนทำลายเสียหมด ท่านถือว่าเป็นบุคคล ประเภทตาลยอดด้วน คือไม่มีโอกาสงอกงามอีกต่อไป ในสังคมของชาวนาถือกันมาก ท่านจะไม่ยอมให้บุคคลประเภทนี้ไปทำนาเหนือน้ำที่ไขเข้านาคนอื่นๆ เพราะถือว่าน้ำที่ไหลผ่านเข้าที่ของบุคคลผู้นั้นเป็นอัปมงคล จะนำความซวยมาสู่คนอื่น ไม่ให้เกิดงอกงามได้ เท่าที่ปฏิบัติกันมาท่านจะไล่ให้ไปทำนาอยู่ปลายน้ำเสีย" (พลูหลวง, ปัจฉิมภาคแห่งโหราศาสตร์ ศิราศรมการพิมพ์ กทม. 2515 หน้า 226)

 

การที่มีศาสนาคาทอลิก นำคำว่าสงฆ์ไปใช้ในสถาบันคริสต์ต่างๆ มากมาย แล้วชาวไทย พุทธและพระสงฆ์ แม้ระดับ เถร-มหาเถร ผู้ปกครองสงฆ์ หรือนักปราชญ์ราชบัณฑิตย์ไทยยังไม่ รู้สึกอะไรเลย(ไม่นึกรู้ว่านี่คือการรุกเงียบเข้ายึดสถาบันสงฆ์ของพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น)นั้น น่าแสดงว่า แม้แต่พระสงฆ์เองก็ไม่ค่อยเข้าใจพระพุทธศาสนา แม้คำว่าสงฆ์ หรือคำว่าสังฆราช ซึ่งเป็นเรื่อง เบื้องต้นเรื่องใกล้ตน ของตนแท้ๆ ท่านก็ไม่เข้าใจ ไม่หวาดวิตกระวังภัยในพระพุทธศาสนา จึงพึง เห็นว่า การสอนเรื่องพระพุทธศาสนาอันเป็นแก่นแท้นั้น ในประเทศไทยปัจจุบันนี้หาครูสอนที่แท้ จริงค่อนข้างยากและอย่าคิดว่าถ้าเอาพระสงฆ์เองมาสอนแล้วท่านจะรู้อะไรจริงๆ จะต้องคอยติดตามประเมินผลเช่นเดียวกันกับครูสอนวิชาอื่นๆ เพราะสถาบันสงฆ์เองก็ยังต้องปรับปรุงทางวิชาการพระพุทธศาสนาเองอย่างขนานใหญ่เหมือนกัน และสำหรับวิชาพระพุทธศาสนา น่าจะเอาพอใจ เพียงว่าสอนพอไม่ให้นักเรียนเข้าใจผิดได้ก็นับว่าเก่งมากแล้ว พอระดับสูงหรือขึ้นมหาวิทยาลัยค่อยแนะ ให้เลือกหนังสืออ่านให้ถูกต้องกับยุคสมัย เช่นของท่านพุทธทาสภิกขุ และของท่านพระธรรมปิฎก เป็นต้น ถ้าเกิดปัญหามากไม่มีทางเลือกให้ดีกว่าเดิม ก็น่าจะยกเอาหลักสูตรเดิม ยุคที่มีหนังสือ ธรรมจริยาใช้สอนระดับมัธยมอยู่มาสอนได้ เพราะสอนแนวกว้างขวางทันสมัยอยู่ และควร บูรณาการไปพร้อมวิชาเศรษฐศาสตร์ดังกล่าว

 

เพราะหากครูไม่รู้วิชาเศรษฐศาสตร์ ไม่รู้ความสำคัญของเศรษฐศาสตร์ ไม่เคยเรียนเศรษฐศาสตร์มา กับไม่รู้จักการหาเงินหาทองในเชิงธุรกิจการอาชีพ มาก่อน จึงไม่คำนึงหลักเศรษฐศาสตร์ในเชิงพุทธในหลักสูตรนี้เลย เมื่อเป็น เช่นนี้ ก็ไปต่อสู้กับ โลกวัตถุนิยมไม่ได้ ไปกับกระแสโลกวัตถุนิยมได้ยาก ควรแก้ทัศนคติที่ว่า ศาสนาสอนไม่ให้แสวง หาความร่ำรวยมั่งคั่ง และไม่สอนให้หาเงินหาทอง ซ้ำเห็นเรื่องการหาเงินหาทองว่าเป็นเรื่องความ โลภเห็นแก่ตัว หรือเห็นว่าเป็นเรื่องเลวทรามไปก็ยังมี จนมักมีคติว่ารวยเพียงใดก็เอาติดตัวไปด้วยไม่ได้เมื่อถึงแก่กรรมลง อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดไม่ถูกต้อง แต่ควรนำคติ งานคือเงิน เงินคืองานบันดาลสุข มาใช้แทน อย่างไรก็ตาม ในเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นทุกวันนี้ ยังมีเรื่องเกี่ยวกับจารีตประเพณีบางอย่าง ที่ไม่เหมาะที่จะปลูกฝังลงกับเด็กๆ หลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการทำบุญต่าง ๆ เกี่ยวกับการเกิดแก่เจ็บตายของคน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องมีการปฏิวัติในเชิง วัฒนธรรมให้ได้ สิ่งที่น่าสังเกตขณะนี้ก็คือ การทำบุญแจกข้าว ทำบุญอัฏฐิ ฯลฯ เกี่ยวกับคนตาย ยังมีคำว่า "คนตายขายคนเป็น" อยู่มากในสังคมชนบท อันเป็นสาเหตุหนึ่งของความลำบากยาก จนหรือปัญหาทางเศรษฐกิจ.

 

  • ดีเล่มที่28

 

 

 

 

 

 1 ดี29/ พ.ค. - ก.ย. 46

เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

ต่อต้านเอดส์ต่อต้านอนารยธรรม

โดย คอมพิวเตอร์แมนและ บูดามี

 

 

 

 2 ประกวดนางงามจักรวาล เอาส่วนสูงเป็นเกณฑ์

ช่อง 7 พุธ 4 มิ.ย. 46 08.40 น.

 

การถ่ายทอดสด MISS UNIVERSE 2003 กรรมการตัดสินมาจากวงการต่าง ๆ ที่น่าสังเกต มีนักประพันธ์ที่มีชื่อเสียง อยู่ถึง 2 คน ใน 10 ของคณะกรรมการทั้งหมด เริ่มเปิดตัว 15 นางงาม แล้วเลือก เหลือ 10 คนสุดท้าย คำว่าบุคคลิกภาพดี เห็นความหมายจากงานประกวดครั้งนี้ นับแต่คู่พิธีกร ชายหญิง พิธีกรชาย ดูเก๋ เยือกเย็น มีพลังแห่งความเย็น สุขุม คู่กับพิธีกรหญิง ที่ดูโปร่ง กระจ่างและหวานน่าดูที่ พิธีกรหญิงมีส่วนสูงกว่าพิธีกรชาย เล็กน้อย แต่ก็ดูเหมือนว่า นี่คือความหมายของ บุคคลิกภาพ ที่ลงตัว เมื่อความหมายที่แท้จริงของบุคคลิกภาพ คือความสมดุลแห่งภาคภายใน คือความพลิ้วของสติปัญญาที่ตามทันสถานการณ์ และการปรับตัวทางกาย วาจา และทางใจ ได้อย่างหนักแน่นมั่นใจในจุดยืนของบุคคลนั้น หลังจากนี้ คณะกรรมการฯจะตัดออกไปอีก 5 คน ให้เหลือเพียง 5 อันเป็นรอบ 5 คนสุดท้าย ประกวดในชุดว่ายน้ำ เขาเอาภาพเรือนร่างอันสมบูรณ์มาตัดสินในรอบนี้ เพื่อเน้นสุขภาพความงามอันสมบูรณ์ ซึ่งบอกถึงแนวคิดที่พัฒนา ไปในด้าน จริยธรรมแห่งกาม ไปอีกหน่อย ดังจะเห็นได้จาก เอาผืนผ้าบาง ๆ สีแดงสดใส ยาว 2 เมตร มาให้ถือ ประกอบชุดว่ายน้ำ และ กรรมการเฝ้ามองว่านางงามแต่ละคนจะใช้ ผ้าผืนนี้แสดงความงามของตนอย่างไร ภาพที่ออกมา กระนั้นแต่ละคน ก็พยายามโชว์ด้านหน้าของเธอเอาผ้าแดงเป็นฉากอยู่เบื้องหลัง ก็คงไม่พ้นหลักการ เน้นปมเด่น บังปมด้อยของตน ๆ นั่นเอง และสามารถเห็นจริตภายในของหญิงสาวงามแต่ละคน ๆ ได้อย่างไม่ปิดบัง มีสาวญี่ปุ่น 1 ในเอเซียด้วย เธอก็โชว์ได้ดี สมเป็นลูกอาทิตย์อุทัยทีเดียว กรรมการมีทัศนะต่อการคัดเลือกให้คะแนนว่า ดูจากเรือนร่าง ความสวยสง่า ความสุภาพ และว่ายากลำบากใจในการ ตัดสินไปเรื่อยๆ เพราะความสวยเฉือนกันเฉียดฉิวเหลือเกิน แต่พิธีกรไทย บนเวทีไทย (ดร.อนุวัฒน์ วัฒนางกูร?) ว่า ถึงยากอย่างไรก็ต้องตัดสินให้ได้ 5 คนให้ได้

 

และแล้วก็ได้ 5 คนสุดท้าย จากทั้งหมด 71คนเหลือ 5 คน ไปเข้ารอบสัมภาษณ์ ได้แก่ นางงามเวเนซูเอลลา นางงามญี่ปุ่น (มิยาโกะ มิยาซากิ) นางงามแอฟริกาใต้ นางงามโดมินิกัน และนางงามเซอรเบีย มอนเตอริโก พิธีกร ชาย เข้าไปใกล้นางงามโดมินิกัน ผู้ได้ตำแหน่งชุดประจำชาติยอดเยี่ยมไว้ แล้ว ว่าเขาตัวเตี้ยลงไปอีกเมื่อมาใกล้ ๆ เธอ นางงามโดมินิกัน ตัวเธอสูงเชียว แล้วถึงเวลาสุดท้าย มีการปล่อยตัวเดินครั้งสุดท้าย (final walk) แล้ว ผลก็ออกมาประกาศตามลำดับ เริ่มจากรองนางงามจักรวาล อันดับ 4 ได้แก่ นางงามญี่ปุ่น รองนางงามจักรวาลอันดับ 3 ได้แก่นางงามเซอร์เบีย รองนางงามจักรวาลอันดับ 2 ได้แก่นางงามอาฟริกา รองนางงามจักรวาลอันดับ 1 ได้แก่ นางงาม เวเนเวซูเอลลา และนางงามจักรวาล ก็คือ นางงามโดมินิกัน จบรายการ 0958 น. การตัดสินนางงามดูเหมือนจะนิยมวัตถุนิยม เกินไป และวัตถุที่สูง ๆ จะเป็นที่นิยมมากขึ้น ทั้งนี้คงเป็นผลมาจากค่านิยมทางกีฬานั่นเอง แม้กระทั่งนางงามโดมินิกันปีนี้ ดูเหมือนว่าเธอได้คะแนนเพราะ เพียงเธอมีส่วนสูง ๆ กว่านางงามทั้งหมดและนางงามคนอื่น ๆ ใน 5 นางงามรอบสุดท้าย เท่านั้น เอง น่าจะปล่อยให้พวกนิยมความสูง เป็นเพียงพวกแหกคอกไปอีกพวกหนึ่ง ปล่อยให้พวกเขาทำอะไร ๆ ไปตามลำพัง คนเราส่วนใหญ่ ไม่ควรจะตามค่านิยมวัตถุสูง ๆ ตามไปเลย

 

 

 

 

 

  3 RESURECTION สยองคืนชีพ หนังล้อเลียนศาสนา

ภาพยนต์ ช่อง 7

อังคาร 1 ก.ค. 2546 1000-1040 น.

 

ภาพยนต์ฝรั่ง เนื้อเรื่อง หรือเรื่องราวของภาพยนต์เป็นที่น่าสังเกตอย่างยิ่งว่า สร้างขึ้น และจัด จำหน่ายไปทั่วประเทศตะวันตกและ ทั่วโลกได้อย่างไร โดยไม่มีเสียงคัดค้านของกลุ่มศาสนาคริสต์ เลย ซึ่งน่าจะบ่งบอกไปถึงความหมายว่า บัดนี้คนทั้งหลายเข้าใจดีว่าเรื่องราวในพระคัมภีรไบเบิล เป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่ออย่างไร โดยเฉพาะเรื่องการฟื้นคืนพระชนม์ชีพของพระเยซู ภายหลังถูกตรึงกางเขนถึงสิ้นพระชนม์ไป 3 วัน แล้วฟื้นเป็นขึ้นมาใหม่ ภายหลังสั่งสอนสาวกให้มั่นใจในพระเจ้าแล้วจึงเสด็จขึ้นไปบนฟ้าหายไปกับกลีบเมฆ (จนคนทั้งหลายไม่เฉลียวใจว่า แท้จริงพระศพของพระเยซู ก็ถูกฝังลืมไว้ใต้แผ่นดินโลกนี้เอง) ที่น่าจะบอกว่าคนยุคใหม่ ได้เข้าใจว่า อะไรเป็นอะไรดีขึ้นแล้ว เพราะตัวร้ายในเรื่องนี้ ถูกวาง บทบาทให้เป็นอาชญากรวิกลจริต ตำรวจพบแฟ้ม เข้ารักษาการวิกลจริตอยู่ในโรงพยาบาลถึง 3 ปี (คล้าย ๆ จะระบุให้ตรงกับประวัติพระเยซูที่คนยิวสมัยนั้นเชื่อว่าพระองค์ถูกผีสิงและวิกลจริต ตลอด 3 ปี ที่ทรงประกาศตัวเองว่าพระองค์ ทรงเป็นบุตรพระเจ้าลงมาจากสวรรค์ เพื่อช่วยโลกมนุษย์ให้รอด) และ อารมณ์ร้ายกาจ โหดเหี้ยมวิปริต เกินไปกว่าจะเรียกว่าเป็นเพียงการล้อเลียน หากแต่เป็นการสะท้อนไปถึง ความไม่เชื่อถือในเรื่องราวการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซู ตามหลักฐานในพระคัมภีร์ไบเบิล แม้กระทั่งคำว่า RESURRECTION ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายศักดิ์สิทธิ์ ก็สามารถนำมาตั้งเป็นชื่อ ภาพยนต์ได้ อย่างไร และทั้งให้สะท้อนความหมายในทางลบล้างทำลายความเชื่อถือต่อประเพณีวันอีสเตอร์ ของชาวคริสต์ (วันระลึกพระเยซูฟื้นคืนพระชนม์ จากไม้กางเขน) บทสนทนาในประเด็นสำคัญ ๆ ของเรื่องแต่ละเรื่องแต่ละตอน ได้ลอกเอาข้อความพระคัมภีรไบเบิลมาโดยตรง เช่น "เจ้าพวกบาปหนาไม่ช้าพวกเจ้าก็จะถูกพิพากษาในวันสิ้นโลก" จึงทำให้ภาพออกมาว่าวายร้ายวิกลจริตคือตัวแทนของศาสนจักรหรือบุตรพระเจ้า และเรื่องราวตอนท้าย ๆ ยิ่งให้ความหมายที่ชัดเจนไปอีก เมื่อตำรวจตัดสินใจจับบาดหลวงวิกลจริตรายนั้นขังไว้ก่อน เพราะตำรวจมั่นใจว่า กำลังวางแผนร้ายอยู่แน่นอน แต่แล้ววายร้ายก็ถูกประกันตัวออกไปจนได้ และแผนการร้ายโหดสุด ๆ ก็เริ่มขึ้นในวันอีสเตอร์ วายร้ายก็ตามไปล่าเหยื่อ ตัดเอา แขนและขาทิ้ง เอาแต่ตัวและหัวคนไป แล้วต้องมีเด็ก ทารกเพิ่งคลอดไม่เกิน 1 วัน ไปประกอบพิธีกรรม บนไม้กางเขนขนาดใหญ่ในห้องลึกลับ ก็หมายตาหญิงท้องแก่คนหนึ่งไว้แล้ว และได้เวลาพอดีก็ไปโขมยเด็กที่เพิ่งคลอดไปจากแม่เพื่อทำพิธีกรรมในวันอีสเตอร์ โดยมีเหตุผลว่าโลกอยู่ระหว่างอันตรายยิ่งใหญ่ จะต้องประกอบพิธีล้างบาปแบบนี้และตนเท่านั้นเป็นเจ้าพิธี โลกจึงจะรอด ยอดนักสืบตามไม่ลดละ และปะทะกันด้วยฝีมือที่เหนือชั้นกว่าสามารถสำเร็จโทษสยองกลับฟื้นคืนชนม์ชีพ ช่วยชีวิตเด็กทารกเพิ่งคลอดออกมาจากอ้อมมฤตยูได้อย่างหวุดหวิด

 

RESURRECTION ในภาพยนต์เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าคิด ไม่น่าเชื่อว่าวงการศาสนาคริสต์จะดูกัน นิ่ง ๆ ได้ โดยไม่มีเสียงอะไรออกมาเลย เพราะไม่น่าจะเอาเรื่องอาชญากรวิกลจริตคนหนึ่ง มาสร้างเลียนแบบประวัติของพระเยซูได้โดยชอบธรรมอย่างไร เป็นการฟื้นคืนชีพขึ้นมาเพื่อก่อการร้าย ทุจริตอาชญากรวิปริตไปอย่างโหดเหี้ยม แต่ RESURRECTION ของพระเยซู ออกฤทธิ์ไปอีกด้านหนึ่ง คือด้านการโฆษณาชวนเชื่อ อย่างเย็น เพราะพระเยซู มิได้โหดเหี้ยมอย่างวิกลจริตเช่นภาพยนต์เรื่องนี้ แต่เรื่องในไบเบิลยิ่งใหญ่จนสามารถสร้างศาสนาได้ทั้งศาสนาเมื่อการโฆษณาชวนเชื่อเรื่อง RESURRECTION ของพระเยซูเป็นผลสำเร็จ โดย สามารถทำให้คนทั้งหลายเชื่อได้ว่า พระเยซูเป็นบุตรพระเจ้า และ เป็นพระเจ้า สืบมาจนถึงทุกวันนี้ (ซึ่งโดยความเป็นจริงพระเยซูเป็นคนธรรมดา ๆ นี่เอง มีบิดาชื่อโยเซฟ มีมารดาชื่อมารี ชาวบ้านนาซาเรธ ต่อมาพระองค์ทรงวิกลจริตไปและสำคัญตนผิดว่า พระองค์เป็นบุตรพระยะโฮวาห์บนสวรรค์ ลงมาจาก สวรรค์เพื่อช่วยโลกให้รอด ซึ่งนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ยุคใหม่พบว่า เป็นอาการโรคจิตชนิดหนึ่งที่ชื่อ ว่า megalomania)

 

บางทีภาพยนต์เรื่องนี้อาจจะสะท้อนว่า คนทั้งโลก เพิ่งจะได้คิดได้รู้กันขึ้นมาว่า โดนหลอกลวงมาเป็นเวลานานถึง 2003 ปีเข้าแล้ว ในเรื่อง พระเยซูคือพระเจ้า และ พระ เยซูคือบุตรพระเจ้า จึงมี ภาพยนต์ประเภทที่พยายามบอกความจริงเรื่องนี้ออกมาเป็นระยะตลอดมาในยุคหลังนี้ (คือพยายามบอกว่าพระเยซูก็เป็นเพียงคนธรรมดานี่เอง แต่ทรงวิกลจริตเพ้อคลั่งไปว่าทรงเป็นบุตรพระเจ้าลงมาจากสวรรค์) โดยเริ่มจากนัยยะที่ซ่อนแฝงความหมายให้คิดเอาไว้ก่อน และค่อยชัดเจนขึ้นมา เป็นความหมายตรงไปตรงมาตามลำดับ ๆ ดังเช่นภาพยนต์เรื่องนี้นั่นเอง

 

 

 

 

 4 เหตุบ้านการเมือง อุบัติเหตุที่ไม่น่ารอดตาย

ช่อง 3 จันทร์ 7 ก.ค. 46 0740 น.

 

พิธีกรคู่ คุณนิธินาฎกับคุณจินดารัตน์ เจริญชัยชนะ รายงานเรื่องราวเหตุการณ์เป็นประจำวัน พร้อมวิเคราะห์ประเด็นที่น่า สนใจ น่าสังเกตเป็นประจำวัน น่าติดตาม วันนี้ รายงานอุบัติเหตุเกิดตอนดึก 24.00 น. รถมินิบัสวิ่งมาด้วยความเร็วสูง มีคนเต็มรถ แล้วแหกออกนอกทางไปชนต้นไม้รถขาด 2 ท่อน คนในรถ เทกระจาด กระจัดกระจาย แต่ไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดเสียชีวิต ไม่มีรายงานว่ามีคนโดยสารมาในรถเท่าไร แต่ยอดคนบาดเจ็บ ร่วม 39 คน ที่หนักกว่าเพื่อนก็แค่กระดูกไหปลาร้าหัก ก่อนเกิดเหตุ รถวิ่งเร็วมาก มีรถเก๋งปาดมาทำให้ เสียหลัก ที่น่าสนใจก็คือ อุบัติเหตุรุนแรงขนาดรถขาดออกเป็น สองท่อน แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต เป็นเรื่องบังเอิญที่มหัศจรรย์ แต่คนทั่วไปอาจคิดว่า คงมี อภินิหาริย์ มีของดีมาในรถ พูดขึ้นคนบางประเภทก็หูผึ่ง แต่วันนี้ รายการเหตุบ้านการเมือง ก็ไม่มี รายงานข่าวว่า เป็นอภินิหาริย์ของเทพสำนักใด หรือหลวงพ่อวัดใด ทางหลวงพ่อคูณ โคราชท่านก็ยังไม่ ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบ (ท่านเคยอ้างว่า คนที่รอดตายจากโรงงานตุ๊กตาถล่มที่โคราชปีนั้นเป็นเพราะอภินิหาริย์พระเครื่องของท่าน)

 

ต่อไปเรื่องเกมส์คอมพิวเตอร์ มักมีข้อเสนออยู่บ่อย ๆ ว่าคุณพ่อคุณแม่ควรมาร่วมเล่น เกมส์กับลูก ๆ ด้วย จนแม้กระทั่งเสนอว่าอย่าห่างลูกนัก คอยอยู่แนะนำไปทุก ๆ อย่างด้วยตนเองซึ่งเป็นข้อเสนอที่ค่อนข้างจะทำยาก เพราะพ่อแม่ทุกคน ล้วนมี ภาระอันยิ่งใหญ่ในการทำมาหาเลี้ยงชีพกันทั้งนั้น จนต้องทำงานหาเงินกันขวักไขว่ทั้งวัน เพื่อหาเงิน ทอง จะมาดูแลลูกตลอดเวลาได้อย่างไร แล้วพบ รมว.เท็กโนโลยี สารสนเทศ และการสื่อสาร น.พ. สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี พูด ถึงวิธีการแก้ไข โดยเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม เรื่องเกมส์นี้ดูเหมือนจะยากแก่การที่จะเข้าใจจริง ๆ ถ้าไม่เริ่มด้วยสามัญสำนึกในการพิจารณาว่า เด็กแค่นี้ ก็หลงงมงายอยู่กับเรื่องเหล่านี้ คือเกมส์ เช่นนี้ เมื่อเติบโตไปอีกหน่อย เป็นวัยหนุ่มรุ่นสาว ก็จะหลงงมงายไปกับ เกมส์ใหม่ ๆ ไปอีก ตามวัยของเขา เท่าที่เห็นในขณะนี้ก็เริ่มจะมีเกมส์ผัว-เมียที่เล่นสนุกยิ่งกว่าเกมส์ใดใดทั้งสิ้น ครั้นมาถึงระดับผู้ใหญ่ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว ก็ยังมีกรณีเฒ่าหัวงูขึ้นมาได้ ทั้งหมดนี้เป็นผลของวัตถุนิยม ประเด็นอยู่ที่ศาสนาสากล และลัทธิใหม่ที่มากับวัตถุนิยม จะต้องมองในประเด็นของลัทธิวัตถุนิยม กำลังครองโลกอยู่อย่างไร เราจะต้อสู้อย่างไร กับลัทธิ เช่นนี้

 

 

 

 5 การ์ตูนญี่ปุ่น

ช่อง 11 ช่อง 5 ช่อง 9 ไอทีวี เสาร์ 12 ก.ค. 2546 0700 น

 

การ์ตูนญี่ปุ่นค่อนข้างเฉียบคมในความหมายแห่งประเด็น มากกว่า การ์ตูนอเมริกันมาก มีการประสานงานหลาย งานก่อนจะออกมาเป็นการ์ตูนในจอแก้ว แต่ละงานของการ์ตูนญี่ปุ่น ดูเหมือนจะไร้คู่แข่งไปทั้งสิ้นนั่นบ่งไปถึงฝีมือ แต่ส่วนที่น่าสนใจจริง ๆ ที่เป็นประเด็นหลักของความได้เปรียบก็คือนักประพันธ์ ที่มีมันสมองและขีดความสามารถที่สูงจริง ๆ ขณะนี้นักประพันธ์ญี่ปุ่น จะเขียนอะไรออกมาให้สนุกสนาน มหัศจรรย์ เร้นลับ หรือจะสร้างวีรบุรุษมาดองอาจสามารถเพียงใดขึ้นมาก็ย่อมได้ ด้วย มาตรฐานการวางพล๊อต เรื่องอย่างมีหลักมีเกณฑ์ เป็นวิทยาศาสตร์แห่งศิลปการประพันธ์แขนงใหม่ที่ได้พัฒนาการมาล้ำหน้าที่สุดแห่งยุคนี้ ภาพยนต์ และการ์ตูนญี่ปุ่นที่เห็นในขณะนี้ แสดงถึงแผนการยึดครองตลาดอย่างสมบูรณ์ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต มีพล๊อตเรื่องที่เตรียมตุนเอาไว้อย่าง หลายหลากเรื่องราว ในมันสมองของนักประพันธ์ พร้อมที่จะเอาออกมาขนาบคู่แข่งและเดินล้ำ หน้าไปกว่าคู่แข่งไปตลอดเวลา โดยวาดภาพวีรบุรุษแต่ละตัว ๆ ให้ ประทับใจไปเรื่อย ๆ และทำเงินไปตลอด ๆ อย่างสบาย ๆ เมื่อญี่ปุ่นเริ่มมาแข่งกันเองโดยมีอเมริกันแรงขึ้น นักประพันธ์ญี่ปุ่นก็เริ่มเอาจินตนาการใหม่ ๆ ออกมาสร้างเรื่อง และเริ่มเข้ายุคอันตราย เมื่อเอาแนวคิด วัตถุนิยมมาแข่งขันกันมากยิ่งขึ้น เขาใช้จินตนาการไปในเรื่องที่รุนแรงสะใจคน และลามกอนาจารมากขึ้น และฝีมือนักวาดการ์ตูนที่เยี่ยมยอด ที่สามารถวาดจินตนาการอันบรรเจิดจ้าของนัก ประพันธ์ออกมาได้ครบถ้วน สมบูรณ์อย่างความฝัน ภาพที่ออกมาจึงเริ่มจะซาบเอาพิษอันละเอียดอ่อนของวัตถุนิยมเข้ามาทีละน้อย ๆ และเป็นภัยอย่างซึมลึกเยียบเย็น นักประพันธ์ไทย นักวาด การ์ตูนไทย น่าจะฉวยเอาข้อได้เปรียบในภายหลังนี้ โดยเอาชนะกันด้วย จินตนาการ ของญี่ปุ่น จินตนาการรุนแรง ผสมผสานกับความลามกอนาจารไปอย่างสุด ๆ (โดยมี ศิลปศาสตร์อันยอด เยี่ยมทางการประพันธ์ เป็นตัววางโครงเรื่องและกำกับการให้เป็นไปดั่งจินตนาการได้โดยสมบูรณ์ทุกอย่าง) ที่นานไปโลกจะต้องต่อต้าน ส่วนของไทย จินตนาการสะอาด สว่าง และสงบ ที่นานไปโลกจะเห็นคุณค่า (โดยมีศิลปศาสตร์อันยอดเยี่ยมทางการประพันธ์เป็นตัววางโครงเรื่องและกำกับการให้เป็นไปดั่งจินตนาการได้อย่างสมบูรณ์ทุกอย่าง)

 

 

 

 

 6 พิธีปล่อยขบวนแห่เทียนเข้าพรรษาอุบลราชธานี

ช่อง 11 จันทร์ ที่ 14 ก.ค.25460900-1100 น.

 

ชนกพร โพธิสาร พิธีกรร่วมกับ อาจารย์มานะ สุดสาย รายงานจากอุบลราช ธานี ตั้งแต่ 0900 น.ไปเป็นเวลาถึง 2 ชั่วโมงเต็ม ๆ เป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานประเพณีเข้า พรรษาปีนี้ ที่เรียกว่า งานสืบศาสตร์สานศิลปของชาวจังหวัดอุบลราชธานี ที่ รมว.วัฒนธรรมนางอุไรวรรณ เทียนทอง ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงานไปก่อนหน้านี้แล้ว ณ ทุ่งศรีเมือง อุบลราชธานี ส่วนพิธีปล่อยขบวนแห่เทียนพรรษา ที่ช่อง 11 ถ่ายทอดสดเป็นเวลาถึง 2 ชั่วโมง เช้าวันนี้ มีนางเยาวเรศ ชินวัตร ประธานสภาสตรีแห่งชาติ เดินทางมาเป็นประธานปล่อยขบวนแห่เทียน มีขบวนฟ้อนรำ และ ขบวนเซิ้งหลายหลาก ส่วนมากเป็นของนักเรียนและนักศึกษาในจังหวัดอุบลราชธานี ที่สะท้อนภูมิปัญญาอีสาน น่าดูน่าชมเป็นอย่างยิ่ง ความมีชื่อเสียงของงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาของ อุบลราชธานี เห็นจะไม่ต้องอธิบายพูดถึง เพราะเป็นประเพณีมาเนิ่นนานแล้วสำหรับอุบลราชธานี เนื่องจากมีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มาร่วมผนึกกันสร้างสรรค์ ประเพณีนี้มาก มีนักปราชญ์ (ตามภาษิตว่ากันมานานแล้วว่า นักรบโคราช นักปราชญ์อุบล ยอดคนศรีสะเกษ) ร่วมสร้างกันมากมาย แม้ว่า แท้จริง มีสถานการณ์ที่กัดกร่อนก็คือสถานการณ์ต่างศาสนา ก็แรงและคมอยู่ (อุบลราชธานี เป็นเขตของ มิซซังคาทอลิก ที่ประกาศเมืองอุบลราชธานีว่าเป็นสังฆมณฑลแห่งหนึ่งใน 12 สังฆมณฑลของศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก และพระคาร์ดินาลมีชัย กิจบุญชู ที่ประกาศตนว่าเป็นอัครสังฆราช ผู้เป็นประธานสภาพระสังฆราชแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นท่าทีที่อเกรสสิฟ ของศาสนาคริสต์ต่อศาสนาพุทธ อย่างไม่ชอบธรรม ก็อยู่ที่อุบลราชธานีนี้) ชาวพุทธอุบลจึงมีการเคลื่อนไหว และปฏิกริยารุนแรงในอุบลราชธานี เป็นผลออกมาในด้านการสร้างสรรค์ทางประเพณีที่ยิ่งใหญ่ เพื่อครอบงำเมืองอุบลราชธานีให้อยู่ในประเพณีอันดีที่สืบมา หลายชั่วแห่งบรรพบุรุษ และเมื่อร่วมกับองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยว และรัฐบาลโดยตรง ก็กลายเป็น งานใหญ่สำคัญระดับนานาชาติขึ้นมาอย่างน่าภาคภูมิใจ มีงานประเพณีที่น่าชื่นชมคล้าย ๆกันนี้ ก็คือ งานประเพณีหล่อเทียนและแห่เทียนพรรษาทางน้ำ ของชาวอำเภอบางกรวย จ.นนทบุรีที่จัดขึ้นในเวลาภายหลังจากงานแห่เทียนของจังหวัดอุบลราชธานี ปีนี้จัดในเดือน กรกฎาคม 2546การแห่เทียนพรรษาทางเรือของชาวบางกรวย มีเส้นทางไปตามคลองบางกรวย คลองบางกอกน้อยและคลองมหาสวัสดิ์ ซึ่งเป็นงานประเพณี และเป็นงานบุญที่น่าชื่นชม อีกงานหนึ่ง ของชาวพุทธศาสนิกชนไทย ที่คงจะสืบต่อเป็นมรดกของแผ่นดินไปตลอดกาลนาน

 

 

 

 

 7 นายกทักษิณรายงานสถานะหนี้ไอเอ็มเอฟ

โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย 31 ก.ค. 2546 ทุกช่อง 20.30 น.

 

รายงานว่า วันนี้ชาติไทยเราปลอดหนี้แล้ว ปราศจากข้อผูกมัดใดใดจากไอเอ็มเอฟ และจะไม่มีวันกลับไปสู่ไอเอ็มเอฟอีก และวันนี้เป็นต้นไป ขอให้ชาว ไทยเราแสดงความชื่นชมในอิสรภาพทางเศรษฐกิจ ด้วยการชักธงชาติขึ้นเพื่อเป็นเครื่องหมายแห่ง ชาตินิยมและความเป็นหนึ่ง ชูธงเพื่อชูชาติ นับว่าวันที่ 31 กรกฎาคม 2546 เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาติไทยทีเดียว

 

 

 

 

 8 ข่าว บิ๊กดี2บี บีมยังทำใจไม่ได้

ช่อง 11 ไอทีวี จันทร์11 ส.ค. 2546 06.00-08.00 น.

 

ข่าวของบิ๊ก ดีทูบี หรือนายอภิเชษฐ์ กิตติกรเจริญ เป็นข่าวใหญ่ ของวงการสื่อทุกชนิด โทรทัศน์ทุกช่องก็ติดตามข่าว และรายงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งช่อง 11 และ ไอทีวีวันนี้ ก็มีรายงานเรื่องราวใกล้เคียงกัน กรณีคลั่งดารา จะเป็นเหมือน ฮิเด นักร้องเยาวชนญี่ปุ่นที่ฆ่าตัวตายปีที่แล้ว ทำให้วงการเพลงช็อก วันนี้ก็มีปรากฎการณ์คลั่งดาราคล้ายเช่นนั้น มาเฝ้าทั้งคืน หลั่งน้ำตาทั้งคืน ไปสวดมนต์ไปขอร้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พับนกกะเรียน 1 หมื่นตัว นี่คืออะไร ? มีคำตอบจากจิตแพทย์ว่า เยาวชนเป็นวัยเปราะบาง ประสบการณ์ชีวิตน้อย มีคนที่ต้องช่วยกันดูแลอยู่ 3 ประเภทคือ 1. พ่อแม่ 2. ครู 3.เพื่อน พ่อแม่กับครูต้องคอยให้คำแนะนำ ต้องสำนึกว่าตนมีบทบาทอย่างยิ่ง ต้องทำความ เข้าใจในปัญหาของเด็ก ส่วนเพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อน คอยสังเกตระวังโรคซึม น.พ.ปราชญ์ บุญวงศ์วิโรจน์ ให้ยอมรับความจริงตามหลักไตรลักษณ์ คือ เกิด ตั้งอยู่ ดับไป เป็นธรรมดา ให้รวมกลุ่มทำประโยชน์ มีคำถามว่าเรื่องนี้ ทางค่ายเพลงจะรับผิดชอบด้วยหรือไม่ ในประเด็นที่ ว่า ค่ายเพลง เป็นผู้สร้างดาราให้ดังขึ้นมา และเมื่อโดนใจวัยรุ่นขนาดนี้แล้วค่ายเพลงจะว่าอย่างไร ไม่ปรากฏว่า มีคำตอบที่ชัดเจน ในที่สุดมีรายงานว่า แดน กับ บีม เพื่อน บิ๊ก ยังทำใจไม่ได้

 

 

 

 

  9 เปิดโลกการเรียนรู้ พบสิริกร มณีรินทร์

ไอทีวี เสาร์ 16 ส.ค. 2546 0630 น.

 

พัชรินทร์ ไทยบัณฑิต พิธีกร พบ ดร.สิริกร มณีรินทร์ รมช.ศธ. ซึ่งพิธีกรขออนุญาตเรียกว่า ครูตุ๊ก พูดเรื่อง การอ่าน แนะว่าให้รักการอ่านมาแต่เด็ก ๆ แล้วพาเด็ก ๆ ตัวเล็ก ๆ 4-5 คน ไปดูโรงเรียนที่สอนภาษาล้านนา ครูอุดม ปันแก้ว อธิบายว่า เสียดายภาษาดี ๆ จะหายไป จึงควรมีการสืบสาน สอนตั้งแต่เขียนอักขระมา วันนี้สอน ไม้ไก๋ สอนทั้งภาษาพูด และภาษาเขียนด้วย อย่างครบสมบูรณ์ของภาษาศาสตร์สากล เมื่อพิธีกรถามถึงเรื่องนี้ เจษฎา ฟูแฟง นักเรียนชั้น ม.4/2 บอกว่า เรียนง่าย เพราะครูมีวิธีการสอนทันสมัยดี ทำให้ การเรียนสนุก ต่อจากนั้น รายการได้นำไปเยี่ยมชม การเรียนการสอนดนตรีของวิทยากรท้องถิ่น ผู้สอน ครูหลี แสดงทัศนะว่า วิธีการสอนดี เด็กก็เรียนได้ดีและไปได้ดี ได้เร็ว จากนี้ก็ไปดูไปชมการเข้าเล่มหนังสือด้วยมือ โดยไปพบ พิณประภา ขันธวุธ ซึ่งเป็นนักเขียนและเจ้าของนามปากกา สายลมอิสระ เรื่องราวที่นำเสนอในวันนี้ ล้วนเป็นประเด็นสำคัญ ๆ ทั้งสิ้น แต่ประเด็นเรื่องการสอนภาษาล้านนา โดยครูอุดม ปันแก้ว นั้น น่าเป็นคติสำหรับคณะสงฆ์ ที่จะนำไปปรับปรุงการเรียนการสอนบาลี อย่างไร จึงจะง่ายและทันสมัยขึ้น กว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

 

 

 

 

  10 บ้านของเรา ดูชมการปฏิบัติสมาธิแนวธรรมกาย

ช่อง 9 อาทิตย์ 17 ส.ค. 2546 05.30 น.

 

รายการของช่อง 9 พรพิลาส วงศ์ขจรสุข กับ อารีพร ปิยธารา นำไปชม พิธีปฏิบัติธรรมถวายพระราชกุศล แด่สมเด็จ พระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 12 สิงหาคม 2546 ของ วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม ต.แพงพวย อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี มีข้าราชการระดับผู้ใหญ่ ชายหญิง ในเครื่องแบบ และประชาชนทั่วไปมาร่วมในพิธี จำนวนมาก พิธีกรรมคือการพานั่ง สมาธิ โดยพระภาวนาวิสุทธิคุณ (พระมหาเสริมชัย ชยมงคโล ป.ธ.6, รป.ม.เกียรตินิยม ม.ธ.)……………….การปฏิบัติสมาธิของวัดนี้ มีแนวปฏิบัติที่ค่อนข้างชัดเจน วิธีทำคำแนะนำชัดเจน และเมื่อทำได้ในระดับใดก็ปรากฏผลที่ชัดเจน มีปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธธรรมชัดเจน ชื่อของการปฏิบัตินี้ ชื่อว่าปฏิบัติสมาธิในแนวสติปัฏฏฐาน ซึ่งเป็นชื่อที่ได้รับการแก้ไขมาในภายหลัง เพราะเดิมวัดนี้เอาแนวปฏิบัติของหลวงพ่อสด (พระเทพมงคลมุนี วัดปากน้ำ) มาปฏิบัติ และไปในแนวเดียวกับวัดพระธรรมกายอ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ชื่อว่าวิชาธรรมกาย ปฏิบัติโดยนึกเอาลูกแก้วมีโอภาสสว่าง สถิตอยู่กลางกาย คือใจกำหนดให้ภายในกลางกายเป็นที่ตั้งลูกแก้วนิมิตรนี้ เช่นใช้บทบริกรรมเหมือนกันว่า สัมมาอรหัง และการก้าวหน้าของสมาธิ ดูจากความสว่างของลูกแก้วที่อยู่กลางกาย หากจิตสงบยิ่ง ๆ ก็สามารถทำพิสดารดวงแก้วไปได้ต่าง ๆ เช่นทำให้เป็นลูกแก้วหลายดวงก็ได้ ทำขนาดให้ได้ต่าง ๆ ก็ได้ การปฏิบัติ วันนี้ ก็พาปฏิบัติไปเช่นนี้ เริ่มต้น บริกรรมด้วยบทว่า สัมมาอรหังให้นึกเอาด้วยใจว่ามีดวงสว่างอยู่กลางกาย เมื่อจิตสงบแล้ว จุดเล็ก ๆ นี้จะสว่าง โตกลมขึ้น เห็นชัดขึ้น มีพระเทพญาณมุนี เทศน์นำไว้ก่อนว่า ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นผู้นำ ใจนำเรามานั่งอยู่ที่นี่ เมื่อใจสงบ ก็จะเห็นนิมิตชัดขึ้น สิ่งที่คนทั่วไปจะไม่เข้าใจก็คือ การไปเหมาเอาว่านี่เป็นวิธีที่ถูกต้องเพียงวิธีเดียว และการที่เหมาเอาเช่นนี้ น่าระวัง เพราะจะมีความหมายถึงการยึดมั่นถือมั่น พอเห็นนิมิตชัดเจนก็ยึดมั่นถือมั่น พอสร้างนิมิตขึ้นได้หลายหลากตามแนวปฏิบัติแบบนี้ ก็จะ เหมาเอาว่าตนสำเร็จพระอรหัตแล้ว จะเป็นการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะแท้ที่จริงเป็นเพียงผลของสมาธิ คือมีนิมิตที่เรียกว่าอุคคหนิมิตร ยังไม่ถึงระดับฌาน กับปัญญา คนผู้ปฏิบัติธรรมจะต้อง เข้าใจปฏิบัติการของฌาน กับปัญญา ว่าสลับเหตุสลับผล แก่กันและกันอย่างไร ตามบาลีที่ รับรองไว้ว่า นตถิ ฌานํ อปญญสส นตถิ ปญญา อฌายิโน (ฌานย่อม ไม่มีแก่ผู้ไม่มีปัญญา ปัญญาย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่มีฌาน มีในพระธรรมบท ภิกขุวรรคที่ 25) ซึ่งเป็นระดับปัญญาสิกขาอันเป็นปฏิเวธธรรมระดับสูงสุด และเป็นพระคาถาที่ใช้สอบภูมิธรรมวิปัสสนาชั้นสูง อย่างไรก็ตามคำ ๆ นี้ เท่าที่มีบางท่านพยายามอธิบายอยู่ ก็ดูว่าจะคลาดเคลื่อนไม่ถูกต้องตรงหลักการตามบาลี เช่นแนวอธิบายฌานว่าเป็นเรื่องเดียวกับสมาธิ ฌานหมายถึงสมาธิที่แก่กล้าขึ้น (ดู รายการ พุทธธรรมนำทาง ของ อำนวย สุวรรณคีรี ช่อง 11) ซึ่งไม่สอดคล้องกับ บาลีบทนี้ เพราะบาลีบทนี้แสดงว่า ฌานเป็นระดับเดียวกับปัญญา ซึ่งหมายถึงคนละระดับกับสมาธิ เมื่ออธิบายว่าฌานหมายถึงสมาธิที่แก่กล้าขึ้น จึงไม่น่าจะถูกต้อง เมื่อหลักบาลีนี้บอก ยืนยันว่า ฌาน กับ สมาธิ เป็นชนิดคนละ ชนิดกัน เหมือนช้าง ก็เป็นช้าง จะเป็นหงส์ หรือออกลูกมาเป็นหงส์ไม่ได้ หงส์ก็เป็นหงส์ จะออกลูกมาเป็นช้างไม่ได้ สายพันธุ์คนละสายพันธ์ จะเอามา อธิบายอย่างสายพันธ์เดียวกันก็ไม่ได้ เรื่องฌานจึงเป็นสิ่งที่เอาไว้ ใช้เป็นตัววัดผลการศึกษา วัด ภูมิธรรมทุกประเภทในศาสนาพุทธและทุกประเภทแห่งศาสนาสากล ฉะนั้น หากการปฏิบัติ ธรรมใด ไม่ว่าศีล สมาธิ หรือวิปัสนาธุระ (วิปัสสนากรรมฐาน)ใด ไม่มีผลทาง ฌาน (แบบพุทธ)เกิดขึ้น (หมายถึงการตัดกิเลสได้) ก็ไม่ควรสรุปลงไป ว่าเราบรรลุแล้ว เราสูงสุดแล้ว หรือสรุปเอาว่า วิธีนี้เท่านั้น วิธีเดียว วิธีอื่นไม่มี วัดเราเท่านั้นวัดเดียว วัดอื่นไม่มี แล้วยกตนว่าดีกว่า เหนือกว่าผู้อื่น ดีกว่าวิธีปฏิบัติอื่น หรืออวดอ้างแก่คนทั้งหลายทั้งปวงไปทำนองนี้ หรือไปไกล กระทั่งอวดอภินิหารต่าง ๆ ของวิชานั้นวิชานี้ไป เช่นนี้เป็นต้น เพราะการสำนึกที่เฉไปเช่นนี้ จะทำให้ นักปฏิบัติจากหลาย ๆ สำนัก มาร่วมปฏิบัติด้วยกันได้ยาก จะทำให้เป็นงานหมู่งานขนาดใหญ่ได้ยาก ไม่เป็นการส่งเสริมสามัคคีธรรมทางปฏิบัติในหมู่พระนักปฏิบัติ จึงควรระวังว่ามี วิธีการที่แตกต่างหลายหลาก ที่เหมาะแก่คุณภาพบุคคลแต่ละคนเสมอ ๆ เมื่อแต่ละวิธีการตรง ไปสู่เป้าหมายที่ถูกต้องเดียวกัน เมื่อมาปฏิบัติร่วมกัน ก็สามารถใช้วิธีของแต่ละวิธีไปได้ โดย แต่ละวิธีการนั้น ต่างมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน มีปฏิเวธธรรมสูงสุดร่วมกัน.

 

  • ดีเล่มที่ 29

 

 

 

 

 

 

 

 

 11 ดี30 /ต.ค. 46- มี.ค. 47

เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

ต่อต้านเอดส์ต่อต้านอนารยธรรม

โดย คอมพิวเตอร์แมนและ บูดามี

 

 

 

 12 มองรัฐสภา เรื่องที่ดินของวัด

ช่อง 11 พฤหัสบดี ที่ 11 ก.ย. 46 09.20 น.

 

นารากร ติยายน พิธีกรพบ นพ.วิชัย ชัยกิจวณิชกุล ประธานกรรมการศาสนา ศิลปวัฒนธรรม กับคุณจำรัส เวียงสงค์ โฆษกคณะอนุกรรมการศาสนาศิลปวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เรื่องการจัดระเบียบศาสนสมบัติ และที่ดินของวัด สะท้อนถึงความเอาใจใส่ในปัญหาการคณะสงฆ์ของฝ่ายบ้านเมืองที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่ง ในวันนี้ สิ่งที่ฝ่ายบ้านเมืองสนใจก็ยังคงเป็นปัญหาละเอียดอ่อนในวงการสงฆ์ การอ้างว่า สยามวงศ์ในลังกา ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสมบัติเลยนั้นนับเป็นข้ออ้างที่มีเหตุผลตามพระธรรมวินัย ควรจะเป็นมาตรฐานร่วมในการวินิจฉัยสั่งการ มาตรการหลักย่อมอิงพระธรรมวินัยที่ได้ศึกษาอย่างมั่นใจแล้ว เพราะการมองประเทศอื่นนั้น อาจจะใช้ไม่ได้ หากขัดหรือแย้งพระธรรมวินัย ประเด็นมีมาเฟียในวัด คุมเรื่องการเงินในวัด น.พ.วิชัย พบว่าเกิดจากบุคคล 3 ประเภท คือ เจ้าอาวาส, ไวยาวัจกร และพระเลขานุการ แต่ในชนบทควรครอบคลุมไปถึงผู้ใหญ่บ้าน กำนันด้วย ใน เมือง อาจเป็นผู้มีอิทธิพลบางกลุ่ม บางระดับ ด้วย อย่างไรก็ตาม ท่านว่าปัญหา มาเฟียในวัดนี้ แก้ไม่ยาก เอาจริงก็จะไม่มีปัญหา

 

 

 

 13 ถ่ายทอดสดงานรวมพลังอาสาสมัครพิทักษ์ชาติไทย

ช่อง 11 25 พ.ย. 2546

 

1842 น. แสดงหน้าพระที่นั่งสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ลูกเสือชาวบ้าน กับกลุ่มพลังต่าง ๆ ในจังหวัดกาฬสินธุ์ แสดงการฟ้อนรำและวัฒนธรรมอีสาน ประกอบการแข่งขันเรือยาว สิ่งที่น่าสนใจคือวัฒนธรรมแคนอิสาณที่แสดงหน้าพระที่นั่งสมเด็จพระบรมราชินีนาถในวันนี้ ถือว่าเป็นสุดยอดของวัฒนธรรมอีสาน เสียงแคนไพเราะและการฟ้อนสุภาพ วัฒนธรรมแคนเป็นสิ่งบ่งชี้ไปถึง ความเป็นผู้ดีอีสานได้อย่างน่าภาคภูมิใจ ในแต่ละวัฒนธรรมท้องถิ่นจะไม่เห็นชัดเจนว่าวัฒนธรรมใดถึงระดับที่บอกได้ว่า สุภาพ เป็นผู้ดีบ้าง แต่การตีความหมายของ คำว่า วัฒนธรรมผู้ดีอีสานนั้น ค่อนข้างจะต้องการคำอธิบายยาว แต่เมื่อเปรียบเทียบแล้ว ในชนบางเผ่า บางท้องที่ เราจะไม่พบเลยว่ามีวัฒนธรรมที่อาจเรียกได้ว่าเป็นวัฒนธรรมผู้ดี หรือสิ่งที่บ่งว่ามีคนดีในสังคม ได้อย่างชัดเจน บางทีวัฒนธรรมใหม่ ๆ ที่บอกความเป็นคนดี บอกความเป็นผู้ดีของชนเชื้อชาติไทย ปัจจุบันนี้ น่าจะได้แก่วัฒนธรรม รักในหลวง ห่วงลูกหลาน ต้องช่วยกันต้านยาเสพติด คน เสพพิษร้ายจะต้องถึงตาย ส่วนคนขายต้องริบทรัพย์และประหารชีวิต นี้เอง ชาติ ประชาชนไทย ควรพร้อมใจกันดำรงวิถีทางชีวิตแนวนี้ให้มั่นคงเป็นวัฒนธรรมผู้ดีของไทยต่อไปตลอดกาล

 

 

 

 

 14 ภาษาเศรษฐกิจ ฝ่ายค้านจะปลดบุช

ช่อง 9 26 พ.ย. 2546 0830 น.

 

เนาวรัตน์ เจริญประพิณ กับบัญชา ชุมชัยเวท ว่า อเมริกาเพิ่ม จีดีพี 8% มีภาพหาเสียงของฝ่ายค้านว่า บุช เป็นบุคคล ที่จะต้องถูก ปลด น่าระวังว่า ฝ่ายค้านจะใช้วิธีการพูดสั้น ๆ ว่า ปลด ๆ ๆ ๆ ๆ เหมือนยุคบิลคลินตั้น ที่หาเสียงด้วยคำพูดประโยคเดียวว่า Change ๆ ๆ ๆ ๆ ฝ่ายบุชว่า เราทำได้แล้ว คือเพิ่ม จีดีพี มาตลอดต้นปี 7 % ปลายปีขณะนี้เราทำได้ 8 % รายการนี้ คุณเนาวรัตน์กับคุณบัญชา ไม่อธิบายไปอีกหน่อยว่าทำไม จีดีพีของบุชจึงเพิ่มโดยตลอด แต่น่าคิดว่าอเมริกาคงรวมเอาผลผลิตจากกิจการโสเภณีผนวกเข้าไปด้วย เพราะขณะนี้อเมริกามีกิจการโสเภณีที่ไฮเทคมาก และใช้บริการ www. ไปทั่วโลก และผูกขาดตีตลาดโลก ยึดครองตลาดโลกได้หมด โดยมีญี่ปุ่นไล่ตามไปติด ๆ นั่นก็คือโสเภณีอินเทอเน็ต ผู้ใดที่ใช้อินเทอเน็ต จะพบเทคนิคเสนอขายของพวกโสเภณีนี้อย่างเหนือชั้น คือสามารถส่งสินค้าของเขาเข้ามาได้อย่างไร ในหน้าจออินเทอเน็ตเว็บไซท์ ขณะที่เรา กำลังดูรายการของเราอยู่ แล้วมีคำถาม ชอบไหม เอาไหม ซึ่งคนดี ๆไม่ อาจทำเช่นนี้ได้ มีแต่ชนชาติอเมริกันที่ทำได้อย่างมีอภิสิทธิ์ได้อย่างไรและไม่อายสายตาโลก

 

แล้ว รมว.เทคโนโลยี นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี มาให้สัมภาษณ์ ท่านพูดไปถึงเรื่องคอมพิวเตอร์ความเร็วสูง ระบบงานราชการผ่านอินเทอเนต เช่นการจดทะเบียนสมรส หรืออย่าร้าง ก็จดทางอินเทอเนตได้ อะไรต่าง ๆ ที่ฟัง ๆ แล้ว ดู เหมือนไปเพิ่มจีดีพีให้อเมริกาทั้งสิ้น และดูเหมือนคนที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุดก็ คือ รมว.เทคโนโลยีฯ แต่ท่านก็ไม่เคยแสดงปฏิกริยาอะไรต่อเรื่อง โสเภณีอินเทอเนตนี้ เลย ทั้ง ๆ ที่ดูแล เรื่องเทคโนโลยีอยู่

 

 

 

 

 

 15 เพื่อนหญิง พลังหญิง

ช่อง 3 พุธ 26 พ.ย. 2546 09.10 น.

 

เจ้าของรายการ สัมภาษณ์คุณหมอท่านหนึ่ง คุณหมอให้ข้อมูลว่า องค์การสหประชาชาติ กำหนดให้วันที่ 26 พฤศจิกายน เป็นวันเอดส์โลก ประเทศไทยมีสถิติคนป่วยเป็นเอดส์ 6 แสนคน ท่านว่าคนไทย ต้องช่วยกันแก้ปัญหา แต่แนวคิดของท่านฟังแปร่ง ๆ ไม่ค่อยตรงความจริง ในทางปฏิบัติจะทำยาก เช่นท่านว่า "ทุกชีวิตมีคุณค่าอย่าตัดสินด้วยเอดส์" "สังคมจะต้องยอมรับและให้โอกาสเขา" "ให้ยอมรับคนเป็นโรคเอดส์ว่าเหมือนคนธรรมดา" ซึ่งยากจะยอมรับได้ เพราะวาทะเหล่านี้ไม่เป็นสัจจะ คน เป็นเอดส์ไม่ใช่คนธรรมดา เพราะเขา-เธอคือคนป่วย รอความตาย ช่วยตนเองไม่ได้ ถ้าเขาช่วยตนเองได้เหมือนคนธรรมดา ๆ มีสุขภาพดีเหมือนคนธรรมดาเขาจึงควรถูกนิยามว่า "เหมือนคนธรรมดา" นี่คือประเด็น วิธีคิดไม่ถูกต้องกับความเป็นจริง ทำให้การแก้ปัญหา สับสน ไม่ตรงจุดของเหตุที่แท้จริง เรื่องเอดส์จึงมีแต่เพิ่มขึ้น ๆ

 

นอกจากนี้ วิธีคิดของนายแพทย์ คนนี้ ยังมีเรื่องไม่เป็นธรรมต่อไปอีก คือ การเสนอแนะมาตรการที่กลับไปลดทอนค่านิยมที่คนไทยประพฤติไปตามครรลองวัฒนธรรมไทยที่ถูกอยู่แล้ว ให้เฉไปนอกวิถีทางที่ถูกต้องปกติ ดังจะเห็นว่า สังคมไทยส่วนใหญ่จริง ๆ มีค่านิยมรังเกียจคนเที่ยวสำส่อน เราก็ควรเห็นว่าเป็นค่านิยมที่ดี ไม่ควรไปพูดทำลายค่านิยมดี ๆ เช่นนี้ คนไทยมีค่านิยมต่อคำสอนของศาสนาดีอยู่แล้ว กลับไป พูดลดทอนค่านิยมที่คนไทยวัฒนธรรมไทยยึดมั่นในคำสอนของศาสนา ศีลธรรม จริยธรรมอันดี งาม เพราะค่านิยมเหล่านี้ แท้จริงคือมาตรการป้องกันและปราบปรามปัญหาสังคมที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง ควรปล่อยให้ค่านิยมทางสังคมเหล่านี้ ทำงานของมันเองไปอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นอิสระ เสรีอย่างเต็มที่ เท่านี้เอง ก็จะเป็นมาตรการที่เข้มแข็งยิ่งกว่ามาตรการทางกฎหมายเสียอีก ผลก็ คือ จะเป็นวิถีทางที่ค่อยลดทอนโรคเอส์ลงไปตามลำดับ

 

เราหมายความว่าบุคคลหนึ่งบุคคลใด จะเสนอความเห็นที่ไม่เป็นกลางเอียงเข้าข้างตนเองอย่างไรก็ตาม แต่เรื่องสำคัญคือ ไม่ควรมองว่าค่านิยมสังคมไทย วัฒนธรรม ศีลธรรมจริยาไทยของคนไทยทั้งชาติ หรือที่คนไทยส่วนใหญ่ที่สุดนับถือปฏิบัติมาแต่อดีตเนิ่นนานดึกดำบรรพ์ เป็นสิ่งที่ควรขจัดออกไป หรือพยายามขจัดออกไปเพื่อเปิดทางให้เขาคนนั้นทำงานตามแผนการณ์ ที่มาจากความคิด วิธีคิดที่ไม่ถูกต้องของเขา

 

แต่ ควรทำงานไปอย่างไรก็ตาม โดยอย่าไปทำลายค่านิยมของคนส่วนใหญ่ อย่าไปทำลาย หรือ แม้มีความคิดอคติต่อค่านิยมดั้งเดิมของสังคมไทย เพราะจะเท่ากับรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และเนรคุณแผ่นดิน เพราะไม่รู้ว่าใคร อะไร ทำประโยชน์ หรือไม่ทำประโยชน์ต่อสังคมอย่างไร

 

 

 

 

 16 สธ.ให้เอาถุงยางอนามัยไปแจกจ่ายในมหาวิทยาลัย

ถึงลูกถึงคน

ช่อง 9 27 พ.ย. 2546 2300 น.

 

สรยุทธ สุทัศนะจินดา เปิดประเด็น ประเด็นในวันนี้ก็คือ ทางกระทรวงสาธารณสุขมีโครงการจะเอาถุงยางอนามัยไปวางแจกจ่ายในมหาวิทยาลัย แล้ว มีชัย วีระไวทยะ เจ้าของสมญา รุ้งเจ็ดสี ไปพูดถึงโครงการนี้ แต่ผู้ฟังเข้าใจ คล้าย ๆ ว่าท่านจะมาอำนวยความสะดวกแก่การร่วมเพศของนักศึกษาในห้องหับของอาคารมหาวิทยาลัยทุก ๆ มหาวิทยาลัย เพราะในมหาวิทยาลัยมีกิจกรรมการร่วมเพศกันมากขึ้น

 

นักศึกษาที่มาร่วมรายการถึง 5 สถาบัน มองว่าดูหมิ่นภูมิธรรมภูมิปัญญาของนักศึกษา และพูดไม่ตรงความจริงนักศึกษาทุกคนทุกสถาบันก็มีปฏิกริยาต่อต้านขึ้น และคุณมีชัยก็พก นโยบายกลับไป ที่ว่า "ให้หาถุงอนามัยได้ง่าย ๆ พร้อมใช้ทุกแห่ง แม้กระทั่งในรถแท็กซี่ก็จะเตรียม ไว้ให้"

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องคิดทางเดียว คือ คิดว่าโรคเอดส์ มีเพียงถุงยางเท่านั้นที่ป้องกันได้ ถุงยางจึงเป็นมาตรการสำคัญยิ่งใหญ่ในทัศนะของคนกลุ่มหนึ่ง ที่เอาสิ่งนี้มาเผยแพร่แล้ว ก็ไม่เคยติดตามผลที่แท้จริงคือ สภาวะสังคมดีขึ้นบ้างหรือไม่สถิติลด ไปบ้างหรือไม่ ในระยะหลัง นี้ก็ มีโครงการ โดยอ้างนาม กระทรวงสาธารณสุข ขยายเรื่อง ถุงยางอนามัยไปในระดับวิทยาลัยและโรงเรียนอาชีวศึกษาหลาย แห่งในต่างจังหวัด ไปบางแห่งครู อาจารย์เขาต่อต้าน เพราะวิธีเสนอ เสนอไปแล้วครูอาจารย์เขาฟังไม่ได้ ภาษาหยาบเกินไปในทัศนะของครูอาจารย์ พูดจาขาดศิลป นางพยาบาล เหล่านั้นไป แนะนำวิธีการร่วมเพศ ชายหญิงวัยต่าง ๆ ว่าทำอย่างไร แล้วฟัง ๆ เหมือนไปพูดให้กะหรี่โสเภณี ใต้ต้นขนุนฟัง จนกระทั่งทำท่าจะแสดงสด ๆ ให้นักเรียนชายหญิงดู เขาก็ไล่หนีไปก็มี

 

วันนี้ ที่ คิดจะขยายเข้าไปในมหาวิทยาลัย ก็พูดจาไร้ศิลปเช่นวันนี้ พูดกับนักศึกษาโดยไม่ระวังว่าเขาเป็น นักศึกษา เอาภาษาที่ถนัดพูดกับโสเภณี ไปพูดกับนักศึกษา เขาก็รับไม่ได้ เพราะท่าที การพูด การ เสนอเรื่องถุงยางเสนอออกมาในลักษณะดูหมิ่นภูมิปัญญาของสถาบันและลดคุณค่า ความหมายของสถาบันการศึกษาชั้นสูงลงไป ทำอย่างกับว่าคนระดับนั้นไม่มีความคิด ไม่มี คุณธรรม ไม่มีหิริโอตตัปปะ ฯลฯ สรุปก็คือ คุณมีชัย วีระไวทยะ พลาดไปในประเด็นการแยก กลุ่มเป้าหมาย วิธีการพูดการเสนอต่อกลุ่มเป้าหมายจะต้องแตกต่างและเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายนั้น ๆ (เวลาพูดเรื่องเพศ คุณจะพูดตรงไปตรงมากับกลุ่มโสเภณี อย่างไรก็ได้ แต่เวลาพูดกับ กลุ่มนักเรียนนักศึกษา ครู อาจารย์ ก็ต้อง คำนึงจริยธรรม วาจาให้สุภาพ ในความหมายของ ความมีจริยธรรม หรือ ความเป็นผู้ดี พูดกันแบบผู้ดีสักหน่อย ลองคิดง่าย ๆ ว่าทำไมจึงมี ราชาศัพท์ เช่นทำไมจึงไม่พูดว่าปลาสลิด ถ้าเราพูดกับพระเจ้าอยู่หัว เราต้องคำนึงเรื่องที่ต้อง ระมัดระวังคำพูดอย่างไร) และนี่ยังสะท้อนให้เห็นว่าวิธีการคิดไม่ถูกต้องอีกด้วยคือคิดผิด

 

นอกจากนั้น ยังมีเรื่องวัฒนธรรม การคิดทำงานแนวใหม่เช่นนี้ คิดบ้างหรือไม่ว่าจำเป็นต้องเตรียม โครงสร้างงานทางวัฒนธรรมไว้รองรับอย่างไรด้วย หากไม่เข้าใจเรื่องวัฒนธรรม ก็เสมือนงมไปใน ความมืด ตัวเองก็วิตก ไม่แน่ใจในงานโครงการของตนเอง อย่างไรก็ตาม เมื่อจบรายการ คำถามเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับโครงการของมีชัย หน้าจอนอกจอไม่เห็นด้วยมีเปอร์เซ็นต์สูงกว่ามาก เห็นด้วย 35.72 ไม่เห็นด้วย 64.28 % ดร.เสรี วงศ์มณฑา และอาจารย์จากมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ซึ่งท่านประกาศว่าจะต่อต้านอย่างที่สุด ก็น่าสนับสนุน เพราะปัญหา หรือเรื่องของ เรื่องคือ คนคิดทางเดียว (คุณมีชัย คิดได้วิธีเดียวคือวิธีแจกถุงยาง) นึกว่าตัวเองคนเดียว หรือ วิธีการของตนวิธีเดียวเป็นเลิศ ไม่มีวิธีอื่นอีก

 

 

 

 

 

 17 เทพสามฤดู

ละครช่อง 7 30 พ.ย. 2546 0830 น.

 

เป็นภาพยนตร์เรื่องยาว เนื้อเรื่องสนุกสนาน น่าสนใจเรื่องที่ไปที่มาแห่งบทละคร ตอนนี้แสดงความสง่างามของนักรบได้ดีพอสมควร ราหูมาพบกับน้อง 2 คนรวมเป็นหนึ่งเดียว เป็นเทพสามฤดู ราหูถูกวาดให้เป็นวีรบุรุษ เป็นเทวา

 

แล้วมาเป็นราหูฆ่าไม่ตาย เว้นแต่จะแยกร่างไปไว้คนละแห่ง ฉากฝ่าไปในป่าดึกดำบรรพ์รบกับต้นไม้ปีศาจ น่าชมมาก แล้วรบกันด้วยฤทธิ์ แสดงความดีได้ค่อนข้างน่าดู เมื่อฝ่ายหนึ่งฆ่าไม่ตายตัดคอตัดตัว ตัดแขน แล้วพาหนีไป ฉากวันนี้ล้วนแต่น่าชม เช่นพวกนกอินทรี โผนบินมาเพื่อ จะคอยคาบเอาชิ้นส่วนราหูไป น่าชมมาก น่าจะเน้นอะไรที่คนอยากดู ก็ทำให้ดู เช่น คนอยากดูฤทธิ์จรเข้ยักษ์ ก็ทำให้ดูบ้าง เป็นต้น ถ้าทำให้สมเหตุผลยิ่งขึ้น แสดงเหตุและผล และพัฒนาฉาก วิธีการแสดงไปให้ดูสมเหตุสมผล ฤทธิ์ที่ทำได้ ควรแสดงที่มาที่ไปในเรื่องราว ไม่ใช่เพียงสมมติเอาเท่านั้น ก็น่าจะเป็นที่ชอบใจของเด็ก ๆ และคนดูทั่วไป ต่อไปก็ควรนำเอานิทานชาดกขนาดสั้น ๆมาเล่นบ้าง

 

 

 

 

 

 18 พระทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้สีกาในห้องลับ

ทำผิดอย่าเผลอ

ไอทีวี พฤหัสบดี 1 ธ.ค. 2546 20.30 น.

 

มีหลายกรณี ในวงการ สงฆ์ ที่ไอทีวี เอาใจใส่ เสนอมาโดยตลอด วันนี้ เสนอเรื่องพระ เจ้าอาวาสวัดป่าสันติธรรมต.หนองกุง อ.เมือง จ.ขอนแก่น พระบุญเกิด ม่วงนิล ทำพิธีเสดาะเคราะห์ให้สีกา พระท่านก็บอกแล้วว่าต้องเข้าห้องสองต่อสอง ต้องเปลื้องผ้าหน้าท้อง ผู้หญิงโง่ ๆ ก็ยังยอมได้ ฝ่ายพระก็เป็น เพียงเฒ่าตัณหากลับคนหนึ่ง ก็พอกัน เรื่องก็เลยไปถึงบทที่ว่า เปลื้องผ้าล่อนจ้อนอยู่สองต่อสอง เพื่อลงนะหน้าทอง แล้วลงทั่วตัวเปล่าเปลือยไม่เว้นแม้กระทั่งของสงวน แล้ว ไอทีวีถ่ายภาพเอาไว้ตามแผนของนโยบาย "ทำผิดอย่าเผลอ" ผู้หญิงออกมาเปิดเผย ถูกจับพาไปหาเจ้าคณะตำบล ๆเห็นหลักฐานภาพถ่าย ก็ให้สึก อันนี้น่าชมที่เจ้าคณะตำบลสามารถตัดสินใจได้เด็ดขาด ไม่โอ้เอ้ล่าช้า ฝ่ายจำเลยมีการต่อรองต่าง ๆ แม้กระทั่งต่อรองว่าความผิดไม่ถึงขั้นปาราชิก นั่นก็ เพราะยังมีแผนจะกลับมาบวชอีก ขาดหิริโอตตัปปะ และความรับผิดชอบต่อพระศาสนาโดยสิ้นเชิง หากกลับมาบวชได้อีกความผิดก็จะอยู่ที่อุปัชฌาย์อย่างหลีกไม่พ้น เพราะคนเห็นปานนี้แล้วจะเป็นประโยชน์อย่างไรแก่พระศาสนา อีกรูปหนึ่ง พระพิมล เป็นเจ้าอาวาสวัดท่าพะเนาวส์ ต.ท่าพระ เรื่องเดียวกันคือสีกา รายนี้ ไม่ยอมกลับใจ หลายครั้งหลายครา จนชาวบ้านทนไม่ไหว ไอทีวีมาสืบเอาหลักฐาน จนสึกได้ เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะพระเหล่านี้ไม่มีการศึกษาฝ่ายวิปัสนาธุระ และถือคติว่า "การบวชคืออาชีพชนิดหนึ่ง" นั่นเอง

 

 

 

 19 โหดหวีดสยอง รายการของนิรุตติ ศิริจรรยา

ช่อง 9 พฤหัสบดี 1 ธ.ค. 2546 21.30 น.

 

นิรุตติ ศิริจรรยา คงไม่ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ คนดูคงไม่ถึงกับกลัวจนไม่กล้าลงจากบ้านเวลากลางคืน หรือไปป่าไปสวน พบงูดิน ไส้เดือน ก็ลงนั่งยอง ๆ ยกมือไหว้ เพราะคิดว่าพญานาคจำแลงกายมาให้โชค ถ้าทำให้คนหลงผิดไปได้เช่นนี้ ประเทศเราคงตามโลกไม่ทันแน่ เหตุสยองทางวิญญาณ อาถรรพณ์เฮี้ยน เช่นเรื่องผีอิสลาม หรือ ผีแขก ในหอพักนักศึกษาวันนี้ น่าจะออกมาในรูปการเสนอข้อมูลเพื่อการวิจัยศึกษาอย่างเป็นระบบ และข้อมูลควรมีการอ้างอิงที่ได้มาตรฐานระดับเดียวกันทุก ๆเรื่องราวที่เสนอมา เพื่อจัดวิเคราะห์หาข้อสรุปในเชิงวิทยาศาสตร์ ไม่ควรเสียโอกาสไปเปล่า โดยเพียงลงทุนทำเรื่องสนุก ๆ เพื่อการบันเทิงอย่างเดียว

 

 

 

 

 20 วันทักษิณประกาศชัยชนะสงครามยาเสพติด

โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ พุธ 3 ธ.ค. 2546 0840 น.

 

ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นายกรัฐมนตรีปราศัยชื่นชมโครงการ ทูบีนัมเบอร์วัน ว่าขณะนี้มีสมาชิกถึง 21 ล้านคนแล้ว คำพูด ของท่านนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร มีข้อน่าสังเกตว่า ท่านพูดแบบไทย มีจินตนาการแบบไทย เมื่อท่านพูดว่า "การค้าขายยาเสพติดเป็นความเลวความชั่ว" "คนชั่วเหล่านี้ ส่วนหนึ่งได้ตายไปหมดแล้ว" "คนขายยาเสพติดถือว่า เป็นศัตรูของชาติ ที่ผมเองพร้อมที่จะห้ำหั่นทุกรูปแบบ" ซึ่งความหมายของคำว่า ชั่ว เลว ทราม ได้บอกคุณลักษณะของคนว่า หมายถึงคนที่น่ารังเกียจ คนพาลที่ไม่ควรคบหาสมาคม อันเป็นค่านิยมพื้นฐานของสังคมไทย ทุกวันนี้ยังมีปัญหาอื่น ๆ อีกที่สังคมไทยควรให้ค่านิยมเช่นเดียวกับค่านิยมต่อยาบ้า เช่น กรณี ความประพฤติสำส่อนของสามีที่เสี่ยงต่อการนำ เอดส์มาสู่ภรรยา กรณีคนเจ้าชู้เที่ยวสำส่อนแล้วติดเอดส์ว่าเป็นคนชั่ว คนเลว เด็ก เยาวชน ที่ เอาแต่เที่ยวเตร่สุรุ่ยสุร่ายแก่แดดเกินตัว ว่าเป็นเด็กชั่ว เด็กเลวก็จะกลายเป็นมาตรการด้านค่านิยมสังคม ที่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกมาตรการหนึ่ง คนทั้งหลายต่างรังเกียจแล้ว ผลก็คือเป็นการป้องกันและปราบปรามพฤติกรรมเลวชั่วเช่นนี้ได้ เหมือนกับกรณียาเสพติดที่สังคมทั้งหมดยอมรับว่า ยาบ้าเป็นของชั่วของเลว คนค้ายาบ้าเป็นคนชั่วคนเลว แม้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ให้คำนิยามชัดเจนว่า คนค้ายาบ้าเป็นคนชั่ว คนค้ายาบ้าเป็นคนเลว คนเหล่านี้เป็นศัตรูของประเทศชาติ คนชั่วเหล่านี้ไม่ควรมีที่อยู่บนแผ่นดิน ต่อไป ต้องกำจัดไปจากสังคมให้หมด ต้องเอามาฆ่าทิ้งและยึดทรัพย์ให้หมด และดำเนินการไปตามนั้นจริงจนเป็นผลสำเร็จอย่างดี

 

 

 

 

 21 รักลูกให้ถูกทาง ฐานะเมื่อผู้ชายคนหนึ่งเปลี่ยนมาเป็นพ่อ

ช่อง 7 พฤหัสบดี ที่ 4 ธ.ค. 2546 16.15 น.

 

บริษัทสหพัฒนพิบูลจำกัด(มหาชน) สนับสนุนรายการ ดร.สายฤดี วรกิจโภคากุล อ้างงานวิจัยว่า เมื่อผู้ชายคนหนึ่งเปลี่ยนฐานะมาเป็นพ่อ คือมีการแต่งงาน แล้วมีลูก ผู้ชายคนนั้นจะเปลี่ยนไปอย่างมาก หรือสรุป สั้น ๆ ว่า ผู้ชายเปลี่ยนไปเมื่อเป็นพ่อคน ยกตัวอย่างเช่นผู้ชายเคยสูบบุหรี่ ก็เลิกสูบบุหรี่ได้ ผู้ชายเคยเที่ยวเตร่ ดื่มกิน ก็เลิกได้ แล้วผู้ชายมีความรู้สึกใหม่ มีความรับผิดชอบมีความสุขใจ ลึก ๆ ก็หันมาประพฤติตนอย่างเสียสละเพื่อลูกมากขึ้น รายการนี้มีเวลาสั้น ๆ เพียง 2-3 นาที การรายงานของ ดร.สายฤดี มักรายงานเอาเฉพาะส่วนสรุปของงานวิจัย เรื่องที่น่าสนใจและมีสาระค่อนข้างสำคัญเช่นนี้ ก็ดูมีข้อสงสัย ฟังไม่ค่อยทัน ดูเหมือนมีรายงานว่า เมื่อพ่อทำงานหนักเพื่อครอบครัวเพื่อลูกนั้น พฤติกรรมของพ่อมักห่างเหินลูกเมียไป เพราะมุ่งแต่ทำงานหนักเพื่อการเศรษฐกิจของครอบครัว เหมือนดั่งไม่รักลูกไม่รักครอบครัว ทำให้ดูเหมือนว่า พ่อห่างเหินลูกเกินไปแต่ความจริงพ่อไปทำงานหนักเพื่อลูกอย่างเสียสละ รายงานนี้น่าจะตรงกับสภาวะของครอบครัว ไทยเราเองส่วนมาก ครอบครัวไทย พ่อไทยมักเป็นแบบนี้และจะเห็นชัดเจนเสมอ ๆ มาจนกระทั่งบัดนี้ ถ้าเป็นงานวิจัยสากล ก็น่าคิดว่าเป็นหลักฐานที่ยืนยันว่าเป็นธรรมชาติอันหนึ่งของมนุษย์โลก ที่มีความรัก ความรับผิดชอบต่อครอบครัว มีความสุขเมื่อมีลูก อันเป็นวิสัยหรือวงจรพฤติกรรมปกติของมนุษย์ แต่สิ่งที่น่าคิดก็คือ สาระของพฤติกรรมนั้นต้องมีความรักที่แท้จริง มีความจริงใจ บริสุทธื์แท้จริงด้วย ได้มีคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สุขภาพจิต ว่า การโอบกอดลูกควรทำทุกวัน ทุก ๆ โอกาส ดูเหมือนอ้างการวิจัยเมืองนอกมา แต่การกระทำเพียงโอบกอด น่าจะยังไม่สมบูรณ์ ที่ว่าไม่สมบูรณ์ก็คือ น่ามีสมมติฐานต่อไปตามความคิดไทยอย่างยิ่ง ว่า การทำ อะไรต้องจริงใจ ไม่เสแสร้ง มายา เป็นอันขาด ถ้าพ่อเพียงแสร้งทำ แต่หาความรักความรับผิดชอบที่จริงใจไม่ได้ กลับจะได้ผลเป็นลบ เช่นพ่อเจ้าชู้ ซึ่งมักจะปากหวาน เข้าใจชำนาญงานประจบประแจง รู้จักโอบ กอด จุมพิต ดี โอบกอดลูกทุกวัน ๆ แต่ทำให้แม่มีความทุกข์ หรือไม่มุมานะทำงานทำการช่วยแม่ช่วยหารายได้เพื่อลูก ๆ ได้มีการศึกษา พูดจาคำหวานกับลูก ๆ แต่เห็นแก่ตัว กินเหล้าเบียร์เสพสุขส่วนตัวคนเดียวก็จะเป็นการเพาะบ่มความรังเกียจอย่างลึกซึ้งแก่ลูก ๆ เสียอีก ส่วนพ่อผู้ดูห่างเหินและทำงานหนัก คำพูดห้วน ไม่สุภาพ ไม่ประนีประนอม แต่จริงใจเพื่อลูก ๆ เมื่อลูกรู้ความจริงใจเช่นนี้ ย่อมก่อเกิดความรักอันมั่นคงลึกซึ้งไม่คลอนแคลน และรำลึกพระคุณไม่สิ้น

 

และสังคมไทยก็เดินวิถีวัฒนธรรมมาเช่นนี้ โดยอาศัยความจริงใจเป็นหลัก มากกว่าจะเสแสร้งแกล้งทำแสร้งโอบแสร้งกอดจูบลูบโลมแต่หาความจริงใจไม่ได้ แล้วไม่นานการโอบกอดก็จะกลับ กลายเป็นสร้างความชังความขยะแขยงอันลึกซึ้งในจิตใจของลูก ๆ

 

 

 

 

 22 เอเซี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 22 เวียดนาม

ช่อง 4 พฤหัสบดี ที่ 4 ธ.ค. 2546 1530 น.

 

ฟุตบอลชาย อเซี่ยนเกมส์ ไทย-ลาว ลาวแพ้อินโดเนเซียมา 0-8 วันนี้แพ้ไทย 0-6 อีกหน่อยคงแพ้เวียดนามอีก ลาวในชุดแดง ไทยน้ำเงิน หากเปรียบเทียบกับสิบปีก่อน จะพูดได้ว่าลาวเล่นดีมาก การส่งลูก รับลูกแม่นยำ การยิงประตูน่าเกรงขาม การเลี้ยงลูก ส่งลูกเห็นได้ว่าเก่งมากขึ้นเป็นคนละคน เพียงแต่ว่าทีมอื่น ๆ ไปล้ำหน้าไกลเหลือเกิน ลาวจึงมีแต่แพ้ และแพ้ อย่างมากมาย เสียหลายประตูให้แก่คู่แข่งทุกชาติ วันนี้ลาวจะคิดอย่างไร เราขอเสนอว่า อย่าเพิ่งลงทุนจ้างโคชฝรั่งเลย ควรจ้างโคชไทยนี่จะเหมาะที่สุด เพราะไทยเก่ง ฟุตบอลงานนี้ก็ฟัดกับเวียดนาม เจ้าภาพจนเป็นแชมป์ 6 สมัย สะใจคนไทยทั้งชาติ และอีกกีฬาหนึ่งที่ลาวเกือบได้เหรียญทองก็คือมวย แต่โชคร้ายมาเจอกับไทย ไทยส่ง 9 รุ่น เข้าชิงถึง 8 รุ่น ได้ทอง 7 รุ่นนับว่าเด่น เป็นเจ้าสังเวียน ถ้าลาวไม่เจอเจ้าสังเวียน ก็ไม่แน่ว่าอาจได้ทองจากมวยแน่

 

 

 

 

 

 23 ภาพยนตร์ยุคอังกฤษล่าอาณานิคมถึงธิเบต

พิทักษ์หลังคาโลก

ภาพยนต์ ช่อง 7 พุธ 24 ธ.ค. 2546 เวลา 10.00 น.

 

เรื่องราวเกิดขึ้นในยุคอังกฤษ ฝรั่งเศส เป็นเสือล่าอาณานิคม อังกฤษมองว่าทิเบต จีน เป็นบ้านผุ ๆ จะยึดเอา ได้ง่าย ๆ ก็ส่งทหารใต้การบังคับบัญชาของนายพันคนหนึ่ง มีปืนกลเป็นยุทธศาสตร์หลัก ได้ติดยศให้นักประพันธ์คนหนึ่งเป็นร้อยตรีตามไปในกองทัพด้วย

 

ทิเบตได้ข่าวหมาป่าผู้รุกรานก็ตระเตรียมกันทั้งประเทศ ทั้งคนหนุ่มคนสาว แม้ที่กำลังเตรียมการวิวาห์ก็เตรียมรบ ฉากแรกอังกฤษเดินทัพ เข้าไปสู่ที่ล้อมทางภูมิศาสตร์ที่ได้เปรียบของทิเบต อังกฤษใช้เล่ห์พลิกลิ้นเจรจา โจมตีที่จุดอ่อน ของชาวเอเซีย คือชาวเอเซียมีคุณธรรม ใจอ่อน เมื่อพูดถึงเรื่องคุณธรรมชาวเอเซียจะฟังและเชื่อ อังกฤษใช้เล่ห์เจรจาว่าชาวทิเบตเป็นคนดีมีไมตรีจิตแก่คนทั้งหลาย มีคุณธรรมสูงส่ง ชอบสันติกว่า การรุนแรง อังกฤษต้องการเจรจาด้วยสันติมากกว่าจะใช้ความรุนแรง ขอให้ทิเบตถอนกำลังลงมายังที่ราบเพื่อเริ่มการเจรจา แม่ทัพทิเบตหลงกล นึกว่า ทหารอังกฤษมีคุณธรรมปานนี้ต้องเจรจากัน อย่างไมตรีจิต จึงจะชอบตามหลักนักปราชญ์ ให้ทหารวางอาวุธและถอนกองทัพตามจุดยุทธศาสตร์รอบทิศที่วางเอาไว้อย่างดีแล้ว ลงมายังที่ราบ ต่อหน้าทหารอังกฤษ แต่อังกฤษไม่ซื่อ ลอบส่งทหาร เข้าไปยึดชัยภูมิแทน และสั่งให้ทิเบตยอมแพ้ทันที ทิเบตแค้นสั่งทหารขีดหินเหล็กไฟ (หมายถึงสั่งยิงด้วยปืนแก๊ป และการยิงปืนแก๊ปต้องขีดหินเหล็กไฟให้ไฟลุกขึ้นก่อนเพื่อจะจุดชนวนปืนนำไปจุดระเบิดดินปืนส่งกระสุนอีกทีหนึ่ง) อังกฤษยิงถล่มด้วยปืนกล ทิเบตไม่ทันขยับถูกปืนกล ทั้งหมด1500 คนตายหมดภายใน 15 นาที

 

ฉากที่ 2 ทิเบตเตรียมทัพม้าที่แข็งที่สุดของยุทธศาสตร์ทิเบตและชนชาตินักรบในทุ่งกว้าง ใช้ยุทธศาสตร์รุกเร็วแรง ทว่าอาวุธมีเพียงปืนแก๊ป หอก และดาบ ฝ่ายอังกฤษตั้งรับ ด้วยป้อมปืนกล และปืน เล็กยาวทำการยิงสลับแถว เหมือนของอเมริกันยุค อินเดียแดง เช่นที่เห็นในภาพยนต์เรื่องศึกอาบาเช่ และผลที่ลงเอยเหมือนกัน นักรบทิเบตมาเท่าไรตายหมดด้วยปืนกล ทิเบตพ่ายในสนามรบอันเป็นยุทธศาสตร์หลักลงอย่างราบคาบ ในขณะที่อังกฤษไม่สูญเสียกำลังแม้แต่คนเดียว และเมื่อเปรียบเทียบทางยุทธศาสตร์แล้ว เหนือชั้น จนมิใช่ การรบ แต่เป็นการสังหารหมู่ชาวทิเบตขนาดใหญ่ ไม่มีใครรอดเหลือกลับไปแม้แต่คนเดียว แล้วอังกฤษเปิดการเจรจากับเจ้าเมืองทิเบต ข่มขู่ด้วยอำนาจที่เหนือกว่า แม่ทัพอังกฤษขู่ว่าวิทยาศาสตร์ย่อมชนะ ผู้มีความคิดก้าวหน้ากว่าย่อมเป็นผู้ปกครอง ฝ่ายทิเบตตอบโต้ว่า ทิเบตมีคนอยู่ 5 เผ่าพันธ์ เขาผูกพันกันมาจนเป็นธิเบต แม้ทิเบตจะเหลือคนอยู่คนเดียวก็จะต่อสู้ข้าศึกทั้งกองทัพ ชาวธิเบตจะไม่ปล่อยหมาป่าที่เข้ามาลักโขมยฝูงสัตว์เลี้ยงให้รอดชีวิต อันเป็นวาทะที่เชือดเฉือนกัน อย่างคมกริบเป็นฉาก ๆ ไปในภาพยนต์เรื่องนี้ อังกฤษถอยไปเคลื่อนกำลังรุกเข้ามาในซอกเขา

 

ทิเบตได้อาวุธปืนรีวอลเวอร์ ปืนเล็กยาวมาจำนวนหนึ่ง ใช้ต่อสู้กับอังกฤษ ความได้เปรียบในสถานที่ชัยภูมิ ทำให้ทหารอังกฤษเริ่มได้พบความสูญเสียและบอบช้ำอย่างหนักกว่าจะเอาชนะได้ และ สามารถจับผู้หญิงสาวสวยประจำสำนักเจ้าเมืองทิเบตไปได้ อังกฤษหมายจะทำสงครามเชิงจิตวิทยาให้คุมตัวหญิงสาวขึ้นบนจอมหินที่สูง จะกระทำอนาจารยั่วนักรบทิเบต แม่ทัพอังกฤษสั่งให้ถอดเสื้อผ้าออกจากร่างหญิงสาว เด็กสาวรำลึกต้นตระกูลทิเบตที่ยาวนานแล้วร้องเพลงปลุกใจทหารแห่งหลังคาโลก เสียงสะท้อนอื้ออึงขึ้นด้วยการขานรับของทหารทิเบตที่ซุ่มซ่อนในหุบเขา อังกฤษ ตะลึง แล้วหญิงสาวก็พลีชีพ ด้วยการเก็บเอาลูกระเบิดจากพื้นดิน โยนทิ้งลงไประเบิดกลางทหารอังกฤษ แล้วเครื่องกระสุนดินดำก็ระเบิดตามกันไปทั้งกองทัพ ทหารอังกฤษแสดงความขลาดวิ่งหนีกันอุตลุต แต่ไม่รอดจากระเบิด ล้มตายเสียหายไปครึ่งต่อครึ่ง

 

แต่อังกฤษมาในนามพระราชินีแห่งอังกฤษ ด้วยศักดิ์ศรีที่ใคร ๆ มิอาจย่ำยีได้ พอรวมกำลังได้อีกครั้งก็เคลื่อนต่อไป เป้าหมายคือมหาปราสาทศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขา มีหน่วยหนึ่งหลงกลเด็กธิเบตอายุ 3-4 ขวบ ที่พาอ้อมไปตกหล่มจมโคลนดูดไปทั้งรถลากปืนกลและทหารทั้งหมู่

 

ฉากสุดท้าย อังกฤษรุกไปถึงเนินเขาที่ตั้งปราสาททิเบตอันสง่างาม ชาวทิเบตปล่อยพญาโคขาวอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้พิทักษ์ทิเบตออกมา ไล่ขวิดทหาร แตกกระจุยกระจาย แล้วตามล่าแม่ทัพอังกฤษจนแม่ทัพเกือบเอาชีวิตไม่รอด ยิงจนหมดกระสุนวัวจึงล้ม ทิเบตพ่ายเข้าไปตั้งรับที่กำแพงเมือง อังกฤษรุกยิงถล่มด้วยปืนกลแล้วรุกขึ้นไปบนกำแพง แนวป้องกันปราสาท ทิเบตได้เปรียบในด้านชัยภูมิที่ตั้งรับ จึงสามารถต้านอยู่อย่างทรหด ในช่วงแรก ทำให้ทหารอังกฤษล้มตายไปเกือบครึ่งของที่เหลือ แต่แล้วด้วยอาวุธปืน กลที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่า ทหารธิเบตค่อยล้มตายลงไปตามลำดับ ๆ อังกฤษรุกถึงกำแพงเมือง ภายหลัง นักรบทิเบตคนสุดท้ายที่เป็นวีรบุรุษในเรื่องนี้ หมดทางสู้ลงพร้อมกับหญิงสาวที่รักบาดเจ็บ ทิเบต วางแผนแบบพลีชีพไว้แล้ว หวังเผาทหารอังกฤษทั้งกองทัพไปกับตน ด้วยคลังน้ำมัน เมื่อทหารอังกฤษขึ้นมาถึงปราสาทบนป้อมภูเขาสูงอย่างผู้ชนะ และชล่าใจ ธิเบตปล่อยน้ำมันออกมา และวีรบุรุษในเรื่องนี้ มีไฟแชก อันเป็นสมบัติทันสมัยของอังกฤษ ที่เขาเก็บได้จากสนามรบและเกิดความคิดที่จะเผาทหารอังกฤษขึ้นตั้งแต่นั้น เขากดไฟแช็กขึ้น อวดทหารอังกฤษ เป็นชั่วขณะที่ทหารอังกฤษทั้งหมดพึ่งเห็นว่าน้ำมันซึม ไหลมาตามดิน ถึงใต้รองเท้าของพวกเขา และเพิ่งได้กลิ่นน้ำมัน แต่ก็สายไปเสียแล้ว วีรบุรุษทิเบตทิ้งไฟแชกลงกับพื้น ไฟโหมขึ้นอย่างรวดเร็ว เกิดระเบิดขึ้นถล่มทหารอังกฤษ ปราสาทศักดิ์สิทธิ์ก็ถล่มลงทั้งหลัง ทหารทั้งกองถูกเพลิงเผาผลาญตายอย่างทรมาน เหลือรอดอยู่คนเดียวคือนักประพันธ์ที่ติดตามมาในกองทัพ และเขาได้เขียนเรื่องราวนี้ขึ้น และกลายมาเป็นภาพยนต์เรื่องนี้

 

ชัยชนะคราวนี้ ทิเบตแลกกับการสูญเสียปราสาทศักดิ์สิทธิ์ไปทั้งหลัง ด้วยยุทธวิธีถล่มปราสาทฝังทหารอังกฤษทั้งกองทัพ และพลีชีพชาวทิเบตนับหมื่น นับแสนคน

 

นักสร้างภาพยนต์ สร้างภาพยนต์เรื่องนี้ขึ้นมา เขาย่อมหวังผลได้ชัดเจนว่า ย่อมทำให้คนดูเกลียดชังอังกฤษขึ้นหลายเท่า เกลียดชังประเทศตะวันตกอย่างลึกซึ้ง เมื่อได้เห็นวิธีการล่าอาณานิคมสมัยนั้น

 

คำถามก็คือ เขาตั้งใจสร้างภาพยนต์เรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อเพาะความรังเกียจแด่ประเทศตะวันตกหรือ?

 

คำตอบก็น่าจะเป็นเช่นนั้น แต่คงมิใช่เพียงความหมายชั้นเดียวเท่านั้น แต่หมายถึงยุคปัจจุบันนี้ด้วย เพราะภาษายังคงเป็นภาษาเดียวกันที่ว่า วิทยาศาสตร์ย่อมชนะ ผู้มีความคิดก้าวหน้ากว่าย่อมเป็นผู้ปกครอง นั่นคือความหมายที่ว่า แม้ขณะนี้ ตะวันตกและอเมริกา ก็ยังคงแสวงหาเมืองขึ้น และสงครามยุคใหม่ คือสงครามเศรษฐกิจ สงครามวัฒนธรรม และสงครามศาสนา หากตามไม่ทันสถานการณ์แล้ว ย่อมเหมายถึงการตกเป็นเมืองขึ้นของนักล่าอาณานิคมสมัยใหม่

 

 

 

 

 24 รายงานประเทศไทย resurrectionคือการหลอกลวง????

ช่อง 9 พฤหัสบดี 25 ธ.ค. 2546, 0900 น

 

สิรินทรา นิตยาวัฒนะ กับ บดินทร์ โกศลพิศิษฐ์ รายงานสรุปข่าวมาตั้งแต่ ข่าว รมว.สุดารัตน์ สั่งปิดโรงงานน้ำส้มเกร็ดหิมะ กทม.ว่ามีรา เชื้อติดเชื้อที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต และพร้อมให้สาธารณสุขจังหวัดดูแลโดยใกล้ชิด ซึ่งนับว่าเป็นประเด็นที่น่าสังเกตมาก และการสั่งการของกระทรวงสาธารณสุขนับว่าตรงสถานการณ์ และด้วยสำนึกที่เอาใจใส่ในสุขภาพของประชาชน เพราะในระยะหลัง ๆ มานี้ แม้พระสงฆ์ในวัดวาอารามก็ได้พบ ว่ามีเครื่องดื่มมากมายหลายหลากชนิด บรรจุในกล่องกระดาษหลายรูปแบบ ทั้งชื่อเก่าที่คุ้นเคยมานานและชื่อใหม่ ๆ แปลก ๆ ไม่เคยพบ และที่บรรจุ ในแก้วน้ำ เช่นน้ำส้มเกร็ดหิมะดังกล่าวนี้ จนน่าระวังระแวงว่าถูกสุขภาพหรือไม่ มีผู้หนึ่งผู้ใดคอยดู แลแทนประชาชนบ้างหรือไม่

 

และมีรายงานข่าวการฉลองวันคริสต์มาส นครวาติกัน โป๊ป 83พรรษา ปราศรัยที่วาติกันว่าศาสนาไม่ควรมีสงคราม ทรงเป็นโรคพากินสันแบบเดียวกับแคสเซียส เคล นักมวยอัจฉริยะ แขนสั่น ปากสั่น ตามข่าวว่าทรงยากแต่การตรัสถ้อยคำ และไม่ได้ยินสุรเสียงของพระองค์ ทรงนั่งรถเข็นออกมาที่ประตูชั่วประเดี๋ยวก็เสด็จกลับ ที่ประเทศฝรั่งเศส ก็มี งานฉลอง มีการตกแต่งสถานที่อวดกันดูงดงามไม่แพ้กัน

 

ทางรายการได้ติดตามไปสังเกตพิธีกรรมของชาวไทยคริสต์ ตามรายการนี้ ไม่ปรากฏว่าเป็นโบสถ์ไหน เห็นภาพรูปปั้น ประธานในโบสถ์ เป็นรูปองค์พระบุตร พระเยซู ทำท่ายกมือขึ้นสวรรค์ ที่จริงนั่นคือกริยาที่พระเยซู ที่ภายหลังฟื้นคืนพระชนม์ชีพจากการถูกตรึงกางเขนแล้ว(resurrection) ไปอยู่กับสาวก ประมาณ 6 - 7 วันแล้วก็อำลาสาวกขึ้นสวรรค์ไป จึงมีรูปปั้นแสดงกริยาที่พระเยซูขึ้นสวรรค์ออกมา อย่างรูปปั้นนี้ก็เป็นอีกกิริยาหนึ่งของการเสด็จขึ้นสวรรค์ ล่องลอยไปเหนือเมฆ

 

(ในพระมหาคัมภีร์อัลกูรอาน ของศาสนาอิสลาม ว่า ที่จริงพระเยซูไม่ได้ถูกประหารชีวิตบนไม้กางเขน และไม่มีการฟื้นคืนพระชนม์อย่างที่ชาวคริสต์เข้าใจ เพราะอัลเลาะห์ได้ทรงสับเปลี่ยนเอาคนที่คล้ายกันมาแทนพระเยซู และไปถูกตรึงกางเขนแทนพระเยซูตัวจริง แล้วคราวที่พระเยซูจะเสด็จกลับสวรรค์ อัลกูรอานบรรยายไว้ ว่า องค์อัลเลาะห์ทรงบันดาลให้มี เมฆมาโอบอุ้มเอาร่างของพระเยซูค่อย ๆ ลอยขึ้นไปข้างบน มีพระมารดาของพระองค์คือพระแม่ มาเรีย ทรงกรรแสง อาลัยอาวรณ์แทบชีวิตจะหาไม่ ฝ่ายพระ เยซูปลอบมารดาว่า ถ้าชาติหน้ามีจริงคงได้พบพระมารดาอีก (โปรดดูพระมหาคัมภีร์ฯหน้า 234)

 

แล้วลอยสูงขึ้นไป จนหายลับไปในท้องฟ้า (ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะแท้จริง พระศพของ พระเยซูมิได้ลอยไปบนฟ้า แต่ถูกฝังอยู่ใต้แผ่นดินโลกเรานี่เอง มาเป็นเวลา 2003 ปีแล้วที่คนยังเข้าใจผิดว่าพระองค์ฟื้นชีพแล้วเสด็จไปประทับอยู่กับพระเจ้าบนสวรรค์)

 

 

 

 

 25 หนังรักน้ำตาท่วมจอเกาหลีสร้างถล่มตลาดไทย

รักอีกครั้งก็ยังเป็นเธอ

ช่องไอทีวี 26 ธ.ค.2546 1730 น.

 

กลับมาฉายซ้ำอีก วันนี้ เป็นฉากงานศพของท่านประธานบริษัท, บิดาของดองวา เห็นอียุน นั่งลงกราบ(เหมือนไทย) เห็น พ่อของเธซุก และ เธซุก เองก็จุดธูปดอกเดียว(แบบไทย) แล้วกราบ(แบบไทย) แต่ไม่เห็นพระ มาสวดอภิธรรม ไม่งั้นก็คงนึกว่าเมืองไทยเรา ในงานศพนี้เธซกถูกดองวาต่อยคว่ำแล้วไล่ไปจาก งานศพต่อหน้าแขกเหรื่อ น่าอับอายขายหน้า เป็นการแก้แค้น ที่ถูกเธซกต่อยคว่ำทำให้อดสูมา ก่อนนี้ ครูผู้เคยสอนมาตั้งแต่มัธยม ก็เห็นความผิดปกติที่บ่งบอกถึงความร้าวฉานของคนทั้ง 3 ครูก็ทนไม่ได้ ก็ต้องทำหน้าที่ครู พอมีโอกาสก็เรียกเธซก กับ อียุนมาสั่งสอน และจบลงแบบ นวนิยาย คือให้สองคนเลิกคบหาสมาคมกันต่อไปอีก เพื่อให้สถานการณ์ของทั้ง3คนดีขึ้นเหมือน เดิม

 

เรื่องนี้ เป็นเรื่องเกาหลี นักประพันธ์เกาหลีสะท้อนสังคมเกาหลีออกมาได้อย่างน่าสังเกต อย่างยิ่ง ดูสังคมเกาหลีมีความปลอดภัย ผู้หญิงไปไหนมาไหน แม้ในเชิงธุรกิจ การเงินคนเดียว ก็ไม่มีเหตุร้าย ๆ เกิดขึ้น ไม่มีคนโรคกามวิปริตคอยจ้องมอง ฉุดคร่า และผู้หญิงมีความเป็นตัว ของตัวเองสูง เห็นภาพความเป็นสุภาพบุรุษของผู้ชาย ไม่มีการรังแก เอารัดเอาเปรียบ หรือคิด มิดีมิร้ายต่อหญิงเลย แม้เที่ยวไปในห้องลับ ๆ อยู่ด้วยกันสองต่อสอง เขาก็ให้เกียรติ์กัน อย่างสูงมาก ตรงนี้ เป็นการสะท้อนที่ตรงกับสภาพความจริงของสังคมเกาหลีเพียงไร หรือเป็น เพียงนวนิยาย ที่ผู้ประพันธ์จัดฉากสังคมในฝันของเขา หรือเพื่อประโยชน์ในการประชาสัมพันธ์เชิงการท่องเที่ยวประเทศของเขาเท่านั้น (ถ้าเป็นละคร-หนังไทย จะเห็นสภาพสังคมน้ำเน่าอยู่เรื่องแล้ว เรื่องเล่า ที่ไม่น่าเอาไปอวดต่างประเทศเลย) อย่างไรก็ตามนักประพันธ์ได้สะท้อนให้เห็นสัจธรรม ในเรื่องธุรกิจการเงินของยุคใหม่ ได้ค่อนข้างชัดเจน ว่าในโลกธุรกิจวัตถุนิยมเงินไม่มีความหมาย ในทางเลิศประเสริฐอย่างไรเลย เพราะในโลกธุรกิจวัตถุนิยม คนใดใดก็อาจรวยได้ การร่ำรวยไม่ ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย แต่ในขณะเดียวกันคนที่รวยก็อาจกลับมาจนได้ง่าย ๆ ไม่แปลกอะไร เช่น กัน คนจึงเสมอกันมิใช่เพราะเงิน แต่เสมอกันเพราะใคร ๆ ก็อาจจะรวยได้ และเพราะเหตุนี้ นักประพันธ์จึงกำหนด ให้ดองวา ซึ่งเป็นประธานบริษัทใหญ่ ไม่ค่อยมีความหมายในทัศนะของอียุน สาวสวยคนนั้น แต่เธซกซึ่งขณะนั้นเป็นเพียงลูกจ้างในบริษัทจึงกลับมีความหมาย ที่เป็นรัก ไม่รู้ลืม นักประพันธ์ได้สร้างให้เธซกร่ำรวยมาก่อนแล้ว ถึงจากไปครั้งหนึ่ง กลับมาใหม่อีกเขาก็ยังมีความหมายสำหรับเธอ และเธอก็เป็นอีกครั้งสำหรับเขา และคุณสมบัติของเธซกที่อียุนพอใจก็คือคนอย่างเธซก จะหาเงินขนาดไหนก็ย่อมได้ ไม่ยากเย็น อะไร และเธซกไม่รู้สึกถึงความจนและความรวย สิ่งที่เขากำลังแสวงหาไม่ใช่ความจนหรือความรวย แต่เป็นความพอใจในสิ่งที่เขาพอใจ (เขาคิดจะไปเรียนวิชาถ่ายภาพชั้นสูงต่อที่อเมริกา) เพราะนักประพันธ์วาดให้เขาสะท้อนอุดมคติ อย่างนั้น ซึ่งมีความสมเหตุผลทีเดียว ฉะนั้นภาพของเธซกจึงสะท้อนไฟฉลาดในหัวใจ และที่น่า ชมยกย่องก็คือ นักประพันธ์ให้ความเป็นธรรมได้อย่างค่อนข้างสมบูรณ์ ไม่ว่า ให้ความเป็นธรรมแก่สังคม แก่วัฒนธรรม หรือสถานภาพทางสังคม และทั้งยังสามารถให้ความเป็นธรรมแก่ตัว ละครในเรื่องได้ทุก ๆ ตัว ละคร นั่นคือ เขาสามารถสร้างให้ดองวา เป็นวีรบุรุษ ได้พอ ๆ กับ เธซก และพอ ๆ กับตัวละครอื่น ๆ ที่ต่างก็มีความดีของตน ๆ อย่างสมบูรณ์ และแม้มีความร้าย ก็เป็นไปตามเหตุผลที่เป็นธรรม ผลก็คือ สะท้อนตัวละครทุกตัวในเรื่องนี้ ออกมามีความเป็นคนโดยสมบูรณ์ ตัวละครแต่ละตัวน่านับถือ เพราะไม่ถูกนักประพันธ์สร้างให้วิปริตผิดธรรมชาติ เช่นสร้าง ให้เป็นคนขี้อิจฉาริษยา และเอาความวิปริตอย่างไม่เป็นธรรมนี้ มาเดินเรื่องทั้งเรื่องอย่างที่มีนักวิจารณ์ว่าเป็นแบบละครน้ำเน่า ซึ่งบ่งไปถึงฝีมือของนักประพันธ์อีกทีหนึ่ง

 

 

 

 

  26 สี่แผ่นดิน

ช่อง 9 ศุกร์ 2 ม.ค. 2547 20.30 น.

 

ละครโทรทัศน์ช่อง 9 ละครจากงานเขียนที่ยิ่งใหญ่ของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เมื่อได้ชมละครเรื่องนี้แล้ว เป็นการซึ้งใจ มิใช่เรื่องของละครอย่างเดียว แต่ละครสะท้อนไปถึง อัจฉริยภาพของบุคคลผู้สมควรได้ชื่อว่าเป็น ยิ่งกว่ายอดนักปราชญ์แห่งสยาม ท่านเป็นผู้ที่สร้างลีลาของความหมายแห่งนักปราชญ์ไว้อย่างสมบูรณ์ และวาทะที่ไม่มีนักปราชญ์ นักการศาสนา นักบวช หรือนักการเมืองคนใดกล้าพูดมาก่อนก็คือ ท่านว่าศาสนาอื่น ๆ ก็ยังงั้น ๆ ศาสนาพุทธมีความล้ำเลิศประเสริฐกว่าอย่างไร จำเป็นจะต้องพูดออกมา เพราะวาทะนี้ สะท้อนความหมายว่า ผู้รู้นักปราชญ์แท้เท่านั้นย่อมกล้าหาญ และสี่แผ่นดินอยู่ ในสายตาของ คึกฤทธิ์ ปราโมช อย่างไร จะสะท้อนออกมาได้ตรงความคิดจินตนาการของคึกฤทธิ์ ปราโมช เพียงใด คนไทยโปรดติดตามในละคร สี่แผ่นดิน ต่อไป

 

 

 

 

 

 27 ถ่ายทอดสดครั้งแรกการประชุมคณะรัฐมนตรี

ช่อง 11 อังคาร 13 ม.ค. 2547 0830 น

 

ถ่ายทอดสด.. ครั้งประวัติศาสตร์ การประชุมคณะรัฐมนตรี จากห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล เป็น ความริเริ่มใหม่ของนายกรัฐมนตรี เดิมการประชุม ครม.เป็นความลับ จึงไม่เคยมีการถ่ายทอดสดครั้งนี้เป็นครั้งแรก เป็นประวัติศาสตร์ใหม่ น่าสนใจที่ประชาชนจะได้เห็นว่าคณะรัฐมนตรีประชุม กันอย่างไร ใครนั่งตรงไหน พูดอะไรบ้าง แต่ไม่ทราบว่ามีรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมครบถ้วนเพียงใด น่าจะรายงาน วันนี้มีการพูดเรื่องการศึกษาตลอดชีวิต เรื่องสามจังหวัดภาคใต้ ประเด็นใหม่คือเรื่องศิลปินไทย ไทยมีศิลปินมาก จะหาตลาดให้อย่างไร การประชุมเปิด เช่นนี้ ระวังการจะไปห้ามเขาวิจารณ์ก็คงทำไม่ได้ ในเมื่อออกมาเป็นสาธารณะเช่นนี้ แต่เราคิดว่าคงมีการประชุมแบบเปิดเช่นนี้เป็นครั้ง ๆ คราว ๆ เท่านั้น. ในทางการเมือง การเปิดหมดเช่นนี้นับว่าน่าระวังมาก เพราะคนเรามีจุดอ่อน จุดแข็ง ไม่มีใครมีจุดแข็งล้วน ๆ ท้าย ๆ นายกฯ.แนะนำหนังสือ พูดถึงบอร์ดที่มีประสิทธิภาพ บอร์ด(ไม่ใช่บอด) ต้องทำหน้าที่กำหนดยุทธศาสตร์ หรือมี strategic thinking.

 

 

 

 

 28 ดีพ.ศ. 2547

28 เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

 

ต่อต้านเอดส์ต่อต้านอนารยธรรม

โดย คอมพิวเตอร์แมนและ บูดามี

 

 

 

 29 เจ้าเหมียวสื่อรัก  The Three Lives of Thamasina

ภาพยนต์ช่อง 7 พฤหัสบดี 19 ก.พ. 2547 09.00 น.

 

เรื่องของหมอสัตวแพทย์ที่ต้องทำหน้าที่ของเขาในเมืองนั้น และได้ฆ่าแมวและสัตว์อื่นทิ้งไปเมื่อพบ ว่าติดโรค ระบาด ซึ่งในสมัยนั้นคนยังไม่เข้าใจเรื่องโรคระบาดมากนัก ฝ่ายพ่อซึ่งเป็นสัตว์แพทย์ เป็นนักวิทยาศาสตร์ เห็นว่าต้องฆ่าสัตว์ที่เป็นพาหนะโรคระบาดให้หมดโดยไม่มีการละเว้น และเมื่อ แมวของลูกสาวป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่หาย กลัวเป็นโรคระบาด ก็ให้ยานอนหลับ หวังให้แมว ลูกสาวตายไปอย่างสงบ ไม่ทรมาน ลูกก็รับไม่ได้โกรธจนตัดจากความเป็นพ่อ พ่อก็โกรธเหมือนกัน ว่าลูกไม่รับเหตุผลของโรคระบาด คนทั้งเมืองก็ไม่เข้าใจ ก็เล่าลือกันไปว่า หมออำมะหิต ใครเอาสัตว์ป่วยไปก็มีแต่ฆ่าสัตว์ป่วยให้ตาย ชาวเมืองก็ไม่ยอมเอาสัตว์ไปหา หมอ พากันไปหา แม่มดในป่าแทน แล้วร่ำลือเรื่องความวิเศษของแม่มดไปเรื่อย ๆ หมอทราบเข้าก็โกรธ หาว่า งมงาย เพราะแม่มดไม่ได้เรียนรู้วิชาสัตวแพทย์มา แต่นายแพทย์กลับได้รับคำเตือนจากแม่ยายตน เองว่า เป็นโรคคลุ้มคลั่ง ควรหาเมียใหม่เสีย ว่า "คุณน่าจะเรียนรู้จากเธอในบางเรื่อง คนฉลาด อย่างคุณคงมีเรื่องที่ต้องเรียนรู้อีกมาก" ก็ยังไม่ฟังเสียง ตามไปจะจัดการกับแม่มด พบว่าไม่ตรงกับที่วาดภาพเธอไว้อย่างเลวร้าย เพราะกลายเป็นแม่มดสาวสวย บำเพ็ญตปะเมตตาธรรมอยู่คน เดียวในป่า และเธอมีเมตตาต่อสัตว์เจ็บป่วยทุกชนิด พยายามช่วยสัตว์บาดเจ็บอนาถา และรักษา โดยวิธีธรรมชาติ คือหลักว่าด้วยความจริงใจ พอเธอรู้ว่าเป็นสัตว์แพทย์ ก็ดีใจ บอกว่ามีสัตว์ป่วยที่รอหมออยู่หลายตัว ให้หมอช่วยรักษา นักประพันธ์เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นนวนิยาย จึงวาดภาพตัวละครให้เดินไปอย่างสนุกสนานตื่นเต้นประทับใจตลอดเรื่อง และในที่สุดก็จบลงด้วยดี ด้วยคติที่ว่า ระหว่างวิธีการของแพทย์ วิทยาศาสตร์ ที่ค่อนข้างขาดความจริงใจและเมตตา กับวิธีการของแม่มดที่ขาดความรู้ เมื่อมารวมกันก็จะได้ผลดีเยี่ยมสมบูรณ์ และความชังกลายมาเป็นความรักลูกสาวก็พบแมวตัวเองอยู่กับแม่มดสาว จบลงอย่างสนุก เพราะฝีมือของนักประพันธ์

 

 

 

 

  

  30 ลูกศิษย์หลวงตาบัวคว่ำบาตรวิษณุ เครืองาม

ถึงลูกถึงคน

ช่อง 9 19 ก.พ. 2547 23.00 น.

 

เมื่อมีเหตุการณ์เคลื่อนไหว ของกลุ่มพระสงฆ์และลูกศิษย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ทำ การคว่ำบาตร ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และชุมนุมบังสุกุลเผาหุ่นท่าน สรยุทธ สุทัศนจินดา เจ้าของรายการ มีเจตนาหรือไม่ก็ตาม เมื่อเชิญวุฒิสมาชิกมา 3 คน ที่แต่ละคนก็อ้างว่าตนเป็นเด็กวัดมาก่อน ได้แก่ ส.ว. บุญเลิศ ไพรินทร์ ส.ว.บุญทัน ดอกไทสงค์ และส.ว.กำพล ภู่มณี แล้ว ส.ว.ทั้ง 3 ท่านก็เปิดศึกน้ำลายรุมนายทองก้อน ศิษย์หลวงตามหาบัวคนเดียว กรณีรัฐบาล โดยรองนายกรัฐมนตรี ดร.วิษณุ เครืองามลงนามตั้งคณะทำการแทนสมเด็จพระสังฆราช ว่าถูกต้องแล้วนายทองก้อนไปต่อต้านทำไม นายทองก้อน สู้แบบไม่ยั่น ถึงลูกถึงคน ทั้งยืนยันว่าการแต่งตั้งคณะทำงานแทนสมเด็จพระสังฆราชผิดกฎหมาย และกล้ายอมรับว่า กรีดเลือด เอาเลือดเขียนหนังสือ ไปถึงรองนายกรัฐมนตรี ดร. วิษณุ เครืองาม อ้างว่าพระศรีอาริย์ก็เคยตัดคอตัวเองถวายพระพุทธเจ้า ที่แสดงความเอาเป็น เอาตายของผู้บำเพ็ญบารมีธรรม ที่ชาวพุทธจริง ทำได้ใจถึง นายทองก้อนพูดตรงว่า เรื่องบังสุกุลหุ่นท่าน รองนรม. วิษณุ เครืองาม ว่ายังไม่สาสมกับความย่ำยีจิตใจ ยังไม่สมกับที่ทำร้ายพระพุทธศาสนา และ ท่านสมาชิกวุฒิสภาก็โต้ตอบไม่ออกว่าอย่างไร แม้กระทั่งคำหนัก ๆ ที่ว่า "ทำร้ายพระพุทธศาสนา" ส.ว.ทั้ง 3 มาออกรายการคล้ายว่าจะมาอย่างมีจุดประสงค์ทำเรื่องให้กระจ่างออกมา แต่พอโดนตอบโต้ อย่างถึงลูกถึงคน ก็ราข้อลงไป หันเข้าหาวัดเป็นที่พึ่ง ผูกญาติเป็นน้องเป็นพี่กันเสีย โดยให้น้องทองก้อนเป็นน้อง ส.ว.เป็นพี่ ต่างออกท่าทางปลื้มปรีดาหัวฮากันก่อนจบรายการแยกย้ายกันไป ตกลงคนฟังไม่เข้าใจว่า ท่านพูดกันเพื่อต้องการอะไร แน่ เรื่องจบลงแล้วหรือยัง ที่นับกันเป็นน้อง เป็นพี่แปลว่าจบเรื่องลงแล้วหรือยัง?ยังดีที่พอมีสถิติ คำถามเห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของนายทองก้อนหรือไม่ คำตอบออกมาหน้าจอว่าเห็นด้วย 27.94 % ไม่เห็นด้วย 72.06 %

 

 

 

 

31 รายงานข่าวการเลือกตั้งซ่อม สส.สงขลา

ไอทีวี 23 ก.พ. 2547 08.30 น.

 

นารากร ติยายน กับ สร้อยฟ้า โอสุคนธ์ทิพย์ รายงานการชิงชัย เลือกตั้งซ่อม สส.สงขลา เขต 3 ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคไทยรักไทย ว่าตามเวลาที่รายงาน มีผลที่ค่อนข้างชัดเจนว่า ฝ่ายใดจะชนะ เพราะคะแนนค่อนข้างต่างกันมาก โดย ผู้สมัครประชาธิปัตย์ นำ ห่างผู้สมัครไทยรักไทยถึงกว่า 17,000 คะแนน ในขณะที่เหลือคะแนนที่จะนับต่อไปเพียง 1หมื่นคะแนนเศษ ๆ รายงานสะท้อนภาพคนเด่นของประชาธิปัตย์คือ พล.ต.สนั่น ขจรประสาท ในชุดดำ สวมแว่นตา พิธีกรทั้งสองวิจารณ์ว่า เสธ.หนั่นมาในนิวลุค พร้อมให้ข้อสังเกตว่า เสธ.หนั่น สวมแว่นตาดำ สวมแว่นตาดำทำไมแต่เช้า ๆแสงก็ไม่ทันมา คงไปดูโหงเฮ้งมา เสธ. หนั่นบอกว่า ชาวใต้รักประชาธิปัตย์ ๆ จะชนะทั้งหมดในภาคใต้

 

 

 

 

 

 32 วิถีธรรมต้านการก่อการร้าย

ไอทีวี พุธ 17 มี.ค. 2547 05.30 น.

 

บทกวีที่เริ่มต้นวันนี้ค่อนข้างจะดุดัน เช่นบทว่า สัตว์มันแก้ไขสันดานดิบไม่ได้ แต่คนแก้ไขได้หากพบคนที่แก้สันดานดิบไม่ได้ก็ปล่อยไปเถิด เพราะเขาก็เหมือนสัตว์ตัวหนึ่งเท่านั้น ตามด้วยบทกวีของเจือ สตเวทินเรื่องโทษของความโกรธ ลงท้ายว่า “เขาชนะกันเพราะนิ่งมีถมไป”การเหยียบย่ำทำลายนั้นง่ายมาก คนไม่ทำกันอย่างนั้น รายการวันนี้ ผู้ดำเนินรายการคือ สมณะ เพาะพุทธ์ จันทรเสฏโฐ หรือ ท่านจันทร์ แห่งสันติอโศก ท่านไปถึงนิวซีแลนด์ ไปยืนอยู่ในหมู่เด็ก ๆ ประเทศนั้น ที่สวนสาารณะโบตานีกการ์เดน แล้วนั่งที่โคนไม้ มีบาตรวางข้างตัว รายการวันนี้ดูเหมือนขบวนการโจรก่อการร้ายจะไม่ชอบนัก เพราะพวกเขาปล่อยสันดานดิบ เที่ยวฆ่าคนได้ตามใจ คั่งแค้นอะไรก็ปล่อยออกไปตามสันดานดิบ เหมือนสัตว์ ที่ไม่รู้จักอดออมอดกลั้น ตรงตามสุภาษิตวันนี้เลย

 

 

  

 33 ยุทธศาสตร์แก้ปัญหาภาคใต้

ข่าวเช้า ไอทีวี พุธ 17 มี.ค. 2547 07.00 น.

 

กิตติ สิงหาปัด แห่งไอทีวี ลงไปสกู๊ปปัญหาสำคัญของ 3 จังหวัดภาคใต้ ที่ปัตตานี มีคนหลายฝ่ายมาให้ทัศนะต่อการแก้ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ เช่นนางลดา จิรานนท์ อาจารย์ใน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นายอับดุล อายิ นักธุรกิจชาวไทยมุสลิม นายบวร สุนทรเจริญนนท์ รองประธานหอการค้าปัตตานี รวมทั้ง รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ซึ่งกำลังวางแผนอันประสานอย่างสลับซับซ้อน และฝังตัวติดพื้นที่อยู่ ในสามจังหวัดภาคใต้ขณะนั้น ปัญหาที่เอามาถกเถียงในรายการ นับมาตั้งแต่เรื่องงบประมาณ ซึ่ง ลดา จิรานนท์ ไม่เชื่อว่าจะได้งบมามากมายขนาดที่เป็นข่าว ถามย้อนว่า “จะได้จริงหรือเปล่า” แท้จริงคงเป็นประมาณการณ์อยู่ ย่อมไม่ตรงไปตรงมาตามตัวเลขนัก และหากไม่ตรงตามนั้นดิกเลย ก็จะเอาไปอ้างต่าง ๆ ว่าไม่เป็นไปตามคำพูดบ้าง ไม่จริงใจบ้าง เช่นนั้นก็นับเป็นทัศนะที่ไม่ถูก ไม่ชอบด้วยหลักวิชาการ

 

อับดุล อายิ มุสลิมในภาคธุรกิจ ว่า นราธิวาสมีนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียจำนวนมาก แต่รัฐบาลไม่เคยให้ความสนใจ ในด้านเศรษฐกิจ นราธิวาสอยู่ลำดับที่ 75 ของไทย ที่ 14 ของภาคใต้ เท่ากับเป็นที่โหล่ทั้งระดับประเทศและระดับภาค แต่มีศักยภาพคือแม่น้ำสายบุรี ผ่าน 7 อำเภอ 3 จังหวัด ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ควรทำโครงการพัฒนาให้ดี ก็จะเพิ่มศักยภาพของสามจังหวัดภาคใต้ได้ดี

 

ฯพณฯ พล.อ. เชาวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ซึ่งมาร่วมวงสนทนาทีหลังมองว่า ปัญหาใหญ่

 

ประการแรกก็คือ เรื่องความมั่นคงต้องมาก่อน ทำอย่างไรความสงบจะเกิด ขจัดความหวาดระแวงระหว่างกลุ่มประชาชน ที่มีหลายหลากวัฒนธรรม

 

ประการที่ 2 จัดระเบียบการสนับสนุนใหม่ ใช้กำลังตำรวจทหารให้เหมาะสมกับสถานการณ์

 

ประการที่ 3 ขอให้ผู้นำศาสนาผู้นำมัสยิด คัดคนดีมารักษาความสงบกันเอง โดยทางราชการจะฝึกอาวุธให้ อาจารย์จาระแม คนในพื้นที่เสริมว่าความคิดของท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้เป็นที่ ยอมรับของท้องถิ่นแล้ว ยังแต่จะนำไปปฏิบัติอย่างจริง ๆ จัง ๆ ให้เป็นรูปธรรมต่อไป

 

ทางด้านเศรษฐกิจ นายบวร สุนทรเจริญนนท์ รองประธานหอการค้าปัตตานี ว่าสถานการณ์ ขณะนี้ ยังคงต้องการให้มีกฎอัยการศึกอยู่ และเบื้องต้นของหลักการธุรกิจ บ้านเมืองต้องให้เกิดความสงบขึ้นก่อน ถ้าไม่สงบอะไรก็ค้าขายไม่ได้ ถ้ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้ความร่วมมือเรื่องข้อมูล ช่วยดูว่าในตำบลหมู่บ้านของตน ๆ มีใครบ้างที่เกเร ถ้ามีเด็กเยาวชนไม่ดีก็น่าจะรู้จะเห็น และให้ความร่วมมือแก่ทางราชการมากขึ้น

 

          อาจารย์ชิดชนก ประธานสหพันธ์ครูว่า พูดถึงเรื่องวัฒนธรรมภาคใต้สามจังหวัด ว่ามีการศึกษาทำความเข้าใจมานานแต่ยังดูไม่สมบูรณ์ และอาจจะมีช่องว่าง ภาพเหตุการณ์มักถูกสร้างให้เกินความจริงเสมอ ๆ

 

 

 

 

 

34 พบเด่น โต๊ะมีนา ส.ว.ปัตตานีกับพวก

ข่าวยามเช้า

ไอทีวี พุธที่ 24 มี.ค. 2547 07.00 น.

 

          อดิศักดิ์ สีสม กับ สร้อยฟ้า โอสุคนธ์ทิพย์ พบ เด่น โต๊ะมีนา ส.ว.ปัตตานี กับ อารีเพ็ญ อุตรสินธ์ ส.ส.นราธิวาส พรรคไทยรักไทย เรื่อง ถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวบงการใหญ่ระดับการเมือง ของขบวนการก่อการร้ายภาคใต้ จาก กำนัน อนุพงษ์ พันธชยางกูร กำนันตำบลโต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ผู้ต้องหาคดีต่าง ๆ เช่นปล้นปืนค่ายทหารและเผาโรงเรียน รวมทั้งบงการฆ่า จ.ส.ต.ปัญญา ดารามฮิม ตำรวจสืบสวน สภ.อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส และพัวพันเหตุก่อความไม่สงบในภาคใต้ ซึ่งถูกตำรวจควบคุมตัวมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนรอบสอง ซัดทอดว่านายเด่น โต๊ะมีนา ส.ว.ปัตตานี นายนัจมุดดีน อูมา และนายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ 2 ส.ส. นราธิวาสพรรคไทยรักไทย จำเลยคดีภาคใต้ ว่าตนได้ให้การสารภาพและเปิดเผยบุคคลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการก่อการร้ายในภาคใต้

 

          นายอารีเพ็ญ สาบาญตนอ้างพระมหาคัมภีร์อัลกูรอานว่าบริสุทธิ์ ตัวเองกว่าจะมาถึงวันนี้ จนได้ เป็นสิ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้(คือ ส.ส.ไทยรักไทย) ก็ลำบากมามาก และฐานะที่เหนือกว่าประชาชน ไทยทั่วไป มาก ๆ จะไปกล้าก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดน ไม่คิดหวังว่าจะเป็นไปได้ ไม่มีแม้แต่จะคิด ลงท้ายว่าจะฟ้องกลับ เพื่อความบริสุทธิ์ของตน

 

 

 

 

 35 โลกอิสลาม  บทวิเคราะห์พระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน

ฮามัสประกาศล้างชาวอิสราเอลจนหมดทั้งประเทศ

ไอทีวี วันศุกร์ ที่ 26 มีนาคม 2547 เวลา 05.30 น.

 

อ.สมาน มาลีพันธ์ ลงท้ายรายการว่า “การลงโทษในโลกหน้า จะยิ่งใหญ่กว่าการลงโทษในโลกนี้” นี่เป็นคำสอนหลักของศาสนาอิสลามอีกบทหนึ่ง ถือว่าเป็นอุดมการณ์สูงสุดก็ว่าได้ เพราะโลกหน้าในความหมายของพระมหาคัมภีร์อัลกูรอาน หมายถึงสวรรค์ 7 ชั้น ที่องค์อัลเลาะห์ทรงสร้างขึ้น เป็นที่ให้รางวัลสำหรับผู้ทำความดี และ มีนรกเพลิง เป็นที่ลงโทษสำหรับผู้ทำความชั่ว    ที่จริง พระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ซึ่งเป็นที่ไปที่มาของความเชื่อเหล่านี้ ถูกเขียนขึ้นตามโครงสร้างของพระคัมภีร์ไบเบิลของคริสต์ศาสนา แต่ในเรื่องโลกหน้า อิสลามขยายประเด็นไปอย่างละเอียดกว่าไบเบิลมาก จนกระทั่งกลายเป็นภาพหลอนของมุสลิมทุกยุคทุกสมัยมา ว่าเมื่อถึงวันกิยามะห์ หรือคริสต์ว่า The Last Day (วันสิ้นโลก) จะเริ่มด้วยเทวทูต อิสรอฟีลด์ (ตรงกับฤาษีนารอทของฮินดู ในรามายณะ) เทพเจ้ามลาอิกะห์ มาเป่าสังข์ขึ้นบนโลก เสียงสังข์จะปลุกผีให้ฟื้นคืนชีพ มาทั้งหมด คนทุกคนตั้งแต่คนแรกชาย หญิงในโลก(คืออาดัม กับอีวา) เป็นต้นมาถึงวันที่เทพอิสรอฟีลด์เป่าสังข์ ก็จะฟื้นขึ้นมาเป็นตัวตนเดิมของตน โดยลุกจากหลุมฝังศพขึ้นมาคึกคัก ๆ แล้วจะถูกต้อนไปฟังคำพิพากษาของพระเยซู ในฐานะที่ป็นศาสนทูตองค์หนึ่งของอัลเลาะห์ และได้รับมอบหมายให้พิพากษาความผิดของมนุษย์ในวันสิ้นโลก

 

สิ่งที่น่าคิดก็คือ อัลกุรอานเล่าเรื่องราวเหล่านี้อย่างสับสน เพราะเมื่อถึงวันสิ้นโลก พระเยซูของชาวคริสต์กลับเป็นขึ้นมา ส่วนมุฮำมัดกลับหายสาบสูญไป แต่เรื่องพระเยซูนั้น มีอยู่ทั้งในพระคัมภีร์ไบเบิลของชาวคริสต์ และอัลกุรอานของอิสลาม แต่พระคัมภีร์ทั้งสองเขียนเรื่องราวของพระเยซูแตกต่างกันไป ไม่ตรงกัน แต่วันสิ้นโลกนั้นเหตุการณ์ค่อนข้างจะตรงกันทั้งสองคัมภีร์ คือเป็นวันที่มวลมนุษย์ทุกชาติทุกภาษาและทุกศาสนาจะฟื้นขึ้นมา เป็นการชุมนุมมนุษย์ทั้งสิ้นของโลกเป็นครั้งยิ่งใหญ่มหาศาลเพราะจะมีเผ่าพันธุ์มนุษย์ทุกเผ่าพันธุ์ฟื้นคืนชีพขึ้นมา แต่เรื่องราวอาจจะสับสนขึ้นได้ เพราะมีพระเยซู 2 องค์ ๆหนึ่งของศาสนาคริสต์ องค์หนึ่งของศาสนาอิสลาม เกิดเป็นพระเยซูตัวจริง กับพระเยซูตัวปลอมขึ้นมา คนก็จะสับสนว่าตนจะไปเฝ้าพระเยซูองค์ไหน (เหมือนกรณีเห้งเจียตัวจริง กับเห้งเจียตัวปลอมในไซอิ๋วที่เก่งพอ ๆ กัน รบกันไม่แพ้ไม่ชนะ จนต้องไปให้พระเซกเกียมองนิฮู๊ดโจ๊วพุทธเจ้า คือพระพุทธเจ้า ทรงชี้ให้ว่าตัวไหนเป็นลิงเห้งเจียตัวจริง ตัวไหนเป็นเห้งเจียตัวปลอม) แล้วเสี่ยงต่อการแตกเป็นสองฝ่าย แล้วต่างฝ่ายก็จะอ้างว่าฝายตนเป็นของจริง ก็จะเกิดวิวาทกลายเป็นสงครามโลกขึ้นมา จนโลกประสบความวอดวายบรรลัยไปอีกครั้งหนึ่งในวันสิ้นโลกนั่นเอง (เราหมายถึงว่า นักประพันธ์ คือผู้เขียนพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานไม่รอบคอบ ทรงภูมิปัญญาพอ จนลืมไปว่าการเขียนเรื่องไว้เช่นนี้ ค่อนข้างไร้เหตุผลอย่างยิ่ง)

 

ศาสนาอิสลามจะเน้นเรื่องการมีพระเจ้าองค์เดียว พอเริ่มต้นเขียนพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานนักประพันธ์ก็ขจัดพระเจ้าองค์เดิมคือยะโฮวาห์ไปเสีย แล้วยกพระเจ้าอัลเลาะห์เข้ามาแทน ก็บังคับมวลชนที่ตกอยู่ใต้อำนาจว่า สูจงอย่าเคารพพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์อัลเลาะห์ เพราะอัลเลาะห์ทรงสร้างทุกสิ่งทุกอย่างทั้งสวรรค์7ชั้นและโลกของเรา ซึ่งท่านนบี มุฮำมัด เรียกว่า โลกดนยา ทำให้ชาวคริสต์ไม่พอใจ เป็นเหตุให้คริสต์และอิสลามเริ่มต้นรบราฆ่าฟันกันขึ้นมาแต่ต้น

 

ในพระมหาคัมภีร์อัลกูรอาน ได้บรรยายไว้ว่า พระเจ้าอัลเลาะห์ทรงปฏิเสธศาสนาคริสต์ ว่าเรื่อง ราวในพระคัมภีร์ไบเบิล เป็นเรื่องโกหก ไม่เป็นความจริงไปทั้งสิ้น นับแต่เรื่องการสร้างโลก โดยไปกล่าวหาเขาว่า พระเจ้ายะโฮวาห์ ของชาวคริสต์ มิใช่พระเจ้าที่แท้จริง มีแต่อัลเลาะห์ เท่านั้นที่เป็นพระเจ้าที่แท้จริง ผู้ที่เขียนพระมหาคัมภีร์อัลกูรอาน คือท่าน นบี มุฮำมัด กล่าวไว้ว่า ที่จริงพระเยซูเป็นข้าของอัลเลาะห์ อัลเลาะห์ทรงโปรดให้เข้ามาในโลกก่อน ก็เพื่อเปิดทางแด่โลกมุสลิมที่จะตามมา อัลเลาะห์ทรงช่วยเหลือพระเยซูทุกอย่าง แม้ในเรื่องการแสดงฤทธิ์หลายต่อหลายครั้งของพระเยซู ก็เป็นเพราะอัลเลาะห์ทรงประทานฤทธิ์ให้ จึงทำได้ จนแม้กระทั่งเรียกคนตาย คือลาซารัส ที่เขาเอาศพไปฝังในอุโมงค์ถึง 4 วันจนมีกลิ่นเน่าเหม็นแล้ว ให้เดินออกมาหาพระเยซูนอกอุโมงค์ได้ รวมทั้งความสามารถในการขับไล่ผีปีศาจ รักษาโรคต่าง ๆ ให้หายของพระเยซู ก็เนื่องจากอัลเลาะห์ทรงประทานฤทธิ์ให้ทั้งสิ้น และที่สำคัญ ในคราวที่ถูกพิพากษาจากปิลาต เจ้าเมืองเยรูซาเล็มให้ตรึงกางเขนอัลเลาะห์ก็เสด็จมาช่วย ในขณะที่ยะโฮวาห์ทอดทิ้งพระองค์ไป และอัลเลาะห์ทรงสับเปลี่ยนคนใหม่ให้ไปตายแทนพระเยซู ทำให้พระเยซูของศาสนาคริสต์รอดพ้นจากการตรึงกางเขน ในขณะนั้นพระเยซูทรงเชื่อผิดว่าพระยะโฮวาห์ ซึ่งชาวคริสต์นับถือว่า เป็นพระเจ้าองค์เดียว เป็นพระบิดาของพระองค์ และอธิษฐานให้พระบิดาขี่เมฆมาช่วยพระองค์ แต่พระเจ้ายะโฮวาห์ก็ไม่มาช่วย

 

แต่องค์ที่มาช่วยจริง ๆ คืออัลเลาะห์ โดยทรงช่วยเหลือ ให้รอดพ้นจากการตรึงกางเขน และทรง พาขึ้นสวรรค์ แต่ทรงให้พระเยซูสถิตย์อยู่สวรรค์ชั้นที่ 2 เท่านั้น แทนที่จะได้นั่งร่วมอาสน์กับพระเจ้าอัลเลาะห์ ตามที่พระเยซูทรงบอกสาวกไว้ว่าเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ไปแล้วจะทรงเสด็จคืนสวรรค์และนั่งร่วมอาสน์กับพระเจ้าบนสวรรค์ชั้น 7 โดยพระองค์จะสถิตเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า (เพราะทรงเป็นพระบุตรสุดที่รักมากของพระเจ้า) แต่กลับปรากฏว่าทรงถูกลดลงมาอยู่เพียง สวรรค์ชั้นที่ 2 พอ ๆ กับ พวกญิน และพวกนักรบสวรรค์ มะลาอิกะห์ และอิสรอฟีลด์ ทูตสื่อสารของสวรรค์ ผู้ที่จะลงมาเป่าสังข์บอกเวลาที่พระเจ้าอัลเลาะห์จะรวมพลโลกมาตัดสินในวันสิ้นโลก

 

เรื่องราวเหล่านี้ ที่ท่านนบีมุฮำมัดเขียนขึ้น โดยวิธีการทรงเจ้า (ท่านนบี มุฮำมัด ก็คือคนทรงเจ้าคนหนึ่ง ใช้วิธีการติดต่อกับพระเจ้า หรือ เทวดา ด้วยวิธีการทรง เช่นเดียวกับคนทรงไทย-จีน ที่มีเกลื่อนกลาดในไทย-จีนใต้หวันปัจจุบันนี้นั่นเอง) ได้เป็นเหตุให้เกิดสงครามศาสนา ระหว่างอิสลามกับคริสต์ เป็นเวลานานกว่า 300 ปี ตามที่ปรากฏหลักฐานในประวัติศาสตร์สงครามศาสนา ครูเสด นั่นเอง

 

 

เดี๋ยวนี้ชาวมุสลิม ผู้นับถือศาสนาอิสลามก็ยังคงเชื่อเช่นนี้ และในคำสั่งข้อความสุดท้ายของท่านนบีมุฮำมัด (หรือชาวพุทธว่า ปัจฉิมโอวาทของพระศาสดา)ปรากฏในมหาคัมภีร์อัลกูรอาน บทสุดท้ายคือปริเฉทที่ 114 อัล-ฟาติหะฮ์ ซึ่งอัลเลาะห์ทรงประทานลงมา (คือมาทางร่างทรง คือ มุฮำมัด) แด่ ท่านนบี มุฮำมัด ณ นครมักก๊ะห์ มีทั้งสิ้น ๗ โองการ ว่าดังนี้ (ในวงเล็บ เป็นคำอธิบายของผู้วิเคราะห์ บก.)

 

๑. โอ้ปวงชนผู้ศรัทธา พวกเจ้าจงกล่าวว่า ข้าพเจ้าขอเริ่มสิ่งที่ชอบแห่งศาสนา ด้วยพระนามแห่งอัลเลาะห์ผู้ทรงเมตตาในโลกนี้โดยทั่วไป และทรงเมตตาในโลกหน้าเฉพาะผู้ที่ศรัทธาตามคำสอนของพระองค์

 

(อ้างว่าพระเจ้าอัลเลาะห์ทรงเมตตา ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า แต่ในความจริง อัลเลาะห์ทรงนำมุสลิมไปสู่ความตาย เห็น ๆ กันอยู่ทุกวันนี้ ที่มุสลิมรบกับคนนอกศาสนา อเมริกา-อังกฤษ-รัสเซีย-อินเดีย และแม้มุสลิมก็รบฆ่าฟันกันเอง ทรยศต่อกันและกันเอง มีมุสลิม ชีอ๊ะห์ รบกับมุสลิมสุหนี่ มุสลิมปากีสถาน รบกับมุสลิมอาฟกานิสถาน ตาลีบัน มุสลิมอินโดเนเซียรบกับมุสลิมก่อการร้ายอินโดเนเซีย มุสลิมอัลกออิดะห์รบกับคนทั้งโลก และใหม่ล่าสุด มุสลิมในไทย กำลังจะรบกันเองกับมุสลิมในไทย และที่ประหลาดไม่อาจมีใครคาดเดาพระปรีชาญาณของอัลเลาะห์ก็คือ แม้ไม่มีการรบ อัลเลาะห์ก็ทรงนำความตายมาสู่ชาวมุสลิม โดยทรงให้แผ่นดินไหวในอิหร่าน ทำให้มุสลิมอิหร่านตายไป 7 หมื่นคนเปล่า ๆ เพื่ออะไร ? เหตุใดไม่ทรงบันดาลให้อเมริกันแผ่นดินไหวตายไปทั้งประเทศตามคำอ้อนวอนของมุสลิมทั้งโลก ทรงบันดาลให้มุสลิมเหยียบกันตายไปกว่า200 ศพ ในพิธีกรรมขว้างปีศาจในสถานกาบาอันศักดิ์สิทธิ์ เพราะอะไร ? และนี่คือความเมตตาหรือ? :บก.)

 

๒. โอ้ปวงชนผู้ศรัทธา พวกเจ้าจงแสดงการสรรเสริญทั้งปวงไว้ให้แด่เฉพาะอัลเลาะห์ องค์พระผู้อภิบาลของมวลมนุษย์ ญิน มลาอิกะห์ และสัตว์ทั้งปวง ตลอดจนสิ่งอื่นใดในสากลโลก

 

(คำว่า แด่เฉพาะอัลเลาะห์ นั่นคือการผูกขาดความเคารพไว้แด่อัลเลาะห์พระองค์เดียว แล้วไป เหยียบย่ำพระเจ้าองค์เดิมคือ ยะโฮวาห์ และอื่น ๆ เป็นเหตุให้เกิดสงครามศาสนา :บก.)

 

๓. องค์ทรงเมตตาในโลกนี้โดยทั่วไป องค์ทรงเมตตาในโลกหน้า เฉพาะผู้ที่ศรัทธาตามคำสอนของพระองค์

 

(คำว่า เฉพาะผู้ที่ศรัทธาตามคำสอนของพระองค์ หมายถึงมุสลิมบริสุทธิ์คนนอกศาสนาทั้งสิ้นไม่อยู่ในข่ายความเมตตาของอัลเลาะห์ :บก.)

 

๔. พระผู้ทรงเอกสิทธิ์ในการตอบสนองซึ่งบุญและบาปในวันพิพากษา คือวันกิยามะห์

 

         (อัลเลาห์พระองค์เดียวชี้เป็นชี้ตาย ชี้คุณและโทษแด่คนทั้งปวงในโลก: บก.)

 

 

๕. แด่เฉพาะพระองค์เท่านั้นที่บรรดาข้าพระองค์น้อมเคารพโดยจิต เช่นความศรัทธาใน เอกภาพของพระองค์ และโดยกายเช่น การปฎิบัติละหมาด ๕ เวลา และแด่พระองค์เท่านั้นที่บรรดาข้าพระองค์ขอความอนุเคราะห์ ทั้งในทางการเคารพภักดีในทางอื่น ๆ

 

(เดิม อัลเลาะห์ ทรงดำริให้มุสลิมละหมาดถึงวันละ 500 ครั้ง แต่ท่านนบีมุฮำมัด ไปต่อรองว่าคนทำมาหากิน ไม่มีเวลามากขนาดนั้นก็ต่อรองลงมาได้เป็นวันละ 5 ครั้ง :บก)

 

 

๖. โอ้อัลเลาะห์ ขอพระองค์ ได้โปรดทวีเจตนา ชี้หนทางไปสู่ศาสนาอิสลามแก่บรรดาข้าพระองค์ ซึ่งแนวทางเที่ยงตรง

 

(แนวทางเที่ยงตรง หมายถึง ความศรัทธาในอัลเลาะห์ ศรัทธาในท่านนบีมุฮำมัด และศรัทธาใน พระมหาคำภีร์อัลกูรอาน ในความหมายของ การเชื่อฟังทุกประการอย่างไม่มีข้อโต้แย้งใดใด ฉะนั้น เมื่อมุสลิมถูกสั่งให้ล่าล้างศัตรูของอัลเลาะห์พวกเขาสามารถจะพลีชีพแด่อัลเลาะห์ได้ ด้วย ความรู้สึกว่า นั่นคือแนวทางอิสลามที่เที่ยงตรง หลักธรรมว่าด้วย ศรัทธา ในศาสนาอิสลาม จึงไม่ครอบคลุมไปถึงความหมายคำว่า ศรัทธาญาณสัมปยุต คือศัทธาอย่างมีเหตุและผล หรือแนวทางวิชาการวิทยาศาสตร์ [science] อันสมบูรณ์ :บก.)

 

๗. ได้แก่แนวนำแห่งศาสนาของบรรดาผู้ที่พระองค์ได้โปรดประทานพระกรุณาธิคุณแก่พวกเหล่านั้น ให้ไปสู่ศาสนาอิสลาม ทุกชนชั้นผู้เป็นมุอ์มิน ยกเว้นแต่พวกกาฟิรทุกประเภทผู้ซึ่งถูกพระองค์กริ้ว ยะฮูดี และยกเว้นแต่พวกที่หลงงมงาย คือพวกนัสรอนี ด้วยเทอญ

 

(* จากบทที่ ๑๑๔ อัล-ฟาติหะฮ์ หน้า 2711-12 มีอธิบายว่า ประทาน ณ นครมักกะห์ มีทั้งสิ้น 7 โองการ อยู่ในส่วนที่ 30 ทั้ง 7 โองการ)

 

 

อันนี้คือ บทกวี บทสุดท้ายของท่านนบีมุฮำมัด และได้รับการปฏิบัติตามมาอย่างเคร่งครัด

 

 

ในโองการที่ 7 ได้อธิบายความหมาย อิสลามเที่ยงตรง ฉกรรจ์ไปกว่าความหมายของความศรัทธาและเป็นรูปธรรมอย่างชัดขึ้นไป ว่า อิสลามที่เที่ยงตรง ท่านนบี มุฮำมัด หมายถึง มุห์มิน เท่านั้นและไม่ทรงอภัยโทษให้แด่คน 3 ประเภท(ไม่ให้เข้าศาสนาอิสลาม) คือ กาฟีร์ ซึ่งหมายถึง คนนอกศาสนาทั้งสิ้นทั้งปวง ยะฮูดี คือชาวอิสราเอล และ อีกประเภทหนึ่งคือ นัสรอนี ซึ่งหมายถึงชาวคริสต์โดยเฉพาะ ซึ่งเมื่อสรุปแล้ว ก็หมายถึงคนนอกศาสนาอิสลามทั้งสิ้น จะต้อง ได้รับโทษ และมุสลิมทั้งหลายมีหน้าที่ชำระโทษคนนอกศาสนาทั้งสิ้นเหล่านี้ อย่างไม่มีการให้อภัย

 

 

ซึ่งจะเห็นว่า ข้อความในพระมหาคัมภีร์อัลกูรอาน ปริเฉทที่ 114 อันเป็นบทสุดท้ายของพระมหาคัมภีร์ฯ นี้ น่าจะไม่เป็นธรรมแก่คนในโลก และไม่เป็นธรรมแด่ชาวมุสลิมเอง

 

เพราะด้วยโองการที่บีบบังคับเช่นนี้ ทำให้ชาวมุสลิมไม่มีทางออก ทางออกทางเดียวของพวกเขาก็คือ ทำสงครามเข่นฆ่าคนทั้งสามประเภทนั้นให้หมดโลก อย่างที่พวกเขาพากันกระทำอยู่ และ เชื่อมั่นว่า จะชนะ เพราะเชื่อในอัลเลาะห์ว่า จะทรงอยู่กับพวกเขา และจะคอยช่วยเหลือพวกเขา หรือแม้กระทั่งความเชื่อว่า เมื่อได้เข่นฆ่าพวกกาฟีร์ (คนนอกศาสนาอิสลาม) ยะฮูดี (ชาวยิว) และ นัสรอนี (ชาวคริสต์) แล้ว นั่นจะได้รางวัลอันสูงสุด เมื่อสิ้นชีพไปแล้วก็จะรอดจากการลงโทษในโลกหน้า และได้รางวัลจากอัลเลาะห์ ประการต่าง ๆ รวมทั้งได้ร่วมเสพสุราอันโอชะกับอัลเลาะห์ในสวรรค์ชั้นที่ 7 แต่ในความเป็นจริง มีทางที่มุสลิมจะชนะด้วยการทำสงครามกับคนต่างศาสนาทั้งโลกหรือ ?

 

ในตะวันออกกลาง การประกาศของพวกหัวรุนแรงฮามาส อย่างเปิดเผย หลังการตายของชีค อาหเม็ด ยัสซิน เดือนมีนาคม 2547 และมีโลกทั้งโลกได้ยิน ได้รับฟัง ว่าจะฆ่าชาวอิสราเอลล้างแค้นทุกรูปแบบจนกว่าชาวอิสราเอลจะหมดไปจากโลก  เป็นความชอบธรรมเพียงใด ที่คนจะประกาศความมุ่งมั่นในการที่จะล้างผลาญเอาชีวิตคนอื่นเชื้อชาติอื่นขนาดนั้น มีความเป็นนักบวชแห่งศาสนาอยู่อย่างไรในคำพูดเหล่านั้น ท่านนบีมุฮำมัด มีความชอบธรรมเพียงใด ที่เขียนคำอาฆาตมาดร้ายขนาดนั้นต่อชาวอิสราเอลและชาวคริสต์ ในเชิงบีบบังคับให้ลูกหลานสกุลวงศ์ทั้งปวงแห่งอิสลาม ผูกอาฆาตไปตราบวันสิ้นโลก

 

และในความเป็นจริง พวกเขาจะอาจเอาชนะอิสราเอลได้อย่างไร ? จะชนะอังกฤษ และอเมริกาได้อย่างไร โดยวิธีการทำสงคราม?

 

และแท้จริง สหรัฐอเมริกา-อังกฤษ-อิสราเอล ต่างก็เข้าใจซึ่งกันและกันดียิ่งในเชิงข้อมูลความเข้าใจในเชิงศาสนาดังกล่าว (กองทัพอังกฤษ สามารถยับยั้งกองทัพอันเกรียงไกรของพระเจ้าอิสลามให้หยุดลงที่ไคโรอย่างสนิท ยุโรปจึงไม่ตกเป็นเมืองขึ้นไม่เป็นอิสลามมาตั้งแต่ต้นยุคมุฮำมัดนั้น)

 

มุสลิม มีแต่จะย่อยยับไป ด้วยความไม่รอบคอบ ไม่ระมัดระวัง และ ไม่พยายามวิเคราะห์ตนเอง อิสลามไม่อาจเผยแผ่ออกไปได้อีกแล้วในโลกนี้ มีแต่จะหมดสิ้นไปตามลำดับ เพราะอิสลามไม่มีหลักธรรมอะไรที่จะเผยแผ่ออกไปให้คนยุคนี้ยอมรับได้ นอกจากสงคราม ความรุนแรง ระเบิดพลีชีพ และความเชื่อที่ไร้เหตุผล เช่นนี้ ซึ่งมีแต่จะทำลายมุสลิมเองให้ ร่อยหรอลงไปตามลำดับและสถานการณ์สามจังหวัดภาคใต้ของประเทศไทยการใช้วิถีทางรุนแรง ย่อมนำตนเองไปสู่ความรุนแรง ที่สนองตอบแล้วคิดว่าจะชนะได้อย่างไร ในเมื่อโจรมุสลิมรบแบบคนรู สักวันหนึ่งก็จะโดนลากออกมาจากรูจนได้ ตามที่เห็นทหารสหรัฐลากเอาซัดดัม ฮุสเซนขึ้นมาจากรู นั่นเอง ขณะนี้ทหารสหรัฐ-อังกฤษก็ ตามแหย่รูต่อไป อีกหน่อยคงลากเอา อุสมา บิน ลาเดน ตัวการใหญ่มุสลิมก่อการร้ายสากล ผู้เป็น อิบาดุรรอฮมาน (บ่าวผู้ซื่อสัตย์ต่อองค์พระผู้เมตตา) ตัวจริง ขึ้นมาจากรูได้เช่นเดียวกัน

 

 

 

 

 

 36 ศาลชั้นต้นยกฟ้องดวงเฉลิม อยู่บำรุงฆ่าดาบยิ้ม

ข่าวภาคค่ำ

โทรทัศน์ทุกช่อง ศุกร์ที่ 26 มีนาคม 2547 19.00 น.

 

ศาลชั้นต้นยกฟ้อง นายดวงเฉลิม อยู่บำรุง ข้อหาฆ่าดาบยิ้ม ตำรวจกองปราบปราม พ่อ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นหัวหน้าทีมทนายความเองศาลออกหมายจับ นายนัจมุดดิน อูมา ส.ส.กลุ่มวาดะห์จับกุมโต๊ะครู 1 ใน 9 อ.เจาะไอร้อน จ.นราธิวาส ข้อหาแบ่งแยกดินแดน

 

 

 

 

 37 สิงหะไกรภพ

ช่อง 7 วันเสาร์ที่ 27 มี.ค. 2547 09.00 น.

 

วันนี้ เทวดา พ่อของสิงหะไกรภพ ถามเทพว่า เพชรพญาธร กำลังเหลิงอำนาจ ใช้ดาบประกายฟ้าไปในทางชั่ว เทพว่า ดาบมีสองคม ต่อไป สิงหะไกรภพจะใช้คมดาบด้านดี ปราบได้เองวันนี้ เพชรพญาธร รบกับวาตะ และนางชี ส่วนสิงหะไกรภพกับคณะเด็ก ๆ มีพี่ชาย กับเพื่อนสุนัขบ้าง รวมเป็น 4 อยู่ชายทะเล สิงหไกรภพจะลงไปบาดาล หาทางเอาดาบประกายฟ้าคืนมาจาก เพชรพญาธร ใช้ยาวิเศษที่ได้จากต้นสรรพยากินเข้าไปแล้วกลายร่างได้ ขณะที่เพชรพญาธรกำลังรบกับวาตะ แล้วทหารเมืองโกญจาทั้งหมู่เข้ารับมือต่อ พลังหมัดเพชรพญาธรสู้วาตะไม่ได้ เกือบสลบไป ต้องเรียกดาบประกายฟ้ามาปราบวาตะ แม่ชีรู้ฤทธิ์ดาบประกายฟ้าดี รีบมาฉุดวาตะและ ไล่ทหารหนีไปก่อน เลยไม่ต้องตาย เรื่องสนุกน่าติดตาม โดยเฉพาะเรื่องเด็ก ๆ ทั้ง 4 ที่รวมเป็นคณะของสิงหไกรภพ ที่ไปพบพญานาคแล้วตามพญานาคไปเมืองบาดาล ล้วนแต่น่าติดตาม ไปดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราคิดว่าไม่เฉพาะเด็ก ๆ เท่านั้นที่ดูสนุกแม้ผู้ใหญ่ก็คงวางไม่ลงเหมือนกัน แนวนวนิยายเช่นนี้แหละที่เป็นเบื้องต้นของจินตนาการเรื่องที่ยิ่งใหญ่ของนักประพันธ์ยุคปัจจุบัน ไม่ว่าเรื่องพ่อมดน้อย แฮรี่ พ๊อตเตอร์ หรือ หลอดอ๊อฟเดอะริงที่ลือลั่น จนกระทั่งคนเชื่อถือยิ่งกว่าไบเบิลและอัลกุรอานเสียอีก

 

 

 

 

 

 38 สี่แผ่นดิน

ช่อง 9 วันเสาร์ ที่ 3 เมษายน 2547 20.30 น.

 

วันนี้แต่งงานประไพ กับ คุณเสวี เรื่องเดินมาถึงตอนแตกหักระหว่างหม่อมเจ้าเชื้อพระวงศ์ มาหลั่งน้ำตา เพราะแม่เจ้าสาวเขาบอกรับเจ้าบ่าวคนอื่น เพราะเหตุที่ผิดยุคกัน เรื่องราวในตอนนี้ น่า ฉงนว่ามีเรื่องจริงเพียงใด หรือเป็นเพียงจินตนาการโลกอนาคตของนักปราชญ์อย่างท่านคึกฤทธิ์ ปราโมช เห็นคุณประไพ ดูเธอไปไกลเสียจริง ๆ ในเรื่องทางเพศ สังคม เซกส์ เธอเอาอย่างฝรั่งได้ทุกอย่าง จนน่าคิดว่าคนยุคนั้นไม่น่าจะคล่องขนาดนั้น ขนาดที่ว่า แม่อยากให้มีหลานให้เธอก็พูดหน้าตาเฉยว่า ยังไม่อยากมี เธอคุมได้ นั่นเป็นยุค รัชกาลที่ 6-7 ของสี่แผ่นดิน พ.ศ. 2481 รัชกาลที่ 8 ท่านผู้ประพันธ์คงแทรกจินตนาการล่วงหน้ามาถึงยุคปัจจุบัน ว่าจะเป็นเช่นนั้นแล้วก็มีกบฎ มีการจับเจ้านาย คุณอุ่น แม่นมก่อนจะตายก็บอกห่วงประไพ แล้วระบบเก่ากับระบบใหม่ก็ขัดแย้งกันในครอบครัว ระหว่างอั้นพี่ชาย กับ อ๊อดน้องชาย พี่ทั้งสองของประไพ แต่คุณพลอย ตัวละครเอกเป็นคนมีเหตุผล ยอมรับฟังเหตุผลและยืนยันสัจธรรม ทำให้น่าเลื่อมใส ศรัทธา สมกับเป็นคนมีธรรมะในพระพุทธศาสนา และมีประสบการณ์ชีวิตมานานถึง 4 แผ่นดิน

 

 

 

 39 หวงเฟยหง

ช่อง 7 วันจันทร์ ที่ 5 เม.ย. 47 09.30 -10.30 น.

 

หนังจีน แบบศิลป ทำให้เกิดความกลมกลืนทั้งเรื่อง อย่างตรงเป้าหมายของการบันเทิง และเดิน ไปด้วยความขัดแย้งอย่างรุนแรงแต่ก็จบลงได้ด้วยแฮ๊ปปี้เอนดิ้ง

 

นักประพันธ์สร้างให้นักสู้ญี่ปุ่นคนหนึ่งมารับการฝึกวิชาวรยุทธจีนในประเทศจีน แล้วได้วรยุทธแบบแค้น อาฆาต รุนแรง ไป จนถูกเจ้าสำนักขับหนีไปจากสำนัก ครั้นฝีมือแก่กล้าก็เหิมเกริม เข้าใจผิดในประเด็นความหมายของ วรยุทธที่ประเสริฐล้ำเลิศ โดยเข้าใจว่าต้องชนะ ต้องฆ่า จึงมีแต่เที่ยวไปท้าเจ้าสำนักทั้งหลายดวลฝีมือดาบ และนับหัวยอดฝีมือที่เพลี่ยงพล้ำให้แก่ตนไปหัวแล้วหัวเล่า จนไร้เทียมทาน เปล่งวาจาอมตะว่า วีรบุรุษช่างโดดเดี่ยว ผู้อยู่เหนือคนช่างอ้างว้าง จนพบหวงเฟยหง เห็นฝีมือแล้วจดลงไว้เป็นรายต่อไป ส่วนหวงเฟยหงทดสอบกับฝรั่งหัวแดง ขายฝิ่น เอาร่มไปสู้กับปืน คนจีนสมัยนั้นติดฝิ่น ฝรั่งเทฝิ่นมาขายขนเงินกลับไปอังกฤษ มหาศาล หวงเฟยหง เป็นนักสู้กู้แผ่นดิน ต้องการล้างฝิ่นไปจากจีน แล้วบุกเข้าไปในสถานทูตพานิชฝรั่งเศส ถูกล้อมยิงด้วยปืน นักสู้ญี่ปุ่นตามมาช่วยพ้นออกไปจากอันตราย มิใช่เพราะร่วมอุดมการณ์ แต่กลัวหวงเฟยหงจะตายด้วยปืนไฟเสียก่อนได้ทดสอบเพลงดาบกัน แต่ ผู้มีฝีมือเหนือกว่าย่อมรู้ในความเหนือกว่า หวงเฟยหงรู้ตัวว่าตนมีฝีมือเหนือชั้นกว่า จึงพยายามสอนสัจธรรมว่าด้วยวรยุทธโพธิสัตว์พันมือ อ้างวาทะว่า วรยุทธที่ไร้เมตตาเป็นวรยุทธที่ไม่ยั่งยืน วรยุทธที่แท้จริง ที่ล้ำเลิศประเสริฐกว่า ไม่มีจุดหมายปลายทางในการล้างชีวิต มีแต่จุดหมายเพื่อความเมตตา แต่นักสู้ญี่ปุ่นกรำศึกมาขนาดนั้นย่อมมีทิฏฐิ อยากพิสูจน์ จึงต้องรบให้เห็นผลจริง ๆ และหวงเฟยหง ผู้ที่นักสู้ญี่ปุ่นแอบชมอยู่แต่แรกว่า ใบหน้าไร้แววกังวล ซ่อนฝีมืออันฉกาจ คมในฝักแท้ หายากในแผ่นดินแต่ฝีมือจริงจักขนาดไหน? คือคนไม่ยอมกันเว้นแต่ทำให้เห็นจริง ๆ เป็นรูปธรรมเท่านั้น และลงท้ายของนวนิยาย วีรบุรุษหวงเฟยหง จึงได้สอนบทเรียนสำเร็จ

 

แต่ถ้ามองเหตุการณ์ในโลกขณะนี้ วิถีทางของผู้ก่อการร้ายมุสลิม นับว่าเหี้ยมโหด เหี้ยมโหดต่อตนเองเพราะการพลีชีพ และเหี้ยมโหดต่อคนอื่นเพราะล้างชีพผู้บริสุทธิ์ ถึงจะมีวรยุทธล้ำเลิศ ก็ เป็นเพียงระดับสามัญ มิเป็นที่นับถือในหมู่ผู้สูงส่ง ที่เหนือกว่านั้นก็คือต้องไปสู่วรยุทธที่ประกอบด้วยเมตตา หมายถึงเป็นวรยุทธธรรมชาติ ใจต้องไม่เคียดแค้นหมายชีวิต กายไม่หวังชักอาวุธปลดชีพคนอื่น แต่เป็นไปแบบธรรมดา ๆ ของการยุทธ คือรบแบบไม่มีความแค้นอาฆาตใดใดนั่นคือเป็น นักรบจิตว่าง และ มีเหตุมีผล

 

 

 

  

 40   เรื่องราวการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูในพระคัมภีร์ไบเบิล

จากใจถึงใจ  วันอีสเตอร์

ไอทีวี อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2547 เวลา 06.00 น.

 

รายการเผยแผ่ศาสนาคริสต์ มาริสา นิลกุล เป็นผู้ดำเนินรายการเริ่มเล่าเรื่อง วันอีสเตอร์ วันพระเยซูฟื้นจากความตาย เล่าไปอย่างกับว่าเป็นเรื่องจริง ทั้ง ๆ ที่ศพพระเยซูได้ถูกฝังลืมไว้ใต้แผ่นดินโลกเรานี่เองเป็นเวลา 2004 ปีเข้าแล้วคนยังไม่รู้ว่าพระศพอยู่ไหน

 

รายการนี้มีเวลาเพียง 30 นาทีก็จริงแต่สามารถทำหลายเรื่องหลายราวได้กระทัดรัด แล้วไปดูช่างปั้น แสดงการปั้น Face of the Crist คือใบหน้าของพระเยซู พร้อมอธิบายเรื่องเหงื่อของพระเยซู อ้างว่า มีพูดถึงในพระคัมภีร์อิสยาห์ 61-62 และว่าเป็นสัญลักษณ์ของความทุกข์ของพระเยซูที่แบกโลกแทนมนุษย์บาป ว่า การคืนพระชนม์เป็นของขวัญของมนุษย์ และเป็นผู้ไถ่บาปมนุษย์บาป

 

แล้วเล่าเรื่องราวตอนพระเยซูเข้าไปเยรูซาเลมครั้งแรก(ทรงบวชที่หมู่บ้านเบธานี ริมฝั่งแม่น้ำจอแดนและอยู่ในชนบทตลอดมา ทรงใฝ่ฝันจะเข้าเมืองกรุงคือ เยรูซาเล็ม) เล่าว่าเมื่อเข้าไปแล้วทรงล้มโต๊ะ เล่าเพียงนั้น แล้วไปเล่าเรื่องอื่น ๆ ต่อไปเรื่องละเล็กละน้อย เลือกเอาแต่ส่วนดี ๆ มาเล่าเพราะถ้าเล่าเรื่องทั้งหมดก็จะพบว่า พระเยซูไปหาเรื่อง ก่อการทะเลาะวิวาทกับชาวเมืองขึ้นก่อน แล้วเอาแซ่ไล่ตีคนและสัตว์เลี้ยงที่เอามาขาย ของพวกเขาให้ตื่นเตลิดหนีไปนอกกรุง ในท่ามกลาง เทศกาลปัสกาของชาวยิวปีนั้น แล้วยังไม่พอ เลยไปล้มโต๊ะที่วางของขายของพวกพ่อค้าล้มระเนน ระนาด แล้วเลยไปล้มโต๊ะพนักงานของรัฐที่มาบริการให้แลกเปลี่ยนเงินตราจนเงินตราหล่นกระจายไปตามพื้น ครั้นคนทั้งหลายถามว่ามีสิทธิอะไรจึงมาทำการดั่งนี้ ก็ประกาศว่าตนเป็นบุตรพระเจ้าลงมาจากสวรรค์ พระเจ้าบัญชาให้ลงมาช่วยปลดเปลื้องบาปของหมู่มนุษย์ มีอำนาจจะทำอะไรก็ ได้บนโลกมนุษย์นี้ เพราะโลกนี้เป็นโลกที่พระเจ้าสร้างไว้ ตรัสแล้วก็เสด็จหนีไป ซึ่งการกระทำดั่งนี้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายบ้านเมือง ทางเจ้าหน้าที่จึงตามจับพระองค์เพื่อเอาไปดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายคนอื่น และ ทำทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย แต่ความผิดที่ฉกรรจ์ก็คือประกาศ ว่าตนเป็นบุตรของพระเจ้า และครั้นต่อมาก็ว่าเป็นพระเจ้าเสียเอง เจ้าหน้าที่จึงตามจับกุมพระองค์ ตลอดมา จนกระทั่ง 3 ปีต่อมาจึงจับกุมพระองค์ได้ ขณะที่กลับเข้ามากรุงเยรูซาเล็มอีกครั้งหนึ่งภายหลังหลบหนีไปกบดานอยู่แคว้นกาลิลี บ้านเกิดของพระองค์ และโทษตรึงกางเขนก็เป็นโทษที่มีอยู่แล้วสำหรับผู้หมิ่นประมาทพระเจ้า ไม่ใช่ว่า ทรงเป็นพระผู้ไถ่ หรือ รับบาปแทนมนุษย์บาป แต่อย่างไร นี่คือความจริง ที่ไม่ตรงกับวาทะที่อ้างกันในภายหลัง

 

ต่อมารายการนี้ได้เล่าเรื่อง ภาพยนต์เรื่อง The Passion of the Crist ซึ่งเป็นภาพยนต์ที่ผู้สร้างทุ่มทุนสร้างอย่างมหาศาล และเป็นทั้งธุรกิจบันเทิงและการโฆษณาชวนเชื่อทางศาสนาไปด้วยในขณะเดียวกัน ซึ่งชื่อนี้ เมื่อแปลแล้วน่าจะตรงคำว่า "องค์พระเยซูคริสต์เจ้าผู้ทรงเมตตา" เพื่อให้ พอ ๆ กับของฝ่ายอิสลามที่ว่า "อัลเลาะห์ผู้ทรงเมตตาในโลกนี้และทรงเมตตาในโลกหน้า" นั่นเอง นักสร้างภาพยนต์ ก็เอามาเล่าอย่างกับว่าเป็นเรื่องจริงต่อไปตามความเชื่อเท่านั้น แต่ความจริงมิได้เป็นเช่นนั้นเลย เป็นแต่เพียงวาทะเท่านั้น โดยพระเยซูเองตรัสถึงพระเจ้าว่า For God so love the world that He gave His only begotten Son........ ซึ่งเมื่อพระเยซู ตรัสออกไปแล้วคนยุคนั้นก็พากันเชื่อว่าพระองค์ทรงวิกลจริต แม้กระทั่งนักจิตวิเคราะห์ยุคใหม่ก็ยืนยันเช่นนั้น เพราะ ในที่สุดพระเยซูก็ถูกตรึงกางเขนสิ้นพระชนม์ ซึ่งหมายถึงทรงถูกพระเจ้าทอดทิ้ง ทั้ง ๆ ที่ทรงเป็นพระบุตรองค์เดียว จนสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนอย่างทรมาน เพราะถูกตรึงอยู่เป็นเวลาถึง 7 ชั่วโมงจึงสิ้นพระชนม์ ก่อนสิ้นพระชนม์ ทรงร้องตะโกนตัดพ้อต่อพระเจ้าว่า พระบิดาไฉนทอดทิ้งพระบุตรเสียเล่า ? ซึ่งเป็นความขัดแย้งกันระหว่างวาทะ กับ ความเป็นจริง กล่าวคือ วาทะบอกความเมตตา แต่ความจริงบอกความเหี้ยมโหด พระบิดาทิ้งพระบุตรสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนของมนุษย์ผู้ต่ำต้อย หนังเรื่อง The Passion of the Christ : องค์พระเยซูคริสต์เจ้าผู้ทรงเมตตา จึงเป็นเพียงการบันเทิงและการโฆษณาชวนเชื่อ แล้วไปโยนความผิดบาปให้ชาวอิสราเอล ผู้รู้ความจริงเกี่ยวกับพระเยซูดีที่สุด

 

 

 

 

  41 นายกทักษิณพบประชาชนที่ศรีสะเกษ

นายกทักษิณคุยกับประชาชน อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

สด ช่อง 11 เสาร์ที่ 24 เม.ย. 2547 เวลา 08.00 น.

 

ภายหลังงานสำคัญของรัฐบาลในภาคใต้ โดยมีประชุมครม.เคลื่อนที่ ที่จ.ปัตตานี เมื่อ 17 มี.ค.2547 เวลา10.30 น. แล้ว นายกรัฐมนตรี ได้ออกเดินทางเพื่อการคลุกคลีกับประชาชน 3 จังหวัดภาคกลาง-ภาคเหนือ และ 19 จังหวัดภาคอีสาน ระดับรากหญ้าอย่างเป็นธรรมชาติ และพร้อมกับการศึกษาธรรมะในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ (ธรรมะคือหน้าที่) ด้วยธุดงควัตรเฉพาะตน แบบนกขมิ้นเหลืองอ่อน ค่ำไหนนอนนั่นไปด้วย เริ่มต้นออกเดินทาง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18เม.ย. 2547 ที่ จ.สิงห์บุรี จ.พิจิตร จ.เพชรบูรณ์ แล้ว เข้าจังหวัดขอนแก่น มีการประชุม ครม. ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยนายกรัฐมนตรีเป็นประธานอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น แล้วรอนแรมมาถึงจังหวัดศรีสะเกษ ค้างคืนที่สำนักสันติอโศก อ.กันทรลักษ์ ในคืนวันศุกรที่ 23 เมษายน 2547 พอรุ่งเช้า เป็นวันเสาร์ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีมีภาระในการออกรายการ นายกทักษิณพบประชาชน ทางโทรทัศน์ช่อง 11 และวันนี้ เป็นการถ่ายทอดสดออกอากาศจากจังหวัดศรีสะเกษ

 

ภาพในจอแก้ว พบว่า ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณสวมเสื้อเชิร์ตแขนยาว ลายตาหมากรุก กางเกงยีนสีอ่อนเหมือนสีเสื้อ ท่าทางสบายใจ และดูสบาย ๆ นั่งเก้าอี้สี่เหลี่ยมสร้างด้วยไม้ไผ่ กว้างใหญ่พอนั่งในท่าสมาธิได้อย่างสบาย ๆ สูงพอช่วงขาที่เหยียบดินพอดี ๆ มีขอนไม้ขนาดเขื่อง ที่ลอกเปลือกออกเหลือแต่แก่น ดูขาวแกมเหลืองอ่อน ๆ กำลังงาม ทำเป็นโต๊ะ สำหรับวางไมโครโฟน และอุปกรณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ไว้ข้างหน้า ซึ่งคงเป็นอุปกรณ์ที่ทางสันติอโศกจัดเตรียมไว้ให้ท่านใช้งาน ในการออกรายการวันนี้ คงมิใช่เพราะท่านนายกรัฐมนตรีอยากให้ภาพออกมาเช่นนี้ในขณะที่ออกรายการทักษิณคุยกับประชาชน ที่ จ.ศรีสะเกษสด ๆ มี ท่านถนอม ส่งเสริม ผู้ว่าราชการจังหวัด ซีอีโอ ศรีสะเกษ นั่งเก้าอี้ปลัสติกอยู่ใกล้ ๆ ด้วยท่าทางสมถะ

 

ท่านเล่าว่า นอนที่ศีรษะอโศก ไม่มีไก่ขัน กินน้ำเต้าหู้ชีวิตมนุษย์แค่นี้แหละ อย่าทำชีวิตให้ยุ่งยาก อย่าทำตนให้เป็นปัญหาแก่ผู้อื่น ให้ทำประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น พื้นฐานชีวิตคือครอบครัว ไม่ใช่พ่อเมา แม่ด่า ลูกหนีออกจากบ้านนอนในคฤหาสน์กับนอนในป่า ไม่รู้หรอกว่านอนที่ไหน เพราะหลับลงแล้วก็แล้วไป เหมือนกันเมื่อท่านพูดว่า ไปเสียค่านอนคืนละแสนบาท สู้นอนฟรีไม่ได้ คนศรีสะเกษก็หัวเราะชอบใจใหญ่ท่านว่า การเดินทางของท่าน ๆ ไม่มีเจตนาหาเสียง แต่เพื่อดูทุกข์สุขประชาชน ถ้าทำงานก็มีเสียงแต่ถ้าไม่ทำงานไปหาอย่างไร ๆ ก็ไม่มีเสียง ชาวศรีสะเกษปรบมือชอบใจอีกครั้งท่านพูดถึงไก่ในวัดหลวงตาบัว คืนที่พักแรมวัดนั้น ว่าไก่ขันเสียงแหบทุกตัว เพราะไก่แต่ละตัวต่างแผดเสียงแข่งกัน ไม่เหมือนไก่ที่ดงบัง เสียงใสทุกตัว

 

พอดีมีเหตุการบุกเผา 52 จุดทางภาคใต้ และตำรวจตามรวบตัวผู้ก่อการร้ายได้ถึง 10 คน ล้วนแต่เยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปี ท่านว่าเยาวชนเหล่านี้ถูกมอมเมาให้ตกเป็นเหยื่อของผู้ใหญ่เลว ๆท่านว่า จับพวก นี้ได้สามารถสรุปได้เยอะ อะไรที่ไม่กระจ่าง มีข้อสงสัยอยู่ สามารถตอบข้อสงสัย ได้เยอะ จะตามจับได้อีกหลายตัว “ผมเรียกเป็นตัว ไม่ใช่คน” มีคนเพียงไม่กี่เปอร์เซนต์ ที่ออกนอกรีต 90 กว่า % เขาต้องการอยู่อย่างสงบตามหลักการศาสนาของเขา เราจะพัฒนาแก้ไขความยากจน แก้ไขการศึกษา ร่วมมือกับศาสนา เช่นเดียวกับที่สันติอโศก

 

ท่านเล่าเรื่องที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับการเดินทางค้างแรมแบบติดดินคราวนี้ ซึ่งเป็นการเดินธุดงค์ทั่วอิสาณ ค่ำไหนนอนนั่น นอนกะต๊อบ มีรัฐมนตรีช่วย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตรท่านเนวิน ชิดชอบ กับ รองนายกรัฐมนตรี ท่านสุวิทย์ คุณกิตติ มาด้วย

 

พอพูดถึงประธานาธิบดีมอรอคโค ที่เป็นอิสลาม เดินทางมา ว่าความจริงท่านควรอยู่เมืองนอก แต่มาอยู่บ้านนอกแทน คนศรีสะเกษก็ยิ้มพอใจในความอุตสาหะและเอาใจใส่ต่อประชาชนของท่าน (ตามที่ทีวีถ่ายทอดออกมา)

 

เล่าเรื่องฝายแม้ว จากพระราชดำริ เอามาลองทำดู ซึ่งได้พบว่า ลงทุนจริง ๆ ฝายละ 1500 บาท เท่านั้น แต่เมื่อทำงบขอเข้ามากลับแพงมาก ๆ เล่าว่าได้พบอิสาณแล้งขนาดทำฝนเทียมไม่ได้เพราะความชื้นไม่พอ

 

เล่าการช่วยเหลือเป็นการเฉพาะหน้าที่จังหวัดต่าง ๆ ที่จังหวัดเลยชาวบ้านไปซื้อหวายจากชาวลาว ชาวลาวได้ เงินแล้วกลับมาซื้อของไทย ท่านว่านั่นคือวิถีทางเศรษฐกิจ ช่วยให้เขามีกำลังซื้อ แล้ว เขาก็มาซื้อของจากเรา ว่าพบ เอนจีโอหนุ่มมาจากเชียงคาน รายงานว่าที่นั่นมีผลไม้ทั้งปี แต่ขาด ถนนสำหรับขนส่งให้ทันกาลเวลา ท่านนายกรัฐมนตรีอนุมัติงบสร้างถนนให้ทันที และกล่าวว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะพอใจกับอุดมการณ์ของเด็กหนุ่ม ต้องการให้เขามั่นใจในบทบาทการสร้างสรรค์ของเขาต่อไป ปรากฏว่าเขาพอใจ ซาบซึ้งจนร้องไหโฮออกมา

 

นายกรัฐมนตรีพบแม้กระทั่งเรื่องอาหารการกิน ว่าไปเจอก๋วยเตี๋ยวแพงน่าดู ซึ่งท่านว่าไม่ควรจะฉกฉวยโอกาสเกินไป ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม จะเสียหายแก่สถาบันการค้าการขาย

 

จบลง 08.50 น. จักรภพ เพ็ญแข โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ติดตามเป็นเงาตามตัว สรุปว่า ปัญหางบประมาณ ยังมีมาก ท่านนายกรัฐมนตรีต้องการมาสัมผัสเอง เพราะได้ตั้งงบประมาณโดยรวมสำหรับพัฒนาภาคอีสานถึง 1 แสนล้านบาท จึงต้องการสัมผัสอย่างใกล้ชิด เป็นการเก็บข้อมูล 19 จังหวัดภาคอีสานด้วยตนเอง นายกรัฐมนตรีเดินทางต่อไปยังสุรินทร์ บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ดนครราชสีมา แล้วกลับกรุงเทพมหานคร ในวันเดียวกัน

 

 

 

 

 42 ก้าวหน้าทางการศึกษา นักเรียนเป้นศูนย์กลาง

ไอทีวี วันเสาร์ 24 เม.ย. 2547 06.30 น.

 

พัชรินทร์ ไทยบัณฑิตย์ ดำเนินรายการ   วันนี้พาไปดูวิธีการสอนคณิตศาสตร์ แบบเอานักเรียนเป็นศูนย์กลาง สิ่งที่น่าคิดก็คือ ครูวิสุทธิ์ ท่านว่า เด็กในห้อง KING หรือ QUEEN หรือ ระดับ A หรือ B มักไม่มีปัญหา ส่วนระดับห้อง C และ D มีปัญหา เวลาเรียนก็ไม่ค่อยฟังครู ความเอาใจใส่น้อย ฯลฯ แต่ครูก็พยายามช่วยพวกห้องสมองขี้เลื่อยนี้ นี่เป็นธรรมดา แต่ครูต้องออกแรงในการช่วยพวกห้อง ซี และ ห้อง ดี ทำให้เสียเวลามาก แต่เดิมเรียกว่าลูกตุ้มถ่วง ฉะนั้น จึงยอมรับกันมาแต่เดิมว่า เขาเก่ง เราไม่เก่งเท่าเขาต้องพยายามมากกว่าเขา หรือเลือกไปในทางที่เราถนัด

 

สิ่งที่น่าคิดก็คือ คณิตศาสตร์ ก็คือคณิตศาสตร์ เราต้องการให้เด็กเราเก่งคณิตศาสตร์ ไม่ใช่ ต้องการให้เก่งทางอื่น ถ้านักเรียนเราไม่เก่ง หัวไปไม่ได้ก็ควรให้ไปในสาขาอื่น ให้ครูที่เก่งใน สาขาอื่นสอนแทน ก็จะเหมาะสมกว่าให้ครูผู้เชี่ยวชาญคณิตศาสตร์สอน

 

เราคิดว่านี่คือหลักการสอนที่ถูกต้องและตรงเป้าหมายที่ว่า สอนเพื่อให้เด็กของเราเก่ง ในศาสตร์สาขาที่ครูเก่ง นั่นเอง ถ้าให้ครูคณิตศาสตร์ไปสอนวิชาสังคม ก็จะกลายเป็นว่า เอาครูที่สอนไม่เก่งไปทำผิดหน้าที่ ครูก็จะสอนไปอย่างไม่ถูกความถนัดของตน ก็จะสอนไม่ได้ดีเท่าวิชาที่ตนถนัด ก็เสียเวลาไป น่าจะปรับอย่างไร

 

อย่างไรก็ตาม ภาพที่เห็นในวันนี้สะท้อนว่า ครูอาจารย์วันนี้ทำงานกันค่อนข้างหนัก และน่าชื่นชมในความเป็นครู จอโทรทัศน์วันนี้มักถูกกลบเสียด้วยเสียงเฮฮาของนักแสดงตลก เกมส์โชว์ และราย การบันเทิงธุรกิจต่าง ๆ แทบทุกรายการเอาเสียงเฮฮาเข้าไว้ ผู้ไปออกรายการ ทั้ง ๆ ที่เป็นคนสงบ ขรึมหรือมีมาดของตนเอง ก็พลอยต้องมีมุขกับเขาบ้าง จนกระทั่งน่าคิดว่า หากปล่อยให้เป็นไป เช่นนี้ วันหนึ่ง แม้ระดับรัฐมนตรี ศาสตราจารย์ นักการศาสนา หรือ พระสงฆ์เถรานุเถร พอไปออกรายการก็คงต้องเต้นแร้งเต้นกาเป็นกับเขา ซึ่งไม่มีความชอบธรรมและเหมาะสมที่จะแสดงออกเช่นนั้น เพราะต่างก็มีจุดยืนอยู่บน "หน้าที่" และพื้นฐานแห่งบุคคลิกภาพของตนเอง เราเป็นเรา จะฝืนให้เป็นอย่างเขา เช่นเห็นเขาเล่นตลกมีมุข ก็จะพยาบยามเล่นตลก มีมุขกับเขาบ้างได้อย่างไร เห็นเขาทาหน้าขาววอกไปตาม ๆ กัน เราก็จะทาบ้าง ได้อย่างไร

 

เพราะเหตุนี้ ภาพทางจอโทรทัศน์ น่าจะชดเชยเข้ามา น่าจะฉายบุคคลิกภาพของครูอาจารย์ ออก มาให้มากกว่าปัจจุบันนี้ (เราหมายถึง ควรให้ครู อาจารย์ มีบทบาท มีกิจกรรม หรือเอาบุคคลิกภาพความเป็นครูมาสู่จอโทรทัศน์มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบันนี้) และให้มากพอสะท้อนวัฒนธรรมแห่งสถาบันครูออกมาหนาแน่นพอเป็นระดับนำทางความคิดและจินตนาการจนนำสังคม ได้ ก็จะเป็นจุดที่หยุดยั้งสังคม มิให้เตลิดไปในทางที่เอาแต่เล่นสนุก ๆ บันเทิงไปไร้สาระไปวันหนึ่ง ๆ ได้

 

 

 

 

 

 43 รายการวันเสาร์ พระหลวงตากับสามเณรน้อย

เสาร์ 24 เม.ย. 2547 07.00 น.

 

ทีวีทุกช่องระดมข่าวสารสำหรับเด็ก ตลอดช่วงเช้า ตั้งแต่ประมาณ 0700 ตลอดถึง เคารพธงชาติ 0800 น. แล้ว KIDS’ WORLD ช่อง 9

 

มีการ์ตูน เรื่อง พระหลวงตา กับสามเณรน้อย ไปพบเศรษฐี ตั้งใจจะให้ธรรมะแด่เศรษฐี พระหลวงตาแบมือ ยื่นออกไป แล้วถามเศรษฐีว่า แปลความว่าอย่างไร เศรษฐีตอบว่า แอบนอร์มอล คือ ผิดปกติธรรมดา หลวงตากำมือ เป็นกำปั้น ชูขึ้น แล้วถามเศรษฐีอย่างเดิมอีก เศรษฐีก็ตอบคำเดิมว่า แอบนอร์มอล คือ ผิดปกติธรรมดา เหมือนเดิม พระสอนว่า ไม่ใช่หรอกการมีเงินแล้วไม่ยอมบริจาคทาน ไม่มีการให้ ต่างหากเป็นแอบนอร์มอล เศรษฐีสมองไว ฉลาดก็ เข้าใจ นอร์มอล คือ ให้ แล้วให้ต่อ เช่นคนถวายของพระ พระรับแล้ว เอาไปให้ต่อ นี่เป็น นอร์มอล ไม่ใช่แอบนอร์มอล เมื่อเศรษฐี เข้าใจแล้วก็รำลึกความแอบนอร์มอลของตน กลับ นิสัยใหม่ มารู้จักการให้ และทำการบริจาคเป็นปกติ ต่อไป

 

การ์ตูนนี้ทำได้ทันสมัยมาก บทสนทนาเต็มไปด้วยแววอัจฉริยะ และเป็นธรรมะในหลักธรรมพระพุทธศาสนา อาจกล่าวว่าเป็นวิธีการสอนธรรมะที่ทันสมัยสำหรับเด็ก ๆ และผู้ใหญ่สมัยนี้ได้อย่างดี

 

การทำรายการเด็ก ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นรายการธรรมะ แต่ให้มีธรรมะอยู่ในเนื้อหาของรายการ ในความหมายว่า ให้มีคติสำหรับเด็ก ๆ ที่จะคิด ได้หลักการดำรงชีวิต ในทางที่จะทำ ให้ตนเองเจริญขึ้น (ไม่ชี้นำไปในทางเสื่อม หรือให้ได้แนวคิดไปทำความเสื่อม) ไม่ว่าแนวคิดเพื่อให้เจริญในลาภ ในยศ ในความดีมีเกียรติ และ เจริญในความสุข อย่างโลก ๆ เอง และอย่างธรรมะเพื่อมุ่งสู่ความหลุดพ้นตามหลักพระพุทธศาสนาก็ตาม

 

 

 

 

 44 โจรใต้เคลื่อนพลโจมตีเจ้าหน้ที่รัฐบาลพร้อมกัน11จุดตายเจ็บนับร้อย

โทรทัศน์ทุกช่อง พุธ ที่ 28 เมษายน 2547 05.00 น.

 

เหตุการโจรก่อการร้ายภาคใต้บุกโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐครั้งนี้ เริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น.พร้อมกันแทบทุกจุด อย่างมีการอำนวยการวางแผนการรบทางทหารจริง ๆ ใน 3 จังหวัดภาคใต้ คือ สงขลา ปัตตานี และ ยะลา โทรทัศน์ทุกช่องได้ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด ฝ่ายก่อการร้าย มุ่งหมายทำลายชีวิตเจ้าหน้าที่ ทรัพย์สินของรัฐและปล้นอาวุธสงคราม โดยมุ่งแสดงพลังที่กล้าหาญอุกอาจและมีประสิทธิภาพเหนือกว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ สร้างความสูญเสียแก่ประเทศไทยในสายตา ของชาวต่างประเทศ เพื่อผลในด้านการโฆษณาชวนเชื่อและสงครามชิงประชาชน แต่สภาพกอง กำลังเป็นเด็กหนุ่ม-เยาวชนอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป แยกกันเป็นกลุ่ม ๆ แต่ละกลุ่มมีผู้ใหญ่ 2 คน ซึ่งมีอายุ 30-50 ปีเป็นหัวหน้า ส่วนเด็กหนุ่มถือมีดดาบเป็นอาวุธก็มี ถือปืนก็มีแต่ส่วนน้อย มุ่งหมายฟันแทงด้วยมีดมีคม แสดงออกซึ่งความกล้าหาญ มีแผนการก่อการร้าย ให้แผ่นดินสามจังหวัดภาคใต้ลุกเป็นไฟ ทางทหารมีแม่ทัพภาค 4 พล.ท.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี อยู่ในพื้นที่

 

         ขณะนั้น นายโภคิน พลกุล รมว.มหาดไทยไปราชการต่างประเทศอยู่ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงอยู่กรุงเทพฯ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร รมว.กลาโหม อยู่ กรุงเทพฯ และนาย วันมูมัด นอมะทารองนายกรัฐมนตรีไปราชการต่างประเทศ ณ ประเทศดูไบ ส่วน พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ถูกเรียกตัวเข้ากรุงเทพกระทันหันใน ขณะที่ควบคุมกองกำลังฝ่ายรัฐอยู่ที่มัสยิดกรือเซะ จ.ปัตตานี

 

         ทางนักข่าวโทรทัศน์ทุกช่อง(เช่นรายการฮอทนิวส์ของกิตติ สิงหาปัด ไอทีวี) และทางทหาร รายงานตรงกันว่า ขบวนการก่อการร้ายประกอบด้วยกลุ่มเยาวชนหนุ่มฉกรรจ์อายุ 18 ขึ้นไปที่ถูกมอมเมา ด้วยยา เสพติด มีการก่อตั้งเป็นขบวนการอย่างชัดเจน และวางแผนปฏิบัติการพร้อมกันทั้ง 3 จังหวัดทั้ง 11 จุด แต่จุดที่เจ้าหน้าที่ต้องอดทนอดกลั้นที่สุด ก็คือ มัสยิดกรือเซะ อันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพี่น้องมุสลิมไทยใต้ ที่เดิมเริ่มต้นขึ้นจากการโจมตีจุด ตรวจกรือเซะ มุ่งหมายเอาชีวิตเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน แล้วผู้ก่อการร้ายถูกตอบโต้ทันควัน และ หนีเข้าไปยึดมัสยิดกรือเซะไว้ทางหน่วยเหนือไทยขอให้ปิดล้อมไว้จนกว่าจะยอมแพ้ จนถึงกับผู้บังคับบัญชามีคำสั่งย้าย พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ออกจากพื้นที่เข้ากรุงเทพฯ โดยด่วนฐานขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา เหตุการณ์จึงยืดเยื้อไปถึง 9 ชั่วโมง เวลาเย็น ต่อเมื่อเกิดสถานการณ์มวลชนที่ ไม่น่าไว้วางใจ จนทางเจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจบุกเข้าเคลียร์พื้นที่ภายในมัสยิด และฝ่ายก่อการร้ายต่อสู้แบบหน่วยกล้าตาย ไม่ยินยอมมอบตัว ทำให้สถานการณ์ที่จุดมัสยิดกรือเซะ เป็นจุดที่อ่อนไหวที่สุดของเหตุการณ์ทั้งสิ้นและน่าจะเป็นจุดที่ต้องสังเกตติดตามต่อไป

 

สำหรับรายละเอียดจุดที่ถูกโจมตี และผลของการโจมตี ปรากฏรายละเอียดในสื่อมวลชนและหนังสือพิมพ์ 11 จุด ดังนี้

 

1.      จุดบริการประชาชน ต.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา โจรเสียชีวิต19 คน จับเป็น 1 คน จุดนี้เป็นจุดเดียวในจังหวัดสงขลา ผู้ก่อการร้ายมุ่งหมายกวาดล้างเจ้าหน้าที่ให้สิ้นชีวิต แต่โดน โต้ตอบกลับ ด้วยประสิทธิภาพทางอาวุธที่เหนือกว่า จึงตายถึง 19 ศพ

 

2.      บ้านเกาะหม้อแกง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี โจรบุกเข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ตรวจการ ถูกตอบโต้โจรเสียชีวิต 2 คน

 

3.      จุดตรวจกรือเซะ อ.เมืองปัตตานี จ.ปัตตานี กลุ่มโจรบุกเข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ ตั้งแต่เช้าตรู่ประมาณ 05.00 น. เจ้าหน้าที่ตอบโต้ได้ทัน สามารถจับเป็นโจรได้ 1 คน จนท.บาดเจ็บ 3 นาย กลุ่มผู้ก่อการร้าย หนีเข้าไปยึดมัสยิดกรือเซะ อ.เมืองปัตตานี ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาอิสลาม ของไทยมุสลิมใต้ จนท.เข้าปิดล้อมไว้ 9 ชั่วโมงหวังให้กลุ่มโจรยอมมอบ ตัว แต่ไม่เป็นผล จึงบุกเข้ากวาดล้าง โจรเสียชีวิต 31 คน จนท.เสียชีวิต 3 นาย

 

4.      จุดตรวจ ต.โสร่ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี กลุ่มโจรมุ่งหมายล้างชีพเจ้าหน้าที่ตำรวจ โจรเสียชีวิต 2 คน จนท.บาดเจ็บ 1 นาย

 

5.      สถานีตำรวจภูธร อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี กลุ่มโจรฮึกเหิมได้ใจจนกล้าบุกชัยภูมิที่แข็งที่สุดของฝ่ายบ้านเมือง มุ่งหมายแสดงความกล้าหาญ และช่วงชิงอาวุธ กลับได้รับผลตอบแทนอย่างสาหัส และทั้งที่มีกำลังน้อยกว่าเพียงมี 10 คน ตำรวจก็สู้ ด้วยความชำนาญเฉพาะตน กลุ่ม โจรยกมาถึง 30 คน เสียชีวิตไป 11 ศพ จับเป็น 1 คน จนท.เสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 1 นายคือ ดาบตำรวจสมบูรณ์ สาทะวงค์ ที่ปรากฎเป็นข่าวทางโทรทัศน์ พวกโจรก่อนบุก ร้อง เป็นภาษายาวีว่า "อัลเลาะห์ อาบี ๆ" ซึ่งแปลว่า " อัลเลาะห์อยู่กับเรา ๆ"

 

6.      จุดตรวจบ้านเนียง อ.เมืองยะลา จ.ยะลา เจ้าหน้าที่มีจำนวนน้อยกว่า เพียง 5 นาย สู้กันด้วย ชั้นเชิงนักรบทั้งสองฝ่าย แต่เจ้าหน้าที่เหนือกว่า กลุ่มโจรเสียชีวิต 10 คน เห็นเกลื่อนไปตาม ถนนทางจอโทรทัศน์ จนท.บาดเจ็บเพียง 1 นาย

 

7.      ที่ฐานทหารตาเซะ อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ฝ่ายโจรลักลอบเข้าไป แต่ประมาณการณ์ผิดพลาด พอลงมือก็สูญเสียทันที 2 ศพ จนท.บาดเจ็บ 2 นาย เสียชีวิต 1 นาย

 

8.      ฐานตชด. ม.4 ต.บาโงย อ.รามัน จ.ยะลา จนท.เพียงบาดเจ็บ 2 นาย กลุ่มโจรหนีรอดไปได้หวุดหวิด

 

9.      ที่ว่าการกิ่งอำเภอ กิ่ง อ.กรงปีนัง จ.ยะลา สถานการณ์คล้ายกันกับจุดที่ 5 คือ สถานีตำรวจ ภูธร อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี กลุ่มโจรฮึกเหิมได้ใจจนกล้าบุกชัยภูมิที่แข็งที่สุดทางยุทธวิธีทหาร หมู่โจรมุ่งหมายแสดงความกล้าหาญ และช่วงชิงอาวุธ กลับได้รับผลตอบแทนอย่างสาหัส กลุ่ม โจรกลายเป็นศพลงทันที 18 ศพ ก่อนบุกร้อง "อัลเลาะห์ อาบี ๆ อัลเลาะห์อยู่กับเรา ๆ"

 

10.     ฐาน ตชด. ม.2 ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา โจรเสียชีวิต 8 คน จนท.บาดเจ็บ 4 นาย

 

11.     ฐานทหาร บ้านบัวทอง ต.บ้านแหรอ.ธารโต จ.ยะลา โจรเสียชีวิต 4 คน จับป็น 4 คน จนท.บาดเจ็บ 1 นาย

 

         รวม 11 จุด ผลผู้ก่อการร้ายใต้เสียชีวิตไป 107 ศพ จนท.เสียชีวิต 5 นาย บาดเจ็บ 15 นาย นับว่าเป็นผลงานการต่อสู้ป้องกันแผ่นดินและทรัพย์สินของชาติที่มีประสิทธิภาพ ที่หลาย ๆ ฝ่าย ออกมาชมเชย (ช่อง 9 เมษณี สถาวรินทุ 11.00 น.) ถ่ายทอดการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีพ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร ว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติได้เหมาะสมศักดิ์ศรีของประเทศไทย จะปูนบำเหน็จ รางวัลอย่างเต็มที่ และเน้นว่า วันนี้ต้องอดทน วันนี้เราต้องถอนรากถอนโคนการก่อการร้ายให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทย พร้อมให้ข้อมูลสั้น ๆ ว่า ผู้ก่อการร้ายจะเข้าปล้นอาวุธ ทางการรู้เข้าก่อน จึงรับมือ และขยายผล ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าทางรัฐพยายามทำอย่างดีที่สุดเพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ที่ยังไม่เรียบร้อยก็เพราะอีกฝ่ายหนึ่งคือพวกโจรก่อการร้ายไม่มีการคำนึงความถูกผิดตามกฎหมายเลย อยากจะฆ่าใครทำร้ายใครก็ไม่คำนึงความผิดถูกก็ทำได้เลย มันง่ายกว่าทางบ้านเมือง ที่ทำอะไร ๆ ก็ต้องให้ถูกกฎหมาย

 

ดร. จรัล มะลูลีม ตั้งข้อสังเกตต่อผู้สื่อข่าวโทรทัศน์ว่า มีขบวนยาเสพติดและอุดมการณ์อื่น ๆ เข้าไปด้วย สิ่งที่บอกถึงอุดมการณ์ก็คือความกล้าตายของหมู่โจร กล้าใช้มีดาบสปาต้า สู้กับปืน ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่าสู้กันไม่ได้ ดร.จรัลพูดถึงเหตุการณ์ที่มัสยิดกรือเซะว่า เห็นใจเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่คงหนักใจ ระหว่าง จะรักษาชีวิตไว้ และ ทำลายชีวิต แต่ความสำเร็จ ครั้งนี้ส่วนหนึ่งคือความร่วมมือของประชาชนต่อรัฐในการให้ข่าว ท่านได้ให้ข้อสังเกตด้านอุดมการณ์ว่าแม้จะทำขบวนการในประเทศแต่เอาวิธีของต่างประเทศมาใช้ ซึ่งท่านคงหมายถึงการเรียนรู้และเลียนแบบปฏิบัติมาจากขบวนการโจรก่อการร้ายสากล นั่นเอง

 

พล.อ.ชัยสิทธิ ชินวัตร ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี เวลา 15.00 น. ในระหว่างเหตุการณ์ว่า "พวกนี้มีความกล้ามากผิดมนุษย์ธรรมดา จะใส่ลูกประคำและท่องบทสวดว่า "อัลเลาะห์ อาบี" และก็วิ่งเข้ามาชาร์จเลย......ความจริงก็คือความจริง ลองคิดง่าย ๆว่าถ้าเราทำอะไรเขาไม่ได้เขาก็ต้องหัวเราะเยาะและเหิมเกริมมากกว่านั้น" (มติชน 30 เม.ย.47 หน้า 14)

 

 

 

 

  45 กรองสถานการณ์  ผลกระทบเศรษฐกิจภาคใต้

ช่อง 11 พฤหัสบดี ที่ 29 เม.ย. 47 2100 น.

 

   อดิศักดิ์ สีสม พบ รศ. ดร. ณรงค์ เพชรประเสริฐ แห่งจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ต่อปัญหาที่สด ๆ ทันกาล เรื่อง ผลกระทบเศรษฐกิจภาคใต้ ท่านว่า ขณะนี้ยังวิเคราะห์สมุฏฐาน ไม่กระจ่างตามหลักการพระพุทธศาสนาที่ว่า ต้องหาเหตุ เหตุที่ส่งผล ให้เป็นเช่นนั้น เช่นนี้ ให้พบ ท่านวิเคราะห์ว่ามี 3 สาเหตุสำคัญ แต่ที่สำคัญที่สุดคือเรื่องความเชื่อ เชื่อในพระเจ้าอย่างรุนแรง เช่นที่เห็นในสถานการณ์ใต้ครั้งล่าสุดนี้ มันถือ มีดดาบสปาต้าเข้าชาร์จตำรวจทั้ง ๆ ที่มันรู้ว่าไม่มี ทางสู้ได้ ทำให้น่าสังเกตว่า ระบบการพลีชีพเพื่อพระเจ้ามาถึงเมืองไทยแล้วหรือ หากเป็นเช่นนี้ก็เชื่อว่าจะบานปลายไปในจังหวัดอื่น ๆ จะแก้ยาก ทางรัฐจะต้องวิเคราะห์ให้ได้พบสาเหตุที่แท้จริง และต้องแก้ให้ถูกเหตุ เพราะถ้าแก้ไม่ได้เศรษฐกิจก็จะเสียหายระยะยาว ดร.ณรงค์ สรุปว่า พอมีสาเหตุ 3 อย่าง คือ 1. ความเชื่อ 2 . ยาเสพติด 3. แบ่งแยกดินแดน ท่านเน้นไปที่เรื่อง ความเชื่อและเสนอหลักการว่าเรื่องความเชื่อ จะแก้ด้วยเงินไม่ได้ ท่านยกตัวอย่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ทั้ง ๆที่ร่ำรวยมั่งมีเงินทอง และทรัพย์สินทุกอย่าง แต่กลับเต็มไปด้วยกลุ่มต่อต้าน มากมายไปหมด ท้ายรายการมีคำถามที่น่าสนใจมาจากคนปัตตานี ว่า เป็นการวิเคราะห์ที่กระจ่างมากของ ดร.ณรงค์ และว่าไม่อยากให้รัฐบาลใช้ความรุนแรง คล้ายจะให้เหตุผลต่อไปว่า เพราะการใช้ความรุนแรงจะแก้ปัญหาอุดมการณ์ไม่ได้

 

ที่เขาชมว่า กระจ่างมาก คงเป็นทัศนะต่อความเชื่อของคนมุสลิมนั่นเอง แต่ผู้ถามนี้ก็คงไม่เข้าใจเหมือนกันว่า มุสลิมจริง ๆ เชื่ออย่างไร เขาถูกบังคับให้เชื่ออย่างไร มีที่มาที่ไปแห่งความเชื่ออย่างไร จากไหน

 

ถ้าท่านถามต่อไปอีกว่า ความเชื่อนั้นมาจากไหน ท่านก็จะพบว่า ความเชื่อนั้นมาจากคำสอนของศาสนา นั่นเอง และอิสลามย่อมมาจากพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน แล้วทำไมไม่ลองศึกษาดูอย่างจริง ๆ จัง ๆ และรวมทั้งน่าจะเฉลียว ใจคิดไกลไปอีกว่า คงไม่มีเพียงความเชื่อเดียว แต่มีหลายหลาก และล้วนแตกต่างกันไป ทั้งในทางสอดคล้องและขัดแย้งกันเองอย่างแตกหักก็มี และหากเชื่อว่าความเชื่อ เป็นอันตราย ก็ย่อมเป็นไปได้ว่ายังมีชนิดความเชื่อที่เป็นอันตรายหลายหลากมากกว่านี้

 

และที่ไปที่มาแห่งความเชื่อทั้งหลาย ที่คนไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเป็นสิ่งที่อันตรายขึ้นมาอย่างไร ก็คือมาจากความเชื่อในทางศาสนานั่นเอง ฉะนั้น มนุษย์ยุคนี้ จึงน่าจะได้ดำริว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่งแล้ว ที่จะต้องศึกษาคัมภีร์ศาสนาต่าง ๆ อันเป็นที่ไปที่มาแห่งความเชื่อที่หลายหลากและเร้นลับเหล่านั้น แล้วเราจะรู้สมมติฐานแห่งโรคที่ถูกต้อง และสามารถแก้ โรคได้ชงัด

 

  • ดีเล่มที่ 31

 

 

 

 

 

 46 ดี32 /ก.ค. - ต.ค. 47

เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

ต่อต้านเอดต่อต้านอนารยธรรม

โดย คอมพิวเตอร์แมน และ บูดามี

 

 

 

 

 47 การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทักษิณ

สมัยสามัญทั่วไปเป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป

เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล

ช่อง 11 พฤหัสบดี ที่ 19 พ.ค. 2547 09.00 น.

 

 

บัญญัติ บรรทัดฐาน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้านเปิดประเด็น 8 รัฐมนตรี ในรัฐบาลทักษิณ เป็น งานชิ้นเปิด ตัวของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนใหม่ ท่านว่ารัฐมนตรี 8 ท่านต่อไปนี้ คือ

 

       1. นายอดิศัย โพธารามิก รมว.ศธ.     

 

      2. นายวัฒนา เมืองสุข รมว. พาณิชย์ 

 

      3. พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รอง นรม.     

 

      4. วัน มุฮำมัดนอร์ มะทา รอง นรม.                                  

 

      5. ร.อ. สุชาติ  เชาววิศิษฐ์ รมว.พาณิชย์     

 

      6. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รมว.คลัง                          

 

      7. น.พ.สุรพงษ์  สืบวงศ์ลี รมว. เทคโนโลยี                              

 

      8. นายสุริยะ  จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม

 

ว่าทำสถานการณ์เลวร้ายอย่างน่าวิตกกังวลว่าจะตกต่ำลงไปอีก จึงไม่อาจจะให้ความไว้วางใจ ในการบริหารประเทศต่อไปได้ ปัญหาสามจังหวัดภาคใต้ ท่านผู้นำฝ่ายค้านคนใหม่กล่าวว่า นายวัน มูหะมัด นอร์มะทา น่าจะรู้เรื่องอะไรต่าง ๆ ดีระยะแรก ๆ ของการอภิปรายมี สส.ฝ่ายค้านท่านหนึ่งพูดอยู่นาน และท่านพูดคำควบกล้ำไม่เป็น ดังคำต่อไปนี้ท่านออกเสียงว่า "ลัดฐมนตี" (รัฐมนตรี) หลายต่อหลายครั้ง  พูดคำ ว่า  "อภิปาย"  (อภิปราย) หลายต่อหลายครั้ง พูดคำว่า "ท่านปะทาน" (ท่านประธาน) หลายครั้ง เมื่อเข้าประโยค ตัวอย่างเช่น "กะซวงพานิชภายใต้ การนำของท่านลัฐมนตีวัฒนา เมืองสุข" (กระทรวงพาณิชภายใต้การนำของท่าน รัฐมนตรีวัฒนา เมืองสุข), "การปาบปามหวยใต้ดินไม่มีปะสิทธิภาพ" (การปราบปรามหวยใต้ดินไม่มีประสิทธิภาพ), "เดี๋ยวผมจะชี้ให้เห็นว่านโยบายลัฐบาลผิดพาดอย่างไล" (เดี๋ยวผมจะชี้ให้เห็นว่านโยบายรัฐบาลผิดพลาดอย่างไร), "เป็นข้อบกพ่องโดยสุจลิตของลัทธรรมนูญสะบับนี้" (เป็นข้อบกพร่องโดยสุจริตของรัฐธรรมนูญฉบับนี้), ซึ่งกลายเป็น ประโยชน์ต่อฝ่ายรัฐบาล เพราะประชาชนฟังไม่ชัดเจนว่าท่านโจมตีรัฐบาลเรื่องอะไร (รัฐสภาเคยมีประวัติศาสตร์ที่ สส. ท่านหนึ่ง มีเชื้อชาติจีนสัญชาติไทย พูดคำไทยไม่ชัดคำที่ฉกรรจ์ที่สุดก็คือ คำว่า "ซวยตายห่า" เป็นที่ครึกครื้นกันมาก) ต่อมา วันที่ 28 พ.ค. 2547 เวลา 1230 น.. สส. ฝ่ายรัฐบาลท่านหนึ่งลุกขึ้นพยายามชี้แจงนโยบายของรัฐบาลท่านว่า "รัฐบาลมีนโยบายสร้างปะเทศไทยให้เป็นคัวของโลก" คนฟังก็ไม่เคยได้ยินคำว่า "คัว" หมายถึงอะไร แปลว่าอะไร ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลมีนโยบายเรื่องคัวของโลกนี้หรือเปล่า ท่านผู้นี้ยังชี้แจงไปอีกหลายเรื่อง มีอีกเรื่องหนึ่งที่ท่านเน้นว่าเป็นนโยบายที่สำคัญคือ นโยบายแลงงานไทยในต่างปะเทศ (แรงงานไทยในต่างประเทศ) พอประธานสภาเตือนว่าหมด เวลาแล้ว ท่านก็ทำท่าว่ายังมีอีก จะไม่ยอมลง (ให้ท่านออกไปค้าไปขายไม่ดีกว่าหรือ? ในชนบทบ้านนอก เมื่อ 40 ปี ก่อน คนจีนเก่าหาบเข่ง ตะรอนไปขายลูกเป็ด ร้องว่า "ขึ้นบนฟ้าเห็นเป็ดอั๊วบ่อ" ก็ขายได้ ทั้ง ๆ ที่พูดไปคนละเรื่อง) แล้ว สุดยอดของเหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อท่าน สส. นิพิธ อินทรสมบัติ แห่งประชาธิปัตย์ เล่า เรื่องงัวชน ว่างัวมันก็คิดว่า มันเก่ง (นายแน่มาก" อะไรทำนองนั้น) ก็ว่าตัวแน่ ชนทุกสิ่งทุกอย่างที่ ขวางหน้า จอมปลวกพังราบ แต่พอตะลุยไปถึงบ่อนวัวชน กลับหยุดชงักแล้วพลันก็เยี่ยวราด ด้วยความตกใจกลัวที่เห็นงัวตัวอื่นล่ำสันน่าเกรงขามกว่ามัน ก็หันกลับ เตลิดไปไม่เหลียวหลัง ฝุ่นคลุ้ง นายกรัฐมนตรีตอบโต้ด้วยการเล่าเรื่อง เด็กทำเวร เด็กดีทำเวรคนไม่เห็น ส่วนคนไม่ดีชอบเอาหน้าเอาตา ช่างฟ้อง เรื่องไม่เป็นเรื่องก็เอาไปฟ้อง เด็กทำเวรสุดอดก็ซัดเข้าให้ ต่อยแล้วแช่งว่าขอ ให้สูญพันธุ์ไปเลย เป็นที่ฮือฮาของประชาชนผู้ชม จนรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ (ช่อง 3 ศุกร 28 พ.ค.47, 07.20 น.) สรยุทธ สุทัศนจินดากับ อรปรียา หุ่นศาสตร์ เอามาเป็นประเด็นคำถามต่อผู้ชมว่าชอบนิทานใดมากกว่ากัน ผล ชอบเด็กทำเวร 57.23 % งัวชน 25.99 % ชอบทั้งสอง 6.45 % ไม่ชอบเลย 10.74 % ต่อมา ฝ่ายค้านนำโดยประชาธิปัตย์พากันประท้วงเงียบด้วยการวอล์คเอ้าท์ คือเดินออกไปจากที่ประชุม 2 วัน กลายเป็นรัฐบาลพูดอยู่ฝ่ายเดียวถึง 2 วัน แต่ฝ่ายค้านกลับใช้กลยุทธใหม่ ไม่ได้ออกไปนั่งเล่นเฉย ๆ ไปออกอินเทอเนต เอา เรื่องในสภาไปทำเวบโจมตีรัฐบาล ว่ารัฐบาลปัจจุบันเป็นรัฐบาลพ่อค้า มุ่งทำกำไรอย่างเดียวว่า ""3 ปี"ชินวัตร"รวยโลด 9 หมื่นล้าน"" วันเดียวมีคนถึง 120,000 คนเข้าไปดูเวบ ปชป. ฝ่ายรัฐบาลไหวตัวทัน ทำเวบตอบโต้บ้าง สรุปแล้ว การอภิปรายแบบนี้ก็ดีสำหรับประชาชน จะได้คลายเครียดได้เหมือนกัน แต่เรื่อง นโยบายทำปะเทศไทยเป็นคัวของโลก และเรื่องแลงงานไทยในต่างปะเทด นั้น ไม่ทราบว่ารัฐบาลโดยหัวหน้ารัฐบาลเคยพูดไว้หรือไม่ เมื่อไร น่าจะได้นำไปทำการบ้านต่อ

 

 

 

 

 48 ภาพยนตร์ล้อเลียนศาสนา คู่เทวดาฟ้าส่งมาแสบ DOGA

ช่อง 7, 15 ก.ค. 47 09.50 น.

 

 หนังเรื่องนี้มีเจตนาสร้างขึ้นเพื่อการล้อเลียนศาสนาและพระเจ้าชาวคาธอลิกโดยเฉพาะ ที่น่าจะบอกไปถึง สถานการณ์คริสต์ศาสนาในอเมริกาว่าเป็นอย่างไร และดูเหมือนว่า เมื่อมีการกล่าวร้ายศาสนา ชาวคาธอลิกต่างดูเฉยเมยไปหมด

 

เรื่องราววันนี้ พยายามสะท้อนว่าคนยุคใหม่มองศาสนาคริสต์ นิกายคาธอลิกว่า เป็นตำนานปะรำปะรา ไม่น่าเชื่อถือ เครื่องหมายของคริสต์ศาสนา คือรูปพระเยซูถูกตรึงกางเขนเป็นภาพที่น่าสังเวชและเวทนา ที่ทำลายความรู้สึก เป็นเหตุของความหดหู่สลดใจ ไม่แจ่มใสเบิกบาน พลอยร้าวรานไปกับภาพบิดตัวงออย่างเจ็บปวดของพระเยซูไปด้วย (ยิ่งเห็นชัดขึ้น จากหนังเรื่อง The Passion of the Christ พระเยซูเจ้าผู้ทรงกรุณา) ภาพยนต์เรื่องนี้จึงเสนอสัญลักษณ์ใหม่เข้ามาแทน เชิงล้อเลียน เป็นรูปปั้นพระเยซูขี้เล่น ดูเป็น เด็ก ยิ้มแย้ม เป็นกันเอง ดูเป็นมิตร มีรอยยิ้ม และ หลิ่วตาล้อผู้ชมด้วย

 

วงการวัดคอธอลิกทุกวันนี้ ที่ปรากฎในมลรัฐนิวเจอร์ซี่ สหรัฐอเมริกา ตามท้องเรื่องภาพยนต์เรื่องนี้ ปรากฎว่ามีปัญหาคนไม่เข้าวัด วัดร้างไปตาม ๆ กัน ทั้งนี้เพราะมีเหตุผลว่า เรื่องที่พูดกันเกี่ยวกับวัดมีแต่เรื่องน้ำเน่า เช่นเรื่องบาดหลวงนอกใจเมีย บาดหลวงแอบไปทำบัดสีบัดเถลิงไว้ทั่วทุกหนทุกแห่ง บาดหลวงมีลูกชายเป็นเกย์ บางรูปชอบมีเซกส์กับเด็กชายอายุ 14 ปี หัวหน้าบาดหลวง ระดับพระคาร์ดินาลยิ่งร้ายกว่าลูกวัดเสียอีก จนคนด่าว่า "ไอ้บ้ากามโรคจิต" บางคนก็ไปพบการ"ถูกห้อมล้อมด้วยลูกสาวบาดหลวง"เพื่อขอบริจาคบ้าง เพื่อการเพศสัมพันธ์บ้าง ก็ไม่กล้าเข้าวัด บาดหลวงจึงไม่มีดีสักรูปเดียว มีชีวิตอยู่กับความลับ ปกปิดแม้แต่พวกเดียวกัน ภาพยนต์เรื่องนี้ สะท้อนความเอือมระอาของประชาชนต่อวัดคาธอลิก แม้เทวดาก็เอือมระอา เช่นเดียวกัน จึงเขียนบทให้มีเทวดาตกลงมาจากสวรรค์ 2 ตน แล้วเข้าไปในวัด ขณะมีการประชุมพระบาดหลวง ไปชี้หน้าด่าพวกบาดหลวงเหล่านั้น ด้วยประการ ต่าง ๆ เช่นที่กล่าวมา แล้วเอาปืนกลเทวดายิงกราดฆ่าพวกบาดหลวงตายหมด เหลือแต่แม่ชีคนหนึ่ง เพราะเป็นแม่ชีผู้บริสุทธิ์ยิ่งกว่าพวกบาดหลวง

 

ร้อนถึงพระเจ้า ๆ สั่งการกับบาดหลวงอีกรูปหนึ่งให้มาแก้ไขสถานการณ์ ถามว่าทำไม พระเจ้าจึงไม่ทำเอง ไม่มีคำตอบ ต่างก็มีฤทธิ์ด้วยกัน มาเจอกันที่โบสถ์นิวเจอร์ซี่ แล้วถล่มกันแหลก สองเทวดาฆ่าบาดหลวงในวัดตายหมด แม้กระทั่งพระคาร์ดินาล ก็ถูกจับโยนลงมาจากโบสถ์ พระคาร์ดินาล รำพึงว่า ความจริงนั้นพระเยซูก็เป็นคนธรรมดา แต่ได้ถูกกล่อมจากพวกงมงายว่าเป็นบุตรพระเจ้า มาตั้งแต่ อายุได้เพียง 12 ขวบ พระองค์จึงทรงสำคัญพระองค์ผิด และรับภาระที่ยิ่งใหญ่เกินตัวไปมาก และชีวิตที่ปราศจากสตรี ห้ามการเสพกาม ไม่นอนด้วยสตรีเป็นเรื่องที่ซื่อสัตย์เกินไปของพระเยซู ทำให้พระองค์สูญเสียสติสัญญาอย่างมนุษย์ไป ทรงกลับมาเป็นมนุษย์เพียงบางครั้งบางคราวเท่านั้น (คล้ายจะเชื่ออย่างที่ชาวยิวยุคนั้นเชื่อว่าทรงวิกลจริตหรือถูกผีสิง) ขณะนั้นเป็นเวลาจวนจะสิ้นโลก เหลือเวลาเพียง 5 นาที โลกก็จะแตกตามเรื่องราวในพระคัมภีร์ไบเบิล เทวดาองค์หนึ่งบินขึ้นสวรรค์กลับไปได้ แต่อีกองค์หนึ่งที่ไม่เชื่อฟังพระเจ้าก็ไม่มีปีกงอกออกมา พอเสียงกัมปนาทจากสวรรค์ดังขึ้น คนทั้งโลกก็หูแตกตายหมดโลก

และโลกก็สลายลง  

 

 

 

 

 49 เซกเวอร์เกอร์สาธิตเพศศึกษาบนเวทีเอดส์โลก

ถึงลูกถึงคน

ช่อง 9 พฤหัสบดี 15 ก.ค. 2547 23.00 น.

 

รายการถึงลูกถึงคนวันนี้ ได้เชิญ ชาย-หญิงอาชีพหนึ่งมากัน 7 คน หญิง 6 ชาย 1 คน แนะนำว่าคนกลุ่มนี้มีอาชีพที่เรียกว่า เซกส์เวอรกเกอร์ ซึ่งไม่มีใครพูดถึงคำแปล เพราะคงเข้าใจกัน แต่ถ้าแปลน่าจะตรงกับคำว่า กรรมกรงาน เซกส์ กรรมกรงานเซกส์นี้ ได้เปิดแสดงในบูทของตนเอง ระหว่างมีงานเอดส์โลก ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ในเดือน กรกฎาคม 2547 นี้ พวกเขาได้เปิดสาธิตวิธีการร่วมเพศแบบป้องกันเอดส์ สาธิตการจูบ การมีสัมพันธ์ทางเพศ อย่างไรจึงจะปลอดภัยจากเอดส์ เปิดการแสดงเต้นรำอะโกโก้กันอย่างครึกครื้นโดยความปรารถนาดีที่จะให้ความรู้ทางเพศแต่กลับถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าทำให้เสื่อมเสียวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ และรายการได้ตั้งประเด็นว่า เป็นการแสดงที่เหมาะสมเพียงใดในสายตาของคนไทย โดยตั้งคำถามว่า สาธิตอโกโก้บนเวทีเอดส์โลก คุณเห็นด้วยหรือไม่

 

เมื่อพวกเขามาออกตัวในรายการวันนี้ สิ่งที่ได้ยินจากคนกลุ่มนี้ จึงน่าสนใจ พวกเขาอ้างว่าจัดทำไปเพื่อให้ความรู้ ทางเพศสัมพันธ์ เขาว่าความรู้เช่นนี้หาไม่ได้จากคนหัวโบราณ พวกที่ชอบวิ่งเข้าวัดไปถามหลวงตา เขาบอกว่าครั้งนี้พวก เขาต่างทำงานกันอย่างหนักอย่างเสียสละเพื่อให้ความรู้ เหนื่อยก็เหนื่อย แต่กลับไม่ได้รับคำชม กลายเป็นว่าการแสดงของพวกเขาได้รับการตำหนิว่าเป็นการแสดงลามกอนาจาร ผู้ชมบางคนส่งข้อความเข้ามาว่า "ไม่คิดถึงจิตใจคนไทยบ้าง ลามกจริง ๆ ช่างไม่อายฟ้าดิน" เมื่อเจ้าของรายการ(สรยุทธ สุทัศนะจินดา)ถามตรง ๆ ว่าอายไหม คำตอบก็ตรงเช่นกันว่า ไม่อาย เหตุที่ไม่อาย เพราะอาชีพของเขาเป็นเช่นนั้น บาร์ เซกส์ เป็นอาชีพของเขา และเขารู้ดีว่าแท้ที่จริงคนทั้งหลายก็อยากดูการแสดงโป๊ะ เปลือยเหล่านั้น แต่ทำเป็นรับไม่ได้ ไม่ลองคิดดูว่าในชีวิตจริงของตน เวลาทำจริง ๆ(ทำกิจกรรมเซกส์ของผัว-เมีย) ลามกยิ่งกว่านี้อีก เรื่องมนุษย์กับเพศสัมพันธ์มันเป็นเรื่องของมนุษย์คู่โลก พูดหน้าตาเฉยว่าการขายเซกส์ไม่เห็นต้องอายอะไร  ถามว่าผิดกฎหมายไหม ตอบว่ารู้อยู่ว่าผิดแต่กระทรวงสาธารณสุขก็ไม่เตือนมา เพราะกระทรวงสาธารณสุขก็เห็นด้วยกับ การแสดงของพวกเขา จงมองอย่างเอาความรู้ อย่างมองอย่างลามก เราไม่ใช่ผู้สร้างปัญหาสังคม เสนอให้เลิกกฎหมายคือ พรบ.ปรามการค้าประเวณี

 

กรณีปัญหาที่คาบเกี่ยวกับศีลธรรม จริยธรรมเช่นนี้ มีสาเหตุมาจากการดิ้นรนเพื่อเลี้ยงชีพของคนทั้งหลาย นั่นเอง พวกเขาต่างก็ทำมาหากินกันไปแบบนี้ และมีข้อจำกัดในอาชีพมากมายเช่นเดียวกับอาชีพอื่น ๆ แต่เราเห็นว่า การลงทุนเพื่อความรู้ในกรณีอย่างนี้ แพงเกินไป แพงมาก ๆ เพราะลงทุนด้วยการเอาคุณค่าทางวัฒนธรรมของชาติไปแลกเอา ในเมื่อความรู้บางอย่างก็จำเป็นเฉพาะคนเฉพาะกลุ่ม เช่น ความรู้ในการฆ่าสัตว์ ก็จำเป็นสำหรับ คนในโรงฆ่าสัตว์ จำเป็นสำหรับทหาร ถ้าคนพวกนี้ต้องการความรู้ก็มีสอน แต่สอนให้ถูกกลุ่ม งานเอดส์โลกระดับโลกเช่นนี้ ยิ่งจำเป็นที่รัฐบาลจะบ่งบอกศักดิ์ศรีไทย วัฒนธรรมไทยให้ชัดเจนว่าไทยเป็นอย่างนี้ เอดส์ก็ส่วนเอดส์ วัฒนธรรมก็วัฒนธรรม ซึ่งดูจะสอดคล้องกับท่าทีของดาราภาพยนต์ ผู้น่ารัก น่านับถืออย่าง แอชลี จัดด์ ซึ่งเธอมาปรากฎตัวพร้อมไม้กางเขน ที่ห้อยคออยู่ เป็นการแสดงท่าทีว่า เขาเอาคำสอนเรื่องจริยธรรมตามหลักศาสนาคริสต์มาสอนคนไทยทางอ้อมด้วย ว่าอย่าละเลยคำสอนในศาสนา เขาคงมองอยู่แล้วว่าการแก้ปัญหาเอดส์ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องไปทำลายวัฒนธรรมขนาดนั้น การรณรงค์อะไรก็ตาม การนำทฤษฎีอะไรมาใหม่ก็ตาม จำเป็นต้องมองฐานของวัฒนธรรม เมื่อต้องการเปิดโลกกามนิยม หรือวัตถุนิยม ทุนนิยม ขึ้นมาในสังคมไทย เพื่อประโยชน์ในการจัดการแบ่งสรรอาชีพการทำมาหากินให้หลายหลากออกไปเพื่อให้ทั่วถึงกลุ่มชนตามพื้นฐานความสามารถการศึกษาและประสบการณ์ นั้น เรากลับไม่เคยคิดในเรื่องบริบทที่เกี่ยวข้อง ไม่เคยคิดว่าต้องปรับปวัฒนธรรมไปอย่างไรบ้าง และไม่มีการวิจัยศึกษาเลย เราแก้ไขปัญหาไปอย่าง เดาสุ่ม ไร้หลักการ หรือเอาหลักการด้านเดียว จากการศึกษาด้านเดียวมาใช้แก้ปัญหา

 

อย่างไรก็ตามต่อไปนี้เป็นข้อเสนอแนะของเราเกี่ยวกับเรื่องนี้ประเด็นทำนองเดียวกันนี้

 

 

1.    วัฒนธรรมการให้เกียรติสตรี ต้องฝึกต้องสอนตั้งแต่เด็ก ๆ เวลาสอนเรื่องเซกส์ ต้องฟังแบบเรียนรู้เป็น วิชาการเหมือนวิชาอื่น ๆ ทั้งหลายที่เมื่อมีการเรียนการสอน มีลักษณะเงียบ ๆ เคร่งขรึมเอาจริงเอาจังและไม่ค่อยมีเสียง เฮฮา หยอกล้อสกิดกัน การพูดให้ความรู้ ไม่พึงพูดแบบคึกคะนองเหมือนโคถึก (เห็นคุณมีชัย วีระไวทยะ ส.ว. ท่านพูดในเวทีเอดส์โลก เช้าวันสุดท้าย 16 ก.ค. 2547 แล้วดูท่านคึกมากเลย ยิ่งกว่าโคถึกเสียอีก ท่านพูดคนหัวเราะกราว นี่ไม่แสดงว่าท่านเอาใจใส่ต่อวัฒนธรรมไทย  ว่าควรต้องระมัดระวังใน การพูดเรื่องนี้ และการแสดงท่าทีต่อเรื่องนี้อย่างมี วัฒนธรรมอย่างไร วัฒนธรรมมีส่วนเข้ามาในการรณรงค์เรื่องเอดส์ ร่วมรณรงค์เรื่องการใช้ถุงยางอนามัยอย่างไร เราขอ เสนอว่าควรพูดไปอย่างเคร่งขรึม อย่าให้คนฟังแล้วรู้สึกตัวว่าเป็นการชี้โพรงให้กะรอก อย่าพูดอย่างนึกสนุก หรือ ฉายภาพว่าเรื่องเซกส์นี้เป็นเรื่องสนุก แต่ให้เกิดความรู้สึกปรามไปในตัวและเน้นกาละเทศะ ความควรไม่ควรแก่วัย อย่างไร ผู้ฟังก็ต้องมีวัฒนธรรมในการฟังและอย่าเฮฮาป่า ฟังอย่างเป็นเรื่องธรรมดา ๆ อย่าไปมีความรู้สึก

 

(แม้กระทั่งเมื่อเด็กสาว อายุ 20 ติดเอดส์จากโบลิเวีย อเมริกาใต้ขึ้นมาพูดตอนปิดประชุมภาคบ่าย พอเริ่ม เล่าเรื่องของเธอ ก็ยังมีเสียงคนไทยในที่ประชุมเฮฮา เห็นเป็นเรื่องสนุก แทนที่จะเห็นใจเขาและมองว่าน่ากลัวน่าระวังจริง ๆ และพฤติกรรมเช่นนี้แหละที่เรามองว่าไร้วัฒนธรรม ต้องปรับ ควรฟังอย่างเป็นวิชาการและให้เกียรติเขาอย่างนักวิชาการคนหนึ่ง) การพูดการให้ความรู้โดยเปิดเผยทางสาธารณะเช่นนี้ จะต้องใช้ ศิลปะ ให้คนฟังทุก ๆ กลุ่มทุก ๆ ฝ่ายเกิดความรู้สึกร่วมกันใน ประเด็นให้ได้ว่า เป็นเรื่องความรู้จริง ๆ ไม่ใช่เป็นเรื่องการพูดอย่างสนุกคะนองปาก หรือที่เลวทรามที่สุดก็คือ การพูดที่ยั่วยุหรือปลุกกามารมณ์ควรระวังการพูดด้วยความรู้สึกว่าท่านกำลังพูดอยู่กับพวกกะหรี่โสเภณี จะกลายเป็นการได้ อย่างเสียอย่าง หรืออาจถึงขาดทุนไปอย่างย่อยยับเสียอีก

 

(ที่น่าสังเกตอยู่ขณะนี้ก็คือ กรณีของประเทศอาฟริกาใต้ ที่ได้ลงทุนรณรงค์เรื่องถุงยางอนามัยมาเหมือนกัน แต่กลับขาดทุนย่อยยับลงไปตามลำดับ ๆ เพราะสถิติเอดส์เพิ่มขึ้น ปรากฏหลักฐานในการประชุมเอดส์ครั้งนี้เองว่า ขณะนี้คนอาฟริกาใต้เดินมา3คน จะพบ1คนใน3นั้นติดเชื้อเอชไอวี อาฟริกาใต้ขณะนี้มีประชากร 53 ล้านคนก็เท่ากับติดเชื้อไป 17.6 ล้านคน)

 

มีตัวอย่างที่เราคิดว่าพูดดี มีวัฒนธรรมแบบที่เราเสนอมานี้ก็คือ Irene Kahn จากอังกฤษที่พูด(พูดเป็นภาษาอังกฤษ)ต่อจากท่านวุฒิสมาชิกไทย คุณมีชัย วีระไวทยะ เมื่อ เช้าวันที่ 16 ก.ค. 2547 นั่นเอง แต่โดยท่าทีแบบแผน การพูดที่ แตกต่างกันมาก เธอมิได้มีความคึกคะนองอยู่ในคำพูดและสีหน้าแววตาของเธอเลย แต่พูดอย่างมีมาดเป็นนักวิชาการและมีท่าทีปรามอยู่ในตัวขณะเดียวกัน และเห็นได้ว่าการพูดของเธอพยายามที่จะให้ความรู้แก่คนที่จะไปให้ความรู้ต่อไปในรื่องการวางตัววางความรู้สึก อันเป็นจริยธรรมการปฏิบัติงานเอดส์ที่จะต้องมี เธอว่าเราไม่เพียงต่อสู้เอดส์ด้วยความรู้เท่านั้น แต่ต่อสู้ด้วยศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์  (dignity of Human right) และ เพื่อการพิทักษ์ สิทธิมนุษยชน เป็นเป้าหมายสุดท้าย (ไม่ทราบว่าพวกเซกส์กรุ๊ป ฟัง เข้าใจหรือไม่ เพราะความหมายนี้เป็นความหมายถึงจริยธรรมอันสูงส่งของมนุษยชาติเลยทีเดียว) ซึ่งหมายความถึงการมีวัฒนธรรมซึ่งต้องสูงส่งด้วย เราควรจะศึกษาออกไปให้กว้างกว่าการศึกษาเรื่องเอดส์และเรื่องการใช้ถุงยางอย่างเดียว นั่นคือ บริบท มีอยู่อย่างไร ต้องศึกษาประกอบให้ครบถ้วนด้วย การต่อสู้อย่างเหลวไหล ไร้หลักการ เอาแต่มองว่าเป็น เรื่องสนุก ๆ ขาดความลึกซึ้งในแผนงานและวิธีการโดยสิ้นเชิง ต่อไปก็คงเป็นเหมือนอาฟริกาใต้ ที่ฟังไม่เข้าใจ ไม่มีความรู้ในเรื่องศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ มีแต่จะทำตนให้ตกต่ำลงไป กลายเป็นการสะท้อนความด้อยพัฒนาในเรื่องจริยธรรมทางเพศของมนุษยชนผู้เจริญยุคใหม่ ไปอีกแบบหนึ่ง

 

ความจริง ก็คือเราเลียนแบบ โลกตะวันตกมาแต่บางเรื่อง คือรู้จักแต่จะเอาสนุกสนานอย่างเดียว แต่เราขาดจริยธรรม หรือขาดวินัย หรือ ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เอาของเขามาไม่หมดไม่ครบถ้วน และส่วนที่เราไม่เอามานั้นแหละป็นส่วนที่จำเป็น อันเป็นแนวจริยธรรมและวัฒนธรรมที่ควบคู่กัน

 

บุคคลที่น่ามองดูอีกคนหนึ่งในงานเอดส์แห่งโลกที่ประเทศไทยเราเป็นเจ้าภาพก็คือ ริชาร์ด เกียร์ ดาราภาพยนต์ฮอลลีวู๊ด ซึ่งก็เพิ่งทราบเหมือนกันว่าท่านเป็นชาวพุทธผู้เคร่งครัดผู้หนึ่ง ผู้ตั้งกองทุนเอดส์ขึ้นที่อินเดีย ได้ให้ข้อสังเกตว่า ควรจะมีคนติดเชื้อเอชไอวีมาร่วมประชุม ร่วมทำกิจกรรมเอดส์โลกมากกว่านี้ คล้ายว่า ไม่ใช่เอาคนไม่เป็นเอดส์มาฟังได้ความรู้จากงานเอดส์ แล้วได้รับการชี้โพรงให้กลายเป็นพวกกะรอกกลุ่มใหม่ ที่จะไปเข้าโพรงและเพิ่มปัญหาไปอีก

 

 

 2.     วัฒนธรรมความประพฤติตนสุภาพเรียบร้อย เป็น สุภาพบุรุษสุภาพสตรี วาจาคำพูดต้องปรับอย่าให้หยาบโลน ให้สังคมสุภาพเป็นผู้ดี ต้องสอนให้เด็กเยาวชนระมัดระวังคำพูดที่หยาบโลนเมื่อพูดถึงเรื่องการศึกษาทางเพศ อย่าหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ ชำเลืองดูกันด้วยความหมายมีอารมณ์ หน้าตาแดง ม้วนอาย หรือซ้ำเอานิ้วมือไปเขี่ย ๆ สกิดกันเล่นซึ่งไม่ใช่จริยธรรมที่ถูกต้องในการเรียนเพศศึกษา ผู้สอนผู้บรรยายต้องสังเกต ต้องขจัดอาการดังกล่าว ให้เป็นการให้ ความรู้อย่างหนึ่งด้วย ว่าการรับฟังรับการศึกษาเรื่องเพศศึกษา ต้องวางตัว ให้มีจริยธรรม วัฒนธรรมอย่างไร แต่ในขณะเดียวกันให้ ชัดเจนในเชิงวิชาการ อย่างเคร่งขรึมจริงจังตรวจสอบพิศูจน์ได้ว่าเป็นคำสอนที่มีเหตุผล ให้คำเตือนและระวังในผลร้ายเรื่องการเสนอทฤษฎีที่ผิดพลาด แต่ต้องมีความรับผิดชอบในคำสอนของตนอย่างสูง วัฒนธรรมนี้ ต้องมีแม้แต่ทำอะไร ๆ ไป คือแม้กระทั่งปฏิบัติทางเพศ ก็ทำไปอย่างสุภาพเรียบร้อย หรือไม่สุภาพเรียบร้อยก็ตามแต่อยู่ในหลักการที่ว่า ต้องไม่เป็นการลดทอนความหมายของการเคารพนับถือซึ่งกันและกันระหว่างเพศ หรือ ความมีเสรีภาพเท่าเทียมกันระหว่างเพศ อย่าให้มีลักษณะการข่มขู่ ข่มขืน ดูแคลน หยาม หรือพยายามสร้างให้เกิดสภาวะจำยอม ให้เป็นสุภาพบุรุษ หรือเป็นสุภาพสตรี  (โปรดศึกษาสังเกตวิถีวัฒนธรรมเซกส์ของสัตว์ใหญ่ เช่นสิงโตเป็นตัวอย่าง)

 

 

3.     วัฒนธรรมการแต่งกาย ต้องให้เรียบร้อย ถูกกาละเทศะ และยอมรับในเรื่องสิทธิในการแต่งกายของคนอื่นและสิทธิในการแต่งกายของเราเอง เพราะในแต่ละกาละเทศะ การแต่งกาย ย่อมแตกต่าง เมื่อไปงานวิวาหมงคล ก็ย่อมแต่งแตกต่างไปจากการไปงานอวมงคลเช่นงานศพ เมื่อไปงานเต้นรำ ก็แต่งเพื่อทำกิจเต้นรำนั้น หรือเมื่อเข้าหมู่เข้าพวกของใครของมันก็แต่งไปตามหมู่ตามพวก เช่นทหารก็แต่งเครื่องแบบทหาร โสเภณีก็แต่งแบบโสเภณี ชั้นระดับ ก็แตกต่างกันไป โสเภณีชั้นสูงก็แต่งแบบชั้นสูง เพื่อล่าเหยื่อสูง ๆ มีเงินตรามาก ๆ นักเรียนนักศึกษาก็แต่งแบบนักเรียนนักศึกษา เราก็ควรให้สิทธิแก่เขาและยอมรับว่าเป็นสิทธิของเขา ทำใจให้ไม่ยึดมั่นถือมั่น เช่นนี้เป็นต้น สังคมก็จะไปได้ด้วยดี มีความสุขด้วยกันทุกฝ่าย การทำเหมาะแก่หน้าที่นั้นแหละคือ ธรรมะ และหากฝ่ายใดคิดว่าไม่เหมาะสม อย่างไร ก็ช่วยกันร่างกฎระเบียบของสังคมออกมาประกาศให้ถือปฏิบัติอย่างนั้น ๆ หมายความว่ากฎหมายจะต้องปรับ เปลี่ยนไปให้ทันสังคมด้วยเสมออย่างจำเป็น และเมื่อเป็นการตกลงกันแล้ว กฎหมายก็ต้อง เป็นกฎหมาย    

 

4.      มีความสัตย์ มีความรับผิดชอบ มีความไว้เนื้อเชื่อใจได้อย่างสนิท จนสามารถไปเที่ยวเตร่กับเพื่อนชาย วัยรุ่นได้อย่างมีความสุข เพราะการมีความสัตย์ และความรับผิดชอบ มีความหมายรวมถึงความเป็นผู้ดีทุกประการ ทำ ให้ได้ความเชื่อถือเชื่อใจจากทุกฝ่ายได้ ไม่ว่าผู้ปกครอง ครูอาจารย์ หรือแม้คนในสังคมก็ไม่มีความวิตกหวาดระแวงไปในทางร้าย ซึ่งสภาวะวัฒนธรรมพื้นฐานของไทยในประเด็นเหล่านี้ยังต่ำมาก เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศตะวันตก ดังจะ เห็นว่าชาย-หญิงของประเทศนั้น ต่างมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันอย่างดีอย่างสนิท จนสามารถไปไหนมาไหนด้วยกันสองต่อสองได้อย่างสนิทใจ สตรีในประเทศตะวันตกจะได้รับความไว้ใจจากบุรุษอย่างเต็มที่ ซึ่งเราต้องเอาอย่างเขา

 

5.     สละความเห็นแก่ตัว ชายและหญิงต้องระวัง อย่าเห็นแก่ตัว อย่าเห็นแก่ได้ ต้องคำนึงความต้องการ ของคนอื่นด้วยเสมอ เหล่านี้เป็นวัฒนธรรมใหม่ที่ต้องให้เด็กเยาวชนเรียนรู้ และประพฤติตาม จนเป็นวัฒนธรรมวิถีชีวิตของคนยุคใหม่ เพื่อรองรับโลกกาม และโลกวัตถุนิยม ยุคใหม่ และจึงจะเกิดความเรียบร้อยในสังคมและเป็นการจัดระเบียบสังคมใหม่ เราหมายความว่า คนจะเสพกามก่อนวัยหรือวัยไหนก็ได้แต่ต้องมีวัฒนธรรมเหล่านี้รองรับ

 

 

ในเรื่องวัฒนธรรมการให้เกียรติสตรีซึ่งเด็กไทย ชายไทย คนไทย มักจะขาดอยู่มาก ชายไทยมักสืบสันดารความรู้ทางเพศมาอย่างผิด ๆ ตั้งแต่ยุคขุนช้างขุนแผน อิเหนา และพระอภัยมณี เป็นต้นมา (ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็จะเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยกล ก็จะเอาด้วยมนต์คาถา ไม่ได้ด้วยมนต์คาถาก็จะเอาด้วยเงินตราฯลฯ แทนที่จะพยายามไปให้ได้ความรักความเต็มใจของสตรีเป็นหลักจริยธรรมของคนในชาติ) เมื่อมีการให้เกียรติสตรีสูงขึ้น ก็จะไม่มีการข่มขืน เพราะผู้ชายจะเป็นฝ่ายรอ อย่างเป็นสุภาพบุรุษ จนกว่าผู้หญิงจะพร้อมหรือยินยอมเอง ซึ่งผู้หญิงก็จะมีสิทธิ์เต็มที่ในการที่จะตรวจสอบความปลอดภัย หรือตั้ง เงื่อนไขแห่งความปลอดภัยขึ้นได้ และฝ่ายชายก็ต้องมีมารยาท เข้าใจ ใจสูง และเคารพในสิทธิของฝ่ายหญิง โดยการสร้างวัฒนธรรมลดความเห็นแก่ตัวลงไป โดยต้องยอมเห็นแก่คนอื่น และรับข้อเรียกร้องของคนอื่นด้วย รวมความหมายถึงความอดทน แม้ไม่สมหวังก็ต้องอดทน ไม่มีการรวบรัดใช้กำลังตามคติเดิม ๆ ของชายไทย (อย่างเด็ดขาดจนเป็นจิตสำนึกของสังคมไทย) เมื่อได้จริยธรรมทางเพศเช่นนี้มาแต่เป็นเด็ก-เยาวชน เรื่องการเป็นเอดส์ และตั้งท้องโดยขาดคน รับผิดชอบ จะลดน้อยถอยลงไป สังคมใหม่ก็จะเกิดขึ้น และมีวัฒนธรรมกามกันทันสมัยทันโลกขึ้น ทันเอดส์ขึ้น

 

 

 

 

 50 ชั่วโมงพิศวง : พิสูจน์ผี

ช่อง 7 อังคาร 3 ส.ค. 2547 23.00 น.  

 

รายการนี้จัดให้มีการพิศูจน์เรื่องวิญญาณ โดยพาอาสาสมัคร์ร่วมร้อยคน ร้อยหมายเลข ไปนั่งในบริเวณหลุมศพในป่าช้าที่อ้างว่าเฮี้ยนแห่งหนึ่ง นั่งกันเรียงรายเป็นวงกลม จุดเทียนขึ้นจนสว่างวับแวม ท่ามกลางความมืด สิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อเวลาล่วงไประยะหนึ่งก็คือมีผีเข้าคนนั้นคนนี้ ปรากฎอาการตัวสั่นพับ ๆ บ้าง เลื่อนลอยเสียสติบ้าง เป็นลมบ้าง แล้วผู้ดำเนินรายการก็ไปถาม ก็พากันตอบว่ามีผี ผีมาตนได้สัมผัสอย่างนั้นอย่างนี้ ครั้นคนนั้นเล่าคนนี้เล่า เล่าไปก็ หลอกตัวเองหลอกคนอื่นไป แล้วต่างก็หวาดกลัวขนหัวลุก จะเห็นว่า การพิศูจน์นี้ ทำไม่ถูกหลักการ เพราะเอาคนที่ ล้วนแต่กลัวผีไปพิศูจน์ ควรจะเอานักวิทยาศาสตร์ไปพิศูจน์จึงจะถูกต้อง เพราะเมื่อเอาคนขี้ขลาดตาขาวพวกนี้ไปพิศูจน์ก็จะขาดความเป็นกลาง เกิดอคติเพราะความกลัว คือมี ภยาคติ เกิดขึ้นแต่แรกเสียแล้ว ผลการวิจัยก็เป็นอคติตามไป ไม่อาจจะเชื่อถือได้ สิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมดา ๆ ก็คือ พอมีคนหนึ่งเกิดวิปริตขึ้นมา เล่าเรื่องราวไป เป็นตุเป็นตะ ว่าเห็นนั่นเห็นนี่ หรือมีผีมาทับมาสิง คนอื่น ๆ ก็จะเกิดกลัวขึ้นมา ก็จะเกิดอาการขึ้นมาแปลก ๆ เหมือน ๆ กัน โดยผลทาง จิตวิทยานั่นเอง มิใช่ว่ามีผีมาสิงหรืออะไรเลย หากอยู่นานไป ในที่สุดคนทั้งกลุ่มนี้ ก็อาจจะเห็นผี หรือถูกผีสิงกันทั้ง หมด กลายเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องที่เป็นเรื่องขึ้นมาเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ เพราะไม่ได้มีการพิศูจน์อะไรเลย เรื่องนี้ควรมองว่าเป็นเรื่องตลก ขบขันเสีย เหมือนเรื่องผีปอบในชนบทนั่นเอง พอคนเกิดกลัวขึ้นมา เชื่อขึ้นมาว่ามีผีปอบ ไม่นานหรอกก็จะมีการถูกผีปอบเข้าคนนั้นคนนี้ เพราะเป็นเรื่องของอุปาทานหมู่ขึ้นมาหลอนหลอกตนเองเท่านั้น มิได้มีผีจริง ๆ เลย แล้วคำว่า ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ก็เกิดขลังขึ้นมาสำหรับคนขี้ขลาดคนงมงายโง่เขลาเท่านั้น เลยทำให้ผีปอบได้ใจ

 

แท้ที่จริงวิธีการแก้ไขปัญหาผีปอบนั้น ง่ายนิดเดียว คือเพียงแต่เราไม่เชื่อไม่ศรัทธาเท่านั้นเอง แล้วให้เกิดพลังกลุ่ม ใหม่ขึ้นมา ช่วยกันขจัดออก ไปเท่านั้นเอง วิธีปฏิบัติคือ อย่าให้มีคำพูดว่า ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ แต่ให้มีคำว่า ไม่เชื่อแล้วกระทืบซ้ำให้จมดินไปเลย ขึ้นมาแทน เท่านี้ผีปอบก็เผ่นไม่รู้ทางไปแล้ว ทางเอเซีย อาฟริกาล้าหลังฝรั่งอยู่ก็เพราะมัวกลัวผีอยู่นี่เอง ที่กลัวที่สุดคือผีทะเล ผีป่า ผีภูเขา ไม่กล้าออกทะเลไปไกล ๆ เมื่อฝรั่งไม่กลัว ออกทะเลไปจนรอบโลกแล้ว ขนขุมทรัพย์กลับไปประเทศฝรั่งจนร่ำรวยเป็นมหาอำนาจมาถึงทุกวันนี้ไปตาม ๆ กัน เอเซียยังมุดคุดคู้อยู่ จนนายพลเรือ แมธธิว ซี เปอรรี่ นำเรือรบ ไปเคาะประตูญี่ปุ่น ๆ จึงได้รู้สึกว่า เราไม่ควรกลัวผีทะเลอยู่อีก และญี่ปุ่นวิ่งเร็ว จึงเจริญ เร็วทันพวกฝรั่ง เดี๋ยวนี้ ยุควิทยาศาสตร์แล้ว คนไทยบางพวกยังไม่กล้าเข้าไปในถ้ำ กลัวผีถ้ำ ขนาดอยู่บนบ้านตัวเองก็ กลัวผีบ้าน ก็ยังมีอยู่ ถ้ามีคนเก่งอยู่ในถ้ำได้นาน ๆ คนไทยอิสานเรากลับยกย่องว่า เป็นผู้วิเศษ แต่ฝรั่งมาสำรวจถ้ำ เมืองไทยไปจนไม่มีถ้ำจะให้สำรวจเลย กลับไม่มีใครยกย่องว่าเขาเป็นผู้วิเศษ ทั้ง ๆ ที่พฤติการรมเขายิ่งกว่าผู้วิเศษแบบที่คนโง่ ๆ พวกนั้นนับถือเสียอีก นี่คือวิถีวิทยาศาสตร์ ที่คนไทยยังเข้าใจน้อย จึงไม่เข้าใจและไม่ได้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ รวมทั้งไม่ได้ประโยชน์ที่แท้จริงจากศาสนาพุทธที่ตนนับถืออยู่ด้วย

 

 

 

 

 51 เมืองไทยสุดสัปดาห์

ช่อง 9 ศุกร 10 ก.ย. 2547 เวลา 22 .00 น.

 

 

สโรชา พรอุดมศักดิ์ ผู้หยิบยกปัญหาฉกรรจ์ ๆในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ลองวัดความคิดอ่านของสนธิ ลิ้มทองกุลเริ่มจากเรื่องในต่างประเทศ นับตั้งแต่ เรื่อง ประธานาธิบดี ยอร์ช ดับเบิลยู บุช ในการประชุมใหญ่ของพรรครีพับลิกกันวิเคราะห์แนวโน้มของคะแนนนิยม กับคู่แข่งจากพรรคดีโมแครต นายจอห์น เคอรี่ ซึ่งพบว่าสูสี และจบลงที่เรื่องในประเทศ กรณี นาย เอกยุทธ อัญชันบุตร ที่ดูสลับซับซ้อน เรื่องแรก สนธิ ลิ้มทองกุล วิเคราะห์ สรุปคล้าย ๆ ว่า นาย ยอร์ช ดับเบิลยู บุช ทำตนเป็นศาสดา จะทำสงครามครูเสดรอบสองกับอิหร่าน ซึ่งผู้ฟัง ๆ แล้วรู้สึกว่าฉกรรจ์เกินความจริง (ไม่ใช่คริสต์-อิสลาม, อเมริกันวัตถุนิยม-อิสลามจะตรงกว่า) ก็เป็นประเด็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง หาก บุช ได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็นประธานาธิบดีอีกเป็นสมัยที่ 2 ของเขา เราเห็นว่าประเด็นน่าจะเป็นว่า บุช จะบุก อิหร่านหรือไม่ ขณะนี้อเมริกาดูจะรู้ว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสนับสนุนอาวุธยุทโธ -ปกรณ์ต่าง ๆให้ กลุ่มโจรมุสลิมทั่วโลก แม้สหรัฐอเมริกาพยายามตัดทาง ที่ไปที่มาของอาวุธที่ใช้ต่อสู้ ก็ไม่เคยเหือด หมดไปจากยุทธจักร และหาก เพียงโจรมุสลิมสามารถพัฒนาหัวรบนิวเคลียร์ ขึ้นมาได้เพียงลูกเดียว อะไรจะเกิดขึ้นต่อ โลกทั้งโลก ? นี่เป็นเหตุผลที่น่าติดตามอย่างยิ่ง และน่าจะเป็นเวลาภายหลังการเลือกตั้งในอเมริกา บุช พยายามแสดงให้ประชาชนอเมริกันเห็นท่าทีเช่นนี้ก่อนการเลือกตั้ง หากประชาชนเลือก บุช นั่นหมายถึงเลือกนโยบาย ด้วย จึงน่าติดตามอย่างยิ่ง

 

เรื่องคุณเอกยุทธ อัญชันบุตร นักวิเคราะห์ของรายการนี้ ว่าลำดับมาตั้งแต่แชร์แม่ชม้อย เป็นธุรกิจ หมุนเงิน แล้วเอกยุทธก็สร้างแชร์ชาร์เตอร์ คุณสนธิ ดูจะเคยทำข่าวเจาะลึกมาก่อนในเรื่องแชร์ชาร์เตอร์โดยตรง ว่า ตรงไปตรงมาว่านายเอกยุทธผู้นี้เป็นคนฉ้อโกงประชาชน หนีคดีไปอยู่สหรัฐอเมริกา จนสิ้นอายุความจึงกลับมา เสนอให้ รัฐบาลจัดการกับผู้ทุจริต จึงจะสอดคล้องพระบรมราโชบายของในหลวง อ้างว่าในหลวงทรงแช่งไว้ว่า "ถ้าทุจริตแม้แต่ นิดเดียวขอให้มีอันเป็นไป" เอกยุทธเข้าข่าย ซึ่งรายการนี้เห็นว่ารัฐบาลไม่พึงทำเรื่องให้ยุ่งยาก เล่นงานเลย แถมยังอ้าง พระราชเสาวณีย์สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ ว่า "ความจนไม่น่าอับอาย แต่คดโกงน่าอับอาย" นายกรัฐมนตรีต้องใจเย็น ต้องไม่ออกอาการกราดเกรี้ยว" ขอเตือนนายกรัฐมนตรี เพราะตน(คุณสนธิ)เป็นกัลยาณมิตรของท่าน อยาก ให้อยู่ในตำแหน่งไปนาน ๆ

 

 

 

 

 

 52 วิเคราะห์ข่าว ถือพระคัมภีร์ปีนรั้งลงไปในกรงขังสิงโต

ช่อง 7 เช้า พุธ 15 ก.ย. 2547 เวลา 07.15 น.

 

 

กนก รัตนวงศ์สกุล กับพิสิทธิ์ กีรติการกุล รายงาน เรื่องเกิดในต่างประเทศ มีชายคนหนึ่งปีนรั้วกรงสิงโตเข้าไป มีช่างภาพมือสมัครเล่นถ่ายภาพไว้ได้ เห็นภาพตั้งแต่เริ่มปีนรั้ว ซึ่งเป็นรั้วเหล็กสูงและส่วนบนทำเป็นปลายโค้งงุ้มเข้าไป ด้านใน ไม่มีเสียงในฟิลม์ พิธีกรทั้งสองบรรยายว่าเป็นชายประหลาดไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนามปีนขึ้นไป จนถึงยอดรั้วแล้วปีนลงไปด้านในของกรงสิงโต ไปยืนอยู่ข้างกรง ขณะนั้นเห็นคน 2-3 คนวิ่งเข้ามาห้ามว่าอย่าเข้าไป ๆ ก็ไม่ฟัง พอ ห้ามไม่ฟังก็วิ่งหนีไป คงไปบอกเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ให้รีบมาช่วย ในภาพเห็นสิงโตใหญ่สีน้ำตาลตัวหนึ่งยืนมองอยู่ พอ ชายคนนั้นลงไปยืนบนพื้นดิน ก็เอาหนังสือเล่มหนึ่งออกมาอ่าน ท่าทีเหมือนนักบวชคริสต์อ่านพระคัมภีร์ไบเบิล ผู้บรรยายก็ว่าเป็นพระคัมภีร์ไบเบิล ชูพระคัมภีร์ขึ้นเหนือหัว พร้อมสวดมนต์ในพระคัมภีร์ แต่ฟังไม่ได้ยินว่าเอ่ยพระโองการข้อใดของไบเบิล ออกมา เห็นภาพสิงโต 3 ตัวตกใจและแปลกใจวิ่งหนีไปอีกมุมหนึ่ง ภาพจบลงแค่นี้ คุณกนกถามว่าตายหรือเปล่า คุณพิสิทธิ์ให้คำตอบว่า ไม่ตาย คงมีเจ้าหน้าที่มาช่วยออกไปได้ทันเวลาก่อนที่สิงโตจะมาขม้ำหัวเอา ถามว่าคนนี้ นักบวชวิกลจริตหรือเปล่า คำตอบน่าจะว่า ก็อาจจะเป็นได้ เป็นพวกเชื่อมั่นในพระคัมภีร์มากเกินไป ที่เรียกว่าพวก วิกลจริตแบบเมกาโลมาเนีย (megalomania)

 

 

 53 กรณีโจรใต้ลอบฆ่าผู้พิพากษาปัตตานี

โทรทัศน์ทุกช่องรายงาน ข่าวเช้าก่อน 08.25 น.วันที่ 17 ก.ย. 2547

 

 

นายรพินทร์ เรือนแก้ว ผู้พิกษกษาศาลจังหวัดปัตตานี อายุ 37 ปี ถูกคนร้ายยิงถล่มขณะขับรถไปรับภริยา นางดวงนภา เรือนแก้ว ซึ่งเป็นผู้พิพากษาเหมือนกัน ณ สี่แยกไฟแดง ถนนโรงเหล้า สาย ข. ต.สะบารัง เขตเทศบาล เมืองปัตตานี และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล โดยมีคนร้าย 3 คนขี่ จักรยานยนต์ 2 คัน คันแรกซ้อน 2 คน อีกคันขี่มาคนเดียว มาจอดประกบรถนายระพินทร์ ขณะติดไฟแดง และใช้ปืน .38 กับ 9 มม. กระหน่ำยิงใส่ผู้พิพากษาทะลุกระจกขวาจนพรุนผู้ตายพยายามขับรถหนีจนเสียหลักพุ่งชนกับรถยนต์อีกคันหนึ่ง ผู้ร้ายทั้ง 3 คน ถูกด่านตรวจจับได้ ขณะรายงานรู้ชื่อเพียง 1 คนชื่อ นายอับดุลเลาะห์ ปะชี เป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมศึกษาวิทยา หมู่ 5 ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ. ปัตตานี

 

 การปฏิบัติการของโจรร้ายสามจังหวัดภาคใต้ ในนามโจรมุสลิม เป็นสิ่งที่ก่อความฉงนสงสัยแด่ชนชาวไทย เป็น ลำดับมา ที่ชาวไทยส่วนใหญ่ซึ่งถือจริยธรรมพุทธศาสนา ไม่เข้าใจคือ ทำไมพวกโจรเหล่านี้จึงตั้งอกตั้งใจอย่างเหลือ เกินที่จะสังหารเอาชีวิตคนอื่น โดยขาดความสำนึกแห่งความกตัญญูต่อแผ่นดิน ขาดความเป็นมิตรไมตรี ความเป็นญาติพี่น้องความร่วมในเผ่าพันธุ์มนุษย์ด้วยกันไปโดยสิ้นเชิง เพราะคนทั้งหลายที่ถูกเอาชีวิตไปนั้นล้วนเป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นชาวไทยผู้บริสุทธิ์ และขัดจริยธรรมแห่งศาสนาสากล เพราะการฆ่า ไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ย่อมเป็นบาป ซึ่งศาสนิกชนใน ศาสนาต่าง ๆ เช่นคริสต์ศาสนา ก็มีความเห็นตรงกันกับศาสนาพุทธ แต่ทำไมชาวมุสลิมจึงแหวกวิถีทางศาสนาสากล ออกไปเป็นการก่อการร้ายไปทั่วโลก ที่ใดมีมุสลิมที่นั่นมีการฆ่าอยู่ทั่วไป จนในขณะนี้ดูเหมือนว่าพวกเขามีความคิดว่า นึกอยากจะฆ่าใครก็ทำได้ทันที โดยขาดหลักธรรมว่าด้วย หิริ โอตตัปปะ(ความละอายและความเกรงกลัวต่อบาป) โดยสิ้นเชิง และที่น่ารังเกียจอย่างยิ่งก็คือท่าทีที่ผยองโอหังของพวกมุสลิมหัวรุนแรงเหล่านั้น โดยไม่ระวังว่า การเที่ยวเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ไปเช่นนี้ วันหนึ่งโลกทั้งโลกจะอดไม่อยู่ และธรรมะย่อมชนะอธรรมเสมอ มุสลิมจักหายไปหมดโลกได้เดิมพวกคนร้ายอ้างเหตุว่าตำรวจในพื้นที่เป็นตัวเหตุผลแห่งความไม่สงบ แต่บัดนี้ ก็สามารถพิสูจน์ได้โดยชัดเจนแล้วว่า นั่นเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อการฆ่า เป็นวิสัยพาลชนโดยแท้จริง และพวกเขาก็ได้เข่นฆ่าคนดีคนบริสุทธิ์ โดยตลอดมา

 

จนบัดนี้ กำเริบเสิบสาน จนกระทั่งอยากเที่ยวฆ่าใครก็ไม่จำเป็นต้องอ้างเหตุผลใดใดเลยก็ทำได้ และเหยื่อเล่านั้นล้วนเป็นผู้บริสุทธิ์ แม้การทำร้ายจิตใจของเด็ก ๆ ด้วยการเผาโรงเรียนของเด็ก ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ที่เป็นพฤติกรรมการต่อต้านงานการศึกษาของชาติของสังคมของเด็กเยาชนทั้งหลายก็เป็นเรื่องที่เหลือที่จะเชื่อว่า เป็นการกระทำของคน หรือมนุษย์ ผู้ย่อมมีความ เป็นมนุษย์

 

และเมื่อมีกรณีฆ่าผู้พิพากษา ซึ่งเป็นสถาบันหลักทางความเป็นธรรม ยุติธรรมของสังคม ก็ดูเหมือนความ สะสมในจิตใจของคนไทยทั้งชาติ จะมาถึงจุดที่เริ่มจะเร้าร้อน ด้วยความเหลืออด

 

สิ่งที่เราเกรงจะเกิดขึ้นก็คือ การรายงานและเสนอข่าวของสื่อมวลชน ในลักษณะปลุกเร้า หรือจี้จุด ด้วยการเร่งเร้า ชี้นำให้เกิดอารมณ์คิดแก้แค้น และระวังอุณหภูมิ ของประชาชน ทั้งชาติ จะลุกฮือขึ้นมา โดยมติมหาชน อาจท่วมไหลหลากไปในทางที่ไม่พึงประสงค์ เพราะถ้าประชาชนไทยเกิดลุกฮือขึ้น อะไรจะเกิดขึ้น และแน่นอนเราไม่อยากเห็นมุสลิมทั่วไปในไทยถูกสังหาร ถูกกดขี่ ถูกเหยียดหยามถูกรังเกียจ หมิ่นแคลน และที่สุดไม่ต้องการให้คนส่วนใหญ่ลุกขึ้นมาล้อมกรอบคนส่วนน้อยกลายเป็นสงครามประชาชนขึ้นมา แบบเกลือจิ้มเกลือ

 

ซึ่งจะไม่สอดคล้องต่อวิถีทางการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี ฉะนั้นสิ่งที่น่าระวังอย่างมาก ๆ ใน ขณะนี้ก็คือ อารมณ์ของคนไทยทั้งประเทศ การยุยงของสื่อมวลชน และการไร้เหตุผลของการก่อการร้าย และจลาจลในสามจังหวัด ภาคใต้ ระหว่างคนไทยทั้งประเทศกับโจรมุสลิม หรือ คนที่ถูกตราว่าเป็นโจรมุสลิม และบัดนี้ ก็ถึงเวลาที่มาตรการทางกฎหมายจะศักดิ์สิทธิ์สมบูรณ์ขึ้นมา กล่าวคือ กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย และผู้กระทำความผิดต้องได้รับการลงโทษ อย่างเฉียบพลัน และการเมือง เป็นการเมืองเพื่อสันติภาพและการพัฒนาคนไปสู่ความเป็นมนุษย์ (ไม่ใช่การพัฒนาไปสู่ความเป็นโจรก่อการร้าย)

 

 

             

 54  วิสัยทัศน์มหาเธร์ โมฮำมัด บันทึกโลก

WORLD MEMORYบันทึกโลก

ช่อง 9 เสาร์ 18 ก.ย. 2547 13.05 น.

 

 

ธนากร โปษยานนท์ นำสารคดี วิสัยทัศน์มหาเธร์ โมฮำมัด Vision 2020 ที่พยายามค้นหาความดี ความสามารถของอดีตผู้นำมาเลเซีย และพบว่า มหาเธร์ โมฮำมัด เป็นผู้นำของประเทศ และทั้งยังเป็นผู้นำของศาสนาอิสลามคนหนึ่งด้วย เห็นได้จากบทบาทของเขาที่ได้พยายามแก้ตัวแทนข้อกล่าวหาโจมตีของสหรัฐอเมริกา อังกฤษและประเทศตะวันตก ที่ฉกรรจ์ ๆ เช่น ที่ว่ามุสลิมล้วนเป็นพวกหัวรุนแรง ที่เป็นต้นเหตุของความไม่สงบในโลก โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง

 

ซึ่งมหาเธร์ ได้แก้ว่า สหรัฐกล่าวหาโลกมุสลิมเกินไป เพราะไม่ใช่มุสลิมทั้งโลกเป็นพวกหัวรุนแรง ข้อกล่าวหาที่ว่าชาวมุสลิมเป็นผู้ก่อการร้าย ออกนามว่า ผู้ก่อการร้ายมุสลิม เขาแก้ต่างแทนว่า ทำไมจะต้องประณามมุสลิมทุกทีว่า เป็นผู้ก่อการร้ายมุสลิม ในเมื่อผู้ก่อการร้ายมีอยู่ทั่วโลก มหาเธร์ พยายามแก้ต่างแทนโลกมุสลิมแทบทุกประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น และป้องกันมุสลิมจากการถูกดูหมิ่นดูแคลนโดยตลอดมา และวาจาเขาค่อนข้างจะเผ็ดร้อนต่อกรณีอิรัค เขาว่า เรื่องอิรัค ไม่ควรมีประเทศใดประเทศหนึ่งทำตัวเป็นตำรวจโลก ซึ่งปรากฎว่าถูกใจประชาชาติมุสลิมอาหรับเป็นอย่างยิ่ง สารคดีเรื่องนี้ ดูเหมือนจะพยายามฉายภาพความเป็นนักสู้และความเป็นผู้นำของมหาเธร์ โมฮัมมัด ในแง่ความทันสมัย ทันโลก อาจสามารถนำประเทศชาติมุสลิมไปทันโลกยุคใหม่ได้ ถึงค.ศ.2020

 

แต่อย่างไรก็ตาม กรณี อัลวา อิบราฮิม กลับสะท้อนว่า มหาเธร์ยังคิดแคบอยู่ในเรื่องการเมือง เขายังคิดแบบมุสลิมอยู่ คือคิดแบบเผด็จการ ที่ถนัดในการบริหารแบบรวบอำนาจ เขายังมองไม่เห็นว่า ถ้าเกิดเป็นพรรคการเมือง 2 ฝ่ายขึ้นมาแล้ว ประเทศชาติมุสลิม จะเดินไปอย่างไรได้ เขาจึงพยายามยืนยันพรรคการเมืองเดียวอย่างเหนียวแน่น นั่นก็คือ การสะท้อนภูมิปัญญาส่วนลึกซึ้งของเขาว่ายังไม่ทันสมัย เพราะเขายังไม่เข้าใจประชาธิปไตยดีพอ นั่นเอง และนั่นคือแนวคิดสากลของประเทศรัฐอิสลามมุสลิมทั้งหลายขณะนี้ เช่นเดียวกับมุสลิมทั้งโลก ที่ยังไม่เข้าใจประชาธิปไตย ไม่ศรัทธาในเทกนิกหรือเครื่องมือของระบอบประชาธิปไตย ว่าจะสร้างความเจริญให้แก่ประเทศชาติและสังคมได้อย่างไร และในช่วงเวลาสมัยใหม่นี้ สิ่งที่มาเลเซีย น่าจะได้ระวังต่อไปก็คือภายใต้กรอบเผด็จการอย่างอิสลาม การเมืองสองขั้ว มีอัลวา อิบราฮิม เป็นอีกขั้วหนึ่ง ในเมื่อมาถึงยุคนี้แล้ว ทำอย่างไรมาเลเซียจะบริหารสร้างความก้าวหน้าโดยวิธีการของระบอบประชาธิปไตยไปได้ มิฉะนั้นแล้ว การเมืองสองขั้ว อาจนำไปสู่ความรุนแรง เพราะไม่เข้าใจเทกนิกของประชาธิปไตย และยังไม่อาจเอาความคิดมุสลิมหัว รุนแรงออกไปจากวิสัยทัศน์เสียได้ เพราะประชาธิปไตยที่แท้จริงจะป้องกันการเมืองสองขั้วในโลกมุสลิม ไม่ให้ทวีไปสู่ ความรุนแรงสุดโต่งได้ 

 

และการเมืองยุคใหม่ ประเทศใดก็ตามที่ไม่เข้าใจเงื่อนไขการบริหารประเทศ โดยต้องอยู่ในกรอบของประชาธิปไตยแล้ว ย่อมนำประเทศออกนอกลู่นอกทางและกลายเป็นผลเสียหายร้ายแรงได้ในภายหลัง เมื่อ นายอัลวา อิบราฮิม พ้นข้อกล่าวหาว่า ประพฤติลามกอนาจาร กับคนเพศเดียวกัน โดยศาลฎีกายกฟ้องเมื่อต้นเดือนกันยายน 2547 นี้ ว่าข้อกล่าวหาไม่หนักแน่น ขาดหลักฐานพอจะยืนยันให้ลงโทษได้ เขาได้รับการปล่อยตัว มีภรรยาและลูกสาว และประชาชนไปห้อมล้อม เขาได้กล่าวประโยคสำคัญว่า กระบวนการยุติธรรมขณะนั้นไม่มีความเป็นกลาง แต่น้อมไปตามการเมืองยุคมหาเธร์ โมฮำมัด เขาจึงถูกลงโทษโดยไม่ยุติธรรม รายงานข่าว แสดงภาพมวลชนที่สนับสนุน เขายังคับคั่ง

 

เพราะเมื่อ เขารีบเดินทางไปเยอรมัน เพื่อรักษาตัว คืออาการเจ็บปวดกระดูก สันหลัง มาถึงลำคอ ก้านคอ ที่ใส่เฝือกเอาไว้ เขาว่าถูกซ้อมในระหว่างมีเรื่องราวก่อนเข้าคุกจำขัง ได้รับบาดเจ็บมาตั้งแต่นั้น ที่สนามบินมีคนไปส่ง เขาเป็นจำนวนนับหมื่น ที่แสดงว่ายังมีประชาชนจำนวนมหึมาที่นิยมในตัวเขา ทำให้ภาพการเมืองในมาเลเซีย กำลังน่าดูว่าจะแบ่งเป็นสองขั้วที่อาจพัฒนาไปสู่ความรุนแรงต่อไป ซึ่งประเด็นนี้ มีความน่าสนใจน่ามองเป็นอย่างยิ่ง

 

 

เพราะมาเลเซีย ได้รับวัฒนธรรมอิสลาม และเป็นประเทศอิสลามอีกประเทศหนึ่ง แม้จะมีพื้นฐานเป็นพุทธมาแต่อดีตยาวนานและแม้ปัจจุบันก็มีชาวพุทธจีน ไทย มาเล ปนอยู่หลายเปอร์เซนต์ก็ตาม แต่วัฒนธรรมโดยรวมเป็นอิสลามอยู่ นั่นหมายความว่าโดยวัฒนธรรมอิสลามจะไม่คุ้นกับการแบ่งเป็นขั้ว การแบ่งเป็นขั้ว หากมีขึ้นเมื่อไรแล้ว โดยวัฒนธรรมอิสลาม มักนำแต่ละขั้วนั้นไปสู่นโยบายรุนแรงสุดโต่งเสมอ ดังจะเห็นสัจธรรมนี้เกิดขึ้น เมื่อสหรัฐอเมริกา และยุโรป พยายามให้เกิดการเมืองสองขั้วขึ้นในประเทศรัฐอิสลามตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นศูนย์เข้มของวัฒนธรรมอิสลาม โดยสหรัฐอเมริกามักอ้าง เหตุผลหลักเสมอว่า เพื่อประชาธิปไตยของประชาชนยุคใหม่ ซึ่งจุดอ่อนนี้ มหาเธร์ โมหัมมัด รู้และระมัดระวังเป็นอย่างดี แต่เขาก็ไม่มีทางออกอื่น

 

ฉะนั้น ขณะที่เขาอยู่ในอำนาจ เขาจึงปฏิบัติไปทางเดียวคือพยายามกำจัดบุคคลที่พยายามจะตั้งตนเป็นขั้วที่ 2 ลงอย่างเด็ดขาด ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่า ในขณะที่มหาเธร์ ยังกุมอำนาจอยู่นั้น อัลวาอิบราฮิม จึงเป็นเป้าหมายของการที่จะถูกกำจัดออกไป เพื่อให้มาเลเซีย มีเพียงขั้วเดียว ในขณะเดียวกันที่ประเทศไทยก็ดี ประเทศสหรัฐอเมริกาก็ดี พยายามที่จะให้ประเทศต่าง ๆ ในโลก มีระบบบาลานซ์ทางการเมืองเกิดขึ้น นั่นคือการมี การเมืองสองขั้วเป็นสิ่งที่จะเป็นประโยชน์แก่ประชาชน ตามทฤษฎีแห่งวิถีทางประชาธิปไตย

 

แต่เหตุที่ ประชาธิปไตยได้กลับกลายเป็นจุดอ่อนของประเทศอิสลามทั้งหลายนั้น ก็เนื่องมาจาก อิสลาม ไม่มีวัฒนธรรมความประนีประนอม นั่นเอง เมื่ออิสลามแบ่งเป็นสองพวกเข้าเมื่อใด ความที่ขาดวัฒนธรรมประนีประนอมดังกล่าว ก็ยิ่งไปเร่งให้ แต่ละพวกเดินไปสู่จุดสุดโต่งของตนกลายเป็นศัตรูกันอย่างรุนแรงขึ้นทันที เพราะในขณะที่อิสลามขาดวัฒนธรรมการประนีประนอม และ ความสันติภาพ โดยเฉพาะการประนีประนอมโดยเหตุผลทางวิชาการ การยอมรับกันโดยวิชาการยุคใหม่ แล้ว ยังมี วัฒนธรรมทิฏฐิมานะจัดหรือที่ชาวพุทธเรียกว่า มีอัตตาจัด คือไม่ยอมอ่อนน้อมให้ใครทั้งสิ้น ถือพวกถือหมู่อย่างเฉียบ เข้มจัด รุนแรงในทางที่จะเอาชนะฝ่ายตรงข้าม ทั้งนี้ก็เพราะมาจากบทบัญญัติในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน หลายโองการที่เป็นบ่อเกิดวัฒนธรรมแห่งทิฏฐิมานะอันแรงร้ายสุดขั้วไปเช่นนั้น เช่นโองการที่ว่า

 

"ดังนั้นพวกเจ้าทั้งหลายอย่าหมิ่นแคลนสงคราม อย่าเรียกร้องไปสู่การอ่อนข้อ ด้วยการประนีประนอมกับพวกเนรคุณ ขณะที่การรบกับพวกเขากำลังดำเนินอยู่ทั้งที่พวกเจ้ามีภาษีเหนือกว่าพวกนั้น ดังนั้นจำต้องบุกตะลุยจนได้ชัยชนะในที่สุด" (พระมหาคัมภีร์ หน้า 2309)

 

ฉะนั้น ในยุคมหาเธร์เอง แม้จะได้ชื่อว่าเขาเป็นคนทันสมัย ได้ชื่อว่า วีรบุรุษเสือเหลือง แต่เขาก็ยังคงถูกครอบอยู่กับคำสอนอันดั้งเดิมของอิสลาม (เขายังอ่านพระคัมภีร์อัลกุรอานไม่ทะลุปรุโปร่ง) จึงมองไม่เห็นทางที่จะแก้ไขจุดอ่อนทางการเมืองแบบสองขั้วได้ มีทางเดียวก็คือพยายามขจัด ไม่ให้มีสองขั้วขึ้นมา อย่างที่เขาพยายามขจัดอัลวา อิบบราฮิม นั่นเอง ซึ่งบัดนี้ ภาพของเขาเลยไปถึงขนาดว่า ใส่ความคนอื่นอย่างน่ารังเกียจ คือกล่าวหาว่าอัลวา อิบราฮิมมีเพศสัมพันธ์กับคนลักเพศ หรือตามข้อกฎหมายว่า เขามีความผิดปกติทางเพศหรือมีพฤติกรรมรักร่วมเพศ นั้น และบัดนี้ผลร้าย อันเกิดจากความไม่เป็นธรรมครั้งนั้น ก็เกิดขึ้น ในแง่ที่การเมือง เริ่มมีขั้วที่ 2 รุนแรงแข็งแกร่งขึ้น และหากขาดวัฒนธรรมการประนีประนอมทางวิชาการ ยอมรับการประนีประนอมทางวิชาการสมัยใหม่ แบบประชาธิปไตยแล้ว

 

ในขณะ เดียวกัน ก็ควรลบล้างค่านิยม ตามหลักการศาสนา ที่สอนให้ดูหมิ่นดูแคลน ฝ่ายตรงข้าม หรืออีกขั้วความเห็นหนึ่ง (พรรคการเมืองอีกฝ่ายหนึ่ง) ว่าเป็น กาฟีร์ คนป่าเถื่อน มุนาฟิก คนทรยศ ไปเสีย โดยมองตรงความเป็นจริงที่ว่า คน ย่อมแตกต่างกัน แต่คนไม่น่าจะแตกต่างจนเกินไป จนขาดความเป็นคน ถึงขั้นจะประนามเขาว่าเป็น กาฟิร์ คนป่าเถื่อน หรือยกตน หรือมองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งดีเด่นเลิศลอยกว่าฝ่ายหนึ่งและอีกฝ่ายหนึ่งเลวทรามลงไปประดุจดังอยู่ในระบบทาสนั้น ยุคนี้ไม่มีอีกแล้ว จึงควรยอมรับฟังความคิดเห็นของกันและกัน ประสานกันที่การวิเคราะห์ข้อมูล เอาที่ตรงความจริงเป็นรูปธรรม ที่เห็นร่วมกันได้ มาเป็นหลักในการ ประนีประนอม นั่นคือหลักวิชาการ ก็จะแก้ไขจุดอ่อนมาแต่ดั้งเดิมได้ หากไม่เช่นนั้น ก็จะกลายเป็นมุสลิมสองพวก เกิดขึ้นในมาเลเซีย และต่างจะมุ่งหมายเอาชนะอย่าง เด็ดขาด มีทิฏฐิว่าแต่ละฝ่ายต่างเป็น มุนาฟิก คนทรยศของกันและกัน ไม่มีคำว่า รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เกิดขึ้นแล้ว ก็จะลงเอยด้วยความรุนแรง ตามวิถีทางวัฒนธรรมเดิมของมุสลิมนั่นเอง ภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะไทย และ สิงคโปร์ก็จะพลอย เดือดร้อนตามไปด้วย นี่เป็นการพยากรณ์ ที่น่ามองดูอย่างยิ่ง จึงต้องติดตามไปดูอย่างใกล้ชิดต่อไป.

 

  • ดีเล่มที่ 32

 

 

 

 

 

 55 ดี33 พ.ย. - เมย. 48

เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

ต่อต้านเอดต่อต้านอนารยธรรม

โดย คอมพิวเตอร์แมน และ บูดามี

 

 

 

 56 พระราชเสาวณีย์เรื่องสถานการณ์สามจังหวัดภาคใต้

โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจอังคาร16พ.ย.254720.10                  

 

คนไทยทุกหมู่เหล่า มีคณะรัฐมนตรี ครบชุด ข้าราชการ พ่อค้าประชาชน เข้าเฝ้ารับฟังพระราชเสาวณีย์ เรื่องสถานการณ์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทรงเล่าเหตุการณ์จากได้ทรงประสบเองระหว่างเสด็จแปรพระราช ฐาน ณ ตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส เป็นเวลาถึง 2 เดือน นานกว่าทุก ๆ ปี ต่อไปนี้เป็นพระราช เสาวณีย์ บางข้อความ บางตอน

 

ทรงเล่าว่า ขณะประทับอยู่ที่นราธิวาสปีนี้ พบคนไทยผู้บริสุทธิ์ถูกฆ่าไม่เว้นแต่ละวัน แม้วันนี้ก็ยังคงฆ่า อยู่ ไม่ว่าไทยพุทธ ไทยมุสลิม จนขณะนี้ ทำมาหากินไม่ได้เลย แม้แต่น้อย นราธิวาสมีป่าผืนใหญ่กว่า 1 ล้านไร่มีดอกดาหลา สีขาวสวยงามมาก เงาะพันธ์น้ำตาลกรวด หวาน 30 ปีที่ตามเสด็จพระเจ้าอยู่หัวตรวจภาคใต้ ทรงกำหนดโครงการต่าง ๆ มากมาย นราธิวาสมีพรุขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ ทรงพัฒนาการเลี้ยงกุ้งปากพะนังการฝึกอาชีพแม่บ้าน คนไทยมุสลิมทำหญ้าลิเพา สวยงามมาก อวดชาวต่างชาติได้ ที่ปัตตานี ได้สร้างศาลาริมน้ำถวายราชินี มีงานฉลอง มีขบวนแห่บายศรี แห่2 ชม. อย่างสวยงาม ของชาวไทยมุสลิม บายศรีบุหงาซีเระ มีปลาหมอทะเลหนัก 100 กก.

 

น่าเสียดายที่ไทยพุทธมุสลิมแตกแยกกัน ไม่เคยมีว่าชาวพุทธไล่ฆ่าชาวคริสต์ไม่มีไล่ฆ่าใคร แต่เดี๋ยวนี้ ในสามจังหวัดภาคใต้ มีการทำร้ายกันอย่างอำมะหิต ไปยิงแม่แก่ พรากไปจากลูกผู้ พิการที่นราธิวาส ยิงพระ แต่ก่อนไม่มี เพิ่งเกิดขึ้นปี่ที่31ที่ข้าพเจ้าอยู่ ที่ยะลา อ.เมืองด้วย นั่งดูโทรทัศน์ เด็ก8ขวบเอาหัวพ่อไปต่อนึกว่าจะต่อได้ ตายทั้งหมู่ ไม่ทราบเหตุผลว่าอย่างไร มีใบปลิวว่า "ไอ้พวกไทยพุทธออกไปเดี๋ยวนี้จากแผ่นดินกู" ข้าพเจ้าไม่เคยพบเคยเห็นเหตุการณ์ที่ทารุณโหดร้ายเช่นนี้เลย มีใบปลิวติดว่า ห้ามกรีดยาง ถ้ากรีดยางจะยิงให้ตาย เหมือนบ้านเมืองไม่มีขื่อไม่มีคา มีคนมาถามว่าจะขายสวนยางไหม พอ ตอบว่า ไม่ กลางคืนก็จะมีคนมากรีดยางทำลายยาง พวกเราไม่ได้ทำผิดอะไร ทำไมจะไล่ออกไปนอกพื้นที่ ขอให้ทหารอยู่ ทหารอยู่เขามีชีวิตอยู่ ทหารออกไปเขาตาย ขอให้ ทภ.4 ฝึกอาวุธให้ เพื่อให้เกิดความสบาย แม้แต่พระก็ว่าเมื่อราชินีมาเหตุการณ์เบาลง ให้แสดงพลัง การรังแกกันอย่างนี้ไม่ถูกต้อง ทหารทำดีมี ชื่อเสียงมาก เขาขอร้องให้อยู่ กลับมา จะอมพะนำไว้อย่างไร ชีวิตมนุษย์สำคัญที่สุด เราจงใจที่จะช่วยชีวิตมนุษย์ เจ้าหน้าที่ชลประทานก็ถูกฆ่า การฆ่าก็โหดร้ายทารุณ ไม่น่าเป็นคนไทยมุสลิม ไม่ใช่เขา เป็นอะไรมาจากไหนก็ไม่ทราบ ขอให้ท่านทั้งหลายแสดงออกถึงความห่วงใยต่อประชาชนคนไทย ผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาผู้แทน ลูกเสือชาวบ้าน เมื่ออยู่ฆ่าวันละ2คน เมื่อมาฆ่าวันละ 8 คน คนบริสุทธิ์เสียชีวิตไป 300 กว่าคนแล้ว ซื้อที่ไว้ 600 ไร่ จะให้แม่หม้ายไปอยู่ นักวิชาการเกษตร ประมง เก่งมาก คนตายเป็นรายวัน ช่วยคิดว่า 3 แสนคนจะอยู่อย่างไร เขามีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตอยู่ ข้าพเจ้า 72 แล้วสัญญาว่าจะไปหัดยิงปืนใหม่ 21.09 น.จบกระแสพระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ.

 

จะเห็นว่า ทรงมองสถานการณ์ว่า ร้ายแรงและไม่เป็นธรรมที่มีการก่อการร้าย โดยฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ ตายไปทุกวัน ๆ วรรคที่ว่า "ไม่น่าเป็นคนไทยมุสลิม (ที่พระองค์เคยรู้จักเมื่อ 30 ปีมาแล้ว) เขาเป็นอะไรมาจาก ไหนก็ไม่ทราบ" เป็นที่น่าคิดมากทีเดียว และหากเขาไม่ใช่มุสลิมที่คนไทยรู้จักเมื่อ 30 ปีมานี้แล้ว เขาจะเป็น มุสลิมพวกไหน ที่มีความโหดเหี้ยมไร้ศีลธรรม เพราะแม้ขณะที่ประทับอยู่ก็ไม่ละเว้น "เมื่ออยู่ฆ่าวันละ2 คน เมื่อ มาฆ่าวันละ 8 คน" และ ปฏิบัติโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ จนกระทั่งตัดคอ แล้วลูกน้อยผู้ไร้เดียงสาก็พยายามเอาหัวพ่อไปต่อเข้ากับคอของพ่อผู้ม้วยชีพไปแล้ว ทรงเสนอว่าคนไทยทุกหมู่เหล่าช่วยกันแก้ปัญหาโดยเร็ว เพื่อให้ ประชาชนผู้บริสุทธิ์ สามารถอยู่ได้ สามารถทำมาหากินได้เป็นปกติโดยเร็ว พระเสาวณีย์ที่ว่า "ขอให้ทหารอยู่ ทหารอยู่เขามี ชีวิต ทหารออกไปเขาตาย" "ชีวิตมนุษย์สำคัญที่สุด เราจงใจที่จะช่วยชีวิตมนุษย์" "ข้าพเจ้า 72 แล้วสัญญาว่าจะไปหัดยิงปืนใหม่" บ่งความหมายอะไร คนไทยก็น่าจะเข้าใจดี รับฟังพระราชเสาวณีย์ เรื่องสาม จังหวัดภาคใต้ได้ที่ www. thainews.prd.go.th

 

 

 

    

 57 พิธีราชาภิเษกสมเด็จพระนโรดมสีหะมุนี

แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยกัมพูชา

โทรทัศน์ทุกช่อง 29 ต.ค. 2547

 

ทรงเป็นโอรส สมเด็จพระนโรดมสีหะนุ ที่ทรงสละราชบัลลังก์ และสภาราชบัลลังก์แห่งกัมพูชาจัดให้ ครองบัลลังก์ เป็นพิธีบรมราชาภิเษก ในวันที่ 29 ตุลาคม 2547 ในพิธีนั้นจัดอย่างง่าย ๆ ไม่ได้เชิญแขกที่เป็นกษัตริย์ต่างประเทศ แม้ราชอาณาจักรไทยก็ไม่ปรากฏว่ามีราชวงศ์กษัตริย์ไทยไปร่วมในพิธีนี้ด้วย คงมีแต่เอกอัครราชทูตประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมในพิธี พร้อมด้วยฝ่ายการเมืองการปกครองประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยกัมพูชา มีฮุนเซน และคณะรัฐบาล ข้าราชการชั้นสูง เข้าร่วมในพิธีนี้ พิธีที่เห็น แสดงถึง ศาสนาและวัฒนธรรมของกัมพูชา ว่าคล้ายคลึงอย่างยิ่งกับประเทศไทย สะท้อนถึงความเลื่อมใสศรัทธาใน พระพุทธศาสนา และวัฒนธรรมพุทธ ที่เป็นที่เลื่อมใสสูงสุด มีหมู่สงฆ์เป็นส่วนประกอบสูงสุดของพิธีบรม ราชาภิเษกครั้งนี้ โดยมีสงฆ์มหาเถร ประธานหมู่ 2 รูป ร่วมกระทำพิธีครองบัลลังก์ อันเป็นขัตติยประเพณีเยี่ยงเดียวกันกับประเทศไทย นอกจาก นั้น หมู่สงฆ์ยังสวดมนต์บทเดียวกันกับหมู่สงฆ์ไทย คือสวด 7 ตำนานพระปริต และชยมงคลคาถาบทเดียวกันกับหมู่สงฆ์ไทย แม้ลำดับขั้นตอนของพิธีกรรมก็ลำดับไปเช่นเดียวกับ หมู่สงฆ์ไทยทุกประการ นอกจากนั้น พิธี พราหมณ์ ก็คล้ายคลึงกันอีกด้วย เพราะพราหมณ์ของกัมพูชากับ พราหมณ์ของไทยนี้มิได้หมายถึงพราหมณ์ตามหลักศาสนาฮินดู แต่หมายถึงชีผ้าขาวพุทธผู้ถือศีล 8 ที่คง นับถือเลื่อมใสพระพุทธศาสนา และเป็นชาวพุทธ พวกหนึ่งที่ถือว่าเทพทั้งหลายก็เลื่อมใสพระพุทธศาสนา และน้อมบูชาองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่าเป็นใหญ่ เหนือเทพเทวาทั้งปวง โดยความหมายของฝ่ายพราหมณ์นั้น หมายความถึงเอาแบบพิธีกรรมบางอย่างที่นอก เหนือไปจากคำสอนของพระพุทธศาสนาเข้ามาเป็นบริบทด้วย แต่สิ่งที่น่าสังเกตในพิธีนี้ ที่น่าฉงนอยู่ก็คือ ทาง พราหมณ์กัมพูชา ได้มีการพิจารณาด้านโหราศาสตร์ประกอบการวางฤกษ์ยามอภิเษกกษัตริย์หรือไม่ เหตุใด รัฐบาลและโหรกัมพูชาจึงเลือกพิจารณากำหนดฤกษ์ยามใน ช่วงที่ดาวใหญ่ที่เป็นเครื่องหมายของกษัตริย์กำลัง ตกต่ำ อับรัศมีอยู่ช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งย่อมไม่เป็นผลดี ไม่ แสดงความสง่างามทรงเกียรติยศสูงส่งของ เมื่อมีข้อ เท็จจริงว่า โหราศาสตร์ย่อมมีบทบาทมาแต่เดิมอย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้เพียงแต่ว่า พิธีกรรมนี้ได้บอกไปถึงการ พิจารณาของหมู่โหรกัมพูชาอย่างไร ได้บ่งบอกถึงภูมิรู้ภูมิปัญญาของ โหร ในประเทศนั้นอย่างไรหรือไม่ หรือมี การใช้วิชาโหราศาสตร์ไปในทางที่ไม่เป็นการชอบ ธรรมแด่บัลลังก์กษัตริย์กัมพูชา

 

 

 

 

 

 58 พิธีอภิเษกลูกชายสุลต่านแห่งรัฐลันตัน

กับน.ส.กังสดาล พิพิธภักดี

ไอทีวี จันทร์ที่ 15 พ.ย. 2547 08.50 น.                        

 

วราภรณ์ สมพงษ์ สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย จัดพิธีอภิเษกลูกชายสุลต่านแห่งรัฐกลันตัน กับ น.ส. กังสดาล พิพิธภักดี สตรีไทย ลูกสาวอดีตสส.ปัตตานี เชื้อสายเจ้านายราชนิกุล ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ จะเสด็จไปเป็นประธานในงานด้วย จะเสด็จกลับเวลา 0300 น. 16 พ.ย.2547 ว่าด้วยเครื่องชุดดำ และเรื่องการเก็บ ตัวเจ้าสาว ไม่ให้ออกมาจนกว่าจะส่งตัว สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนไปถึงที่ไปที่มาแห่งประเพณีอิสลาม ที่น่าสังเกต

 

 

 

 

 59 เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

โทรทัศน์ไทยทุกช่อง, BBC. 2 พ.ย. 2547

 

เมื่อเวลาไทย 12.50 น. บุชเป็นต่อ แครี่ 246-217 เสียง บุชนำมาอย่างสม่ำเสมอแต่ไม่ทิ้งห่าง บุชว่ามั่นใจจะชนะ แครี ต้องการคะแนนจากโอไฮโอ อย่างแรง ข่าวว่่าบุชกำลังจะได้เป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง ต้องการ 270 เสียงเพื่อชนะ บุชขาดอยู่แค่ 24 เสียง แครี่ขาดอยู่ 53 เสียง ที่เหลือเป็นสวิงสเตทส์ ที่จะ ตัดสิน พอดีที่ประเทศไทยข่าวเที่ยง โทรทัศน์ทุกช่องออกข่าวการประชุม สว. แล้วเกิดเรื่อง เห็น พล.ต.อ. ประทินสันติประภพชกหน้า นายอดุล สว.แม่ฮ่องสอนที่เดินเข้ามาหา ชกไปสามหมัด ไม่นานนายอดุลออกไปแจ้งความตำรวจใน ข้อหาทำร้ายร่างกาย ต่อมาเมื่อเวลา 13.24 น. มีรายงานของทางการว่าบุชได้ 249 - 221 เสียง มีโฆษกสตรี หรือ spokewoman ของบุชมาพูดรัวลิ้น ทำหน้าตาเอียงไปเอียงมา เหมือนอย่างมั่นใจว่า จะชนะ บุช ต้องการ อีก 21 แครี่ต้องการ 49 ระหว่างนี้ ทางบีบีซี.มี รีพอร์ทเตอร์สาว มา ประจำรายงานข่าวการเลือกตั้งโดยเฉพาะ เธอเผยใบหน้ายิ้มตลอดเวลา แต่ไม่สะท้อนความหมาย ไม่ทราบ เธอเอียงเข้าใคร บุช หรือแครี่ เห็นหน้าขาว วอก มีผมยาวประบ่า เป็นสีทองอ่อน ๆ เส้นละเอียดเหมือนไหม สวมเสื้อสีอ่อน นวล สวมสร้อยไข่มุกพวงใหญ่ ไปเพิ่มประกายทำหน้าเธอขาว โพลน ดูซีด คงใช้เครื่องสำอางค์ฟอกขาวมาก เกินไป ออกสำเนียงชัดเจน และ วางท่วงท่าจังหวะสุขุมดี ภาพของเธอทำให้มองเห็นความฉลาดของฝรั่งสาวอังกฤษ และความไม่ค่อยถือเนื้อถือตัว ของเธอ ต่อมา มีนักวิเคราะห์ออกมาให้ข้อมูลว่า โอไฮโอ เป็นรัฐสำคัญยิ่ง หากบุชได้คะแนนในรัฐโอไฮโอ บุช จะชนะ ไม่ทันไรมีข่าวเคเบิลทีวีช่องเนชั่นแชนแนล ช่อง 0 อ้าง ซีเอ็นเอ็น. ว่าบุชชนะใน โอไฮโอแล้ว แต่คะแนนบุชที่บีบีซี.ยังไม่ขึ้น ถ้าผลโอไฮโอออกมาเป็นของบุช 20 คะแนน บุชก็จะได้ 269 จ่อชัยชนะ เมื่อเหลืออยู่ถึง 7 รัฐ

 

16.30 น. บุชขยับขึ้นไปที่ 254 แครี่ 242 แสดงว่าแครี่แรงขึ้นเพราะห่างกันแค่ 12 คะแนน ยังคงนับ คะแนน โอไฮโอคาดว่ามีผู้ไปใช้สิทธิ์ ถึง 115 ล้านคน ข่าววิ่งข้างล่างออกมาอีกครั้ง ว่า George Bush on course to retain the presidency. จอร์จ บุช ก้าวเข้าใกล้ตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้ง Vote counting continues in Ohio. การนับคะแนนเสียงยังคงเดินหน้าต่อไปในโอไฮโอ

 

17.00 น.  สโรชา พรอุดมศักดิ์ รายงานจากช่อง 3 ในรายการ The Spirit of America ว่าบุชยังนอนไม่หลับรอการประกาศชัยชนะ แครี่ตามมาตลอด ค่อนข้างจะเงียบเหงา เพราะบุช ชนะในเนวาด้า กระนั้นก็ยังไม่ สามารถฟันธงได้ว่าใครจะชนะ วิสคอนซิล เป็นของแครี ๆ ขึ้นมา 252 จ่อบุชอยู่เพียง 2 คะแนน บีบีซี.ไปสัมภาษณ์นายกรัฐมนตรีไทย ดร. ทักษิณ ชินวัตร ดร.ทักษิณว่า ไม่ว่าใครจะ เป็นประธานาธิบดี ก็ไม่กระทบ เศรษฐกิจไทย

 

17.45 น.  บีบีซี. ประกาศว่าบุชชนะใน โอไฮโอ Republicans claim Ohio. พรรครีพับลิกชนะในโอไฮโอ White House convinced Bush has won. ทำเนียบขาวยืนยันบุชได้รับชัยชนะการเลือกตั้งแล้ว (ก็เป็น 274 เสียง) Kerry called Bush to concede election. แครี่โทรศัพท์ถึงบุชให้ปิดรายการการเลือกตั้ง Kerry to make statement at 1800 gmt. แครีจะแถลงยอมรับความปราชัย ณ เวลา 18 นาฬิกา Bush to declare victory at 2000 GMT. บุชจะประกาศชัยชนะ ณ เวลา 20.00 นาฬิกา

 

   ข่าวต่อมา พบว่าเป็นชัยชนะของบุชอย่างท่วมท้นเกินคาด เพราะชนะทั้งสภาล่างและสภาสูง

 

 

 

 

 60 จลาจลที่อำเภอตากใบ จ.นราธิวาส

โทรทัศน์ทุกช่อง 25 ต.ค. 2547

 

เกิดกรณีม็อบตากใบขึ้นในวันที่ 25 ต.ค. 2547 และเหตุการณ์จลาจลเกิดขึ้นหน้าที่ว่าการอำเภอตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อเยาวชนร่วม 200 คนยกพวก ไปยึดบริเวณสนามเด็กเล่นหน้า สภอ.ตากใบ เวลา 08.30 น. เรียกร้องให้ปล่อยผู้ต้องหาคดีปล้นปืน 6 คน และ ค่อยส่งคนมาสมทบ จนเมื่อเวลาเกิดเหตุปะทะจับกุม ฝ่ายก่อการจลาจลยกพวกมากว่า 2,000 คน ในวันที่ 25 ต.ค. 2547 และเปิดการบุกรุกเข้าสู่สภอ.ตากใบเวลา 15.20 น. ทางมภ.4 พล.ท.พิศาล วัฒนวงศ์คีรี จึงสั่ง ต่อต้านด้วยการฉีดน้ำ และยิงแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม และจับกุมผู้ก่อการชุมนุมไว้ประมาณ 300 คน และได้ขนส่งไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เป็นผลให้มีการเสียชีวิตของฝ่ายก่อการริเริ่มถึง 85 คน โดยเป็นการเกิดขึ้นอย่างไม่คาดหมายถึง 79 คนขณะถูกมัดมือไพล่หลังและขนส่งไปค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี เนื่องจากตายเพราะขาดอากาศหายใจและร่างกายอ่อนเพลียเพราะถือศีลอดมาก่อจลาจล

 

 

 

 

 

 61 ร่วมมือร่วมใจ หมอด่าว่าต้องเอางูที่กัดมาด้วยจึงจะรักษา

ไอทีวี จันทร์ 15 พ.ย. 2547 15.00 น.                 

 

2 ทนาย ดังประมาณ เลืองวัฒนะวนิช วันชัย สอนศิริ และ พิธีกรสาวสวยอีก 1 ร่วมมือร่วมใจกัน เรื่องคนไข้ถูกงูพิษขบกัด พอถึงมือนางพยาบาลแห่งนั้น เห็นรัดขามาก็เริ่มต้นด่าว่า เอาเชือกรัดขามาทำไม แก้ออก พอบอกว่างูกัด ก็ด่าอีกว่า ถ้างูกัดจริงแล้วทำไมไม่เอางูมาด้วยล่ะ (เราคนฟังก็ไม่เคยรู้เหมือนกันว่า จะมีคำถามอย่างนี้ ใครจะไปตามเอางูเห่าที่มันกัดเรามาได้ง่าย ๆ เพราะงูมันไม่โง่ กัดแล้วมันก็รีบหนีไป) พอไปถึงแพทย์ ปรากฏว่าเป็นหมอมือใหม่ยังขาดวุฒิภาวะ แห่ง ร.พ.มวกเหล็ก สระบุรี ก็บอกว่า ตะขาบกัด ให้ไปนอนดูอาการก่อน ไม่ดูแลรักษา แม่เห็นลูกอาการหนักขึ้นไปอีกเจียนจะตายก็บอกว่าไม่ใช่ตะขาบกัด งูกัดจริง ๆ ก็ไม่เชื่อ จนคนไข้ อาเจียน แม่และญาติเห็นว่าถ้าอยู่ที่รพ.แห่งนี้ คงตายแน่ จึงขอนำส่ง รพ.มิตรภาพ ขอรถรพ.มวกเหล็กก็ไม่ให้ ต้องวิ่งเต้นหาเอาเอง จนไปถึง รพ.มิตรภาพ จึงรอดชีวิต ทางทนายความของรายการทั้ง 2 ท่าน นำสอบสวน ข้อมูล จากโรงพยาบาลมวกเหล็ก ฟัง ๆ เขาก็หาทางเลี่ยงไป ขาดความรับผิดชอบ ถ้าทางคดีเอาความได้ก็ไม่ น่าจะละเว้น เพราะหมอประเภทนี้มีมาก กริยามารยาทค่อนข้างทราม หมอลามกก็มีมาก อย่านึกว่าอาชีพ หมอจะโกงไม่เป็น ชั่วไม่เป็น ลองเอาเข้าคุกสักราย เป็นตัวอย่าง จะได้สังวรมารยาทบ้าง

 

 

 

  

 

 62 ชุมทางเสียงทอง

ช่อง 7 ศุกร์ที่ 3 ธ.ค. 2547 เวลา 11.30-12.30 น.              

 

รายการก่อนเที่ยงวัน ผู้ชมที่มีรสนิยมละเอียดประณีต คงเหมาะแก่เวลาอาหาร พอดี ชมรายการนี้น่า จะอิ่มอร่อย ด้วยเพลงและอาหารไปพร้อมกัน เป็นรายการที่มีมาตรฐานทีเดียว มีการชิงแชมป์เป็นรายเดือน เพื่อ ส่งเสริมการขับร้องเพลง มีคนมากมายเข้ามาสู่รายการนี้ มีพิธีกร 3 คนแล้ว ก็มีนักร้อง ทั้งนักร้องผู้คร่ำ หวอดบนเวที และนักร้องใหม่ ๆ ผู้ที่มาชิงแชมป์ มีกรรมการผู้ตัดสินที่ทรงคุณวุฒิน่าเลื่อมใส มีโฆษณานักร้องอย่างแมงปอ ชลธิชา ที่ร้องเพลงชุด ตามหาสมชาย, สมชายเปลี่ยนไป, นางสาวแนนซี่ และจ๊อบแอนด์จอย หมอลำพันลาย ชุด “ปลาแดกแลกสะตอ” และมีนักร้องผู้มีผลงานอัลบั้มใหม่คือ ณิชา ดารินทร์ ออกอัลบั้ม สาว เมืองลำปาง แนวเพลงหวาน ๆ ซึ้ง ๆ เป็นไทย เมื่อฟัง ก็ซึ้งไปกับคำว่า น้ำตาหล่น ทำให้รู้สึกว่าลำปาง เมืองเหนือ ยังคงสะท้อนสาวเมืองเหนือที่ชอกช้ำมาในอดีต ตั้งแต่ยุคสาวเครือฟ้า ทำไมน้ำตาสาวชาวเหนือจึงไม่รู้เหือดไปเสียที แม้ยุคที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นชาวเหนือ ดูรายการนี้แล้ว ก็ซึ้งใจกับการเห็น ที่เป็นภาพการต่อสู้ของผู้หญิงในยุคหัวต่อแห่งวัตถุนิยมนี้ มาสร้างความครื้นเครงได้อย่างเหมาะ รายการนี้ พยายามที่จะตรงไปสู่ เป้าหมาย คือ ชุมทาง แห่งนักร้องเสียงทอง มีวงดนตรีมาตรฐาน มีสิ่งที่เห็นอีกอย่างที่น่าสนใจก็คือ รายการนี้ค่อนข้างประกอบด้วย บุคลิกภาพ ของคนที่มาในรายการ ที่เป็นมาตรฐานทีเดียว มีความเป็นศิลปิน แม้ นักร้องใหม่ ๆ ที่มาแข่งขันก็ดูได้บุคลิกภาพที่ดี ๆ ไปด้วยทุก ๆ คน ได้เห็นบุคคลแสดงบุคลิกภาพที่สุภาพ เต็มไปด้วยศิลปะ ความสบายเป็นธรรมชาติและความปรารถนาดี จริงใจ น่าจะดีไปเช่นนี้นาน

 

 

 

 

 63 รายการคุณพระช่วย  โขนนานาชาติ

ช่อง 9 จันทร์ที่ 20 ธ.ค. 2547 เวลา 22.00 น.            

 

ธงชัย ประสงค์สันติ กับพรรคพวก 3 นาย มีทอดด์ ทองดี กับ คุณเท่ง จากชัยบดินทร์โชว์ รวมเป็นสาม รายการนี้นับว่าเด่นด้วยการออกแบบฉากและความหมายของรายการ การแต่งตัวเป็นเอกลักษณ์ ที่สะท้อนความเป็นไทยโดยให้ภาพการมองทางจอแก้วออกมาสว่าง เจิดจ้า คม ชัด และ ลึก ดีมาก วันนี้ เอานาฎศิลป์ รามเกียรตินานาชาติมาแสดง เอานาฏศิลป์เขมรมาให้ทอดด์ ทองดี สัมภาษณ์ด้วยภาษาอังกฤษ ว่านาฏศิลป์ที่นำมาแสดงนี้มีการฝึกมา 24 ปี เอาภาพที่ปรากฏที่นครวัตมาเป็นแบบเครื่องแต่งกายโขนรามายณะ โขนเขมร ตอนหนุมานเกี้ยวนางสุพรรณมัจฉา โขนเขมรเหมือนโขนไทย แล้วเอาของมาเลเซียมา แล้วมีครูมืด มาให้ ความรู้เกี่ยวกับโขน วันละคำ วันนี้มีคำว่า "หาบจะงาม หรือหามจะดี" ซึ่งครูมืดเล่าเรื่อง นิลพัทธ รบลองฤทธิ์กับหณุมาน แล้วพระรามกริ้วว่า มากคนมากความ และส่งนิลพัทธกลับไปเฝ้าเมือง รามายณะจากมาเลเซีย นางสีดาออกมาร่ายรำก่อน ในท่ากังวลถึงพระราม แล้วพระราม ท่าทางดูดุ ๆ และเอาคนดำ ๆ มาเล่น สวมชุด ออกเขียวคล้ำ เลยดูพระรามมืดไปหน่อย ออกจะแปลกไปจากโขนไทย และ เขมร อาจเป็นที่ตัวบุคคลก็ได้ พระเอกหน้าเอเซียหน่อย คือดั้งจมูกหักลงไปหน่อย ส่วนนางสีดามาเลเซียสวยหวานมาก ของมาเลเซียไม่สวม ชฎายอดแหลมอย่างไทย-เขมร แต่เป็นชฎาหัวตัด เอาพุ่มพวงดอกไม้ ประดับด้านบนชฎา ทำให้หน้านางกลมเกลี้ยง ครูจตุรงค์ มนตรีศาสตร์ ให้ความเห็นว่า โขนไทยมีจุดเด่นที่ ธรรมะย่อมชนะอธรรม เราจัดชุดยกทัพไปรบกันระหว่างธรรมะและอธรรม เสมอ

 

คุณจิตรา มลิวรรณ จาก อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ ได้รับรางวัลขิม จับสลาก รายการคุณพระช่วยเอาโขนไทยมาชมอีกครั้ง แบบว่า รีเพลย์

 

ที่จริง โขนไทยก็คือ น่าเบื่อ เห็นแต่ลิง กับยักษ์ พอออกมาก็เต้น ลิงเต้นลิง ยักษ์เต้นยักษ์ เหมือนเดิม น่าเบื่อ เพราะทำอยู่แค่นี้มาร่วม ๆ ร้อย ๆ ปีแล้ว น่าคิดว่า จะมีสักกี่คน ที่ซาบซึ้งมี ความสุข สงัดในศิลปะอันเลิศประเสริฐจริง ๆ อย่างวันนี้ ดูโขนมาเลเซียน่าชมกว่า เพราะแปลก ไม่เคยเห็น และดูของกัมพูชาแล้ว ทำให้นึกไปถึงท่านคึกฤทธิ์ ปราโมช ท่านเคยวิจารณ์โขนไทย โขนเขมรไว้ ท่านว่าโขน นางไทย เดี๋ยวนี้ ชอบทำตากับคนชม ทำเป็นยิ้ม ๆ บ้าง ชายตาบ้าง ซึ่งไม่ใช่แบบดั้งเดิมของโขนไทย แต่ แบบดั้งเดิมนี้กลับไปปรากฏที่เขมร คือโขนนางเขมร จะวางสายตาไม่ให้ยินดียินร้าย ปราศจากความรู้สึกกับสิ่ง ภายนอก ท่านคึกฤทธิ์คล้ายจะมองเลยไปว่า นั่นเป็นธรรมะในนาฏศิลป์ที่ลึกซึ้ง

 

 

 

 

 

 64 เมืองไทยเช้าวันนี้ สมัครว่านักวิชาการมองด้านเดียวกรณีโจรใต้

ช่อง 5 จันทร์ ที่ 15 พ.ย. 2547 06.40 น.           

 

สมัคร สุนทรเวช กับ ดุสิต ศิริวรรณ ออกมาวิพากษ์เหตุการณ์บ้านเมือง วันนี้ เรื่องนักวิชาการจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นเพียงคำอ้างว่ามีจำนวนถึง 114 คนเข้าชื่อเสนอนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายสามจังหวัดภาคใต้ และแนวคิดของนักวิชาการเหล่านี้มีความสอดคล้องกับความคิดของหมอประเวศ วะสี และ ดร.เขียน ธีรวิทย์ คุณ สมัครว่านักวิชาการลำเอียง ไม่เป็นธรรม เพราะมองด้านเดียว ไม่แสดงออกซึ่งความเข้าอกเข้าใจผู้บริสุทธิ์ที่ถูกฆ่าตายรายวัน อ้างตัวอย่างดี คือฉลามเขียวที่เขียนไว้ว่า สถานการณ์โจรใต้ทำให้แดนใต้สุดนองไปด้วยเลือดของ ประชาชนไทยผู้บริสุทธิ์ ที่น่าเจ็บใจที่สุดคือข้อวิพากษ์ของดร.เขียน ธีรวิทย์ ที่เสนอให้ยกเลิกความผิดแก่โจรก่อ การร้ายภาคใต้ ทั้งสมัคร สุนทรเวช และดุสิต ศิริวรรณ เห็นค่อนข้างตรงกันว่า นักวิชาการเหล่านี้ค่อนข้างขาด ความรอบคอบ ขาดวุฒิภาวะ ไม่สมกับคำว่านักวิชาการ คุณสมัครว่า "นักวิชาการไม่มีสติปัญญาที่จะคิดถึงเรื่อง เช่นนี้" สงสัยว่าเป็น ดร.มาได้อย่างไร ระบบการศึกษาไทยเป็นอย่างไร ในขณะเดียวกันมีผู้ชมรายการส่งความเห็นเข้ามามากมาย ล้วนเห็นด้วย กับพิธีกรอาวุโสทั้งคู่ ส่วนมากกล่าวว่านักวิชาการเสนอสิ่งไร้สาระ เบา อ่อน ขอให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีทำงานต่อไป บางคนแสดงความสงสัยว่านักวิชาการพยายามจะล้มรัฐบาลโดยเอาเหตุการณ์ภาคใต้มาเป็นชะนวน ผู้ชมบางคนให้ความเห็นค่อนข้างรุนแรงขนาดเสนอให้ยิงทิ้งผู้ก่อการร้ายเสียเลย มี เสียงจากปัตตานีแดนใต้เอง ว่าไม่เห็นด้วยกับคณะนักวิชาการและอาจารย์ 114 คนนั้น ที่จะให้นายกรัฐมนตรี ขอโทษ กรณีจลาจลที่นราธิวาส พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า นักวิชาการเหล่านี้เป็นแนวร่วมผู้ก่อการร้ายหรืออย่างไร ทำไมครูอาจารย์จึงไม่คิดถึงบ้านเมือง คงเป็นประเภทอิจฉาตาร้อน เห็นใครดีไม่ได้ เห็นใครได้ไม่ดี มีผู้ชมให้ข้อ สังเกตว่าหมอประเวศ ชอบใช้คำรุนแรงเมื่อวิจารณ์รัฐบาล เช่นคำว่า ติดกับตัวเอง และคำว่านองเลือด มีคำแก้ตัวให้ท่านว่าเพราะท่านเรียนมาทางโลหิตวิทยา พื้นฐานท่านมาอย่างนั้นจึงพูดถึงเรื่องโลหิตเป็นธรรมดาติดปาก แต่คุณสมัครว่า "ผมนี่แก่กว่าหมอ ประเวศ แต่ไม่มีใครว่าผมเป็นราษฎรอาวุโส" ขอให้หมอประเวศโทรเข้า มาและร่วมแสดงความเห็นในรายการด้วย แต่ไม่ปรากฏว่าหมอประเวศโทรเข้ามาแต่อย่างไร ผู้ฟังบางคนชมว่าวิเคราะห์ไปตามเนื้อผ้าดี แม้คนไทยในสหรัฐอเมริกาที่รับชมรายการอยู่ก็อดแสดงความเป็นห่วงบ้านเกิดเมืองนอนไม่ได้ ได้ส่งข่าวเข้ามาในรายการว่า เห็นด้วยกับทางรายการที่วิเคราะห์นักวิชาการไทยทุกประการ และจะมาเยี่ยมชมและ ร่วมรายการด้วยในเร็ว ๆ นี้ เพราะกำลังเตรียมเดินทางกลับมาเยี่ยมเมืองไทยอยู่พอดี 

 

 

 

 

 

 65 สาธารสุขจะเร่งให้ความรู้ทางเพศต่อไป

ไอทีวี จันทร์ 15 พ.ย. 2547 16.00 น.                    

 

ข่าวกระทรวงสาธารณสุข นางสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ รมว.สาธารณสุข ออกมาว่าผู้หญิงมีความเสี่ยง ในการติดเอชไอวี สามเท่าตัว เนื่องจากขาดความรู้ในการป้องกันตัว จะเร่งให้การศึกษา เพื่อให้เยาวชนรุ่นใหม่เข้าใจเรื่องเพศ รายละเอียดไม่มี น่าคิดว่า สังคมไทยก็ได้เร่งสอนเพศศึกษามาหลายปีแล้ว แต่ผลกลับทำ สังคมเด็กเลว ลง จนกระทั่งเด็กมีเพศสัมพันธ์กันลดต่ำลงมาเรื่อย ๆ จนดังกระหึ่มเมื่อมีการอ้าง ผลงานวิจัยล่าสุดว่า มีเพศสัมพันธ์กันต่ำที่สุดในโลก คือ 8 ปี

 

กระทรวงสาธารณสุขก็ยังไม่เฉลียวคิดว่า ที่สอนเพศศึกษามาเรื่อย ๆ ตั้งแต่จัดทำคู่มือวัยใส เมื่อ 5-6 ปีก่อน ให้โครงการความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์อย่างละเอียด ถึงขนาดสอนว่าใสถุงยางอนามัยใส่อย่างไร การที่ สถานการณ์เลวร้ายลงไปเรื่อย ๆ เป็นเพราะโครงการต่าง ๆ ที่ยั่วยุ ปลุกกามารมณ์ของเด็กวัยรุ่น เด็กนักเรียน นั่นเอง จึงน่าจะลองทบทวนแนวคิดเดิม ๆเสีย ที่กล่าวว่าจะเร่งให้การศึกษาทางเพศไปอีก ถ้าเป็นแนวคิดแบบเดิมอยู่ ก็น่าจะไม่เป็นผลดีขึ้น มีแต่จะเลวลงไป คือการเร่งให้เด็ก ๆ รู้เรื่องเพศ สอนเรื่องเพศให้เด็ก เตรียมตัวกันไปปฏิบัติการทางเพศ อันเป็นผลให้เกิดการปลุกเร้าความปรารถนาทางกามารมณ์ขึ้นมาแต่วัยเด็ก ๆ และการสอนเพศศึกษาแบบยั่วกามารมณ์เช่นนั้น เราจะระมัดระวังอย่างไรเพื่อไม่ให้เด็ก ๆ เสพกามกันก่อนวัย อันเป็นการผิดศีลธรรมทางศาสนา เราจึงน่าจะคำนึงถึงหลักการทางศีลธรรมด้วย กล่าวคือ เราสอนเพศศึกษาไปด้วยแต่ต้องให้เกิดสำนึกในศีลธรรมด้วย นั่นคือ ระวังรักษาศีลข้อที่ 3 ให้ได้ด้วย เพราะสังคมเราเป็นสังคมที่ เชื่อถือเลื่อมใสในศีล คนไม่รู้จักศีลคือคนป่าเถื่อน และศีลก็เป็นบทบัญญัติของท่านผู้รู้แจ้งเห็นจริงคือพระพุทธเจ้าและแม้สาวก ของพระพุทธเจ้าก็เรียกร้องให้ศีลธรรมกลับมาในยุคนี้ เพราะศีลธรรมไม่กลับมาโลกาจะวินาสน์

 

ฉะนั้น น่าจะตั้งสติให้ถูกว่า การสอนเพศศึกษา อย่าให้เป็น การสอนที่ผิดศีลธรรม และที่ถูกน่าจะเร่งสอนศีลธรรมควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เด็กห่างไปเสียจากความรู้สึกนึกคิดในทางกามารมณ์ นี่จะป้องกันได้ดีกว่า

 

มาวิเคราะห์ในด้านวัฒนธรรมไทยอีกแง่มุมหนึ่ง เท่าที่มีการสอนเพศศึกษามาแล้ว แม้การสอนก็ไม่สอด คล้องวิถีวัฒนธรรมไทย เพราะผู้หญิงในวัฒนธรรมไทยจะสงวนตัว คือรักนวลสงวนตัวไปจนกว่าจะมีการแต่งงาน จึงจะเสพกาม แต่การสอนเพศศึกษา ไม่คำนึงว่าจะทำลายวัฒนธรรมดีงามเช่นนี้ มีแต่จะทำให้เด็กใจแตกไปกันใหญ่ กลับเป็นปัญหามากไปกว่าเดิมอีก หากเราสอนเพศศึกษาโดยประยุกต์เข้ากับวัฒนธรรมอันดีงาม เช่นให้เกิดการรักนวลสงวนตัวขึ้น ก็จะเป็นอาวุธที่ป้องกัน เชื้อเอชไอวี ก็น่าจะได้ประโยชน์ทั้งด้านป้องกันโรคเอดส์ ทั้ง 2 ด้าน ก็จะป้องกันเอดส์ได้ดีกว่า หากเราบริหารงานด้านนี้ไปโดยไม่เข้าใจว่าวัฒนธรรมคืออะไร ศีลธรรมคืออะไร แล้ว ย่อมนำสังคมเด็กไปสู่อันตรายอย่างแน่นอน

 

อีกประการหนึ่ง เรื่องการให้การศึกษาทางเพศนี้ กระทรวงสาธารณสุขไม่เคยถามกระทรวงศึกษาธิการเลยเพราะที่กระทรวงศึกษาธิการ ล้วนมีผู้ทรงคุณวุฒิ แม้ครูคนหนึ่งที่บ้านนอก เขาก็รู้จักเด็กดี ยิ่งกว่าหมอที่กระทรวงสาธารณสุข ไม่เคยถามว่าเห็นด้วยเพียงไรหรือไม่ มาแทรกแซงเด็กในปกครองของเขา จนขณะนี้เอดส์ระบาด มิใช่เพราะขาดความรู้ทางเพศศึกษา แต่ความรู้นั้นกลายเป็นดาบคมร้ายขึ้นมา ทำให้สังคม กำหนัดกามร้อนระอุ ขึ้น เพราะกระทรวงสาธารณสุขปลุกกามารมณ์ของเด็กนักเรียนนักศึกษาขึ้นมา จนเจียนจะเป็นเหมือนอาฟริกาใต้ เข้าไปทุก ขณะแล้ว เพราะมองปัญหาแบบเดียวกัน แต่ที่เราต่างจากอาฟริกา เพราะอาฟริกาไม่มี ส่วนเรามี วัฒนธรรมและคำสอนทางศาสนา ที่เป็นคำสอนของผู้รู้แจ้งจบในเรื่องกาม ราคะ ตัณหาทุกชนิด เราจึงควรจะคิด วิธีการทางศาสนาพุทธเข้ามาช่วยแก้ปัญหาด้วย อย่างน้อยก็เป็นการเตือนสติ ให้รู้ผิดรู้ถูก

 

เราควรจะตรวจสอบดูอย่างละเอียดสักหน่อยว่า การสอนเพศศึกษาทำให้เด็กหน้าด้าน ไร้ยางอายขึ้นหรือไม่ หากพบเช่นนั้น แล้วเราพอใจเช่นนั้น ก็ถือว่าประพฤติผิดไปจากครรลองศาสนา ใช้วิธีการผิดไปจากหลักการทางศาสนา

 

เพราะทางศาสนาสอนให้ปรามกามารมณ์ด้วยการให้ได้อาย จะเห็นจากพระวินัยบัญญัติ ในพระปาฏิโมกข์เรื่อง สังฆาทิเสส พระสงฆ์สาวกประพฤติผิดวินัยข้อสังฆาทิเสส มีทำอสุจิให้เคลื่อนด้วยเจตนา เป็นต้นท่านจะปรับอาบัติลงโทษด้วยการให้ได้อาย สงฆ์ผู้ทำผิดจะต้องอยู่กรรมที่สี่แยก(จำเพาะว่าเป็นทางสี่แยก) ซึ่งเป็นที่โล่งแจ้งคนไปมาทั้งสี่ทิศสามารถมองเห็น เพื่อให้พระภิกษุทั้งหลายที่ผ่านไปผ่านมาทั้งสี่ทิศมองเห็น และเมื่อมีพระภิกษุผ่านมา จะกี่รูปก็ตาม กี่ครั้งก็ตาม ก็จะต้องวิ่งไปกราบท่านทุกรูป ๆ ทุก ๆ ครั้ง โดยไม่คำนึงพรรษา และรายงานตนต่อภิกษุเหล่านั้น ว่าผิดวินัยสังฆาทิเสสต้องอยู่กรรมเท่านั้นวันเท่านี้วัน และต้องทำเช่นนี้ไปจนกว่า จะครบกำหนดอยู่กรรม นี่คืออุบายให้ได้อาย ก็จะเข็ดขยาด ไม่กล้าทำผิดอีก แล้วพอ อยู่กรรมครบกำหนดแล้วก็ต้องมีหมู่สงฆ์วีสติวรรค คือ 20 รูป มาให้ อัพพานจึงจะพ้นมลทินโทษ เข้าสู่สถานะเดิมผู้บริสุทธิ์ นี่คือเทคนิคการบำราบข่มขี่มาร คือกามกิเลส ที่มีประสิทธิภาพ จึงนำสาวกพ้นกามตัณหาสู่พระนิพพานได้

 

ส่วนแนวนโยบายกระทรวงสาธารณสุข หรือของรัฐบาลนี้ ไม่ได้คิดถึงหลักศีลธรรมเลย มีแต่ยั่วยุ ให้เด็กกระทำผิดศีลธรรมมาโดยตลอด เพราะนอกจากไม่เอาโทษแล้ว ไม่มีการตำหนิให้ได้อาย อันเป็น อุบายการแก้กามารมณ์แล้ว ยังไปแนะนำต่อไปอีกว่าการจะเสพกามทำอย่างไร อีกด้วย ซึ่งนี่คือประเด็นของการไม่คำนึงทาง ศีลธรรมและวัฒนธรรมของชาติ การสอนให้รู้เพศศึกษาเป็นการดี แต่เราต้องร่วมกับทางศีลธรรมและวัฒนธรรมของชาติด้วย คือ อย่าสอนให้เขาเสพกาม สอนให้เขารักนวลสงวนตัวไปด้วย จึงจะเป็นการมองครบถ้วนทุก องค์รวมของเพศศึกษา

 

ขณะนึ้ เมื่อเราไม่มองด้านวัฒนธรรมและศีลธรรม เพราะความเขลาไม่เข้าใจคุณค่าของศาสนธรรม และ วัฒนธรรมของชาติ ก็กลายเป็นการมองด้านเดียว เอาวิธีการเดียวมาใช้ จึงไปเพิ่มความรู้ในทางที่จะฉ้อฉลเอา ประโยชน์ เข้าทำนองคนหัวหมอ ยิ่งรู้มากยิ่งเอาเปรียบสังคม ก็ยิ่งกลายเป็นโทษ ที่เห็น ขณะนี้ก็คือ ยิ่งนานไปก็ยิ่งหลงงมงายสอนไปจนขนาดเอาของจริงมาแสดงให้เด็กหนุ่มสาวเยาวชนดู แล้วไปจบลงว่า ไม่ห้ามในการร่วมเพศแต่ขอให้รู้จักรักษาความปลอดภัย ซึ่งเป็นการยุ และเป็นการสอนด้านเดียว โดยไม่คำนึงศีลธรรมและวัฒนธรรม ของชาติ

 

ดังจะเห็นจากการสอนเพศศึกษาของโรงเรียนสตรีวิทยา ที่เอามาสาธิต ในรายการเล่านอกรอบ ช่อง 9 เมื่อวันอังคารที่ 30 พย.2547 เวลา 2100 น. โดยอาจารย์นีรยา ฐิติโกศล ครูสอนสุขศึกษา ให้เห็นของจริง ที่เป็นเครื่องเพศ ทั้งของชายและหญิง มีส่วนประกอบของเครื่องเพศ อย่างไร แสดงการ ถอดเป็นชิ้นส่วน แล้ว ประกอบเป็นรูปร่างของจริงอย่างไร แล้วเลยไปถึงเรื่องการร่วมเพศ อธิบายว่าทำอย่างไร อย่างไรที่เรียกว่าการ ร่วมเพศ ก็ทำมือทำไม้ให้ดู แล้วแนะนำว่าเวลาจะร่วมเพศต้องสวมถุงยางอนามัย ก็สวมให้ดู สวมเข้าไปในเครื่องเพศที่พร้อมจะทำงาน แล้วมีการเปิดวีซีดี ภาพจริงให้ดูอีกด้วย ครูคนนี้ บอกด้วยความภาคภูมิใจว่า สถานศึกษาอื่น ๆ ควรจะมีการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนเพศศึกษาแนวนี้ เอาแบบที่เห็นของจริงนี้จะได้สนอง ความอยากรู้อยากเห็นของนักเรียนนักศึกษา ทำให้นักเรียนมีความสนใจใคร่เรียนดี

 

ซึ่งวิถีทางการสอนแบบวัตถุนิยมเช่นนี้ ก็จะพัฒนาต่อไปอีก จากการสาธิตวันนี้ ของจริงที่ได้เห็นยังห่างไกล จากของจริงอยู่มาก และวิธีปฏิบัติแห่งเพศก็ห่างไกลจากที่คนคู่ปฏิบัติกันจริง ๆ อยู่มาก ซึ่งเมื่อคิดไปตามแนวความคิดของครูผู้สอนนี้แล้ว ก็ยังคงเป็นการสอนที่ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์อยู่อีก ต้องพยายามให้ดียิ่งขึ้น ไปกว่านี้และให้เห็นของจริง ๆ ยิ่งขึ้นไปกว่านี้ ต่อไป คุณครูท่านนี้ก็ต้องคิดขยับขยายงานสอนของท่านแบบที่ให้ เห็นของจริงที่จริง ๆ ยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีก และที่ง่าย ๆ ก็คือ ของสด ๆ ที่น่าจะหาได้ง่าย ๆ ในชั้นเรียนอยู่แล้ว ท่านก็ จะสอนไม่ให้อาย ก็อาจเอาของจริง ๆ ที่นักเรียนมีอยู่ออกมาประกอบการสอน หรือเอาของครูผู้สอน คือของอาจารย์นีระยาเองมาสาธิตให้นักเรียนดูก่อนก็ย่อมได้ และในที่สุดก็จะเป็นการสอนเรื่องการสัมพันธ์ทางเพศ ก็จะเป็นการปลุกกระตุ้นกามารมณ์กันขนานใหญ่ขึ้นในสังคม ๆ ก็กลายเป็นสังคมบ้ากามกันไปทั่ว และผลก็เลว ร้าย สิทธิมนุษยชนก็จะถูกละเมิด ศีลธรรมก็จะเสื่อมโทรมลงไป

 

ดังเช่นกรณีครูดอย ครูเอ็มมา ที่เป็นข่าวใหญ่และรายการถึงลูกถึงคน ช่อง 9 ได้เชิญมาแถลงชี้แจงให้คนรู้เรื่องราวขึ้น ในเดือนธันวาคม 2547 ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการสอนเพศศึกษาขึ้นมา ก็ เพราะนักเรียนบนดอยบนป่าเขา ได้รู้เรื่องเพศศึกษาและเพศสัมพันธ์ขึ้นมา โดยรู้ทางเดียวคือเรื่องเพศ ไม่มีเรื่องศีลธรรมและวัฒนธรรมมาเกี่ยวข้อง จึงพากันขาดความละอาย ก็เกิดกามารมณ์ ขึ้นจนถึงระดับใจแตกแต่เด็ก ๆ เมื่อไม่มีทาง ออก จึงร่วมมือกับเพื่อนนักเรียนด้วยกัน 3 คน หลอกครูเอ็มมา ซึ่งเป็นครูอาสาสมัครสอนในดอย มา 20 ปีแล้ว และเป็นครูของตนเอง ไปรุมโทรม อย่างไม่อับอาย แล้วพอเกิดเรื่องขึ้น ถึงกลับกล้าขอแต่งงาน กับครู อีกด้วย

 

ที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นก็เพราะระบบการสอนเพศศึกษา มองไม่ครบองค์รวมของประโยชน์อันสมบูรณ์ นั่นเอง เมื่อมองด้านเดียวผลร้ายทางการละเมิดทางวัฒนธรรม และสิทธิมนุษยชน ก็เพิ่มขึ้น ศีลธรรมก็เสื่อมโทรม เนื่องจากการมองด้านเดียวนำภัยมาให้ อันเป็นภัยใหญ่ทางกามารมณ์ ถ้าเราเป็นนักวิจัย ควรหัดวิจัยชีวิตตนเอง ที่ เคยผ่านชีวิตขั้นตอนต่าง ๆ มาแต่เด็ก ๆ ตราบจนโตเป็นผู้ใหญ่ บัดนี้แล้ว ก็จะเห็นได้ว่า กามารมณ์ เป็นสิ่งที่ ปลุกขึ้นได้ สำหรับเด็ก ๆ การปลุกเซกซ์ก็จะมีผลให้อายุการแต่งงานเร็วขึ้น ในสภาวะที่ขาดวุฒิภาวะมากขึ้น ก็ กลายเป็นปัญหาสังคม ยิ่งมีรายงานการวิจัยบางชิ้นออกมาว่าว่าเด็กไทยเสพกามตั้งแต่ 8 ขวบ ก็ยิ่งน่าระวังว่าเป็นผลของการปลุกเซกส์จากการเรียนการสอนเพศศึกษาที่ไม่ครบองค์รวม ดังมีตัวอย่างในสมัยแรก ๆ ที่เริ่มมีหนังโป๊ะเข้ามาฉายในสังคมกรุงเทพ ก็ได้มีตัวอย่างที่น่าศึกษาเกิดขึ้นเรื่องหนึ่ง ที่เป็นเรื่องเล่าเป็นอุทาหรณ์ในหมู่นักเที่ยวกลางคืน และเพลบอยทั้งหลาย

 

กรณีหนุ่ม สาว ผัวเมีย ระยะข้าวใหม่ปลามันคู่หนึ่ง พากันชวนเพื่อนบ้านไปดูหนังเซกส์ อ้างว่าเปลี่ยน บรรยากาศและเพื่อความสนุกนอกบ้านเป็นครั้ง ๆ คราว ๆ ก็ชวนเพื่อนสนิทกัน พาเมียของตน ๆ ไปดูด้วยกัน สมัยนั้นหนังเซกศ์เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ตำรวจจับ ก็มีสถานที่ที่รู้กันจึงจะไปถูก มักจะอยู่มิดชิด และมีสมาชิก ของตนโดยเฉพาะ พอเข้าไปก็มืดตึ๊ดตื๋อ สะดือชนกันก็ไม่รู้ว่าของใครของใคร หนังเซกส์ก็คือหนังที่สอนเพศ สัมพันธ์หรือแสดงการร่วมเพศกันนั่นเอง มีการร่วมเพศกันนับร้อยท่า โดยเลียนแบบมาจากกามสูตรของฮินดู โดยมองจากพวกกาดำคนติดเอดส์ว่า เป็นการเรียนเพศศึกษาอย่างละเอียดทุกแง่ทุกมุม ลึกซึ้ง แต่ท่านจะพิสูจน์ ได้ด้วยตนเองว่า คนดี ๆ กลายเป็นคนลามกอนาจารไปได้อย่างไร พอเริ่มฉายก็จะมีฉากสถานที่ออกมาก่อน เช่นหาดทราย บังกาโล ห้อง เตียงนอน แล้ว มีหญิงสาวออกมาผู้แสดงมักได้จากโสเภณี หน้าตาดีหน่อย (แต่สมัยนี้อาจจะได้คุณภาพกว่า แม้เด็กไร้เดียงสาก็หาได้ เช่นกรณีชวนเด็กสาวอายุ 15 ปีไปถ่ายวีซีดีลามก แล้ว10 หนุ่มกลัดมันรุมจนเตียงหัก เป็นข่าวต้นเดือน ธ.ค.2547) สวมผ้าบาง ๆ เพราะ อากาศร้อน เธอก็ทำชะวับชะแวบ ทำผ้าหลุดเผยให้เห็นของ ๆ เธอทั้งส่วนบนส่วนล่างบ้าง อย่างนี้คนสมัยนั้นหรือสมัยนี้ก็รู้ เรียกว่า ปลุกใจเสือป่า ทุกคนคงได้ยินคำนี้มาแล้ว แม้จะเรียนหมอก็คงได้ยินเพราะหมอก็เคยเป็นหนุ่มมาเหมือนกัน และเมื่อตีความก็คือเป็นการปลุกอารมณ์ทางกามให้ค่อยตื่นขึ้น ๆ นั่นเอง ต่อมาหนังก็ให้เห็นภาพชายหนุ่มร่างกำยำแข็งแรง ออกมาจากห้องน้ำ มายืนโชว์สัดส่วนและอะไรที่ตึง ๆ เป็นท่อนอยู่ช่วงกลางตัว พอมาถึงตอนนี้ มีอารมณ์อะไรเกิดขึ้น เราทุกคนก็รู้ดี แล้วห้ามได้หรือเปล่า เปล่าเลย แต่หนังเซกส์นั้นปลุกอารมณ์กันไปอย่างสุด ๆ โดยใช้ศิลป การแสดง ค่อยเร้าอารมณ์ให้ค่อยร้อนไป ๆ จน ในที่สุดสุดที่จะกลั้นความอับอาย ผัวกับเมียก็ทนไม่ได้เข้ากอดกันทำไปอย่างเดียวกับที่หนังทำอยู่ ทีแรกก็คู่ใครคู่มัน พอนาน ๆ ไปก็มั่ว (เพราะเตรียมจะมั่วมาแต่แรกแล้ว) ไม่รู้คู่ใครเป็นคู่ใคร เพราะมืดทั้งไฟ และมืดตัณหา และหนังก็มีฉากเลิฟซีนหลายฉาก มีท่าเสพกามกันหลายท่า หลายทาง ออกพิษทางกามไปแปลก ๆ เนิ่นนาน เพราะคนจัดกะเวลาได้พอเพียงที่จะจัดการกับความหื่นกระหายของคนให้ได้เต็มที่ ครั้นพอเสร็จรายการ หนังจบ ไฟสว่างขึ้น พบว่าคนที่นอนกกอยู่เป็นเมียเพื่อน ส่วนเมีย ตนเองหายไป ต้องตามหา พบว่าไปร่วมเพศอยู่กับชายนิรนาม เป็นพวกแอบแฝงมาตีกินฟรีไป ก็แค้น แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร แล้วต่อมาเมียก็ตั้งท้อง แล้วต่อมาก็ ด่าว่ากันต่าง ๆ นานา แล้วต่อมาครอบครัวก็แตกหักต่างคน ต่างไป กลายเป็นปัญหาสังคมขึ้น เกิดสร้างบาปกรรมแก่เด็ก ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องใดเลยกับเหตุการณ์

 

นี่คือตัวอย่างที่นำมาอ้างอิงให้เห็นชัดเจนว่าการปลุกเซกส์นั้นสามารถทำได้ และเมื่อปลุกเซกส์ขึ้น แล้ว ก็ใจแตกกันตั้งแต่เด็ก ๆ เหมือนเด็กนักเรียนชั้นประถมในอเมริกา ตามที่นักเที่ยวกลางคืนหรือเพลบอยคนไทย เคยมีประสบการณ์มาเมื่อประมาณ 40 ปีก่อน เล่าไว้ ว่าเพียงเด็กชั้นประถมศึกษา ก็มีความรู้เจนจัดยิ่งกว่า ชาย ไทยอายุกลางคนอย่างพวกเขา พวกเขาเป็นเพียงนักเที่ยวลิ้มลอง เล่าว่าที่ไหนก็ไม่เหมือนอเมริกา เพราะ พวก เขาได้พบเด็กหญิงอเมริกัน 3 คนที่บาร์เต้นรำ ชายไทย 4 คนก็ถกกันว่าใครคนหนึ่งจะต้องอยู่ เด็กประถมศึกษาหญิงอเมริกันว่า ไม่เป็นไร ชาย 4 หญิง 3 ก็ได้ (ชายไทยไม่ชำนาญเท่า เพราะไม่รู้วิธีการแบบชาย4หญิง3จะเสพอย่างไร แต่เด็กอเมริกันรู้ดีกว่า) ก็ไปเสพสังวาสกันแบบนั้น ๆ จนเกือบ จะรุ่งแจ้ง จึงเอาเด็กไปส่งที่บ้าน ขณะไปส่ง รถวิ่งอยู่นึกคะนองก็พากันเสพกามกันไปบนรถนั้นไปตลอดทาง แสดงให้เห็นว่าเมื่อกามถูกปลุกขึ้นแล้วก็เมามันในกามารมณ์อย่างสุดขีด ไปถึงบ้านแม่ก็ด่าแหลกราญ แบบระอาจริง ๆ เมื่อวิเคราะห์ก็จะพบว่าเป็นเพราะ เด็กใจแตก และเด็กไทยกำลังจะเป็นเช่นนั้นมากขึ้น เพราะการสอนเพศศึกษา อย่างไม่คำนึงองค์รวมของการ ศึกษา

 

และบัดนี้ เราจึงเสนอให้มององค์รวม ว่าการสอนเพศศึกษาจะต้องมอง 3 ด้าน คือ

 

1.    วิชาความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขอนามัยทางเพศ และต้องมีศิลปะในการสอน

2.    วิถีวัฒนธรรมไทย ที่ต้องสอนให้รู้การรักนวลสงวน ตัว รู้รักในเกียรติยศของความเป็นชาย และ  ความเป็นหญิง รู้สิทธิมนุษยชนที่สร้างศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ และ

3.  ศีลธรรมและวัฒนธรรมทางศาสนา อย่าประพฤติผิดศีลข้อ 3 ให้มีความละอาย ระวังทุจริตทางกาย วจี และมโนกรรม(อย่าคิดอกุศล ลามกอนาจาร)

 

ลองวิเคราะห์ให้เห็นความจริงว่า ถ้าศีลธรรมไม่กลับมาโลกาจะวินาสน์ หากนับถือบูชาพระพุทธศาสนาและเป็นชาวพุทธอยู่ เราต้องการ ความรู้สามด้านนี้ มาช่วยบูรณาการการศึกษาทางเพศศึกษาในสังคมไทยเรา เพื่อประโยชน์เบื้องต้นคือได้ความรู้ไปแต่ใจไม่แตก และเพื่อความมีวุฒิภาวะรอบด้านที่ช่วยเหลือตนเองเอาตัวรอดได้ตามกาลสมัย ไม่ เป็นภัยแด่ตัวเอง และทั้งยังจะอนุเคราะห์ให้ศาสนิกชนต่างศาสนาโดยเฉพาะอิสลาม ที่เคร่งครัดในวัฒนธรรมศาสนา มีความสบายใจขึ้น ว่าหลักสูตรการสอน เพศศึกษาในโรงเรียน จะไม่ไปทำลายศีลธรรมและวัฒนธรรมอันดีงามของพวกเขาเช่นเดียวกัน

 

 

 

 

 66 คุยคุ้ยข่าว  วีซีดีลามก

ช่อง 9 ศุกร์ที่ 3 ธ.ค.2547 21.40 น.               

 

ข่าวเรื่องหลอกเด็กสาวอายุ 15 ปีไปถ่ายวีซีดีลามก คุยคุ้ยข่าวให้กระจ่างแจ้ง รู้อะไรต่ออะไรชัดเจนขึ้น กนก รัตน์วงศ์สกุล กับ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ถามตำรวจว่า ข้อหาเป็นอย่างไร ก็ต้องเป็น หลอกลวงเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ข่าวเดิมว่าตำรวจไปบ้านที่ถ่ายทำมา พบร่องรอยหลายอย่าง เป็นที่ชุมนุมมั่วเซกส์กันจน เตียงหัก ผู้ชายก็เป็นโขลง การพบถุงยางอนามัยถึง 10 ถุงหมายถึงถูกรุมโซมจากชาย 10 คน หรือไม่ก็ยินยอม รับทั้งกองทัพ เช่นนั้นละกระมัง และเธอก็คงได้ประสบการณ์อย่างเมามันไปอีกแบบหนึ่ง จนเตียงหัก ผู้หญิงแค่เด็กสองคน สองสาวไปได้เงินเพียง 5,000 บาท เป็นค่าแสดงลามกอนาจาร แต่ค่าตัวได้เท่าไหร่ คุยคุ้ยข่าว ไม่ยอมคุย เราว่าอะไรที่ควรตำหนิดัง ๆ ก็ควรตำหนิบ้าง ไม่งั้นเด็กอื่นจะไม่รู้ ไม่เข้าใจ และไม่ยำเกรง เราเห็นว่า สิ่งที่ลูกผู้หญิงควรจะสำนึกให้มากก็คือ ศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงอยู่ที่ไหน มีผู้หญิงส่วนหนึ่งเรียกร้องศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง เพื่อความเท่าเทียมกันทางเพศ แต่ผู้หญิงวัยรุ่น ๆ เช่นนี้กลับไม่รู้จัก พยายามทำลายศักดิ์ศรีของตนเองอยู่ แล้วอยู่เล่า โตมาแล้วรู้หรือไม่ว่าศักดิ์ศรีของผู้หญิงอยู่ที่ไหน รู้จักความเป็นคน หรือ human right บ้างหรือไม่ ไม่มีใครสอนเรื่องเหล่านี้แก่เด็ก มีแต่สอนเพศศึกษา ที่ปลุกกามารมณ์ หรือสอนกันแต่เรื่องจะทำตนให้ตกต่ำ ด้วยการฝังอารมณ์ทางเซกส์เข้าไปในจิตใจความรู้สึกของเด็กในนาม เพศศึกษา คำว่า รักนวลสงวนตัวไม่รู้จัก คำว่าศีลธรรมไม่รู้จัก จึงถูกย่ำยีศักดิ์ศรีอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่นึกละอายใจ แล้วยังรุ่นหนุ่มสาวอยู่ ต่อไปก็คงใจแตกเละเทะ เพราะกามารมณ์รุมเร้า หรือไม่ก็เป็นปัญหา สร้างปัญหาให้บิดามารดาต่อไปต่อสังคมต่อไปอีก น่าจะมองเหตุผลตรงนี้ให้ล่วงหน้าเอาไว้          

 

 

 

 

 

 67 ทสึนามิ 26 ธ.ค. 2547 สูญเสีย 156,063 คน

ทสึนามิ วันที่ 26 ธันวามคม 2547 เวลา 10.00 น.      

 

 ผลของทสึนามิ ในวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ก็คือ ประชาชนในเอเซียและอาฟริกาตะวันออกเสียชีวิต กว่า 156,063 ศพโดยอยู่ที่อินโดเนเซียมากที่สุด 104,055 ศพ ศรีลังกา 30,721 ศพ อินเดีย 15,636 ศพ ไทย 5,305 ศพ มาเลเซีย 74 ศพ มาลดีฟส์ 74 ศพ บังคลาเทศ 2 ศพ และประเทศในอาฟริกา รวมทั้ง เคนยา แทนซาเนีย โซมาเลีย เซเชลส์ มาดากัสการ์ รวม 137 ศพ นอกจากนนี้ยังมีผู้สูญหายในแต่ละประเทศอีกรวมหลายหมื่นคน สำหรับประเทศไทย 6 จังหวัดที่เสียหายที่สุดก็คือ ระนอง ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง สตูล ที่อยู่ชายฝั่งทะเลอันดามัน อันเป็นแถบท่องเที่ยวคุณภาพของไทยถูกทำลายยับเยิน เป็นมหาภัยแผ่นดินไหวถึง 9.00 ริกเตอร์ จึงเกิดคลื่นใหญ่ทสึนามิขึ้นมาทำลายทั้งชีวิตและทรัพย์สินให้สูญหายไปภายในเวลาวันเดียว นับเป็นพิบัติภัยครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศแถบทะเลอันดามัน จนประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือครั้งมโหฬาร

 

 

 

 

 

 68 โฆษณาหนังสือเผยแผ่คริสต์ศาสนา

ทุ่มโฆษณาทางโทรทัศน์หลายช่อง ตลอดเดือนต.ค.-พ.ย. 2547

 

แจกฟรี  อัญชลี จงคดีกิจ พรีเซนเตอร์คนหนึ่ง กล่าวว่า

 

"พยายามหลอกตนเองหลอกคนอื่นด้วยว่าตนไม่มีความทุกข์ จนวันหนึ่งพระเจ้าได้เข้ามาในชีวิตของปุ๊ จึงได้พบความสุขที่แท้จริง หนังสือเล่มนี้อาจเปลี่ยนชีวิตคุณได้"

 

เป็นหนังสือที่เผยแผ่คติคริสต์ศาสนาอีกเล่มหนึ่ง ข้อเขียนของนักประพันธ์แต่ละคนในหนังสือเล่มนี้ ล้วนเป็นเรื่องประสบการณ์เกี่ยวกับพระเจ้า เล่าว่าเมื่อก่อนได้พบพระเจ้า (ก่อนจะเข้ารีต) ชีวิตไม่มีความสุขและไม่มีความสำเร็จ มีแต่ความหวาดกลัว แล้วในที่สุดก็มีผู้หวังดีชักชวนให้ไปพบพระเจ้า จึงได้พบพระเจ้าและได้ชีวิตใหม่

 

ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ พระคัมภีร์ไบเบิลได้ให้ความหมายไว้แต่เดิมว่า เป็นพะยานของพระเยซูคริสต์คือ เป็น ข้ออ้างว่าพระเยซูตรัสไว้นั้นเป็นความจริง เช่นตรัสว่า ทรงเป็นแสงสว่าง ทรงเป็นทาง และ ทรงเป็นสัจธรรม ไม่มีใครไปถึงพระบิดาได้นอกจากไปทางพระองค์ ศาสนาคริสต์จึงเผยแผ่ออกไปด้วยการหาคนมาอ้างอิงเช่นนี้

 

แต่พะยานบุคคลเช่นนี้ เคยมีความเชื่อกันอย่างจริง ๆ จัง ๆ มาว่าพระเยซูพูดอะไรต้องเป็นความจริงหมดแม้กระทั่งพระองค์พูดว่า พระองค์ไม่ใช่มนุษย์เดินดิน พระองค์เป็นบุตรของพระเจ้า ผู้เสด็จลงมา จากสวรรค์ตาม คำสั่งของพระเจ้า คนก็ยังเชื่อ ต่อมาเมื่อมีการศึกษาวิเคราะห์ทางจิตวิทยาแล้วนักจิตวิเคราะห์จึงพบว่า แท้จริงพระเยซูทรงเป็นโรคจิตชนิดหนึ่ง จึงเกิดภาพหลอนขึ้นมาเช่นนั้น ตลอดชีวิตของพระองค์จึงทรงเพ้อถึงแต่พระเจ้า และสำคัญพระองค์ผิดว่าทรงเป็นพระบุตรองค์เดียวที่พระเจ้าทรงโปรดมาก และนั่งร่วมอาสน์กับพระเจ้าบนสวรรค์โดยทรงประทับด้านขวาของพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพ ทำให้ชาวอิสราเอลยุคนั้นไม่พอใจ เพราะ เห็นว่าทรงดูหมิ่นพระเจ้า การพูดว่าตนเป็นบุตรโทนที่สุดรักของพระเจ้า จนได้ประทับร่วมอาสน์เบื้องขวาของพระเจ้า นั้น เป็นการยกตนเสมอพระเจ้า จึงถูกจับไปขึ้นศาลกล่าวโทษฉกรรจ์ว่าทรงดูหมิ่นพระเจ้าซึ่งขณะนั้นมีกฎหมายเอาโทษถึงตายอยู่แล้ว นอกจากนั้นพระเยซูยังถูกข้อหาว่าทำร้ายร้างกาย และทำลายทรัพย์สินคนอื่นด้วย ครั้นถูกนำตัวไปขึ้นศาลพระองค์ก็ ทรงยืนยันต่อศาลว่าทรงเป็นบุตรพระเจ้า และทรงท้าทายชาวอิสราเอลที่มาชุมนุมหมายจะประชาทัณฑ์พระองค์ว่า ให้คอยดูพระเจ้าจะขี่เมฆมาพร้อมแสงสว่างอันบรรเจิดจ้า และจะทรงรับพระองค์ผู้เป็นพระบุตรองค์ เดียวที่สุดรักของพระเจ้าขึ้นไปสวรรค์เบื้องบน ปรากฏในไบเบิลว่า

 

As you say. Besides. I tell you that shortly you will see the Son of Man seated at the right hand of the Almighty and coming upon the cloud of heaven. [Mattew 26:64]

 

"เราให้สาบาญตามที่ท่านว่ามาทุกอย่าง นอกจากนี้ เราขอ บอกเลยว่า ในไม่ช้าไม่นานนี้ ท่านทั้งหลายจะได้เห็นเรา ผู้เป็นบุตรมนุษย์นั่งอยู่เคียงข้าง ด้านขวาพระหัตถ์ของพระเจ้าผู้ทรง ฤทธานุภาพ เสด็จมาบนเมฆแห่งฟ้าสวรรค์"

 

(แต่วาทะที่ยิ่งใหญ่นี้ไม่ปรากฏในภาพยนต์เรื่อง The Passion of the Christ หรือ พระเยซูคริสต์เจ้าผู้ทรงกรุณา) ซึ่งจนแล้วจนรอดพระเจ้าก็ไม่เสด็จมาช่วย พระองค์ ทำให้พระวาจาของพระองค์วรรคนี้ กลายเป็นสิ่งเพ้อเจ้อ และเป็นความเท็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ จน กระทั่งก่อนจะสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนก็ยังเพ้อถึงพระเจ้า ปรากฏในคัมภีร์ไบเบิลว่า "Eli Eli Lamasbucthani : พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ไฉนทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย"

 

ซึ่งความจริงเรื่องพระเจ้า เรื่อง พระบิดาของพระองค์บนสวรรค์นั้นเป็นเพียงการสร้างมโนภาพที่เพ้อฝันคลั่งไคล้ของพระองค์ไปตามอำนาจความ ปรุงแต่งภายในจิตของพระองค์เท่านั้น ซึ่งทางศาสนาพุทธสอนไว้ในเรื่องการปรุงแต่งแห่งสังขาร ต่อเมื่อฝึกจิตไปถึง สภาพที่อะไรปรุงแต่งไม่ได้อีกต่อไปแล้ว จึงบรรลุพระอรหัตผล (โปรดดู ปฐมพุทธภาสิตคาถา) ความเชื่อเช่นนี้ ระวังจะเตลิดไปกลายเป็นวิปริต เช่นเดียวกับเรื่องแม่ฆ่าลูกสาวให้ไปอยู่กับพระอินทร์ ดังที่เป็นข่าวครึกโครมในเดือนตุลมคม 2547 ที่ราชบุรี ซึ่งตามเนื้อข่าวว่า มีครอบครัวหนึ่งเป็นครอบครัวที่เชื่อถือพระเจ้า และติดต่อรับสาส์นจากพระเจ้าด้วยการทรง ประกอบด้วยนางกาญจนาผู้เป็นแม่ เป็นคนทรงพระอินทร์ นางอนงค์ผู้เป็นป้า เป็นคนทรงพระอาทิตย์ พร้อมย่า กับ ยาย อีก 2 คน เป็นบริวาร และด.ญ.ภัสสร ลูกสาวนางกาญจนาอายุ 10 ปี รวม 5 คน ตลอดเวลามาก็ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติใดใด ตราบมาถึงวันที่ 5 ตุลามคม 2547 จึงเกิดข่าวใหญ่ โดยทั้ง แม่ตัวเอง ป้า ย่า และยาย ทั้ง 4 ช่วยกันทำพิธีสังเวยพระอินทร์ โดยช่วยกันจับ ด.ญ.ภัสสร ลูกสาวตนเองมาเชือดคอ เอาเลือด สด ๆ สังเวยพระอินทร์ ในสายตาคนทั้งหลายจึงเป็นภาพที่เหี้ยมโหด คล้าย ๆ กับกรณี โนอาห์ ในไบเบิล ผู้ทำพิธีเชือดสัตว์แล้วเผาสังเวยพระเจ้าขนาดใหญ่ เป็นการขอบคุณภายหลังรอดจากน้ำ ท่วมโลก นั่นเอง

 

ความเชื่อแบบนี้มีอยู่ทุกซอกทุกมุมของโลกในหมู่คนล้าหลัง และคนอ่อนแอขาดบุคลิกภาพ โดยเฉพาะหมู่คนในลัทธิฮินดูหรือพราหมณ์เดิม มีการสร้างภาพขึ้นมาอย่างไม่ถูกต้องและน่าหวาดกลัว คือสร้างภาพว่ามี เทพเจ้าผู้ครอบงำโลกและมนุษย์อยู่ มนุษย์ต้องเอาอกเอาใจพระเจ้าให้ดี อย่าให้ทรงพระพิโรธ แล้ววันหนึ่งเมื่อเกิดสติหลอนขึ้นมาว่าพระเจ้าสั่งให้ปฏิบัติอย่างนั้นอย่างนี้ ก็กลายเป็นคนประสาทหลอนไป จนอาจกระทำเหตุร้ายแรงถึงชีวิตเลือดเนื้อได้

 

ในวงการศาสนาคริสต์เองก็ได้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ทำนองเดียวกันนี้ที่โลกตื่นตระหนกก็คือ กรณี จิม โจนส์ ซึ่งเป็นบาดหลวงคริสต์ เดิมอยู่อเมริกา แล้วพาสาวกไปอยู่ในดินแดนพระเจ้า ที่เมือง โจนส์ทาวน์ประเทศ กายานา ในอเมริกาใต้ โดยสร้างเป็นนิคมขึ้นมา แล้วเกิดคลุ้มคลั่งเพราะวิกลจริตพาสาวกฆ่าตัวตายหมู่ทั้งหมด รัฐบาลอเมริกาพบศพกว่า 900 ศพในนิคมนั้น   อีกกรณีหนึ่งเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2543 นี่เอง บาดหลวง คริสต์เช่นเดียวกัน คราวนี้พาสาวกฆ่าตัวตายไปที่ประเทศอูกันดา ไม่น้อยกว่า 500 ศพ แต่กรณีนี้พบในภายหลังว่า บาดหลวงหัวหน้าไม่สุจริต เพราะหลอกสาวกให้รวบรวมเงินมาให้ตามคำสั่งของพระแม่มาเรีย แล้วให้ฆ่าตัวตายไปอยู่กับพระเจ้าบนสวรรค์ ส่วนตนเองหอบเงินและทรัพย์มีค่าหายตัวไป เหตุผลที่อ้างในการฆ่าตัวตายก็คืออ้างว่าพระเจ้ามีบัญชาให้ไปอยู่กับพระองค์ บนสวรรค์นั่นเอง พวกนี้จึงหลง เพ้อเจ้อไปจนต้องพลีชีพ

 

ในศาสนาบางศาสนาก็มีการพลีชีพ ทำคาร์บอมบ์บ้าง ก่อการร้ายรุนแรงบ้าง ทำสงครามศักดิ์สิทธิ์บ้าง โดยทำตามคำสั่งพระเจ้า เพื่อพิทักษ์เกียรติ์ของพระเจ้า ทำโทษมนุษย์ผู้หยามเกียรติ์ของพระเจ้าบ้าง

 

แต่นี่ เป็นเรื่องของความผิดปกติทางจิตใจ และระวังว่าจะเป็นโรคจิตชนิดร้ายแรง คลุ้มคลั่งฆ่าตัวตายได้ เหมือนกัน

 

 

 

 

 69 งานเมาลิดกลาง

ช่อง 11 16.30 น. เสาร์ที่ 20 พ.ย.2547                

 

เปิดงานเมาลิดกลาง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร พร้อมพระเจ้าหลานเธอ 2 พระองค์ เสด็จมาถึงสวนอัมพรเวลา 16.30 น. มีจุฬาราชมนตรี และกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทย วัน มูหะมัด นอร์ มะทา รับเสด็จ เมื่อประทับพระอาสน์แล้ว กอรีขับบทขับ สรรเสริญอัลเลาะห์ เป็นท่วงทำนองโหยหวล แฝงเจตนารมณ์ของพระเจ้า ที่จะปกครองโลกมนุษย์โดยเด็ดขาด การขับนี้ค่อนข้างนาน และน้ำเสียงของ กอรีผู้ขับก็ชัดช่วง ท่วงทำนองเด็ดขาดสะเทือนความรู้สึก มีข้อความตอนหนึ่งว่า

 

"จงเข้าอยู่ในความสันติ จงอย่าตามย่างก้าวของอาชญากรมารร้าย แท้จริงอัลเลาะห์ทรงเดชานุภาพ เพื่อพิพากษาพวกเขาอย่างยุติธรรม อัลเลาะห์เป็นผู้ลงโทษอย่างเด็ดขาด มนุษย์ทั้งหลายจงเป็นญาติเดียวกัน  ต่อมาอัลเลาะห์ทรงประทานคัมภีร์มา และอัลเลาะห์ทรงชี้นำบรรดาผู้ศรัทธา  ไปสู่ทางอันเที่ยงตรง เสมอ"

 

แล้วจุฬาราชมนตรี นายสวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ เป็นผู้กล่าวรายงาน ฮิชเราะห์ศักราช 1425 ว่า

 

มุฮำมัด สถาปนารัฐขึ้นที่นครมาดินะ ทรงเป็นทั้งผู้นำและผู้ปกครอง เป็นสังคมของหลายเผ่าและหลายวัฒนธรรม เป็น หนึ่งเดียว เมื่ออยู่มาดีนะ จึงได้รับอนุญาตจากอัลเลาะห์ให้ต่อสู้ได้ เมื่อถูกรุกราน ข่มเหง

 

แล้วเบิก วัน มูหะมัดนอร์ มะทา ประธานจัดงาน กล่าวรายงาน รายงานว่า ปี 1425 สำนึกในพระ มหากรุณาธิคุณของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อรำลึก มุฮำมัด ศาสดาองค์สุดท้ายแห่งศาสนาอิสลาม (อิสลามระบุว่ามีศาสดาที่มาก่อน ท่านนบีมูฮำมัดหลายองค์ ซึ่งพระคัมภีร์อัลกูรอานได้ออกนาม ศาสดาของศาสนาอื่นว่าเป็นศาสดาของศาสนา อิสลามด้วย ได้แก่ อับบราฮามของศาสนายูดายของชาวอิสราเอล เยซู ศาสดาของศาสนาคริสต์ ว่าเป็นนะบี คือ ทูตของพระเจ้าอัลเลาะห์ หรือศาสดาของศาสนาอิสลามยุคก่อน ซึ่งทำให้ยูดาย คืออิสราเอล และชาวคริสต์ไม่พอใจตั้งแต่เริ่มต้นตั้งศาสนาอิสลามขึ้นจนปัจจุบันนี้)

 

สำหรับปีนี้ได้จัดงานขึ้นระหว่างวันที่ 20-23 พฤศจิกายน 2547 การสร้างความสัมพันธ์อันดีงามกับศาสนิกชนอื่น และทดสอบการอ่านพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานเพื่อ ไปประกวดที่มาเลเซีย เบิกตัวนายอารีเพ็ญ อุตตรสินธุ์ เลขานุการการจัดงาน เบิกตัวผู้ให้การสนับสนุนงาน นับ ตั้งแต่ รมว.มหาดไทย (นายโภคิน พลกุล), ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, อธิบดีกรมการศาสนา, ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี, ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย, ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ประธานกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เข้าเฝ้า

 

แล้ว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช มกุฎราชกุมารทรงมีสุนทรพจน์ในนามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า ศาสนาทุกศาสนาย่อมจะต้องมีหลักธรรมคำสอน เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างผาสุกและสงบ เน้นสิ่งที่ดีมี คุณค่า ทั้งบุคคลและสังคมโลกอยู่ร่วมกันได้อย่างมีสันติสุข มีความปรารถนาดีต่อกันประเทศชาติเราจึงอยู่ด้วยความร่มเย็นตลอดมา การที่คนมีศาสนาเป็นสรณะ เป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน์ยิ่ง มั่นใจว่าทุกคนทุกฝ่ายจะปรองดองด้วยสามัคคีธรรม เพื่อคนทุกชาติศาสนาอยู่ร่วมกันผาสุก ขอเปิดงาน ณ บัดนี้ ใน นามพระปรมาภิไธของประบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพลงสรรเสริญพระบารมี จุฬาราชมนตรี กล่าว ขอบพระทัย ว่าเป็นความเมตตาอันยิ่งล้นที่พวกเราจะลืมมิได้ ขอถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระ บรมราชินีนาถ พระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร และพระบรมวงศานุวงศ์ทุก ๆ พระองค์ แล้วกล่าว อำนวยพรเป็นภาษาอาหรับไปหลายนาที ไม่ทราบเนื้อความว่าอย่างไร แต่พอเดาได้ว่าคงขอพรจากอัลเลาะห์ให้ ปกป้องคุ้มครองราชบัลลังก์และประชาชนชาวสยาม ให้อยู่เย็นเป็นสุขตลอดไป นั่นเอง เสร็จแล้วที่ประชุมก็ทำมืออำนวยพรแบบมุสลิม กล่าวว่า ซัลลัลเลาะห์ (คงหมายถึงองค์อัลเลาะห์เจ้าผู้ทรงกรุณา) ฟ้าชายก็ทำมือด้วย เพื่อสรรเสริญอัลเลาะห์ พระเจ้าหลานเธอก็ทำมือด้วย แต่ นายโภคิน พลกุล รมว.มหาดไทยและข้าราชการไม่ทำ จบลงว่า ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ จากนี้เสด็จชมสถานที่จัดนิทรรศการ มีสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิต ภัณฑ์ เสื่อกระจูด ศิลปะเรือกอและ โดยมี วัน มูหะมัด นอร์ มะทา และ สตรีมุสลิม นำเสด็จทอดพระเนตรทรงปราศรัยกับสตรีมุสลิมไทยอย่างเอาพระทัยใส่อย่างยิ่ง และมีผู้ถวายของแด่พระเจ้าหลานเธอทั้งสองพระองค์ มีนักขับกอรีมาจากประเทศอียิปต์ด้วย มีนิทรรศการประวัติท่านนบี มุฮำมัด วันที่ 22 พ.ย. จะมีการอภิปราย เรื่อง เอกภาพ สันติภาพ ภราดรภาพ ตามแนวศาสนาอิสลาม เสด็จกลับเวลา 17.45 น.

 

จากนั้น มีสารคดีแสวงบุญ ณ นครเมกกะชุมนุมนักแสวงบุญรอบหินกาบาเห็นวัฒนธรรมการแต่งกายสตรี เหมือนโซไรด้า ในนวนิยายเรื่อง โซไรด้า นางพญาแห่งทะเลทราย มีผ้าคลุมศีรษะ ดูมุสลิมไทยเหมือนยุคขุนช้างขุนแผน ตอนนางพิมพิลาไลยไปไร่ฝ้าย ก็ึคลุมหัว นุ่งผ้าถุงกรอมส้นเท้าอย่างนี้ ส่วนเณรแก้ว ถอดสบงแล้ว ก็คลุมหัวไปหานางพิมพ์เช่นกัน แต่เพียงเพื่อกันแดด ถ้าเพียงยิ้ม มุสลิมไทยจะไม่แตกต่างอะไรเลยกับคนกรุงเทพ และมุสลิมกรุงเทพก็ยิ้ม จึงดูเหมือนไทยพุทธมากที่สุด ถ้าเพียงลองแต่งกาย แบบสากลเข้า ชุดใดก็ได้ ก็จะดูไม่ออกเลยว่าเป็นไทยพุทธหรือไทยอิสลาม แต่ไทยอิสลามที่เห็นนี้ คงจะเหมือนกับไทยอิสลามเมื่อ 30 ปีก่อน ตามพระราชเสาวณีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ

 

  

 

 

 

 70 Hot News จู่โจม8จุดในปัตตานีจับได้8       

ไอทีวี ศุกร์ 3 ธ.ค.2547 22.20 น.              

 

กิตติ สิงหาปัด มองเหตุการณ์รอบ ๆ ใกล้ไกล ล่าสุดนกสันติภาพเพิ่มเป็น 120 ล้านตัวแล้ว แสดง ถึงความห่วงใยของประชาชนทั้งประเทศ คณะกรรมการ พิเชต สุนทรพิพิธ ประธาน แถลงเรื่องสอบสวนกรณี ตากใบ ตาย 85 ศพเพราะอะไร ใครผิดใครถูก ยังไม่สรุป มีแนวโน้มว่าจะมีการออกกฎหมายใหม่ออกมา สำหรับภาคใต้ จับแกนนำโจรใต้ จู่โจมพร้อม ๆ กันถึง 5 จุดในปัตตานี จับได้ 8 คน ที่เกี่ยวข้องกับโจมตี สถานีตำรวจและเผาโรงเรียนหลายแห่ง พบหลักฐานปืน มีด เอกสาร เรื่องการเสนอเลื่อนวันเลือกตั้งเข้ามา ทั้งโหรทั้งหมอดูใต้ต้นมะขามสนามหลวง ก็วิพากษ์กันใหญ่

 

 

 

 

 

 71 ถึงลูกถึงคน   เล่าเรื่องพระครูนิเทศธรรมคุณ พระนักปล้ำ         

ช่อง 3 พุธ 9 ก.พ. 2548 07.30 น.    

 

สรยุทธ สุทัศนะจินดา กับ อรปรียา หุ่นศาสตร์ อ้างข่าวหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับ ให้ฉายา "พระนักปล้ำ" บ้าง "พระจอมปล้ำ" บ้าง "พระคลำสีกา" บ้าง "นักเทศน์ชื่อดัง" บ้าง แก่พระวัดไทรเหนือ ตำบลไทรเหนือ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ชื่อ "พระครูนิเทศน์ธรรมคุณ" ชื่อที่บอกนัยความหมายของ พระนักเทศน์ เป็นเจ้าอาวาสวัดนี้ และเป็น รองเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ อีกตำแหน่งหนึ่ง เล่าเรื่องค่อนข้างละเอียดใน แง่มุมที่น่ารังเกียจ

 

ข่าวถูกเปิดเผยจากไอทีวีก่อน เพราะไอทีวีมีส่วนวางแผนในการสืบข้อมูลหลักฐานผูกมัดจำเลยขึ้นมา ด้วยการคบคิดกับผู้เสียหาย แอบเอากล้องเข้าไปซ่อนไว้ เก็บภาพได้ตั้งแต่เริ่มต้น ไปจนถึงมีการปลุกปล้ำ ลูบคลำ เห็นภาพหญิงนบมือแล้วผู้ต้องหาจับต้องลูบคลำ โอบกอดรัดฟัดเหวี่ยง ทีแรกผู้ต้องหาปฏิเสธโดยกล่าวทันทีว่า "อาตมาถูกกลั่นแกล้งแน่นอน" และทำท่าว่าจะเป็นเรื่องราวที่ยืดเยื้อ แต่เช้าวันนี้ มีรายงานว่าผู้ต้องหาหนีไปแล้วตั้งแต่ตี 3 โดยมีบริวารตามไปด้วยเป็นขบวนรถ ทางรายการใช้คำว่า "ไปกันเป็นคาราวาน" เลย ทิ้งจดหมายลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสไว้ ไม่ได้ลาสิกขา เบื้องหลังมีทรัพย์สมบัติมาก เป็นนักสะสมรถเก๋งยี่ห้อดี ๆ นับ แต่เบนซ์ ซี คลาสส ลงมาถึง 7 คัน เคยมีข่าวว่าเป็นนักสะสมรถยนต์มาแล้วครั้งหนึ่ง

 

กรณีนี้ อยู่ที่ผู้เสียหายและตำรวจ และฝ่ายบ้านเมือง ถ้าฝ่ายบ้านเมืองเห็นว่าผิดกฎหมายก็สามารถ เอาตัวมาดำเนินคดีได้ เพราะกฎหมายไทยไม่ได้มีข้อยกเว้นแก่ผู้ที่อยู่ในเพศบรรพชิต เสมอกันหมดตามกฎหมายและกรณีเช่นนี้ ทางพระวินัย ยังไม่ถึงอาบัติหนักถึงต้องให้ลาสิกขา แต่โดยธรรมเนียมนิยมมาแต่สมัยสมเด็จ พระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เป็นผู้ปกครองสงฆ์ ถือว่าเป็นโลกวัชชะ หมายถึงให้สึกตาม ธรรมเนียมนิยมภายหลัง ไม่ใช่ตามพระธรรมวินัยที่องค์พระศาสดาบัญญัติไว้

 

ในด้านธรรมะ ถือว่าพ่ายด้วยความประมาท น่าจะรำลึกองค์พระศาสดา แม้เมื่อจักเสด็จดับขันธ ปรินิพพาน ก็ทรงมีปัจฉิมโอวาทไว้ แด่หมู่สงฆ์ที่มิใช่สงฆ์ธรรมดา แต่ล้วนระดับพระอรหันต์ที่แวดล้อมขณะ จะ เสด็จดับขันธปรินิพพานว่า วยธมฺมา สงฺขารา อปฺมาเทนสัมปาเทถ สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา จงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด ซึ่งเตือนว่าแม้พระอรหันต์ก็ยังต้องตั้งอยู่ด้วยความไม่ประมาท พระปุถุชน ธรรมดา ๆ เช่นนี้จึงน่าจะยิ่งระวังตัว ยังอยู่อย่างประมาทเช่นนี้ จักรอดอย่างไรได้ แต่ที่เป็นประเด็นก็คือ ทำให้ เสื่อมเสียสถาบัน ให้หมู่พวกที่บริสุทธิ์พลอยอับอายขายหน้าไปด้วย และตกเป็นขี้ปากของพวกสื่อสารมวลชนวัน แล้ววันเล่า และตกเป็นเป้าหมายของการขบขัน การมองอย่างตลก ๆ เมื่อเห็นพระสงฆ์องค์ชี ที่ ท่าทีดูสงบ แต่ ภายในคุกรุ่นอยู่ด้วยเพลิงกาม ขนาดเฒ่าชราภาพปานนี้แล้วยังไม่เจียมสังขาร

 

กรณีนี้ ผู้ถูกกล่าวหาเป็นระดับรองเจ้าคณะจังหวัด อยู่ในเพศบรรพชิตมาถึง 43 พรรษา อายุ 63 ปี มี สมศักดิ์เป็นพระครูชั้นพิเศษ การก้าวหน้ามาสู่สมณศักดิ์และตำแหน่งใหญ่โตขนาดนี้ ก็ยังเอาตัวไม่รอด เป็น กรณีที่ยืนยันสัจธรรมที่ว่า

 

"กุลบุตรได้อุทิศชีวิตบวชเข้ามาในบวรพุทธศาสนา แต่หาได้มีการฝึกฝนทางกรรมฐานและ วิปัสนาญาณไม่ แม้บวชไปร้อยปีก็เป็นได้เพียงคนแก่ ๆ คนหนึ่งเท่านั้น เช่นนี้เรียกว่าใช้ชีวิตสูญเปล่าไปทั้งชีวิต เพราะเหตุที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ในความหมายของการบวช" [จาก"หลักสูตรมรรคผล" ดี (อินเทอเนต) เล่ม 32 หน้า 24]

 

ยังจะมีคนแก่ ๆ อีกกี่คนที่ใช้ชีวิตอย่างต้องทนทุกข์เพราะกาม และเสี่ยงต่อการถูกทำลายจากมารตัณหา เหตุที่ไม่รู้จักการฝึกฝนตนเองในหลักไตรสิกขา วิถีทางมรรคผลของพระบรมศาสดา

 

 

 

 

 

 

 72 ผู้หญิงถึงผู้หญิง   คนดื่มเหล้ามากขึ้น         

ช่อง 3 ศุกร์ที่ 3 ธ.ค. 2547 เวลา 08.20 น.    

 

สามสาวพิมลวรรณ ศุภยางค์, มีสุข แจ้งมีสุข และ พัชรศรี เบญจมาศ วิเคราะห์ข่าวหนังสือพิมพ์ ใน ประเด็นปัญหาสตรี และสังคม หลายเรื่องและหลายแนวคิดน่าสนใจ วันนี้มีเรื่องเยาวชน นักเรียน นิสิตนักศึกษามีแนวโน้มในการดื่มเหล้ามากขึ้น อ้างสถิติการดื่มเหล้าของประชาชนไทยในรูปรวมขณะนี้ว่า เป็นอันดับ 5 ของโลก อันดับ 1 ของเอเซีย จน น.พ.อุดมศิลป ศรีแสงนาม ต้องออกมารณรงค์ ปราม เรื่องที่ประชาชนดื่มเหล้ามากขึ้น ไม่ทราบว่าที่ 1 ในการดื่มเหล้าเป็นประเทศใด เท่าที่มีคนอังกฤษมาเล่าให้ฟัง เขาว่า สก๊อตแลนด์ ดื่มกัน มาก ยังกับดื่มน้ำ เพราะทุกครัวเรือนผลิต สก๊อตวิสกี้ แล้วก็ชิม กินกันทุก ๆ วัน ทุก ๆ คนในครอบครัว เป็นประชาชนที่ดื่มเหล้าตลอดเวลา เมาตลอดวัน คนสก๊อตจึงเดินไม่ค่อยตรงทาง เดินโซเซกันทั้งเมือง ถ้าเราอยากให้เยาวชนเลิกดื่ม รัฐก็มีส่วนให้การผลิตน้อยลง ควบคุมให้การผลิตอยู่ในวงจำกัด และส่งไปนอกให้มาก

 

มีเรื่องที่วิเคราะห์น่าฟังอีกหลายเรื่อง เช่นเด็กติดโทรศัพท์ ติดเซกส์ ติดครูเสียตัว ใจแตก ฆ่าตัวตายเพราะผิดหวังกับครู ที่ไม่รักเราคนเดียวแต่ได้เพื่อน ๆ ของเธอด้วย มีปัญหาครอบครัว ทำร้ายลูก เอาเตารีด รีดหน้าลูก ปัญหาบ้านเล็กเดือดก่อคดีดัง ที่การวิเคราะห์ดูมีอุดมการณ์มีเป้าหมายทาง อุดมการณ์ดี และคน น่าจะชอบเพราะเหตุนี้ แต่รายการนี้เพิ่งเปิดตัว ดูจะยังไม่ลงตัวเต็มที่ เราคิดว่ามีสุขอยู่ตรงกลางน่ะดี กำลังดี ถ้าจะดีขอให้มีสุขช่วยดึงพัชรศรีหน่อย ๆ ความชัดเจน เด็ดเดี่ยว น่ะดีแล้วแต่ เกรงจะแรงเกินไป และ ดัน พิมลวรรณหน่อย ๆ ความสุขุมเป็นผู้ใหญ่น่ะดีแล้ว แต่ยังขาดหล่อลื่น ไม่ค่อยคล่องน่ะ ก็จะลงตัว

 

 

 

 

  73 ประชุม 10th Asian Summit Viengtian 2004            

สทล. 29 พ.ย. 2547                             

 

             สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอด เอเซียนซัมมิตครั้งที่ 10 หรือ 10th Asian Summit Viengtian 2004 เป็นครั้งแรกที่ลาวเป็นเจ้าภาพ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-29-30 พฤศจิกายน 2547 มีประเทศในเอเซีย เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 10 ประเทศได้แก่ ลาว เจ้าภาพ อินโดเนเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย พม่า กัมพูชา เวียดนามเหนือ เวียดนามใต้ สิงคโปร์ และยังมีออสเตรเลีย อินเดีย ญี่ปุ่น จีน เกาหลี และคานาดา มาร่วม ประชุมด้วย

 

             ลาวจัดประเทศต้อนรับแขกเมืองอย่างพิเศษ แสดงวัฒนธรรมลาว ที่เรียบง่าย วัฒนธรรมการแต่งกาย หญิงแต่งกายเรียบร้อย นุ่งผ้าซิ่น ปกปิดร่างกายมิดชิดให้ถูกวัฒนธรรมลาวไม่ให้แต่งตัวโป๊ะเปลือยอย่างเด็ดขาด ห้ามออกจากบ้านเกิน 4 ทุ่ม การที่ลาวได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเซียนครั้งที่ 10 นี้ เป็นครั้งแรกที่ เปิดตัวประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

 

             เป็นช่วงเวลาที่ สปปล. จะครบรอบ 29 ปีในวันที่ 2 ธันวาคม 2547 เป็นวันชาติของประเทศลาว แต่ การประชุมอาเซียนวันนี้้เป็นการประชุมวันที่ 2 สถานีโทรทัศน์ลาว หรือ สททล. ได้ออกข่าวการประชุมมาตาม ลำดับ วันนี้ได้นำรายการพิเศษ ซึ่ง แนะนำประเทศลาว แนะนำเวียงจันทร์ นครหลวงของลาว และหลวงพระบาง เมืองมรดกโลก และนำเอาสารคดีแนะนำประเทศเพื่อนบ้านของลาว มี เวียดนาม และประเทศเอเซียนอื่น ๆ มาออกรายการตลอดวัน จนกระทั่งเวลาเย็น จะมีงานราตรีสโมสรหรือกาลาดินเนอร์ต้อนรับผู้แทนประเทศต่าง ๆ ณ ห้องประชุมใหญ่แห่งชาติลาว ที่ศูนย์ การค้าของลาว

 

             จากรายสดที่เห็น งานราตรีสโมสร กาลาดินเนอร์ หรือ Gala Dinner For The 10th Asian Summit and Related Summits 29 November 2004 Viengtian Loa ในงานราตรีสโมสร ที่จัดเลี้ยง เป็นโต๊ะกลม ใหญ่ ดูคับคั่ง เห็นโมฮานสิงห์ อินเดีย มีผ้าพันศีรษะคล้าย ๆ หมวกทรงสูง เคราขาว เด่นกว่าเพื่อน คงคิด ว่าอินเดียเป็นประเทศใหญ่ที่สุด ก็ต้องวางมาดหน่อย อะไรทำนองนั้น นรม.อินเดียท่านนี้ เป็นนักเศรษฐศาสตร์ นับถือศาสนาซิกส์ ดูบุคคลิกภาพค่อนข้างเย็นเยือก ทำอารมณ์ให้ไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาว พยายามแสดงตนว่าตนเป็นชาวซิกส์ที่ดี ตามคำสอนของศาสนาซิกส์ แสดงท่าว่าเคร่งศาสนา ไม่เข้าใจคำว่ายึดมั่นถือมั่น ตามหลักศาสนาพุทธแล้วกล้องวาดไปที่ นรม.จีน เกาหลีใต้ ส่วน นายกรัฐมนตรีไทย ดร.ทักษิณ ชินวัตร นั่งใกล้นายกรัฐมนตรี ออสเตรเลีย นายจอห์น โฮเวิด คุย กับโฮเวิดอยู่ เห็นโคอิสุมิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นนั่งข้างนายกรัฐมนตรีฮุนเซน กัมพูชา อีกข้างของฮุนเซนเป็นโมฮานสิงห์ ถัด โคอิสุมิ เป็นนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นายอับดุลเลาะห์ อาหมัด บาดาวี ต่อไปเป็นนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเจ้าภาพ แล้วนายกรัฐมนตรีลาวออกไปที่ โพเดียม พูดลาว มีล่ามแปลเป็นอังกฤษ อีกทีหนึ่ง ว่าการประชุมนี้ก็ เพื่อความสนิทสนมกันระหว่างอาเซียน หวังว่าท่านจะได้รับความสะดวกสบายขณะอยู่ลาว

 

             จากนี้เป็นการแสดงวัฒนธรรมชนเผ่าลาว มีวงดนตรีลาวมาบรรเลง เริ่มด้วยดนตรีแคน ซึ่งเป็น ดนตรีประจำชาติของลาว แสดงถึงสัญลักษณ์ของความเป็นลาว สามารถเป่าทั้งลำฟ้อนด้วย มีพิธีกรออกมาบรรยาย เรื่องแคนลาวก่อน แคน 1 บรรเลงนำก่อน แล้วมีแคน 2-3-4 ตาม ไพเราะมาก เป็นสุดยอดดนตรีแคน จริง ๆ แต่ยังไม่หมดเท่านี้ ยังมีแคนเข้ามาร่วมสมทบอีกกลุ่มใหญ่ เป็นกองทัพแคน เล่น ทำนองลำเต้ย มีความ ไพเราะน่าฟังน่าดูน่าชมสมศักดิ์ศรีดนตรีประจำชาติลาว ต่อไปเป็นการแสดงชุดนักรบกับชุดพื้นบ้านชายหญิงเผ่าต่าง ๆ ดูหนุ่มสาวชาวลาวแล้ว คล้ายว่าไม่ต่างอะไรเลยกับหนุ่มสาวชาวบางกอก กรุงเทพมหานคร คล้ายจน แยกไม่ออก เมื่ออยู่ในชุดคนเผ่าต่าง ๆ ก็ดูเหมือนว่าเอาชาวกรุงเทพมาแต่งแฟชั่นเท่านั้นเอง สิ่งที่สร้างความเหมือนระหว่างลาวกับไทย แท้จริงคืออารมณ์ภายใน ที่เยือกเย็น สงบ แฝงมิตรภาพและความปรารถนาดี และรอยยิ้มบนริมฝีปากและในดวงตา แล้วมีชุดชาวกรุงในราชสำนักลาว หนุ่มสาว ซึ่งก็เหมือนไทยอีก ชายนุ่ง โจงกระเบน หญิงนุ่งสะไบเฉียงผมรัดเกล้า ผู้นำอาเซียนจะนึกอย่างไรเมื่อได้เห็น น่าจะนึกสงสัยอยู่เหมือนกัน ว่าไทยกับลาวนี่เป็นแผ่นดินเดียวกันหรืออย่างไร อะไรเป็นอะไรในประวัติศาสตร์ แต่ถ้าฝรั่งเศสมาประชุมด้วยก็คงไม่สงสัย และนึกได้ว่าครั้งหนึ่งไทยเป็นมหาอำนาจไทยในเอเซียอาคเนย์เลยทีเดียว ซึ่งผู้นำหลาย ๆ คนในที่นี้ก็คง จะนึกขยาดไทยอยู่เหมือนกันเมื่อระลึกประวัติศาสตร์

 

             และที่น่าชมก็คือ ไม่มีชุดหวือหวา ล้วนเป็นชุดห่มคลุมมิดชิดทั้งสิ้น แต่กลับน่าดู น่าชมได้อย่างสนิทใจ และมีความงามอย่างเยียบเย็นทีเดียว เห็นนายกรัฐมนตรีบันดาวี มาเลเซียมองดูอย่างสนใจ คงนึกว่า มุสลิมใน มาเลเซียคลุมมิดชิดกว่า? บาดาวี ดูไปด้วยเคี้ยวกินอาหารไปด้วยอย่างอเร็ดอร่อย ไม่ทราบว่าอาหารที่นายก รัฐมนตรีแห่งมาเลเซียรับประทานเป็นฮาลาลหรือเปล่า ดูออกรสมาก ๆ ทั้งหมดเป็นการแสดงผ้าลาว มีทั้งผ้าไหมและผ้าฝ้าย สีสรรทันสมัยมีรสนิยมสากล

 

            พอจบรายการนักแสดงแบบพาเหรดออกมาอีกครั้ง เสียงปรบมือกราวใหญ่สนั่น แล้วมีลีลานาฏศิลป์ที่สวยงามมาก มีสตรีสวยงามหลายคนช่วยกันหามผืนผ้าแพรสีเขียวอ่อนสดดั่งใบไม้ผืนใหญ่ยาว เข้ามาห่มเวที คล้ายเป็น ฉากป่าไม้ที่ร่มรื่น แล้วมีผีเสื้อสวยงาม มีช้าง สิงสาราสัตว์ออกมาโลดเต้น และมีระบำนกสีเขียว แสดงโดยสาว วัยรุ่นกันทั้งนั้น แล้วมีระบำกวางทอง มีหนุมาน ออกมาตีลังกา ตามกวางทองไป ดูสดชื่นมาก นับว่าเป็นศิลปะ  ความคิดที่เยี่ยมยอดจริง ๆ แล้วมีรำอธิษฐาน รำเทียนนับร้อย ๆ เล่ม แล้วมีพายุ เทียนดับหมด แล้วลิงหนุมาน ออกมาเต้น เหมือนไทยมากเลย เพลงก็เพลงเดียวกันกับรำไทย น่าฉุกคิดว่าทั้งหมดนี้มีครู รำไทยไปให้ความช่วยเหลืออยู่กระมัง? ชุดต่อมาเป็นลำทำนองทักทายแขกเมือง แล้วระบำห่วง แล้วชุด wellcome to Loa, เพลงไทย ชื่อ สมัครสมานอาเซียนชื่นบาน แล้วเป็นการแสดงธง เอาธงประเทศอาเซียนออกมารำรื่นเริง แล้วเพลงมาเลเซีย บาดาวี ชอบใจมาก แล้วก็ song from Thailand คือ ลอยกระทง พอเพลงขึ้นกล้องจะจับที่นายกรัฐมนตรีเจ้าของประเทศ เห็น นรม.ทักษิณพิงพนักยิ้มดู เวียดนาม แล้ว China กล้องจับ นายกรัฐมนตรีจีน นายหวัง เจีย เป่า พอเสียงขึ้น พอใจปรบมือใหญ่ นายกรัฐมนตรีจีนค่อนข้างจะสงวนทีท่า วางตัวเป็นผู้ใหญ่ใจดี แล้วมาถึงเพลงญี่ปุ่น โคอิสุมิ ยิ้มรับ หน้าผากแดงเป่ง คงกินเบียร์เข้าไปมาก สาวผู้ขับร้องก็หน้าตาเต่งตึงดี ของญี่ปุ่นมีแถมเล่นไวโอลินด้วย ถือว่าพิเศษกว่าประเทศอื่น ๆ พอจบลง โคอิสุมิ พอใจถึงกับลุกขึ้นยืน ปรบมือให้ (ผู้นำคนอื่นไม่ลุกขึ้นยืน) ต่อมา เกาหลีใต้ ซึ่งมีคุณหญิงไปด้วย เห็นได้ว่า พอใจมาก แล้วมาถึงอินเดีย มานโมฮันสิงห์ ใส่แว่นตา ขยับมองดูเห็นนักเต้นลาวยักคอก็เป็นเหมือนระบำอินเดียจริง ๆ เพลงชื่อว่า นาซาริยา ไพเราะมาก ต่อจากนั้นเป็นการต้อนรับออสเตรเลีย โฮเวิดกับคุณนายทำหน้าเบ้ กลั้นใจฟัง แล้วชอบใจถึงขนาดปรบมือกันไม่ยั้งเลย เป็นเพลงฝรั่งเล่นจังหวะดี น่าเต้น คานาดา นรม.หญิงพอใจมาก พอจบลุกปรบมือให้ จบลงด้วยลาว เพลงเย็นสบาย ๆ ชื่อ เฮาเป็นลูกชาวนา แล้วปิดรายการลงด้วย Asia we are one เราหวังว่าท่านจะจำคืนนี้ได้ จบลง นายกรัฐมนตรีลาว มีสีหน้าพอใจในการแสดงชุดนี้ มาก จน หน้าแดงก่ำน้ำตาแทบไหล ถือว่าจบลงด้วยความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ในการเป็นเจ้าภาพของลาว จบ 22.50 น.

 

 

 

        

 74 คุยคุ้ยข่าว      

ช่อง 9 6 ธ.ค.2547 21.30 น.                      

 

             สรยุทธ สุทัศนะจินดา กนก รัตน์วงศ์สกุล เอากรณีครูดอยมาพูดต่อ เพราะเมื่อครูเอ็มมามาออกรายการแล้ว ทางชมรมไทยอาข่าได้ตอบโต้ด้วยการออกแถลงการณ์ว่า ที่ครูดอยพูดในรายการสรยุทธวันนั้น เป็น เรื่องโกหก ครูเอ็มมาแต่งเรื่องขึ้นมากล่าวผิดความจริงไปหมด และเล่าประวัติครูเอ็มมาว่า เขาทำงานเอดส์ไร้ ผลงาน จึงมาเป็นครูดอย ชอบมีพฤติกรรมเข้าหาวัยรุ่น ชอบนุ่งกระโปรงสั้นยั่วเด็ก ๆ ชอบประพฤติตนเสียหาย ทำลายวัฒนธรรมชาวเขา เพราะครูมั่วเซกส์ วางแผนชวนเด็กไปมั่วเซกส์ และขอแต่งงานกับลูกศิษย์คือนายปฏิพงษ์ประธานเยาวชนอาข่า ที่ข่มขืนตน ส่วนครูเอ็มมา พูดทางโทรศัพท์เข้ามา กล่าวว่าตน ไปสอนชาวเขาเผ่าอาข่า อยู่ถึง 20 กว่าปี มีอุดมการณ์ในการพัฒนา การพูดเรื่องนี้ขึ้นเพื่อเป็นอุทากรณ์แก่คนอื่นว่า ขนาดครูผู้รองจากพ่อแม่ของเขา เขาก็ยังทำเรื่องเสื่อมเสียเช่นนี้ได้ เธอค่อนข้างพูดหนักแน่นว่า สาบาญได้เลยว่า เด็กเหิมเกริม ขอแต่งงานด้วย โดย เด็กอ้างว่าเมื่อเกิดเรื่องแล้วก็แต่งงานกันจะได้หมดเรื่องหมดราว สาบานกับพระพุทธเจ้าได้ เลยว่าไม่เคย ส่วนที่ ว่าชอบนุ่งกระโปรงสั้น บอกว่าไม่เคย นุ่งแต่กางเกงยีนเพราะมันหนาว เขาทำให้เรื่องมัน ใหญ่แต่แรกเอง ขอเถอะอย่าใช้กฎหมู่ กำลังศึกษามูลนิธิเพื่อนหญิง ขอให้ยุติการพูด แม่กำลังเสียใจอย่างมาก ๆ

 

             เรื่องนี้น่างงมาก ที่แต่ละฝ่ายพูดต่างกันราวกับฟ้าและดิน นั่นหมายความว่ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโกหก ข้อสังเกตก็คือครูเอ็มมา เป็นคนหัวเดียวกระเทียมลีบ ส่วนชาวดอยรวมกันเป็นกลุ่มอิทธิพล น่าสะสางคดีนี้ออกมา อย่างแจ่มแจ้งบ้าง เพื่อให้รู้ว่า ชาวดอยเขาทำให้ความศรัทธาของคนในแผ่นดินสิ้นไปหมดจริง ๆ หรือ

 

             

          

 75 ผู้หญิงถึงผู้หญิง            

ช่อง 3 พุธ 9 ก.พ. 2548 09.00 น.    

 

            พัชรศรี เบญจมาศ มีสุข แจ้งมีสุข พิมลวรรณ ศุภยางค์ พรหมพร ยูวะเวช สี่สาวพูดถึงญี่ปุ่น ว่าเป็นประเทศที่เอาเรื่องกามมาเผยแผ่มากที่สุด และว่าอินโดเนเซีย จะออกกฎหมายศีลธรรม กำหนดความผิดของ การจูบในที่สาธารณะ มีความผิดถึงขั้นจำคุก 6 เดือน กฎหมายนี้ยังเป็นร่างอยู่ คาดว่าจะนำเข้าสภาใน เร็ว ๆ นี้ รายการวันนี้ ดูเหมือนจะมี เอสเอ็มเอส เข้าถี่ผิดปกติ และแต่ละคำที่เข้ามา จะจีบเจ้าของรายการ ด้วย คำหวานอย่างทั่วถึง ทั้งสามสาวสี่สาว ว่ามีสุข ยิ้มสวยมากรู้ตัวหรือเปล่า ว่ามีสุขกินข้าวกับอะไรจึงสวยอย่างนี้ ว่ากะละแมเก่ง สวย แสนดีอย่างนี้ทำไมยังไม่แต่งงาน ว่ากะละแม(หมายถึงพัชรศรี)ก็สวยไปอีกแบบหนึ่ง เก่ง ว่าปุ้ยวันนี้ไฮโซมาก(พิมลวรรณ แต่งตัวดูเก๋กว่าวันก่อน ๆ) ว่าพรหมพร ยูวะเวช ก็น่ารัก ว่าสี่สาวน่ารักไปหมด ทำให้เกิดภาพคล้าย ๆ ถูกรุมจีบ หรือว่าแทะโลมก็อาจจะไม่เกินจริงนัก ก็ไม่แน่ใจว่าจริงเพียงไหน อาจจะเหมือนกรณีของสิทธิณี กิตติสัทโธ คือมีขบวนการเบี่ยงเบนตัวเลขเคาเตอร์เพจของเวบไซท์ให้เกินจริง มีฉากจูบกัน ใต้น้ำของภาพยนต์หรือการแสดง โดยแสดงแบบอย่างการจูบ เหมือนที่ดาราภาพยนต์อเมริกันพยายามจะสอนคนในวัฒนธรรมอื่นที่ไม่มีการจูบ จนพัชรศรีร้องว่าพอ ๆ ๆ จูบอะไรกันขนาดนั้น มีสป๊อทโฆษณาปัญหาครอบครัว นับว่าดีมาก เข้าเป้าตรงประเด็นปัญหาครอบครัวเลยทีเดียว มีเสียงผู้ชายพอได้ยินว่า "กลับมาก็ดีแล้ว จะไม่ให้ กลับมาเลยหรืออย่างไร เอาอย่างนั้น ๆ หรือ" ในสป๊อทนี้เราไม่ทราบ ว่า เหตุที่ผู้ชายพ่อบ้านหนุ่มกลับบ้านดึก เป็นเพราะอะไร แต่จะเป็นเพราะอะไรก็ตามแต่ คำพูดนี้ไม่ค่อยดีบอกถึงการขาดความรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง ที่ว่ากลับมาก็ดีแค่ไหนแล้ว เพราะเอาแต่ใจตัวเองเกินไป ขาดอุดมการณ์ ขาดวิสัยทัศน์ของชีวิตครอบครัว ไม่คิดถึงลูกตัวเล็ก ๆ เสียบ้างเลย จะเอาแต่ใจตัวเองได้อย่างไร เมื่อกิจกรรมชีวิตไม่ใช่กิจกรรมโดดเดี่ยว กิจกรรมสังคมต้องประนีประนอม และ สัจธรรมก็คือ ไม่มีผู้ใดจะมีอิสรภาพทำตามใจต้องการได้ทุกอย่าง เมื่อพิจารณาไปถึง หลักธรรมที่ลึกซึ้งไปอีก นี่คือชีวิตที่ขาดสำนึกในทางธรรมะโดยสิ้นเชิง เหตุที่ไม่เข้าใจหน้าที่ของตนเอง ขาด ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ก่อนจบรายการ 09.40 น.บอกว่า พรุ่งนี้เจอกันที่สวนเบญจสิริ พบสี่ สาวที่สวน เบญจสิริ

 

 

 

 

 76 ดี34 พ.ค. - ก.ย. 48

เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

ต่อต้านเอดส์ต่อต้านอนารยธรรม

โดย คอมพิวเตอร์แมนและ บูดามี

 

 

 77 รายการ VIP  

 ช่อง 9

จันทร์ที่ 18 ก.ค.2548, 2030 น.  ทุกวันจันทร์

 

ญานี จงวิสุทธิ์ กับพระเอกหนุ่มหน้าคมเป็นพิธีกร ช่อง 9 เปิดใจอดีตหลวงตาจันทร์ คเวสโก เรื่อง เบื้องหลังการลาสิกขา

 

บอกว่าที่สึกเพราะถึงเวลา  ถึงโอกาส เดิมตั้งใจจะบวชเพียง 9 เดือน แต่ทำงานไปพบความสำเร็จโด่งดังมาตลอดก็เลยอยู่ต่อมาเรื่อย ๆตราบชราภาพจึงสึกออกมา 

 

เจ้าของรายการสนใจ   ปัญหาเก่าก่อนในเชิงอภินิหาริย์ของหลวงตา  เช่นการให้ลาภ  ถามว่า เหยียบโฉนดให้ขายได้ใช่หรือไม่    ตอบทันทีว่าไม่ใช่ ถามเรื่องทำเสน่ห์  ว่าโด่งดังเพราะทำเสน่ห์ต่าง ๆ เช่นให้ค้าขายร่ำรวยจนกลายเป็น แบบอย่างของเกจิอาจารย์อื่น ๆต่อมาอีก  ก็ว่าไม่ได้ทำ  ที่มีคนอ้างว่าจุดธูปให้ลูกศิษย์ทำมาค้าขายร่ำรวย ก็ตอบว่าไม่ได้ ทำ  ว่าขณะนี้ไม่มีสมาธิ  มีคนบอกว่าหลวงพ่อใบ้หวยรวยเป็นล้าน ๆ จริงหรือไม่ ตอบว่า  เป็นเรื่องบังเอิญ บทจะดังก็ดังเอง

 

แล้วมาสนใจเรื่องข่าวใหญ่หลังลาสิกขา คือข่าวงานวิวาห์หลวงตาจันทร์ กับครูสาวคนหนึ่ง  ซึ่งตามข่าวนั้น ครูเขาบอกว่าไม่รู้เรื่องราวเลย อยู่ ๆ ก็มีข่าวขึ้นมาว่าจะมีการวิวาห์ระหว่างหลวงตาจันทร์กับครูสาว จนถึงกับมีการพิมพ์การ์ดแต่งงานแจกจ่ายออกไป    ถามว่าข่าววิวาห์ล่มเป็นอย่างไร ตอบอย่างเบื่อรำคาญว่าจบแล้ว  จบแล้ว อย่าพูดถึงอีกเลย 

 

ถามว่ามูลเหตุของการลาสิกขามาจากอะไรแน่ ตอบว่าสมณเพศก็มีตัณหาอย่านึกว่าบวชแล้วตัณหา จะหมดไป  มันไม่หมด แต่ท่านทนอยู่กันไป เพราะไม่รู้จะออกมาอย่างไร อยู่อย่างเป็นทุกข์ ท่านว่าท่านเองออกมาแล้วก็ตั้งใจจะทำความสำเร็จในฐานะฆราวาส ไม่ให้ใครดูแคลน  และขณะนี้ก็มีอาชีพ ลงทุนสร้างบริษัทซีดีก่อน แล้วตอนหลังก็ไปสร้างคณะลิเกคณะปัญจพล อาจหาญ มีดาราลิเกคนสำคัญของวงการคือ กุ้ง สุทธิราช วงศ์เทวัญ ไปร่วมทีมด้วย  มีคำ  ชมของสุทธิราช ว่า ท่านมีพรสวรรค์ในทางนี้ ร้องลิเกได้เองเป็นที่ประหลาดใจ เน้นเรื่องรักชาติศาสนา    พระมหากษัตริย์   เศรษฐา ศิระฉายา ก็ออกมาชื่นชมท่านว่าเคยเป็นลูกศิษย์ตั้งแต่ท่านบวช 

 

แล้วญาณี   จงวิสุทธิ์ก็ให้ท่านลองร้องลิเกให้ฟัง  ท่านร้องกลอนเกี้ยวพิธีกรจนพิธีกรอายม้วนต้วน ม้วนไปม้วนมา แล้วถามต่อเรื่องเศรษฐกิจ  ถามว่าเป่ามนต์ให้ราคาน้ำมันลงได้ไหม ท่านรีบตอบว่า เรื่องนี้ต้องให้ทักษิณเป่า  ท่านไม่เกี่ยว

 

ถามเรื่องมองผู้หญิงหรือไม่   ตอบว่า คบได้แต่ไม่ได้มอง  ถามว่าชอบผู้หญิงแบบไหน  ตอบว่า ชอบขาวสะอาด ใจอ่อนโยน มีธรรมะดี  

 

น่าคิดว่าทำไมคนไม่มองที่ความเป็นคน แม้อดีตหลวงตาดัง  ท่านก็ยังยึดมั่นถือมั่นอยู่กับรูปธรรมอยู่  แท้จริงคนจะผิวดำคล้ำ หรือเป็นสีแทน  ถ้าเขามีความเป็นคน มี ความสะอาด  มีอนามัยดี  ฉลาด  วาจาไพเราะ นั่นแหละผู้หญิงสวย

 

 

 

 

 

 78 กบนอกกะลา   ผักตบวิตตอง

 

 ช่อง 9 5 ส.ค. 2548 20.40 น.

 

ผักตบวิตตอง

คณะทีมงานประกอบด้วย ภัทราพร สังข์พวงทอง  กับ อุมาพร ตันติยาพร สองสาวผู้มีความ     สามารถมากทั้งคู่  แม้ว่าจะมีผิวกายต่างกัน  กับ ผู้จัดการทีมชายอีกหนึ่ง   ในระยะเร็ว ๆ นี้ กบนอกกะลา ได้ให้ความกระจ่างอย่างสิ้นสงสัยในเรื่องการทำกระดาษ  การรีไซเคิลกระดาษ  ที่มีชื่อว่า  กระดาษไม่มีวันตาย   การทำธุรกิจส้วม   ทำให้รู้ว่าเขาทำอย่างไร  เป็นอุตสาหกรรมที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหนของคนไทยเมืองไทย

 

และวันนี้ เป็นเรื่องเบา ๆ  ตามไปดูเรื่องผักตบชะวาได้เรียนรู้ว่าเขาเอาไปทำประโยชน์อย่างไรบ้าง มีขั้นตอนอะไรบ้าง คุณภัทราพรตามไปจนถึงเมืองโยโกฮามาญี่ปุ่น เข้าไปดูที่วางจำหน่ายสินค้าไทยผักตบชะวานี้ถึงห้างสรรพสินค้าทากาชิมาย่า สัมภาษณ์ผู้จัดการห้างพบว่ากระเป๋าสานด้วยผักตบชะวาของไทยดูสวยทันสมัยสำหรับชาวญี่ปุ่นและขายดีมาก

 

กบนอกกะลา เป็นรายการริเริ่มที่สร้างสรรค์ทางวิชาการอย่างแท้จริง  ขณะนี้มีเฉพาะ 1 วันในรอบสัปดาห์  ควรจะมีทุกวัน และเร่งขยายแนวคิดนี้ออกไป  โดยติดตามที่ไปที่มาของสิ่งต่าง ๆทั้งปรากฎการณ์ต่าง ๆ ในระดับที่ละเอียดลงไปอีกและในที่สุดก็จักเป็นการเรียนรู้ที่สนุกน่าสนใจในด้านการพัฒนามันสมองวิชาการและอาชีพอย่างดีอย่างสนุกสนานมาก เช่นติดตามไปศึกษาถึงห้องทดลองวิทยาศาสตร์สาขาต่าง ๆ  เอาเหตุผล วิธีปฏิบัติ  และการพิศูจน์ทดลอง ออกมาให้คนชมดู   แม้กระทั่งเรื่องวัฒนธรรม  ประเพณี ต่าง ๆ หรือเรื่องศาสนา รายการกบนอกกะลาน่าจะขยายออกไป เป็นการศึกษาที่ล้ำเลิศ  

 

 

 

ก็จะกลายเป็นการเรียนการศึกษาที่สนุกสนานอย่างมาก ๆ  และได้ความรู้ในเชิงเหตุผลที่ละเอียด  อ่อนเห็นจริงรู้จริง  ดีกว่าการเรียน ในห้องเรียนหลายเท่า ก็อาจมีผลถึงการเปลี่ยนแปลงแนวการศึกษาของการศึกษาของชาติไปอย่างขนาดใหญ่ได้

 

 

 

 

 

 79 อานันท์ ปันยารชุน กับการสร้างสันติสุขในภาคใต้ วาทะเด็ด ใบสั่งฆ่า

 ช่อง 11, 27 ก.ค.2548 2200 น.

 

สิ่งที่เราอยากฟังจากท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน วันนี้ก็คือ อยากให้ท่านวิเคราะห์ สถานการณ์ใต้ให้เห็นชัดเจนก่อน และตอบปัญหาว่าทำไมเมื่อใช้นโยบายสมานฉันท์ตามความคิดของท่าน  แล้ว เหตุการณ์จึงกลับขยายรุนแรงออกไป  เหตุมาจากความผิดพลาดของนโยบายสมานฉันท์อย่างไร  เราจะปรับแก้นโยบายสมานฉันท์ให้เข้มข้นไปอีกอย่างไร  แต่ท่านไม่พูด ไม่เห็นว่าตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญที่  ต้องมองก่อน กลับพูดเรื่องอะไรที่นอกเรื่องและเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือที่เรียกว่า ปกิณกะ ซึ่งเป็นเรื่องที่เบา ๆ พูดไปหัวเราะไป แล้วลงท้ายก็ไม่มีข้อสรุปอะไรเลย เป็นรายการตลกโปกฮาเท่านั้นเอง 

 

 

อนึ่งคนไม่เข้าใจว่า  นายอานันท์พูดทำไม เรื่องคนกลุ่มน้อย คนกลุ่มใหญ่ ในไทย เวลาท่านพูดว่ามุสลิมเป็นคนกลุ่มใหญ่ในสามจังหวัดภาคใต้คนพุทธเป็นคนกลุ่มน้อยในสามจังหวัดภาคใต้ แต่คนไทยพุทธเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศคนไทยมุสลิมเป็นคนกลุ่มน้อยของประเทศ

 

พูดถึงชาวอีสาน  พูดถึงชาวมอญ พูดถึงชาวเหนือชาวใต้ พูดถึงชาวจีน 

 

จะหมายความว่านายอานันท์กำลังเตือนว่าชนเหล่านั้นก็กำลังคิดจะแบ่งแยกดินแดน เป็นอิสระบ้างอย่างนั้นหรือ  ก็เป็นเรื่องน่าหัวเราะ เพราะไม่มีชนกลุ่มไหนคิดอย่างนั้นกันเลย ปัญหาเช่นนั้นสำหรับประเทศนี้ไม่มีแล้วแม้กระทั่งชนไทยมุสลิมสามจังหวัดภาคใต้ไทย ซึ่งนายอานันท์เองก็ยืนยันว่าเขา ไม่ได้คิดเลยในเรื่องการแบ่งแยกดินแดน  ฉะนั้น จึงดูเหมือนนายอานันท์พูดไป หรือเดิน ๆ ไป ขัดขาตัวเองไป ไม่มีใครทำอะไรตัวเองทำตัวเองทั้งนั้น  แล้วอาจทำให้คนมองได้ว่าท่านมีวิตกจริตมากเกินไปกล่าวคือ รวนเร รวนไปรวนมาหาจุดยืนไม่ได้นั่นเอง จึงคล้าย ๆ เป็นปกิณกะ หาเนื้อหาสาระไม่ได้  แล้วกลายเป็นการพูดที่ออกจะเพ้อเจ้อ และบอกไปถึงบุคคลิกภาพที่ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง คอยจะเอาใจคนนั้น เกรงใจคนนี้  เลยไม่กล้าทำอะไรสักอย่างที่เป็นเรื่องของตนเอง ไม่กล้ารับผิดชอบต่อผลประโยชน์ของตนเอง

 

เกรงใจคนไปหมดกระทั่งคนในประวัติศาสตร์  เช่นพูดถึงคนจีน คล้าย ๆจะเอาใจคน จีน โดยไปยกย่องประการต่าง ๆ  แล้วไปโจมตีรัฐบาล นักปกครองยุคก่อน ว่าใช้มาตรการรุนแรงต่อคนจีนหลาย ๆ ประการอย่างไม่เป็นธรรม เช่น เรียบร้อยโรงเรียนจีน เป็นต้น ทำนองว่าไม่มีความสมานฉันท์  ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อนักปกครองยุคนั้น  เพราะท่านไม่ยอมมองอย่างรอบด้าน เช่น ไม่พูดบ้างว่าอั้งยี่ ที่ร้ายกาจ ในยุคนั้น มาจากไหน  และมาตรการแก้ไขขณะนั้นมีประสิทธิภาพอย่างไร อั้งยี่จึงสลายหายไปได้อย่างเงียบกริบ  การที่ท่านพูด เป็นการพูดอย่างไม่ให้ความเป็นธรรมแด่คนในอดีตเลย 

 

 

 

เมื่อท่านพูดถึงมาตรการการปราบปราม ดูเหมือนท่านเกรงว่า โจรจะไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือมิฉะนั้น ก็ทำให้คิดว่า  การสมานฉันท์จะต้องสมานฉันท์กับโจรผู้กระทำผิดกฎหมายด้วย ไม่ระวังว่าอาจผิดกฎหมายอาญาฐานให้ความช่วยเหลือผู้กระทำผิด  ถึงขนาดเสนอว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามจะต้องไม่โต้ ตอบด้วยความรุนแรง ซึ่งน่าแปลกใจว่าท่านพูดออกมาได้อย่างไรโดยการขัดธรรมชาติของความเป็นคนเช่น นั้น  ใครจะยอมให้คนมาพร่าคร่าเอาชีวิตไปโดยไม่ป้องกันตัวเช่นนั้น เพราะการป้องกันชีวิตตนเป็นสิทธิอันชอบธรรมของมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย และคนต่างก็มีกำปั้นของตน ธรรมชาติสร้างมาให้ใช้ ก็ต้องใช้

 

 

 

         มีประเด็นที่น่าคิดก็คือ  แต่เดิมก่อนที่จะเสนอตัวเองเข้ามาเป็นประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ(กอส.)นั้น  ท่านได้ออกมาพูดว่า เรื่องการก่อการร้ายใต้เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องของประเทศชาติ  ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลฝ่ายเดียว เป็นเรื่องของท่านด้วย  ท่านจึงออกมาเสนอแนะและเตือนรัฐบาล ให้เพ่งเล็งเรื่องการสมานฉันท์เป็นหลัก และให้พูดเป็นเสียงเดียวกัน รัฐบาลทักษิณก็คงคิดว่าลองดู  ก็ยอมมอบให้เป็นผู้นำและพูดตามท่านไป ว่าต้องสมานฉันท์ และปฏิบัติกันไปอย่างสับสน จนแม้กระทั่ง  โจรฆ่าตัดหัวคนก็ไม่กล้าจับเพราะเกรงจะขัดนโยบายสมานฉันท์  และในที่สุดสถานการณ์ก็ไม่ดีขึ้น  มาถึง วันนี้ท่านก็ยังกล่าวย้ำว่าที่ท่านเข้ามาเสนอวิธีการสมานฉันท์นั้น ก็เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของประเทศชาติ    ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล  การพูดอย่างนี้ ฟังคล้าย ๆ ว่าท่านเข้าใจผิดในฐานะบทบาทของตนเองและของผู้อื่น เป็นการดูแคลนระบอบประชาธิปไตย  และทำให้ฟังได้ว่าท่านอาจจะสำคัญผิดในตนเอง หลงว่าเป็นคนยิ่งใหญ่ มีความรับผิดชอบต่อประเทศชาติสูงกว่าหัวหน้ารัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้งของปวงชนชาวไทยเสียอีก  เราไม่เข้าใจว่าท่านมองตัวของท่านยิ่งใหญ่ไปกว่ารัฐบาล ที่มาโดยระบอบประชาธิปไตยได้อย่างไร    อะไรทำให้พูดเพ้อเจ้อไปได้ขนาดนี้?  น่าจะลองไปตรวจวิเคราะห์สุขภาพจิตดูบ้าง

 

 

 

ตั้งแต่เดิมมาท่านก็เสนอว่าต้องพูดเป็นเสียงเดียวกัน รัฐบาลกับคณะกรรมการสมานฉันท์ ต้องพูด  เป็นเสียงเดียวกัน

 

แต่สถานการณ์จริงคนพูดเป็นเสียงเดียวกันไม่ได้  เมื่อมาสู่งานการบริหาร จึงต้องเข้าใจแต่ต้นไว้ก่อนว่า  การบริหารจะต้องบริหารไปตามสถานการณ์ยุ่งยากเสมอไป  ไม่มีงานไหนหรอกที่จะไม่มี อุปสรรค  ไม่มีงานไหนที่ไม่มีเสียงคัดค้าน การทำงานจึงหลีกเลี่ยงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขัดแย้งไปไม่ได้  ต้องทำงานไปบนเสียงคัดค้านอยู่ส่วนหนึ่งเสมอไป  และเราจึงต้องยึดหลักการทำงานว่าหลักการทำงานอยู่บน หน้าที่  เมื่อมีหน้าที่อะไรก็ทำไป  ทหารก็ทำหน้าที่ทหาร  ตำรวจก็ทำหน้าที่ตำรวจ  ผู้พิพากษาก็ทำหน้าที่ผู้พิพากษา  เพชรฆาตก็ทำหน้าที่เพชรฆาต  ฟัง ๆ นายอานันท์จะให้ตำรวจเลิกจับโจรผู้ร้าย  ให้ทหารไป รบมือเปล่าอะไรทำนองนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ คนเรามีหน้าที่ของตน ปล่อยให้เขาทำหน้าที่ของเขา   อย่าไปก้าวก่าย ในขณะเดียวกันเรารู้หน้าที่ของเรา ทำหน้าที่ของเราให้ดี  นี่คือมาตรการของความสำเร็จ       

 

 

มีประโยคคมของท่านเมื่อกล่าวว่าอย่าตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง เดินไปหากับดัก  ดูท่านมองอย่างกับว่าโจรใต้เป็นกองทัพใหญ่โต พอ ๆ กับพยัคฆทมิฬในศรีลังกา หรือพอ ๆ กับคาทอลิกกับโปรเตสแตนท์รบกันอยู่ในไอร์แลนด์เหนือ  จนต้องระวัง ต้องเกรงใจเขา จะยอมเขาท่าเดียว แท้จริงเป็นคนละสถานการณ์ของไทยก็เป็นเพียงโจรกระจอกใจบาปหยาบช้าวิปริตจิตวิกลไร้ศีลธรรมแล้วยังเนรคุณ แผ่นดินไทยที่ให้อยู่ ร่มเย็นเป็นสุขมาเนิ่นนานชั่วโคตรที่มีคุณค่าอย่างเศษสวะที่ควรกำจัดไปโดยเร็วเท่านั้น ท่านไม่เข้าใจหรือ? 

 

 

 

ตอนจบท่านบอกว่าให้ฝากไปคิดต่อด้วยในเรื่องราวปกิณกะที่ท่านพูดมา  แปล ว่าแม้ขณะนี้ท่านก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่า   สมานฉันท์ทำอย่างไร  ตลอดเวลาที่ผ่านมาสี่เดือนท่านยังไม่ได้ทำอะไรเลย   ก็เลย ไม่ได้แก้ไขอะไร แล้วที่สุดก็ไม่ยอมรับผิดชอบอะไรทำท่าจะหันหลังให้ไปเฉย ๆ  จนนายกรัฐมนตรีต้องดึง  เอาไว้ ว่างานยังไม่เสร็จจะไปไหน

 

ความจริงการจัดการแก้ปัญหาใต้  อาจทำได้สารพัดนโยบาย ใช้นโยบายอะไรก็แก้ไขได้ เพราะไม่ใช่ปัญหาที่ร้ายแรงขนาดหนัก โดยภูมิศาสตร์  ก็ดี  โดยประชากรก็ดี  โดยกำลังทหารกำลังรบก็ดี หรือแม้ โดยเงื่อนไขแห่งความแตกต่างทางศาสนาก็ดี เราอยู่ในฐานะที่ได้เปรียบมากหลายเท่าอยู่แล้ว  ใต้ไม่มีทางที่จะยืดเยื้อไปนานได้   แต่ด้านนโยบาย หรือยุทธศาสตร์ เมื่อตั้งใจทำอะไรอย่างใดแล้วก็ขอให้ไปให้ตลอด  และถูกต้องตามนโยบายนั้น  และที่สำคัญต้องปล่อยให้ผู้มีหน้าที่อย่างไร ทำหน้าที่ของเขาอย่างเต็มที่ อย่า ไปก้าวก่าย  หน้าที่ใครหน้าที่มัน  ในระดับสูงมีผู้ประสานอยู่  ก็ทำหน้าที่ประสานไปให้ดี  

 

แต่เท่าที่ผ่าน มา นายอานันท์ ไปก้าวก่ายหน้าที่เขาไปหมด ไปยึดแข้งยึดขาเอาไว้ ก็เลยไม่มีใครได้ทำอะไร คอยแต่เงือด เงื้ออยู่  ส่วนการสมานฉันท์นั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะเป็นเรื่องจำเป็นต้องทำ  ไม่ต้องบอกก็รู้   อุปมาเหมือนคนป่วยหนักจำเป็นต้องผ่าตัด เมื่อผ่าตัดอยู่ ก็ต้องเจ็บหน่อย และควรปล่อยให้ผู้หญิงเขากรีดร้องไปเพราะ ความกลัว และไม่จำเป็นต้องมีใครมาบอกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่าผ่าตัดเสร็จแล้วต้องสมานแผลให้ดีนะ ไม่ต้องบอก รู้กันน่ะ  ผ่าตัดแล้วไม่สมานแผลได้อย่างไร  มันอยู่ในขั้นตอนเดียวกันอยู่แล้ว  แต่ต้องรู้อะไรก่อน   อะไรหลัง  เขาจะผ่าตัดกลับไปบอกว่าให้สมานแผลก่อน  เป็นไปได้อย่างไร แล้วเทียวบอกว่าระวังนะสมานแผลเป็นเรื่องใหญ่  จะใหญ่อย่างไรถ้ายังไม่ผ่าตัดเอาเนื้อร้ายออกไปเสียก่อน    

 

 

   

เมื่อมาออกรายการกรองสถานการณ์ร่วมกับนายกรัฐมนตรี เมื่อ 28 ก.ค. 2548 หลังข่าว 20.30 น. ของช่อง 11 โดยอดิศักดิ์ สีสม ไล่เลียงเอา  ท่านมองว่า พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน   เป็นใบอนุญาตฆ่าคน

 

ซึ่งความจริงท่านก็พูดเกินไป และแสดงให้เห็นว่าไม่มีความเป็นธรรมอยู่ในจิตใจของ ท่านผู้นี้เลยแม้แต่น้อย ท่านมีภยาคติอยู่ตลอดเวลา ไม่เชื่อถือไว้วางใจคนของเราเองเลยแม้แต่น้อย และนั่นแปลว่าท่านไม่เห็นด้วยเลย ท่านเน้นว่าไม่มีขบวนการใดคิดแบ่งแยกดินแดนในภาคใต้ ชาวมุสลิมใต้ไม่มีใครคิดแบ่งแยกดินแดน จะยังมีก็น้อยเหลือเกิน ซึ่งแสดงวิสัยทัศน์ที่สั้น ท่านยังไม่เข้าใจว่านี่เป็นงานจับโจรผู้   กระทำผิดกฎหมาย มีโจรคนเดียวก็ต้องตามจับ   แต่คำพูดของนายกรัฐมนตรีกลับตรงประเด็นกว่า ที่ว่า  ถึงมีคนเลวอยู่จำนวนน้อย แต่ก็สามารถสร้างปัญหาให้ได้ ซึ่งนับเป็นข้อเท็จจริง  นั่นคือขณะนี้ศัตรูของเราเป็นเพียงโจรกลุ่มหนึ่งเท่านั้นเอง ชาวไทยมุสลิมใต้ ส่วนใหญ่เขาก็มีสำนึกในทางการให้ความร่วมมือกับรัฐบาลอยู่แล้ว เพราะใครจักคิดผิดไปไกลขนาดนั้น  แต่ด้วยความขลาดหวาดระแวงเกินเหตุ จึงทำให้ฝ่าย ปราบถูกคนคอยขัดแข้งขัดขาอยู่ตลอดเวลา ก็วิ่งตามไม่เคยทันโจรผู้ร้าย พวกโจรก็หนีไปได้  สบาย ๆ

 

 

 

กรณีโจรใต้เรามีความเห็นเพิ่มเติมไปว่า ในระดับยุทธศาสตร์(Strategy)นั้น โดยหลักการทหาร แม้ยุทธศาสตร์จะล้ำเลิศสักเพียงใดก็ตาม หากยุทธวิธี(Tactics)ยังขาดประสิทธิภาพแล้วก็ไม่อาจจะเอาชนะปรปักษ์ได้

 

 

 

เราจึงอยากเสนอให้มามองที่ยุทธวิธี และเมื่อวิเคราะห์แล้ว พบว่า จุดอ่อนที่สุดของยุทธวิธีฝ่ายเรา ใช้อยู่ขณะนี้ก็คือ  "ตามไม่ทัน"  คือ  ไม่ทันสถานการณ์ หมายถึง การข่าว และ  ไม่ทันการก่อการร้ายของฝ่ายตรงข้าม  หมายถึงการก่อการใดใด เราตามเขาไม่ทันเสมอ

 

 

 

นั่นหมายถึง ยุทธวิธีทั้งเชิงรับและเชิงรุกไม่มีประสิทธิภาพ  เชิงรับ เรารับเขาไม่ทัน จึงเกิดเหตุร้าย แรงขึ้นทุกที  เชิงรุก เราตามจับเขาไม่ทัน เขาหนีไปได้สบายใจเสมอและพร้อมที่จะออกมาพ่นพิษใหม่

 

 

 

ถ้าเราพิจารณาประเด็นนี้แล้วก็จะพบความจริงว่า เมื่อเราตามฝ่ายเขาไม่ทันเสียแล้ว จักใช้ยุทธ     ศาสตร์อย่างใดใดก็ไม่เอาจเอาชนะข้าศึกได้  จะพูดเรื่องสมานฉันท์ไปกี่ร้อยปีข้างหน้า หากไม่ปรับยุทธวิธี ให้ตามทันเขาเป็นออกหน้า สะกัดทันเขาบ้างแล้ว ก็ต้องเป็นอยู่เช่นนี้ตลอดไป ไม่มีวันจะแก้ปัญหาได้

 

 

 

ฉะนั้น ถ้ารัฐบาลนิ่งเฉยอยู่ย่อมหมายถึงการปล่อยให้สถานการณ์เลวลงไปทุกที  การปรับยุทธวิธี จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง และต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้เร็วทันฝ่ายก่อการร้ายให้ได้ โดยพิจารณาว่า

 

 

 

1.      ทางด้านรัฐบาล เพื่อดำเนินการตามกฎหมายของรัฐ เรามองว่าการออกกฎหมายใหม่คือ    พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน  เป็นการปรับทางยุทธวิธี เพื่อให้เกิดสภาวะปฏิบัติการเชิงรุกให้ได้   เพื่อให้ทันคน  ทันสถานการณ์เพื่อชัยชนะ  และแผ่นดินสงบลงโดยเร็ว  หากเราไม่ปรับจุดอ่อนของ ยุทธวิธีเดิม ๆ แล้ว ใต้ไม่มีวันสงบ เพราะเราก็จะเป็นฝ่ายตามตลอดไป  คือจับไม่ได้ไล่ไม่ทันก็มีแต่จะต้องถูกกระทำย่ำยีตลอดกาล  และนี่เป็นส่วนภาระหน้าที่ของฝ่ายกฎหมายบ้านเมืองที่ต้องกระทำ

 

 

 

2.      คณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ โดยท่านอานันท์ ปันยารชุนและคณะ  ปรับนโยบายสมานฉันท์ให้เข้มไปอีก  ขณะนี้ยังเข้มไม่พอ  โดยประการที่ 1 จะต้องคงภาระหน้าที่ปฏิบัติงาน  ควบคู่ไปกับรัฐบาลเหมือนเดิม ประการที่ 2 ปรับยุทธศาสตร์สมานฉันท์ไปอีกสักหน่อย ให้ลงลึกไปเป็น   ยุทธศาสตร์นักบุญ  ซึ่งหมายความว่า ท่านจะต้องทำงานส่งเสริมสันติภาพอย่างเข้มข้นและด้วยมือทั้งสอง  ข้างที่ปราศจากอาวุธ    และท่านจะต้องเสียสละเป็นอันมาก โดยต้องลงไปคลุกคลีร่วมทุกข์ร่วมสุขอยู่กับ ประชาชนชาวใต้ เพื่องานสมานฉันท์ และเพื่อสร้างประโยชน์สุขแด่ประชาชนอย่างบริสุทธิ์ใจ  นี่ก็เป็นหน้าที่ของคณะนี้  อย่าก้าวก่ายกัน

 

 

 

ขณะนี้ เราคิดว่า ทางรัฐบาลเองกำลังทำการปรับยุทธวิธีด้านการปราบปรามไปในทำนองนี้อยู่แล้ว  แต่จะยังไม่ได้ผล หากยุทธศาสตร์สมานฉันท์แห่งชาติไม่ปรับลงลึกไปถึงเป็น ยุทธศาสตร์นักบุญ ดังกล่าว และแน่นอนโดยยุทธศาสตร์นักบุญนี้ ชาวไทยทั่วประเทศก็ควรรับปฏิบัติตามกันไปอย่างพร้อมเพียงด้วย    เพื่อให้สอดคล้องหลักพระพุทธศาสนาที่ว่า  เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร  แต่ระงับด้วยการทำความดีด้วยเมตตาอันบริสุทธิ์ต่อเพื่อนร่วมแผ่นดิน หรือเพื่อนร่วมโลก  ดังธรรมบทรับรองไว้ มีว่า

 

 

 

  หิ  เวเรน  เวรานิ

สมฺมนฺตีธ  กุทาจนํ

อเวเรน    สมฺมนฺติ

เอส  ธมฺโม  สนนฺตโน

 

 

แต่ไหนแต่ไรมา ในโลกนี้                           At any time in this world,

เวรย่อมไม่ระงับด้วยการจองเวร                    Hatred never ceases by hatred,

แต่ระงับด้วยการไม่จองเวร                          But through non-hatred it ceases

นี้เป็นกฎตายตัว                                        This is an eternal law.

 

  • จาก  เสฐียรพงษ์ วรรณปก พุทธวจนะในธรรมบท พิมพ์ครั้งที่ 4  อมรินทร์การพิมพ์ กทม. 2525  หน้า 7

 

 

ซึ่งหมายความว่า  ต่างคนต่างก็ทำงานไปตามหน้าที่ของตนเช่นตำรวจก็ปฏิบัติหน้าที่กวาดล้างจับ  กุมผู้ร้าย  แต่กระทำอย่างไม่มีความอาฆาต พยาบาทจองเวร ไม่มีความเกลียดชัง  แต่ทำไปเพราะตนมี   หน้าที่  ทหารก็ทำหน้าที่ของทหาร ประชาชนก็ทำหน้าที่ของประชาชน ครู  ผู้พิพากษา ก็ทำหน้าที่ของตน ตรงไปตรงมา  โดยไม่มีความโกรธ เกลียด  อาฆาตพยาบาทจองเวร เรื่องร้ายก็จะสงบลงเป็นการถาวร

 

 

 

ในด้านยุทธวิธีฝ่ายปราบปรามขณะนี้ เมื่ออุปมา อาจจะเหมือนคนไข้หนักที่ต้องการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน  เมื่อเอาเนื้อร้ายออกไปแล้ว ภาระของการสมานฉัน์ย่อมเป็นสิ่งที่จำเป็นตามมาอย่างแน่นอน  ฉะนั้น  เราจึงยืนยันข้อเสนอว่า  จำเป็นต้องคงเดินไปตามยุทธศาสตร์เดิม แต่ต้องปรับทางยุทธวิธี เพื่อแก้จุดอ่อนของทั้งเชิงรับ และเชิงรุก  คือต้องทำทั้งด้านการป้องกัน และปราบปรามในขณะเดียวกัน แต่ให้ทันเขา หรือจากการตามไล่ล่าอย่างคว้าน้ำเหลวทุกทีเพราะความเร็วยังไม่พอ ไม่ทันเขา  มาเป็นการคล่องตัวและเร็วแรงอย่างที่สุด ที่จำเป็นต้องถากทางสิ่งกีดขวางทุกอย่างทุกประการเพื่อให้ยุทธวิธีแล่นไปตามทันฝ่ายคนร้ายให้ ได้  กล่าวอย่างสรุปก็คือ เราต้องการยุทธวิธีความเร็วสูงมาก   เพื่อพลิกยุทธวิธีเป็นการรุกเร็ว ทันคน  ทันการณ์ เพื่อสกัดสังหารคนร้ายวิปริตจิตวิกลกลุ่มนี้อย่างสิ้นซาก ให้ได้ หากมิเช่นนี้แล้ว จะสมานฉันท์ไปอีกกี่ร้อยปีแผ่นดินใต้ก็ไม่มีวันสงบลง   อุปมาเหมือนชาวบ้านคว้าท่อนไม้ท่อนฟืน แม้กระทั่งก้อนหินก้อนดิน ไล่ล่าหมาบ้า  หากตามมันไม่ทันมันก็หนีเข้าป่ารกชัฏไปได้ มีโอกาสที่จะกลับมาทำร้ายลูกเล็กเด็กแดงได้อีก  แต่เมื่อรุมล้อมสกัดได้ทันหมาบ้าก็ไม่รอด ตายด้วยท่อนไม้ท่อนฟืน ก้อนหินก้อนดิน เมื่อกำจัดหมาบ้า     ไปได้แล้วก็อยู่สบายกันทั้งหมู่บ้าน  นั่นเอง.

 

 

 

 

 

 80    ชาวคริสต์กล่าวโทษชาวยิวสาหัสในภาพยนต์ศาสนาจีซัสไครส์

ภาพยนตร์

จีซัสไครส์, แฮรี่ พ๊อทเตอร์, สตาร์วอร์, องค์บาก-ต้มยำกุ้ง

 

 คำว่า จีซัสไคร์ส (Jesus Christ) เป็นคำใหม่ เดิมออกเสียงเป็น  เจซูส คริสต์ (Jesus Christ)   คนไทยว่า เยซูคริสต์ หรือพระเยซู   แต่มาดัดเสียงให้ฟังเป็นวัยรุ่นขึ้นเป็น  จีซัส ไคร้ส์     จีซัสไคร์ส (Jesus Christ)หนังใหญ่ที่ออกฉายไปทั่วโลกตั้งแต่ ปลายปี 2546 แล้ว  ยังคงเห็นในจอโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ อยู่ในปีนี้ เป็นหนังโฆษณาชวนเชื่อของศาสนาคริสต์อย่างมีเจตนาสร้างขึ้นเพื่อการเผยแผ่ศาสนา   คริสต์อย่างแท้จริง  เพราะพยายามสร้างภาพเลยเถิดไปจากพระคัมภีร์ไบเบิลไปอีกหลายระดับ  ทั้ง ๆ ที่ พระคัมภีร์ไบเบิลเองก็เป็นการโฆษณาชวนเชื่ออยู่เต็มที่แล้ว

 

จุดมุ่งหมายในการสร้าง ก็เพื่อป้ายความผิดให้แด่ชาวอิสราเอลทั้งชาติ  โดยให้เห็นว่าชาวอิสราเอลยุคนั้นได้กระทำสิ่งที่อยุติธรรมต่อองค์พระบุตรของพระเจ้าอย่างไร และชาวอิสราเอลมีความป่าเถื่อนอนารยธรรมขนาดไหน  แต่สิ่งที่ชาวคริสต์โดยเฉพาะ    คาทอลิกแค้นใจมาจนถึงขณะนี้ว่าเป็นเรื่องใหญ่ก็คือ ชาวอิสราเอลยุคนั้นมืดบอด เห็นผิดเป็นชอบ หากชาวอิสราเอลยอมรับองค์พระเยซูคริสต์เสียตั้งแต่ครั้งเริ่มต้นนั้นแล้ว ชาวอิสราเอลก็จะไม่มีปัญหาวุ่นวายมาจนถึงบัดนี้  และศาสนาคริสต์ก็จะมีองค์ศาสดาที่อายุยืนนานเผยแผ่ศาสนาออกไปกว้างขวางกว่ากันหลายเท่าทวีคูณ  นี่เป็นภาพที่หนังเรื่องนี้ต้องการให้คนทั้งโลกเห็น ต้องการให้เห็นว่าชาวอิสราเองกระทำความผิดต่อศาสนาคริสต์  

 

แต่จะเห็นว่าคนยุคนี้ไม่ยอมรับ  คนยุคใหม่โดยเฉพาะประเทศตะวันตกเอง กลับเข้าข้างชาวอิสราเอล โดยได้มีกลุ่มชนหลายกลุ่มในตะวันตก อเมริกาออกมาประท้วงว่าภาพยนต์เรื่องนี้กล่าวหาชาวอิสราเอลเกินความเป็นจริง  และไม่สมเหตุสมผล

 

เมื่อพิจารณาไปลึก ๆ แล้ว  ก็จะพบว่าเรื่องสลดของพระเยซูคริสต์นี้สาเหตุเกิดจากองค์พระเยซูเอง  ประเด็นที่ว่า  แท้จริงชาวอิสราเอลยุคนั้นพิจารณาว่าพระเยซูมิได้ทรงเป็นคนปกติ  แต่ทรงวิกลจริต  มีผีสิงพระองค์  เพราะขณะที่ประกาศตนว่าพระองค์เสด็จลงมาจากสวรรค์ลงมาตามคำสั่งของพระเจ้าเพื่อมาโปรดชาวอิสราเอลนั้น  ชาวอิสราเอลมองว่า เชื่อถือไม่ได้  คนปกติย่อมไม่พูดอย่างนั้น คำพูดของพระเยซูจึงถูกมองว่าเป็นคำประกาศของคนบ้าที่คลุ้มคลั่ง(ในพระคัมภีร์ไบเบิลเองยังกล่าวว่า ทรงถูกผีสิงด้วย) ซึ่งประเด็นนี้น่าพิจารณาและชาวโลกยุคใหม่ก็กำลังพิจารณาจนกระทั่งสาขาวิชาการจิตวิทยาได้ข้อสรุปว่า ทรงวิกลจริต แบบ เมกาโลมาเนีย(Megalomenia) คือสำคัญตนว่ายิ่งใหญ่เหนือมนุษย์ เป็นคนธรรมดาแต่หลงตนเองว่า  เป็นพระบุตรลงมา จากสวรรค์  ซึ่งเป็นการวิกลจริตชนิดหนึ่ง ที่มีตัวอย่างการศึกษามากมายในประวัติศาสตร์โลก 

 

นักการเผยแผ่ศาสนาคริสต์เอง ก็อาจจะมองเห็นว่าหนังเรื่องจีซัสไครส์  ฉายบุคคลิกภาพที่ดูคลุ้ม คลั่งมากเกินไปของพระเยซู  ภาพที่ออกมาเหมือนพระเยซูกำลังรับโทษในนรกอเวจีเกินไป  หาความ      เบิกบาน น่าชื่นชม หรือสะอาด สว่าง สงบ ในองค์พระบุตรไม่ได้เลย  ภาพของพระองค์  เต็มไปด้วยความเครียด   และทรงถูกกระทำให้เสื่อมพระสง่าราศีไปหมด และการที่มีโจรร้ายอีก 2 คนแบกกางเขนโซซัด   โซเซตามไปด้วยอาการเดียวกันแล้วยิ่งไปบั่นทอนความสง่างามของพระองค์ลงไปอีก ไม่สมเป็นพระบุตรของพระเจ้าเลยแม้แต่น้อย   คนดูดูแล้วไม่สบายใจอึดอัด ดูทุเรศเกินไป  ฉะนั้น จึงมีคณะเผยแผ่ อีกคณะหนึ่งทำหนังจีซัสไครส์ขึ้นมาใหม่อีกก๊อปปี้หนึ่ง  เห็นจากทีวีตะวันตกช่องยุโรป ผ่านดาวเทียมเอเซียแซท2 ภาย หลังเรื่องแรกผ่านสายตาไปเมื่อไม่นานมานี้  เป็นประวัติพระเยซูเช่นเดียวกัน แต่เป็นภาพพระเยซูไปอีกแบบหนึ่งที่ดูฉลาดขึ้น เป็นภาพสว่างขึ้น  เพราะสร้างบทให้พระเยซูรู้จักพูด  รู้จักทักทายคนทั่วไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส  แสดงบุคคลิกภาพอาจหาญ ร่าเริง ดูเป็นคนธรรมดา  ไม่ออกอำนาจว่าตนเป็นพระบุตรลงมาจากสวรรค์   ไม่ถมึงทึงเหมือนเรื่องเดิม  แต่กลับเด่นเมื่อปรากฎภาพที่ทรงสัมพันธ์กับสตรี มีการทักทาย ผู้หญิง ๆ สตรีสาว ๆ เสียทั้งเรื่อง เช่นตอนหญิงเอาศรีษะและปอยผมซบพระบาทขอร้องให้ไปช่วยรักษา   ญาติผู้ป่วยไข้  และตอนเสกน้ำฝนให้เป็นเหล้าองุ่นให้พวกสตรีนำไปในงานแต่งงาน จนดูเป็นว่าทรงโปรด  สตรีมากเกินไป แต่กระนั้นในที่สุดจีซัสไครส์ทั้งสองสำนวนนี้ก็ลงท้ายด้วยกันคือไปสู่การตรึงกางเขน ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์สากล ภาพที่ออกมาจึงน่าอึดอัดเหมือน ๆ กัน จนกระทั่งมีนักสร้างหนังอีกกลุ่มหนึ่งสร้างหนังออกมาล้อเลียนว่าสัญลักษณ์ของไม้กางเขน เป็นสัญลักษณ์ของความทารุณจิตใจ ไม่สบายใจและดูทุเรศ ไม่น่าศรัทธาเลื่อมใส  ควรเปลี่ยนภาพสัญลักษณ์พระเยซูเป็นรูปปั้น ที่แย้มยิ้มแทนภาพตรึง   กางเขน จะให้ความรู้สึกที่ดีกว่า(หนังเรื่อง Doga คู่เทวดาฟ้าส่งมาแสบ ของช่อง 7 เมื่อ 15 ก.ค. 2547)

 

 

 

 มาถึงหนังเรื่องแฮรี พอตเตอร์ (Harry Potter)พ่อมดน้อย  เจเค โรลลิง (J.K.Rowling) สะท้อนให้วีรบุรุษเป็นพ่อมด แม่มด  เธอเทิดทูนวิชาพ่อมดอย่างสูงจนกระทั่งมีคนระดับศาสตราจารย์มาตั้งโรงเรียน  ฮ๊อปวอทช์ สอนวิชาพ่อมดแม่มดขึ้น เรื่องพ่อมดแม่มดนี้  ทางศาสนาคริสต์โดยบาดหลวงยุคแรก ๆ เห็นว่าเป็นเรื่องของพวกนอกรีต  จะต้องจับเอามาเผาไฟทิ้งเสียให้หมด  จึงมีเรื่องโหดร้ายทารุณ อย่างยิ่งเกิดขึ้น ในประวัติศาสตร์ยุโรป  โดยสมัยนั้นมีการกวาดล้างแม่มดไปจนหมดทวีป  และลงโทษสถานเดียวคือนำมา มัดกับหลักแล้วเผาไฟประจานกลางเมือง  เป็นผลให้คนบริสุทธิ์พลอยถูกเผาไฟไปด้วยหลายพันคน นอก จากนั้น บาดหลวงยังกวาดล้างวิชาเก่าแก่ของโลกไปอีกวิชาหนึ่งคือ โหราศาสตร์ เป็นเหตุให้โหราศาสตร์  หายไปจากยุโรปด้วย ตามที่นักประวัติศาสตร์จารึกไว้  บางทีเจ เค โรลลิง ผู้เขียนเรื่องพ่อมดน้อยนี้  อาจ จะมองประวัติศาสตร์ตอนนั้น แล้วเห็นความอยุติธรรมที่พวกบาดหลวงทำต่อคนกลุ่มนี้ ก็เกิดสงสารเห็นอก เห็นใจพวกแม่มดพ่อมดขึ้นมาอย่างล้นพ้น จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เขียนเร่ืองพ่อมดน้อยนี้ขึ้นมา และกลาย เป็น 6 ตอนเข้าแล้ว และคนทั้งโลกต้อนรับอย่างท่วมท้น ทั้งหนังสือและภาพยนต์  ปรากฎการณ์จากแฮรี พ๊อตเตอร์นี้ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อศาสนจักรคริสต์อย่างแน่นอน ยิ่งมีคนชอบพ่อมดน้อยเท่าไร ยิ่งมีคนเกลียดชังศาสนจักรคริสต์มากขึ้นเท่านั้น เท่าที่ได้สร้างบาปกรรมเป็นอันมากไว้ และโดยไม่ยุติธรรมแด่พ่อมดแม่มดในยุคนั้น   นี่ก็เป็นเรื่องที่แก้กันไปแก้กันมาในวงการตะวันตก

 

 

 

 เจ เค โรลลิง อาจจะเป็นนักการศาสนาสากลคนสำคัญก็ได้ เมื่อเธอมองว่า  ศาสนาเดิม ๆ โดย   เฉพาะพราหมณ์ฮินดูนั้น แท้ที่จริงก็เขียนเรื่องนวนิยายรามเกียรติ์ขึ้นมาให้คนอ่านติดและเลื่อมใสในตัวละครเอกเท่านั้นเอง   แต่คนสมัยนั้นไม่คิดว่ารามเกียรติ์เป็นเพียงนวนิยาย  แต่คิดว่าเป็นเรื่องจริง ๆ มีพระศิวะ กับนางอุมาอาศัยอยู่บนยอดเขาหิมาลัยจริง ๆ  จึงเกิดลัทธิพิธีกรรมฮินดูขึ้น มา   เจ เค โรลลิงอาจจะมี  ประสงค์ว่า  เรื่องพ่อมดน้อย หากเขียนขึ้นในยุคก่อน เธอก็มีสิทธิ์เป็น  เทพเจ้าได้ อย่างสบาย ๆ ไม่ผิดกับ อิศวร นารายณ์ พรหมของลัทธิพราหมณ์ เลย  เธอต้องการเน้นว่า ศาสนาเป็นเพียงเรื่องนวนิยายเท่านั้น เอง   เหมือนอย่างที่เรื่องพ่อมดน้อยของเธอก็เป็นนวนิยาย และเธอก็ประสงค์ให้เป็นนวนิยาย หากผู้ใดเอาไปยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง นวนิยายเรื่องพ่อมดน้อยอาจกลายเป็นคัมภีร์ศาสนาและเธอกลายเป็นศาสดาขึ้น มาก็ย่อมได้ 

     

 แต่ก่อนที่จะคิดเลยไปขนาดนั้นเราคิดว่า เจ เค รอลลิง น่าจะลองศึกษาศาสนาพุทธดูบ้าง คนฉลาด ขนาดนี้ไม่ควรพลาด  เพราะแม้สมัยพุทธองค์  เจ้าลัทธิเดิม ๆ ยังพูดว่า  คนฉลาดมีปัญญาให้ไปหา     สมณโคดมพุทธเจ้า  ส่วนคนโง่ ๆ  อยู่กับเรา  บางทีศาสนาพุทธอาจจะให้ไอเดียใหม่สำหรับเขียนนวนิยายอย่างเลื่องชื่อต่อไปอีกได้ และคราวนั้นมีสิทธิ์เป็นศาสดา  เพราะศาสนาพุทธ ไม่จำกัดตำแหน่งศาสดา หรืออรหันต์  คนธรรมดาทุก ๆ คนมีสิทธิ์เป็นโพธิสัตว์ศาสดา หรือ อรหันต์ได้ไม่จำกัดจำนวน

 

 ในขณะเดียวกัน  เรื่องสตาร์วอร์ กลับสะท้อนสัจธรรมของศาสนาพุทธ ดังจะเห็นได้ว่า ผู้ประพันธ์ สมมติที่มาแห่งพลังว่า  มาจากด้านสว่าง และ ด้านมืด  แต่ด้านสว่างย่อมชนะด้านมืด ทางเจได โดย     อาจารย์โยดา  จึงมีพลังเหนือกว่าดาร์ค เวเดอร์ และปรมาจาราย์ของฝ่ายมาร เรื่องนี้น่าชมนักประพันธ์ ที่ อ่านรหัสของศาสนาพุทธมหายานจากญี่ปุ่นได้ดีพอสมควรทีเดียว     ดังจะเห็นจากการฝึกพลังของ ลุค   สตาร์วอลกเกอร์  ว่าให้ชนะความโกรธ  ให้ลดตัวตนไป  เวลารบกับปีศาจ ให้รบอย่างไม่มีตัวตน ไม่ให้มี ความโกรธ (ดูตอนที่ลุค สตาร์วอลกเกอร์ประดาบกับปรมาจารย์ฝ่ายดาร์ค เวเดอร์)  ซึ่งเป็นหลักปรมัตถ  ธรรมของศาสนาพุทธ  หรือตอนที่เจไดหนุ่มฝึกหัด ตกหลุมรักหญิงสาว เจ้าหญิงแสนสวยคนนั้น  อาจารย์ โยดาก็บอกว่า เจไดฝึกหัดหนุ่มตกสู่ปัญหาอันยิ่งใหญ่เสียแล้ว (อาจารย์โยดาวิตกว่าจะฝึกเจไดไม่สำเร็จ   เพราะหลงในสตรี คือหลักโทษของกามตัณหา) หนังเหล่านี้ ที่ล้วนแต่ฝรั่งสร้าง สะท้อนให้เห็นว่า  คนฝรั่ง กำลังเสื่อมความเชื่อถือนิยมในศาสนาคริสต์ลงไปทุกขณะ  และเขาได้พบสัจธรรมบางอย่างในศาสนาพุทธ มากขึ้น

 

 แต่ศาสนาพุทธ ที่ปรากฎจากหนังเรื่ององค์บาก จากจาพนม ยีรัมย์นั้น จะอธิบายว่าเป็นพุทธแท้คงไม่ได้  แต่ก็คงไม่ลดไปจากระดับปัญญาของสตาร์วอร์เท่าไรนัก  ที่เชื่อในบ่อเกิดแห่งพลัง ที่เฉียด ๆ ไปกับหลักการศาสนาพุทธที่แท้เหมือนกัน กระนั้นองค์บากก็มีความดีเป็นอันมาก ที่ได้นำความเชื่อของวีรบุรุษต่อศาสนาพุทธออกไปปรากฎ ให้โลกรู้จักในอีกด้านหนึ่งของศาสนาพุทธ   นี่ก็เป็นตัวอย่างของสื่อ เพื่อการ  เผยแผ่พระพุทธศาสนา ที่น่าพิจารณาทีเดียว ในขณะเดียวกันที่ความเข้าใจต่อเนื่องของผู้ชม ก็คงต่อเนื่อง  ไปในหนังเรื่องต้มยำกุ้งด้วย นั่นคือ มีเค้าของคนชาวพุทธ และศาสนาพุทธสะท้อนอยู่ในหนังเรื่องต้มยำกุ้ง

 

 

 

 

 

   81  ข้อคิดจากนส.คอนโดลิชา ไรส์ รมว.ต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา

การต่างประเทศ

บทบาทของ นางสาวคอนโดลิซ่า ไรส์ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกาคนใหม่

 

 

กรณี สหรัฐอเมริกา เปลี่ยนรัฐมนตรีต่างประเทศจาก พล.อ.เพาเวล มาเป็น  นางสาว คอนโดลิซาร์ไรซ์  ผ่านมาระยะหนึ่งก็ค่อยเห็นชัดขึ้น ว่าอะไรเป็นอะไร  แต่ที่เรามีข้อสังเกตก็คือ  ดูเหมือนว่านางสาว   คอนโดลิซาร์ ไรซ์ คนนี้ จะออกทัวร์ต่างประเทศมาตลอดเวลาที่ได้เข้าสู่ตำแหน่งเมื่อปลายปี 2547   ภาพที่คนทั้งหลายเห็น โดยที่ไม่ตั้งใจจะดู หรือติดตามข่าวเลย  แต่เพราะความถี่ของการออกทัวก็คือเห็นเยือน ประเทศต่าง ๆ ไม่หยุดหย่อน

 

ได้เห็นนางสาวคอนโดลิซ่า ไรซ์ ในอิริยาบถเดินค่อนข้างถี่  ภาพการแต่งตัว  เสื้อผ้าของเธอ  ท่า ยืนอย่างไร  ท่าแย้มยิ้ม  ส่งสายตา อย่างไร มาดของเธอดูดีทีเดียว เพราะแท้จริงเธอคือนางสาวอเมริกัน  แต่แน่ละ เธอเดิน โดยเฉพาะภาพที่ออกมา  ของทั้ง VOA (voice of america) ช่อง 112 และ   BBC บีบีซี (British broad casting) ช่อง 2  หรือ เอนเอชเค (NHK) ของญี่ปุ่น ช่อง 1 ค่อนข้างจะแสดงการ   เดินแบบ  เขาให้เห็นท่าทางการเดินของนางสาวคอนโดลิซ่าร์ ไรซ์ หลายลักษณะ   ที่น่าดูที่สุดก็คราวหนึ่ง คราวที่ไปเยี่ยมเมืองจีนคราวแรก  เห็นเดินซอยเท้าอย่างถี่  บนแคทวอล์ค  ที่ค่อนข้างยาวและภาพออก มาดูดีทีเดียว   ดูเหมือนช่างภาพโทรทัศน์ บีบีซี. จะ เอาใจใส่ในรายละเอียดของบุคคลิกภาพเล็ก ๆ      น้อย ๆ ของบุคคลระดับนี้  เหมือนเช่นครั้งที่บุชชนะการเลือกตั้งแล้ว นายโทนี่ แบล นายกรัฐมนตรีอังกฤษเดินทางไปเยี่ยม เห็นภาพที่ทั้งคู่เดินคลอกันไปจากข้างหลัง  ดูดี และท่าทางเดินนั้น บอกว่า นั่นคือนายแบบ ที่เยี่ยมยอดทั้งคู่

 

สิ่งที่ไรซ์ กำลังโชว์ชาวโลกอยู่ขณะนี้ ก็คือการเดินแฟชั่นอย่างอเมริกัน และคาดว่าวงการที่จับความหมายนี้ได้อย่างชัดเจนก็คือ วงการแฟชั่นโชว์ ที่ขณะนี้เป็นสินค้าออกที่ทำรายได้ให้อเมริกันอย่างมากมาย  มหาศาล เพราะได้มีการปรับชั้นเชิงการตลาดมาโดยตลอด โดยเห็นเจตนาสาระที่แท้ว่ามุ่งหน้าไปสู่ธุรกิจ   ขายเซกส์เป็นเป้าหมายอย่างเต็มตัว ซึ่งบัดนี้ก็มาถึงการปรับกลยุทธครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ตามการส่ง

สัญญาณของนางสาวคอนโดลิซ่าร์  ไรซ์  

 

เห็นได้จาก แฟชั่นโชว์  คืนวันที่ 13 ก.ค. 2548 จาก ทีวีแฟชั่นโชว์ของอเมริกัน FASHION TV  ช่อง 113  มีการต้อนรับสัญญาณนี้ทันที  ด้วยเปิดรายการการเดินแบบแฟชั่นใหม่ที่ฮอทสุด ๆ  ไม่ปรากฎมาก่อน  เป็นการต้อนรับยุคใหม่ของอเมริกา ยุคที่มีรัฐมนตรีต่างประเทศเป็น นางสาว ด้วยการเดินแฟชั่น  เปลือยอก ปล่อยส่วนบนทั้งหมดโดยไม่มีอะไรปิดบัง  เห็นหน้าอกขาวโพลนและนมทั้งคู่กระเพื่อม แกว่ง  ไปแกว่งมา ตามจังหวะการเดินแบบของนางแบบอเมริกัน-ฝรั่งเศสเหล่านั้น ส่วนท่อนบนท่อนล่างเปลือยทั้งหมด มีเพียงผ้าผืนเล็ก ๆ ปิดที่ของลับ   มองข้างหลังเห็นก้นเปลือยกระเพื่อม  นี่คือการปรากฎจากช่องแฟชั่นโชว์ของอเมริกันยุคใหม่ ดู FASHION TV  ถ่ายทอดผ่านดาวเทียม Asiasat 2  เป็นการเปิดรายการสินค้าเนื้อสดในอีกระดับหนึ่งของการรุกตลาดโลก        มองในมุมการอาชีพ  อาชีพนางแบบ เดินแฟชั่นเช่นนี้ มักวายเร็ว ตลาดวายเร็ว  เพราะเมื่อคนเห็นอะไรเป็นของธรรมดาเสียแล้วคนก็หน่าย วงการนี้จึงต้องเดินหน้าต่อไปด้วยการเพิ่มเซกส์มากขึ้น  จนกระทั่งเอาหลังฉากการถ่ายทำของงานต่าง ๆ เช่นทำแมกกาซีนภาพ เป็นต้น มาประกอบ  ให้เห็นภาพคู่ระหว่าง หญิงกับชายมากขึ้น เพื่อเรียกร้องความสนใจจนในที่สุด เปลือยด้านหลัง เปลือยก้นเดินดุบ ๆ ดูน่ารังเกียจสำหรับคนที่คุ้นกับวัฒนธรรมอันดีงาม  แล้วในที่สุดมาถึงเปลือยหน้าอก ท่อนบนทั้งสิ้นกันในวาระที่      คอนโดลิซาร์ ไรซ์ ออกเดินแฟชั่นไปทั่วโลกนี้เอง

 

ต่อไป  หนังเซกส์ ฉากร่วมเพศกัน  อย่างโจ่งแจ้ง  และเต็มไปด้วยศิลปะทางการร่วมเพศอย่าง   อเมริกันก็จะเพิ่มขึ้นในตลาดโลกและกอบโกยเงินตราต่างประเทศเข้าอเมริกาเป็นจำนวนมาก เพราะอเมริกาได้เงินจาก  หนังเซกส์นี้มหาศาลมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว  เห็นได้จาก  ต้นตำหรับเลิฟซีนที่ลือลั่น ที่เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 40 ปีก่อน ในไทย(พ.ศ.2510-11) ก็คือ  เจมส์บอนด์ 007   ที่เริ่มทำหนังร่วมเพศ  เป็นที่ฮือฮา และเรตติ้งพุ่งในประเทศไทยเรา   แม้กระทั่งขณะนี้  หนังเจมส์บอนด์  ก็สามารถหากิน  ทำเงินได้ส่วน   มหาศาลจาก ฉากร่วมเพศ  แล้วยังมีเพิ่มเติม ต่อแต้มไปอีกอย่างไม่คิดจะหยุดยั้ง   เมื่อเห็น นางสาว    คอนโดลิซ่า ไรซ์  เดินซอยเท้าถี่ ๆ ฉับ ๆ  อ้อมหลังรถเก๋งมา ให้เห็นทั้งตัวแล้วยกมือทั้งสองขึ้นทำท่าร่าเริง แสดงมาด อันอาจหาญ มีวิชาการและมั่นใจ ในยุคนี้แล้ว  จะเห็นได้เลยว่า  คล้ายมาดการเดินของ       จารกรรมสาวรัสเซียผมสีบรอนส์  ในหนังเจมส์บอน 007  ยุคนั้นเลย  ในหนังเขาให้007แอบไปดูตัวก่อน ค่อย ๆ ล่อจินตนาการของผู้ชม ให้ฝึกสร้างจินตนาการขึ้นก่อน  ว่าการเดินแบบนั้น ๆ ของผู้หญิงสวย มี   เสน่ห์ทางเซกส์กระจายออกมา คนชมสัมผัสได้  เสมือนได้กลิ่นอายของเนื้อหอม ๆ ของสาววัยแรกรุ่น    กระเตาะนั่นเอง ที่เรียกว่าแตกเนื้อสาวกันเปรี๊ยะ ๆ  เป็นการวางแผนงานสร้างที่ฉลาดในเชิงจิตวิทยาการ  บันเทิงของอเมริกัน  แล้วในที่สุดก็ถึงฉากจริง  ที่ ไม่ต้องสร้างจินตนาการคือฉากบนเตียง  ของเจมส์บอนด์ 007 กับจารกรรมสาวรัสเซียคนสวยคนนั้น เทกนิกการร่วมเพศของชนชาติฝรั่งเป็นอย่างไร เขาก็เอามาขาย และคนทั้งโลกก็ตื่นตกใจที่เห็นอย่างโล่งโจ้งเช่นนั้น เป็นครั้งแรก แต่ก็ซื้อ พวกเขาอเมริกันก็ร่ำรวยขึ้นด้วย  เงินที่ได้มาง่าย ๆ ที่เรียกว่า easy money อย่างที่ผู้นำประเทศไทย  ดร.ทักษิณ ชินวัตร พูดถึงการหาเงินจากบ่อนการพะนันในประเทศไทย  

 

นั่นเป็นยุคเริ่มต้นที่อเมริกาเริ่มเปิดการรุกรานทางวัฒนธรรมต่อตะวันออก และค่อยทำลายมาตามลำดับ เพราะคนเอเซียก็พอใจจ่ายเงินเพื่อชมหนังเซกส์เจมส์บอนด์ 007  และเป็นธุรกิจหนังแอบแฝงสินค้าทางเซกส์ที่ ปราศจากคู่แข่งโดยสิ้นเชิง จนกระทั่งญี่ปุ่น  ผู้ที่แพ้สงครามถึงสองครั้งสองครา  จนหนทางทำมาหากิน    เมื่อโสเภณีญี่ปุ่นเต็มบ้านเต็มเมืองแล้วยังไม่พอทางทำมาหากิน   จึงหันมาเอาอย่างอเมริกาบ้าง กล่าวอีกนัยหนึ่ง ญี่ปุ่นก็หันมาทำอาชีพขายเซกส์ เริ่มทำจำบ๊ะออกขายอย่างอเมริกาบ้าง  แล้วเลยทะลุไปถึงธุรกิจร่วมเพศอย่างเดียวกับชาวอเมริกันทำอยู่  ดังที่แม้เราเองก็จะเห็นว่า ญี่ปุ่นทำได้ดีมาก ๆ โดยสามารถแข่งขันกับชาวอเมริกันได้อย่างเด็ดขาด เริ่มตั้งแต่หนังร่วมเพศ ที่ลงทุนทำ มาอย่างถูก ๆ  เช่นไปถ่ายเรื่องราวโสเภณีญี่ปุ่นมา กึ่ง ๆ เรื่องสารคดี และเรื่องนวนิยาย ในหนังญี่ปุ่นรุ่น ๆเจมส์บอนด์ 007 นั้น  เราจะเห็นฉากชีวิตที่อดหยากของครอบครัวญี่ปุ่นยุคนั้น ที่เป็นสังคมแน่นขนัด  ใน บ้านหรือห้องพักห้องหนึ่งอยู่กันหลาย ๆ คน พ่อ แม่ ลูก และใครก็ไม่รู้ที่อยู่กันแบบแชร์ค่าเช่าบ้านกันอยู่  โดยผัดเปลี่ยนกันเข้าออกเพราะไปทำงานกันคนละเวลา แล้วนักสร้างหนังหรือพ่อค้าหนังเซกส์ก็ไปทำเรื่องพ่อเลี้ยงกำลังกลัดเต็มที่ พ่นบุหรี่ควันโขมง  ส่วนลูกสาว ที่ภาพออกมาไร้เดียงสา และเพียงเริ่มแตกสาว  ยังไม่ประสีประสาอะไร แต่ก็ออกท่าทางตระหนกตกใจเมื่อเห็นท่าทีของพ่อเลี้ยง    หนังทำนองที่กล่าวมานี้ก็จะลงไปในรายละเอียดของปฏิบัติการร่วมเพศ  เช่นเดียวกับ เจมส์บอนด์ 007  นั่นเอง  แต่ญี่ปุ่นออกไปในแบบที่แตกต่าง คือ  ฉากการขืนใจ  ที่เป็นการร่วมเพศแบบขืนใจ  ซึ่งจะเห็นว่า ให้รสชาติแก่ผู้ชมเข้มไปกว่าแบบสมยอมอย่างเจมส์บอนด์ไปอีกหลายเท่า 

 

นี่คือการชิงกันระหว่างญี่ปุ่นและอเมริกาในเชิงธุรกิจอีก ชนิดหนึ่ง คือธุรกิจกาม หรือเซกส์ จนในที่สุดญี่ปุ่นกลับนำหน้าอเมริกาในเรื่องหนังเซกส์ไปอีก เพราะแม้  การ์ตูนเซกส์ญี่ปุ่นก็บรรจงสร้างขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่   และนั่นหมายความว่า  เงินที่ได้มาง่าย ๆ ที่เรียกว่า  easy money ไหลเข้าประเทศญี่ปุ่น  จนบัดนี้ร่ำรวยมหาศาล  ดังเราจะเห็นว่า  ธุรกิจคาราโอเกะนุ่งน้อย  ห่มน้อยของญี่ปุ่น มาขึ้นชื่อในเมืองไทยตลอดระยะเวลายาวนานเหลือเกิน  ทั้ง ๆ ที่เข้ามาแรก ๆ คนไทยก็ต่อต้านกันอย่างอึงคะนึงก็เอาไม่อยู่ รัฐบาลก็ไม่เข้าใจปล่อยให้มีการเอารัดเอาเปรียบคนไทยสังคมไทย     เศรษฐกิจไทยอย่างไม่เป็นธรรมตลอดมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ จนในที่สุดต้องจ่ายเงินค่าสินค้าทางเซกส์นี้ไปอย่างมหาศาล เพราะความชินในรสนิยมต่ำ ๆ เช่นนี้เสียแล้ว  ส่วนประเทศไทยเอง คนไทยก็พากันดำรงอยู่ในวัฒนธรรมอันดี  ไม่สนับสนุนคนไทยด้วยกันเอง  แต่ไปสนับสนุนญี่ปุ่น อเมริกันคนต่างชาติ  กลายเป็นการจำกัดตัวเอง  จำกัดวิถีทางทำมาหาได้ของคนไทยไปอีก  และโดยไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง

 

เราเกรงว่า  คอนโดลิซ่า ไรซ์  ที่กำลังทัวเดินแฟชั่นไปทั่วโลกขณะนี้  จะก่อเกิดกระแสกามนิยมขึ้น ไปอีกระดับหนึ่ง  ต่อไปนี้วงการขายเซกส์อื่น ๆ โดยเฉพาะวงการธุรกิจบันเทิงอเมริกันก็จะสร้างหนังเซกส์ที่มีฉากร่วมเพศกันอย่างเปิดเผยโล่งแจ้ง  และส่วนหนึ่งในเหตุผลนั้นก็คือ เพื่อการศึกษาทางเพศศึกษา  ก็หวังเอามาขายกระทรวงสาธารณสุขของประเทศต่าง ๆ มากขึ้น นั่นเอง  เยาวชนอเมริกัน ที่เป็นวัยแรกรุ่น อายุ 12-13 ปี ซึ่งเด็กอเมริกันพวกนี้ได้ฝึกสร้างความชำนิชำนาญการร่วมเพศเป็นอย่างดีทุก ๆ คนใน    ระบบอเมริกันแล้ว ก็จะออกเวบไซท์ลามกอนาจารมาขายทั่วโลก จะเห็นเด็ก ๆ อเมริกันสู่สมกันอย่างเป็น หลักเพศศึกษามากขึ้น  และก็สามารถขายกระทรวงสาธารณสุขไทยได้เพิ่มขึ้นไปอีก  หนังเจมส์บอนด์ เจ้า เก่า ที่หากินกับสินค้าขายเซกส์มาตลอด ก็ปรับยุทธวิธีขายเซกส์มาตลอดเวลา ล่าสุดต้นปี 2548 นี้เอง  ก็ ได้เพิ่มฉากร่วมเพศเข้าไปในเนื้อเรื่องอีกฉากหนึ่งแล้ว   เดิมมีฉากร่วมเพศเพียงฉากเดียว  ระหว่างชายเอกในเรื่องกับหญิงเอกในเรื่อง  แต่เจมส์บอนด์ 007 เรื่องใหม่สุด  เพิ่มเป็น 2 ฉาก โดยฉากแรกเป็นการร่วม เพศของ007กับจารกรรมสาวฝ่ายตรงข้าม และฉากที่ 2  007ร่วมเพศกับดาราหญิงแสดงนำในเรื่องนั่น   เอง เป็นการปิดฉาก  ซึ่งตัวเอกชายก็ต้องรับบทหนักขึ้น จนมีการวิจารณ์ว่าบอนด์เดิม จะแก่เกินเพราะต้องแสดงแบบอย่างในการเมคเลิฟ(คือร่วมเพศกัน)อย่างไรให้ชัดเจนเป็นแบบอย่างแห่งเซกส์อเมริกันที่แท้ 

 

ทุกวันนี้  บริษัทสร้างหนังอเมริกา  ต้องนำเรื่องการร่วมเพศมาเป็นฉากหนึ่งหรือหลาย ๆ ฉากในหนังเรื่องหนึ่งอย่างขาดไม่ได้  แม้กระทั่งหนังใหญ่ขนาด ไททานิก ยิ่งบรรจงสร้างฉากร่วมเพศให้เข้าถึงความรู้สึกของคนดูหรือตลาดมากยิ่งขึ้น ดังจะเห็น เลโอนาโด คาปริโอ (Leonado Caprio) วิ่งไล่หญิง สาวตกมัน นางเอกใน เรื่องไปจนมุมที่ห้องเก็บของบนเรือ  แล้วกอดปล้ำทำการเมคเลิฟกันที่นั่นอย่างเมามัน  และอนารยธรรม  อย่างยิ่ง จึงดึงดูดเงินได้อย่างสม่ำเสมอ   นอกจากตลาดสว่างแล้ว  อเมริกันยังสร้างหนังเซกส์ออกสู่ตลาดมืดอีกมากมายมหาศาล เห็นจาก  เอ็มมานูเอล(Emmanuel) สอนเพศศึกษาแก่มนุษย์ต่างดาว  เป็นต้น   และแน่ละ เป็นเพศศึกษาที่ละเอียดยิบ จนหมอบางคน(ที่มักอ้างตนว่าเป็นแพทย์แต่มาชอบสอนเด็กเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆยุให้ชิมรักชิมรสกันแต่เด็ก ๆ) ในวงการโทรทัศน์ไทยแนะนำว่าเป็นเพศศึกษาชั้นละเอียดลึกซึ้ง   สมควรแนะนำแก่เด็กไทยใฝ่หาศึกษา จนทำให้วงการเยาวชน ปั่นป่วน ใจแตกไปหมด

 

แม้แต่ในวงการกีฬาโลก  ก็จะเห็นว่ามีแนวความคิดในการขายเซกส์เข้ามาประกอบอยู่ด้วยอย่าง   ขาดไม่ได้  เช่นกีฬาเทนนิส  เราเห็นนักกีฬาหญิงนุ่งกระโปรงสั้น ๆ เหมือนนุ่งเพียงกางเกงในเล่นกีฬา ทั้ง ๆ ที่น่าจะจัดให้สวมกางเกงขาสั้นก็จะสามารถทำได้  ทั้งนี้ก็เพราะมองในเรื่องรายได้ เงิน ๆ ทอง ๆ เป็น   เป้าหมายนั่นเอง และแล้วก็มาถึงความคิดที่จะเอาเซกส์เข้ามาสู่วงการเทนนิสโดยตรง  เขาจึงให้เอานางแบบมาลองดูก่อน  ก็เริ่มเอานางแบบมาเก็บลูกบอลกันในสนามวิมเบิลดัน อังกฤษ ดังปรากฎเป็นข่าวราว ๆ   ปลายปี 2547  ผลก็คือนักกีฬาเองก็ต่อต้าน ว่าเสื่อมเสียศักดิ์ศรีของวงการกีฬา   แรงต่อต้านจากสปิริต ของการกีฬาแท้ ๆ ยังแรงอยู่ ความคิดทางเซกส์ในสนามเทนนิสจึงต้องถอนตัวไป นางแบบจึงยังไม่มีโอกาศเข้ามาสู่สนามเทนนิส   เราเกรงว่าอีกสักหน่อยความคิดกามกับการกีฬาก็คงกลับมาอีก  เมื่อนางสาว ดร.  คอนโดลิซ่าร์ ไรซ์  ให้สัญญาณแล้วเช่นนี้   และอีกวงการหนึ่งของอเมริกันที่พยายามเอาเรื่องเซกส์เข้ามา   ร่วมในธุรกิจ ก็เห็นชัดขึ้นจากกีฬามวยปล้ำอเมริกัน  ที่นอกจากมีการพัฒนาไปสู่ความโหดถึงเลือดตก    ยางออกเป็นธรรมดาไปแล้ว  ก็ยังมีการพัฒนาไปสู่รูปแบบการขายเซกส์ด้วย  และเมื่อนำเซกส์เข้ามาผสม  ไปอีกเช่นนี้  พวกเขาก็หวังทำเงินอย่างมหาศาลเพิ่มขึ้น ไม่เป็นธรรมต่อธุรกิจชาวโลกยิ่งขึ้น

 

 

 

ประเด็นของเราก็คือ  นโยบายปลุกเซกส์  หรือขายสินค้าธุรกิจกามนี้ เป็นการเอารัดเอาเปรียบใน เชิงธุรกิจโลกอย่างมากมายและที่สำคัญได้ก่อผลร้าย   และยังจะทำลายวัฒนธรรมอันดีงามของความเป็น  มนุษย์ของโลกเอง ด้วยการเพิ่มกระแสนิยมหมกมุ่นกามให้เกิดแด่ชาวมนุษย์โลก และสิ่งที่ตามมาก็คือ เอดส์คุกคามโลกอย่างน่ากลัวไปทั่วหัวระแหง  อันเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของวัฒนธรรมเซกส์อเมริกา และเท่าที่เห็นอยู่  จีนและอินเดียก็เป็นเป้าหมายด้านตลาดสินค้าทางเซกส์ของอเมริกาที่กว้างใหญ่  เรามองดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น  แน่นอนวัฒนธรรมเดิม ๆ ที่ชาวเอเซียจำกัดตนเองในเรื่องเซกส์  และที่เป็นของดีงามใน   สังคม  จะถูกทำลายลงไปเพราะวัฒนธรรมกาม อเมริกา-อเมริกัน

 

 

จึงน่าจะมีการต่อต้าน  และมีการพูดคุยเรื่องนี้กับนางสาวคอนโดลิซ่าร์ไรซ์แห่งอเมริกาบ้าง ด้วยการให้อเมริกา  จำกัดเรื่องการบันเทิงทางเซกส์ไว้ในประเทศอเมริกาเอง  อย่าให้ออกไปทำลายวัฒนธรรมชาว โลกโดยเฉพาะชาวโลกในเอเซีย  และชาวโลกผู้นับถือวัฒนธรรมทางศาสนามาอย่างเคร่งครัด   และที่สุด  ป้องกันการแพร่ระบาดของเอดส์  เมื่อคำนึงแล้วเห็นสัจธรรมว่าอเมริกาเป็นแดนอนารยธรรม โลกควรร่วม มือกันประนามวัฒนธรรมเซกส์อย่างอเมริกัน

 

อย่างไรก็ตาม  เราคงจะต้องคอยดูต่อไป  ว่าในเร็ว ๆ นี้ วงการนางแบบ จะถูกกระตุ้นจากนางสาวคอนโดลิซ่าร์ ไรซ์  อย่างไรบ้าง เราหวังว่าคงจะไม่ไปไกลเกินไป  ถึงขนาดเดินเปลือยทั้งร่างและเดินโทง ๆ ไปเหมือนวัวควายในทุ่งนา หรือหมูหมาในคอกในเล้า

 

มิใช่เพราะหตุผลความลามกอนาจาร แต่เป็นเหตุผลของความเป็นมนุษย์ และเหตุผลของความดูดี

 

คนน่าจะดูดีกว่า เมื่อสวมเสื้อผ้า  เมื่อเปลือยกายแล้วดูน่ารังเกียจ และไม่ปลอดภัยจากแมลง

 

ในศาสนาพุทธกล่าวว่า  การแต่งกาย  มีจุดประสงฆ์เพื่อป้องกันความหนาว กำจัดความร้อน     ป้องกันภัยจากเหลือบ ยุง ลม แมลง สัตว์กัดต่อย(โปรดดู อชฺชมยา อปจฺจเวกฺขิตฺวา ฯทำวัตรเย็น)  ก็เป็น เหตุผลที่น่าฟังอยู่ไม่น้อย  หากเราเปลือย ไม่แต่งกาย ภัยจากริ้นไร เหลือบแมลง ก็จะเกิดแด่มนุษย์เป็น อันมาก  เพราะฉะนั้น เราจึงหาผ้ามาสวมใส่ ตั้งแต่เด็กคลอดออกจากท้องมารดา ตราบเติบโตมา  มนุษย์ จึงมีการทอผ้า  ทำเครื่องนุ่งเครื่องห่ม  ก็เพื่อป้องกันภัยเช่นนี้    และนานเข้าก็กลายเป็นวัฒนธรรมของ  มนุษย์ผู้เจริญ

 

ส่วนการอวดของลับ หรือขายของลับนั้นศาสนาพุทธถือว่าเป็นอาชีพชั้นต่ำ  ในพระอภิธรรมท่านว่าเป็น หีนาธมฺมา (โปรดดูบทมาติกา ธรรมหยาบธรรมละเอียด ว่า  หีนาธมฺมา  มชฺฌิมาธมฺมา ปณีตาธมฺมา หรือ ธมฺมจกฺกปฺปวฑฺฒนสุตฺตํ ว่า โย จายํ กาเมสุ กามสุขลฺลิกานุโยโค, หีโน คมฺโม  โปถุชฺชนิโก  อนริโย  อนตฺถสญฺหิโต ฯ)  ศาสนาพุทธจึงต่อต้านการเปลือย  แม้ในศาสนาอื่น ๆ โดยเฉพาะศาสนาอิสลาม ก็ ร่วมต่อต้านเช่นเดียวกัน คนไม่มีศาสนา คนป่าเถื่อนยุคใหม่เท่านั้น จึงเห็นว่าอาชีพเช่นนี้เป็นสิ่งมีเกียรติ์ จึงน่ากลัวว่า อีกหน่อยวัฒนธรรมเซกส์ เปลือย อเมริกาจะถูกต่อต้านจากชาวโลกทั่วโลก

 

 

เรามีข้อเสนอว่า นางสาวคอนโดลิซ่าร์ ไรซ์ น่าจะถือโอกาสเดินแฟชั่นโชว์ทั่วโลกนี้ ในการเรียนรู้   วัฒนธรรมตะวันออก บ้าง  เช่นเมื่อพบพูดคุยกับท่านนายกรัฐมนตรีอินเดีย มานโมหันสิงห์ แห่งอินเดีย ก็ น่าจะเรียนรู้วัฒนธรรมซิกส์และฮินดูว่าเป็นอย่างไร  เพราะท่านเป็นผู้นำที่เคร่งครัดในศาสนาซิกส์  เมื่อไป พบพูดคุยกับท่านผู้นำจีน หวัง เจีย เป่า  ก็เรียนรู้วัฒนธรรมพุทธจากท่านผู้นำจีน พบท่านผู้นำชนมุสลิมก็ เรียนรู้วัฒนธรรมมุสลิม  หรือเมื่อพบพูดคุยกับท่านผู้นำไทย ดร.ทักษิณ ชินวัตร ก็เรียนรู้วัฒนธรรมไทยจากเจ้าของวัฒนธรรมนั้น  ก็จะได้แนวคิดใหม่ ต่างไปจากแนวคิดทางกาม ทางเซกส์  อย่างที่อเมริกานำไปทำ ธุรกิจการขายอย่างลักลอบเข้าไปในโลกตะวันออกเป็นการเอารัดเอาเปรียบเชิงการเศรษฐกิจโลกอย่างไม่   เป็นธรรมโดยตลอดมา เมื่อเอาไปพิจารณาแล้วอาจจะเป็นประโยชน์แก่ชาวโลกยิ่งขึ้น เมื่ออเมริกาลดความ เห็นแก่ตัวลงไป เอาแบบอย่างที่ดีงามของตะวันออกมาเป็นนโยบายของมหาอำนาจมากขึ้นปัญหาที่ขัดแย้งก็จะลดลงไปในโลก เป็นเหตุหนึ่งของความพยายามร่วมกันในการสร้างสันติภาพขึ้นถาวรในโลกมนุษย์.

 

 

 

  82  เศรษฐีเอธิโอเปียมีเมืย11ลูก 77ถึงคราวตกยาก

ผู้หญิงถึงผู้หญิง

ช่อง 3 ศุกร์ ที่ 29 ก.ค. 2548 0835  - 10.00 น.

 

คุณนีน่าเล่าเรื่องชายเอธิโอเปียชื่ออายุตูน เดิมเป็นเศรษฐีมีเงิน จึงเพลินเอาเงินไปแต่งเมียถึง11คน มีลูก 77 คนแล้วต่อมายากจนลงต้องปากกัดตีนถีบ  สี่สาว พัชรศรี เบญจมาศ มีสุข แจ้งมีสุข พิมลวรรณ ศุภยางค์ กุลนัดดา ปัจฉิมสวัสดิ์ วิพากษ์กันใหญ่  ว่าทุเรศ ผู้ชายอย่างนี้ก็มีอยู่ในโลก  มีสุข ว่า โลภมาก ไม่พอใจในสิ่งที่มีอยู่ จึงเล่าเรื่องกบตัวหนึ่ง  กบเห็นไก่อยู่ใต้กุฎีสงฆ์ พระก็หว่านข้างสุกลงไปให้กินทุกวัน  ไก่ก็จิกกินสบาย ไม่ต้องทำงาน กบก็อยากเป็นไก่  วันหนึ่งมีหมามาไล่จะกินไก่ ไก่วิ่งบินหนีไป อย่างตกใจกลัว  กบก็ได้คิดว่า เป็นไก่ก็ใช่ว่าสบายอะไร  สู้หมาไม่ได้ ก็นึกอยากเป็นหมา แต่แล้ววันหนึ่งก็ เห็นแมลงวันตัวหนึ่งมาตอมปากหมาทำให้หมาอยู่นิ่งไม่ได้ต้องวิ่งหนีไป กบก็นึกว่าเป็นหมาก็ไม่เก่งไม่ดี ยังสู้แมลงวัน ไม่ได้เลย  ก็นึกว่าแมลงวันเก่งกว่าหมา อยากเป็นแมลงวัน  แล้วพอดีแมลงวันบินมาจับที่หัวกบ ๆ ก็แลบลิ้นออกไปตวัดเอาแมลงวันเข้าปากเป็นอาหาร กบก็นึกได้ว่า  เป็นกบนี่แหละเก่งที่สุด    แล้วกบก็กระโดดลงสระไป

   

 ที่จริง  การคิดอย่างกบนี้ท่านว่าคิดได้ไปตามวัฏฏะ จนครบรอบวัฏฏะ  เป็นหลักของการตรัสรู้    เช่นเมื่อมองปฏิจจสมุปปาท ก็เป็นวงจรไปจาก  อวิชชา-สังขาร-วิญญาณ-นามรูป-สฬายตนะ-ผัสสะ-   เวทนา-ตัณหา-อุปาทาน-ภพ-ชาติ-ชรา-มรณะ-ทุกข์   หรือวงจรง่าย ๆ ที่ชาวพุทธทั่วไปมีอยู่เป็น     อนุสสติ  คือ  วงจร  เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย  มองไปให้ถึงขนาดของปัญหา  เช่น แม้สากลจักรวาฬก็ตกอยู่ ในวงจรนี้  เป็นต้น  น่าสรรเสริญว่ากบตัวนี้มีปัญญา  น่าจะเป็นกบที่ไม่เหมือนกบธรรมดา  เป็นกบฉลาด รู้จักคิดไปไกลเป็นวงจรแห่งเหตุและผล  และน่าจะเรียกว่า เป็นกบนอกกะลา ได้เลยทีเดียว

 

 

 

 

 

 83 กษัตริย์ฟาฮัดสิ้นพระชนม์ บทวิเคราะห์สังคมมุสลิม

โทรทัศน์ดูไบ ถ่ายทอดสด 1 ส.ค.2548

 

กษัตริย์ฟาฮัด(KING FAHD)ทรงสิ้นพระชนม์ เมื่อ 1 ส.ค. 2548 แล้วมกุฎราชกุมาร อับดุลเลาะห์ บินอับดุล อาซิส ขึ้นนั่งบัลลังก์แทน  พิธีฝังพระศพ โทรทัศน์ดูไบ(Dubai) ซาอุดีอาระเบีย ผ่านดาวเทียม เอเซียแซท 2(Asiasat2)  เมื่อ  2 ส.ค. 2548  เริ่มเวลา 19.30 น.เวลาไทย  เห็นแขกต่างประเทศเครือ อิสลามแต่งชุดแบบอิสลาม มีผ้าคลุมทั้งตัว สีขาวบ้าง ดำบ้าง แล้วมีหมวกพร้อมสายรัด คลุมทับลงไปอีก ดูไม่คุ้นตานัก เพราะไม่ชินตาสำหรับชนชาติอื่นอาจเห็นว่ารุ่มร่าม  เห็นพล.อ.เพอเวส มูชารัฟ  ปากีสถาน  ในชุดนายพลเอกทหารบกไปร่วมพิธี  เวลาประมาณ  1930 น. ทำพิธีนมัสการแด่องค์อัลเลาะห์ ทุกคนในที่นั้นต่างทำท่าเคารพ ลุกบ้าง นั่งบ้าง ตามคำสั่งที่มีผู้ ให้สัญญาณ ฟังได้ยินว่า อัลเลาะห์ฮอากูโบะ ๆ ๆ ๆ ๆ ซึ่งน่าจะแปลว่า นมัสการองค์อัลเลาะห์เจ้าผู้ทรงพระเมตตาทั้งในโลกนี้และโลกหน้า อยู่นานร่วม10 นาที

 

19.40 ขบวนหามพระศพมาถึงสุสาน พิธีศพทำอย่างเรียบง่าย  พระศพเพียงมีผ้าสีน้ำตาลผืนใหญ่คลุมไว้อย่างประณีตแล้วทุกคนก็รุมเข้ามาช่วยกันหามแห่ไปอย่างใกล้ชิด แล้วทำการนมัสการอัลเลาะห์  อีกรอบหนึ่ง มีร้องนำว่า อัลเลาะห์ฮอากูโบะ ๆ ๆ ๆ ๆ แล้วก้มสวดมนต์สาธยายพระเวทจากพระมหาคัมภีร์  อัลกุรอานไปอีกหลายนาที  โทรทัศน์ดูไบตัดภาพไปในตอนที่แห่พระศพไปสู่ที่สุสาน  ไม่เห็นขณะทำการฝังพระศพ  มีรปภ.ในชุดเสือพรานคลักไปหมด ภาพที่เห็นคล้ายคลึงกับพิธีฝังศพของนายยัสเซอร์ อาราฟัต  เมื่อปีก่อน เพียงแต่คราวนี้ ไม่เห็นทหารอเมริกัน และคนอเมริกันในงาน

 

วันนี้และวันวานนี้  โทรทัศน์ดูไบ ได้ถ่ายทอดกอรีสวดบทขับ  หรือ  การอ่านทำนองเสนาะจาก  พระมหาคัมภีร์อัลกุรอานตลอดทั้ง 2 วัน   โดยคัดเอานักขับเสียงดีที่สุด ผลัดกันมาอ่านพระมหาคัมภีร์   อัลกุรอาน  มีทำนองไพเราะเพราะพริ้งและกินใจลึกซึ้ง เป็นแบบการขับของชาวมุสลิม  ที่ผูกพันกับองค์   อัลเลาะห์ในแบบความภักดีอย่างปราศจากความสงสัยโดยสิ้นเชิง   อาจจะเป็นเพราะเหตุนี้  จึงทำให้     พระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ไม่ได้รับการพิจารณาในฐานะหนังสือวิชาการ  แต่มองเป็นบทขับอันไพเราะ      เพราะพริ้งเป็นหลัก   จึงไม่ค่อยมีการตีความหมายแห่งถ้อยคำว่าหมายความอย่างไรและอะไร ในหมู่ชาว มุสลิมเอง แต่ในอีกฟากหนึ่งของคนตะวันตกอ่านพระมหาคัมภีร์ฯในความหมายทางสาระเนื้อหา ว่ามีสาระอยู่อย่างไร  

 

นี่จึงเป็นเหตุแห่งการมองศาสนาอิสลามหลายแง่มุม  ไม่ตรงกัน โดยเฉพาะคนอเมริกัน และ ตะวันตก แม้ชาวมุสลิมเองก็มองไม่ตรงกัน  การแตกแยกเป็นฝักเป็นฝ่ายจึงมีขึ้นโดยง่ายดายในสังคมมุสลิม และหมายถึงการผิดใจกันมักเกิดขึ้นได้โดยง่ายด้วย   เพราะเหตุที่เมื่อฝ่ายหนึ่งมองสาระจริง ๆ ที่ปรากฎ  เป็นลายลักษณ์อักษรในพระมหาคัมภีร์นั้น แต่อีกฝ่ายหนึ่งมิได้มองเช่นนั้น  แต่เห็นเป็นถ้อยคำของพระเจ้าที่มุสลิมต้องเคารพศรัทธาโดยปราศจากความสงสัยอย่างสิ้นเชิง   มิให้ตั้งข้อสงสัยโดยประการใดใดต่อพระมหาคัมภีร์นั้น  และโดยถ้อยคำนั้น เป็นสื่อไปถึงองค์อัลเลาะห์ เมื่อขับโดยความศัทธาเช่นนั้น เสียงขับจึง  สะท้อนกึกก้องโหยหวล น่าประหวั่นพรั่นพรึงและโน้มนำให้เกิดความศรัทธา ระยอบย่อต่อองค์อัลเลาะห์   และมุสลิมถูกตรึงไว้ด้วยเสียงขับนี้อย่างลึกซึ้ง เป็นเหตุแห่งความเชื่อฟังคำสอนอย่างไม่บิดพลิ้ว จนพร้อม  สละพลีชีพเพื่อองค์อัลเลาะห์ และในบางสถานการณ์ เสียงขับนี้ ฟังเสมือนเสียงของลูกแกะหลงทาง ที่ร่ำ  ร้องหาผู้เป็นพ่อและผู้เป็นแม่กลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ยิ่งผูกพันให้เกิดความเหนียวแน่นขึ้นไปอีก     ระหว่างมุสลิมกับอัลเลาะห์  ฉะนั้นเมื่อมีการตายเกิดขึ้น โดยเฉพาะตายจากการสงคราม หรือการรบ เสียงสวดก็จะยิ่งกึกก้องลุ่มลึกละเมียดละไม และปลุกเร้าให้ทำการต่อสู้ศัตรูยิ่งขึ้นไปอีก เป็นเหตุแห่งความ      เข้มแข็งของนักรบมุสลิม ที่ทหารอเมริกันขยาด

 

 

 

 

 

 84  บอลไทยเตะกับรีลมาดริด

 ทุกช่อง วันที่ 30 ก.ค. 2548   

 

เห็นทีมบอลรีลมาดริดมากันครบ นับแต่โอเวน  โรนัลโด  เบคแฮม แม้กระทั่งซีนาดีน ซีดาน ก็มา  ครบทีมใหญ่เขาล่ะ  มาถึงเวลาเช้าแล้วเตะเวลาเย็น เตะแล้วบินกลับไป ไม่รอช้า ดูเขาไม่หยี่ระทีมไทยเลย  วันที่เตะเห็นนักบอลไทยวิ่งไล่นักบอลรีลมาดริด ขาก็สั้นกว่าเขา   เลยเห็นแต่วิ่งตามเขา เห็น โรนัลโด เลี้ยงบอลตรงไปทางประตู นักบอลไทยไล่ตามมาจะเขี่ยขาเขาแบบว่าจะตัดเกมส์ ก็เขี่ยเขาไม่ล้ม  ฝ่ายผู้รักษาประตูไทยตรงมาปิดมุม  โรนัลโดยิงลูกไปทางขวามือเพื่อหลีกมือผู้รักษาประตูไทย ลูกฉีกออก  ไปแล้วกลับโค้งมาเข้าประตูไปอย่างสวยงาม (ไทยคงคิดว่าได้เห็นอย่างนี้ก็เป็นบุญ) 

 

แล้วคนอื่นก็เตะเข้าไปอีก รวมเป็น 3 ลูก  ไทยไม่ได้สักลูก  เท่าที่เห็นแล่นตามเขาไม่ทันสักที วิ่งตามก้นเขาตลอดแบบนี้ก็ไม่ได้ ยิงละ  และแท้จริงเขาก็ต่อให้ตั้งหลายขุม  เวลาเล่นเขาเล่นแค่ 30 % เท่านั้นเอง ก็ยังทำอะไรไม่ได้ ก็ไม่รู้ เหมือนกันว่าไปสั่งทีมยักษ์เขามาเตะด้วยทำไม  เสียเงิน  เสียทอง  เขาก็ดูไม่อยากจะมาเตะด้วยเท่าไร  เขาคงนึกทุเรศ ไม่อยากได้ค่าตัวด้วยซ้ำ  และดูเหมือนไปบังคับเขาด้วยว่าต้องมาครบทั้งทีมนะขาดไม่ได้  ทำไมก็ไม่ทราบ แล้วไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยสักนิดเดียว  เพราะประโยชน์ที่ว่าได้ ที่พูดกันมาแต่หลายปีแล้ว ก็ไม่เห็นได้ สักที 

 

คือพื้นฐานบอลไทยยังคงที่อยู่  ไม่รู้จักแก้ไขพื้นฐานเสียที  ขาคนสั้นอยู่เหมือนเดิม จะวิ่ง อย่างไรก็ได้แค่ตามก้นเขา  เคยมีการประชุมเอเซียหลายประเทศเขาบอกว่าไม่อยากให้มีบอลในเอเซียนเกมส์ ปรากฎว่าไทยคัดค้านอย่างหนัก  ว่าจะต้องมีบอล รู้จักอธิบายไปใหญ่ว่าเพราะกีฬาบอลเป็นกีฬาสากล นั่นแสดง ว่าไทยไม่เคยคิดเลยว่ากีฬาบอลเราเอเซียเสียเปรียบเขาอย่างไร พื้นฐานสู้กันไม่ได้เลย จนเอเซียประเทศอื่น เขาเอือมระอาว่าการลงทุนเสียเปล่า ไม่ได้ดังใจ เพราะ พื้นฐานเราไม่พัฒนาไปทันเขา   แต่ไทยทำใจใหญ่เสมอ  อยากนำหน้าประเทศเอเซียนด้วยกัน    ชอบสั่งทีมตะวันตก ทีมดัง ๆ มาอย่างนี้เป็นประจำ เพื่อได้หน้าได้ตาว่าก้าวหน้ากว่าประเทศอื่น ๆ แล้วไม่ได้ประโยชน์อะไร ได้แค่ลองวิ่งไล่ตามก้นเขาเท่านั้นเอง แล้ว เขมร ลาว มาเลเซีย พม่าเขา  มองอยู่ก็จะหัวเราะเยาะเอาได้ว่าทุเรศพี่ไทยน้อยเต็มทีแล้ว

 

ทุกวันนี้  บอลไทย  ใครไปเตือนไปตำหนิไม่ได้  หาว่าไม่ให้กำลังใจกัน (ต้องการเสียงเชียร์อย่าง  เดียวจนเคยตัว)  แปลก ทำไมจะ ตำหนิไม่ได้  และทำไมจะไม่ยอมรับคำตำหนิ  จะได้รู้ว่าเขาตำหนิเรื่อง  อะไร  และจะต้องปรับปรุงในเรื่องอะไร  น่าจะเข้าใจสัจธรรมเบื้องต้นของการกีฬาว่า การพร้อมรับคำ ตำหนิเป็นจิตใจพื้นฐานของนักกีฬาสากล หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่า  ผู้ที่รับคำตำหนิของคนอื่นได้นั่นแหละคือนักกีฬาผู้ที่มีจิตใจนักกีฬาที่แท้จริง  เพราะโดยสัจธรรมคำตำหนิคือ เข็มทิศบอกขุมทรัพย์ให้ เพราะจะ  ได้แก้ไขตนเอง  หากอยากกินแต่ลูกยอแค่นี้ ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น   และไม่คุ้มค่าการลงทุน น่าเสียดายเงินทองที่หายาก รอให้ขายาวเท่า ๆ เขาก่อนค่อยสั่งเข้ามาไม่ดีกว่าหรือ?

 

 

 

 

 85  เวทีคนเก่ง ปีที่ 4 วันนี้ชิงแชมป์

 ไอทีวี เสาร์ 6 ส.ค. 2548 เวลา 0700 น.

 

สายสวรรค์ขยันยิ่ง ดำเนินรายการ   วันนี้  ลำปางกัลยาณี จากจังหวัดลำปาง แชมป์เก่า พบกับ  พิจิตวิทยาคม จากจังหวัดพิจิตร ทีมละ 2 คน แข่งกันรอบแรก เวลาแข่ง ๆ แบบตอบคำถามเร็ว  ใครตอบถูกหลายข้อก่อนชนะ   ไม่ทราบว่าใครเป็นคนตั้งคำถาม  ก็ทันสมัยดี และทำให้รู้สึกว่า  ท้าทายคนชมด้วย แต่คนชมตอบสู้นักเรียนไม่ได้ ไม่ทราบว่านี่หมายความว่าอย่างไร  ความรู้ที่ได้เป็นความรู้อะไรกันแน่ หรือว่ามีการตกยุค แบบว่าเวลาเรียนทั้งครูและนักเรียนต้องเรียนรู้จากกันและกันไปด้วย แลกเปลี่ยนความรู้ไป ด้วย   พอจะเปรียบเทียบกับรายการผู้ใหญ่ ก็ไม่มี  น่าจะมี รายการความรู้ระดับมหาวิทยาลัยบ้าง  

 

เมื่อ มาถึงรอบที่ 2  ขณะนี้ ลำปางวิทยาได้ 90   พิจิตวิทยาได้ 60 คะแนน  มีการให้เลือกวิชาแข่งตามถนัด  แล้วมีอาจารย์แต่ละสาขาวิชามานั่งตั้งคำถามให้ พิจิตรวิทยาได้เลือกก่อนเลือกภาษาอังกฤษ และพิจิตวิทยาตอบถูก คะแนนขึ้นไปเป็น 100 คะแนนนำลำปางไป 10 คะแนน  แล้วสู้กันต่อในวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป  ทั้งคู่ตอบข้อเดียวกัน พิจิตรวิทยายังคงนำลำปางวิทยาต่อไป  มาถึงวิชาฟิสิคส์ พิจิตกดได้เร็วกว่า ทุกทีสิ   ลำปางกดไม่ทันทุกทีสิ 

 

ทำไมต้องกดแบบนี้ก็ไม่ทราบ ไม่เป็นธรรมเลย  อาจารย์ผู้ตั้งปัญหาคล้ายจะนำ   หลักการต้นเหตุสินามิมาถาม  ถามว่าเอาก้อนหินโยนลงไปใน  ตุ่มน้ำ โยนลงไปทีละก้อน ๆ  อะไรเกิดขึ้นลำปางวิทยาตอบถูกคะแนนขึ้นมา120 คะแนน พลิกสถานการณ์มาเป็นผู้นำ โดยนำพิจิตวิทยาไป 20  คะแนน แข่งกันกดอีกและพิจิตวิทยาก็กดได้อีก ได้วิชาภาษาไทย  ถามเรื่องความเชื่อในสังคมไทย ให้เลือกว่าข้อไหนไม่ใช่ คำตอบคือข้อ 3 เชื่อว่าเมื่อสามีตายลงหญิงจะเผาตนตายตามสามี   ซึ่งเป็นความเชื่อของ คนอินเดีย  เสมอกันเพราะตอบผิดทั้งคู่  พิจิตวิทยาก็ยังตามอยู่  จึงไปถึงวิชา วิทยาศาสตร์ถามเรื่องเซลไฟฟ้า มีถึง 50 คะแนน คำตอบ  ออกมา แล้ว ตอบผิดทั้งคู่  

 

แล้วถึง   คำถามสุดท้ายที่ตัดสินแชมป์ด้วย  ภาษาอังกฤษ 30 คะแนน  ลำปางตอบถูกและเป็นผู้ชนะด้วย 150 ต่อ 100 คะแนน   ได้รางวัลทีมละ   5,000 บาท

 

 

 

เวทีคนเก่งจบลง 0725 น.ด้วยรายการสปอนเซอร์ท่วมท้นจอ ที่สนับสนุนเยาวชนคนเก่งมา  นานหลายปี  เราไม่เข้าใจว่าทำไมกระทรวงศึกษาธิการจึงไม่ยอมเคลื่อนไหว บูมรายการวิชาการของเด็ก ๆ เช่นนี้ให้สนั่นหวั่นไหวไปเลยทางจอโทรทัศน์   เพราะเป็นรายการสนุกมาก ๆ  แล้วได้วิชาการโดยตรงไปอีกด้วย เป็นการสร้างนิสสัยนักต่อสู้ทางวิชาการแก่เด็ก ๆ แต่เล็ก ๆ.

 

 

                              

 

 

 86  เดือนธันวาคม 2548

เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว

ต่อต้านเอดส์ต่อต้านอนารยธรรม

โดย คอมพิวเตอร์แมน และ บูดามี

 

 

 

 

 

 

 87 พิธีถวายสัตย์ปฏิญญาณ และสวนสนาม ข้อเสนอเพื่อปรับปรุงกองทัพ

ศุกร ที่ 3 ธันวาคม 2548  1700- 1900 น.

 

สถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย  ถ่ายทอด การสวนสนาม ของทหารรักษาพระองค์ จากสามเหล่าทัพ แสดงความเข้มแข็งของกองทัพไทย  และในวันนี้น่ามีคำถามถึงกองทัพไทยบ้าง ว่า  กองทัพไทยเข้มแข็งเป็นที่พอใจหรือไม่? ข้อเท็จจริงก็คือ  ท่าสะบัด ย่าง ของทหารไทย ดูลีบไปหน่อย  ทำให้ดูไม่ขึงขังพอ เมื่อเทียบกับทหารรัสเซีย  ลาว  อินเดีย  มุสลิม  และ มลายา    ของเขาท่าสะบัดแขน  มีวงกว้างกว่า  ทำให้ภาพออกมามุ่งมั่น ดูขึงขัง มีเรี่ยวแรงกว่า  ดูแล้ว การสวนสนามของทหารไทย  ความเข้มแข็งยังไม่เรี่ยวแรงพอ  ควรเพิ่มเปอร์เซ็นต์ความเข้มแข็งขึ้นไปอีกสักนิดหนึ่ง ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ สามารถทำได้ด้วย

 

การฝึกพิเศษ คือการฝึกปราณ  ควรนำวิถีปราณมาฝึก  เพื่อให้ความนิ่ง  สนิท 100 %  ฝึกตั้งแต่ท่ามือเปล่า  แทรกเข้าไปในตอนจบของการฝึกทหารทุกท่า  ฝึกสะกดลมหายใจให้ได้ระดับ  นิ่งในระดับที่ต้องการ(มีมาตรฐานการวัด คือ นับเวลาลมหายใจเข้า หรือ ออก ให้ได้  3-4 วินาที  โปรดดู หลักสูตรมรรคผล นสพ.ดี เล่มที่ 33)   เพื่อการสะกดตัวเอง  ทหารจะนิ่งได้สนิท ทรงสมาธิเยี่ยมก็เพราะรู้จักบริหารปราณ  เอาการบริหารปราณมาฝึก  เวลาออกรบจักป้องกันความครั่นคร้าม  เพิ่มอำนาจจิตให้เหนือกว่าข้าศึก  สะกดตนเองให้ข้ามพ้นความตาย หรือความรู้สึกเสียวสยองหวาดหวั่นด้วยประการทั้งปวง  และฝึกจิตให้ว่างขณะปฏิบัติการ  ไม่อาฆาตพยาบาทจองเวร  เป็นการทำงานในหน้าที่อย่างเข้มแข็งที่สุดของมนุษย์

 

 

 

 

 88 ฉลองครบรอบ 30 ปี ก่อตั้งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

สทล. 1-2-3 ธ.ค. 2548  ผ่านดาวเทียม  Telstar 18

 

สปปล. จัดตั้งเมื่อ 2 ธ.ค. 2518 (คศ.1975)   ปีนี้ครบรอบ สปป.ลาว 30 ปี  ภายใต้การนำของพรรคประชาชนปฏิวัติลาว  โทรทัศน์แห่งชาติลาว  จัดฉลองวันชาติลาว  วันกู้อิสรภาพชาติลาว โดยเสนอรายการที่ปลุกใจ  คึกคัก  กระหึ่มกึกก้อง ตลอด 3 วัน  ย้ำความสำคัญของการต่อสู้เพื่อเอกราช  มาปีนี้จึงเป็น 30 ปีแห่งความภาคภูมิใจของประชาชนลาวอย่างยิ่งใหญ่  จึงมีบทเพลงที่เร้าใจยิ่งใหญ่มาก  เป็นเพลงมาร์ช  ข้อความเพียงสั้น ๆ  ว่า   “30 ปีมีชัย ๆ    2 ธันวายิ่งใหญ่ ๆ   พรรคเฮาได้รับใช้ชาติฮ่วมประชา” 

 

มีการทำบุญประเทศ สร้างหอธรรมสภา  มีพิธียกช่อฟ้าหอธรรมสภาที่ยิ่งใหญ่ สร้างมาตั้งแต่ปี 2499 ยังไม่เสร็จ   แขวงต่าง ๆ ทั่วประเทศลาวทั้ง 8 เขต  จัดงาน 3 วัน 3 คืน ฉลองอย่างยิ่งใหญ่เอิกเกริกในรอบปี  กองทัพประชาชนแห่งประเทศลาว ได้รับการยกย่องให้เกียรติ์อย่างสูง มีพิธีสวนสนามของ กองกำลังที่ปฏิวัติชาติลาว กอบกู้อิสรภาพ  เห็นภาพของความน่าเกรงขา

 

ที่น่าสังเกตก็คือ  ลาวยังไม่ลืมความเจ็บแค้น อันเป็นผลมาจากระบอบดั้งเดิม ต้นเหตุปฏิวัติ คือระบอบศักดินา  จึงมีมีบทวิเคราะห์เศรษฐกิจลาวยุคใหม่  ว่าเสียหายไม่ก้าวหน้า เพราะระบอบศักดินา  บริภาษว่า  ภายใต้ระบอบศักดินาที่เน่าเหม็น  ทำให้อุตสาหกรรมลาวกระจุกตัว   การกสิกรรมก็ล้าหลัง ประชาชนชาวไร่ชาวนามีชีวิตตกต่ำ ลำบากยากจนอยู่อย่างไรก็อยู่อย่างนั้น  ภายใต้ระบอบเก่าพื้นฐานวัฒนธรรมเสื่อมเสีย ในประเพณีที่ล้าหลัง  ภาพทรงเจ้าเข้าผี   มีภาพทรงเจ้า เชื่อผี  หมอผี   เวลาเจ็บไข้ไปหาหมอผี ระบอบศักดินาล้าหลัง ที่กดขี่  ประชาชนปฏิวัติลาวจึงต่อสู้แสนลำบากเต็มไปด้วยความเสียสละ  ต่อสู้กับอริราชศัตรู  มีภาพประวัติศาสตร์ต่อสู้กับฝรั่งเศส   สามารถสถาปนาอาณาจักรล้านช้างมาเป็น  สาธารณัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สถาปนาขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจ

 

มีอดีตวีรบุรุษยุคกู้ชาติมาพูดถึงการต่อสู้  กระจายการต่อสู้ไปทุกทิศทาง  แม้ชายแดน ก็ปลุกน้ำใจต่อสู้ของประชาชนขึ้นมารวมตัวกันสู้อย่างไม่อาลัยชีวิต  ต้านอำนาจจักรพรรดิ  สันดารของพวกจักรพรรดิ กระหายสงคราม  (หมายถึงฝรั่งเศส)  หวังบีบคั้นระบอบใหม่ให้ตายแต่ยังอยู่ในอู่  แทนที่จักพัฒนาแปงบ้านเมือง ทำลายบ้านเมือง  บวกกับการช่วยเหลือของประเทศเพื่อนมิตร  ต่อสู้กับจักรพรรดิ ๆล่าถอยไป  จบลงด้วยการเรียกร้องความสามัคคีและต่อสู้  เพื่อ“ประเทศสาธารรั ฐประชาธิปัตย์ประชาชนลาว   มิ่งขวัญของคนประชาชาติลาว  จงมั่นยืน ๆเสมอไป อำนาจใหม่ประชาชนศักดิ์ศรีประชา”

 

 

 

แล้วยังมีรายการแข่งขันฟุตบอล  ระหว่างทีมชาติลาว กับทีมนครหลวง ซึ่งเป็นแชมป์หลีกในลาว  การแข่งขันกันในวันนี้ ได้ทราบว่า  ทีมฟุตบอลลาวได้ยกย่องนักฟุตบอลไทยเป็นอย่างมาก และปรากฎว่าลาวได้ซื้อนักฟุตบอลทีมชาติไทยไปเตะในสโมสรบอลลาวไม่น้อยกว่า 5  คน นับแต่ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง  ตะวัน   สีปาน เป็นต้น ซื้อนักบอลจากประเทศเวียดนามมาก็มี   เพื่อเร่งพัฒนาฟุตบอลลาว  โดยเฉพาะทีมนครหลวง ล้วนเต็มไปด้วย อดีตทีมชาติไทย และทีมชาติลาว

 

 

เรื่องเอดส์ หรือเชื้อ เอชไอวี พบในเด็กน้อยติดเชื้อมากขึ้น   จึงจัดกิจกรรมต้านเอดส์ขึ้น  ว่า ปี 2548 นี้ คนทั้งโลกตายเพราะเอดส์ถึง 25 ล้านคน เรื่องนี้ โทรทัศน์ลาวมักมองไทยว่าเป็นแดนเอดส์ที่น่ากลัวมาก   และเป็นปัญหาที่คนลาวตกใจ และรังเกียจไทย คนไทยไปด้วย  ลาวมองไปถึงวัฒนธรรมอเมริกันที่แพร่หลายในเมืองไทย  มีการบันเทิงแบบอเมริกัน  นุ่งน้อยห่มน้อย  เป็นที่รังเกียจของประชาชนลาว  และลาวมีความหนักใจ พากันต่อต้านอย่างมาก และเป็นส่วนแห่งความชิงชังฝังใจของนักปฏิวัติลาวต่อประเทศจักรวรรดินิยม

 

 

ในส่วนของการศาสนา (รายการพิเศษ 2 ธันวามหาไช)  มีพระสงฆ์เถรานุเถระ มาร่วมเป็นประธาน  ต่อหน้าพิธีระดับชาติด้วย   โดยท่านคำไต สีพันดอน ประธานประเทศ  ได้กล่าวคำปราศรัย ยกย่อง ไกรสอน พรหมวิหาร  และบรรดาสหายนักรบ ที่เสียสละชีวิตเพื่อเอกราชอธิปไตย เพื่ออิสรภาพของประชาชนลาวจนสำเร็จ  และเมื่อ  2 ธ.ค. 2518(1975) ได้ตกลงสถาปนาสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  ระบอบศักดินาและต่างชาติ ได้ถูกถอนรากอย่างสิ้นเชิง  มีโอกาสปรับปรุงชีวิตเป็นอยู่ทั้งด้านวัตถุจิตใจ  ระบอบใหม่ให้เทียมทันต่างชาติ ชัยชนะแห่งสามัคคีพร้อมกันสู้รบ  การช่วยเหลือของโซเวียด   จีน   และ กัมพูเจีย  ขบวนการปฏิวัติ  มีการเดินสวนสนาม  กองทัพประชาชนลาว  3,500 คน  32  กองกำลัง  พิธีกรรมและการสวนสนามจัดที่เมืองไชยเชษฐา ที่เป็นศูนย์การต่อสู้ปฏิวัติยุคนั้น   ในแต่ละแขวง เช่นแขวงคำม่วน  มีพระสงฆ์ 2 รูป ไปร่วมพิธีชักธงชาติสู่ยอดเสาธงด้วย  ซึ่งแสดงถึงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ว่าหมู่สงฆ์ลาวก็ได้ร่วมในการต่อสู้กอบกู้แผ่นดินมาอย่างเคียงบ่าเคียงไหล่กับกองทัพประชาชนแห่งชาติลาว

 

 

 

ธงชาติลาว ประกอบด้วยสีน้ำเงิน2ส่วน แดง1ส่วน   มีวงกลมขาวอยู่กลาง

 

 

 

ชาวลาวนับถือพระพุทธเจ้า  ทำบุญแห่ถวายปราสาทผึ้งกันเป็นประเพณี  มาจากพุทธประวัติปางห้ามญาติ  ในโอกาสนี้จัดยิ่งใหญ่ ถวายวัดพระธาตุหลวงพระบาง เมืองมรดกโลก     และที่นั่นก็มีเสียงร้อง “30ปี    มีไซ ๆ  30 ปีก้าวไป ๆ  พรรคเฮาได้ร่วมรับใช้พร้อมปวงประชา”   สนั่นไปเหมือนกัน

 

 

มีรายการสัมภาษณ์ นายทหาร ที่ผ่านงานปฏิวัติมา  ว่า  กองทัพเป็นของประชาชน ไม่ใช่เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง  สามัคคีเคียงบ่าเคียงไหล่ที่หายาก เป็นพิเศษในหมู่ชาวเฮา  เป็นกองทัพปฏิวัติ  ทหารช่วยพัฒนามีรายการปลุกใจและปลูกฝังอุดมการณ์ลงไปสู่เยาวชน  และร้องเพลงที่ปลุกใจเช่น   ลาวลืมลาย  และเพลงสี  ซึ่งมีตอนหนึ่งว่า “สีดำวันเสาร์  สีเหลืองวันพฤหัสบดี  ศรีสะเกษสีดีสีตระการ  เบิกบานบริสุทธิ์พุทธคุณ”   (ไม่ทราบว่า  ศรีสะเกษ  มีความหมายอย่างไร ต่อประชาชน ชาวสาธารณรัฐประชาชนลาว ในเนื้อเพลงจึงยกย่องไว้มาก ขนาดนั้น) มีรายการสารคดีเมืองจีนสั้น ๆ มาให้ชม   แล้วบอกเด็กว่าไม่ต้องไปเมืองจีนก็ไหว้พระได้ ที่ลาวก็มีพระให้ไหว้ไม่น้อยไปกว่าที่เมืองจีน   ตามด้วยสารคดีกัมพูชา(ลาวว่า กัมปูเจีย)   เอาระบำหาปลาของกัมพูชามาให้ดู  แสดงการจับปลา หาปลา มีระบำข้อง และเครื่องมือสุ่มปลา  คล้ายจะบอกว่ากัมพูชากับลาวก็พอ ๆ กันนั่นแหละ (ไม่เห็นเสนอสารคดีจากเมืองไทย คงกลัวชาวลาวมาเที่ยวและติดเอดส์จากไทย)

 

 

 

มีรายการสาธิตสอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก ๆ เพิ่มศัพท์   เวลาให้อ่านประโยคภาษาอังกฤษตามครู เด็กลาวออกสำเนียงเหมือนต้นแบบภาษามาก จนเป็นธรรมชาติ   ลาวทั่วไปก็เก่งมาก ในเรื่องภาษาอังกฤษ สังเกต สทล.ภาคภาษาอังกฤษ พิธีกรลาวออกมาแต่ละคน ๆ พูดภาษาอังกฤษได้เป็นธรรมชาติมาก  และจะพอ ๆ กับพิธีกรชายหญิงของพม่า ในโทรทัศน์พม่า ที่แม้ความรู้สึกเธอก็เป็นอังกฤษ   กระนั้นดูเหมือนอินเดียจะเก่งภาษาอังกฤษกว่าทุกประเทศในแถบเอเชีย  เพราะจะเห็นจากรายการพระเจ้าของอินเดีย มีคนอินเดียจำนวนมาก ที่เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ๆ เข้าไปฟังรายการในโบสถ์คริสต์ มีบาดหลวงฝรั่งเล่านิทานจากไบเบิล  เช่นเรื่องพระเยซูให้ฟัง และคนเหล่านั้นจะตั้งใจฟังอย่างเงียบกริบและซาบซึ้งถึงใจมาก (เล่าเรื่องฤทธิเดชอภินิหาริย์ของพระเยซูให้ฟัง เช่นเสกน้ำเปล่า ๆ ให้เป็นเหล้าองุ่น เป็นต้น)   แต่สำหรับภาษาอังกฤษแล้ว ดูเหมือนคนไทยก็เก่ง  แต่อย่างไรก็ตาม  การออกสำเนียงไม่ค่อยสนิทเป็นธรรมชาติเลย ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่มีการวัดผลออกมาแล้วปรากฏว่า  ไทยอ่อนภาษาอังกฤษกว่าประเทศอื่น ๆ ในแถบเดียวกัน  (คงเป็นเพราะไทยเป็นเอกราชนั่นเองจึงไม่เคยเอาใจนายคนใดและไม่คุ้นกับคำสั่งอังกฤษของนายฝรั่งอย่างประเทศอื่น ๆ พวกบาดหลวงฝรั่งที่เข้ามาในไทยจึงต้องเรียนภาษาไทย เพราะคนไทยทั่วไปฟังภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่องเหมือนอินเดีย พม่า   ก็ดีไปอย่างหนึ่งเหมือนกัน)

 

 

 

 

 89 กีฬาเอเซียนเกมส์  

ธ.ค. 2548

 

ฟิลิปปินส์ เจ้าภาพ  โดนกล่าวหาว่าโกงการตัดสิน  มีหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทย รุมประณาม  จนนาง  กอเรีย อาโรโย่  ประธานาธิบดี  ออกมาแถลงทางโทรทัศน์ว่าตนได้ขอร้องให้คณะกรรมการทบทวนการตัดสินไปแล้ว 

 

กีฬาเทคอนโด  เห็นออกมาเตะ ๆ กัน  ดูเบานุ่มเหลือเกิน  ไทยคงไม่ถนัด  ก็เลยเล่นได้ไม่ค่อยดี  ก็ไปกล่าวหาเขาว่าเขาโกง โดยเฉพาะเจ้าภาพ  ความจริงเขาเตรียมไว้ดีกว่า และทั้งเป็นกีฬาประจำชาติเขามานาน  น่าคิดว่า ทำไมไทยจึงไม่เรียกร้อง  ทั้งผลักทั้งดัน ให้บรรจุมวยไทยเข้าไปในซีเกมส์เสียเลย รับรองว่าชนะขาดทุกรุ่น  แต่ปีนี้ ไทยก็คงเป็นเจ้ากีฬาเอเซียนฟุตบอลต่อไป  เป็นสมัยที่ 7  นับว่าเยี่ยมมาก

 

 

 

 

 

 

 90  อังกอร์ 2 ภาพยนตร์เรื่องป่ามหาภัย

ละครโทรทัศน์ไทยช่อง 7

วันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ 9-10-11 ธ.ค.2548

หลังข่าว 20.30 น. 

 

เดิมมี อังกอร์ ภาคปฐม  คงมิได้ตั้งใจว่าจะมี อังกอร์ 2 ออกมา  มานึกได้ทีหลังเลยสร้าง อังกอร์ 2 ออกมา  วันนี้เรื่องราวเข้มขึ้นไปอีก  กัญจ์ อัศวินวิจิตร นายอำเภอผาภูมิ ทำท่าจะเป็นระพิน ไพรวัลย์เสียเอง     สาวกา ไชยเดช   เธอเหมาะจะเป็นเจ้าหญิงณิชา และอังกอร์ เสือจริง ๆ โดยเฉพาะตอนที่ลากเอาอดีตองครักษ์ข้ามชาติ  ที่แอบซึ้งกันเงียบ ๆ หนีภัยขึ้นต้นไม้ ดูสมจริง ๆ เหมือนบุคลิกของเสือจริง ๆ  ส่วนหนึ่งคือตาคมวาวเหมือนเสือเลย 

 

ส่วนคุณหมอกระแต พลอย จินดาโชติ ดูขยันจริง ๆ ถืออาวุธพิเศษ น่าเกรงขามเชียว   คงลอกเลียนแบบหมอดาริน  เพราะแคล้วคลาดในการต่อสู้เสมอ คนอื่น ๆ สะบักสะบอม บาดเจ็บกันไปหมด แต่หมอคนเดียวไม่เป็นอะไรเลย แถมเที่ยวรักษาพยาบาลคนทั้งคณะ    อองซาน ลูกสาวเสือเดี่ยว ดูก็น่ารัก  ทำให้ภาพเกิดสีสัน มีเวทมนต์เสกละอองเกสรเป็นต่อไล่ต่อยคนป่า บริวารพ่อมดดำ  หนีกันจ้าละหวั่นไปหมด  บทบาทของพราน น่าชมมาก ไม่ว่าพรานอ่อง พรานดี หรือพรานร้าย  มีคนเก่งเข้ามาช่วยคณะเดินทางเป็นระยะ ๆ  เลยรอดไปทุกที  แม้กระทั่งนางไม้ก็มี มาหลงเสน่ห์นายทหารใหญ่ ไชยยันต์  แล้วนางไม้ก็ตายเป็นเหมือนกัน ตอนที่จะผ่านสุสานดำ สนุกมาก 

 

ที่สุดมีนักวิทยาศาสตร์เดนตายมาไขปริศนาบัวหริจันทร์  นับว่าวางพล๊อตเรื่องได้ดีมาก มีความ เหมาะเจาะ  รวบรัด ไม่ยืดยาดล่าช้า ทันใจคนดูคนชมอย่างยิ่ง   เรื่องราวก็สมจริง เรื่องณิชาโดนเกสรดอกไม้พิษ จะต้องแก้ด้วยละอองดอกบัวหริจันทร์  เหมือนเพชรพระอุมาไม่มีผิดเลย   นักวิทยาศาสตร์ผู้พาคณะตามหาบัวหริจันทร์ ด้วยสำนึกแห่งนักวิทยาศาสตร์ ในการค้นคว้าหาสิ่งใหม่ และด้วยจิตวิญญาณนักวิทยาศาสตร์ ถวายให้แด่การค้นคว้าแม้ด้วยชีวิตจนได้พิศูจน์ผลงานตนเอง เมื่อตามหาบัวหริจันทร์สำเร็จดังมโนรถ ช่วยณิชาได้สำเร็จ  เขาช่วยคุณหมอกระแตด้วยรักและห่วงใย แต่แล้วเขาก็โดนอาวุธคนป่าตายในอ้อมของหมอกระแต   

 

ภาพยนตร์เรื่องนี้ มีเสน่ห์นิยมตรึงใจอยู่หลายอย่าง โดยเฉพาะเป็นเรื่องราวการเดินป่า ในดินแดนลึกลับ ที่เสมือนโลกอีกโลกหนึ่ง เร้นไปจากโลกมนุษย์ ผู้แสดงนำในเรื่องก็ดูดีมีเสน่ห์นิยม  โดยเฉพาะนางเอกสาวสองคนในเรื่องนี้  แสดงบทเดินป่าและความชำนาญงานป่า สมเป็นวีรสตรีเลยทีเดียว   อย่างไรก็ดี  เมื่อเรื่องราวมาถึงวันนี้  ก็ยิ่งเห็นชัดขึ้นว่าได้ความคิดวิสัยทัศน์มาจากไหน แต่ผุ้แสดงนำและอีกหลาย ๆ คนถอดแบบจาก ระพิน ไพรวัลย์ ในนวนิยายเดินป่าอมตะของพนมเทียน  เพชรพระอุมา  อัครพล พันธ์เพ็ง สวมบทนายทหารไชยยันต์ อนันตรัย ได้เหมือนมาก   และสองสาว  ไม่ชัดเจนนักว่า  เหมือน ม.ร.ว.ดาริน  น้องสาวคนดื้อของ ม.ร.ว.เชษฐา หัวหน้าคณะติดตามหาน้องชายในแดนอาถรรพ์   แต่ก็ใกล้เคียงเมื่อแท้จริงเธอเป็นราชินีแห่งแดนอาถรรพ์นั้น  และเรื่องราวในวันนี้  ยังคงต้องเผชิญผีดิบ และจอมพ่อมด มันตรัยและค้างคาวผีอยู่ต่อไป และผู้ชมอุ่นใจขึ้นเมื่อมีกรุง ศรีวิลัย และนายอำเภอภูพาน ขมังเวทมาร่วมทางและร่วมต่อสู้อาถรรพ์แห่งแดนดิบอีกคนหนึ่ง  เรื่องราวมีเสน่ห์ดีมาก  มีความประทับใจจากบทบาทของความรัก 3 คู่ ที่ทั้งซึ้งและมีเซนส์อารมณ์ขันแฝง ๆ อยู่ นับว่าดีมาก น่าตรึงใจในความเร้นลึกของป่าดงดิบ และความเร้นลึกของความพิสมัยแห่งความรักเสน่หา และสัจจปฏิญญาณสืบมา แม้กระทั่งองครักษ์คอยที ก็น่าชื่นชมยกย่องมาก   เพราะละครเรื่องนี้ วาดภาพถอยหลังไปถึงชาติอดีตของบุคคลเหล่านี้  ว่ามีผลกรรมร่วมกันมาแต่อดีต  สิ่งที่รักที่แค้นที่ฝังใจมาตราบเท่าทุกวันนี้ก็เป็นมาแต่อดีตทั้งสิ้น   และคนทั้งหลายก็มีส่วนหรือกรรมร่วมกันมาแต่อดีต  ก็ผูกพันกันมาถึงชาตินี้  และที่น่าใจเต้นก็คือ  คนคู่ในอดีต ทำท่าว่าจะแปรเป็นผิดคู่  เพราะให้อัครพลกับณิชาเป็นคู่หมั้นกันไว้แล้ว  ก่อนที่จะมาพบผู้กองกานต์  คนจริงแห่งป่าเถื่อน น่าติดตามว่าจะสับคู่กันในชาตินี้หรือไม่  ความรักของพวกเขาจะถูกฝาถูกตัวกันหรือไม่ จะลงเอยอย่างไรจึงจะถูกใจคนชม  ที่จริง น่าจะเป็นว่า กอบกาญจน์ วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ พบเจ้าหญิงณิชา สาวกา ไชยเดช  และ อัครพล พันธุ์เพ็งพบคุณหมอพลอย จินดาโชติ หรือน้องสาวคนเก่งของกอบกาญจน์  จึงจะถูกต้อง เพราะไม่ควรให้พี่น้องทั้งคู่ซึ่งเป็นคนเก่งและดีเหลือเกิน ต้องผิดหวังเมื่อตอนจบ  แต่ก็ต้องหาเหตุผลที่เยี่ยมจริง ๆ จนให้อัครพลพอใจเต็มใจในการลงตัวสับคู่ใหม่  จะสดชื่นดี  จึงจะแฮปปี้เอ็นดิ้ง ถ้าสร้างหนังไม่แฮปปี้เอ็นดิง คนชมก็ผิดหวัง  ไม่มีใครอยากผิดหวัง  เฉกเช่นเดียวกับนวนิยายเดินป่า เพชรพระอุมา ของพนมเทียน ที่คนติดตามถึง 13 ปี แล้วสมหวัง ที่จบลงด้วยการให้จอมพรานรพินทร์ ไพรวัลย์  อดีตผู้กองตำรวจ   คนที่เคยผ่านความเจริญมาแล้วแต่กลับพิสมัยไหลหลงใน    ป่าเถื่อน  ได้สมหวัง  กับ ม.ร.ว.ดาริน คนกล้าแกร่งที่สูงส่ง  ได้อย่างน่าชื่นชมและสมศักดิ์ศรี

 

 อย่างไรก็ตาม ละครเรื่องนี้ยังคงสะท้อนจุดอ่อนของวงการนักประพันธ์ไทย  เห็นจากแนวคิดในเรื่องนี้ ว่ายังคงถนัดการลอกเลียนแบบคนอื่นมา สถาบันนักประพันธ์ไทยยังคงอ่อนแอ  น่าจะมีการมองประเด็นการเร่งพัฒนาภูมิปัญญาสาขานี้อย่างจริงจังได้แล้ว โดยเฉพาะคณะนิเทศศาสตร์และวารสารศาสตร์ น่าจะสอนวิชานี้อย่างมีภาคปฏิบัติจริง ๆ จัง ๆ  เป็นรูปธรรมออกมาให้ปรากฎบ้าง  

 

 

 

 

 

 91 สงครามครูเสด  The Order

ช่อง 7  0815 น. 9 ธ.ค.2548

 

เรื่อง  คนอึดล่าขุมทรัพย์ครูเสด  ต้นเรื่องคือ   The Order

 

อ้างว่ามีคัมภีร์ศาสนานิกายใหม่  เขียนขึ้นโดยเจ้าลัทธิชื่อ  เดเวอลอง  เขียนคัมภีร์ใหม่ ชื่อคัมภีร์ฟาซา  ในถ้ำศักดิ์สิทธิ์  เพื่อรวมความคิดของยิว คริสต์และอิสลาม  เพื่อให้เกิดสันติภาพขึ้นในโลกมนุษย์   แต่ศาสนาคริสต์ไม่ยอมรับ  หาว่าเป็นพวกนอกรีต   และส่งคนตามมาฆ่าเดเวอรอง  เขา ตายไปหายไปพร้อมคัมภีร์ใหม่  แต่ยังมีสานุศิษย์ของเขาในตะวันออกกลางกลุ่มหนึ่ง  ทำงานศาสนาของลัทธิใหม่นี้อยู่ต่อมา  เป็นนิกายสันโดษ ไม่คบหากับลัทธิอื่น ไม่ยอมให้คนอื่นเข้าพบ  เข้าพบยาก  จนมีคำกล่าวว่าขอพบโป๊ปที่กรุงโรมยังง่ายกว่า  และที่น่าสนใจก็คือ คัมภีร์ได้ทำนายว่าวันหนึ่งพระเจ้าจะกลับมา  สาวกเดเวอรอง คือพวกฟาซา จึงมีชีวิตอยู่ด้วยความหวังและ เฝ้ารอการกลับมาของพระเจ้า  แต่พวกคริสต์ ไม่ยอมให้มีศาสนาอื่น  ไม่ยอมให้มนุษย์เลือกศาสนา  จึงตามเข่นฆ่า  พวกลัทธิใหม่นี้  และพวกลัทธิใหม่ก็จำเป็นต้องป้องกันตัว  เกิดเป็นสงครามศาสนาขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง  ระหว่างคริสต์กับพวกลัทธิฟาซา  พวกฟาซาไม่อาจจะอยู่อย่างสงบได้แล้ว  จำเป้นต้องหันมาจับอาวุธและถือมติว่าต้องแก้แค้น และต้องแก้แค้นอย่างรวดเร็ว  ตามวาทะว่า การแก้แค้นของพระเจ้าต้องรุนแรงและรวดเร็ว  เพื่อปิแอร์ กอร์เด  เราต้องเลือกคำสอนอย่างเราหวัง ไม่ยอมให้ผู้ใดมาบังคับให้เชื่อเลื่อมใสในพระเจ้าที่เราไม่ไว้วางใจ   จึงมีการสะสมเงินทองเพื่อซื้ออาวุธแก้แค้น  และมีการตามหาช่วงชิงแผนที่ขุมทรัพย์มหิมา  ของเดเวอรอง เจ้าลัทธิ  เกิดสู้รบกันตลอดเรื่อง และมีข้อแก้ตัวทั้งสองฝ่ายว่า

 

กองทัพพระเจ้า พวกหัวรุนแรง   สาวกส่วนใหญ่เป็นรักสงบ ไม่ชอบสงคราม   พี่น้องงเราทำดีพวกนั้นป่าเถื่อน

 

ทำให้ภาพการรบถวายพลีชีพเกิดขึ้นง่าย ๆ  แล้วไปบรรจบกันที่ขุมทรัพย์มหาศาลอยู่ใต้ภูเขา   แล้วช่วงชิงกัน  เพราะต่างคนต่างจะเอาเป็นของตนคนเดียว  ยิงกันตายร่อยหลอลงไปเรื่อย  เพื่อให้ส่วนแบ่งน้อย  คนเจ้าเล่ห์และมีอำนาจที่สุดเหลือเป็นพวกสุดท้าย  แต่นักประพันธ์ก็ไม่พอใจ ก็เลยให้จบลงที่ระเบิด ทำลายหมด แม้กระทั่งขุมทรัพย์  

 

ภาพยนตร์ลักษณะนี้  ล้วนแฝงคติแง่คิดในเชิงศาสนาสากล และแฝงแนวคิดที่มาของความขัดแย้งของหมู่มนุษย์  เพราะมนุษย์เหยียดหยามดูหมิ่นดูแคลนกันเอง   มีการมองในกลุ่มเดียวกันอย่างตรงข้ามกัน  ฝ่ายหนึ่งมองอย่างซื่อสัตย์ ศรัทธาอย่างยิ่งจนอาจพลีชีพเพื่อพระเจ้าได้  แต่อีกฝ่ายกลับมองว่าเช่นนั้นเป็นเรื่องเขลาโง่เง่า  ฝ่ายหนึ่งจะทำลาย  ฝ่ายหนึ่งจะต้องเอาไว้เพื่อทำประโยชน์   แต่ลงท้ายฝ่ายสาวกพระเจ้า ผู้ชอบความรุนแรง  เพื่อสนองความโกรธแค้นของพระเจ้า  วางระเบิด  อีกฝ่ายต้านทานไม่ทัน  เกิดระเบิดขึ้นมาทำลายหมดทั้งขุมทรัพย์  แต่แล้วคนก็ยังคงอ้อนวอน ทำพิธีกรรมบูชาพระเจ้าที่ไร้ตัวตนมาจนถึงทุกวันนี้

 

 

 

 

 92  กวดวิชา วิจารณ์ว่าเด็กที่ขวนขวายไปกวดวิชาเองล้วนเป็นเด็กดี

เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์

ช่อง 3 เสาร์-อาทิตย์ที่ 10-11 ธ.ค.2548 0700  น. 

 

กฤษณะ ไชยรัตน์  แอนดรูว์ บริก  อรอุมา เกษตรพืชผล  พูดถึงสวนลุมพินี  ว่ามีคนมาพลุ่งพล่านเยอะในวันศุกร์  เดิมเคยเป็นสถานที่สงบ  ที่เงียบ  สำหรับออกกำลังกาย  แต่เดี๋ยวนี้มีกลุ่มการเมือง  กลุ่มเอนจีโอ  มากันคลักไปหมด   น่าจะเสียหายต่อสถานที่ และเจตนารมณ์ของกรุงเทพมหานคร  แล้วเสนอภาพข่าวจากหนังสือพิมพ์     ข่าวผู้ปกครองไปนอนรอเข้าคิวสมัครกวดวิชาคณิตศาสตร์ที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง เห็นคนจำนวนมากปูเสื่อหมอนนอนรอ เพื่อให้ลูกได้เข้าเรียนกวดวิชาคณิตศาสตร์   พิธีกรทั้ง3คนเห็นว่า การกวดวิชาเป็นการสนองความอยากรู้เฉพาะของนักเรียน โดยมีพ่อแม่ผู้ปกครองเห็นด้วย  แอนดรูว์บอกว่า  น่าเสียดายที่แสดงถึงคุณภาพการจัดการศึกษาในโรงเรียน สถาบันการศึกษาไทย ว่าไม่เอาไหน แอนดรูจึงไม่เห็นด้วยเมื่อมีผู้เสนอให้ยุบ ร.ร.กวดวิชา    กฤษณะเสริมว่า  ร.ร.กวดวิชา เป็นวิถีทางเพิ่มพูนความรู้ และนักเรียนเลือกได้ มีประโยชน์เพราะได้ความรู้  อรอุมาว่า  ไปเรียนแล้วสนุก ครูสอนสนุก ครูล้วนแต่คนเก่ง ๆ  

 

เรื่องกวดวิชานี้กระทรวงศึกษาธิการเคยพิจารณาว่า การกวดวิชาเป็นการทรมานเด็กเกินไป ทำให้เด็กไม่มีเวลาพักผ่อน การเรียนในโรงเรียนก็ดีพออยู่แล้ว  ไม่เห็นด้วยกับการเปิดโรงเรียนกวดวิชา  และแนะนำนักเรียนไม่ให้ไปกวดวิชา กระนั้นนักเรียนก็ไม่เชื่อถือกระทรวงศึกษาธิการ พากันไปกวดวิชาอย่างล้นหลาม ตามที่เห็นในภาพนี้  กระทรวงฯน่าจะศึกษาดูว่าทำไมนักเรียนจึงไม่เชื่อฟังตน   ที่จริงทุกวันนี้สถาบันการศึกษามีการบริหารจัดการ และมีเป้าหมายที่ค่อนข้างสับสนมาก  ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ๆ แต่ละวันแต่ละเดือน เหมือนไม่ใช่โรงเรียน คนผ่าน ๆ ไปได้ยินแต่เสียงปี่ แตร ดนตรี  เดี๋ยวก็ร้องก็รำ  เดี๋ยวก็เสียงเชียร์กีฬา เดี๋ยวก็เสียงกลองทั้งวัน การขับร้องประโคมดนตรีก็มีมากเหลือเกิน จนจะกลายเป็นเป้าหมายหลักของการศึกษาทำให้นักเรียนมีแนวโน้มถนัดไปในการเพศศึกษาเพศสัมพันธ์ ไปทุกที ๆ ส่วนความรู้มาตรฐานละเลยไปหมด ในอนาคตก็จะมีแต่คนเก่งทางเพศศึกษาและเพศสัมพันธ์ ก็จะพากันประกอบอาชีพหนักไปในทางนั้น แทนที่จะเพิ่มนักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ขึ้นไป ๆ เพื่อให้ไทยทันความเจริญทางเทกโนโลยี  น่าคิดว่า เมื่อบรรยากาศเป็นเช่นนี้แล้ว  จะมีสมาธิการเรียนได้อย่างไร  นักเรียนที่ตั้งใจเล่าเรียนมุ่งทางวิชาการจริง ๆ เช่นวิชาคณิตศาสตร์  ก็พลอยแบกรับความเบื่อหน่ายในกิจกรรมหลายหลากเหล่านั้นในโรงเรียน  ทำให้โรงเรียนเป็นสถานที่น่าเบื่อ ไร้ความหมาย 

 

การที่นักเรียนรู้จักช่วยเหลือตัวเองไปขวนขวายกวดวิชา มุ่งหมายเพิ่มพูนวิชาการเฉพาะวิชาให้แน่นขึ้นนั้น จึงน่าจะเป็นเรื่องที่ดีเลิศประเสริฐมาก ๆ  เพราะพวกเขาใฝ่ในการศึกษา มุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองที่แท้จริง  ทุกวันนี้ น่าฉงนว่านักเรียนต้องการอะไรจากโรงเรียน ถ้าต้องการเพียงประกาศนียบัตร ก็ดูจะมีวิธีได้มาอย่างไม่ต้องมีความรู้  เพราะครูพร้อมที่จะเลื่อน เติมคะแนนให้อยู่แล้ว โดยเฉพาะนักเรียนที่มีกิจกรรมพิเศษ แม้ไม่มีความรู้อะไรเลยก็ได้รับเลื่อนชั้น เช่นนี้ นับว่าผิดวัตถุประสงค์ทางการศึกษา  ทำให้เสียวิถีทางแห่งการศึกษาและออกนอกคอกไป เช่นครูขอนอนกับนักเรียนสาวเพื่อแลกเกรด  ก็อุตส่าห์มี เป็นต้น  ซึ่งเป็นเรื่องน่าทุเรศของวงการศึกษาไทย   ที่ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการพัฒนาการทางมันสมองเด็ก ๆ ของชาติไปอย่างไร้สติ มีแต่คิดเติมกามารมณ์ใส่ในหัวเด็ก ๆ  จนวุ่นวายไปทั้งประเทศ 

 

 

 

 

 

 93 นายกทักษิณคุยกับประชาชน ฟังเพลิน มีความหวัง

ช่อง 11 เสาร์ที่ 10 ธ.ค. 2548  0800 น.และ 

Radiothailand 92.5 MHZ

 

การคุยกับประชาชนของนายกรัฐมนตรี นี้  แท้จริงคล้าย ๆ กับการรายงานผลงานของรัฐบาลนี้ อย่างละเอียด และเห็นภาพน่ายินดี  และไม่น่ามีอะไรซ่อนเงื่อนหรือกลกุโลบายอะไรเลย  ดังสรุปเป็นเรื่อง ๆ ได้ดังนี้

 

เรื่องไข้หวัดนก  หมอไทยรู้หมด รักษาได้ ชงัด  เมื่อป่วยไม่ต้องตกใจ ขอให้รีบไปโรงพยาบาล และอย่าประมาท  ขณะนี้ ไทยผลิตยาทามิฟูได้เองแล้ว และถูกกว่าต่างประเทศ ๆ ราคา เม็ดละ 120 บาท ไทยทำได้ในราคา  70 บาท ก็น่าชื่นชม 

 

เรื่องภาคใต้ น้ำหลาก ฝนตกหนักถึงหนักมาก รัฐบาลบริหารผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะมีงบไว้พร้อมแล้วทั้งมีหน้าที่และสามารถตัดสินใจสั่งการใดใดได้โดยตรงตามหลักการบริหารแบบซีอีโอ ในกรณีเช่นนี้  ผวจ.ทุกจังหวัดจะช่วยดูแล ช่วยแก้ไขได้อย่างฉับไวและอย่างเต็มที่   รัฐบาลจะคอยเสริมหนุนเมื่อเกินกำลังท้องถิ่น  ก็แก้ปัญหาได้เร็ว โดยหลักการบริหารแบบนี้ ใช่ว่ารัฐบาลจะนิ่งดูดายอย่างที่มีคนเข้าใจผิดไป

 

เรื่องครู รัฐบาลเห็นว่ามีปัญหาหนี้สินและมีขนาดหนี้ล้นพ้นตัว  จำนวนมาก  จึงเร่งแก้ปัญหาหนี้ครู  ได้ตั้งกรรมการท้องถิ่นขึ้นจนครบ 175 เขตการศึกษา   เพื่อดูแลเรื่องหนี้โดยเฉพาะแล้ว เมื่อครูพ้นหนี้สินก็จะมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น  เรื่องการโอน  รัฐบาลคุยกับองค์กรท้องถิ่น ๆ ยินดี ให้เป็นเรื่องสมัครใจ  ถ้าเข้าอบจ. อบต.หรือเทศบาล  ถ้าทำไม่ดีก็เอากลับคืนมาใหม่  ไปด้วยความเต็มใจ  ไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป   

 

มีเรื่องดี ๆ  เช่นเรื่อง ทุน 1 ตำบล 1 แพทย์  ก็จะเริ่มดำเนินการทันที

 

เรื่องปัญหาพ่อค้าเงินกู้หน้าเลือด เอารัดเอาเปรียบประชาชน ก็จัดการให้แล้ว จนขณะนี้เขาก็ไม่พอใจ จงเกลียดจงนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล แต่เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรีก็ทำหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีตรงไปตรงมาเพื่อความสุขของประชาชนโดยชอบธรรม  กฎหมายก็ต้องเป็นกฎหมาย ท่านกล่าวชัดเจนว่า “ถ้าผมไม่ทำก็ไม่รู้จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีทำไม”  

 

เรื่องบุหรี่ไทย  ห้ามนำเข้าจากต่างประเทศ   ขอให้ลด เลิกสูบบุหรี่ เพราะรัฐบาลให้ขึ้นภาษีบุหรี่ไปแล้ว  

 

เรื่องการจราจร  รัฐบาลดำเนินการให้จัดหาพื้นที่จอดรถรับผู้โดยสาร  ในศูนย์การค้า  และที่ชุมชนต่าง ๆ  เพื่อประหยัดน้ำมัน และสะดวกแก่ประชาชน    เรื่องแรงงาน ปรับค่าแรงงานชั้นต่ำ  วันละ 140  -  180 บาทต่อวัน  

 

เรื่องกีฬา เอเซียน  และอินดอร์เกมส์  สนับสนุนเต็มที่ให้ไทยเป็นเจ้าเอเซียนเกมส์  และคราวหน้าไทยรับเป้ฯเจ้าภาพแทนสิงคโปร์  ก็พร้อมอยู่แล้ว

 

เรื่องการท่องเที่ยว  ไนท์ซาฟารี  จะให้ใหญ่กว่าสิงคโปร์  ขณะนี้ก็เสร็จแล้วและเปิดฉลองโดยให้ประชาชนชมฟรีเป็นของขวัญไปจนถึงวันสิ้นปี คือ  31 มค. 49  ใครยังไม่ได้ไปชมก็เร่งไป เพราะหลังจากนี้แล้วจะเก็บค่าชม  และจะแพงหน่อยเพราะมีอะไรดี ๆ เยอะ

 

เรื่องการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 21  ที่ กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย  ว่ามุ่งสู่ความเป็นหนึ่งของ อาเซียนที่เข้มแข็ง  ไม่ได้พูดเรื่องพม่า

 

จะมีการจัดประชุมของบุคคลที่มีความรู้สุดยอดของโลกในประเทศไทย ดีอย่างไรไม่น่าถาม แม้นายกรัฐมนตรีก็ต้องฟัง ว่ากลับจากประชุมสุดยอดเอเชียในวันที่ 14 ธ.ค.2548  แล้วจะมาฟังต่อทันที

 

เรื่องสมเด็จพระราชาธิบดี จอร์แดนจะเสด็จมาเยี่ยมเมืองไทยในฐานะพระราชอาคันตุกะของในหลวง รัฐบาลก็ได้ตระเตรียมการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติ์

 

นับว่าเป็นการรายงานผลงานที่น่าชื่นชมมาก หากไม่มีอคติแล้ว  ประชาชนน่าจะเห็นว่ารัฐบาลทักษิณ มีความสามารถและตั้งใจทำงานอย่างแท้จริง

 

 

 

 

 

 94 เมืองไทยสุดสัปดาห์ ค่อนข้างหยาบคาย ฟังยาก

เคเบิลช่อง ESAN เสาร์ที่ 10 ธ.ค.2548  เวลา 15.00-16.00 น.  

 

รายการสนธิ ลิ้มทองกุล-สโรชา พรอุดมศักดิ์ เอาเทปรายการ วันศุกรที่ 9 ธ.ค.2548 ที่สวนลุมพินี มาออกซ้ำ การถ่ายทอดไม่ค่อยดี บางทีหายไป  บางทีมีขาด ๆ เกิน ๆ มักจะเป็นอย่างนี้เสมอในรายการเคเบิลทีวี   โดยเฉพาะรายการใหม่ ๆ ที่เพิ่งทดลองใช้  เห็นภาพคนเข้าไปฟังรายการทั้งนอกและในเวทีสวนลุมพินีคับคั่งมากมาย จนมีรายงานหลายแห่งประมาณแตกต่างกัน  ส่วนรายการสรยุทธ สุทัศนจินดากับ กนกรัตน์ วงศ์สกุลประมาณว่า อยู่ระหว่าง  20,000-200,000 คน. 

 

ในทัศนะของเราว่า คนเขาไปฟังเพื่อความมันในอารมณ์และนึกสนุก ไม่ได้จริงจังอะไรแต่ผู้จัดคือ สนธิ-สโรชา กลับนึกว่าจริงจัง หลงคิดว่าสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เป็นสิ่งที่เป็นไปได้  และเราเห็นว่าการสื่อด้วยภาษา ประกอบเรื่องราว เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเป็น  อย่างที่เจ้าของรายการ  สนธิ -สโรชา ใช้อยู่ขณะนี้  เพราะอคติ ใช้วาจาหยาบคาย  กระแนะกระแหน ดูหมิ่น ดูถูกดูแคลนคนอื่นอยู่ตลอดมา  และทำท่าว่าจะเป็นสันดาร ต่อไป  ไม่มีการให้เกียรติ์แด่ฝ่ายตรงข้าม ไม่แสดงโดยเหตุโดยผล ขาดสปิริตของนักกีฬา ไม่มีคำว่า  รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัยอยู่ในหัวใจโดยสิ้นเชิง  และเนื่องจากไปดูถูกดูแคลนบุคคลที่อยู่ในสถาบันสูงสุดของประเทศ  และผู้ที่ทำประโยชน์ให้แด่ชาติบ้านเมือง และมีความนิยมในประชาชนสูงเป็นประวัติการณ์ จนสามารถตั้งพรรคการเมืองพรรคเดียวได้ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองระบอบประชาธิปไตยไทย   ก็จะเป็นผลเสียหายแก่ตนเอง  และครั้นพูด ๆ ไปข้อมูลก็ผิดพลาดไปเรื่อย  เพราะทีมงานอ่อน(ขนาดรัฐบาลทั้งรัฐบาลยังพลาดได้ ทำไมคนสองคนจะพลาดไม่ได้)    คนก็จะลดความเชื่อถือไปตามลำดับ  จนที่สุดคำพูดบางประโยคบางคำก็กลายเป็นการดูแคลนประชาชนผู้ชมผู้ฟัง ก็อาจเกิดอันตรายขึ้นได้  เมื่อคนมองว่า  ชักจูง  สนตะพายเขา  เพราะในวิถีทางประชาธิปไตย คนมีสิทธิ์ที่จะฟังและตัดสินใจเองได้  อย่างเช่นกล่าววาทะยิ่งใหญ่ว่า “ในอดีตผมมีความผิดชั่วร้ายอย่างไรขอขมาโทษต่อพ่อแม่พี่น้องในวันนี้  แล้วสนธิจะปกป้องแผ่นดินให้พ่อแม่พี่น้องเอง”  ซึ่งฟังดูดีเอามาก ๆ  แต่ก็คล้าย ๆ จะดูแคลนคนดูคนชม ดูแคลนกองทัพทั้งกองทัพและรัฐบาลของประชาชน  เพราะงานปกป้องแผ่นดิน ไม่ใช่งานของคนใดคนหนึ่ง หรือสถาบันใดหนึ่งอาจทำได้  และสนธิเป็นใคร มาจากไหน สนธิไม่เคยปรากฏความสามารถ และเอาตัวเองรอดมาอย่างใดในอดีต  กลับมีประวัติล่มจม มาก่อน  คนก็มีความคิด ๆ ว่า  คงเป็น ขี้โม้อีกคนหนึ่งละกระมัง (ขนาดสมรักษ์ ยังรู้ปฏิเสธว่าตนไม่ได้ขี้โม้) สายตาคนก็จะค่อยเปลี่ยนไป เป็นการมาดูมาชมตลกคณะหนึ่งเท่านั้นเอง  

 

กระนั้นก็คงจะต้องตามดูต่อไปว่า  ท่านจะปกป้องแผ่นดินไทยให้คนไทยทั้งผองพ้นภัยได้อย่างไร  เพราะดู ๆ  เดี๋ยวก็จะโดนฟ้องร้องเรียกเงินเรียกทองเอาอีก  คราวแรกเรียกเอา 500 ล้านก็ฝ่อแล้ว  คราวใหม่อาจจะเรียกเป็น 1,000 ล้าน  แล้วหากแพ้เขาจะหาที่ไหนมาใช้เขา  เอาตัวเองรอดหรือเปล่า  เข้าคติ  ปลาหมอตายเพราะปาก ไม่ระวังว่างานมวลชน จำเป็นต้องมีการอ่านที่ตนเองมั่นใจได้   การอ่านผลงานของตนเองอาจจะผิดพลาด และน่าระวัง การอ่านประชาชน  อาจจะอ่านผิด  ประชาชนอาจจะมองเป็นเรื่องสนุกสนาน เป็นที่ระบายความเครียดเท่านั้นเอง  (เขาไม่กล้าร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเราจริง ๆ)  และชนบางชั้นบางระดับการศึกษา เขาอาจมองเป็นการดูถูก ดูแคลนประชาชนก็ได้  ซึ่งนั่นระวังอันตราย  เพราะอาจจะมีการพลิกผันหรือกลับข้างในภายหลัง(มิตรกลายเป็นศัตรู) ได้ 

 

  • ดี เล่มที่ 35

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เวบไซท์นี้ http://www.newworldbelieve.net มีข้อมูลพื้นฐานจากหนังสือพิมพ์ดี:วิเคราะห์ข่าวในวงการเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดและสหธรรมิก ออกโดยมูลนิธิพระเทพวรมุนี(เสน ปญฺญาวชิโร) มี พระพยับ ปญฺญาธโร เป็นบรรณาธิการ และเป็น webmasterสำนักงานตั้งอยู่ที่ วัดมหาพุทธาราม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ 33000 ขณะนี้หนังสือพิมพ์ดีมีอายุทำการมา 11 ปีแล้ว มีเรื่องสำคัญคือการวิเคราะห์สังคมทั้งระบบด้วยแนวภูมิปัญญาและวิสัยทัศน์แห่งตาธรรมะในพระพุทธศาสนาเพื่อนำสังคมไปสู่ความดีงามและรอดปลอดภัยจากสถานการณ์เลวร้ายยุคนี้